 ควรเริ่มตรวจเต้านมด้วยตนเองเดือนละครั้ง ทุกเดือน และควรจะต้องได้รับ
การบอกถึงประโยชน์ และ ข้อจากัดของการตรวจเต้านมด้วยตนเอง รวมทั้ง
ได้รับการสอนการตรวจเต้านมด้วยตนเองที่ถูกวิธี
 หากมีอาการที่สงสัยควรมีการตรวจโดยแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ที่
ได้รับการฝึกอบรม
 นอกจากการตรวจเต้านมด้วยตนเองเป็นประจาทุกเดือนแล้ว
ควรได้รับการตรวจโดยแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับ
การฝึกอบรม ทุก 3 ปี
ผู้หญิงที่อายุ 40 ปีขึ้นไป
•ควรตรวจเต้านมด้วยตนเองเป็นประจาทุกเดือน และควรได้รับการ
ตรวจเต้านมโดยแพทย์ทุกปี
 เลือกวันใดวันหนึ่ง และตรวจเป็นประจาทุกเดือน ( เช่น ทุก
วันที่ 10 ของเดือน เป็นต้น )
อายุ 35 ปี ขึ้นไป ควรตรวจเอกซเรย์เต้านม ทุก ๆ 2 ปี
อายุ 40 ปี ขึ้นไป ควรตรวจเอกซเรย์เต้านม 1 – 2 ปี และแต่
แพทย์แนะนา
อายุ 50 ปี ขึ้นไป ควรตรวจเอกซเรย์เต้านมทุกปี
กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
วิธีการตรวจคัดกรองเพื่อค้นหามะเร็งเต้านม มีอยู่ 3 วิธี ได้แก่
1. การตรวจเต้านมด้วยตนเอง
2. การตรวจเต้านมโดยแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการ
ฝึกอบรม
3. การตรวจด้วยเครื่องถ่ายภาพรังสีเต้านม--แมมโมแกรม
 ถึงแม้ว่า จะมีการศึกษาว่า การตรวจเต้านมด้วยตนเอง
ไม่ได้มีผลต่อการลดอัตราตาย
 แต่ก็ถือว่าเป็นวิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมที่
ประหยัดที่เหมาะสมสาหรับประเทศไทย และเป็นการ
สร้างความตระหนักให้กับผู้หญิงไทยให้มีความสนใจกับ
สุขภาพของตนเอง
 การตรวจเต้านมด้วยตนเอง
(Breast Self Examination)
ถือเป็นสิ่งแรกที่จะช่วยให้ผู้หญิงทุกคนป้องกันตนเองจากมะเร็ง
เต้านม
การตรวจเต้านมด้วยตนเอง เพื่อให้รู้สึกถึงธรรมชาติของเต้านม
และเมื่อมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น ก็จะสามารถสังเกตได้ด้วยตนเอง
โดยควรเริ่มตรวจตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไป โดยตรวจเดือนละครั้ง
 เวลาที่เหมาะสม คือ วันที่ประจาเดือนหมด (วันสุดท้าย หรือ
วันรุ่งขึ้น) เนื่องจากเป็นช่วงที่เต้านมอ่อนตัว หรือนิ่มลง
 สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วน คือ
1. การดู
2. การคลา
80 – 90% ของมะเร็งเป็นก้อน
ดังนั้น การคลาจึงเป็นสิ่งที่สาคัญ
การคลาไม่ใช่คลาเพื่อหาก้อน
แต่ให้รู้สึกถึงธรรมชาติของเต้านมของเรา
เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงจะสังเกต และรู้สึกได้ง่าย
 ปล่อยแขนแนบข้างลาตัวตามสบาย
เปรียบเทียบเต้านมทั้ง 2 ข้างว่ามีความ
ผิดปกติของเต้านมหรือไม่ เช่น สีผิว
รอยบุ๋ม รอยแผล หัวนมบุ๋มหรือบิดเบี้ยว
 ยกมือขึ้นทั้ง 2 ข้างเหนือศีรษะ แล้ว
