กรณีศึกษา : โครงการวิจัยเรื่อง การพัฒนาฐานความรู้การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมโดย
ชุมชนมีส่วนร่วม เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนของอาเภอพิมาย
จังหวัดนครราชสีมา โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สามารถ จับโจร และ
คณะ
งานวิจัยดังกล่าวเป็นการรวบรวมข้อมูลการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพื่อสร้างฐานความรู้
(Knowledge Base : KB) การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของอาเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา โดย
ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีออนโทโลยี
การพัฒนาฐานความรู้การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมฯ
ไม่ ใช่
ระบบสืบค้นฐานความรู้การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
อาเภอพิมาย จังหวัดครราชสีมา
ศึกษาข้อมูลและเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาเภอพิมาย
ประวัติศาสตร์
 โบราณสถาน
 พุทธสถาน
 พิพิธภัณฑ์
วัฒนธรรม
 ประเพณี
 ความเชื่อ
วิถีชนบท
 อาหารพื้นบ้าน
 เกษตร/ธรรมชาติ
สุขภาพวัฒนธรรม
 ส่งเสริมสุขภาพ
 บาบัดสุขภาพ
สินค้าชุมชน
 สินค้าพื้นบ้าน
 สินค้าOTOP
ข้อมูลพื้นฐาน
 ประวัติ
 ที่ตั้ง
 พิกัดภูมิศาสตร์
กีฬาวัฒนธรรม
 กีฬาพื้นบ้าน
 การละเล่น
ฐานความรู้การท่องเที่ยว
เชิงวัฒนธรรม
(PCTO)
การออกแบบและพัฒนาโครงสร้างออนโทโลยีฐานความรู้การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
เหมาะสม?
ตรวจสอบความเหมาะสมของโครงสร้างออนโทโลยี
1. ศึกษาข้อมูลและเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ของ
อาเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา
ศึกษาข้อมูลเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ของอาเภอพิมาย
ได้แก่ ข้อมูลพื้นฐานของแหล่งท่องเที่ยว ที่ตั้ง พิกัดภูมิศาสตร์ ข้อมูลการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์
(Historical Tourism) ข้อมูลการท่องเที่ยววัฒนธรรมและประเพณี (Cultural and Traditional
Tourism) ข้อมูลการท่องเที่ยวเชิงวิถีชนบท (Rural Tourism / Village Tourism) ข้อมูลการ
ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพทางวัฒนธรรม (Cultural Health Tourism) ข้อมูลการท่องเที่ยวกีฬาเชิง
วัฒนธรรม (Sport Cultural Tourism) และข้อมูลสินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึก โดยทาการเก็บรวม
รวมข้อมูล ดังนี้
1.1 เก็บรวมรวมข้อมูลจากเอกสารที่เกี่ยวข้อง เป็นการศึกษาเอกสาร งานวิจัยที่
เกี่ยวข้องและทฤษฎีต่างๆ นามาศึกษาวิธีการจาแนกกลุ่มข้อมูลต่างๆ เพื่อช่วยในการพัฒนาโครงสร้าง
ฐานความรู้ให้มีความเกี่ยวข้องกับฐานความรู้การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ของอาเภอพิมาย จังหวัด
นครราชสีมา
1.2 เก็บรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานและคนในท้องถิ่น เป็นโดยทาการเก็บรวบรวม
ข้อมูล โดยพิจารณาจากขอบเขตขององค์ความรู้ที่ต้องการศึกษา ทาการเก็บรวมรวมข้อมูลจาก
หน่วยงานท้องถิ่นและชุมชน ได้แก่ อบต. กานัน ผู้ใหญ่บ้าน ปราชญ์ชาวบ้าน และคนในท้องถิ่น
1.3 เก็บรวบรวมจากผู้เชี่ยวชาญ เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลที่ใช้จากผู้เชี่ยวชาญด้าน
วัฒนธรรมหรือเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ได้แก่ วัฒนธรรมจังหวัด พัฒนาการอาเภอ นักวิชาการที่
เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบและให้คาแนะนาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้โครงสร้างมีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น
2. การออกแบบและพัฒนาโครงสร้างออนโทโลยีฐานความรู้การท่องเที่ยวเชิง
วัฒนธรรม
ข้อมูลที่ได้จากการเก็บรวบรวมข้อมูล จะถูกนามาจัดหมวดหมู่เบื้องต้นของมโนทัศน์
และคาสาคัญ ภายใต้ขอบเขตการศึกษา แหล่งข้อมูลองค์ความรู้ด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดย
ผู้วิจัยทาการวิเคราะห์ปัจจัยที่มีของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพื่อสร้างคลาส (Class) คลาสย่อย
(Suclass) คุณสมบัติของคลาส (Properties) และความสัมพันธ์ระหว่างคลาส (Relations) ผลที่ได้มี
ลักษณะเป็นโครงสร้างลาดับชั้นซึ่งแสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างมโนทัศน์ โดยใช้โปรแกรมโปรทีเจ
(Protégé) สร้างโครงสร้างความสัมพันธ์ของข้อมูลเชิงความหมาย โดยจัดเก็บในรูปแบบไฟล์ OWL
(Web Ontology Language)
3. การประเมินโครงสร้างออนโทโลยี
การตรวจสอบความเหมาะสมของโครงสร้างออนโทโลยีการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
ดังนี้
3. 1 ตรวจสอบโดยใช้ผู้เชี่ยวชาญจานวน 5 คน เป็นวิธีที่ให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ
ความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของโครงสร้างออนโทโลยี และสอดคล้องของโครงสร้างที่ออกแบบ
กับงานวิจัย
3.2 ตรวจสอบโดยใช้วิธีการประเมินผลการค้นคืนข้อมูลการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
โดยวิธีการสร้างแบบสอบถาม (Query) และกาหนดคาศัพท์ที่ใช้สืบค้นข้อมูล
4. การพัฒนาระบบสืบค้นฐานความรู้การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
เมื่อสร้างโครงสร้างออนโทโลยีเรียบร้อยแล้ว โปรแกรมโปรทีเจสามารถแปลงสิ่งที่สร้าง
ขึ้นให้เป็นภาษา OWL เพื่อนาไปใช้ในการคิวรีข้อมูลบนหน้าเว็บแอปพลิเคชัน โดยใช้ภาษา PHP เป็น
ภาษาที่ใช้ในการเขียนเว็บแอปพลิเคชัน และใช้ไลบารี่ RAP API for PHP เพื่อติดต่อออนโทโลยี เพื่อ
ใช้ในการคิวรีข้อมูลที่อยู่ในรูปแบบของไฟล์ OWL ขั้นตอนการทางานของระบบสืบค้นฐานความรู้การ
ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
ขั้นตอนการทางานของระบบสืบค้นฐานความรู้การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
ค้นพบ
แสดงผลลัพธ์
ผลลัพธ์ ไม่พบ
แสดงผลลัพธ์
แสดงคลาสและความสัมพันธ์ของผลลัพธ์ตามคาค้น
ผลลัพธ์
ผลลัพธ์
ค้นพบ
คาค้น ค้นหา
Web Browser
แสดงผลลัพธ์
คาค้น
นักท่องเที่ยว/ผู้ใช้
วิเคราะห์คลาสและ
ความสัมพันธ์ของคาค้น
ฐานความรู้การ
ท่องเที่ยวเชิง
วัฒนธรรม
PCTO
ตรวจสอบคลาสและ
ความสัมพันธ์
ตรวจสอบความสัมพันธ์
กับคลาสอื่น
แสดงผลลัพธ์ที่พบ
ไม่พบคลาสและ
ความสัมพันธ์
แสดงค่า
“ไม่พบคาที่ค้น”
5. ผลการพัฒนาระบบสืบค้นฐานความรู้การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ของอาเภอ
พิมาย จังหวัดนครราชสีมา
การพัฒนาระบบสืบค้นฐานความรู้การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของอาเภอพิมาย
จังหวัดนครราชสีมา โดยใช้ภาษา PHP เป็นภาษาที่สามารถทาการสืบค้นข้อมูลด้วยเทคโนโลยีเว็บเชิง
ความหมาย
การเข้าใช้งานระบบระบบสืบค้นฐานความรู้การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมฯ
เมื่อคลิกเข้าสู่ระบบสืบค้นฐานความรู้การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมฯ ผู้ใช้สามารถพิมพ์คาที่
ต้องการค้นหาในช่องคาค้น และคลิกปุ่มค้นหา
ตัวอย่างการใส่คาค้น “ความเชื่อ”
ผลลัพธ์แสดงเป็นรูปโฟลเดอร์ โดยความเชื่อเป็นคลาสย่อยของวัฒนธรรม โดยมีข้อมูลที่
เกี่ยวข้องกับความเชื่อจะแสดงออกทั้งหมด ผู้ใช้สามารถคลิกเพื่อดูข้อมูลที่สนใจได้ เมื่อคลิกที่ไหว้ศาล
ปู่ตาข้อมูลรายละเอียดจะแสดงด้านขวามือ
ตัวอย่างข้อมูลแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับคาค้น “ความเชื่อ”
จากการพัฒนาโครงสร้างออนโทโลยีฐานความรู้การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม อาเภอพิมาย
จังหวัดนครราชสีมา มาพัฒนาเป็นระบบสืบค้นฐานความรู้การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม อาเภอพิมาย
จังหวัดนครราชสีมา ในรูปแบบเว็บเบส (Web base) ทาให้ผู้ใช้สามารถค้นคาที่เกี่ยวข้องกับการ
ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ในอาเภอพิมาย ประกอบด้วย
1. การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ได้แก่ การเที่ยวชมโบราณสถาน, วัด และพิพิธภัณฑ์
ต่างๆ
2. การท่องเที่ยววิถีชนบท ได้แก่ การท่องเที่ยวชื่นชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชนบท
ชุมชน การเกษตร อาหารพื้นบ้าน และการละเล่นพื้นบ้าน
3. การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ได้แก่ ประเพณีที่สืบทอดต่อกันมา ความเชื่อต่างๆ ใน
ชุมชน ตัวอย่างเช่น การแข่งเรือยาว, ประเพณีการผูกเสี่ยว หรือการเลี้ยงศาลปู่ตาประจาหมู่บ้าน
เป็นต้น
4. การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพวัฒนธรรม เป็นการท่องเที่ยวที่ต้องการความผ่อนคลาย
คลายเครียด เช่น การนวดแผนไทย สมุนไพร แพทย์แผนโบราณ เป็นต้น

โจทย์กรณีศึกษา บทที่ 11 การจัดการองค์ความรู้(15 ต.ค.58)

  • 1.
    กรณีศึกษา : โครงการวิจัยเรื่องการพัฒนาฐานความรู้การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมโดย ชุมชนมีส่วนร่วม เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบยั่งยืนของอาเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สามารถ จับโจร และ คณะ งานวิจัยดังกล่าวเป็นการรวบรวมข้อมูลการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพื่อสร้างฐานความรู้ (Knowledge Base : KB) การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของอาเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา โดย ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีออนโทโลยี การพัฒนาฐานความรู้การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมฯ ไม่ ใช่ ระบบสืบค้นฐานความรู้การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม อาเภอพิมาย จังหวัดครราชสีมา ศึกษาข้อมูลและเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาเภอพิมาย ประวัติศาสตร์  โบราณสถาน  พุทธสถาน  พิพิธภัณฑ์ วัฒนธรรม  ประเพณี  ความเชื่อ วิถีชนบท  อาหารพื้นบ้าน  เกษตร/ธรรมชาติ สุขภาพวัฒนธรรม  ส่งเสริมสุขภาพ  บาบัดสุขภาพ สินค้าชุมชน  สินค้าพื้นบ้าน  สินค้าOTOP ข้อมูลพื้นฐาน  ประวัติ  ที่ตั้ง  พิกัดภูมิศาสตร์ กีฬาวัฒนธรรม  กีฬาพื้นบ้าน  การละเล่น ฐานความรู้การท่องเที่ยว เชิงวัฒนธรรม (PCTO) การออกแบบและพัฒนาโครงสร้างออนโทโลยีฐานความรู้การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เหมาะสม? ตรวจสอบความเหมาะสมของโครงสร้างออนโทโลยี
  • 2.
