โครงงานคอมพิวเตอร์
เรื่อง SWAROVSKI EGGS
โดย
นาย ชยธร สาระธนะ เลขที่ 6
นางสาว เกวลิน ปงชาคา เลขที่ 24
นางสาว อารยา ทองคา เลขที่ 25
นาย ชินภพ วิริยะกิจ เลขที่ 28
นางสาว จิตรลดา ทิพย์ทินกร เลขที่ 29
นางสาว พรนภัส นอละออ เลขที่ 30
นางสาว อชิรญา บารุงศิลป์ เลขที่ 31
นางสาว นภสร วงศ์ปรีชาสวัสดิ์ เลขที่ 32
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่5/1
รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี
ภาคเรียนที่1 ปีการศึกษา 2559
โรงเรียนอัสสัมชัญระยอง
โครงงานคอมพิวเตอร์
เรื่อง SWAROVSKI EGGS
โดย
นาย ชยธร สาระธนะ เลขที่ 6
นางสาว เกวลิน ปงชาคา เลขที่ 24
นางสาว อารยา ทองคา เลขที่ 25
นาย ชินภพ วิริยะกิจ เลขที่ 28
นางสาว จิตรลดา ทิพย์ทินกร เลขที่ 29
นางสาว พรนภัส นอละออ เลขที่ 30
นางสาว อชิรญา บารุงศิลป์ เลขที่ 31
นางสาว นภสร วงศ์ปรีชาสวัสดิ์ เลขที่ 32
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่5/1
รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี
ภาคเรียนที่1 ปีการศึกษา 2559
โรงเรียนอัสสัมชัญระยอง
ครูที่ปรึกษา
มิส เขมจิรา ปลงไสว
โครงงานเรื่อง SWAROVSKI EGGS
ประเภทของโครงงาน โครงงานที่เป็นการสร้างประดิษฐ์ คิดค้น
ผู้จัดทาโครงงาน 1.ชยธร สาระธนะ เลขที่ 6
2.เกวลิน ปงชาคา เลขที่ 24
3.อารยา ทองคา เลขที่ 25
4.ชินภพ วิริยะกิจ เลขที่ 28
5.จิตรลดา ทิพย์ทินกร เลขที่ 29
6.พรนภัส นอลออ เลขที่ 30
7.อชิรญา บารุงศิลป์ เลขที่ 31
8.นภสร วงศ์ปรีชาสวัสดิ์ เลขที่ 32
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/1
ปีการศึกษา 2559
บทคัดย่อ
ไข่ไก่นั้นเป็นหนึ่งในอาหารที่มีคนรับประทานมากที่สุด และเปลือกไข่ที่เหลือจากการทาอาหารก็ถูก
นาไปทิ้งโดยเปล่าประโยชน์ ซึ่งเปลือกไข่เหล่านั้นยังสามารถทาประโยชน์ได้อีกหลายประการ
คณะผู้จัดทาจึงนาเปลือกไข่มาแปรรูป โดยใช้หลักการการตกตะกอนของสารส้มในการแปรรูปเปลือก
ไข่ วัตถุประสงค์ของการทาโครงงานนี้คือ เพื่อนาเปลือกไข่มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และยังสามารถนาไปต่อ
ยอดเพื่อสร้างรายได้ได้อีกด้วย
ข
กิตติกรรมประกาศ
โครงงานนี้ประกอบไปด้วยการดาเนินงานหลายขั้นตอน นับตั้งแต่การศึกษาค้นคว้าหาข้อมูล การ
วิเคราะห์วิธีการประดิษฐ์จากข้อมูลที่สืบค้นมา จนกระทั่งการดาเนินงานสาเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ซึ่งตลอด
ระยะเวลาดังกล่าว ทางคณะผู้จัดทาได้รับความช่วยเหลือและคาแนะนาทางด้านต่าง ตลอดจนได้รับความ
ร่วมมือแหละกาลังใจจากบุคคลหลาย ท่าน ผู้จัดทาจึงได้ตระหนักและซาบซึ้งในความกรุณาจากทุก ท่าน ณ
โอกาสนี้จึงขอขอบพระคุณทุก ท่าน ดังนี้
กราบขอบพระคุณ http://p-ject.com/ ซึ่งได้ให้ความรู้และการทดลองทางด้านวิทยาศาสตร์
และสามารถนามาประยุกต์กับโครงงานและสามารถคิดโครงงานนี้ขึ้นมาได้ รวมไปถึงผู้ที่ให้คาแนะนาทุก ท่าน
เพื่อให้โครงงานสามารถผ่านไปได้ด้วยดี
กราบขอบพระคุณ มิสเขมจิรา ปลงไสว ครูที่ปรึกษากลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี โรง
เรียนอัสสัมชัญระยอง ผู้ที่ให้คาแนะนาในการทาโครงงานและเมตตาช่วยเหลือทุก ด้าน ตลอดจนให้ความคิด
และคาแนะนาต่าง จนสามารถทาให้โครงงานสาเร็จไปได้ด้วยดี
คณะผู้จัดทา
ค
สารบัญ
หน้า
บทคัดย่อ ข
กิตติกรรมประกาศ ค
สารบัญ ง
สารบัญภาพ จ
บทที่
บทที่ 1 บทนา 1
ที่มาและความสาคัญของโครงงาน 1
วัตถุประสงค์ 1
ขอบเขตของโครงงาน 1
ผลที่คาดว่าจะได้รับ 1
บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง 2-10
บทที่ 3 อุปกรณ์และการดาเนินการ 11
บทที่ 4 ผลการดาเนินงาน 12
บทที่ 5 สรุปผลงานดาเนินงานและข้อเสนอแนะ 13
การดาเนินงานจัดการโครงงาน 13
สรุปผลการจัดการโครงงาน 13
ข้อเสนอแนะ 13
บรรณานุกรม 14
ภาคผนวก 15
ง
สารบัญภาพ
หน้า
รูปที่ 1 ไข่ไก่ 3
รูปที่ 2 รูปองค์ประกอบของไข่ไก่ 3
รูปที่ 3 Swarovski egg 6
รูปที่ 4 Alum สารส้ม 6
รูปที่ 5 สีผสมอาหาร 8
รูปที่ 6 หน้าแดชบอร์ด 9
รูปที่ 7 บล็อก SWAROVSKI EGGS 12
รูปที่ 8 คลิปวีดีโอการจัดทา SWAROVSKI EGGS 12
จ
บทที่ 1
บทนา
1.1 ที่มาและความสาคัญของโครงงาน
ไข่นั้นเป็นอาหารหลักอย่างหนึ่งของมนุษย์ที่มีกรดอะมิโนครบทุกชนิดตามที่ร่างกายต้องการในปริมาณ
สูง และร่างกายสามารถนาโปรตีนจากไข่ไปใช้ได้ทั้งหมด นอกจากไข่จะมีโปรตีนแล้ว ยังมีเกลือแร่ต่าง ที่
สาคัญมากมาย เช่น เหล็ก วิตามินดี และบีสอง
เปลือกไข่นั้นมีหลายสี ทั้งสีขาว สีน้าตาล ขึ้นอยู่กับชนิดพันธุ์ของแม่ไก่ แต่สีไข่นั้นไม่มีผลต่อคุณค่าทาง
อาหารของไข่แต่อย่างใด ที่เปลือกไข่นั้นประกอบด้วยแคลเซียมคาบอเนตเป็นส่วนใหญ่ ทาให้เปลือกแข็ง
เปลือกไข่จะมีรูขนาดเล็กมาก มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นหมด อากาศและความชื้นสามารถแรกผ่านรูเล็ก ที่อยู่ใน
ไข่ได้เพราะอากาศจาเป็นสาหรับให้ตัวอ่อนหายใจ
โดยหลังจากประกอบอาหารเสร็จแล้วเปลือกไข่ก็มักจะถูกทิ้งโดยเปล่าประโยชน์ ทางผู้จัดทาจึงได้หา
วิธีนาเปลือกไข่มาแปรรูปให้มีความสวยงาม สามารถใช้ประดับและตกแต่งตามที่ต่าง ได้
1.2 วัตถุประสงค์
1.2.1.เพื่อนาเปลือกไข่มาใช้ให้เกิดประโยชน์
