ผู้จัดทำ
ชื่อ นำย นนท์ธณัฐ เจริญวุฒิสิทธิ์
ชั้น ม.6/10 เลขที่ 30
โครงงำนคอมพิวเตอร์เป็นกิจกรรมกำรเรียนที่นักเรียนมีอิสระในกำรเลือกศึกษำปัญหำ
ที่ตนสนใจ โดยนักเรียนจะต้องวำงแผนกำรดำเนินงำน ศึกษำ พัฒนำโปรแกรม หรือ
อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง โดยใช้ควำมรู้ กระบวนกำรทำงวิศวกรรมซอฟต์แวร์ เครื่อง
คอมพิวเตอร์และวัสดุอุปกรณ์ตลอดจนทักษะพื้นฐำนในกำรพัฒนำโครงงำน เรื่องที่
นักเรียนสนใจและคิดจะทำโครงงำน ซึ่งอำจมีผู้ศึกษำมำก่อน หรือเป็นเรื่องที่นักพัฒนำ
โปรแกรมได้เคยค้นคว้ำและพัฒนำแล้ว นักเรียนสำมำรถทำโครงงำนเรื่องดังกล่ำวได้ แต่
ต้องคิดดัดแปลงแนวทำงในกำรศึกษำ กำรวิเครำะห์ข้อมูล กำรพัฒนำโปรแกรม หรือ
ศึกษำเพิ่มเติมจำกผลงำนเดิมที่มีผู้รำยงำนไว้ จุดมุ่งหมำยสำคัญของกำรทำโครงงำน
เป็นกำรเปิดโอกำสให้นักเรียนได้รับประสบกำรณ์ตรงในกำรใช้ระบบคอมพิวเตอร์
แก้ปัญหำ ประดิษฐ์คิดค้นหรือค้นคว้ำหำควำมรู้ต่ำงๆ ใช้คอมพิวเตอร์ในกำรพัฒนำสื่อ
กำรเรียนรู้เพื่อกำรศึกษำ ประดิษฐ์ฮำร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ หรืออุปกรณ์ใช้สอยต่ำงๆ
พัฒนำโปรแกรมประยุกต์ต่ำงๆ ตลอดจนกำรพัฒนำเกมคอมพิวเตอร์ เพื่อฝึกให้
นักเรียนเป็นบุคคลที่ใฝ่เรียนใฝ่รู้ กำรพัฒนำควำมคิดใหม่ๆ ควำมมีคุณธรรมจริยธรรม
เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ให้กับเพื่อนมนุษย์ และอยู่ในสังคมอย่ำงมีควำมสุข
ควำมหมำยของโครงงำนคอมพิวเตอร์
โครงงำนคอมพิวเตอร์ คือ ผลงำนที่ได้จำกกำรศึกษำค้นคว้ำ
ตำมควำมสนใจ ควำมถนัดและควำมสำมำรถของผู้เรียน โดยวิธีกำร
ทำงวิทยำศำสตร์ โครงงำนจึงเป็นกิจกรรมกำรเรียนรู้ที่มีกำรเน้น
ผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยผู้เรียนจะหำหัวข้อโครงงำนที่ตนเองสนใจ
รวมทั้งเชื่อมโยงควำมรู้ต่ำง ๆ และควำมรู้ด้ำนคอมพิวเตอร์และ
เทคโนโลยีสำรสนเทศ เพื่อสร้ำงผลงำนตำมควำมต้องกำรได้อย่ำง
เหมำะสม โดยมีครูเป็นที่ปรึกษำและให้คำแนะนำ
โครงงำนคอมพิวเตอร์เป็นกิจกรรมกำรเรียนรู้ที่ทำให้ผู้เรียน
เกิดควำมสำมำรถในด้ำนต่ำง ๆ ที่สำคัญ 5 ประกำร ดังนี้
ควำมสำคัญของกำรทำโครงงำนคอมพิวเตอร์
1.ความสามารถในการสื่อสาร เป็นควำมสำมำรถที่เกิดจำกกำรที่นักเรียนเป็น
ผู้ทำโครงงำนต้องนำเสนอผลงำนให้ ครูและเพื่อนนักเรียนให้เข้ำใจโครงงำน