    1. ศึกษาข้อมูลและเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ของ อาเภอพิมายจังหวัดนครราชสีมา ศึกษาข้อมูลเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ของอาเภอพิมาย ได้แก่ ข้อมูลพื้นฐานของแหล่งท่องเที่ยว ที่ตั้ง พิกัดภูมิศาสตร์ ข้อมูลการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ (Historical Tourism) ข้อมูลการท่องเที่ยววัฒนธรรมและประเพณี (Cultural and Traditional Tourism) ข้อมูลการท่องเที่ยวเชิงวิถีชนบท (Rural Tourism / Village Tourism) ข้อมูลการ ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพทางวัฒนธรรม (Cultural Health Tourism) ข้อมูลการท่องเที่ยวกีฬาเชิง วัฒนธรรม (Sport Cultural Tourism) และข้อมูลสินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึก โดยทาการเก็บรวม รวมข้อมูล ดังนี้ 1.1 เก็บรวมรวมข้อมูลจากเอกสารที่เกี่ยวข้อง เป็นการศึกษาเอกสาร งานวิจัยที่ เกี่ยวข้องและทฤษฎีต่างๆ นามาศึกษาวิธีการจาแนกกลุ่มข้อมูลต่างๆ เพื่อช่วยในการพัฒนาโครงสร้าง ฐานความรู้ให้มีความเกี่ยวข้องกับฐานความรู้การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ของอาเภอพิมาย จังหวัด นครราชสีมา 1.2 เก็บรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานและคนในท้องถิ่น เป็นโดยทาการเก็บรวบรวม ข้อมูล โดยพิจารณาจากขอบเขตขององค์ความรู้ที่ต้องการศึกษา ทาการเก็บรวมรวมข้อมูลจาก หน่วยงานท้องถิ่นและชุมชน ได้แก่ อบต. กานัน ผู้ใหญ่บ้าน ปราชญ์ชาวบ้าน และคนในท้องถิ่น 1.3 เก็บรวบรวมจากผู้เชี่ยวชาญ เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลที่ใช้จากผู้เชี่ยวชาญด้าน วัฒนธรรมหรือเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ได้แก่ วัฒนธรรมจังหวัด พัฒนาการอาเภอ นักวิชาการที่ เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบและให้คาแนะนาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้โครงสร้างมีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น 2. การออกแบบและพัฒนาโครงสร้างออนโทโลยีฐานความรู้การท่องเที่ยวเชิง วัฒนธรรม ข้อมูลที่ได้จากการเก็บรวบรวมข้อมูล จะถูกนามาจัดหมวดหมู่เบื้องต้นของมโนทัศน์ และคาสาคัญ ภายใต้ขอบเขตการศึกษา แหล่งข้อมูลองค์ความรู้ด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดย ผู้วิจัยทาการวิเคราะห์ปัจจัยที่มีของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพื่อสร้างคลาส (Class) คลาสย่อย (Suclass) คุณสมบัติของคลาส (Properties) และความสัมพันธ์ระหว่างคลาส (Relations) ผลที่ได้มี ลักษณะเป็นโครงสร้างลาดับชั้นซึ่งแสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างมโนทัศน์ โดยใช้โปรแกรมโปรทีเจ (Protégé) สร้างโครงสร้างความสัมพันธ์ของข้อมูลเชิงความหมาย โดยจัดเก็บในรูปแบบไฟล์ OWL (Web Ontology Language) 3. การประเมินโครงสร้างออนโทโลยี การตรวจสอบความเหมาะสมของโครงสร้างออนโทโลยีการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ดังนี้
  • 3.
