ความหมายของทรัพยากรธรรมชาติ
• ทรัพยากร คือสิ่งที่เรานามาใช้ได้หรือ ส่วนใหญ่ก็คือ ที่มีอยู่แล้ว
• การจัดการต้องเริ่มที่ “ความรู้” ในการนามาใช้อย่างถูกต้องและคุ้มค่า
• ความรู้ที่สาคัญคือ ความรู้ที่มีอยู่แล้ว ทั้งในพื้นที่และชุมชน
• ความรู้ใหม่หรือทรัพยากรใหม่ๆ อาจหาเพิ่มอีก
• เมื่อใช้ความรู้และทรัพยากรเดิมจน “เต็มที่” แล้ว
ความหมายของการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
• การจัดการ (Management)
• หมายถึง การดาเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพในรูปแบบต่างๆ ทั้งด้านการจัดหา การเก็บรักษา การ
• ซ่อมแซม การใช้อย่างประหยัด และการสงวนรักษา เพื่อให้กิจกรรมที่ดาเนินการนั้น สามารถให้ผลยั่งยืน
• ต่อมวลมนุษย์และธรรมชาติ โดยหลักการแล้ว "การจัดการ" จะต้องมีแนวทางการดาเนินงาน
• ขบวนการ และขั้นตอน รวมทั้งจุดประสงค์ในการดาเนินงานที่ชัดเจนแน่นอน
การอนุรักษ์
• การใช้แบบยั่งยืน (sustainable utilization)
• การกักเก็บรักษา (storage)
• การรักษาหรือซ่อมแซม (repair)
• การฟื้นฟู (rehabilitation)
• การพัฒนา (development)
• การป้องกัน (protection)
• การสงวน (preservation)
• การแบ่งเขต (zoning)
ประเภทของทรัพยากรธรรมชาติ
• การแบ่งประเภทของทรัพยากรธรรมชาติมีการแบ่งกันหลายลักษณะ แต่ในทีนี้ แบ่งโดยใช้เกณฑ์ของการ
นามาใช้ แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้
(INEXHAUSTIBLE NATURAL
RESOURCES
• ทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้แล้วไม่หมดสิ้น (Inexhaustible natural resources) เป็น
ทรัพยากรธรรมชาติที่เกิดขึ้นก่อนที่จะมีมนุษย์ เมื่อมีมนุษย์เกิดขึ้นมาสิ่งเหล่านี้ก็มีความจาเป็นต่อการดารงชีวิต
ของมนุษย์จาแนกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
• 1.1 ประเภทที่คงสภาพเดิมไม่เปลี่ยนแปลง (Immutuable) ได้แก่ พลังงานจากดวงอาทิตย์ ลม
อากาศ ฝุ่น แม้กาลเวลาจะผ่านไปนานเท่าใดก็ตามสิ่งเหล่านี้ก็ยังคงมีไม่เปลี่ยนแปลง
• 1.2 ประเภทที่มีการเปลี่ยนแปลง (Mutuable) การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเนื่องมาจากการใช้
ประโยชน์อย่างผิดวิธี เช่น การใช้ที่ดิน
RENEWABLE NATURAL RESOURCES
• ทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้แล้วทดแทนได้ (renewable natural resources) เป็น
ทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้ไปแล้วสามารถเกิดขึ้นทดแทนได้ ซึ่งอาจจะเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับชนิดของ
ทรัพยากรธรรมชาติประเภทนั้น ทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้แล้วทดแทนได้ เช่น พืช ป่าไม้สัตว์ป่า มนุษย์ความ
สมบูรณ์ของดิน คุณภาพของน้า และทัศนียภาพที่สวยงาม เป็นต้น
RECYCLEABLE NATURAL
RESOURCES
• ทรัพยากรธรรมชาติที่สามารถนามาใช้ใหม่ได้(Recycleable natural resources) เป็น
ทรัพยากรธรรมชาติจาพวกแร่ธาตุที่นามาใช้แล้วสามารถนาไปแปรรูปให้กลับไปสู่สภาพเดิมได้แล้วนากลับมา
ใช้ใหม่อีก (อู่แก้ว ประกอบไวย์กิจ เวอร์.2525:208) เช่น แร่โลหะ แร่อโลหะ ได้แก่ เหล็ก ทองแดง อะลูมิเนียม
แก้ว ฯลฯ
EXHAUSTING NATURAL RESOURCES
• ทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้แล้วหมดสิ้นไป (Exhausting natural resources) เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่นามาใช้แล้ว
จะหมดไปจากโลกนี้ หรือสามารถเกิดขึ้นทดแทนได้ แต่ต้องใช้เวลายาวนานมาก ทรัพยากรธรรมชาติประเภทนี้
