โคมแขวน โคมแขวน หมายถึง โคมชนิดหนึ่งที่ได  จากการนำไม   ลวด หรือกระดาษแข็งมาทำเป็นโครงให้ได  รูปทรงตามต ้อ งการ แล ้ วนำกระดาษหรือผ ้ าชนิดต ่ างๆ เช่น กระดาษสา กระดาษแก  ว กระดาษย ่น  ผ ้ าดิบ ผ  าฝ ้ ายมาประกอบเป็นโคมด ้ วยวิธีการต ่ างๆ เช่น ทากาว ร ้ อยด้าย พับทบ ที่ตัวโคมและฐานโคมอาจตกแต ่ งหรือประกอบด ้ วยวัสดุอื่นๆ เพื่อความสวยงาม เช ่ น ลูกปัด ไหมพรม ใบไม  แห  ง ส  วนบนของตัวโคมร ้ อยด้วยเชือกหรือวัสดุอ่อนๆ เพื่อใช้สำหรับแขวน
โคมแขวนเองก็มีหลายรูปหลายแบบ ใหญ่ๆ เล็กๆ แล้วแต่ประโยชน์ใช้สอยและความสามารถในการประดิดประดอย แต่เดิมมานั้นโคมแขวนไม่ใช่ของซื้อของขาย เป็นของทำได้เอง จะทำกันมากในช่วงเทศกาลยี่เพ็ง พอถึงคืนเพ็งพวกเราชาวบ้านนอกขอกแดนทั้งหลายจะจุดประทีปเรียงรายเต็มราวรั้วและเต็มหน้าบ้านชานเรือน ส่วนที่ประตูรั้วก็จะแขวนโคม  นอกจากที่บ้าน พวกเรายังเอาไปแขวนเป็นพุทธบูชาไว้ที่วัด เดือนยี่เพ็งโดยทั่วไปจะมีงานใหญ่ที่วัด ไม่ใช่งานสนุกสนานรื่นเริงมีมหรสพอย่างปอยหลวง แต่เป็นงานหนักไปทางบุญ นั่นคือการตั้งธรรมหลวงหรือการเทศนาพระมหาชาติชาดกสิบสามกัณฑ์ เป็นงานใหญ่งานหลวงทรงความขลังศักดิ์สิทธิ์และวิจิตรอลังการมาก นอกจากขนมจ็อก ขนมปาด และข้าวต้มข้าวหนมอื่นๆ แล้ว ยี่เพ็งยังมีความคิดฝันมากมายให้แก่เด็กๆ เสียดายแต่เดี๋ยวนี้ประเพณียี่เพ็งจืดกร่อยและกลายรูปไปเกือบหมดแล้ว มีไม่กี่แห่งที่ยังจัดได้ตามความหมายดั้งเดิม
ในงานบุญยี่เป็งนอกจากจะมีการปฏิบัติธรรม ฟังเทศน์มหาชาติตามวัดวาอารามต่างๆ แล้วยังมีการประดับตกแต่งวัดบ้านเรือนและถนนหนทางด้วย ต้นกล้วย ต้นอ้อย ทางมะพร้าว ดอกไม้ ตุงช่อประทีปและชักโคมยี่เป็งแบบต่างๆขึ้นเป็นพุทธบูชา พอตกกลางคืนจะมีมหรสพและการละเล่นมากมายมีการแห่โคมทองพร้อมกับมีการจุดถ้วยประทีป  ( การจุดผางปะติ๊ด )  เพื่อบูชาพระรัตนตรัย การจุดบอกไฟการจุดโคมประดับตกแต่งตามวัดวาอารามและการจุดโคมลอยปล่อยขึ้นสู่ท้องฟ้า เพื่อบูชาพระเกตุแก้วจุฬามณี บนสรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
ผางประทีป ผางประทีปเป็นภาชนะดินเผาวงกลมเล็ก ๆ คล้ายอ่าง รูปลักษณะแตกต่างกันตามฝีมือช่างแต่ละยุคสมัย ใช้สำหรับใส่ขี้ผึ้งหรือน้ำมัน มีไส้เทียงวางไว้ตรงกลาง สามารถจุดไฟได้คล้ายตะเกียง เพื่อวางประดับตามวัดวาอารามหรือศาสนสถานในวันสำคัญทางพุทธศาสนาหรือในวันเทศกาลสำคัญ ๆ ของท้องถิ่น   สำหรับภาคเหนือของประเทศไทยนั้นผางประทีปเป็นภาชนะที่สำคัญ โดยเฉพาะในประเพณีวันลอยกระทงหรือประเพณีเดือนยี่เป็ง ซึ่งจะเริ่มมีขึ้นในวันที่  14  ค่ำ เดือนยี่ มีการแสดงถึงความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับผางประทีปโดยมีการเทศน์ธรรมของพระสงฆ์ในกัณฑ์  “ อานิสงส์ผางประทีป ”  ในช่วงพลบค่ำ ซึ่งเป็นการเทศน์ที่กล่าวถึงผลแห่งกุศลที่ได้จากการจุดประทีปบูชา หลังจากนั้นจะมีการจุดผางประทีปโคมไฟสว่างไสว
