More Related Content
PDF
PDF
พรบ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 PDF
จุดเน้นที่ออกสอบพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 PDF
สรุป พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารพ.ศ. 2540 PDF
PDF
ประเด็นคำถาม เรื่องพรบ.ข้อมูลข่าวสาร DOC
แนวข้อสอบ พรบ.ข้อมุลข่าวสาร 2540 ok PDF
พรบ.ข้อมูลข่าวสาร พ.ศ.2540 Viewers also liked
PPTX
PPT
Plan de intervención práctica profesional Ausentismo DOCX
PDF
PDF
La evolución-de-la-web-1 (1) PDF
Trade Magazine Feature Writing PPTX
PDF
PDF
PDF
PDF
Vitamins for mature people. Viscom 1214 PPTX
Universidad indoamerica carnaval PPTX
Enchanted Loom Barbara Arrowsmith-Young PDF
DOC
General Letter of Recommendation for Douglas Bingham DOCX
DOC
DOCX
DOCX
Similar to Prb
PDF
พรบ. ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 PDF
พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ. 2540 PDF
แนวข้อสอบพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ. พ.ศ. 2540 PDF
แนวข้อสอบพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 PDF
พรบ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 2550 PDF
แนวข้อสอบพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ. 2540 PDF
แนวข้อสอบพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ศ. 2540 PDF
พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดีทัศน์ พ.ศ.2551 PDF
พระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ.2520 PDF
สรุป ระเบียบข้าราชการพลเรือน.pdf PDF
พระราชบัญัญัติข้อมูลข่าวสารทางราชการ2540 PDF
PDF
17 ข้อ-ที่ต้องรู้ก่อนเสียเวลา PDF
PDF
2552 2.1-plan administration-land PDF
แนวทางแก้ไขปัญหาความรับผิดของ อปท. PDF
PDF
PDF
PDF
Prb
- 1.
พระราช บัญ ญัต ิ
ข้อ มู ล ข่า ว ส ารของราชการ
พ .ศ .2540
---------------------------------------------
ภู ม ิ พ ล อ ดุ ล ย เ ด ช ป .ร.
ให้ไ ว้ ณ วัน ที่ ๒ กัน ย า ย น พ .ศ .๒ ๕ ๔๐
เ ป็ น ปี ท ี่ ๕๒ ในรัช กาล ปั จ จุ บ ั น
พระบาทสมเด็ จพระปรมิ น ทรมหาภู มิ พ ลอดุ ล ยเดช มี
พระบรมราชโองการโปรดเกล้ า ฯ ให้ประกาศว่ า
โดยที่ เ ป็ น การสมควรให้ มี ก ฎหมายว่ า ด้ ว ยข้อ มู ลข่าวสาร
ของราชการ
จึงทรงพระกรุ ณ าโปรดเกล้ า ฯ ให้ตราพระราชบั ญญั ติขึ้น
ไว้โดยคำา แนะนำา และยิ น ยอมของรั ฐ สภาดั ง ต่ อไปนี้
มาตรา ๑
พระราชบั ญญั ติ นี้ เ รี ย กว่ า “พระราชบั ญญั ติ
ข้อมู ลข่าวสารของราชการ พ.ศ.๒๕๔๐”
มาตรา ๒
พระราชบั ญญั ติ นี้ให้ใช้บังคั บ เมื่ อพ้ น กำา หนด
เก้ า สิ บ วั น นั บ แต่ วั น ประกาศในราชกิจจานุ เ บกษาเป็ น ต้ นไป
- 2.
มาตรา ๓
บรรดากฎหมาย กฎระเบี ย บ และข้อบั งคั บ
อื่น ในส่วนที่ บั ญญั ติไว้แล้ วในพระราชบั ญญั ติ นี้ หรื อซึ่ งขัด
หรื อ แย้ ง กั บ บทแห่ งพระราชบั ญญั ติ นี้ให้ใช้พระราชบั ญญั ติ นี้
แทน
ม า ต ร า ๔ ในพระราชบั ญญั ติ นี้
“ข้อมู ลข่าวสาร ” หมายความว่ า สิ่ งที่ สื่ อความหมายให้ รู้
เรื่ องราวข้อเท็ จจริ ง ข้อมู ล หรื อ สิ่ งใดๆ ไม่ว่าการสื่ อความ
หมายนั้ นจะทำา ได้โดยสภาพของสิ่ งนั้ น เองหรื อโดยผ่ า นวิ ธี ก าร
ใดๆ และไม่ ว่ าจะได้จัด ทำา ไว้ในรู ปของเอกสาร แฟ้ ม รายงาน
หนั งสื อ แผนผั ง แผนที่ ภาพวาด ภาพถ่ า ย ฟิล์ ม การบั น ทึ ก
ภาพหรื อ เสี ย ง การบั น ทึ กโดยเครื่ อ งคอมพิ ว เตอร์ หรื อวิ ธี อื่ น
ใดที่ทำาให้สิ่งที่ บั นทึ กไว้ ป รากฏได้
“ข้อมู ลข่าวสารของราชการ ” หมายความว่ า ข้อมู ล
ข่าวสารที่ อยู่ในความครอบครองหรื อ ควบคุ ม ดู แ ลของหน่ วย
งานของรั ฐ
ไม่ว่าจะเป็ นข้อ มู ลข่าวสารเกี่ ยวกั บ การดำา เนิ น
งานของรั ฐหรื อข้อ มู ลข่าวสารเกี่ ยวกั บ เอกชน
“หน่ วยงานของรั ฐ ” หมายความว่ า ราชการส่ ว นกลาง
ราชการส่ วนภู มิ ภ าค ราชการส่ ว นท้ องถิ่ น รั ฐวิ ส าหกิ จ ส่วน
ราชการสั ง กั ด รั ฐ สภา ศาลเฉพาะในส่ วนที่ไม่ เ กี่ ยวกั บ การ
พิจารณาพิ พากษาคดี องค์ ก รควบคุ ม การประกอบวิ ชาชีพ
หน่ วยงานอิ ส ระของรั ฐ และหน่ ว ยงานอื่ น ตามที่ กำา หนดในกฎ
กระทรวง
- 3.
“เจ้ าหน้ าที่ ของรั ฐ ” หมายความว่ า ผู้ซึ่งปฏิ บั ติ ง านให้แก่
หน่ วยงานของรั ฐ
“ข้อมู ลข่าวสารส่ วนบุ ค คล ” หมายความว่ า ข้อมู ลข่าวสาร
เกี่ ยวกั บ สิ่ ง เฉพาะตั วของบุ ค คล เช่น การศึ ก ษา ฐานะการเงิ น
ประวั ติ สุขภาพ ประวั ติ อ าชญากรรม หรื อ ประวั ติ ก ารทำา งาน
บรรดาที่ มี ชื่อของผู้ นั้ นหรื อ มี เ ลขหมาย รหั ส หรื อสิ่ ง บอก
ลั กษณะอื่ นที่ ทำาให้รู้ ตั วผู้ นั้ นได้ เช่น ลายพิ มพ์ นิ้ ว มื อ แผ่ น
บั นทึ ก ลั ก ษณะเสี ย งของคนหรื อ รู ป ถ่ า ย และให้ห มายความ
รวมถึ งข้อ มู ลข่าวสารเกี่ ยวกั บ สิ่ ง เฉพาะตั วของผู้ ที่ ถึ งแก่ ก รรม
แล้ วด้ วย
“คณะกรรมการ ” หมายความว่ า คณะกรรมการข้ อ มู ล
ข่าวสารของราชการ
“คนต่ างด้ า ว ” หมายความว่ า บุ ค คลธรรมดาที่ ไม่ มี
สั ญชาติไทยและไม่ มี ถิ่ น ที่ อยู่
ในประเทศไทย และนิ ติ บุ ค คลดั ง ต่ อไปนี้
(๑) บริ ษั ทหรื อห้ า งหุ้ น ส่ วนที่ มี ทุ น เกิ น กึ่ งหนึ่ งเป็ นของคน
ต่ างด้ า ว ใบหุ้นชนิดออกให้แก่ ผู้ ถื อ ให้ถือว่ าใบหุ้ นนั้ นคน
ต่ างด้ า วเป็ น ผู้ ถื อ
(๒) สมาคมที่ มี ส มาชิ ก เกิ น กึ่ งหนึ่ ง เป็ น คนต่ า งด้ า ว
(๓) สมาคมหรื อ มู ล นิ ธิ ที่ มี วั ต ถุ ป ระสงค์ เ พื่ อ ประโยชน์ของ
คนต่ า งด้ า ว
(๔) นิติ บุ ค คลตาม (๑) (๒) (๓) หรื อนิ ติ บุ ค คลอื่ นใดที่ มี ผู้
จัดการหรื อ กรรมการเกิ น กึ่ งหนึ่ ง เป็ น คนต่ า งด้ า ว
- 4.