1.2.2.เพื่อศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับการตกผลึกของผงฟู
1.3 ขอบเขตของโครงงาน
สร้างเว็บไซต์เพื่อการศึกษาและให้ความรู้เกี่ยวกับการแปรรูปของเปลือกไข่โดยจัดทาในบล็อกเกอร์ใน
การสร้างเว็บไซต์ และใช้โปรแกรม Microsoft office word
1.4 ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1.4.1. สามารถลดจานวนของเหลือทิ้งในบ้านได้และนามาสร้างสรรค์ผลงานที่สวยงาม
1.4.2. สามารถสร้างรายได้ให้แก่ตนเองและครอบครัว
1
บทที่ 2
เอกสารที่เกี่ยวข้อง
ในการจัดทาโครงงานคอมพิวเตอร์ พัฒนาสื่อเพื่อการศึกษาเว็บไซด์ การทาสิ่งประดิษฐ์จากสิ่งของตาม
ธรรมชาติที่สามารถหาได้ทั่วไปและสารเคมีที่เรารู้จักซึ่งสามารถให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้เวลาว่างให้เป็น
ประโยชน์ คณะผู้จัดทาจึงได้ศึกษาข้อมูล เอกสารที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
2.1 ความรู้ทั่วไปของไข่
2.2 ความรู้ทั่วไปของผงสารส้ม
2.3 ความรู้ทั่วไปของสีผสมอาหาร
2.4 การประดิษฐ์
2.5 วิธีการสร้างบล็อกเกอร์
2.1 ความรู้ทั่วไปของไข่
2.1.1 เปลือกไข่ (egg shell)
อาจมีสีน้าตาลหรือสีขาวขึ้นอยู่กับชนิดของพันธุ์แม่ไก่ สีไข่ไม่มีผลใด ต่อคุณค่าทาง
โภชนาการแต่อย่างใด เช่น ไข่ไก่พันธุ์เล็กฮอร์นมีเปลือกสีขาว ส่วนไข่ไก่พันธุ์โรดไอร์แลนด์มีเปลือกสีน้าตาลใน
เปลือกไข่จะมีคอลลาเจน(collagen) สานเป็นตัวตาข่าย และมีหินปูน(แคลเซียมคาบอเนต) เป็นส่วนใหญ่ ทา
ให้เปลือกแข็ง เปลือกไข่จะมีรูขนาดเล็กมาก มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นหมด อากาศและความชื้นสามารถแรกผ่าน
รูเล็ก ที่อยู่ในไข่ได้ อากาศจาเป็นสาหรับตัวอ่อนหายใจ เมื่อไข่ออกมาใหม่ จะมีเมือกเคลือบที่เปลือกไข่
ด้านบน เพื่อป้องกันไม่ให้อากาศและน้าผ่านเข้าไปได้ เปลือกไข่ในช่วงแรก จึงมีลักษณะเป็นนวล เมื่อเก็บไว้
นาน เมือกเหล่านี้จะแห้งไป เปลือกไข่จึงมีอากาศถ่ายเทเข้าออกได้มากขึ้น ทาให้ไข่เสียเร็ว เปลือกไข่
ประกอบด้วยสารแคลเซียมเป็นส่วนใหญ่ มีลักษณะเป็นแท่ง มาต่อกัน ในการสร้างเปลือกไข่แต่ละฟองนั้นจะ
ใช้แคลเซียมประมาณ 2 กรัม ที่ผิวของเปลือกไข่มีรูเล็ก อยู่มากกว่า 17,000 รู ช่วยระบายความชื้นและรับ
อากาศเข้าไป ซึ่งสาคัญมากต่อการพัฒนาการของลูกไก่ และมีสารเคลือบที่สามารถป้องกันเชื้อแบคทีเรียไม่ให้
เข้าไปในตัวไข่ได้ ความแข็งแรงของเปลือกไข่ขึ้นกับอายุและการกินอาหารของแม่ไก่ ส่วนใหญ่แม่ไก่ที่ตัวใหญ่
จะให้ไข่ไก่ขนาดใหญ่และมีเปลือกบาง
2
2.1.2 เยื่อหุ้มไข่
มีอยู่ด้วยกัน 2 ชั้น ชั้นนอกที่ติดเปลือกมีชื่อเรียกว่า shell membrane ชั้นในที่ติดกับ
ไข่ขาวเรียกว่า egg membrane เยื่อชั้นนอกและชั้นในจะชิดกันตลอด แต่แยกกันที่ด้านป้านของไข่ซึ่งมี
โพรงอากาศ
2.1.3 โพรงอากาศ (air cell)
เป็นช่องว่างที่อยู่บริเวณด้านป้านของไข่ อยู่ระหว่างเยื่อหุ้มชั้นนอกและเยื่อหุ้มชั้นใน เมื่อไข่
ออกมาใหม่ อุณหภูมิของไข่ยังสูง จึงไม่มีช่องว่าง ต่อเมื่อเมื่อไข่เย็นลง ของเหลวภายในไช่หดตัว ทาให้เกิดเป็น
โพรงอากาศขึ้น และถ้าหากมีน้าระเหยออกไปมาก หากไข่อายุมากขึ้นช่องอากาศจะขยายใหญ่ขึ้นเนื่องจาก
ความชื้นและคาร์บอน ไดออกไซด์ระเหยออกไป และถูกทดแทนด้วยอากาศ ไข่จะเบาขึ้นและสามารถลอยน้า
ได้ เราจึงสามารถทดสอดความสดของไข่ได้โดยการนาไปใส่น้า ไข่ที่สดจะจมอยู่ก้นภาชนะ ก็จะทาให้โพรง
อากาศใหญ่ขึ้นด้วย
รูปที่ 1 ไข่ไก่
รูปที่ 2 รูปองค์ประกอบของไข่ไก่
3
2.1.4 ไข่ขาว (albumen)
มีทั้งหมด3ชั้น ไข่ขาวชั้นนอกสุดจะค่อนข้างเหลว อยู่ติดกับเยื่อหุ้มไข่ ถัดมาเป็นไข่ขาวข้น มี
ปริมาณมากกว่าครึ่งของไข่ขาวทั้งหมด ส่วนชั้นในสุดเป็นไข่ขาวอย่างเหลว ในไข่ขาวประกอบด้วยน้าและ
โปรตีนเป็นส่วนใหญ่ มีไขมันบ้างเล็กน้อย ลักษณะที่เป็นเมือกของไข่ขาวข้น เกิดจากคาร์โบไฮเดรตโมเลกุลใหญ่
2.1.5 เยื่อหุ้มไข่แดง (Vitelline membrane)
มีประโยชน์คือ ช่วยหุ้มไข่แดงเอาไว้โดยรอบ
2.1.6 ไข่แดง (Yolk)
ไข่แดงจะอยู่กลางฟองโดยการยืดของเยื่อ ที่เป็นเกลียวแข็ง อยู่ด้านหัวและท้ายของไข่แดง
และยื่นเข้าไปในไข่ขาวไข่แดงมีความเข้มข้นมากกว่าไข่ขาว เพราะมีน้าน้อยกว่า มีไขมันและโปรตีนมากกว่า ใน
ไข่แดงบางฟองอาจมีจุดเลือด มีสาเหตุมาจากเส้นเลือดฝอยในรังไข่ของแม่ไก่แตก ต่อมาเกิดการเปลี่ยนแปลง
ทางเคมี ทาให้จุดเลือดดังกล่าวกลายเป็นชิ้นเนื้อเล็ก ไม่ได้ให้โทษแต่อย่างใด
2.2 ความรู้ทั่วไปของผงสารส้ม
สารส้มใช้ทาให้น้าตกตะกอนสาคัญ อย่าลืมซื้อพกติดตัวกันไว้สัก 2-3 ก้อน ถึงน้าที่แกว่งสารส้มแล้วจะ
ยังใช้ดื่มไม่ได้ แต่ก็นามาใช้อาบน้า ซักเสื้อผ้า ล้างจานชามได้และน้าที่แกว่งสารส้มแล้วสามารถนามาต้มฆ่าเชื้อ
โรค แล้วนามาใช้ดื่ม หรือทาอาหารรับประทานได้ ถ้าไม่แน่ใจว่าจะสะอาดพอหรือยังก็ควรนาน้าที่แกว่งสารส้ม
แล้ว มาผ่านเครื่องกรองน้าอีกชั้นหนึ่งสารส้มมีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ว่า Ammonium alum และ
Potassium alum คือ เกลือเชิงซ้อนของสารประกอบที่มี ธาตุ อะลูมิเนียม และ ซัลเฟต เป็นส่วนประกอบ
หลัก หรือ รู้จักกันในนามว่าสารส้ม (alum) หรือ ผลึกเกลือ มีสูตรทางเคมีทั่วไปคือ [M( l )M,( l l l ) (SO4)2 .
