INTERNET
INTERNET คืออะไร
• INTERNET เปนเครือขายคอมพิวเตอร
       ขนาดใหญ ที่เชื่อมโยงเครือขาย
       คอมพิวเตอร ทั่วโลกเขาดวยกัน
• คําเต็มของอินเทอรเน็ต : อินเทอรเน็ตเวิรกกิง (Internetworking)
• เรียกอีกอยางหนึ่งวา ไซเบอรสเปซ (Cyberspace)
อินเทอรเน็ต : อภิมหาเครือขาย
• อินเทอรเน็ต เปนอภิมหาเครือขายที่ยิ่งใหญมาก มี
  คอมพิวเตอรหลายลานเครื่องทั่วโลกเชื่อมตอระบบ ทําให
  คนในโลกทุกชาติทุกภาษาติดตอกันได สามารถสงขอมูล
  ขาวสารหลายรูปแบบทั้งขอความ ภาพ และเสียง
• การติดตอสื่อสารระหวางคอมพิวเตอร อาจจะติดตอ
  ผานสายโทรศัพท ไมโครเวฟ ดาวเทียม เคเบิลใตน้ํา
  หรือสายไฟเบอรออปติก
ประวัติความเปนมา
• ป 2512 กระทรวงกลาโหมสหรัฐใหทุน
  มหาวิทยาลัย ศึกษาวิธีการเชื่อมโยงคอมพิวเตอรเขา
  เปนเครือขาย เรียกวา อารปาเน็ต (ARPAnet)
• ป 2524 มหาวิทยาลัยทุกแหงในสหรัฐเชื่อมโยงเขาสู
  เครือขาย และเปลี่ยนชื่อมาเปน อินเทอรเน็ต
• ป 2532 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร ไดเชื่อมโยง
  เครือขายเพื่อสง อิเล็กทรอนิกสเมล กับประเทศ
  ออสเตรเลีย
อินเทอรเน็ตในประเทศไทย
          สําหรับภาคเอกชน ไดมีการกอตั้งบริษัทสําหรับ
ใหบริการอินเตอรเน็ตแกเอกชนและบุคคลทั่วไป ที่นิยมเรียกกัน
วา ISP (Internet Service Providers)




                                                      5
7 พฤศจิกายน 2554   6
เหตุผลสําคัญที่ทําใหอินเตอรเน็ตไดรับความนิยมแพรหลาย
   การสื่อสารบนอินเตอรเน็ต ไมจํากัดระบบปฏิบัติการของเครื่องคอมพิวเตอร คอมพิวเตอร
    ที่ตางระบบปฏิบัติการกันก็สามารถติดตอ สื่อสารกันได เชน คอมพิวเตอรที่มี
    ระบบปฏิบัติการแบบ Windows 95 สามารถสื่อสารกับคอมพิวเตอรที่มีระบบปฏิบัติการ
    แบบ Macintosh ได
   อินเตอรเน็ตไมมีขอจํากัดในเรื่องของระยะทาง ไมวาจะอยูภายในอาคารเดียวกัน หรือหาง
    กันคนละทวีป ขอมูลก็สามารถสงผานถึง กันได
   อินเตอรเน็ตไมจํากัดรูปแบบของขอมูล ซึ่งมีไดทั้งขอมูลที่เปนขอความอยางเดียว หรืออาจ
    มีภาพประกอบ รวมไปถึงขอมูลชนิด มัลติมีเดีย คือมีทั้งภาพเคลื่อนไหวและมีเสียง
    ประกอบดวยได
การประยุกตใชงานบนอินเทอรเน็ต
•   E-mail
•   Telnet
•   FTP
•   www ,Gopher,Archie
•   Usenet
•   Chat
•   E-Commerce
•   Entertain
E-mail : Electronic Mail



• ไปรษณียอิเล็กทรอนิกส หรือ E-mail
  (Electronic Mail) เปนการสงจดหมาย
  อิเล็กทรอนิกส ผานเครือขายอินเทอรเน็ต ตลอดจน
  สามารถ สงแฟมขอมูล หรือไฟลแนบกับ
  อีเมลไดดวย
Telnet
• เทลเน็ต (Telnet) การขอเขาระบบจากระยะไกล
• เปนบริการที่เราสามารถเขาไปใชงานในเครื่อง
  คอมพิวเตอรที่อยูไกลๆ ดวยตัวเอง
FTP
• การถายโอนขอมูล FTP (File Transfer Protocol)
• เปนบริการของอินเทอรเน็ต ที่เราสามารถคนหาและเรียกขอมูล
  จากแหลงตางๆ มาเก็บที่เครื่องเรา หรือสงไปที่เครื่องอื่น
  ทั้งขอมูลที่เปน ขอความ ภาพ และเสียง
www
• World Wide Web : www
• Gopher
• Archie
• เปนการใชเครือขายอินเทอรเน็ต
  ในการ สืบคนขอมูล คนหา
  ขาวสารที่มีอยูมากมาย แลวชวย
  จัดเรียงขอมูลขาวสารตามหัวขอ
  อยางมีระบบ เปนเมนู ทําใหเรา
  หาขอมูลไดงายและสะดวก
World Wide Web : www
• World Wide Web : www
• การบริการขอมูลที่เชื่อมตอดวย ไฮเปอรลิงก โดยมีโฮสตที่ทําหนาที่บริการ
  ขอมูลซึ่งเรียกวา เว็ปเซิรฟเวอร (Web Server ) การเรียกชื่อโฮสต ใชคํา
  นําหนาวา www เชน www.thaisakon.com
Usenet
• Usenet เปนการใหบริการแลกเปลี่ยนขาวสาร และแสดง
  ความคิดเห็นที่ผูใชอินเทอรเน็ตทั่วโลกพบปะกัน แสดง
  ความคิดเห็นของตน โดยมีการจัดการผูใชเปนกลุม
• เปนเวทีขนาดใหญ ใหทุกคน จากทุกมุมโลก
Chat
• Chat การสื่อสารดวยขอความ เปนการพูดคุยกัน
  ระหวางผูใชอินเทอรเน็ต โดยพิมพขอความโตตอบกัน
  ในเวลาเดียวกัน
E-Commerce
• E-Commerce : Electronic Commerce
• เปนการซื้อ-ขายสินคา และบริการบนอินเทอรเน็ต ปจจุบันมี
  บริษัทหลายหมื่นบริษัทใชอินเทอรเน็ตทําธุรกิจ และใหบริการ
  ลูกคา 24 ชั่วโมง
Entertain
• Entertain เปนบริการดานความบันเทิงในรูปแบบตางๆ
  เชน เกมส เพลง รายการโทรทัศน รายการวิทยุ เปนตน
  สามารถเลือกใชบริการ 24 ชั่วโมง
องคประกอบของระบบอินเทอรเน็ต

• Server
• Client
• ระบบสื่อสาร โทรคมนาคม
Server
 Server เปนคอมพิวเตอรทที่ทําหนาที่
ใหบริการดานตางๆ อาทิเชน เปน
  • Web Server
  • Mail Server
  • News server
  • FTP Server
  • ฯลฯ
Client

• Client เปนคอมพิวเตอรสวนบุคคล
 ที่ทําการเชื่อมตอตนเองไปยัง Server
 เพื่อขอใชบริการตางๆ จาก Server
ระบบสื่อสาร โทรคมนาคม
           • เปนเสนทางที่ใชในการ
             ติดตอสื่อสารระหวาง
             Client กับ Server และ
             Server กับ Server อื่น ใน
             เครือขายอินเทอรเน็ต
การเชื่อมตอเขาสูอินเทอรเน็ต
• การเชื่อมตอแบบสวนบุคคล
• การเชื่อมตอแบบ Cooperate dial-in
• การเชื่อมตอแบบ Cooperate lease line
การเชื่อมตอแบบสวนบุคคล
 อุปกรณที่จําเปน
• คูสายโทรศัพท
• Modem
• คอมพิวเตอร
• เปดบัญชีผูใชกับผูใหบริการอินเทอรเน็ต
รูปแบบการเชื่อมตอ
           องคการ
           โทรศัพท
รูปแบบการเชื่อมตอ
    กําหนด
   Username     องคการ
   Password     โทรศัพท
หมายเลขโทรศัพท
รูปแบบการเชื่อมตอ
       MODEM เปลี่ยนขอมูล
          ในรูปแบบดิกิตอล
                องค จ าร
            เปนโทรศัพท
                อนาล็อก
       สงไปตามสายโทรศัพท
MODEM เปลี่ยนขอมูล
                           ในรูปแบบอนาล็อก
รูปแบบการเชื่อมตอ             เปนดิจิตอล
                       สงไปยังเครื่องคอมพิวเตอร

            องคการ
            โทรศัพท
เชื่อมตอไปยัง
รูปแบบการเชื่อมตอ    เครือขายอินเทอรเน็ต



           องคการ
           โทรศัพท
ลักษณะการใชงาน
• ผูใชกําหนด Username และ Password
    
• กําหนดหมายเลขโทรศัพทของผูใหบริการอินเทอรเน็ต
• เริ่มการติดตอ
• เรียกโปรแกรมสําหรับใชบริการตางๆ บนอินเทอรเน็ต อาทิ
  เชน ถาตองการคนขอมูลจาก www ใหใชโปรแกรม IE /
  Nescape / Opera ถาตองการสนทนาบนเครือขาย ใช
  Internet Phone ฯลฯ
การเชื่อมตอแบบ Cooperate dial-in
• การเชื่อมตอแบบสวนบุคคล มีขอจํากัดคือ
  ใชไดครั้งละ 1 เครื่อง 1 ผูใช
• กรณีที่ตองการใหใชไดหลายๆ เครื่อง และ
  ประหยัดคาใชจาย สามารถทําไดโดยการใช
  การเชื่อมตอแบบ coperate dial-in
อุปกรณที่จําเปน
• คูสายโทรศัพท
• Modem
• คอมพิวเตอรที่ทําหนาที่เปน Server
• คอมพิวเตอรที่ใชงานตองตอกันเปนระบบ
  เครือขาย
• เปดบัญชีผูใชกับผูใหบริการอินเทอรเน็ต
รูปแบบการเชื่อมตอ

                องคการ
                โทรศัพท

         คอมพิวเตอรตองเปน
           ระบบเครือขาย
รูปแบบการเชื่อมตอ
   Server ทําหนาที่เปน
 ชองทางในการติดตอ
ผูใหบริการอินเทอรเน็ต
                           องคการ
                           โทรศัพท
รูปแบบการเชื่อมตอ
 MODEM เปลี่ยนขอมูล
    ในรูปแบบดิกิตอล
          องค จ าร
      เปนโทรศัอพท
          อนาล็ ก
 สงไปตามสายโทรศัพท
                       องคการ
                       โทรศัพท
MODEM เปลี่ยนขอมูล
รูปแบบการเชื่อมตอ           ในรูปแบบอนาล็อก
                                 เปนดิจิตอล
                         สงไปยังเครื่องคอมพิวเตอร

              องคการ
              โทรศัพท
เชื่อมตอไปยัง
รูปแบบการเชื่อมตอ       เครือขายอินเทอรเน็ต



              องคการ
              โทรศัพท
ลักษณะการใชงาน
• กําหนด Username และ Password
• กําหนดหมายเลขโทรศัพทของผูใหบริการอินเทอรเน็ต
• การกําหนดขางตนกระทําที่เครื่องที่เปน Server
• เริ่มการติดตอ
• การเรียกโปรแกรมสําหรับใชบริการตางๆ บนอินเทอรเน็ต สามารถ
  ทําไดที่เครื่องตางๆ ที่อยูในเครือขาย โดย Server จะเปน
  gateway นําผูใชในเครือขายออกไปยังอินเทอรเน็ต
การเชื่อมตอแบบ Cooperate lease line
• เหมาะสําหรับหนวยงานที่ตองการใหบริการ
  ทางดานอินเทอรเน็ต
• ตองการเชื่อมตอกับระบบตลอด 24 ชั่วโมง
• มีบุคลากรในหนวยงานที่ตองใชอินเทอรเน็ต
  ในเวลาเดียวกันเปนจํานวนมาก
อุปกรณที่จําเปน
• Lease line
• Modem
• Router
• คอมพิวเตอรที่ทําหนาที่เปน Server
• คอมพิวเตอรที่ใชงานตองตอกันเปนระบบ
  เครือขาย
รูปแบบการเชื่อมตอ