นิติ บุ คคลตามวรรคหนึ่ ง ถ้ า เข้าไปเป็ น ผู้ จั ด การหรื อ
กรรมการ สมาชิ ก หรื อ มี ทุ นในนิ ติ บุ ค คลอื่ น ให้ถือว่ าผู้ จัดการ
หรื อ กรรมการ หรื อสมาชิ ก หรื อเจ้ าของทุ น ดั ง กล่ า วเป็ น คน
ต่ างด้ า ว
ม า ต ร า ๕ ให้นายกรั ฐ มนตรี รั ก ษาการตามพระราช
บั ญญั ติ นี้ และมี อำา นาจออกกฎกระทรวง เพื่ อปฏิ บั ติ ต ามพระ
ราชบั ญญั ติ นี้
กฎกระทรวงนั้ น เมื่ อ ประกาศในราชกิ จจานุ เ บกษาแล้ วให้
ใช้บังคั บได้
ม า ต ร า ๖ ให้จัดตั้ ง สำา นั ก งานคณะกรรมการข้ อ มู ล
ข่าวสารของราชการขึ้ นในสังกั ด สำา นั ก งานปลั ด สำา นั ก นายก
รั ฐ มนตรี มี หน้ า ที่ ป ฏิ บั ติ ง านเกี่ ยวกั บ งานวิ ชาการและธุ ร การ
ให้แก่ คณะกรรมการและคณะกรรมการวิ นิ จฉัยการเปิ ด เผย
ข้อมู ลข่าวสาร ประสานงานกั บ หน่ ว ยงานของรั ฐ และให้ คำา
ปรึ ก ษาแก่ เ อกชนเกี่ ยวกั บ การปฏิ บั ติ ต ามพระราชบั ญ ญั ติ นี้
หมวด ๑
การเ ปิ ด เ ผ ย ข้ อ มู ล ข่า ว ส า ร
_______________
ม า ต ร า ๗ หน่ วยงานของรั ฐต้ องส่ งข้อ มู ลข่าวสารของ
ราชการอย่ า งน้ อยดั ง ต่ อไปนี้ ลงพิ มพ์ในราชกิจจานุ เ บกษา
(๑) โครงสร้ า งและการจั ด องค์ ก รในการดำา เนิ น งาน
- 5.
(๒) สรุ ปอำา นาจหน้ า ที่ ที่ สำา คั ญ และวิ ธี ก ารดำา เนิ น งาน
(๓) สถานที่ ติ ด ต่ อ เพื่ อขอรั บข้อ มู ลข่าวสาร หรื อ คำา แนะนำา
ในการติ ด ต่ อ กั บ หน่ วยงานของรั ฐ
(๔) กฎ มติ คณะรั ฐ มนตรี ข้อบั งคั บ คำา สั่ ง หนั งสื อ เวี ยน
ระเบี ย บ แบบแผน นโยบาย หรื อการตี ค วาม ทั้ งนี้ เฉพาะที่
จัดให้มีขึ้นโดยมี ส ภาพอย่ า งกฎ เพื่ อให้มี ผลเป็ น การทั่ วไปต่ อ
เอกชนที่ เ กี่ ยวข้อง
(๕) ข้อมู ลข่าวสารอื่ น ตามที่ คณะกรรมการกำา หนด
ข้อมู ลข่าวสารใดที่ได้ มี ก ารจั ดพิ มพ์ เพื่ อให้แพร่ ห ลายตาม
จำา นวนพอสมควรแล้ ว ถ้ า มี ก ารลงพิ ม พ์ในราชกิจจานุ เ บกษา
โดยอ้ างอิ ง ถึ ง สิ่ งพิ มพ์ นั้ น ก็ให้ถือว่ า เป็ น การปฏิ บั ติ ต าม
บทบั ญ ญั ติ วรรคหนึ่ ง แล้ ว
ให้หน่วยงานของรั ฐรวบรวมและจั ดให้ มีข้อมู ลข่าวสาร
ตามวรรคหนึ่ งไว้เผยแพร่ เพื่ อขายหรื อ จำา หน่ า ยจ่ ายแจก ณ
ที่ ทำา การของหน่ วยงานของรั ฐ แห่ ง นั้ น ตามที่ เ ห็ น สมควร
ม า ต ร า ๘ ข้อมู ลข่าวสารที่ ต้ องลงพิ มพ์ ต ามมาตรา ๗
(๔) ถ้ ายั งไม่ได้ลงพิ มพ์ในราชกิจจานุ เ บกษา จะนำา มาใช้
บั งคั บในทางที่ ไม่ เ ป็ น คุ ณ แก่ ผู้ใดไม่ได้ เว้ น แต่ ผู้ นั้ นจะได้ รู้ ถึ ง
ข้อมู ลข่าวสารนั้ น ตามความเป็ น จริ ง มาก่ อ นแล้ ว เป็ น เวลาพอ
สมควร
ม า ต ร า ๙ ภายใต้ บั งคั บ มาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๕
หน่ วยงานของรั ฐต้ องจั ดให้มีข้อมู ลข่าวสารของราชการอย่ า ง
- 6.
น้อยดั ง ต่อไปนี้ไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ ทั้ งนี้ ตามหลั ก
เกณฑ์ แ ละวิ ธี ก ารที่ คณะกรรมการกำา หนด
(๑) ผลการพิ จารณาหรื อ คำา วิ นิ จฉัยที่ มี ผ ลโดยตรงต่ อ
เอกชน รวมทั้ ง ความเห็ น แย้ ง และคำา สั่ ง ที่ เ กี่ ยวข้องในการ
พิจารณาวิ นิ จฉัยดั งกล่ า ว
(๒) นโยบายหรื อ การตี ค วามที่ ไม่ เข้าข่ายต้ องลงพิ มพ์ใน
ราชกิจจานุ เ บกษา ตามมาตรา ๗ (๔)
(๓) แผนงาน โครงการ และงบประมาณรายจ่ า ยประจำา ปี
ของปี ที่ กำา ลั ง ดำา เนิ น การ
(๔) คู่ มื อหรื อ คำา สั่ ง เกี่ ยวกั บ วิ ธี ป ฏิ บั ติ ง านของเจ้ า หน้ า ที่
ของรั ฐ ซึงมี ผลกระทบถึ ง สิ ท ธิ ห น้ า ที่ ของเอกชน
่
(๕) สิ่ งพิ มพ์ ที่ได้ มี ก ารอ้ า งอิ ง ถึ ง ตามมาตรา ๗ วรรคสอง
(๖) สั ญญาสั ม ปทาน สัญญาที่ มี ลั ก ษณะเป็ น การผู กขาด
ตั ดตอนหรื อ สั ญ ญาร่ ว มทุ น กั บ เอกชนในการจั ด ทำา บริ ก าร
สาธารณะ
(๗) มติ คณะรั ฐ มนตรี หรื อ มติ ค ณะกรรมการที่ แต่ ง ตั้ งโดย
กฎหมาย หรื อโดยมติ คณะรั ฐ มนตรี ทั้ งนี้ ให้ระบุ ร ายชื่ อ
รายงานทางวิ ชาการ รายงานข้อเท็ จจริ ง หรื อข้อมู ลข่าวสารที่
นำา มาใช้ในการพิจารณาไว้ด้ วย
(๘) ข้อมู ลข่าวสารอื่ น ตามที่ คณะกรรมการกำา หนด
ข้อมู ลข่าวสารที่ จั ดให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ตามวรรค
หนึ่ ง ถ้ า มี ส่ วนที่ ต้ องห้ า มมิ ให้เ ปิ ด เผยตามมาตรา ๑๔ หรื อ
- 7.
มาตรา ๑๕ อยู่ด้ วย ให้ลบหรื อ ตั ด ทอนหรื อ ทำา โดยประการอื่ น
ใดทีไม่เ ป็ น การเปิ ด เผยข้ อ มู ลข่ าวสารนั้ น
่
บุ ค คลไม่ ว่ าจะมี ส่ วนได้ เ สี ย เกี่ ยวข้องหรื อไม่ ก็ ต าม ย่อ มมี
สิ ทธิ เข้าตรวจดู ขอสำา เนาหรื อขอสำา เนาที่ มี คำา รั บ รองถู ก ต้ อ ง
ของข้อมู ลข่าวสารตามวรรคหนึ่ งได้ ในกรณี ที่ ส มควรหน่ ว ย
งานของรั ฐโดยความเห็ นชอบของคณะกรรมการ จะวางหลั ก
เกณฑ์ เ รี ย กค่ า ธรรมเนี ย มในการนั้ น ก็ได้ ในการนี้ให้คำา นึ งถึ ง
การช่วยเหลื อผู้ มี ร ายได้ น้ อยประกอบด้ ว ย ทั้ งนี้ เว้ นแต่ จะมี
กฎหมายเฉพาะบั ญ ญั ติไว้เ ป็ น อย่ างอื่ น
คนต่ า งด้ า วจะมี สิ ท ธิ ต ามมาตรานี้ เ พี ยงใดให้เป็ นไปตามที่
กำา หนดโดยกฎกระทรวง
ม า ต ร า ๑๐ บทบั ญญั ติ ม าตรา ๗ และมาตรา ๙ ไม่
กระทบถึ งข้อ มู ลข่าวสารของราชการที่ มี ก ฎหมายเฉพาะ
กำา หนดให้มี ก ารเผยแพร่ ห รื อ เปิ ด เผย ด้วยวิ ธี ก ารอย่ า งอื่ น
ม า ต ร า ๑๑ นอกจากข้อ มู ลข่าวสารของราชการที่ ล ง
พิมพ์ในราชกิจจานุ เ บกษาแล้ ว หรื อที่ จั ดไว้ให้ประชาชนเข้า
ตรวจดูได้แ ล้ ว หรื อที่ มี ก ารจั ดให้ป ระชาชนได้ค้นคว้ า ตาม
มาตรา ๒๖ แล้ ว ถ้ า บุ ค คลใดขอข้อมู ลข่าวสารอื่ นใดของ
ราชการและคำา ขอของผู้ นั้ นระบุ ข้อ มู ลข่าวสารที่ ต้ องการใน
ลั กษณะที่ อ าจเข้าใจได้ตามควร ให้หน่วยงานของรั ฐผู้ รั บผิ ด
ชอบจัดหาข้อ มู ลข่าวสารนั้ นให้แก่ ผู้ขอภายในเวลาอั น สมควร
เว้ น แต่ ผู้ นั้ นขอจำา นวนมากหรื อ บ่ อ ยครั้ งโดยไม่ มี เ หตุ ผ ลอั น
สมควร
- 8.