12H2O] ดังนั้นสารใดที่มีโครงสร้างของสูตรทางเคมี ที่กล่าวมา มันก็คือสารส้มที่เรารู้จักและคุ้นเคยนั้นเอง
2.2.1 ประวัติ
สารส้ม (alum) มีการผลิตในระยะแรก ที่ไหน เมื่อไร ไม่มีหลักฐานแน่ชัด แต่มีรายงานว่าใน
แถบเอเซียตอนกลาง มีการผลิตและซื้อขายสารส้มกันมาช้านานแล้วไม่ต่ากว่า 500 ปี สารส้ม (alum) พบว่า
เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติหลายแห่ง โดยเฉพาะบริเวณที่เคยเป็นภูเขาไฟมาก่อนการนามาใช้บางแห่งต้องสกัด
ออกมาจากดิน เช่นเดียวกับการทาเกลือสินเธาว์บางแห่งผลิตจากแร่ส้มหิน (alunite, alumstone หรือ
alunrock)โดยนามาเผาเมื่อละลายจึงนาไปตกตะกอน หรือแร่อื่น ที่มี อลูมิเนียม(aluminum)เป็น
องค์ประกอบ ในประเทศไทยชาวบ้านเรียกว่า ดินส้ม พบอยู่หลายจังหวัดมีมากที่จังหวัดเลย แต่สารส้มที่พบ
ตามธรรมชาติ มีปริมาณไม่เพียงพอกับความต้องการ มนุษย์จึงต้องคิดค้นวิธีการผลิตขึ้นมาเอง โดยนาเอาแร่
4
ธาตุจากธรรมชาติที่มีปริมาณอะลูมินาสูงเป็นวัตถุดิบได้สาเร็จ และผลิตเป็นการค้า มาจนถึงปัจจุบัน สารส้ม
(alum) มีประโยชน์และมีความสาคัญต่อชีวิตประจาวันมาก แต่ไม่ค่อยมีใครได้นึกถึง เพราะไม่ค่อยได้เกี่ยวข้อง
โดยตรง เช่น น้าประปาที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ต้องอาศัยสารส้มทาให้ใส ใช้ในอุตสาหกรรม กระดาษ ฟอกหนัง
ย้อมผ้า ฟอกสี ทาผงฟู และ ยา เป็นต้น
2.2.2 ประเภทของสารส้ม
สารส้ม (alum) มีรากศัพท์มาจากคาในภาษาลาตินว่า alumen แปลว่า สารทาให้หดตัว
(astringent) แต่ในปัจจุบัน สารส้มหมายถึงเกลือเชิงซ้อน ( ผลึกเกลือ ) ของสารประกอบที่มี ธาตุอะลูมิเนียม
และ ซัลเฟต เป็นส่วนประกอบหลัก แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ
1. เกลือซัลเฟตของอะลูมิเนียมหรืออะลูมิเนียมซัลเฟต [AL2(SO4)3. XH2O] ลักษณะ เป็น ก้อนผงสีขาว
2. เกลือเชิงซ้อนของโพแทสเซียมหรือโพแทสเซียมอะลั่ม [AL2(SO4)3 . K2SO4 . 24H2O] ลักษณะเป็นผลึก
ใสไม่มีสี
3. เกลือเชิงซ้อนของแอมโมเนียมหรือแอมโมเนียมอะลั่ม [AL2(SO4)3 . (NH4)2SO4 . 24H2O] ลักษณะเป็น
ผลึกใสไม่มีสี
อย่างไรก็ตามสารส้ม (alum) ทั้ง 3 ประเภทดังกล่าว นาไปใช้ประโยชน์อย่างเดียวกัน การ
เติม ammonium และ potassium ลงไปก็เพื่อความประสงค์อื่น คือต้องการให้เป็นก้อนผลึกใสและบริสุทธิ์
ยิ่งขึ้นเนื่องจากอุสาหกรรมหลายชนิด เช่น การผลิตกระดาษคุณภาพสูง และผสมทาผงฟู เป็นต้น ต้องการ
สารส้มที่มีความบริสุทธ์ มาก
2.2.3 ประโยชน์
1 การใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรม ส่วนมากจะใช้ในอุตสาหกรรมการประปา รองลง มาได้แก่
อุตสาหกรรมกระดาษ ย้อมผ้า ฟอกหนัง ผสมเป็นยาดับเพลิง สารดับกลิ่น ฟอกสี และ ผสมทาผงฟูใช้ในการทา
ขนมปัง เป็นต้น
2 การใช้เกี่ยวข้องกับผิวหนัง ใช้ดับกลิ่นตัวได้ทุกส่วนของร่างกายตามที่ต้องการ โดยเฉพาะที่
ใต้วงแขน( รักแร้ ) และ เท้า สามารถระงับ กลิ่นได้ 100 % นานถึง 24 ชม. และหน่วงการเกิดกลิ่นได้ไม่ต่ากว่า
10 ชม. ใช้ทาหลังโกนหนวดจะไม่ทาให้เกิดการระคายเคือง ช่วยห้ามเลือดและสมานบาดแผลที่เกิดจากมีด
โกนบาด หรือ บาดแผลเล็กน้อยใช้ทาที่ส้นเท้าจะรักษาและป้องกันส้นเท้าแตก ทาแก้คันตามผิวหนังเมื่อถูกยุง
กัดหรือคันจากสาเหตุอื่น
5
2.2.4 คุณสมบัติ
1. ไม่มีสีและกลิ่น ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่พิเศษของมัน เหมาะสาหรับผู้ที่ชอบใช้น้าหอม เพราะ
จะไม่มีกลิ่นไปรบกวนหรือหักล้างกลิ่นน้าหอมที่ใส่อยู่ กล่าวคือ สารดับกลิ่นตัวส่วนมากจะผสมน้าหอมลงไป
ด้วย ทาให้ไปรบกวนกลิ่นของน้าหอมราคาแพงที่ใส่อยู่
2. ไม่เปื้อนเสื้อผ้า เพราะไม่มีส่วนผสมของ ครีม และน้ามัน
3. ปลอดภัย กับร่างกาย กล่าวคือ ไม่อุดตันรูขน ไม่ซึมเข้าสู่ร่างกายเพราะตัวมันทาให้เกิด
ประจุลบจึงไม่สามารถที่ผ่านผนังเซลได้ ไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมและไม่ทาลายโอโซน
4. ไม่เสื่อมสภาพ มีความคงทนต่อสภาพแวดล้อมไม่เสื่อมสภาพที่อุณหภูมิสูง
รูปที่ 3 Swarovski egg
รูปที่ 4 Alum สารส้ม
6
2.3 ความรู้ทั่วไปของสีผสมอาหาร
สีผสมอาหาร เป็นวัตถุปรุงแต่ง สังเคราะห์หรือสกัดขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์สาหรับใช้แต่งสีอาหารให้มี
สีสันที่น่ารับประทานมากขึ้น แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ สีผสมอาหารสังเคราะห์ และสีผสมอาหารจากธรรมชาติ
โดยสีผสมอาหารจากธรรมชาติจัดเป็นสีผสมอาหารที่มีการใช้มาตั้งแต่โบราณ ส่วนสีผสมอาหารสังเคราะห์ เริ่ม
รู้จักครั้งแรกในปี ค.ศ. 1865 โดย Sir Willium Henry Perkin ได้ทาการสังเคราะห์สีอินทรีย์ผสมอาหารขึ้น
เป็นครั้งแรกในโทนสีม่วงแดง จนเริ่มมีบทบาท และมีการใช้เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
ความสาคัญของสีผสมอาหาร
1. ช่วยแก้ไขสีของอาหารที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสีตามธรรมชาติหรือการเปลี่ยนแปลงขณะแปรรูป
หรือเก็บรักษาอาหาร
2. ช่วยเพิ่มหรือเน้นหรือรักษาความเป็นเอกลักษณ์สีของอาหาร
3. ช่วยสีสันของอาหารทาให้ดึงดูดความสนใจที่น่ารับประทานแก่ผู้บริโภค
การใช้ประโยชน์สีผสมอาหาร
1. การใช้สาหรับแต่งอาหารทั่วไปที่ไม่มีสี เพื่อให้มีสีเป็นที่ดึงดูดใจผู้บริโภค เช่น เครื่องดื่มหรือ
เครื่องดื่มผง ลูกกวาด ไอศกรีม แยม เยลลี่ เป็นต้น
2. การใช้แต่งอาหารที่มีสูญเสียหรือเปลี่ยนแปลงสีระหว่างกระบวนการผลิต และการเก็บรักษา เช่น
การผสมสีผสมอาหารในเบียร์ น้าเชื่อม และอาหารอบ เป็นต้น
3. การใช้แต่งอาหารที่มีสีเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล และสภาพภูมิอากาศ เช่น การใช้แต่งสีน้านมวัวที่
ผลิตได้ในฤดูหนาวให้มีสีเข้มขึ้น เพราะน้านมวัวในฤดูหนาวจะมีสีอ่อนเนื่องจากได้รับสารเบต้าแคโรทีนจาก
หญ้าในปริมาณน้อย ขณะที่น้านมวัวในฤดูร้อนมักมีสีเหลืองเข้ม เนื่องจากได้รับบีตาแคโรทีนในหญ้าที่มี
มากกว่าหญ้าในฤดูหนาว
อันตรายจากสีสังเคราะห์
1. สีสังเคราะห์มีผลต่อสมดุล และประสิทธิภาพของน้าย่อยในกระเพาะอาหารอาจทาให้เกิดอาการ
อาหารย่อยยาก ท้องอืด ท้องเฟ้อ เป็นต้น
2. สีสังเคราะห์บางชนิดอาจมีส่วนผสมหรือปนเปื้อนโลหะหนัก ถึงแม้จะไม่เกินมาตรฐานที่กาหนด
เช่น แคดเมียม โครเมียม ตะกั่ว เป็นต้น แต่หากรับประทานต่อเนื่องเป็นเวลานานอาจเกิดการสะสม และ