คอมพิวเตอร์ได้อย่ำงชัดเจน ดังนั้น ผู้ทำโครงงำนต้องสื่อสำรควำมคิดในกำร
สร้ำงสรรค์โครงงำนด้วยกำรเขียน หรือด้วยปำกเปล่ำ รวมทั้งเลือกใช้รูปแบบของ
สื่ออย่ำงมีประสิทธิภำพเพื่อนำเสนอแนวคิดในกำรจัด โครงงำนให้ผู้อื่นได้
2.ความสามารถในการคิด ซึ่งผู้เรียนจะมีกำรคิดในลักษณะต่ำง ๆ ดังนี้
1. การคิดวิเคราะห์ เกิดจำกกำรที่ผู้เรียนต้องวิเครำะห์ปัญหำและแยกแยะสำเหตุ
ว่ำเกิดเนื่องจำกอะไร
2. การคิดสังเคราะห์ เกิดจำกกำรที่ผู้เรียนต้องนำควำมรู้ต่ำง ๆ ที่เรียนมำ
รวมทั้งควำมรู้จำกกำรค้นหำข้อมูล เพื่อใช้ในกำรแก้ปัญหำหรือกำรสร้ำงสรรค์โครงงำน
3. การคิดอย่างสร้างสรรค์ เกิดจำกกำรที่ผู้เรียนนำควำมรู้มำสร้ำงสรรค์ผลงำน
ใหม่ๆ
4. การคิดอย่างมีวิจารณญาณ เกิดจำกกำรที่ผู้เรียนได้มีกำรคิดไตร่ตรองว่ำ
ควรทำโครงงำนใดและไม่ควรทำโครงงำนใดเนื่องจำกโครงงำนที่สร้ำงขึ้นอำจส่งผลกระทบ
ต่อสังคมโดยรวม เช่น โครงงำนระบบคำนวณเลขหวยสำหรับหำเลขที่คำดว่ำสลำกกินแบ่ง
รัฐบำลจะออกในแต่ละงวด อำจส่งผลกระทบต่อสังคม ทำให้คนในสังคมเกิดควำมหมกมุ่นใน
กับ กำรใช้เงินเล่นหวยมำกขึ้น
5. การคิดอย่างเป็ นระบบ เกิดจำกกำรที่ผู้เรียนคิดแก้ปัญหำอย่ำงเป็นขั้นตอน
โดยใช้ขั้นตอนในกำรพัฒนำโครงงำน คือ ผู้เรียนเป็นผู้วำงแผนในกำรศึกษำ ค้นคว้ำ เก็บ
รวบรวมข้อมูล พัฒนำ หรือประดิษฐ์คิดค้นผลงำน รวมทั้งกำรสรุปผล และ
กำรนำเสนอผลกำรศึกษำค้นคว้ำด้วยตนเอง โดยมีผู้สอนและผู้ทรงคุณวุฒิเป็นผู้ให้
คำปรึกษำ
3.ความสามารถในการแก้ปัญหา เกิดจำกกำรที่ผู้เรียนวิเครำะห์ปัญหำ
เข้ำใจ และอธิบำยปัญหำทำงด้ำนคอมพิวเตอร์ รวม ทั้งประยุกต์
ควำมรู้ ทักษะ และกำรใช้เครื่องมือที่เหมำะสมกับกำรแก้ไขปัญหำ
4.ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เกิดจำกกำรที่ผู้เรียนได้นำ
ควำมรู้และกระบวนกำรต่ำง ๆ ไปใช้ในกำรพัฒนำโครงงำน และ
นำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่ำงเหมำะสม รวมถึงกำรพัฒนำ
โครงงำน ก่อให้เกิดกำรเรียนรู้ด้วยตนเอง
อันนำไปสู่กำรเรียนรู้ตลอดชีวิต
5.ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เกิดจำกกำรที่ผู้เรียนสำมำรถ
เลือกใช้เทคโนโลยีสำรสนเทศในกำรแก้ปัญหำได้
อย่ำงถูกต้องเหมำะสม และมีคุณธรรม
ดำเนินงำนโดยนักเรียน เป็นผู้ริเริ่มสร้ำงสรรค์และครูอำจำรย์ เป็นผู้ให้
คำแนะนำปรึกษำมีองค์ประกอบดังนี้
1. เป็นกิจกรรมกำรเรียนให้นักเรียนศึกษำ ค้นคว้ำ ปฏิบัติดัวยตนเอง
