Turkey   Turkey
พื้นที่   -  รวม 780,580   ตร . กม . ( 36 ) 301,384  ตร . ไมล์     -   แหล่งน้ำ   (%) 1.3 ประชากร   -  2548  ( ประมาณ )73,193,000 ( 17   1 )   -  2543  ( สำรวจ )67,844,903    -   ความหนาแน่น 90  คน / ตร . กม .   (102   1) 230  คน / ตร . ไมล์ ภาษาทางการ  ภาษาตุรกี
ภูมิประเทศ ตุรกีเป็นประเทศสองทวีปที่มีดินแดนอยู่ทั้งในทวีปเอเชียและทวีปยุโรป   ตุรกีในฝั่งเอเชียซึ่งครอบคลุมบริเวณส่วนใหญ่ของ คาบสมุทรอานาโตเลีย  นับเป็นพื้นที่ร้อยละ  97   ของประเทศ และถูกแยกจากตุรกีฝั่งยุโรปด้วย ช่องแคบ บอสพอรัส   ทะเล มาร์ มะรา  และ ช่องแคบ ดาร์ดาเนลเลส   ( ซึ่งรวมกันเป็นพื้นน้ำที่เชื่อมระหว่าง ทะเลดำ กับ ทะเล เมดิเตอร์เร เนียน )
ตุรกีในฝั่งยุโรปซึ่งตั้งอยู่บนคาบสมุทรบอลข่านมีพื้นที่คิดเป็นร้อยละ  3   ของทั้งประเทศ [   ดินแดนของตุรกีมีรูปร่างคล้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีความยาวมากกว่า  1,600   กิโลเมตร และกว้างประมาณ  800   กิโลเมตร  ตุรกีมีพื้นที่  ( รวมทะเลสาบ )  ประมาณ  783,562   ตารางกิโลเมตร ตุรกีถูกล้อมรอบด้วยทะเลสามด้าน ได้แก่ทะเลอีเจียนทางตะวันตก ทะเลดำทางเหนือ และทะเลเมดิเตอร์เรเนียนทางใต้ นอกจากนี้ ยังมีทะเลมาร์มะราในเขตตะวันตกเฉียงเหนือ
ตุรกีฝั่งเอเชียที่มักเรียกว่าอานาโตเลียหรือเอเชียไมเนอร์ประกอบด้วยที่ราบสูงในตอนกลางของประเทศ อยู่ระหว่างเทือกเขาทะเลดำตะวันออกและเกอรอลูทางตอนเหนือกับเทือกเขาเทารัสทางตอนใต้ และมีที่ราบแคบ ๆ บริเวณชายฝั่ง ทางตะวันออกของตุรกีมีลักษณะเป็นภูเขาและเป็นต้นน้ำของแม่น้ำหลายสายเช่น แม่น้ำยูเฟรติส แม่น้ำไทกริส และแม่น้ำอารัส นอกจากนี้ยังมีทะเลสาบวัน และยอดเขาอารารัด ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของตุรกีที่  5,165   เมตร
ภูมิอากาศ ชายฝั่งด้านทะเลเมดิเตอร์เรเนียนมี ภูมิอากาศแบบ เมดิเตอร์เร เนียน  กล่าวคือหน้าร้อนอากาศร้อนและแห้งแล้ง ส่วนหน้าหนาวอากาศอบอุ่นและมีฝนตก เทือกเขาที่ตั้งอยู่ใกล้ชายฝั่งเป็นตัวกั้นทำให้ภูมิอากาศตอนกลางของประเทศเป็นแบบ ภาคพื้นทวีป  ซึ่งมีความแตกต่างระหว่างฤดูอย่างเห็นได้ชัด ฤดูหนาวบริเวณที่ราบสูงตอนกลางหนาวมาก อุณหภูมิลดลงถึง  -30   ถึง  -40 ℃   อาจมีหิมะปกคลุมนานถึง  4   เดือนต่อปี
ฝั่งตะวันตกมีอุณหภูมิเฉลี่ยในฤดูหนาวต่ำกว่า  1 ℃  ฤดูร้อนร้อนและแห้งแล้ง ในตอนกลางวันมีอุณหภูมิสูงกว่า  30℃  ปริมาณ หยาดน้ำฟ้า เฉลี่ยต่อปีประมาณ  400   มิลลิเมตร ซึ่งปริมาณจริงแตกต่างกันไปตามระดับความสูง บริเวณที่แห้งแล้งที่สุดคือที่ราบกอนยาและที่ราบมาลาตยาซึ่งมีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยนต่อปีต่ำกว่า  300   มิลลิเมตร เดือนที่มีฝนมากที่สุดคือเดือนพฤษภาคม และเดือนที่แล้งที่สุดคือเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม
ประชากร ในปี พ . ศ .  2550   ตุรกีมีประชากร  70.5   ล้านคน และมีอัตราการเติบโตร้อยละ  1.04   ต่อปี ความหนาแน่นของประชากรเฉลี่ย  92   คนตารางกิโลเมตร ความหนาแน่นของประชากรในแต่ละจังหวัดแตกต่างกันตั้งแต่  11   คนต่อตารางกิโลเมตร  ( ในตุนเจลี )  จนถึง  2,420   คนต่อตารางกิโลเมตร  ( ในอิสตันบูล )  ค่า มัธย ฐาน ของอายุประชากรคือ  28.3    จากข้อมูลของทางการในปี พ . ศ .  2548   อายุคาดหมายเฉลี่ยของประชากรทั้งหมดคือ  71.3   ปี
ประชากรส่วนใหญ่ของตุรกีมีชื่อสายเตอร์กิช ซึ่งมีอยู่ประมาณ  50   ถึง  55   ล้านคน   ชนชาติอื่น ๆ ที่สำคัญได้แก่ชาวเคิร์ด ,  เซอร์ซาสเซียน ,  ซาซา บอสเนีย ,  จอร์เจีย ,  อัลเบเนีย ,  โรมา  ( ยิปซี ) ,  อาหรับ และอีก  3   ชนชาติที่ได้รับการยอมรับจากทางการได้แก่พวกกรีก ,  อาร์เมเนีย และยิว ในบรรดาชนชาติเหล่านี้ กลุ่มที่ใหญ่ที่สุดคือ ชาว เคิร์ด   ( ประมาณ  12.5   ล้านคน )  ซึ่งมักจะอาศัยอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ
การศึกษา การศึกษาในประเทศตุรกีเป็นแบบ ภาคบังคับ  และไม่เก็บค่าเล่าเรียนสำหรับนักเรียนตั้งแต่อายุ  6   ถึง  15   ปี อัตราการรู้หนังสือคือร้อยละ  95.3   ในผู้ชาย ร้อยละ  79.6   ในผู้หญิง และเฉลี่ยรวมร้อยละ  87.4    การที่อัตราการรู้หนังสือของผู้หญิงต่ำกว่าชายป็นเพราะในเขตชนบทยังคงมีแนวความคิดแบบเก่าที่ไม่นิยมให้ผู้หญิงเรียนหนังสือ
รากฐานทางสังคมของตุรกีมีมีลักษณะเป็นครอบครัวแบบขยายที่มีความสัมพันธ์กันทั้งสายเลือดและแต่งงาน โดยยึดถือการสืบทอดทางฝ่ายชาย สมาชิกทุกคนยึดถือปฏิบัติตามหลักศาสนา ผู้ชายทำหน้าที่หัวหน้าครอบครัว ในปัจจุบันมีความพยายามส่งเสริมเรื่องความเท่าเทียมกันระหว่างผู้หญิงและผู้ชาย โดยผู้หญิงสามารถออกไปทำงานนอกบ้านได้ ทั้งในส่วนของรัฐบาลและภาคเอกชน แต่ผู้ชายก็ยังมีความคิดว่าผู้หญิงด้อยกว่าทั้งทางด้านร่างกายและอารมณ์  วัฒนธรรม
สถานที่ท่องเที่ยวในตุรกี
เมืองเอฟฟิซุส (CITY OF EPHESUS)
เมืองเอฟฟิซุส  ( CITY OF EPHESUS ) เมืองเอฟฟิซุส  ( CITY OF EPHESUS )  เมืองโบราณที่มีการบำรุงรักษาไว้เป็นอย่างดีที่สุดเมืองหนึ่ง เคยเป็นที่อยู่ของชาวโยนก  ( IONIA )  จากกรีก ซึ่งอพยพเข้ามาปักหลัก สร้างเมืองขึ้นที่นี่เมื่อประมาณ  1,000   ปีก่อนคริสตกาล ต่อมาถูกรุกรานเข้ายึดครองโดยพวกเปอร์เซียและกษัตริย์อเล็กซานเดอร์มหาราชภายหลังเมื่อโรมันเข้าครอบครองก็ ได้สถาปนา  “ เอฟฟิซุส ”  ขึ้นเป็นเมืองหลวงต่างจังหวัดของโรมัน 
