โครงการจัดการเรียนรู
วิชา 2001-0001 คอมพิวเตอรเพื่องานอาชีพ
ครั้งที่ 1หนวยที่ 1 คอมพิวเตอรกับระบบสารสนเทศ
เรื่อง การใชงานคอมพิวเตอรเบื้องตน
1. ความหมายของคอมพิวเตอร
2. ระบบของคอมพิวเตอร
3. ขบวนการทํางานของคอมพิวเตอร
4. ประเภทของคอมพิวเตอร
5. บทบาทของคอมพิวเตอร
6.การติดตั้งคอมพิวเตอร
7.ระบบสารสนเทศ
8.การใชคอมพิวเตอรและระบบสารสนเทศดานตาง ๆ
9.คอมพิวเตอรและอุปกรณ
จํานวน 3 ชั่วโมง
จุดประสงคการสอน รายการสอน
1. บอกความหมายของคอมพิวเตอรได
2. เขียนขั้นตอนการติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอรได
3. แยกประเภทคอมพิวเตอรตามขนาดได
4. วิเคราะหกระบวนการทํางานคอมพิวเตอรได
5. เขียนระบบคอมพิวเตอรได
6. ติดตั้งอุปกรณคอมพิวเตอรและอุปกรณ
รอบขางไดถูกตองและใชงานได
7. บอกความหมายของระบบสารสนเทศได
8. นําสารสนเทศและขอมูลดิบไปใชงานได
9. นําคอมพิวเตอรไปประยุกตใชงานได
10. เขียนชื่อและหนาที่การทํางานของอุปกรณ
คอมพิวเตอรได
11. ดูแลรักษาเครื่องคอมพิวเตอรและอุปกรณ
คอมพิวเตอรได
1. ความหมายของคอมพิวเตอร
2. ระบบของคอมพิวเตอร
3. ขบวนการทํางานของคอมพิวเตอร
4. ประเภทของคอมพิวเตอร
5. บทบาทของคอมพิวเตอร
6. การติดตั้งคอมพิวเตอร
7. ระบบสารสนเทศ
8. การใชคอมพิวเตอรและระบบสารสนเทศดาน
ตาง ๆ
9. คอมพิวเตอรและอุปกรณ
วิธีการสอน ทําแบบทดสอบกอนเรียน / บรรยาย / ถาม- ตอบ / ปฏิบัติ / ทําแบบทดสอบหลังเรียน
สื่อการสอน
1. CAI ประกอบการสอนวิชาคอมพิวเตอร
เพื่องานอาชีพ
2. ใบความรู
3. ใบงาน
4. แบบทดสอบกอนเรียน
5. แบบทดสอบหลังเรียน
หนังสืออางอิง
บุญสืบ โพธิ์ศรีและคณะ. คอมพิวเตอรเพื่อ งาน
อาชีพ. ศสอ. กรุงเทพฯ
การประเมินผล ทําแบบทดสอบ ไดเกินรอยละ80
แผนการจัดการเรียนรู
รหัสวิชา 2001-0001 วิชา คอมพิวเตอรเพื่องานอาชีพ จํานวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห
ชื่อหนวย คอมพิวเตอรกับระบบสารสนเทศ
เรื่อง การใชงานคอมพิวเตอรเบื้องตน
1. ความหมายของคอมพิวเตอร
2. ระบบของคอมพิวเตอร
3. ขบวนการทํางานของคอมพิวเตอร
4. ประเภทของคอมพิวเตอร
5. บทบาทของคอมพิวเตอร
6. การติดตั้งคอมพิวเตอร
7. ระบบสารสนเทศ
8. การใชคอมพิวเตอรและระบบสารสนเทศดานตาง ๆ
9. คอมพิวเตอรและอุปกรณ
สาระสําคัญ
กระบวนการทํางานของคอมพิวเตอรเริ่มจากปอนขอมูลเขาทางหนวยอินพุท หรือหนวยปอน
ขอมูลเขาไปยังหนวยประมวลผลซึ่งจะทํางานรวมกับหนวยความจําและสงไปยังเอาพุท
การติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอรเพื่อใชงานจะตองพิจารณาตําแหนงที่เหมาะสมมีอากาศถายเทได
สะดวก เพื่อใหมีการระบายความรอนที่ดี โตะและเกาอี้จะตองไมต่ําหรือสูงเกินไป สามารถนั่งพิมพได
เปนเวลานาน
จุดประสงคการเรียน
จุดประสงคทั่วไป
เพื่อใหนักเรียน มีความรู ความเขาใจ ความหมายของคอมพิวเตอร ระบบคอมพิวเตอร กระบวนการ
ทํางานของคอมพิวเตอร ประเภทคอมพิวเตอร บทบาทของคอมพิวเตอรและการติดตั้งเครื่อง
คอมพิวเตอร
จุดประสงคเชิงพฤติกรรม
พุทธิพิสัย
1. ผูเรียนสามารถบอกความหมายของคอมพิวเตอรได
2. ผูเรียนสามารถเขียนระบบคอมพิวเตอรได
3. ผูเรียนสามารถวิเคราะหกระบวนการทํางานคอมพิวเตอรได
4. ผูเรียนสามารถแยกประเภทคอมพิวเตอรตามขนาดได
5. ผูเรียนสามารถอธิบายบทบาทของคอมพิวเตอรได
6. ผูเรียนสามารถเขียนขั้นตอนการติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอรได
7. ผูเรียนสามารถบอกความหมายของระบบสารสนเทศได
ทักษะพิสัย
1. ผูเรียนสามารถติดตั้งอุปกรณคอมพิวเตอรและอุปกรณรอบขางไดถูกตองและใชงานได
2. ผูเรียนสามารถนําสารสนเทศและขอมูลดิบไปใชงานได
3. ผูเรียนสามารถนําคอมพิวเตอรไปประยุกตใชงานได
จิตพิสัย
1. ผูเรียนสามารถบรรยายประโยชนของคอมพิวเตอรได
2. ผูเรียนสามารถทํางานเปนกระบวนการกลุมดวยความรอบคอบและระมัดระวัง
เนื้อหาสาระ
ความหมายของคอมพิวเตอร
คอมพิวเตอรหมายถึง เครื่องจักรกลทางดานอิเล็กทรอนิกสที่มนุษยคิดคนขึ้นมา เพื่ออํานวย
ความสะดวกในดานตาง ๆ เชนการคํานวณ การออกแบบ การเก็บขอมูล โดยมนุษยสามารถเขียน
โปรแกรมหรือคําสั่ง สั่งใหคอมพิวเตอรทํางานตามขั้นตอนที่กําหนด และประมวลผลออกมาตามที่
ตองการได
ระบบคอมพิวเตอร
1. ฮารดแวร (Hardware)
2. ซอฟตแวร (Software)
3. พีเพิลแวร (Peopleware)
4. ขอมูล (Data)
กระบวนการทํางานของคอมพิวเตอร
กระบวนการทํางานของคอมพิวเตอรเริ่มจากปอนขอมูลเขาทางหนวยอินพุทหรือหนวย
ปอนขอมูลเขา ไดแก คียบอรด เมาส สแกนเนอร กลองดิจิตอล จอยสติ๊ก และ ไมโครโฟน เปนตน เมื่อ
ผานทางอุปกรณอินพุทจะสงเขาไปยังหนวยประมวลผลกลาง(CPU) ซึ่งจะทําหนาที่ในการประมวลผล
ขอมูลและควบคุมการทํางานของเครื่องคอมพิวเตอรทั้งหมด โดยจะทํางานรวมกับหนวยความจํา
(Memory Unit) ซึ่งมีอยู 2 ชนิดคือหนวยความจําชั่วคราว (RAM) และหนวยความจําถาวร (ROM) เมื่อ
ทํางานในขั้นตอนนี้เสร็จสิ้นแลวจะสงขอมูลไปยังหนวยแสดงผล ไดแก จอภาพ เครื่องพิมพ ลําโพง
เครื่องฉายโปรเจคเตอร เปนตน
ประเภทของคอมพิวเตอร
1. ซุปเปอรคอมพิวเตอร (Suppercomputer)
2. เมนเฟรมคอมพิวเตอร (Mainframecomputer)
3. มินิคอมพิวเตอร (Minicomputer)
4. ไมโครคอมพิวเตอร (Microcomputer)
ปจจุบันไดมีการผลิตคอมพิวเตอรประเภทที่ 5 คือคอมพิวเตอรแบบพกพา เชน โนตบุค
คอมพิวเตอร ปาลม คอมพิวเตอรมือถือ และออกาไนเซอร เปนตน
การติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอรเพื่อใชงานจะตองพิจารณาตําแหนงที่เหมาะสมมีอากาศถายเทได
สะดวก เพื่อใหมีการระบายความรอนที่ดี โตะและเกาอี้จะตองไมต่ําหรือสูงเกินไป สามารถนั่งพิมพได
เปนเวลานาน วิธีการติดตั้งใหปฏิบัติดังนี้
1. เปดกลองแลวนําคอมพิวเตอรออกมาอยางระมัดระวัง
2. ตอสายคียบอรดเขากับพอรตตอคียบอรดซึ่งอาจจะเปนแบบ PS/2 หรือแบบ USB
3. ตอสายเมาสเขากับพอรตตอเมาสซึ่งอาจจะเปนแบบ PS/2 หรือแบบ USB
4. ตอสายจอภาพเขากับพอรตตอจอภาพ พอรตนี้จะมีสีน้ําเงินจํานวน 15 ขา
5. นําขั้วตอออดิโอแจ็คของลําโพงตอเขากับจุดตอดานหลังเครื่องบริเวณการดเสียง ปกติ
ชองตอสายออดิโอแจ็คของลําโพงมักจะมีสีเขียว
6. นําสายไฟฟาตอเขากับจุดตอไฟเขา 220 โวลท
7. ตรวจสอบความถูกตองและทดลองเปดเครื่อง
การดูแลรักษาเครื่องคอมพิวเตอร
1. ไมควรติดตั้งคอมพิวเตอรในสถานที่ที่ถูกแสงแดดโดยตรงหรือพื้นที่ที่มีอุณหภูมิสูงหรือ
ต่ําเกินไป
2. ระวังอยาใหของเหลวหรือน้ําหยดลงไปในคอมพิวเตอรหรือคียบอรด
3. หมั่นทําความสะอาดคอมพิวเตอรและจอภาพ โดยใชผาสักหลาดหรือผานุมเช็ดฝุน
4. หากจําเปนควรทําความสะอาด โดยการกําจัดฝุนละอองออกจากชองระบายอากาศเพื่อให
การระบายอากาศดี
5. เมื่อไมใชเครื่องเปนเวลานาน ควรปดสวิตชคอมพิวเตอร เพื่อยืดอายุการใชงานของเครื่อง
คอมพิวเตอร
ขอควรระวัง คือ กอนทําความสะอาดเครื่องคอมพิวเตอร ควรถอดปลั๊กไฟของคอมพิวเตอร
ออกเสียกอน
ระบบสารสนเทศ
สารสนเทศ (Information) หมายถึง ขอมูลดิบที่ไดผานการประมวลผลในหนวยประมวลผล
กลางของคอมพิวเตอรมาแลว นั่นคือไดผานการคํานวณ การจัดเรียง การเปรียบเทียบ เปนตน ผลลัพธที่
ไดสามารถนําไปใชประโยชนตอผูที่เกี่ยวของได
คอมพิวเตอรสามารถรับขอมูลไดหลายรูปแบบ เพื่อนําเขาสูระบบการประมวลผล เพื่อใหได
ผลลัพธหรือสารสนเทศที่สามารถนําไปใชประโยชนไดตามความตองการขององคกร รูปแบบของ
ขอมูลที่นําเขาสูระบบการประมวลผลของคอมพิวเตอรไดแก ตัวเลข ตัวอักษร ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว
และเสียง เปนตน
การใชคอมพิวเตอรและระบบสารสนเทศดานตาง ๆ
1. ดานการศึกษา
2. ดานธุรกิจ
3. ดานอุตสาหกรรม
4. ดานวิทยาศาสตร
5. ดานการติดตอสื่อสารระยะไกล
6. ดานการแพทย
7. ดานความบันเทิง
คอมพิวเตอรและอุปกรณ
1. คอมพิวเตอรและแหลงจายไฟ
2. หนวยรับขอมูล
3. หนวยแสดงผล
4. หนวยประมวลผล
5. หนวยความจํา
6. หนวยความจําสํารอง
7. แผงเมนบอรด
กิจกรรมการเรียนรู
1. บอกวัตถุประสงคของการเรียนการสอนรายวิชา เกณฑการใหคะแนน การปฏิบัติกิจกรรมการ
เรียน และขอควรปฏิบัติขณะเรียน
2. รวมสนทนาเกี่ยวกับเรื่องคอมพิวเตอร
3. ทําแบบทดสอบกอนเรียน
4. แนะนําและสาธิตการใช CAI ประกอบการสอนวิชาคอมพิวเตอรเพื่องานอาชีพ
5. ใหนักเรียนศึกษาดวยตนเองจาก CAI ประกอบการสอนวิชาคอมพิวเตอรเพื่องานอาชีพ
6. แบงกลุมศึกษาเรื่อง การใชงานคอมพิวเตอรเบื้องตน แลวออกมานําเสนอหนาชั้น
7. ทําใบงานประจําหนวยที่ 1 เรื่องการติดตั้งคอมพิวเตอรและเทคโนโลยีสารสนเทศ
8. ฝกปฏิบัติตอสายอุปกรณตาง ๆ
9. ทบทวนรายละเอียดการตอสาย
10. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปสาระสําคัญ
11. เปดโอกาสใหนักเรียนซักถามขอสงสัย
12. ทดสอบและใหนักเรียนผลัดกันตรวจ