โดยอำศัยหลักวิชำกำรทำงทฤษฎีตำมเนื้อหำโครงงำนนั้นๆ หรือจำก
ประสบกำรณ์และกิจกรรมต่ำง ๆ ที่ได้พบเห็นมำกแล้ว
2. นักเรียนทุกคนพิจำรณำจัดทำโครงงำนด้วยตนเอง หรือเป็นกลุ่ม
โดยใช้ระยะเวลำสั้นๆ เป็นภำคเรียน หรือมำกว่ำก็ได้ แล้วแต่โครงงำนเล็ก
หรือใหญ่
3. นักเรียนเป็นผู้พิจำรณำริเริ่มสร้ำงสรรค์ คัดเลือกโครงงำนที่จะ
ศึกษำค้นคว้ำปฏิบัติด้วยตนเองตำมควำมถนัด สนใจ และควำมพร้อม
ขอบข่ายของโครงงาน
4. นักเรียนเป็นผู้เสนอโครงงำน รำยละเอียดของโครงงำน แผนปฏิบัติงำนและ
กำรแปลผล รำยงำนผลต่ออำจำรย์ที่ปรึกษำ เพื่อดำเนินงำนร่วมกันให้บรรลุ
ตำมจุดหมำยที่กำหนดไว้
5. เป็นโครงงำนที่เหมำะสมกับควำมรู้ ควำมสำมำรถของนักเรียนตำมวัยและ
สติปัญญำ รวมทั้งกำรใช้จ่ำยเงินดำเนินงำนด้วย
จบกำรนำเสนอ

กิจกรรม2

  • 2.
    ผู้จัดทำ ชื่อ นำย นนท์ธณัฐเจริญวุฒิสิทธิ์ ชั้น ม.6/10 เลขที่ 30
  • 3.
    โครงงำนคอมพิวเตอร์เป็นกิจกรรมกำรเรียนที่นักเรียนมีอิสระในกำรเลือกศึกษำปัญหำ ที่ตนสนใจ โดยนักเรียนจะต้องวำงแผนกำรดำเนินงำน ศึกษำพัฒนำโปรแกรม หรือ อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง โดยใช้ควำมรู้ กระบวนกำรทำงวิศวกรรมซอฟต์แวร์ เครื่อง คอมพิวเตอร์และวัสดุอุปกรณ์ตลอดจนทักษะพื้นฐำนในกำรพัฒนำโครงงำน เรื่องที่ นักเรียนสนใจและคิดจะทำโครงงำน ซึ่งอำจมีผู้ศึกษำมำก่อน หรือเป็นเรื่องที่นักพัฒนำ โปรแกรมได้เคยค้นคว้ำและพัฒนำแล้ว นักเรียนสำมำรถทำโครงงำนเรื่องดังกล่ำวได้ แต่ ต้องคิดดัดแปลงแนวทำงในกำรศึกษำ กำรวิเครำะห์ข้อมูล กำรพัฒนำโปรแกรม หรือ ศึกษำเพิ่มเติมจำกผลงำนเดิมที่มีผู้รำยงำนไว้ จุดมุ่งหมำยสำคัญของกำรทำโครงงำน เป็นกำรเปิดโอกำสให้นักเรียนได้รับประสบกำรณ์ตรงในกำรใช้ระบบคอมพิวเตอร์ แก้ปัญหำ ประดิษฐ์คิดค้นหรือค้นคว้ำหำควำมรู้ต่ำงๆ ใช้คอมพิวเตอร์ในกำรพัฒนำสื่อ กำรเรียนรู้เพื่อกำรศึกษำ ประดิษฐ์ฮำร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ หรืออุปกรณ์ใช้สอยต่ำงๆ พัฒนำโปรแกรมประยุกต์ต่ำงๆ ตลอดจนกำรพัฒนำเกมคอมพิวเตอร์ เพื่อฝึกให้ นักเรียนเป็นบุคคลที่ใฝ่เรียนใฝ่รู้ กำรพัฒนำควำมคิดใหม่ๆ ควำมมีคุณธรรมจริยธรรม เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ให้กับเพื่อนมนุษย์ และอยู่ในสังคมอย่ำงมีควำมสุข ควำมหมำยของโครงงำนคอมพิวเตอร์
  • 4.