ห้องอาบน้ำแบบโรมันโบราณ  ( ROMAN BATH ) ห้องอาบน้ำแบบโรมันโบราณ  ( ROMAN BATH )  ที่ยังคงเหลือร่องรอยของห้องอบไอน้ำให้เห็นอยู่จนถึงทุกวันนี้ ,  ชมบ้านเศรษฐีในสมัยก่อนที่ประดับตกแต่งด้วยกระเบื้อง หลากสีปูพื้นอย่างสวยงาม ,  ห้องสมุดโบราณที่มีวิธีการเก็บรักษาหนังสือไว้ได้เป็นอย่างดีทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นศิลปะแบบเฮเลนนิสติคที่มีความอ่อนหวาน และฝีมือปราณีต
เมืองปามุคคาเล่ (PAMUKKALE)
เมืองปามุคคาเล่  ( PAMUKKALE ) เมืองปามุคคาเล่  ( PAMUKKALE )  เมืองที่มีน้ำพุเกลือแร่ร้อนไหลทะลุขึ้นมาจากใต้ดิน ผ่านซากปรักหักพังของเมืองเก่าแก่สมัยกรีก ก่อนที่จะไหลลงสู่หน้าผา ผลจากการ ไหลของน้ำพุเกลือแร่ร้อนนี้ได้ก่อให้เกิดทัศนียภาพของน้ำตกสีขาวเป็นชั้นๆ หลายชั้น และผลจาการแข็งตัวของแคลเซียมทำให้เกิดเป็นแก่งหินสีขาวราวหิมะขวางทางน้ำเป็น ทางยาวซึ่งมีความงดงามมาก 
พิพิธภัณฑ์เมฟลานา  ( MEVLANA MUSEUM ) พิพิธภัณฑ์เมฟลานา  ( MEVLANA MUSEUM )  หรือสำนักลมวน เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี ค . ศ .  1231   โดยเมฟลานา เจลาเลดดิน รูบี ซึ่งเชื่อกันว่าชายคนนี้เป็นผู้วิเศษของศาสนา อิสลาม หรือเรียกได้ว่าเป็นผู้ชักชวนคนที่นับถือศาสนาคริสต์ให้เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม โดยมีพื้นฐานอยู่บนความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน 
เมืองคัปปาโดเกีย
เมืองคัปปาโดเกีย เมืองคัปปาโดเกีย ซึ่งได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก ขึ้นชมดินแดนที่มี๓ูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์ซึ่งเกิดจากลาวาภูเขาไฟที่ไหลออกมาปกคลุมพื้นที่ เมื่อวันเวลาผ่านไป พายุ ลม ฝน ได้เป็นตัวแปรที่ก่อให้เกิดการแปรสภาพเป็นหุบเขา ร่องลึก เนินเขา กรวยหินและเสารูปทรงต่างๆ ที่งดงาม
นครใต้ดิน  ( UNDERGROUND CITY OF DERINKUYU OR KAYMAKLI ) นครใต้ดิน  ( UNDERGROUND CITY OF DERINKUYU OR KAYMAKLI )  ซึ่งเป็นที่หลบซ่อนจากการรุกรานของข้าศึกพร้อมทั้งยังมีระบบระบายอากาศและสภาพวิถี ชีวิตความเป็นอยู่ใต้ดินพร้อมสรรพ 
พระราชวังทอปกาปึ  ( TOPKAPI PALACE ) พระราชวังทอปกาปึ  ( TOPKAPI PALACE )  ซึ่งในอดีตเคยเป็นที่ประทับของสุลต่านแห่งราชวงศ์ออตโตมัน พร้อมทั้งเข้าชมฮาเร็มเขตหวงห้าม ซึ่งในอดีตกาลใช้เป็นที่อยู่ ของนางใน ปัจจุบันพระราชวังทอปกาปึกลายเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่ใช้เก็บมหาสมบัติอันล้ำค่า อาทิเช่น เพชร  96   กะรัต กริชทองประดับมรกต เครื่องลายครามจากจีน หยก มรกต ทับทิม และเครื่องทรงของสุลต่าน ฯลฯ
พระราชวังโดลมาบาชเช่