13. เปรียบเทียบผลการทดสอบกอน-หลังเรียน
สื่อและแหลงการเรียนรู
1. CAI ประกอบการสอนวิชาคอมพิวเตอรเพื่องานอาชีพ
2. ใบความรู
3. ใบงาน
4. แบบทดสอบกอนเรียน
5. แบบทดสอบหลังเรียน
การบูรณาการเชื่อมโยง
สาระการเรียนรู การบูรณาการ กิจกรรม
ภาษาไทย นําเสนอผลงานกลุม
วิทยาศาสตร ทดลองติดตั้งอุปกรณ
การใชงานคอมพิวเตอร
เบื้องตน
ไฟฟาและอิเล็กทรอนิกส ติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร
เครื่องมือวัดผลตามพุทธิพิสัย (6 คะแนน)
1. บอกความหมายของคอมพิวเตอรได (1 คะแนน)
2. เขียนระบบคอมพิวเตอรได (1 คะแนน)
3. แยกประเภทคอมพิวเตอรตามขนาดได (1 คะแนน)
4. วิเคราะหกระบวนการทํางานคอมพิวเตอรได (1 คะแนน)
5. เขียนขั้นตอนการติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอรได (1 คะแนน)
6. บอกความหมายของระบบสารสนเทศได(1 คะแนน
เครื่องมือวัดผลตามทักษะพิสัย (9 คะแนน)
1. ทําใบงานประจําหนวยที่ 1 เรื่องการติดตั้งคอมพิวเตอร (5 คะแนน)
2. ทําใบงานประจําหนวยที่ 1 เรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศ (4 คะแนน)
เครื่องมือวัดผลตามจิตพิสัย (5 คะแนน)
1. บรรยายบทบาทของคอมพิวเตอร (3 คะแนน)
2. ทํางานเปนกระบวนการกลุมดวยความรอบคอบและระมัดระวัง (2 คะแนน)
เกณฑการวัดผลตามพุทธิพิสัย
การตอบคําถามขอ 1
ความหมายของคอมพิวเตอร
คอมพิวเตอร คือ อุปกรณอิเล็กทรอนิกสที่มีการทํางานซับซอนและอัตโนมัติ มีการควบคุม
การทํางานดวยโปรแกรมหรือชุดคําสั่งที่มนุษยสรางขึ้น สามารถรับขอมูล ประมวลผล แสดงผลลัพธ
รวมถึงการจัดเก็บขอมูล เพื่อใหสามารถนํากลับมาใชไดอีก กระบวนการทํางานของคอมพิวเตอรมี
ความเร็วสูงและถูกตองแมนยํา
ถาผูเรียนตอบไดถูกตองให 1 คะแนน ถาตอบนอกเหนือจากนี้หรือไมครบถวนไมใหคะแนน
การตอบคําถามขอที่ 2
ระบบคอมพิวเตอร
1. ฮารดแวร (Hardware)
2. ซอฟตแวร (Software)
3. พีเพิลแวร (Peopleware)
4. ขอมูล (Data)
ถาผูเรียนตอบคําถามตามแนวทางขางตนให 1 คะแนน ถาตอบนอกเหนือจากนี้หรือไมครบถวน
ไมใหคะแนน
การตอบคําถามขอที่ 3
ประเภทของคอมพิวเตอร
1. ซุปเปอรคอมพิวเตอร (Suppercomputer)
2. เมนเฟรมคอมพิวเตอร (Mainframecomputer)
3. มินิคอมพิวเตอร (Minicomputer)
4. ไมโครคอมพิวเตอร (Microcomputer)
ปจจุบันไดมีการผลิตคอมพิวเตอรประเภทที่ 5 คือคอมพิวเตอรแบบพกพา เชน โนตบุค
คอมพิวเตอร ปาลม คอมพิวเตอรมือถือ และออกาไนเซอร เปนตน
ถาผูเรียนตอบคําถามตามแนวทางขางตนให 1 คะแนน ถาตอบนอกเหนือจากนี้หรือไมครบถวน
ไมใหคะแนน
การตอบคําถามขอที่ 4
วิเคราะหกระบวนการทํางานของคอมพิวเตอร
กระบวนการทํางานของคอมพิวเตอรเริ่มจากปอนขอมูลเขาทางหนวยอินพุทหรือหนวย
ปอนขอมูลเขา ไดแก คียบอรด เมาส สแกนเนอร กลองดิจิตอล จอยสติ๊ก และ ไมโครโฟน เปนตน เมื่อ
ผานทางอุปกรณอินพุทจะสงเขาไปยังหนวยประมวลผลกลาง(CPU) ซึ่งจะทําหนาที่ในการประมวลผล
ขอมูลและควบคุมการทํางานของเครื่องคอมพิวเตอรทั้งหมด โดยจะทํางานรวมกับหนวยความจํา
(Memory Unit) ซึ่งมีอยู 2 ชนิดคือหนวยความจําชั่วคราว (RAM) และหนวยความจําถาวร (ROM) เมื่อ
ทํางานในขั้นตอนนี้เสร็จสิ้นแลวจะสงขอมูลไปยังหนวยแสดงผล ไดแก จอภาพ เครื่องพิมพ ลําโพง
เครื่องฉายโปรเจคเตอร เปนตน
ถาผูเรียนตอบคําถามตามแนวทางขางตนให 1 คะแนน ถาตอบนอกเหนือจากนี้ไมใหคะแนน
ถาตอบไมครบถวนหรือสมบูรณหักครึ่งคะแนน
การตอบคําถามขอที่ 5
ขั้นตอนการติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร
1. เปดกลองแลวนําคอมพิวเตอรออกมาอยางระมัดระวัง
2. ตอสายคียบอรดเขากับพอรตตอคียบอรดซึ่งอาจจะเปนแบบ PS/2 หรือแบบ USB
3. ตอสายเมาสเขากับพอรตตอเมาสซึ่งอาจจะเปนแบบ PS/2 หรือแบบ USB
4. ตอสายจอภาพเขากับพอรตตอจอภาพ พอรตนี้จะมีสีน้ําเงินจํานวน 15 ขา
5. นําขั้วตอออดิโอแจ็คของลําโพงตอเขากับจุดตอดานหลังเครื่องบริเวณการดเสียง ปกติ
ชองตอสายออดิโอแจ็คของลําโพงมักจะมีสีเขียว
6. นําสายไฟฟาตอเขากับจุดตอไฟเขา 220 โวลท
7. ตรวจสอบความถูกตองและทดลองเปดเครื่อง
ถาผูเรียนตอบคําถามไดตามตัวอยางขางตนใหขอละ 1 คะแนน ถาตอบผิดหักตามความเหมาะสม
วิธีคิดคะแนนในขอนี้หารดวย 7 เหลือ 1 คะแนน
การตอบคําถามขอ 6
ความหมายของระบบสารสนเทศ
สารสนเทศ (Information) หมายถึง ขอมูลดิบที่ไดผานการประมวลผลในหนวยประมวลผลกลาง
ของคอมพิวเตอรมาแลว นั่นคือไดผานการคํานวณ การจัดเรียง การเปรียบเทียบ เปนตน ผลลัพธที่ได
สามารถนําไปใชประโยชนตอผูที่เกี่ยวของได
ถาผูเรียนตอบไดถูกตองให 1 คะแนน ถาตอบนอกเหนือจากนี้หรือไมครบถวนหักครึ่งคะแนน
เกณฑการวัดผลตามทักษะพิสัย
การตอบคําถามขอ 1
- ไดจากประเมินจากการทําใบงานที่ 1 เรื่องการติดตั้งคอมพิวเตอร สามารถติดตั้งอุปกรณ
คอมพิวเตอรและตอสายอุปกรณตางๆ ไดถูกตอง นําคะแนนที่ไดทั้งหมด หาร เหลือ 5 คะแนน
การตอบคําถามขอ 2
- ไดจากประเมินจากการทําใบงานที่ 1 เรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศ สามารถนําเทคโนโลยี
สารสนเทศมาประยุกตใชในชีวิตประจําวัน พิจารณาใหคะแนนตามความสมบูรณและเหมาะสมของ
ผลงาน จากคะแนนทั้งหมด 4 คะแนน
เกณฑการวัดผลตามจิตพิสัย
การตอบคําถามขอที่ 1
บทบาทของคอมพิวเตอร
1. บทบาทของคอมพิวเตอรในสถานศึกษา
− คอมพิวเตอรชวยในงานบริหาร
− คอมพิวเตอรชวยในงานบริการ เชน หองสมุด
− คอมพิวเตอรชวยในการเรียนการสอน
2. บทของคอมพิวเตอรในงานวิศวกรรม
− คอมพิวเตอรชวยในการเขียนแบบ
− คอมพิวเตอรชวยในการควบคุมหุนยนตใหทํางาน
− คอมพิวเตอรชวยในการวางแผน คํานวณโครงสราง
3. บทบาทของคอมพิวเตอรในวงราชการ
− คอมพิวเตอรชวยในการทําทะเบียนราษฎร
− คอมพิวเตอรชวยในการนับคะแนนเลือกตั้ง
− ชวยในการรวบรวมขอมูลและสถิติ ทั่วไป
4. บทบาทของคอมพิวเตอรในงานวิทยาศาสตร
− คอมพิวเตอรชวยในการเปรียบเทียบขอมูล
− คอมพิวเตอรชวยในการทดลองที่อันตราย
− คอมพิวเตอรชวยในการเดินทางของยานอวกาศ การถายภาพระยะไกล
5. บทบาทของคอมพิวเตอรในงานธุรกิจ
− คอมพิวเตอรชวยการวางแผนธุรกิจ
− คอมพิวเตอรชวยในประเมินสถานการณทางเศรษฐกิจในอนาคตได
− คอมพิวเตอรชวยงานธุรการ เชน งานภาษี ฯ
6. บทบาทของคอมพิวเตอรในงานธนาคาร
− คอมพิวเตอรชวยในการับฝากและถอนเงิน
− คอมพิวเตอรชวยในการคิดดอกเบี้ยตางๆ
− คอมพิวเตอรชวยใหลูกคาฝากเงินดวน หรือโอนเงินจากเครื่องไดโดยอัตโนมัติ
7. บทบาทของคอมพิวเตอรในรานคาปลีก
− ใชคอมฯในการคิดเงินแทนเครื่องคิดเงิน
− การอานรหัสดวยเครื่องอาน
− ควบคุมอุณหภูมิ
8. บทบาทคอมพิวเตอรในวงการแพทย
− ชวยในการบันทึกคนหาทะเบียนประวัติผูปวย
− ชวยในการวินิจฉัยโรค เชน ตรวจคลื่นสมอง บันทึกการเตนของหัวใจ
− หาตําแหนงที่ถูกตองของอวัยวะกอนผาตัด
9. บทบาทของคอมพิวเตอรในงานอุตสาหกรรม
− ชวยในการวางแผนการผลิต ควบคุมการผลิต
− ชวยโรงงานกลั่นน้ํามัน ตรวจวัดการสงน้ํามัน
− ชวยในการควบคุมการสงแกสธรรมชาติไปตามทอ โดยมีระบบควบคุมความดันของ
แกส
ถาผูเรียนตอบคําถามไดตามตัวอยางขางตนใหขอละ 1 คะแนน ถาตอบผิดหักขอละครึ่งคะแนน วิธี
วิธีคิดคะแนน นําคะแนนที่ไดทั้งหมดหาร 9 เหลือ 3 คะแนน
การตอบคําถามขอที่ 2
ไดจากแบบประเมินการทํางานกลุม นําคะแนนที่ไดทั้งหมด หาร 2 คะแนน
เกณฑการประเมินผลอยูภาคผนวก ก
แบบประเมินคุณธรรมจริยธรรมอยูภาคผนวก ข
แบบประเมินผลอยูภาคผนวก ค
แบบประเมินพฤติกรรมของนักเรียนอยูภาคผนวก ง
ผลการใชแผนการสอนอยูภาคผนวก จ
ใบความรูที่ 1
การใชงานคอมพิวเตอรเบื้องตน
ความหมายของคอมพิวเตอร
คําวา “คอมพิวเตอร” มีผูใหความหมายไวหลากหลายมากมาย ผูเรียบเรียงขอนํามากลาวไวพอ
สังเขป ดังตอไปนี้
คอมพิวเตอรมาจากภาษาละตินวา Computer ซึ่งหมายถึง การนับ หรือ การคํานวณ
พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ใหความหมายของคอมพิวเตอรไววา “เครื่องอิเล็กทรอ
นิกแบบอัตโนมัติ ทําหนาที่เหมือนสมองกลใชสําหรับแกปญหาตางๆ ที่งายและซับซอนโดยวิธีทาง
คณิตศาสตร” *(http://thaiwbi.com/course/Intro_com/Intro_com/wbi1/ hie/page11.htm)
คอมพิวเตอร (Computer) คือเครื่องจักรอิเล็กทรอนิกสที่สามารถจัดการกับสัญลักษณ
(Symbol)ตางๆ ดวยความเร็วสูงโดยปฏิบัติตามขั้นตอนของโปรแกรมหรือชุดคําสั่งงานที่ถูกเขียนโดย
มนุษยดังนั้นถาคําสั่งของโปรแกรมมีประสิทธิภาพดีคอมพิวเตอรก็จะทํางานไดอยางมีประสิทธิภาพแต
ถาโปรแกรมสั่งงานมีคําสั่งที่ผิดพลาดอยูภายในเครื่องคอมพิวเตอรก็จะทํางานผิดพลาดไปดวย
เพราะฉะนั้น การที่เครื่องคอมพิวเตอรจะทํางานไดดีหรือไมเพียงไร จึงขึ้นอยูกับโปรแกรมที่ทําขึ้น รวม
ไปถึงขอมูลที่ปอนเขาไปในคอมพิวเตอรดวย*(http://ite.nectec.or.th/~wutthich/it/computerbasic.html.)