ก่อให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายได้ เช่น มีอาการวิงเวียนศรีษะ เบื่ออาหาร ลาไส้อักเสบ และอาจเกิดมะเร็ง
ตามมาได้
7
2.4 การประดิษฐ์
2.4.1 ความหมายของงานประดิษฐ์
งานประดิษฐ์ หมายถึง สิ่งที่จัดทาขึ้น โดยใช้ความคิด สร้างสรรค์ให้เกิดความประณีต
สวยงาม น่าสนใจ เพื่อประโยชน์ที่พึงประสงค์ เช่น งานประดิษฐ์ดอกไม้ ผ้ารองจาน กระเป๋า ตุ๊กตา ที่คั่น
หนังสือ กระทงใบตอง บายศรี พานดอกไม้ มาลัยแบบอื่น
2.4.2 ความสาคัญและประโยชน์ของงานประดิษฐ์
1. ประหยัดค่าใช้จ่าย
2. ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
3. ความเพลิดเพลิน
4. เพิ่มคุณค่าของวัสดุ
5. สร้างความแปลกใหม่ที่มีอยู่เดิม
6. ชิ้นตรงตามความต้องการ
7. เป็นของกานัลแก่ผู้อื่น
8. เพิ่มรายได้ให้แก่ตนเองและครอบครัว
9. เกิดความภูมิใจในตนเอง
รูปที่ 5 สีผสมอาหาร
8
2.4.3 ประโยชน์ของ งานประดิษฐ์
1. เป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
2. มีความภูมิใจในผลงานของตน
3. มีรายได้จากผลงาน
4. มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ผลงานใหม่
5. เป็นการฝึกให้รู้จักสังเกตสิ่งรอบ ตัว และนามาใช้ให้เกิดประโยชน์
2.5 วิธีการสร้างบล็อคเกอร์
สร้างบล็อก เมื่อต้องการเริ่มเขียนบล็อกด้วยบล็อกเกอร์ ให้ไปที่ หน้าแรกบล็อกเกอร์ ใส่ชื่อผู้ใช้และ
รหัสผ่านของคุณ จากนั้นคลิก ลงชื่อเข้าใช้ ป้อนชื่อที่แสดง และยอมรับข้อกาหนดในการให้บริการของ
บล็อกเกอร์ จากนั้นคลิกที่ลิงก์ สร้างบล็อก แล้วเริ่มต้นได้เลย เลือกที่อยู่ (URL) และชื่อบล็อก จากนั้นเลือกเทม
เพลตบล็อกที่คุณชอบ (นี่คือลักษณะหน้าตาของ บล็อกเมื่อคุณเผยแพร่) จากนั้นก็เริ่มใช้ความคิดสร้างสรรค์
เพิ่มข้อมูลในโปรไฟล์ส่วนบุคคลของคุณ และปรับแต่ง ลักษณะของบล็อก ถ้าคุณต้องการแดชบอร์ด
รูปที่ 6 หน้าแดชบอร์ด
9
หน้าแดชบอร์ดคือจุดเริ่มต้นของคุณเช่นเคย หน้านี้จะแสดงรายชื่อบล็อกของคุณทั้งหมด และคุณสามารถคลิก
ที่ไอคอน ถัดจากชื่อบล็อกเพื่อดาเนินการต่าง กับแต่ละบล็อก เช่น
• เขียนโพสต์ใหม่: คลิกที่ไอคอนดินสอสีส้มบนแดชบอร์ดเพื่อเข้าถึงเครื่องมือการแก้ไขโพสต์
• ดูโพสต์ของคุณ: ไอคอนรายการโพสต์สีเทาจะนาคุณไปยังรายการโพสต์ที่เผยแพร่แล้วและโพสต์ใน
ข้อความ ร่างของบล็อกนั้น
• ติดตามบล็อกโปรดของคุณ: ด้านล่างรายการบล็อกของคุณ คุณจะเห็นรายการบล็อกที่คุณติดตาม
พร้อม ข้อความตัวอย่างจากโพสต์ล่าสุดของบล็อกเหล่านั้น
• อื่น : ดูเมนูเลื่อนลงข้างไอคอนรายการโพสต์สาหรับลิงก์ด่วนไปยัง:
-ภาพรวม
-โพสต์
-หน้าเว็บ
-ความคิดเห็น
-สถิติ
-รายได้
10
บทที่ 3
อุปกรณ์และการดาเนินการ
การจัดทาโครงงานคอมพิวเตอร์ เว็บไซต์ SWAROVSKI EGGS คณะผู้จัดทาโครงงานมีวิธีการดาเนิน
โครงงานตามขั้นตอนดังนี้
3.1 ขั้นตอนการดาเนินงาน
3.1.1 คิดหัวข้อโครงงานนาเสนออาจารย์ที่ปรึกษา
3.1.2 ศึกษาค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับการสร้างเว็บไซต์และการตกแต่งเว็บไซต์
3.1.3 ศึกษาวิธีการสร้างบล็อกเกอร์
3.1.4 จัดทาโครงร่างของโครงงานนาเสนออาจารย์ที่ปรึกษา
3.1.5 ออกแบบบล็อก
3.1.6 จัดทาโครงงานสร้างบล็อก SWAROVSKI EGGS
3.1.7 เผยแพร่ผลงานผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต
3.1.8 ทาเอกสารสรุปรายงานโครงงาน
3.2 วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล
3.2.1 ศึกษาความรู้ทั่วไปของไข่
3.2.2 ศึกษาวิธีการทา SWAROVSKI EGGS
3.2.3 ศึกษาเกี่ยวกับเปลือกไข่
3.2.4 ศึกษาเกี่ยวกับตกผลึก
3.2.5 ศึกษาเกี่ยวกับการตกผลึกของสารส้ม
3.2.6 ศึกษาความรู้ทั่วไปของสีผสมอาหาร
3.2.7 ศึกษาความรู้ทั่วไปของผงสารส้ม
3.2.8 ศึกษาวิธีการสร้างบล็อก
3.2.9 ศึกษาวิธีการใช้ซอฟท์แวร์ต่าง
3.3 อุปกรณ์ เครื่องมือหรือโปรแกรมที่ใช้ในการทางาน
3.3.1 เครื่องคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต
3.3.2 โปรแกรมต่าง เช่น Microsoft word , Photoshop
11
บทที่ 4
ผลการดาเนินงาน
4.1. ผลการดาเนินงานที่ผ่านมา
ผู้จัดทาได้จัดทา SWAROVSKI EGGS จากเปลือกไข่และสารส้ม สามารถ เพิ่มความสวยงามสร้าง
มูลค่าเพิ่มให้เปลือกไข่
4.2 ผลการพัฒนาผลงาน
ทางคณะผู้จัดทาได้จัดทาตามแบบแผนไว้และได้จัดทาสื่อการเรียนรู้เพื่อให้ความรู้ในการจัดทา ให้แก่ผู้
ที่สนใจ ทางอินเตอร์เน็ต เพื่อสร้างความเข้าใจและ ให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดทาโครงงาน
ชื่อเว็บ : http://crystal8egg.blogspot.com/
รูปที่ 7 บล็อก SWAROVSKI EGGS
รูปที่ 8 คลิปวีดีโอการจัดทา SWAROVSKI EGGS
12
บทที่ 5
สรุปผลงานดาเนินงานและข้อเสนอแนะ
การจัดทาโครงงานคอมพิวเตอร์ SWAROVSKI EGGS สามารถสรุปผลการดาเนินงาน และได้
ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมดังนี้
5.1 การดาเนินงานจัดทาโครงงาน
5.1.1 วัตถุประสงค์ของโครงงาน
1.เพื่อนาเปลือกไข่มาใช้ให้เกิดประโยชน์
2.เพื่อศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับการตกผลึกของผงฟู
5.1.2 วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือที่ใช้ ในการพัฒนาโครงงาน
1.เครื่องมือคอมพิวเตอร์พร้อมเชื่อมต่อระบบอินเตอร์เน็ต
2.ซอฟแวร์
- Microsoft Office Word 2013
- Adobe Photoshop CC (64 Bit)
-อุปกรณ์และเครื่องมือในการทา SWAROVSKI EGGS
5.2 สรุปผลในการดาเนินการโครงงาน
-สามารถนาเปลือกไข่ที่เหลือทิ้งมากทาให้เกิดความสวยงามจากการใช้ประโยชน์จากความรู้ทาง
วิทยาศาสตร์
-สามารถใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
-สร้างมูลค่าเพิ่มให้ของเหลือใช้ ให้เกิดความสวยงาม
5.3 ข้อเสนอแนะ
-สารละลายที่ใช้ควรเป็นสารละลายที่มีความอิ่มตัวสูงเพื่อให้เกิดผลึกที่หนาและชัดยิ่งขึ้น
-ความเข้มข้นของสีในสารละลายก็มีส่วนทาให้ สีสันนั้นมีความอ่อนเข้มต่างกันไป
13
บรรณานุกรม
ข้อมูลเรื่องไข่และเปลือกไข่ สืบค้นเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2559 จากเว็บไซต์
http://guru.sanook.com/6079/
http://www.swfoodtech.co.th/index.php?mo=10&art=176155
http://www.siamchemi.com
http://www.wee-rinchem.co.th/?cid=1948483&subid=294273
https://support.google.com/blogger/answer/1623800?hl=th#overview
14
ภาคผนวก
15

โครงงานรายงาน

  • 1.
