รายงานการศึกษาคนควา
เรื่อง การศึกษาเกี่ยวกับปญหาการหยารางของสังคมไทย
นายวธันยู มูลตรีสา
นางสาวเจนจิรา จันทรกุมาร
นางสาวดาราภรณ โอทอง
นางสาวปยะภรณ สุวรรณรอด
นางสาวมนัสนันท สมสวาง
นางสาวอารียา บุตรชารี
โรงเรียนบานดุงวิทยา อําเภอ บานดุง
จังหวัดอุดรธานี
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6/1
รายงานการศึกษานี้เปนสวนหนึ่งของวิชา การสื่อสารและการนําเสนอ
2558
รายงานการศึกษาคนควา
เรื่อง การศึกษาเกี่ยวกับปญหาการหยารางของสังคมไทย
นายวธันยู มูลตรีสา
นางสาวเจนจิรา จันทรกุมาร
นางสาวดาราภรณ โอทอง
นางสาวปยะภรณ สุวรรณรอด
นางสาวมนัสนันท สมสวาง
นางสาวอารียา บุตรชารี
โรงเรียนบานดุงวิทยา อําเภอ บานดุง
จังหวัดอุดรธานี
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6/1
รายงานการศึกษานี้เปนสวนหนึ่งของวิชา การสื่อสารและการนําเสนอ
2558
กิตติกรรมประกาศ
การศึกษาคนควานี้สําเร็จรุรวงไดดวยดีดวยความกรุณาจาก คุณครูที่อบรมสั่งสอนทุกทานที่ใหความรู
และใหคําปรึกษา ซึ่งไดใหคําแนะนําตรวจแกขอบกพรองตางๆ ดวยความเอาใจใสปลูกฝงใหคณะผูศึกษา
คนควารักการทํางาน สนับสนุนใหกําลังใจและเปนแบบอยางที่ดีใหกับคณะผูศึกษามาโดยตลอด คณะผูศึกษา
คนควาขอขอบพระคุณไว ณ โอกาสนี้ดวย
ทั้งนี้คณะผูศึกษารูสึกซาบซึ้งและประทับใจในความกรุณาของคุณครูทุกทานที่ประสิทธิประสาทความรู
ในวิชาการสื่อสารและการนําเสนอ จนทําใหการศึกษาคนควานี้สําเร็จเรียบรอย คณะผูศึกษาขอขอบพระคุณ
เปนอยางสูงไว ณ โอกาสนี้ดวย
ขอขอบพระคุณคุณครูเอกนรินทร แกวอุนเรือน ครูโรงเรียนบานดุงวิทยา ที่กรุณาไดตรวจสอบ
การศึกษาคนควา ใหคําแนะนําและใหขอเสนอแนะที่เปนประโยชนในการแกไขเพิ่มเติมใหการศึกษาคนควานี้มี
ความสมบูรณและมีคุณคาสูงยิ่งขึ้น คณะผูศึกษาขอขอบพระคุณไว ณ โอกาสนี้ดวย
ทายสุดนี้ ผูขอขอบพระคุณพี่ๆเพื่อนๆนองๆ ที่ไมสามารถเอยนามไดหมดในที่นี้ทุกคนเปนกําลังใจอัน
สําคัญยิ่งในการศึกษา และในการทํางานการศึกษาคนควาในครั้งนี้
คุณูปการอันเกิดจากการศึกษาคนควา ขออุทิศใหบุพการีและครูอาจารยทุกทาน
คณะผูศึกษา
สารบัญ
เรื่อง หนา
กิตติกรรมประกาศ ก
สรุปผลการศึกษา 1
แบบสอบถามเรื่องปญหา/สาเหตุการหยารางในสังคมไทย 4
สรุปผลจากแบบสอบถาม 6
บรรณานุกรม 9
ภาคผนวก
-โครงราง 11
-ภาพการทํางานรวมกันของสมาชิกในกลุม 13
สรุปผลการศึกษา
การศึกษาสรุปผลไดดังนี้
จากการศึกษาพบวาในสังคมไทยเดิมการแตงงานเปนเรื่องความสัมพันธระหวางเครื่องญาติไมใชเฉพาะ
คูสมรสจึงอยูภายใตความดูแลคอยไกลเกลี่ยความขัดแยงของกลุมเครือญาติ การปลูกฝงคานิยมเกี่ยวกับ
พรหมจรรยคานิยมเกี่ยวกับการแตงงานแบบผัวเดียวเมียเดียว มีสวนสําคัญอยางมากที่ทําใหผูหญิงพยายามรักษา
ชีวิตการแตงงานของตนเองไวใหยาวนานที่สุด ถึงแมวาผูหญิงหลายคนตองทนทุกขทรมานจากการแตงงาน เชน
สามีมีเมียนอย สามีไมมีความรับผิดชอบตอครอบครัว ถูกสามีทํารายรางกาย เพราะเมื่อมีการหยารางผูที่ไดรับ
ผลกระทบมากที่สุดก็คือ ผูหญิง และการหยารางยังถือเปนเรื่องนาอับอายขายหนาไมเปนที่พึงประสงคใหมีการ
หยารางเกิดขึ้น สามีภรรยาจึงตองอยูรวมกันตอไป ทั้งที่มีเรื่องขุนของหมองใจโดยถือวาเปนเรื่องของเคราะห
กรรม ถึงแมวาสมัยกอนการหยารางจะทําไดอยาก แตการหยารางก็สามารถทําไดในกรณีคูสมรสมีความประสงค
ที่จะหยาราง ดังจะเห็นไดจากจดหมายจากลาลูแบร (simon de la loubere) ที่กลาวการหยารางในสังคมไทยสมัย
อยุธยาไววาการอยูกินฐานสามีภรรยาในประเทศสยามนั้นแทบจะราบรื่นแทบทุกครัวเรือนแตหากสามีภรรยาคู
ใดไมประสงคที่จะอยูรวมกันตอไป ก็สามารถที่จะหยารางกันไดตามกฎหมายผูเปนสามีนั้นเปนตัวสําคัญในการ
หยารางเพราะจะยอมอยาหรือไมก็ได แตก็ไมปฏิเสธหากภรรยามีความตองการอยางแรงกลาที่จะหยากับตน การ
หยารางจึงไมใชเรื่องผิดปกติแตอยางใด ภายหลังการหยารางก็สามารถแตงงานใหมได ซึ่งเปนการแสดงใหเห็น
วาการหยารางเปนสิ่งที่สังคมไทยยอมรับได ถึงแมวาการหยารางจะเกิดขึ้นไมบอยครั้งนักก็ตามมีผลกระทบ
โดยตรงตอสถาบันครอบครัว สังคม และประเทศชาติ ดังนี้
ปญหาการหยารางมีผลกระทบทําไหเด็กในสังคมไทยกอปญหาทางสังคมมากมาย ดวยสาเหตุที่เด็กอยู
ในครอบครัวแตกแยก จะขาดความรัก ความอบอุน มีความรูสึกไมมั่นคง เนื่องจากลูกเคยชินตอสภาพพอแม ให
ความรัก ความอุน และความมันใจแกเขา แตความสัมพันธแบบนี้ตองถูกทําลายไป ทําใหมีผลกระทบกระเทือน
ตอการพัฒนาบุคลิกภาพของบุคคล เชน เด็กที่เคยยึดพอแมเปนแบบฉบับ ในเรื่องคานิยม อารมณ แบบของความ
ประพฤติที่ชวยใหเด็กมีบุคลิกภาพที่ดี แตเมื่อหนวยของครอบครัวถูกทําลายลงลูกๆบางครั้งก็ไมทราบวาจะหัน
หนาไปพึ่งใคร ซื่งอาจทําไหเขาผิดหวัง และมีเรื่องที่ทําใหสะเทือนใจกลายเปนเด็กกระทําผิด เชน การประพฤติ
ผิดทางเพศ ติดยาเสพติด และการเปนเด็กจรจัด การปรับตัวของเด็กหลังการหยาราง ลูกๆมักจะอยูกับแม ซึ่งมีผม
กระทบกระเทือนตอบุคลิกภาพของเด็ก เพราะทั้งพอและแมจะเปนคนอบรบเด็ก จะเปนคนอบรมเด็กและเด็กก็
เรียนรูบทบาทจากพอแมซึ่งเปนตนฉบับสําหรับชีวิตของผูใหญแตถาเหลือแตแม และแมตองทําหนาที่เปนทั้งพอ
และแม โดยบางครั้งแมก็ไมสามารถปลูกฝงพฤติกรรมแบบพอ ใหแกลูกได ทําใหเด็กมีปญหาทาเพศ เชน
เด็กผูชายจะมีนิสัยเปนผูหญิง (ตุด) ในอีกแงมุมหนึ่งเด็กที่ถูกเลี้ยงดูจากพอก็จะมีพฤติกรรมเลียนแบบพอ แต
อยางไรก็ตามเด็กทั้งหญิงและชายโดยทั่วไปมักจะมีความใกลชิดชอบแมมากกวาพอ แมจึงมีอิทธิพลโนมนาว
จิตใจเด็กมากกวาและในกรณีที่ครอบครัวไมมีความสุข ลูกสาวและลูกชายมักจะเขาขางแมมากกวาพอ การหยา
รางเปนการสิ้นสุดชีวิตของคูสมรส ยอมเปนเรื่องเศราที่เกิดขึ้นทางสังคมไทยโดยเฉพาะผูหญิงที่หยารางจะตอง
ทําหนาที่รับผิดชอบเลี้ยงดูลูก หรือ ทํางานหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว
การอภิปรายผล
สาเหตุของการหยารางในสังคมไทย สามารถสรุปและอภิปรายผลไดดังตอไปนี้
สาเหตุที่ 1 เกิดจากความสัมพันธระหวางสมาชิกในครอบครัว
ตั้งแตความสัมพันธของสามีภรรยาจนถึงความสัมพันธระหวางลูกกับพอแม ความไมเขาใจซึ่งกันและ
