Surveillance Evaluation
การประเมินระบบเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา
Definition of Surveillance
An ongoing, systematic collection, analysis, and
interpretation of health-related data essential to the
planning, implementation, and evaluation of public
health practice, closely integrated with the timely
dissemination of these data to those responsible for
prevention and control.
Source: WHO
2
Public Health Surveillance System
Health Services Intelligence
Case/
Event
Data
Investigation
& Control
2.Collection
4.Analysis &
Interpretation
5. Dissemination
ongoing
3
1.Detection
Information
3.Consolidation
6. Action
How surveillance is different from
disease statistics?
 Disease statistics
 Surveillance
• Aim for telling about magnitude of
problem of each disease
• Not provide data timely, usually once a year
• Aim for early detection of the problem, so report even
suspect case
• Continuously keep close look at the data, often report
every week
• No need to have data on every disease
4
Major Types of Surveillance System
 Passive vs Active
 R506 vs Cholera surveillance during outbreak
 Routine vs Special
 R506 vs Post-disaster surveillance
 Population-wide vs Sentinel
 R506 vs Injury surveillance (IS)
 Indicator (case)-based vs Event-based
 R506 vs Community event-based surveillance
5
More important concepts (1)
I. Zero reporting:
 All reporting sites
should report at a
specified frequency
e.g. weekly
 Even if there is a
zero case
 Ensure that the
existing system is
going effectively
6
More important concepts (2)
II. Syndromic surveillance:
 Pre-doctor’s, pre-laboratory diagnosis
 Set of symptoms as a syndrome
 Provide a sufficient probability of an outbreak to warrant
further public health response e.g. Influenza-liked illness (ILI)
0
1000
2000
3000
4000
wk1
wk2
wk3
wk4
wk5
wk6
wk7
wk8
wk9
wk10
wk11
wk12
wk13
wk14
wk15
wk16
wk17
wk18
wk19
wk20
wk21
wk22
wk23
wk24
wk25
wk26
wk27
wk28
wk29
wk30
wk31
wk32
wk33
wk34
wk35
wk36
wk37
wk38
wk39
wk40
wk41
wk42
wk43
wk44
wk45
wk46
wk47
wk48
wk49
wk50
wk51
wk52
Number of influenza cases 2014
(case-based surveillance)
Percentage of ILI, weekly, 2014
(syndromic surveillance)
7
9
One disease can have more than 1 type
of surveillance
 Influenza surveillance
 Influenza case report
 ILI surveillance
 Influenza sero-sentinel surveillance
0.0
10.0
20.0
30.0
40.0
50.0
60.0
70.0
80.0
90.0
100.0
0
10
20
30
40
50
60
70
80
90
100
3
Jan
10
24
Jan
14
Feb
7
Mar
28
Mar
18
Apr
9
May
30
May
20
Jun
11
July
1
Aug
22
Aug
12
Sep
3
Oct
24
Oct
14
Nov
5
Dec
26
Dec
16
Jan
6
Feb
27
Feb
20
Mar
Neg
Flu B
Flu A not
subtype
Flu A:H3
Flu A:H1
H1N1 PDM
0
10
20
30
40
50
0
1000
2000
3000
4000
5000
6000
7000
8000
9000
death
cases
death H1N1
2009
influenza
(รง. 506)
H1N1 2009
10
Surveillance is
Information for
Action
ทำไมเรำจึงต้องประเมินระบบเฝ้ำระวัง?