สรุป คอมพิวเตอร คือ อุปกรณอิเล็กทรอนิกสที่มีการทํางานซับซอน และอัตโนมัติมีการควบคุมการ
ทํางานดวยโปรแกรมหรือชุดคําสั่งที่มนุษยสรางขึ้น สามารถรับขอมูล ประมวลผล แสดงผลลัพธ รวมถึงการจัดเก็บ
ขอมูล เพื่อใหสามารถนํากลับมาใชไดอีก กระบวณการทํางานของคอมพิวเตอรมีความเร็วสูงและถูกตองแมนยํา
ภาพที่1.1 รูปคอมพิวเตอร
ระบบของคอมพิวเตอร
ในความเปนจริงแลว ตัวเครื่องคอมพิวเตอรที่เราพบเห็นกันอยูนี้เปนเพียงองคประกอบสวนหนึ่ง
ของระบบคอมพิวเตอรเทานั้น การที่คอมพิวเตอรจะทํางานไดอยางมีประสิทธิภาพตามที่เราตองการนั้น
จําเปนตองอาศัยองคประกอบพื้นฐาน 4 ประการมาทํางานประสานงานรวมกัน ซึ่งระบบของ
คอมพิวเตอรประกอบไปดวย
ฮาดรแวร (Hardware)
หมายถึงอุปกรณตางๆ ที่ประกอบขึ้นเปนเครื่องคอมพิวเตอร มีลักษณะเปนโครงรางซึ่ง
สามารถมองเห็นดวยตาและสัมผัสได (รูปธรรม) เชน จอภาพ คียบอรด เมาส เปนตน
ภาพที่ 1.2 ฮาดรแวร
ซอฟตแวร (Software)
หมายถึง สวนที่มนุษยสัมผัสไมไดโดยตรง (นามธรรม) เปนโปรแกรมหรือชุดคําสั่งที่ถูก
เรียกขึ้นเพื่อสั่งใหเครื่องคอมพิวเตอรทํางาน ซอฟตแวรจึงเปนเหมือนตัวเชื่อมระหวางผูใชเครื่อง และ
คอมพิวเตอร ถาไมมีซอฟตแวรเราก็ไมสามารถใชเครื่องคอมพิวเตอรทําอะไรไดเลยซอฟตแวร แบง
ออกเปน
1. ซอฟตแวรสําหรับระบบ (System Software) คือ ชุดคําสั่งที่เขียนไวเปนคําสั่งเร็จรูป ซึ่งจะ
ทํางานใกลชิดกับคอมพิวเตอรมากที่สุด เพื่อคอยควบคุมการทํางานของฮารดแวรทุกอยางและอํานวย
ความสะดวกใหกับผูใชในการใชงาน ซอฟตแวรระบบที่รูจักกันเปนอยางดีคือ DOS Windows, Unix,
Linux รวมทั้งโปรแกรมที่เปนภาษาของเครื่องคอมพิวเตอร เชน ภาษา Basic , Cobol, Pascal, Fortran,
C เปนตน
2. ซอฟรแวรประยุกต (Application Software) คือ ซอฟรแวรหรือโปรแกรมที่ทําให
คอมพิวเตอรทํางานตางๆ ตามที่ผูใชตองการ ซึ่ง สามารถจําแนกไดเปน 2 ประเภท คือ
2.1 ซอฟรแวรสําหรับงานเฉพาะดาน คือ โปรแกรมซึ่งเขียนเพื่อการทํางานเฉพาะ
อยางที่เราตองการ ซึ่งแตละโปรแกรมก็มักจะมีเงื่อนไข หรือแบบฟอรมแตกตางกันออกไปตามความ
ตองการหรือกฎเกณฑของแตละหนวยงานที่ใช ซึ่งสามารถแกไขเพิ่มเติมในบางสวนของโปรแกรมได
เพื่อใหตรงกับความตองการของผูใช
2.2 ซอฟตแวรสําหรับงานทั่วไป เปนโปรแกรมประยุกตที่มีผูจัดทําไว เพื่อใชใน การ
ทํางานประเภทตางๆ ทั่วไป โดยผูใชคนอื่นๆสามารถนําโปรแกรมไปประยุกตใชกับขอมูลของตนได
แตไมสามารถทําการดัดแปลงหรือแกไขโปรแกรมไดโดยผูใชไมจําเปนตองเขียนโปรแกรมเอง ไดแก
MS-Office, Lotus, Adobe Photoshop, SPSS, Internet Explorer เปนตน
ภาพที่ 1.3 ซอฟตแวรสําหรับงานทั่วไป
บุคลากร
หมายถึง บุคลากรในงานดานคอมพิวเตอร ซึ่งมีความรูเกี่ยวกับคอมพิวเตอร สามารถใช
งาน สั่งงานเพื่อใหคอมพิวเตอรทํางานตามที่ตองการ แบงออกได 4 ระดับ ดังนี้
1. ผูจัดการระบบ (System Manager) คือ ผูวางนโยบายการใชคอมพิวเตอร ใหเปน
ไปตามเปาหมายของหนวยงาน
2. นักวิเคราะหระบบ(System Analyst) คือ ผูที่ศึกษาระบบงานเดิมหรืองานใหมซึ่ง
ทําการวิเคราะหความเหมาะสม ความเปนไปไดในการใชคอมพิวเตอรกับระบบงาน
3. โปรแกรมเมอร (Programmer) คือ ผูเขียนโปรแกรมสั่งงานเครื่องคอมพิวเตอร
เพื่อใหทํางานตามความตองการของผูใช โดยเขียนตามแผนผังที่นักวิเคราะหระบบไดเขียนไว
4. ผูใช (User) คือ ผูใชงานคอมพิวเตอรทั่วไป ซึ่งตองเรียนรูวิธีการใชเครื่องและวิธี
การใชงานโปรแกรม เพื่อใหโปรแกรมที่มีอยูสามารถทํางานไดตามที่ตองการ
ภาพที่ 1.4 ผูใชคอมพิวเตอร
ขอมูล
ขอมูลเปนองคประกอบที่สําคัญ เปนสิ่งที่ตองปอนเขาไปในคอมพิวเตอร พรอมกับ
โปรแกรมที่นักคอมพิวเตอรเขียนขึ้น เพื่อผลิตผลลัพธที่ตองการออกมา เราสามารถแบงระดับ
โครงสรางขอมูล ดังนี้
1. บิต (Bit) คือ ขอมูลที่มีขนาดเล็กที่สุด เปนขอมูลที่เครื่องคอมพิวเตอรที่สามารถ
เขาใจและนําไปใชงานได ซึ่งไดแก เลข 0 หรือ เลข 1 เทานั้น
2. ไบต (Byte) หรือ อักขระ (Character) ไดแก ตัวเลข หรือ ตัวอักษร หรือสัญลักษณ
พิเศษ 1 ตัว เชน 0, 1,.....,9,A,B,.....,Z และเครื่องหมายตางๆ ซึ่ง 1 ไบตจะเทากับ 8 บิต
3. ฟลด (Field) ไดแก ไบต หรือ อักขระตั้งแต 1 ตัวขึ้นไปรวมกันเปนฟลด เชน เลข
ประจําตัว ชื่อพนักงาน เปนตน
4. เรคคอรด (Record) ไดแก ฟลดตั้งแต 1 ฟลด ขึ้นไป ที่มีความสัมพันธเกี่ยวของ
รวมกันเปนเรคคอรด เชน ชื่อ นามสกุล เลขประจําตัว ยอดขาย ขอมูลของพนักงาน 1 คน เปนตน
5. ไฟล (Files) หรือแฟมขอมูล ไดแก เรคคอรดหลายๆเรคคอรดรวมกันซึ่งเปนเรื่อง
เดียวกัน เชน ขอมูลของพนักงานแตละคนมารวมกันเปนไฟลหรือแฟมขอมูล เปนตน
6. ฐานขอมูล (Database) คือ การเก็บรวบรวมไฟลขอมูลหลายๆไฟลที่เกี่ยวของกัน มา
รวมเขาดวยกัน เชน ไฟลขอมูลของแผนกตางๆ มารวมกันเปนฐานขอมูลของบริษัท เปนตน
การวัดขนาดขอมูล
ในการพิจารณาวาขอมูลนั้นมีขนาดมากนอยเทาไร ใหดูจากการวัดขนาดขอมูล ตอไปนี้
8 Bit = 1 Byte
1,024 Byte = 1 KB (กิโลไบต)
1,024 KB = 1 MB (เมกกะไบต)
1,024 MB = 1 GB (กิกะไบต)
1,024 GB = 1 TB (เทราไบต)
ขบวนการทํางานของคอมพิวเตอร
ภาพที่ 1.5 แสดงการทํางานของคอมพิวเตอร
คอมพิวเตอรไมวาจะเปนประเภทใดก็ตาม จะมีลักษณะการทํางานของสวนตางๆ ที่มี
ความสัมพันธกันเปนกระบวนการ โดยมีลักษณะของขบวนการทํางานดังนี้
1. หนวยรับขอมูลเขา(Input) คือ การนําขอมูลปอนเขาสูเครื่องคอมพิวเตอร โดยผูใชปอนทาง
หนวยรับขอมูล ซึ่งหนวยรับขอมูลไดแก แปนพิมพ เมาส สแกนเนอร จอยสติ๊ก เปนตน
ภาพที่ 1.6 อุปกรณรับขอมูล
2. หนวยประมวลผลกลาง (CPU) เมื่อนําขอมูลเขามาแลว เครื่องจะดําเนินการกับขอมูลตาม
คําสั่งที่ไดรับมาเพื่อใหไดผลลัพธตามที่ตองการ เชน นําขอมูลมาหาผลรวม นําขอมูลมาจัดเรียง การนํา
ขอมูลมาเรียบเรียง เปนตน ซึ่งจะทํางานรวมกับ หนวยความจํา
3. หนวยความจํา (Memory Unit) หนวยความจําในเครื่องแบงออกไดเปน 2 แบบ คือ
- RAM (Random-Access Memory) คือ หนวยความจําชั่วคราวที่สามารถ อาน และ เขียน
ขอมูลตางๆ ได หนวยความจําประเภทนี้จะจําขอมูลได เฉพาะชวงที่มีการเปดคอมพิวเตอรเทานั้น
ภาพที่ 1.7 แสดงหนวยความจํา RAM
- ROM (Read-Only Memory) คือ หนวยความจําถาวรที่ถูกติดตั้งมาพรอมกับแผง
เมนบอรดและจะเก็บขอมูล ซึ่งถูกบันทึกมาตั้งแตแรก
4. แสดงผลลัพธ (Output) เปนการนําผลลัพทจากการประมวลผลแสดงใหทราบทางอุปกรณ
โดยทั่วไปจะแสดงผานทางจอภาพ เครื่องพิมพ หรือ ลําโพง เปนตน
ประเภทของคอมพิวเตอร
จากประวัติความเปนมาของคอมพิวเตอร จะเห็นไดวาเทคโนโลยีทางดานคอมพิวเตอรมีการ
พัฒนาเปลี่ยนแปลงไปอยางรวดเร็วมาก ทําใหปจจุบันมีเครื่องคอมพิวเตอรใหเลือกใชหลายรูปแบบ
ตามความตองการของผูใช การแบงประเภทของคอมพิวเตอรนั้น สามารถจําแนกออกไดเปน 3 กลุม
หลัก ดังนี้
ประเภทของคอมพิวเตอรตามความสามารถของระบบ
จําแนกออกไดเปน 4 ชนิด โดยพิจารณาจาก ความสามารถในการเก็บขอมูล และ ความเร็วในการ
ประมวลผล เปนหลัก ดังนี้
- ซุปเปอรคอมพิวเตอร (Supercomputer)
หมายถึง เครื่องประมวลผลขอมูลที่มีความสามารถในการประมวลผลสูงที่สุดสวนมากจะ
ใช เพื่องานทางดานวิทยาศาสตรที่ตองการประมวลผลซับซอน และตองการความเร็วสูงเชนงานวิจัย
ขีปนาวุธงานโครงการอวกาศสหรัฐ งานสื่อสารดาวเทียม เปนตน
ภาพที่ 1.8 ซุปเปอรคอมพิวเตอร
- เมนเฟรมคอมพิวเตอร (Mainframecomputer)
หมายถึงเครื่องประมวลผลขอมูลที่มีหนวย
ความจํา, ความเร็วนอยลง สามารถใชขอมูลและ
คําสั่งของเครื่องรุนอื่นในตระกูลเดียวกันไดโดย
ไมตองดัดแปลงใด ๆ สามารถทํางาน ในระบบ
เครือขาย ได สามารถทํางานไดพรอมกันหลาย
งาน (Multi Tasking) และใชงานไดหลายคน
(Multi User) ปกติเครื่องชนิดนี้นิยมใชในธุรกิจ
ขนาดใหญ เพราะมีราคาแพงตั้งแตสิบลานบาท
ขึ้นไป ตัวอยางของเครื่องเมนเฟรม คือ คอมพิว-
เตอรของธนาคารที่เชื่อมตอไปยังตู ATM และ
สาขาของ ธนาคารทั่วประเทศนั่นเอง ภาพที่ 1.9 เมนเฟรมคอมพิวเตอร
- มินิคอมพิวเตอร (Mini computer)
มินิคอมพิวเตอรคือเครื่องที่มีลักษณะพิเศษ
ในการทํางานรวมกับอุปกรณประกอบรอบขาง ที่ มี
ความเร็วสูงได มีการใชแผนจานแมเหล็กความจุสูง
ชนิดแข็ง (Harddisk) ในการเก็บรักษาขอมูล ซึ่งจะ
สามารถอานเขียนขอมูลไดอยางรวดเร็ว หนวยงาน
และบริษัทที่ใชคอมพิวเตอรขนาดนี้ไดแก กรม กอง
มหาวิทยาลัย หางสรรพสินคา โรงแรมและโรงงาน
อุตสาหกรรมตางๆ ภาพที่ 1.10 มินิคอมพิวเตอร
- ไมโครคอมพิวเตอร (Microcomputer)
หมายถึง เครื่องประมวลผลขอมูลขนาดเล็ก มีสวนของหนวยความจําและความเร็วในการ
ประมวลผลนอยที่สุดสามารถใชงานไดคนเดียว จึงมักถูกเรียกวา คอมพิวเตอรสวนบุคคล (Personal
Computer : PC) บริษัทที่ผลิตไมโครคอมพิวเตอรออกจําหนายจนประสบความสําเร็จเปนบริษัทแรก
คือ บริษัทแอปเปลคอมพิวเตอร
เครื่องไมโครคอมพิวเตอร จําแนกออกไดเปน 2 ประเภทใหญๆ คือ
1. แบบติดตั้งใชงานอยูกับที่บนโตะทํางาน (Desktop Computer)
2. แบบเคลื่อนยายได สามารถพกพาติดตัว อาศัยพลังงานไฟฟาจากแบตเตอรี่จากภายนอกโดยสวน
ใหญมักเรียกตามลักษณะของการใชงาน เชน Laptop Computer, Notebook Computer
ภาพที่ 1.11 รูปเครื่องไมโครคอมพิวเตอร
ประเภทของคอมพิวเตอรตามวัตถุประสงคการใชงาน
จําแนกไดเปน 2 ประเภท คือ
เครื่องคอมพิวเตอรเพื่องานเฉพาะกิจ (Special Purpose Computer)
หมายถึง เครื่องประมวลผลขอมูลที่ถูกออกแบบตัวเครื่องและ โปรแกรมควบคุม ใหทํางาน
อยางใดอยางหนึ่งเปนการเฉพาะ (Inflexible) โดยทั่วไปมักใชในงานควบคุม หรืองานอุตสาหกรรมที่