กัน ฝายหนึ่งก็อางการทํางาน ในขณะอีกฝายก็ทําแตงาน ขาดความใสใจ ไมมีเวลาใหกันและกัน เพราะประเด็น
หลักที่ทําใหปญหาของการหยารางเกิดขึ้น เกิดจากพฤติกรรมของคนในครอบครัวที่เปลี่ยนแปลงไป เมื่อโลก
โลกาภิวัตนเขามาในสังคม ทําใหมนุษยมีเวลาใหกันนอยลง ครอบครัวไมมีเวลามาเจอหนากัน
สาเหตุที่ 2 เพราะวาคุณหรือเขาตางคาดหวังใหเขาเปน
กอนที่จะแตงงานกัน(ชวงที่รักกันใหมๆ) คุณและเขาก็อาจคาดหวังวาพอไดแตงงานกันไปเขาหรือเธอ
คงจะเปนแบบนั้นแบบนี้ เชน เธออาจจะเปนแมบานที่ดี เปนแมที่ดี หรืออาจจะคาดหวังวา เขาคงจะเปนหัวหนา
ครอบครัวที่ดี มีความรับผิดชอบชวยเราดูแลครอบครัว และชวยดูแลบาน หากสิ่งที่คุณๆไดคาดหวังไว แตคุณไม
เคยบอกคูของคุณใหรูกอนเลยละก็เมื่อคุณไดมาอยูรวมกันแลวละก็ คุณอาจจะเพิ่งจะรูความจริงก็ไดวา เขาเอง
ไมไดเปนไปอยางที่คุณคาดหวัง หรืออยากใหเขาเปน
สาเหตุที่ 3 สามีภรรยาขาดความอดทนซึ่งกันและกัน
สามีและภรรยาขาดความอดทนไมมีการเสียสละและใหอภัยกันที่เปนเชนนี้เพราะ การที่มีคนมาอยู
รวมกันมากกวาหนึ่งคนขึ้นไป ยอมตองมีเรื่องกระทบกระทั่งการเกิดขึ้นบางเปนธรรมดา
สาเหตุที่ 4 คานิยมพื้นฐานที่แตกตางกันเกินไป
คานิยมพื้นฐานหมายถึง ความเชื่อ ความชอบ และความเห็นวาดีและไมดีในเรื่องตางๆ ตั้งแตพื้นฐาน
ของชีวิต การกิน นอน ศาสนา ความเชื่อ ความสําเร็จ คานิยมสวนตัว เชน หากคุณเปนผูหญิงที่มีมุมมอง แนวคิด
ที่อยากจะทํางาน อยากใชความสามารถของตนเองในการทํางาน หรือ ทําธุรกิจ
ขอเสนอแนะ
ในการศึกษาคนควาในครั้งนี้คณะผูศึกษาคนความีขอเสนอแนะดังนี้ ขอเสนอแนะทั่วไป 1.ถาหากคนใน
ครอบครัวมีเวลาใหครอบครัวกิจกรรมภายในครอบครัวก็จะเกิดขึ้น ไมวาจะเปนการรดน้ําตนไม พากันไปกิน
ขาว ไปเที่ยวดวยกัน สัมพันธภาพในครอบครัวก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเรามีเวลาใหแกกันเวลาที่เราจะเรียนรูซึ่งกัน
และกันก็เกิดขึ้นและกิจกรรมที่เราทําดวยกัน สามารถที่จะสอนลูกๆไปในตัวดวย แลวสิ่งที่พอแมทําใหลูกเห็น
ลูกๆก็จะเรียนรูถึงสิ่งเหลานั้นและซึบซับไปเองโดยอัตโนมัติ 2.คูแตงงานควรหันหนาพูดคุยกันกอนเลยวา คุณ
ตองการอะไร และเขาคาดหวังอะไรจากคุณ เพราะหากแตงไปแลวคุณหรือเขาพึ่งมารูความจริงละก็ หากเขารับ
ไดก็โชคดีไป แตหากรับไมไดจากรักวันหวานก็กลายเปนรักช้ําในวันนี้ก็ได 3.รวมชวยกันแกไขปญหาตางๆที่
เกิดขึ้นและลุลวงลงไดดวยดี ขอเสนอแนะเพื่อทําการศึกษาคนควาในครั้งตอไป
1. ในการศึกษา “ปญหาการหยารางของสังคมไทย” ในครั้งนี้เปนการศึกษากับกลุมคูสมรสกลุมเล็กๆที่
ใหความรวมมือ ไมสามารถที่จะสรุปครอบคลุมถึงปญหาการหยารางของสังคมไทยไดทั้งหมด ดังนั้นผล
การศึกษาจึงเปนเพียงแงมุมหนึ่งที่สามารถอธิบายไดเพียงกลุมหนึ่งเทานั้น ถาหากการศึกษาในครั้งตอไปมี
การศึกษาปญหาการหยารางของสังคมไทยที่มีลักษณะแตกตางออกไปจากการศึกษาในครั้งนี้ ก็อาจจะทําให
ทราบผลสรุปอื่นๆ ที่มีความนาสนใจมากขึ้น
2. การวิจัยครั้งตอไปควรมีการศึกษาในเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) เพราะจะทําใหคณะผูศึกษาคนควา
สามารถเก็บขอมูลไดลึกซึ่งมากตามที่ตองการ เพราะมีความยืดหยุนในการออกแบบการใชเครื่องมือสําหรับเก็บ
ขอมูล และการดําเนินการศึกษา จะทําใหไดทราบถึงสาเหตุ ปรากฏการณขอเท็จจริงในเรื่องที่ศึกษาไดลึกซึ้งมาก
ยิ่งขึ้น
แบบสอบถามเรื่องปญหา/สาเหตุการหยารางในสังคมไทย
คําชี้แจง: แบบสอบถามนี้ใชศึกษาเรื่องสาเหตุการหยารางในสังคมไทย ขอมูลนี้ไดใชประกอบการเรียน
วิชาการสื่อสารและการนําเสนอ ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6 ปการศึกษา 2558
สวนที่1: ขอมูลผูตอบแบบสอบถาม
เพศ:  ชาย  หญิง
อายุ:  16-20 ป  21-25 ป  26-30 ป  31 ปขึ้นไป
อาชีพ:  สวนตัว  นร.-นศ.  ลูกจาง  ขาราชการ  อื่นๆ
การศึกษา:  ม.3-6  ระดับอุดมศึกษา  ไมไดกําลังศึกษา
รายได:  ต่ํากวา 5,000/เดือน  5,001-9,999/เดือน  10,000-15,000/เดือน  15,001 ขึ้นไป/เดือน
สวนที่2: ปญหา/สาเหตุการหยารางในสังคมไทย ใหผูตอบทําเครื่องหมาย  ในชองระดับความคิดเห็น
ที่ตรงกับความเปนจริงมากที่สุด
คาระดับความคิดเห็น เห็นดวยมากที่สุด มีคาเปน 5
เห็นดวยมาก มีคาเปน 4
เห็นดวยปานกลาง มีคาเปน 3
เห็นดวยนอย มีคาเปน 2
เห็นดวยนอยที่สุด มีคาเปน 1
รายการ
ความคิดเห็น
เห็น
ดวย
มาก
ที่สุด
( 5 )
เห็น
ดวย
มาก
( 4 )
เห็น
ดวย
ปาน
กลาง
( 3 )
เห็น
ดวย
นอย
( 2 )
ไม
เห็น
ดวย
( 1 )
1.ปญหาทางเศรษฐกิจสงผลใหเกิดปญหาการหยารางในสังคมไทย
2.ความเจริญกาวหนาทางวิทยาศาสตรกอใหเกิดปญหาการหยารางในสังคมไทย
3.คูสมรสที่มีฐานะแตกตางกันกอใหเกิดปญหาการหยาราง
4.ระดับการศึกษาที่ตางกันของคูสมรสกอใหเกิดปญหาการหยาราง
5.ทัศนคติที่ตางกันของคูสมรสกอใหเกิดปญหาการหยาราง
6.เด็กที่อาศัยอยูในครอบครัวที่มีปญหาการหยารางจะสงผลกระทบตอสังคมไทย
7.เด็กที่มาจากการหยารางและการสมรสใหมของพอแมจะกลัวการถูกวิพากษวิจารณ
และลําบากใจในการดําเนินชีวิต
8.การหยารางกอใหเกิดความรูสึกสะเทือนจิตใจตอผูที่เกี่ยวของ
9.คูสามี – ภรรยาควรตระหนักถึงผลที่ตามมาหลังจากการหยาราง
10.ปญหาการหยารางสงผลกระทบตอสังคมไทย
ขอเสนอแนะ
……………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
เกณฑการแปลความหมายของคะแนนจากการหาคาเฉลี่ย
เพื่อใหการแปลความหมายของผลการวิเคราะหขอมูลสอดคลองกับความเปนจริง คณะผูศึกษาจึง
กําหนดเกณฑการแปลความหมายของคะแนนเฉลี่ยดังนี้
4.50 – 5.00 หมายถึง อยูในระดับมากที่สุด
3.50 - 4.49 หมายถึง อยูในระดับมาก
2.50 – 3.49 หมายถึง อยูในระดับปานกลาง
1.50– 2.49 หมายถึง อยูในระดับนอย
1.00 – 1.49 หมายถึง อยูในระดับนอยที่สุด
สรุปผลจากแบบสอบถาม
ขนาดของกลุมตัวอยาง คูสมรสในชุมชนบานศรีอุดม2 ตําบลศรีสุทโธ อําเภอบานดุง จังหวัดอุดรธานี
จํานวน 500 ครัวเรือน
คิดเปนกลุมตัวอยางอยางนอย 10% คือ
500
100
𝑥𝑥10 = 50
แจกแบบสอบถามไป 50 ชุด ไดรับคืน 50 ชุด
ซึ่งไดผลจากแบบสอบถาม ดังนี้
สวนที่1: ขอมูลผูตอบแบบสอบถาม ไดขอมูลดังนี้
