More Related Content
DOC
PDF
PDF
PDF
วิเคราะห์มาตรฐาน ( งานใหม่) PDF
วิเคราะห์หลักสุตรที่ใช้ในการอบรม PDF
PDF
PDF
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 Featured
PDF
2024 Trend Updates: What Really Works In SEO & Content Marketing PDF
Storytelling For The Web: Integrate Storytelling in your Design Process PDF
Artificial Intelligence, Data and Competition – SCHREPEL – June 2024 OECD dis... PDF
How to Leverage AI to Boost Employee Wellness - Lydia Di Francesco - SocialHR... PDF
2024 State of Marketing Report – by Hubspot PDF
Everything You Need To Know About ChatGPT PDF
Product Design Trends in 2024 | Teenage Engineerings PDF
How Race, Age and Gender Shape Attitudes Towards Mental Health PDF
AI Trends in Creative Operations 2024 by Artwork Flow.pdf PDF
PDF
PEPSICO Presentation to CAGNY Conference Feb 2024 PDF
Content Methodology: A Best Practices Report (Webinar) PPTX
How to Prepare For a Successful Job Search for 2024 PDF
Social Media Marketing Trends 2024 // The Global Indie Insights PDF
Trends In Paid Search: Navigating The Digital Landscape In 2024 PDF
5 Public speaking tips from TED - Visualized summary PDF
ChatGPT and the Future of Work - Clark Boyd PDF
Getting into the tech field. what next PDF
Google's Just Not That Into You: Understanding Core Updates & Search Intent PDF
How to have difficult conversations อาชีพนักพากย์
- 1.
- 2.
- 3.
การทางาน
ลักษณะงาน
นักพากย์เสียง จะรับบทแสดงตัวละครด้วยการใช้เสียง การบันทึกเสียงต้นฉบับโดยผู้ที่ให้เสียงนั้นต้องทาตน
เปรียบเสมือนเป็นนักแสดงอยู่ด้วย เพื่อให้เสียงออกมาอย่างสมจริงและออกมาตามคาแรกเตอร์ ประเภทการ
พากย์เสียงแบ่งเป็นประเภทใหญ่ๆ ได้ดังนี้
การพากย์เสียง (voice-over) เป็นรูปแบบการทาเสียงพากย์ ซึ่งเป็นการอัดเสียงต้นฉบับโดยนักพากย์อาชีพ นัก
พากย์มือสมัครเล่น และนักแสดงอาชีพ ที่มีการอัดเสียงต้นฉบับไว้โดยยังไม่มีการทับเสียงพากย์ใหม่ นักพากย์
ต้องทาตนเปรียบเสมือนเป็นนักแสดงอยู่ด้วยเช่นกัน มักจะใช้ในรายการสารคดี หรือบทบรรยายก่อนหน้า
ภาพยนตร์เริ่ม
การพากย์เสียงทับ (dubbing) หมายถึงการอัดเสียงทับใหม่ เป็นการอัดเสียงทับเสียงต้นฉบับเพื่อไปเป็นเสียง
พากย์ในภาษาอื่น ซึ่งนักพากย์หรือนักแสดงมาอ่านบทแล้วเข้าห้องอัดเสียงเพื่อบันทึกเสียง ส่วนมากจะเป็น
การ์ตูน/อานิเมะ ซีรีส์ที่ฉายทางโทรทัศน์ ภาพยนตร์ต่างประเทศ คาว่า dub ในความหมายปัจจุบันคือการ
พากย์ทั่วไป Dubbing ก็ยังมีแบ่งไปอีกว่าจะเป็น Fan dub ที่แฟนๆ พากย์ใส่กันเองกับ Dub
parody ชื่อพากย์นรกแบบไทยๆ ที่ชอบนามาพากย์ตลกๆ ขาๆ แทนเนื้อเรื่องจริงเป็นต้น
- 4.
