Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
Submit search
EN
Uploaded by
สร้อยเพชร วุฒิงาม
1,166 views
แผนคอมพิวเตอร์เพื่องานอาชีพ1
แผนการจัดการเรียนรู้ ยืมมาใช้
Education
◦
Read more
0
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Downloaded 13 times
1
/ 29
2
/ 29
3
/ 29
4
/ 29
5
/ 29
6
/ 29
7
/ 29
8
/ 29
9
/ 29
10
/ 29
11
/ 29
12
/ 29
13
/ 29
14
/ 29
15
/ 29
16
/ 29
17
/ 29
18
/ 29
19
/ 29
20
/ 29
21
/ 29
22
/ 29
23
/ 29
24
/ 29
25
/ 29
26
/ 29
27
/ 29
28
/ 29
29
/ 29
More Related Content
PDF
แนวข้อสอบคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ
by
Lupin F'n
PDF
ระบบการทำงานของคอมพิวเตอร์
by
nprave
PDF
แนวข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย วิชาเอกคอมพิวเตอร์ ชุดที่ 4
by
Mevenwen Singollo
PDF
หน่วยที่ 2-องค์ประกอบและหลักการทำงานของคอม
by
nawapornsattasan
PDF
หน่วยที่1
by
วาสนา ใจสุยะ
PDF
ข้อสอบ o-net ปี 53
by
พรทิพย์ ทองไพบูลย์
PDF
ใบความรู้ที่ 1 ระบบการทำงานของคอมพิวเตอร์
by
Nattapon
DOC
กิจกรรมที่3 องค์ประกอบและหลักการทำงานของคอมพิวเตอร์
by
jatesada5803
แนวข้อสอบคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ
by
Lupin F'n
ระบบการทำงานของคอมพิวเตอร์
by
nprave
แนวข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย วิชาเอกคอมพิวเตอร์ ชุดที่ 4
by
Mevenwen Singollo
หน่วยที่ 2-องค์ประกอบและหลักการทำงานของคอม
by
nawapornsattasan
หน่วยที่1
by
วาสนา ใจสุยะ
ข้อสอบ o-net ปี 53
by
พรทิพย์ ทองไพบูลย์
ใบความรู้ที่ 1 ระบบการทำงานของคอมพิวเตอร์
by
Nattapon
กิจกรรมที่3 องค์ประกอบและหลักการทำงานของคอมพิวเตอร์
by
jatesada5803
What's hot
DOC
แนวข้อสอบคอมพิวเตอร์
by
iamaomkitt
PDF
ข้อสอบ5 เม.ย. การใช้เทคโนโลยีอินเตอร์เนต ปวส 2558มี80ข้อ
by
peter dontoom
DOC
ใบความรู้ที่ 2 เรื่อง องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์
by
เทวัญ ภูพานทอง
PDF
ข้อสอบ O-net ปี 51
by
พรทิพย์ ทองไพบูลย์
PDF
รวมข้อสอบ O-NETปี51-54 (คอมพิวเตอร์)
by
ภูเบศ เศรษฐบุตร
PDF
รายงานคอม
by
Patcharida Boon-on
DOC
Basic1
by
phisit7
PDF
Introduction to computer
by
Pises Tantimala
PDF
Learnning01
by
Jirawat Chanphupha
PDF
บทที่ 1 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
by
konkamon
PDF
แนวข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย วิชาเอกคอมพิวเตอร์ ชุดที่ 2
by
Mevenwen Singollo
PDF
Chepter1
by
สุรจักษ์ ชีวิตคือการเรียนรู้
PDF
รายงานคอมพิวเตอร์
by
napatson chaiyasan
PDF
โครงงาน ระบบคอมพิวเตอร์และสถาปัตยกรรม
by
MooAuan_Mini
PPT
สถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์และระบบปฏิบัติการ
by
dollar onohano
PDF
คอมพิวเตอร์เบื้องต้น
by
NOiy Ka
PDF
คอมพิวเตอร์ ม.1 คอมพิวเตอร์เบื้องต้น
by
พัน พัน
PDF
ใบงาน 1 คอมพิวเตอร์เบื้องต้น
by
โรงเรียนอนุบาลระนอง
แนวข้อสอบคอมพิวเตอร์
by
iamaomkitt
ข้อสอบ5 เม.ย. การใช้เทคโนโลยีอินเตอร์เนต ปวส 2558มี80ข้อ
by
peter dontoom
ใบความรู้ที่ 2 เรื่อง องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์
by
เทวัญ ภูพานทอง
ข้อสอบ O-net ปี 51
by
พรทิพย์ ทองไพบูลย์
รวมข้อสอบ O-NETปี51-54 (คอมพิวเตอร์)
by
ภูเบศ เศรษฐบุตร
รายงานคอม
by
Patcharida Boon-on
Basic1
by
phisit7
Introduction to computer
by
Pises Tantimala
Learnning01
by
Jirawat Chanphupha
บทที่ 1 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
by
konkamon
แนวข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย วิชาเอกคอมพิวเตอร์ ชุดที่ 2
by
Mevenwen Singollo
Chepter1
by
สุรจักษ์ ชีวิตคือการเรียนรู้
รายงานคอมพิวเตอร์
by
napatson chaiyasan
โครงงาน ระบบคอมพิวเตอร์และสถาปัตยกรรม
by
MooAuan_Mini
สถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์และระบบปฏิบัติการ
by
dollar onohano
คอมพิวเตอร์เบื้องต้น
by
NOiy Ka
คอมพิวเตอร์ ม.1 คอมพิวเตอร์เบื้องต้น
by
พัน พัน
ใบงาน 1 คอมพิวเตอร์เบื้องต้น
by
โรงเรียนอนุบาลระนอง
Similar to แผนคอมพิวเตอร์เพื่องานอาชีพ1
PPT
บทที่ 1
by
Rainny Wongsamut
DOC
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
by
Da Arsisa
PPT
องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์
by
SPipe Pantaweesak
PPT
องค์ประกอบของ Computer
by
SPipe Pantaweesak
PPTX
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์และระบบสารสนเทศเพื่องานอาชีพ
by
Jakarin Damrak
PDF
กำเนิดเทคโนโลยีสารสนเทศ
by
nottodesu
PPT
การใช้คอมพิวเตอร์และระบบสารสนเทศ
by
hs8zlb
PPT
คอมพิวเตอร์เบื้อนต้น
by
jintana2
PPT
คอมพิวเตอร์เบื้องต้น
by
jintana2
PDF
คอมพิวเตอร์เบื้องต้น
by
NOiy Ka
PDF
Chapter1
by
rapiporn
PPT
Week01
by
somsak khongchai
PPT
คอมพิวเตอร์
by
deepre
PPT
คอมพิวเตอร์
by
deepre
PPT
computer
by
วิพาวัน ศิริกาญจนชาด
PPT
คอมพิวเตอร์
by
วิพาวัน ศิริกาญจนชาด
PPT
Intro computer
by
chalermsri1
PPT
Week01
by
happy00133
PPT
Week02
by
naphosak
PPT
Week02
by
naphosak
บทที่ 1
by
Rainny Wongsamut
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
by
Da Arsisa
องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์
by
SPipe Pantaweesak
องค์ประกอบของ Computer
by
SPipe Pantaweesak
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์และระบบสารสนเทศเพื่องานอาชีพ
by
Jakarin Damrak
กำเนิดเทคโนโลยีสารสนเทศ
by
nottodesu
การใช้คอมพิวเตอร์และระบบสารสนเทศ
by
hs8zlb
คอมพิวเตอร์เบื้อนต้น
by
jintana2
คอมพิวเตอร์เบื้องต้น
by
jintana2
คอมพิวเตอร์เบื้องต้น
by
NOiy Ka
Chapter1
by
rapiporn
Week01
by
somsak khongchai
คอมพิวเตอร์
by
deepre
คอมพิวเตอร์
by
deepre
computer
by
วิพาวัน ศิริกาญจนชาด
คอมพิวเตอร์
by
วิพาวัน ศิริกาญจนชาด
Intro computer
by
chalermsri1
Week01
by
happy00133
Week02
by
naphosak
Week02
by
naphosak
แผนคอมพิวเตอร์เพื่องานอาชีพ1
1.