         คอมพิวเตอรตองเปน
           ระบบเครือขาย
รูปแบบการเชื่อมตอ
   Server ใหบริการตางๆ เชน
   Internet Server
   Web Server
   Mail Server
รูปแบบการเชืทํามตอ นอุปกรณ
       Router
              ่อ หนที่เป
          หาเสนทางบนเครือขาย
          อินเทอรเน็ต
MODEM เปลี่ยนขอมูล
             ในรูปแบบดิจิตอลการ
                        องค
รูปแบบการเชื่อมตอ
               เปนอนาล็โทรศัพท
                        อก
          สงไปตามสายโทรศัพท
รูปแบบการเชื่อมตอ ่อสาร
          วงจรเชาจากการสื
         ทศท. UCOM DATANET
MODEM เปลี่ยนขอมูล
                        ในรูปแบบอนาล็อก
รูปแบบการเชื่อมตอ          เปนดิจิตอล
                    สงไปยังเครื่องคอมพิวเตอร

          วงจรเชาจากการสื่อสาร
         ทศท. UCOM DATANET
รูปแบบการเชื่อมตอ   Router ทําหนที่เปนอุปกรณ
                     หาเสนทางบนเครือขาย
                     อินเทอรเน็ต
Internet
                     Server
รูปแบบการเชื่อมตอ   Web Server
                     Mail Server
ลักษณะการใชงาน
• การใชอินเทอรเน็ตในรูปแบบนี้ Server จะทําการ
  เชื่อมตออยูกับเครือขายตลอด 24 ชั่วโมง
• การเรียกโปรแกรมสําหรับใชบริการตางๆ บน
  อินเทอรเน็ต สามารถทําไดที่เครื่องตางๆ ที่อยูใน
  เครือขาย การนําผูใชทองไปในอินเทอรเน็ตจะเปน
  หนาที่ของ Router
ตัวอยางการติดตั้งระบบอินทราเน็ต
             HUB
                                       คูสายโทรศัพท
                                      Modem

                                     Windows
                                      wingate
                                      Teleport
                                   Download ขอมูล
Windows 95/98/2000/XP+Web server
ตัวอยางการติดตั้งระบบอินทราเน็ต
                   HUB
                                                 คูสายโทรศัพท
                                                Modem



                                      Linux
Windows 95/98/2000/XP+Web server ทําหนาที่เปน
                              Gateway+Proxy+Intranet
ตัวอยางการติดตั้งระบบอินทราเน็ต
                     HUB
                                            คูสายโทรศัพท
                                           Modem



    Linux
ทําหนาที่เปน   Windows 95/982000/XP+Web server
   Intranet
อ ิน เ ต อ ร เ น ็ต ย ุค ห น า
Web 1.0
•   E-mail
•   Chat room
•   Telnet
•   Net meeting
•   Webboard
•   IRC/ICQ
•   LMS
Web 2.0
•   Camfrog
•   YouTube
•   Wikis
•   Podcast
•   Weblog
•   Webcast
•   Webquest
•   LAMP ฯลฯ
Web 2.0
Web 2.0
Social Network คือ ?...




         Social Network “เครือขายสังคม” หรือ “เครือขายมิตรภาพ” หรือ
กลุมสังคมออนไลน” คือ บริการผานเว็บไซตที่เปนจุดโยงระหวางบุคคลแต
ละคนที่มีเครือขายสังคมของตัวเองผานเน็ตเวิรคอินเทอรเน็ต รวมทั้งเชื่อมโยง
บริการตางๆ อยาง เมล เมสเซ็นเจอร เว็บบอรด บล็อก ฯลฯ เขาดวยกัน
จุ ด เ ริ่ ม ต น ข อ ง สั ง ค ม อ อ น ไ ล น เ กิ ด ขึ้ น จ า ก เ ว็ บ ไ ซ ต
classmates.com เมื่อป 1995 และเว็บไซต SixDegrees.com ในป 1997
ซึ่ง เป นเว็ บ ไซต ที่ จํา กั ด การใช ง านเฉพาะนั ก เรีย นที่ เรี ย นในโรงเรี ย น
เดีย วกั น เพื่ อสร า งประวั ติ ข อมู ล การสื่ อสาร และแลกเปลี่ย นขอมูล ที่
สนใจร วมกั น ระหว า งเพื่ อ นนั ก เรี ย นในลิ ส ต เ ท า นั้น ต อ มาในป 1999
เว็บไซต epinions.com ที่พัฒนาโดย Jonathan Bishop ก็ไดมีการเพิ่ม
ฟงกชั่นในสวนของการที่ผูใชสามารถควบคุมเนื้อหาและติดตอถึงกันได
1.Communicate (การสื่อสาร) มีการโตตอบกันผานทางเว็บได เชน
บล็อก ที่ผูใชสามารถสมัครสมาชิกและสรางเนื้อหาของตัวเองได มีคนเขา
มาอาน มาคอมเมนต นอกจากนี้หลายเว็บยังสามารถที่จะพูดคุยกันไดเลย
ฝากขอความไวใหกัน สรางกลุมที่สนใจเรื่องเดียวกัน
    2. Definition (คําจํากัดความ) ที่เห็นไดชัดในเว็บจะมี Tagging และ
Bookmark เสมอ ใหเราระบุคําที่ใชในเนื้อหา ในกรณีที่พบเจอเนื้อหาที่
นาสนใจ ก็สามารเก็บไวเพื่อกลับเขามาดูไดโดยการ Bookmark หนาเว็บนั้น
ไว
3.Networking (เครือขาย) - มีชุมชนออนไลน มีเว็บบอรดให
สมาชิกพูดคุยกัน รวมมือกันสรางสรรคอะไรใหมขึ้นมา การที่มีคนใน
เครือขายมากๆก็จะมีพลังมากขึ้น ทําใหคนในกลุมประสบความสําเร็จ
ไดเร็วขึ้น




   4.Sharing (แบงปน) - สิ่งที่ขาดไมไดเลยที่คนอยูรวมกันในสังคม ก็
คือ การแบงปน เอื้ออาทร ตอกันและกัน ซึ่งในโลกอินเตอรเน็ต สามารถ
แบงปนกันไดหลายอยาง เชน ขอมูล เอกสาร รูปภาพ วีดีโอ เพลง
Social Networking Sites มีทั้งหมดกี่ประเภท
1. Identity Network เผยแพรตัวตน hi5, myspaces, facebook




        เว็บไซตเหลานี้ใชสําหรับนําเสนอตัวตนและเผยแพรเรื่องราว
ของตนเองทางอินเตอรเน็ตครับ สามารถเขียน blog สรางอัลบั้มรูปของ
ตัวเอง สรางกลุมเพื่อน และสรางเครือขายขึ้นมาได
2. Creative Network เผยแพรผลงาน youtube, flickr, multiply


  3. Interested Network ความสนใจตรงกัน เชน digg, del.icio.us
  social book mark ก็ เปนหนึ่งในนี้



          del.icio.us เปน Online Bookmarking หรือ Social Bookmarking
โดยแทนที่เราจะ Bookmark เว็บที่เราชอบเก็บไวในเครื่องของเราคน
เดียว แตเอา Bookmark เก็บไวบนเว็บเพื่อแบงใหคนอื่นไดดู และเราก็จะ
ไดรูดวยวาเว็บไซตใดที่ไดรับความนิยมมาก เปนที่นาสนใจ
4. Collaboration Network     รวมกันทํางาน ตรงนี้ก็จะเปนพวก
    รวมกันพัฒนาซอฟตแวรหรือสวนตางๆของซอฟตแวร




        WikiPedia เปนสารานุกรมตอยอด ที่อนุญาตใหใครก็ไดเขามา
ชวยกันเขียน และแกไขบทความตางๆ ทําใหเกิดเปนสารานุกรมออนไลน
ขนาดใหญที่รวบรวมความรู ขาวสาร และเหตุการณตางๆ ยังมีภาษาไทย
 ปจจุบันใช Google Maps สรางแผนที่ของตัวเอง หรือแชรแผนที่ใหคน
 อื่นได จึงทําใหมีสถานที่สําคัญหรือสถานที่ตางๆ ถูกปกหมุดเอาไว
5. Gaming/Virtual Reality โลกเสมือน อันนี้คนไทยอาจไมคอย
  คุนเคย ตัวอยาง second life, DotA



 6. Peer to Peer (P2P)


        P2P เปนการเชื่อมตอกันระหวาง Client (เครื่องผูใช, เครื่อง
ลูกขาย) กับ Client โดยตรง โปรแกรม Skype จึงไดนําหลักการนี้มาใช
เปนโปรแกรมสนทนาผานอินเตอรเน็ต และก็มี BitTorrent เกิด
เว็บไซตแบบ Social Network ในโลกนี้ มีเว็บไซต Social Network ใดบางที่เปนยอดนิยม

1. MySpace.com               2. FaceBook.com              3. Orkut.com



4. Hi5.com
                      5. Vkontakte.ru              8. PerfSpot.com

                      6. Friendster.com            9. Bebo.com

                      7. SkyRock.com               10. Studivz.net
Web Development
อยากเปนเว็บมาสเตอรตองเตรียมตัวอยางไร
• ศึกษาขอมูลเกี่ยวกับขั้นตอนและองคประกอบในการพัฒนา
  บริหารและดูแลเว็บไซต
• เพิ่มเติมความรูในเรื่องของเครื่องมือตางๆ ที่ใชในการพัฒนา
  เว็บไซต
• คนควาหาแนวคิดใหมๆ เทคนิควิธีการนําเสนอใหมๆ หรือ
  แนวโนมของการพัฒนาเว็บไซตในอนาคต
• เขาใจจุดเดนและจุดดอยของเทคโนโยลี ตลอดจนสามารถ
  ปรับใหเขากับสภาพที่เหมาะสมที่สุดได
ผูที่เกี่ยวของในการพัฒนาเว็บไซต
• Webmaster
• Web Site Developer
• System Administrator
• Content Editor
• Translator
นักพัฒนาเว็บไซตตองเรียนรูโปรแกรมอะไรบาง
กระบวนการในการพัฒนาเว็บไซต
1.   สํารวจปจจัยสําคัญ (Research)
2.   พัฒนาเนื้อหา (Site Content)
3.   พัฒนาโครงสรางเว็บไซต (Site Structure)
4.   ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต (Visual Design)
5.   พัฒนาและดําเนินการ (Production and
     Operation)
การจัดระบบขอมูลในเว็บไซต
• วางแผน/กําหนดหัวขอ และเนื้อหาที่จะนําเสนอ
• สรางความสัมพันธของขอมูล แบบรากตนไม

                    Home Page

          ประวัติ    ผลงาน      งานอดิเรก
การจัดระบบขอมูลในเว็บไซต (ตอ)
• กําหนดชื่อไฟลของเอกสารเว็บ
               Index.htm