ข้อมู ลข่าวสารของราชการใดมี สภาพที่ อาจบุ บ สลายง่ า ย
หน่ วยงานของรั ฐจะขอขยายเวลาในการจั ด หาให้หรื อจะจั ด ทำา
สำา เนาให้ในสภาพอย่ า งหนึ่ งอย่ างใด เพื่ อ มิให้เกิ ด ความเสี ย
หายแก่ ข้อมู ลข่าวสารนั้ น ก็ได้
ข้อมู ลข่าวสารของราชการที่ หน่ วยงานของรั ฐจั ดหาให้
ตามวรรคหนึ่ ง ต้ องเป็ นข้อ มู ลข่ าวสารที่ มี อ ยู่ แ ล้ วในสภาพที่
พร้ อ มจะให้ได้ มิใช่เป็ นการต้ อ งไปจั ด ทำา วิเคราะห์ จำา แนก
รวบรวม หรื อจั ดให้มีขี้นใหม่ เว้ น แต่ เ ป็ น การแปรสภาพเป็ น
เอกสารจากข้ อ มู ลข่ าวสารที่ บั น ทึ กไว้ในระบบการบั น ทึ ก ภาพ
หรื อ เสี ยง ระบบคอมพิ ว เตอร์ หรื อ ระบบอื่ นใด ทั้ งนี้ ตามที่
คณะกรรมการกำา หนด แต่ ถ้ า หน่ ว ยงานของรั ฐ เห็ น ว่ า กรณี ที่
ขอนั้นมิใช่การแสวงหาผลประโยชน์ ทางการค้ า และเป็ น เรื่ อง
ที่ จำา เป็ น เพื่ อ ปกป้ อ งสิ ท ธิ เ สรี ภ าพสำา หรั บ ผู้ นั้ นหรื อ เป็ น เรื่ องที่
จะเป็ น ประโยชน์ แ ก่ ส าธารณะ หน่ วยงานของรั ฐจะจั ดหา
ข้อมู ลข่าวสารนั้ นให้ก็ได้
บทบั ญญั ติ วรรคสามไม่ เ ป็ น การห้ า มหน่ ว ยงานของรั ฐ ที่ จะ
จัดให้มีข้อมู ลข่าวสารของราชการใดขึ้นใหม่ให้แก่ ผู้ ร้ องขอ
หากเป็ น การสอดคล้ อ งด้ ว ยอำา นาจหน้ า ที่ ต ามปกติ ของหน่ วย
งานของรั ฐนั้ นอยู่ แ ล้ ว
ให้นำาความในมาตรา ๙ วรรคสอง วรรคสาม และวรรคสี่
มาใช้บังคั บ แก่ ก ารจั ด หาข้อ มู ลข่ าวสารให้ตามมาตรานี้ โดย
อนุโลม
- 9.
ม า ตร า ๑๒ ในกรณีที่ มี ผู้ ยื่ น คำา ขอข้อมู ลข่าวสารของ
ราชการตามมาตรา ๑๑ แม้ ว่ าข้อ มู ลข่าวสารที่ ขอจะอยู่ใน
ความควบคุ ม ดู แ ลของหน่ วยงานส่ ว นกลาง หรื อส่ วนสาขาของ
หน่ วยงานแห่ ง นั้ นหรื อจะอยู่ ในความควบคุ ม ดู แ ลของหน่ วย
งานของรั ฐแห่ งอื่ น ก็ ต าม ให้หน่วยงานของรั ฐที่ รั บ คำา ขอให้คำา
แนะนำา เพื่ อไปยื่ น คำา ขอต่ อหน่ วยงานของรั ฐที่ ควบคุ ม ดู แ ล
ข้อมู ลข่าวสารนั้ นโดยไม่ชักช้า
ถ้ าหน่ วยงานของรั ฐผู้ รั บ คำา ขอเห็ นว่ าข้อ มู ลข่าวสารที่ มี
คำา ขอเป็ นข้อ มู ลข่าวสารที่ จั ด ทำา โดยหน่ วยงานของรั ฐ แห่ ง อื่ น
และได้ ร ะบุ ห้ า มการเปิ ด เผยไว้ ตามระเบี ย บที่ กำา หนดตาม
มาตรา ๑๖ ให้ส่ง คำาขอนั้ นให้หน่ วยงานของรั ฐผู้ จัด ทำา ข้อมู ล
ข่าวสารนั้ นพิ จารณาเพื่ อ มี คำา สั่ งต่ อไป
- 10.
ม า ตร า ๑๓ ผูใดเห็ นว่ าหน่ วยงานของรั ฐไม่จัดพิ มพ์
้
ข้อมู ลข่าวสารตามมาตรา ๗ หรื อไม่จัดข้อมู ลข่าวสารไว้ให้
ประชาชนตรวจดูได้ตามมาตรา ๙ หรื อไม่จัดหาข้อ มู ลข่าวสาร
ให้แก่ ตนตามมาตรา ๑๑ หรื อฝ่ าฝื น หรื อไม่ ป ฏิ บั ติ ต ามพระ
ราชบั ญญั ติ นี้ หรื อ ปฏิ บั ติ ห น้ า ที่ ล่ าช้าหรื อ เห็ น ว่ า ตนไม่ได้รั บ
ความสะดวกโดยไม่ มี เ หตุ อั น สมควร ผู้นั้ น มี สิ ท ธิ ร้ อ งเรี ย นต่ อ
คณะกรรมการ เว้ นแต่ เ ป็ น เรื่ องเกี่ ยวกั บ การมี คำา สั่ ง มิให้เ ปิ ด
เผยข้อ มู ลข่าวสารตามมาตรา ๑๕ หรื อ คำา สั่ งไม่ รั บฟั ง คำา
คั ดค้ า นตามมาตรา ๑๗ หรื อ คำา สั่ งไม่ แ ก้ไขเปลี่ ยนแปลงหรื อ
ลบข้อ มู ลข่าวสารส่ ว นบุ ค คลตามมาตรา ๒๕
ในกรณีที่ มี ก ารร้ อ งเรี ย นต่ อ คณะกรรมการตามวรรคหนึ่ ง
คณะกรรมการต้ อ งพิ จารณาให้แล้ ว เสร็ จ ภายในสามสิ บ วั น นั บ
แต่ วั นที่ได้รั บ คำา ร้ อ งเรี ย น ในกรณีที่ มี เ หตุ จำา เป็ นให้ขยาย
เวลาออกไปได้ แต่ ต้ องแสดงเหตุ ผ ลและรวมเวลาทั้ งหมดแล้ ว
ต้องไม่ เ กิ นหกสิ บ วั น
หมวด ๒
ข้อ มู ล ข่า ว ส า ร ที่ ไ ม่ ต ้ อ ง เ ปิ ด เ ผ ย
_______________
ม า ต ร า ๑๔ ข้อมู ลข่าวสารของราชการที่ อ าจก่ อให้เกิ ด
ความเสี ย หายต่ อ สถาบั น พระมหากษั ต ริ ย์ จ ะเปิ ด เผยมิ ได้
ม า ต ร า ๑๕ ข้อมู ลข่าวสารของราชการที่ มี ลั ก ษณะอย่ า ง
หนึ่ งอย่ างใดดั งต่ อไปนี้ หน่ วยงานของรั ฐหรื อ เจ้ าหน้ า ที่ ของรั ฐ
- 11.