“To ensure that problems of public health
importance are being monitored
effectively and efficiently”
Effectively (ประสิทธิผล) : functioning well
Efficiently (ประสิทธิภาพ) : function with low cost
12
การประเมินระบบเฝ้าระวัง
 วัตถุประสงค์ของการประเมินระบบเฝ้าระวัง
 เพื่อให้ทราบความสาคัญและสถานการณ์การระบาดของโรคที่
แท้จริง
 เพื่อให้ทราบประสิทธิผลและประสิทธภาพของระบบเฝ้าระวัง
 เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ระบบเฝ้าระวังยังคงทางานได้อย่างมี
ประสิทธิผล
 เพื่อให้ได้แนวทางในการปรับปรุงพัฒนาระบบเฝ้าระวัง
I. Engage
Stakeholders
II. Describe the
surveillance system
III.Focus the
evaluation design
IV. Gather credible
evidence
V.Justify
conclusions
VI. Ensure use
and share
lessons learned
Framework for Surveillance Evaluation
Source: US CDC
ขั้นตอนการประเมินระบบเฝ้าระวัง
ส่วนเสีย เข้ำร่วม
ศึกษำภำพรวมของระบบที่จะประเมิน
เลือกประเด็นหรือคุณลักษณะของระบบที่
ต้องกำรประเมินและกำหนดวิธีกำรศึกษำ
ดำเนินกำรประเมินโดยกำรรวบรวมข้อมูลและ
หลักฐำนต่ำงๆ
วิเครำะห์ แปลควำม และสรุปผลกำรประเมิน
นำเสนอผลและให้ข้อเสนอแนะกับผู้เกี่ยวข้อง
กำหนดเป้ำหมำยของกำรประเมินโดยผู้มี
ส่วนได้ส่วนเสียเข้ำร่วม
ได้แก่
 ผู้ที่อยู่ในกระบวนกำรดำเนินงำนของระบบเฝ้ำระวัง
 ผู้ที่ได้รับประโยชน์หรือผลกระทบจำกระบบเฝ้ำระวัง
 ผู้ที่เป็นเป้ำหมำยหลักที่จะใช้ผลจำกกำรประเมินระบบเฝ้ำ
ระวัง
ควรนาผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียเหล่านี้มาร่วมกาหนด
คาถามและวัตถุประสงค์ของการประเมิน
ศึกษำภำพรวมของระบบที่จะประเมิน
 ควำมสำคัญทำงสำธำรณสุขของโรค ระบบที่จะทำกำร
ประเมิน
 วัตถุประสงค์และขั้นตอนกำรดำเนินงำน
 ทรัพยำกรที่ใช้ในกำรดำเนินงำนของระบบเฝ้ำระวัง
ความสาคัญทางสาธารณสุขของโรค
ระบบที่จะทาการประเมิน
 ขนาดของปัญหา จานวนผู้ป่วย อัตราการเกิดโรค
ความชุกของโรค
 ความรุนแรงของปัญหา อัตราตาย อัตราป่วยตาย
อัตราการนอนโรงพยาบาล
 ความสามารถในการป้องกันโรค
 ความสนใจของสังคม
วัตถุประสงค์และขั้นตอนการดาเนินงาน
 วัตถุประสงค์ของระบบเฝ้าระวัง
 แนวทางการใช้ประโยชน์จากข้อมูลเฝ้าระวัง
 นิยามผู้ป่วย
 โครงสร้างของระบบเฝ้าระวัง
 การไหลเวียนข้อมูล
 ส่วนประกอบต่างๆของระบบ
 ประชากรที่อยู่ภายใต้การเฝ้าระวัง
 ความถี่ของการเก็บข้อมูล
ต้องเปรียบเทียบ
สิ่งที่ควรเป็น แนวทำง/มำตรฐำน กับ สิ่งที่ปฏิบัติจริง
ส่งข้อมูลทาง Internet
ดึงข้อมูล
ผู้ป่วยเข้าสู่
ระบบ 506
โรงพยาบาล
การส่งข้อมูล
การแจ้งข้อมูลย้อนกลับ
สสอ
สอ รพ
สต
อสม
E-mail
E-mail
สสจ
เวชกรรม
สังคม
Fax/ E-
mail
โทรแจ้งเมื่อสงสัย
H1N1
โทรแจ้งเมื่อสงสัย
H1N1
การไหลเวียนของข้อมูลสาหรับระบบเฝ้าระวังโรค
ไข้หวัดใหญ่ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง
ดึงข้อมูล
ผู้ป่วยเข้าสู่