เนนการประมวลแบบรวดเร็ว เชน เครื่องคอมพิวเตอรควบคุมสัญญาณไฟจราจร เปนตน
เครื่องคอมพิวเตอรเพื่องานอเนกประสงค (General Purpose Computer)
หมายถึง เครื่องประมวลขอมูลที่มีความยืดหยุนในการทํางาน (Flexible) โดยไดรับ
การออก แบบใหสามารถประยุกตใชในงานประเภทตางๆ ไดโดยสะดวก ซึ่งระบบจะทํางานตาม
คําสั่งของโปรแกรมที่เขียนขึ้นและเมื่อผูใชตองการจะทํางานอะไรก็เพียงแตเรียกโปรแกรมมาใชงาน
ประเภทของคอมพิวเตอรตามหลักการประมวลผล
จําแนกไดเปน 3 ประเภท คือ
คอมพิวเตอรแบบแอนาลอก (Analog Computer)
หมายถึง เครื่องมือประมวลผลขอมูลที่อาศัยหลักการวัด (Measuring Principle) ทํางานโดยใช
ขอมูลที่มีการเปลี่ยนแปลงแบบตอเนื่อง (Continuous Data) แสดงออกมาในลักษณะสัญญาณที่เรียกวา
Analog Signal เครื่องคอมพิวเตอรประเภทนี้มักแสดงผลดวยสเกลหนาปทมและเข็มชี้ เชน การวัด
ความรอนจากการขยายตัวของปรอท เปนตน
คอมพิวเตอรแบบดิจิทัล (Digital Computer)
คือ คอมพิวเตอรที่ใชในการทํางานทั่ว ๆ ไปอาศัยหลักการนับ ทํางานกับขอมูลที่มีลักษณะ การ
เปลี่ยนแปลงแบบไมตอเนื่อง (Discrete Data) ในลักษณะของสัญญาณไฟฟา หรือ Digital Signal อาศัย
การนับสัญญาณขอมูลที่เปนจังหวะดวยตัวนับภายใตระบบฐานเวลา มาตรฐานทําใหไดผลลัพธ เปนที่
นาเชื่อถือ สามารถนับขอมูลใหคาความละเอียดสูง เชน แสดงผลลัพธ เปน ทศนิยมหลายตําแหนงได
เปนตน
คอมพิวเตอรแบบลูกผสม (Hybrid Computer)
เครื่องประมวลผลขอมูล ที่อาศัยเทคนิคการทํางานแบบผสมผสาน ระหวาง Analog และ
Digital Computer โดยทั่วไปมักใชในงานเฉพาะกิจ โดยเฉพาะงานดานวิทยาศาสตร เชน เครื่อง
คอมพิวเตอรในยานอวกาศ ที่ใช Analog Computer ควบคุมการหมุนของตัวยาน และใช Digital
Computer ในการคํานวณระยะทาง เปนตน การทํางานแบบผสมผสานของคอมพิวเตอร ชนิดนี้ ยังคง
จําเปนตองอาศัยตัวเปลี่ยนสัญญาณ (Converter) เชนเดิม
บทบาทของคอมพิวเตอร
ในปจจุบัน คอมพิวเตอรไดกลายเปนสิ่งสําคัญในชีวิตของเรา และความสําคัญนี้ไดทวีมากยิ่ง
ขึ้นในอนาคต คอมพิวเตอรไดเขาไปมีบทบาทในทุกวงการอาชีพ โดยเฉพาะกับงานที่มีขอมูลมาก ๆ
และกําลังจะกลายเปนเครื่องใชสามัญในบานเหมือนกับ เครื่องรับวิทยุ โทรทัศน  บทบาทของคอม-
พิวเตอรในงานตางๆ จําแนกได ดังนี้
1. บทบาทของคอมพิวเตอรในสถานศึกษา
- คอมฯ ชวยในงานบริหาร เชน การคิดคะแนน
- คอมพิวเตอรชวยในงานบริการ เชน หองสมุด
- คอมพิวเตอรชวยในการเรียนการสอน
ภาพที่ 1.12 แสดงการใชคอมฯในสถานศึกษา
2. บทของคอมพิวเตอรในงานวิศวกรรม
- คอมพิวเตอรชวยในการเขียนแบบ
- คอมฯ ชวยในการควบคุมหุนยนตใหทํางาน
- คอมฯ ชวยในการวางแผน คํานวณโครงสราง
ภาพที่ 1.13 แสดงการใชคอมฯในงานวิศวกรรม
3. บทบาทของคอมพิวเตอรในวงราชการ
- คอมพิวเตอรชวยในการทําทะเบียนราษฎร
- คอมพิวเตอรชวยในการนับคะแนนเลือกตั้ง
- ชวยในการรวบรวมขอมูลและสถิติ ทั่วไป
ภาพที่ 1.14 แสดงการใชคอมฯในวงราชการ
4. บทบาทของคอมพิวเตอรในงานวิทยาศาสตร
- คอมพิวเตอรชวยในการเปรียบเทียบขอมูล
- คอมพิวเตอรชวยในการทดลองที่อันตราย
- คอมพิวเตอรชวยในการเดินทางของยาน
อวกาศ การถายภาพระยะไกล
ภาพที่ 1.15 แสดงการใชคอมฯ ในงานวิทยาศาสตร
5. บทบาทของคอมพิวเตอรในงานธุรกิจ
- คอมพิวเตอรชวยการวางแผนธุรกิจ
- คอมพิวเตอรชวยในประเมินสถานการณทาง
เศรษฐกิจในอนาคตได
- คอมพิวเตอรชวยงานธุรการ เชน งานภาษี ฯ
ภาพที่ 1.16 แสดงการใชคอมฯ ในงานธุรกิจ
6. บทบาทของคอมพิวเตอรในงานธนาคาร
- คอมพิวเตอรชวยในการับฝากและถอนเงิน
- คอมพิวเตอรชวยในการคิดดอกเบี้ยตางๆ
- คอมพิวเตอรชวยใหลูกคาฝากเงินดวน หรือ
โอนเงินจากเครื่องไดโดยอัตโนมัติ
ภาพที่ 1.17 แสดงการใชคอมฯ ในงานธนาคาร
7. บทบาทของคอมพิวเตอรในรานคาปลีก
- ใชคอมฯในการคิดเงินแทนเครื่องคิดเงิน
- การอานรหัสดวยเครื่องอาน
- ควบคุมอุณหภูมิ
ภาพที่ 1.18 แสดงการใชคอมฯ ในรานคาปลีก
8. บทบาทคอมพิวเตอรในวงการแพทย
- ชวยในการบันทึกคนหาทะเบียนประวัติผูปวย
- ชวยในการวินิจฉัยโรค เชน ตรวจคลื่นสมอง
บันทึกการเตนของหัวใจ
- หาตําแหนงที่ถูกตองของอวัยวะกอนผาตัด
ภาพที่ 1.19 แสดงการคอมฯในวงการแพทย
9. บทบาทของคอมพิวเตอรในงานอุตสาหกรรม
- ชวยในการวางแผนการผลิต ควบคุมการผลิต
- ชวยโรงงานกลั่นน้ํามัน ตรวจวัดการสงน้ํามัน
- ชวยในการควบคุมการสงแกสธรรมชาติไป
ตามทอ โดยมีระบบควบคุมความดันของแกส
ภาพที่ 1.20 แสดงการใชคอมฯ ในงานอุตสาหกรรม
การติดตั้งคอมพิวเตอร
1. นําอุปกรณคอมพิวเตอรออกมาจากกลองดวยความระมัดระวัง เพื่อไมใหเกิดการกระแทก
หรือสะเทือนเพราะจะทําใหเกิดการชํารุดได
2. ตอสายคียบอรดเขากับพอรตตอคียบอรด (จะมี
6 รู ) เรียกวา พอรตแบบ PS/2 ซึ่งหลังเคสก็มีสัญลักษณ
หรือ ขอความแสดงใหทราบวาเปนจุดตอคียบอรด ขณะ
ที่เสียบ ควรจะสังเกตตําแหนงขั้วใหตรงกัน ไมเชนนั้น
เข็มของขั้วตออาจจะหักงอได ภาพที่ 1.21 แสดงการตอสายคียบอรด
3. ตอสายเมาส (PS/2)เขากับจุดตอของพอรต ที่เคส
ซึ่งปกติจะมีสีเขียว หรือถาเมาสเปนพอรตแบบ USB ก็ให
นํามาตอที่พอรตแบบ USB
ภาพที่ 1.22 แสดงการตอสายเมาส
4. ตอสายสัญญาณภาพจากพอรตที่จอมอนิเตอร ซึ่ง
โดยทั่วไปพอรตนี้จะมีสีน้ําเงิน (มี 15 รูเข็ม) สังเกตตําแหนง
ใหตรงกันแลวจึงเสียบสายเขาไป
ภาพที่ 1.23 แสดงการตอสัญญาณภาพ
5. นําขั้วตอออดิโอแจ็คของลําโพงตอเขากับจุดตอ
ที่เคส โดยทั่วไปแลวสายลําโพงมักจะมีสีเขียว หรือจะมี
สัญลักษณแจงใหทราบ ถาตองการใชไมโครโฟน ก็ใหนํา
มาตอที่ชองออดิโอแจ็คของไมโครโฟน ซึ่งจะมีสีชมพูใกล
กับชองตอของลําโพง
ภาพที่ 1.24 แสดงการตอสายลําโพง
6. นําสายไฟฟากระแสสลับ ตอเขาจุดตอไฟเขา
220 โวลต  นําไปตอเขากับเครื่องสํารองไฟฟา เพื่อปอง-
กันไฟฟาขัดของ ซึ่งจะยืดอายุการใชงานของคอมพิวเตอร
ใหมีระยะเวลาในการใชงานนานขึ้น
ภาพที่ 1.25 แสดงการตอไฟฟากระแสสลับ
7. เมื่อตอสายตางๆ ครบแลว ใหกดสวิตส Power
ของเครื่องคอมพิวเตอร เพื่อทดสอบการทํางาน
ภาพที่ 1.26 แสดงการเปดเครื่องเพื่อใชงาน
การดูแลรักษาเครื่องคอมพิวเตอร
1.ไมควรติดตั้งคอมพิวเตอรในสถานที่ที่ถูกแสงแดดโดยตรงหรือพื้นที่ที่มีอุณหภูมิสูงเกินไป
หรือต่ําไป อุณหภูมิที่เหมาะสมสําหรับคอมพิวเตอร คือ 10 องศาเซลเซียส ถึง 35 องศาเซลเซียส
2. ระวังอยาใหของเหลวหรือน้ําหยดลงไปในคอมพิวเตอรหรือคียบอรด
3. หมั่นทําความสะอาดคอมพิวเตอรและจอภาพ โดยใชผาสักหลาดหรือผานุมเช็ดฝุนละออง ไม
แนะนําใหใชผลิตภัณฑทําความสะอาดจําพวกสารเคมี เนื่องจากอาจทําใหสารเคมีที่เคลือบ และ ฉนวน
ที่หอหุมคอมพิวเตอรชํารุดได
4. หากจําเปนควรทําความสะอาดโดยการกําจัดฝุนละอองออกจากชองระบายอากาศเพื่อใหการ
ระบายอากาศดี
5. แมวาในปจจุบันจะมีคอมพิวเตอรรุนใหมๆ ที่ออกแบบใหมีระบบประหยัดพลังงานใน
ระหวางที่เปดคอมพิวเตอรทิ้งไว ก็ตามแตถาเราไมใชเครื่องเปนเวลานาน ควรปดสวิตชคอมพิวเตอร
เพื่อยืดอายุการใชงานของเครื่อง
ขอควรระวัง คือ กอนทําความสะอาดเครื่องคอมพิวเตอร ควรถอดปลั๊กไฟของคอมพิวเตอร
ออกเสียกอน เพื่อปองกันอันตรายจากไฟฟาลัดวงจร
ระบบสารสนเทศ (Information System)
ขอมูล (data) หมายถึง ความเปนจริง ที่ยังเปนขอมูลดิบ ซึ่งยังไมไดผานการ ประมวลผล ใดๆ
มากอน
ขอมูลสารสนเทศ (Information) หมายถึง ขอมูลที่ไดรับการ กลั่นกรอง เรียบเรียงตีความ
หมาย แบงหมวดกลุม วิเคราะหและสรุปแลว ถือเปนขอมูลที่นาเชื่อถือและสามารถนําไปใชงานได
อยางมี ประสิทธิภาพ
ขอมูลเปนองคประกอบที่สําคัญอยางหนึ่งของคอมพิวเตอร ขอมูลที่สามารถนํามาใชกับ
คอมพิวเตอรได มี 5 ประเภท คือ
1. ขอมูลตัวเลข (Numeric Data)
2. ขอมูลตัวอักษร (Text Data)
3. ขอมูลเสียง (Audio Data)
4. ขอมูลภาพ (Images Data)
5. ขอมูลภาพเคลื่อนไหว (Video Data) ภาพที่ 1.27 ขอมูลสารสนเทศ
เทคโนโลยีสารสนเทศ
เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Tech nology) คือ เทคโนโลยีที่เกี่ยวของกับการจัดเก็บ
ประมวลผล และการเผยแพรสารสนเทศ เพื่อชวยใหไดสารสนเทศที่มีประสิทธิภาพ ฉับไวทันตอ
เหตุการณปจจุบัน โดยอาจจะรวมถึง เครื่องมือและอุปกรณตางๆ เชน เครื่องคอมพิวเตอร เครื่องใช-
สํานักงานอุปกรณเกี่ยวกับคมนาคมตางๆ รวมทั้งซอฟทแวรตางๆ ซึ่งเปนเครื่องมือที่ทันสมัยและใช
เทคโนโลยีระดับสูง ขั้นตอนการนําอุปกรณตางๆ มาใชงานเพื่อ รวบรวม จัดเก็บ ประมวลผล และ
แสดงผลลัพธออกมาเปนสารสนเทศในรูปแบบตาง ๆ
ตัวอยางเทคโนโลยีสารสนเทศที่ใชในงานดานตาง ๆ
1. ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร (Geograhic Information System or GIS) เปนระบบที่ นํา
ขอมูลเชิงพื้นที่มาจัดทําแผนที่ ซึ่งขอมูลเชิงพื้นที่นั้นสามารถใชระบุรูปรางและตําแหนงของสิ่ง ตางๆที่
ปรากฏบนพื้นผิวโลกไดระบบสารสนเทศภูมิศาสตร ประกอบดวย คอมพิวเตอรที่มีสมรรถนะในการ
คํานวณสูง อุปกรณสําหรับการแสดงผลเปน แผนที่ไดอยางละเอียดและแมนยําสูง
2. เทคโนโลยีคอมพิวเตอรชวยสอน (Computer Assisted Instruction or CAI) เปนการใช
คอมพิวเตอรเพื่อผลิตสื่อการสอน ที่รวมภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เสียง ขอความและขอมูลไวดวยกันทํา
ใหผูใชไดรับขอมูลขาวสารอยางครบถวน และนาสนใจ ระบบ CAI จะถูกสรางขึ้นโดยการใชซอรฟแวร
ที่มีความสามารถในการสรางภาพทางมัลติมีเดีย เชน Authorware เปนตน
ภาพที่ 1.28 เทคโนโลยีสารสนเทศ

แผนคอมพิวเตอร์เพื่องานอาชีพ1

  • 1.