จากขอมูล เพศชาย 19 คน คิดเปนรอยละ 38 เพศหญิง 31 คน คิดเปนรอยละ 62 รวม 50 คน คิดเปนรอยละ 100
อายุ 16-20 ป คิดเปนรอยละ 16 อายุ 21-25 ป คิดเปนรอยละ 20 อายุ 26-30 ป คิดเปนรอยละ 24 อายุ 31 ปขึ้นไป
คิดเปนรอยละ 40
ประกอบอาชีพสวนตัว คิดเปนรอยละ 6 นักเรียน-นักศึกษา คิดเปนรอยละ 34 ลูกจาง คิดเปนรอยละ 18
ขาราชการ คิดเปนรอยละ 18 และอาชีพอื่นๆที่ไมไดระบุในแบบสอบถาม คิดเปนรอยละ 24
การศึกษา ม.3-ม.6 คิดเปนรอยละ 26 ระดับอุดมศึกษา คิดเปนรอยละ 40 ไมไดทําการศึกษา คิดเปนรอยละ 34
รายได ต่ํากวา 5,000/เดือน คิดเปนรอยละ 30 รายได 5,001-9,999/เดือน คิดเปนรอยละ 24 รายได 10,000-15,000/
เดือน คิดเปนรอยละ 26 รายได 15,001 ขึ้นไป/เดือน คิดเปนรอยละ 20
สวนที่2: การประเมินตามระดับความคิดเห็นจากตารางแบบสอบถามไดขอมูลดังนี้
ปญหาทางเศรษฐกิจสงผลใหเกิดปญหาการหยารางในสังคมไทยมีผูเห็นดวยมากที่สุด 17 คน คิดเปน
รอยละ 34 เห็นดวยมาก 16 คน คิดเปนรอยละ 32 เห็นดวยปานกลาง 15 คน คิดเปนรอยละ 30 เห็นดวยนอย 2 คน
คิดเปนรอยละ 4 ไมเห็นดวย 0 คน คิดเปนรอยละ 0 มีคาเฉลี่ยเทากับ 3.96 อยูในระดับมาก ความเจริญกาวหนา
ทางวิทยาศาสตรกอใหเกิดปญหาการหยารางในสังคมไทยมีผูเห็นดวยมากที่สุด 12 คน คิดเปนรอยละ 24 เห็น
ดวยมาก 12 คน คิดเปนรอยละ 24 เห็นดวยปานกลาง 24 คน คิดเปนรอยละ 48 เห็นดวยนอย 2 คน คิดเปนรอยละ
4 ไมเห็นดวย 0 คน คิดเปนรอยละ 0 มีคาเฉลี่ยเทากับ 3.68 อยูในระดับมาก คูสมรสที่มีฐานะแตกตางกัน
กอใหเกิดปญหาการหยารางมีผูเห็นดวยมากที่สุด 12 คน คิดเปนรอยละ 24 เห็นดวยมาก 19 คน คิดเปนรอยละ
38 เห็นดวยปานกลาง 16 คน คิดเปนรอยละ 32 เห็นดวยนอย 3 คน คิดเปนรอยละ 6 ไมเห็นดวย 0 คน คิดเปน
รอยละ 0 มีคาเฉลี่ยเทากับ 3.8 อยูในระดับมาก ระดับการศึกษาที่ตางกันของคูสมรสกอใหเกิดปญหาการหยาราง
มีผูเห็นดวยมากที่สุด 11 คน คิดเปนรอยละ 22 เห็นดวยมาก 14 คน คิดเปนรอยละ 28 เห็นดวยปานกลาง 15 คน
คิดเปนรอยละ 30 เห็นดวยนอย 10 คน คิดเปนรอยละ 20 ไมเห็นดวย 0 คน คิดเปนรอยละ 0 มีคาเฉลี่ยเทากับ
3.52 อยูในระดับมาก ทัศนคติที่ตางกันของคูสมรสกอใหเกิดปญหาการหยารางมีผูเห็นดวยมากที่สุด 23 คน คิด
เปนรอยละ 46 เห็นดวยมาก 9 คน คิดเปนรอยละ 18 เห็นดวยปานกลาง 13 คน คิดเปนรอยละ 26 เห็นดวยนอย 5
คน คิดเปนรอยละ 10 ไมเห็นดวย 0 คน คิดเปนรอยละ 0 มีคาเฉลี่ยเทากับ 4.00 อยูในระดับมาก เด็กที่อาศัยอยูใน
ครอบครัวที่มีปญหาการหยารางจะสงผลกระทบตอสังคมไทยมีผูเห็นดวยมากที่สุด 16 คน คิดเปนรอยละ 32
เห็นดวยมาก 9 คน คิดเปนรอยละ 18 เห็นดวยปานกลาง 17 คน คิดเปนรอยละ 34 เห็นดวยนอย 8 คน คิดเปนรอย
ละ 16 ไมเห็นดวย 0 คน คิดเปนรอยละ 0 มีคาเฉลี่ยเทากับ 3.66 อยูในระดับมาก เด็กที่มาจากการหยารางและการ
สมรสใหมของพอแมจะกลัวการถูกวิพากษวิจารณและลําบากใจในการดําเนินชีวิตมีผูเห็นดวยมากที่สุด 15 คน
คิดเปนรอยละ 30 เห็นดวยมาก 16 คน คิดเปนรอยละ 32 เห็นดวยปานกลาง 15 คน คิดเปนรอยละ 30 เห็นดวย
นอย 4 คน คิดเปนรอยละ 8 ไมเห็นดวย 0 คน คิดเปนรอยละ 0 มีคาเฉลี่ยเทากับ 3.84 อยูในระดับมาก การหยา
รางกอใหเกิดความรูสึกสะเทือนจิตใจตอผูที่เกี่ยวของมีผูเห็นดวยมากที่สุด 17 คน คิดเปนรอยละ 34 เห็นดวยมาก
14 คน คิดเปนรอยละ 28 เห็นดวยปานกลาง 10 คน คิดเปนรอยละ 20 เห็นดวยนอย 9 คน คิดเปนรอยละ 18 ไม
เห็นดวย 0 คน คิดเปนรอยละ 0 มีคาเฉลี่ยเทากับ 3.78 อยูในระดับมาก คูสามี – ภรรยาควรตระหนักถึงผลที่
ตามมาหลังจากการหยารางมีผูเห็นดวยมากที่สุด 24 คน คิดเปนรอยละ 48 เห็นดวยมาก 9 คน คิดเปนรอยละ 18
เห็นดวยปานกลาง 12 คน คิดเปนรอยละ 24 เห็นดวยนอย 5 คน คิดเปนรอยละ 10 ไมเห็นดวย 0 คน คิดเปนรอย
ละ 0 มีคาเฉลี่ยเทากับ 4.04 อยูในระดับมาก ปญหาการหยารางสงผลกระทบตอสังคมไทยมีผูเห็นดวยมากที่สุด
26 คน คิดเปนรอยละ 52 เห็นดวยมาก 10 คน คิดเปนรอยละ 20 เห็นดวยปานกลาง 8 คน คิดเปนรอยละ 16 เห็น
ดวยนอย 5 คน คิดเปนรอยละ 10 ไมเห็นดวย 1 คน คิดเปนรอยละ 2 มีคาเฉลี่ยเทากับ 4.1 อยูในระดับมาก
สรุปไดวาจากการศึกษาปญหาการหยารางสงผลกระทบตอสังคมไทยเปนอยางมาก ทั้งนี้คูสามี – ภรรยา
ควรตระหนักถึงผลที่ตามมาหลังจากการหยาราง เพราะปญหาการหยารางสงผลกระทบตอสังคมไทย ซึ่งสาเหตุ
ของการหยารางอาจเกิดจากทัศนคติที่ตางกันของคูสมรสกอใหเกิดปญหาการหยาราง ปญหาทางเศรษฐกิจสงผล
ใหเกิดปญหาการหยารางในสังคมไทย ทําใหเด็กที่มาจากการหยารางและการสมรสใหมของพอแมจะกลัวการ
ถูกวิพากษวิจารณ และลําบากใจในการดําเนินชีวิต รวมไปถึงคูสมรสที่มีฐานะแตกตางกันกอใหเกิดปญหาการ
หยาราง การหยารางกอใหเกิดความรูสึกสะเทือนจิตใจตอผูที่เกี่ยวของ ไมวาจะเปนพอแม พี่นองของทั้งฝายหญิง
ชาย ความเจริญกาวหนาทางวิทยาศาสตรกอใหเกิดปญหาการหยารางในสังคมไทยก็เปนอีกสาเหตุหนึ่งที่อาจจะ
ทําใหเกิดการหยารางขึ้น เด็กที่อาศัยอยูในครอบครัวที่มีปญหาการหยารางจะสงผลกระทบตอสังคมไทย และอีก
สาเหตุหนึ่งที่สําคัญที่อาจทําใหเกิดการหยารางคือระดับการศึกษาที่ตางกันของคูสมรสกอใหเกิดปญหาการหยา
ราง เปนตน
ขอเสนอแนะ
จากแบบสอบถามความคิดเห็นของคูสมรสในชุมชนบานศรีอุดม2 ตําบลศรีสุทโธ อําเภอบานดุง จังหวัด
อุดรธานี ขอเสนอแนะสวนมากผูตอบแบบสอบถามตองการที่จะอยากใหมีการเสนอใหหนวยงานที่เกี่ยวของให
ความรูผลกระทบหลังการหยากับประชาชน เสนอการออกกฎหมายการหยารางโดยเหตุอันไมควรมีความผิดเลย
เชน หยาเพราะพฤติกรรมเมาบอยครั้ง ควรจะหาวิธีแกปญหาใหกับเด็กที่อยูในครอบครัวที่มีปญหาการหยาราง
สามี-ภรรยาควรตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นหลังจากการหยาราง ปรับทัศนคติใหคนในสังคมเกี่ยวกับเด็ก
ที่มาจากครอบครัวที่หยารางกัน ควรที่จะมีการแกไขปญหาการหยารางในสังคมอยางจริงจัง และแบบสอบถาม
ไมครอบคลุม
บรรณานุกรม
ประสิทธิ์ สวาสดิ์ญาติ, ระบบเครือญาติและการจัดระเบียบสังคม, เอกสารอัดสําเนา (กรุงเทพฯ :
โครงการตําราคณะรัฐศาสตร จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย, 2533), น.43-57.