อาจมี คำา สั่ง มิให้เปิ ด เผยก็ ได้ โดยคำา นึ ง ถึ ง การปฏิ บั ติ ห น้ า ที่
ตามกฎหมายของหน่ วยงานของรั ฐ ประโยชน์ สาธารณะ และ
ประโยชน์ของเอกชนที่ เ กี่ ยวข้องประกอบกั น
(๑) การเปิ ด เผยจะก่ อให้เกิ ด ความเสี ย หายต่ อ ความมั่ นคง
ของประเทศ ความสั ม พั น ธ์ ร ะหว่ า งประเทศ และความมั่ นคง
ในทางเศรษฐกิ จหรื อ การคลั งของประเทศ
(๒) การเปิ ด เผยจะทำา ให้การบั ง คั บใช้กฎหมายเสื่ อ ม
ประสิ ท ธิ ภ าพ หรื อไม่ อาจสำา เร็ จ ตามวั ต ถุ ป ระสงค์ ได้ ไม่ว่าจะ
เกี่ ยวกั บ การฟ้ องคดี การป้ อ งกั น การปราบปราม การ
ทดสอบ การตรวจสอบ หรื อ การรู้ แ หล่ ง ที่ ม าของข้อ มู ล
ข่าวสารหรื อไม่ ก็ ต าม
(๓) ความเห็ น หรื อ คำา แนะนำา ภายในหน่ วยงานของรั ฐใน
การดำา เนิ น การเรื่ อ งหนึ่ ง เรื่ องใด แต่ ทั้ งนี้ไม่ รวมถึ ง รายงาน
ทางวิชาการ รายงานข้อเท็ จจริ ง หรื อข้อมู ลข่าวสารที่ นำา มา
ใช้ในการทำา ความเห็ น หรื อ คำา แนะนำา ภายในดั ง กล่ า ว
(๔) การเปิ ด เผยจะก่ อให้เกิ ด อั น ตรายต่ อชีวิตหรื อ ความ
ปลอดภั ยของบุ ค คลหนึ่ ง บุ ค คลใด
(๕) รายงานการแพทย์ ห รื อข้อ มู ลข่าวสารส่ ว นบุ ค คลซึ่ ง
การเปิ ด เผยจะเป็ น การรุ กลำ้า สิ ทธิ ส่ ว นบุ ค คลโดยไม่ ส มควร
(๖) ข้อมู ลข่าวสารของราชการที่ มี ก ฎหมายคุ้ มครองมิ ให้
เปิ ด เผย หรื อข้อมู ลข่าวสารที่ มี ผู้ให้มาโดยไม่ ป ระสงค์ให้ทาง
ราชการนำา ไปเปิ ด เผยต่ อ ผู้ อื่ น
(๗) กรณี อื่ นตามที่ กำา หนดให้พระราชกฤษฎี ก า
- 12.
คำา สั่ งมิให้เ ปิ ด เผยข้อ มู ลข่าวสารของราชการจะกำา หนด
เงื่ อนไขอย่างใดก็ได้ แต่ ต้ องระบุ ไว้ ด้ วยว่ า ที่ เ ปิ ด เผยไม่ได้เพ
ราะเป็ ข้อ มู ลข่าวสารประเภทใดและเพราะเหตุ ใด และให้ถื อว่ า
การมี คำา สั่ ง เปิ ด เผยข้ อ มู ลข่าวสารของราชการเป็ น ดุ ล พิ นิ จ
โดยเฉพาะของเจ้ าหน้ า ที่ ของรั ฐ ตามลำา ดั บ สายการบั ง คั บ
บั ญชา แต่ ผู้ขออาจอุ ท ธรณ์ ต่ อคณะกรรมการวิ นิ จฉัยการเปิ ด
เผยข้อ มู ลข่าวสารได้ ต ามที่ กำา หนดในพระราชบั ญญั ติ นี้
ม า ต ร า ๑๖ เพื่ อให้เกิ ด ความชั ด เจนในทางปฏิ บั ติ ว่ า
ข้อมู ลข่าวสารของราชการจะเปิ ด เผยต่ อ บุ ค คลใดได้หรื อไม่
ภายใต้เงื่ อนไขเช่นใด และสมควรมี วิ ธี รั ก ษามิ ให้รั่ วไหลให้
หน่ วยงานของรั ฐ กำา หนดวิ ธี ก ารคุ้ ม ครองข้ อ มู ลข่าวสารนั้ น
ทั้ งนี้ ตามระเบี ย บที่ คณะรั ฐ มนตรี กำา หนดว่ า ด้ ว ยการรั ก ษา
ความลั บของทางราชการ
ม า ต ร า ๑๗ ในกรณีที่ เจ้ าหน้ า ที่ ของรั ฐ เห็ น ว่ า การเปิ ด
เผยข้อ มู ลข่าวสารของราชการใดอาจกระทบถึ ง ประโยชน์ได้
เสี ยของผู้ใด ให้เจ้าหน้ าที่ ของรั ฐ แจ้ งให้ผู้นั้ นเสนอ
คำา คั ด ค้ า นภายในเวลาที่ กำา หนด แต่ ต้ องให้เวลาอั น สมควรที่ ผู้
นั้ นอาจเสนอคำา คั ด ค้ า นได้ ซึงต้องไม่ น้ อยกว่ า สิ บ ห้ า วั น นั บ แต่
่
วันที่ได้รั บ แจ้ ง
ผู้ที่ได้รั บ แจ้ ง ตามวรรคหนึ่ ง หรื อผู้ ที่ ทราบว่ า การเปิ ด เผย
ข้อมู ลข่าวสารของราชการใดอาจกระทบถึ ง ประโยชน์ได้เสี ย
ของตน มี สิ ทธิ คั ด ค้ า นการเปิ ด เผยข้ อ มู ลข่ าวสารนั้ นได้โดยทำา
เป็ นหนั ง สื อ ถึ ง เจ้ า หน้ า ที่ ของรั ฐผู้ รั บ ผิ ดชอบ
- 13.
ในกรณีที่ มี การคั ด ค้ า น เจ้ าหน้ า ที่ ของรั ฐผู้ รั บ ผิ ดชอบต้ อ ง
พิจารณาคำา คั ด ค้ า นและแจ้ ง ผลการพิ จ ารณาให้ผู้ คั ดค้ า น
ทราบโดยไม่ชักช้า ในกรณีที่ มี คำา สั่ งไม่ รั บฟั ง คำา คั ด ค้ า น เจ้ า
หน้ าที่ ของรั ฐจะเปิ ด เผยข้ อ มู ลข่ าวสารนั้ น มิ ได้จนกว่ าจะล่ วง
พ้น กำา หนดเวลาอุ ท ธรณ์ ต ามมาตรา ๑๘ หรื อจนกว่ า คณะ
กรรมการวิ นิ จฉัยการเปิ ด เผยข้ อ มู ลข่ าวสารได้ มี คำา วิ นิ จฉัยให้
เปิ ด เผยข้อ มู ลข่าวสารนั้ นได้ แล้ วแต่ ก รณี
- 14.
ม า ตร า ๑๘ ในกรณีที่ เจ้ าหน้ า ที่ ของรั ฐ มี คำา สั่ ง มิให้เ ปิ ด
เผยข้อ มู ลข่าวสารใดตามมาตรา ๑๔ หรื อ มาตรา ๑๕ หรื อ มี
คำา สั่ งไม่ รั บฟั ง คำา คั ด ค้ า นของผู้ มี ป ระโยชน์ได้เสี ยตามมาตรา
๑๗ ผู้นั้ นอาจอุ ทธรณ์ ต่ อคณะกรรมการวิ นิ จฉัยการเปิ ด เผย
ข้อมู ลข่าวสารภายในสิ บ ห้ า วั น นั บ แต่ วั น ที่ ได้รั บ แจ้ ง คำา สั่ งนั้ น
โดยยื่ น คำา อุ ท ธรณ์ ต่ อคณะกรรมการ
ม า ต ร า ๑๙ การพิ จารณาเกี่ ยวกั บข้อ มู ลข่าวสารที่ มี คำา
สั่ ง มิให้เปิ ด เผยนั้ นไม่ ว่ าจะเป็ น การพิ จารณาของคณะ
กรรมการ คณะกรรมการวิ นิ จฉัยการเปิ ด เผยข้ อ มู ลข่ าวสาร
หรื อ ศาลก็ ได้ จะต้ องดำา เนิ น กระบวนการพิ จ ารณาโดยมิ ให้
ข้อมู ลข่าวสารนั้ น เปิ ด เผยแก่ บุ ค คลอื่ นใดที่ไม่ จำา เป็ น แก่ ก าร
พิจารณาและในกรณี ที่ จำา เป็ นจะพิ จารณาลั บ หลั ง คู่ ก รณี ห รื อ คู่
ความฝ่ า ยใดก็ได้
ม า ต ร า ๒๐ การเปิ ด เผยข้ อ มู ลข่ าวสารใด แม้ จ ะเข้ าข่าย
ต้องมี ความรั บ ผิ ดชอบตามกฎหมายใด ให้ถือว่ า เจ้ า หน้ า ที่
ของรั ฐไม่ ต้ องรั บ ผิ ด หากเป็ น การกระทำา โดยสุ จ ริ ตในกรณี ดั ง
ต่อไปนี้
(๑) ข้อมู ลข่าวสารตามมาตรา ๑๕ ถ้ า เจ้ าหน้ า ที่ ของรั ฐได้
ดำา เนิ น การโดยถู ก ต้ องตามระเบี ย บตามมาตรา ๑๖
(๒) ข้อมู ลข่าวสารตามมาตรา ๑๕ ถ้ า เจ้ า หน้ า ที่ ของรั ฐใน
ระดั บ ตามที่ กำา หนดในกฎกระทรวงมี คำา สั่ งให้เปิ ด เผยเป็ น การ
ทั่ วไปหรื อ เฉพาะแก่ บุ ค คลใด เพื่ อประโยชน์อั น สำา คั ญ ยิ่ งกว่ า ที่
เกี่ ยวกั บ ประโยชน์ ส าธารณะ หรื อชีวิต ร่ างกาย สุขภาพ
- 15.