พระราชวังโดลมาบาชเช่   พระราชวังโดลมาบาชเช่  ( DOLMABAHCE PALACE )  อันเป็นพระราชวังที่สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญอย่างสูงสุดทั้งทางวัฒนธรรมและทางวัตถุของจักรวรรดิออตโตมัน ซึ่งได้แผ่ขยายอำนาจออกไปอย่างกว้างขวาง มีศักยภาพทางการทหารทั้งทัพบกและทัพเรืออันเป็นที่ครั่นครามไปทั่วทุกทวีป ตั้งแต่ตอนเหนือของทวีปอัฟริกา ตอนใต้ของอิตาลี และทางด้านยุโรปตะวันออกจรดกรุงเวียนนา 
พระราชวังแห่งนี้สร้างโดยสุลต่านอับดุล เมอซิท ในปี ค . ศ .  1843   ใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้น  12   ปี เพราะความที่สุลต่านทรงเป็นคลั่งไคล้ยุโรปอย่างสุดขอบ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็น ศิลปะ วัฒนธรรม การดำรงชีวิต ตลอดจนการทหาร ล้วนคัดลอก มาจากตะวันตกทั้งสิ้น รวมทั้งพระราชวังแห่งนี้ ซึ่งออกแบบโดยสถาปนิกคู่ใจชาวอาเมเนี่ยน ชื่อ บัลยัน เป็น ศิลปะผสมผสานของยุโรปและตะวันออกที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม และไม่คำนึงถึงความสิ้นเปลืองใดๆ ทั้งสิ้น
บรรณนุกรม สารานุกรมเสรี .  “ ประเทศตุรกี .”   14  มกราคม  2554 .  <www.wikipedia.org/wiki.>  15  มกราคม  2554.   บริษัท วาเคชั่นโซน จำกัด .  “ สาธารณรัฐตุรกี .”   15  มกราคม  2554.    <www.vacationzone.co.th/index_turkey.asp.>  15  มกราคม  2554.
จบการนำเสนอ จัดทำโดย นางสาววิมลศิลิ  สืบกินร ชั้น ม . 5 / 2

ตรุกี

  • 1.
    Turkey Turkey
  • 2.
    พื้นที่   - รวม 780,580   ตร . กม . ( 36 ) 301,384  ตร . ไมล์     -   แหล่งน้ำ   (%) 1.3 ประชากร   -  2548  ( ประมาณ )73,193,000 ( 17   1 )   -  2543  ( สำรวจ )67,844,903    -   ความหนาแน่น 90  คน / ตร . กม .   (102   1) 230  คน / ตร . ไมล์ ภาษาทางการ ภาษาตุรกี
  • 3.
    ภูมิประเทศ ตุรกีเป็นประเทศสองทวีปที่มีดินแดนอยู่ทั้งในทวีปเอเชียและทวีปยุโรป  ตุรกีในฝั่งเอเชียซึ่งครอบคลุมบริเวณส่วนใหญ่ของ คาบสมุทรอานาโตเลีย  นับเป็นพื้นที่ร้อยละ 97 ของประเทศ และถูกแยกจากตุรกีฝั่งยุโรปด้วย ช่องแคบ บอสพอรัส   ทะเล มาร์ มะรา  และ ช่องแคบ ดาร์ดาเนลเลส   ( ซึ่งรวมกันเป็นพื้นน้ำที่เชื่อมระหว่าง ทะเลดำ กับ ทะเล เมดิเตอร์เร เนียน )
  • 4.
    ตุรกีในฝั่งยุโรปซึ่งตั้งอยู่บนคาบสมุทรบอลข่านมีพื้นที่คิดเป็นร้อยละ 3 ของทั้งประเทศ [   ดินแดนของตุรกีมีรูปร่างคล้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีความยาวมากกว่า 1,600 กิโลเมตร และกว้างประมาณ 800 กิโลเมตร  ตุรกีมีพื้นที่ ( รวมทะเลสาบ ) ประมาณ 783,562 ตารางกิโลเมตร ตุรกีถูกล้อมรอบด้วยทะเลสามด้าน ได้แก่ทะเลอีเจียนทางตะวันตก ทะเลดำทางเหนือ และทะเลเมดิเตอร์เรเนียนทางใต้ นอกจากนี้ ยังมีทะเลมาร์มะราในเขตตะวันตกเฉียงเหนือ
  • 5.