พระบุญแทน ขันธศรี, “ศึกษาเปรียบเทียบหลักคําสอนเกี่ยวกับการครองเรือนในพุทธศาสนาและ
ศาสนาอิสลาม” (วิทยานิพนธอักษรศาสตรมหาบัณฑิต คณะสังคมศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล, 2537), น.20.
ภัทรพร สิริกาญจน (บรรณาธิการ), ความรูพื้นฐานทางศาสนา (กรุงเทพฯ : สํานักพิมพ
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร, 2537), น.20.
วันทนา กลิ่นงาม, “พฤติกรรมการหยาราง” วารสารสังคมศาสตร, น.17-20.
สุเกสินี สุภธีระ, “การหยาราง : อุบัติเหตุชีวิต” จุลสารสังคมศาสตร (ขอนแกน) ปที่ 3 ฉบับที่ 1
(พฤศจิกายน 2523-2524) : 81.
สุพัตรา สุภาพ, ปญหาสังคม (กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานิชย, 2539), น.31.
ภาคผนวก
ชื่อโครงราง: การศึกษาเกี่ยวกับปญหาการหยารางของสังคมไทย
สาระการเรียนรู: วิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี
ชื่อผูคนควา
นายวธันยู มูลตรีสา เลขที่ 7
นางสาวเจนจิรา จันทรกุมาร เลขที่ 18
นางสาวดาราภรณ โอทอง เลขที่ 22
นางสาวปยะภรณ สุวรรณรอด เลขที่ 29
นางสาวมนัสนันท สมสวาง เลขที่ 33
นางสาวอารียา บุตรชารี เลขที่ 51
ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6/1
โปรแกรมวิชา วิทย-คณิต
โรงเรียนบานดุงวิทยา
ปที่ศึกษาคนควา 2558
ความเปนมาและความสําคัญ
ครอบครัวนั้นคือสถาบันขั้นมูลฐานที่ทําใหชีวิตมีความเจริญและความเสื่อม นอกจากนั้นแลวครอบครัว
ยังถือเปนแหลงเพาะปลูกฝงคุณคาทางศีลธรรม ดังนั้น ครอบครัวจึงมีความสําคัญตอสังคมเปนอยางยิ่ง โดยมีคู
สมรสเปนแกนกลางในการสรางความอบอุน หากกลาวไปแลวชีวิตสมรสเปรียบไดกับนาวาที่ลอยอยูกลางทะเล
กัปตันเรือทั้งสองจะตองชวยกันประคองเรือใหถึงฝง หากพายุโหมกระหน่ํา โอกาสที่เรือจะอับปางก็มีมาก จึง
จําเปนอยางยิ่งที่จะตองประคองเรือใหไปตลอดรอดฝง ความมั่นคงของคูสมรสจึงเปนที่มาของความปลอดภัย
ทางสถาบันสังคม แมสังคมเองก็ปรารถนาที่จะใหคูสมรสอยูกันไปตลอดรอดฝง สังคมในอดีตมักยึดแนนอยูกับ
วัฒนธรรมครอบครัว ในศริสตศาสนานิกายโรมันคาทอลิกถือวา การยึดมั่นระหวางคูสมรสเปนประกาศิตของ
พระเจา มนุษยจักตองรักษาไว
ในอดีตการหยารางไมเปนที่ยอมรับของสังคม เพราะถือวาเปนเรื่องนาอับอาย และถาสามีภรรยาคูใด
หยารางกัน ก็จะถือเปนเรื่องที่ไมดี จะไดรับการติฉินนินทา ดังนั้นปญหาการหยารางจึงไมคอยเกิดขึ้น ทั้งๆที่
สมัยกอนสวนใหญเปนการแตงงานแบบคลุมถุงชน คือ พอแมจับใหแตงงานกัน แตเมื่ออยูกินดวยกันแลวก็รัก
กันและอยูดวยกันจนตายจากกัน ซึ่งอาจเปนเพราะผูหญิงไทยในอดีตมีหนาที่อยูกับบานคอยปรนนิบัติรับใชพอ
แมและเปนแมบานแมเรือนดูแลการงานภายในบานทุกอยาง ไมไดออกไปทํางานนอกบานเหมือนในปจจุบัน
ปญหาการหยารางจึงไมเกิดขึ้น
แตปจจุบันสภาพสังคม เศรษฐกิจไดเปลี่ยนแปลงไป ครอบครัวไดถูกลดทอนความสําคัญในฐานะหนวย
พื้นฐานทางสังคมลงไป สถานการณดังกลาวไดทําใหสถาบันครอบครัวแตกสลาย เพราะปญหาการหยารางที่
กําลังทวีความรุนแรงขึ้นตามลําดับ ชีวิตมีการเริ่มตนก็ตองมีจุดจบ มีเกิดก็ตองมีตาย เมื่อถึงจุดจบ แตละคนก็
เปนไปตามวิถี ชีวิตของตน ชีวิตการแตงงานก็เชนกัน มีการสิ้นสุดลงโดยวิธีการหยาราง การตายจากกัน การละ
ทิ้ง การแยกกันอยู คูสมรสอาจจะอยูกันนาน บางคูก็อาจจะอยูกันสั้น การหยารางเปนการสิ้นสุดชีวิตแตงงานของ
คูสมรส ยอมเปนเรื่องเศราที่เกิดขึ้นใน สังคมไทย โดยเฉพาะผูหญิงที่หยารางมักจะตองทําหนาที่รับผิดชอบเลี้ยง
ดูลูก หรือ ทํางานหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว
วัตถุประสงคของการศึกษา
1.เพื่อศึกษาสาเหตุของการหยารางของสังคมไทย
2.เพื่อศึกษาผลกระทบของการหยารางของสังคมไทย
สมมติฐานของการศึกษา
การหยารางมีผลกระทบโดยตรงตอสถาบันครอบครัว สังคม และประเทศชาติ
ประโยชนที่คาดวาจะไดรับ
1.ทราบถึงสาเหตุการหยารางของสังคมไทย
2.ทราบถึงผลกระทบของการหยารางของสังคมไทย
ปฏิทินการปฏิบัติกิจกรรม
ชื่อการศึกษา การศึกษาเกี่ยวกับปญหาการหยารางในสังคมไทย ภาคการเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2558
ลําดับที่ เดือน รายละเอียดการปฏิบัติกิจกรรม ผูรับผิดชอบ
1 พ.ย. 58 เขียนโครงรางรายงาน คณะผูจัดทํา
2 พ.ย. 58 สรุปความรูที่ไดจากการเรียนในภาคเรียนที่ 1 คณะผูจัดทํา
3 ธ.ค. 59 ออกแบบรูปแบบการเก็บขอมูลในภาคเรียนที่ 2 คณะผูจัดทํา
4 ธ.ค. 59 กําหนดกลุมตัวอยางที่จะเก็บขอมูล คณะผูจัดทํา
5 ธ.ค. 59 กําหนดคาสถิติตางๆ เกณฑคะแนน ชวงคะแนน
และการแปลผลคะแนน
คณะผูจัดทํา
6 ม.ค. 59 สรุปวิเคราะห สังเคราะหขอมูลที่ได คณะผูจัดทํา
7 ก.พ. 59 นําเสนอผลงานในรูปแบบตางๆ คณะผูจัดทํา
ภาพการทํางานรวมกันของสมาชิกในกลุม
การศึกษาเกี่ยวกับปัญหาการหย่าร้างในสังคมไทย

การศึกษาเกี่ยวกับปัญหาการหย่าร้างในสังคมไทย

  • 1.
