1



                                                           บทที่1 บทนํา

                    ความสําคัญและที่มาของปญหางานวิจัย

                            ในอดีตที่ผานมาการศึกษาในระดับสูงยังมีความตองการไมมาก จึงทําใหผูที่ศึกษาอยูนั้นไม
                    มีความตองการที่จะเรียนตอในระดับที่สูงขึ้นและการเขาศึกษาในระดับปริญญาโทหรือปริญญาเอก
                    มีสถาบันการศึกษาที่มีโครงการในระดับมหาบัณฑิตขึ้นไปนั้นเฉพาะในตางประเทศ ตอมาใน
                    ประเทศไทยก็เริ่มที่จะมีสถาบันการศึกษาที่มีโครงการในระดับมหาบัณฑิต และไดมีการวางแผน
                    การศึกษาในระดับสูงกวาปริญญาตรีมาอยางตอเนื่อง เพราะเห็นวาเปนการศึกษาที่มีจุดมุงหมายที่
                    จะพัฒนาความรู ความเชี่ยวชาญ แนวคิดวิธีการปฏิบัติเฉพาะสาขา เพื่อใหผูที่ไดรับการศึกษา
                    สามารถปรับสภาพในการปฏิบัติงานไดอยางถูกตองและเหมาะสม เปนการเพิ่มพูนศักยภาพและ
                    มาตรฐานการทํางานของบุคคลใหมีประสิทธิภาพ ปจจุบันการศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษาใน
                    สถาบันของรัฐและเอกชนมีเพิ่มมากขึ้น เปนการเปดโอกาสใหผูที่ตองการแสวงหาความรูและ
                    ประสบการณ สามารถเลือกเขาศึกษาตอไดตามความตองการ เพื่อสามารถศึกษาตอควบคูไปกับ
                    การทํางานได การศึกษาในระดับอุดมศึกษาเปนเสมือนแหลงความรูที่จะเสริมความกาวหนาทาง
                    วิชาการ เพื่อใชเปนปจจัยในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย อันเปนปจจัยพื้นฐานในการพัฒนา
                    ประเทศ บุคคลทั่วไปจึงใหความสําคัญแกการศึกษา โดยมีแนวคิดวาผูที่มีการศึกษาสูงจะมีโอกาส
                    เจริญกาวหนาในดานตาง ๆ ไดดีกวา ดังนั้นบุคคลทั่วไปจึงพยายามที่จะศึกษาใหถึงระดับสูงที่สุด
                    คือ ระดับอุดมศึกษา จนมีคํากลาววาสังคมไทยเปนสังคมที่นิยมคนที่มีปริญญา โดยเฉพาะอยางยิ่ง
                    การศึกษาระดับสูงกวาปริญญาตรี ซึ่งเปนการศึกษาที่มุงเสริมใหผูเรียนไดพัฒนาความรูและทักษะ
                    ในสาขาวิชาการเฉพาะทางใหมีความชํานาญยิ่งขึ้น มุงสรางสรรคความกาวหนาและความเปนเลิศ
                    ทางวิชาการ โดยเฉพาะการศึกษาคนควาวิจัยและพัฒนาองคความรู ซึ่งปจจุบันการศึกษาตอใน
                    ระดับปริญญาโทนั้น ไดมีผูนิยมเขาศึกษาตอกันมากขึ้น เนื่องจากระบบการศึกษาระดับตนๆ ใน
                    ประเทศไทยไดขยายตัวมากขึ้น และปจจุบันมีอาจารยที่จบการศึกษาทั้งในระดับปริญญาโทและ
                    ปริญญาเอกจากตางประเทศเปนจํานวนมาก ทําใหสามารถเปดสอนในระดับปริญญาโทได
                    กวางขวางยิ่งขึ้น ปจจัยสําคัญที่มีอิทธิพลตอการเรียนทีสําคัญอีกอยางก็คือ คานิยมในปริญญา การ
                                                                           ่
                    ไดรับปริญญาขั้นสูงจะมีประโยชนในการทํางาน ลักษณะการทํางานหลายอยางในประเทศไทย



PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
2



                    ขึ้นอยูกับปริญญา ไมไดขึ้นอยูกับประสบการณและความรูความสามารถเพียงอยางเดียว คนที่มี
                    ปริญญาสูงเทานั้นที่จะสามารถเลื่อนไปสูตําแหนงที่สูง ๆ บางตําแหนงได นอกจากนี้ยังมีสาเหตุ
                    อื่น ๆ อีก เชน เรียนจบปริญญาตรีแลวยังหางานทําไมไดจึงเรียนตอระดับปริญญาโทเพื่อชะลอการ
                    วางงาน นอกจากนี้การเรียนปริญญาโทเปนการใชเวลาวางใหเปนประโยชน เพราะมี
                    สถาบันการศึกษาหลายแหงเปดสอนปริญญาโทหลังเลิกงาน จึงมีผูที่ตองการศึกษาหาความรู
                    เพิ่มเติมเปนจํานวนมาก นอกจากนี้บางคนยังเห็นวาการศึกษาตอระดับปริญญาโทเปนแฟชั่นอยาง
                    หนึ่งในสังคมปจจุบันเปนเรื่องของนักศึกษาที่พยายามจะพัฒนาตัวเอง เพราะปจจุบันภาวะ
                    เศรษฐกิจดีขึ้น ทําใหการแขงขันคอนขางสูง การไดพัฒนาตัวเองก็เปนสวนหนึ่งที่จะสามารถนําให
                    กาวไปสูความสําเร็จในหนาที่การงานได ซึ่งการตัดสินใจในการศึกษาตอระดับบัณฑิตศึกษานั้นแต
                    ละคนอาจมีเหตุผล มีแรงจูงใจแตกตางกันไป เชน ตองการไดรับความรูและประสบการณเพิ่มขึ้น
                    เพื่อนําไปพัฒนางานในหนาที่ใหเจริญกาวหนา ตองการเพิ่มวุฒิทางการศึกษา เพื่อนําไป
                    ประกอบการแสวงหาความกาวหนาและความมั่นคงในชีวิต บางคนอาจมีความมุงหวังเพื่อใหเปนที่
                    ยอมรับของสังคม และความมีชื่อเสียงเกียรติยศ นอกจากนี้เหตุจูงใจในการศึกษาตอของบุคคลในแต
                    ละระดับจะแตกตางกันออกไปตามวัย ฐานะ และโอกาส ความคิดเกี่ยวกับการเรียนอาจจะเริ่มมีแนว
                    หันเหเขาหาผลทางเศรษฐกิจ เชน เรียนในสาขาวิชาที่หางานทําไดงาย มีรายไดดี ไมตองทํางาน
                    หนักและที่สําคัญตองเปนงานประเภทที่ตนมีใจรักและชอบที่จะทําดวย บางครั้งการเลือกเรียนตอ
                    ในระดับบัณฑิตศึกษา มักขึ้นอยูกับคานิยมของผูปกครอง เนื่องจากมีความเห็นวาการเรียนในระดับ
                    บัณฑิตศึกษานั้นจะทําใหบุตรหลานมีโอกาสไดงานดี ๆ ทํา มีเงินเดือนสูง เปนเจาคนนายคน เปน
                    ที่เชิดหนาชูตาของวงศตระกูล ครอบครัวใดมีฐานะทางเศรษฐกิจดีก็จะพยายามสงบุตรหลานใหได
                    เรียนจนถึงระดับสูงสุด อาจเรียนจนถึงระดับปริญญาเอก เทาทีสติปญญาจะเอื้ออํานวยใหเรียนได
                                                                            ่

                            จากความสําคัญของการศึกษาตอระดับบัณฑิตศึกษา จึงมีนิสิตจํานวนมากมาศึกษาตอ
                    เพราะตองการพัฒนาศักยภาพของตนเองใหมีความรูความสามารถ และประสบการณใหมากยิ่งขึ้น
                    เพื่อใหสามารถปฏิบัติงานไดอยางมีประสิทธิภาพ และทันตอการเปลี่ยนแปลงของสังคม
                    ความกาวหนาทางวิชาการ ตลอดจนความเจริญทางวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีที่เปนไปอยาง
                    รวดเร็ว จึงตองพัฒนาตัวเองเพื่อใหทันตอการเปลี่ยนแปลงดังกลาว มิฉะนั้นแลวจะกลายเปนผูลา
                    หลัง นอกจากนี้ผูที่จบการศึกษาในระดับมหาบัณฑิตยังเปนที่ยอมรับของสังคม สงผลตอ



PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
3



                    ความกาวหนาในการทํางานในอนาคตตอไป จากการวิเคราะหรายดานพบวาเหตุจูงใจที่ทําใหนิสิต
                    เขาศึกษาตอในระดับบัณฑิตศึกษานั้นขึ้นอยูกับปจจัยตาง ๆ ดังนี้

                    1. ปจจัยดานความครบถวนสมบูรณของสถาบันการศึกษา

                       1.1 มหาวิทยาลัยมีหลักสูตรการเรียนการสอนตรงตามความตองการของนักศึกษา

                       1.2 มหาวิทยาลัยมีอุปกรณการสอนที่ทันสมัย

                       1.3 มหาวิทยาลัยมีชื่อเสียง

                       1.4 อาจารยที่สอนมีชื่อเสียงและมีคุณภาพ

                       1.5 มีการทดลองปฏิบัติงานในสถานการณจริง

                       1.6 ความสะดวกสบายของหองเรียนและสวัสดิการของหองอเนกประสงคตาง ๆ

                    2. ปจจัยดานราคา

                       2.1 คาเลาเรียนมีความเหมาะสม

                       2.2 ระบบการจายคาเลาเรียนมีความสะดวก อาจมีการโอนผานบัญชีธนาคาร

                    3. ปจจัยดานสถานที่

                       3.1 มหาวิทยาลัยมีที่จอดรถกวางขวางและสะดวกสบายแกนักศึกษา

                       3.2 มีพื้นที่บริเวณมหาวิทยาลัยกวางขวางและมีสภาพแวดลอมที่ดี

                       3.3 สถานที่ตั้งของมหาวิทยาลัยมีความสะดวกในการเดินทางและเปนศูนยกลางในการเดินทาง

                    4. ปจจัยดานการสงเสริมการตลาด

                       4.1 ทางมหาวิทยาลัยมีการโฆษณาและประชาสัมพันธในสื่อตาง ๆ อยางทั่วถึง

                       4.2 ทางมหาวิทยาลัยมีระบบการผอนผันคาเลาเรียนหรือมีทุนการศึกษาให



PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
4



                    5. ปจจัยดานหนาที่การงาน

                            ผูที่จบการศึกษาในระดับปริญญาโทสามารถเขาสูตําแหนงบางตําแหนงไดงายกวาผูจบ
                    การศึกษาในระดับปริญญาตรี เนื่องจากบางหนวยงานจะกําหนดคุณสมบัติของผูเขาสอบไวตั้งแต
                    ตอนเริ่มตน เนื่องจากเชื่อวาผูที่มีการศึกษาสูง นาจะมีวุฒิภาวะและประสบการณมากกวาผูที่มี
                    การศึกษาต่ํา

                    6. ปจจัยดานเหตุผลสวนตัว

                            ผูที่มาศึกษาตออาจมีเหตุผลสวนตัวในการเขาศึกษาตอ เพราะอยากมีชื่อเสียง เกียรติยศ
                    อยากไดชื่อวาเปนผูจบปริญญาโท ตองการที่จะไดรับความรูและประสบการณที่เปนประโยชนจาก
                    มหาวิทยาลัย โดยเนนที่การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนและเนื้อหาวิชาเพื่อสามารถที่จะนําไป
                    ประยุกตใชในชีวิตประจําวันไดจริง

                    7. ปจจัยดานอิทธิพลจากการชักจูงจากบุคคลและสื่อ

                            นิสิตบางคนเขามาศึกษาตอโดยการสนับสนุนหรือไดรับคําชี้แจงจากเพื่อน ครู อาจารยที่
                    เคยสอนมา ญาติพี่นองหรือสามี ภรรยาใหการสนับสนุน ตลอดจนไดทราบขาวการรับสมัครจาก
                    สื่อตางๆ เชน หนังสือพิมพ วิทยุ โทรทัศน เปนตน

                    8. ปจจัยดานการเปนสาขาวิชาที่ตรงกับความตองการของสังคม

                            เนื่องจากนิสิตสวนใหญ กอนตัดสินใจเขาศึกษาตอในระดับบัณฑิตศึกษานั้น ตองมี
                    การศึกษาคนควาขอมูลเรื่องความตองการของตลาดแรงงานในปจจุบันวาเนนไปในสาขาวิชาใดและ
                    มีความตองการนิสิตที่จบปริญญาโทมากกวาปริญญาตรีมากนอยแคไหน

                            จังหวัดมุกดาหารเปนจังหวัดที่มีประชากรประมาณ 335880 คน และและยังมีประชาชนที่มี
                    เขตติดตอใกลเคียงกันอีกหลายจังหวัด ตลอดจนมีอาราเขตติดตอกับสาธารณะรัฐประชาธิปไตย
                    ประชาชนลาว และมีความสําคัญในบานะเปนเมืองทาสําคัญในการติดตอคาขายและเปนเสนทาง
                    คมนาคมเชื่อมตอระหวางเมืองสําคัญๆ ในกลุมประเทศลุมน้ําโขง (Greater Mekong Subregion)
                    ประกอบดวย 6 ประเทศคือ ไทย จีน (มณฑลยูนนาน) เวียดนาม กัมพูชา ลาว พมา หรือ ระเบียง



PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
5



                    เศรษฐกิจอนุภูมิภาคลุมแมน้ําโขง(GMS Economic Corridors )อีกดวย ทําใหจังหวัดมุกดาหาร
                    จําเปนที่จะตองมีสถาบันการศึกษาในระดับตางๆที่รองรับความตองการในการใหการศึกษาแก
                    ประชาชนดังกลาวเพื่อเปนการเตรียมพรอมในการตอนรับในการเปนในป 2558 ประเทศไทยจะกาว
                    เขาสูการเปนประชาคมอาเซียน ดังนั้นทุกภาคสวนจะตองรูเทาทันเพื่อปรับตัวใหทันตอเหตุการณ
                    ดานตาง ๆ โดยเฉพาะอยางยิ่งจังหวัดชายแดนที่ติดตอกับประเทศเพื่อนบานจําเปนอยางยิ่งที่จะตอง
                    เรียนรูและปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของประเทศเพื่อนบานดวย จังหวัดมุกดาหารเปนจังหวัดที่มี
                    พื้นที่ติดชายแดน มีสะพานขามแมน้ําโขงแหงที่ 2 เพื่อเชื่อมตอไปสูสาธารณรัฐประชาธิปไตย
                    ประชาชนลาวและเวียดนามยุทธศาสตรของจังหวัดมุกดาหารจึงไดกําหนดใหมีสวนเกี่ยวของกับ
                    ตางประเทศทั้งดานการทองเที่ยวและการคา ซึ่งจําเปนอยางยิ่งที่จะตองพัฒนาศักยภาพทรัพยากร
                    มนุษยและประชาชนในจังหวัดเพื่อรองรับ โดยการจัดใหมีการศึกษาระดับอุดมศึกษาขึ้นในจังหวัด
                    มุกดาหารเพื่อสามารถผลิตบัณฑิตรองรับตามยุทธศาสตรดังกลาวเนื่องจากจังหวัดมุกดาหารเปน
                    จังหวัดหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ยังไมมีสถาบันอุดมศึกษาทั้งที่มีพื้นที่เชื่อมตอกับ
                    ตางประเทศดานทองเที่ยว ดานการคา เปนตน

                    รายละเอียดเกี่ยวกับ ศูนยอุดมศึกษามุกดาหาร




                                         ภาพที่ 1 ปายวิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชินีมุกดาหาร

                            สถานที่ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนคือ วิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชินีมุกดาหาร



PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
6



                    ตั้งอยูที่ถนนเลี่ยงเมือง จังหวัดมุกดาหาร ถาหากเดินทางออกจากจังหวัดสกลนคร ใหเลี้ยวขวาไป
                    ตามถนนเลี่ยงเมือง ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร จะอยูทางซายมือของถนน และหากเดินทางมา
                    จากจังหวัดอุบลราชธานีใหเลี้ยวซายไปตามถนนเลี่ยงเมือง เจอสี่แยกคําชะอี ใหตรงไปขางหนา
                    เรื่อยๆ สังเกตสถานที่เรียนจะอยูทางขวามือของถนน




                                      ภาพที่ 2 แผนที่ตั้งวิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชินีมุกดาหาร

                            ศูนยอุดมศึกษามุกดาหาร ไดถูกเปดขึ้นเพื่อใหโอกาสสําหรับการพัฒนาบุคลากรในทองถิ่น
                    จังหวัดมุกดาหารใหมีคุณวุฒิทางการศึกษา มีทักษะทางวิชาชีพ มีคุณธรรมและจริยธรรม สามารถ
                    พัฒนาสังคม ชุมชนทองถิ่นใหกาวทันโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอยางรวดเร็ว

                            โดยใชทรัพยากรรวมกันระหวางทองถิ่นและมหาวิทยาลัย ซึ่งนักศึกษาไมตองเดินทางไป
                    เรียนไกลจากบานของตนเอง ทําใหสามารถผลิตบัณฑิตที่เปนคนดี เปนคนเกง และมีจิตใจงดงาม
                    ออกไปรับใชชาติ สังคม ชุมชนทองถิ่น

                            มหาวิทยาลัยไดเปดโอกาสดานการศึกษาในระดับอุดมศึกษาแกบุคลากรตางประเทศที่อยู
                    ในละแวกใกลเคียงอีกดวย




PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
7



                           รายละเอียดเกี่ยวกับ งานจัดการศึกษาภายนอกมหาวิทยาลัย สํานักสงเสริมวิชาการและงาน
                    ทะเบียน มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร

                    1. ขอมูลเบื้องตนของหนวยงาน

                           ที่ตั้ง อาคาร10 ชั้น 6 เลขที่ 680 หมู 11 ถนนนิตโย ตําบลธาตุเชิงชุม อําเภอเมือง
                           สกลนคร จังหวัดสกลนคร 47000 โทรศัพท 0-4274-3706, 0-4297-0021