ระบบ 506
ทรัพยากรที่ใช้ในการดาเนินงาน
ของระบบเฝ้าระวัง
 บุคลำกร
 งบประมำณ
 ทรัพยำกรอื่นๆ
 กำรฝึกอบรม
 วัสดุ
 คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อื่นๆ
 ค่ำเดินทำง
 ค่ำใช้จ่ำยอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เช่น ค่ำโทรศัพท์ อินเตอร์เน็ต กำร
เลือกประเด็นหรือคุณลักษณะของระบบที่
ต้องการประเมินและกาหนดวิธีการศึกษา
 กำหนดประเด็นของกำรประเมินให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของ
ระบบเฝ้ำระวัง เช่น
 ระบบที่เน้นตรวจจับกำรระบำด เน้นที่ ควำมไว ควำมทันเวลำ
 ระบบที่เน้นแสดงสถำนกำรณ์ที่แท้จริง เน้นที่ ควำมไว ค่ำพยำกรณ์บวก ควำม
เป็นตัวแทน
 เลือกรูปแบบกำรศึกษำที่เหมำะสมสำหรับกำรประเมิน
ดาเนินการประเมินโดยการรวบรวม
ข้อมูลและหลักฐานต่างๆ
 ข้อมูลกำรใช้ประโยชน์จำกข้อมูลเฝ้ำระวัง
 ข้อมูลคุณลักษณะต่ำงๆของระบบ
เชิงคุณภาพ




เชิงปริมาณ





ประโยชน์ที่ได้จากระบบเฝ้าระวัง
 บอกกำรใช้ประโยชน์จำกข้อมูลเฝ้ำระวังที่ได้ทำ
จริงๆ
 ควรดูว่ำกำรนำข้อมูลมำใช้ประโยชน์เหล่ำนั้นไป
ด้วยกันกับวัตถุประสงค์ของระบบเฝ้ำระวังหรือไม่
ตัวอย่าง การใช้ประโยชน์จากระบบเฝ้า
ระวังโรคไข้หวัดใหญ่จังหวัดเชียงใหม่
 สสจ
 ใช้ข้อมูลเพื่อกำรปรับยุทธวิธีในกำรป้องกันควบคุม
โรค
 ใช้ติดตำมแนวโน้มของกำรระบำด
 โรงพยำบำล
 เพื่อติดตำมสถำนกำรณ์และปรับแผนกำรดำเนินงำน
 สร้ำงควำมรู้ใหม่สำหรับกำรใช้กำหนด
(คุณลักษณะเชิงปริมาณ)





จานวนผู้ป่วยที่ได้รับรายงาน
ปรากฏการณ์ยอดภูเขาน้าแข็งใน
ระบบเฝ้าระวังเชิงรับ
จานวนผู้เสี่ยง ผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยในชุมชน
ธรรมชาติของระบบเฝ้าระวังเชิงรับ
 ควำมครอบคลุมของกำรรำยงำนไม่ร้อย
เปอร์เซ็นต์
 กำรรำยงำนผู้ป่วยอำจไม่ทันเวลำ
 ต้องระมัดระวังเกี่ยวกับควำมถูกต้องของข้อมูล
 คุณภำพของข้อมูลขึ้นกับจำนวนบุคลำกร
 ผู้ป่วยที่ได้รับรำยงำนอำจไม่ตรงกับนิยำมผู้ป่วย
ของระบบเฝ้ำระวัง
ความไวของระบบเฝ้าระวัง
ดูในกลุ่มที่ควรจะถูกรำยงำนว่ำ มีอยู่เท่ำไรที่ได้มี
กำรรำยงำนจริง
สำมำรถพิจำรณำได้ ระดับ
 ควำมครบถ้วนของกำรรำยงำนจำนวนผู้ป่วย
เข้ำสู่ระบบเฝ้ำระวัง
ความไวของการรายงาน
Sensitivity (coverage) = A/
(A+ C)
โรคที่พบในพื้นที่ที่ศึกษา
(กษ หนดด้วยนิย มผู้ป่ วย)
+ -
โรคที่ถูกษแจ้ง
ม ในระบบ
ร ยง น
+ A
Case reported
B
Non-case
reported
A+B
-
C
Case not
reported
D
Non-case
Not reported
C+D
A+C B+D
Sensitivity of Chikungunya surveillance report
Met case
definition
Not met case
definition
Report 506 383 49
Not report 506 248 1088
Total 631 1137
Sensitivity in 5 hospitals = (383/631) *100 = 60%
%
Sensitivity of surveillance report by studied hospital
hospital
ค่ พย กษรณ์บวกษของระบบเฝ
้ ระวัง
(Positive Predictive Value)
 ดูว่าในกลุ่มที่ถูกรายงานว่าเป็ นโรคที่เราเฝ้ าระวัง จะ