    โครงการจัดการเรียนรู วิชา 2001-0001 คอมพิวเตอรเพื่องานอาชีพ ครั้งที่1หนวยที่ 1 คอมพิวเตอรกับระบบสารสนเทศ เรื่อง การใชงานคอมพิวเตอรเบื้องตน 1. ความหมายของคอมพิวเตอร 2. ระบบของคอมพิวเตอร 3. ขบวนการทํางานของคอมพิวเตอร 4. ประเภทของคอมพิวเตอร 5. บทบาทของคอมพิวเตอร 6.การติดตั้งคอมพิวเตอร 7.ระบบสารสนเทศ 8.การใชคอมพิวเตอรและระบบสารสนเทศดานตาง ๆ 9.คอมพิวเตอรและอุปกรณ จํานวน 3 ชั่วโมง จุดประสงคการสอน รายการสอน 1. บอกความหมายของคอมพิวเตอรได 2. เขียนขั้นตอนการติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอรได 3. แยกประเภทคอมพิวเตอรตามขนาดได 4. วิเคราะหกระบวนการทํางานคอมพิวเตอรได 5. เขียนระบบคอมพิวเตอรได 6. ติดตั้งอุปกรณคอมพิวเตอรและอุปกรณ รอบขางไดถูกตองและใชงานได 7. บอกความหมายของระบบสารสนเทศได 8. นําสารสนเทศและขอมูลดิบไปใชงานได 9. นําคอมพิวเตอรไปประยุกตใชงานได 10. เขียนชื่อและหนาที่การทํางานของอุปกรณ คอมพิวเตอรได 11. ดูแลรักษาเครื่องคอมพิวเตอรและอุปกรณ คอมพิวเตอรได 1. ความหมายของคอมพิวเตอร 2. ระบบของคอมพิวเตอร 3. ขบวนการทํางานของคอมพิวเตอร 4. ประเภทของคอมพิวเตอร 5. บทบาทของคอมพิวเตอร 6. การติดตั้งคอมพิวเตอร 7. ระบบสารสนเทศ 8. การใชคอมพิวเตอรและระบบสารสนเทศดาน ตาง ๆ 9. คอมพิวเตอรและอุปกรณ
  • 2.
    วิธีการสอน ทําแบบทดสอบกอนเรียน /บรรยาย / ถาม- ตอบ / ปฏิบัติ / ทําแบบทดสอบหลังเรียน สื่อการสอน 1. CAI ประกอบการสอนวิชาคอมพิวเตอร เพื่องานอาชีพ 2. ใบความรู 3. ใบงาน 4. แบบทดสอบกอนเรียน 5. แบบทดสอบหลังเรียน หนังสืออางอิง บุญสืบ โพธิ์ศรีและคณะ. คอมพิวเตอรเพื่อ งาน อาชีพ. ศสอ. กรุงเทพฯ การประเมินผล ทําแบบทดสอบ ไดเกินรอยละ80 แผนการจัดการเรียนรู รหัสวิชา 2001-0001 วิชา คอมพิวเตอรเพื่องานอาชีพ จํานวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห ชื่อหนวย คอมพิวเตอรกับระบบสารสนเทศ เรื่อง การใชงานคอมพิวเตอรเบื้องตน 1. ความหมายของคอมพิวเตอร 2. ระบบของคอมพิวเตอร 3. ขบวนการทํางานของคอมพิวเตอร 4. ประเภทของคอมพิวเตอร 5. บทบาทของคอมพิวเตอร 6. การติดตั้งคอมพิวเตอร 7. ระบบสารสนเทศ 8. การใชคอมพิวเตอรและระบบสารสนเทศดานตาง ๆ 9. คอมพิวเตอรและอุปกรณ สาระสําคัญ กระบวนการทํางานของคอมพิวเตอรเริ่มจากปอนขอมูลเขาทางหนวยอินพุท หรือหนวยปอน ขอมูลเขาไปยังหนวยประมวลผลซึ่งจะทํางานรวมกับหนวยความจําและสงไปยังเอาพุท การติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอรเพื่อใชงานจะตองพิจารณาตําแหนงที่เหมาะสมมีอากาศถายเทได สะดวก เพื่อใหมีการระบายความรอนที่ดี โตะและเกาอี้จะตองไมต่ําหรือสูงเกินไป สามารถนั่งพิมพได เปนเวลานาน
  • 3.
    จุดประสงคการเรียน จุดประสงคทั่วไป เพื่อใหนักเรียน มีความรู ความเขาใจความหมายของคอมพิวเตอร ระบบคอมพิวเตอร กระบวนการ ทํางานของคอมพิวเตอร ประเภทคอมพิวเตอร บทบาทของคอมพิวเตอรและการติดตั้งเครื่อง คอมพิวเตอร จุดประสงคเชิงพฤติกรรม พุทธิพิสัย 1. ผูเรียนสามารถบอกความหมายของคอมพิวเตอรได 2. ผูเรียนสามารถเขียนระบบคอมพิวเตอรได 3. ผูเรียนสามารถวิเคราะหกระบวนการทํางานคอมพิวเตอรได 4. ผูเรียนสามารถแยกประเภทคอมพิวเตอรตามขนาดได 5. ผูเรียนสามารถอธิบายบทบาทของคอมพิวเตอรได 6. ผูเรียนสามารถเขียนขั้นตอนการติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอรได 7. ผูเรียนสามารถบอกความหมายของระบบสารสนเทศได ทักษะพิสัย 1. ผูเรียนสามารถติดตั้งอุปกรณคอมพิวเตอรและอุปกรณรอบขางไดถูกตองและใชงานได 2. ผูเรียนสามารถนําสารสนเทศและขอมูลดิบไปใชงานได 3. ผูเรียนสามารถนําคอมพิวเตอรไปประยุกตใชงานได จิตพิสัย 1. ผูเรียนสามารถบรรยายประโยชนของคอมพิวเตอรได 2. ผูเรียนสามารถทํางานเปนกระบวนการกลุมดวยความรอบคอบและระมัดระวัง
  • 4.
    เนื้อหาสาระ ความหมายของคอมพิวเตอร คอมพิวเตอรหมายถึง เครื่องจักรกลทางดานอิเล็กทรอนิกสที่มนุษยคิดคนขึ้นมา เพื่ออํานวย ความสะดวกในดานตางๆ เชนการคํานวณ การออกแบบ การเก็บขอมูล โดยมนุษยสามารถเขียน โปรแกรมหรือคําสั่ง สั่งใหคอมพิวเตอรทํางานตามขั้นตอนที่กําหนด และประมวลผลออกมาตามที่ ตองการได ระบบคอมพิวเตอร 1. ฮารดแวร (Hardware) 2. ซอฟตแวร (Software) 3. พีเพิลแวร (Peopleware) 4. ขอมูล (Data) กระบวนการทํางานของคอมพิวเตอร กระบวนการทํางานของคอมพิวเตอรเริ่มจากปอนขอมูลเขาทางหนวยอินพุทหรือหนวย ปอนขอมูลเขา ไดแก คียบอรด เมาส สแกนเนอร กลองดิจิตอล จอยสติ๊ก และ ไมโครโฟน เปนตน เมื่อ ผานทางอุปกรณอินพุทจะสงเขาไปยังหนวยประมวลผลกลาง(CPU) ซึ่งจะทําหนาที่ในการประมวลผล ขอมูลและควบคุมการทํางานของเครื่องคอมพิวเตอรทั้งหมด โดยจะทํางานรวมกับหนวยความจํา (Memory Unit) ซึ่งมีอยู 2 ชนิดคือหนวยความจําชั่วคราว (RAM) และหนวยความจําถาวร (ROM) เมื่อ ทํางานในขั้นตอนนี้เสร็จสิ้นแลวจะสงขอมูลไปยังหนวยแสดงผล ไดแก จอภาพ เครื่องพิมพ ลําโพง เครื่องฉายโปรเจคเตอร เปนตน ประเภทของคอมพิวเตอร 1. ซุปเปอรคอมพิวเตอร (Suppercomputer) 2. เมนเฟรมคอมพิวเตอร (Mainframecomputer) 3. มินิคอมพิวเตอร (Minicomputer) 4. ไมโครคอมพิวเตอร (Microcomputer) ปจจุบันไดมีการผลิตคอมพิวเตอรประเภทที่ 5 คือคอมพิวเตอรแบบพกพา เชน โนตบุค คอมพิวเตอร ปาลม คอมพิวเตอรมือถือ และออกาไนเซอร เปนตน
  • 5.
    การติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอรเพื่อใชงานจะตองพิจารณาตําแหนงที่เหมาะสมมีอากาศถายเทได สะดวก เพื่อใหมีการระบายความรอนที่ดี โตะและเกาอี้จะตองไมต่ําหรือสูงเกินไปสามารถนั่งพิมพได เปนเวลานาน วิธีการติดตั้งใหปฏิบัติดังนี้ 1. เปดกลองแลวนําคอมพิวเตอรออกมาอยางระมัดระวัง 2. ตอสายคียบอรดเขากับพอรตตอคียบอรดซึ่งอาจจะเปนแบบ PS/2 หรือแบบ USB 3. ตอสายเมาสเขากับพอรตตอเมาสซึ่งอาจจะเปนแบบ PS/2 หรือแบบ USB 4. ตอสายจอภาพเขากับพอรตตอจอภาพ พอรตนี้จะมีสีน้ําเงินจํานวน 15 ขา 5. นําขั้วตอออดิโอแจ็คของลําโพงตอเขากับจุดตอดานหลังเครื่องบริเวณการดเสียง ปกติ ชองตอสายออดิโอแจ็คของลําโพงมักจะมีสีเขียว 6. นําสายไฟฟาตอเขากับจุดตอไฟเขา 220 โวลท 7. ตรวจสอบความถูกตองและทดลองเปดเครื่อง การดูแลรักษาเครื่องคอมพิวเตอร 1. ไมควรติดตั้งคอมพิวเตอรในสถานที่ที่ถูกแสงแดดโดยตรงหรือพื้นที่ที่มีอุณหภูมิสูงหรือ ต่ําเกินไป 2. ระวังอยาใหของเหลวหรือน้ําหยดลงไปในคอมพิวเตอรหรือคียบอรด 3. หมั่นทําความสะอาดคอมพิวเตอรและจอภาพ โดยใชผาสักหลาดหรือผานุมเช็ดฝุน 4. หากจําเปนควรทําความสะอาด โดยการกําจัดฝุนละอองออกจากชองระบายอากาศเพื่อให การระบายอากาศดี 5. เมื่อไมใชเครื่องเปนเวลานาน ควรปดสวิตชคอมพิวเตอร เพื่อยืดอายุการใชงานของเครื่อง คอมพิวเตอร ขอควรระวัง คือ กอนทําความสะอาดเครื่องคอมพิวเตอร ควรถอดปลั๊กไฟของคอมพิวเตอร ออกเสียกอน ระบบสารสนเทศ สารสนเทศ (Information) หมายถึง ขอมูลดิบที่ไดผานการประมวลผลในหนวยประมวลผล กลางของคอมพิวเตอรมาแลว นั่นคือไดผานการคํานวณ การจัดเรียง การเปรียบเทียบ เปนตน ผลลัพธที่ ไดสามารถนําไปใชประโยชนตอผูที่เกี่ยวของได คอมพิวเตอรสามารถรับขอมูลไดหลายรูปแบบ เพื่อนําเขาสูระบบการประมวลผล เพื่อใหได ผลลัพธหรือสารสนเทศที่สามารถนําไปใชประโยชนไดตามความตองการขององคกร รูปแบบของ ขอมูลที่นําเขาสูระบบการประมวลผลของคอมพิวเตอรไดแก ตัวเลข ตัวอักษร ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว
  • 6.
    และเสียง เปนตน การใชคอมพิวเตอรและระบบสารสนเทศดานตาง ๆ 1.ดานการศึกษา 2. ดานธุรกิจ 3. ดานอุตสาหกรรม 4. ดานวิทยาศาสตร 5. ดานการติดตอสื่อสารระยะไกล 6. ดานการแพทย 7. ดานความบันเทิง คอมพิวเตอรและอุปกรณ 1. คอมพิวเตอรและแหลงจายไฟ 2. หนวยรับขอมูล 3. หนวยแสดงผล 4. หนวยประมวลผล 5. หนวยความจํา 6. หนวยความจําสํารอง 7. แผงเมนบอรด กิจกรรมการเรียนรู 1. บอกวัตถุประสงคของการเรียนการสอนรายวิชา เกณฑการใหคะแนน การปฏิบัติกิจกรรมการ เรียน และขอควรปฏิบัติขณะเรียน 2. รวมสนทนาเกี่ยวกับเรื่องคอมพิวเตอร 3. ทําแบบทดสอบกอนเรียน 4. แนะนําและสาธิตการใช CAI ประกอบการสอนวิชาคอมพิวเตอรเพื่องานอาชีพ 5. ใหนักเรียนศึกษาดวยตนเองจาก CAI ประกอบการสอนวิชาคอมพิวเตอรเพื่องานอาชีพ 6. แบงกลุมศึกษาเรื่อง การใชงานคอมพิวเตอรเบื้องตน แลวออกมานําเสนอหนาชั้น 7. ทําใบงานประจําหนวยที่ 1 เรื่องการติดตั้งคอมพิวเตอรและเทคโนโลยีสารสนเทศ
  • 7.
    8. ฝกปฏิบัติตอสายอุปกรณตาง ๆ 9.ทบทวนรายละเอียดการตอสาย 10. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปสาระสําคัญ 11. เปดโอกาสใหนักเรียนซักถามขอสงสัย 12. ทดสอบและใหนักเรียนผลัดกันตรวจ 13. เปรียบเทียบผลการทดสอบกอน-หลังเรียน สื่อและแหลงการเรียนรู 1. CAI ประกอบการสอนวิชาคอมพิวเตอรเพื่องานอาชีพ 2. ใบความรู 3. ใบงาน 4. แบบทดสอบกอนเรียน 5. แบบทดสอบหลังเรียน
  • 8.