หรื อ ประโยชน์อื่ นของบุ ค คล และคำา สั่ ง นั้ นได้ก ระทำา โดย
สมควรแก่ เ หตุ ในการนี้ จะมี ก ารกำา หนดข้ อจำา กั ด หรื อ เงื่ อนไข
ในการใช้ขอมู ลข่าวสารนั้ น ตามความเหมาะสมก็ ได้
้
การเปิ ด เผยข้ อ มู ลข่ าวสารตามวรรคหนึ่ งไม่ เ ป็ น เหตุให้
หน่ วยงานของรั ฐพ้ นจากความรั บ ผิ ด ตามกฎหมายหากจะพึ ง
มีในกรณี ดั ง กล่ า ว
หมวด ๓
ข้อ มู ล ข่า ว ส า ร ส่ ว น บุ ค ค ล
______________
ม า ต ร า ๒๑ เพื่ อประโยชน์ แห่ งหมวดนี้ “บุ คคล ”
หมายความว่ า บุ ค คลธรรมดา
ที่ มี สั ญชาติไทย และบุ ค คลธรรมดาที่ ไม่ มี สั ญชาติไทยแต่ มี ถิ่ น
ที่ อยู่ในประเทศไทย
- 16.
ม า ตร า ๒๒ สำา นั กข่าวกรองแห่ งชาติ สำา นั ก งานสภาค
วามมั่ น คงแห่ งชาติ และหน่ วยงานของรั ฐ แห่ ง อื่ นตามที่
กำา หนดในกฎกระทรวง อาจออกระเบี ย บโดยความเห็ นชอบ
ของคณะกรรมการกำา หนดหลั ก เกณฑ์ วิธี การ และเงื่ อนไขที่มิ
ให้นำา บทบั ญญั ติ วรรคหนึ่ ง (๓) ของมาตรา ๒๓ มาใช้บังคั บ กั บ
ข้อมู ลข่าวสารส่ วนบุ ค คลที่ อ ยู่ในความควบคุ ม ดู แ ลของหน่ วย
งานดั ง กล่ า วก็ ได้
หน่ วยงานของรั ฐแห่ งอื่ นที่ จะกำา หนดในกฎกระทรวงตาม
วรรคหนึ่ งนั้ น ต้องเป็ น หน่ ว ยงานของรั ฐซึ่ งการเปิ ด เผย
ประเภทข้ อ มู ลข่ าวสารส่ ว นบุ ค คลตามมาตรา ๒๓ วรรคหนึ่ ง
(๓) จะเป็ น อุ ป สรรคร้ า ยแรงต่ อ การดำา เนิ น การของหน่ วยงาน
ดั งกล่ า ว
ม า ต ร า ๒๓ หน่ วยงานของรั ฐ ต้ องปฏิ บั ติ เ กี่ ยวกั บ การจั ด
ระบบข้ อ มู ลข่ าวสารส่ วนบุ ค คลดั ง ต่ อไปนี้
(๑) ต้องจั ดให้มี ร ะบบข้ อ มู ลข่ าวสารส่ ว นบุ ค คลเพี ย งเท่ า ที่
เกี่ ยวข้อง และจำา เป็ น เพื่ อ การดำา เนิ น งานของหน่ วยงานของรั ฐ
ให้สำา เร็ จตามวั ต ถุ ป ระสงค์ เ ท่ า นั้ น และยกเลิ ก การจั ดให้ มี
ระบบดั ง กล่ า วเมื่ อ หมดความจำา เป็ น
(๒) พยายามเก็ บข้ อ มู ลข่ าวสารโดยตรงจากเจ้ าของข้อมู ล
โดยเฉพาะอย่ า งยิ่ งในกรณี ที่ จะกระทบถึ ง ประโยชน์ได้เสี ย
โดยตรงของบุ ค คลนั้ น
(๓) จัดให้มี ก ารพิ ม พ์ในราชกิจจานุ เ บกษา และตรวจสอบ
แก้ไขให้ถูกต้ องอยู่ เ สมอเกี่ ยวกั บ สิ่ ง ดั ง ต่ อไปนี้
- 17.
(ก) ประเภทของบุ คคลที่ มี ก ารเก็ บข้ อ มู ลไว้
(ข) ประเภทของระบบข้ อ มู ลข่ าวสารส่ ว นบุ ค คล
(ค) ลั กษณะการใช้ขอมู ล ตามปกติ
้
(ง) วิธี ก ารขอตรวจดูข้อ มู ลข่าวสารของเจ้ าของข้อมู ล
(จ) วิธี ก ารขอให้แก้ไขเปลี่ ยนแปลงข้ อ มู ล
(ฉ) แหล่ งที่ ม าของข้อ มู ล
(๔) ตรวจสอบแก้ ไขข้อมู ลข่าวสารส่ ว นบุ ค คลในความรั บ
ผิดชอบให้ถู กต้ องอยู่ เ สมอ
(๕) จัดระบบรั ก ษาความปลอดภั ยให้แ ก่ ร ะบบข้ อ มู ล
ข่าวสารส่ วนบุ ค คล ตามความเหมาะสม เพื่ อ ป้ องกั น มิให้มี
การนำา ไปใช้โดยไม่ เหมาะสมหรื อ เป็ น ผลร้ า ยต่ อ เจ้ าของข้อมู ล
ในกรณีที่ เ ก็ บข้อ มู ลข่าวสารโดยตรงจากเจ้ าของข้อมู ล
หน่ วยงานของรั ฐต้ องแจ้ งให้เจ้าของข้อมู ล ทราบล่ ว งหน้ า หรื อ
พร้ อ มกั บ การขอข้อ มู ล ถึ ง วั ต ถุ ป ระสงค์ ที่ จะนำา ข้อ มู ล มาใช้
ลั กษณะการใช้ขอมู ลตามปกติ และกรณี ที่ ขอข้อมู ล นั้ น เป็ น
้
กรณี ที่ อาจให้ขอมู ลได้โดยความสมั ค รใจหรื อ เป็ น กรณี มี
้
กฎหมายบั ง คั บ
หน่ วยงานของรั ฐต้ องแจ้ งให้เจ้าของข้อมู ล ทราบในกรณี มี
การให้จัดส่ งข้อ มู ลข่าวสารส่ ว นบุ ค คลไปยั งที่ใดซึ่งจะเป็ นผล
ให้บุคคลทั่ วไปทราบข้ อ มู ลข่ าวสารนั้ นได้ เว้ นแต่ เ ป็ นไปตาม
ลั กษณะการใช้ขอมู ลตามปกติ
้
ม า ต ร า ๒๔ หน่ วยงานของรั ฐจะเปิ ด เผยข้ อ มู ลข่าวสาร
ส่ วนบุ ค คลที่ อ ยู่ในความควบคุ ม ดู แ ลของตนต่ อ หน่ ว ยงานของ
- 18.
รั ฐแห่ งอื่นหรื อผู้ อื่ น โดยปราศจากความยิ น ยอมเป็ น หนั ง สื อ
ของเจ้ าของข้อมู ล ที่ ให้ไว้ล่วงหน้ าหรื อในขณะนั้ น มิได้ เว้ น แต่
เป็ น การเปิ ด เผยดั ง ต่ อไปนี้
(๑) ต่อเจ้ าหน้ า ที่ ของรั ฐในหน่ วยงานของตน เพื่ อการนำา ไป
ใช้ตามอำา นาจหน้ า ที่ ของหน่ วยงานของรั ฐ แห่ ง นั้ น
(๒) เป็ น การใช้ขอมู ล ตามปกติ ภ ายในวั ต ถุ ป ระสงค์ ของการ
้
จัดให้มี ร ะบบข้ อ มู ลข่ าวสารส่ ว นบุ ค คลนั้ น
(๓) ต่อหน่ วยงานของรั ฐที่ ทำา งานด้ ว ยการวางแผน หรื อ
การสถิ ติ หรื อ สำา มะโนต่ า งๆ ซึ่งมี หน้ า ที่ ต้ องรั ก ษาข้อ มู ล
ข่าวสารส่ วนบุ ค คลไว้ไม่ให้เปิ ด เผยต่ อไปยั งผู้ อื่ น
(๔) เป็ น การให้เพื่ อ ประโยชน์ในการศึ ก ษาวิ จั ย โดยไม่ ร ะบุ
ชือหรื อ ส่ วนที่ ทำาให้รู้ ว่า เป็ นข้อ มู ลข่าวสารส่ ว นบุ ค คลที่ เ กี่ ยว
่
กั บ บุ ค คลใด
(๕) ต่อหอจดหมายเหตุ แ ห่ งชาติ กรมศิ ล ปากร หรื อหน่ วย
งานอื่ นของรั ฐตามมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ ง เพื่ อการตรวจดู
คุณค่ าในการเก็ บ รั ก ษา
(๖) ต่อเจ้ าหน้ า ที่ ของรั ฐ เพื่ อการป้ อ งกั น การฝ่ า ฝื น หรื อไม่
ปฏิ บั ติ ต ามกฎหมาย การสื บ สวน การสอบสวน หรื อการ
ฟ้องคดี ไม่ว่าเป็ น คดี ป ระเภทใดก็ ต าม
(๗) เป็ น การให้ซึ่งจำา เป็ น เพื่ อการป้ อ งกั น หรื อ ระงั บ
อันตรายต่ อชีวิตหรื อ สุ ขภาพของบุ ค คล
(๘) ต่อศาล และเจ้ า หน้ า ที่ ของรั ฐหรื อหน่ วยงานของรั ฐ
หรื อ บุ ค คลที่ มี อำา นาจตามกฎหมายที่ จะขอข้อเท็ จจริ งดั ง กล่ า ว
- 19.