                    2. ปรัชญา/ วิสัยทัศน/ พันธกิจ/ ปณิธาน/ จุดเนน

                      ปรัชญา

                           ใหโอกาสทางการศึกษา รวมสรางปญญาชนในทองถิ่น

                      วิสัยทัศน

                           เปนผูนําดานการจัดการอุดมศึกษาในทองถิ่นสรางเครือขายในการทํางาน ใหบริการทาง
                           วิชาการอยางมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล แกชุมชนบนพื้นฐานของการมีสวนรวม
                           เพื่อสรางสรรคประชาสังคมที่ดี

                       พันธกิจ

                            • รองรับความตองการทางการศึกษาของทองถิ่น โดยเปดโอกาสใหประชาชนไดรับ
                                   การศึกษาระดับอุดมศึกษาที่มีคุณภาพ
                            • ผลิตและพัฒนากําลังคนเพื่อสนองความจําเปนในการพัฒนาทองถิ่นและประเทศชาติ
                            • สรางเครือขายการเรียนรูและการทํางานรวมกันระหวางสถาบันอุดมศึกษากับทองถิ่น
                                   ชุมชนตลอดจนประเทศเพื่อนบาน
                            • บริการงานวิชาการแกอาจารยและนักศึกษาทั้งที่กําลังศึกษาอยูและที่สําเร็จการศึกษา
                                   ไปแลวโดยยึดหลักความถูกตองเปนสําคัญ




PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
8



                        ปณิธาน

                            • ตอบสนองนโยบายของมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
                            • จัดการศึกษาเพื่อการพัฒนาทองถิ่น
                            • เพื่อบริการทางการศึกษาใหทองถิ่นมีสวนรวมในการจัดการศึกษา

                        จุดเนน

                            • บัณฑิตเปนคนดี มีจิตสาธารณะ และมีทักษะวิชาชีพ โดยมีอาจารยและบุคลากรเปน
                                  แบบอยาง
                            • นักศึกษามีจริยธรรม โดยเนนเชิงปฏิบัติ
                            • นักศึกษามีเอกลักษณ/จุดเดน/สูงาน/เปนคนดี
                            • นักศึกษามีระเบียบวินัย
                    3. ประวัติความเปนมา

                            ในภาคเรียนที่ 3/2543 เปดศูนยการศึกษาระดับอุดมศึกษา เพื่อตอบสนองความตองการ
                    ของชุมชนทองถิ่นโดยเฉพาะสมาชิกองคการบริหารสวนตําบล (อบต.) ในอําเภอวานรนิวาสและ
                    อําเภอขางเคียง โดยใชศูนยการศึกษานอกโรงเรียนอําเภอวานรนิวาสเปนที่ตั้งศูนยฯ เปดการเรียน
                    การสอนในโปรแกรมวิชาพัฒนาชุมชน หลักสูตรอนุปริญญา 2 ปตอเนื่อง

                            ตอมาในภาคเรียนที่ 1/2544 ผศ.นิพนธ อินสินและคณะ ไดทําการเปดศูนยอุดมศึกษา
                    มุกดาหารขึ้นอีก โดยทานผูวาราชการจังหวัดมุกดาหาร ทานผูอํานวยการวิทยาลัยการอาชีพนวมินท
                    ราชินีมุกดาหาร ประชาชนชาวจังหวัดมุกดาหารใหความรวมมือและใหการสนับสนุนเปนอยางดี
                    เปดการเรียนการสอนในตอนแรกคือ โปรแกรมวิชาประถมศึกษา โปรแกรมวิชาการศึกษาประถม
                    วัย โปรแกรมวิชาการจัดการทั่วไป จํานวน 3 หมูเรียนและในภาคเรียนที่ 2/2544 จึงไดเปดโปรแกรม
                    วิชารัฐประศาสนศาสตร (รปศ.) อีก 1 หมูเรียน

                            ศูนยอุดมศึกษามุกดาหาร ไดถูกเปดขึ้นเพื่อใหโอกาสสําหรับการพัฒนาบุคลากรในทองถิ่น
                    จังหวัดมุกดาหารใหมีคุณวุฒิทางการศึกษา มีทักษะทางวิชาชีพ มีคุณธรรมและจริยธรรม สามารถ




PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
9



                    พัฒนาสังคม ชุมชนทองถิ่นใหกาวทันโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอยางรวดเร็วโดยใชทรัพยากรรวมกัน
                    ระหวางทองถิ่นและมหาวิทยาลัย ซึ่งนักศึกษาไมตองเดินทางไปเรียนไกลจากบานของตนเอง ทําให
                    สามารถผลิตบัณฑิตที่เปนคนดี เปนคนเกง และมีจิตใจงดงาม ออกไปรับใชชาติ สังคม ชุมชน
                    ทองถิ่นมหาวิทยาลัยไดเปดโอกาสดานการศึกษาในระดับอุดมศึกษาแกบุคลากรตางประเทศที่อยูใน
                    ละแวกใกลเคียงอีกดวย

                    คณะที่เปด

                    คณะวิทยาการจัดการ

                           การบัญชี ปวสหรืออนุปริญญา ระยะเวลาเรียน 2 ปการศึกษา เรียนที่ศูนยอุดมศึกษา
                           มุกดาหาร

                           การจัดการทั่วไป ปวสหรืออนุปริญญา ระยะเวลาเรียน 2 ปการศึกษา เรียนที่ศูนย
                           อุดมศึกษามุกดาหาร

                           คอมพิวเตอรธุรกิจ ปวสหรืออนุปริญญา ระยะเวลาเรียน 2 ปการศึกษา เรียนที่ศูนย
                           อุดมศึกษามุกดาหาร

                    ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ

                           ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ วาดวยการจัดการศึกษานอกสถานที่ตั้งของ
                    สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ พ.ศ. 2552เพื่อใหสถาบันอุดมศึกษาของรัฐใชเปนแนวทางในการจัด
                    การศึกษานอกสถานที่ตั้ง อยางมีคุณภาพ และมาตรฐานการศึกษา โดยมีรายละเอียด คือ

                    “นอกสถานที่ตั้ง ” หมายความวา สถานที่จัดการศึกษาอื่นใดของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ ซึ่งมิใช
                    เปนที่ตั้งของสถาบันอุดมศึกษา “ สภาสถาบัน ” หมายความวา สภาสถาบันอุดมศึกษาแตละแหง
                    สถาบันอุดมศึกษาจะจัดการศึกษานอกสถานที่ตั้งดวยวิธีการเรียนการสอนในชั้นเรียนหรือวิธีการ
                    เรียนการสอนในระบบ การศึกษาทางไกลทั้งหลักสูตรหรือเฉพาะบางสวนตามที่สภาสถาบัน
                    กําหนดก็ได  การจัดการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษา ใหจัดการศึกษาในที่ตั้งเปนหลักเวนแต มี




PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
10



                    เหตุผลและความจําเปนเพื่อประโยชนตอการจัดการเรียนการสอน แกผ ูเรียน สถาบันอุดมศึกษาจะ
                    จัด การศึกษานอกสถานที่ตั้งก็ไดตามเงื่อนไข ดังตอไปนี้

                            1. จัดการเรียนการสอนในหลักสูตรเดิมที่ไดเปดสอนในที่ตั้งแลว

                           2. ดําเนินการจัดการศึกษาใหมีคุณภาพและมาตรฐานครบถวนตามเกณฑมาตรฐาน
                               หลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ

                           3. จัดการเรียนการสอนที่เนนใหผูเรียนมีผลสัมฤทธิ์ตามวัตถุประสงคของหลักสูตรและ มี
                               การประเมินผลเพื่อพัฒนาหลักสูตร จัดสิ่งสนับสนุนทางการศึกษาใหเพียงพอ
                               เชนเดียวกับการจัดการศึกษาในที่ตั้ง

                           4. จัดสิ่งสนับสนุนทางการศึกษาใหเพียงพอเชนเดียวกับการจัดการศึกษาในที่ตั้ง

                           5. จัดใหมีการใหคําปรึกษาทางวิชาการ การแนะแนวอาชีพ การจัดบริการสวัสดิการ
                               นักศึกษา และบริการดานอื่นใหมีมาตรฐานเชนเดียวกับการจัดการศึกษาในที่ตั้ง

                           6. จัดสภาพแวดลอมที่เหมาะสมตอการจัดการศึกษา มีความปลอดภัยและมีสิ่งอํานวย
                               ความสะดวกอยางเพียงพอ

                           7. ปฏิบัติตามหลักเกณฑและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการพิจารณาประเมินคุณภาพการจัด
                               การศึกษาตามที่คณะกรรมการการอุดมศึกษากําหนด

                           ใหอธิการบดีขออนุญาตจัดการศึกษานอกสถานที่ตั้งตอสภาสถาบัน พรอมทั้งเสนอ
                    เอกสารหลักฐานเพื่อประกอบการพิจารณา โครงการจัดการศึกษานอกสถานที่ตั้งที่มีรายละเอียด
                    เกี่ยวกับรูปแบบ วิธ ีการและ ระยะเวลาจัดการศึกษา พรอมทั้งที่ตั้งและแผนผังแสดงบริเวณและ
                    อาคาร โดยจะตองมีเอกสารแสดงการเปนผูมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่จะใชเปนที่จัดการเรียนการสอน
                    หรือ หลักฐานแสดงการเปนผูมีสิทธิในการเชาที่ดิน หรือหลักฐานแสดงการเปนผูมีสิทธิในการใช
                    ที่ดินหรือ อาคารสถานที่ตามระยะเวลาที่กําหนด




PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
11



                    สาเหตุที่นักศึกษาเลือกมาศึกษาที่ศูนยมุกดาหาร

                            1. เนื่องจากนักศึกษาสวนใหญนั้น ในวันจันทร ถึง ศุกร ตองไปทํางาน แตตองการพัฒนา
                               ศักยภาพของตนเองโดยศึกษาตอในระดับปริญญาตรีในวันเสาร อาทิตย ที่วางจากการ
                               ทํางาน

                            2. มีความสะดวกกวาที่จะตองเดินทางไปศึกษาที่จังหวัดสกลนคร ซึ่งเปนที่ตั้งของ
                               มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร

                            3. ประหยัดคาใชจายมากกวาที่จะตองเดินทางไปศึกษาที่จังหวัดสกลนคร ซึ่งเปนที่ตั้งของ
                               มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร

                            4. เชื่อมั่นในสถาบัน ซึ่งมีชื่อเสียงและคุณภาพทางวิชาการ และการศึกษา ซึ่งผลิตบัณฑิตที่
                               มีความรู ความสามารถออกมามากมาย ตั้งแตในอดีต จนถึงปจจุบัน

                    เขตพื้นที่อาศัยของนักศึกษาที่มาศึกษาที่ศูนยมุกดาหาร

                            1. อําเภอเมืองมุกดาหาร

                            2. อําเภอนิคมคําสรอย

                            3. อําเภอดอนตาล

                            4. อําเภอดงหลวง

                            5. อําเภอคําชะอี

                            6. อําเภอหวานใหญ

                            7. อําเภอหนองสูง

                            8. แขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

                            9. อําเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร




PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
12



                            10. อําเภอกุฉินารายณ และ อําเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ

                    สาเหตุการยุบศูนยอุดมศึกษามุกดาหาร

                            จากรายงานขาวมติชน เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม นายพินิติ รตะนานุกูล รองเลขาธิการ
                    คณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) เปดเผยวาสํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) มี
                    แนวคิดที่จะยุบเลิกศูนยการจัดการศึกษานอกที่ตั้ง หรือศูนยนอกที่ตั้ง ที่มหาวิทยาลัยรัฐและ
                    มหาวิทยาลัยเอกชนเปดอยูในปจจุบัน ซึ่งตัวเลขศูนยนอกที่ตั้ง ยังไมทราบแนชัดวามีอยูเทาใด เพราะ
                    บางมหาวิทยาลัยก็ไมไดรายงานตั้งเขามา สาเหตุที่จะปด ยอมรับวาสวนหนึ่งมาจากปญหาการซื้อ
                    ขายประกาศนียบัตรบัณฑิต (ป.บัณฑิต) วิชาชีพครูของมหาวิทยาลัยอีสาน (มอส.) และอีกสวนหนึ่ง
                    มองวามหาวิทยาลัยที่กระจัดกระจายอยูทั่วประเทศในขณะนี้เพียงพอที่จะรองรับตอความตองการ
                    ของนักศึกษา ฉะนั้นจึงเห็นวามหาวิทยาลัยควรจัดการเรียนการสอนในที่ตั้งเทานั้น หรือหากจะเปด
                    นอกที่ตั้ง ก็ตองเปนในลักษณะวิทยาเขตเทานั้น เพราะมีการบริหารจัดการที่เปนระบบ รอง
                    เลขาธิการ กกอ. กลาวตอวา อนาคตอาจจะตองสอบถามจากมหาวิทยาลัยที่เปดศูนยนอกที่ตั้งดวยวา
                    หากจะตองยุบเลิก จะไดรับผลกระทบอยางไรหรือไม ที่สําคัญกําลังอยูระหวางการศึกษากฎหมาย
                    และกฎกระทรวงที่เกี่ยวของทั้งหมดวาจะดําเนินการอยางไร เพราะถาจะตองมีการยุบเลิกศูนยนอก
                    ที่ตั้ง ก็จะตองไปแกไขกฎหมาย

                            สํานักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา (สกอ.) หนวยงานที่กํากับดูแลเขาตรวจสอบศูนยนอก
                    ที่ตั้ง เมื่อ การจัดศูนยนอกที่ตั้งที่ไมมีคุณภาพและไมมีมาตรฐานอยางมาก สาเหตุของปญหาทั้งหมด
                    นาจะเกิดจากการใหอํานาจและสิทธิ์ขาดกับผูอํานวยการศูนยนอกที่ตั้งมากเกินไป โดยสภา
                    มหาวิทยาลัยและอธิการบดีเองไมไดเขาไปดูแล ทําใหเกิดปญหาการจัดการศึกษาที่ไมมีคุณภาพ
                    อยางปจจุบัน อีกทั้งขาดความรับผิดชอบในกรณีที่มีผูมาเสนอเปดศูนยนอกที่ตั้ง แตสภาฯ และ
                    อธิการบดีก็อนุมัติไป ทั้งนี้ สกอ.ไดจัดคณะกรรมการลงพื้นที่ตรวจสอบการเปดศูนยนอกที่ตั้ง ของ
                    แตละมหาวิทยาลัยทั้งรัฐและเอกชนแลว ตามที่สภาฯ แจงเปดศูนยนอกที่ตั้ง เขามา พบความจริงที่
                    นาเปนหวงอีกวา ถึงแมสภาฯ จะมั่นใจความพรอมในการเปดศูนยนอกที่ตั้ง แลวแตเมื่อลงไป
                    ตรวจสอบก็พบวา ยังไมดีเทาที่ควร ซึ่งบางที่ก็ไมผานไปเลย ปจจุบันมีสถาบันอุดมศึกษาจํานวน
                    มากกระจายอยูครอบคลุมพื้นที่ตางๆ และจัดการเรียนการสอนหลักสูตรตางๆ จํานวนมากอยูแลว



PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
13



                    เวนแตมีเหตุผลและความจําเปน ดังนี้ ตองจัดการศึกษาในสาขาขาดแคลนและสนองความตองการ
                    ของประเทศ ควรมีระยะเวลาสิ้นสุดในการจัดหลักสูตรนั้นๆ ดวย ตองไมจัดการศึกษาในหลักสูตรที่
                    สถาบันอุดมศึกษาอื่นในพื้นที่นั้นจัดอยูแลวและสถาบันตองเชี่ยวชาญในหลักสูตรที่เปดสอนดวย

                    เหตุผลที่ตองทําการวิจัย
                            จากการที่ตองยุบศูนยมุกดาหารทําใหเกิดผลกระทบตอนักศึกษาขึ้นมาโดยปญหาที่สําคัญ
                    ในการยายที่เรียนจากศูนยมุกดาหารมาเปนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครของนักศึกษาหลักใหญก็
                    คือระยะทางการเดินทางที่จะตองมาเรียนตองเพิ่มขึ้น จากที่เรียนอยูภายในจังหวัด ก็ตองเดินทางมา
                    เปนระยะทางประมาณ 80 – 130 กิโลเมตร (นักศึกษาอยูคนละที) ซึ่งทําใหเสียเวลาเดินทาง และ
                                                                           ่
                    คาใชจายเพิ่มขึ้นในการมาเรียน เชนคารถ คาที่พัก เปนตน

                            จากปญหาที่เกิดขึ้นจึงเปนสาเหตุที่จะทําการวิจัยเพื่อใหทราบถึงระดับความพึงพอใจในการ
                    ยายที่เรียนจากศูนยมุกดาหารมาเปนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครของนักศึกษา ซึ่งจะเปนขอมูล
                    พื้นฐานที่จําเปนในการปรับปรุงและพัฒนาการใหบริการของมหาวิทยาลัยเพื่อความเหมาะสมตอไป

                    ผลที่คาดวาจะไดรับ

                            เพื่อใหทางมหาวิทยาลัยตระหนักถึงการปดสถานศึกษาที่ศูนยมุกมีผลกระทบตอนักศึกษาที่
                    ตองทําการยายมาศึกษาที่จังหวัดสกลนครและทําการเปรียบเทียบระหวางศูนยมุกกับมหาวิทยาลัย
                    ในดานการใหบริการของเจาหนาที่ การเดินทางมาศึกษาเลาเรียน สถานที่ อาจารยผูสอน โรงอาหาร
                    หองน้ํา – หองสวม และดานบริการหองสมุด / อินเตอรเน็ต เพื่อนําผลที่ไดมาวางแผนพัฒนา
                    ปรับปรุงในจุดออน รักษามาตรฐานการบริการในจุดแข็งใหนักศึกษาพึงพอใจในการไดรับบริการ
                    จากมหาวิทยาลัยที่ดี

                    วัตถุประสงคของการวิจัย

                            เพื่อเปรียบเทียบความพึงพอใจในการยายที่เรียนจากศูนยมุกดาหารมาเปนที่มหาวิทยาลัย
                    ราชภัฏสกลนครของนักศึกษาในดานตางๆ ระหวางศูนยมุกดาหารกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร




PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
14



                    คือ ดานการใหบริการของเจาหนาที, ดานการเดินทางมาศึกษาเลาเรียน, ดานสถานที่, ดานอาจารย
                    ผูสอน, ดานโรงอาหาร, ดานหองน้ํา – หองสวม และดานบริการหองสมุด / อินเตอรเน็ต



                    ขอบเขตการวิจัย

                               1. การวิจัยในครั้งนี้จะทําการสํารวจความพึงพอใจและความตองการในการยายที่เรียน
                                  จากศูนยมุกดาหารมาเปนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครของนักศึกษา

                               2. ประชากรที่ใชในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักศึกษา ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ศูนย
                                  มุกดาหาร

                               3. พื้นที่เปาหมายที่ใชในครั้งนี้คือ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร และ วิทยาลัยการ
                                  อาชีพนวมินทราชินีมุกดาหาร

                               4. ระยะเวลาที่ใชศึกษาวิจัยคือ ภาคเรียนที่ 2/2554

                    นิยามศัพทเฉพาะ

                            นักศึกษา หมายถึง นักศึกษาภาคสมทบระดับ บธ.บ. 4 ป (เทียบโอน) ของมหาวิทยาลัยราช
                    ภัฏสกลนครที่ศึกษาอยูศูนยมุกดาหาร

                            ศูนยมุกดาหาร หมายถึง สถานที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครใชเปดการเรียนการสอนที่
                    จังหวัดมุกดาหาร ที่วิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชินีมุกดาหาร ตั้งอยูที่ถนนเลี่ยงเมือง จังหวัด
                    มุกดาหาร

                            มหาวิทยาลัย หมายถึง มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร

                            ศูนยมุกกับสกลนคร หมายถึง สถานที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครใชเปดการเรียนการ
                    สอนที่จังหวัดมุกดาหาร ที่วิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชินีมุกดาหาร กับมหาวิทยาลัยราชภัฏ
                    สกลนคร




PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
15



                             ความพึงพอใจของนักศึกษา หมายถึง คาเฉลี่ยจากการบอกความรูสึกในการเปรียบเทียบ
                    ระหวางศูนยมุกกับสกลนครในดานตางๆ ของนักศึกษาจากการสุมตอบแบบสํารวจ ความพึงพอใจ
                                                                           
                    ที่มีระดับความพึงพอใจ 5 ระดับ คือ ระดับ 1 พึงพอใจนอยที่สุด, ระดับ 2 พึงพอใจนอย, ระดับ 3 พึง
                    พอใจปานกลาง, ระดับ 4 พึงพอใจมาก และ ระดับ 5 พึงพอใจมากที่สุด

                             ดานการใหบริการของเจาหนาที่ หมายถึง การเปรียบเทียบระหวางศูนยมุกกับสกลนคร
                    บริการที่เกี่ยวของกับนักศึกษาไดแก ดานใหบริการดวยความสุภาพ ออนนอม และเปนกันเอง, ดาน
                    มีความเอาใจใส กระตือรือรน และเต็มใจใหบริการ

                             ดานการเดินทางมาศึกษาเลาเรียน หมายถึง การเปรียบเทียบระหวางศูนยมุกกับสกลนครที่
                    เกี่ยวกับระยะทางในการเดินทางมาเรียน

                             ดานสถานที่ หมายถึง การเปรียบเทียบระหวางศูนยมุกกับสกลนคร บริการที่เกี่ยวของกับ
                    นักศึกษาไดแก อาคารเรียน, ที่จอดรถ, หองเรียน, โตะเรียน, สื่อการเรียนการสอน และที่พักผอน
                    กอนเขาเรียน

                             ดานอาจารยผูสอน หมายถึง การเปรียบเทียบระหวางศูนยมุกกับสกลนคร บริการที่
                    เกี่ยวของกับนักศึกษาไดแก มีความเอาใจใส กระตือรือรน ในการสอน, มีความตรงตอเวลา, มีการ
                    ใชสื่อที่ทันสมัย

                             ดานโรงอาหาร หมายถึง การเปรียบเทียบระหวางศูนยมุกกับสกลนคร บริการที่เกี่ยวของ
                    กับนักศึกษาไดแก สถานที่สะอาด, อาหารสะอาด อรอย ถูกหลักอนามัย, แมครัวพุดจาไพเราะ และ
                    มีโตรับประทานอาหารเพียงพอ

                             หองน้ํา – หองสวม หมายถึง การเปรียบเทียบระหวางศูนยมุกกับสกลนคร บริการที่
                    เกี่ยวของกับนักศึกษาไดแก สถานที่สะอาด และมีหองเพียงพอตอจํานวนผูใช

                             ดานบริการหองสมุด / อินเตอรเน็ต หมายถึง การเปรียบเทียบระหวางศูนยมุกกับสกลนคร
                    บริการที่เกี่ยวของกับนักศึกษาไดแก มีเอกสารตําราใหศึกษาคนควา, เจาหนาที่พูดจาสุขภาพ, มี




PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
16



                    คอมพิวเตอรเพียงพอตอนักศึกษา, มีระบบอินเตอรเน็ตรวดเร็วมีประสิทธิภาพ และมีระบบไวไฟ
                    บริการ

                    ประโยชนที่คาดวาจะไดรับจากงานวิจัย

                             เพื่อใหมหาวิทยาลัยตระหนักถึงการยายสถานที่ศึกษาจากศูนยมุกดาหารมาเปนที่ จังหวัด
                    สกลนคร เพื่อนําผลที่ไดมาวางแผนพัฒนาปรับปรุงในจุดออน รักษาจุดแข็งใหนักศึกษาพึงพอใจใน
                    การที่ตองยายสถานที่การเรียนในครั้งนี้

                             การวิจัยในครั้งนี้คาดวาจะไดรับประโยชนในดานตางๆ ดังนี้

                             1. เพื่อนําขอมูลไปใชเปนแนวทางในการสรางองคความรูในดานแรงจูงใจที่จะกอใหเกิด
                    ความพอใจใหกับนักศึกษารุนตอไปที่จะมาศึกษาที่มหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนคร

                             2. เพื่อเปนขอมูลเสนอแนะผูที่เกี่ยวของกับการบริหารงานของมหาวิทยาลัยราชภัฎ
                    สกลนครประจําศูนยมุกดาหาร

                             3. ขอสรุปการวิจัยจะเปนประโยชนตอผูบริหาร ในระดับภาควิชา คณะมหาวิทยาลัย และ /
                    หรือ ทบวงมหาวิทยาลัย ในการพิจารณาปรับปรุงแกไขเปลี่ยนแปลงบรรยากาศของมหวิทยาลัย
                    เพื่อใหการเรียนการสอนและบริการอื่นๆ ใหมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น




PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
17



                                                                บทที่ 2

                                                  ทฤษฎีและงานวิจยที่เกี่ยวของ
                                                                ั
                            ความพึงพอใจเปนความรูสึกหรือความคิดเห็นไมวาจะเปนทางบวกหรือลบ ซึ่งเปนผลจาก
                    ประสบการณ ความเชื่อ ซึ่งจะขอกลาวถึง ความหมาย และทฤษฎีที่เกี่ยวของกับความพึงพอใจ ดังนี้

                    ความหมายของความพึงพอใจ

                            พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน (2542: 775) ไดใหความหมายของความพึงพอใจ
                    หมายถึง พอใจ ชอบใจ

                            พฤติกรรมเกี่ยวกับความพึงพอใจของมนุษยคือความพยายามที่จะขจัดความตึงเครียด หรือ
                    ความกระวนกระวาย หรือภาวะไมไดดุลยภาพในรางกาย ซึ่งเมื่อมนุษยสามารถขจัดสิ่งตาง ๆ
                    ดังกลาว ไดแลว มนุษยยอมไดรับความพึงพอใจในสิ่งที่ตนตองการ (เศกสิทธิ์, 2544: 6)

                            อุทัยพรรณ สุดใจ (2545:7) ความพึงพอใจ หมายถึง ความรูสึกหรือทัศนคติของบุคคลที่มี
                    ตอ สิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยอาจจะเปนไปในเชิงประเมินคา วาความรูสึกหรือทัศนคติตอสิ่งหนึ่งสิ่งใดนั้น
                    เปนไปในทางบวกหรือทางลบ

                            สุพล (2540: 27) กลาววา ความพึงพอใจ หมายถึง ความรูสึก ความคิดเห็นในลักษณะเชิง
                    บวกของบุคคลเมื่อไดรับการตอบสนองความตองการหรือไดรับสิ่งตอบแทนที่คาดหวังไว

                            สุภาลักษณ ชัยอนันต (2540: 17) ไดใหความหมายของความพึงพอใจไววา ความพึงพอใจ
                    เปนความรูสึกสวนตัวที่รูสึกเปนสุขหรือยินดีที่ไดรับการตอบสนองความตองการในสิ่งที่ขาด
                    หายไป หรือสิ่งที่ทําใหเกิดความไมสมดุล ความพึงพอใจเปนสิ่งที่กําหนดพฤติกรรมที่จะแสดงออก
                    ของบุคคล ซึ่งมีผลตอการเลือกที่จะปฏิบัติในกิจกรรมใดๆ นั้น

                            อรรถพร (2546: 29) ไดสรุปวา ความพึงพอใจ หมายถึง ทัศนคติหรือระดับความพึงพอใจ
                    ของบุคคลตอกิจกรรมตางๆ ซึ่งสะทอนใหเห็นถึงประสิทธิภาพของกิจกรรมนั้นๆ โดยเกิดจาก




PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
18



                    พื้นฐานของการรับรู คานิยมและประสบการณที่แตละบุคคลไดรับ ระดับของความพึงพอใจจะ
                    เกิดขึ้นเมื่อกิจกรรมนั้นๆ สามารถตอบสนองความตองการแกบคคลนั้นได
                                                                          ุ

                            สายจิตร (2546: 14) ไดสรุปวา ความพึงพอใจเปนความรูสึกที่มีตอสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งเปนไป
                    ไดทั้งทางบวกและทางลบ แตถาเมื่อใดที่สิ่งนั้นสามารถตอบสนองความตองการหรือทําใหบรรลุ
                    จุดมุงหมายได ก็จะเกิดความรูสึกทางบวกแตในทางตรงกันขาม ถาสิ่งใดสรางความรูสึกผิดหวังไม
                    บรรลุจุดมุงหมาย ก็จะทําใหเกิดความรูสึกทางลบเปนความรูสึกไมพึงพอใจ

                            จากความหมายที่กลาวมา สรุปไดวา ความพึงพอใจในการปฏิบัติงานเปนเรื่องของ
                    ความรูสึกที่มีความสึกของบุคคลที่มีตองานที่ปฏิบัติอยูและความพึงพอใจจะสงผลตอขวัญในการ
                    ปฏิบติงาน อยางไรก็ดีความพึงพอใจของแตละบุคคลไมมีวันสิ้นสุด เปลี่ยนแปลงไดเสมอ ตาม
                        ั
                    กาลเวลาและสภาพแวดลอมบุคคลจึงมีโอกาสที่จะไมพึงพอใจในสิ่งที่เคยพึงพอใจมาแลว ฉะนั้น
                    ผูบริหารจําเปนจะตองสํารวจตรวจสอบความพึงพอใจในการปฏิบัติใหสอดคลองกับความตองการ
                    ของบุคลากรตลอดไป ทั้งนี้เพื่อใหงานสําเร็จลุลวงตามเปาหมายขององคกรหรือหนวยงานที่ตั้งไว

                    ทฤษฎีที่เกี่ยวของกับความพึงพอใจ

                            นักวิชาการไดพัฒนาทฤษฎีที่อธิบายองคประกอบของความพึงพอใจ และอธิบาย
                    ความสัมพันธระหวางความพึงพอใจกับปจจัยอื่น ๆ ไวหลายทฤษฎี

                            โครแมน (Korman, A.K., 1977 อางอิงในสมศักดิ์ คงเที่ยง และอัญชลี โพธิ์ทอง, 2542:
                    161-162) ไดจําแนกทฤษฎีความพึงพอใจในงานออกเปน 2 กลุมคือ

                           1. ทฤษฎีการสนองความตองการ กลุมนี้ถือวาความพึงพอใจ ในงานเกิดจากความตองการ
                               สวนบุคคลที่มีความสัมพันธตอผลที่ไดรับจากงานกับการประสบความสําเร็จตาม
                               เปาหมายสวนบุคคล

                           2. ทฤษฎีการอางอิงกลุม ความพึงพอใจในงานมีความสัมพันธในทางบวกกับคุณลักษณะ
                               ของงานตามความปรารถนาของกลุม ซึ่งสมาชิกใหกลุมเปนแนวทางในการประเมินผล
                               การทํางาน




PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
19



                           สวนมัมฟอรด (Manford, E., 1972 อางถึงใน สมศักดิ์ คงเที่ยง และอัญชลี โพธิ์ทอง,
                    2542:162) ไดจําแนกความคิดเกี่ยวกับความพึงพอใจงานจากผลการวิจัยออกเปน 5 กลุมดังนี้

                           1. กลุมความตองการทางดานจิตวิทยา กลุมนี้ไดแก Maslow, A.H. , Herzberg. F และ
                               Likert R.โดยมองความพึงพอใจงานเกิดจากความตองการของบุคคลที่ตองการ
                               ความสําเร็จของงานและความตองการการยอมรับจากบุคคลอื่น

                           2. กลุมภาวะผูนํามองความพึงพอใจงานจากรูปแบบและการปฏิบัติของผูนําที่มีตอ
                               ผูใตบังคับบัญชา กลุมนี้ไดแก Blake R.R., Mouton J.S. และ Fiedler R.R.

                           3. กลุมความพยายามตอรองรางวัล เปนกลุมที่มองความพึงพอใจจากรายได เงินเดือน และ
                               ผลตอบแทนอื่น ๆ กลุมนี้ ไดแก กลุมบริหารธุรกิจของมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร
                               (Manchester Business School)

                           4. กลุมอุดมการณทางการจัดการมองความพึงพอใจจากพฤติกรรมการบริหารงานของ
                               องคกร ไดแก Crogier M. และ Coulder G.M.

                           5. กลุมเนื้อหาของงานและการออกแบบงาน ความพึงพอใจงานเกิดจากเนื้อหาของตัวงาน
                               กลุมแนวคิดนี้มาจากสถาบันทาวิสตอค (Tavistock Institute) มหาวิทยาลัยลอนดอน

                    ทฤษฎีลําดับขั้นความตองการของมนุษยของมาสโลว

                            อับราฮัม มาสโลว (Abraham Maslow) เปนผูวางรากฐานจิตวิทยามนุษยนิยม เขาไดพัฒนา
                    ทฤษฎีแรงจูงใจ ซึ่งมีอิทธิพลตอระบบการศึกษาของอเมริกันเปนอันมาก ทฤษฎีของเขามีพื้นฐานอยู
                    บนความคิดที่วา การตอบสนองแรงขับเปนหลักการเพียงอันเดียวที่มีความสําคัญที่สุดซึ่งอยู
                    เบื้องหลังพฤติกรรมของมนุษย

                            มาสโลวมีหลักการที่สําคัญเกี่ยวกับแรงจูงใจ โดยเนนในเรื่องลําดับขั้นความตองการเขามี
                    ความเชื่อวา มนุษยมีแนวโนมที่จะมีความตองการอันใหมที่สูงขึ้นแรงจูงใจของคนเรามาจากความ
                    ตองการพฤติกรรมของคนเรา มุงไปสูการตอบสนอง ความพอใจ มาสโลว แบงความตองการ




PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
20



                    พื้นฐานของมนุษยออกเปน 5 ระดับดวยกัน (http://web.rmut.ac.th/larts/phy/module7/unit7_7.html)
                    ไดแก

                             1. มนุษยมีความตองการ และความตองการมีอยูเสมอ ไมมีที่สิ้นสุด

                             2. ความตองการที่ไดรับการสนองแลว จะไมเปนสิ่งจูงใจสําหรับพฤติกรรมตอไป ความ
                                ตองการที่ไมไดรับการสนองเทานั้นที่เปนสิ่งจูงใจของพฤติกรรม

                             3. ความตองการของคนซ้ําซอนกัน บางทีความตองการหนึ่ง ไดรับการตอบสนองแลวยังไม
                                สิ้นสุดก็เกิดความตองการดานอื่นขึ้นอีก

                             4. ความตองการของคนมีลักษณะเปนลําดับขั้น ความสําคัญกลาวคือ เมื่อความตองการใน
                                ระดับต่ําไดรับการสนองแลว ความตองการระดับสูงก็จะเรียกรองใหมีการตอบสนอง

                             5. ความตองการเปนตัวตนที่แทจริงของตนเอง

                    ลําดับความตองการพื้นฐานของ Maslow เรียกวา Hierarchy of Needs มี 5 ลําดับขั้น ดังนี้

                             1. ความตองการดานรางกาย (Physiological needs) เปนตองการปจจัย 4 เชน ตองการ
                                อาหารใหอิ่มทอง เครื่องนุงหมเพื่อปองกันความรอน หนาวและอุจาดตา ยารักษาโรคภัย
                                ไขเจ็บ รวมทั้งที่อยูอาศัยเพื่อปองกันแดด ฝน ลม อากาศรอน หนาว และสัตวราย ความ
                                ตองการเหลานี้มีความจําเปนตอการดํารงชีวิตของมนุษยทกคน จึงมีความตองการ
                                                                                      ุ
                                พื้นฐานขั้นแรกที่มนุษยทุกคนตองการบรรลุใหไดกอน

                             2. ความตองการความปลอดภัย (Safety needs) หลังจากที่มนุษยบรรลุความตองการดาน
                                รางกาย ทําใหชีวิตสามารถดํารงอยูในขั้นแรกแลว จะมีความตองการดานความปลอดภัย
                                ของชีวิตและทรัพยสินของตนเองเพิ่มขึ้นตอไป เชน หลังจากมนุษยมีอาหารรับประทาน
                                จนอิ่มทองแลวไดเริ่มหันมาคํานึงถึงความปลอดภัยของ อาหาร หรือสุขภาพ โดยหันมา
                                ใหความสําคัญกันเรื่องสารพิษที่ติดมากับอาหาร ซึ่งสารพิษเหลานี้อาจสรางความไม
                                ปลอดภัยใหกับชีวิตของเขา เปนตน




PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
21



                           3. ความตองการความรักและการเปนเจาของ (Belonging and love needs) เปนความ
                               ตองการที่เกิดขึ้นหลังจากการที่มีชีวิตอยูรอดแลว มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพยสิน
                               แลว มนุษยจะเริ่มมองหาความรักจากผูอื่น ตองการที่จะเปนจาของสิ่งตางๆ ที่ตนเอง
                               ครอบครองอยูตลอดไป เชน ตองการใหพอแม พี่นอง คนรัก รักเราและตองการใหเขา
                               เหลานั้นรักเราคนเดียว ไมตองการใหเขาเหลานั้นไปรักคนอื่น โดยการแสดงความเปน
                               เจาของ เปนตน