    ตุรกีฝั่งเอเชียที่มักเรียกว่าอานาโตเลียหรือเอเชียไมเนอร์ประกอบด้วยที่ราบสูงในตอนกลางของประเทศ อยู่ระหว่างเทือกเขาทะเลดำตะวันออกและเกอรอลูทางตอนเหนือกับเทือกเขาเทารัสทางตอนใต้ และมีที่ราบแคบๆ บริเวณชายฝั่ง ทางตะวันออกของตุรกีมีลักษณะเป็นภูเขาและเป็นต้นน้ำของแม่น้ำหลายสายเช่น แม่น้ำยูเฟรติส แม่น้ำไทกริส และแม่น้ำอารัส นอกจากนี้ยังมีทะเลสาบวัน และยอดเขาอารารัด ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของตุรกีที่ 5,165 เมตร
  • 6.
    ภูมิอากาศ ชายฝั่งด้านทะเลเมดิเตอร์เรเนียนมี ภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เร เนียน  กล่าวคือหน้าร้อนอากาศร้อนและแห้งแล้ง ส่วนหน้าหนาวอากาศอบอุ่นและมีฝนตก เทือกเขาที่ตั้งอยู่ใกล้ชายฝั่งเป็นตัวกั้นทำให้ภูมิอากาศตอนกลางของประเทศเป็นแบบ ภาคพื้นทวีป  ซึ่งมีความแตกต่างระหว่างฤดูอย่างเห็นได้ชัด ฤดูหนาวบริเวณที่ราบสูงตอนกลางหนาวมาก อุณหภูมิลดลงถึง -30 ถึง -40 ℃   อาจมีหิมะปกคลุมนานถึง 4 เดือนต่อปี
  • 7.
    ฝั่งตะวันตกมีอุณหภูมิเฉลี่ยในฤดูหนาวต่ำกว่า 1℃ ฤดูร้อนร้อนและแห้งแล้ง ในตอนกลางวันมีอุณหภูมิสูงกว่า 30℃ ปริมาณ หยาดน้ำฟ้า เฉลี่ยต่อปีประมาณ 400 มิลลิเมตร ซึ่งปริมาณจริงแตกต่างกันไปตามระดับความสูง บริเวณที่แห้งแล้งที่สุดคือที่ราบกอนยาและที่ราบมาลาตยาซึ่งมีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยนต่อปีต่ำกว่า 300 มิลลิเมตร เดือนที่มีฝนมากที่สุดคือเดือนพฤษภาคม และเดือนที่แล้งที่สุดคือเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม
  • 8.
    ประชากร ในปี พ. ศ . 2550 ตุรกีมีประชากร 70.5 ล้านคน และมีอัตราการเติบโตร้อยละ 1.04 ต่อปี ความหนาแน่นของประชากรเฉลี่ย 92 คนตารางกิโลเมตร ความหนาแน่นของประชากรในแต่ละจังหวัดแตกต่างกันตั้งแต่ 11 คนต่อตารางกิโลเมตร ( ในตุนเจลี ) จนถึง 2,420 คนต่อตารางกิโลเมตร ( ในอิสตันบูล ) ค่า มัธย ฐาน ของอายุประชากรคือ 28.3    จากข้อมูลของทางการในปี พ . ศ . 2548 อายุคาดหมายเฉลี่ยของประชากรทั้งหมดคือ 71.3 ปี
  • 9.
    ประชากรส่วนใหญ่ของตุรกีมีชื่อสายเตอร์กิช ซึ่งมีอยู่ประมาณ 50 ถึง 55 ล้านคน   ชนชาติอื่น ๆ ที่สำคัญได้แก่ชาวเคิร์ด , เซอร์ซาสเซียน , ซาซา บอสเนีย , จอร์เจีย , อัลเบเนีย , โรมา ( ยิปซี ) , อาหรับ และอีก 3 ชนชาติที่ได้รับการยอมรับจากทางการได้แก่พวกกรีก , อาร์เมเนีย และยิว ในบรรดาชนชาติเหล่านี้ กลุ่มที่ใหญ่ที่สุดคือ ชาว เคิร์ด   ( ประมาณ 12.5 ล้านคน ) ซึ่งมักจะอาศัยอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ
  • 10.