(๙) กรณี อื่นตามที่ กำา หนดในพระราชกฤษฎี ก า
การเปิ ด เผยข้ อ มู ลข่ าวสารส่ ว นบุ ค คลตามวรรคหนึ่ ง (๓)
(๔) (๕) (๖) (๗) (๘) และ (๙) ให้มีการจั ด ทำา บั ญชีแสดงการ
เปิ ด เผยกำา กั บไว้ กั บข้อ มู ลข่าวสารนั้ น ตามหลั ก เกณฑ์ แ ละวิ ธี
การที่ กำา หนดในกฎกระทรวง
ม า ต ร า ๒๕ ภายใต้ บั งคั บ มาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๕
บุ คคลย่ อ มมี สิ ท ธิ ที่ จะได้ รู้ ถึ งข้อมู ลข่าวสารส่ ว นบุ ค คลที่ เ กี่ ยว
กั บ ตน และเมื่ อ บุ ค คลนั้ น มี คำา ขอเป็ น หนั ง สื อ หน่ วยงานของ
รั ฐที่ ควบคุ ม ดู แ ลข้ อ มู ลข่ าวสารนั้ นจะต้ อ งให้บุ คคลนั้ นหรื อผู้
กระทำา การแทนบุ ค คลนั้ นได้ ตรวจดู ห รื อได้ รั บ สำา เนาข้ อ มู ล
ข่าวสารส่ วนบุ ค คลส่ ว นที่ เ กี่ ยวกั บ บุ ค คลนั้ น และให้ นำา มาตรา
๙ วรรคสอง และวรรคสาม มาใช้บังคั บโดยอนุ โลม
การเปิ ด เผยรายงานการแพทย์ ที่ เ กี่ ยวกั บ บุ ค คลใด ถ้ า
กรณี มี เ หตุ อั น ควรเจ้ า หน้ า ที่ ของรั ฐจะเปิ ด เผยต่ อ เฉพาะแพทย์
ที่ บุ ค คลนั้ น มอบหมายก็ ได้
ถ้ า บุ ค คลใดเห็ นว่ าข้อมู ลข่าวสารส่ ว นบุ ค คลที่ เ กี่ ยวกั บ ตน
ส่ วนใดไม่ถู ก ต้ องตามที่ เ ป็ นจริ ง ให้มีสิ ทธิ ยื่ น คำา ขอเป็ น หนั ง สื อ
ให้หน่วยงานของรั ฐที่ ควบคุ ม ดู แ ลข้ อ มู ลข่ าวสารแก้ ไข
เปลี่ ย นแปลงหรื อ ลบข้ อ มู ลข่ าวสารส่ ว นนั้ นได้ ซึ่งหน่ วยงาน
ของรั ฐจะต้ องพิจารณาคำา ขอดั ง กล่ า ว และแจ้ งให้บุ คคลนั้ น
ทราบโดยไม่ชักช้า
ในกรณีที่ หน่ วยงานของรั ฐไม่ แ ก้ไขเปลี่ ยนแปลงหรื อ ลบ
ข้อมู ลข่าวสารให้ตรงตามที่ มี คำา ขอ ให้ผู้นั้น มี สิ ท ธิ อุ ทธรณ์ ต่ อ
- 20.
คณะกรรมการวิ นิ จฉัยการเปิด เผยข้ อ มู ลข่ าวสารภายใน
สามสิ บ วั น นั บ แต่ วั นได้ รั บ แจ้ ง คำา สั่ งไม่ ยิ นยอมแก้ ไข
เปลี่ ย นแปลงหรื อ ลบข้ อ มู ลข่ าวสาร โดยยื่ น คำา อุ ท ธรณ์ ต่ อ
คณะกรรมการ และไม่ ว่ า กรณีใดๆ ให้เจ้าของข้อมู ล มี สิ ท ธิ
ร้ องขอให้หน่วยงานของรั ฐ หมายเหตุ คำา ขอของตนแนบไว้ กั บ
ข้อมู ลข่าวสารส่ วนบุ ค คลที่ เ กี่ ยวข้องได้
ให้บุคคลตามที่ กำา หนดในกฎกระทรวงมี สิ ท ธิ ดำา เนิ น การ
ตามมาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ และมาตรานี้ แ ทนผู้ เ ยาว์ คนไร้
ความสามารถ คนเสมื อ นไร้ ความสามารถ หรื อเจ้ าของ
ข้อมู ล ที่ ถึ งแก่ ก รรมแล้ ว ก็ ได้
หมวด ๔
เอ ก ส า ร ป ร ะ วั ต ิ ศ า ส ต ร์
___________
ม า ต ร า ๒๖ ข้อมู ลข่าวสารของราชการที่ หน่ วยงานของ
รั ฐไม่ ป ระสงค์ จ ะเก็ บ รั ก ษาหรื อ มี อ ายุ ค รบกำา หนดตามวรรค
สองนั บ แต่ วั น ที่ เ สร็ จ สิ้ น การจั ดให้มีข้อมู ลข่าวสารนั้ น ให้หน่วย
งานของรั ฐส่ ง มอบให้ แ ก่ หอจดหมายเหตุ แ ห่ งชาติ กรม
ศิ ล ปากรหรื อ หน่ วยงานอื่ นของรั ฐ ตามที่ กำา หนดในพระราช
กฤษฎี ก า เพื่ อคั ด เลื อ กไว้ให้ประชาชนได้ศึ กษาค้ น คว้ า
กำา หนดเวลาต้ อ งส่ งข้อมู ลข่าวสารของราชการตามวรรค
หนึ่ งให้แยกประเภท ดั งนี้
- 21.
(๑) ข้อมู ลข่าวสารของราชการตามมาตรา๑๔ เมื่ อ ครบ
เจ็ ดสิ บ ห้ า ปี
(๒) ข้อมู ลข่าวสารของราชการตามมาตรา ๑๕ เมื่ อครบ
ยี่ สิ บ ปี
กำา หนดเวลาตามวรรคสอง อาจขยายออกไปได้ในกรณี
ดั งต่ อไปนี้
(๑) หน่ วยงานของรั ฐยั ง จำา เป็ น ต้ องเก็ บ รั ก ษาข้ อ มู ล
ข่าวสารของราชการไว้ เองเพื่ อ ประโยชน์ในการใช้สอย โดย
ต้องจั ด เก็ บ และจั ดให้ประชาชนได้ศึ กษาค้ น คว้ า ตามที่ จะตกลง
กั บหอจดหมายเหตุ แ ห่ งชาติ กรมศิ ล ปากร
(๒) หน่ วยงานของรั ฐเห็ นว่ า ข้อมู ลข่าวสารนั้ นยั งไม่ ควร
เปิ ด เผย โดยมี คำา สั่ งขยายเวลากำา กั บไว้ เ ป็ น การเฉพาะราย คำา
สั่ งการขยายเวลานั้ นให้ กำา หนดระยะเวลาไว้ ด้ วย
แต่ จะกำา หนดเกิ น คราวละห้ า ปี ไม่ได้
การตรวจสอบหรื อ ทบทวนมิ ให้ มี ก ารขยายเวลาไม่ เ ปิ ด
เผยจนเกิ น ความจำา เป็ น ให้เป็ นไปตามหลั ก เกณฑ์ แ ละวิ ธี ก าร
ที่ กำา หนดในกฎกระทรวง
บทบั ญญั ติ ต ามมาตรานี้ มิให้ใช้บังคั บ กั บข้ อ มู ลข่าวสาร
ของราชการตามที่ คณะรั ฐ มนตรี อ อกระเบี ย บกำา หนดให้หน่ วย
งานของรั ฐหรื อ เจ้ าหน้ า ที่ ของรั ฐจะต้ องทำา ลายหรื อ อาจ
ทำา ลายได้โดยไม่ ต้ องเก็ บ รั ก ษา
หมวด ๕
- 22.
