3




ก   "ก         30241        ' ( )*ก+ , 1


                        ก
ก     ก        ก
! “ " #ก           #” $ %       ! &#
-
             $ '& ( )* +     , + & $ -!, )* . (/ )*     ( ก
  0 ก & ก          ก ( ก+ (         30241 6!* (/     * " . ก
ก                           , 7 !ก8 (9 * 1 ก , (/             * ก
     :     +   " " ก% - "                     " ก       ก         *
0 (/ $ ; 6!* 0& $ + !ก8           - &ก ก #                " < )* .#
+ -      *        (/ (=&& +          .#" " " > ก
0ก         ก &ก        ก         ก ( ก+ (           ก(     (=;#
. )* ก + &ก ?+                   $ '& ( ,&! (/ ก       .# ก
+     #' % &ก ?+               : $ +(. (/ ), > * $ ;ก $ +((@ "
& . )* ก ( ก+

        # (/      *         $ '& (A    ,& (/ # -      .# ก
+ !ก8          (/ (             &


                                                       ก
;
                                                                                                  .
-/         . - .............................................................................. 1
-/         . ก ..................................................................... 2
1"ก           - . ......................................................................... 3
      ก        ...................................................................................... 4
/          ก              ............................................................................5
3" /              ก                ................................................................... 6
ก      1                   ...........................................................................7
ก      2                    .......................................................................... 8
ก      3         "' ก              ....................................................................9
ก      4         8ก ..........................................................................10
ก      5         9           9           9 ก.................................................11
ก      6          " - :.....................................................................12
ก      7         /; ก ..................................................................13
ก      8          ; <<....................................................................14
ก      9         . "               ..................................................................15
ก     10                          ...................................................................16
ก     11                ...........................................................................17
ก     12         = >....................................................................18
ก     13          ;              ...................................................................19
ก     14                   ........................................................................ 20
ก     15            'กก' ..................................................................... 21
ก     16            8?............................................................................22
ก     17                        @. ..........................................................23
ก     18                  . ..................................................................24
ก     19         1ก ก ...................................................................25
ก     20         8 ก............................................................................26
กA:Bก              ก @ -?                           ก ....................................... 27
/          ."             <<<<<<<<<<...<<<<<<<...28
3" /              ."              <<<<<<<<<<<.<<<<<.29
กA:Bก              1"ก /                                   <<<<<<<<<<..29
  ก         ........................................................................................30
1



                       -/          . -
1..         $ '& ( ,( ก # ก                 *2     )* +      .
   ก ( ก+ (           30241       , 7 !ก8 (9       *1
2..          $ '& ( ,       $# ก         *                  ก          *
      .# +         )*
3. !ก8          $ '& ( ,", "ก        ก:! ก                , ), #
        ก&ก .# - .&ก
4. !ก8 ก&ก . ก . * " (/ 0.# $                       $      #)#)
  .# $ ( !ก8 ก ก
5. , & .# ก            $     $. ก .            $   '& (         (@ "
    " ก-, " กก              , ), # ก&ก     $:        $"
    ก           #
2



                  -/          .     ก
1. ก    A       , (/ ก        $ # .# ก        !ก8 " . ก !ก8
           ก " 6)* " " " + $ "                     # ก " $:
2. ก          $                ก           .     . ก $ 5 -10
3. .# ก                  " $:         ก " $ +           $- ก
4. )* $                '& " ก .#" & $ " * $ +(           :ก# ) 0
5. : $ " - ก " ก * A $ " + .# ก                               $
          . ก " +(
6. : $ " - ก + " ก * A $ " + .# ก                           ก
   +( ก                 ก , )* $       - .& " $ : .#
   # ก + :ก" ก ก'.#ก +(                    ก& ก & + $ " *:ก"
   : + - .&& <.#:               )* - $ 7
7. )* $            " ก &              กก         $         #
   " & $ " . A # " +( )* " &                       - .&    0
        ก # - "
         - .# ก ", .& !ก8                 + "        #)ก
   #) ' ก           )*
3



          1"ก       - .
1.   ก # - + +
2.   ก )* + ( * (/ + +
3.   ก ? "- +          +
4


                   ก
1.  # - +
2. ?+ (   * (/ +
3. ? "- +
5

                              ก
                                      C             D
1.                            ก 6              กก        ก ! ""ก        #ก$% & '(
         )       * &        +
        ก. ,-              !. '(           .        #(              . # #(ก
2.              !"   / '(
        ก. ""              !. !0           . 1" ""23       ก        . 24 5
3.     '( !" 3 &
        ก. 24 5            !. #0 (7         ./                   . !0
4.     '( !" &        ก# 3 #ก$%            # !"                ' 9(5
        ก. ก(*#            !. / /           . ! ก                . :ก
5.     '( !" 3 &          # , #ก          3
        ก.         "   ก !. , "            . !0                     . -'
6. .   -'       1. & 3 + ก                      +
        ก. -               -. -            . #)                     .


 .# ก     ก )* + (        * (/ +      . " ) ก- ก – "               $ : - 7-10
    ก. :ก                   !. ก         . 1" ""2" ,                  . ! ก

7.                 8.                     9.                        10.
6
                          เฉลยแบบทดสอบกอนเรียน
                              เรื่อง “ ไมพุม ”

                                 ขอที่ เฉลย
                                   1      ข
                                   2      ง
                                   3      ข
                                   4      ง
                                   5      ก
                                   6      ก
                                   7      ง
                                   8      ค
                                   9      ข
                                  10      ก




                            เกณฑการประเมิน
                      ประเมินจากการตอบคําถาม 10 ขอ
                               9 – 10      =      ดีมาก
                               7–8         =      ดี
                               5–6         =      พอใช
                          ต่ํากวา 5       =      ควรปรับปรุง




        ผลการประเมินเปนอยางไรบางคะ ถาคะแนนต่ํากวา 5
ก็อยาพึ่งทอนะคะ เพราะนักเรียนยังไมเคยเรียนเรื่องไมพุม มากอน
ดังนั้นนักเรียนตองศึกษาไมพุม กรอบที่ 1 - 20 แลวทํา
แบบทดสอบหลังเรียนคะแนนตองเพิ่มขึ้นแนนอนคะ
        สําหรับนักเรียนที่ไดคะแนน 5ขึ้นไป ก็อยาพึ่งหยุดนะคะ
แสดงวานักเรียนมีพื้นฐานเรื่องไมพุมมาบาง คนเกงตองศึกษาไมพุม
กรอบที่ 1 - 20 ตอไปจะไดเกงมากขึ้นแลวทําแบบทดสอบหลังเรียน
คะแนนตองเพิ่มขึ้นอีกแนนอนคะ
         ถาพรอมกันแลวศึกษาไมประดับเรื่องไมพุมพรอม ๆ กันเลย
นะคะ โชคดีคะ



                                                    หนาตอไป
7
                                                           กรอบที่ 1
                        ไมพุม
      หมายถึง ไมที่มีกิ่งกานสาขาแตกแขนงออกไปทําใหมีรูปทรงเปนพุมกลม
สามารถทําการตัดแตงใหเปนรูปทรงตาง ๆ ได มีความสูงต่ํากวา 6 เมตร
ไมพุมมีหลายชนิดที่นาศึกษาดังนี้




     นีออน          ลิ้นกระบือ         โกสน              นาก            เล็บครุฑ




  แขงไกดาง        เข็มแดง         หูปลาชอน        เทียนทอง            ชบา




ซองออฟจาไมกา       เข็มสามสี         รําเพย           มิกกี้เมา         ยี่โถ



ดูเฉลยหนา 8




                  ประทัดไตหวัน       เทียนหยด         ผกากรอง               ก
   คําถาม ไมประดับที่มีความสูง ต่ํากวา 6 เมตรแตกกิ่งแขนง และสามารถตัดแตงรูปทรง
   ตาง ๆ ไดคือไมประเภทใด ก. ไมลมลุก ข. ไมคลุมดิน ค.ไมพุม ง.ไมยืนตน

                                                                      หนาตอไป
8
                                                                 กรอบที่ 2


       นีออน          Leucophyllum frutescens (Berl.) I.M. Johnst.




             รูปรางลักษณะทั่วไปของตนไมที่มองเห็น
O ชนิดพืช เปนไมพุม สูง 1 - 2 เมตร
O ลักษณะนิสัย เปนไมโตเร็ว ขึ้นไดในดินทั่วไป ความชื้นปานกลาง แสงแดดเต็มวัน
O ลักษณะทั่วไปเปนไมพุมขนาดเล็ก ลําตนแตกกิ่งกานจํานวนมาก กิ่งชูตั้งขึ้น ทรงพุม
   แนนทึบ
O ใบ เปนใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับ ใบรูปไขกลับถึงรูปรี ปลายใบมน โคนใบสอบ
  ขอบใบเรียบ ผิวใบดานบนสีเขียวอมเทา มีขนยาวนุมปกคลุม มักบิดหอขึ้นเล็กนอย
O ดอก มีสีมวงสดถึงชมพูอมมวง ออกดอกตลอดป
                                                                      ดูเฉลยหนา 9



     คําถามกรอบที่ 2 นีออนมีใบและดอกสีอะไร


       เฉลยกรอบที่ 1 ไมประดับที่มความสูง ต่ํากวา 6 เมตร แตกกิ่งแขนงสามารถ
                                     ี
     ตัดแตงรูปทรงได คําตอบคือ ค.ไมพุม
                                                                        หนาตอไป
9
                                                             กรอบที่ 3

 ลิ้นกระบือ Excoecaria cochinchinensis Lour.var. cochinchinensis




             รูปรางลักษณะทั่วไปของตนไมที่มองเห็น
O ชนิดพืช เปนไมพุมขนาดเล็ก สูง 0.5 -1.5 เมตร
O ลักษณะนิสัย เจริญเติบโตเร็ว ขึ้นไดในดินทั่วไป ความชื้นปานกลาง-สูง
  แสงแดดเต็มวัน-รําไร
O ลักษณะทั่วไป: ลําตนสีเขียวอมมวงแดง แตกกิ่งกานเปนพุมแนนทึบ
O ใบ เปนใบเดี่ยวเรียงตรงขาม ใบยาวรี ปลายแหลม ริมใบจักละเอียด จุดเดนของไมตน
  อยูที่แผนใบบนสีเขียวเปนมัน แตใตใบสีแดงเลือดหมู เวลาลมพัดพุมใบจะพลิกกลับ
  เห็นใตใบระยิบระยับสีแดงสลับเขียวสวยงาม นิยมนําใบไปรอยมาลัย และจัดพานพุม
O ดอก มีขนาดเล็ก สีเหลืองอมเขียว ออกเปนชอแบบชอกระจุกตามซอกใบที่ปลายกิ่ง
O ผลแหงแตก คอนขางกลม มีขนาดเล็ก มี 3 พู
◊ ขยายพันธุดวยเมล็ด และตอนกิ่ง