    โครงงำนคอมพิวเตอร์ คือ ผลงำนที่ได้จำกกำรศึกษำค้นคว้ำ ตำมควำมสนใจควำมถนัดและควำมสำมำรถของผู้เรียน โดยวิธีกำร ทำงวิทยำศำสตร์ โครงงำนจึงเป็นกิจกรรมกำรเรียนรู้ที่มีกำรเน้น ผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยผู้เรียนจะหำหัวข้อโครงงำนที่ตนเองสนใจ รวมทั้งเชื่อมโยงควำมรู้ต่ำง ๆ และควำมรู้ด้ำนคอมพิวเตอร์และ เทคโนโลยีสำรสนเทศ เพื่อสร้ำงผลงำนตำมควำมต้องกำรได้อย่ำง เหมำะสม โดยมีครูเป็นที่ปรึกษำและให้คำแนะนำ โครงงำนคอมพิวเตอร์เป็นกิจกรรมกำรเรียนรู้ที่ทำให้ผู้เรียน เกิดควำมสำมำรถในด้ำนต่ำง ๆ ที่สำคัญ 5 ประกำร ดังนี้ ควำมสำคัญของกำรทำโครงงำนคอมพิวเตอร์
  • 5.
    1.ความสามารถในการสื่อสาร เป็นควำมสำมำรถที่เกิดจำกกำรที่นักเรียนเป็น ผู้ทำโครงงำนต้องนำเสนอผลงำนให้ ครูและเพื่อนนักเรียนให้เข้ำใจโครงงำน คอมพิวเตอร์ได้อย่ำงชัดเจนดังนั้น ผู้ทำโครงงำนต้องสื่อสำรควำมคิดในกำร สร้ำงสรรค์โครงงำนด้วยกำรเขียน หรือด้วยปำกเปล่ำ รวมทั้งเลือกใช้รูปแบบของ สื่ออย่ำงมีประสิทธิภำพเพื่อนำเสนอแนวคิดในกำรจัด โครงงำนให้ผู้อื่นได้
  • 6.
    2.ความสามารถในการคิด ซึ่งผู้เรียนจะมีกำรคิดในลักษณะต่ำง ๆดังนี้ 1. การคิดวิเคราะห์ เกิดจำกกำรที่ผู้เรียนต้องวิเครำะห์ปัญหำและแยกแยะสำเหตุ ว่ำเกิดเนื่องจำกอะไร 2. การคิดสังเคราะห์ เกิดจำกกำรที่ผู้เรียนต้องนำควำมรู้ต่ำง ๆ ที่เรียนมำ รวมทั้งควำมรู้จำกกำรค้นหำข้อมูล เพื่อใช้ในกำรแก้ปัญหำหรือกำรสร้ำงสรรค์โครงงำน 3. การคิดอย่างสร้างสรรค์ เกิดจำกกำรที่ผู้เรียนนำควำมรู้มำสร้ำงสรรค์ผลงำน ใหม่ๆ 4. การคิดอย่างมีวิจารณญาณ เกิดจำกกำรที่ผู้เรียนได้มีกำรคิดไตร่ตรองว่ำ ควรทำโครงงำนใดและไม่ควรทำโครงงำนใดเนื่องจำกโครงงำนที่สร้ำงขึ้นอำจส่งผลกระทบ ต่อสังคมโดยรวม เช่น โครงงำนระบบคำนวณเลขหวยสำหรับหำเลขที่คำดว่ำสลำกกินแบ่ง รัฐบำลจะออกในแต่ละงวด อำจส่งผลกระทบต่อสังคม ทำให้คนในสังคมเกิดควำมหมกมุ่นใน กับ กำรใช้เงินเล่นหวยมำกขึ้น 5. การคิดอย่างเป็ นระบบ เกิดจำกกำรที่ผู้เรียนคิดแก้ปัญหำอย่ำงเป็นขั้นตอน โดยใช้ขั้นตอนในกำรพัฒนำโครงงำน คือ ผู้เรียนเป็นผู้วำงแผนในกำรศึกษำ ค้นคว้ำ เก็บ รวบรวมข้อมูล พัฒนำ หรือประดิษฐ์คิดค้นผลงำน รวมทั้งกำรสรุปผล และ กำรนำเสนอผลกำรศึกษำค้นคว้ำด้วยตนเอง โดยมีผู้สอนและผู้ทรงคุณวุฒิเป็นผู้ให้ คำปรึกษำ
  • 7.