    โครงงานคอมพิวเตอร์ เรื่อง SWAROVSKI EGGS โดย นายชยธร สาระธนะ เลขที่ 6 นางสาว เกวลิน ปงชาคา เลขที่ 24 นางสาว อารยา ทองคา เลขที่ 25 นาย ชินภพ วิริยะกิจ เลขที่ 28 นางสาว จิตรลดา ทิพย์ทินกร เลขที่ 29 นางสาว พรนภัส นอละออ เลขที่ 30 นางสาว อชิรญา บารุงศิลป์ เลขที่ 31 นางสาว นภสร วงศ์ปรีชาสวัสดิ์ เลขที่ 32 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่5/1 รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี ภาคเรียนที่1 ปีการศึกษา 2559 โรงเรียนอัสสัมชัญระยอง
  • 2.
    โครงงานคอมพิวเตอร์ เรื่อง SWAROVSKI EGGS โดย นายชยธร สาระธนะ เลขที่ 6 นางสาว เกวลิน ปงชาคา เลขที่ 24 นางสาว อารยา ทองคา เลขที่ 25 นาย ชินภพ วิริยะกิจ เลขที่ 28 นางสาว จิตรลดา ทิพย์ทินกร เลขที่ 29 นางสาว พรนภัส นอละออ เลขที่ 30 นางสาว อชิรญา บารุงศิลป์ เลขที่ 31 นางสาว นภสร วงศ์ปรีชาสวัสดิ์ เลขที่ 32 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่5/1 รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี ภาคเรียนที่1 ปีการศึกษา 2559 โรงเรียนอัสสัมชัญระยอง ครูที่ปรึกษา มิส เขมจิรา ปลงไสว
  • 3.
    โครงงานเรื่อง SWAROVSKI EGGS ประเภทของโครงงานโครงงานที่เป็นการสร้างประดิษฐ์ คิดค้น ผู้จัดทาโครงงาน 1.ชยธร สาระธนะ เลขที่ 6 2.เกวลิน ปงชาคา เลขที่ 24 3.อารยา ทองคา เลขที่ 25 4.ชินภพ วิริยะกิจ เลขที่ 28 5.จิตรลดา ทิพย์ทินกร เลขที่ 29 6.พรนภัส นอลออ เลขที่ 30 7.อชิรญา บารุงศิลป์ เลขที่ 31 8.นภสร วงศ์ปรีชาสวัสดิ์ เลขที่ 32 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/1 ปีการศึกษา 2559
  • 4.
    บทคัดย่อ ไข่ไก่นั้นเป็นหนึ่งในอาหารที่มีคนรับประทานมากที่สุด และเปลือกไข่ที่เหลือจากการทาอาหารก็ถูก นาไปทิ้งโดยเปล่าประโยชน์ ซึ่งเปลือกไข่เหล่านั้นยังสามารถทาประโยชน์ได้อีกหลายประการ คณะผู้จัดทาจึงนาเปลือกไข่มาแปรรูปโดยใช้หลักการการตกตะกอนของสารส้มในการแปรรูปเปลือก ไข่ วัตถุประสงค์ของการทาโครงงานนี้คือ เพื่อนาเปลือกไข่มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และยังสามารถนาไปต่อ ยอดเพื่อสร้างรายได้ได้อีกด้วย ข
  • 5.
    กิตติกรรมประกาศ โครงงานนี้ประกอบไปด้วยการดาเนินงานหลายขั้นตอน นับตั้งแต่การศึกษาค้นคว้าหาข้อมูล การ วิเคราะห์วิธีการประดิษฐ์จากข้อมูลที่สืบค้นมาจนกระทั่งการดาเนินงานสาเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ซึ่งตลอด ระยะเวลาดังกล่าว ทางคณะผู้จัดทาได้รับความช่วยเหลือและคาแนะนาทางด้านต่าง ตลอดจนได้รับความ ร่วมมือแหละกาลังใจจากบุคคลหลาย ท่าน ผู้จัดทาจึงได้ตระหนักและซาบซึ้งในความกรุณาจากทุก ท่าน ณ โอกาสนี้จึงขอขอบพระคุณทุก ท่าน ดังนี้ กราบขอบพระคุณ http://p-ject.com/ ซึ่งได้ให้ความรู้และการทดลองทางด้านวิทยาศาสตร์ และสามารถนามาประยุกต์กับโครงงานและสามารถคิดโครงงานนี้ขึ้นมาได้ รวมไปถึงผู้ที่ให้คาแนะนาทุก ท่าน เพื่อให้โครงงานสามารถผ่านไปได้ด้วยดี กราบขอบพระคุณ มิสเขมจิรา ปลงไสว ครูที่ปรึกษากลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี โรง เรียนอัสสัมชัญระยอง ผู้ที่ให้คาแนะนาในการทาโครงงานและเมตตาช่วยเหลือทุก ด้าน ตลอดจนให้ความคิด และคาแนะนาต่าง จนสามารถทาให้โครงงานสาเร็จไปได้ด้วยดี คณะผู้จัดทา ค
  • 6.
    สารบัญ หน้า บทคัดย่อ ข กิตติกรรมประกาศ ค สารบัญง สารบัญภาพ จ บทที่ บทที่ 1 บทนา 1 ที่มาและความสาคัญของโครงงาน 1 วัตถุประสงค์ 1 ขอบเขตของโครงงาน 1 ผลที่คาดว่าจะได้รับ 1 บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง 2-10 บทที่ 3 อุปกรณ์และการดาเนินการ 11 บทที่ 4 ผลการดาเนินงาน 12 บทที่ 5 สรุปผลงานดาเนินงานและข้อเสนอแนะ 13 การดาเนินงานจัดการโครงงาน 13 สรุปผลการจัดการโครงงาน 13 ข้อเสนอแนะ 13 บรรณานุกรม 14 ภาคผนวก 15 ง
  • 7.
    สารบัญภาพ หน้า รูปที่ 1 ไข่ไก่3 รูปที่ 2 รูปองค์ประกอบของไข่ไก่ 3 รูปที่ 3 Swarovski egg 6 รูปที่ 4 Alum สารส้ม 6 รูปที่ 5 สีผสมอาหาร 8 รูปที่ 6 หน้าแดชบอร์ด 9 รูปที่ 7 บล็อก SWAROVSKI EGGS 12 รูปที่ 8 คลิปวีดีโอการจัดทา SWAROVSKI EGGS 12 จ
  • 8.
    บทที่ 1 บทนา 1.1 ที่มาและความสาคัญของโครงงาน ไข่นั้นเป็นอาหารหลักอย่างหนึ่งของมนุษย์ที่มีกรดอะมิโนครบทุกชนิดตามที่ร่างกายต้องการในปริมาณ สูงและร่างกายสามารถนาโปรตีนจากไข่ไปใช้ได้ทั้งหมด นอกจากไข่จะมีโปรตีนแล้ว ยังมีเกลือแร่ต่าง ที่ สาคัญมากมาย เช่น เหล็ก วิตามินดี และบีสอง เปลือกไข่นั้นมีหลายสี ทั้งสีขาว สีน้าตาล ขึ้นอยู่กับชนิดพันธุ์ของแม่ไก่ แต่สีไข่นั้นไม่มีผลต่อคุณค่าทาง อาหารของไข่แต่อย่างใด ที่เปลือกไข่นั้นประกอบด้วยแคลเซียมคาบอเนตเป็นส่วนใหญ่ ทาให้เปลือกแข็ง เปลือกไข่จะมีรูขนาดเล็กมาก มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นหมด อากาศและความชื้นสามารถแรกผ่านรูเล็ก ที่อยู่ใน ไข่ได้เพราะอากาศจาเป็นสาหรับให้ตัวอ่อนหายใจ โดยหลังจากประกอบอาหารเสร็จแล้วเปลือกไข่ก็มักจะถูกทิ้งโดยเปล่าประโยชน์ ทางผู้จัดทาจึงได้หา วิธีนาเปลือกไข่มาแปรรูปให้มีความสวยงาม สามารถใช้ประดับและตกแต่งตามที่ต่าง ได้ 1.2 วัตถุประสงค์ 1.2.1.เพื่อนาเปลือกไข่มาใช้ให้เกิดประโยชน์ 1.2.2.เพื่อศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับการตกผลึกของผงฟู 1.3 ขอบเขตของโครงงาน สร้างเว็บไซต์เพื่อการศึกษาและให้ความรู้เกี่ยวกับการแปรรูปของเปลือกไข่โดยจัดทาในบล็อกเกอร์ใน การสร้างเว็บไซต์ และใช้โปรแกรม Microsoft office word 1.4 ผลที่คาดว่าจะได้รับ 1.4.1. สามารถลดจานวนของเหลือทิ้งในบ้านได้และนามาสร้างสรรค์ผลงานที่สวยงาม 1.4.2. สามารถสร้างรายได้ให้แก่ตนเองและครอบครัว 1
  • 9.
    บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง ในการจัดทาโครงงานคอมพิวเตอร์ พัฒนาสื่อเพื่อการศึกษาเว็บไซด์การทาสิ่งประดิษฐ์จากสิ่งของตาม ธรรมชาติที่สามารถหาได้ทั่วไปและสารเคมีที่เรารู้จักซึ่งสามารถให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้เวลาว่างให้เป็น ประโยชน์ คณะผู้จัดทาจึงได้ศึกษาข้อมูล เอกสารที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 2.1 ความรู้ทั่วไปของไข่ 2.2 ความรู้ทั่วไปของผงสารส้ม 2.3 ความรู้ทั่วไปของสีผสมอาหาร 2.4 การประดิษฐ์ 2.5 วิธีการสร้างบล็อกเกอร์ 2.1 ความรู้ทั่วไปของไข่ 2.1.1 เปลือกไข่ (egg shell) อาจมีสีน้าตาลหรือสีขาวขึ้นอยู่กับชนิดของพันธุ์แม่ไก่ สีไข่ไม่มีผลใด ต่อคุณค่าทาง โภชนาการแต่อย่างใด เช่น ไข่ไก่พันธุ์เล็กฮอร์นมีเปลือกสีขาว ส่วนไข่ไก่พันธุ์โรดไอร์แลนด์มีเปลือกสีน้าตาลใน เปลือกไข่จะมีคอลลาเจน(collagen) สานเป็นตัวตาข่าย และมีหินปูน(แคลเซียมคาบอเนต) เป็นส่วนใหญ่ ทา ให้เปลือกแข็ง เปลือกไข่จะมีรูขนาดเล็กมาก มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นหมด อากาศและความชื้นสามารถแรกผ่าน รูเล็ก ที่อยู่ในไข่ได้ อากาศจาเป็นสาหรับตัวอ่อนหายใจ เมื่อไข่ออกมาใหม่ จะมีเมือกเคลือบที่เปลือกไข่ ด้านบน เพื่อป้องกันไม่ให้อากาศและน้าผ่านเข้าไปได้ เปลือกไข่ในช่วงแรก จึงมีลักษณะเป็นนวล เมื่อเก็บไว้ นาน เมือกเหล่านี้จะแห้งไป เปลือกไข่จึงมีอากาศถ่ายเทเข้าออกได้มากขึ้น ทาให้ไข่เสียเร็ว เปลือกไข่ ประกอบด้วยสารแคลเซียมเป็นส่วนใหญ่ มีลักษณะเป็นแท่ง มาต่อกัน ในการสร้างเปลือกไข่แต่ละฟองนั้นจะ ใช้แคลเซียมประมาณ 2 กรัม ที่ผิวของเปลือกไข่มีรูเล็ก อยู่มากกว่า 17,000 รู ช่วยระบายความชื้นและรับ อากาศเข้าไป ซึ่งสาคัญมากต่อการพัฒนาการของลูกไก่ และมีสารเคลือบที่สามารถป้องกันเชื้อแบคทีเรียไม่ให้ เข้าไปในตัวไข่ได้ ความแข็งแรงของเปลือกไข่ขึ้นกับอายุและการกินอาหารของแม่ไก่ ส่วนใหญ่แม่ไก่ที่ตัวใหญ่ จะให้ไข่ไก่ขนาดใหญ่และมีเปลือกบาง 2
  • 10.
    2.1.2 เยื่อหุ้มไข่ มีอยู่ด้วยกัน 2ชั้น ชั้นนอกที่ติดเปลือกมีชื่อเรียกว่า shell membrane ชั้นในที่ติดกับ ไข่ขาวเรียกว่า egg membrane เยื่อชั้นนอกและชั้นในจะชิดกันตลอด แต่แยกกันที่ด้านป้านของไข่ซึ่งมี โพรงอากาศ 2.1.3 โพรงอากาศ (air cell) เป็นช่องว่างที่อยู่บริเวณด้านป้านของไข่ อยู่ระหว่างเยื่อหุ้มชั้นนอกและเยื่อหุ้มชั้นใน เมื่อไข่ ออกมาใหม่ อุณหภูมิของไข่ยังสูง จึงไม่มีช่องว่าง ต่อเมื่อเมื่อไข่เย็นลง ของเหลวภายในไช่หดตัว ทาให้เกิดเป็น โพรงอากาศขึ้น และถ้าหากมีน้าระเหยออกไปมาก หากไข่อายุมากขึ้นช่องอากาศจะขยายใหญ่ขึ้นเนื่องจาก ความชื้นและคาร์บอน ไดออกไซด์ระเหยออกไป และถูกทดแทนด้วยอากาศ ไข่จะเบาขึ้นและสามารถลอยน้า ได้ เราจึงสามารถทดสอดความสดของไข่ได้โดยการนาไปใส่น้า ไข่ที่สดจะจมอยู่ก้นภาชนะ ก็จะทาให้โพรง อากาศใหญ่ขึ้นด้วย รูปที่ 1 ไข่ไก่ รูปที่ 2 รูปองค์ประกอบของไข่ไก่ 3
  • 11.
    2.1.4 ไข่ขาว (albumen) มีทั้งหมด3ชั้นไข่ขาวชั้นนอกสุดจะค่อนข้างเหลว อยู่ติดกับเยื่อหุ้มไข่ ถัดมาเป็นไข่ขาวข้น มี ปริมาณมากกว่าครึ่งของไข่ขาวทั้งหมด ส่วนชั้นในสุดเป็นไข่ขาวอย่างเหลว ในไข่ขาวประกอบด้วยน้าและ โปรตีนเป็นส่วนใหญ่ มีไขมันบ้างเล็กน้อย ลักษณะที่เป็นเมือกของไข่ขาวข้น เกิดจากคาร์โบไฮเดรตโมเลกุลใหญ่ 2.1.5 เยื่อหุ้มไข่แดง (Vitelline membrane) มีประโยชน์คือ ช่วยหุ้มไข่แดงเอาไว้โดยรอบ 2.1.6 ไข่แดง (Yolk) ไข่แดงจะอยู่กลางฟองโดยการยืดของเยื่อ ที่เป็นเกลียวแข็ง อยู่ด้านหัวและท้ายของไข่แดง และยื่นเข้าไปในไข่ขาวไข่แดงมีความเข้มข้นมากกว่าไข่ขาว เพราะมีน้าน้อยกว่า มีไขมันและโปรตีนมากกว่า ใน ไข่แดงบางฟองอาจมีจุดเลือด มีสาเหตุมาจากเส้นเลือดฝอยในรังไข่ของแม่ไก่แตก ต่อมาเกิดการเปลี่ยนแปลง ทางเคมี ทาให้จุดเลือดดังกล่าวกลายเป็นชิ้นเนื้อเล็ก ไม่ได้ให้โทษแต่อย่างใด 2.2 ความรู้ทั่วไปของผงสารส้ม สารส้มใช้ทาให้น้าตกตะกอนสาคัญ อย่าลืมซื้อพกติดตัวกันไว้สัก 2-3 ก้อน ถึงน้าที่แกว่งสารส้มแล้วจะ ยังใช้ดื่มไม่ได้ แต่ก็นามาใช้อาบน้า ซักเสื้อผ้า ล้างจานชามได้และน้าที่แกว่งสารส้มแล้วสามารถนามาต้มฆ่าเชื้อ โรค แล้วนามาใช้ดื่ม หรือทาอาหารรับประทานได้ ถ้าไม่แน่ใจว่าจะสะอาดพอหรือยังก็ควรนาน้าที่แกว่งสารส้ม แล้ว มาผ่านเครื่องกรองน้าอีกชั้นหนึ่งสารส้มมีชื่อเรียกทางวิทยาศาสตร์ว่า Ammonium alum และ Potassium alum คือ เกลือเชิงซ้อนของสารประกอบที่มี ธาตุ อะลูมิเนียม และ ซัลเฟต เป็นส่วนประกอบ หลัก หรือ รู้จักกันในนามว่าสารส้ม (alum) หรือ ผลึกเกลือ มีสูตรทางเคมีทั่วไปคือ [M( l )M,( l l l ) (SO4)2 . 12H2O] ดังนั้นสารใดที่มีโครงสร้างของสูตรทางเคมี ที่กล่าวมา มันก็คือสารส้มที่เรารู้จักและคุ้นเคยนั้นเอง 2.2.1 ประวัติ สารส้ม (alum) มีการผลิตในระยะแรก ที่ไหน เมื่อไร ไม่มีหลักฐานแน่ชัด แต่มีรายงานว่าใน แถบเอเซียตอนกลาง มีการผลิตและซื้อขายสารส้มกันมาช้านานแล้วไม่ต่ากว่า 500 ปี สารส้ม (alum) พบว่า เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติหลายแห่ง โดยเฉพาะบริเวณที่เคยเป็นภูเขาไฟมาก่อนการนามาใช้บางแห่งต้องสกัด ออกมาจากดิน เช่นเดียวกับการทาเกลือสินเธาว์บางแห่งผลิตจากแร่ส้มหิน (alunite, alumstone หรือ alunrock)โดยนามาเผาเมื่อละลายจึงนาไปตกตะกอน หรือแร่อื่น ที่มี อลูมิเนียม(aluminum)เป็น องค์ประกอบ ในประเทศไทยชาวบ้านเรียกว่า ดินส้ม พบอยู่หลายจังหวัดมีมากที่จังหวัดเลย แต่สารส้มที่พบ ตามธรรมชาติ มีปริมาณไม่เพียงพอกับความต้องการ มนุษย์จึงต้องคิดค้นวิธีการผลิตขึ้นมาเอง โดยนาเอาแร่ 4
  • 12.