    การศึกษา การศึกษาในประเทศตุรกีเป็นแบบ ภาคบังคับ และไม่เก็บค่าเล่าเรียนสำหรับนักเรียนตั้งแต่อายุ 6 ถึง 15 ปี อัตราการรู้หนังสือคือร้อยละ 95.3 ในผู้ชาย ร้อยละ 79.6 ในผู้หญิง และเฉลี่ยรวมร้อยละ 87.4    การที่อัตราการรู้หนังสือของผู้หญิงต่ำกว่าชายป็นเพราะในเขตชนบทยังคงมีแนวความคิดแบบเก่าที่ไม่นิยมให้ผู้หญิงเรียนหนังสือ
  • 11.
    รากฐานทางสังคมของตุรกีมีมีลักษณะเป็นครอบครัวแบบขยายที่มีความสัมพันธ์กันทั้งสายเลือดและแต่งงาน โดยยึดถือการสืบทอดทางฝ่ายชาย สมาชิกทุกคนยึดถือปฏิบัติตามหลักศาสนาผู้ชายทำหน้าที่หัวหน้าครอบครัว ในปัจจุบันมีความพยายามส่งเสริมเรื่องความเท่าเทียมกันระหว่างผู้หญิงและผู้ชาย โดยผู้หญิงสามารถออกไปทำงานนอกบ้านได้ ทั้งในส่วนของรัฐบาลและภาคเอกชน แต่ผู้ชายก็ยังมีความคิดว่าผู้หญิงด้อยกว่าทั้งทางด้านร่างกายและอารมณ์ วัฒนธรรม
  • 12.
  • 13.
  • 14.
    เมืองเอฟฟิซุส  ( CITYOF EPHESUS ) เมืองเอฟฟิซุส  ( CITY OF EPHESUS ) เมืองโบราณที่มีการบำรุงรักษาไว้เป็นอย่างดีที่สุดเมืองหนึ่ง เคยเป็นที่อยู่ของชาวโยนก ( IONIA ) จากกรีก ซึ่งอพยพเข้ามาปักหลัก สร้างเมืองขึ้นที่นี่เมื่อประมาณ 1,000 ปีก่อนคริสตกาล ต่อมาถูกรุกรานเข้ายึดครองโดยพวกเปอร์เซียและกษัตริย์อเล็กซานเดอร์มหาราชภายหลังเมื่อโรมันเข้าครอบครองก็ ได้สถาปนา “ เอฟฟิซุส ” ขึ้นเป็นเมืองหลวงต่างจังหวัดของโรมัน 
  • 15.
    ห้องอาบน้ำแบบโรมันโบราณ  ( ROMANBATH ) ห้องอาบน้ำแบบโรมันโบราณ  ( ROMAN BATH ) ที่ยังคงเหลือร่องรอยของห้องอบไอน้ำให้เห็นอยู่จนถึงทุกวันนี้ , ชมบ้านเศรษฐีในสมัยก่อนที่ประดับตกแต่งด้วยกระเบื้อง หลากสีปูพื้นอย่างสวยงาม , ห้องสมุดโบราณที่มีวิธีการเก็บรักษาหนังสือไว้ได้เป็นอย่างดีทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นศิลปะแบบเฮเลนนิสติคที่มีความอ่อนหวาน และฝีมือปราณีต
  • 16.
  • 17.
    เมืองปามุคคาเล่  ( PAMUKKALE) เมืองปามุคคาเล่  ( PAMUKKALE ) เมืองที่มีน้ำพุเกลือแร่ร้อนไหลทะลุขึ้นมาจากใต้ดิน ผ่านซากปรักหักพังของเมืองเก่าแก่สมัยกรีก ก่อนที่จะไหลลงสู่หน้าผา ผลจากการ ไหลของน้ำพุเกลือแร่ร้อนนี้ได้ก่อให้เกิดทัศนียภาพของน้ำตกสีขาวเป็นชั้นๆ หลายชั้น และผลจาการแข็งตัวของแคลเซียมทำให้เกิดเป็นแก่งหินสีขาวราวหิมะขวางทางน้ำเป็น ทางยาวซึ่งมีความงดงามมาก 
  • 18.