ค ณ ะก รร ม ก า รข้อ มู ล ข่า ว ส า รข องราชการ
______________
ม า ต ร า ๒๗ ให้มีคณะกรรมการข้ อ มู ลข่ าวสารของ
ราชการ
ประกอบด้ วยรั ฐ มนตรี ซึ่งนายกรั ฐ มนตรี ม อบ
หมายเป็ น ประธาน ปลั ด สำา นั ก นายกรั ฐ มนตรี ปลั ด กระทรวง
กลาโหม ปลั ด กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลั ด กระทรวง
การคลั ง ปลั ด กระทรวงการต่ า งประเทศ ปลั ด กระทรวง
มหาดไทย ปลั ด กระทรวงพาณิ ชย์ เลขาธิ ก ารคณะกรรมการ
กฤษฎี ก า เลขาธิ ก ารคณะกรรมการข้ า ราชการพลเรื อ น
เลขาธิ ก ารสภาความมั่ นคงแห่ งชาติ เลขาธิ ก ารสภาผู้ แ ทน
ราษฎร ผู้ อำา นวยการสำา นั กข่ าวกรองแห่ งชาติ ผู้ อำา นวยการ
สำา นั ก งบประมาณ และผู้ ท รงคุ ณวุ ฒิ อื่ นจากภาครั ฐ และภาค
เอกชน ซึ่งคณะรั ฐ มนตรี แ ต่ ง ตั้ งอี ก เก้ า คนเป็ น กรรมการ
ให้ปลั ด สำา นั ก นายกรั ฐ มนตรี แ ต่ ง ตั้ งข้าราชการของ
สำา นั ก งานปลั ด สำา นั ก นายกรั ฐ มนตรี ค นหนึ่ ง เป็ น เลขานุ ก าร
และอี ก สองคนเป็ น ผู้ ช่วยเลขานุ ก าร
ม า ต ร า ๒๘ คณะกรรมการมี อำา นาจหน้ า ที่ ดังต่ อไปนี้
(๑) สอดส่ อ งดู แ ล และให้ คำา แนะนำา เกี่ ย วกั บ การดำา เนิ น
งานของเจ้ าหน้ า ที่ ของรั ฐและหน่ ว ยงานของรั ฐในการปฏิ บั ติ
ตามพระราชบั ญญั ติ นี้
(๒) ให้คำา ปรึ ก ษาแก่ เ จ้ า หน้ า ที่ ของรั ฐหรื อ หน่ วยงานของรั ฐ
เกี่ ยวกั บ การปฏิ บั ติ ต ามพระราชบั ญ ญั ติ นี้ ตามที่ ได้รั บ คำา ขอ
- 23.
(๓) เสนอแนะในการตราพระราชกฤษฎี กา และการออก
กฎกระทรวง หรื อ ระเบี ย บของคณะรั ฐ มนตรี ต ามพระราช
บั ญญั ติ นี้
(๔) พิจารณาและให้ความเห็ น เรื่ อ งร้ องเรี ย นตามมาตรา
๑๓
(๕) จัด ทำา รายงานเกี่ ยวกั บ การปฏิ บั ติ ต ามพระราชบั ญ ญั ติ
นี้ เสนอคณะรั ฐ มนตรี เ ป็ น ครั้ ง คราวตามความเหมาะสม แต่
อย่ างน้ อยปี ล ะหนึ่ ง ครั้ ง
(๖) ปฏิ บั ติ ห น้ า ที่ อื่ นตามที่ กำา หนดในพระราชบั ญญั ติ นี้
(๗)
ดำา เนิ น การเรื่ อ งอื่ น ตามที่ คณะรั ฐ มนตรี ห รื อ นายก
รั ฐ มนตรี ม อบหมาย
ม า ต ร า ๒๙ กรรมการผู้ ท รงคุ ณวุ ฒิ ซึ่ งได้รั บ แต่ ง ตั้ งตาม
มาตรา ๒๗ มี วาระอยู่ ในตำา แหน่ ง คราวละสามปี นั บ แต่ วั น ที่ ได้
รั บ แต่ ง ตั้ ง ผู้ที่พ้นจากตำา แหน่ ง แล้ ว อาจได้ รั บ แต่ ง ตั้ งใหม่ได้
ม า ต ร า ๓๐ นอกจากการพ้ นจากตำา แหน่ ง ตามวาระ
กรรมการผู้ ท รงคุ ณวุ ฒิ ซึ่งได้รั บ แต่ ง ตั้ ง ตามมาตรา ๒๗ พ้น
จากตำา แหน่ ง เมื่ อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) คณะรั ฐ มนตรี ให้ออกเพราะมี ค วามประพฤติ เ สื่ อ มเสี ย
บกพร่ อ ง หรื อไม่ สุจริ ต ต่ อหน้ า ที่ หรื อหย่ อ นความสามารถ
(๔) เป็ น บุ ค คลล้ ม ละลาย
- 24.
(๕) เป็ นคนไร้ ความสามารถหรื อ คนเสมื อ นไร้ ความ
สามารถ
(๖) ได้รั บโทษจำา คุ กโดยคำา พิ พากษาถึ ง ที่ สุ ดให้จำา คุ ก เว้ น
แต่ เ ป็ นโทษสำา หรั บ ความผิ ด ที่ ได้ก ระทำา โดยประมาทหรื อ
ความผิ ด ลหุ โทษ
ม า ต ร า ๓๑ การประชุ มของคณะกรรมการ ต้องมี
กรรมการมาประชุ มไม่ น้ อยกว่ า กึ่ งหนึ่ งของจำา นวนกรรมการ
ทั้ งหมดจึ งจะเป็ น องค์ ป ระชุ ม
ให้ประธานกรรมการเป็ น ประธานในที่ ป ระชุ ม ถ้ า
ประธานกรรมการไม่ ม าประชุ ม หรื อไม่ อ าจปฏิ บั ติ ห น้ า ที่ ได้ ให้
กรรมการที่ มาประชุ ม เลื อ กกรรมการคนหนึ่ ง เป็ น ประธานใน
ที่ ป ระชุ ม
การวิ นิ จฉัยชีขาดของที่ ป ระชุ มให้ถือเสี ยงข้างมาก
้
กรรมการคนหนึ่ งให้มี เ สี ย งหนึ่ งในการลงคะแนน ถ้ าคะแนน
เสี ยงเท่ า กั น ให้ประธานในที่ ป ระชุ ม ออกเสี ย งเพิ่ มขึ้ นอี ก เสี ย ง
หนึ่ งเป็ น เสี ย งชี้ขาด
ม า ต ร า ๓๒ ให้คณะกรรมการมี อำา นาจเรี ย กให้ บุ ค คลใด
มาให้ถ้ อยคำา หรื อให้ส่งวั ต ถุ เอกสาร หรื อพยานหลั ก ฐานมา
ประกอบการพิ จ ารณาได้
ม า ต ร า ๓๓ ในกรณีที่ หน่ วยงานของรั ฐ ปฏิ เ สธว่ าไม่ มี
ข้อมู ลข่าวสารตามที่ มี คำา ขอไม่ ว่ าจะเป็ น กรณี ม าตรา ๑๑ หรื อ
มาตรา ๒๕ ถ้ าผู้ มี คำา ขอไม่ เชื่อว่ า เป็ น ความจริ ง และร้ อ งเรี ย น
ต่อคณะกรรมการตามมาตรา ๑๓ ให้คณะกรรมการมี อำา นาจ
- 25.
เข้า ดำา เนิน การตรวจสอบข้ อ มู ลข่ าวสารของราชการที่
เกี่ ยวข้องได้ และแจ้ งผลการตรวจสอบให้ผู้ ร้ องเรี ย นทราบ
หน่ วยงานของรั ฐหรื อ เจ้ า หน้ า ที่ ของรั ฐ ต้ องยิ นยอมให้คณะ
กรรมการหรื อ ผู้ ซึ่งคณะกรรมการมอบหมายเข้ า ตรวจสอบ
ข้อมู ลข่าวสารที่ อยู่ในความครอบครองของตนได้ ไม่ว่าจะเป็ น
ข้อมู ลข่าวสารที่ เ ปิ ด เผยได้ ห รื อไม่ ก็ ต าม
ม า ต ร า ๓๔ คณะกรรมการจะแต่ ง ตั้ งคณะอนุ ก รรมการ
เพื่ อพิจารณาหรื อ ปฏิ บั ติ ง านอย่ า งใดอย่ างหนึ่ งตามที่ คณะ
กรรมการมอบหมายก็ ได้ แ ละให้ นำา ความในมาตรา ๓๑ มาใช้
บั งคั บโดยอนุ โลม
หมวด ๖
ค ณ ะ ก รร ม ก า ร วิ น ิ จ ฉัย ก าร เ ปิ ด เ ผ ย ข้ อ มู ล ข่า ว ส า ร
________________
ม า ต ร า ๓๕ ให้มีคณะกรรมการวิ นิ จฉัยการเปิ ด เผย
ข้อมู ลข่าวสารสาขาต่ า งๆ ตามความเหมาะสม ซึงคณะ
่
รั ฐ มนตรี แ ต่ ง ตั้ ง ตามข้ อเสนอของคณะกรรมการ มี อำา นาจ
หน้ าที่ พิจารณาวิ นิ จฉัยอุ ทธรณ์ คำา สั่ ง มิให้เ ปิ ด เผยข้อ มู ล
ข่าวสารตามมาตรา ๑๔ หรื อ มาตรา ๑๕ หรื อ คำา สั่ งไม่ รั บฟั ง
คำา คั ด ค้ า นตามมาตรา ๑๗ และคำา สั่ งไม่ แ ก้ไขเปลี่ ยนแปลง
หรื อ ลบข้ อ มู ลข่าวสารส่ วนบุ ค คลตามมาตรา ๒๕
การแต่ ง ตั้ ง คณะกรรมการวิ นิ จฉัยการเปิ ด เผยข้ อ มู ล
ข่าวสารตามวรรคหนึ่ ง ให้แต่งตั้ งตามสาขาความเชี่ ยวชาญ
- 26.