กลับมาอยู่ในท่าท้าวสะเอว พร้อมทั้งดูสิ่ง
ที่ผิดปกติ
 โน้มตัวมาข้างหน้าโดยใช้มือท้าวสะเอว
เกร็งกล้ามเนื้อหน้าอก สังเกตว่าเต้านม
ห้อยลง อยู่ในลักษณะเดียวกันหรือมีการ
ดึงรั้งของผิวเต้านมหรือไม่
เริ่มจาก
 ใต้แขน ถึงบริเวณขอบเสื้อชั้นในด้านล่าง
 ใต้แขนข้ามมาถึงกระดูกกลาง
 ขึ้นไปถึงบริเวณไหปลาร้า
 กลับมายังรักแร้
 ใช้บริเวณกึ่งกลางนิ้วส่วนบนทั้ง
สามนิ้ว (นิ้วชี้นิ้วกลาง นิ้วนาง)
 บริเวณกึ่งกลางนิ้วส่วนบนดังกล่าว
จะสัมผัสได้ดีกว่า และมีจุดสัมผัส
ได้กว้างกว่าส่วนปลายนิ้ว
 โค้งฝ่ามือเพื่อปรับให้นิ้วทั้งสามอยู่
ในสภาพแบนราบ
 เคลื่อนนิ้ววนเป็นวงกลมเท่าเหรียญ
บาทในบริเวณที่จะต้องคลาอย่าง
ทั่วถึง
1.กดเบา ๆ เพื่อให้รู้สึกถึงบริเวณใต้ผิวหนัง
2.กดปานกลาง เพื่อให้รู้สึกถึงกึ่งกลางของเต้านม
3.กดหนักขึ้น เพื่อให้รู้สึกถึงส่วนลึกใกล้ผนังปอด
 ให้ใช้นิ้ว 3 นิ้ว คือ นิ้วชี้นิ้วกลาง
และ นิ้วนาง วางชิดเสมอกัน กด
คลาให้ทั่วทั้งเต้านมและรักแร้ใน
ลักษณะวนเป็นก้นหอยเล็กๆ
หรืออาจจะใช้วิธีการคลาเป็นรัศมี
วงกลม วนออกจากหัวนมจนทั่ว
ทั้งเต้านม เพื่อตรวจดูว่ามีก้อน
ผิดปกติหรือไม่
 การคลาในแนวก้นหอย โดยเริ่ม
จากส่วนบนไปตามแนวก้นหอย
จนกระทั่งถึงฐานเต้านมบริเวณ
รักแร้
 การคลาในแนวรูปลิ่ม เริ่มจาก
ส่วนบนของเต้านมจนถึงฐานแล้ว
กลับสู่ยอดอย่างนี้ไปเรื่อยๆให้ทั่ว
ทั้งเต้านม
 ขณะอาบน้า ก็สามารถตรวจเต้านมได้
ง่าย โดยใช้สบู่ช่วย สบู่จะทาให้ลื่น และ
คลาเต้านมได้ง่ายขึ้น
ก้อนเต้านม
ก้อนเต้านม หัวนมถูกรั้งเข้าด้านใน
หัวนมแตกเป็นแผล
เต้านมบวมแดงอักเสบ ผิวหนังคล้ายผิวส้ม
ก้อนขนาดใหญ่มากกกกกกกกกก
รอยดึงรั้งที่ผิวหนัง
เครื่องตรวจเต้านม (แมมโมแกรม)
การตรวจแมมโมแกรมเพื่อตรวจค้น เริ่มเมื่อมีอายุ40 ปีขึ้นไป
ก้อนมะเร็งเต้านม
 ผู้หญิงกลุ่มนี้ควรได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมเหมือนกับกลุ่ม
ผู้หญิงทั่วไปแต่ควรจะต้องเริ่มตรวจเร็วขึ้น เช่น ในกรณีที่มีญาติสายตรง
เป็นมะเร็งเต้านมที่อายุน้อยกว่า 40 ปี ควรทาการตรวจคัดกรอง เมื่อ
อายุที่ญาติเป็นมะเร็งเต้านมลบออกอีก 5 ปี และควรตรวจทุก 1 ปี
 มีประวัติญาติสายตรง ได้แก่ มารดา พี่สาว/น้องสาว และบุตร เป็นมะเร็งเต้านม
หรือมะเร็งที่รังไข่
 ผู้ที่มีประวัติเป็นมะเร็งเต้านมแล้วหนึ่งข้าง
 ผู้ที่ได้รับการรักษาด้วยการฉายแสงบริเวณหน้าอก ได้แก่ ผู้ที่เป็นโรคมะเร็งต่อม
น้าเหลือง
 ผู้ที่มีประวัติเคยตัดก้อนเต้านม แล้วมีผลเป็นเซลล์ที่เริ่มผิดปกติ atypical
duct hyperplasia
 ผู้ที่ได้รับประทานฮอร์โมนเสริมทดแทนวัยหมดประจาเดือนเป็นประจาเกิน 5 ปี
 ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป
ตรวจเต้านม.ppt
ตรวจเต้านม.ppt

ตรวจเต้านม.ppt