โครงการจัดการเรียนรู วิชา 2001-0001 คอมพิวเตอรเพื่องานอาชีพ ครั้งที่
1หนวยที่ 1 คอมพิวเตอรกับระบบสารสนเทศ เรื่อง การใชงานคอมพิวเตอรเบื้องตน 1. ความหมายของคอมพิวเตอร 2. ระบบของคอมพิวเตอร 3. ขบวนการทํางานของคอมพิวเตอร 4. ประเภทของคอมพิวเตอร 5. บทบาทของคอมพิวเตอร 6.การติดตั้งคอมพิวเตอร 7.ระบบสารสนเทศ 8.การใชคอมพิวเตอรและระบบสารสนเทศดานตาง ๆ 9.คอมพิวเตอรและอุปกรณ จํานวน 3 ชั่วโมง จุดประสงคการสอน รายการสอน 1. บอกความหมายของคอมพิวเตอรได 2. เขียนขั้นตอนการติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอรได 3. แยกประเภทคอมพิวเตอรตามขนาดได 4. วิเคราะหกระบวนการทํางานคอมพิวเตอรได 5. เขียนระบบคอมพิวเตอรได 6. ติดตั้งอุปกรณคอมพิวเตอรและอุปกรณ รอบขางไดถูกตองและใชงานได 7. บอกความหมายของระบบสารสนเทศได 8. นําสารสนเทศและขอมูลดิบไปใชงานได 9. นําคอมพิวเตอรไปประยุกตใชงานได 10. เขียนชื่อและหนาที่การทํางานของอุปกรณ คอมพิวเตอรได 11. ดูแลรักษาเครื่องคอมพิวเตอรและอุปกรณ คอมพิวเตอรได 1. ความหมายของคอมพิวเตอร 2. ระบบของคอมพิวเตอร 3. ขบวนการทํางานของคอมพิวเตอร 4. ประเภทของคอมพิวเตอร 5. บทบาทของคอมพิวเตอร 6. การติดตั้งคอมพิวเตอร 7. ระบบสารสนเทศ 8. การใชคอมพิวเตอรและระบบสารสนเทศดาน ตาง ๆ 9. คอมพิวเตอรและอุปกรณ
2.
วิธีการสอน ทําแบบทดสอบกอนเรียน /
บรรยาย / ถาม- ตอบ / ปฏิบัติ / ทําแบบทดสอบหลังเรียน สื่อการสอน 1. CAI ประกอบการสอนวิชาคอมพิวเตอร เพื่องานอาชีพ 2. ใบความรู 3. ใบงาน 4. แบบทดสอบกอนเรียน 5. แบบทดสอบหลังเรียน หนังสืออางอิง บุญสืบ โพธิ์ศรีและคณะ. คอมพิวเตอรเพื่อ งาน อาชีพ. ศสอ. กรุงเทพฯ การประเมินผล ทําแบบทดสอบ ไดเกินรอยละ80 แผนการจัดการเรียนรู รหัสวิชา 2001-0001 วิชา คอมพิวเตอรเพื่องานอาชีพ จํานวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห ชื่อหนวย คอมพิวเตอรกับระบบสารสนเทศ เรื่อง การใชงานคอมพิวเตอรเบื้องตน 1. ความหมายของคอมพิวเตอร 2. ระบบของคอมพิวเตอร 3. ขบวนการทํางานของคอมพิวเตอร 4. ประเภทของคอมพิวเตอร 5. บทบาทของคอมพิวเตอร 6. การติดตั้งคอมพิวเตอร 7. ระบบสารสนเทศ 8. การใชคอมพิวเตอรและระบบสารสนเทศดานตาง ๆ 9. คอมพิวเตอรและอุปกรณ สาระสําคัญ กระบวนการทํางานของคอมพิวเตอรเริ่มจากปอนขอมูลเขาทางหนวยอินพุท หรือหนวยปอน ขอมูลเขาไปยังหนวยประมวลผลซึ่งจะทํางานรวมกับหนวยความจําและสงไปยังเอาพุท การติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอรเพื่อใชงานจะตองพิจารณาตําแหนงที่เหมาะสมมีอากาศถายเทได สะดวก เพื่อใหมีการระบายความรอนที่ดี โตะและเกาอี้จะตองไมต่ําหรือสูงเกินไป สามารถนั่งพิมพได เปนเวลานาน
3.
จุดประสงคการเรียน จุดประสงคทั่วไป เพื่อใหนักเรียน มีความรู ความเขาใจ
ความหมายของคอมพิวเตอร ระบบคอมพิวเตอร กระบวนการ ทํางานของคอมพิวเตอร ประเภทคอมพิวเตอร บทบาทของคอมพิวเตอรและการติดตั้งเครื่อง คอมพิวเตอร จุดประสงคเชิงพฤติกรรม พุทธิพิสัย 1. ผูเรียนสามารถบอกความหมายของคอมพิวเตอรได 2. ผูเรียนสามารถเขียนระบบคอมพิวเตอรได 3. ผูเรียนสามารถวิเคราะหกระบวนการทํางานคอมพิวเตอรได 4. ผูเรียนสามารถแยกประเภทคอมพิวเตอรตามขนาดได 5. ผูเรียนสามารถอธิบายบทบาทของคอมพิวเตอรได 6. ผูเรียนสามารถเขียนขั้นตอนการติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอรได 7. ผูเรียนสามารถบอกความหมายของระบบสารสนเทศได ทักษะพิสัย 1. ผูเรียนสามารถติดตั้งอุปกรณคอมพิวเตอรและอุปกรณรอบขางไดถูกตองและใชงานได 2. ผูเรียนสามารถนําสารสนเทศและขอมูลดิบไปใชงานได 3. ผูเรียนสามารถนําคอมพิวเตอรไปประยุกตใชงานได จิตพิสัย 1. ผูเรียนสามารถบรรยายประโยชนของคอมพิวเตอรได 2. ผูเรียนสามารถทํางานเปนกระบวนการกลุมดวยความรอบคอบและระมัดระวัง
4.
เนื้อหาสาระ ความหมายของคอมพิวเตอร คอมพิวเตอรหมายถึง เครื่องจักรกลทางดานอิเล็กทรอนิกสที่มนุษยคิดคนขึ้นมา เพื่ออํานวย ความสะดวกในดานตาง
ๆ เชนการคํานวณ การออกแบบ การเก็บขอมูล โดยมนุษยสามารถเขียน โปรแกรมหรือคําสั่ง สั่งใหคอมพิวเตอรทํางานตามขั้นตอนที่กําหนด และประมวลผลออกมาตามที่ ตองการได ระบบคอมพิวเตอร 1. ฮารดแวร (Hardware) 2. ซอฟตแวร (Software) 3. พีเพิลแวร (Peopleware) 4. ขอมูล (Data) กระบวนการทํางานของคอมพิวเตอร กระบวนการทํางานของคอมพิวเตอรเริ่มจากปอนขอมูลเขาทางหนวยอินพุทหรือหนวย ปอนขอมูลเขา ไดแก คียบอรด เมาส สแกนเนอร กลองดิจิตอล จอยสติ๊ก และ ไมโครโฟน เปนตน เมื่อ ผานทางอุปกรณอินพุทจะสงเขาไปยังหนวยประมวลผลกลาง(CPU) ซึ่งจะทําหนาที่ในการประมวลผล ขอมูลและควบคุมการทํางานของเครื่องคอมพิวเตอรทั้งหมด โดยจะทํางานรวมกับหนวยความจํา (Memory Unit) ซึ่งมีอยู 2 ชนิดคือหนวยความจําชั่วคราว (RAM) และหนวยความจําถาวร (ROM) เมื่อ ทํางานในขั้นตอนนี้เสร็จสิ้นแลวจะสงขอมูลไปยังหนวยแสดงผล ไดแก จอภาพ เครื่องพิมพ ลําโพง เครื่องฉายโปรเจคเตอร เปนตน ประเภทของคอมพิวเตอร 1. ซุปเปอรคอมพิวเตอร (Suppercomputer) 2. เมนเฟรมคอมพิวเตอร (Mainframecomputer) 3. มินิคอมพิวเตอร (Minicomputer) 4. ไมโครคอมพิวเตอร (Microcomputer) ปจจุบันไดมีการผลิตคอมพิวเตอรประเภทที่ 5 คือคอมพิวเตอรแบบพกพา เชน โนตบุค คอมพิวเตอร ปาลม คอมพิวเตอรมือถือ และออกาไนเซอร เปนตน
5.
การติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอรเพื่อใชงานจะตองพิจารณาตําแหนงที่เหมาะสมมีอากาศถายเทได สะดวก เพื่อใหมีการระบายความรอนที่ดี โตะและเกาอี้จะตองไมต่ําหรือสูงเกินไป
สามารถนั่งพิมพได เปนเวลานาน วิธีการติดตั้งใหปฏิบัติดังนี้ 1. เปดกลองแลวนําคอมพิวเตอรออกมาอยางระมัดระวัง 2. ตอสายคียบอรดเขากับพอรตตอคียบอรดซึ่งอาจจะเปนแบบ PS/2 หรือแบบ USB 3. ตอสายเมาสเขากับพอรตตอเมาสซึ่งอาจจะเปนแบบ PS/2 หรือแบบ USB 4. ตอสายจอภาพเขากับพอรตตอจอภาพ พอรตนี้จะมีสีน้ําเงินจํานวน 15 ขา 5. นําขั้วตอออดิโอแจ็คของลําโพงตอเขากับจุดตอดานหลังเครื่องบริเวณการดเสียง ปกติ ชองตอสายออดิโอแจ็คของลําโพงมักจะมีสีเขียว 6. นําสายไฟฟาตอเขากับจุดตอไฟเขา 220 โวลท 7. ตรวจสอบความถูกตองและทดลองเปดเครื่อง การดูแลรักษาเครื่องคอมพิวเตอร 1. ไมควรติดตั้งคอมพิวเตอรในสถานที่ที่ถูกแสงแดดโดยตรงหรือพื้นที่ที่มีอุณหภูมิสูงหรือ ต่ําเกินไป 2. ระวังอยาใหของเหลวหรือน้ําหยดลงไปในคอมพิวเตอรหรือคียบอรด 3. หมั่นทําความสะอาดคอมพิวเตอรและจอภาพ โดยใชผาสักหลาดหรือผานุมเช็ดฝุน 4. หากจําเปนควรทําความสะอาด โดยการกําจัดฝุนละอองออกจากชองระบายอากาศเพื่อให การระบายอากาศดี 5. เมื่อไมใชเครื่องเปนเวลานาน ควรปดสวิตชคอมพิวเตอร เพื่อยืดอายุการใชงานของเครื่อง คอมพิวเตอร ขอควรระวัง คือ กอนทําความสะอาดเครื่องคอมพิวเตอร ควรถอดปลั๊กไฟของคอมพิวเตอร ออกเสียกอน ระบบสารสนเทศ สารสนเทศ (Information) หมายถึง ขอมูลดิบที่ไดผานการประมวลผลในหนวยประมวลผล กลางของคอมพิวเตอรมาแลว นั่นคือไดผานการคํานวณ การจัดเรียง การเปรียบเทียบ เปนตน ผลลัพธที่ ไดสามารถนําไปใชประโยชนตอผูที่เกี่ยวของได คอมพิวเตอรสามารถรับขอมูลไดหลายรูปแบบ เพื่อนําเขาสูระบบการประมวลผล เพื่อใหได ผลลัพธหรือสารสนเทศที่สามารถนําไปใชประโยชนไดตามความตองการขององคกร รูปแบบของ ขอมูลที่นําเขาสูระบบการประมวลผลของคอมพิวเตอรไดแก ตัวเลข ตัวอักษร ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว
6.
และเสียง เปนตน การใชคอมพิวเตอรและระบบสารสนเทศดานตาง ๆ 1.
ดานการศึกษา 2. ดานธุรกิจ 3. ดานอุตสาหกรรม 4. ดานวิทยาศาสตร 5. ดานการติดตอสื่อสารระยะไกล 6. ดานการแพทย 7. ดานความบันเทิง คอมพิวเตอรและอุปกรณ 1. คอมพิวเตอรและแหลงจายไฟ 2. หนวยรับขอมูล 3. หนวยแสดงผล 4. หนวยประมวลผล 5. หนวยความจํา 6. หนวยความจําสํารอง 7. แผงเมนบอรด กิจกรรมการเรียนรู 1. บอกวัตถุประสงคของการเรียนการสอนรายวิชา เกณฑการใหคะแนน การปฏิบัติกิจกรรมการ เรียน และขอควรปฏิบัติขณะเรียน 2. รวมสนทนาเกี่ยวกับเรื่องคอมพิวเตอร 3. ทําแบบทดสอบกอนเรียน 4. แนะนําและสาธิตการใช CAI ประกอบการสอนวิชาคอมพิวเตอรเพื่องานอาชีพ 5. ใหนักเรียนศึกษาดวยตนเองจาก CAI ประกอบการสอนวิชาคอมพิวเตอรเพื่องานอาชีพ 6. แบงกลุมศึกษาเรื่อง การใชงานคอมพิวเตอรเบื้องตน แลวออกมานําเสนอหนาชั้น 7. ทําใบงานประจําหนวยที่ 1 เรื่องการติดตั้งคอมพิวเตอรและเทคโนโลยีสารสนเทศ
7.
8. ฝกปฏิบัติตอสายอุปกรณตาง ๆ 9.
ทบทวนรายละเอียดการตอสาย 10. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปสาระสําคัญ 11. เปดโอกาสใหนักเรียนซักถามขอสงสัย 12. ทดสอบและใหนักเรียนผลัดกันตรวจ 13. เปรียบเทียบผลการทดสอบกอน-หลังเรียน สื่อและแหลงการเรียนรู 1. CAI ประกอบการสอนวิชาคอมพิวเตอรเพื่องานอาชีพ 2. ใบความรู 3. ใบงาน 4. แบบทดสอบกอนเรียน 5. แบบทดสอบหลังเรียน
8.
การบูรณาการเชื่อมโยง สาระการเรียนรู การบูรณาการ กิจกรรม ภาษาไทย
นําเสนอผลงานกลุม วิทยาศาสตร ทดลองติดตั้งอุปกรณ การใชงานคอมพิวเตอร เบื้องตน ไฟฟาและอิเล็กทรอนิกส ติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร เครื่องมือวัดผลตามพุทธิพิสัย (6 คะแนน) 1. บอกความหมายของคอมพิวเตอรได (1 คะแนน) 2. เขียนระบบคอมพิวเตอรได (1 คะแนน) 3. แยกประเภทคอมพิวเตอรตามขนาดได (1 คะแนน) 4. วิเคราะหกระบวนการทํางานคอมพิวเตอรได (1 คะแนน) 5. เขียนขั้นตอนการติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอรได (1 คะแนน) 6. บอกความหมายของระบบสารสนเทศได(1 คะแนน เครื่องมือวัดผลตามทักษะพิสัย (9 คะแนน) 1. ทําใบงานประจําหนวยที่ 1 เรื่องการติดตั้งคอมพิวเตอร (5 คะแนน) 2. ทําใบงานประจําหนวยที่ 1 เรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศ (4 คะแนน) เครื่องมือวัดผลตามจิตพิสัย (5 คะแนน) 1. บรรยายบทบาทของคอมพิวเตอร (3 คะแนน) 2. ทํางานเปนกระบวนการกลุมดวยความรอบคอบและระมัดระวัง (2 คะแนน) เกณฑการวัดผลตามพุทธิพิสัย การตอบคําถามขอ 1 ความหมายของคอมพิวเตอร คอมพิวเตอร คือ อุปกรณอิเล็กทรอนิกสที่มีการทํางานซับซอนและอัตโนมัติ มีการควบคุม การทํางานดวยโปรแกรมหรือชุดคําสั่งที่มนุษยสรางขึ้น สามารถรับขอมูล ประมวลผล แสดงผลลัพธ รวมถึงการจัดเก็บขอมูล เพื่อใหสามารถนํากลับมาใชไดอีก กระบวนการทํางานของคอมพิวเตอรมี ความเร็วสูงและถูกตองแมนยํา ถาผูเรียนตอบไดถูกตองให 1 คะแนน ถาตอบนอกเหนือจากนี้หรือไมครบถวนไมใหคะแนน
9.