Page-1.htm     Page-2.htm    Page-3.htm
การจัดระบบขอมูลในเว็บไซต (ตอ)
• สรางโฟลเดอรเฉพาะสําหรับเอกสารเว็บแตละชุด/เรื่อง
• ในโฟลเดอรที่สราง สามารถสรางโฟลเดอรยอย เพื่อเก็บ
  ไฟลใหเปนระบบระเบียบได
การจัดระบบขอมูลในเว็บไซต (ตอ)
• จัดหาภาพ หรือสรางภาพที่เกี่ยวของกับเนื้อหา
   – สรางดวยโปรแกรมกราฟก เชน Adobe Photoshop
   – คัดเลือกจาก ClipArt For Web เชน CD-Rom รวมภาพสําหรับเว็บ
• ภาพที่เลือกใชงานทั้งหมด ตองเก็บไวในโฟลเดอรที่สรางไว
  กอนแลว
การจัดระบบขอมูลในเว็บไซต (ตอ)
• สรางเอกสารเว็บ โดยการลงรหัส HTML หรือใชโปรแกรมชวย
• ไฟลเอกสาร HTML ทุกไฟลจะตองบันทึกไวในโฟลเดอรที่สรางไว
  กอน รวมกับรูปภาพที่จัดเตรียมไวแลว
การจัดระบบขอมูลในเว็บไซต (ตอ)
• ตรวจสอบผล เอกสาร HTML ดวยเว็บเบราเซอร
• แกไขขอผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น เนื่องจากเว็บเบราเซอรแตละ
  คาย แตละรุน รูจักคําสั่ง HTML ไมเทากัน
• สงขอมูลขึ้นเครื่องแมขาย (Server)
• ตรวจสอบผลการเรียกดูจากเครื่องแมขาย
หลักเกณฑในการเลือกภาพ Graphic
•   ขนาดไฟลไมควรเกิน 80 กิโลไบต เพื่อความรวดเร็วในการ
    แสดงผล
•   ใชไฟลแบบ JPEG สําหรับรูปถาย หรือรูปที่มีสีเกิน 256 สี
•   ใชไฟลแบบ GIF สําหรับภาพวาดหรือภาพการตูนที่มีสีไม
    เกิน 256 สี
•   เลือกภาพที่มีความนาสนใจและดึงดูด เพื่อไมใหเสียเวลาที่
    เสียไปในการ Download
•   ภาพเปลาประโยชน
ไฟลภาพกราฟกที่นํามาใชในการทําเว็บ
• ไฟลฟอรแมต JPG, JPEG
• ไฟลฟอรแมต GIF
• ไฟลฟอรแมต PNG
ไฟลสกุล JPG (Joint Photographer’s Experts Group)
• จุดเดน
   – แสดงสีไดสูงสุด16.7 ลานสี (สนับสนุนสีไดถึง 24 bit)
   – สามารถกําหนดคาการบีบไฟลไดตามที่ตองการ
   – มีระบบแสดงผลแบบหยาบและคอยๆ ขยายไปสูละเอียดในระบบ
     Progressive
   – มีโปรแกรมสนับสนุนการสรางจํานวนมาก
   – เรียกดูไดกับ Graphics Browser ทุกตัว
   – ตั้งคาการบีบไฟลได (compress files)
• จุดดอย
   – ทําใหพื้นของรูปโปรงใสไมได
ไฟลสกุล GIF (Graphics Interlace File)
• จุดเดน
   – แสดงสีไดสูงสุด 256 สี
   – สามารถใชงานขามระบบ (Cross Platform) หมายความวา คอมพิวเตอรทุกระบบ ไม
       วาจะใช Windows, Unix ก็สามารถเรียกใชไฟลภาพสกุลนี้ได
   – มีขนาดไฟลต่ํา จากเทคโนโลยีการบีบอัดภาพ ทําใหสามารถสงไฟลภาพไดรวดเร็ว
   – สามารถทําพื้นของภาพใหเปนพื้นแบบโปรงใสได (Transparent)
   – มีระบบแสดงผลแบบหยาบและคอยๆ ขยายไปสูละเอียดในระบบ Interlace
   – มีโปรแกรมสนับสนุนการสรางจํานวนมาก
   – เรียกดูไดกับ Graphics Browser ทุกตัว
   – ความสามารถดานการนําเสนอแบบภาพเคลื่อนไหว (GIF Animation)
• จุดดอย
   – ไฟลชนิดนี้ก็มีจุดดอยในเรื่องของการแสดงสี ซึ่งแสดงไดเพียง 256 สี ทําให การ
       นําเสนอภาพถาย หรือภาพที่ตองการความคมชัดหรือภาพสดใส จะตองอาศัยฟอรแมต
       อื่น
ไฟลสกุล PNG (Portable Network Graphics)
• จุดเดน
    –   แสดงสีไดสูงสุด 16.7 ลานสี
    –   สนับสนุนสีไดถึงตามคา True color (16 bit, 32 bit หรือ 64 bit)
    –   สามารถกําหนดคาการบีบไฟลไดตามที่ตองการ
    –   มีระบบแสดงผลแบบหยาบและคอยๆ ขยายไปสูละเอียด (Interlace)
    –   สามารถทําพื้นโปรงใสได
• จุดดอย
    – หากกําหนดคาการบีบไฟลไวสูง จะใชเวลาในการคลายไฟลสูงตามไปดวย แตขนาด
      ของไฟลจะมีขนาดต่ํา
    – ไมสนับสนุนกับ Graphic Browser รุนเกา สนับสนุนเฉพาะ IE 4 และ Netscape 4
    – ความละเอียดของภาพและจํานวนสีขึ้นอยูกับ Video Card
    – โปรแกรมสนับสนุนในการสรางมีนอย
การแสดงภาษา
• เลือกฟอนตที่ตองการจากตัวเลือก Font โดยเอกสารภาษาไทยควรกําหนด
  ฟอนตเปน Microsoft Sans Serif, MS Sans Serif หรือ Tahoma สําหรับ
  เอกสารภาษาอังกฤษ กําหนดเปน Arial
• ขนาดตัวอักษร สามารถกําหนดไดอิสระ และเมื่อกําหนดแลว ผูใช
  ปลายทางยังสามารถปรับเปลี่ยนไดอิสระ
• การพิมพขอความไมตองสนใจระยะกั้นหลัง เพราะโปรแกรมจะตัดคําให
  โดยอัตโนมัติ สําหรับเอกสารภาษาไทย ควรเวนวรรคใหกับประโยคเปน
  ระยะๆ อยาพิมพติดกัน
• การกดปุม <Enter> จะกระทําเมื่อตองการขึ้นบรรทัดใหม, เวนบรรทัด
  หรือจบพารากราฟ
• หากตองการขึ้นบรรทัดใหม กอนจบพารากราฟใหกดปุม <Shift><Enter>
การกําหนดชื่อไฟล และนามสกุลของไฟลเอกสารเว็บ
•   ควรใชตัวอักษร a - z หรือตัวเลข 0 - 9 หรือผสมกัน
•   ตัวอักษร a - z ควรเปนตัวพิมพเล็ก
•   หามตั้งชื่อไฟลเปนภาษาไทย
•   ชื่อไฟลแรกของเอกสารเว็บ มักจะใชชื่อ index หรือ default
แนวคิดในการออกแบบ
•   เรียนรูจากเว็บไซตตางๆ
•   ประยุกตรูปแบบจากสิ่งพิมพ
•   ใชแบบจําลองเปรียบเทียบ
•   ออกแบบอยางสรางสรรค
แนวทางในการสรางเว็บไซต

     13 ขั้นตอนในการพัฒนาเว็บไซต

     การจัดโครงสรางของเว็บไซต
     ระบบเนวิแกชั่น
     การจัดแบงเนื้อที่ในหนาเว็บ
     สีบอกความหมายอะไรบาง
13 ขั้นตอนในการพัฒนาเว็บไซต
Phase 1: สํารวจปจจัยที่สําคัญ (Research)
                                                            1. เปาหมายหลักของเว็บไซต
    1.รูจักตัวเอง - กําหนดเปาหมายและสํารวจความพรอม
                                                            2. ความตองการของผูใช
    2.เรียนรูผูใช – ระบุกลุมผูใชและศึกษาความตองการ
                                                            3. กลยุทธในการแขงขัน
    3.ศึกษาคูแขง - สํารวจการแขงขันและเรียนรูคูแขง

Phase 2: พัฒนาเนื้อหา (Site Content)                        1. แนวทางในการออกแบบเว็บไซต
    4.สรางกลยุทธการออกแบบ                                  2. ขอบเขตเนื้อหาการใชงาน
    5.หาขอสรุปขอบเขตของเนื้อหา                             3. ขอมูลที่ถูกจัดอยางเปนระบบ

Phase 3: พัฒนาโครงสรางเว็บไซต (Site Structure)
                                                            1. แผนผังโครงสรางขอมูล
    6.จัดระบบขอมูล
                                                            2. แนวทางการทองเว็บ
    7.จัดทําโครงสรางขอมูล
                                                            3. ระบบเนวิเกชัน
    8.พัฒนาระบบเนวิเกชัน
                                                            1. ลักษณะหนาตาของเว็บไซต
Phase 4: ออกแบบและพัฒนาหนาเว็บ (Visual design)             2. เว็บเพจตนแบบที่จะใชในการพัฒนา
    9.ออกแบบและพัฒนาหนาตาเว็บ                              3. รูปแบบโครงสรางเว็บไซต
   10.พัฒนาตนแบบและขอกําหนดสุดทาย                        4. ขอกําหนดในการพัฒนาเว็บไซต
Phase 5: พัฒนาและดําเนินการ (Production and Operation)      1. เว็บไซตที่สมบูรณ
   11.ลงมือพัฒนาเว็บเพจ                                     2. เปดตัวเว็บไซตและทําใหเปนที่รูจัก
   12.เปดตัวเว็บไซต                                       3. แนวทางในการดูแลและพัฒนาตอไป
   13.ดูแลและพัฒนาตอเนื่อง
จัดโครงสรางเว็บไซต (Site MAP)
จัดโครงสรางเว็บไซต (Site MAP)
         หนา A

                                    แบบที่1 ตองคลิ๊ก 6 เพื่อเขาดูขอมูลหนา B
                                    แบบที่ 2 คลิ๊กเพียง 2 ครั้งเนื่องจาก
                                           โครงสรางขอมูลไมลึกมาก


                       หนา B

                                หนา A



                  หนา B
จัดโครงสรางเว็บไซต (Site MAP)
ระบบเนวิเกชัน
เปนการวางการเคลื่อนที่ภายในไซต (Site Flow)
เพื่อใหมองเห็นภาพการเชื่อโยงแตละหนาเพจไดชัดเจน

                องคกร                               ฝายวิจัย



 ฝายวิจัย    ฝายบริการ   ฝายถายทอด
                                                     นักวิจัย    ผลงานวิจัย



 นักวิจัย     ผลงานวิจัย                            กําลัง         พรอม
                                                                              จดสิทธิบัตร
                                                 ดําเนินการ       ถายทอด
ขั้นตอนการออกแบบ
จัดแบงพื้นที่ในหนาเว็บ (Page Layout)
...รูปแบบการแบงหนาเพจทั่วไปที่พบเห็นบอย 3 รูปแบบ...
Flash Header



                                         ------------------------------------------
                                     ----------------------------------------------
                                     ---------------------------------------------                           Picture                            Picture
      Picture
                                      ---------------------------------------------
                                      --------------------------------------------
                                      --------------------------------------------
                                      --------------------------------------------                    ----------------------------       ----------------------------
                                      --------------------------------------------                --------------------------------   --------------------------------
                                      ---------------------------------------------               --------------------------------   --------------------------------
                                                                                                  --------------------------------   --------------------------------


    ----------------------------                                                                      ----------------------------       ----------------------------
--------------------------------                                                                  --------------------------------   --------------------------------
--------------------------------                                                                  --------------------------------   --------------------------------
--------------------------------                                                                  --------------------------------   --------------------------------

1 --- ----------------------------                    1 --- ----------------------------
                                                                                                      ----------------------------       ----------------------------
2 --------------------------------                    2 --------------------------------
                                                                                                  --------------------------------   --------------------------------
3 --------------------------------                    3 --------------------------------
                                                                                                  --------------------------------   --------------------------------
4 --------------------------------                    4 --------------------------------
                                                                                                  --------------------------------   --------------------------------
5 --------------------------------                    5 --------------------------------



                                                                                             Footer
สีบอกความหมายอะไรบาง
   สีน้ําเงิน
              ความหมายในทางดี : ความซื่อสัตย ความมั่นคงปลอดภัย ความสะอาด ความเปน
   ระเบียบ ความหวง มีน้ําใจ ความมีคุณธรรม ความฉลาดรอบรู ความสะอาด ความสงบ ความ
   กลมกลืน ความเปนหนึ่ง ความเชื่อมั่น
                ความหมายในทางไมดี : ความหดหู ซึมเศรา เสียใจ ความโมโห
   สีแดง
               ความหมายในทางดี : พลัง อํานาจ ความรัก ความอบอุน ความจริง กําลังใจ อาการขวย
   เขิน ความแข็งขัน การแขงขัน การเสียสละ ความกลาหาญความเร็ว ความตื่นเตน ความสนุกสนาน

              ความหมายในทางไมดี : ความโมโห ความกาวราว ความอันตราย ความละอาย ความ
   รุนแรง ความผิดพลาด

   สีเขียว
   ความหมายในทางดี : ธรรมชาติ สุขภาพ ความยินดี การมีโชคดี การเริ่มตนใหม ความปลอดภัย การ
   รักษาความอบอุน ความแข็งแรง ความหวัง ความสมบูรณ ความกระฉับกระเฉง ความเปน อมตะ
   ความภักดี
   ความหมายในทางไมดี : อิจฉา ริษยา โชคราย ขาดประสบการณ ความเบื่อหนาย
สีบอกความหมายอะไรบาง (ตอ1)
   สีเหลือง / สีสม
   ความหมายในทางดี : ความสดใส รางเริง การโมงโลกในแงดี ความหวง ความอบอุน ความร่ํารวย ความสงา
   งาม ธรรมะ ปรัชญา ความสุขความคิดฝน
   ความหมายในทางไมดี : ความไมซื่อสตย การทรยศ ความขลาดกลัว ความอิจฉา ความเจ็บปวย การ
   หลอกลวง ความไมแนนอน

   สีน้ําตาล
   ความหมายในทางดี : ความเรียบงาย ความสะดวกสบาย ความทนทาน ความมั่นคง ความเชื่อถือได ความมี
   เกียรติ ความเจริญเติบโตเต็มที่
   ความหมายในทางไมดี : ความเปรอะเปอน อากรซึมเศรา หดหู สลดใจ