    การบูรณาการเชื่อมโยง สาระการเรียนรู การบูรณาการ กิจกรรม ภาษาไทยนําเสนอผลงานกลุม วิทยาศาสตร ทดลองติดตั้งอุปกรณ การใชงานคอมพิวเตอร เบื้องตน ไฟฟาและอิเล็กทรอนิกส ติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร เครื่องมือวัดผลตามพุทธิพิสัย (6 คะแนน) 1. บอกความหมายของคอมพิวเตอรได (1 คะแนน) 2. เขียนระบบคอมพิวเตอรได (1 คะแนน) 3. แยกประเภทคอมพิวเตอรตามขนาดได (1 คะแนน) 4. วิเคราะหกระบวนการทํางานคอมพิวเตอรได (1 คะแนน) 5. เขียนขั้นตอนการติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอรได (1 คะแนน) 6. บอกความหมายของระบบสารสนเทศได(1 คะแนน เครื่องมือวัดผลตามทักษะพิสัย (9 คะแนน) 1. ทําใบงานประจําหนวยที่ 1 เรื่องการติดตั้งคอมพิวเตอร (5 คะแนน) 2. ทําใบงานประจําหนวยที่ 1 เรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศ (4 คะแนน) เครื่องมือวัดผลตามจิตพิสัย (5 คะแนน) 1. บรรยายบทบาทของคอมพิวเตอร (3 คะแนน) 2. ทํางานเปนกระบวนการกลุมดวยความรอบคอบและระมัดระวัง (2 คะแนน) เกณฑการวัดผลตามพุทธิพิสัย การตอบคําถามขอ 1 ความหมายของคอมพิวเตอร คอมพิวเตอร คือ อุปกรณอิเล็กทรอนิกสที่มีการทํางานซับซอนและอัตโนมัติ มีการควบคุม การทํางานดวยโปรแกรมหรือชุดคําสั่งที่มนุษยสรางขึ้น สามารถรับขอมูล ประมวลผล แสดงผลลัพธ รวมถึงการจัดเก็บขอมูล เพื่อใหสามารถนํากลับมาใชไดอีก กระบวนการทํางานของคอมพิวเตอรมี ความเร็วสูงและถูกตองแมนยํา ถาผูเรียนตอบไดถูกตองให 1 คะแนน ถาตอบนอกเหนือจากนี้หรือไมครบถวนไมใหคะแนน
  • 9.
    การตอบคําถามขอที่ 2 ระบบคอมพิวเตอร 1. ฮารดแวร(Hardware) 2. ซอฟตแวร (Software) 3. พีเพิลแวร (Peopleware) 4. ขอมูล (Data) ถาผูเรียนตอบคําถามตามแนวทางขางตนให 1 คะแนน ถาตอบนอกเหนือจากนี้หรือไมครบถวน ไมใหคะแนน การตอบคําถามขอที่ 3 ประเภทของคอมพิวเตอร 1. ซุปเปอรคอมพิวเตอร (Suppercomputer) 2. เมนเฟรมคอมพิวเตอร (Mainframecomputer) 3. มินิคอมพิวเตอร (Minicomputer) 4. ไมโครคอมพิวเตอร (Microcomputer) ปจจุบันไดมีการผลิตคอมพิวเตอรประเภทที่ 5 คือคอมพิวเตอรแบบพกพา เชน โนตบุค คอมพิวเตอร ปาลม คอมพิวเตอรมือถือ และออกาไนเซอร เปนตน ถาผูเรียนตอบคําถามตามแนวทางขางตนให 1 คะแนน ถาตอบนอกเหนือจากนี้หรือไมครบถวน ไมใหคะแนน การตอบคําถามขอที่ 4 วิเคราะหกระบวนการทํางานของคอมพิวเตอร กระบวนการทํางานของคอมพิวเตอรเริ่มจากปอนขอมูลเขาทางหนวยอินพุทหรือหนวย ปอนขอมูลเขา ไดแก คียบอรด เมาส สแกนเนอร กลองดิจิตอล จอยสติ๊ก และ ไมโครโฟน เปนตน เมื่อ ผานทางอุปกรณอินพุทจะสงเขาไปยังหนวยประมวลผลกลาง(CPU) ซึ่งจะทําหนาที่ในการประมวลผล ขอมูลและควบคุมการทํางานของเครื่องคอมพิวเตอรทั้งหมด โดยจะทํางานรวมกับหนวยความจํา (Memory Unit) ซึ่งมีอยู 2 ชนิดคือหนวยความจําชั่วคราว (RAM) และหนวยความจําถาวร (ROM) เมื่อ ทํางานในขั้นตอนนี้เสร็จสิ้นแลวจะสงขอมูลไปยังหนวยแสดงผล ไดแก จอภาพ เครื่องพิมพ ลําโพง เครื่องฉายโปรเจคเตอร เปนตน ถาผูเรียนตอบคําถามตามแนวทางขางตนให 1 คะแนน ถาตอบนอกเหนือจากนี้ไมใหคะแนน ถาตอบไมครบถวนหรือสมบูรณหักครึ่งคะแนน
  • 10.
    การตอบคําถามขอที่ 5 ขั้นตอนการติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร 1. เปดกลองแลวนําคอมพิวเตอรออกมาอยางระมัดระวัง 2.ตอสายคียบอรดเขากับพอรตตอคียบอรดซึ่งอาจจะเปนแบบ PS/2 หรือแบบ USB 3. ตอสายเมาสเขากับพอรตตอเมาสซึ่งอาจจะเปนแบบ PS/2 หรือแบบ USB 4. ตอสายจอภาพเขากับพอรตตอจอภาพ พอรตนี้จะมีสีน้ําเงินจํานวน 15 ขา 5. นําขั้วตอออดิโอแจ็คของลําโพงตอเขากับจุดตอดานหลังเครื่องบริเวณการดเสียง ปกติ ชองตอสายออดิโอแจ็คของลําโพงมักจะมีสีเขียว 6. นําสายไฟฟาตอเขากับจุดตอไฟเขา 220 โวลท 7. ตรวจสอบความถูกตองและทดลองเปดเครื่อง ถาผูเรียนตอบคําถามไดตามตัวอยางขางตนใหขอละ 1 คะแนน ถาตอบผิดหักตามความเหมาะสม วิธีคิดคะแนนในขอนี้หารดวย 7 เหลือ 1 คะแนน การตอบคําถามขอ 6 ความหมายของระบบสารสนเทศ สารสนเทศ (Information) หมายถึง ขอมูลดิบที่ไดผานการประมวลผลในหนวยประมวลผลกลาง ของคอมพิวเตอรมาแลว นั่นคือไดผานการคํานวณ การจัดเรียง การเปรียบเทียบ เปนตน ผลลัพธที่ได สามารถนําไปใชประโยชนตอผูที่เกี่ยวของได ถาผูเรียนตอบไดถูกตองให 1 คะแนน ถาตอบนอกเหนือจากนี้หรือไมครบถวนหักครึ่งคะแนน เกณฑการวัดผลตามทักษะพิสัย การตอบคําถามขอ 1 - ไดจากประเมินจากการทําใบงานที่ 1 เรื่องการติดตั้งคอมพิวเตอร สามารถติดตั้งอุปกรณ คอมพิวเตอรและตอสายอุปกรณตางๆ ไดถูกตอง นําคะแนนที่ไดทั้งหมด หาร เหลือ 5 คะแนน การตอบคําถามขอ 2 - ไดจากประเมินจากการทําใบงานที่ 1 เรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศ สามารถนําเทคโนโลยี สารสนเทศมาประยุกตใชในชีวิตประจําวัน พิจารณาใหคะแนนตามความสมบูรณและเหมาะสมของ ผลงาน จากคะแนนทั้งหมด 4 คะแนน
  • 11.
    เกณฑการวัดผลตามจิตพิสัย การตอบคําถามขอที่ 1 บทบาทของคอมพิวเตอร 1. บทบาทของคอมพิวเตอรในสถานศึกษา −คอมพิวเตอรชวยในงานบริหาร − คอมพิวเตอรชวยในงานบริการ เชน หองสมุด − คอมพิวเตอรชวยในการเรียนการสอน 2. บทของคอมพิวเตอรในงานวิศวกรรม − คอมพิวเตอรชวยในการเขียนแบบ − คอมพิวเตอรชวยในการควบคุมหุนยนตใหทํางาน − คอมพิวเตอรชวยในการวางแผน คํานวณโครงสราง 3. บทบาทของคอมพิวเตอรในวงราชการ − คอมพิวเตอรชวยในการทําทะเบียนราษฎร − คอมพิวเตอรชวยในการนับคะแนนเลือกตั้ง − ชวยในการรวบรวมขอมูลและสถิติ ทั่วไป 4. บทบาทของคอมพิวเตอรในงานวิทยาศาสตร − คอมพิวเตอรชวยในการเปรียบเทียบขอมูล − คอมพิวเตอรชวยในการทดลองที่อันตราย − คอมพิวเตอรชวยในการเดินทางของยานอวกาศ การถายภาพระยะไกล 5. บทบาทของคอมพิวเตอรในงานธุรกิจ − คอมพิวเตอรชวยการวางแผนธุรกิจ − คอมพิวเตอรชวยในประเมินสถานการณทางเศรษฐกิจในอนาคตได − คอมพิวเตอรชวยงานธุรการ เชน งานภาษี ฯ 6. บทบาทของคอมพิวเตอรในงานธนาคาร − คอมพิวเตอรชวยในการับฝากและถอนเงิน − คอมพิวเตอรชวยในการคิดดอกเบี้ยตางๆ − คอมพิวเตอรชวยใหลูกคาฝากเงินดวน หรือโอนเงินจากเครื่องไดโดยอัตโนมัติ 7. บทบาทของคอมพิวเตอรในรานคาปลีก − ใชคอมฯในการคิดเงินแทนเครื่องคิดเงิน − การอานรหัสดวยเครื่องอาน − ควบคุมอุณหภูมิ
  • 12.
    8. บทบาทคอมพิวเตอรในวงการแพทย − ชวยในการบันทึกคนหาทะเบียนประวัติผูปวย −ชวยในการวินิจฉัยโรค เชน ตรวจคลื่นสมอง บันทึกการเตนของหัวใจ − หาตําแหนงที่ถูกตองของอวัยวะกอนผาตัด 9. บทบาทของคอมพิวเตอรในงานอุตสาหกรรม − ชวยในการวางแผนการผลิต ควบคุมการผลิต − ชวยโรงงานกลั่นน้ํามัน ตรวจวัดการสงน้ํามัน − ชวยในการควบคุมการสงแกสธรรมชาติไปตามทอ โดยมีระบบควบคุมความดันของ แกส ถาผูเรียนตอบคําถามไดตามตัวอยางขางตนใหขอละ 1 คะแนน ถาตอบผิดหักขอละครึ่งคะแนน วิธี วิธีคิดคะแนน นําคะแนนที่ไดทั้งหมดหาร 9 เหลือ 3 คะแนน การตอบคําถามขอที่ 2 ไดจากแบบประเมินการทํางานกลุม นําคะแนนที่ไดทั้งหมด หาร 2 คะแนน เกณฑการประเมินผลอยูภาคผนวก ก แบบประเมินคุณธรรมจริยธรรมอยูภาคผนวก ข แบบประเมินผลอยูภาคผนวก ค แบบประเมินพฤติกรรมของนักเรียนอยูภาคผนวก ง ผลการใชแผนการสอนอยูภาคผนวก จ
  • 13.
    ใบความรูที่ 1 การใชงานคอมพิวเตอรเบื้องตน ความหมายของคอมพิวเตอร คําวา “คอมพิวเตอร”มีผูใหความหมายไวหลากหลายมากมาย ผูเรียบเรียงขอนํามากลาวไวพอ สังเขป ดังตอไปนี้ คอมพิวเตอรมาจากภาษาละตินวา Computer ซึ่งหมายถึง การนับ หรือ การคํานวณ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ใหความหมายของคอมพิวเตอรไววา “เครื่องอิเล็กทรอ นิกแบบอัตโนมัติ ทําหนาที่เหมือนสมองกลใชสําหรับแกปญหาตางๆ ที่งายและซับซอนโดยวิธีทาง คณิตศาสตร” *(http://thaiwbi.com/course/Intro_com/Intro_com/wbi1/ hie/page11.htm) คอมพิวเตอร (Computer) คือเครื่องจักรอิเล็กทรอนิกสที่สามารถจัดการกับสัญลักษณ (Symbol)ตางๆ ดวยความเร็วสูงโดยปฏิบัติตามขั้นตอนของโปรแกรมหรือชุดคําสั่งงานที่ถูกเขียนโดย มนุษยดังนั้นถาคําสั่งของโปรแกรมมีประสิทธิภาพดีคอมพิวเตอรก็จะทํางานไดอยางมีประสิทธิภาพแต ถาโปรแกรมสั่งงานมีคําสั่งที่ผิดพลาดอยูภายในเครื่องคอมพิวเตอรก็จะทํางานผิดพลาดไปดวย เพราะฉะนั้น การที่เครื่องคอมพิวเตอรจะทํางานไดดีหรือไมเพียงไร จึงขึ้นอยูกับโปรแกรมที่ทําขึ้น รวม ไปถึงขอมูลที่ปอนเขาไปในคอมพิวเตอรดวย*(http://ite.nectec.or.th/~wutthich/it/computerbasic.html.) สรุป คอมพิวเตอร คือ อุปกรณอิเล็กทรอนิกสที่มีการทํางานซับซอน และอัตโนมัติมีการควบคุมการ ทํางานดวยโปรแกรมหรือชุดคําสั่งที่มนุษยสรางขึ้น สามารถรับขอมูล ประมวลผล แสดงผลลัพธ รวมถึงการจัดเก็บ ขอมูล เพื่อใหสามารถนํากลับมาใชไดอีก กระบวณการทํางานของคอมพิวเตอรมีความเร็วสูงและถูกตองแมนยํา ภาพที่1.1 รูปคอมพิวเตอร
  • 14.