                                                              ดูเฉลยหนา 10




             คําถาม จุดเดนของตนลิ้นกระบือคืออะไร




เฉลยกรอบที่ 2 นีออนมีใบ สีเขียวอมเทา ดอกสีมวงสด หรือชมพูอมมวง


                                                                       หนาตอไป
10

                                                                 กรอบที่ 4
        โกสน          Codiaeum variegatum Blume




รูปรางลักษณะทั่วไปของตนไมที่มองเห็น
O ชนิดพืช เปนไมพุม สูง 2-3 เมตร
O ลักษณะนิสัย เจริญเติบโตปานกลาง ขึ้นไดดีดินรวน
  ระบายน้ําไดดี ความชื้นปานกลางแสงแดดเต็มวัน
O ลักษณะทั่วไป เปนไมพุมขนาดเล็กถึงขนาดกลาง
  ทรงพุมรูปไขแนนทึบ
O ดอกมีขนาดเล็กสีขาว
O ใบ เปนไมที่มีใบสวยงามเปนใบเดี่ยวมีหลายแบบ รูปไข
   กลม แคบยาว บิดเปนเกลียว ปลายใบแหลมหรือมน
   มีติ่ง โคนสอบขอบเรียบ ลักษณะ และขนาดของใบแปร
   ไปตามพันธุ แผนใบมีสีตางๆ เชนขาว,เหลือง,สม,ชมพู
   แดง,มวงดํา
◊ ขยายพันธุดวยการปกชํา และตอนกิ่ง


                                                             ดูเฉลยหนา 11
               คําถาม เสนหของตนโกสนคืออะไร


   เฉลยกรอบที่ 3 จุดเดนของตนลิ้นกระบือคือ ใบสวย
                    ( แผนใบบนสีเขียวเปนมัน แตใตใบสีแดงเลือดหมู)

                                                                      หนาตอไป
11
                                                          กรอบที่ 5

ใบเงิน ใบทอง ใบนาก                    Graptophyllum pictum (L.) Griff.




รูปรางลักษณะทั่วไปของตนไมที่มองเห็น
O ชนิดพืช เปนไมพุม ความสูง 1-2 เมตร
O ลักษณะนิสัย เจริญเติบโตเร็ว ขึ้นไดดีในดินทุกชนิด
  ความชื้นปานกลาง แสงแดดเต็มวัน-ครึ่งวัน
O ลักษณะทั่วไป เปนไมพุมขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ทรง
   พุมรูปแจกัน ลําตนมีขนาดเล็กสีน้ําตาลออน
O ดอกมีขนาดเล็กสีแดง ออกดอกตลอดป
O ใบ มีสีเขียวดางขาว จะมีสีเหลืองตรงกลางใบ และมีใบ
  สีเหลืองดางขาว,มีใบสีเขียวดางชมพู
O ขยายพันธุดวยการปกชํา
O เปนไมมงคลนิยมปลูกตามบานเชื่อวาจะทําใหมีเงินมีทอง
  และยังนําใบมาใชประกอบพิธี อันเปนมงคลดวย


                                                             ดูเฉลยหนา 12
   คําถาม ใบเงิน ใบทอง ใบนาก ขยายพันธุโดยวิธีใด


     เฉลยกรอบที่ 4 เสนหของตนโกสนคือ
                      ใบสวยงามมีหลายสีหลายแบบผันแปรไปตามพันธุ

                                                                 หนาตอไป
12
                                                            กรอบที่ 6

             เล็บครุฑ          Polyscias spp.




         รูปรางลักษณะทั่วไปของตนไมที่มองเห็น
O ชนิดพืชเปนไมพุม สูง 0.5 -1 เมตร
O ลักษณะนิสัย เจริญเติบโตเร็ว ชอบดินระบายน้ําดี ความชื้นปานกลาง
   แสงแดดเต็มวัน - รมรําไร
O ลักษณะทั่วไป เปนไมพุมขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ทรงพุมรูปทรงกลม
  ลําตนมีสีน้ําตาลออนมีจุดเขมทั่วไป
O ดอกมีขนาดเล็กสีขาวออกดอกตลอดป
O ใบ เปนใบประกอบมีสีดางลายสีเขียวออนถึงแก ลักษณะใบมีทั้งรูปกลม
   รูปรี รูปไขหอ ใบเรียว ริมจักขลิบขาว ใบฝอย และรอบแผนใบยังมีหนามเล็กๆ
  จึงเปนที่มาของคําวาเล็บครุฑ
O ขยายพันธุดวยการปกชํา และตอนกิ่ง
                                                                  ดูเฉลย
                                                                  หนา 13
   คําถาม เล็บครุฑที่มาของชื่อคือสวนใดของตนเล็บครุฑ


   เฉลยกรอบที่ 5 ใบเงิน ใบทอง ใบนาก ขยายพันธุโดยวิธี ปกชํา


                                                                 หนาตอไป
13
                                                                  กรอบที่ 7

                       แขงไกดาง         Justicia fragilis Wall.




                   รูปรางลักษณะทั่วไปของตนไมที่มองเห็น
    O ชนิดพืชเปนไมพุม สูง 30 - 60 เซนติเมตร
    O ลักษณะนิสัย เจริญเติบโตเร็ว ชอบดินรวนระบายน้ําดี ความชื้นปานกลาง - ต่ํา แสงแดด
      เต็มวัน-รมรําไร
    O ลักษณะทั่วไป เปนไมพุมขนาดเล็กมีกิ่งกานเปนพุมแนนแนน ลําตนกิ่งกานและเสนใบ
      เปนดํา มีขนาดเล็กเปราะหักงาย
    O ดอก สีขาวประมวง ออกเปนชอแบบชอกระจุกที่ปลายยอด ดอกมีขนาดเล็ก รูปแตร
    O ใบ มีลักษณะรูปรีปลายแหลม ยาว 4 - 6 นิ้ว พื้นใบสีเขียวปนเทาเงินมีดางขาว หรือขาว
       อมเหลือง
    Oขยายพันธุดวยการปกชํา


                                                                     ดูเฉลยหนา 14


           คําถาม ตนแขงไกดางมีสีอะไร




เฉลยกรอบที่ 6 ตนเล็บครุฑที่มาของชื่อคือ สวนที่เปนใบ ตรงรอบ ๆ ใบจะมีหนามเล็ก ๆ



                                                                       หนาตอไป
14
                                                                กรอบที่ 8
                    เข็ม    Ixora spp.




               เข็มเศรษฐี                                     เข็มแดง




             เข็มพิษณุโลก                                     -' # )

  รูปรางลักษณะทั่วไปของตนไมที่มองเห็น
  O ชนิดพืชเปนไมพุม สูง 0.3 -2 เมตร
  O ลักษณะนิสัย เจริญเติบโตชา ขึ้นไดดีในดินรวนระบายน้ําดี ความชื้นปานกลาง - ต่ํา
     แสงแดดเต็มวัน
  O ลักษณะทั่วไป เปนไมพุมมีหลายลักษณะ ทรงตังตรง ทรงกลม ทรงแจกัน
                                                  ้
    ลําตนมีสีเขียวเขม (เข็มแดงทรงพุมจะแนนทึบใบจะเล็กกวาพันธุอื่น เหมาะสําหรับ
    ปลูกเปนกลุมหรือเปนแถวทํารั้ว)
  O ดอก มีขนาดเล็กสีแดงอมสม,สีเหลือง,สีชมพู,สีขาว ออกดอกตลอดป
  O ใบเปนใบเดี่ยว แผนใบสีเขียวเปนมัน                                 ดูเฉลยหนา 15
  O ขยายพันธุดวยการปกชํา และตอนกิ่ง


คําถาม เข็มพันธุใด ใบเล็กพุมแนนนิยมเปนกลุมหรือเปนแถวทําเปนรั้ว


   เฉลยกรอบที่ 7 ตนแขงไกดาง มีสีดํา                                 หนาตอไป
15
                                                          กรอบที่ 9

 หูปลาชอน             Acalypha wilkesiana Mull. Arg.




รูปรางลักษณะทั่วไปของตนไมทมองเห็น
                             ี่
O ชนิดพืชเปนไมพุม สูง 1 - 2 เมตร
O ลักษณะนิสัย เจริญเติบโตเร็ว ขึ้นไดดีในดินทั่วไป
  ระบายน้ําดี ความชื้นปานกลาง - สูง
  แสงแดดเต็มวัน - ปานกลาง
O ลักษณะทั่วไป เปนไมพุมขนาดเล็ก ลําตนสีน้ําตาล
   ตั้งตรงมีขนนุม
O ดอก เปนชอมีขนาดเล็กมีสีชมพู
O ใบ เปนใบเดี่ยวเรียงสลับมีรูปรางหลายแบบ
  รูปกลม รูปไข รูปรี หรือรูปหัวใจ ขอบใบจัก แผนใบ
  มีหลายสีแลวแตพันธุ เขน สีเหลืองออน,น้ําตาล
  แดง หรือมีจุดประสีตาง ๆ ใบเมื่อโดนแดดจะมีสีเขม
  ขึ้น
O ขยายพันธุดวยการปกชํา และตอนกิ่ง


                                                                     ดูเฉลยหนา 16


     คําถาม หูปลาชอนที่มีใบสีแดงเมื่อโดนแดดจัดใบจะเปนสีอะไร
     ก. สีแดงเขม  ข.สีเหลือง     ค.สีสม   ง.สีเขียว



 เฉลยกรอบที่ 8 พันธุเข็มใบเล็กพุมแนนนิยมเปนกลุมหรือเปนแถวทํา
เปนรั้ว คือ เข็มแดง



                                                                หนาตอไป
16
                                                         กรอบที่ 10

 เทียนทอง                Duranta erecta L.