   สีเทา
   ความหมายในทางดี : ความสภาพ ความสงบเสงี่ยม ความเปนไปได ความมนคง ความไววางใจ วามฉลาด
   ความสุขุม ความมีเกียรติ
   ความหมายในทางไมดี : ความเศราโศก ความนาเบื่อ
สีบอกความหมายอะไรบาง (ตอ2)
   สีขาว
   ความหมายในทางดี : ความบริสุทธิ์ ความไรเรียงสา ความรัก ความฉลาด ความสงบเสงี่ยม ความเรียบงาย
   ความสะอาด การปราศจากเชื้อโรค ความเคารพนับถือ ความนอบนอมถอมตน ความเที่ยงตรง ความดี
   ความหมายในทางไมดี : ความออนแอ การเจ็บปวย ความตาย ความเศราโศก

   สีดํา
   ความหมายในทางดี : อํานาจ ความฉลาด ความเปนเลิศ ความสุขุม ความรอบครอบ ความตั้งใจ ความมนคง
   ความเปนทางการ
   ความหมายในทางไมดี : ความซับซอน การหลอกลวง ความลบความกลัว การปกปด ความนากลัว ความชั่ว
   ราย ความทุกข ความหดหู ความหมดหวง ความเศราโศก ความโกรธ ความลึกลับ
การออกแบบเว็บไซตที่ดี
รูจักกับการออกแบบเว็บไซต
      การออกแบบเว็บไซตนั้นไมไดหมายถึงลักษณะหนาตาของเว็บไซต
เพียงอยางเดียว แตเกี่ยวของตั้งแตการเริ่มตนกําหนดเปาหมายของ
เว็บไซต ระบุกลุมผูใช การจัดระบบขอมูล การสรางระบบเนวิเกชัน การ
ออกแบบหนาเว็บ รวมไปถึงการใชกราฟก การเลือกใชสี และการ
จัดรูปแบบตัวอักษร นอกจากนั้นยังตองคํานึงถึงความแตกตางของ
สื่อกลางในการแสดงผลเว็บไซตดวย

                                                รูปตัวอยางเวบไซด
                                                http://www.officemate.co.th
                                                เปนเว็บที่ออกแบบสวยงามนาใช
                                                และมีสีสันสวยงาม
สื่อกลางในการแสดงผลเว็บไซตไดแก ชนิดและรุนของบราวเซอร
ขนาดของหนาจอมอนิเตอร ความละเอียดของสีในระบบ รวมไปถึง
Plug-in ชนิดตาง ๆ ที่ผูใชมีอยู เพื่อใหผูใชเกิดความสะดวกและความ
พอใจที่จะทองไปในเว็บไซตนั้น ดังนั้นทุกสิ่งทุกอยางในเว็บไซตทั้งที่คุณ
มองเห็นและมองไมเห็นลวนเปนผลมาจากกระบวนการออกแบบเว็บไซต
ทั้งสิ้น



                                                          รูปตัวอยางเวบไซด http://www.raycity.in.th
                                                          เปนเว็บที่ออกแบบสีสัน
                                                          สวยงามเราใจ
เว็บไซตที่ดูสวยงามหรือมีลูกเลนมากมายนั้น อาจจะไมนับเปนการ
ออกแบบที่ดีก็ได ถาความสวยงามและลูกเลนเหลานั้นไมเหมาะสมกับ
ลักษณของเว็บไซต ดวยเหตุนี้จึงเปนเรื่องยากที่จะระบุวาการออกแบบ
เว็บไซตที่ดีนั้นเปนอยางไร เนื่องจากไมมีหลักเกณฑแนนอนที่จะใชไดกับ
ทุกเว็บไซต




                                                   รูปตัวอยางเวบไซด
                                                   http://www.shoppingplace.net/
                                                   เปนเว็บที่ออกแบบเรียบงายและเปน
                                                   ระเบียบสวยงาม
แนวทางการออกแบบบางอยางที่เหมาะสมกับเว็บไซตหนึ่ง อาจจะ
ไมเหมาะกับอีกเว็บไซตหนึ่งก็ได ทําใหแนวทางในการออกแบบของแตละ
เว็บไซตนั้นแตกตางกันไปตามเปาหมายและลักษณะของเว็บไซตนั้น
เว็บไซตบางแหงอาจตองการความสนุกสนาน บันเทิง ขณะที่เว็บอื่นกลับ
ตองการความถูกตอง นาเชื่อถือเปนหลัก



                                              รูปตัวอยางเวบไซด http://www.cgd.go.th/
                                              เปนเว็บที่สวยงามและนาเชื่อถือ
ดังนั้นอาจสรุปไดวาการออกแบบที่ดีก็คือ การออกแบบให
เหมาะสมกับเปาหมายและลักษณะของเว็บไซต โดยคํานึงถึง
ความสะดวกในการใชงานของผูใชเปนหลัก




                    รูปตัวอยางเวบไซดhttp://www.siamfreestyle.com/
              เปนเว็บที่ออกแบบเรียบงายและสะดวกตอการเรียกใช
ออกแบบใหตรงกับเปาหมาย และลักษณะของเว็บไซต

       เว็บไซตแตละประเภทตางมีเปาหมายและลักษณะที่แตกตาง
  กัน ตัวอยางเชน เว็บไซตที่เปน Search Engine ซึ่งเปนแหลง
  รวมที่อยูของเว็บไซตตาง ๆ ทําหนาที่เปนประตูไปสูเว็บไซตอื่น ๆ
  เว็บไซตประเภทนี้มีเปาหมายที่จะใหขอมูลที่ผูใชตองการอยาง
  รวดเร็ว และจะมีผูเขามาใชบริการคนหาขอมูลเปนจํานวนมากใน
  แตละวัน
ดังนั้นสิ่งที่สําคัญในการออกแบบเว็บไซตประเภทนี้ก็คือ
สามารถแสดงหนาเว็บอยางรวดเร็ว เมื่อผูใชเปดเขามาและมี
ระบบสืบคนขอมูลที่มีประสิทธิภาพ เพื่อใหไดผลลัพธที่รวดเร็ว




                    รูปตัวอยางเวบไซด http://www.google.co.th/
                   เปนเว็บที่สามารถคนหาขอมูลไดรวดเร็ว
สําหรับเว็บเพื่อความบันเทิงหรือเกี่ยวของกับศิลปะนั้น ผูใชมัก
คาดหวังที่จะไดพบกับสิ่งที่นาตื่นเตน เรื่องราวที่สนุกสนาน
เพลิดเพลิน หรืออาจจะไดเรียนรูสาระบางอยางบาง ความสําคัญใน
การออกแบบเว็บไซตเหลานี้จึงมีมากพอกับเนื้อหาภายในเว็บไซต



                                              รูปตัวอยางเวบไซด
                                              http://www.talesrunner.in.th
                                              เปนเว็บที่ดูสนุกสนาน
สวนเว็บทั่วไปที่ใหบริการขอมูล ซึ่งไมไดมีเปาหมายที่จะให
ความบันเทิง ควรจะมีการจัดขอมูลอยางเปนระบบและมีรูปแบบ
ที่เขาใจงาย เพื่อทําใหสามารถเขาถึงขอมูลที่ตองการไดอยาง
รวดเร็ว




                       รูปตัวอยางเวบไซด http://www.jobsiam.com/
                   เปนเว็บที่จัดสรรขอมูลเปนระบบ เขาถึงไดงาย
รูปแสดงตัวอยางเว็บไซตของ Adobe
            สวนเว็บไซตขององคกรธุรกิจที่มีเปาหมายเพื่อขายสินคาหรือบริการนั้น      ยิ่ง
จําเปนตองใหความสําคัญกับการออกแบบเว็บไซตเปนอยางมาก เพราะผูใชหรือลูกคาของ
คุณจะตัดสินใจซื้อสินคาหรือบริการ โดยดูจากสิ่งที่พบเห็นในเว็บไซต          ซึ่งลักษณะการ
ออกแบบของเว็บไซตก็จะสะทอนถึงภาพลักษณของธุรกิจนั้น จึงทําใหเว็บไซตที่ไดรับการ
ออกแบบมาอยางดีสามารถสรางความนาเชื่อถือและดึงดูดความสนใจของผูใชไดมากกวา
เว็บไซตอื่น
องคประกอบของการออกแบบเว็บไซตอยางมีประสิทธิภาพ
       องคประกอบตอไปนี้ถือเปนพื้นฐานที่สําคัญของเว็บไซตที่ไดรับการ
ออกแบบมาอยางมีประสิทธิภาพ
1. ความเรียบงาย (Simplicity)
       หลักที่สําคัญของความเรียบงาย คือ การสื่อสารเนื้อหาถึงผูใชโดยจํากัด
องคประกอบ เสริมที่เกี่ยวของกับการนําเสนอใหเหลือเฉพาะสิ่งที่จําเปน
เทานั้น
 รูปตัวอยางเวบไซด
 http://www.fourfan.com/
 เปนเว็บที่ออกแบบเรียบงาย
2. ความสม่ําเสมอ (Consistency)
      ใชรูปแบบเดียวกันตลอดทั้งเว็บไซต เนื่องจากผูใชจะรูสึกกับ
เว็บไซตวาเปนเสมือนสถานที่จริง ถาลักษณะของแตละหนาในเว็บไซต
เดียวกันนั้นแตกตางกันมาก ผูใชก็จะเกิดความสับสนและไมแนใจวา
กําลังอยูในเว็บเดิมหรือไม ดังนั้นรูปแบบของหนา สไตลของกราฟก
ระบบเนวิเกชัน และโทนสีที่ใชควรจะมีความคลายคลึงกันตลอดทั้ง
เว็บไซต
3. ความเปนเอกลักษณ (Identity)
    การออกแบบตองคํานึงถึงลักษณะขององคกร เนื่องจากรูปแบบ
ของเว็บไซตสามารถสะทอนถึงเอกลักษณ และลักษณะขององคกรนั้น
ได




                     รูปตัวอยางเวบไซด http://www.gsb.or.th
              เปนเว็บที่ออกแบบสีสันเปนเอกลักษณของตนเอง
4. เนื้อหาที่มีประโยชน (Useful Content)
     เนื้อหาถือเปนสิ่งที่สําคัญที่สุดในเว็บไซต ดังนั้นในเว็บไซตควร
จัดเตรียมเนื้อหาและขอมูล ที่ผูใชตองการใหถูกตองและสมบูรณ โดยมี
การปรับปรุงและเพิ่มเติมใหทันตอเหตุการณอยูเสมอ เนื้อหาที่สําคัญที่สุด
คือ เนื้อหาที่สรางขึ้นมาเองโดยทีมงานของคุณและไมซ้ํากับเว็บอื่น เพราะ
จะเปนสิ่งที่ดึงดูดผูใชใหเขามาในเว็บไซตอยูเสมอ
                                              รูปตัวอยางเวบไซด
                                              http://www.samunpri.com
                                              เปนเว็บที่ออกแบบเรียบงายและ
                                              เปนระเบียบสวยงาม
5. ระบบเนวิเกชันที่ใชงานงาย (User-Friendly Navigation)
    ระบบเนวิเกชันเปนองคประกอบที่สําคัญมากของเว็บไซต จะตอง
ออกแบบใหผูใชเขาใจไดงายและใชงานสะดวก โดยใชกราฟกที่สื่อ
ความหมายรวมกับคําอธิบายที่ชัดเจน รวมทั้งมีรูปแบบและลําดับของ
รายการที่สม่ําเสมอ
6. มีลักษณะที่นาสนใจ (Visual Appeal)
     เปนเรื่องยากที่จะตัดสินวาลักษณะหนาตาของเว็บไซตนาสนใจ
หรือไม เพราะเกี่ยวของกับความชอบของแตละบุคคลอยางไรก็ตาม
หนาตาของเว็บไซตจะมีความสัมพันธกับคุณภาพขององคประกอบตาง ๆ
7. การใชงานอยางไมจํากัด (Compatibility)
      ควรออกแบบเว็บไซตใหผูใชสวนใหญเขาถึงไดมากที่สุด
โดยไมมีการบังคับใหผูใชตองติดตั้งโปรแกรมใด ๆ เพิ่มเติม หรือ
ตองเลือกใชบราวเซอรชนิดใดชนิดหนึ่งจึงจะสามารถเขาถึง
เนื้อหาได สามารถแสดงผลไดในทุกระบบปฏิบัติการและที่ความ
ละเอียดหนาจอตางกันอยางไมมีปญหา
8. คุณภาพในการออกแบบ (Design Stability)
     ถาตองการใหผูใชรูสึกวาเว็บไซตที่มีคุณภาพ ถูกตอง และเชื่อถือได
ก็ควรใหความสําคัญกับการออกแบบเว็บไซตอยางมาก
9. ระบบการใชงานที่ถูกตอง (Functional Stability)
    ระบบการทํางานตาง ๆ ในเว็บไซตจะตองมีความแนนอน และทํา
หนาที่ไดอยางถูกตอง