    3.ความสามารถในการแก้ปัญหา เกิดจำกกำรที่ผู้เรียนวิเครำะห์ปัญหำ เข้ำใจ และอธิบำยปัญหำทำงด้ำนคอมพิวเตอร์รวม ทั้งประยุกต์ ควำมรู้ ทักษะ และกำรใช้เครื่องมือที่เหมำะสมกับกำรแก้ไขปัญหำ 4.ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เกิดจำกกำรที่ผู้เรียนได้นำ ควำมรู้และกระบวนกำรต่ำง ๆ ไปใช้ในกำรพัฒนำโครงงำน และ นำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่ำงเหมำะสม รวมถึงกำรพัฒนำ โครงงำน ก่อให้เกิดกำรเรียนรู้ด้วยตนเอง อันนำไปสู่กำรเรียนรู้ตลอดชีวิต 5.ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เกิดจำกกำรที่ผู้เรียนสำมำรถ เลือกใช้เทคโนโลยีสำรสนเทศในกำรแก้ปัญหำได้ อย่ำงถูกต้องเหมำะสม และมีคุณธรรม
  • 8.
    ดำเนินงำนโดยนักเรียน เป็นผู้ริเริ่มสร้ำงสรรค์และครูอำจำรย์ เป็นผู้ให้ คำแนะนำปรึกษำมีองค์ประกอบดังนี้ 1.เป็นกิจกรรมกำรเรียนให้นักเรียนศึกษำ ค้นคว้ำ ปฏิบัติดัวยตนเอง โดยอำศัยหลักวิชำกำรทำงทฤษฎีตำมเนื้อหำโครงงำนนั้นๆ หรือจำก ประสบกำรณ์และกิจกรรมต่ำง ๆ ที่ได้พบเห็นมำกแล้ว 2. นักเรียนทุกคนพิจำรณำจัดทำโครงงำนด้วยตนเอง หรือเป็นกลุ่ม โดยใช้ระยะเวลำสั้นๆ เป็นภำคเรียน หรือมำกว่ำก็ได้ แล้วแต่โครงงำนเล็ก หรือใหญ่ 3. นักเรียนเป็นผู้พิจำรณำริเริ่มสร้ำงสรรค์ คัดเลือกโครงงำนที่จะ ศึกษำค้นคว้ำปฏิบัติด้วยตนเองตำมควำมถนัด สนใจ และควำมพร้อม ขอบข่ายของโครงงาน
  • 9.
    4. นักเรียนเป็นผู้เสนอโครงงำน รำยละเอียดของโครงงำนแผนปฏิบัติงำนและ กำรแปลผล รำยงำนผลต่ออำจำรย์ที่ปรึกษำ เพื่อดำเนินงำนร่วมกันให้บรรลุ ตำมจุดหมำยที่กำหนดไว้ 5. เป็นโครงงำนที่เหมำะสมกับควำมรู้ ควำมสำมำรถของนักเรียนตำมวัยและ สติปัญญำ รวมทั้งกำรใช้จ่ำยเงินดำเนินงำนด้วย
  • 10.