             รูปรางลักษณะทั่วไปของตนไมทมองเห็น
                                          ี่
O ชนิดพืชเปนไมพุม สูง 2 - 3 เมตร
O ลักษณะนิสัย เจริญเติบโตเร็ว ขึ้นไดดีในดินทั่วไป ความชื้นปานกลาง - สูง
  แสงแดดเต็มวัน
O ลักษณะทั่วไป เปนไมที่มีรูปทรงแผกวาง ลําตนสีน้ําตาลออน
O ดอกมีขนาดเล็กสีมวง ออกดอกหมุนเวียนตลอดป
O ใบเปนใบเดี่ยว มีสีเหลืองทอง
O ขยายพันธุดวยการปกชํา และตอนกิ่ง                           ดูเฉลยหนา 17



            คําถาม ตนเทียนทองมีใบ และดอกสีอะไร

 เฉลยกรอบที่ 9 หูปลาชอนที่มีใบสีแดงเมื่อโดนแดดจัดใบจะเปนสีอะไร
                    ขอ ก. สีแดงเขม
                                                                   หนาตอไป
17
                                                       กรอบที่ 11

                ชบา         Hibiscus spp.




               J




                #                                       3
          รูปรางลักษณะทั่วไปของตนไมทมองเห็น
                                       ี่
O ชนิดพืชเปนไมพุม สูง 1-3 เมตร
O ลักษณะนิสัย เจริญเติบโตเร็ว ขึ้นไดดีในดินทั่วไป ความชื้นปานกลาง
  แสงแดดเต็มวัน
O ลักษณะทั่วไป ไมพุมขนาดเล็ก ลําตนตั้งตรง แตกกิ่งกานเปนพุมแนน
  เปลือกสีเทาปนน้ําตาล
O ดอกมีหลายสีขึ้นอยูกับพันธุ เชนสีขาว,มวง,เหลือง,สม และชมพู
  ออกเปนดอกเดี่ยวที่ปลายกิ่ง มีทั้งดอกชั้นเดียวและดอกซอน โคนกลีบ
  ดอกจะซอนเกยกันเปนหลอดปลายแยก 5 กลีบ ยกเวนชบาหนู
O ใบ เปนใบเดี่ยวโคนใบมนขอบใบจักฟนเลื่อย แผนใบบาง มีสีเขียว
   ยกเวนชบาสามสีใบจะมี 3สีไดแก ชมพู เขียว และขาว
O ขยายพันธุดวยการปกชํา และการตอนกิ่ง

คําถาม ดอกชบาพันธุใดกลีบดอกจะเกยซอนกันไมบานออกเปน 5 กลีบ


    เฉลยกรอบที่ 10 ตนเทียนทองมีใบเหลืองทอง                  ดูเฉลยหนา 18
                       และมีดอกสีมวง
                                                            หนาตอไป
18
                                                          กรอบที่ 12

         ซองออฟ           Dracaena reflexa (Decne.) Lam.




                                                ซองออฟจาไมกา




              ซองออฟอินเดีย

                รูปรางลักษณะทั่วไปของตนไมทมองเห็น
                                             ี่
 O ชนิดพืชเปนไมพุม สูง 3 เมตร
 O ลักษณะนิสัย เจริญเติบโตปานกลาง ขึ้นไดดีในดินรวนระบายน้ําไดดี ความชื้น
   ปานกลาง - ต่ํา แสงแดดเต็มวัน - ครึ่งวัน
 O ลักษณะทั่วไป ไมพมขนาดกลาง ลําตนกลม ทรงพุมทึบบริเวณยอด แตกหนอจาก
                       ุ
   โคนตน เปลือกสีน้ําตาลอมเทา
 O ดอกมีสีขาวนวล
 O ใบ เปนใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับถี่ๆที่ปลายกิ่งปลายใบแหลม กลางใบสีเขียวออนขอบใบ
    สีเขียวเขมคือซองออฟจาไมกา และกลางใบสีเขียวออนขอบใบสีเหลืองคือซองออฟ
    อินเดีย
 O ขยายพันธุดวยการปกชํา และการตอนกิ่ง


                    คําถาม จากภาพคือซองออฟพันธุใด                 ดูเฉลยหนา 19



เฉลยกรอบที่ 11 ดอกชบาทีกลีบดอกเกยซอนกันไมบานออกเปนออก 5 กลีบ
                       ่
                  คือ ชบาหนู
                                                                     หนาตอไป
19
                                                      กรอบที่ 13

เข็มสามสี       Dracaena cincta Bak. 'Tricolor'




              รูปรางลักษณะทั่วไปของตนไมทมองเห็น
                                           ี่
O ชนิดพืชเปนไมพุม สูง 2 เมตร
O ลักษณะนิสัย เจริญเติบโตปานกลาง ขึ้นไดดีในดินรวนหรือดินปนทราย ความชื้น
  ปานกลาง แสงแดดเต็มวัน
O ลักษณะทั่วไป ไมพุมขนาดเล็กแตกกอ ลําตนตั้งตรงมีขนาดเล็ก ลําตนแกจะมีสี
  น้ําตาลออน ชวงใบถี่
O ดอกมีสีขาวอมเขียว มีกลิ่นหอมตอนกลางคืน ออกเปนชอแบบชอแยกแขนง
O ใบเปนใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับ แตกใบถีตรงสวนยอดของลําตน ใบแหลม แผนใบ
                                         ่
  มีสามสีเปนแถบไปตามความยาวของใบ โดยสีแดงจะอยูขอบนอก สีเหลืองออน
  จะอยูถัดเขามา และสีเขียวจะอยูขางในตรงกลางใบ
O ขยายพันธุดวยการปกชํา และการตอนกิ่ง



             คําถาม ใบตนเข็มสามสีมีสีอะไรบาง
                                                           ดูเฉลยหนา 20

      เฉลยกรอบที่ 12

                         ในภาพคือ ตนซองออฟจาไมกา




                                                                    หนาตอไป
20
                                                    กรอบที่ 14

   รําเพย        Thevetia peruviana (Pers.) K. Schum.




    รูปรางลักษณะทั่วไปของตนไมที่
               มองเห็น
O ชนิดพืชเปนไมพุม สูง 5 เมตร
O ลักษณะนิสัย เจริญเติบโตปานกลาง ขึ้นไดดี
  ในดินทราย และดินทั่วไป ความชื้นต่ํา
  แสงแดดเต็มวัน
O ลักษณะทั่วไป เปนไมพุมขนาดใหญไมผลัดใบ
   เรือนยอดทรงกลม ลําตนมีสีน้ําตาลออน
   ทุกสวนของตนมีน้ํายางสีขาวเปนพิษ
O ดอกมีสีเหลือง,สม และขาว มีกลิ่นหอมออนๆ
   ออกเปนชอโคนกลีบดอกเชือมติดกันเปนรูป
                                ่
   กรวย 5กลีบ ดอกบานตลอดป
O ใบ เปนใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับถี่รอบกิ่ง ใบรูป
   ใบหอกเรียวแคบ
O ผล มีเปนสี่เหลี่ยมคอนขางกลม มีสันนูนเปน
  แนวสีเขียวเมื่อแกสีดํามีเมล็ดเดียว เปนพิษทั้ง
  ผล                                                     ดูเฉลยหนา 21
O ขยายพันธุดวยการเพาะเมล็ด และการตอนกิ่ง



        คําถาม ตนรําเพยไมควรปลูกใกลสนามเด็กเลนเพราะเหตุใด


  เฉลยกรอบที่ 13 ใบตนเข็มสามสีมีสีแดง สีเหลืองออน และสีเขียว


                                                                 หนาตอไป
21
                                                        กรอบที่ 15

                  มิกกี้เมาส       Ochna kirkii Oliv.




               รูปรางลักษณะทั่วไปของตนไมที่มองเห็น
O ชนิดพืชเปนไมพุม สูง 1.5 - 3 เมตร
O ลักษณะนิสัย เจริญเติบโตชา ขึ้นไดดีในดินดินรวนระบายน้ําไดดี ความชื้นปาน
  กลาง แสงแดดปานกลาง - รําไร
O ลักษณะทั่วไป เปนไมพุมขนาดเล็ก แตกกิ่งกานจํานวนมากเปนพุมทึบ ลําตนสี
   น้ําตาลออน
O ดอกมีสีเหลืองเปนชอสันๆตามปลายกิ่ง ดอกจะเติบโตเปนสองชวง ในชวงที่
                          ้
   ดอกบานระยะแรกจะมีกลีบบางสีเหลืองสด 5 กลีบ หลังจากดอกเหลืองโรยไป
   แลวกลีบรองดอกจะกลายเปนสีแดงสด ในดอกมีเมล็ด 3 - 4 เมล็ด พอแก
   กลายเปนสีดํา มองรวมแลวเหมือนหนาหนูมิกกี้เมาสการตูนของวอลทดิสนีย
O ใบ เปนใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับถี่รอบกิ่ง ใบรูปใบหอกเรียวแคบ
O ผลสดมีเนื้อนุม สีเขียวเมื่อสุกสีดํา เมล็ดเดียว
O ขยายพันธุดวยการเพาะเมล็ด ขึ้นงายแตโตชา

                                                    ดูเฉลยหนา 22

   คําถาม กลีบดอกของตนมิ้กกี้เมาสมีสีอะไร


   เฉลยกรอบที่ 14 ตนรําเพยไมควรปลูกที่สนามเด็กเลน เพราะ....
                       ยางที่ลําตนและผลเปนพิษจะเปนอันตรายกับเด็ก

                                                                    หนาตอไป
22
                                                                กรอบที่ 16

                  ยี่โถ     Nerium oleander L.




                   รูปรางลักษณะทั่วไปของตนไมทมองเห็น
                                                ี่
O ชนิดพืชเปนไมพุม สูง 2 - 5 เมตร
O ลักษณะนิสัย เจริญเติบโตชา ขึ้นไดดีในดินทั่วไประบายน้ําดี ความชื้นสูง แสงแดดเต็มวัน
O ลักษณะทั่วไป ไมพุมขนาดกลาง ลําตนตั้งตรง แตกกิ่งกานจํานวนมากที่โคนตน ทุกสวน
  ของตนมียางใสเปนพิษ กิ่งออนสีเขียว เปลือกสีนาตาลเขม
                                                 ้ํ
O ดอกออกเปนชอแนนตามปลายกิ่ง ชอหนึ่งมีประมาณ 20 - 30 ดอก มีทั้งชนิดดอกลา และ
  ดอกซอน ดอกลาจะมีหลายสี เชน สีชมพู,ขาว,แดง,เหลือง สวนพันธุดอกซอนมีสีชมพูเขม
  กลิ่นหอมออนๆ และดอกมีขนาดใหญกวาพันธุดอกลา
O ใบ เปนใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับรอบกิ่งมีขนาดเล็กแคบยาว ปลายแหลม เนื้อใบเรียบหนาแข็ง
O ผลแหงเปนฝก เมล็ดแบนรูปรีมีขนละเอียดคลุม
O ขยายพันธุดวยการเพาะเมล็ดจากฝก ตอนกิ่ง หรือปกชํา
                                                          ดูเฉลยหนา 23

      คําถาม ยี่โถดอกซอนมีดอกสีเดียวคือสีอะไร


   เฉลยกรอบที่ 15 กลีบดอกของตนมิ้กกี้เมาสมีสีเหลือง


                                                                          หนาตอไป
23
                                                        กรอบที่ 17

        ประทัดไตหวัน            Hamelia patens Jacq.