                                         รูปตัวอยางเวบไซด
                                         http://www.settrade.com
                                         เปนเว็บที่มีระบบใหขอมูลที่ถูกตอง
ความผิดพลาดในการออกแบบเว็บไซต
•   ใชโครงสรางหนาเว็บเปนระบบเฟรม
•   ใชเทคโนโลยีขั้นสูงโดยไมจําเปน
•   ใชตัวหนังสือหรือภาพเคลื่อนไหวตลอดเวลา
•   มีที่อยูเว็บไซตที่ซับซอน (URL) ยากตอการจดจําและพิมพ
•   ไมมีการแสดงชื่อและที่อยูของเว็บไซตในหนาเว็บเพจ
•   มีความยาวของหนามากเกินไป
•   ขาดระบบเนวิเกชันที่มีประสิทธิภาพ
•   ใชสีของลิงคไมเหมาะสม
•   ขอมูลเกาไมมีการปรับปรุงใหทันสมัย
•   เว็บเพจแสดงผลชา
กําหนดกลุมผูใชเปาหมาย
         การทําเว็บไซตจําเปนตองรูกลุมผูใชเปาหมายที่จะเขามาใช
  บริการในเว็บไซตอยางชัดเจน เพื่อที่จะตอบสนองความตองการของ
  ผูใชไดอยางถูกตอง
         สิ่งที่ผูใชตองการจากเว็บไซต
                      1. ขอมูลและการใชงานที่เปนประโยชน
                      2. การตอบสนองตอผูใช
                      3. ความบันเทิง
                      4. ของฟรี
ขอมูลหลักที่ควรมีอยูในเว็บไซต
1. ขอมูลเกี่ยวกับบริษัท (About the company)
2. รายละเอียดผลิตภัณฑ (Product information)
3. ขาวความคืบหนาและขาวจากสื่อมวลชน (News/Press
  releases)
4. คําถามยอดนิยม (Frequently asked questions)
5. ขอมูลในการติดตอ (Contact information)
Internet 54