มีสัดส่วนของผู้ที่เป็ นโรคนั้นๆ (ที่ถูกต้อง) อยู่เท่าไหร่
 PPV สามารถบอกถึงความถูกต้องในการรายงาน
ของระบบเฝ้ าระวัง
ค่ พย กษรณ์บวกษของกษ รร ยง น (PPV)
PVP= A/(A+B)
โรคที่พบในพื้นที่ที่ศึกษา
(กษ หนดด้วยนิย มผู้ป่ วย)
+ -
โรคที่ถูกษแจ้ง
ม ในระบบ
ร ยง น
+ A
Case reported
B
Non-case
reported
A+B
-
C
Case not
reported
D
Non-case
Not reported
C+D
A+C B+D
PPV of Chikungunya surveillance report
Met case
definition
Not met case
definition
T
otal
Report 506 383 49 432
Not report 248 1088 1336
PPV in 5 hospital = 383/432 *100 = 89 %
คุณภ พข้อมูลของระบบเฝ
้ ระวัง
(Data quality)
 บอกความครบถ้วน (Completeness) และความถูก
ต้อง (Accuracy) ของข้อมูลเฝ้ าระวัง
 Completeness = มีการลงบันทึกข้อมูล
 Accuracy = ข้อมูลที่บันทึกมีค่าถูกต้องตรงกับข้อเท็จจริง
(นาไปเปรียบเทียบกับเอกสารอื่นที่มีความน่าเชื่อถือ)
 มักจะประเมินในตัวแปรหลักๆ เช่น อายุ เพศ วันเริ่ม
ป่วย
Data quality of Chikungunya surveillance in
hospitals, Pattalung province
V
ariables Range Median
Gender 97-100 100
Age (+/- 1 day) 88-100 98
Onset date
(not different > 3 days)
40-92 76
คว มเป็ นตัวแทนของระบบเฝ
้ ระวัง
(Representativeness)
 ประเมินว่าข้อมูลเฝ้ าระวังสามารถเป็ นตัวแทนของสิ่ง
ที่น่าจะเกิดขึ้นจริงได้แค่ไหนในแง่แนวโน้มและการ
กระจายของโรค
 มักจะดูในแง่ของบุคคล เวลา สถานที่
0
10
20
30
40
50
60
70
0-4
5-9
10-14
15-19
20-24
25-29
30-34
35-39
40-44
45-49
50-54
55-59
>60
Age groups
Cases
Surveillance
Active case
finding
Representativeness of age distribution
in AIDS surveillance, Sukhothai, 2003
Source: Darin Areechokchai, 2003
0
20
40
60
80
100
120
Farmer Employee Unemploy Merchance Child
Occupation
Cases
Surveillance
Active case
finding
Representativeness of case’s occupation
in AIDS surveillance, Sukhothai, 2003
Source: Darin Areechokchai, 2003
0
10
20
30
40
50
60
70
Tungsaleam
Sawankalok
Srisut
Kirimas
Srinakorn
Muang
Bandan
Srisumrong
Kongkrilas
District
cases per
100,000 pop.
Surveillance
Active case
finding
Representativeness of incidence by district,
AIDS surveillance, Sukhothai, 2003
Source: Darin Areechokchai, 2003
คว มทันเวล ของระบบเฝ
้ ระวัง
(Timeliness)
 บอกระยะเวลาที่ใช ้ในแต่ละขั้นตอนของระบบเฝ้ าระวัง
เช่น เวลาจากการวินิจฉัยถึงการรายงานเข้าสู่ระบบ
เฝ้ าระวัง
 ควรประเมินในแง่ความทันเวลาในการรายงานข้อมูล
เพื่อใช ้ในการควบคุมโรค (information for action)
ตัวอย่ ง:กษ รประเมินคว มทันเวล ของ
ระบบเฝ
้ ระวังโรคไข้หวัดใหญ่จังหวัด
เชียงใหม่
ประเมินใน 2 ด้าน คือ – ความทันเวลาของการ
รายงาน และความทันเวลาของการตอบสนอง
24 ชม.