    ระบบของคอมพิวเตอร ในความเปนจริงแลว ตัวเครื่องคอมพิวเตอรที่เราพบเห็นกันอยูนี้เปนเพียงองคประกอบสวนหนึ่ง ของระบบคอมพิวเตอรเทานั้น การที่คอมพิวเตอรจะทํางานไดอยางมีประสิทธิภาพตามที่เราตองการนั้น จําเปนตองอาศัยองคประกอบพื้นฐาน4 ประการมาทํางานประสานงานรวมกัน ซึ่งระบบของ คอมพิวเตอรประกอบไปดวย ฮาดรแวร (Hardware) หมายถึงอุปกรณตางๆ ที่ประกอบขึ้นเปนเครื่องคอมพิวเตอร มีลักษณะเปนโครงรางซึ่ง สามารถมองเห็นดวยตาและสัมผัสได (รูปธรรม) เชน จอภาพ คียบอรด เมาส เปนตน ภาพที่ 1.2 ฮาดรแวร ซอฟตแวร (Software) หมายถึง สวนที่มนุษยสัมผัสไมไดโดยตรง (นามธรรม) เปนโปรแกรมหรือชุดคําสั่งที่ถูก เรียกขึ้นเพื่อสั่งใหเครื่องคอมพิวเตอรทํางาน ซอฟตแวรจึงเปนเหมือนตัวเชื่อมระหวางผูใชเครื่อง และ คอมพิวเตอร ถาไมมีซอฟตแวรเราก็ไมสามารถใชเครื่องคอมพิวเตอรทําอะไรไดเลยซอฟตแวร แบง ออกเปน 1. ซอฟตแวรสําหรับระบบ (System Software) คือ ชุดคําสั่งที่เขียนไวเปนคําสั่งเร็จรูป ซึ่งจะ ทํางานใกลชิดกับคอมพิวเตอรมากที่สุด เพื่อคอยควบคุมการทํางานของฮารดแวรทุกอยางและอํานวย ความสะดวกใหกับผูใชในการใชงาน ซอฟตแวรระบบที่รูจักกันเปนอยางดีคือ DOS Windows, Unix, Linux รวมทั้งโปรแกรมที่เปนภาษาของเครื่องคอมพิวเตอร เชน ภาษา Basic , Cobol, Pascal, Fortran, C เปนตน
  • 15.
    2. ซอฟรแวรประยุกต (ApplicationSoftware) คือ ซอฟรแวรหรือโปรแกรมที่ทําให คอมพิวเตอรทํางานตางๆ ตามที่ผูใชตองการ ซึ่ง สามารถจําแนกไดเปน 2 ประเภท คือ 2.1 ซอฟรแวรสําหรับงานเฉพาะดาน คือ โปรแกรมซึ่งเขียนเพื่อการทํางานเฉพาะ อยางที่เราตองการ ซึ่งแตละโปรแกรมก็มักจะมีเงื่อนไข หรือแบบฟอรมแตกตางกันออกไปตามความ ตองการหรือกฎเกณฑของแตละหนวยงานที่ใช ซึ่งสามารถแกไขเพิ่มเติมในบางสวนของโปรแกรมได เพื่อใหตรงกับความตองการของผูใช 2.2 ซอฟตแวรสําหรับงานทั่วไป เปนโปรแกรมประยุกตที่มีผูจัดทําไว เพื่อใชใน การ ทํางานประเภทตางๆ ทั่วไป โดยผูใชคนอื่นๆสามารถนําโปรแกรมไปประยุกตใชกับขอมูลของตนได แตไมสามารถทําการดัดแปลงหรือแกไขโปรแกรมไดโดยผูใชไมจําเปนตองเขียนโปรแกรมเอง ไดแก MS-Office, Lotus, Adobe Photoshop, SPSS, Internet Explorer เปนตน ภาพที่ 1.3 ซอฟตแวรสําหรับงานทั่วไป บุคลากร หมายถึง บุคลากรในงานดานคอมพิวเตอร ซึ่งมีความรูเกี่ยวกับคอมพิวเตอร สามารถใช งาน สั่งงานเพื่อใหคอมพิวเตอรทํางานตามที่ตองการ แบงออกได 4 ระดับ ดังนี้ 1. ผูจัดการระบบ (System Manager) คือ ผูวางนโยบายการใชคอมพิวเตอร ใหเปน ไปตามเปาหมายของหนวยงาน 2. นักวิเคราะหระบบ(System Analyst) คือ ผูที่ศึกษาระบบงานเดิมหรืองานใหมซึ่ง ทําการวิเคราะหความเหมาะสม ความเปนไปไดในการใชคอมพิวเตอรกับระบบงาน 3. โปรแกรมเมอร (Programmer) คือ ผูเขียนโปรแกรมสั่งงานเครื่องคอมพิวเตอร เพื่อใหทํางานตามความตองการของผูใช โดยเขียนตามแผนผังที่นักวิเคราะหระบบไดเขียนไว 4. ผูใช (User) คือ ผูใชงานคอมพิวเตอรทั่วไป ซึ่งตองเรียนรูวิธีการใชเครื่องและวิธี การใชงานโปรแกรม เพื่อใหโปรแกรมที่มีอยูสามารถทํางานไดตามที่ตองการ
  • 16.
    ภาพที่ 1.4 ผูใชคอมพิวเตอร ขอมูล ขอมูลเปนองคประกอบที่สําคัญเปนสิ่งที่ตองปอนเขาไปในคอมพิวเตอร พรอมกับ โปรแกรมที่นักคอมพิวเตอรเขียนขึ้น เพื่อผลิตผลลัพธที่ตองการออกมา เราสามารถแบงระดับ โครงสรางขอมูล ดังนี้ 1. บิต (Bit) คือ ขอมูลที่มีขนาดเล็กที่สุด เปนขอมูลที่เครื่องคอมพิวเตอรที่สามารถ เขาใจและนําไปใชงานได ซึ่งไดแก เลข 0 หรือ เลข 1 เทานั้น 2. ไบต (Byte) หรือ อักขระ (Character) ไดแก ตัวเลข หรือ ตัวอักษร หรือสัญลักษณ พิเศษ 1 ตัว เชน 0, 1,.....,9,A,B,.....,Z และเครื่องหมายตางๆ ซึ่ง 1 ไบตจะเทากับ 8 บิต 3. ฟลด (Field) ไดแก ไบต หรือ อักขระตั้งแต 1 ตัวขึ้นไปรวมกันเปนฟลด เชน เลข ประจําตัว ชื่อพนักงาน เปนตน 4. เรคคอรด (Record) ไดแก ฟลดตั้งแต 1 ฟลด ขึ้นไป ที่มีความสัมพันธเกี่ยวของ รวมกันเปนเรคคอรด เชน ชื่อ นามสกุล เลขประจําตัว ยอดขาย ขอมูลของพนักงาน 1 คน เปนตน 5. ไฟล (Files) หรือแฟมขอมูล ไดแก เรคคอรดหลายๆเรคคอรดรวมกันซึ่งเปนเรื่อง เดียวกัน เชน ขอมูลของพนักงานแตละคนมารวมกันเปนไฟลหรือแฟมขอมูล เปนตน 6. ฐานขอมูล (Database) คือ การเก็บรวบรวมไฟลขอมูลหลายๆไฟลที่เกี่ยวของกัน มา รวมเขาดวยกัน เชน ไฟลขอมูลของแผนกตางๆ มารวมกันเปนฐานขอมูลของบริษัท เปนตน
  • 17.
    การวัดขนาดขอมูล ในการพิจารณาวาขอมูลนั้นมีขนาดมากนอยเทาไร ใหดูจากการวัดขนาดขอมูล ตอไปนี้ 8Bit = 1 Byte 1,024 Byte = 1 KB (กิโลไบต) 1,024 KB = 1 MB (เมกกะไบต) 1,024 MB = 1 GB (กิกะไบต) 1,024 GB = 1 TB (เทราไบต) ขบวนการทํางานของคอมพิวเตอร ภาพที่ 1.5 แสดงการทํางานของคอมพิวเตอร คอมพิวเตอรไมวาจะเปนประเภทใดก็ตาม จะมีลักษณะการทํางานของสวนตางๆ ที่มี ความสัมพันธกันเปนกระบวนการ โดยมีลักษณะของขบวนการทํางานดังนี้ 1. หนวยรับขอมูลเขา(Input) คือ การนําขอมูลปอนเขาสูเครื่องคอมพิวเตอร โดยผูใชปอนทาง หนวยรับขอมูล ซึ่งหนวยรับขอมูลไดแก แปนพิมพ เมาส สแกนเนอร จอยสติ๊ก เปนตน ภาพที่ 1.6 อุปกรณรับขอมูล
  • 18.
    2. หนวยประมวลผลกลาง (CPU)เมื่อนําขอมูลเขามาแลว เครื่องจะดําเนินการกับขอมูลตาม คําสั่งที่ไดรับมาเพื่อใหไดผลลัพธตามที่ตองการ เชน นําขอมูลมาหาผลรวม นําขอมูลมาจัดเรียง การนํา ขอมูลมาเรียบเรียง เปนตน ซึ่งจะทํางานรวมกับ หนวยความจํา 3. หนวยความจํา (Memory Unit) หนวยความจําในเครื่องแบงออกไดเปน 2 แบบ คือ - RAM (Random-Access Memory) คือ หนวยความจําชั่วคราวที่สามารถ อาน และ เขียน ขอมูลตางๆ ได หนวยความจําประเภทนี้จะจําขอมูลได เฉพาะชวงที่มีการเปดคอมพิวเตอรเทานั้น ภาพที่ 1.7 แสดงหนวยความจํา RAM - ROM (Read-Only Memory) คือ หนวยความจําถาวรที่ถูกติดตั้งมาพรอมกับแผง เมนบอรดและจะเก็บขอมูล ซึ่งถูกบันทึกมาตั้งแตแรก 4. แสดงผลลัพธ (Output) เปนการนําผลลัพทจากการประมวลผลแสดงใหทราบทางอุปกรณ โดยทั่วไปจะแสดงผานทางจอภาพ เครื่องพิมพ หรือ ลําโพง เปนตน
  • 19.
    ประเภทของคอมพิวเตอร จากประวัติความเปนมาของคอมพิวเตอร จะเห็นไดวาเทคโนโลยีทางดานคอมพิวเตอรมีการ พัฒนาเปลี่ยนแปลงไปอยางรวดเร็วมาก ทําใหปจจุบันมีเครื่องคอมพิวเตอรใหเลือกใชหลายรูปแบบ ตามความตองการของผูใชการแบงประเภทของคอมพิวเตอรนั้น สามารถจําแนกออกไดเปน 3 กลุม หลัก ดังนี้ ประเภทของคอมพิวเตอรตามความสามารถของระบบ จําแนกออกไดเปน 4 ชนิด โดยพิจารณาจาก ความสามารถในการเก็บขอมูล และ ความเร็วในการ ประมวลผล เปนหลัก ดังนี้ - ซุปเปอรคอมพิวเตอร (Supercomputer) หมายถึง เครื่องประมวลผลขอมูลที่มีความสามารถในการประมวลผลสูงที่สุดสวนมากจะ ใช เพื่องานทางดานวิทยาศาสตรที่ตองการประมวลผลซับซอน และตองการความเร็วสูงเชนงานวิจัย ขีปนาวุธงานโครงการอวกาศสหรัฐ งานสื่อสารดาวเทียม เปนตน ภาพที่ 1.8 ซุปเปอรคอมพิวเตอร
  • 20.
    - เมนเฟรมคอมพิวเตอร (Mainframecomputer) หมายถึงเครื่องประมวลผลขอมูลที่มีหนวย ความจํา,ความเร็วนอยลง สามารถใชขอมูลและ คําสั่งของเครื่องรุนอื่นในตระกูลเดียวกันไดโดย ไมตองดัดแปลงใด ๆ สามารถทํางาน ในระบบ เครือขาย ได สามารถทํางานไดพรอมกันหลาย งาน (Multi Tasking) และใชงานไดหลายคน (Multi User) ปกติเครื่องชนิดนี้นิยมใชในธุรกิจ ขนาดใหญ เพราะมีราคาแพงตั้งแตสิบลานบาท ขึ้นไป ตัวอยางของเครื่องเมนเฟรม คือ คอมพิว- เตอรของธนาคารที่เชื่อมตอไปยังตู ATM และ สาขาของ ธนาคารทั่วประเทศนั่นเอง ภาพที่ 1.9 เมนเฟรมคอมพิวเตอร - มินิคอมพิวเตอร (Mini computer) มินิคอมพิวเตอรคือเครื่องที่มีลักษณะพิเศษ ในการทํางานรวมกับอุปกรณประกอบรอบขาง ที่ มี ความเร็วสูงได มีการใชแผนจานแมเหล็กความจุสูง ชนิดแข็ง (Harddisk) ในการเก็บรักษาขอมูล ซึ่งจะ สามารถอานเขียนขอมูลไดอยางรวดเร็ว หนวยงาน และบริษัทที่ใชคอมพิวเตอรขนาดนี้ไดแก กรม กอง มหาวิทยาลัย หางสรรพสินคา โรงแรมและโรงงาน อุตสาหกรรมตางๆ ภาพที่ 1.10 มินิคอมพิวเตอร
  • 21.
    - ไมโครคอมพิวเตอร (Microcomputer) หมายถึงเครื่องประมวลผลขอมูลขนาดเล็ก มีสวนของหนวยความจําและความเร็วในการ ประมวลผลนอยที่สุดสามารถใชงานไดคนเดียว จึงมักถูกเรียกวา คอมพิวเตอรสวนบุคคล (Personal Computer : PC) บริษัทที่ผลิตไมโครคอมพิวเตอรออกจําหนายจนประสบความสําเร็จเปนบริษัทแรก คือ บริษัทแอปเปลคอมพิวเตอร เครื่องไมโครคอมพิวเตอร จําแนกออกไดเปน 2 ประเภทใหญๆ คือ 1. แบบติดตั้งใชงานอยูกับที่บนโตะทํางาน (Desktop Computer) 2. แบบเคลื่อนยายได สามารถพกพาติดตัว อาศัยพลังงานไฟฟาจากแบตเตอรี่จากภายนอกโดยสวน ใหญมักเรียกตามลักษณะของการใชงาน เชน Laptop Computer, Notebook Computer ภาพที่ 1.11 รูปเครื่องไมโครคอมพิวเตอร ประเภทของคอมพิวเตอรตามวัตถุประสงคการใชงาน จําแนกไดเปน 2 ประเภท คือ เครื่องคอมพิวเตอรเพื่องานเฉพาะกิจ (Special Purpose Computer) หมายถึง เครื่องประมวลผลขอมูลที่ถูกออกแบบตัวเครื่องและ โปรแกรมควบคุม ใหทํางาน อยางใดอยางหนึ่งเปนการเฉพาะ (Inflexible) โดยทั่วไปมักใชในงานควบคุม หรืองานอุตสาหกรรมที่ เนนการประมวลแบบรวดเร็ว เชน เครื่องคอมพิวเตอรควบคุมสัญญาณไฟจราจร เปนตน เครื่องคอมพิวเตอรเพื่องานอเนกประสงค (General Purpose Computer)
  • 22.