Internet 54

  • 1.
  • 2.
    INTERNET คืออะไร • INTERNETเปนเครือขายคอมพิวเตอร ขนาดใหญ ที่เชื่อมโยงเครือขาย คอมพิวเตอร ทั่วโลกเขาดวยกัน • คําเต็มของอินเทอรเน็ต : อินเทอรเน็ตเวิรกกิง (Internetworking) • เรียกอีกอยางหนึ่งวา ไซเบอรสเปซ (Cyberspace)
  • 3.
    อินเทอรเน็ต : อภิมหาเครือขาย •อินเทอรเน็ต เปนอภิมหาเครือขายที่ยิ่งใหญมาก มี คอมพิวเตอรหลายลานเครื่องทั่วโลกเชื่อมตอระบบ ทําให คนในโลกทุกชาติทุกภาษาติดตอกันได สามารถสงขอมูล ขาวสารหลายรูปแบบทั้งขอความ ภาพ และเสียง • การติดตอสื่อสารระหวางคอมพิวเตอร อาจจะติดตอ ผานสายโทรศัพท ไมโครเวฟ ดาวเทียม เคเบิลใตน้ํา หรือสายไฟเบอรออปติก
  • 4.
    ประวัติความเปนมา • ป 2512กระทรวงกลาโหมสหรัฐใหทุน มหาวิทยาลัย ศึกษาวิธีการเชื่อมโยงคอมพิวเตอรเขา เปนเครือขาย เรียกวา อารปาเน็ต (ARPAnet) • ป 2524 มหาวิทยาลัยทุกแหงในสหรัฐเชื่อมโยงเขาสู เครือขาย และเปลี่ยนชื่อมาเปน อินเทอรเน็ต • ป 2532 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร ไดเชื่อมโยง เครือขายเพื่อสง อิเล็กทรอนิกสเมล กับประเทศ ออสเตรเลีย
  • 5.
    อินเทอรเน็ตในประเทศไทย สําหรับภาคเอกชน ไดมีการกอตั้งบริษัทสําหรับ ใหบริการอินเตอรเน็ตแกเอกชนและบุคคลทั่วไป ที่นิยมเรียกกัน วา ISP (Internet Service Providers) 5
  • 6.
  • 7.
    เหตุผลสําคัญที่ทําใหอินเตอรเน็ตไดรับความนิยมแพรหลาย  การสื่อสารบนอินเตอรเน็ต ไมจํากัดระบบปฏิบัติการของเครื่องคอมพิวเตอร คอมพิวเตอร ที่ตางระบบปฏิบัติการกันก็สามารถติดตอ สื่อสารกันได เชน คอมพิวเตอรที่มี ระบบปฏิบัติการแบบ Windows 95 สามารถสื่อสารกับคอมพิวเตอรที่มีระบบปฏิบัติการ แบบ Macintosh ได  อินเตอรเน็ตไมมีขอจํากัดในเรื่องของระยะทาง ไมวาจะอยูภายในอาคารเดียวกัน หรือหาง กันคนละทวีป ขอมูลก็สามารถสงผานถึง กันได  อินเตอรเน็ตไมจํากัดรูปแบบของขอมูล ซึ่งมีไดทั้งขอมูลที่เปนขอความอยางเดียว หรืออาจ มีภาพประกอบ รวมไปถึงขอมูลชนิด มัลติมีเดีย คือมีทั้งภาพเคลื่อนไหวและมีเสียง ประกอบดวยได
  • 8.
    การประยุกตใชงานบนอินเทอรเน็ต • E-mail • Telnet • FTP • www ,Gopher,Archie • Usenet • Chat • E-Commerce • Entertain
  • 9.
    E-mail : ElectronicMail • ไปรษณียอิเล็กทรอนิกส หรือ E-mail (Electronic Mail) เปนการสงจดหมาย อิเล็กทรอนิกส ผานเครือขายอินเทอรเน็ต ตลอดจน สามารถ สงแฟมขอมูล หรือไฟลแนบกับ อีเมลไดดวย
  • 10.
    Telnet • เทลเน็ต (Telnet)การขอเขาระบบจากระยะไกล • เปนบริการที่เราสามารถเขาไปใชงานในเครื่อง คอมพิวเตอรที่อยูไกลๆ ดวยตัวเอง
  • 11.
    FTP • การถายโอนขอมูล FTP(File Transfer Protocol) • เปนบริการของอินเทอรเน็ต ที่เราสามารถคนหาและเรียกขอมูล จากแหลงตางๆ มาเก็บที่เครื่องเรา หรือสงไปที่เครื่องอื่น ทั้งขอมูลที่เปน ขอความ ภาพ และเสียง
  • 12.
    www • World WideWeb : www • Gopher • Archie • เปนการใชเครือขายอินเทอรเน็ต ในการ สืบคนขอมูล คนหา ขาวสารที่มีอยูมากมาย แลวชวย จัดเรียงขอมูลขาวสารตามหัวขอ อยางมีระบบ เปนเมนู ทําใหเรา หาขอมูลไดงายและสะดวก
  • 13.
    World Wide Web: www • World Wide Web : www • การบริการขอมูลที่เชื่อมตอดวย ไฮเปอรลิงก โดยมีโฮสตที่ทําหนาที่บริการ ขอมูลซึ่งเรียกวา เว็ปเซิรฟเวอร (Web Server ) การเรียกชื่อโฮสต ใชคํา นําหนาวา www เชน www.thaisakon.com
  • 14.
    Usenet • Usenet เปนการใหบริการแลกเปลี่ยนขาวสารและแสดง ความคิดเห็นที่ผูใชอินเทอรเน็ตทั่วโลกพบปะกัน แสดง ความคิดเห็นของตน โดยมีการจัดการผูใชเปนกลุม • เปนเวทีขนาดใหญ ใหทุกคน จากทุกมุมโลก
  • 15.
    Chat • Chat การสื่อสารดวยขอความเปนการพูดคุยกัน ระหวางผูใชอินเทอรเน็ต โดยพิมพขอความโตตอบกัน ในเวลาเดียวกัน
  • 16.
    E-Commerce • E-Commerce :Electronic Commerce • เปนการซื้อ-ขายสินคา และบริการบนอินเทอรเน็ต ปจจุบันมี บริษัทหลายหมื่นบริษัทใชอินเทอรเน็ตทําธุรกิจ และใหบริการ ลูกคา 24 ชั่วโมง
  • 17.
    Entertain • Entertain เปนบริการดานความบันเทิงในรูปแบบตางๆ เชน เกมส เพลง รายการโทรทัศน รายการวิทยุ เปนตน สามารถเลือกใชบริการ 24 ชั่วโมง
  • 18.
  • 19.
    Server Server เปนคอมพิวเตอรทที่ทําหนาที่ ใหบริการดานตางๆอาทิเชน เปน • Web Server • Mail Server • News server • FTP Server • ฯลฯ
  • 20.
    Client • Client เปนคอมพิวเตอรสวนบุคคล ที่ทําการเชื่อมตอตนเองไปยัง Server เพื่อขอใชบริการตางๆ จาก Server
  • 21.
    ระบบสื่อสาร โทรคมนาคม • เปนเสนทางที่ใชในการ ติดตอสื่อสารระหวาง Client กับ Server และ Server กับ Server อื่น ใน เครือขายอินเทอรเน็ต
  • 22.
  • 23.
    การเชื่อมตอแบบสวนบุคคล อุปกรณที่จําเปน • คูสายโทรศัพท •Modem • คอมพิวเตอร • เปดบัญชีผูใชกับผูใหบริการอินเทอรเน็ต
  • 24.
    รูปแบบการเชื่อมตอ องคการ โทรศัพท
  • 25.
    รูปแบบการเชื่อมตอ กําหนด Username องคการ Password โทรศัพท หมายเลขโทรศัพท
  • 26.
    รูปแบบการเชื่อมตอ MODEM เปลี่ยนขอมูล ในรูปแบบดิกิตอล องค จ าร เปนโทรศัพท อนาล็อก สงไปตามสายโทรศัพท
  • 27.
    MODEM เปลี่ยนขอมูล ในรูปแบบอนาล็อก รูปแบบการเชื่อมตอ เปนดิจิตอล สงไปยังเครื่องคอมพิวเตอร องคการ โทรศัพท
  • 28.
    เชื่อมตอไปยัง รูปแบบการเชื่อมตอ เครือขายอินเทอรเน็ต องคการ โทรศัพท
  • 29.
    ลักษณะการใชงาน • ผูใชกําหนด Usernameและ Password  • กําหนดหมายเลขโทรศัพทของผูใหบริการอินเทอรเน็ต • เริ่มการติดตอ • เรียกโปรแกรมสําหรับใชบริการตางๆ บนอินเทอรเน็ต อาทิ เชน ถาตองการคนขอมูลจาก www ใหใชโปรแกรม IE / Nescape / Opera ถาตองการสนทนาบนเครือขาย ใช Internet Phone ฯลฯ
  • 30.
    การเชื่อมตอแบบ Cooperate dial-in •การเชื่อมตอแบบสวนบุคคล มีขอจํากัดคือ ใชไดครั้งละ 1 เครื่อง 1 ผูใช • กรณีที่ตองการใหใชไดหลายๆ เครื่อง และ ประหยัดคาใชจาย สามารถทําไดโดยการใช การเชื่อมตอแบบ coperate dial-in
  • 31.
    อุปกรณที่จําเปน • คูสายโทรศัพท • Modem •คอมพิวเตอรที่ทําหนาที่เปน Server • คอมพิวเตอรที่ใชงานตองตอกันเปนระบบ เครือขาย • เปดบัญชีผูใชกับผูใหบริการอินเทอรเน็ต
  • 32.
    รูปแบบการเชื่อมตอ องคการ โทรศัพท คอมพิวเตอรตองเปน ระบบเครือขาย
  • 33.
    รูปแบบการเชื่อมตอ Server ทําหนาที่เปน ชองทางในการติดตอ ผูใหบริการอินเทอรเน็ต องคการ โทรศัพท
  • 34.
    รูปแบบการเชื่อมตอ MODEM เปลี่ยนขอมูล ในรูปแบบดิกิตอล องค จ าร เปนโทรศัอพท อนาล็ ก สงไปตามสายโทรศัพท องคการ โทรศัพท
  • 35.
    MODEM เปลี่ยนขอมูล รูปแบบการเชื่อมตอ ในรูปแบบอนาล็อก เปนดิจิตอล สงไปยังเครื่องคอมพิวเตอร องคการ โทรศัพท
  • 36.
    เชื่อมตอไปยัง รูปแบบการเชื่อมตอ เครือขายอินเทอรเน็ต องคการ โทรศัพท
  • 37.
    ลักษณะการใชงาน • กําหนด Usernameและ Password • กําหนดหมายเลขโทรศัพทของผูใหบริการอินเทอรเน็ต • การกําหนดขางตนกระทําที่เครื่องที่เปน Server • เริ่มการติดตอ • การเรียกโปรแกรมสําหรับใชบริการตางๆ บนอินเทอรเน็ต สามารถ ทําไดที่เครื่องตางๆ ที่อยูในเครือขาย โดย Server จะเปน gateway นําผูใชในเครือขายออกไปยังอินเทอรเน็ต
  • 38.
    การเชื่อมตอแบบ Cooperate leaseline • เหมาะสําหรับหนวยงานที่ตองการใหบริการ ทางดานอินเทอรเน็ต • ตองการเชื่อมตอกับระบบตลอด 24 ชั่วโมง • มีบุคลากรในหนวยงานที่ตองใชอินเทอรเน็ต ในเวลาเดียวกันเปนจํานวนมาก
  • 39.
    อุปกรณที่จําเปน • Lease line •Modem • Router • คอมพิวเตอรที่ทําหนาที่เปน Server • คอมพิวเตอรที่ใชงานตองตอกันเปนระบบ เครือขาย
  • 40.
    รูปแบบการเชื่อมตอ คอมพิวเตอรตองเปน ระบบเครือขาย
  • 41.
    รูปแบบการเชื่อมตอ Server ใหบริการตางๆ เชน Internet Server Web Server Mail Server
  • 42.
    รูปแบบการเชืทํามตอ นอุปกรณ Router ่อ หนที่เป หาเสนทางบนเครือขาย อินเทอรเน็ต
  • 43.
    MODEM เปลี่ยนขอมูล ในรูปแบบดิจิตอลการ องค รูปแบบการเชื่อมตอ เปนอนาล็โทรศัพท อก สงไปตามสายโทรศัพท
  • 44.
    รูปแบบการเชื่อมตอ ่อสาร วงจรเชาจากการสื ทศท. UCOM DATANET
  • 45.
    MODEM เปลี่ยนขอมูล ในรูปแบบอนาล็อก รูปแบบการเชื่อมตอ เปนดิจิตอล สงไปยังเครื่องคอมพิวเตอร วงจรเชาจากการสื่อสาร ทศท. UCOM DATANET
  • 46.
    รูปแบบการเชื่อมตอ Router ทําหนที่เปนอุปกรณ หาเสนทางบนเครือขาย อินเทอรเน็ต
  • 47.
    Internet Server รูปแบบการเชื่อมตอ Web Server Mail Server
  • 48.
    ลักษณะการใชงาน • การใชอินเทอรเน็ตในรูปแบบนี้ Serverจะทําการ เชื่อมตออยูกับเครือขายตลอด 24 ชั่วโมง • การเรียกโปรแกรมสําหรับใชบริการตางๆ บน อินเทอรเน็ต สามารถทําไดที่เครื่องตางๆ ที่อยูใน เครือขาย การนําผูใชทองไปในอินเทอรเน็ตจะเปน หนาที่ของ Router
  • 49.
    ตัวอยางการติดตั้งระบบอินทราเน็ต HUB คูสายโทรศัพท Modem Windows wingate Teleport Download ขอมูล Windows 95/98/2000/XP+Web server
  • 50.
    ตัวอยางการติดตั้งระบบอินทราเน็ต HUB คูสายโทรศัพท Modem Linux Windows 95/98/2000/XP+Web server ทําหนาที่เปน Gateway+Proxy+Intranet
  • 51.
    ตัวอยางการติดตั้งระบบอินทราเน็ต HUB คูสายโทรศัพท Modem Linux ทําหนาที่เปน Windows 95/982000/XP+Web server Intranet
  • 52.
    อ ิน เต อ ร เ น ็ต ย ุค ห น า
  • 53.
    Web 1.0 • E-mail • Chat room • Telnet • Net meeting • Webboard • IRC/ICQ • LMS
  • 54.
    Web 2.0 • Camfrog • YouTube • Wikis • Podcast • Weblog • Webcast • Webquest • LAMP ฯลฯ
  • 55.
  • 56.
  • 57.
    Social Network คือ?... Social Network “เครือขายสังคม” หรือ “เครือขายมิตรภาพ” หรือ กลุมสังคมออนไลน” คือ บริการผานเว็บไซตที่เปนจุดโยงระหวางบุคคลแต ละคนที่มีเครือขายสังคมของตัวเองผานเน็ตเวิรคอินเทอรเน็ต รวมทั้งเชื่อมโยง บริการตางๆ อยาง เมล เมสเซ็นเจอร เว็บบอรด บล็อก ฯลฯ เขาดวยกัน
  • 58.
    จุ ด เริ่ ม ต น ข อ ง สั ง ค ม อ อ น ไ ล น เ กิ ด ขึ้ น จ า ก เ ว็ บ ไ ซ ต classmates.com เมื่อป 1995 และเว็บไซต SixDegrees.com ในป 1997 ซึ่ง เป นเว็ บ ไซต ที่ จํา กั ด การใช ง านเฉพาะนั ก เรีย นที่ เรี ย นในโรงเรี ย น เดีย วกั น เพื่ อสร า งประวั ติ ข อมู ล การสื่ อสาร และแลกเปลี่ย นขอมูล ที่ สนใจร วมกั น ระหว า งเพื่ อ นนั ก เรี ย นในลิ ส ต เ ท า นั้น ต อ มาในป 1999 เว็บไซต epinions.com ที่พัฒนาโดย Jonathan Bishop ก็ไดมีการเพิ่ม ฟงกชั่นในสวนของการที่ผูใชสามารถควบคุมเนื้อหาและติดตอถึงกันได
  • 59.
    1.Communicate (การสื่อสาร) มีการโตตอบกันผานทางเว็บไดเชน บล็อก ที่ผูใชสามารถสมัครสมาชิกและสรางเนื้อหาของตัวเองได มีคนเขา มาอาน มาคอมเมนต นอกจากนี้หลายเว็บยังสามารถที่จะพูดคุยกันไดเลย ฝากขอความไวใหกัน สรางกลุมที่สนใจเรื่องเดียวกัน 2. Definition (คําจํากัดความ) ที่เห็นไดชัดในเว็บจะมี Tagging และ Bookmark เสมอ ใหเราระบุคําที่ใชในเนื้อหา ในกรณีที่พบเจอเนื้อหาที่ นาสนใจ ก็สามารเก็บไวเพื่อกลับเขามาดูไดโดยการ Bookmark หนาเว็บนั้น ไว