               รูปรางลักษณะทั่วไปของตนไมทมองเห็น
                                            ี่

O ชนิดพืชเปนไมพุม สูง 3 - 4 เมตร
O ลักษณะนิสัย เจริญเติบโตเร็ว ขึ้นไดดีในดินทั่วไป ความชื้นปานกลาง แสงแดดจัด
O ลักษณะทั่วไป ไมพุมขนาดกลาง ลําตนแตกกิ่งกานเปนพุมกลม กิ่งกานออนมีขน
O ดอก ออกตรงสวนยอดของกระจุกใบ มีลักษณะเปนหลอดสีแดงอมสมออกตลอดป
O ใบ เปนใบเดี่ยวรูปมนรีปลายแหลม ออกตามขอตนโดยออกเปนกระจุก กระจุกละ
  3ใบดานบนมีสีเขียวอมเหลืองเปนมัน
O ขยายพันธุดวยการตอนกิ่ง หรือ ปกชํา

                                                            ดูเฉลยหนา 24


คําถาม ใบของตนประทัดจีนออกตามขอเปนกระจุก ๆ ละกี่ใบ



เฉลยกรอบที่ 16 ยี่โถดอกซอนมีดอกสีเดียวคือสีชมพูเขม


                                                               หนาตอไป
24
                                                        กรอบที่ 18

             เทียนหยด          Duranta erecta L.




รูปรางลักษณะทั่วไปของตนไมทมองเห็น
                             ี่
O ชนิดพืชเปนไมพุม สูง 2 - 3 เมตร
O ลักษณะนิสัย เจริญเติบโตเร็ว ขึ้นไดดีในดินทั่วไป
  ความชื้นปานกลาง - ต่ํา แสงแดดเต็มวัน
O ลักษณะทั่วไป ไมพุมขนาดกลาง ลําตนแตกกิ่งกาน
  จํานวนมาก พุมแนนทึบเปลือกสีน้ําตาล
O ดอก มีขนาดเล็กออกเปนชอหอยลงดิน มีพันธุดอกสีมวง
   และดอกสีขาว ชอละประมาณ 20 - 50 ดอก ดอกออก
   ตลอดป
O ใบ เปนใบเดี่ยวรูปไขกลับ ปลายแหลม โคนใบสอบ
   ขอบใบจัก กานใบสั้น
O ผลเปนลูกกลมเล็กๆ ขนาดเมล็ดขาวโพด มีสีเขียว เมื่อ
   แกจะเปนสีเหลืองสวยงามกวาดอก เพราะผลของเทียน
   หยดจะเปนพวงเหลืองอรามหอยเปนสายลงมาทั้งตน
O ขยายพันธุดวยเพาะเมล็ด การตอนกิ่ง หรือ ปกชํากิ่ง
                                                           ดูเฉลยหนา 25



     คําถาม ผลของเทียนหยดมีลักษณะเปนพวงเมื่อแกจะเปลี่ยนจากเขียวเปนสีอะไร


     เฉลยกรอบที่ 17ใบของตนประทัดจีนออกตามขอเปนกระจุกๆละกี่ใบ     39
                                                                     หนาตอไป
25
                                                           กรอบที่ 19

                ผกากรอง            Lantana camara Linn.




รูปรางลักษณะทั่วไปของตนไมที่
มองเห็น
O ชนิดพืชเปน ไมพุมเตี้ยถึงสูง มีทั้งชนิดเลือย
                                              ้
   คลุมดินและชนิดพุมสูง 2 เมตร
O ลักษณะนิสัย เจริญเติบโตเร็ว ขึ้นไดดีในดิน
   รวน ความชื้นปานกลาง แสงแดดเต็มวัน
O ลักษณะทั่วไป ลําตนเปนพุมหรือไมพุมกึ่ง
  เลื้อย แตกกิ่งทอดเลือยไดไกล 1-2 เมตรลํา
                           ้
  ตนเปนสี่เหลี่ยมจัดวาเปนไมดอกที่มีสีสัน
  สวยงามหลากหลาย แตเวลามีอะไรไปกระทบ
  ตนจะมีกลิ่นเหม็นเขียว อาจเปนสาเหตุหนึ่งที่
  ทําใหไมคอยมีศัตรูพช ื
O ดอก มีดอกยอยเล็ก ๆ ออกรวมเปนกระจุกรวม
  ดอกวงนอกจะบานกอนวงใน มีหลายสี เชน
  เหลืองแก,เหลืองออน,แดง,ชมพู,สม,แสด,มวง
  ขาว ออกดอกตลอดป
O ใบ เปนใบเดี่ยวรูปไขริมใบจักทั้งตน และใบมี
  ขนคายมือ
O ผล เปนผลสดมีเนื้อทรงกลมสีเขียว เมื่อแกสี
   มวงดํา มีเมล็ดจํานวนมาก
                                                   ดูเฉลยหนา 26
O ขยายพันธุดวยเพาะเมล็ด การตอนกิ่ง หรือ ปก
  ชํากิ่ง

 คําถาม ขอใดไมใชสีของดอกผกากรอง ก.เหลือง ข.แดง ค.ชมพู ง. เขียว


เฉลยกรอบที่ 18 ผลของเทียนหยดมีลกษณะเปนพวงเมื่อแกจะเปลี่ยนจาก
                               ั
                  เขียวเปนสีเหลือง
                                                                   หนาตอไป
26
                                                            กรอบที่ 20

                       โมก      Wrightia religiosa Benth. ex Kurz




รูปรางลักษณะทั่วไปของตนไมที่มองเห็น
O ชนิดพืชเปน ไมพุม สูง 2 - 5 เมตร
O ลักษณะนิสัย เจริญเติบโตปานกลาง ขึ้นไดดีในดินรวน
  ระบายน้าดี ความชืนปานกลาง แสงแดดเต็มวัน-รําไร
           ํ          ้
O ลักษณะทั่วไป เปนไมพมขนาดกลางไมผลัดใบ
                          ุ
   เปลือกสีน้ําตาล ทุกสวนของตนมีน้ํายางสีขาว
O ดอก มีสีขาวกลิ่นหอมเย็น ออกเปนชอแบบชอกระจุก
  หอยลงบริเวณซอกใบที่ปลายกิ่งชอละ 2 - 8ดอก          O ผล ผลแหง เปนฝกคูปลาย
   กลีบเลี้ยงสีเขียวออนมีทั้งดอกชั้นเดียว (โมกลา)      โคงเขาหากัน เมื่อแกแตก
  และชนิดทีมีกลีบดอกเรียงซอนกัน (โมกซอน)
             ่                                          เปน 2 ซีก เมล็ดจํานวนมาก
  กลีบดอกรูปไข โคนกลีบดอกเชื่อมกันเล็กนอยปลาย         มีขนสีขาวเปนกระจุกที่ปลาย
  แยกเปน 5 -16 ดอก                                     ชนิดดอกลาจะติดฝกไดดีกวา
O ใบ เปนใบเดี่ยวเรียงตรงขามรูปรี หรือรูปใบหอก         ชนิดดอกซอน               10
   ปลายใบแหลม โคนใบแหลม หรือมน ขอบใบเรียบ             O ขยายพันธุดวยเพาะเมล็ด และ
   ผิวใบดานบนสีเขียวอมเหลืองถึงเขียวออน ใบดางขาว      การตอนกิ่ง
                                                                   ดูเฉลยหนา 27



 คําถาม โมกเปนไมดอกหอมออกดอกเปนชอหอยลง กลีบเลี้ยงสีเขียว กลีบดอกสีอะไร


   เฉลยกรอบที่ 19 ขอใดไมใชสีของดอกผกากรอง ขอ ง. สีเขียว          หนาตอไป
27
                                                              กรอบที่ 21

     เฉลยกรอบที่ 20 โมกเปนไมดอกหอมออกดอกเปนชอหอยลง กลีบ
     เลี้ยงสีเขียว กลีบดอกสีอะไร กลีบดอกสีขาว




               รูจักไมพุมในโรงเรียนของเราแลวนะคะ
                      และไดลองตอบคําถามงายๆไปบางแลว
                   กอนที่เราจะศึกษาพรรณไมอื่น ๆ อีก
               ลองประเมินผลคําถามทายกรอบเรื่องไมพุม
                กันกอนนะคะ

        เกณฑการประเมินตอบคําถาม 20 กรอบ 20 ขอ
                 ระดับคะแนนคุณภาพ
                   16 - 20       ดีมาก
                   11 - 15       ดี
                      5 - 10     พอใช
                  ต่ํากวา 5     ควรปรับปรุง

                          นักเรียนตอบคําถามผิดในกรอบไหน
                   ก็กลับไปทบทวนในกรอบนั้นนะคะ




นักเรียนศึกษาบทเรียนสําเร็จรูปเรื่องไมพุมเสร็จเรียบรอยแลว ขอใหนักเรียนทุก
คนนําความรูไปใชประโยชนในการแบงประเภทไมประดับตอไป อยาลืมทํา
แบบทดสอบหลังเรียนนะคะ




                                                                 หนาตอไป
28


                                                          C               D
1. '(      !" 3       &              # , #ก                   3
        ก. -'                      !. , "                     . !0                    .               "      ก
2. '( !" 3                &
        ก. /                        !. !0                     . #0 (7                 . 24 5
3.                                 ก 6               กก         ก ! ""ก                 )            * &
      +
        ก. ,-                   !. '(                     .          #(           . # #(ก
4. . -'        1. &           3 + ก                                       +
        ก. -                    -. -                      . #)                    .
5.            !"              / '(
        ก. ""                   !. 24 5                   . 1" ""23           ก       . !0
6. '( !" &                     ก# 3 #ก$%                     # !"                        ' 9(5
        ก. ก(*#                 !. / /                     . :ก                        . ! ก

      .# ก      ก )* + (                    * (/ +            . " ) ก- ก – "                   $ : - 7-10

         ก. ! ก                     !. ก                  . 1" ""2"           ,       .:ก

 7.                           8.                                9.                             10.