    หมายถึง เครื่องประมวลขอมูลที่มีความยืดหยุนในการทํางาน (Flexible)โดยไดรับ การออก แบบใหสามารถประยุกตใชในงานประเภทตางๆ ไดโดยสะดวก ซึ่งระบบจะทํางานตาม คําสั่งของโปรแกรมที่เขียนขึ้นและเมื่อผูใชตองการจะทํางานอะไรก็เพียงแตเรียกโปรแกรมมาใชงาน ประเภทของคอมพิวเตอรตามหลักการประมวลผล จําแนกไดเปน 3 ประเภท คือ คอมพิวเตอรแบบแอนาลอก (Analog Computer) หมายถึง เครื่องมือประมวลผลขอมูลที่อาศัยหลักการวัด (Measuring Principle) ทํางานโดยใช ขอมูลที่มีการเปลี่ยนแปลงแบบตอเนื่อง (Continuous Data) แสดงออกมาในลักษณะสัญญาณที่เรียกวา Analog Signal เครื่องคอมพิวเตอรประเภทนี้มักแสดงผลดวยสเกลหนาปทมและเข็มชี้ เชน การวัด ความรอนจากการขยายตัวของปรอท เปนตน คอมพิวเตอรแบบดิจิทัล (Digital Computer) คือ คอมพิวเตอรที่ใชในการทํางานทั่ว ๆ ไปอาศัยหลักการนับ ทํางานกับขอมูลที่มีลักษณะ การ เปลี่ยนแปลงแบบไมตอเนื่อง (Discrete Data) ในลักษณะของสัญญาณไฟฟา หรือ Digital Signal อาศัย การนับสัญญาณขอมูลที่เปนจังหวะดวยตัวนับภายใตระบบฐานเวลา มาตรฐานทําใหไดผลลัพธ เปนที่ นาเชื่อถือ สามารถนับขอมูลใหคาความละเอียดสูง เชน แสดงผลลัพธ เปน ทศนิยมหลายตําแหนงได เปนตน คอมพิวเตอรแบบลูกผสม (Hybrid Computer) เครื่องประมวลผลขอมูล ที่อาศัยเทคนิคการทํางานแบบผสมผสาน ระหวาง Analog และ Digital Computer โดยทั่วไปมักใชในงานเฉพาะกิจ โดยเฉพาะงานดานวิทยาศาสตร เชน เครื่อง คอมพิวเตอรในยานอวกาศ ที่ใช Analog Computer ควบคุมการหมุนของตัวยาน และใช Digital Computer ในการคํานวณระยะทาง เปนตน การทํางานแบบผสมผสานของคอมพิวเตอร ชนิดนี้ ยังคง จําเปนตองอาศัยตัวเปลี่ยนสัญญาณ (Converter) เชนเดิม
  • 23.
    บทบาทของคอมพิวเตอร ในปจจุบัน คอมพิวเตอรไดกลายเปนสิ่งสําคัญในชีวิตของเรา และความสําคัญนี้ไดทวีมากยิ่ง ขึ้นในอนาคตคอมพิวเตอรไดเขาไปมีบทบาทในทุกวงการอาชีพ โดยเฉพาะกับงานที่มีขอมูลมาก ๆ และกําลังจะกลายเปนเครื่องใชสามัญในบานเหมือนกับ เครื่องรับวิทยุ โทรทัศน  บทบาทของคอม- พิวเตอรในงานตางๆ จําแนกได ดังนี้ 1. บทบาทของคอมพิวเตอรในสถานศึกษา - คอมฯ ชวยในงานบริหาร เชน การคิดคะแนน - คอมพิวเตอรชวยในงานบริการ เชน หองสมุด - คอมพิวเตอรชวยในการเรียนการสอน ภาพที่ 1.12 แสดงการใชคอมฯในสถานศึกษา 2. บทของคอมพิวเตอรในงานวิศวกรรม - คอมพิวเตอรชวยในการเขียนแบบ - คอมฯ ชวยในการควบคุมหุนยนตใหทํางาน - คอมฯ ชวยในการวางแผน คํานวณโครงสราง ภาพที่ 1.13 แสดงการใชคอมฯในงานวิศวกรรม 3. บทบาทของคอมพิวเตอรในวงราชการ - คอมพิวเตอรชวยในการทําทะเบียนราษฎร - คอมพิวเตอรชวยในการนับคะแนนเลือกตั้ง - ชวยในการรวบรวมขอมูลและสถิติ ทั่วไป
  • 24.
    ภาพที่ 1.14 แสดงการใชคอมฯในวงราชการ 4.บทบาทของคอมพิวเตอรในงานวิทยาศาสตร - คอมพิวเตอรชวยในการเปรียบเทียบขอมูล - คอมพิวเตอรชวยในการทดลองที่อันตราย - คอมพิวเตอรชวยในการเดินทางของยาน อวกาศ การถายภาพระยะไกล ภาพที่ 1.15 แสดงการใชคอมฯ ในงานวิทยาศาสตร 5. บทบาทของคอมพิวเตอรในงานธุรกิจ - คอมพิวเตอรชวยการวางแผนธุรกิจ - คอมพิวเตอรชวยในประเมินสถานการณทาง เศรษฐกิจในอนาคตได - คอมพิวเตอรชวยงานธุรการ เชน งานภาษี ฯ ภาพที่ 1.16 แสดงการใชคอมฯ ในงานธุรกิจ 6. บทบาทของคอมพิวเตอรในงานธนาคาร - คอมพิวเตอรชวยในการับฝากและถอนเงิน - คอมพิวเตอรชวยในการคิดดอกเบี้ยตางๆ - คอมพิวเตอรชวยใหลูกคาฝากเงินดวน หรือ โอนเงินจากเครื่องไดโดยอัตโนมัติ ภาพที่ 1.17 แสดงการใชคอมฯ ในงานธนาคาร
  • 25.
    7. บทบาทของคอมพิวเตอรในรานคาปลีก - ใชคอมฯในการคิดเงินแทนเครื่องคิดเงิน -การอานรหัสดวยเครื่องอาน - ควบคุมอุณหภูมิ ภาพที่ 1.18 แสดงการใชคอมฯ ในรานคาปลีก 8. บทบาทคอมพิวเตอรในวงการแพทย - ชวยในการบันทึกคนหาทะเบียนประวัติผูปวย - ชวยในการวินิจฉัยโรค เชน ตรวจคลื่นสมอง บันทึกการเตนของหัวใจ - หาตําแหนงที่ถูกตองของอวัยวะกอนผาตัด ภาพที่ 1.19 แสดงการคอมฯในวงการแพทย 9. บทบาทของคอมพิวเตอรในงานอุตสาหกรรม - ชวยในการวางแผนการผลิต ควบคุมการผลิต - ชวยโรงงานกลั่นน้ํามัน ตรวจวัดการสงน้ํามัน - ชวยในการควบคุมการสงแกสธรรมชาติไป ตามทอ โดยมีระบบควบคุมความดันของแกส ภาพที่ 1.20 แสดงการใชคอมฯ ในงานอุตสาหกรรม
  • 26.
    การติดตั้งคอมพิวเตอร 1. นําอุปกรณคอมพิวเตอรออกมาจากกลองดวยความระมัดระวัง เพื่อไมใหเกิดการกระแทก หรือสะเทือนเพราะจะทําใหเกิดการชํารุดได 2.ตอสายคียบอรดเขากับพอรตตอคียบอรด (จะมี 6 รู ) เรียกวา พอรตแบบ PS/2 ซึ่งหลังเคสก็มีสัญลักษณ หรือ ขอความแสดงใหทราบวาเปนจุดตอคียบอรด ขณะ ที่เสียบ ควรจะสังเกตตําแหนงขั้วใหตรงกัน ไมเชนนั้น เข็มของขั้วตออาจจะหักงอได ภาพที่ 1.21 แสดงการตอสายคียบอรด 3. ตอสายเมาส (PS/2)เขากับจุดตอของพอรต ที่เคส ซึ่งปกติจะมีสีเขียว หรือถาเมาสเปนพอรตแบบ USB ก็ให นํามาตอที่พอรตแบบ USB ภาพที่ 1.22 แสดงการตอสายเมาส 4. ตอสายสัญญาณภาพจากพอรตที่จอมอนิเตอร ซึ่ง โดยทั่วไปพอรตนี้จะมีสีน้ําเงิน (มี 15 รูเข็ม) สังเกตตําแหนง ใหตรงกันแลวจึงเสียบสายเขาไป ภาพที่ 1.23 แสดงการตอสัญญาณภาพ
  • 27.
    5. นําขั้วตอออดิโอแจ็คของลําโพงตอเขากับจุดตอ ที่เคส โดยทั่วไปแลวสายลําโพงมักจะมีสีเขียวหรือจะมี สัญลักษณแจงใหทราบ ถาตองการใชไมโครโฟน ก็ใหนํา มาตอที่ชองออดิโอแจ็คของไมโครโฟน ซึ่งจะมีสีชมพูใกล กับชองตอของลําโพง ภาพที่ 1.24 แสดงการตอสายลําโพง 6. นําสายไฟฟากระแสสลับ ตอเขาจุดตอไฟเขา 220 โวลต  นําไปตอเขากับเครื่องสํารองไฟฟา เพื่อปอง- กันไฟฟาขัดของ ซึ่งจะยืดอายุการใชงานของคอมพิวเตอร ใหมีระยะเวลาในการใชงานนานขึ้น ภาพที่ 1.25 แสดงการตอไฟฟากระแสสลับ 7. เมื่อตอสายตางๆ ครบแลว ใหกดสวิตส Power ของเครื่องคอมพิวเตอร เพื่อทดสอบการทํางาน ภาพที่ 1.26 แสดงการเปดเครื่องเพื่อใชงาน การดูแลรักษาเครื่องคอมพิวเตอร 1.ไมควรติดตั้งคอมพิวเตอรในสถานที่ที่ถูกแสงแดดโดยตรงหรือพื้นที่ที่มีอุณหภูมิสูงเกินไป หรือต่ําไป อุณหภูมิที่เหมาะสมสําหรับคอมพิวเตอร คือ 10 องศาเซลเซียส ถึง 35 องศาเซลเซียส
  • 28.
    2. ระวังอยาใหของเหลวหรือน้ําหยดลงไปในคอมพิวเตอรหรือคียบอรด 3. หมั่นทําความสะอาดคอมพิวเตอรและจอภาพโดยใชผาสักหลาดหรือผานุมเช็ดฝุนละออง ไม แนะนําใหใชผลิตภัณฑทําความสะอาดจําพวกสารเคมี เนื่องจากอาจทําใหสารเคมีที่เคลือบ และ ฉนวน ที่หอหุมคอมพิวเตอรชํารุดได 4. หากจําเปนควรทําความสะอาดโดยการกําจัดฝุนละอองออกจากชองระบายอากาศเพื่อใหการ ระบายอากาศดี 5. แมวาในปจจุบันจะมีคอมพิวเตอรรุนใหมๆ ที่ออกแบบใหมีระบบประหยัดพลังงานใน ระหวางที่เปดคอมพิวเตอรทิ้งไว ก็ตามแตถาเราไมใชเครื่องเปนเวลานาน ควรปดสวิตชคอมพิวเตอร เพื่อยืดอายุการใชงานของเครื่อง ขอควรระวัง คือ กอนทําความสะอาดเครื่องคอมพิวเตอร ควรถอดปลั๊กไฟของคอมพิวเตอร ออกเสียกอน เพื่อปองกันอันตรายจากไฟฟาลัดวงจร ระบบสารสนเทศ (Information System) ขอมูล (data) หมายถึง ความเปนจริง ที่ยังเปนขอมูลดิบ ซึ่งยังไมไดผานการ ประมวลผล ใดๆ มากอน ขอมูลสารสนเทศ (Information) หมายถึง ขอมูลที่ไดรับการ กลั่นกรอง เรียบเรียงตีความ หมาย แบงหมวดกลุม วิเคราะหและสรุปแลว ถือเปนขอมูลที่นาเชื่อถือและสามารถนําไปใชงานได อยางมี ประสิทธิภาพ ขอมูลเปนองคประกอบที่สําคัญอยางหนึ่งของคอมพิวเตอร ขอมูลที่สามารถนํามาใชกับ คอมพิวเตอรได มี 5 ประเภท คือ 1. ขอมูลตัวเลข (Numeric Data) 2. ขอมูลตัวอักษร (Text Data) 3. ขอมูลเสียง (Audio Data) 4. ขอมูลภาพ (Images Data) 5. ขอมูลภาพเคลื่อนไหว (Video Data) ภาพที่ 1.27 ขอมูลสารสนเทศ เทคโนโลยีสารสนเทศ
  • 29.
    เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) คือ เทคโนโลยีที่เกี่ยวของกับการจัดเก็บ ประมวลผล และการเผยแพรสารสนเทศ เพื่อชวยใหไดสารสนเทศที่มีประสิทธิภาพ ฉับไวทันตอ เหตุการณปจจุบัน โดยอาจจะรวมถึง เครื่องมือและอุปกรณตางๆ เชน เครื่องคอมพิวเตอร เครื่องใช- สํานักงานอุปกรณเกี่ยวกับคมนาคมตางๆ รวมทั้งซอฟทแวรตางๆ ซึ่งเปนเครื่องมือที่ทันสมัยและใช เทคโนโลยีระดับสูง ขั้นตอนการนําอุปกรณตางๆ มาใชงานเพื่อ รวบรวม จัดเก็บ ประมวลผล และ แสดงผลลัพธออกมาเปนสารสนเทศในรูปแบบตาง ๆ ตัวอยางเทคโนโลยีสารสนเทศที่ใชในงานดานตาง ๆ 1. ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร (Geograhic Information System or GIS) เปนระบบที่ นํา ขอมูลเชิงพื้นที่มาจัดทําแผนที่ ซึ่งขอมูลเชิงพื้นที่นั้นสามารถใชระบุรูปรางและตําแหนงของสิ่ง ตางๆที่ ปรากฏบนพื้นผิวโลกไดระบบสารสนเทศภูมิศาสตร ประกอบดวย คอมพิวเตอรที่มีสมรรถนะในการ คํานวณสูง อุปกรณสําหรับการแสดงผลเปน แผนที่ไดอยางละเอียดและแมนยําสูง 2. เทคโนโลยีคอมพิวเตอรชวยสอน (Computer Assisted Instruction or CAI) เปนการใช คอมพิวเตอรเพื่อผลิตสื่อการสอน ที่รวมภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เสียง ขอความและขอมูลไวดวยกันทํา ใหผูใชไดรับขอมูลขาวสารอยางครบถวน และนาสนใจ ระบบ CAI จะถูกสรางขึ้นโดยการใชซอรฟแวร ที่มีความสามารถในการสรางภาพทางมัลติมีเดีย เชน Authorware เปนตน ภาพที่ 1.28 เทคโนโลยีสารสนเทศ