โดยเฉพาะจุดหน้าพระประธานตามจำนวนคาถาของกัณฑ์เทศน์ เช่น ทานกัณฑ์ ต้องจุดถึง  209  ดวง เพราะมี  209  คาถา และกัณฑ์กุมารต้องจุดถึง  101  ดวง เพราะมี  101  คาถา เป็นต้น และในคืน  15  ค่ำ ชาวบ้านจะมีกาบกล้วยตัดเป็นท่อนสำหรับวางผางประทีปแล้วจุดประทีปให้ลอยไปตามน้ำ โดยมีความเชื่อว่าการจุดประทีปโคมไฟเดือนยี่เป็งเป็นการบูชาพระรัตนตรัย ซึ่งก่อให้เกิดอานิสงส์และทำให้ผิวพรรณสวยสดงดงาม รวมทั้งเป็นผู้มีปัญญาเฉลียวฉลาด นอกจากนั้นยังเชื่อว่าเป็นพุทธบูชาอีกด้วย ผางประทีปมีการผลิตกระจายอยู่ทั่วไปในจังหวัดที่มีวัฒนธรรมประเพณีเดือนยี่เป็งหรือลอยกระทง เช่น จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลำพูน จังหวัดลำปาง จังหวัดเชียงราย และจังหวัดสุโขทัย
วันลอยกระทง เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของชาวไทย ตรงกับวัน ขึ้น 15 ค่ำ   เดือน 12  ตาม ปฏิทินจันทรคติไทย  ตาม ปฏิทินจันทรคติล้านนา   " มักจะ "  ตกอยู่ในราวเดือน พฤศจิกายน  ตาม ปฏิทินสุริ ยคติ  ประเพณีนี้กำหนดขึ้นเพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์และขอขมาต่อ พระแม่คงคา  บางหลักฐานเชื่อว่าเป็นการบูชารอย พระพุทธบาท ที่ริมฝั่งแม่น้ำ  นัมทามหานที และบางหลักฐานก็ว่าเป็นการบูชาพระอุปคุตอรหันต์หรือพระมหาสาวก สำหรับ ประเทศไทย ประเพณีลอยกระทงได้กำหนดจัดในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่ติดกับแม่น้ำ ลำคลอง หรือ แหล่งน้ำต่าง ๆ ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็จะมีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจแตกต่างกันไป
เดิมเชื่อกันว่าประเพณีลอยกระทงเริ่มมีมาแต่สมัยสุโขทัย ในรัชสมัย พ่อขุนรามคำแหง  โดยมี นางนพมาศ หรือท้าวศรีจุฬาลักษณ์ เป็นผู้ประดิษฐ์กระทงขึ้นครั้งแรก โดยแต่เดิมเรียกว่าพิธีจองเปรียง ที่ลอยเทียนประทีป และนางนพมาศได้นำ ดอกโคทม  ซึ่งเป็นดอกบัวที่บานเฉพาะวันเพ็ญเดือนสิบสองมาใช้ใส่เทียนประทีปแต่ปัจจุบันมีหลักฐานว่าไม่น่าจะเก่ากว่าสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยอ้างอิงหลักฐานจากภาพจิตรกรรมการสร้างกระทงแบบต่างๆ ในสมัย รัชกาลที่ 3   ปัจจุบันวันลอยกระทงเป็นเทศกาลที่สำคัญของไทย ที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศมาเที่ยวปีละมากๆ ทั้งนี้ในช่วงเวลาดังกล่าวมักจะเป็นช่วงต้นฤดูหนาว และมีอากาศดี  ในวันลอยกระทง ยังนิยมจัดประกวด นางงาม  เรียกว่า  " นางนพมาศ "
สมาชิกกลุ่ม 1 .  นายจตุพงค์  ราชคม  เลขที่  1 2.  นายสิทธิชัย  ถาบุตร  เลขที่  4 3.  น . ส . ดารัตน์  คืนมาเมือง  เลขที่  10 4.  น . ส . ภัทราวรรณ์  ติ๊บตึง  เลขที่  20 5.  น . ส . อรุโณทัย  ก้างออนตา เลขที่  27
เอกสารอ้างอิง http:// loykrathong . 212 cafe.com /archive/ http:// th.wikipedia.org/wiki /   www.app.tisi.go.th/otop/pdf_file/tcps929_48.pdf www.sakulthai.com/Dsakulcolumndetailsql . asp

ลอยกระทง

  • 1.