การตอบคําถามขอที่ 2 ระบบคอมพิวเตอร 1. ฮารดแวร
(Hardware) 2. ซอฟตแวร (Software) 3. พีเพิลแวร (Peopleware) 4. ขอมูล (Data) ถาผูเรียนตอบคําถามตามแนวทางขางตนให 1 คะแนน ถาตอบนอกเหนือจากนี้หรือไมครบถวน ไมใหคะแนน การตอบคําถามขอที่ 3 ประเภทของคอมพิวเตอร 1. ซุปเปอรคอมพิวเตอร (Suppercomputer) 2. เมนเฟรมคอมพิวเตอร (Mainframecomputer) 3. มินิคอมพิวเตอร (Minicomputer) 4. ไมโครคอมพิวเตอร (Microcomputer) ปจจุบันไดมีการผลิตคอมพิวเตอรประเภทที่ 5 คือคอมพิวเตอรแบบพกพา เชน โนตบุค คอมพิวเตอร ปาลม คอมพิวเตอรมือถือ และออกาไนเซอร เปนตน ถาผูเรียนตอบคําถามตามแนวทางขางตนให 1 คะแนน ถาตอบนอกเหนือจากนี้หรือไมครบถวน ไมใหคะแนน การตอบคําถามขอที่ 4 วิเคราะหกระบวนการทํางานของคอมพิวเตอร กระบวนการทํางานของคอมพิวเตอรเริ่มจากปอนขอมูลเขาทางหนวยอินพุทหรือหนวย ปอนขอมูลเขา ไดแก คียบอรด เมาส สแกนเนอร กลองดิจิตอล จอยสติ๊ก และ ไมโครโฟน เปนตน เมื่อ ผานทางอุปกรณอินพุทจะสงเขาไปยังหนวยประมวลผลกลาง(CPU) ซึ่งจะทําหนาที่ในการประมวลผล ขอมูลและควบคุมการทํางานของเครื่องคอมพิวเตอรทั้งหมด โดยจะทํางานรวมกับหนวยความจํา (Memory Unit) ซึ่งมีอยู 2 ชนิดคือหนวยความจําชั่วคราว (RAM) และหนวยความจําถาวร (ROM) เมื่อ ทํางานในขั้นตอนนี้เสร็จสิ้นแลวจะสงขอมูลไปยังหนวยแสดงผล ไดแก จอภาพ เครื่องพิมพ ลําโพง เครื่องฉายโปรเจคเตอร เปนตน ถาผูเรียนตอบคําถามตามแนวทางขางตนให 1 คะแนน ถาตอบนอกเหนือจากนี้ไมใหคะแนน ถาตอบไมครบถวนหรือสมบูรณหักครึ่งคะแนน
10.
การตอบคําถามขอที่ 5 ขั้นตอนการติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร 1. เปดกลองแลวนําคอมพิวเตอรออกมาอยางระมัดระวัง 2.
ตอสายคียบอรดเขากับพอรตตอคียบอรดซึ่งอาจจะเปนแบบ PS/2 หรือแบบ USB 3. ตอสายเมาสเขากับพอรตตอเมาสซึ่งอาจจะเปนแบบ PS/2 หรือแบบ USB 4. ตอสายจอภาพเขากับพอรตตอจอภาพ พอรตนี้จะมีสีน้ําเงินจํานวน 15 ขา 5. นําขั้วตอออดิโอแจ็คของลําโพงตอเขากับจุดตอดานหลังเครื่องบริเวณการดเสียง ปกติ ชองตอสายออดิโอแจ็คของลําโพงมักจะมีสีเขียว 6. นําสายไฟฟาตอเขากับจุดตอไฟเขา 220 โวลท 7. ตรวจสอบความถูกตองและทดลองเปดเครื่อง ถาผูเรียนตอบคําถามไดตามตัวอยางขางตนใหขอละ 1 คะแนน ถาตอบผิดหักตามความเหมาะสม วิธีคิดคะแนนในขอนี้หารดวย 7 เหลือ 1 คะแนน การตอบคําถามขอ 6 ความหมายของระบบสารสนเทศ สารสนเทศ (Information) หมายถึง ขอมูลดิบที่ไดผานการประมวลผลในหนวยประมวลผลกลาง ของคอมพิวเตอรมาแลว นั่นคือไดผานการคํานวณ การจัดเรียง การเปรียบเทียบ เปนตน ผลลัพธที่ได สามารถนําไปใชประโยชนตอผูที่เกี่ยวของได ถาผูเรียนตอบไดถูกตองให 1 คะแนน ถาตอบนอกเหนือจากนี้หรือไมครบถวนหักครึ่งคะแนน เกณฑการวัดผลตามทักษะพิสัย การตอบคําถามขอ 1 - ไดจากประเมินจากการทําใบงานที่ 1 เรื่องการติดตั้งคอมพิวเตอร สามารถติดตั้งอุปกรณ คอมพิวเตอรและตอสายอุปกรณตางๆ ไดถูกตอง นําคะแนนที่ไดทั้งหมด หาร เหลือ 5 คะแนน การตอบคําถามขอ 2 - ไดจากประเมินจากการทําใบงานที่ 1 เรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศ สามารถนําเทคโนโลยี สารสนเทศมาประยุกตใชในชีวิตประจําวัน พิจารณาใหคะแนนตามความสมบูรณและเหมาะสมของ ผลงาน จากคะแนนทั้งหมด 4 คะแนน
11.
เกณฑการวัดผลตามจิตพิสัย การตอบคําถามขอที่ 1 บทบาทของคอมพิวเตอร 1. บทบาทของคอมพิวเตอรในสถานศึกษา −
คอมพิวเตอรชวยในงานบริหาร − คอมพิวเตอรชวยในงานบริการ เชน หองสมุด − คอมพิวเตอรชวยในการเรียนการสอน 2. บทของคอมพิวเตอรในงานวิศวกรรม − คอมพิวเตอรชวยในการเขียนแบบ − คอมพิวเตอรชวยในการควบคุมหุนยนตใหทํางาน − คอมพิวเตอรชวยในการวางแผน คํานวณโครงสราง 3. บทบาทของคอมพิวเตอรในวงราชการ − คอมพิวเตอรชวยในการทําทะเบียนราษฎร − คอมพิวเตอรชวยในการนับคะแนนเลือกตั้ง − ชวยในการรวบรวมขอมูลและสถิติ ทั่วไป 4. บทบาทของคอมพิวเตอรในงานวิทยาศาสตร − คอมพิวเตอรชวยในการเปรียบเทียบขอมูล − คอมพิวเตอรชวยในการทดลองที่อันตราย − คอมพิวเตอรชวยในการเดินทางของยานอวกาศ การถายภาพระยะไกล 5. บทบาทของคอมพิวเตอรในงานธุรกิจ − คอมพิวเตอรชวยการวางแผนธุรกิจ − คอมพิวเตอรชวยในประเมินสถานการณทางเศรษฐกิจในอนาคตได − คอมพิวเตอรชวยงานธุรการ เชน งานภาษี ฯ 6. บทบาทของคอมพิวเตอรในงานธนาคาร − คอมพิวเตอรชวยในการับฝากและถอนเงิน − คอมพิวเตอรชวยในการคิดดอกเบี้ยตางๆ − คอมพิวเตอรชวยใหลูกคาฝากเงินดวน หรือโอนเงินจากเครื่องไดโดยอัตโนมัติ 7. บทบาทของคอมพิวเตอรในรานคาปลีก − ใชคอมฯในการคิดเงินแทนเครื่องคิดเงิน − การอานรหัสดวยเครื่องอาน − ควบคุมอุณหภูมิ
12.
8. บทบาทคอมพิวเตอรในวงการแพทย − ชวยในการบันทึกคนหาทะเบียนประวัติผูปวย −
ชวยในการวินิจฉัยโรค เชน ตรวจคลื่นสมอง บันทึกการเตนของหัวใจ − หาตําแหนงที่ถูกตองของอวัยวะกอนผาตัด 9. บทบาทของคอมพิวเตอรในงานอุตสาหกรรม − ชวยในการวางแผนการผลิต ควบคุมการผลิต − ชวยโรงงานกลั่นน้ํามัน ตรวจวัดการสงน้ํามัน − ชวยในการควบคุมการสงแกสธรรมชาติไปตามทอ โดยมีระบบควบคุมความดันของ แกส ถาผูเรียนตอบคําถามไดตามตัวอยางขางตนใหขอละ 1 คะแนน ถาตอบผิดหักขอละครึ่งคะแนน วิธี วิธีคิดคะแนน นําคะแนนที่ไดทั้งหมดหาร 9 เหลือ 3 คะแนน การตอบคําถามขอที่ 2 ไดจากแบบประเมินการทํางานกลุม นําคะแนนที่ไดทั้งหมด หาร 2 คะแนน เกณฑการประเมินผลอยูภาคผนวก ก แบบประเมินคุณธรรมจริยธรรมอยูภาคผนวก ข แบบประเมินผลอยูภาคผนวก ค แบบประเมินพฤติกรรมของนักเรียนอยูภาคผนวก ง ผลการใชแผนการสอนอยูภาคผนวก จ
13.