                           4. ความตองการการยอมรับนับถือจากผูอื่น (Esteem needs) เปนความตองการอีกขั้นหนึ่ง
                               หลังจากไดรับความตองการทางรางกาย ความปลอดภัย ความรักและเปนเจาของแลว
                               จะตองการการยอมรับนับถือจากผูอื่น ตองการไดรับเกียรติจากผูอื่น เชน ตองการการ
                               เรียกขานจากบุคคลทั่วไปอยางสุภาพ ใหความเคารพนับถือตามควรไมตองการการกดขี่
                               ขมเหงจากผูอื่น เนื่องจากทุกคนมีเกียรติและศักดิ์ศรีของความเปนมนุษยเทาเทียมกัน

                           5. ความตองการความเปนตัวตนอันแทจริงของตนเอง (Self - actualization needs) เปน
                               ความตองการขั้นสุดทาย หลังจากที่ผานความตองการความเปนสวนตัว เปนความ
                               ตองการที่แทจริงของตนเอง ลดความตองการภายนอกลง หันมาตองการสิ่งที่ตนเองมี
                               และเปนอยู ซึ่งเปนความตองการขั้นสูงสุดของมนุษย แตความตองการในขั้นนี้มัก
                               เกิดขึ้นไดยาก เพราะตองผานความตองการในขั้นอื่นๆ มากอนและตองมีความเขาใจใน
                               ชีวิตเปนอยางยิ่ง
                               http://research.doae.go.th/data/%B7%C4%C9%AE%D5%B5%E8%D2%A7%E6.doc

                            เมื่อวิเคราะหโดยรอบดานแลวจะพบวาระดับความตองการทั้ง 5 ระดับของมนุษยตาม
                    แนวคิดของมาสโลวนั้น สามารถตอบคําถามเรื่องความมุงหมายของชีวิตไดครบถวน ในระดับหนึ่ง
                    เพราะมนุษยเราตามปกติจะมีระดับความตองการหลายระดับ และเมื่อความตองการระดับตนไดรับ
                    การสนองตอบก็จะเกิดความตองการในระดับสูงเพิ่มขึ้นเรื่อยไปตามลําดับจนถึงระดับสูงสุด การ
                    ตอบคําถามเรื่องเปาหมายและคุณคาของชีวิตมนุษยตามแนวของจิตวิทยาแขนงมานุษยนิยมจึงทําได
                    เราไดเห็นคําตอบในอีกแงมุมหนึ่ง




PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
22



                    ทฤษฎีความตองการของแอลเดอรเฟอร (Alderfer’ s Hierarchy Modified Need Theory)

                            Alderfer ไดใหทฤษฎีที่เรียกวา E.R.G (Existence - Relatedness- Growth Theory) โดยแบง
                    ความตองการของบุคคลออกเปน 3 ประการ คือ (Feildman and Arnold, 1983: 110) ความตองการมี
                    ชีวิตอยู (Existence needs) ความตองการสัมพันธภาพกับคนอื่น (Relatedness needs) และ ความ
                    ตองการความเจริญกาวหนา (Growth needs)

                    ทฤษฎีความตองการของเมอรเรย (Murry’s Manifest Needs)

                            ทฤษฎีของ Murry สามารถอธิบายไดวา ในเวลาเดียวกันบุคคลอาจมีความตองการดานใด
                    ดานหนึ่งที่จําเปนและสําคัญเกี่ยวกับการทํางานซึ่งมีอยู 4 ประการ คือ ความตองการความสําเร็จ
                    (Needs for achievement) ความตองการมิตรสัมพันธ (Needs for affiliation) ความตองการอิสระ
                    (Needs for autonomy)

                    ทฤษฎีความตองการแสวงหาของแมคคีแลนด (McClelland’s Acquired needs Theory)

                            เปนทฤษฎีที่บุคคลมุงความตองการเฉพาะอยางมากกวาความตองการอื่น ๆ ความตองการ
                    ความสําเร็จเปนความปรารถนาที่บรรลุเปาหมายซึ่งมีลักษณะทาทาย ทฤษฎีนี้ทําความเขาใจถึง
                    รูปแบบการจูงใจความตองการพื้นฐาน 3 ประการ คือ ความตองการอํานาจ (Needs for power)
                    ความตองการผูกพัน (Needs for affiliation) ความตองการความสําเร็จ (Needs for achievement)

                    ทฤษฎีสองปจจัย (Two Factor Theory)

                            เปนทฤษฎีที่ Frederick K. Herzberg ไดศึกษาทําการวิจัยเกี่ยวกับแรงจูงใจในการทํางาน
                    ของบุคคล เขา ไดศึกษาถึงความตองการของคนในองคการ หรือการจูงใจจากการทํางาน โดยเฉพาะ
                    เจาะจง โดยศึกษาวาคนเราตองการอะไรจากงานคําตอบก็คือ บุคคลตองการความสุขจากการทํางาน
                    ซึ่งสรุปไดวา ความสุขจากการทํางานนั้น เกิดมาจากความพึงพอใจ หรือไมพึงพอใจในงานที่ทํา โดย
                    ความพึงพอใจหรือความไมพึงพอใจในงานที่ทํานั้น ไมไดมาจากกลุมเดียวกัน แตมีสาเหตุมาจาก
                    ปจจัยสองกลุม คือ ปจจัยจูงใจ (Motivational Factors) และปจจัยค้ําจุนหรือปจจัยสุขศาสตร
                    (Maintenance or Hygiene Factors)



PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
23



                          1. ปจจัยจูงใจ (Motivational Factors) เปนปจจัยที่เกี่ยวของกับงานโดยตรง เพื่อจูงใจใหคน
                             ชอบและรักงานที่ปฏิบัติเปนตัวกระตุน ทําใหเกิดความพึงพอใจใหแกบุคคลในองคการ
                             ใหปฏิบัติงานไดอยางมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพราะเปนปจจัยที่สามารถตอบสนอง
                             ความตองการภายในของบุคคลไดดวย อันไดแก

                             1.1 ความสําเร็จในงานที่ทําของบุคคล (Achievement) หมายถึงการที่บุคคลสามารถ
                                ทํางานไดเสร็จสิ้น และประสบความสําเร็จอยางดี เปนความสามารถในการ
                                แกปญหาตาง ๆ การรูจักปองกันปญหาที่จะเกิดขึ้น เมื่อผลงานสําเร็จจึงเกิดความรูสึก
                                พอใจและปลาบปลื้มในผลสําเร็จของงานนั้น ๆ

                             1.2 การไดรับการยอมรับนับถือ (Recognition) หมายถึง การไดรับการยอมรับนับถือไม
                                วาจากผูบังคับบัญชา จากเพื่อน จากผูมาขอรับคําปรึกษาหรือ จากบุคคลใน
                                หนวยงาน การยอมรับนี้อาจจะอยูในรูปของการยกยองชมเชยแสดงความยินดี การ
                                ใหกําลังใจ หรือการแสดงออกอื่นใดที่กอใหเห็นถึงการยอมรับในความสามารถ เมื่อ
                                ไดทํางานอยางหนึ่งอยางใดบรรลุผลสําเร็จ การยอมรับนับถือจะแฝงอยูกับ
                                ความสําเร็จในงานดวย

                             1.3 ลักษณะของงานที่ปฏิบัติ (The Work Itself) หมายถึงงานที่นาสนใจ งานที่ตองอาศัย
                                ความคิดริเริ่มสรางสรรคทาทายใหลงมือทํา หรือเปนงานที่มีลักษณะสามารถกระทํา
                                ไดตั้งแตตนจนจบโดยลําพังแตผูเดียว

                             1.4 ความรับผิดชอบ (Responsibility) หมายถึง ความพึงพอใจที่เกิดขึ้นจากการไดรับ
                                มอบหมาย ใหรับผิดชอบงานใหม ๆและมีอํานาจในการรับผิดชอบไดอยางเต็มที่ไม
                                มีการตรวจ หรือควบคุมอยางใกลชิด

                             1.5 ความกาวหนา (Advancement) หมายถึง ไดรับเลื่อนขั้นเลื่อนตําแหนงใหสูงขึ้นของ
                                บุคคลในองคการ การมีโอกาสไดศึกษาเพื่อหาความรูเพิ่มหรือไดรับการฝกอบรม

                          2. ปจจัยค้ําจุนหรือปจจัยสุขศาสตร (Maintenance or Hygiene Factors) หมายถึง ปจจัยที่จะ
                             ค้ําจุนใหแรงจูงใจ ในการทํางานของบุคคลมีอยูตลอดเวลา ถาไมมีหรือมีในลักษณะที่ไม



PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
24



                            สอดคลองกับบุคคลในองคการบุคคลในองคการจะเกิดความไมชอบงานขึ้น และเปน
                            ปจจัยที่มาจากภายนอกตัวบุคคล ปจจัยเหลานี้ไดแก

                            2.1 เงินเดือน (Salary) หมายถึง เงินเดือนและการเลื่อนขั้นเงินเดือนในหนวยงานนั้น ๆ
                               เปนที่พอใจของบุคลากรที่ทํางาน

                            2.2 โอกาสไดรับความกาวหนาในอนาคต (Possibility of Growth) หมายถึง การที่บุคคล
                               ไดรับการแตงตั้งเลื่อนตําแหนงภายในหนวยงานแลว ยังหมายถึงสถานการณที่
                               บุคคลสามารถไดรับ ความกาวหนาในทักษะวิชาชีพดวย

                            2.3 ความสัมพันธกับผูบังคับบัญชาผูใตบังคับบัญชาและเพื่อนรวมงาน (Interpersonal
                               Relation Superior, Subordinate and Peers) หมายถึง การติดตอไมวาจะเปนกิริยา
                               หรือวาจา ที่แสดงถึงความสัมพันธอันดีตอกัน สามารถทํางานรวมกัน มีความเขาใจ
                               ซึ่งกันและกันอยางดี

                            2.4 สถานะทางอาชีพ (Status) หมายถึง อาชีพนั้นเปนที่ยอมรับนับถือของสังคมที่มี
                               เกียรติและศักดิ์ศรี

                            2.5 นโยบายและการบริการ (Company Policy and Administration) หมายถึงการจัดการ
                               และการบริหารขององคการ การติดตอสื่อสารภายในองคการ

                            2.6 สภาพการทํางาน (Working Conditions) หมายถึง สภาพทางกายภาพของงาน เชน
                               แสง เสียง อากาศ ชั่วโมงการทํางาน รวมทั้งลักษณะของสิ่งแวดลอมอื่น ๆ เชน
                               อุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใช

                            2.7 ความเปนอยูสวนตัว (Personal life) ความรูสึกที่ดีหรือไมดี อันเปนผลที่ไดรับจาก
                               งานในหนาที่ เชน การที่บุคคลถูกยายไปทํางานในที่แหงใหม ซึ่งหางไกลจาก
                               ครอบครัว ทําใหไมมีความสุข และไมพอใจกับการทํางานในที่แหงใหม

                            2.8 ความมั่นคงในการทํางาน (Security) หมายถึง ความรูสึกของบุคคลที่มีตอความ
                               มั่นคงในการทํางาน ความยั่งยืนของอาชีพ หรือความมั่นคงขององคการ



PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
25



                               2.9 วิธีการปกครองบังคับบัญชา (Supervision-Technical) หมายถึง ความสามารถของ
                                  ผูบังคับบัญชาในการทํางาน หรือความยุติธรรมในการบริหาร

                            จากทฤษฎีสองปจจัย สรุปไดวาปจจัยทั้ง 2 ดานนี้ เปนสิ่งที่คนตองการ เพราะเปนแรงจูงใจ
                    ในการทํางาน องคประกอบที่เปนปจจัยจูงใจเปนองคประกอบที่สําคัญ ทําใหคนเกิดความสุขในการ
                    ทํางาน โดยมีความสัมพันธกับกรอบแนวคิดที่วา เมื่อคนไดรับการตอบสนองดวยปจจัยชนิดนี้ จะ
                    ชวยเพิ่มแรงจูงใจในการทํางาน ผลที่ตามมาก็คือ คนจะเกิดความพึงพอใจในงาน สามารถทํางานได
                    อยางมี ประสิทธิภาพ สวนปจจัยค้ําจุน หรือสุขศาสตรทําหนาที่เปนตัวปองกันมิใหคนเกิดความไม
                    เปนสุข หรือ ไมพึงพอใจในงานขึ้น ชวยทําใหคนเปลี่ยนเจตคติจากการ ไมอยากทํางานมาสูความ
                    พรอมที่จะทํางาน

                            นอกจากนี้ Herzberg ยังไดอธิบายเพิ่มเติมอีกวา องคประกอบทางดานการจูงใจจะตองมีคา
                    เปนบวกเทานั้น จึงจะทําใหบุคคลมีความพึงพอใจในการปฏิบัติงานขึ้นมาได แตถาหากวามีคาเปน
                    ลบ จะทําใหบุคคลไมพึงพอใจในงาน สวนองคประกอบทางดานการค้ําจุน ถาหากวามีคาเปนลบ
                    บุคคลจะไมมีความรูสึก ไมพึงพอใจในงานแตอยางใดเนื่องจากองคประกอบทางดานปจจัยนี้ มี
                    หนาที่ค้ําจุนหรือบํารุงรักษาบุคคลใหมีความพึงพอใจในงานอยูแลว สรุปไดวา ปจจัยทั้งสองนี้ ควร
                    จะตองมีในทางบวก จึงจะทําใหความพึงพอใจในการทํางานของบุคคลเพิ่มขึ้น จากทฤษฎีสองปจจัย
                    ของ Herzberg เปนทฤษฎีที่ศึกษาเกี่ยวกับขวัญโดยจะขวัญมีความสัมพันธอยางใกลชิดกับความพึง
                    พอใจและการจูงใจ ซึ่งเกิดจากปจจัยจูงใจและปจจัยค้ําจุนนั่นเอง
                    (www.lib.kku.ac.th/fulltext/Art/2543/art004-chap2.pdf)

                    งานวิจัยที่เกี่ยวของ

                            สมปอง มากแจง (2525) ศึกษาเรื่องการยายถิ่นเพื่อการศึกษาของนักศึกษาของนักศึกษา
                    สาขาชางอุตสาหกรรมที่เขามาศึกษาตอในกรุงเทพมหานคร ผลการศึกษาพบวา นักศึกษาที่ยายถิ่นที่
                    มากที่สุดเปนเพศชาย มาจากครอบครัวขนาดเล็ก เหตุผลที่ยายถิ่นเพื่อการศึกษาไดแก ตองการ
                    ความรูและเทคโนโลยีใหมๆ




PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
26



                           วิกรม อารีราษฏร (2549) ศึกษาเรื่องความพรอมของพนักงานบริษัท การบินไทยจํากัด
                    (มหาชน) ในการยายที่ทําการจากทาอากาศยานนานาชาติกรุงเทพ (ดอนเมือง) ไปสูทาอากาศยาน
                    สุวรรณภูมิ ผลการวิจัยพบวา ความพรอมของพนักงานบริษท การบินไทยจํากัด (มหาชน) ในการ
                                                                      ั
                    ยายที่ทําการจากทาอากาศยานนานาชาติกรุงเทพ (ดอนเมือง) ไปสูทาอากาศยานสุวรรณภูมิ อยูใน
                    ระดับปานกลางผลการทดสอบสมมุติฐานพบวา เพศลักษณะงาน ระยะเวลาโดยประมาณในการ
                    เดินทางไปปฏิบัติงานที่ทาอากาศยานสุวรรณภูมิ มีความสัมพันธกับความพรอมของพนักงานบริษัท
                    การบินไทย (มหาชน)

                           สํานักวิจัยและบริการวิชาการ สถาบันราชภัฏอุตรดิตถ (2544) ศึกษาเรื่องสภาพการดําเนิน
                    โครงการการจัดการศึกษาสําหรับบุคลากรประจําการ (กศ.บป.) สถาบันราชภัฏอุตรดิตถ ผล
                    การศึกษาพบวา นักศึกษามีความเห็นตอทรัพยากรโดยภาพรวมอยูในระดับปานกลาง ในดาน
                    บุคลากรพบวานักศึกษามีความเห็นอยูในระดับมาก ยกเวนดานสื่อ สถานที่และความสะดวกของ
                    การใหบริการของหนวยงานตางๆ นักศึกษาสวนใหญมีความคิดเห็นอยูในระดับปานกลาง

                           ศิริพร หงสพันธ (2543) ศึกษาเรื่อง ความตองการศึกาาตอและการรับบริการทางการศึกาา
                    ระดับอุดมศึกษาในเขตพื้นที่บริการของสถาบันรชภัฏนครราชสีมา ผลการวิจัยพบวา หัวหนางานทั้ง
                    ภาครัฐและเอกชนจํานวน 235 คน (จากแบบสอบถาม 300 ชุด)ใหคําตอบที่เหมือนกันทุกคนวา มี
                    ความจําเปนที่จะตองมีการพัฒนาบุคลากร หรือใหบุคลากรในหนวยงานนั้นไดศึกษาตอ สําหรับ
                    หลักสูตรที่ตองการใหบุคลากรไดสึกาาตอไดแก คอมพิวเตอร เปนอันดับ 1 รองลงมาไดแก การ
                    บริหารงานบุคคล การเงินการธนาคาร บัญชี ภาษาอังกฤษ กฏหมาย สงเสริมการเกษตร บริหารรัฐ
                    กิจ การประชาสัมพันธ การวิจัยวัดผลและประเมินผล ในระดับปริญญาโทตองการใหศึกษาตอใน
                    สาขา ศิลปศาสตร มากที่สุด รองลงมาไดแก นิติศาสตรและรัฐประศาสนศาสตร




PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
27



                                                                บทที่ 3

                                                       วิธีการดําเนินการวิจัย
                            การวิจัยในครั้งนี้ เปนการวิจัยเชิงสํารวจ (survey rescarch) โดยมีวัตถุประสงคเพื่อสํารวจ
                    ความพึงพอใจในการยายที่เรียนจากศูนยมุกดาหารมาเปนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครของ
                    นักศึกษา

                    กลุมประชากร

                            ประชากรในการวิจัย คือ นักศึกษาภาคสมทบระดับ บธ.บ. 4 ป (เทียบโอน) ของ
                    มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครที่ศึกษาอยูศูนยมุกดาหาร

                    กลุมตัวอยางที่ใชในการวิจัย

                            กลุมตัวอยางที่ใชในการวิจัย คือ นักศึกษาภาคสมทบระดับ บธ.บ. 4 ป (เทียบโอน) ของ
                    มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครที่ศึกษาอยูศูนยมุกดาหารเปนจํานวน 85 คน