    รายงานการศึกษาคนควา เรื่อง การศึกษาเกี่ยวกับปญหาการหยารางของสังคมไทย นายวธันยู มูลตรีสา นางสาวเจนจิราจันทรกุมาร นางสาวดาราภรณ โอทอง นางสาวปยะภรณ สุวรรณรอด นางสาวมนัสนันท สมสวาง นางสาวอารียา บุตรชารี โรงเรียนบานดุงวิทยา อําเภอ บานดุง จังหวัดอุดรธานี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6/1 รายงานการศึกษานี้เปนสวนหนึ่งของวิชา การสื่อสารและการนําเสนอ 2558
  • 2.
    รายงานการศึกษาคนควา เรื่อง การศึกษาเกี่ยวกับปญหาการหยารางของสังคมไทย นายวธันยู มูลตรีสา นางสาวเจนจิราจันทรกุมาร นางสาวดาราภรณ โอทอง นางสาวปยะภรณ สุวรรณรอด นางสาวมนัสนันท สมสวาง นางสาวอารียา บุตรชารี โรงเรียนบานดุงวิทยา อําเภอ บานดุง จังหวัดอุดรธานี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6/1 รายงานการศึกษานี้เปนสวนหนึ่งของวิชา การสื่อสารและการนําเสนอ 2558
  • 3.
    กิตติกรรมประกาศ การศึกษาคนควานี้สําเร็จรุรวงไดดวยดีดวยความกรุณาจาก คุณครูที่อบรมสั่งสอนทุกทานที่ใหความรู และใหคําปรึกษา ซึ่งไดใหคําแนะนําตรวจแกขอบกพรองตางๆดวยความเอาใจใสปลูกฝงใหคณะผูศึกษา คนควารักการทํางาน สนับสนุนใหกําลังใจและเปนแบบอยางที่ดีใหกับคณะผูศึกษามาโดยตลอด คณะผูศึกษา คนควาขอขอบพระคุณไว ณ โอกาสนี้ดวย ทั้งนี้คณะผูศึกษารูสึกซาบซึ้งและประทับใจในความกรุณาของคุณครูทุกทานที่ประสิทธิประสาทความรู ในวิชาการสื่อสารและการนําเสนอ จนทําใหการศึกษาคนควานี้สําเร็จเรียบรอย คณะผูศึกษาขอขอบพระคุณ เปนอยางสูงไว ณ โอกาสนี้ดวย ขอขอบพระคุณคุณครูเอกนรินทร แกวอุนเรือน ครูโรงเรียนบานดุงวิทยา ที่กรุณาไดตรวจสอบ การศึกษาคนควา ใหคําแนะนําและใหขอเสนอแนะที่เปนประโยชนในการแกไขเพิ่มเติมใหการศึกษาคนควานี้มี ความสมบูรณและมีคุณคาสูงยิ่งขึ้น คณะผูศึกษาขอขอบพระคุณไว ณ โอกาสนี้ดวย ทายสุดนี้ ผูขอขอบพระคุณพี่ๆเพื่อนๆนองๆ ที่ไมสามารถเอยนามไดหมดในที่นี้ทุกคนเปนกําลังใจอัน สําคัญยิ่งในการศึกษา และในการทํางานการศึกษาคนควาในครั้งนี้ คุณูปการอันเกิดจากการศึกษาคนควา ขออุทิศใหบุพการีและครูอาจารยทุกทาน คณะผูศึกษา
  • 4.
    สารบัญ เรื่อง หนา กิตติกรรมประกาศ ก สรุปผลการศึกษา1 แบบสอบถามเรื่องปญหา/สาเหตุการหยารางในสังคมไทย 4 สรุปผลจากแบบสอบถาม 6 บรรณานุกรม 9 ภาคผนวก -โครงราง 11 -ภาพการทํางานรวมกันของสมาชิกในกลุม 13
  • 5.
    สรุปผลการศึกษา การศึกษาสรุปผลไดดังนี้ จากการศึกษาพบวาในสังคมไทยเดิมการแตงงานเปนเรื่องความสัมพันธระหวางเครื่องญาติไมใชเฉพาะ คูสมรสจึงอยูภายใตความดูแลคอยไกลเกลี่ยความขัดแยงของกลุมเครือญาติ การปลูกฝงคานิยมเกี่ยวกับ พรหมจรรยคานิยมเกี่ยวกับการแตงงานแบบผัวเดียวเมียเดียว มีสวนสําคัญอยางมากที่ทําใหผูหญิงพยายามรักษา ชีวิตการแตงงานของตนเองไวใหยาวนานที่สุดถึงแมวาผูหญิงหลายคนตองทนทุกขทรมานจากการแตงงาน เชน สามีมีเมียนอย สามีไมมีความรับผิดชอบตอครอบครัว ถูกสามีทํารายรางกาย เพราะเมื่อมีการหยารางผูที่ไดรับ ผลกระทบมากที่สุดก็คือ ผูหญิง และการหยารางยังถือเปนเรื่องนาอับอายขายหนาไมเปนที่พึงประสงคใหมีการ หยารางเกิดขึ้น สามีภรรยาจึงตองอยูรวมกันตอไป ทั้งที่มีเรื่องขุนของหมองใจโดยถือวาเปนเรื่องของเคราะห กรรม ถึงแมวาสมัยกอนการหยารางจะทําไดอยาก แตการหยารางก็สามารถทําไดในกรณีคูสมรสมีความประสงค ที่จะหยาราง ดังจะเห็นไดจากจดหมายจากลาลูแบร (simon de la loubere) ที่กลาวการหยารางในสังคมไทยสมัย อยุธยาไววาการอยูกินฐานสามีภรรยาในประเทศสยามนั้นแทบจะราบรื่นแทบทุกครัวเรือนแตหากสามีภรรยาคู ใดไมประสงคที่จะอยูรวมกันตอไป ก็สามารถที่จะหยารางกันไดตามกฎหมายผูเปนสามีนั้นเปนตัวสําคัญในการ หยารางเพราะจะยอมอยาหรือไมก็ได แตก็ไมปฏิเสธหากภรรยามีความตองการอยางแรงกลาที่จะหยากับตน การ หยารางจึงไมใชเรื่องผิดปกติแตอยางใด ภายหลังการหยารางก็สามารถแตงงานใหมได ซึ่งเปนการแสดงใหเห็น วาการหยารางเปนสิ่งที่สังคมไทยยอมรับได ถึงแมวาการหยารางจะเกิดขึ้นไมบอยครั้งนักก็ตามมีผลกระทบ โดยตรงตอสถาบันครอบครัว สังคม และประเทศชาติ ดังนี้ ปญหาการหยารางมีผลกระทบทําไหเด็กในสังคมไทยกอปญหาทางสังคมมากมาย ดวยสาเหตุที่เด็กอยู ในครอบครัวแตกแยก จะขาดความรัก ความอบอุน มีความรูสึกไมมั่นคง เนื่องจากลูกเคยชินตอสภาพพอแม ให ความรัก ความอุน และความมันใจแกเขา แตความสัมพันธแบบนี้ตองถูกทําลายไป ทําใหมีผลกระทบกระเทือน ตอการพัฒนาบุคลิกภาพของบุคคล เชน เด็กที่เคยยึดพอแมเปนแบบฉบับ ในเรื่องคานิยม อารมณ แบบของความ ประพฤติที่ชวยใหเด็กมีบุคลิกภาพที่ดี แตเมื่อหนวยของครอบครัวถูกทําลายลงลูกๆบางครั้งก็ไมทราบวาจะหัน หนาไปพึ่งใคร ซื่งอาจทําไหเขาผิดหวัง และมีเรื่องที่ทําใหสะเทือนใจกลายเปนเด็กกระทําผิด เชน การประพฤติ ผิดทางเพศ ติดยาเสพติด และการเปนเด็กจรจัด การปรับตัวของเด็กหลังการหยาราง ลูกๆมักจะอยูกับแม ซึ่งมีผม กระทบกระเทือนตอบุคลิกภาพของเด็ก เพราะทั้งพอและแมจะเปนคนอบรบเด็ก จะเปนคนอบรมเด็กและเด็กก็ เรียนรูบทบาทจากพอแมซึ่งเปนตนฉบับสําหรับชีวิตของผูใหญแตถาเหลือแตแม และแมตองทําหนาที่เปนทั้งพอ และแม โดยบางครั้งแมก็ไมสามารถปลูกฝงพฤติกรรมแบบพอ ใหแกลูกได ทําใหเด็กมีปญหาทาเพศ เชน
  • 6.