                                                                                                 หนาตอไป
29

          3"
/              ."
    ;          3"
      1
      2        -
                           นักเรียนเกงกันทุกคนเลยคะ
      3        ;           เราไปชมสวนสวยๆของโรงเรียน
      4        ก           เรากันเถอะ...ใครตอบชือไมพุม
                                                  ่
                           ที่ครูถามไดถูกตอง รับรางวัล
      5        ;           ไปเลย
      6        -
      7
      8        ก
      9        -
     10        ;


    กA:Bก
     กก      @ -?   10 ;
 9 – 10     =   ก
 7– 8       =
 5– 6       = 9
@ก 5        = -
30


                                   ก
 ?ก       ก & $ ก 7 ) . (2538).                  ก    7 ก8 ก
          A     ?L" : . ก    M:                      ?L" : .

 ?        ? 7ก $ ก                      . (2540).         ก + (    .
           (   +          * 1. ก       M:               , ",           *.

 ?        ? 7ก $ ก                      . (2540).         ก + (    .
           (   +          * 2. ก       M:               , ",           *.

      *       ?7    . (2530). & ก + ก+ (                  .   ) + (         *1)
          ก        M: $ ก       . . , ", J .

      *       ?7    . (2530). & ก + ก+ (                  .   ) + (         *2)
          ก        M: $ ก       . . , ", J .

 ),           #        ? . (2540).        ?+ .         % : (=" ก   (Plants for
          landscape architecture in Thailand).       ก   M:                 .