                    พื้นที่เปาหมาย

                            พื้นที่เปาหมาย คือ สถานที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครใชเปดการเรียนการสอนที่จังหวัด
                    มุกดาหาร ที่วิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชินีมุกดาหาร กับมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร

                    ระยะเวลาเก็บขอมูล

                            ระยะเวลาเก็บขอมูล คือ 24 ธันวาคม 2554 ถึง 8 มกราคม 2555

                    เครื่องมือที่ใชในการเก็บรวบรวมขอมูลการวิจัย

                            เครื่องมือที่ใชในการเก็บรวบรวมขอมูลการวิจัย คือ แบบสอบถาม เรื่อง ความพึงพอใจใน
                    การยายที่เรียนจากศูนยมุกดาหารมาเปนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครของนักศึกษาศูนยมุกดาหาร
                    ซึ่งประกอบดวย 2 ตอน คือ




PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
28



                          ตอนที่ 1 ขอมูลสภาพทั่วไปของผูตอบ

                          ตอนที่ 2 ความพึงพอใจใในการยายที่เรียนจากศูนยมุกดาหารมาเปนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏ
                                 สกลนครของนักศึกษาหองการจัดการ ป 2553 แบงออกเปน 7 ดาน คือ

                                 1. ดานการใหบริการของเจาหนาที่

                                    1.1 ใหบริการดวยความสุภาพ ออนนอม และเปนกันเอง

                                    1.2 มีความเอาใจใส กระตือรือรน และเต็มใจใหบริการ

                                 2. ดานการเดินทางมาศึกษาเลาเรียน

                                    2.1 ระยะทางในการเดินทางมาเรียน

                                 3. ดานสถานที่

                                    3.1 อาคารเรียน

                                    3.2 ที่จอดรถ

                                    3.3 หองเรียน

                                    3.4 โตะเรียน

                                    3.5 สื่อการเรียนการสอน

                                    3.6 ที่พักกอนเขาเรียน

                                 4. ดานอาจารยผูสอน

                                    4.1 มีความเอาใจใส กระตือรือรน ในการสอน

                                    4.2 มีความตรงตอเวลา

                                    4.3 มีการใชสื่อที่ทันสมัย




PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
29



                                    5. ดานโรงอาหาร

                                       5.1 สถานที่สะอาด

                                       5.2 อาหารสะอาด อรอย ถูกหลักอนามัย

                                       5.3 แมครัวพุดจาไพเราะ

                                       5.4 มีโตรับประทานอาหารเพียงพอ

                                    6. หองน้ํา – หองสวม

                                       6.1 สถานที่สะอาด

                                       6.2 มีหองเพียงพอตอจํานวนผูใช

                                    7. ดานบริการหองสมุด / อินเตอรเน็ต

                                       7.1 มีเอกสารตําราใหศึกษาคนควา

                                       7.2 เจาหนาที่พูดจาสุขภาพ

                                       7.3 มีคอมพิวเตอรเพียงพอตอนักศึกษา

                                       7.4 มีระบบอินเตอรเน็ตรวดเร็วมีประสิทธิภาพ

                                       7.5 มีระบบไวไฟบริการ

                            สําหรับระดับความพึงพอใจวัดเปน 5 ระดับ คือ 5 = มากที่สุด 4 = มาก 3 = ปานกลาง 2 =
                    นอย และ 1 = นอยที่สุด

                    วิธีเก็บรวบรวมขอมูล

                            วิธีเก็บรวบรวมขอมูล คือ เก็บขอมูลโดยการแจกแบบสอบถามดวยตัวเอง แลวเก็บ
                    แบบสอบถามภายในวันเดียวกัน




PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
30



                    สถิติที่ใชในการเก็บขอมูล

                    สถิตที่ใชในการเก็บขอมูล คือ
                        ิ

                                                     คาสถิติที่ใชในการเก็บขอมูล
                                        คาเฉลี่ย                                  ระดับความพึงพอใจ
                                      1.0 – 1.80                                        นอยที่สุด
                                      1.81 – 2.60                                         นอย
                                      2.61 – 3.40                                       ปานกลาง
                                      3.41 – 4.20                                          มาก
                                      4.21 – 5.00                                       มากที่สุด
                                                  ตารางที่ 1 คาสถิติที่ใชในการเก็บขอมูล

                    การวิเคราะหขอมูล

                            ใชการวิเคราะหขอมูลความพึงพอใจในการยายที่เรียนจากศูนยมุกดาหารมาเปนที่
                    มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครของนักศึกษา ตามตัวชี้วัด โดยใชโปรแกรมคอมพิวเตอรสําเร็จรูป
                    (SPSS) ดวยวิธีการเชิงสถิติบรรยาย ไดแก คาเฉลี่ย คาสวนเบี่ยงมาตรฐาน ระดับความพอใจ บรรยาย
                    ดวยตรางประกอบความเรียง

                    ระยะเวลาการทําวิจัย

                            ภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2554

                    ตัวแปรงานวิจัย

                    ตัวแปรอิสระคือ นักศึกษาหองการจัดการ ป 2553

                    ตัวแปรตามคือ ความพึงพอใจและความตองการในการยายที่เรียน




PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
31



                    กรอบแนวความคิด

                    คุณลักษณะสวนบุคคล

                       คุณลักษณะสวนบุคคล

                       เพศ

                       อายุ

                       รายได

                       อาชีพ
                                                                                ความพึงพอใจและความตองการในการ
                                                                                ยายที่เรียนจากศูนยมุกดาหารมาเปนที่
                                                                                มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร

                       ปจจัยที่งผลตอความพึงพอใจ

                       บุคคลากร

                       สถานที่

                       ความพรอมดานอุปกรณการเรียน


                                                      ภาพที่ 3 กรอบแนวความคิด




PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
32



                                                               บทที่ 4

                                                      ผลการวิเคราะหขอมูล
                            การวิจัยเรื่อง ความพึงพอใจของนักศึกษาในการยายที่เรียนจากศูนยมุกดาหารมาเปนที่
                    มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครเปนการวิจัยเชิงสํารวจ (survey research) โดยวัตถุประสงคของการ
                    วิจัยเพื่อทราบทัศนคติของนักศึกษาในการยายที่เรียนมาที่ จ.สกลนคร ในดานตาง ๆ ซึ่งขอมูลที่ได
                    จากการวิจัยครั้งนี้เปนขอมูลพื้นฐานที่จําเปนในการวางแผนปรับปรุงการใหบริการของ
                    มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครใหมีความเหมาะสมสอดคลองกับความตองการของผูรับบริการตอไป

                            เครื่องมือที่ใชในการวิจัยครั้งนี้ คือ แบบสอบถามความพึงพอใจและความตองการในการ
                    ยายที่เรียนจากศูนยมุกดาหารมาเปนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครของนักศึกษาศูนยมุกดาหาร
                    ประกอบดวย 2 ตอน คือ ตอนที่ 1 ขอมูลสภาพทั่วไปของผูตอบแบบสอบถาม ตอนที่ 2 ความพึง
                    พอใจและความตองการในการยายที่เรียนจากศูนยมุกดาหารมาเปนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
                    ในดาน ดานการใหบริการของเจาหนาที่ ดานการเดินทางมาศึกษาเลาเรียน ดานสถานที่ ดานอาจารย
                    ผูสอน ดานโรงอาหาร หองน้ํา – หองสวม และ ดานบริการหองสมุด / อินเตอรเน็ต ทําการเก็บ
                    รวบรวมขอมูลภาคสนามดวยการสุมตัวอยางประชากรอยางงายจํานวน 43 คน แลวนํา
                    แบบสอบถามมาวิเคราะหขอมูลและประมวลผลดวยโปรแกรมคอมพิวเตอร

                    ตอนที่ 1 ขอมูลสภาพทั่วไปของผูตอบแบบสอบถาม

                              เพศ                     จํานวน                     รอยละ

                     ชาย                                 27                       32.1
                     หญิง                                57                       67.9
                     รวม                                 84                       100.0
                    ตารางที่ 2 จํานวนและรอยละของผูตอบแบบสอบถาม จําแนกตามเพศ




PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
33




                                                    ชาย
                                                27, 32.10%
                                                                          หญิง
                                                                       57, 67.90%




                                    ภาพที่ 4 จํานวนและรอยละของผูตอบแบบสอบถาม จําแนกตามเพศ

                    เพศ

                            จากการสํารวจพบวา กลุมผูตอบแบบสอบถามสวนใหญเปนเพศหญิง คิดเปนรอยละ 67.9
                    สวนเพศชายมีเพียงรอยละ 32.1 ดังตารางที่ 2 และภาพที่ 4

                             อายุ                    จํานวน                  รอยละ
                     20-25 ป                          13                     15.3
                     26-30 ป                          27                     31.8
                     31-35 ป                          15                     17.6
                     36-40 ป                          22                     25.9
                     41 ปขึ้นไป                       8                      9.4
                     รวม                               85                    100.0

                    ตารางที่ 3 จํานวนและรอยละของผูตอบแบบสอบถาม จําแนกตามอายุ




PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
34



                       35.00%                         31.80%
                       30.00%
                                                                                        25.90%
                       25.00%

                       20.00%                                          17.60%
                                     15.30%
                       15.00%
                                                                                                          9.40%
                       10.00%

                        5.00%

                        0.00%

                                  20-25 ป         26-30 ป         31-35 ป         36-40 ป        41 ปขึ้นไป
                                                                      อายุ



                                   ภาพที่ 5 จํานวนและรอยละของผูตอบแบบสอบถาม จําแนกตามอายุ

                    อายุ

                            จากการสํารวจพบวา กลุมผูตอบแบบสอบถามสวนใหญมีอายุอยูระหวาง 25-30 ป คิดเปน
                    รอยละ 31.8 ตามดวยที่มีอายุอยูระหวาง 35-40 ป คิดเปนรอยละ 25.9 และกลุมผูตอบแบบสอบถาม
                    ที่มีจํานวนนอยที่สุดมีอายุตั้งแต 41 ป ขึ้นไปคิดเปนรอยละ 9.4 ดังตารางที่ 3 และภาพที่ 5

                                       อาชีพ                             จํานวน                 รอยละ
                     รับราชการ                                   32               37.6
                     รัฐวิสาหกิจ                                  -                 -
                     บริษัท                                      19               22.4
                     คาขาย                                      14               16.5
                     เกษตรกร                                      7                8.2
                     รับจางทั่วไป                               11               12.9
                     ยังไมมีอาชีพ                                2                2.4
                     รวม                                         85              100.0
                    ตารางที่ 4 จํานวนและรอยละของผูตอบแบบสอบถาม จําแนกตาม อาชีพ




PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
35




                      40.00%        37.60%
                      35.00%
                      30.00%
                      25.00%                            22.40%
                      20.00%                                        16.50%
                      15.00%                                                               12.90%
                      10.00%
                                                                                8.20%
                       5.00%                                                                           2.40%
                                                0%
                       0.00%




                                                                  อาชีพ



                                    ภาพที่ 6 จํานวนและรอยละของผูตอบแบบสอบถาม จําแนกตามอาชีพ

                    อาชีพ

                    จากการสํารวจพบวา กลุมผูตอบแบบสอบถามมี อาชีพ รับราชการมีจํานวนมากที่สุดคิดเปนรอยละ
                    37.6 รองลงมาเปนอาชีพ บริษัทคิดเปนรอยละ 22.4 และที่ยังไมมีอาชีพมีจํานวนนอยที่สุดคิดเปน
                    รอยละ 2.4 และอาชีพ รัฐวิสาหกิจเปนอาชีพเดียวที่ไมมีในกลุมผูตอบแบบสอบถามเลย ดังตารางที่
                    4 และภาพที่ 6

                                       รายได                        จํานวน               รอยละ
                     ต่ํากวา 5,000 บาท                                    7                 8.4
                     5,001-10,000 บาท                                     31                37.3
                     10,001-15,000 บาท                                    40                48.2
                     15,001-20,000 บาท                                     3                 3.6
                     สูงกวา 20,001 บาท                                    2                 2.4
                     รวม                                                  83               100.0

                     ตารางที่ 5 จํานวนและรอยละของผูตอบแบบสอบถาม จําแนกตาม รายได




PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
36



                                                                สูงกวา 20,001 บ, 2.40%     ต่ํากวา 5,000 บ, 8.40%
                                     15,001-20,000 บ, 3.60%




                                                                                   5,001-10,000 บ, 37.30%
                                                  10,001-15,000 บ, 48.20%




                                  ภาพที่ 7 จํานวนและรอยละของผูตอบแบบสอบถาม จําแนกตามรายได

                    รายได

                             จากการสํารวจพบวา กลุมผูตอบแบบสอบถามที่มีจํานวนมากที่สุดมี รายไดตอเดือนอยู
                    ในชวง 10,001 – 15,000 บาท คิดเปนรอยละ 48.2 รองลงมาเปนกลุมที่มีรายไดอยูในชวง 5,001 –
                    10,000 บาท คิดเปนรอยละ 37.3 สวนกลุมที่มีรายไดจํานวนนอยที่สุดมีรายไดตั้งแต 20,001 บาทขึ้น
                    ไป ดังตารางที่ 5 และภาพที่ 7

                                 การเดินทาง                             จํานวน                รอยละ

                     รถสวนตัว                                              25                  30.5
                     อาศัยมากับเพื่อน                                       57                  69.5
                     รวม                                                    82                 100.0
                    ตารางที่ 6 จํานวนและรอยละของผูตอบแบบสอบถาม จําแนกตาม การเดินทางมาเรียน




PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
37



                                                    รถโดยสาร, 0


                                                                      รถสวนตัว
                                                                      25, 30.50%

                                               อาศัยมากับเพื่อน
                                                 57, 69.50%




                           ภาพที่ 8 จํานวนและรอยละของผูตอบแบบสอบถาม จําแนกตามการเดินทางมาเรียน

                    การเดินทางมาเรียน

                            จากการสํารวจพบวา กลุมผูตอบแบบสอบถามมี การเดินทางมาเรียนโดยอาศัยมากับเพื่อน
                    เปนจํานวนมากที่สุด คิดเปนรอยละ 69.50 เดินทางมาโดยรถสวนตัวรองลงมา คิดเปนรอยละ 30.50
                    สวนการเดินทางมาดดยรถโดยสารนั้นไมพบวามีใครใชวีนี้ ดังตารางที่ 6 และภาพที่ 8

                    ตอนที่ 2 ความพึงพอใจในการยายที่เรียนจากศูนยมุกดาหารมาเปนที่มหาวิทยาลัยราช
                    ภัฏสกลนครของนักศึกษาศูนยมุกดาหาร

                            ผลการวิเคราะหขอมูลเกี่ยวกับความพึงพอใจในการยายที่เรียนจากศูนยมุกดาหารมาเปนที่
                    มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครของนักศึกษาศูนยมุกดาหาร จําแนกตามลัษณะการใหความพึงพอใจ
                    ในดานตางๆ ไดแก ดานการใหบริการของเจาหนาที่ ดานการเดินทางมาศึกษาเลาเรียน ดานสถานที่
                    ดานอาจารยผูสอน ดานโรงอาหาร หองน้ํา – หองสวม ดานบริการหองสมุด / อินเตอรเน็ต
                    รายละเอียดดังตารางที่ 7 – 13




PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
38



                    ดานการใหบริการของเจาหนาที่

                                                                        คา    คา   คา        คา  ระดับความ
                          ดานการใหบริการของเจาหนาที่             ต่ําสุด สูงสุด เฉลี่ย เบี่ยงเบน พึงพอใจ
                การใหบริการดวยความสุภาพ ออนนอม และเปนกันเอง 3.00 5.00 3.7262 .64661                   มาก
                มีความเอาใจใส กระตือรือรน และเปนกันเอง              3.00 5.00 3.6905 .65815             มาก
                รวม                                                    3.00 5.00 3.7083 .62675             มาก
                     ตารางที่ 7 คาเฉลี่ยงเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความพึงพอใจในการเปรียบเทียบ ดานการใหบริการของ
                    เจาหนาที่ ระหวางศูนยมุกกับสกลนคร

                            จากตารางที่ 7 พบวานักศึกษามีความพึงพอใจในการไดรับการบริการดานการใหบริการ
                    ของเจาหนาทีจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร โดยรวมอยูในระดับมาก คาเฉลี่ย = 3.7083
                                 ่

                            เมื่อพิจารณาเปนรายขอพบวา นักศึกษามีความพึงพอใจในระดับมากทั้ง 2 ขอโดยขอที่มี
                    ความพึงพอใจสูงที่สุดคือ การใหบริการดวยความสุภาพ ออนนอม และเปนกันเอง คาเฉลี่ย =
                    3.7262 รองลงมาคือ มีความเอาใจใส กระตือรือรน และเปนกันเอง คาเฉลี่ย = 3.6905

                    ดานการเดินทางมาศึกษาเลาเรียน

                                                                 คา    คา     คา        คา      ระดับความ
                        ดานการเดินทางมาศึกษาเลาเรียน        ต่ําสุด สูงสุด เฉลี่ย เบี่ยงเบน        พึงพอใจ
                      ระยะเวลาการเดินทางมาเรียน               1.00 5.00 2.5833 1.11083                 นอย
                    ตารางที่ 8 คาเฉลี่ยงเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความพึงพอใจในการเปรียบเทียบ ดานการเดินทางมาศึกษา
                    เลาเรียนระหวางศูนยมุกกับสกลนคร

                            จากตารางที่ 8 พบวานักศึกษามีความพึงพอใจในการไดรับการบริการดานการเดินทางมา
                    ศึกษาเลาเรียนจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร โดยรวมอยูในระดับนอย คาเฉลี่ย = 2.5833




PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
39



                    ดานสถานที่

                                                          คา    คา     คา          คา     ระดับความ
                               ดานสถานที่             ต่ําสุด สูงสุด เฉลี่ย     เบี่ยงเบน     พึงพอใจ
                      อาคารเรียน                        3.00    5.00 4.1882        .54542          มาก
                      ที่จอดรถ                          2.00    5.00 3.6941        .90005          มาก
                      หองเรียน                         3.00    5.00 4.2588        .58050      มากที่สุด
                      โตะเรียน                         3.00    5.00 4.2588        .55961      มากที่สุด
                      สื่อการเรียนการสอน                3.00    5.00 3.8941        .74039          มาก
                      ที่พักผอนกอนเขาเรียน           2.00    5.00 3.5750        .80779          มาก
                      รวม                               3.00    5.00 3.9458        .61152          มาก
                    ตารางที่ 9 คาเฉลี่ยงเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความพึงพอใจในการเปรียบเทียบ ดานสถานที่ ระหวางศูนย
                             มุกกับสกลนคร