    เด็กผูชายจะมีนิสัยเปนผูหญิง (ตุด) ในอีกแงมุมหนึ่งเด็กที่ถูกเลี้ยงดูจากพอก็จะมีพฤติกรรมเลียนแบบพอแต อยางไรก็ตามเด็กทั้งหญิงและชายโดยทั่วไปมักจะมีความใกลชิดชอบแมมากกวาพอ แมจึงมีอิทธิพลโนมนาว จิตใจเด็กมากกวาและในกรณีที่ครอบครัวไมมีความสุข ลูกสาวและลูกชายมักจะเขาขางแมมากกวาพอ การหยา รางเปนการสิ้นสุดชีวิตของคูสมรส ยอมเปนเรื่องเศราที่เกิดขึ้นทางสังคมไทยโดยเฉพาะผูหญิงที่หยารางจะตอง ทําหนาที่รับผิดชอบเลี้ยงดูลูก หรือ ทํางานหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว การอภิปรายผล สาเหตุของการหยารางในสังคมไทย สามารถสรุปและอภิปรายผลไดดังตอไปนี้ สาเหตุที่ 1 เกิดจากความสัมพันธระหวางสมาชิกในครอบครัว ตั้งแตความสัมพันธของสามีภรรยาจนถึงความสัมพันธระหวางลูกกับพอแม ความไมเขาใจซึ่งกันและ กัน ฝายหนึ่งก็อางการทํางาน ในขณะอีกฝายก็ทําแตงาน ขาดความใสใจ ไมมีเวลาใหกันและกัน เพราะประเด็น หลักที่ทําใหปญหาของการหยารางเกิดขึ้น เกิดจากพฤติกรรมของคนในครอบครัวที่เปลี่ยนแปลงไป เมื่อโลก โลกาภิวัตนเขามาในสังคม ทําใหมนุษยมีเวลาใหกันนอยลง ครอบครัวไมมีเวลามาเจอหนากัน สาเหตุที่ 2 เพราะวาคุณหรือเขาตางคาดหวังใหเขาเปน กอนที่จะแตงงานกัน(ชวงที่รักกันใหมๆ) คุณและเขาก็อาจคาดหวังวาพอไดแตงงานกันไปเขาหรือเธอ คงจะเปนแบบนั้นแบบนี้ เชน เธออาจจะเปนแมบานที่ดี เปนแมที่ดี หรืออาจจะคาดหวังวา เขาคงจะเปนหัวหนา ครอบครัวที่ดี มีความรับผิดชอบชวยเราดูแลครอบครัว และชวยดูแลบาน หากสิ่งที่คุณๆไดคาดหวังไว แตคุณไม เคยบอกคูของคุณใหรูกอนเลยละก็เมื่อคุณไดมาอยูรวมกันแลวละก็ คุณอาจจะเพิ่งจะรูความจริงก็ไดวา เขาเอง ไมไดเปนไปอยางที่คุณคาดหวัง หรืออยากใหเขาเปน สาเหตุที่ 3 สามีภรรยาขาดความอดทนซึ่งกันและกัน สามีและภรรยาขาดความอดทนไมมีการเสียสละและใหอภัยกันที่เปนเชนนี้เพราะ การที่มีคนมาอยู รวมกันมากกวาหนึ่งคนขึ้นไป ยอมตองมีเรื่องกระทบกระทั่งการเกิดขึ้นบางเปนธรรมดา สาเหตุที่ 4 คานิยมพื้นฐานที่แตกตางกันเกินไป คานิยมพื้นฐานหมายถึง ความเชื่อ ความชอบ และความเห็นวาดีและไมดีในเรื่องตางๆ ตั้งแตพื้นฐาน ของชีวิต การกิน นอน ศาสนา ความเชื่อ ความสําเร็จ คานิยมสวนตัว เชน หากคุณเปนผูหญิงที่มีมุมมอง แนวคิด ที่อยากจะทํางาน อยากใชความสามารถของตนเองในการทํางาน หรือ ทําธุรกิจ
  • 7.
    ขอเสนอแนะ ในการศึกษาคนควาในครั้งนี้คณะผูศึกษาคนความีขอเสนอแนะดังนี้ ขอเสนอแนะทั่วไป 1.ถาหากคนใน ครอบครัวมีเวลาใหครอบครัวกิจกรรมภายในครอบครัวก็จะเกิดขึ้นไมวาจะเปนการรดน้ําตนไม พากันไปกิน ขาว ไปเที่ยวดวยกัน สัมพันธภาพในครอบครัวก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเรามีเวลาใหแกกันเวลาที่เราจะเรียนรูซึ่งกัน และกันก็เกิดขึ้นและกิจกรรมที่เราทําดวยกัน สามารถที่จะสอนลูกๆไปในตัวดวย แลวสิ่งที่พอแมทําใหลูกเห็น ลูกๆก็จะเรียนรูถึงสิ่งเหลานั้นและซึบซับไปเองโดยอัตโนมัติ 2.คูแตงงานควรหันหนาพูดคุยกันกอนเลยวา คุณ ตองการอะไร และเขาคาดหวังอะไรจากคุณ เพราะหากแตงไปแลวคุณหรือเขาพึ่งมารูความจริงละก็ หากเขารับ ไดก็โชคดีไป แตหากรับไมไดจากรักวันหวานก็กลายเปนรักช้ําในวันนี้ก็ได 3.รวมชวยกันแกไขปญหาตางๆที่ เกิดขึ้นและลุลวงลงไดดวยดี ขอเสนอแนะเพื่อทําการศึกษาคนควาในครั้งตอไป 1. ในการศึกษา “ปญหาการหยารางของสังคมไทย” ในครั้งนี้เปนการศึกษากับกลุมคูสมรสกลุมเล็กๆที่ ใหความรวมมือ ไมสามารถที่จะสรุปครอบคลุมถึงปญหาการหยารางของสังคมไทยไดทั้งหมด ดังนั้นผล การศึกษาจึงเปนเพียงแงมุมหนึ่งที่สามารถอธิบายไดเพียงกลุมหนึ่งเทานั้น ถาหากการศึกษาในครั้งตอไปมี การศึกษาปญหาการหยารางของสังคมไทยที่มีลักษณะแตกตางออกไปจากการศึกษาในครั้งนี้ ก็อาจจะทําให ทราบผลสรุปอื่นๆ ที่มีความนาสนใจมากขึ้น 2. การวิจัยครั้งตอไปควรมีการศึกษาในเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) เพราะจะทําใหคณะผูศึกษาคนควา สามารถเก็บขอมูลไดลึกซึ่งมากตามที่ตองการ เพราะมีความยืดหยุนในการออกแบบการใชเครื่องมือสําหรับเก็บ ขอมูล และการดําเนินการศึกษา จะทําใหไดทราบถึงสาเหตุ ปรากฏการณขอเท็จจริงในเรื่องที่ศึกษาไดลึกซึ้งมาก ยิ่งขึ้น
  • 8.
    แบบสอบถามเรื่องปญหา/สาเหตุการหยารางในสังคมไทย คําชี้แจง: แบบสอบถามนี้ใชศึกษาเรื่องสาเหตุการหยารางในสังคมไทย ขอมูลนี้ไดใชประกอบการเรียน วิชาการสื่อสารและการนําเสนอชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6 ปการศึกษา 2558 สวนที่1: ขอมูลผูตอบแบบสอบถาม เพศ:  ชาย  หญิง อายุ:  16-20 ป  21-25 ป  26-30 ป  31 ปขึ้นไป อาชีพ:  สวนตัว  นร.-นศ.  ลูกจาง  ขาราชการ  อื่นๆ การศึกษา:  ม.3-6  ระดับอุดมศึกษา  ไมไดกําลังศึกษา รายได:  ต่ํากวา 5,000/เดือน  5,001-9,999/เดือน  10,000-15,000/เดือน  15,001 ขึ้นไป/เดือน สวนที่2: ปญหา/สาเหตุการหยารางในสังคมไทย ใหผูตอบทําเครื่องหมาย  ในชองระดับความคิดเห็น ที่ตรงกับความเปนจริงมากที่สุด คาระดับความคิดเห็น เห็นดวยมากที่สุด มีคาเปน 5 เห็นดวยมาก มีคาเปน 4 เห็นดวยปานกลาง มีคาเปน 3 เห็นดวยนอย มีคาเปน 2 เห็นดวยนอยที่สุด มีคาเปน 1
  • 9.
    รายการ ความคิดเห็น เห็น ดวย มาก ที่สุด ( 5 ) เห็น ดวย มาก (4 ) เห็น ดวย ปาน กลาง ( 3 ) เห็น ดวย นอย ( 2 ) ไม เห็น ดวย ( 1 ) 1.ปญหาทางเศรษฐกิจสงผลใหเกิดปญหาการหยารางในสังคมไทย 2.ความเจริญกาวหนาทางวิทยาศาสตรกอใหเกิดปญหาการหยารางในสังคมไทย 3.คูสมรสที่มีฐานะแตกตางกันกอใหเกิดปญหาการหยาราง 4.ระดับการศึกษาที่ตางกันของคูสมรสกอใหเกิดปญหาการหยาราง 5.ทัศนคติที่ตางกันของคูสมรสกอใหเกิดปญหาการหยาราง 6.เด็กที่อาศัยอยูในครอบครัวที่มีปญหาการหยารางจะสงผลกระทบตอสังคมไทย 7.เด็กที่มาจากการหยารางและการสมรสใหมของพอแมจะกลัวการถูกวิพากษวิจารณ และลําบากใจในการดําเนินชีวิต 8.การหยารางกอใหเกิดความรูสึกสะเทือนจิตใจตอผูที่เกี่ยวของ 9.คูสามี – ภรรยาควรตระหนักถึงผลที่ตามมาหลังจากการหยาราง 10.ปญหาการหยารางสงผลกระทบตอสังคมไทย ขอเสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………… เกณฑการแปลความหมายของคะแนนจากการหาคาเฉลี่ย เพื่อใหการแปลความหมายของผลการวิเคราะหขอมูลสอดคลองกับความเปนจริง คณะผูศึกษาจึง กําหนดเกณฑการแปลความหมายของคะแนนเฉลี่ยดังนี้ 4.50 – 5.00 หมายถึง อยูในระดับมากที่สุด 3.50 - 4.49 หมายถึง อยูในระดับมาก 2.50 – 3.49 หมายถึง อยูในระดับปานกลาง 1.50– 2.49 หมายถึง อยูในระดับนอย 1.00 – 1.49 หมายถึง อยูในระดับนอยที่สุด
  • 10.