ได้แก่ น้ามันปิโตรเลียม ก๊าซธรรมชาติ และถ่านหิน เป็นต้น
แนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
• การเพิ่มประชากรอย่างรวดเร็ว (Exponential) ทาให้มีการนาทรัพยากรธรรมชาติมาใช้สนองความ
ต้องการในการดารงชีวิตมากยิ่งขึ้นทั้งทางด้านปริมาณและคุณภาพ ซึ่งบางครั้งเกินความจาเป็น จนทาให้ระบบ
นิเวศต่าง ๆ เสียสมดุล ทรัพยากรธรรมชาติบางอย่างเสื่อมโทรม ร่อยหรอหรือเกิดการเปลี่ยนแปลงจนไม่สามารถ
เอื้อประโยชน์ได้เช่นเดิม จึงมีความจาเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหาวิธีการ หรือมาตรการในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ
อย่างเหมาะสมและมีเหตุผลเพียงพอ ทั้งนี้รวมไปถึงการควบคุมขนาดประชากรโลกให้มีความเหมาะสมกับ
ทรัพยากรของโลก ขณะเดียวกันก็ต้องอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมควบคู่ไปด้วย ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติตาม
หัวข้อที่ 3.1.3นั้น ควรเน้นทรัพยากรธรรมชาติประเภทที่ 1 และ2 โดยมีมาตรการที่ทาให้สามารถใช้ประโยชน์ได้
ตลอดไปทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ ส่วนทรัพยากรธรรมชาติประเภทที่ 3 และ 4 ควรใช้กันอย่างประหยัดและ
เหมาะสม ทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้แล้วหมดสิ้นไปควรใช้อย่างประหยัดที่สุด
แนวทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อสิ่งแวดล้อม
• 1. การให้การศึกษาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม โดยเน้นให้ผู้เรียน ได้รู้จักธรรมชาติ ที่อยู่รอบตัวมนุษย์อย่างแท้จริง โดย
ให้มีการศึกษาถึง นิเวศวิทยา และความสัมพันธ์ ระหว่างมนุษย์และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้มีความรู้จริง ในการ
ดารงชีวิต ให้ผสมกลมกลืน กับธรรมชาติที่อยู่โดยรอบ ได้มุ่งสอน โดยยึดหลักศาสนา โดยสอนให้คนมีชีวิต
ความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย ไม่ทาลายชีวิตอื่น ๆ ที่อยู่ในธรรมชาติด้วยกัน พิจารณาถึง ความเป็นไปตามธรรมชาติ
ที่เป็นอยู่ ยอมรับความเป็นจริง ของธรรมชาติ และยอมรับความจริงนั้น โดยไม่ฝืนธรรมชาติ ใช้ประโยชน์จาก
ธรรมชาติ อย่างสิ้นเปลืองน้อยที่สุด ทาให้เกิดทรัพยากรมนุษย์ ที่มีคุณภาพเป็นที่ต้องการ ของสังคมและ
ประเทศชาติ ในการพัฒนา
การสร้างจิตสานึกแห่งการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
• การสร้างจิตสานึกแห่งการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เป็นการทาให้บุคคล เห็นคุณค่าและตระหนัก ในสิ่งแวดล้อม
และธรรมชาติ รวมทั้งผลกระทบ จากการทากิจกรรม ที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม สร้างความรู้สึก รับผิดชอบต่อ
ปัญหาที่เกิดขึ้น ระหว่างสิ่งแวดล้อม และการพัฒนา การสร้างจิตสานึก โดยการให้การศึกษา เกี่ยวกับ
สิ่งแวดล้อม จะเป็นพื้นฐานในการพัฒนาจิตใจ ของบุคคล และยังมีผลต่อ พฤติกรรม ของบุคคล ให้มีการ
เปลี่ยนแปลง การดาเนินชีวิต ได้อย่างเหมาะสม สอดคล้องกลมกลืน กับธรรมชาติ
การส่งเสริมให้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยให้เอื้อต่อ
สิ่งแวดล้อม
• ดารงชีวิต โดยสอดคล้องกับธรรมชาติ ซึ่งการปรับเปลี่ยน พฤติกรรม ที่เอื้อต่อสิ่งแวดล้อมนี้จะเป็นสิ่งที่เกิดตามมา จากการให้การศึกษา และ
การสร้างจิตสานึก ทาให้มีการดารงชีวิต โดยไม่เบียดเบียนธรรมชาติ
จัดทาโดย
•นายกิตติกร คร้ามมี
•รหัส 600401484122
•คณะ วิศกรรมศาสตร์ อุตสหการ

Natural resources

  • 1.