    ธาตุจากธรรมชาติที่มีปริมาณอะลูมินาสูงเป็นวัตถุดิบได้สาเร็จ และผลิตเป็นการค้า มาจนถึงปัจจุบันสารส้ม (alum) มีประโยชน์และมีความสาคัญต่อชีวิตประจาวันมาก แต่ไม่ค่อยมีใครได้นึกถึง เพราะไม่ค่อยได้เกี่ยวข้อง โดยตรง เช่น น้าประปาที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ต้องอาศัยสารส้มทาให้ใส ใช้ในอุตสาหกรรม กระดาษ ฟอกหนัง ย้อมผ้า ฟอกสี ทาผงฟู และ ยา เป็นต้น 2.2.2 ประเภทของสารส้ม สารส้ม (alum) มีรากศัพท์มาจากคาในภาษาลาตินว่า alumen แปลว่า สารทาให้หดตัว (astringent) แต่ในปัจจุบัน สารส้มหมายถึงเกลือเชิงซ้อน ( ผลึกเกลือ ) ของสารประกอบที่มี ธาตุอะลูมิเนียม และ ซัลเฟต เป็นส่วนประกอบหลัก แบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ 1. เกลือซัลเฟตของอะลูมิเนียมหรืออะลูมิเนียมซัลเฟต [AL2(SO4)3. XH2O] ลักษณะ เป็น ก้อนผงสีขาว 2. เกลือเชิงซ้อนของโพแทสเซียมหรือโพแทสเซียมอะลั่ม [AL2(SO4)3 . K2SO4 . 24H2O] ลักษณะเป็นผลึก ใสไม่มีสี 3. เกลือเชิงซ้อนของแอมโมเนียมหรือแอมโมเนียมอะลั่ม [AL2(SO4)3 . (NH4)2SO4 . 24H2O] ลักษณะเป็น ผลึกใสไม่มีสี อย่างไรก็ตามสารส้ม (alum) ทั้ง 3 ประเภทดังกล่าว นาไปใช้ประโยชน์อย่างเดียวกัน การ เติม ammonium และ potassium ลงไปก็เพื่อความประสงค์อื่น คือต้องการให้เป็นก้อนผลึกใสและบริสุทธิ์ ยิ่งขึ้นเนื่องจากอุสาหกรรมหลายชนิด เช่น การผลิตกระดาษคุณภาพสูง และผสมทาผงฟู เป็นต้น ต้องการ สารส้มที่มีความบริสุทธ์ มาก 2.2.3 ประโยชน์ 1 การใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรม ส่วนมากจะใช้ในอุตสาหกรรมการประปา รองลง มาได้แก่ อุตสาหกรรมกระดาษ ย้อมผ้า ฟอกหนัง ผสมเป็นยาดับเพลิง สารดับกลิ่น ฟอกสี และ ผสมทาผงฟูใช้ในการทา ขนมปัง เป็นต้น 2 การใช้เกี่ยวข้องกับผิวหนัง ใช้ดับกลิ่นตัวได้ทุกส่วนของร่างกายตามที่ต้องการ โดยเฉพาะที่ ใต้วงแขน( รักแร้ ) และ เท้า สามารถระงับ กลิ่นได้ 100 % นานถึง 24 ชม. และหน่วงการเกิดกลิ่นได้ไม่ต่ากว่า 10 ชม. ใช้ทาหลังโกนหนวดจะไม่ทาให้เกิดการระคายเคือง ช่วยห้ามเลือดและสมานบาดแผลที่เกิดจากมีด โกนบาด หรือ บาดแผลเล็กน้อยใช้ทาที่ส้นเท้าจะรักษาและป้องกันส้นเท้าแตก ทาแก้คันตามผิวหนังเมื่อถูกยุง กัดหรือคันจากสาเหตุอื่น 5
  • 13.
    2.2.4 คุณสมบัติ 1. ไม่มีสีและกลิ่นซึ่งเป็นคุณสมบัติที่พิเศษของมัน เหมาะสาหรับผู้ที่ชอบใช้น้าหอม เพราะ จะไม่มีกลิ่นไปรบกวนหรือหักล้างกลิ่นน้าหอมที่ใส่อยู่ กล่าวคือ สารดับกลิ่นตัวส่วนมากจะผสมน้าหอมลงไป ด้วย ทาให้ไปรบกวนกลิ่นของน้าหอมราคาแพงที่ใส่อยู่ 2. ไม่เปื้อนเสื้อผ้า เพราะไม่มีส่วนผสมของ ครีม และน้ามัน 3. ปลอดภัย กับร่างกาย กล่าวคือ ไม่อุดตันรูขน ไม่ซึมเข้าสู่ร่างกายเพราะตัวมันทาให้เกิด ประจุลบจึงไม่สามารถที่ผ่านผนังเซลได้ ไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมและไม่ทาลายโอโซน 4. ไม่เสื่อมสภาพ มีความคงทนต่อสภาพแวดล้อมไม่เสื่อมสภาพที่อุณหภูมิสูง รูปที่ 3 Swarovski egg รูปที่ 4 Alum สารส้ม 6
  • 14.
    2.3 ความรู้ทั่วไปของสีผสมอาหาร สีผสมอาหาร เป็นวัตถุปรุงแต่งสังเคราะห์หรือสกัดขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์สาหรับใช้แต่งสีอาหารให้มี สีสันที่น่ารับประทานมากขึ้น แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ สีผสมอาหารสังเคราะห์ และสีผสมอาหารจากธรรมชาติ โดยสีผสมอาหารจากธรรมชาติจัดเป็นสีผสมอาหารที่มีการใช้มาตั้งแต่โบราณ ส่วนสีผสมอาหารสังเคราะห์ เริ่ม รู้จักครั้งแรกในปี ค.ศ. 1865 โดย Sir Willium Henry Perkin ได้ทาการสังเคราะห์สีอินทรีย์ผสมอาหารขึ้น เป็นครั้งแรกในโทนสีม่วงแดง จนเริ่มมีบทบาท และมีการใช้เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ความสาคัญของสีผสมอาหาร 1. ช่วยแก้ไขสีของอาหารที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสีตามธรรมชาติหรือการเปลี่ยนแปลงขณะแปรรูป หรือเก็บรักษาอาหาร 2. ช่วยเพิ่มหรือเน้นหรือรักษาความเป็นเอกลักษณ์สีของอาหาร 3. ช่วยสีสันของอาหารทาให้ดึงดูดความสนใจที่น่ารับประทานแก่ผู้บริโภค การใช้ประโยชน์สีผสมอาหาร 1. การใช้สาหรับแต่งอาหารทั่วไปที่ไม่มีสี เพื่อให้มีสีเป็นที่ดึงดูดใจผู้บริโภค เช่น เครื่องดื่มหรือ เครื่องดื่มผง ลูกกวาด ไอศกรีม แยม เยลลี่ เป็นต้น 2. การใช้แต่งอาหารที่มีสูญเสียหรือเปลี่ยนแปลงสีระหว่างกระบวนการผลิต และการเก็บรักษา เช่น การผสมสีผสมอาหารในเบียร์ น้าเชื่อม และอาหารอบ เป็นต้น 3. การใช้แต่งอาหารที่มีสีเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล และสภาพภูมิอากาศ เช่น การใช้แต่งสีน้านมวัวที่ ผลิตได้ในฤดูหนาวให้มีสีเข้มขึ้น เพราะน้านมวัวในฤดูหนาวจะมีสีอ่อนเนื่องจากได้รับสารเบต้าแคโรทีนจาก หญ้าในปริมาณน้อย ขณะที่น้านมวัวในฤดูร้อนมักมีสีเหลืองเข้ม เนื่องจากได้รับบีตาแคโรทีนในหญ้าที่มี มากกว่าหญ้าในฤดูหนาว อันตรายจากสีสังเคราะห์ 1. สีสังเคราะห์มีผลต่อสมดุล และประสิทธิภาพของน้าย่อยในกระเพาะอาหารอาจทาให้เกิดอาการ อาหารย่อยยาก ท้องอืด ท้องเฟ้อ เป็นต้น 2. สีสังเคราะห์บางชนิดอาจมีส่วนผสมหรือปนเปื้อนโลหะหนัก ถึงแม้จะไม่เกินมาตรฐานที่กาหนด เช่น แคดเมียม โครเมียม ตะกั่ว เป็นต้น แต่หากรับประทานต่อเนื่องเป็นเวลานานอาจเกิดการสะสม และ ก่อให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายได้ เช่น มีอาการวิงเวียนศรีษะ เบื่ออาหาร ลาไส้อักเสบ และอาจเกิดมะเร็ง ตามมาได้ 7
  • 15.