เฉพาะด้ า นของข้อมูลข่าวสารของราชการ เช่น ความมั่ น คง
ของประเทศ เศรษฐกิ จ และการคลั งของประเทศ หรื อการ
บั งคั บใช้กฎหมาย
ม า ต ร า ๓๖ คณะกรรมการวิ นิ จฉัยการเปิ ด เผยข้ อ มู ล
ข่าวสาร คณะหนึ่ ง ๆ ประกอบด้ ว ยบุ ค คลตามความจำา เป็ น แต่
ต้องไม่ น้ อยกว่ า สามคน และให้ข้าราชการที่ คณะกรรมการ
แต่ งตั้ ง ปฏิ บั ติ ห น้ า ที่ เ ป็ น เลขานุ ก ารและผู้ ช่วยเลขานุ ก าร
ในกรณีพิจารณาเกี่ ยวกั บข้อ มู ลข่ าวสารของหน่ วยงานของ
รั ฐแห่ งใด กรรมการวิ นิ จฉัยการเปิ ด เผยข้ อ มู ลข่ าวสารซึ่ ง มา
จากหน่ วยงานของรั ฐแห่ ง นั้ นจะเข้ าร่ ว มพิ จารณาด้ ว ยไม่ได้
กรรมการวิ นิ จฉัยการเปิ ด เผยข้ อ มู ลข่าวสาร จะเป็ น
เลขานุ ก ารหรื อ ผู้ ช่วยเลขานุ ก ารไม่ได้
ม า ต ร า ๓๗ ให้คณะกรรมการพิ จ ารณาส่ ง คำา อุ ท ธรณ์ให้
คณะกรรมการวิ นิ จฉัยการเปิ ด เผยข้ อ มู ลข่ าวสาร โดยคำา นึ ง
ถึ งความเชี่ ยวชาญเฉพาะด้ า นของคณะกรรมการวิ นิ จฉัยการ
เปิ ด เผยข้อ มู ลข่าวสารแต่ ล ะสาขาภายในเจ็ ดวั น นั บ แต่ วั นที่
คณะกรรมการได้ รั บ คำา อุ ท ธรณ์
คำา วิ นิ จฉัยของคณะกรรมการวิ นิ จฉัยการเปิ ด เผยข้ อ มู ล
ข่าวสารให้เ ป็ น ที่ สุ ด และในการมี คำา วิ นิ จฉัยจะมี ข้อสั ง เกต
เสนอต่ อ คณะกรรมการเพื่ อให้หน่ วยงานของรั ฐ ที่ เ กี่ ยวข้อง
ปฏิ บั ติ เ กี่ ยวกั บ กรณีใดตามที่ เ ห็ น สมควรก็ ได้
- 27.
ให้นำาความในมาตรา ๑๓ วรรคสองมาใช้บังคั บ แก่ ก าร
พิจารณาอุ ท ธรณ์ ของคณะกรรมการวิ นิ จฉัยการเปิ ด เผยข้ อ มู ล
ข่าวสารโดยอนุ โลม
ม า ต ร า ๓๘ อำา นาจหน้ า ที่ ของคณะกรรมการวิ นิ จฉัย
การเปิ ด เผยข้ อ มู ลข่าวสาร แต่ ล ะสาขา วิธีพิจารณาและ
วินิจฉัย และองค์ ค ณะในการพิ จารณาและวิ นิ จฉัย ให้เป็ นไป
ตามระเบี ย บที่ คณะกรรมการกำา หนดโดยประกาศในราชกิ จ
จานุ เ บกษา
ม า ต ร า ๓๙ ให้นำา บทบั ญ ญั ติ ม าตรา ๒๙ มาตรา ๓๐
มาตรา ๓๒ และบทกำา หนดโทษที่ ป ระกอบกั บ บทบั ญ ญั ติ ดั ง
กล่ าวมาใช้บังคั บ กั บ คณะกรรมการวิ นิ จฉัยการเปิ ด เผยข้ อ มู ล
ข่าวสารโดยอนุ โลม
หมวด ๗
บ ท กำา ห น ด โ ท ษ
_______________
ม า ต ร า ๔๐ ผูใดไม่ป ฏิ บั ติ ต ามคำา สั่ งของคณะกรรมการที่
้
สั่ งตามมาตรา ๓๒ ต้องระวางโทษจำา คุ กไม่ เ กิ น สามเดื อ น
หรื อ ปรั บไม่ เ กิ น ห้ าพั น บาท หรื อทั้ งจำา ทั้ ง ปรั บ
ม า ต ร า ๔๑ ผูใดฝ่าฝื นหรื อไม่ ป ฏิ บั ติ ต ามข้ อ จำา กั ด หรื อ
้
เงื่ อนไขที่เจ้าหน้ า ที่ ของรั ฐ กำา หนดตามมาตรา ๒๐ ต้องระวาง
โทษจำา คุ กไม่ เ กิ น หนึ่ ง ปี หรื อ ปรั บไม่ เ กิ น สองหมื่ น บาท หรื อ
ทั้ งจำา ทั้ ง ปรั บ
- 28.
บทเฉพาะกาล
_____________
ม า ตร า ๔๒ บทบั ญญั ติ ม าตรา ๗ มาตรา ๘ และมาตรา
๙ มิให้ใช้บังคั บ กั บข้อ มู ลข่ าวสารของราชการที่ เ กิ ดขึ้ นก่ อนวั น
ที่พระราชบั ญญั ติ นี้ใช้บังคั บ
ให้หน่วยงานของรั ฐจั ดพิ มพ์ข้อมู ลข่าวสารตามวรรคหนึ่ ง
หรื อจั ดให้มีข้อมู ลข่าวสารตามวรรคหนึ่ งไว้เพื่ อให้ประชาชน
เข้าตรวจดูได้ แล้ วแต่ ก รณี ทั้ งนี้ ตามหลั ก เกณฑ์ แ ละวิ ธี ก ารที่
คณะกรรมการจะได้ กำา หนด
ม า ต ร า ๔๓ ให้ระเบี ย บว่ า ด้ ว ยการรั ก ษาความปลอดภั ย
แห่ งชาติ พ.ศ.๒๕๑๗ ในส่วนที่ เ กี่ ยวกั บข้อ มู ลข่ าวสารของ
ราชการ ยังคงใช้บังคั บ ต่ อไปได้เท่ าที่ ไม่ขัดหรื อ แย้ ง ต่ อพระ
ราชบั ญญั ติ นี้ เว้ น แต่ ร ะเบี ย บที่ คณะรั ฐ มนตรี กำา หนดตาม
มาตรา ๑๖ จะได้ กำา หนดเป็ น อย่ า งอื่ น
ผู้รั บ สนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ
นายกรั ฐ มนตรี
ห ม า ย เ ห ตุ :- เหตุ ผ ลในการประกาศใช้พระราชบั ญญั ติฉบั บ
นี้ คือ ในระบอบประชาธิ ปไตย การให้ป ระชาชนมี โอกาส
กว้ างขวางในการได้ รั บข้อ มู ลข่าวสารเกี่ ยวกั บ การดำา เนิ น การ
- 29.
ต่ างๆ ของรัฐเป็ น สิ่ ง จำา เป็ น เพื่ อที่ ป ระชาชนจะสามารถแสดง
ความคิ ด เห็ น และใช้สิทธิ ทางการเมื อ งได้โดยถู ก ต้ อ งกั บ ความ
เป็ นจริ ง อันเป็ น การส่ ง เสริ มให้ มี ความเป็ น รั ฐ บาลโดย
ประชาชนมากยิ่ งขึ้น สมควรกำา หนดให้ ป ระชาชนมี สิ ท ธิได้รู้
ข้อมู ลข่าวสารของราชการ โดยมี ข้อยกเว้ น อั นไม่ ต้ องเปิ ด เผย
ที่ แจ้งชัดและจำา กั ด เฉพาะข้อ มู ลข่าวสารที่ ห ากเปิ ด เผยแล้ วจะ
เกิ ด ความเสี ย หายต่ อ ประเทศชาติ ห รื อ ต่ อ ประโยชน์ ที่ สำา คั ญ
ของเอกชน ทั้ งนี้ เพื่ อพั ฒนาระบอบประชาธิ ปไตยให้มั่ นคง
และจะยั งผลให้ป ระชาชนมี โอกาสรู้ ถึ ง สิ ท ธิ ห น้ า ที่ ของตนอย่ า ง
เต็ ม ที่ เพื่ อที่ จะปกปั ก รั ก ษาประโยชน์ของตนได้อี ก ประการ
หนึ่ งด้ วย ประกอบกั บ สมควรคุ้ มครองสิ ท ธิ ส่ วนบุ ค คลในส่ วน
ที่ เ กี่ ยวข้องกั บข้อ มู ลข่าวสารของราชการไปพร้ อ มกั น จึง
จำา เป็ น ต้ องตราพระราชบั ญญั ติ นี้