Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
Submit search
EN
Uploaded by
dissathut
67 views
2.Chapter 2 โครงสร้างภายในของราก(Plant root).pdf
2.Chapter 2 โครงสร้างภายในของราก(Plant root).pdf
Science
◦
Read more
0
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Download to read offline
1
/ 39
2
/ 39
3
/ 39
4
/ 39
5
/ 39
6
/ 39
7
/ 39
8
/ 39
Most read
9
/ 39
10
/ 39
11
/ 39
Most read
12
/ 39
13
/ 39
Most read
14
/ 39
15
/ 39
16
/ 39
17
/ 39
18
/ 39
19
/ 39
20
/ 39
21
/ 39
22
/ 39
23
/ 39
24
/ 39
25
/ 39
26
/ 39
27
/ 39
28
/ 39
29
/ 39
30
/ 39
31
/ 39
32
/ 39
33
/ 39
34
/ 39
35
/ 39
36
/ 39
37
/ 39
38
/ 39
39
/ 39
More Related Content
PPT
ราก (Root)
by
Kung Sasithorn
PDF
โครงสร้างและหน้าที่ของราก
by
Thanyamon Chat.
PDF
โครงสร้างและหน้าที่ของราก
by
Thanyamon Chat.
PDF
ราก544
by
Oui Nuchanart
PDF
บทที่ 11 โครงสร้างและหน้าที่ของพืช ราก (2)
by
Pinutchaya Nakchumroon
PDF
อวัยวะของพืช (Plant tissue) 2557
by
Pinutchaya Nakchumroon
PDF
Ppt โครงสร้างและหน้าที่ของพืช.pdf 1
by
มัทนา อานามนารถ
PDF
Plant structure part 1
by
pitsanu duangkartok
ราก (Root)
by
Kung Sasithorn
โครงสร้างและหน้าที่ของราก
by
Thanyamon Chat.
โครงสร้างและหน้าที่ของราก
by
Thanyamon Chat.
ราก544
by
Oui Nuchanart
บทที่ 11 โครงสร้างและหน้าที่ของพืช ราก (2)
by
Pinutchaya Nakchumroon
อวัยวะของพืช (Plant tissue) 2557
by
Pinutchaya Nakchumroon
Ppt โครงสร้างและหน้าที่ของพืช.pdf 1
by
มัทนา อานามนารถ
Plant structure part 1
by
pitsanu duangkartok
Similar to 2.Chapter 2 โครงสร้างภายในของราก(Plant root).pdf
PDF
โครงสร้างและหน้าที่ของรากลำต้น
by
Thanyamon Chat.
PPTX
10.โครงสรา้งและหน้าที่ของราก ลำต้น ใบ ตอน1
by
Wichai Likitponrak
PDF
ราก (T)
by
Thitaree Samphao
PDF
Root oui
by
Oui Nuchanart
PDF
Root structure and function
by
sukanya petin
PDF
structure and function of the root
by
Thanyamon Chat.
PDF
BSC31_Biology.pdfไไไไไไไไไไไไไไไไไไไไไไไไไไไไไไไไไไ
by
nnn371822
PPT
Presentation1คิมส่ง
by
kimkim2535
PDF
Lessonplanunit2 plantkruwichai62
by
Wichai Likitponrak
PDF
เนื้อเยื่อพืช
by
Thanyamon Chat.
PPT
การเจริญเติบโตของรากและลำต้น
by
nokbiology
PPT
การเจริญเติบโตของรากและลำต้น
by
nokbiology
PPTX
E portfollio
by
Maggie VeryLove
PDF
Photosynthesis Science Presentation in Green Beige Illustrative Style.pdf
by
SirisophaKaowchu
PDF
เนื้อเยื่อ
by
Oui Nuchanart
PPT
โครงสร้างและหน้าที่ของพืช
by
เข็มชาติ วรนุช
PDF
Biocontest2014 kitty
by
Wichai Likitponrak
PDF
Biomapcontest2014 กะหล่ำปุ้ง
by
Wichai Likitponrak
PPTX
1.Chapter 1 เนื้อเยื่อของพืช(Plant tissue)_009.pptx
by
dissathut
PPTX
E portfollio-looktal
by
Looktal Love
โครงสร้างและหน้าที่ของรากลำต้น
by
Thanyamon Chat.
10.โครงสรา้งและหน้าที่ของราก ลำต้น ใบ ตอน1
by
Wichai Likitponrak
ราก (T)
by
Thitaree Samphao
Root oui
by
Oui Nuchanart
Root structure and function
by
sukanya petin
structure and function of the root
by
Thanyamon Chat.