    3. 1 ตรวจสอบโดยใช้ผู้เชี่ยวชาญจานวน5 คน เป็นวิธีที่ให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ ความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของโครงสร้างออนโทโลยี และสอดคล้องของโครงสร้างที่ออกแบบ กับงานวิจัย 3.2 ตรวจสอบโดยใช้วิธีการประเมินผลการค้นคืนข้อมูลการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยวิธีการสร้างแบบสอบถาม (Query) และกาหนดคาศัพท์ที่ใช้สืบค้นข้อมูล 4. การพัฒนาระบบสืบค้นฐานความรู้การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เมื่อสร้างโครงสร้างออนโทโลยีเรียบร้อยแล้ว โปรแกรมโปรทีเจสามารถแปลงสิ่งที่สร้าง ขึ้นให้เป็นภาษา OWL เพื่อนาไปใช้ในการคิวรีข้อมูลบนหน้าเว็บแอปพลิเคชัน โดยใช้ภาษา PHP เป็น ภาษาที่ใช้ในการเขียนเว็บแอปพลิเคชัน และใช้ไลบารี่ RAP API for PHP เพื่อติดต่อออนโทโลยี เพื่อ ใช้ในการคิวรีข้อมูลที่อยู่ในรูปแบบของไฟล์ OWL ขั้นตอนการทางานของระบบสืบค้นฐานความรู้การ ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ขั้นตอนการทางานของระบบสืบค้นฐานความรู้การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ค้นพบ แสดงผลลัพธ์ ผลลัพธ์ ไม่พบ แสดงผลลัพธ์ แสดงคลาสและความสัมพันธ์ของผลลัพธ์ตามคาค้น ผลลัพธ์ ผลลัพธ์ ค้นพบ คาค้น ค้นหา Web Browser แสดงผลลัพธ์ คาค้น นักท่องเที่ยว/ผู้ใช้ วิเคราะห์คลาสและ ความสัมพันธ์ของคาค้น ฐานความรู้การ ท่องเที่ยวเชิง วัฒนธรรม PCTO ตรวจสอบคลาสและ ความสัมพันธ์ ตรวจสอบความสัมพันธ์ กับคลาสอื่น แสดงผลลัพธ์ที่พบ ไม่พบคลาสและ ความสัมพันธ์ แสดงค่า “ไม่พบคาที่ค้น”
  • 4.
    5. ผลการพัฒนาระบบสืบค้นฐานความรู้การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ของอาเภอ พิมายจังหวัดนครราชสีมา การพัฒนาระบบสืบค้นฐานความรู้การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของอาเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา โดยใช้ภาษา PHP เป็นภาษาที่สามารถทาการสืบค้นข้อมูลด้วยเทคโนโลยีเว็บเชิง ความหมาย การเข้าใช้งานระบบระบบสืบค้นฐานความรู้การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมฯ เมื่อคลิกเข้าสู่ระบบสืบค้นฐานความรู้การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมฯ ผู้ใช้สามารถพิมพ์คาที่ ต้องการค้นหาในช่องคาค้น และคลิกปุ่มค้นหา
  • 5.
    ตัวอย่างการใส่คาค้น “ความเชื่อ” ผลลัพธ์แสดงเป็นรูปโฟลเดอร์ โดยความเชื่อเป็นคลาสย่อยของวัฒนธรรมโดยมีข้อมูลที่ เกี่ยวข้องกับความเชื่อจะแสดงออกทั้งหมด ผู้ใช้สามารถคลิกเพื่อดูข้อมูลที่สนใจได้ เมื่อคลิกที่ไหว้ศาล ปู่ตาข้อมูลรายละเอียดจะแสดงด้านขวามือ ตัวอย่างข้อมูลแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับคาค้น “ความเชื่อ”
  • 6.
    จากการพัฒนาโครงสร้างออนโทโลยีฐานความรู้การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม อาเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา มาพัฒนาเป็นระบบสืบค้นฐานความรู้การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา ในรูปแบบเว็บเบส (Web base) ทาให้ผู้ใช้สามารถค้นคาที่เกี่ยวข้องกับการ ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ในอาเภอพิมาย ประกอบด้วย
  • 7.
    1. การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ได้แก่การเที่ยวชมโบราณสถาน, วัด และพิพิธภัณฑ์ ต่างๆ 2. การท่องเที่ยววิถีชนบท ได้แก่ การท่องเที่ยวชื่นชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชนบท ชุมชน การเกษตร อาหารพื้นบ้าน และการละเล่นพื้นบ้าน 3. การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ได้แก่ ประเพณีที่สืบทอดต่อกันมา ความเชื่อต่างๆ ใน ชุมชน ตัวอย่างเช่น การแข่งเรือยาว, ประเพณีการผูกเสี่ยว หรือการเลี้ยงศาลปู่ตาประจาหมู่บ้าน เป็นต้น 4. การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพวัฒนธรรม เป็นการท่องเที่ยวที่ต้องการความผ่อนคลาย คลายเครียด เช่น การนวดแผนไทย สมุนไพร แพทย์แผนโบราณ เป็นต้น