  • 2.
    • ทรัพยากร คือสิ่งที่เรานามาใช้ได้หรือส่วนใหญ่ก็คือ ที่มีอยู่แล้ว • การจัดการต้องเริ่มที่ “ความรู้” ในการนามาใช้อย่างถูกต้องและคุ้มค่า • ความรู้ที่สาคัญคือ ความรู้ที่มีอยู่แล้ว ทั้งในพื้นที่และชุมชน • ความรู้ใหม่หรือทรัพยากรใหม่ๆ อาจหาเพิ่มอีก • เมื่อใช้ความรู้และทรัพยากรเดิมจน “เต็มที่” แล้ว
  • 3.
    ความหมายของการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ • การจัดการ (Management) •หมายถึง การดาเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพในรูปแบบต่างๆ ทั้งด้านการจัดหา การเก็บรักษา การ • ซ่อมแซม การใช้อย่างประหยัด และการสงวนรักษา เพื่อให้กิจกรรมที่ดาเนินการนั้น สามารถให้ผลยั่งยืน • ต่อมวลมนุษย์และธรรมชาติ โดยหลักการแล้ว "การจัดการ" จะต้องมีแนวทางการดาเนินงาน • ขบวนการ และขั้นตอน รวมทั้งจุดประสงค์ในการดาเนินงานที่ชัดเจนแน่นอน
  • 4.
    การอนุรักษ์ • การใช้แบบยั่งยืน (sustainableutilization) • การกักเก็บรักษา (storage) • การรักษาหรือซ่อมแซม (repair) • การฟื้นฟู (rehabilitation) • การพัฒนา (development) • การป้องกัน (protection) • การสงวน (preservation) • การแบ่งเขต (zoning)
  • 5.
  • 6.
    (INEXHAUSTIBLE NATURAL RESOURCES • ทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้แล้วไม่หมดสิ้น(Inexhaustible natural resources) เป็น ทรัพยากรธรรมชาติที่เกิดขึ้นก่อนที่จะมีมนุษย์ เมื่อมีมนุษย์เกิดขึ้นมาสิ่งเหล่านี้ก็มีความจาเป็นต่อการดารงชีวิต ของมนุษย์จาแนกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ • 1.1 ประเภทที่คงสภาพเดิมไม่เปลี่ยนแปลง (Immutuable) ได้แก่ พลังงานจากดวงอาทิตย์ ลม อากาศ ฝุ่น แม้กาลเวลาจะผ่านไปนานเท่าใดก็ตามสิ่งเหล่านี้ก็ยังคงมีไม่เปลี่ยนแปลง • 1.2 ประเภทที่มีการเปลี่ยนแปลง (Mutuable) การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเนื่องมาจากการใช้ ประโยชน์อย่างผิดวิธี เช่น การใช้ที่ดิน
  • 8.
    RENEWABLE NATURAL RESOURCES •ทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้แล้วทดแทนได้ (renewable natural resources) เป็น ทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้ไปแล้วสามารถเกิดขึ้นทดแทนได้ ซึ่งอาจจะเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับชนิดของ ทรัพยากรธรรมชาติประเภทนั้น ทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้แล้วทดแทนได้ เช่น พืช ป่าไม้สัตว์ป่า มนุษย์ความ สมบูรณ์ของดิน คุณภาพของน้า และทัศนียภาพที่สวยงาม เป็นต้น
  • 10.
    RECYCLEABLE NATURAL RESOURCES • ทรัพยากรธรรมชาติที่สามารถนามาใช้ใหม่ได้(Recycleablenatural resources) เป็น ทรัพยากรธรรมชาติจาพวกแร่ธาตุที่นามาใช้แล้วสามารถนาไปแปรรูปให้กลับไปสู่สภาพเดิมได้แล้วนากลับมา ใช้ใหม่อีก (อู่แก้ว ประกอบไวย์กิจ เวอร์.2525:208) เช่น แร่โลหะ แร่อโลหะ ได้แก่ เหล็ก ทองแดง อะลูมิเนียม แก้ว ฯลฯ
  • 12.
    EXHAUSTING NATURAL RESOURCES •ทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้แล้วหมดสิ้นไป (Exhausting natural resources) เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่นามาใช้แล้ว จะหมดไปจากโลกนี้ หรือสามารถเกิดขึ้นทดแทนได้ แต่ต้องใช้เวลายาวนานมาก ทรัพยากรธรรมชาติประเภทนี้ ได้แก่ น้ามันปิโตรเลียม ก๊าซธรรมชาติ และถ่านหิน เป็นต้น
  • 14.
    แนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ • การเพิ่มประชากรอย่างรวดเร็ว (Exponential)ทาให้มีการนาทรัพยากรธรรมชาติมาใช้สนองความ ต้องการในการดารงชีวิตมากยิ่งขึ้นทั้งทางด้านปริมาณและคุณภาพ ซึ่งบางครั้งเกินความจาเป็น จนทาให้ระบบ นิเวศต่าง ๆ เสียสมดุล ทรัพยากรธรรมชาติบางอย่างเสื่อมโทรม ร่อยหรอหรือเกิดการเปลี่ยนแปลงจนไม่สามารถ เอื้อประโยชน์ได้เช่นเดิม จึงมีความจาเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหาวิธีการ หรือมาตรการในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ อย่างเหมาะสมและมีเหตุผลเพียงพอ ทั้งนี้รวมไปถึงการควบคุมขนาดประชากรโลกให้มีความเหมาะสมกับ ทรัพยากรของโลก ขณะเดียวกันก็ต้องอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมควบคู่ไปด้วย ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติตาม หัวข้อที่ 3.1.3นั้น ควรเน้นทรัพยากรธรรมชาติประเภทที่ 1 และ2 โดยมีมาตรการที่ทาให้สามารถใช้ประโยชน์ได้ ตลอดไปทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ ส่วนทรัพยากรธรรมชาติประเภทที่ 3 และ 4 ควรใช้กันอย่างประหยัดและ เหมาะสม ทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้แล้วหมดสิ้นไปควรใช้อย่างประหยัดที่สุด
  • 17.
    แนวทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อสิ่งแวดล้อม • 1. การให้การศึกษาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมโดยเน้นให้ผู้เรียน ได้รู้จักธรรมชาติ ที่อยู่รอบตัวมนุษย์อย่างแท้จริง โดย ให้มีการศึกษาถึง นิเวศวิทยา และความสัมพันธ์ ระหว่างมนุษย์และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้มีความรู้จริง ในการ ดารงชีวิต ให้ผสมกลมกลืน กับธรรมชาติที่อยู่โดยรอบ ได้มุ่งสอน โดยยึดหลักศาสนา โดยสอนให้คนมีชีวิต ความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย ไม่ทาลายชีวิตอื่น ๆ ที่อยู่ในธรรมชาติด้วยกัน พิจารณาถึง ความเป็นไปตามธรรมชาติ ที่เป็นอยู่ ยอมรับความเป็นจริง ของธรรมชาติ และยอมรับความจริงนั้น โดยไม่ฝืนธรรมชาติ ใช้ประโยชน์จาก ธรรมชาติ อย่างสิ้นเปลืองน้อยที่สุด ทาให้เกิดทรัพยากรมนุษย์ ที่มีคุณภาพเป็นที่ต้องการ ของสังคมและ ประเทศชาติ ในการพัฒนา
  • 19.
    การสร้างจิตสานึกแห่งการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม • การสร้างจิตสานึกแห่งการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เป็นการทาให้บุคคลเห็นคุณค่าและตระหนัก ในสิ่งแวดล้อม และธรรมชาติ รวมทั้งผลกระทบ จากการทากิจกรรม ที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม สร้างความรู้สึก รับผิดชอบต่อ ปัญหาที่เกิดขึ้น ระหว่างสิ่งแวดล้อม และการพัฒนา การสร้างจิตสานึก โดยการให้การศึกษา เกี่ยวกับ สิ่งแวดล้อม จะเป็นพื้นฐานในการพัฒนาจิตใจ ของบุคคล และยังมีผลต่อ พฤติกรรม ของบุคคล ให้มีการ เปลี่ยนแปลง การดาเนินชีวิต ได้อย่างเหมาะสม สอดคล้องกลมกลืน กับธรรมชาติ
  • 20.
    การส่งเสริมให้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยให้เอื้อต่อ สิ่งแวดล้อม • ดารงชีวิต โดยสอดคล้องกับธรรมชาติซึ่งการปรับเปลี่ยน พฤติกรรม ที่เอื้อต่อสิ่งแวดล้อมนี้จะเป็นสิ่งที่เกิดตามมา จากการให้การศึกษา และ การสร้างจิตสานึก ทาให้มีการดารงชีวิต โดยไม่เบียดเบียนธรรมชาติ
  • 21.