http:// www.baanlaesuan.com

http://www.panmai.com

บทเรียนสำเร็จรูปเรื่องไม้พุ่ม3

  • 1.
    3 ก "ก 30241 ' ( )*ก+ , 1 ก ก ก ก ! “ " #ก #” $ % ! &#
  • 2.
    - $ '& ( )* + , + & $ -!, )* . (/ )* ( ก 0 ก & ก ก ( ก+ ( 30241 6!* (/ * " . ก ก , 7 !ก8 (9 * 1 ก , (/ * ก : + " " ก% - " " ก ก * 0 (/ $ ; 6!* 0& $ + !ก8 - &ก ก # " < )* .# + - * (/ (=&& + .#" " " > ก 0ก ก &ก ก ก ( ก+ ( ก( (=;# . )* ก + &ก ?+ $ '& ( ,&! (/ ก .# ก + #' % &ก ?+ : $ +(. (/ ), > * $ ;ก $ +((@ " & . )* ก ( ก+ # (/ * $ '& (A ,& (/ # - .# ก + !ก8 (/ ( & ก
  • 3.
    ; . -/ . - .............................................................................. 1 -/ . ก ..................................................................... 2 1"ก - . ......................................................................... 3 ก ...................................................................................... 4 / ก ............................................................................5 3" / ก ................................................................... 6 ก 1 ...........................................................................7 ก 2 .......................................................................... 8 ก 3 "' ก ....................................................................9 ก 4 8ก ..........................................................................10 ก 5 9 9 9 ก.................................................11 ก 6 " - :.....................................................................12 ก 7 /; ก ..................................................................13 ก 8 ; <<....................................................................14 ก 9 . " ..................................................................15 ก 10 ...................................................................16 ก 11 ...........................................................................17 ก 12 = >....................................................................18 ก 13 ; ...................................................................19 ก 14 ........................................................................ 20 ก 15 'กก' ..................................................................... 21 ก 16 8?............................................................................22 ก 17 @. ..........................................................23 ก 18 . ..................................................................24 ก 19 1ก ก ...................................................................25 ก 20 8 ก............................................................................26 กA:Bก ก @ -? ก ....................................... 27 / ." <<<<<<<<<<...<<<<<<<...28 3" / ." <<<<<<<<<<<.<<<<<.29 กA:Bก 1"ก / <<<<<<<<<<..29 ก ........................................................................................30
  • 4.
    1 -/ . - 1.. $ '& ( ,( ก # ก *2 )* + . ก ( ก+ ( 30241 , 7 !ก8 (9 *1 2.. $ '& ( , $# ก * ก * .# + )* 3. !ก8 $ '& ( ,", "ก ก:! ก , ), # ก&ก .# - .&ก 4. !ก8 ก&ก . ก . * " (/ 0.# $ $ #)#) .# $ ( !ก8 ก ก 5. , & .# ก $ $. ก . $ '& ( (@ " " ก-, " กก , ), # ก&ก $: $" ก #
  • 5.
    2 -/ . ก 1. ก A , (/ ก $ # .# ก !ก8 " . ก !ก8 ก " 6)* " " " + $ " # ก " $: 2. ก $ ก . . ก $ 5 -10 3. .# ก " $: ก " $ + $- ก 4. )* $ '& " ก .#" & $ " * $ +( :ก# ) 0 5. : $ " - ก " ก * A $ " + .# ก $ . ก " +( 6. : $ " - ก + " ก * A $ " + .# ก ก +( ก ก , )* $ - .& " $ : .# # ก + :ก" ก ก'.#ก +( ก& ก & + $ " *:ก" : + - .&& <.#: )* - $ 7 7. )* $ " ก & กก $ # " & $ " . A # " +( )* " & - .& 0 ก # - " - .# ก ", .& !ก8 + " #)ก #) ' ก )*
  • 6.
    3 1"ก - . 1. ก # - + + 2. ก )* + ( * (/ + + 3. ก ? "- + +
  • 7.
    4 ก 1. # - + 2. ?+ ( * (/ + 3. ? "- +
  • 8.
    5 ก C D 1. ก 6 กก ก ! ""ก #ก$% & '( ) * & + ก. ,- !. '( . #( . # #(ก 2. !" / '( ก. "" !. !0 . 1" ""23 ก . 24 5 3. '( !" 3 & ก. 24 5 !. #0 (7 ./ . !0 4. '( !" & ก# 3 #ก$% # !" ' 9(5 ก. ก(*# !. / / . ! ก . :ก 5. '( !" 3 & # , #ก 3 ก. " ก !. , " . !0 . -' 6. . -' 1. & 3 + ก + ก. - -. - . #) . .# ก ก )* + ( * (/ + . " ) ก- ก – " $ : - 7-10 ก. :ก !. ก . 1" ""2" , . ! ก 7. 8. 9. 10.
  • 9.
    6 เฉลยแบบทดสอบกอนเรียน เรื่อง “ ไมพุม ” ขอที่ เฉลย 1 ข 2 ง 3 ข 4 ง 5 ก 6 ก 7 ง 8 ค 9 ข 10 ก เกณฑการประเมิน ประเมินจากการตอบคําถาม 10 ขอ 9 – 10 = ดีมาก 7–8 = ดี 5–6 = พอใช ต่ํากวา 5 = ควรปรับปรุง ผลการประเมินเปนอยางไรบางคะ ถาคะแนนต่ํากวา 5 ก็อยาพึ่งทอนะคะ เพราะนักเรียนยังไมเคยเรียนเรื่องไมพุม มากอน ดังนั้นนักเรียนตองศึกษาไมพุม กรอบที่ 1 - 20 แลวทํา แบบทดสอบหลังเรียนคะแนนตองเพิ่มขึ้นแนนอนคะ สําหรับนักเรียนที่ไดคะแนน 5ขึ้นไป ก็อยาพึ่งหยุดนะคะ แสดงวานักเรียนมีพื้นฐานเรื่องไมพุมมาบาง คนเกงตองศึกษาไมพุม กรอบที่ 1 - 20 ตอไปจะไดเกงมากขึ้นแลวทําแบบทดสอบหลังเรียน คะแนนตองเพิ่มขึ้นอีกแนนอนคะ ถาพรอมกันแลวศึกษาไมประดับเรื่องไมพุมพรอม ๆ กันเลย นะคะ โชคดีคะ หนาตอไป
  • 10.
    7 กรอบที่ 1 ไมพุม หมายถึง ไมที่มีกิ่งกานสาขาแตกแขนงออกไปทําใหมีรูปทรงเปนพุมกลม สามารถทําการตัดแตงใหเปนรูปทรงตาง ๆ ได มีความสูงต่ํากวา 6 เมตร ไมพุมมีหลายชนิดที่นาศึกษาดังนี้ นีออน ลิ้นกระบือ โกสน นาก เล็บครุฑ แขงไกดาง เข็มแดง หูปลาชอน เทียนทอง ชบา ซองออฟจาไมกา เข็มสามสี รําเพย มิกกี้เมา ยี่โถ ดูเฉลยหนา 8 ประทัดไตหวัน เทียนหยด ผกากรอง ก คําถาม ไมประดับที่มีความสูง ต่ํากวา 6 เมตรแตกกิ่งแขนง และสามารถตัดแตงรูปทรง ตาง ๆ ไดคือไมประเภทใด ก. ไมลมลุก ข. ไมคลุมดิน ค.ไมพุม ง.ไมยืนตน หนาตอไป
  • 11.
    8 กรอบที่ 2 นีออน Leucophyllum frutescens (Berl.) I.M. Johnst. รูปรางลักษณะทั่วไปของตนไมที่มองเห็น O ชนิดพืช เปนไมพุม สูง 1 - 2 เมตร O ลักษณะนิสัย เปนไมโตเร็ว ขึ้นไดในดินทั่วไป ความชื้นปานกลาง แสงแดดเต็มวัน O ลักษณะทั่วไปเปนไมพุมขนาดเล็ก ลําตนแตกกิ่งกานจํานวนมาก กิ่งชูตั้งขึ้น ทรงพุม แนนทึบ O ใบ เปนใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับ ใบรูปไขกลับถึงรูปรี ปลายใบมน โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ ผิวใบดานบนสีเขียวอมเทา มีขนยาวนุมปกคลุม มักบิดหอขึ้นเล็กนอย O ดอก มีสีมวงสดถึงชมพูอมมวง ออกดอกตลอดป ดูเฉลยหนา 9 คําถามกรอบที่ 2 นีออนมีใบและดอกสีอะไร เฉลยกรอบที่ 1 ไมประดับที่มความสูง ต่ํากวา 6 เมตร แตกกิ่งแขนงสามารถ ี ตัดแตงรูปทรงได คําตอบคือ ค.ไมพุม หนาตอไป
  • 12.
    9 กรอบที่ 3 ลิ้นกระบือ Excoecaria cochinchinensis Lour.var. cochinchinensis รูปรางลักษณะทั่วไปของตนไมที่มองเห็น O ชนิดพืช เปนไมพุมขนาดเล็ก สูง 0.5 -1.5 เมตร O ลักษณะนิสัย เจริญเติบโตเร็ว ขึ้นไดในดินทั่วไป ความชื้นปานกลาง-สูง แสงแดดเต็มวัน-รําไร O ลักษณะทั่วไป: ลําตนสีเขียวอมมวงแดง แตกกิ่งกานเปนพุมแนนทึบ O ใบ เปนใบเดี่ยวเรียงตรงขาม ใบยาวรี ปลายแหลม ริมใบจักละเอียด จุดเดนของไมตน อยูที่แผนใบบนสีเขียวเปนมัน แตใตใบสีแดงเลือดหมู เวลาลมพัดพุมใบจะพลิกกลับ เห็นใตใบระยิบระยับสีแดงสลับเขียวสวยงาม นิยมนําใบไปรอยมาลัย และจัดพานพุม O ดอก มีขนาดเล็ก สีเหลืองอมเขียว ออกเปนชอแบบชอกระจุกตามซอกใบที่ปลายกิ่ง O ผลแหงแตก คอนขางกลม มีขนาดเล็ก มี 3 พู ◊ ขยายพันธุดวยเมล็ด และตอนกิ่ง ดูเฉลยหนา 10 คําถาม จุดเดนของตนลิ้นกระบือคืออะไร เฉลยกรอบที่ 2 นีออนมีใบ สีเขียวอมเทา ดอกสีมวงสด หรือชมพูอมมวง หนาตอไป
  • 13.