                            จากตารางที่ 9 พบวานักศึกษามีความพึงพอใจในการไดรับการบริการดานสถานทีจาก
                                                                                                  ่
                    มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร โดยรวมอยูในระดับมาก คาเฉลี่ย = 3.9458

                    เมื่อพิจารณาเปนรายขอพบวา นักศึกษามีความพึงพอใจในมากที่สุดอยู 2 ขอและระดับมากทั้ง 4 ขอ
                    โดยขอที่มีความพึงพอใจสูงที่สุดคือ หองเรียนและโตะเรียน คาเฉลี่ย = 4.2588 เทากันรองลงมาอยู
                    ในระดับมากคือ อาคารเรียน สื่อการเรียนการสอน ที่จอดรถ ที่พักผอนกอนเขาเรียน ตามลําดับ

                    ดานอาจารยผูสอน

                                                                    คา    คา   คา        คา   ระดับความ
                                  ดานอาจารยผูสอน              ต่ําสุด สูงสุด เฉลี่ย เบี่ยงเบน พึงพอใจ
                     มีความเอาใจใส กระตือรือรน ในการสอน 3.00 5.00 4.2824 .54798 มากที่สุด
                     มีความตรงตอเวลา                             3.00 5.00 4.2353 .52660 มากที่สุด
                     มีการใชสื่อที่ทันสมัย                       3.00 5.00 4.3176 .56086 มากที่สุด
                     รวม                                          3.00 5.00 4.2784 .51137 มากที่สุด
                    ตารางที่ 10 คาเฉลี่ยงเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความพึงพอใจในการเปรียบเทียบ ดานอาจารยผูสอน
                               ระหวางศูนยมุกกับสกลนคร



PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
40




                            จากตารางที่ 10 พบวานักศึกษามีความพึงพอใจในการไดรับการบริการดานดานอาจารย
                    ผูสอน โดยรวมอยูในระดับมากที่สุด คาเฉลี่ย = 4.2784

                            เมื่อพิจารณาเปนรายขอพบวา นักศึกษามีความพึงพอใจในระดับมากทั้ง 3 ขอโดยขอที่มี
                    ความพึงพอใจสูงที่สุดคือ มีการใชสื่อที่ทันสมัย คาเฉลี่ย = 4.3176 รองลงมาคือ มีความเอาใจใส
                    กระตือรือรน ในการสอน และมีความตรงตอเวลา คาเฉลี่ย = 4.2824 / 4.2353 ตามลําดับ

                    ดานโรงอาหาร
                                                                 คา    คา   คา        คา    ระดับความ
                                  ดานโรงอาหาร
                                                              ต่ําสุด สูงสุด เฉลี่ย เบี่ยงเบน พึงพอใจ
                      สถานที่สะอาด                               3.00 5.00 3.5952 .76235              มาก
                      อาหารสะอาด อรอย ถูกหลักอนามัย             2.00 5.00 3.5952 .76235              มาก
                      แมครัวพุดจาไพเราะ                         1.00 5.00 3.4643 .84235              มาก
                      มีโตรับประทานอาหารเพียงพอ                 2.00 5.00 3.1687 .93469 ปานกลาง
                      รวม                                        2.50 5.00 3.4518 .72882              มาก
                    ตารางที่ 11 คาเฉลี่ยงเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความพึงพอใจในการเปรียบเทียบ ดานโรงอาหาร ระหวาง
                                ศูนยมุกกับสกลนคร

                            จากตารางที่ 11 พบวานักศึกษามีความพึงพอใจในการไดรับการบริการดานโรงอาหาร
                    โดยรวมอยูในระดับมาก คาเฉลี่ย = 3.4518

                            เมื่อพิจารณาเปนรายขอพบวา นักศึกษามีความพึงพอใจในระดับมาก 3 ขอและมีอยูใน
                    ระดับปานกลางอยู 1 ขอ โดยขอที่มีความพึงพอใจสูงที่สุดคือ สถานที่สะอาด และอาหารสะอาด
                    อรอย ถูกหลักอนามัย คาเฉลี่ย = 3.5952 เทากัน และมีความพึงพอใจดานมีโตรับประทานอาหาร
                    เพียงพออยูลําดับสุดทาย คาเฉลี่ย = 3.1687




PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
41



                    ดานหองน้ํา -หองสวม

                                                              คา    คา    คา        คา        ระดับความ
                            ดานหองน้ํา -หองสวม         ต่ําสุด สูงสุด เฉลี่ย เบี่ยงเบน          พึงพอใจ
                      สถานที่สะอาด                          3.00 5.00 4.2500 .53492                มากที่สุด
                      มีหองเพียงพอตอจํานวนผูใช          3.00 5.00 4.2857 .52804                มากที่สุด
                      รวม                                   3.00 5.00 4.2679 .51159                มากที่สุด
                    ตารางที่ 12 คาเฉลี่ยงเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความพึงพอใจในการเปรียบเทียบ หองน้ํา – หองสวม
                               ระหวางศูนยมุกกับสกลนคร

                            จากตารางที่ 12 พบวานักศึกษามีความพึงพอใจในการไดรับการบริการดานหองน้ํา -หอง
                    สวมจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร โดยรวมอยูในระดับมาก คาเฉลี่ย = 4.2679

                            เมื่อพิจารณาเปนรายขอพบวา นักศึกษามีความพึงพอใจในระดับมากทั้ง 2 ขอโดยขอที่มี
                    ความพึงพอใจสูงที่สุดคือ มีหองเพียงพอตอจํานวนผูใช คาเฉลี่ย = 4.2857 รองลงมาคือ สถานที่
                    สะอาด คาเฉลี่ย = 4.2500

                    ดานบริการหองสมุด / อินเติรเ น็ต

                                                                     คา    คา   คา        คา  ระดับความ
                           ดานบริการหองสมุด / อินเติรเน็ต      ต่ําสุด สูงสุด เฉลี่ย เบี่ยงเบน พึงพอใจ
                      มีเอกสารตําราใหศึกษาคนควา                 3.00 5.00 3.7381 .71337           มาก
                      เจาหนาที่พูดจาสุขภาพ                       3.00 5.00 3.6429 .72216           มาก
                      มีคอมพิวเตอรเพียงพอตอนักศึกษา              2.00 5.00 3.2619 .66076 ปานกลาง
                      มีระบบอินเตอรเน็ตรวดเร็วมีประสิทธิภาพ 1.00 5.00 3.4286 .93507                 มาก
                      มีระบบไวไฟบริการ                             1.00 5.00 3.4881 1.01191          มาก
                      รวม                                          2.00 4.80 3.5119 .71294           มาก
                    ตารางที่ 13 คาเฉลี่ยงเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความพึงพอใจในการเปรียบเทียบ ดานบริการหองสมุด /
                               อินเตอรเน็ต ระหวางศูนยมุกกับสกลนคร




PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
42



                              จากตารางที่ 13 พบวานักศึกษามีความพึงพอใจในการไดรับการบริการดานบริการ
                    หองสมุด / อินเติรเน็ตจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร โดยรวมอยูในระดับมาก คาเฉลี่ย = 3.5119

                              เมื่อพิจารณาเปนรายขอพบวา นักศึกษามีความพึงพอใจในระดับมาก 4 ขอและมีอยูใน
                    ระดับปานกลางอยู 1 ขอ โดยขอที่มีความพึงพอใจสูงที่สุดคือ มีเอกสารตําราใหศึกษาคนควา
                    คาเฉลี่ย = 3.7381 รองลงมาคือดานเจาหนาที่พูดจาสุขภาพ คาเฉลี่ย = 3.6429 และมีความพึงพอใจ
                    ดานมีคอมพิวเตอรเพียงพอตอนักศึกษาอยูระดับปานกลางต่ําสุด คาเฉลี่ย = 3.2619




                    ตอนที่ 3 ขอคิดเห็นและขอเสนอแนะเพิ่มเติมของนักศึกษาศูนยมุกดาหารที่ใหไวใน
                    แบบสอบถาม

                    เพื่อเสนอแนะเพิ่มเติ่มจากที่มีในแบบสอบถามในตอนที่ 1 และตอนที่ 2 ตามตารางที่ 13

                       แบบ
                      สอบถาม                              ขอคิดเห็นและขอเสนอแนะเพิ่มเติม
                       ชุดที่
                         4           ดานโรงอาหารและหองน้ํา/หองสวมไมคอยอํานวย นอกนั้นบริการดี
                         5           เดินทางมาเรียนถนนไมคอยดี โรงอาหารพื้นที่นอยมาก นอกนั้นดีมาก
                         6           ระยะทางอาจจะไกล เดินทางมาเรียนลําบาก ดานสถานที่สะอาดเปนสัดสวน
                                     บรรยากาศในหองเรียนนาเรียน
                         14          บริการของเจาหนาที่มีความสะดวกและเปนกันเอง การเดินทางมาเรียนคอนขางมี
                                     ปญหา เพราะตองเดินทางมาไกล อาหารถูกสุขอนามัย แตมีโตะอาหารนอยไป
                         16          เดินทางมาคนเดียวใชระยะเวลาเดินทาง 1 ชั่งโมง บริการหองสมุด / อินเตอรเน็ต
                                     ปานกลาง
                         18          หองน้ํา-หองสวม ทันสมัยแมบานทําความสะอาจสม่ําเสมอ
                         23          เดินทางมาเรียนลําบากมาก โดยเฉพาะคาใชจาย ดานโรงอาหารโตะนั่งรับประทาน
                                     อาหารบางแหชํารุดไมมีการซอมบํารุง
                         44          เดินทางมาเรียนโดยรถยนตสวนตัวสะดวกดีแตเพิ่มคาใชจาย



PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
43



                       แบบ
                      สอบถาม                             ขอคิดเห็นและขอเสนอแนะเพิ่มเติม
                       ชุดที่
                        57         หองน้ํา – หองสวม มีเพียงพอ และมีความสะอาจ
                        59         พรอมในการเดินทางเพราะดานรถยนตเพียงพอ โรงอาหารอาจจะคับแคบไปเพราะ
                                   ปริมาณ นักศึกษามากทั้ง กศป. ปริญาตรี ปริญาโท
                         64        อาจารยมีการจัดการเรียนการสอนที่ดี โรงอาหารนาจะสะอาดกวานี้ จัดใหบริการ
                                   อินเตอรเน็ตที่ครอบคลุมหลายพื้นที่มากขึ้น
                         69          ระยะเดินทางมาเรียนไกล อาจารยนาจะเริ่มเวลาเขาเรียนชากวาเมประมาณ 9.30 น.
                         84          เดินทางมาเรียนมีคาใชจายสูง
                    ตารางที่ 14 ขอคิดเห็นและขอเสนอแนะเพิ่มเติม




PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
44



                                                บทที่ 5 สรุป และขอเสนอแนะ
                            การวิจัยเรื่อง ความพึงพอใจในการยายที่เรียนจากศูนยมุกดาหารมาเปนที่มหาวิทยาลัยราช
                    ภัฏสกลนครของนักศึกษา มีวัตถุประสงค เพื่อเปรียบเทียบความพึงพอใจในการยายที่เรียนจากศูนย
                    มุกดาหารมาเปนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครของนักศึกษาในดานตางๆ ระหวางศูนยมุกดาหาร
                    กับมหาวิทยาลัย ซึ่งจะเปนขอมูลพื้นฐานที่จําเปนในการวางแผนปรับปรุงการใหบริการของ
                    มหาวิทยาลัย ใหมีคววามเหมาะสมสอดคลองกับความตองการของนักศึกษาตอไป

                            เครื่องมือที่ใชในการวิจัยครั้งนี้ คือ แบบบสอบถามความพึงพอใจในการยายที่เรียนจากศูนย
                    มุกดาหารมาเปนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครของนักศึกษาศูนยมุกดาหาร ประกอบดวย 3 ตอน
                    คือ

                            ตอนที่ 1 ขอมูลสภาพทั่วไปของผูตอบแบบสอบถาม

                            ตอนที่ 2 คือ เปรียบเทียบความพึงพอใจในการยายที่เรียนจากศูนยมุกดาหารมาเปนที่
                    มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครของนักศึกษาในดานตางๆ ระหวางศูนยมุกดาหารกับมหาวิทยาลัยราช
                    ภัฏสกลนคร คือ ดานการใหบริการของเจาหนาที, ดานการเดินทางมาศึกษาเลาเรียน, ดานสถานที่,
                    ดานอาจารยผูสอน, ดานโรงอาหาร, ดานหองน้ํา – หองสวม และดานบริการหองสมุด /
                    อินเตอรเน็ต

                            ตอนที่ 3 คือ ขอคิดเห็นและขอเสนอแนะเพิ่มเติม

                            กลุมตัวอยาง คือ นักศึกษาภาคสมทบระดับ บธ.บ. 4 ป (เทียบโอน) ของมหาวิทยาลัยราช
                    ภัฏสกลนครที่ศึกษาอยูศูนยมุกดาหาร จํานวน 85 คน

                    สรุปผลการวิจัย

                            ผลการวิจัยเรื่อง ความพึงพอใจในการยายที่เรียนจากศูนยมุกดาหารมาเปนที่มหาวิทยาลัย
                    ราชภัฏสกลนครของนักศึกษา ผูวิจัยสรุปผลไวเปน 3 สวน คือ




PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
45



                    1.   ขอมูลสภาพทั่วไปของผูตอบแบบสอบถาม

                         ผูตอบแบบสอบถามสวนใหญเปนนักศึกษาเพศหญิงมากกวาเพศชาย มีอายุอยูในชวง 26 – 30 ป
                    เปนสวนใหญ มีอาชีพรับราชการเปนจํานวนมาก มีรายไดอยูที่ประมาณ 10,001 – 15,000 บาท
                    มากกวากลุมอื่น และเดินทางมาเรียนโดยอาศัยมากับเพื่อนเปนจํานวนมากที่สุด

                    2.   เปรียบเทียบความพึงพอใจในการยายที่เรียนจากศูนยมุกดาหารมาเปนที่
                         มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
                         เปรียบเทียบความพึงพอใจในการยายที่เรียนจากศูนยมุกดาหารมาเปนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏ
                    สกลนครของนักศึกษาในดานตางๆ ระหวางศูนยมุกดาหารกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร คือ
                         2.1    ดานการใหบริการของเจาหนาที พบวานักศึกษามีความพึงพอใจในการไดรับการ
                                บริการดานการใหบริการของเจาหนาที่จากมหาวิทยาลัย โดยรวมอยูในระดับมาก
                         2.2    ดานการเดินทาง พบวานักศึกษามีความพึงพอใจในการไดรับการบริการดานการ
                                เดินทางมาศึกษาเลาเรียนจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร โดยรวมอยูในระดับนอย
                         2.3    ดานสถานที่ พบวานักศึกษามีความพึงพอใจในการไดรับการบริการดานสถานที่จาก
                                มหาวิทยาลัย โดยรวมอยูในระดับมาก
                         2.4    ดานอาจารยผูสอน พบวานักศึกษามีความพึงพอใจในการไดรับการบริการดานอาจารย
                                ผูสอน โดยรวมอยูในระดับมากที่สุด
                         2.5    ดานโรงอาหาร พบวานักศึกษามีความพึงพอใจในการไดรับการบริการดานโรงอาหาร
                                โดยรวมอยูในระดับมาก
                         2.6    ดานหองน้ํา –หองสวม พบวานักศึกษามีความพึงพอใจในการไดรับการบริการดาน
                                หองน้ํา -หองสวมจากมหาวิทยาลัย โดยรวมอยูในระดับมาก
                         2.7    ดานบริการหองสมุด / อินเติรเน็ต พบวานักศึกษามีความพึงพอใจในการไดรับการ
                                บริการดานบริการหองสมุด / อินเติรเน็ตจากมหาวิทยาลัย โดยรวมอยูในระดับมาก




PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
46



                    3. ขอคิดเห็นและขอเสนอแนะเพิ่มเติม
                         ผูตอบแบบสอบถามสวนใหญจะเสนอแนะในหัวขอตางๆ กัน แตสวนใหญก็จะเกี่ยวของกับ
                    ดานการเดินทางมาเรียน ซึ่งใชระยะทางไกลขึ้นกวาเดิม และเสียคาใชจายเพิ่มขึ้นอีกมาก สวนดาน
                    อื่นๆ จะเปนไปในทางที่ดีกวาอยูศูนยมุกดาหารเปนสวนใหญ

                    ขอเสนอแนะ

                         1.   การวิจัยครั้งนี้เปนเปรียบเทียบความพึงพอใจในการยายที่เรียนจากศูนยมุกดาหารมาเปนที่
                    มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครของนักศึกษาในดานตางๆ ระหวางศูนยมุกดาหารกับมหาวิทยาลัยราช
                    ภัฏสกลนคร ควรมีงานวิจัยที่ถามรายละเอียดอยางลึกซึ้งในแตละดานยิ่งขึ้น เพื่อใหไดขอมูลบงชี้
                    ปญหาอยางชัดเจน เพื่อใชเปนขอมูลในการดําเนินการแกไขปญหาไดอยางตรงประเด็นมากยิ่งขึ้น
                         2.   การสํารวจความพึงพอใจในการยายที่เรียนจากศูนยมุกดาหารมาเปนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏ
                    สกลนครของนักศึกษาศูนยมุกดาหารเปนประโยชนอยางมาก เพราะทําใหมองเห็นทัศนคติและ
                    มุมมองของนักศึกษามีมุมมองตอมหาวิทยาลัย ทําใหไดขอมูลที่จําเปนสําหรับการวางแผนพัฒนา
                    ปรับปรุงการใหบริการที่เหมาะสมและสอดคลองกับความตองการของนักศึกษาอยางแทจริง ดังนั้น
                    มหาวิทยาลัยควรมีการสํารวจหรือศึกษาทัศนคติการไดรับบริการและความพึงพอใจในการบริการ
                    ดานตางๆ อยางตอเนื่องสม่ําเสมอ เพื่อที่จะไดทราบความตองการของนักศึกษาที่สมบรูณมากขึ้น
                    ซึ่งจะเปนปจจัยที่สําคัญในการนําไปสูการประกันคุณภาพที่ดีตอไป และสงผลใหมหาวิทยาลัย
                    กาวหนาไปอยางถูกตองที่ดีตอไป ดังคําขวัญมหาวิทยาลัย ที่วา ปฺญา โลกสฺมึ ปชฺโชโต : ปญาคือ
                    แสงสวางสองโลก




PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
47



                                                                    เอกสารอางอิง
                    กรณีศึกษาผลงานวิจัยและวิทยานิพนธ หัวขอ ความตองและพฤติกรรมของผูใช สืบคนวัสดุ
                            สารสนเทศ. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก : http://www.oknation.net/blog/print.php?id=458818 (วันที่คน
                            ขอมูล 20 พฤจิกายน 2554)

                    การศึกษาการออกแบบเว็บเพจของโรงเรียนในโครงการเครือขายคอมพิวเตอรเพื่อโรงเรียนไทย วิธี
                            สืบคนวัสดุสารสนเทศ. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก : http://www.kradandum.com/thesis/thesis-01.htm
                            (วันที่คนขอมูล 20 พฤจิกายน 2554)

                    เจริญศรี พันป. (2546). ความพึงพอใจของครูตอพฤติกรรมคุณธรรมและการบริหารงานของ
                            ผูบริหารโรงเรียน สังกัดสํานักงานการประถมศึกษาจังหวัดสุพรรณบุร.ี วิทยานิพนธครุ
                            ศาสตรมหาบัณฑิต การบริหารการศึกษา, มหาวิทยาลัยราชภัฎกาญจนบุรี.