ขั้นตอนการทางาน
เริ่มโดยการอ่านบทพากย์หรือสคริปท์ ต้องฝึกอ่านสคริปท์ ควรฝึกอ่านออกเสียงโดยมีการเว้นวรรค
ตอนที่ถูกต้องการออกเสียงสูงเสียงต่าตามเนื้อหา รวมถึงการตีความบทพากย์หรือสคริปท์
โดยเน้นเสียงขึ้นลงในจุดที่ควรให้ความสาคัญ
เตรียมร่างกายให้พร้อมและพักผ่อนเพียงพอ ไม่ง่วงนอน เทคนิคทางกาย ที่ควรฝึกทาบ่อยๆ
ได้แก่ ฝึกหายใจเข้าให้ท้องป่อง หายใจออกให้ท้องแฟ่บ, หายใจเข้าให้ลึกที่สุด กลั้นไว้ 5
วินาที จากนั้นออกเสียง "โอ" ยาวๆ จนลมหายใจหมด, หมั่นออกกาลังกาย พัฒนาปอด เตรียม
ใจให้พร้อม ควรจะไม่มีเรื่องที่รบกวนจิตใจ ควรปล่อยวางเรื่องที่กังวลใจอยู่ จะทาให้มีสมาธิ
แล้วผลงานจะออกมาดี
ตรวจสอบเครื่องมือให้พร้อมใช้งานในตอนที่ต้องพากย์เสียง เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด
เริ่มการพากย์ สามารถอัดได้หลายเทค เพื่อเลือกเสียงที่เหมาะสมกับตัวละครมากที่สุด พร้อมทั้ง
แก้ไขส่วนที่พากย์ผิด พากย์ไม่ครบตอน
จากนั้นนาไปเข้าโปรแกรมตัดต่อวิดีโอ สร้างสรรค์ผลงานต่อไป
- 5.
- 6.
ผู้ที่ต้องทางานด้วย
วิศวกรเสียง (อังกฤษ: soundengineer หรือ audio engineer) การควบคุมใน
กระบวนการบันทึกเสียง (sound recording), การเพิ่มคุณภาพเสียง (sound
reinforcement) มีหน้าที่ในการตัดต่อ ปรับแต่งเสียงโดยวิธีและเทคนิคต่างๆ เพื่อที่จะ
สามารถสื่อถึงความหมายหรือความต้องการที่นักพากย์เสียงต้องการสื่อออกมาให้ได้มากที่สุด
มักจะใช้ในงานพากย์ใหญ่ๆ
ทีมพากย์เสียง ในบางงานต้องมีนักพากย์หลายคน อัดพร้อมกัน เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวให้ต่อเนื่อง
ทีมตัดต่อ
นักเขียนหรือนักแปล ที่เป็นผู้เรียบเรียงและเขียนให้บทให้แก่นักพากย์ถ่ายทอด จึงต้องสื่อสาร
อารมณ์ความรู้สึกกันให้เข้าใจ เพื่อให้นักพายก์ถ่ายทอดเสียงออกมาได้ตามโจทย์ที่ต้องการ
- 7.
- 8.
- 9.
ข้อดีของอาชีพ
เป็นงานที่สนุก เพราะเราได้ทาหลายอย่างทั้งการพากย์หนัง พากย์การตูนโดยเราจะต้องพากย์ตาม
เสียงของตัวละครเหมือนเป็นนักแสดง โดยในหนึ่งเรื่อง เราได้พากย์หลายตัวละครก็ได้เช่นกัน
ไม่ซ้าซากจาเจ มีเรื่องมีตอนใหม่ ๆ ให้เราพากย์เสมอ
รายได้ดี หากชานาญ และมีประสบการณ์เยอะ
เป็นงานที่มีความอิสระสูง สามารถรับงานนอกได้หากไม่กระทบกับงานพากย์ประจาที่ตนเองสังกัด
ไม่มีเกษียณอายุในการทางาน สามารถทางานได้ตลอดจนกว่าจะทาไม่ไหว
- 10.
- 11.
- 12.