    สรุปผลจากแบบสอบถาม ขนาดของกลุมตัวอยาง คูสมรสในชุมชนบานศรีอุดม2 ตําบลศรีสุทโธอําเภอบานดุง จังหวัดอุดรธานี จํานวน 500 ครัวเรือน คิดเปนกลุมตัวอยางอยางนอย 10% คือ 500 100 𝑥𝑥10 = 50 แจกแบบสอบถามไป 50 ชุด ไดรับคืน 50 ชุด ซึ่งไดผลจากแบบสอบถาม ดังนี้ สวนที่1: ขอมูลผูตอบแบบสอบถาม ไดขอมูลดังนี้ จากขอมูล เพศชาย 19 คน คิดเปนรอยละ 38 เพศหญิง 31 คน คิดเปนรอยละ 62 รวม 50 คน คิดเปนรอยละ 100 อายุ 16-20 ป คิดเปนรอยละ 16 อายุ 21-25 ป คิดเปนรอยละ 20 อายุ 26-30 ป คิดเปนรอยละ 24 อายุ 31 ปขึ้นไป คิดเปนรอยละ 40 ประกอบอาชีพสวนตัว คิดเปนรอยละ 6 นักเรียน-นักศึกษา คิดเปนรอยละ 34 ลูกจาง คิดเปนรอยละ 18 ขาราชการ คิดเปนรอยละ 18 และอาชีพอื่นๆที่ไมไดระบุในแบบสอบถาม คิดเปนรอยละ 24 การศึกษา ม.3-ม.6 คิดเปนรอยละ 26 ระดับอุดมศึกษา คิดเปนรอยละ 40 ไมไดทําการศึกษา คิดเปนรอยละ 34 รายได ต่ํากวา 5,000/เดือน คิดเปนรอยละ 30 รายได 5,001-9,999/เดือน คิดเปนรอยละ 24 รายได 10,000-15,000/ เดือน คิดเปนรอยละ 26 รายได 15,001 ขึ้นไป/เดือน คิดเปนรอยละ 20 สวนที่2: การประเมินตามระดับความคิดเห็นจากตารางแบบสอบถามไดขอมูลดังนี้ ปญหาทางเศรษฐกิจสงผลใหเกิดปญหาการหยารางในสังคมไทยมีผูเห็นดวยมากที่สุด 17 คน คิดเปน รอยละ 34 เห็นดวยมาก 16 คน คิดเปนรอยละ 32 เห็นดวยปานกลาง 15 คน คิดเปนรอยละ 30 เห็นดวยนอย 2 คน คิดเปนรอยละ 4 ไมเห็นดวย 0 คน คิดเปนรอยละ 0 มีคาเฉลี่ยเทากับ 3.96 อยูในระดับมาก ความเจริญกาวหนา ทางวิทยาศาสตรกอใหเกิดปญหาการหยารางในสังคมไทยมีผูเห็นดวยมากที่สุด 12 คน คิดเปนรอยละ 24 เห็น ดวยมาก 12 คน คิดเปนรอยละ 24 เห็นดวยปานกลาง 24 คน คิดเปนรอยละ 48 เห็นดวยนอย 2 คน คิดเปนรอยละ 4 ไมเห็นดวย 0 คน คิดเปนรอยละ 0 มีคาเฉลี่ยเทากับ 3.68 อยูในระดับมาก คูสมรสที่มีฐานะแตกตางกัน กอใหเกิดปญหาการหยารางมีผูเห็นดวยมากที่สุด 12 คน คิดเปนรอยละ 24 เห็นดวยมาก 19 คน คิดเปนรอยละ
  • 11.
    38 เห็นดวยปานกลาง 16คน คิดเปนรอยละ 32 เห็นดวยนอย 3 คน คิดเปนรอยละ 6 ไมเห็นดวย 0 คน คิดเปน รอยละ 0 มีคาเฉลี่ยเทากับ 3.8 อยูในระดับมาก ระดับการศึกษาที่ตางกันของคูสมรสกอใหเกิดปญหาการหยาราง มีผูเห็นดวยมากที่สุด 11 คน คิดเปนรอยละ 22 เห็นดวยมาก 14 คน คิดเปนรอยละ 28 เห็นดวยปานกลาง 15 คน คิดเปนรอยละ 30 เห็นดวยนอย 10 คน คิดเปนรอยละ 20 ไมเห็นดวย 0 คน คิดเปนรอยละ 0 มีคาเฉลี่ยเทากับ 3.52 อยูในระดับมาก ทัศนคติที่ตางกันของคูสมรสกอใหเกิดปญหาการหยารางมีผูเห็นดวยมากที่สุด 23 คน คิด เปนรอยละ 46 เห็นดวยมาก 9 คน คิดเปนรอยละ 18 เห็นดวยปานกลาง 13 คน คิดเปนรอยละ 26 เห็นดวยนอย 5 คน คิดเปนรอยละ 10 ไมเห็นดวย 0 คน คิดเปนรอยละ 0 มีคาเฉลี่ยเทากับ 4.00 อยูในระดับมาก เด็กที่อาศัยอยูใน ครอบครัวที่มีปญหาการหยารางจะสงผลกระทบตอสังคมไทยมีผูเห็นดวยมากที่สุด 16 คน คิดเปนรอยละ 32 เห็นดวยมาก 9 คน คิดเปนรอยละ 18 เห็นดวยปานกลาง 17 คน คิดเปนรอยละ 34 เห็นดวยนอย 8 คน คิดเปนรอย ละ 16 ไมเห็นดวย 0 คน คิดเปนรอยละ 0 มีคาเฉลี่ยเทากับ 3.66 อยูในระดับมาก เด็กที่มาจากการหยารางและการ สมรสใหมของพอแมจะกลัวการถูกวิพากษวิจารณและลําบากใจในการดําเนินชีวิตมีผูเห็นดวยมากที่สุด 15 คน คิดเปนรอยละ 30 เห็นดวยมาก 16 คน คิดเปนรอยละ 32 เห็นดวยปานกลาง 15 คน คิดเปนรอยละ 30 เห็นดวย นอย 4 คน คิดเปนรอยละ 8 ไมเห็นดวย 0 คน คิดเปนรอยละ 0 มีคาเฉลี่ยเทากับ 3.84 อยูในระดับมาก การหยา รางกอใหเกิดความรูสึกสะเทือนจิตใจตอผูที่เกี่ยวของมีผูเห็นดวยมากที่สุด 17 คน คิดเปนรอยละ 34 เห็นดวยมาก 14 คน คิดเปนรอยละ 28 เห็นดวยปานกลาง 10 คน คิดเปนรอยละ 20 เห็นดวยนอย 9 คน คิดเปนรอยละ 18 ไม เห็นดวย 0 คน คิดเปนรอยละ 0 มีคาเฉลี่ยเทากับ 3.78 อยูในระดับมาก คูสามี – ภรรยาควรตระหนักถึงผลที่ ตามมาหลังจากการหยารางมีผูเห็นดวยมากที่สุด 24 คน คิดเปนรอยละ 48 เห็นดวยมาก 9 คน คิดเปนรอยละ 18 เห็นดวยปานกลาง 12 คน คิดเปนรอยละ 24 เห็นดวยนอย 5 คน คิดเปนรอยละ 10 ไมเห็นดวย 0 คน คิดเปนรอย ละ 0 มีคาเฉลี่ยเทากับ 4.04 อยูในระดับมาก ปญหาการหยารางสงผลกระทบตอสังคมไทยมีผูเห็นดวยมากที่สุด 26 คน คิดเปนรอยละ 52 เห็นดวยมาก 10 คน คิดเปนรอยละ 20 เห็นดวยปานกลาง 8 คน คิดเปนรอยละ 16 เห็น ดวยนอย 5 คน คิดเปนรอยละ 10 ไมเห็นดวย 1 คน คิดเปนรอยละ 2 มีคาเฉลี่ยเทากับ 4.1 อยูในระดับมาก สรุปไดวาจากการศึกษาปญหาการหยารางสงผลกระทบตอสังคมไทยเปนอยางมาก ทั้งนี้คูสามี – ภรรยา ควรตระหนักถึงผลที่ตามมาหลังจากการหยาราง เพราะปญหาการหยารางสงผลกระทบตอสังคมไทย ซึ่งสาเหตุ ของการหยารางอาจเกิดจากทัศนคติที่ตางกันของคูสมรสกอใหเกิดปญหาการหยาราง ปญหาทางเศรษฐกิจสงผล ใหเกิดปญหาการหยารางในสังคมไทย ทําใหเด็กที่มาจากการหยารางและการสมรสใหมของพอแมจะกลัวการ ถูกวิพากษวิจารณ และลําบากใจในการดําเนินชีวิต รวมไปถึงคูสมรสที่มีฐานะแตกตางกันกอใหเกิดปญหาการ หยาราง การหยารางกอใหเกิดความรูสึกสะเทือนจิตใจตอผูที่เกี่ยวของ ไมวาจะเปนพอแม พี่นองของทั้งฝายหญิง ชาย ความเจริญกาวหนาทางวิทยาศาสตรกอใหเกิดปญหาการหยารางในสังคมไทยก็เปนอีกสาเหตุหนึ่งที่อาจจะ
  • 12.