    2.4 การประดิษฐ์ 2.4.1 ความหมายของงานประดิษฐ์ งานประดิษฐ์หมายถึง สิ่งที่จัดทาขึ้น โดยใช้ความคิด สร้างสรรค์ให้เกิดความประณีต สวยงาม น่าสนใจ เพื่อประโยชน์ที่พึงประสงค์ เช่น งานประดิษฐ์ดอกไม้ ผ้ารองจาน กระเป๋า ตุ๊กตา ที่คั่น หนังสือ กระทงใบตอง บายศรี พานดอกไม้ มาลัยแบบอื่น 2.4.2 ความสาคัญและประโยชน์ของงานประดิษฐ์ 1. ประหยัดค่าใช้จ่าย 2. ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ 3. ความเพลิดเพลิน 4. เพิ่มคุณค่าของวัสดุ 5. สร้างความแปลกใหม่ที่มีอยู่เดิม 6. ชิ้นตรงตามความต้องการ 7. เป็นของกานัลแก่ผู้อื่น 8. เพิ่มรายได้ให้แก่ตนเองและครอบครัว 9. เกิดความภูมิใจในตนเอง รูปที่ 5 สีผสมอาหาร 8
  • 16.
    2.4.3 ประโยชน์ของ งานประดิษฐ์ 1.เป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ 2. มีความภูมิใจในผลงานของตน 3. มีรายได้จากผลงาน 4. มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ผลงานใหม่ 5. เป็นการฝึกให้รู้จักสังเกตสิ่งรอบ ตัว และนามาใช้ให้เกิดประโยชน์ 2.5 วิธีการสร้างบล็อคเกอร์ สร้างบล็อก เมื่อต้องการเริ่มเขียนบล็อกด้วยบล็อกเกอร์ ให้ไปที่ หน้าแรกบล็อกเกอร์ ใส่ชื่อผู้ใช้และ รหัสผ่านของคุณ จากนั้นคลิก ลงชื่อเข้าใช้ ป้อนชื่อที่แสดง และยอมรับข้อกาหนดในการให้บริการของ บล็อกเกอร์ จากนั้นคลิกที่ลิงก์ สร้างบล็อก แล้วเริ่มต้นได้เลย เลือกที่อยู่ (URL) และชื่อบล็อก จากนั้นเลือกเทม เพลตบล็อกที่คุณชอบ (นี่คือลักษณะหน้าตาของ บล็อกเมื่อคุณเผยแพร่) จากนั้นก็เริ่มใช้ความคิดสร้างสรรค์ เพิ่มข้อมูลในโปรไฟล์ส่วนบุคคลของคุณ และปรับแต่ง ลักษณะของบล็อก ถ้าคุณต้องการแดชบอร์ด รูปที่ 6 หน้าแดชบอร์ด 9
  • 17.
    หน้าแดชบอร์ดคือจุดเริ่มต้นของคุณเช่นเคย หน้านี้จะแสดงรายชื่อบล็อกของคุณทั้งหมด และคุณสามารถคลิก ที่ไอคอนถัดจากชื่อบล็อกเพื่อดาเนินการต่าง กับแต่ละบล็อก เช่น • เขียนโพสต์ใหม่: คลิกที่ไอคอนดินสอสีส้มบนแดชบอร์ดเพื่อเข้าถึงเครื่องมือการแก้ไขโพสต์ • ดูโพสต์ของคุณ: ไอคอนรายการโพสต์สีเทาจะนาคุณไปยังรายการโพสต์ที่เผยแพร่แล้วและโพสต์ใน ข้อความ ร่างของบล็อกนั้น • ติดตามบล็อกโปรดของคุณ: ด้านล่างรายการบล็อกของคุณ คุณจะเห็นรายการบล็อกที่คุณติดตาม พร้อม ข้อความตัวอย่างจากโพสต์ล่าสุดของบล็อกเหล่านั้น • อื่น : ดูเมนูเลื่อนลงข้างไอคอนรายการโพสต์สาหรับลิงก์ด่วนไปยัง: -ภาพรวม -โพสต์ -หน้าเว็บ -ความคิดเห็น -สถิติ -รายได้ 10
  • 18.
    บทที่ 3 อุปกรณ์และการดาเนินการ การจัดทาโครงงานคอมพิวเตอร์ เว็บไซต์SWAROVSKI EGGS คณะผู้จัดทาโครงงานมีวิธีการดาเนิน โครงงานตามขั้นตอนดังนี้ 3.1 ขั้นตอนการดาเนินงาน 3.1.1 คิดหัวข้อโครงงานนาเสนออาจารย์ที่ปรึกษา 3.1.2 ศึกษาค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับการสร้างเว็บไซต์และการตกแต่งเว็บไซต์ 3.1.3 ศึกษาวิธีการสร้างบล็อกเกอร์ 3.1.4 จัดทาโครงร่างของโครงงานนาเสนออาจารย์ที่ปรึกษา 3.1.5 ออกแบบบล็อก 3.1.6 จัดทาโครงงานสร้างบล็อก SWAROVSKI EGGS 3.1.7 เผยแพร่ผลงานผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต 3.1.8 ทาเอกสารสรุปรายงานโครงงาน 3.2 วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล 3.2.1 ศึกษาความรู้ทั่วไปของไข่ 3.2.2 ศึกษาวิธีการทา SWAROVSKI EGGS 3.2.3 ศึกษาเกี่ยวกับเปลือกไข่ 3.2.4 ศึกษาเกี่ยวกับตกผลึก 3.2.5 ศึกษาเกี่ยวกับการตกผลึกของสารส้ม 3.2.6 ศึกษาความรู้ทั่วไปของสีผสมอาหาร 3.2.7 ศึกษาความรู้ทั่วไปของผงสารส้ม 3.2.8 ศึกษาวิธีการสร้างบล็อก 3.2.9 ศึกษาวิธีการใช้ซอฟท์แวร์ต่าง 3.3 อุปกรณ์ เครื่องมือหรือโปรแกรมที่ใช้ในการทางาน 3.3.1 เครื่องคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต 3.3.2 โปรแกรมต่าง เช่น Microsoft word , Photoshop 11
  • 19.
    บทที่ 4 ผลการดาเนินงาน 4.1. ผลการดาเนินงานที่ผ่านมา ผู้จัดทาได้จัดทาSWAROVSKI EGGS จากเปลือกไข่และสารส้ม สามารถ เพิ่มความสวยงามสร้าง มูลค่าเพิ่มให้เปลือกไข่ 4.2 ผลการพัฒนาผลงาน ทางคณะผู้จัดทาได้จัดทาตามแบบแผนไว้และได้จัดทาสื่อการเรียนรู้เพื่อให้ความรู้ในการจัดทา ให้แก่ผู้ ที่สนใจ ทางอินเตอร์เน็ต เพื่อสร้างความเข้าใจและ ให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดทาโครงงาน ชื่อเว็บ : http://crystal8egg.blogspot.com/ รูปที่ 7 บล็อก SWAROVSKI EGGS รูปที่ 8 คลิปวีดีโอการจัดทา SWAROVSKI EGGS 12
  • 20.
    บทที่ 5 สรุปผลงานดาเนินงานและข้อเสนอแนะ การจัดทาโครงงานคอมพิวเตอร์ SWAROVSKIEGGS สามารถสรุปผลการดาเนินงาน และได้ ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมดังนี้ 5.1 การดาเนินงานจัดทาโครงงาน 5.1.1 วัตถุประสงค์ของโครงงาน 1.เพื่อนาเปลือกไข่มาใช้ให้เกิดประโยชน์ 2.เพื่อศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับการตกผลึกของผงฟู 5.1.2 วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือที่ใช้ ในการพัฒนาโครงงาน 1.เครื่องมือคอมพิวเตอร์พร้อมเชื่อมต่อระบบอินเตอร์เน็ต 2.ซอฟแวร์ - Microsoft Office Word 2013 - Adobe Photoshop CC (64 Bit) -อุปกรณ์และเครื่องมือในการทา SWAROVSKI EGGS 5.2 สรุปผลในการดาเนินการโครงงาน -สามารถนาเปลือกไข่ที่เหลือทิ้งมากทาให้เกิดความสวยงามจากการใช้ประโยชน์จากความรู้ทาง วิทยาศาสตร์ -สามารถใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ -สร้างมูลค่าเพิ่มให้ของเหลือใช้ ให้เกิดความสวยงาม 5.3 ข้อเสนอแนะ -สารละลายที่ใช้ควรเป็นสารละลายที่มีความอิ่มตัวสูงเพื่อให้เกิดผลึกที่หนาและชัดยิ่งขึ้น -ความเข้มข้นของสีในสารละลายก็มีส่วนทาให้ สีสันนั้นมีความอ่อนเข้มต่างกันไป 13
  • 21.
    บรรณานุกรม ข้อมูลเรื่องไข่และเปลือกไข่ สืบค้นเมื่อวันที่ 23สิงหาคม 2559 จากเว็บไซต์ http://guru.sanook.com/6079/ http://www.swfoodtech.co.th/index.php?mo=10&art=176155 http://www.siamchemi.com http://www.wee-rinchem.co.th/?cid=1948483&subid=294273 https://support.google.com/blogger/answer/1623800?hl=th#overview 14
  • 22.