ใบความรูที่ 1 การใชงานคอมพิวเตอรเบื้องตน ความหมายของคอมพิวเตอร คําวา “คอมพิวเตอร”
มีผูใหความหมายไวหลากหลายมากมาย ผูเรียบเรียงขอนํามากลาวไวพอ สังเขป ดังตอไปนี้ คอมพิวเตอรมาจากภาษาละตินวา Computer ซึ่งหมายถึง การนับ หรือ การคํานวณ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ใหความหมายของคอมพิวเตอรไววา “เครื่องอิเล็กทรอ นิกแบบอัตโนมัติ ทําหนาที่เหมือนสมองกลใชสําหรับแกปญหาตางๆ ที่งายและซับซอนโดยวิธีทาง คณิตศาสตร” *(http://thaiwbi.com/course/Intro_com/Intro_com/wbi1/ hie/page11.htm) คอมพิวเตอร (Computer) คือเครื่องจักรอิเล็กทรอนิกสที่สามารถจัดการกับสัญลักษณ (Symbol)ตางๆ ดวยความเร็วสูงโดยปฏิบัติตามขั้นตอนของโปรแกรมหรือชุดคําสั่งงานที่ถูกเขียนโดย มนุษยดังนั้นถาคําสั่งของโปรแกรมมีประสิทธิภาพดีคอมพิวเตอรก็จะทํางานไดอยางมีประสิทธิภาพแต ถาโปรแกรมสั่งงานมีคําสั่งที่ผิดพลาดอยูภายในเครื่องคอมพิวเตอรก็จะทํางานผิดพลาดไปดวย เพราะฉะนั้น การที่เครื่องคอมพิวเตอรจะทํางานไดดีหรือไมเพียงไร จึงขึ้นอยูกับโปรแกรมที่ทําขึ้น รวม ไปถึงขอมูลที่ปอนเขาไปในคอมพิวเตอรดวย*(http://ite.nectec.or.th/~wutthich/it/computerbasic.html.) สรุป คอมพิวเตอร คือ อุปกรณอิเล็กทรอนิกสที่มีการทํางานซับซอน และอัตโนมัติมีการควบคุมการ ทํางานดวยโปรแกรมหรือชุดคําสั่งที่มนุษยสรางขึ้น สามารถรับขอมูล ประมวลผล แสดงผลลัพธ รวมถึงการจัดเก็บ ขอมูล เพื่อใหสามารถนํากลับมาใชไดอีก กระบวณการทํางานของคอมพิวเตอรมีความเร็วสูงและถูกตองแมนยํา ภาพที่1.1 รูปคอมพิวเตอร
14.
ระบบของคอมพิวเตอร ในความเปนจริงแลว ตัวเครื่องคอมพิวเตอรที่เราพบเห็นกันอยูนี้เปนเพียงองคประกอบสวนหนึ่ง ของระบบคอมพิวเตอรเทานั้น การที่คอมพิวเตอรจะทํางานไดอยางมีประสิทธิภาพตามที่เราตองการนั้น จําเปนตองอาศัยองคประกอบพื้นฐาน
4 ประการมาทํางานประสานงานรวมกัน ซึ่งระบบของ คอมพิวเตอรประกอบไปดวย ฮาดรแวร (Hardware) หมายถึงอุปกรณตางๆ ที่ประกอบขึ้นเปนเครื่องคอมพิวเตอร มีลักษณะเปนโครงรางซึ่ง สามารถมองเห็นดวยตาและสัมผัสได (รูปธรรม) เชน จอภาพ คียบอรด เมาส เปนตน ภาพที่ 1.2 ฮาดรแวร ซอฟตแวร (Software) หมายถึง สวนที่มนุษยสัมผัสไมไดโดยตรง (นามธรรม) เปนโปรแกรมหรือชุดคําสั่งที่ถูก เรียกขึ้นเพื่อสั่งใหเครื่องคอมพิวเตอรทํางาน ซอฟตแวรจึงเปนเหมือนตัวเชื่อมระหวางผูใชเครื่อง และ คอมพิวเตอร ถาไมมีซอฟตแวรเราก็ไมสามารถใชเครื่องคอมพิวเตอรทําอะไรไดเลยซอฟตแวร แบง ออกเปน 1. ซอฟตแวรสําหรับระบบ (System Software) คือ ชุดคําสั่งที่เขียนไวเปนคําสั่งเร็จรูป ซึ่งจะ ทํางานใกลชิดกับคอมพิวเตอรมากที่สุด เพื่อคอยควบคุมการทํางานของฮารดแวรทุกอยางและอํานวย ความสะดวกใหกับผูใชในการใชงาน ซอฟตแวรระบบที่รูจักกันเปนอยางดีคือ DOS Windows, Unix, Linux รวมทั้งโปรแกรมที่เปนภาษาของเครื่องคอมพิวเตอร เชน ภาษา Basic , Cobol, Pascal, Fortran, C เปนตน
15.
2. ซอฟรแวรประยุกต (Application
Software) คือ ซอฟรแวรหรือโปรแกรมที่ทําให คอมพิวเตอรทํางานตางๆ ตามที่ผูใชตองการ ซึ่ง สามารถจําแนกไดเปน 2 ประเภท คือ 2.1 ซอฟรแวรสําหรับงานเฉพาะดาน คือ โปรแกรมซึ่งเขียนเพื่อการทํางานเฉพาะ อยางที่เราตองการ ซึ่งแตละโปรแกรมก็มักจะมีเงื่อนไข หรือแบบฟอรมแตกตางกันออกไปตามความ ตองการหรือกฎเกณฑของแตละหนวยงานที่ใช ซึ่งสามารถแกไขเพิ่มเติมในบางสวนของโปรแกรมได เพื่อใหตรงกับความตองการของผูใช 2.2 ซอฟตแวรสําหรับงานทั่วไป เปนโปรแกรมประยุกตที่มีผูจัดทําไว เพื่อใชใน การ ทํางานประเภทตางๆ ทั่วไป โดยผูใชคนอื่นๆสามารถนําโปรแกรมไปประยุกตใชกับขอมูลของตนได แตไมสามารถทําการดัดแปลงหรือแกไขโปรแกรมไดโดยผูใชไมจําเปนตองเขียนโปรแกรมเอง ไดแก MS-Office, Lotus, Adobe Photoshop, SPSS, Internet Explorer เปนตน ภาพที่ 1.3 ซอฟตแวรสําหรับงานทั่วไป บุคลากร หมายถึง บุคลากรในงานดานคอมพิวเตอร ซึ่งมีความรูเกี่ยวกับคอมพิวเตอร สามารถใช งาน สั่งงานเพื่อใหคอมพิวเตอรทํางานตามที่ตองการ แบงออกได 4 ระดับ ดังนี้ 1. ผูจัดการระบบ (System Manager) คือ ผูวางนโยบายการใชคอมพิวเตอร ใหเปน ไปตามเปาหมายของหนวยงาน 2. นักวิเคราะหระบบ(System Analyst) คือ ผูที่ศึกษาระบบงานเดิมหรืองานใหมซึ่ง ทําการวิเคราะหความเหมาะสม ความเปนไปไดในการใชคอมพิวเตอรกับระบบงาน 3. โปรแกรมเมอร (Programmer) คือ ผูเขียนโปรแกรมสั่งงานเครื่องคอมพิวเตอร เพื่อใหทํางานตามความตองการของผูใช โดยเขียนตามแผนผังที่นักวิเคราะหระบบไดเขียนไว 4. ผูใช (User) คือ ผูใชงานคอมพิวเตอรทั่วไป ซึ่งตองเรียนรูวิธีการใชเครื่องและวิธี การใชงานโปรแกรม เพื่อใหโปรแกรมที่มีอยูสามารถทํางานไดตามที่ตองการ
16.