  • 2.
    โคมแขวน โคมแขวน หมายถึงโคมชนิดหนึ่งที่ได  จากการนำไม  ลวด หรือกระดาษแข็งมาทำเป็นโครงให้ได  รูปทรงตามต ้อ งการ แล ้ วนำกระดาษหรือผ ้ าชนิดต ่ างๆ เช่น กระดาษสา กระดาษแก  ว กระดาษย ่น ผ ้ าดิบ ผ  าฝ ้ ายมาประกอบเป็นโคมด ้ วยวิธีการต ่ างๆ เช่น ทากาว ร ้ อยด้าย พับทบ ที่ตัวโคมและฐานโคมอาจตกแต ่ งหรือประกอบด ้ วยวัสดุอื่นๆ เพื่อความสวยงาม เช ่ น ลูกปัด ไหมพรม ใบไม  แห  ง ส  วนบนของตัวโคมร ้ อยด้วยเชือกหรือวัสดุอ่อนๆ เพื่อใช้สำหรับแขวน
  • 3.
    โคมแขวนเองก็มีหลายรูปหลายแบบ ใหญ่ๆ เล็กๆแล้วแต่ประโยชน์ใช้สอยและความสามารถในการประดิดประดอย แต่เดิมมานั้นโคมแขวนไม่ใช่ของซื้อของขาย เป็นของทำได้เอง จะทำกันมากในช่วงเทศกาลยี่เพ็ง พอถึงคืนเพ็งพวกเราชาวบ้านนอกขอกแดนทั้งหลายจะจุดประทีปเรียงรายเต็มราวรั้วและเต็มหน้าบ้านชานเรือน ส่วนที่ประตูรั้วก็จะแขวนโคม นอกจากที่บ้าน พวกเรายังเอาไปแขวนเป็นพุทธบูชาไว้ที่วัด เดือนยี่เพ็งโดยทั่วไปจะมีงานใหญ่ที่วัด ไม่ใช่งานสนุกสนานรื่นเริงมีมหรสพอย่างปอยหลวง แต่เป็นงานหนักไปทางบุญ นั่นคือการตั้งธรรมหลวงหรือการเทศนาพระมหาชาติชาดกสิบสามกัณฑ์ เป็นงานใหญ่งานหลวงทรงความขลังศักดิ์สิทธิ์และวิจิตรอลังการมาก นอกจากขนมจ็อก ขนมปาด และข้าวต้มข้าวหนมอื่นๆ แล้ว ยี่เพ็งยังมีความคิดฝันมากมายให้แก่เด็กๆ เสียดายแต่เดี๋ยวนี้ประเพณียี่เพ็งจืดกร่อยและกลายรูปไปเกือบหมดแล้ว มีไม่กี่แห่งที่ยังจัดได้ตามความหมายดั้งเดิม
  • 4.
    ในงานบุญยี่เป็งนอกจากจะมีการปฏิบัติธรรม ฟังเทศน์มหาชาติตามวัดวาอารามต่างๆ แล้วยังมีการประดับตกแต่งวัดบ้านเรือนและถนนหนทางด้วยต้นกล้วย ต้นอ้อย ทางมะพร้าว ดอกไม้ ตุงช่อประทีปและชักโคมยี่เป็งแบบต่างๆขึ้นเป็นพุทธบูชา พอตกกลางคืนจะมีมหรสพและการละเล่นมากมายมีการแห่โคมทองพร้อมกับมีการจุดถ้วยประทีป ( การจุดผางปะติ๊ด ) เพื่อบูชาพระรัตนตรัย การจุดบอกไฟการจุดโคมประดับตกแต่งตามวัดวาอารามและการจุดโคมลอยปล่อยขึ้นสู่ท้องฟ้า เพื่อบูชาพระเกตุแก้วจุฬามณี บนสรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
  • 5.
    ผางประทีป ผางประทีปเป็นภาชนะดินเผาวงกลมเล็ก ๆคล้ายอ่าง รูปลักษณะแตกต่างกันตามฝีมือช่างแต่ละยุคสมัย ใช้สำหรับใส่ขี้ผึ้งหรือน้ำมัน มีไส้เทียงวางไว้ตรงกลาง สามารถจุดไฟได้คล้ายตะเกียง เพื่อวางประดับตามวัดวาอารามหรือศาสนสถานในวันสำคัญทางพุทธศาสนาหรือในวันเทศกาลสำคัญ ๆ ของท้องถิ่น สำหรับภาคเหนือของประเทศไทยนั้นผางประทีปเป็นภาชนะที่สำคัญ โดยเฉพาะในประเพณีวันลอยกระทงหรือประเพณีเดือนยี่เป็ง ซึ่งจะเริ่มมีขึ้นในวันที่ 14 ค่ำ เดือนยี่ มีการแสดงถึงความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับผางประทีปโดยมีการเทศน์ธรรมของพระสงฆ์ในกัณฑ์ “ อานิสงส์ผางประทีป ” ในช่วงพลบค่ำ ซึ่งเป็นการเทศน์ที่กล่าวถึงผลแห่งกุศลที่ได้จากการจุดประทีปบูชา หลังจากนั้นจะมีการจุดผางประทีปโคมไฟสว่างไสว
  • 6.