สสจ.
รพ.
สสอ.
3 วัน
กษ รตอบสนอง
6 วัน
คว มทันเวล ของกษ รร ยง นจ กษรพ.ถึง
สสจ. ส หรับระบบเฝ
้ ระวังโรคไข้หวัดใหญ่
จังหวัดเชียงใหม่ (ค.ศ. 2009 & 2010)
Nakhon Ping Fang Doi Lo McCormick
2009 2010 2009 2010 2009 2010 2009 2010
มัธยฐ น
(วัน)
8 7 10 10 0 0 11 11
พิสัย
(วัน)
2-33 3-47 2-24 3-37 0-2 0-3 6-36 9-20
II. Qualitative attributes
(คุณลักษณะเชิงคุณภาพ)
 ความยอมรับในระบบเฝ้ าระวัง (Acceptability)
 ความยากง่ายของระบบเฝ้ าระวัง (Simplicity)
 ความยืดหยุ่นของระบบเฝ้ าระวัง (Flexibility)
 ความมั่นคงของระบบเฝ้ าระวัง (Stability)
คว มยอมรับในระบบเฝ
้ ระวัง
(Acceptability)
 ความยอมรับโดยบุคคลและองค์กรในการเข้าร่วมในระบบ
เฝ้ าระวัง
 โรงพยาบาล: แพทย์พยาบาล เจ้าหน้าที่สาธารณสุข
 หน่วยงานสาธารณสุข: เจ้าหน้าที่ระบาดวิทยา ผู้บริหาร
สาธารณสุข
ตัวอย่ ง: กษ รยอมรับในระบบเฝ
้ ระวังโรค
ไข้หวัดใหญ่ จังหวัดเชียงใหม่
 ผู้บริหารในระดับสสจ.ให้ความสาคัญกับข้อมูลเฝ้ าระวังละ
นามาใช้ในการดาเนินกิจกรรมป้องกันโรคในกลุ่มเสี่ยง
 พยาบาลให้ความร่วมมือในการรายงานผู้ป่วย influenza
A(H1N1) 2009 ทันที
 นักระบาดวิทยาในระดับจังหวัดและอาเภอเห็นว่าระบบเฝ้ า
ระวังเป็ นสิ่งที่สาคัญและมีประโยชน์
 ปัญหาที่พบคือแพทย์ไม่ค่อยมีคนที่รู้จักระบบเฝ้ าระวังและไม่
ค่อยให้ความสาคัญ
คว มย กษง่ ยของระบบเฝ
้ ระวัง
(Simplicity)
 ความง่ายในการดาเนินการทั้งในแง่โครงสร ้างและ
กระบวนการทางาน
 ระบบเฝ้ าระวังที่ดีควรมีความง่ายในการดาเนินการ แต่ก็ต้อง
สามารถตอบวัตถุประสงค์ของระบบฯ
ตัวอย่ ง: คว มย กษง่ ยของระบบเฝ
้ ระวัง
โรคไข้หวัดใหญ่ จังหวัดเชียงใหม่
 ขั้นตอนการดาเนินงานไม่ซับซ ้อน คนอื่นสามารถมาช่วย
ทางานแทนได้เมื่อจาเป็ น
 สสจ.เป็ นศูนย์กลางในการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลทั้ง
ระบบไข้หวัดใหญ่เดิม และระบบ influenza A(H1N1) 2009
 ปัญหาที่พบคือในช่วงแรกของการระบาด รพ.ส่งข้อมูลให้
สสจ.โดยการแฟกซ ์และสสจ.ส่งให้สานักระบาด key ข้อมูล
เองทั้งหมด
คว มยืดหยุ่นของระบบเฝ
้ ระวัง
(Flexibility)
 ระบบที่ยืดหยุ่น คือ สามารถปรับตัวให้เข้ากับการ
เปลี่ยนแปลงที่จาเป็ นได้โดยไม่ยาก และยังคงทาหน้าที่
ได้อย่างดี เช่น มีการเพิ่มเติมข้อมูลที่ต้องการได้โดยไม่
ต้องใช ้เวลา บุคลากร และงบประมาณเพิ่มขึ้นมากนัก