ภาพที่ 1.4 ผูใชคอมพิวเตอร ขอมูล ขอมูลเปนองคประกอบที่สําคัญ
เปนสิ่งที่ตองปอนเขาไปในคอมพิวเตอร พรอมกับ โปรแกรมที่นักคอมพิวเตอรเขียนขึ้น เพื่อผลิตผลลัพธที่ตองการออกมา เราสามารถแบงระดับ โครงสรางขอมูล ดังนี้ 1. บิต (Bit) คือ ขอมูลที่มีขนาดเล็กที่สุด เปนขอมูลที่เครื่องคอมพิวเตอรที่สามารถ เขาใจและนําไปใชงานได ซึ่งไดแก เลข 0 หรือ เลข 1 เทานั้น 2. ไบต (Byte) หรือ อักขระ (Character) ไดแก ตัวเลข หรือ ตัวอักษร หรือสัญลักษณ พิเศษ 1 ตัว เชน 0, 1,.....,9,A,B,.....,Z และเครื่องหมายตางๆ ซึ่ง 1 ไบตจะเทากับ 8 บิต 3. ฟลด (Field) ไดแก ไบต หรือ อักขระตั้งแต 1 ตัวขึ้นไปรวมกันเปนฟลด เชน เลข ประจําตัว ชื่อพนักงาน เปนตน 4. เรคคอรด (Record) ไดแก ฟลดตั้งแต 1 ฟลด ขึ้นไป ที่มีความสัมพันธเกี่ยวของ รวมกันเปนเรคคอรด เชน ชื่อ นามสกุล เลขประจําตัว ยอดขาย ขอมูลของพนักงาน 1 คน เปนตน 5. ไฟล (Files) หรือแฟมขอมูล ไดแก เรคคอรดหลายๆเรคคอรดรวมกันซึ่งเปนเรื่อง เดียวกัน เชน ขอมูลของพนักงานแตละคนมารวมกันเปนไฟลหรือแฟมขอมูล เปนตน 6. ฐานขอมูล (Database) คือ การเก็บรวบรวมไฟลขอมูลหลายๆไฟลที่เกี่ยวของกัน มา รวมเขาดวยกัน เชน ไฟลขอมูลของแผนกตางๆ มารวมกันเปนฐานขอมูลของบริษัท เปนตน
17.
การวัดขนาดขอมูล ในการพิจารณาวาขอมูลนั้นมีขนาดมากนอยเทาไร ใหดูจากการวัดขนาดขอมูล ตอไปนี้ 8
Bit = 1 Byte 1,024 Byte = 1 KB (กิโลไบต) 1,024 KB = 1 MB (เมกกะไบต) 1,024 MB = 1 GB (กิกะไบต) 1,024 GB = 1 TB (เทราไบต) ขบวนการทํางานของคอมพิวเตอร ภาพที่ 1.5 แสดงการทํางานของคอมพิวเตอร คอมพิวเตอรไมวาจะเปนประเภทใดก็ตาม จะมีลักษณะการทํางานของสวนตางๆ ที่มี ความสัมพันธกันเปนกระบวนการ โดยมีลักษณะของขบวนการทํางานดังนี้ 1. หนวยรับขอมูลเขา(Input) คือ การนําขอมูลปอนเขาสูเครื่องคอมพิวเตอร โดยผูใชปอนทาง หนวยรับขอมูล ซึ่งหนวยรับขอมูลไดแก แปนพิมพ เมาส สแกนเนอร จอยสติ๊ก เปนตน ภาพที่ 1.6 อุปกรณรับขอมูล
18.
2. หนวยประมวลผลกลาง (CPU)
เมื่อนําขอมูลเขามาแลว เครื่องจะดําเนินการกับขอมูลตาม คําสั่งที่ไดรับมาเพื่อใหไดผลลัพธตามที่ตองการ เชน นําขอมูลมาหาผลรวม นําขอมูลมาจัดเรียง การนํา ขอมูลมาเรียบเรียง เปนตน ซึ่งจะทํางานรวมกับ หนวยความจํา 3. หนวยความจํา (Memory Unit) หนวยความจําในเครื่องแบงออกไดเปน 2 แบบ คือ - RAM (Random-Access Memory) คือ หนวยความจําชั่วคราวที่สามารถ อาน และ เขียน ขอมูลตางๆ ได หนวยความจําประเภทนี้จะจําขอมูลได เฉพาะชวงที่มีการเปดคอมพิวเตอรเทานั้น ภาพที่ 1.7 แสดงหนวยความจํา RAM - ROM (Read-Only Memory) คือ หนวยความจําถาวรที่ถูกติดตั้งมาพรอมกับแผง เมนบอรดและจะเก็บขอมูล ซึ่งถูกบันทึกมาตั้งแตแรก 4. แสดงผลลัพธ (Output) เปนการนําผลลัพทจากการประมวลผลแสดงใหทราบทางอุปกรณ โดยทั่วไปจะแสดงผานทางจอภาพ เครื่องพิมพ หรือ ลําโพง เปนตน
19.
ประเภทของคอมพิวเตอร จากประวัติความเปนมาของคอมพิวเตอร จะเห็นไดวาเทคโนโลยีทางดานคอมพิวเตอรมีการ พัฒนาเปลี่ยนแปลงไปอยางรวดเร็วมาก ทําใหปจจุบันมีเครื่องคอมพิวเตอรใหเลือกใชหลายรูปแบบ ตามความตองการของผูใช
การแบงประเภทของคอมพิวเตอรนั้น สามารถจําแนกออกไดเปน 3 กลุม หลัก ดังนี้ ประเภทของคอมพิวเตอรตามความสามารถของระบบ จําแนกออกไดเปน 4 ชนิด โดยพิจารณาจาก ความสามารถในการเก็บขอมูล และ ความเร็วในการ ประมวลผล เปนหลัก ดังนี้ - ซุปเปอรคอมพิวเตอร (Supercomputer) หมายถึง เครื่องประมวลผลขอมูลที่มีความสามารถในการประมวลผลสูงที่สุดสวนมากจะ ใช เพื่องานทางดานวิทยาศาสตรที่ตองการประมวลผลซับซอน และตองการความเร็วสูงเชนงานวิจัย ขีปนาวุธงานโครงการอวกาศสหรัฐ งานสื่อสารดาวเทียม เปนตน ภาพที่ 1.8 ซุปเปอรคอมพิวเตอร
20.
- เมนเฟรมคอมพิวเตอร (Mainframecomputer) หมายถึงเครื่องประมวลผลขอมูลที่มีหนวย ความจํา,
ความเร็วนอยลง สามารถใชขอมูลและ คําสั่งของเครื่องรุนอื่นในตระกูลเดียวกันไดโดย ไมตองดัดแปลงใด ๆ สามารถทํางาน ในระบบ เครือขาย ได สามารถทํางานไดพรอมกันหลาย งาน (Multi Tasking) และใชงานไดหลายคน (Multi User) ปกติเครื่องชนิดนี้นิยมใชในธุรกิจ ขนาดใหญ เพราะมีราคาแพงตั้งแตสิบลานบาท ขึ้นไป ตัวอยางของเครื่องเมนเฟรม คือ คอมพิว- เตอรของธนาคารที่เชื่อมตอไปยังตู ATM และ สาขาของ ธนาคารทั่วประเทศนั่นเอง ภาพที่ 1.9 เมนเฟรมคอมพิวเตอร - มินิคอมพิวเตอร (Mini computer) มินิคอมพิวเตอรคือเครื่องที่มีลักษณะพิเศษ ในการทํางานรวมกับอุปกรณประกอบรอบขาง ที่ มี ความเร็วสูงได มีการใชแผนจานแมเหล็กความจุสูง ชนิดแข็ง (Harddisk) ในการเก็บรักษาขอมูล ซึ่งจะ สามารถอานเขียนขอมูลไดอยางรวดเร็ว หนวยงาน และบริษัทที่ใชคอมพิวเตอรขนาดนี้ไดแก กรม กอง มหาวิทยาลัย หางสรรพสินคา โรงแรมและโรงงาน อุตสาหกรรมตางๆ ภาพที่ 1.10 มินิคอมพิวเตอร
21.