BSC31_Biology.pdfไไไไไไไไไไไไไไไไไไไไไไไไไไไไไไไไไไ
by
nnn371822
Presentation1คิมส่ง
by
kimkim2535
Lessonplanunit2 plantkruwichai62
by
Wichai Likitponrak
เนื้อเยื่อพืช
by
Thanyamon Chat.
การเจริญเติบโตของรากและลำต้น
by
nokbiology
การเจริญเติบโตของรากและลำต้น
by
nokbiology
E portfollio
by
Maggie VeryLove
Photosynthesis Science Presentation in Green Beige Illustrative Style.pdf
by
SirisophaKaowchu
เนื้อเยื่อ
by
Oui Nuchanart
โครงสร้างและหน้าที่ของพืช
by
เข็มชาติ วรนุช
Biocontest2014 kitty
by
Wichai Likitponrak
Biomapcontest2014 กะหล่ำปุ้ง
by
Wichai Likitponrak
1.Chapter 1 เนื้อเยื่อของพืช(Plant tissue)_009.pptx
by
dissathut
E portfollio-looktal
by
Looktal Love
2.Chapter 2 โครงสร้างภายในของราก(Plant root).pdf
1.
( Plant root
) โครงสร้างภายในราก
2.
โครงสร้างภายในของราก ตัดตามยาว ตัดตามขวาง 1.Root cap 2.Region
of cell division 3.Region of cell elongation 4.Root hair zone 5.Region of maturation 1.Epidermis 2.Cortex 3.Stele
3.
ราก(ROOT) เป็นอวัยวะของพืชซึ่งส่วนใหญ่จะเจริญงอกลงสู่ใต้ดินในทิศทาง ตามแรงโน้มถ่วงของโลก(Positive geotropism) เมื่อรากเจริญลงไปในดินแล้วจะแตกแขนงออกไปอีกมากมาย แต่ก็มีรากบางชนิดเจริญห้อยแขวนในอากาศ หรือเกาะพันกับสิ่งอื่น
และ รากบางชนิดอาจมีสีเขียว
4.
โครงสร้างภายในของรากตัดตามยาว ประกอบด้วย 5 บริเวณ
คือ 1.บริเวณหมวกราก (Root cap) 2.บริเวณเซลล์แบ่งตัว(Region of cell division) หรือบริเวณเนื้อเยื่อเจริญ (Meristematic region) 3.บริเวณเซลล์ยืดตัว(Region of cell elongation) 4.บริเวณขนราก(Root hair zone) 5.บริเวณเซลล์เจริญเติบโตเต็มที่(Region of maturation)
5.
1.บริเวณหมวกราก(Root cap) เป็นบริเวณที่อยู่ปลายสุดของราก ประกอบด้วยเซลล์ที่เรียงตัวอย่างหลวมๆ ปกคลุมเนื้อเยื่อส่วนปลายสุด(Apical meristem) เซลล์ของหมวกรากมีอายุสั้น ทาหน้าที่ป้องกันอันตรายให้ปลายราก
6.
1.บริเวณหมวกราก(Root cap)
7.
2.บริเวณเซลล์แบ่งตัว(Region of cell
division) หรือเรียกว่า บริเวณเนื้อเยื่อเจริญ(Meristematic region) บริเวณที่อยู่ถัดจากหมวกรากขึ้นมา ประกอบด้วยเนื้อเยื่อเจริญที่มีเซลล์ขนาดเล็ก ผนังเซลล์บาง มีการแบ่งเซลล์แบบไมโทซิสอย่างรวดเร็วอยู่ตลอดเวลา เซลล์บางส่วนจะเจริญกลายเป็นหมวกรากทดแทนส่วนที่ตายไป บางส่วนจะเจริญเป็นเซลล์ที่มีรูปร่างยาวขึ้น
8.
2.บริเวณเซลล์แบ่งตัว(Region of cell
division)
9.
3.บริเวณเซลล์ยืดตัว(Region of cell
elongation) บริเวณที่อยู่ถัดจากบริเวณเนื้อเยื่อเจริญขึ้นมา กลุ่มเซลล์ที่เจริญมาจากการแบ่งเซลล์เนื้อเยื่อเจริญ เซลล์มีแวคิวโอล(Vacuole) ใหญ่ ขนาดของเซลล์จะใหญ่และยาวขึ้นเป็นผลทาให้รากยาวขึ้น
10.
3.บริเวณเซลล์ยืดตัว(Region of cell
elongation)
11.
4.บริเวณขนราก(Root hair zone) เป็นบริเวณปลายรากที่มีขนรากยื่นออกมามาก บริเวณนี้เซลล์ไม่มีการยืดตัวแล้ว เป็นบริเวณที่มีการดูดน้าและแร่ธาตุให้แก่พืช เซลล์บริเวณนี้มีการเปลี่ยนแปลงไปเพื่อทาหน้าที่ต่างๆ เปลี่ยนแปลงส่วนประกอบภายในและรูปร่างเพื่อให้เหมาะสมกับหน้าที่
12.
