ไฟฟ้าใช้ในชีวิตประจำวัน จัดทำโดย ด . ช . สถาพร  ชุ่มใจ  เลขที่  16 ด . ญ . กมลฉัตร  คิดถูก  เลขที่  23 ด . ญ . นันทิกานต์  จินะ  เลขที่  24  ม .3/6  ด . ญ . พรฉวี  ใจมา  เลขที่  25 ด . ญ . ศิรินทร์ทิพย์  เภตรา  เลขที่  26 ด . ญ . พิมพ์วิภา  ดวงตระกูล  เลขที่  29 เสนอต่อ อ . จิราภรณ์  ไชยมงคล
ไฟฟ้าใช้ในชีวิตประจำวัน อุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับวงจรไฟฟ้า ได้แก่  สายไฟ  ฟิวส์  สะพานไฟ  สวิตช์เต้ารับ เต้าเสียบ  หลอด ไฟฟ้า และหลอดเรืองแสง  เมื่อเรากำหนเส้นทางให้ กระแสไฟฟ้าผ่านได้ครบรอบที่เราเรียกว่าวงจรไฟฟ้า กระแสไฟฟ้าจะไหลผ่านอุปกรณ์ที่เราต่อไว้  และ กระแสไฟฟ้าก็จะสูญเสียพลังงานไฟฟ้าให้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้าเพื่อเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงาน อื่น ๆ  เครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์ที่เปลี่ยนแปลง พลังงานไฟฟ้าให้เป็นพลังงานรูปอื่นๆ ได้ เช่น เปลี่ยนเป็น  แสงสว่าง  ความร้อนพลังงานกล  พลังงานเสียง  เป็นต้น
เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน พลังงานไฟฟ้า   พลังงานรูปอื่น งาน ปัจจุบันมีการประดิษฐ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านขึ้นมามากมายหลายชนิด - เครื่องใช้ไฟฟ้า  หมายถึง อุปกรณ์ที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงาน รูปอื่น โดยที่พลังงานรูปอื่นนั้นสามารถทำงานให้แก่เราได้ ดังนั้นกระบวนการทำงานของเครื่องใช้ไฟฟ้าอาจสรุปได้ดังนี้
การรักษาความปลอดภัย 1.  มีความรู้และเลือกใช้อุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านที่ได้มาตรฐานตลอดจนดูแลและควบคุมให้มีการติดตั้งที่ถูกวิธี เช่น เลือกใช้สายไฟ และอุปกรณ์ๆที่ถูกต้องตามขนาด 2.  มีความระมัดระวังในการใช้อุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น เมื่อเลิกใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าแล้วควรปิดสวิตช์ หรือถอดเต้าเสียบออกทุกครั้ง 3.  หมั่นตรวจดูแลและรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆให้อยู่ในสภาพใช้งานได้ ดีตลอดเวลา โดยเฉพาะฉนวนหุ้มสายไฟหรือหุ้มสายอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ
4  อุปกรณ์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าส่วนใหญ่มักจะมีโครงสร้างภายนอกเป็นโลหะ เช่น เครื่องชักผ้า ตู้เย็น เตารีด ปั๊มน้ำ เป็นต้น ควรมีสายดินเพื่อป้องกันกระแสไฟฟ้ารั่ว 5. ควรติดตั้งเครื่องกันไฟฟ้ารั่ว และไฟฟ้าดูดบนแผงควบคุมไฟฟ้า จะชั่วให้เกิดความปลอดภัยยิ่งขึ้ง เพราะถ้าเกิดไฟฟ้ารั่วหรือดูดสวิตช์ของเครื่องป้องกันดังกล่าวจะตัดวงจรทันที
เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน เนื่องจากพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานรูปหนึ่ง การจะมีพลังงานไฟฟ้ามาให้เราใช้ทำงานต้องมีผู้รับผิดชอบในการผลิตพลังงานไฟฟ้าซึ่งก็คือการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยส่วนผู้นำกระแสไฟฟ้ามาสูบ้านที่อยู่อาศัย ได้แก่การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ไฟฟ้าที่ผลิตจากโรงงานเหล่านี้มีแรงดันสูงมาก เช่น  230,000 โวลต์ 132,000 โวลต์หรือ 115,000 โวลต์เป็นต้น เราจึงเรียกว่า  ไฟฟ้าแรงสูง  การส่งไฟฟ้าจึงต้องใช้สายขนาดใหญ่
เมื่อพิจารณาวงจรไฟฟ้าในบ้าน จะพบว่า วงจรไฟฟ้าในบ้านประกอบด้วยส่วนสำคัญ ดังนี้ 1.  มาตรไฟฟ้า ใช้วัดปริมาณไฟฟ้าที่ถูกใช้ไปภายในบ้าน 2.  แผงควบคุมไฟฟ้ารวม จะทำหน้าที่ตัดวงจรไฟฟ้าและควบคุมความปลอดภัย 3.  สายไฟ ใช้ต่อเชื่อมไปยังอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้งานภายในบ้าน จากมาตรไฟฟ้าเข้ามาถึงแผงควบคุมไฟฟ้าที่อยู่ในบ้าน เราเรียกว่า สายใหญ่ หรือ สายเมน (main line) เป็นสายที่มีฉนวนหุ้มอย่างดี เป็นสายคู่ ต่างสีกัน เพื่อสะดวกในการต่อสายไฟเข้าอุปกรณ์อื่นๆ
อุปกรณ์ที่ใช้ในวงจรไฟฟ้า ก่อนที่จะสามารถใช้กระแสไฟฟ้าได้จะต้องมีการส่งพลังงานไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าด้วยแรงดันไฟฟ้าที่มีค่าสูงมากๆจนกระทั่งมาถึงบ้านเรือนที่อยู่อาศัย แรงดันไฟฟ้าได้ถูกปรับให้มีค่าลดลงมาอยู่ที่  220  โวลต์ และส่งผ่านเข้ามายังสายเมนและมาตรไฟฟ้า บ้านเรือนที่อยู่อาศัยและสถานที่ต่างๆ เมื่อต้องการใช้ไฟฟ้าจะต้องทำการต่อวงจรไฟฟ้าขึ้นมา วงจรไฟฟ้าประกอบด้วยอุปกรณ์ต่างๆ ดังนี้
สายไฟ สายไฟเป็นอุปกรณ์หรือตัวกลางที่ใช้ส่งพลังงานไฟฟ้าจากสถานที่หนึ่งไปยังสถานที่หนึ่งสายไฟทำด้วยวัตถุที่เป็น  ตัวนำไฟฟ้า ตัวนำไฟฟ้าเป็นสมบัติของวัตถุเมื่ออิเล็กตรอนซึ่งเป็นอนุภาคที่มีประจุในวัตถุได้รับการถ่ายเทพลังงานแล้ว อิเล็กตรอนสามารถเคลื่อนที่กระจายไปได้ตลอดเนื้อวัตถุโดยง่าย
วงจรไฟฟ้าในบ้าน วงจรไฟฟ้าเป็นการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนอิสระที่ออกจากจุดเริ่มต้นไปตามเส้นทางผ่านอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆแล้วจึงวกกลับเข้ามายังจุดเริ่มต้นเดิม เมื่อกล่าวถึงวงจรไฟฟ้าภายในบ้าน วงจรไฟฟ้าก็จะเป็นเส้นทางที่กระแสไฟฟ้าผ่านได้ครบรอบในวงจรไฟฟ้าภายในบ้านโดยกระแสไฟฟ้าจะเคลื่อนที่ผ่านมาตรไฟฟ้าทางสายไฟเส้นหนึ่งที่มีความต่างศักย์ไฟฟ้า  220  โวลต์ ที่รียกกันว่าสายมีไฟ
เครื่องใช้ไฟฟ้า ในปัจจุบันเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้กันทั่วไป เช่น หลอดไฟฟ้า เตารีดไฟฟ้า  พัดลม หม้อหุงข้าวไฟฟ้า วิทยุ โทรทัศน์ เป็นต้น มีตัวเลขบอกปริมาณของกระแสไฟฟ้าสูงสุด แรงดันไฟฟ้าหรือความต่างศักย์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นปริมาณที่บอกไว้เช่นเดียวกับปริมาณที่บอกไว้บนอุปกรไฟฟ้า เช่น เต้ารับ เต้าเสียบ สวิตซ์ สายไฟ เป็นต้น
เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้พลังงานแสงสวาง เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานแสงสว่าง ช่วยทำให้เรามองเห็นสิ่งต่างๆได้ ได้แก่  หลอดไฟฟ้า   ผู้ที่ประดิษฐ์หลอดไฟฟ้าขึ้นเป็นคนแรกของโลก  คือ โทมัส แอลวา   เอดิสัน  ( Thomas  Alva   Edison )  นักวิทยาศาสตร์นักอเมริกัน  ( พ . ศ . 2390-2474)  เอดิสันได้ประดิษฐ์หลอดไฟฟ้าขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อ พ . ศ .2422  โดยใช้คาร์บอนเส้นเล็กๆเป็นไส้หลอด
กำลังไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชนิดเมื่อนำมาใช้งานในเวลาเท่ากัน จะสิ้นเปลืองพลังงานแตกต่างกันออกไปตามของขนาดของเครื่องใช้ไฟฟ้านั้นๆเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดเดียวกันถ้าใช้งานเป็นเวลางานต่างกันก็จะสิ้นเปลืองพลังงานไฟฟ้าไม่เท่ากันเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชนิดจะใช้พลังงานไฟฟ้ามากน้อยเพียงใดนั้น เราสามารถทราบได้จากตัวเลขที่กำกับไว้ที่แผ่นชื่อติดได้กับตัวเครื่องใช้ไฟฟ้านั้นๆ
พลังงานไฟฟ้า พลังงานไฟฟ้า  หมายถึง งานที่ต้องทำในการเคลื่อนประจุไฟฟ้าผ่านจุดใดจุดหนึ่งในวงจรไฟฟ้า การใช้พลังงานไฟฟ้า การไฟฟ้าจะคิดค่าพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ไปโดยเครื่องวัดติดไว้ที่เสาไฟฟ้าใกล้บ้านของผู้ใช้ไฟฟ้าที่เรียกว่า  มาตรไฟฟ้า  หรือ กิโลวัตต์ - ชั่วโมงมิเตอร์  เมื่อมีการใช้อุปกรณ์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านในคณะที่ใช้งานกระแสไฟฟ้าจะไหลผ่านมาตรไฟฟ้ามากหรือน้อยตามพลังงานที่ใช้ ดังนั้นมาตรไฟฟ้าจึงมีหลายขนาดและออกแบบตามปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านในเวลา  1  วินาที เช่น มาตรไฟฟ้าขนาด  5,15,50
ไฟฟ้า ( อุปกรณ์ที่ใช้ในวงจรไฟฟ้า ) สายไฟ   แยกออกเป็น สายเปลือย และ สายหุ้มฉนวน ฟิวส์  แยกออกเป็น ฟิวส์เส้น , ปลั๊กฟิวส์ และคาร์ทริดจ์ฟิวส์ สะพานไฟ สวิตซ์  แยกออกเป็น สวิตซ์ทางเดียว , สวิตซ์สองทาง และ สวิตซ์อัตโนมัติ เต้ารับ - เต้าเสียบ
ไฟฟ้าเปลี่ยนรูปเป็น พลังงานแสงสว่าง   เช่น  หลอดไฟฟ้าธรรมดาแบบชนิดไส้ , หลอดเรืองแสงและหลอดไฟโฆษณา พลังงานความร้อน   เช่น  เตาฟ้า , เตารีดไฟฟ้า และ หม้อหุงข้าวไฟฟ้า พลังงานกล   เช่น  พัดลมไฟฟ้า , เครื่องปั่น - บดอาหาร และ เครื่องดูดฝุ่น พลังงานเสียง   เช่น  เครื่องรับวิทยุ , เครื่องบันทึกเสียง และ เครื่องขยายเสียง
ส่วนประกอบของวงจรไฟฟ้า 1. แหล่งกำเนิดไฟฟ้า 2. สายตัวนำเชื่อมโยง 3. อุปกรณ์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าให้เกิดประโยชน์ตามต้องการ
ขอขอบคุณที่ติดตามชม

ตอน2