- ไมโครคอมพิวเตอร (Microcomputer) หมายถึง
เครื่องประมวลผลขอมูลขนาดเล็ก มีสวนของหนวยความจําและความเร็วในการ ประมวลผลนอยที่สุดสามารถใชงานไดคนเดียว จึงมักถูกเรียกวา คอมพิวเตอรสวนบุคคล (Personal Computer : PC) บริษัทที่ผลิตไมโครคอมพิวเตอรออกจําหนายจนประสบความสําเร็จเปนบริษัทแรก คือ บริษัทแอปเปลคอมพิวเตอร เครื่องไมโครคอมพิวเตอร จําแนกออกไดเปน 2 ประเภทใหญๆ คือ 1. แบบติดตั้งใชงานอยูกับที่บนโตะทํางาน (Desktop Computer) 2. แบบเคลื่อนยายได สามารถพกพาติดตัว อาศัยพลังงานไฟฟาจากแบตเตอรี่จากภายนอกโดยสวน ใหญมักเรียกตามลักษณะของการใชงาน เชน Laptop Computer, Notebook Computer ภาพที่ 1.11 รูปเครื่องไมโครคอมพิวเตอร ประเภทของคอมพิวเตอรตามวัตถุประสงคการใชงาน จําแนกไดเปน 2 ประเภท คือ เครื่องคอมพิวเตอรเพื่องานเฉพาะกิจ (Special Purpose Computer) หมายถึง เครื่องประมวลผลขอมูลที่ถูกออกแบบตัวเครื่องและ โปรแกรมควบคุม ใหทํางาน อยางใดอยางหนึ่งเปนการเฉพาะ (Inflexible) โดยทั่วไปมักใชในงานควบคุม หรืองานอุตสาหกรรมที่ เนนการประมวลแบบรวดเร็ว เชน เครื่องคอมพิวเตอรควบคุมสัญญาณไฟจราจร เปนตน เครื่องคอมพิวเตอรเพื่องานอเนกประสงค (General Purpose Computer)
22.
หมายถึง เครื่องประมวลขอมูลที่มีความยืดหยุนในการทํางาน (Flexible)
โดยไดรับ การออก แบบใหสามารถประยุกตใชในงานประเภทตางๆ ไดโดยสะดวก ซึ่งระบบจะทํางานตาม คําสั่งของโปรแกรมที่เขียนขึ้นและเมื่อผูใชตองการจะทํางานอะไรก็เพียงแตเรียกโปรแกรมมาใชงาน ประเภทของคอมพิวเตอรตามหลักการประมวลผล จําแนกไดเปน 3 ประเภท คือ คอมพิวเตอรแบบแอนาลอก (Analog Computer) หมายถึง เครื่องมือประมวลผลขอมูลที่อาศัยหลักการวัด (Measuring Principle) ทํางานโดยใช ขอมูลที่มีการเปลี่ยนแปลงแบบตอเนื่อง (Continuous Data) แสดงออกมาในลักษณะสัญญาณที่เรียกวา Analog Signal เครื่องคอมพิวเตอรประเภทนี้มักแสดงผลดวยสเกลหนาปทมและเข็มชี้ เชน การวัด ความรอนจากการขยายตัวของปรอท เปนตน คอมพิวเตอรแบบดิจิทัล (Digital Computer) คือ คอมพิวเตอรที่ใชในการทํางานทั่ว ๆ ไปอาศัยหลักการนับ ทํางานกับขอมูลที่มีลักษณะ การ เปลี่ยนแปลงแบบไมตอเนื่อง (Discrete Data) ในลักษณะของสัญญาณไฟฟา หรือ Digital Signal อาศัย การนับสัญญาณขอมูลที่เปนจังหวะดวยตัวนับภายใตระบบฐานเวลา มาตรฐานทําใหไดผลลัพธ เปนที่ นาเชื่อถือ สามารถนับขอมูลใหคาความละเอียดสูง เชน แสดงผลลัพธ เปน ทศนิยมหลายตําแหนงได เปนตน คอมพิวเตอรแบบลูกผสม (Hybrid Computer) เครื่องประมวลผลขอมูล ที่อาศัยเทคนิคการทํางานแบบผสมผสาน ระหวาง Analog และ Digital Computer โดยทั่วไปมักใชในงานเฉพาะกิจ โดยเฉพาะงานดานวิทยาศาสตร เชน เครื่อง คอมพิวเตอรในยานอวกาศ ที่ใช Analog Computer ควบคุมการหมุนของตัวยาน และใช Digital Computer ในการคํานวณระยะทาง เปนตน การทํางานแบบผสมผสานของคอมพิวเตอร ชนิดนี้ ยังคง จําเปนตองอาศัยตัวเปลี่ยนสัญญาณ (Converter) เชนเดิม
23.
บทบาทของคอมพิวเตอร ในปจจุบัน คอมพิวเตอรไดกลายเปนสิ่งสําคัญในชีวิตของเรา และความสําคัญนี้ไดทวีมากยิ่ง ขึ้นในอนาคต
คอมพิวเตอรไดเขาไปมีบทบาทในทุกวงการอาชีพ โดยเฉพาะกับงานที่มีขอมูลมาก ๆ และกําลังจะกลายเปนเครื่องใชสามัญในบานเหมือนกับ เครื่องรับวิทยุ โทรทัศน บทบาทของคอม- พิวเตอรในงานตางๆ จําแนกได ดังนี้ 1. บทบาทของคอมพิวเตอรในสถานศึกษา - คอมฯ ชวยในงานบริหาร เชน การคิดคะแนน - คอมพิวเตอรชวยในงานบริการ เชน หองสมุด - คอมพิวเตอรชวยในการเรียนการสอน ภาพที่ 1.12 แสดงการใชคอมฯในสถานศึกษา 2. บทของคอมพิวเตอรในงานวิศวกรรม - คอมพิวเตอรชวยในการเขียนแบบ - คอมฯ ชวยในการควบคุมหุนยนตใหทํางาน - คอมฯ ชวยในการวางแผน คํานวณโครงสราง ภาพที่ 1.13 แสดงการใชคอมฯในงานวิศวกรรม 3. บทบาทของคอมพิวเตอรในวงราชการ - คอมพิวเตอรชวยในการทําทะเบียนราษฎร - คอมพิวเตอรชวยในการนับคะแนนเลือกตั้ง - ชวยในการรวบรวมขอมูลและสถิติ ทั่วไป
24.
ภาพที่ 1.14 แสดงการใชคอมฯในวงราชการ 4.
บทบาทของคอมพิวเตอรในงานวิทยาศาสตร - คอมพิวเตอรชวยในการเปรียบเทียบขอมูล - คอมพิวเตอรชวยในการทดลองที่อันตราย - คอมพิวเตอรชวยในการเดินทางของยาน อวกาศ การถายภาพระยะไกล ภาพที่ 1.15 แสดงการใชคอมฯ ในงานวิทยาศาสตร 5. บทบาทของคอมพิวเตอรในงานธุรกิจ - คอมพิวเตอรชวยการวางแผนธุรกิจ - คอมพิวเตอรชวยในประเมินสถานการณทาง เศรษฐกิจในอนาคตได - คอมพิวเตอรชวยงานธุรการ เชน งานภาษี ฯ ภาพที่ 1.16 แสดงการใชคอมฯ ในงานธุรกิจ 6. บทบาทของคอมพิวเตอรในงานธนาคาร - คอมพิวเตอรชวยในการับฝากและถอนเงิน - คอมพิวเตอรชวยในการคิดดอกเบี้ยตางๆ - คอมพิวเตอรชวยใหลูกคาฝากเงินดวน หรือ โอนเงินจากเครื่องไดโดยอัตโนมัติ ภาพที่ 1.17 แสดงการใชคอมฯ ในงานธนาคาร
25.
7. บทบาทของคอมพิวเตอรในรานคาปลีก - ใชคอมฯในการคิดเงินแทนเครื่องคิดเงิน -
การอานรหัสดวยเครื่องอาน - ควบคุมอุณหภูมิ ภาพที่ 1.18 แสดงการใชคอมฯ ในรานคาปลีก 8. บทบาทคอมพิวเตอรในวงการแพทย - ชวยในการบันทึกคนหาทะเบียนประวัติผูปวย - ชวยในการวินิจฉัยโรค เชน ตรวจคลื่นสมอง บันทึกการเตนของหัวใจ - หาตําแหนงที่ถูกตองของอวัยวะกอนผาตัด ภาพที่ 1.19 แสดงการคอมฯในวงการแพทย 9. บทบาทของคอมพิวเตอรในงานอุตสาหกรรม - ชวยในการวางแผนการผลิต ควบคุมการผลิต - ชวยโรงงานกลั่นน้ํามัน ตรวจวัดการสงน้ํามัน - ชวยในการควบคุมการสงแกสธรรมชาติไป ตามทอ โดยมีระบบควบคุมความดันของแกส ภาพที่ 1.20 แสดงการใชคอมฯ ในงานอุตสาหกรรม
26.