    10 กรอบที่ 4 โกสน Codiaeum variegatum Blume รูปรางลักษณะทั่วไปของตนไมที่มองเห็น O ชนิดพืช เปนไมพุม สูง 2-3 เมตร O ลักษณะนิสัย เจริญเติบโตปานกลาง ขึ้นไดดีดินรวน ระบายน้ําไดดี ความชื้นปานกลางแสงแดดเต็มวัน O ลักษณะทั่วไป เปนไมพุมขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ทรงพุมรูปไขแนนทึบ O ดอกมีขนาดเล็กสีขาว O ใบ เปนไมที่มีใบสวยงามเปนใบเดี่ยวมีหลายแบบ รูปไข กลม แคบยาว บิดเปนเกลียว ปลายใบแหลมหรือมน มีติ่ง โคนสอบขอบเรียบ ลักษณะ และขนาดของใบแปร ไปตามพันธุ แผนใบมีสีตางๆ เชนขาว,เหลือง,สม,ชมพู แดง,มวงดํา ◊ ขยายพันธุดวยการปกชํา และตอนกิ่ง ดูเฉลยหนา 11 คําถาม เสนหของตนโกสนคืออะไร เฉลยกรอบที่ 3 จุดเดนของตนลิ้นกระบือคือ ใบสวย ( แผนใบบนสีเขียวเปนมัน แตใตใบสีแดงเลือดหมู) หนาตอไป
  • 14.
    11 กรอบที่ 5 ใบเงิน ใบทอง ใบนาก Graptophyllum pictum (L.) Griff. รูปรางลักษณะทั่วไปของตนไมที่มองเห็น O ชนิดพืช เปนไมพุม ความสูง 1-2 เมตร O ลักษณะนิสัย เจริญเติบโตเร็ว ขึ้นไดดีในดินทุกชนิด ความชื้นปานกลาง แสงแดดเต็มวัน-ครึ่งวัน O ลักษณะทั่วไป เปนไมพุมขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ทรง พุมรูปแจกัน ลําตนมีขนาดเล็กสีน้ําตาลออน O ดอกมีขนาดเล็กสีแดง ออกดอกตลอดป O ใบ มีสีเขียวดางขาว จะมีสีเหลืองตรงกลางใบ และมีใบ สีเหลืองดางขาว,มีใบสีเขียวดางชมพู O ขยายพันธุดวยการปกชํา O เปนไมมงคลนิยมปลูกตามบานเชื่อวาจะทําใหมีเงินมีทอง และยังนําใบมาใชประกอบพิธี อันเปนมงคลดวย ดูเฉลยหนา 12 คําถาม ใบเงิน ใบทอง ใบนาก ขยายพันธุโดยวิธีใด เฉลยกรอบที่ 4 เสนหของตนโกสนคือ ใบสวยงามมีหลายสีหลายแบบผันแปรไปตามพันธุ หนาตอไป
  • 15.
    12 กรอบที่ 6 เล็บครุฑ Polyscias spp. รูปรางลักษณะทั่วไปของตนไมที่มองเห็น O ชนิดพืชเปนไมพุม สูง 0.5 -1 เมตร O ลักษณะนิสัย เจริญเติบโตเร็ว ชอบดินระบายน้ําดี ความชื้นปานกลาง แสงแดดเต็มวัน - รมรําไร O ลักษณะทั่วไป เปนไมพุมขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ทรงพุมรูปทรงกลม ลําตนมีสีน้ําตาลออนมีจุดเขมทั่วไป O ดอกมีขนาดเล็กสีขาวออกดอกตลอดป O ใบ เปนใบประกอบมีสีดางลายสีเขียวออนถึงแก ลักษณะใบมีทั้งรูปกลม รูปรี รูปไขหอ ใบเรียว ริมจักขลิบขาว ใบฝอย และรอบแผนใบยังมีหนามเล็กๆ จึงเปนที่มาของคําวาเล็บครุฑ O ขยายพันธุดวยการปกชํา และตอนกิ่ง ดูเฉลย หนา 13 คําถาม เล็บครุฑที่มาของชื่อคือสวนใดของตนเล็บครุฑ เฉลยกรอบที่ 5 ใบเงิน ใบทอง ใบนาก ขยายพันธุโดยวิธี ปกชํา หนาตอไป
  • 16.
    13 กรอบที่ 7 แขงไกดาง Justicia fragilis Wall. รูปรางลักษณะทั่วไปของตนไมที่มองเห็น O ชนิดพืชเปนไมพุม สูง 30 - 60 เซนติเมตร O ลักษณะนิสัย เจริญเติบโตเร็ว ชอบดินรวนระบายน้ําดี ความชื้นปานกลาง - ต่ํา แสงแดด เต็มวัน-รมรําไร O ลักษณะทั่วไป เปนไมพุมขนาดเล็กมีกิ่งกานเปนพุมแนนแนน ลําตนกิ่งกานและเสนใบ เปนดํา มีขนาดเล็กเปราะหักงาย O ดอก สีขาวประมวง ออกเปนชอแบบชอกระจุกที่ปลายยอด ดอกมีขนาดเล็ก รูปแตร O ใบ มีลักษณะรูปรีปลายแหลม ยาว 4 - 6 นิ้ว พื้นใบสีเขียวปนเทาเงินมีดางขาว หรือขาว อมเหลือง Oขยายพันธุดวยการปกชํา ดูเฉลยหนา 14 คําถาม ตนแขงไกดางมีสีอะไร เฉลยกรอบที่ 6 ตนเล็บครุฑที่มาของชื่อคือ สวนที่เปนใบ ตรงรอบ ๆ ใบจะมีหนามเล็ก ๆ หนาตอไป
  • 17.
    14 กรอบที่ 8 เข็ม Ixora spp. เข็มเศรษฐี เข็มแดง เข็มพิษณุโลก -' # ) รูปรางลักษณะทั่วไปของตนไมที่มองเห็น O ชนิดพืชเปนไมพุม สูง 0.3 -2 เมตร O ลักษณะนิสัย เจริญเติบโตชา ขึ้นไดดีในดินรวนระบายน้ําดี ความชื้นปานกลาง - ต่ํา แสงแดดเต็มวัน O ลักษณะทั่วไป เปนไมพุมมีหลายลักษณะ ทรงตังตรง ทรงกลม ทรงแจกัน ้ ลําตนมีสีเขียวเขม (เข็มแดงทรงพุมจะแนนทึบใบจะเล็กกวาพันธุอื่น เหมาะสําหรับ ปลูกเปนกลุมหรือเปนแถวทํารั้ว) O ดอก มีขนาดเล็กสีแดงอมสม,สีเหลือง,สีชมพู,สีขาว ออกดอกตลอดป O ใบเปนใบเดี่ยว แผนใบสีเขียวเปนมัน ดูเฉลยหนา 15 O ขยายพันธุดวยการปกชํา และตอนกิ่ง คําถาม เข็มพันธุใด ใบเล็กพุมแนนนิยมเปนกลุมหรือเปนแถวทําเปนรั้ว เฉลยกรอบที่ 7 ตนแขงไกดาง มีสีดํา หนาตอไป
  • 18.
    15 กรอบที่ 9 หูปลาชอน Acalypha wilkesiana Mull. Arg. รูปรางลักษณะทั่วไปของตนไมทมองเห็น ี่ O ชนิดพืชเปนไมพุม สูง 1 - 2 เมตร O ลักษณะนิสัย เจริญเติบโตเร็ว ขึ้นไดดีในดินทั่วไป ระบายน้ําดี ความชื้นปานกลาง - สูง แสงแดดเต็มวัน - ปานกลาง O ลักษณะทั่วไป เปนไมพุมขนาดเล็ก ลําตนสีน้ําตาล ตั้งตรงมีขนนุม O ดอก เปนชอมีขนาดเล็กมีสีชมพู O ใบ เปนใบเดี่ยวเรียงสลับมีรูปรางหลายแบบ รูปกลม รูปไข รูปรี หรือรูปหัวใจ ขอบใบจัก แผนใบ มีหลายสีแลวแตพันธุ เขน สีเหลืองออน,น้ําตาล แดง หรือมีจุดประสีตาง ๆ ใบเมื่อโดนแดดจะมีสีเขม ขึ้น O ขยายพันธุดวยการปกชํา และตอนกิ่ง ดูเฉลยหนา 16 คําถาม หูปลาชอนที่มีใบสีแดงเมื่อโดนแดดจัดใบจะเปนสีอะไร ก. สีแดงเขม ข.สีเหลือง ค.สีสม ง.สีเขียว เฉลยกรอบที่ 8 พันธุเข็มใบเล็กพุมแนนนิยมเปนกลุมหรือเปนแถวทํา เปนรั้ว คือ เข็มแดง หนาตอไป
  • 19.
    16 กรอบที่ 10 เทียนทอง Duranta erecta L. รูปรางลักษณะทั่วไปของตนไมทมองเห็น ี่ O ชนิดพืชเปนไมพุม สูง 2 - 3 เมตร O ลักษณะนิสัย เจริญเติบโตเร็ว ขึ้นไดดีในดินทั่วไป ความชื้นปานกลาง - สูง แสงแดดเต็มวัน O ลักษณะทั่วไป เปนไมที่มีรูปทรงแผกวาง ลําตนสีน้ําตาลออน O ดอกมีขนาดเล็กสีมวง ออกดอกหมุนเวียนตลอดป O ใบเปนใบเดี่ยว มีสีเหลืองทอง O ขยายพันธุดวยการปกชํา และตอนกิ่ง ดูเฉลยหนา 17 คําถาม ตนเทียนทองมีใบ และดอกสีอะไร เฉลยกรอบที่ 9 หูปลาชอนที่มีใบสีแดงเมื่อโดนแดดจัดใบจะเปนสีอะไร ขอ ก. สีแดงเขม หนาตอไป
  • 20.
    17 กรอบที่ 11 ชบา Hibiscus spp. J # 3 รูปรางลักษณะทั่วไปของตนไมทมองเห็น ี่ O ชนิดพืชเปนไมพุม สูง 1-3 เมตร O ลักษณะนิสัย เจริญเติบโตเร็ว ขึ้นไดดีในดินทั่วไป ความชื้นปานกลาง แสงแดดเต็มวัน O ลักษณะทั่วไป ไมพุมขนาดเล็ก ลําตนตั้งตรง แตกกิ่งกานเปนพุมแนน เปลือกสีเทาปนน้ําตาล O ดอกมีหลายสีขึ้นอยูกับพันธุ เชนสีขาว,มวง,เหลือง,สม และชมพู ออกเปนดอกเดี่ยวที่ปลายกิ่ง มีทั้งดอกชั้นเดียวและดอกซอน โคนกลีบ ดอกจะซอนเกยกันเปนหลอดปลายแยก 5 กลีบ ยกเวนชบาหนู O ใบ เปนใบเดี่ยวโคนใบมนขอบใบจักฟนเลื่อย แผนใบบาง มีสีเขียว ยกเวนชบาสามสีใบจะมี 3สีไดแก ชมพู เขียว และขาว O ขยายพันธุดวยการปกชํา และการตอนกิ่ง คําถาม ดอกชบาพันธุใดกลีบดอกจะเกยซอนกันไมบานออกเปน 5 กลีบ เฉลยกรอบที่ 10 ตนเทียนทองมีใบเหลืองทอง ดูเฉลยหนา 18 และมีดอกสีมวง หนาตอไป
  • 21.
    18 กรอบที่ 12 ซองออฟ Dracaena reflexa (Decne.) Lam. ซองออฟจาไมกา ซองออฟอินเดีย รูปรางลักษณะทั่วไปของตนไมทมองเห็น ี่ O ชนิดพืชเปนไมพุม สูง 3 เมตร O ลักษณะนิสัย เจริญเติบโตปานกลาง ขึ้นไดดีในดินรวนระบายน้ําไดดี ความชื้น ปานกลาง - ต่ํา แสงแดดเต็มวัน - ครึ่งวัน O ลักษณะทั่วไป ไมพมขนาดกลาง ลําตนกลม ทรงพุมทึบบริเวณยอด แตกหนอจาก ุ โคนตน เปลือกสีน้ําตาลอมเทา O ดอกมีสีขาวนวล O ใบ เปนใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับถี่ๆที่ปลายกิ่งปลายใบแหลม กลางใบสีเขียวออนขอบใบ สีเขียวเขมคือซองออฟจาไมกา และกลางใบสีเขียวออนขอบใบสีเหลืองคือซองออฟ อินเดีย O ขยายพันธุดวยการปกชํา และการตอนกิ่ง คําถาม จากภาพคือซองออฟพันธุใด ดูเฉลยหนา 19 เฉลยกรอบที่ 11 ดอกชบาทีกลีบดอกเกยซอนกันไมบานออกเปนออก 5 กลีบ ่ คือ ชบาหนู หนาตอไป
  • 22.
    19 กรอบที่ 13 เข็มสามสี Dracaena cincta Bak. 'Tricolor' รูปรางลักษณะทั่วไปของตนไมทมองเห็น ี่ O ชนิดพืชเปนไมพุม สูง 2 เมตร O ลักษณะนิสัย เจริญเติบโตปานกลาง ขึ้นไดดีในดินรวนหรือดินปนทราย ความชื้น ปานกลาง แสงแดดเต็มวัน O ลักษณะทั่วไป ไมพุมขนาดเล็กแตกกอ ลําตนตั้งตรงมีขนาดเล็ก ลําตนแกจะมีสี น้ําตาลออน ชวงใบถี่ O ดอกมีสีขาวอมเขียว มีกลิ่นหอมตอนกลางคืน ออกเปนชอแบบชอแยกแขนง O ใบเปนใบเดี่ยว เรียงเวียนสลับ แตกใบถีตรงสวนยอดของลําตน ใบแหลม แผนใบ ่ มีสามสีเปนแถบไปตามความยาวของใบ โดยสีแดงจะอยูขอบนอก สีเหลืองออน จะอยูถัดเขามา และสีเขียวจะอยูขางในตรงกลางใบ O ขยายพันธุดวยการปกชํา และการตอนกิ่ง คําถาม ใบตนเข็มสามสีมีสีอะไรบาง ดูเฉลยหนา 20 เฉลยกรอบที่ 12 ในภาพคือ ตนซองออฟจาไมกา หนาตอไป
  • 23.
    20 กรอบที่ 14 รําเพย Thevetia peruviana (Pers.) K. Schum. รูปรางลักษณะทั่วไปของตนไมที่ มองเห็น O ชนิดพืชเปนไมพุม สูง 5 เมตร O ลักษณะนิสัย เจริญเติบโตปานกลาง ขึ้นไดดี ในดินทราย และดินทั่วไป ความชื้นต่ํา แสงแดดเต็มวัน O ลักษณะทั่วไป เปนไมพุมขนาดใหญไมผลัดใบ เรือนยอดทรงกลม ลําตนมีสีน้ําตาลออน ทุกสวนของตนมีน้ํายางสีขาวเปนพิษ O ดอกมีสีเหลือง,สม และขาว มีกลิ่นหอมออนๆ ออกเปนชอโคนกลีบดอกเชือมติดกันเปนรูป ่ กรวย 5กลีบ ดอกบานตลอดป O ใบ เปนใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับถี่รอบกิ่ง ใบรูป ใบหอกเรียวแคบ O ผล มีเปนสี่เหลี่ยมคอนขางกลม มีสันนูนเปน แนวสีเขียวเมื่อแกสีดํามีเมล็ดเดียว เปนพิษทั้ง ผล ดูเฉลยหนา 21 O ขยายพันธุดวยการเพาะเมล็ด และการตอนกิ่ง คําถาม ตนรําเพยไมควรปลูกใกลสนามเด็กเลนเพราะเหตุใด เฉลยกรอบที่ 13 ใบตนเข็มสามสีมีสีแดง สีเหลืองออน และสีเขียว หนาตอไป