  • 60.
    3.Networking (เครือขาย) -มีชุมชนออนไลน มีเว็บบอรดให สมาชิกพูดคุยกัน รวมมือกันสรางสรรคอะไรใหมขึ้นมา การที่มีคนใน เครือขายมากๆก็จะมีพลังมากขึ้น ทําใหคนในกลุมประสบความสําเร็จ ไดเร็วขึ้น 4.Sharing (แบงปน) - สิ่งที่ขาดไมไดเลยที่คนอยูรวมกันในสังคม ก็ คือ การแบงปน เอื้ออาทร ตอกันและกัน ซึ่งในโลกอินเตอรเน็ต สามารถ แบงปนกันไดหลายอยาง เชน ขอมูล เอกสาร รูปภาพ วีดีโอ เพลง
  • 62.
    Social Networking Sitesมีทั้งหมดกี่ประเภท 1. Identity Network เผยแพรตัวตน hi5, myspaces, facebook เว็บไซตเหลานี้ใชสําหรับนําเสนอตัวตนและเผยแพรเรื่องราว ของตนเองทางอินเตอรเน็ตครับ สามารถเขียน blog สรางอัลบั้มรูปของ ตัวเอง สรางกลุมเพื่อน และสรางเครือขายขึ้นมาได
  • 63.
    2. Creative Networkเผยแพรผลงาน youtube, flickr, multiply 3. Interested Network ความสนใจตรงกัน เชน digg, del.icio.us social book mark ก็ เปนหนึ่งในนี้ del.icio.us เปน Online Bookmarking หรือ Social Bookmarking โดยแทนที่เราจะ Bookmark เว็บที่เราชอบเก็บไวในเครื่องของเราคน เดียว แตเอา Bookmark เก็บไวบนเว็บเพื่อแบงใหคนอื่นไดดู และเราก็จะ ไดรูดวยวาเว็บไซตใดที่ไดรับความนิยมมาก เปนที่นาสนใจ
  • 64.
    4. Collaboration Network รวมกันทํางาน ตรงนี้ก็จะเปนพวก รวมกันพัฒนาซอฟตแวรหรือสวนตางๆของซอฟตแวร WikiPedia เปนสารานุกรมตอยอด ที่อนุญาตใหใครก็ไดเขามา ชวยกันเขียน และแกไขบทความตางๆ ทําใหเกิดเปนสารานุกรมออนไลน ขนาดใหญที่รวบรวมความรู ขาวสาร และเหตุการณตางๆ ยังมีภาษาไทย ปจจุบันใช Google Maps สรางแผนที่ของตัวเอง หรือแชรแผนที่ใหคน อื่นได จึงทําใหมีสถานที่สําคัญหรือสถานที่ตางๆ ถูกปกหมุดเอาไว
  • 65.
    5. Gaming/Virtual Realityโลกเสมือน อันนี้คนไทยอาจไมคอย คุนเคย ตัวอยาง second life, DotA 6. Peer to Peer (P2P) P2P เปนการเชื่อมตอกันระหวาง Client (เครื่องผูใช, เครื่อง ลูกขาย) กับ Client โดยตรง โปรแกรม Skype จึงไดนําหลักการนี้มาใช เปนโปรแกรมสนทนาผานอินเตอรเน็ต และก็มี BitTorrent เกิด
  • 67.
    เว็บไซตแบบ Social Networkในโลกนี้ มีเว็บไซต Social Network ใดบางที่เปนยอดนิยม 1. MySpace.com 2. FaceBook.com 3. Orkut.com 4. Hi5.com 5. Vkontakte.ru 8. PerfSpot.com 6. Friendster.com 9. Bebo.com 7. SkyRock.com 10. Studivz.net
  • 68.
  • 69.
    อยากเปนเว็บมาสเตอรตองเตรียมตัวอยางไร • ศึกษาขอมูลเกี่ยวกับขั้นตอนและองคประกอบในการพัฒนา บริหารและดูแลเว็บไซต • เพิ่มเติมความรูในเรื่องของเครื่องมือตางๆ ที่ใชในการพัฒนา เว็บไซต • คนควาหาแนวคิดใหมๆ เทคนิควิธีการนําเสนอใหมๆ หรือ แนวโนมของการพัฒนาเว็บไซตในอนาคต • เขาใจจุดเดนและจุดดอยของเทคโนโยลี ตลอดจนสามารถ ปรับใหเขากับสภาพที่เหมาะสมที่สุดได
  • 70.
  • 71.
  • 72.
    กระบวนการในการพัฒนาเว็บไซต 1. สํารวจปจจัยสําคัญ (Research) 2. พัฒนาเนื้อหา (Site Content) 3. พัฒนาโครงสรางเว็บไซต (Site Structure) 4. ออกแบบและพัฒนาเว็บไซต (Visual Design) 5. พัฒนาและดําเนินการ (Production and Operation)
  • 73.
    การจัดระบบขอมูลในเว็บไซต • วางแผน/กําหนดหัวขอ และเนื้อหาที่จะนําเสนอ •สรางความสัมพันธของขอมูล แบบรากตนไม Home Page ประวัติ ผลงาน งานอดิเรก
  • 74.
  • 75.
    การจัดระบบขอมูลในเว็บไซต (ตอ) • สรางโฟลเดอรเฉพาะสําหรับเอกสารเว็บแตละชุด/เรื่อง •ในโฟลเดอรที่สราง สามารถสรางโฟลเดอรยอย เพื่อเก็บ ไฟลใหเปนระบบระเบียบได
  • 76.
    การจัดระบบขอมูลในเว็บไซต (ตอ) • จัดหาภาพหรือสรางภาพที่เกี่ยวของกับเนื้อหา – สรางดวยโปรแกรมกราฟก เชน Adobe Photoshop – คัดเลือกจาก ClipArt For Web เชน CD-Rom รวมภาพสําหรับเว็บ • ภาพที่เลือกใชงานทั้งหมด ตองเก็บไวในโฟลเดอรที่สรางไว กอนแลว
  • 77.
    การจัดระบบขอมูลในเว็บไซต (ตอ) • สรางเอกสารเว็บโดยการลงรหัส HTML หรือใชโปรแกรมชวย • ไฟลเอกสาร HTML ทุกไฟลจะตองบันทึกไวในโฟลเดอรที่สรางไว กอน รวมกับรูปภาพที่จัดเตรียมไวแลว
  • 78.
    การจัดระบบขอมูลในเว็บไซต (ตอ) • ตรวจสอบผลเอกสาร HTML ดวยเว็บเบราเซอร • แกไขขอผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น เนื่องจากเว็บเบราเซอรแตละ คาย แตละรุน รูจักคําสั่ง HTML ไมเทากัน • สงขอมูลขึ้นเครื่องแมขาย (Server) • ตรวจสอบผลการเรียกดูจากเครื่องแมขาย
  • 79.
    หลักเกณฑในการเลือกภาพ Graphic • ขนาดไฟลไมควรเกิน 80 กิโลไบต เพื่อความรวดเร็วในการ แสดงผล • ใชไฟลแบบ JPEG สําหรับรูปถาย หรือรูปที่มีสีเกิน 256 สี • ใชไฟลแบบ GIF สําหรับภาพวาดหรือภาพการตูนที่มีสีไม เกิน 256 สี • เลือกภาพที่มีความนาสนใจและดึงดูด เพื่อไมใหเสียเวลาที่ เสียไปในการ Download • ภาพเปลาประโยชน
  • 80.
  • 81.
    ไฟลสกุล JPG (JointPhotographer’s Experts Group) • จุดเดน – แสดงสีไดสูงสุด16.7 ลานสี (สนับสนุนสีไดถึง 24 bit) – สามารถกําหนดคาการบีบไฟลไดตามที่ตองการ – มีระบบแสดงผลแบบหยาบและคอยๆ ขยายไปสูละเอียดในระบบ Progressive – มีโปรแกรมสนับสนุนการสรางจํานวนมาก – เรียกดูไดกับ Graphics Browser ทุกตัว – ตั้งคาการบีบไฟลได (compress files) • จุดดอย – ทําใหพื้นของรูปโปรงใสไมได
  • 82.
    ไฟลสกุล GIF (GraphicsInterlace File) • จุดเดน – แสดงสีไดสูงสุด 256 สี – สามารถใชงานขามระบบ (Cross Platform) หมายความวา คอมพิวเตอรทุกระบบ ไม วาจะใช Windows, Unix ก็สามารถเรียกใชไฟลภาพสกุลนี้ได – มีขนาดไฟลต่ํา จากเทคโนโลยีการบีบอัดภาพ ทําใหสามารถสงไฟลภาพไดรวดเร็ว – สามารถทําพื้นของภาพใหเปนพื้นแบบโปรงใสได (Transparent) – มีระบบแสดงผลแบบหยาบและคอยๆ ขยายไปสูละเอียดในระบบ Interlace – มีโปรแกรมสนับสนุนการสรางจํานวนมาก – เรียกดูไดกับ Graphics Browser ทุกตัว – ความสามารถดานการนําเสนอแบบภาพเคลื่อนไหว (GIF Animation) • จุดดอย – ไฟลชนิดนี้ก็มีจุดดอยในเรื่องของการแสดงสี ซึ่งแสดงไดเพียง 256 สี ทําให การ นําเสนอภาพถาย หรือภาพที่ตองการความคมชัดหรือภาพสดใส จะตองอาศัยฟอรแมต อื่น
  • 83.
    ไฟลสกุล PNG (PortableNetwork Graphics) • จุดเดน – แสดงสีไดสูงสุด 16.7 ลานสี – สนับสนุนสีไดถึงตามคา True color (16 bit, 32 bit หรือ 64 bit) – สามารถกําหนดคาการบีบไฟลไดตามที่ตองการ – มีระบบแสดงผลแบบหยาบและคอยๆ ขยายไปสูละเอียด (Interlace) – สามารถทําพื้นโปรงใสได • จุดดอย – หากกําหนดคาการบีบไฟลไวสูง จะใชเวลาในการคลายไฟลสูงตามไปดวย แตขนาด ของไฟลจะมีขนาดต่ํา – ไมสนับสนุนกับ Graphic Browser รุนเกา สนับสนุนเฉพาะ IE 4 และ Netscape 4 – ความละเอียดของภาพและจํานวนสีขึ้นอยูกับ Video Card – โปรแกรมสนับสนุนในการสรางมีนอย
  • 84.
    การแสดงภาษา • เลือกฟอนตที่ตองการจากตัวเลือก Fontโดยเอกสารภาษาไทยควรกําหนด ฟอนตเปน Microsoft Sans Serif, MS Sans Serif หรือ Tahoma สําหรับ เอกสารภาษาอังกฤษ กําหนดเปน Arial • ขนาดตัวอักษร สามารถกําหนดไดอิสระ และเมื่อกําหนดแลว ผูใช ปลายทางยังสามารถปรับเปลี่ยนไดอิสระ • การพิมพขอความไมตองสนใจระยะกั้นหลัง เพราะโปรแกรมจะตัดคําให โดยอัตโนมัติ สําหรับเอกสารภาษาไทย ควรเวนวรรคใหกับประโยคเปน ระยะๆ อยาพิมพติดกัน • การกดปุม <Enter> จะกระทําเมื่อตองการขึ้นบรรทัดใหม, เวนบรรทัด หรือจบพารากราฟ • หากตองการขึ้นบรรทัดใหม กอนจบพารากราฟใหกดปุม <Shift><Enter>
  • 85.
    การกําหนดชื่อไฟล และนามสกุลของไฟลเอกสารเว็บ • ควรใชตัวอักษร a - z หรือตัวเลข 0 - 9 หรือผสมกัน • ตัวอักษร a - z ควรเปนตัวพิมพเล็ก • หามตั้งชื่อไฟลเปนภาษาไทย • ชื่อไฟลแรกของเอกสารเว็บ มักจะใชชื่อ index หรือ default
  • 86.
    แนวคิดในการออกแบบ • เรียนรูจากเว็บไซตตางๆ • ประยุกตรูปแบบจากสิ่งพิมพ • ใชแบบจําลองเปรียบเทียบ • ออกแบบอยางสรางสรรค
  • 87.
    แนวทางในการสรางเว็บไซต 13 ขั้นตอนในการพัฒนาเว็บไซต การจัดโครงสรางของเว็บไซต ระบบเนวิแกชั่น การจัดแบงเนื้อที่ในหนาเว็บ สีบอกความหมายอะไรบาง
  • 88.
    13 ขั้นตอนในการพัฒนาเว็บไซต Phase 1:สํารวจปจจัยที่สําคัญ (Research) 1. เปาหมายหลักของเว็บไซต 1.รูจักตัวเอง - กําหนดเปาหมายและสํารวจความพรอม 2. ความตองการของผูใช 2.เรียนรูผูใช – ระบุกลุมผูใชและศึกษาความตองการ 3. กลยุทธในการแขงขัน 3.ศึกษาคูแขง - สํารวจการแขงขันและเรียนรูคูแขง Phase 2: พัฒนาเนื้อหา (Site Content) 1. แนวทางในการออกแบบเว็บไซต 4.สรางกลยุทธการออกแบบ 2. ขอบเขตเนื้อหาการใชงาน 5.หาขอสรุปขอบเขตของเนื้อหา 3. ขอมูลที่ถูกจัดอยางเปนระบบ Phase 3: พัฒนาโครงสรางเว็บไซต (Site Structure) 1. แผนผังโครงสรางขอมูล 6.จัดระบบขอมูล 2. แนวทางการทองเว็บ 7.จัดทําโครงสรางขอมูล 3. ระบบเนวิเกชัน 8.พัฒนาระบบเนวิเกชัน 1. ลักษณะหนาตาของเว็บไซต Phase 4: ออกแบบและพัฒนาหนาเว็บ (Visual design) 2. เว็บเพจตนแบบที่จะใชในการพัฒนา 9.ออกแบบและพัฒนาหนาตาเว็บ 3. รูปแบบโครงสรางเว็บไซต 10.พัฒนาตนแบบและขอกําหนดสุดทาย 4. ขอกําหนดในการพัฒนาเว็บไซต Phase 5: พัฒนาและดําเนินการ (Production and Operation) 1. เว็บไซตที่สมบูรณ 11.ลงมือพัฒนาเว็บเพจ 2. เปดตัวเว็บไซตและทําใหเปนที่รูจัก 12.เปดตัวเว็บไซต 3. แนวทางในการดูแลและพัฒนาตอไป 13.ดูแลและพัฒนาตอเนื่อง
  • 89.
  • 90.
    จัดโครงสรางเว็บไซต (Site MAP) หนา A แบบที่1 ตองคลิ๊ก 6 เพื่อเขาดูขอมูลหนา B แบบที่ 2 คลิ๊กเพียง 2 ครั้งเนื่องจาก โครงสรางขอมูลไมลึกมาก หนา B หนา A หนา B
  • 91.
  • 92.
    ระบบเนวิเกชัน เปนการวางการเคลื่อนที่ภายในไซต (Site Flow) เพื่อใหมองเห็นภาพการเชื่อโยงแตละหนาเพจไดชัดเจน องคกร ฝายวิจัย ฝายวิจัย ฝายบริการ ฝายถายทอด นักวิจัย ผลงานวิจัย นักวิจัย ผลงานวิจัย กําลัง พรอม จดสิทธิบัตร ดําเนินการ ถายทอด
  • 93.
  • 94.
  • 96.
    Flash Header ------------------------------------------ ---------------------------------------------- --------------------------------------------- Picture Picture Picture --------------------------------------------- -------------------------------------------- -------------------------------------------- -------------------------------------------- ---------------------------- ---------------------------- -------------------------------------------- -------------------------------- -------------------------------- --------------------------------------------- -------------------------------- -------------------------------- -------------------------------- -------------------------------- ---------------------------- ---------------------------- ---------------------------- -------------------------------- -------------------------------- -------------------------------- -------------------------------- -------------------------------- -------------------------------- -------------------------------- -------------------------------- -------------------------------- 1 --- ---------------------------- 1 --- ---------------------------- ---------------------------- ---------------------------- 2 -------------------------------- 2 -------------------------------- -------------------------------- -------------------------------- 3 -------------------------------- 3 -------------------------------- -------------------------------- -------------------------------- 4 -------------------------------- 4 -------------------------------- -------------------------------- -------------------------------- 5 -------------------------------- 5 -------------------------------- Footer