การติดตั้งคอมพิวเตอร 1. นําอุปกรณคอมพิวเตอรออกมาจากกลองดวยความระมัดระวัง เพื่อไมใหเกิดการกระแทก หรือสะเทือนเพราะจะทําใหเกิดการชํารุดได 2.
ตอสายคียบอรดเขากับพอรตตอคียบอรด (จะมี 6 รู ) เรียกวา พอรตแบบ PS/2 ซึ่งหลังเคสก็มีสัญลักษณ หรือ ขอความแสดงใหทราบวาเปนจุดตอคียบอรด ขณะ ที่เสียบ ควรจะสังเกตตําแหนงขั้วใหตรงกัน ไมเชนนั้น เข็มของขั้วตออาจจะหักงอได ภาพที่ 1.21 แสดงการตอสายคียบอรด 3. ตอสายเมาส (PS/2)เขากับจุดตอของพอรต ที่เคส ซึ่งปกติจะมีสีเขียว หรือถาเมาสเปนพอรตแบบ USB ก็ให นํามาตอที่พอรตแบบ USB ภาพที่ 1.22 แสดงการตอสายเมาส 4. ตอสายสัญญาณภาพจากพอรตที่จอมอนิเตอร ซึ่ง โดยทั่วไปพอรตนี้จะมีสีน้ําเงิน (มี 15 รูเข็ม) สังเกตตําแหนง ใหตรงกันแลวจึงเสียบสายเขาไป ภาพที่ 1.23 แสดงการตอสัญญาณภาพ
27.
5. นําขั้วตอออดิโอแจ็คของลําโพงตอเขากับจุดตอ ที่เคส โดยทั่วไปแลวสายลําโพงมักจะมีสีเขียว
หรือจะมี สัญลักษณแจงใหทราบ ถาตองการใชไมโครโฟน ก็ใหนํา มาตอที่ชองออดิโอแจ็คของไมโครโฟน ซึ่งจะมีสีชมพูใกล กับชองตอของลําโพง ภาพที่ 1.24 แสดงการตอสายลําโพง 6. นําสายไฟฟากระแสสลับ ตอเขาจุดตอไฟเขา 220 โวลต นําไปตอเขากับเครื่องสํารองไฟฟา เพื่อปอง- กันไฟฟาขัดของ ซึ่งจะยืดอายุการใชงานของคอมพิวเตอร ใหมีระยะเวลาในการใชงานนานขึ้น ภาพที่ 1.25 แสดงการตอไฟฟากระแสสลับ 7. เมื่อตอสายตางๆ ครบแลว ใหกดสวิตส Power ของเครื่องคอมพิวเตอร เพื่อทดสอบการทํางาน ภาพที่ 1.26 แสดงการเปดเครื่องเพื่อใชงาน การดูแลรักษาเครื่องคอมพิวเตอร 1.ไมควรติดตั้งคอมพิวเตอรในสถานที่ที่ถูกแสงแดดโดยตรงหรือพื้นที่ที่มีอุณหภูมิสูงเกินไป หรือต่ําไป อุณหภูมิที่เหมาะสมสําหรับคอมพิวเตอร คือ 10 องศาเซลเซียส ถึง 35 องศาเซลเซียส
28.
2. ระวังอยาใหของเหลวหรือน้ําหยดลงไปในคอมพิวเตอรหรือคียบอรด 3. หมั่นทําความสะอาดคอมพิวเตอรและจอภาพ
โดยใชผาสักหลาดหรือผานุมเช็ดฝุนละออง ไม แนะนําใหใชผลิตภัณฑทําความสะอาดจําพวกสารเคมี เนื่องจากอาจทําใหสารเคมีที่เคลือบ และ ฉนวน ที่หอหุมคอมพิวเตอรชํารุดได 4. หากจําเปนควรทําความสะอาดโดยการกําจัดฝุนละอองออกจากชองระบายอากาศเพื่อใหการ ระบายอากาศดี 5. แมวาในปจจุบันจะมีคอมพิวเตอรรุนใหมๆ ที่ออกแบบใหมีระบบประหยัดพลังงานใน ระหวางที่เปดคอมพิวเตอรทิ้งไว ก็ตามแตถาเราไมใชเครื่องเปนเวลานาน ควรปดสวิตชคอมพิวเตอร เพื่อยืดอายุการใชงานของเครื่อง ขอควรระวัง คือ กอนทําความสะอาดเครื่องคอมพิวเตอร ควรถอดปลั๊กไฟของคอมพิวเตอร ออกเสียกอน เพื่อปองกันอันตรายจากไฟฟาลัดวงจร ระบบสารสนเทศ (Information System) ขอมูล (data) หมายถึง ความเปนจริง ที่ยังเปนขอมูลดิบ ซึ่งยังไมไดผานการ ประมวลผล ใดๆ มากอน ขอมูลสารสนเทศ (Information) หมายถึง ขอมูลที่ไดรับการ กลั่นกรอง เรียบเรียงตีความ หมาย แบงหมวดกลุม วิเคราะหและสรุปแลว ถือเปนขอมูลที่นาเชื่อถือและสามารถนําไปใชงานได อยางมี ประสิทธิภาพ ขอมูลเปนองคประกอบที่สําคัญอยางหนึ่งของคอมพิวเตอร ขอมูลที่สามารถนํามาใชกับ คอมพิวเตอรได มี 5 ประเภท คือ 1. ขอมูลตัวเลข (Numeric Data) 2. ขอมูลตัวอักษร (Text Data) 3. ขอมูลเสียง (Audio Data) 4. ขอมูลภาพ (Images Data) 5. ขอมูลภาพเคลื่อนไหว (Video Data) ภาพที่ 1.27 ขอมูลสารสนเทศ เทคโนโลยีสารสนเทศ
29.
เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Tech
nology) คือ เทคโนโลยีที่เกี่ยวของกับการจัดเก็บ ประมวลผล และการเผยแพรสารสนเทศ เพื่อชวยใหไดสารสนเทศที่มีประสิทธิภาพ ฉับไวทันตอ เหตุการณปจจุบัน โดยอาจจะรวมถึง เครื่องมือและอุปกรณตางๆ เชน เครื่องคอมพิวเตอร เครื่องใช- สํานักงานอุปกรณเกี่ยวกับคมนาคมตางๆ รวมทั้งซอฟทแวรตางๆ ซึ่งเปนเครื่องมือที่ทันสมัยและใช เทคโนโลยีระดับสูง ขั้นตอนการนําอุปกรณตางๆ มาใชงานเพื่อ รวบรวม จัดเก็บ ประมวลผล และ แสดงผลลัพธออกมาเปนสารสนเทศในรูปแบบตาง ๆ ตัวอยางเทคโนโลยีสารสนเทศที่ใชในงานดานตาง ๆ 1. ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร (Geograhic Information System or GIS) เปนระบบที่ นํา ขอมูลเชิงพื้นที่มาจัดทําแผนที่ ซึ่งขอมูลเชิงพื้นที่นั้นสามารถใชระบุรูปรางและตําแหนงของสิ่ง ตางๆที่ ปรากฏบนพื้นผิวโลกไดระบบสารสนเทศภูมิศาสตร ประกอบดวย คอมพิวเตอรที่มีสมรรถนะในการ คํานวณสูง อุปกรณสําหรับการแสดงผลเปน แผนที่ไดอยางละเอียดและแมนยําสูง 2. เทคโนโลยีคอมพิวเตอรชวยสอน (Computer Assisted Instruction or CAI) เปนการใช คอมพิวเตอรเพื่อผลิตสื่อการสอน ที่รวมภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เสียง ขอความและขอมูลไวดวยกันทํา ใหผูใชไดรับขอมูลขาวสารอยางครบถวน และนาสนใจ ระบบ CAI จะถูกสรางขึ้นโดยการใชซอรฟแวร ที่มีความสามารถในการสรางภาพทางมัลติมีเดีย เชน Authorware เปนตน ภาพที่ 1.28 เทคโนโลยีสารสนเทศ
Download