    พิพิธภัณฑ์เมฟลานา  ( MEVLANAMUSEUM ) พิพิธภัณฑ์เมฟลานา  ( MEVLANA MUSEUM ) หรือสำนักลมวน เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี ค . ศ . 1231 โดยเมฟลานา เจลาเลดดิน รูบี ซึ่งเชื่อกันว่าชายคนนี้เป็นผู้วิเศษของศาสนา อิสลาม หรือเรียกได้ว่าเป็นผู้ชักชวนคนที่นับถือศาสนาคริสต์ให้เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม โดยมีพื้นฐานอยู่บนความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน 
  • 19.
  • 20.
    เมืองคัปปาโดเกีย เมืองคัปปาโดเกีย ซึ่งได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก ขึ้นชมดินแดนที่มี๓ูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์ซึ่งเกิดจากลาวาภูเขาไฟที่ไหลออกมาปกคลุมพื้นที่เมื่อวันเวลาผ่านไป พายุ ลม ฝน ได้เป็นตัวแปรที่ก่อให้เกิดการแปรสภาพเป็นหุบเขา ร่องลึก เนินเขา กรวยหินและเสารูปทรงต่างๆ ที่งดงาม
  • 21.
    นครใต้ดิน  ( UNDERGROUNDCITY OF DERINKUYU OR KAYMAKLI ) นครใต้ดิน  ( UNDERGROUND CITY OF DERINKUYU OR KAYMAKLI ) ซึ่งเป็นที่หลบซ่อนจากการรุกรานของข้าศึกพร้อมทั้งยังมีระบบระบายอากาศและสภาพวิถี ชีวิตความเป็นอยู่ใต้ดินพร้อมสรรพ 
  • 22.
    พระราชวังทอปกาปึ  ( TOPKAPIPALACE ) พระราชวังทอปกาปึ  ( TOPKAPI PALACE ) ซึ่งในอดีตเคยเป็นที่ประทับของสุลต่านแห่งราชวงศ์ออตโตมัน พร้อมทั้งเข้าชมฮาเร็มเขตหวงห้าม ซึ่งในอดีตกาลใช้เป็นที่อยู่ ของนางใน ปัจจุบันพระราชวังทอปกาปึกลายเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่ใช้เก็บมหาสมบัติอันล้ำค่า อาทิเช่น เพชร 96 กะรัต กริชทองประดับมรกต เครื่องลายครามจากจีน หยก มรกต ทับทิม และเครื่องทรงของสุลต่าน ฯลฯ
  • 23.
  • 24.
    พระราชวังโดลมาบาชเช่ พระราชวังโดลมาบาชเช่  ( DOLMABAHCE PALACE ) อันเป็นพระราชวังที่สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญอย่างสูงสุดทั้งทางวัฒนธรรมและทางวัตถุของจักรวรรดิออตโตมัน ซึ่งได้แผ่ขยายอำนาจออกไปอย่างกว้างขวาง มีศักยภาพทางการทหารทั้งทัพบกและทัพเรืออันเป็นที่ครั่นครามไปทั่วทุกทวีป ตั้งแต่ตอนเหนือของทวีปอัฟริกา ตอนใต้ของอิตาลี และทางด้านยุโรปตะวันออกจรดกรุงเวียนนา 
  • 25.
    พระราชวังแห่งนี้สร้างโดยสุลต่านอับดุล เมอซิท ในปีค . ศ . 1843 ใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้น 12 ปี เพราะความที่สุลต่านทรงเป็นคลั่งไคล้ยุโรปอย่างสุดขอบ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็น ศิลปะ วัฒนธรรม การดำรงชีวิต ตลอดจนการทหาร ล้วนคัดลอก มาจากตะวันตกทั้งสิ้น รวมทั้งพระราชวังแห่งนี้ ซึ่งออกแบบโดยสถาปนิกคู่ใจชาวอาเมเนี่ยน ชื่อ บัลยัน เป็น ศิลปะผสมผสานของยุโรปและตะวันออกที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม และไม่คำนึงถึงความสิ้นเปลืองใดๆ ทั้งสิ้น
  • 26.
    บรรณนุกรม สารานุกรมเสรี . “ ประเทศตุรกี .” 14 มกราคม 2554 . <www.wikipedia.org/wiki.> 15 มกราคม 2554. บริษัท วาเคชั่นโซน จำกัด . “ สาธารณรัฐตุรกี .” 15 มกราคม 2554. <www.vacationzone.co.th/index_turkey.asp.> 15 มกราคม 2554.
  • 27.