ทักษะที่ควรมี
ทักษะด้านการอ่านและการตีความ ในการพากย์เสียงต้องมีการอ่านบทพากย์และตีความ ซึ่งต้อง
อ่านออกเสียงได้ชัดเจนคล่องแคล่ว ตรงตามไวยากรณ์ มีการเว้นวรรคตอนถูกต้องและเป็น
ธรรมชาติ นักพากย์เสียงได้หลายอารมณ์ต้องหาวิธีสร้างเสียงให้เข้ากับอารมณ์และ
สถานการณ์นั้นๆ ซึ่งต้องใช้การฝึกซ้อม และตีความจากบท หรือการบรีฟของผู้เขียน
ทักษะด้านการแสดง ในที่นี้จะไม่ได้หมายถึงการแสดงออกทางกาย แต่แสดงออกทางน้าเสียงตาม
อารมณ์ของตัวละคร เช่น อารมณ์โมโห กังวล สนุกสนาน หรือการเน้นเสียงหนักเบาเพื่อให้
เนื้อหาที่เป็นตัวอักษรมาทาให้มีชีวิตมีความน่าสนใจมากขึ้น
ทักษะด้านภาษา นักพากย์เสียงต้องมีทักษะทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ เพื่อให้เข้าใจ
อารมณ์ของตัวละครได้มากขึ้น สามารถทางานพากย์ได้หลากหลายมากขึ้น
ทักษะเฉพาะทางการเล่นเสียงเล่นคา ทักษะด้านนี้จะได้มาจากการฝึกฝนและประสบการณ์ เช่น
เทคนิคการเล่นคา การแทรกมุกตลก หรือการใช้ดัดเสียงเพื่อให้สามารถพากย์เป็นหลายตัว
ละครได้ในเรื่องเดียว จะช่วยให้งานพากย์น่าสนใจมากขึ้น
- 13.
ทักษะที่ควรมี
ทักษะการฟัง การพูดและการออกเสียง หากเป็นกรณีในการพากย์เสียงทับเสียงภาษาอื่นต้องทาความเข้าใจ
ในน้าเสียง และอารมณ์ของตัวละคร และพูด ออกเสียงอย่างชัดเจนและเข้าใจ
ทักษะการฟัง การพูดและการออกเสียง หากเป็นกรณีในการพากย์เสียงทับเสียงภาษาอื่น ต้องทาความเข้าใจ
ในน้าเสียง และอารมณ์ของตัวละคร และพูด ออกเสียงอย่างชัดเจนและเข้าใจ
ทักษะการร้องเพลง อาจไม่จาเป็นที่สุด แต่ถือเป็นทักษะที่จะช่วยขยายวงกว้างในการทางานมากขึ้น เช่น
สามารถพากย์เสียงการ์ตูนแพลงหรือภาพยนตร์เพลง (Musical Film)
ทักษะภาษาอังกฤษ ถือว่าจาเป็นอย่างมาก เพราะปัจจุบันหากเป็นนักพากย์ที่สามารถพูดได้ทั้งไทยและ
อังกฤษอย่างชัดเจน และมีสาเนียงที่ถูกต้อง จะช่วยเพิ่มรายได้มากขึ้น
- 14.
- 15.
คาแนะนาสาหรับพัฒนาตนเอง
Hard Skills
ต้องรู้จักธรรมชาติของเสียงตัวเองก่อน ว่าเป็นคนเสียงแบบไหนเสียงหนา เสียงบางควรจะพากย์
เป็นตัวอะไรได้บ้าง
ฝึกออกเสียง เพื่อออกเสียงให้ชัดถ้อยชัดคา อักขระถูกต้อง ไม่ว่าจะฝึกฝนด้วยตัวเอง หรือฝึกโดย
สถาบัน หรือมีครูผู้สอน
ฝึกการทาหลายๆ อย่างไปพร้อมๆ กัน เช่น การอ่าน การออกเสียง การใส่อารมณ์ในบทที่กาลังให้
เสียง เพราะการพากย์จะต้องทาทุกอย่างทั้งหมดภายในเวลาเดียวกัน ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่เรื่อง
ง่าย
การหัดทาเสียงที่หลากหลาย อย่างหนังเรื่องหนึ่ง นักพากย์แต่ละคนต้องทาหน้าที่พากย์เสียงตัว
ละครหลายตัว ซึ่งอาจจะมีหลายบุคลิกลักษณะ
การหัดพากย์เสียงในอารมณ์ และในสถานการณ์ต่างๆ กัน ต้องพยายามทาให้ได้ และต้องหาวิธี
สร้างเสียงให้เข้ากับอารมณ์และสถานการณ์นั้นๆ
- 16.