4.บริเวณขนราก(Root hair zone)
13.
5.บริเวณเซลล์เจริญเติบโตเต็มที่(Region of maturation) อยู่ในบริเวณขนรากและบริเวณส่วนที่ถัดขึ้นไป เป็นบริเวณที่เป็นเนื้อเยื่อถาวร เมื่อตัดตามขวางตรงบริเวณที่เจริญเติบโตเต็มที่แล้ว จะพบบริเวณต่างๆของเนื้อเยื่อ เนื้อเยื่อพืชทั้งพืชใบเลี้ยงคู่และพืชใบเลี้ยงเดี่ยว
จะแตกต่างกัน
14.
โครงสร้างภายในของรากตัดตามยาว Permanent tissues Region of
differentiation (Zone of root hair) Region of elongation(expansion) Region of cell division Root cap Phloem Cortex Sclerenchyma (fiber) Xylem
15.
Region of cell
maturation Region of cell differentiation Region of cell elongation Region of cell division Root cap stele cortex epidermis Protoderm Ground meristem Procambium Primary meristems Apical meristem
17.
โครงสร้างภายในของรากตัดตามขวาง ประกอบด้วย 3 บริเวณ
คือ 1.เอพิเดอร์มิส(Epidermis) 2.คอร์เทกซ์(Cortex) เอนโดเดอร์มิส(Endodermis) 3.สตีล(Stele) เพอริไซเคิล(Pericycle) กลุ่มท่อลาเลียงหรือวาสคิวลาร์บันเดิล(Vascular bundle) พิธ(Pith)
18.
1. เอพิเดอร์มิส(Epidermis) เป็นเนื้อเยื่อชั้นนอกสุดประกอบด้วยเซลล์เรียงตัวกันเพียงชั้นเดียว ไม่มีช่องว่างระหว่างเซลล์ ไม่มีคลอโรพลาสต์ มีการปรับลักษณะบางประการของเซลล์ให้เหมาะสมเพื่อทาหน้าที่ เช่น
บางเซลล์เปลี่ยนเป็น ขนราก(root hair) เอพิเดอร์มิสในพืชใบเลี้ยงเดี่ยวจะมีอยู่ตลอดไป
19.
1. เอพิเดอร์มิส(Epidermis) epidermis
20.
2. คอร์เทกซ์(Cortex) เป็นชั้นของเนื้อเยื่อที่อยู่ถัดจากเอพิเดอร์มิสเข้าไป ประกอบด้วยเซลล์พาเรงคิมา(parenchyma cell)
เป็นส่วนใหญ่ มีช่องว่างระหว่างเซลล์ ไม่มีคลอโรพลาสต์ ในรากพืชบางชนิดที่ค่อนข้างแข็ง มักมีคอลเลงคิมา ทาหน้าที่สะสมอาหารและน้า
21.
2. คอร์เทกซ์(Cortex) cortex
22.
2. คอร์เทกซ์(Cortex) เซลล์ชั้นในสุดของคอร์เทกซ์เป็นเซลล์ที่มีความหนาเพียงชั้นเดียว เรียกว่า “เอนโดเดอร์มิส(Endodermis)” การมีเอนโดเดอร์มิสนี้เป็นลักษณะเด่นของราก แต่เมื่อเซลล์มีอายุมากขึ้นจะมีผนังหนาและมีสารซูเบอรินหรือลิกนิน เกิดเป็นแถบหนาๆ
“แถบแคสพาเรียน(Casparian strip)”
23.
เอนโดเดอร์มิส endodermis
24.
2. คอร์เทกซ์(Cortex) คอร์เทกซ์เป็นส่วนที่กว้างที่สุดในราก คอร์เทกซ์ในรากจะกว้างกว่าในลาต้น
25.
เอนโดเดอร์มิส(Endodermis) transverse wall radial wall) endodermis
26.
3. สตีล(Stele) เป็นบริเวณที่อยู่ถัดจากชั้นเอนโดเดอร์มิสเข้าไป สตีลในรากจะแคบกว่าชั้นคอร์เทกซ์ ประกอบด้วย เพอริไซเคิล(Pericycle) กลุ่มท่อลาเลียงหรือวาสคิวลาร์บันเดิล(Vascular bundle)
27.
เพอริไซเคิล (Pericycle) เป็นชั้นของเนื้อเยื่อที่อยู่ถัดจากชั้นเอนโดเดอร์มิสเข้าไป ประกอบด้วยเซลล์พาเรงคิมาเป็นเซลล์ผนังบางขนาดเล็กหนา1-2 ชั้น เซลล์ในชั้นนี้อาจจะเปลี่ยนสภาพกลับกลายเป็นเนื้อเจริญ ในรากที่มีอายุมากขึ้นอาจจะเปลี่ยนแปลงไปเป็น วาสคิวลาร์แคมเบียม
และคอร์กแคมเบียม อีกด้วย
28.