  • 98.
    สีบอกความหมายอะไรบาง สีน้ําเงิน ความหมายในทางดี : ความซื่อสัตย ความมั่นคงปลอดภัย ความสะอาด ความเปน ระเบียบ ความหวง มีน้ําใจ ความมีคุณธรรม ความฉลาดรอบรู ความสะอาด ความสงบ ความ กลมกลืน ความเปนหนึ่ง ความเชื่อมั่น ความหมายในทางไมดี : ความหดหู ซึมเศรา เสียใจ ความโมโห สีแดง ความหมายในทางดี : พลัง อํานาจ ความรัก ความอบอุน ความจริง กําลังใจ อาการขวย เขิน ความแข็งขัน การแขงขัน การเสียสละ ความกลาหาญความเร็ว ความตื่นเตน ความสนุกสนาน ความหมายในทางไมดี : ความโมโห ความกาวราว ความอันตราย ความละอาย ความ รุนแรง ความผิดพลาด สีเขียว ความหมายในทางดี : ธรรมชาติ สุขภาพ ความยินดี การมีโชคดี การเริ่มตนใหม ความปลอดภัย การ รักษาความอบอุน ความแข็งแรง ความหวัง ความสมบูรณ ความกระฉับกระเฉง ความเปน อมตะ ความภักดี ความหมายในทางไมดี : อิจฉา ริษยา โชคราย ขาดประสบการณ ความเบื่อหนาย
  • 99.
    สีบอกความหมายอะไรบาง (ตอ1) สีเหลือง / สีสม ความหมายในทางดี : ความสดใส รางเริง การโมงโลกในแงดี ความหวง ความอบอุน ความร่ํารวย ความสงา งาม ธรรมะ ปรัชญา ความสุขความคิดฝน ความหมายในทางไมดี : ความไมซื่อสตย การทรยศ ความขลาดกลัว ความอิจฉา ความเจ็บปวย การ หลอกลวง ความไมแนนอน สีน้ําตาล ความหมายในทางดี : ความเรียบงาย ความสะดวกสบาย ความทนทาน ความมั่นคง ความเชื่อถือได ความมี เกียรติ ความเจริญเติบโตเต็มที่ ความหมายในทางไมดี : ความเปรอะเปอน อากรซึมเศรา หดหู สลดใจ สีเทา ความหมายในทางดี : ความสภาพ ความสงบเสงี่ยม ความเปนไปได ความมนคง ความไววางใจ วามฉลาด ความสุขุม ความมีเกียรติ ความหมายในทางไมดี : ความเศราโศก ความนาเบื่อ
  • 100.
    สีบอกความหมายอะไรบาง (ตอ2) สีขาว ความหมายในทางดี : ความบริสุทธิ์ ความไรเรียงสา ความรัก ความฉลาด ความสงบเสงี่ยม ความเรียบงาย ความสะอาด การปราศจากเชื้อโรค ความเคารพนับถือ ความนอบนอมถอมตน ความเที่ยงตรง ความดี ความหมายในทางไมดี : ความออนแอ การเจ็บปวย ความตาย ความเศราโศก สีดํา ความหมายในทางดี : อํานาจ ความฉลาด ความเปนเลิศ ความสุขุม ความรอบครอบ ความตั้งใจ ความมนคง ความเปนทางการ ความหมายในทางไมดี : ความซับซอน การหลอกลวง ความลบความกลัว การปกปด ความนากลัว ความชั่ว ราย ความทุกข ความหดหู ความหมดหวง ความเศราโศก ความโกรธ ความลึกลับ
  • 101.
  • 102.
    รูจักกับการออกแบบเว็บไซต การออกแบบเว็บไซตนั้นไมไดหมายถึงลักษณะหนาตาของเว็บไซต เพียงอยางเดียว แตเกี่ยวของตั้งแตการเริ่มตนกําหนดเปาหมายของ เว็บไซต ระบุกลุมผูใช การจัดระบบขอมูล การสรางระบบเนวิเกชัน การ ออกแบบหนาเว็บ รวมไปถึงการใชกราฟก การเลือกใชสี และการ จัดรูปแบบตัวอักษร นอกจากนั้นยังตองคํานึงถึงความแตกตางของ สื่อกลางในการแสดงผลเว็บไซตดวย รูปตัวอยางเวบไซด http://www.officemate.co.th เปนเว็บที่ออกแบบสวยงามนาใช และมีสีสันสวยงาม
  • 103.
    สื่อกลางในการแสดงผลเว็บไซตไดแก ชนิดและรุนของบราวเซอร ขนาดของหนาจอมอนิเตอร ความละเอียดของสีในระบบรวมไปถึง Plug-in ชนิดตาง ๆ ที่ผูใชมีอยู เพื่อใหผูใชเกิดความสะดวกและความ พอใจที่จะทองไปในเว็บไซตนั้น ดังนั้นทุกสิ่งทุกอยางในเว็บไซตทั้งที่คุณ มองเห็นและมองไมเห็นลวนเปนผลมาจากกระบวนการออกแบบเว็บไซต ทั้งสิ้น รูปตัวอยางเวบไซด http://www.raycity.in.th เปนเว็บที่ออกแบบสีสัน สวยงามเราใจ
  • 104.
    เว็บไซตที่ดูสวยงามหรือมีลูกเลนมากมายนั้น อาจจะไมนับเปนการ ออกแบบที่ดีก็ได ถาความสวยงามและลูกเลนเหลานั้นไมเหมาะสมกับ ลักษณของเว็บไซตดวยเหตุนี้จึงเปนเรื่องยากที่จะระบุวาการออกแบบ เว็บไซตที่ดีนั้นเปนอยางไร เนื่องจากไมมีหลักเกณฑแนนอนที่จะใชไดกับ ทุกเว็บไซต รูปตัวอยางเวบไซด http://www.shoppingplace.net/ เปนเว็บที่ออกแบบเรียบงายและเปน ระเบียบสวยงาม
  • 105.
    แนวทางการออกแบบบางอยางที่เหมาะสมกับเว็บไซตหนึ่ง อาจจะ ไมเหมาะกับอีกเว็บไซตหนึ่งก็ได ทําใหแนวทางในการออกแบบของแตละ เว็บไซตนั้นแตกตางกันไปตามเปาหมายและลักษณะของเว็บไซตนั้น เว็บไซตบางแหงอาจตองการความสนุกสนานบันเทิง ขณะที่เว็บอื่นกลับ ตองการความถูกตอง นาเชื่อถือเปนหลัก รูปตัวอยางเวบไซด http://www.cgd.go.th/ เปนเว็บที่สวยงามและนาเชื่อถือ
  • 106.
  • 107.
    ออกแบบใหตรงกับเปาหมาย และลักษณะของเว็บไซต เว็บไซตแตละประเภทตางมีเปาหมายและลักษณะที่แตกตาง กัน ตัวอยางเชน เว็บไซตที่เปน Search Engine ซึ่งเปนแหลง รวมที่อยูของเว็บไซตตาง ๆ ทําหนาที่เปนประตูไปสูเว็บไซตอื่น ๆ เว็บไซตประเภทนี้มีเปาหมายที่จะใหขอมูลที่ผูใชตองการอยาง รวดเร็ว และจะมีผูเขามาใชบริการคนหาขอมูลเปนจํานวนมากใน แตละวัน
  • 108.
  • 109.
    สําหรับเว็บเพื่อความบันเทิงหรือเกี่ยวของกับศิลปะนั้น ผูใชมัก คาดหวังที่จะไดพบกับสิ่งที่นาตื่นเตน เรื่องราวที่สนุกสนาน เพลิดเพลินหรืออาจจะไดเรียนรูสาระบางอยางบาง ความสําคัญใน การออกแบบเว็บไซตเหลานี้จึงมีมากพอกับเนื้อหาภายในเว็บไซต รูปตัวอยางเวบไซด http://www.talesrunner.in.th เปนเว็บที่ดูสนุกสนาน
  • 110.
    สวนเว็บทั่วไปที่ใหบริการขอมูล ซึ่งไมไดมีเปาหมายที่จะให ความบันเทิง ควรจะมีการจัดขอมูลอยางเปนระบบและมีรูปแบบ ที่เขาใจงายเพื่อทําใหสามารถเขาถึงขอมูลที่ตองการไดอยาง รวดเร็ว รูปตัวอยางเวบไซด http://www.jobsiam.com/ เปนเว็บที่จัดสรรขอมูลเปนระบบ เขาถึงไดงาย
  • 111.
    รูปแสดงตัวอยางเว็บไซตของ Adobe สวนเว็บไซตขององคกรธุรกิจที่มีเปาหมายเพื่อขายสินคาหรือบริการนั้น ยิ่ง จําเปนตองใหความสําคัญกับการออกแบบเว็บไซตเปนอยางมาก เพราะผูใชหรือลูกคาของ คุณจะตัดสินใจซื้อสินคาหรือบริการ โดยดูจากสิ่งที่พบเห็นในเว็บไซต ซึ่งลักษณะการ ออกแบบของเว็บไซตก็จะสะทอนถึงภาพลักษณของธุรกิจนั้น จึงทําใหเว็บไซตที่ไดรับการ ออกแบบมาอยางดีสามารถสรางความนาเชื่อถือและดึงดูดความสนใจของผูใชไดมากกวา เว็บไซตอื่น
  • 112.
    องคประกอบของการออกแบบเว็บไซตอยางมีประสิทธิภาพ องคประกอบตอไปนี้ถือเปนพื้นฐานที่สําคัญของเว็บไซตที่ไดรับการ ออกแบบมาอยางมีประสิทธิภาพ 1. ความเรียบงาย (Simplicity) หลักที่สําคัญของความเรียบงาย คือ การสื่อสารเนื้อหาถึงผูใชโดยจํากัด องคประกอบ เสริมที่เกี่ยวของกับการนําเสนอใหเหลือเฉพาะสิ่งที่จําเปน เทานั้น รูปตัวอยางเวบไซด http://www.fourfan.com/ เปนเว็บที่ออกแบบเรียบงาย
  • 113.
    2. ความสม่ําเสมอ (Consistency) ใชรูปแบบเดียวกันตลอดทั้งเว็บไซต เนื่องจากผูใชจะรูสึกกับ เว็บไซตวาเปนเสมือนสถานที่จริง ถาลักษณะของแตละหนาในเว็บไซต เดียวกันนั้นแตกตางกันมาก ผูใชก็จะเกิดความสับสนและไมแนใจวา กําลังอยูในเว็บเดิมหรือไม ดังนั้นรูปแบบของหนา สไตลของกราฟก ระบบเนวิเกชัน และโทนสีที่ใชควรจะมีความคลายคลึงกันตลอดทั้ง เว็บไซต
  • 114.
    3. ความเปนเอกลักษณ (Identity) การออกแบบตองคํานึงถึงลักษณะขององคกร เนื่องจากรูปแบบ ของเว็บไซตสามารถสะทอนถึงเอกลักษณ และลักษณะขององคกรนั้น ได รูปตัวอยางเวบไซด http://www.gsb.or.th เปนเว็บที่ออกแบบสีสันเปนเอกลักษณของตนเอง
  • 115.
    4. เนื้อหาที่มีประโยชน (UsefulContent) เนื้อหาถือเปนสิ่งที่สําคัญที่สุดในเว็บไซต ดังนั้นในเว็บไซตควร จัดเตรียมเนื้อหาและขอมูล ที่ผูใชตองการใหถูกตองและสมบูรณ โดยมี การปรับปรุงและเพิ่มเติมใหทันตอเหตุการณอยูเสมอ เนื้อหาที่สําคัญที่สุด คือ เนื้อหาที่สรางขึ้นมาเองโดยทีมงานของคุณและไมซ้ํากับเว็บอื่น เพราะ จะเปนสิ่งที่ดึงดูดผูใชใหเขามาในเว็บไซตอยูเสมอ รูปตัวอยางเวบไซด http://www.samunpri.com เปนเว็บที่ออกแบบเรียบงายและ เปนระเบียบสวยงาม
  • 116.
    5. ระบบเนวิเกชันที่ใชงานงาย (User-FriendlyNavigation) ระบบเนวิเกชันเปนองคประกอบที่สําคัญมากของเว็บไซต จะตอง ออกแบบใหผูใชเขาใจไดงายและใชงานสะดวก โดยใชกราฟกที่สื่อ ความหมายรวมกับคําอธิบายที่ชัดเจน รวมทั้งมีรูปแบบและลําดับของ รายการที่สม่ําเสมอ
  • 117.
    6. มีลักษณะที่นาสนใจ (VisualAppeal) เปนเรื่องยากที่จะตัดสินวาลักษณะหนาตาของเว็บไซตนาสนใจ หรือไม เพราะเกี่ยวของกับความชอบของแตละบุคคลอยางไรก็ตาม หนาตาของเว็บไซตจะมีความสัมพันธกับคุณภาพขององคประกอบตาง ๆ
  • 118.
    7. การใชงานอยางไมจํากัด (Compatibility) ควรออกแบบเว็บไซตใหผูใชสวนใหญเขาถึงไดมากที่สุด โดยไมมีการบังคับใหผูใชตองติดตั้งโปรแกรมใด ๆ เพิ่มเติม หรือ ตองเลือกใชบราวเซอรชนิดใดชนิดหนึ่งจึงจะสามารถเขาถึง เนื้อหาได สามารถแสดงผลไดในทุกระบบปฏิบัติการและที่ความ ละเอียดหนาจอตางกันอยางไมมีปญหา
  • 119.
    8. คุณภาพในการออกแบบ (DesignStability) ถาตองการใหผูใชรูสึกวาเว็บไซตที่มีคุณภาพ ถูกตอง และเชื่อถือได ก็ควรใหความสําคัญกับการออกแบบเว็บไซตอยางมาก
  • 120.
    9. ระบบการใชงานที่ถูกตอง (FunctionalStability) ระบบการทํางานตาง ๆ ในเว็บไซตจะตองมีความแนนอน และทํา หนาที่ไดอยางถูกตอง รูปตัวอยางเวบไซด http://www.settrade.com เปนเว็บที่มีระบบใหขอมูลที่ถูกตอง
  • 121.
    ความผิดพลาดในการออกแบบเว็บไซต • ใชโครงสรางหนาเว็บเปนระบบเฟรม • ใชเทคโนโลยีขั้นสูงโดยไมจําเปน • ใชตัวหนังสือหรือภาพเคลื่อนไหวตลอดเวลา • มีที่อยูเว็บไซตที่ซับซอน (URL) ยากตอการจดจําและพิมพ • ไมมีการแสดงชื่อและที่อยูของเว็บไซตในหนาเว็บเพจ
  • 122.
    มีความยาวของหนามากเกินไป • ขาดระบบเนวิเกชันที่มีประสิทธิภาพ • ใชสีของลิงคไมเหมาะสม • ขอมูลเกาไมมีการปรับปรุงใหทันสมัย • เว็บเพจแสดงผลชา
  • 123.
    กําหนดกลุมผูใชเปาหมาย การทําเว็บไซตจําเปนตองรูกลุมผูใชเปาหมายที่จะเขามาใช บริการในเว็บไซตอยางชัดเจน เพื่อที่จะตอบสนองความตองการของ ผูใชไดอยางถูกตอง สิ่งที่ผูใชตองการจากเว็บไซต 1. ขอมูลและการใชงานที่เปนประโยชน 2. การตอบสนองตอผูใช 3. ความบันเทิง 4. ของฟรี
  • 124.
    ขอมูลหลักที่ควรมีอยูในเว็บไซต 1. ขอมูลเกี่ยวกับบริษัท (Aboutthe company) 2. รายละเอียดผลิตภัณฑ (Product information) 3. ขาวความคืบหนาและขาวจากสื่อมวลชน (News/Press releases) 4. คําถามยอดนิยม (Frequently asked questions) 5. ขอมูลในการติดตอ (Contact information)