 ตัวอย่างเช่นกรณีที่ต้องมีการเพิ่มโรคใหม่ หรือการ
ปรับนิยามผู้ป่วย เป็ นต้น
ตัวอย่ ง: คว มยืดหยุ่นของระบบเฝ
้ ระวัง
โรคไข้หวัดใหญ่ จังหวัดเชียงใหม่
 ระบบเฝ้ าระวังเดิมที่มีอยู่สามารถปรับให้รองรับโรคใหม่ได้โดย
ไม่ต้องใช ้ทรัพยากรและเวลาเพิ่มมากนัก
 ในช่วงการระบาดพยาบาลตึกผู้ป่วยนอกสามารถบริหาร
จัดการให้เกิดการโทรแจ้งงานระบาดฯได้ทันทีเมื่อแพทย์สงสัย
influenza A(H1N1) 2009
 ส่วนที่เป็ นปัญหาคือในช่วงต้นๆของระบบใหม่ เจ้าหน้าที่ที่
เกี่ยวข้องค่อนข้างสับสนกับวิธีการรายงาน
คว มมั่นคงของระบบเฝ
้ ระวัง
(Stability)
 หมายถึง ความสามารถในการดาเนินงานของระบบโดย
ไม่มีการสะดุด ล่ม ในสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนไป
 ปัจจัยที่อาจมีผลกระทบต่อความมั่นคงของระบบ:
นโยบายของผู้บริหาร งบประมาณ บุคลากรที่มีความรู้
และประสบการณ์ การปรับโครงสร ้างของระบบสุขภาพ
เป็ นต้น
ตัวอย่ ง: คว มมั่นคงของระบบเฝ
้ ระวังโรค
ไข้หวัดใหญ่ จังหวัดเชียงใหม่
 ผู้บริหารส่งเจ้าหน้าที่ไปอบรมเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มความรู้
เกี่ยวกับโรคใหม่
 บางโรงพยาบาลมีการจัดเตรียมงบประมาณเพื่อจ่ายเป็ น
ค่าตอบแทนในการทางานล่วงเวลา
 บางโรงพยาบาลมีการจัดประชุม/อบรมเกี่ยวกับระบบเฝ้ า
ระวังเพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง
ของระบบ
 ปัญหาที่พบคืองบประมาณไม่เพียงพอในการดาเนินการ
ควบคุมโรค โดยเฉพาะในระดับสสอ.และสอ.
 มีเจ้าหน้าที่ระบาดวิทยาไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในช่วงที่เกิด
การระบาด
สรุปขั้นตอนกษ รประเมินระบบเฝ
้ ระวัง
1. กาหนดเป้าหมายของการประเมินโดยผู้มีส่วนได้ส่วน
เสีย เข้าร่วม
2. ศึกษาภาพรวมของระบบที่จะประเมิน
3. เลือกประเด็นหรือคุณลักษณะของระบบที่ต้องการ
ประเมินและกาหนดวิธีการศึกษา
4. ดาเนินการประเมินโดยการรวบรวมข้อมูลและ
หลักฐานต่างๆ
5. วิเคราะห์แปลความ และสรุปผลการประเมิน
6. นาเสนอผลและให้ข้อเสนอแนะกับผู้เกี่ยวข้อง
หนังสือ/ เอกษส รแนะน
 US CDC. Updated Guidelines for
Evaluating Public Health Surveillance
Systems. 2001.
 US CDC. Framework for Program
Evaluation in Public Health. 1999.
 Steven M. Teutsch and R. Elliott
Churchill. Principles and Practice of
Public Health Surveillance , 3rd Ed.

Epidemiological Surveillance System Evaluation