เพอริไซเคิล (Pericycle)
29.
กลุ่มท่อลาเลียงหรือวาสคิวลาร์บันเดิล(Vascular bundle) เป็นชั้นของเนื้อเยื่อที่อยู่ถัดจากเพอริไซเคิลเข้าไป ประกอบด้วยเนื้อเยื่อโฟลเอ็ม(Phloem)และเนื้อเยื่อไซเลม(Xylem) อยู่รวมกันเป็นกลุ่มๆ เนื้อเยื่อไซเลมอยู่ด้านใน(อยู่ตรงใจกลาง) เรียงเป็นแฉก(Arch)
& เนื้อเยื่อโฟลเอ็มอยู่ระหว่างแฉก
30.
กลุ่มท่อลาเลียงหรือวาสคิวลาร์บันเดิล(Vascular bundle) เนื้อเยื่อไซเลมจะมีเซลล์หลายเซลล์ที่มีขนาดใหญ่ มีรูปร่าง หลายเหลี่ยมจนเกือบกลม
ผนังเซลล์จะหนามาก เนื้อเยื่อโฟลเอ็มประกอบด้วยเซลล์ที่มีขนาดเล็ก รูปร่างหลาย เหลี่ยม ผนังเซลล์บาง เนื้อเยื่อไซเลมและโฟลเอ็มมีการจัดเรียงตัวแตกต่างกัน ในพืชใบเลี้ยงคู่(Dicot) และพืชใบเลี้ยงเดี่ยว(Monocot)
31.
เปรียบเทียบรากพืชใบเลี้ยงคู่และพืชใบเลี้ยงเดี่ยว
32.
Vascular bundle ในพืชใบเลี้ยงคู่ กลุ่มเซลล์ไซเลมเป็นเซลล์ขนาดใหญ่เรียงกันเป็นแฉก(Arch)/
รัศมี โดยมากมักมี 4 แฉก เนื้อเยื่อโฟลเอ็มเป็นเซลล์ขนาดเล็กๆ แทรกอยู่ระหว่างแฉกของ ไซเลม ในรากของพืชที่มีอายุมากขึ้น ระหว่างกลุ่มไซเลมและโฟลเอ็มจะมี “แคมเบียม(Cambium) หรือ วาสคิวลาร์แคมเบียม(Vascular cambium)”
33.
Vascular bundle ในพืชใบเลี้ยงคู่ วาสคิวลาร์แคมเบียม
แบ่งเซลล์สร้าง (Secondary xylem และ Secondary phloem) ไซเลมถูกสร้างเข้าไปข้างใน และไซเลมนั้นจะถูกพอกให้หนาขึ้น ส่วนโฟลเอ็มถูกสร้างออกมาข้างนอก และดันออกไปเรื่อยๆ โฟลเอ็มมีชีวิตที่จะทางานอยู่ได้นาน ส่วนไซเลมมักจะมีอายุสั้น
34.
Vascular bundle ในพืชใบเลี้ยงคู่ Epidermis Cortex Stele Endodermis
35.
Vascular bundle ในพืชใบเลี้ยงคู่ Endodermis Phloem Xylem
36.
Vascular bundle ในพืชใบเลี้ยงเดี่ยว เซลล์ไซเลมเรียงตัวกันเป็นแฉกหรือรัศมีมากกว่า
4-5 แฉก เซลล์โฟลเอ็มซึ่งเป็นเซลล์ขนาดเล็กแทรกอยู่ระหว่างแฉกของไซเลม
37.
Vascular bundle ในพืชใบเลี้ยงเดี่ยว Epidermis Cortex Stele Endodermis
38.
3. พิธ(Pith) เป็นเนื้อเยื่อที่อยู่ตรงกลางของราก ประกอบด้วยเซลล์พาเรงคิมาซึ่งเป็นเซลล์ที่มีชีวิต กลม
รี ผนังเซลล์บาง มีการกระจายไประหว่างกลุ่มวาสคิวลาร์บันเดิลอีกด้วย ทาหน้าที่สะสมอาหารและช่วยลาเลียงน้าและเกลือแร่ต่างๆ ไปทางด้าน ข้างของราก ในรากพืชใบเลี้ยงคู่ที่มีอายุมาก เซลล์ของพิธมักจะตายและบุบสลาย
39.
เปรียบเทียบลักษณะความแตกต่างระหว่าง รากพืชใบเลี้ยงคู่และรากพืชใบเลี้ยงเดี่ยว 1 . 2 . 3 . 4. 5. 1 . 2 . 3 . 4. 5.
Download