คาแนะนาสาหรับพัฒนาตนเอง
การบังคับ ควบคุมการเปล่งเสียง พลังของเสียงจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเรามีการบังคับ และความคุมการเปล่ง
เสียงได้ดีพอ ซึ่งอาจจะใช้หลักและเทคนิคของการร้องเพลง การแสดงละครเวที ที่ใช้เสียงเป็นหลักนามา
ประยุกต์ใช้ เมื่อเวลาผ่านไปพอควบคุมเสียงได้แล้ว จะรู้สึกเองว่าเสียงที่ส่งออกไปสื่ออารมณ์ได้ตรงตาม
ต้นฉบับจริงๆ
Soft Skills
ฝึกการทางานร่วมกับผู้อื่น เพราะเป็นงานที่ต้องทาเป็นทีม
จัดการเวลาให้ดี เพราะเป็นงานที่กดดันทั้งเรื่อง
กิจกรรมต่าง ๆ
เข้าร่วมโครงการฝึกอบรม หรือการประกวดนักพากย์รุ่นจิ๋ว นักพากย์เยาวชนต่าง ๆ ทั้งจากภาครัฐหรือ
เอกชน
- 17.
เรื่องเล่าในรั้วมหาวิทยาลัย
แม้ว่านักพากย์เสียง จะไม่จาเป็นต้องเรียนตรงสาย แต่ตัวอย่างคณะที่ใกล้เคียงและช่วยพัฒนา
ส่งเสริมศักยภาพการเป็นนักพากย์ได้ดี คือ คณะนิเทศศาสตร์ สาขาสื่อสารการแสดง (ตัวอย่าง
หลักสูตรจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) เพราะการพากย์ก็คือการแสดง แต่เป็นการแสดงด้วย
เสียงแทนนักแสดงในเรื่อง ฉะนั้นการเรียนสาขานี้จะทาให้เข้าถึงบทบาทตัวละครได้ง่ายยิ่งขึ้น
รู้จักการใช้เสียงสื่ออารมณ์ความรู้สึกได้
เคล็ดลับการเรียน
ต้องฝึกตัวเองบ่อยๆ พยายามเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ไปเรียนรู้ข้างนอก เช่น เข้าร่วมกิจกรรมของ
ทางมหาวิทยาลัย หรือการรับงานอิสระ อย่างนักพากย์ เล่านิทาน งานพิธิกรเพื่อลองว่าเราถนัด
แบบไหน แล้วเขามีเทคนิคยังไงบ้าง จะทาให้เราเรียนรู้ได้เร็ว เป็นไวกว่าเรียนในห้องเพียง
อย่างเดียว
ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย
ปี 1 ถึง ปี 2 จะเรียนรวมกันก่อนทั้งคณะ ก็จะเรียนพวกวิชาพื้นฐานวิชาทางนิเทศศาสตร์เหมือนกัน
เช่น พื้นฐานการประชาสัมพันธ์และโฆษณา การสื่อสารมวนชนและนิเทศศาสตร์เบื้องต้น การ
สื่อข่าว การเขียนข่าว หลักและการปฏิบัติทางวาทนิเทศ ภาษาเพื่อการสื่อสาร (รอบด้านทั้ง ฟัง
พูด อ่าน เขียน)
- 18.
เรื่องเล่าในรั้วมหาวิทยาลัย
ชั้นปีที่ 3 จะได้เรียนทฤษฎีสื่อสารการแสดงการบริหารจัดการการแสดง วรรณกรรมการแสดง การเขียนบท
การวิจารณ์การแสดง และการฝึกงานอาชีพทางสื่อสารการแสดง
ชั้นปี 4 จะได้เรียนการจัดการด้านโปรดักชัน การทาละครขึ้นมาจริงๆ เขียนบทเอง ทาทุกอย่างเอง เป็นโปร
เจ็กต์จบตอนสุดท้ายปลายภาคเรียน
ค่าเทอมตลอดหลักสูตร
-กยศ
ทุนจิตอาสาพัฒนาคณะศิลปกรรมศาสตร์ (มีหลายทุนขึ้นอยู่กับคุณสมบัติที่ทางคณะกาหนดไว้)
- 19.