    โดยเฉพาะจุดหน้าพระประธานตามจำนวนคาถาของกัณฑ์เทศน์ เช่น ทานกัณฑ์ต้องจุดถึง 209 ดวง เพราะมี 209 คาถา และกัณฑ์กุมารต้องจุดถึง 101 ดวง เพราะมี 101 คาถา เป็นต้น และในคืน 15 ค่ำ ชาวบ้านจะมีกาบกล้วยตัดเป็นท่อนสำหรับวางผางประทีปแล้วจุดประทีปให้ลอยไปตามน้ำ โดยมีความเชื่อว่าการจุดประทีปโคมไฟเดือนยี่เป็งเป็นการบูชาพระรัตนตรัย ซึ่งก่อให้เกิดอานิสงส์และทำให้ผิวพรรณสวยสดงดงาม รวมทั้งเป็นผู้มีปัญญาเฉลียวฉลาด นอกจากนั้นยังเชื่อว่าเป็นพุทธบูชาอีกด้วย ผางประทีปมีการผลิตกระจายอยู่ทั่วไปในจังหวัดที่มีวัฒนธรรมประเพณีเดือนยี่เป็งหรือลอยกระทง เช่น จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลำพูน จังหวัดลำปาง จังหวัดเชียงราย และจังหวัดสุโขทัย
  • 7.
    วันลอยกระทง เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของชาวไทย ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตาม ปฏิทินจันทรคติไทย ตาม ปฏิทินจันทรคติล้านนา " มักจะ " ตกอยู่ในราวเดือน พฤศจิกายน ตาม ปฏิทินสุริ ยคติ ประเพณีนี้กำหนดขึ้นเพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์และขอขมาต่อ พระแม่คงคา บางหลักฐานเชื่อว่าเป็นการบูชารอย พระพุทธบาท ที่ริมฝั่งแม่น้ำ นัมทามหานที และบางหลักฐานก็ว่าเป็นการบูชาพระอุปคุตอรหันต์หรือพระมหาสาวก สำหรับ ประเทศไทย ประเพณีลอยกระทงได้กำหนดจัดในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่ติดกับแม่น้ำ ลำคลอง หรือ แหล่งน้ำต่าง ๆ ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็จะมีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจแตกต่างกันไป
  • 8.
    เดิมเชื่อกันว่าประเพณีลอยกระทงเริ่มมีมาแต่สมัยสุโขทัย ในรัชสมัย พ่อขุนรามคำแหง โดยมี นางนพมาศ หรือท้าวศรีจุฬาลักษณ์ เป็นผู้ประดิษฐ์กระทงขึ้นครั้งแรก โดยแต่เดิมเรียกว่าพิธีจองเปรียง ที่ลอยเทียนประทีป และนางนพมาศได้นำ ดอกโคทม ซึ่งเป็นดอกบัวที่บานเฉพาะวันเพ็ญเดือนสิบสองมาใช้ใส่เทียนประทีปแต่ปัจจุบันมีหลักฐานว่าไม่น่าจะเก่ากว่าสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยอ้างอิงหลักฐานจากภาพจิตรกรรมการสร้างกระทงแบบต่างๆ ในสมัย รัชกาลที่ 3 ปัจจุบันวันลอยกระทงเป็นเทศกาลที่สำคัญของไทย ที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศมาเที่ยวปีละมากๆ ทั้งนี้ในช่วงเวลาดังกล่าวมักจะเป็นช่วงต้นฤดูหนาว และมีอากาศดี ในวันลอยกระทง ยังนิยมจัดประกวด นางงาม เรียกว่า " นางนพมาศ "
  • 9.
    สมาชิกกลุ่ม 1 . นายจตุพงค์ ราชคม เลขที่ 1 2. นายสิทธิชัย ถาบุตร เลขที่ 4 3. น . ส . ดารัตน์ คืนมาเมือง เลขที่ 10 4. น . ส . ภัทราวรรณ์ ติ๊บตึง เลขที่ 20 5. น . ส . อรุโณทัย ก้างออนตา เลขที่ 27
  • 10.
    เอกสารอ้างอิง http:// loykrathong. 212 cafe.com /archive/ http:// th.wikipedia.org/wiki / www.app.tisi.go.th/otop/pdf_file/tcps929_48.pdf www.sakulthai.com/Dsakulcolumndetailsql . asp