    ทําใหเกิดการหยารางขึ้น เด็กที่อาศัยอยูในครอบครัวที่มีปญหาการหยารางจะสงผลกระทบตอสังคมไทย และอีก สาเหตุหนึ่งที่สําคัญที่อาจทําใหเกิดการหยารางคือระดับการศึกษาที่ตางกันของคูสมรสกอใหเกิดปญหาการหยา รางเปนตน ขอเสนอแนะ จากแบบสอบถามความคิดเห็นของคูสมรสในชุมชนบานศรีอุดม2 ตําบลศรีสุทโธ อําเภอบานดุง จังหวัด อุดรธานี ขอเสนอแนะสวนมากผูตอบแบบสอบถามตองการที่จะอยากใหมีการเสนอใหหนวยงานที่เกี่ยวของให ความรูผลกระทบหลังการหยากับประชาชน เสนอการออกกฎหมายการหยารางโดยเหตุอันไมควรมีความผิดเลย เชน หยาเพราะพฤติกรรมเมาบอยครั้ง ควรจะหาวิธีแกปญหาใหกับเด็กที่อยูในครอบครัวที่มีปญหาการหยาราง สามี-ภรรยาควรตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นหลังจากการหยาราง ปรับทัศนคติใหคนในสังคมเกี่ยวกับเด็ก ที่มาจากครอบครัวที่หยารางกัน ควรที่จะมีการแกไขปญหาการหยารางในสังคมอยางจริงจัง และแบบสอบถาม ไมครอบคลุม
  • 13.
    บรรณานุกรม ประสิทธิ์ สวาสดิ์ญาติ, ระบบเครือญาติและการจัดระเบียบสังคม,เอกสารอัดสําเนา (กรุงเทพฯ : โครงการตําราคณะรัฐศาสตร จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย, 2533), น.43-57. พระบุญแทน ขันธศรี, “ศึกษาเปรียบเทียบหลักคําสอนเกี่ยวกับการครองเรือนในพุทธศาสนาและ ศาสนาอิสลาม” (วิทยานิพนธอักษรศาสตรมหาบัณฑิต คณะสังคมศาสตร มหาวิทยาลัยมหิดล, 2537), น.20. ภัทรพร สิริกาญจน (บรรณาธิการ), ความรูพื้นฐานทางศาสนา (กรุงเทพฯ : สํานักพิมพ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร, 2537), น.20. วันทนา กลิ่นงาม, “พฤติกรรมการหยาราง” วารสารสังคมศาสตร, น.17-20. สุเกสินี สุภธีระ, “การหยาราง : อุบัติเหตุชีวิต” จุลสารสังคมศาสตร (ขอนแกน) ปที่ 3 ฉบับที่ 1 (พฤศจิกายน 2523-2524) : 81. สุพัตรา สุภาพ, ปญหาสังคม (กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานิชย, 2539), น.31.
  • 14.
  • 15.
    ชื่อโครงราง: การศึกษาเกี่ยวกับปญหาการหยารางของสังคมไทย สาระการเรียนรู: วิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี ชื่อผูคนควา นายวธันยูมูลตรีสา เลขที่ 7 นางสาวเจนจิรา จันทรกุมาร เลขที่ 18 นางสาวดาราภรณ โอทอง เลขที่ 22 นางสาวปยะภรณ สุวรรณรอด เลขที่ 29 นางสาวมนัสนันท สมสวาง เลขที่ 33 นางสาวอารียา บุตรชารี เลขที่ 51 ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6/1 โปรแกรมวิชา วิทย-คณิต โรงเรียนบานดุงวิทยา ปที่ศึกษาคนควา 2558 ความเปนมาและความสําคัญ ครอบครัวนั้นคือสถาบันขั้นมูลฐานที่ทําใหชีวิตมีความเจริญและความเสื่อม นอกจากนั้นแลวครอบครัว ยังถือเปนแหลงเพาะปลูกฝงคุณคาทางศีลธรรม ดังนั้น ครอบครัวจึงมีความสําคัญตอสังคมเปนอยางยิ่ง โดยมีคู สมรสเปนแกนกลางในการสรางความอบอุน หากกลาวไปแลวชีวิตสมรสเปรียบไดกับนาวาที่ลอยอยูกลางทะเล กัปตันเรือทั้งสองจะตองชวยกันประคองเรือใหถึงฝง หากพายุโหมกระหน่ํา โอกาสที่เรือจะอับปางก็มีมาก จึง จําเปนอยางยิ่งที่จะตองประคองเรือใหไปตลอดรอดฝง ความมั่นคงของคูสมรสจึงเปนที่มาของความปลอดภัย ทางสถาบันสังคม แมสังคมเองก็ปรารถนาที่จะใหคูสมรสอยูกันไปตลอดรอดฝง สังคมในอดีตมักยึดแนนอยูกับ วัฒนธรรมครอบครัว ในศริสตศาสนานิกายโรมันคาทอลิกถือวา การยึดมั่นระหวางคูสมรสเปนประกาศิตของ พระเจา มนุษยจักตองรักษาไว ในอดีตการหยารางไมเปนที่ยอมรับของสังคม เพราะถือวาเปนเรื่องนาอับอาย และถาสามีภรรยาคูใด หยารางกัน ก็จะถือเปนเรื่องที่ไมดี จะไดรับการติฉินนินทา ดังนั้นปญหาการหยารางจึงไมคอยเกิดขึ้น ทั้งๆที่ สมัยกอนสวนใหญเปนการแตงงานแบบคลุมถุงชน คือ พอแมจับใหแตงงานกัน แตเมื่ออยูกินดวยกันแลวก็รัก กันและอยูดวยกันจนตายจากกัน ซึ่งอาจเปนเพราะผูหญิงไทยในอดีตมีหนาที่อยูกับบานคอยปรนนิบัติรับใชพอ
  • 16.
    แมและเปนแมบานแมเรือนดูแลการงานภายในบานทุกอยาง ไมไดออกไปทํางานนอกบานเหมือนในปจจุบัน ปญหาการหยารางจึงไมเกิดขึ้น แตปจจุบันสภาพสังคม เศรษฐกิจไดเปลี่ยนแปลงไปครอบครัวไดถูกลดทอนความสําคัญในฐานะหนวย พื้นฐานทางสังคมลงไป สถานการณดังกลาวไดทําใหสถาบันครอบครัวแตกสลาย เพราะปญหาการหยารางที่ กําลังทวีความรุนแรงขึ้นตามลําดับ ชีวิตมีการเริ่มตนก็ตองมีจุดจบ มีเกิดก็ตองมีตาย เมื่อถึงจุดจบ แตละคนก็ เปนไปตามวิถี ชีวิตของตน ชีวิตการแตงงานก็เชนกัน มีการสิ้นสุดลงโดยวิธีการหยาราง การตายจากกัน การละ ทิ้ง การแยกกันอยู คูสมรสอาจจะอยูกันนาน บางคูก็อาจจะอยูกันสั้น การหยารางเปนการสิ้นสุดชีวิตแตงงานของ คูสมรส ยอมเปนเรื่องเศราที่เกิดขึ้นใน สังคมไทย โดยเฉพาะผูหญิงที่หยารางมักจะตองทําหนาที่รับผิดชอบเลี้ยง ดูลูก หรือ ทํางานหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว วัตถุประสงคของการศึกษา 1.เพื่อศึกษาสาเหตุของการหยารางของสังคมไทย 2.เพื่อศึกษาผลกระทบของการหยารางของสังคมไทย สมมติฐานของการศึกษา การหยารางมีผลกระทบโดยตรงตอสถาบันครอบครัว สังคม และประเทศชาติ ประโยชนที่คาดวาจะไดรับ 1.ทราบถึงสาเหตุการหยารางของสังคมไทย 2.ทราบถึงผลกระทบของการหยารางของสังคมไทย ปฏิทินการปฏิบัติกิจกรรม ชื่อการศึกษา การศึกษาเกี่ยวกับปญหาการหยารางในสังคมไทย ภาคการเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2558 ลําดับที่ เดือน รายละเอียดการปฏิบัติกิจกรรม ผูรับผิดชอบ 1 พ.ย. 58 เขียนโครงรางรายงาน คณะผูจัดทํา 2 พ.ย. 58 สรุปความรูที่ไดจากการเรียนในภาคเรียนที่ 1 คณะผูจัดทํา 3 ธ.ค. 59 ออกแบบรูปแบบการเก็บขอมูลในภาคเรียนที่ 2 คณะผูจัดทํา 4 ธ.ค. 59 กําหนดกลุมตัวอยางที่จะเก็บขอมูล คณะผูจัดทํา 5 ธ.ค. 59 กําหนดคาสถิติตางๆ เกณฑคะแนน ชวงคะแนน และการแปลผลคะแนน คณะผูจัดทํา 6 ม.ค. 59 สรุปวิเคราะห สังเคราะหขอมูลที่ได คณะผูจัดทํา 7 ก.พ. 59 นําเสนอผลงานในรูปแบบตางๆ คณะผูจัดทํา
  • 17.