  • 24.
    21 กรอบที่ 15 มิกกี้เมาส Ochna kirkii Oliv. รูปรางลักษณะทั่วไปของตนไมที่มองเห็น O ชนิดพืชเปนไมพุม สูง 1.5 - 3 เมตร O ลักษณะนิสัย เจริญเติบโตชา ขึ้นไดดีในดินดินรวนระบายน้ําไดดี ความชื้นปาน กลาง แสงแดดปานกลาง - รําไร O ลักษณะทั่วไป เปนไมพุมขนาดเล็ก แตกกิ่งกานจํานวนมากเปนพุมทึบ ลําตนสี น้ําตาลออน O ดอกมีสีเหลืองเปนชอสันๆตามปลายกิ่ง ดอกจะเติบโตเปนสองชวง ในชวงที่ ้ ดอกบานระยะแรกจะมีกลีบบางสีเหลืองสด 5 กลีบ หลังจากดอกเหลืองโรยไป แลวกลีบรองดอกจะกลายเปนสีแดงสด ในดอกมีเมล็ด 3 - 4 เมล็ด พอแก กลายเปนสีดํา มองรวมแลวเหมือนหนาหนูมิกกี้เมาสการตูนของวอลทดิสนีย O ใบ เปนใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับถี่รอบกิ่ง ใบรูปใบหอกเรียวแคบ O ผลสดมีเนื้อนุม สีเขียวเมื่อสุกสีดํา เมล็ดเดียว O ขยายพันธุดวยการเพาะเมล็ด ขึ้นงายแตโตชา ดูเฉลยหนา 22 คําถาม กลีบดอกของตนมิ้กกี้เมาสมีสีอะไร เฉลยกรอบที่ 14 ตนรําเพยไมควรปลูกที่สนามเด็กเลน เพราะ.... ยางที่ลําตนและผลเปนพิษจะเปนอันตรายกับเด็ก หนาตอไป
  • 25.
    22 กรอบที่ 16 ยี่โถ Nerium oleander L. รูปรางลักษณะทั่วไปของตนไมทมองเห็น ี่ O ชนิดพืชเปนไมพุม สูง 2 - 5 เมตร O ลักษณะนิสัย เจริญเติบโตชา ขึ้นไดดีในดินทั่วไประบายน้ําดี ความชื้นสูง แสงแดดเต็มวัน O ลักษณะทั่วไป ไมพุมขนาดกลาง ลําตนตั้งตรง แตกกิ่งกานจํานวนมากที่โคนตน ทุกสวน ของตนมียางใสเปนพิษ กิ่งออนสีเขียว เปลือกสีนาตาลเขม ้ํ O ดอกออกเปนชอแนนตามปลายกิ่ง ชอหนึ่งมีประมาณ 20 - 30 ดอก มีทั้งชนิดดอกลา และ ดอกซอน ดอกลาจะมีหลายสี เชน สีชมพู,ขาว,แดง,เหลือง สวนพันธุดอกซอนมีสีชมพูเขม กลิ่นหอมออนๆ และดอกมีขนาดใหญกวาพันธุดอกลา O ใบ เปนใบเดี่ยวเรียงเวียนสลับรอบกิ่งมีขนาดเล็กแคบยาว ปลายแหลม เนื้อใบเรียบหนาแข็ง O ผลแหงเปนฝก เมล็ดแบนรูปรีมีขนละเอียดคลุม O ขยายพันธุดวยการเพาะเมล็ดจากฝก ตอนกิ่ง หรือปกชํา ดูเฉลยหนา 23 คําถาม ยี่โถดอกซอนมีดอกสีเดียวคือสีอะไร เฉลยกรอบที่ 15 กลีบดอกของตนมิ้กกี้เมาสมีสีเหลือง หนาตอไป
  • 26.
    23 กรอบที่ 17 ประทัดไตหวัน Hamelia patens Jacq. รูปรางลักษณะทั่วไปของตนไมทมองเห็น ี่ O ชนิดพืชเปนไมพุม สูง 3 - 4 เมตร O ลักษณะนิสัย เจริญเติบโตเร็ว ขึ้นไดดีในดินทั่วไป ความชื้นปานกลาง แสงแดดจัด O ลักษณะทั่วไป ไมพุมขนาดกลาง ลําตนแตกกิ่งกานเปนพุมกลม กิ่งกานออนมีขน O ดอก ออกตรงสวนยอดของกระจุกใบ มีลักษณะเปนหลอดสีแดงอมสมออกตลอดป O ใบ เปนใบเดี่ยวรูปมนรีปลายแหลม ออกตามขอตนโดยออกเปนกระจุก กระจุกละ 3ใบดานบนมีสีเขียวอมเหลืองเปนมัน O ขยายพันธุดวยการตอนกิ่ง หรือ ปกชํา ดูเฉลยหนา 24 คําถาม ใบของตนประทัดจีนออกตามขอเปนกระจุก ๆ ละกี่ใบ เฉลยกรอบที่ 16 ยี่โถดอกซอนมีดอกสีเดียวคือสีชมพูเขม หนาตอไป
  • 27.
    24 กรอบที่ 18 เทียนหยด Duranta erecta L. รูปรางลักษณะทั่วไปของตนไมทมองเห็น ี่ O ชนิดพืชเปนไมพุม สูง 2 - 3 เมตร O ลักษณะนิสัย เจริญเติบโตเร็ว ขึ้นไดดีในดินทั่วไป ความชื้นปานกลาง - ต่ํา แสงแดดเต็มวัน O ลักษณะทั่วไป ไมพุมขนาดกลาง ลําตนแตกกิ่งกาน จํานวนมาก พุมแนนทึบเปลือกสีน้ําตาล O ดอก มีขนาดเล็กออกเปนชอหอยลงดิน มีพันธุดอกสีมวง และดอกสีขาว ชอละประมาณ 20 - 50 ดอก ดอกออก ตลอดป O ใบ เปนใบเดี่ยวรูปไขกลับ ปลายแหลม โคนใบสอบ ขอบใบจัก กานใบสั้น O ผลเปนลูกกลมเล็กๆ ขนาดเมล็ดขาวโพด มีสีเขียว เมื่อ แกจะเปนสีเหลืองสวยงามกวาดอก เพราะผลของเทียน หยดจะเปนพวงเหลืองอรามหอยเปนสายลงมาทั้งตน O ขยายพันธุดวยเพาะเมล็ด การตอนกิ่ง หรือ ปกชํากิ่ง ดูเฉลยหนา 25 คําถาม ผลของเทียนหยดมีลักษณะเปนพวงเมื่อแกจะเปลี่ยนจากเขียวเปนสีอะไร เฉลยกรอบที่ 17ใบของตนประทัดจีนออกตามขอเปนกระจุกๆละกี่ใบ 39 หนาตอไป
  • 28.
    25 กรอบที่ 19 ผกากรอง Lantana camara Linn. รูปรางลักษณะทั่วไปของตนไมที่ มองเห็น O ชนิดพืชเปน ไมพุมเตี้ยถึงสูง มีทั้งชนิดเลือย ้ คลุมดินและชนิดพุมสูง 2 เมตร O ลักษณะนิสัย เจริญเติบโตเร็ว ขึ้นไดดีในดิน รวน ความชื้นปานกลาง แสงแดดเต็มวัน O ลักษณะทั่วไป ลําตนเปนพุมหรือไมพุมกึ่ง เลื้อย แตกกิ่งทอดเลือยไดไกล 1-2 เมตรลํา ้ ตนเปนสี่เหลี่ยมจัดวาเปนไมดอกที่มีสีสัน สวยงามหลากหลาย แตเวลามีอะไรไปกระทบ ตนจะมีกลิ่นเหม็นเขียว อาจเปนสาเหตุหนึ่งที่ ทําใหไมคอยมีศัตรูพช ื O ดอก มีดอกยอยเล็ก ๆ ออกรวมเปนกระจุกรวม ดอกวงนอกจะบานกอนวงใน มีหลายสี เชน เหลืองแก,เหลืองออน,แดง,ชมพู,สม,แสด,มวง ขาว ออกดอกตลอดป O ใบ เปนใบเดี่ยวรูปไขริมใบจักทั้งตน และใบมี ขนคายมือ O ผล เปนผลสดมีเนื้อทรงกลมสีเขียว เมื่อแกสี มวงดํา มีเมล็ดจํานวนมาก ดูเฉลยหนา 26 O ขยายพันธุดวยเพาะเมล็ด การตอนกิ่ง หรือ ปก ชํากิ่ง คําถาม ขอใดไมใชสีของดอกผกากรอง ก.เหลือง ข.แดง ค.ชมพู ง. เขียว เฉลยกรอบที่ 18 ผลของเทียนหยดมีลกษณะเปนพวงเมื่อแกจะเปลี่ยนจาก ั เขียวเปนสีเหลือง หนาตอไป
  • 29.
    26 กรอบที่ 20 โมก Wrightia religiosa Benth. ex Kurz รูปรางลักษณะทั่วไปของตนไมที่มองเห็น O ชนิดพืชเปน ไมพุม สูง 2 - 5 เมตร O ลักษณะนิสัย เจริญเติบโตปานกลาง ขึ้นไดดีในดินรวน ระบายน้าดี ความชืนปานกลาง แสงแดดเต็มวัน-รําไร ํ ้ O ลักษณะทั่วไป เปนไมพมขนาดกลางไมผลัดใบ ุ เปลือกสีน้ําตาล ทุกสวนของตนมีน้ํายางสีขาว O ดอก มีสีขาวกลิ่นหอมเย็น ออกเปนชอแบบชอกระจุก หอยลงบริเวณซอกใบที่ปลายกิ่งชอละ 2 - 8ดอก O ผล ผลแหง เปนฝกคูปลาย กลีบเลี้ยงสีเขียวออนมีทั้งดอกชั้นเดียว (โมกลา) โคงเขาหากัน เมื่อแกแตก และชนิดทีมีกลีบดอกเรียงซอนกัน (โมกซอน) ่ เปน 2 ซีก เมล็ดจํานวนมาก กลีบดอกรูปไข โคนกลีบดอกเชื่อมกันเล็กนอยปลาย มีขนสีขาวเปนกระจุกที่ปลาย แยกเปน 5 -16 ดอก ชนิดดอกลาจะติดฝกไดดีกวา O ใบ เปนใบเดี่ยวเรียงตรงขามรูปรี หรือรูปใบหอก ชนิดดอกซอน 10 ปลายใบแหลม โคนใบแหลม หรือมน ขอบใบเรียบ O ขยายพันธุดวยเพาะเมล็ด และ ผิวใบดานบนสีเขียวอมเหลืองถึงเขียวออน ใบดางขาว การตอนกิ่ง ดูเฉลยหนา 27 คําถาม โมกเปนไมดอกหอมออกดอกเปนชอหอยลง กลีบเลี้ยงสีเขียว กลีบดอกสีอะไร เฉลยกรอบที่ 19 ขอใดไมใชสีของดอกผกากรอง ขอ ง. สีเขียว หนาตอไป
  • 30.
    27 กรอบที่ 21 เฉลยกรอบที่ 20 โมกเปนไมดอกหอมออกดอกเปนชอหอยลง กลีบ เลี้ยงสีเขียว กลีบดอกสีอะไร กลีบดอกสีขาว รูจักไมพุมในโรงเรียนของเราแลวนะคะ และไดลองตอบคําถามงายๆไปบางแลว กอนที่เราจะศึกษาพรรณไมอื่น ๆ อีก ลองประเมินผลคําถามทายกรอบเรื่องไมพุม กันกอนนะคะ เกณฑการประเมินตอบคําถาม 20 กรอบ 20 ขอ ระดับคะแนนคุณภาพ 16 - 20 ดีมาก 11 - 15 ดี 5 - 10 พอใช ต่ํากวา 5 ควรปรับปรุง นักเรียนตอบคําถามผิดในกรอบไหน ก็กลับไปทบทวนในกรอบนั้นนะคะ นักเรียนศึกษาบทเรียนสําเร็จรูปเรื่องไมพุมเสร็จเรียบรอยแลว ขอใหนักเรียนทุก คนนําความรูไปใชประโยชนในการแบงประเภทไมประดับตอไป อยาลืมทํา แบบทดสอบหลังเรียนนะคะ หนาตอไป
  • 31.
    28 C D 1. '( !" 3 & # , #ก 3 ก. -' !. , " . !0 . " ก 2. '( !" 3 & ก. / !. !0 . #0 (7 . 24 5 3. ก 6 กก ก ! ""ก ) * & + ก. ,- !. '( . #( . # #(ก 4. . -' 1. & 3 + ก + ก. - -. - . #) . 5. !" / '( ก. "" !. 24 5 . 1" ""23 ก . !0 6. '( !" & ก# 3 #ก$% # !" ' 9(5 ก. ก(*# !. / / . :ก . ! ก .# ก ก )* + ( * (/ + . " ) ก- ก – " $ : - 7-10 ก. ! ก !. ก . 1" ""2" , .:ก 7. 8. 9. 10. หนาตอไป
  • 32.
    29 3" / ." ; 3" 1 2 - นักเรียนเกงกันทุกคนเลยคะ 3 ; เราไปชมสวนสวยๆของโรงเรียน 4 ก เรากันเถอะ...ใครตอบชือไมพุม ่ ที่ครูถามไดถูกตอง รับรางวัล 5 ; ไปเลย 6 - 7 8 ก 9 - 10 ; กA:Bก กก @ -? 10 ; 9 – 10 = ก 7– 8 = 5– 6 = 9 @ก 5 = -
  • 33.
    30 ก ?ก ก & $ ก 7 ) . (2538). ก 7 ก8 ก A ?L" : . ก M: ?L" : . ? ? 7ก $ ก . (2540). ก + ( . ( + * 1. ก M: , ", *. ? ? 7ก $ ก . (2540). ก + ( . ( + * 2. ก M: , ", *. * ?7 . (2530). & ก + ก+ ( . ) + ( *1) ก M: $ ก . . , ", J . * ?7 . (2530). & ก + ก+ ( . ) + ( *2) ก M: $ ก . . , ", J . ), # ? . (2540). ?+ . % : (=" ก (Plants for landscape architecture in Thailand). ก M: . http:// www.baanlaesuan.com http://www.panmai.com