                    ดร.พงษศักดิ์ ผกามาศ วิธีสืบคนวัสดุสารสนเทศ. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก :
                            http://www.thaiedresearch.org/thaied/index.php?q=thaied_results&-table=thaied_results&-action=browse&-
                            cursor=240&-skip=240&-limit=30&-mode=list&-recordid=thaied_results%3Fid%3D8530              (วันที่คนขอมูล
                            20 พฤจิกายน 2554)

                    ทฤษฎีลําดับขั้นความตองการ(Maslow’s Hierarchical Theory of Motivation) วิธีสืบคนวัสดุสารสนเทศ.
                            [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก : http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=wbj&month=07-12-
                            2007&group=29&gblog=3 (วันที่คนขอมูล 20 พฤจิกายน 2554)

                    ทฤษฎีลําดับขั้นความตองการ ของ Maslow สืบคนวัสดุสารสนเทศ. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก :
                            http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=wbj&month=07-12-2007&group=29&gblog=3 (วันที่คนขอมูล 20

                            พฤจิกายน 2554)

                    นางสาววรรณภา เพิ่มวณิชกุล วิธีสืบคนวัสดุสารสนเทศ. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก :
                            http://www.thaiedresearch.org/thaied/index.php?q=thaied_results&-table=thaied_results&-action=browse&-
                            cursor=386&-skip=360&-limit=30&-mode=list&-sort=title+asc&-recordid=thaied_results%3Fid%3D1554

                            (วันที่คนขอมูล 20 พฤจิกายน 2554)




PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
48



                    นารีรัตน กวางขวาง. (2547).ความพึงพอใจของประชาชนตอประสิทธิภาพในการ ใหบริการของ
                            มหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษ. งานวิจัยเศรษฐศาสตรธุรกิจ มหาบัณฑิต, สาขาการบริหาร,
                            สถาบันมหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษ.

                    น.ส.อภิวรรณ ทิพยไสยาสน สืบคนวัสดุสารสนเทศ. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก :
                            http://elearning.siam.edu/mod/forum/discuss.php?d=4294&parent=7455 (วันที่คนขอมูล 20 พฤจิกายน 2554)

                    ระบบสืบคนขอมูลเพื่อการวิจัยขามหนวยงานดวยรายการ วิธีสืบคนวัสดุสารสนเทศ. [ออนไลน].
                            เขาถึงไดจาก : http://www.vijai.net/search.jsp (วันที่คนขอมูล 20 พฤจิกายน 2554)

                    วิกรม อารีราษฎร (2549 ) ความพรอมของพนักงาน บริษัท การบินไทย จํากัด (มหาชน) ในการยาย
                            ที่ทําการจากทาอากาศยานนานาชาติกรุงเทพ (ดอนเมือง) ไปสูทาอากาศยานสุวรรณภูมิ
                            วิทยานิพนธ สาขารัฐศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร.

                    วันทยา วงศศิลปภิรมย. (2533). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนที่เปนผลจากความพอใจ ในการ
                            ไดเลือกบทเรียน. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร.

                    วิษณุ บุญมารัตน สืบคนวัสดุสารสนเทศ. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก :
                            http://www.wiszanu.com/index.php?option=com_content&task=view&id=522&Itemid=42 (วันที่คนขอมูล 20

                            พฤจิกายน 2554)

                    ศิริพร หงสพันธ (2543) ความตองการศึกษาตอและการรับบริการทางการศึกษาระดับอุดมศึกษาใน
                            เขตพื้นที่บริการของสถาบันราชภัฏนครราชสีมา งานวิจัย สถาบันราชภัฏนครราชสีมา

                    ศิริวรรณ เสรีรัตน. (2541). การบริหารการตลาดยุคใหม. กรุงเทพฯ: เพชรจรัสแสงแหงโลกธุรกิจ.

                    สํานักวิจัยและบริการวิชาการ สถาบันราชภัฏอุตรดิตถ (2544) สภาพการดําเนินโครงการการจัด
                            การศึกษาสําหรับบุคลากรประจําการ (กศ.บป.) สถาบันราชภัฏอุตรดิตถ งานวิจัย

                    สุรวดี รักดี สืบคนวัสดุสารสนเทศ. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก :
                            http://www.gotoknow.org/blogs/books/view/surawadee-mct2 (วันที่คนขอมูล 20 พฤจิกายน 2554)




PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
49



                    หาวิทยานิพนธฉบับเต็ม? วิธีสืบคนวัสดุสารสนเทศ. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก :
                             http://th.answers.yahoo.com/question/index?qid=20090519065548AAyQ60h (วันที่คนขอมูล 20 พฤจิกายน

                             2554)

                    อดุลยศักดิ์ สุนทรโรจน. (2546). ความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียน ประถมศึกษา
                             สังกัดสํานักงานการประถมศึกษาจังหวัดหนองคาย. วิทยานิพนธ ครุศาสตรมหาบัณฑิต,
                             สาขาการบริหารการศึกษา, สถาบันมหาวิทยาลัยราชภัฎ มหาสารคาม.

                    อนุรักษ เครือคํา(2549)ความคิดเห็นลูกเสือ-เนตรนารีสามัญรุนใหญเกี่ยวกับการฝกอบรมของผู
                             กํากับลูกเสือสามัญรุนใหญ โรงเรียนรมเกลา อําเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร งานวิจัย

                    www.matichon.co.th/   ขาวมติชน วันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 เวลา 23:24:00 น วิธีสืบคนวัสดุสารสนเทศ.
                             [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก :
                             http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1305635061&grpid=03&catid=&subcatid= (วันที่คนขอมูล

                             20 พฤจิกายน 2554)




PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com

วิจัย 29 ม.ค. 2

  • 1.
    1 บทที่1 บทนํา ความสําคัญและที่มาของปญหางานวิจัย ในอดีตที่ผานมาการศึกษาในระดับสูงยังมีความตองการไมมาก จึงทําใหผูที่ศึกษาอยูนั้นไม มีความตองการที่จะเรียนตอในระดับที่สูงขึ้นและการเขาศึกษาในระดับปริญญาโทหรือปริญญาเอก มีสถาบันการศึกษาที่มีโครงการในระดับมหาบัณฑิตขึ้นไปนั้นเฉพาะในตางประเทศ ตอมาใน ประเทศไทยก็เริ่มที่จะมีสถาบันการศึกษาที่มีโครงการในระดับมหาบัณฑิต และไดมีการวางแผน การศึกษาในระดับสูงกวาปริญญาตรีมาอยางตอเนื่อง เพราะเห็นวาเปนการศึกษาที่มีจุดมุงหมายที่ จะพัฒนาความรู ความเชี่ยวชาญ แนวคิดวิธีการปฏิบัติเฉพาะสาขา เพื่อใหผูที่ไดรับการศึกษา สามารถปรับสภาพในการปฏิบัติงานไดอยางถูกตองและเหมาะสม เปนการเพิ่มพูนศักยภาพและ มาตรฐานการทํางานของบุคคลใหมีประสิทธิภาพ ปจจุบันการศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษาใน สถาบันของรัฐและเอกชนมีเพิ่มมากขึ้น เปนการเปดโอกาสใหผูที่ตองการแสวงหาความรูและ ประสบการณ สามารถเลือกเขาศึกษาตอไดตามความตองการ เพื่อสามารถศึกษาตอควบคูไปกับ การทํางานได การศึกษาในระดับอุดมศึกษาเปนเสมือนแหลงความรูที่จะเสริมความกาวหนาทาง วิชาการ เพื่อใชเปนปจจัยในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย อันเปนปจจัยพื้นฐานในการพัฒนา ประเทศ บุคคลทั่วไปจึงใหความสําคัญแกการศึกษา โดยมีแนวคิดวาผูที่มีการศึกษาสูงจะมีโอกาส เจริญกาวหนาในดานตาง ๆ ไดดีกวา ดังนั้นบุคคลทั่วไปจึงพยายามที่จะศึกษาใหถึงระดับสูงที่สุด คือ ระดับอุดมศึกษา จนมีคํากลาววาสังคมไทยเปนสังคมที่นิยมคนที่มีปริญญา โดยเฉพาะอยางยิ่ง การศึกษาระดับสูงกวาปริญญาตรี ซึ่งเปนการศึกษาที่มุงเสริมใหผูเรียนไดพัฒนาความรูและทักษะ ในสาขาวิชาการเฉพาะทางใหมีความชํานาญยิ่งขึ้น มุงสรางสรรคความกาวหนาและความเปนเลิศ ทางวิชาการ โดยเฉพาะการศึกษาคนควาวิจัยและพัฒนาองคความรู ซึ่งปจจุบันการศึกษาตอใน ระดับปริญญาโทนั้น ไดมีผูนิยมเขาศึกษาตอกันมากขึ้น เนื่องจากระบบการศึกษาระดับตนๆ ใน ประเทศไทยไดขยายตัวมากขึ้น และปจจุบันมีอาจารยที่จบการศึกษาทั้งในระดับปริญญาโทและ ปริญญาเอกจากตางประเทศเปนจํานวนมาก ทําใหสามารถเปดสอนในระดับปริญญาโทได กวางขวางยิ่งขึ้น ปจจัยสําคัญที่มีอิทธิพลตอการเรียนทีสําคัญอีกอยางก็คือ คานิยมในปริญญา การ ่ ไดรับปริญญาขั้นสูงจะมีประโยชนในการทํางาน ลักษณะการทํางานหลายอยางในประเทศไทย PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
  • 2.
    2 ขึ้นอยูกับปริญญา ไมไดขึ้นอยูกับประสบการณและความรูความสามารถเพียงอยางเดียว คนที่มี ปริญญาสูงเทานั้นที่จะสามารถเลื่อนไปสูตําแหนงที่สูง ๆ บางตําแหนงได นอกจากนี้ยังมีสาเหตุ อื่น ๆ อีก เชน เรียนจบปริญญาตรีแลวยังหางานทําไมไดจึงเรียนตอระดับปริญญาโทเพื่อชะลอการ วางงาน นอกจากนี้การเรียนปริญญาโทเปนการใชเวลาวางใหเปนประโยชน เพราะมี สถาบันการศึกษาหลายแหงเปดสอนปริญญาโทหลังเลิกงาน จึงมีผูที่ตองการศึกษาหาความรู เพิ่มเติมเปนจํานวนมาก นอกจากนี้บางคนยังเห็นวาการศึกษาตอระดับปริญญาโทเปนแฟชั่นอยาง หนึ่งในสังคมปจจุบันเปนเรื่องของนักศึกษาที่พยายามจะพัฒนาตัวเอง เพราะปจจุบันภาวะ เศรษฐกิจดีขึ้น ทําใหการแขงขันคอนขางสูง การไดพัฒนาตัวเองก็เปนสวนหนึ่งที่จะสามารถนําให กาวไปสูความสําเร็จในหนาที่การงานได ซึ่งการตัดสินใจในการศึกษาตอระดับบัณฑิตศึกษานั้นแต ละคนอาจมีเหตุผล มีแรงจูงใจแตกตางกันไป เชน ตองการไดรับความรูและประสบการณเพิ่มขึ้น เพื่อนําไปพัฒนางานในหนาที่ใหเจริญกาวหนา ตองการเพิ่มวุฒิทางการศึกษา เพื่อนําไป ประกอบการแสวงหาความกาวหนาและความมั่นคงในชีวิต บางคนอาจมีความมุงหวังเพื่อใหเปนที่ ยอมรับของสังคม และความมีชื่อเสียงเกียรติยศ นอกจากนี้เหตุจูงใจในการศึกษาตอของบุคคลในแต ละระดับจะแตกตางกันออกไปตามวัย ฐานะ และโอกาส ความคิดเกี่ยวกับการเรียนอาจจะเริ่มมีแนว หันเหเขาหาผลทางเศรษฐกิจ เชน เรียนในสาขาวิชาที่หางานทําไดงาย มีรายไดดี ไมตองทํางาน หนักและที่สําคัญตองเปนงานประเภทที่ตนมีใจรักและชอบที่จะทําดวย บางครั้งการเลือกเรียนตอ ในระดับบัณฑิตศึกษา มักขึ้นอยูกับคานิยมของผูปกครอง เนื่องจากมีความเห็นวาการเรียนในระดับ บัณฑิตศึกษานั้นจะทําใหบุตรหลานมีโอกาสไดงานดี ๆ ทํา มีเงินเดือนสูง เปนเจาคนนายคน เปน ที่เชิดหนาชูตาของวงศตระกูล ครอบครัวใดมีฐานะทางเศรษฐกิจดีก็จะพยายามสงบุตรหลานใหได เรียนจนถึงระดับสูงสุด อาจเรียนจนถึงระดับปริญญาเอก เทาทีสติปญญาจะเอื้ออํานวยใหเรียนได ่ จากความสําคัญของการศึกษาตอระดับบัณฑิตศึกษา จึงมีนิสิตจํานวนมากมาศึกษาตอ เพราะตองการพัฒนาศักยภาพของตนเองใหมีความรูความสามารถ และประสบการณใหมากยิ่งขึ้น เพื่อใหสามารถปฏิบัติงานไดอยางมีประสิทธิภาพ และทันตอการเปลี่ยนแปลงของสังคม ความกาวหนาทางวิชาการ ตลอดจนความเจริญทางวิทยาศาสตรและเทคโนโลยีที่เปนไปอยาง รวดเร็ว จึงตองพัฒนาตัวเองเพื่อใหทันตอการเปลี่ยนแปลงดังกลาว มิฉะนั้นแลวจะกลายเปนผูลา หลัง นอกจากนี้ผูที่จบการศึกษาในระดับมหาบัณฑิตยังเปนที่ยอมรับของสังคม สงผลตอ PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
  • 3.
    3 ความกาวหนาในการทํางานในอนาคตตอไป จากการวิเคราะหรายดานพบวาเหตุจูงใจที่ทําใหนิสิต เขาศึกษาตอในระดับบัณฑิตศึกษานั้นขึ้นอยูกับปจจัยตาง ๆ ดังนี้ 1. ปจจัยดานความครบถวนสมบูรณของสถาบันการศึกษา 1.1 มหาวิทยาลัยมีหลักสูตรการเรียนการสอนตรงตามความตองการของนักศึกษา 1.2 มหาวิทยาลัยมีอุปกรณการสอนที่ทันสมัย 1.3 มหาวิทยาลัยมีชื่อเสียง 1.4 อาจารยที่สอนมีชื่อเสียงและมีคุณภาพ 1.5 มีการทดลองปฏิบัติงานในสถานการณจริง 1.6 ความสะดวกสบายของหองเรียนและสวัสดิการของหองอเนกประสงคตาง ๆ 2. ปจจัยดานราคา 2.1 คาเลาเรียนมีความเหมาะสม 2.2 ระบบการจายคาเลาเรียนมีความสะดวก อาจมีการโอนผานบัญชีธนาคาร 3. ปจจัยดานสถานที่ 3.1 มหาวิทยาลัยมีที่จอดรถกวางขวางและสะดวกสบายแกนักศึกษา 3.2 มีพื้นที่บริเวณมหาวิทยาลัยกวางขวางและมีสภาพแวดลอมที่ดี 3.3 สถานที่ตั้งของมหาวิทยาลัยมีความสะดวกในการเดินทางและเปนศูนยกลางในการเดินทาง 4. ปจจัยดานการสงเสริมการตลาด 4.1 ทางมหาวิทยาลัยมีการโฆษณาและประชาสัมพันธในสื่อตาง ๆ อยางทั่วถึง 4.2 ทางมหาวิทยาลัยมีระบบการผอนผันคาเลาเรียนหรือมีทุนการศึกษาให PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
  • 4.
    4 5. ปจจัยดานหนาที่การงาน ผูที่จบการศึกษาในระดับปริญญาโทสามารถเขาสูตําแหนงบางตําแหนงไดงายกวาผูจบ การศึกษาในระดับปริญญาตรี เนื่องจากบางหนวยงานจะกําหนดคุณสมบัติของผูเขาสอบไวตั้งแต ตอนเริ่มตน เนื่องจากเชื่อวาผูที่มีการศึกษาสูง นาจะมีวุฒิภาวะและประสบการณมากกวาผูที่มี การศึกษาต่ํา 6. ปจจัยดานเหตุผลสวนตัว ผูที่มาศึกษาตออาจมีเหตุผลสวนตัวในการเขาศึกษาตอ เพราะอยากมีชื่อเสียง เกียรติยศ อยากไดชื่อวาเปนผูจบปริญญาโท ตองการที่จะไดรับความรูและประสบการณที่เปนประโยชนจาก มหาวิทยาลัย โดยเนนที่การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนและเนื้อหาวิชาเพื่อสามารถที่จะนําไป ประยุกตใชในชีวิตประจําวันไดจริง 7. ปจจัยดานอิทธิพลจากการชักจูงจากบุคคลและสื่อ นิสิตบางคนเขามาศึกษาตอโดยการสนับสนุนหรือไดรับคําชี้แจงจากเพื่อน ครู อาจารยที่ เคยสอนมา ญาติพี่นองหรือสามี ภรรยาใหการสนับสนุน ตลอดจนไดทราบขาวการรับสมัครจาก สื่อตางๆ เชน หนังสือพิมพ วิทยุ โทรทัศน เปนตน 8. ปจจัยดานการเปนสาขาวิชาที่ตรงกับความตองการของสังคม เนื่องจากนิสิตสวนใหญ กอนตัดสินใจเขาศึกษาตอในระดับบัณฑิตศึกษานั้น ตองมี การศึกษาคนควาขอมูลเรื่องความตองการของตลาดแรงงานในปจจุบันวาเนนไปในสาขาวิชาใดและ มีความตองการนิสิตที่จบปริญญาโทมากกวาปริญญาตรีมากนอยแคไหน จังหวัดมุกดาหารเปนจังหวัดที่มีประชากรประมาณ 335880 คน และและยังมีประชาชนที่มี เขตติดตอใกลเคียงกันอีกหลายจังหวัด ตลอดจนมีอาราเขตติดตอกับสาธารณะรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาว และมีความสําคัญในบานะเปนเมืองทาสําคัญในการติดตอคาขายและเปนเสนทาง คมนาคมเชื่อมตอระหวางเมืองสําคัญๆ ในกลุมประเทศลุมน้ําโขง (Greater Mekong Subregion) ประกอบดวย 6 ประเทศคือ ไทย จีน (มณฑลยูนนาน) เวียดนาม กัมพูชา ลาว พมา หรือ ระเบียง PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
  • 5.
    5 เศรษฐกิจอนุภูมิภาคลุมแมน้ําโขง(GMS Economic Corridors )อีกดวย ทําใหจังหวัดมุกดาหาร จําเปนที่จะตองมีสถาบันการศึกษาในระดับตางๆที่รองรับความตองการในการใหการศึกษาแก ประชาชนดังกลาวเพื่อเปนการเตรียมพรอมในการตอนรับในการเปนในป 2558 ประเทศไทยจะกาว เขาสูการเปนประชาคมอาเซียน ดังนั้นทุกภาคสวนจะตองรูเทาทันเพื่อปรับตัวใหทันตอเหตุการณ ดานตาง ๆ โดยเฉพาะอยางยิ่งจังหวัดชายแดนที่ติดตอกับประเทศเพื่อนบานจําเปนอยางยิ่งที่จะตอง เรียนรูและปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของประเทศเพื่อนบานดวย จังหวัดมุกดาหารเปนจังหวัดที่มี พื้นที่ติดชายแดน มีสะพานขามแมน้ําโขงแหงที่ 2 เพื่อเชื่อมตอไปสูสาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาวและเวียดนามยุทธศาสตรของจังหวัดมุกดาหารจึงไดกําหนดใหมีสวนเกี่ยวของกับ ตางประเทศทั้งดานการทองเที่ยวและการคา ซึ่งจําเปนอยางยิ่งที่จะตองพัฒนาศักยภาพทรัพยากร มนุษยและประชาชนในจังหวัดเพื่อรองรับ โดยการจัดใหมีการศึกษาระดับอุดมศึกษาขึ้นในจังหวัด มุกดาหารเพื่อสามารถผลิตบัณฑิตรองรับตามยุทธศาสตรดังกลาวเนื่องจากจังหวัดมุกดาหารเปน จังหวัดหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ยังไมมีสถาบันอุดมศึกษาทั้งที่มีพื้นที่เชื่อมตอกับ ตางประเทศดานทองเที่ยว ดานการคา เปนตน รายละเอียดเกี่ยวกับ ศูนยอุดมศึกษามุกดาหาร ภาพที่ 1 ปายวิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชินีมุกดาหาร สถานที่ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนคือ วิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชินีมุกดาหาร PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
  • 6.
    6 ตั้งอยูที่ถนนเลี่ยงเมือง จังหวัดมุกดาหาร ถาหากเดินทางออกจากจังหวัดสกลนคร ใหเลี้ยวขวาไป ตามถนนเลี่ยงเมือง ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร จะอยูทางซายมือของถนน และหากเดินทางมา จากจังหวัดอุบลราชธานีใหเลี้ยวซายไปตามถนนเลี่ยงเมือง เจอสี่แยกคําชะอี ใหตรงไปขางหนา เรื่อยๆ สังเกตสถานที่เรียนจะอยูทางขวามือของถนน ภาพที่ 2 แผนที่ตั้งวิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชินีมุกดาหาร ศูนยอุดมศึกษามุกดาหาร ไดถูกเปดขึ้นเพื่อใหโอกาสสําหรับการพัฒนาบุคลากรในทองถิ่น จังหวัดมุกดาหารใหมีคุณวุฒิทางการศึกษา มีทักษะทางวิชาชีพ มีคุณธรรมและจริยธรรม สามารถ พัฒนาสังคม ชุมชนทองถิ่นใหกาวทันโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอยางรวดเร็ว โดยใชทรัพยากรรวมกันระหวางทองถิ่นและมหาวิทยาลัย ซึ่งนักศึกษาไมตองเดินทางไป เรียนไกลจากบานของตนเอง ทําใหสามารถผลิตบัณฑิตที่เปนคนดี เปนคนเกง และมีจิตใจงดงาม ออกไปรับใชชาติ สังคม ชุมชนทองถิ่น มหาวิทยาลัยไดเปดโอกาสดานการศึกษาในระดับอุดมศึกษาแกบุคลากรตางประเทศที่อยู ในละแวกใกลเคียงอีกดวย PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
  • 7.
    7 รายละเอียดเกี่ยวกับ งานจัดการศึกษาภายนอกมหาวิทยาลัย สํานักสงเสริมวิชาการและงาน ทะเบียน มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร 1. ขอมูลเบื้องตนของหนวยงาน ที่ตั้ง อาคาร10 ชั้น 6 เลขที่ 680 หมู 11 ถนนนิตโย ตําบลธาตุเชิงชุม อําเภอเมือง สกลนคร จังหวัดสกลนคร 47000 โทรศัพท 0-4274-3706, 0-4297-0021 2. ปรัชญา/ วิสัยทัศน/ พันธกิจ/ ปณิธาน/ จุดเนน ปรัชญา ใหโอกาสทางการศึกษา รวมสรางปญญาชนในทองถิ่น วิสัยทัศน เปนผูนําดานการจัดการอุดมศึกษาในทองถิ่นสรางเครือขายในการทํางาน ใหบริการทาง วิชาการอยางมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล แกชุมชนบนพื้นฐานของการมีสวนรวม เพื่อสรางสรรคประชาสังคมที่ดี พันธกิจ • รองรับความตองการทางการศึกษาของทองถิ่น โดยเปดโอกาสใหประชาชนไดรับ การศึกษาระดับอุดมศึกษาที่มีคุณภาพ • ผลิตและพัฒนากําลังคนเพื่อสนองความจําเปนในการพัฒนาทองถิ่นและประเทศชาติ • สรางเครือขายการเรียนรูและการทํางานรวมกันระหวางสถาบันอุดมศึกษากับทองถิ่น ชุมชนตลอดจนประเทศเพื่อนบาน • บริการงานวิชาการแกอาจารยและนักศึกษาทั้งที่กําลังศึกษาอยูและที่สําเร็จการศึกษา ไปแลวโดยยึดหลักความถูกตองเปนสําคัญ PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
  • 8.
    8 ปณิธาน • ตอบสนองนโยบายของมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร • จัดการศึกษาเพื่อการพัฒนาทองถิ่น • เพื่อบริการทางการศึกษาใหทองถิ่นมีสวนรวมในการจัดการศึกษา จุดเนน • บัณฑิตเปนคนดี มีจิตสาธารณะ และมีทักษะวิชาชีพ โดยมีอาจารยและบุคลากรเปน แบบอยาง • นักศึกษามีจริยธรรม โดยเนนเชิงปฏิบัติ • นักศึกษามีเอกลักษณ/จุดเดน/สูงาน/เปนคนดี • นักศึกษามีระเบียบวินัย 3. ประวัติความเปนมา ในภาคเรียนที่ 3/2543 เปดศูนยการศึกษาระดับอุดมศึกษา เพื่อตอบสนองความตองการ ของชุมชนทองถิ่นโดยเฉพาะสมาชิกองคการบริหารสวนตําบล (อบต.) ในอําเภอวานรนิวาสและ อําเภอขางเคียง โดยใชศูนยการศึกษานอกโรงเรียนอําเภอวานรนิวาสเปนที่ตั้งศูนยฯ เปดการเรียน การสอนในโปรแกรมวิชาพัฒนาชุมชน หลักสูตรอนุปริญญา 2 ปตอเนื่อง ตอมาในภาคเรียนที่ 1/2544 ผศ.นิพนธ อินสินและคณะ ไดทําการเปดศูนยอุดมศึกษา มุกดาหารขึ้นอีก โดยทานผูวาราชการจังหวัดมุกดาหาร ทานผูอํานวยการวิทยาลัยการอาชีพนวมินท ราชินีมุกดาหาร ประชาชนชาวจังหวัดมุกดาหารใหความรวมมือและใหการสนับสนุนเปนอยางดี เปดการเรียนการสอนในตอนแรกคือ โปรแกรมวิชาประถมศึกษา โปรแกรมวิชาการศึกษาประถม วัย โปรแกรมวิชาการจัดการทั่วไป จํานวน 3 หมูเรียนและในภาคเรียนที่ 2/2544 จึงไดเปดโปรแกรม วิชารัฐประศาสนศาสตร (รปศ.) อีก 1 หมูเรียน ศูนยอุดมศึกษามุกดาหาร ไดถูกเปดขึ้นเพื่อใหโอกาสสําหรับการพัฒนาบุคลากรในทองถิ่น จังหวัดมุกดาหารใหมีคุณวุฒิทางการศึกษา มีทักษะทางวิชาชีพ มีคุณธรรมและจริยธรรม สามารถ PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
  • 9.
    9 พัฒนาสังคม ชุมชนทองถิ่นใหกาวทันโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอยางรวดเร็วโดยใชทรัพยากรรวมกัน ระหวางทองถิ่นและมหาวิทยาลัย ซึ่งนักศึกษาไมตองเดินทางไปเรียนไกลจากบานของตนเอง ทําให สามารถผลิตบัณฑิตที่เปนคนดี เปนคนเกง และมีจิตใจงดงาม ออกไปรับใชชาติ สังคม ชุมชน ทองถิ่นมหาวิทยาลัยไดเปดโอกาสดานการศึกษาในระดับอุดมศึกษาแกบุคลากรตางประเทศที่อยูใน ละแวกใกลเคียงอีกดวย คณะที่เปด คณะวิทยาการจัดการ การบัญชี ปวสหรืออนุปริญญา ระยะเวลาเรียน 2 ปการศึกษา เรียนที่ศูนยอุดมศึกษา มุกดาหาร การจัดการทั่วไป ปวสหรืออนุปริญญา ระยะเวลาเรียน 2 ปการศึกษา เรียนที่ศูนย อุดมศึกษามุกดาหาร คอมพิวเตอรธุรกิจ ปวสหรืออนุปริญญา ระยะเวลาเรียน 2 ปการศึกษา เรียนที่ศูนย อุดมศึกษามุกดาหาร ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ วาดวยการจัดการศึกษานอกสถานที่ตั้งของ สถาบันอุดมศึกษาของรัฐ พ.ศ. 2552เพื่อใหสถาบันอุดมศึกษาของรัฐใชเปนแนวทางในการจัด การศึกษานอกสถานที่ตั้ง อยางมีคุณภาพ และมาตรฐานการศึกษา โดยมีรายละเอียด คือ “นอกสถานที่ตั้ง ” หมายความวา สถานที่จัดการศึกษาอื่นใดของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ ซึ่งมิใช เปนที่ตั้งของสถาบันอุดมศึกษา “ สภาสถาบัน ” หมายความวา สภาสถาบันอุดมศึกษาแตละแหง สถาบันอุดมศึกษาจะจัดการศึกษานอกสถานที่ตั้งดวยวิธีการเรียนการสอนในชั้นเรียนหรือวิธีการ เรียนการสอนในระบบ การศึกษาทางไกลทั้งหลักสูตรหรือเฉพาะบางสวนตามที่สภาสถาบัน กําหนดก็ได  การจัดการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษา ใหจัดการศึกษาในที่ตั้งเปนหลักเวนแต มี PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
  • 10.
    10 เหตุผลและความจําเปนเพื่อประโยชนตอการจัดการเรียนการสอน แกผ ูเรียน สถาบันอุดมศึกษาจะ จัด การศึกษานอกสถานที่ตั้งก็ไดตามเงื่อนไข ดังตอไปนี้ 1. จัดการเรียนการสอนในหลักสูตรเดิมที่ไดเปดสอนในที่ตั้งแลว 2. ดําเนินการจัดการศึกษาใหมีคุณภาพและมาตรฐานครบถวนตามเกณฑมาตรฐาน หลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ 3. จัดการเรียนการสอนที่เนนใหผูเรียนมีผลสัมฤทธิ์ตามวัตถุประสงคของหลักสูตรและ มี การประเมินผลเพื่อพัฒนาหลักสูตร จัดสิ่งสนับสนุนทางการศึกษาใหเพียงพอ เชนเดียวกับการจัดการศึกษาในที่ตั้ง 4. จัดสิ่งสนับสนุนทางการศึกษาใหเพียงพอเชนเดียวกับการจัดการศึกษาในที่ตั้ง 5. จัดใหมีการใหคําปรึกษาทางวิชาการ การแนะแนวอาชีพ การจัดบริการสวัสดิการ นักศึกษา และบริการดานอื่นใหมีมาตรฐานเชนเดียวกับการจัดการศึกษาในที่ตั้ง 6. จัดสภาพแวดลอมที่เหมาะสมตอการจัดการศึกษา มีความปลอดภัยและมีสิ่งอํานวย ความสะดวกอยางเพียงพอ 7. ปฏิบัติตามหลักเกณฑและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการพิจารณาประเมินคุณภาพการจัด การศึกษาตามที่คณะกรรมการการอุดมศึกษากําหนด ใหอธิการบดีขออนุญาตจัดการศึกษานอกสถานที่ตั้งตอสภาสถาบัน พรอมทั้งเสนอ เอกสารหลักฐานเพื่อประกอบการพิจารณา โครงการจัดการศึกษานอกสถานที่ตั้งที่มีรายละเอียด เกี่ยวกับรูปแบบ วิธ ีการและ ระยะเวลาจัดการศึกษา พรอมทั้งที่ตั้งและแผนผังแสดงบริเวณและ อาคาร โดยจะตองมีเอกสารแสดงการเปนผูมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่จะใชเปนที่จัดการเรียนการสอน หรือ หลักฐานแสดงการเปนผูมีสิทธิในการเชาที่ดิน หรือหลักฐานแสดงการเปนผูมีสิทธิในการใช ที่ดินหรือ อาคารสถานที่ตามระยะเวลาที่กําหนด PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
  • 11.
    11 สาเหตุที่นักศึกษาเลือกมาศึกษาที่ศูนยมุกดาหาร 1. เนื่องจากนักศึกษาสวนใหญนั้น ในวันจันทร ถึง ศุกร ตองไปทํางาน แตตองการพัฒนา ศักยภาพของตนเองโดยศึกษาตอในระดับปริญญาตรีในวันเสาร อาทิตย ที่วางจากการ ทํางาน 2. มีความสะดวกกวาที่จะตองเดินทางไปศึกษาที่จังหวัดสกลนคร ซึ่งเปนที่ตั้งของ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร 3. ประหยัดคาใชจายมากกวาที่จะตองเดินทางไปศึกษาที่จังหวัดสกลนคร ซึ่งเปนที่ตั้งของ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร 4. เชื่อมั่นในสถาบัน ซึ่งมีชื่อเสียงและคุณภาพทางวิชาการ และการศึกษา ซึ่งผลิตบัณฑิตที่ มีความรู ความสามารถออกมามากมาย ตั้งแตในอดีต จนถึงปจจุบัน เขตพื้นที่อาศัยของนักศึกษาที่มาศึกษาที่ศูนยมุกดาหาร 1. อําเภอเมืองมุกดาหาร 2. อําเภอนิคมคําสรอย 3. อําเภอดอนตาล 4. อําเภอดงหลวง 5. อําเภอคําชะอี 6. อําเภอหวานใหญ 7. อําเภอหนองสูง 8. แขวงสะหวันนะเขต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว 9. อําเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
  • 12.
    12 10. อําเภอกุฉินารายณ และ อําเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ สาเหตุการยุบศูนยอุดมศึกษามุกดาหาร จากรายงานขาวมติชน เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม นายพินิติ รตะนานุกูล รองเลขาธิการ คณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.) เปดเผยวาสํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) มี แนวคิดที่จะยุบเลิกศูนยการจัดการศึกษานอกที่ตั้ง หรือศูนยนอกที่ตั้ง ที่มหาวิทยาลัยรัฐและ มหาวิทยาลัยเอกชนเปดอยูในปจจุบัน ซึ่งตัวเลขศูนยนอกที่ตั้ง ยังไมทราบแนชัดวามีอยูเทาใด เพราะ บางมหาวิทยาลัยก็ไมไดรายงานตั้งเขามา สาเหตุที่จะปด ยอมรับวาสวนหนึ่งมาจากปญหาการซื้อ ขายประกาศนียบัตรบัณฑิต (ป.บัณฑิต) วิชาชีพครูของมหาวิทยาลัยอีสาน (มอส.) และอีกสวนหนึ่ง มองวามหาวิทยาลัยที่กระจัดกระจายอยูทั่วประเทศในขณะนี้เพียงพอที่จะรองรับตอความตองการ ของนักศึกษา ฉะนั้นจึงเห็นวามหาวิทยาลัยควรจัดการเรียนการสอนในที่ตั้งเทานั้น หรือหากจะเปด นอกที่ตั้ง ก็ตองเปนในลักษณะวิทยาเขตเทานั้น เพราะมีการบริหารจัดการที่เปนระบบ รอง เลขาธิการ กกอ. กลาวตอวา อนาคตอาจจะตองสอบถามจากมหาวิทยาลัยที่เปดศูนยนอกที่ตั้งดวยวา หากจะตองยุบเลิก จะไดรับผลกระทบอยางไรหรือไม ที่สําคัญกําลังอยูระหวางการศึกษากฎหมาย และกฎกระทรวงที่เกี่ยวของทั้งหมดวาจะดําเนินการอยางไร เพราะถาจะตองมีการยุบเลิกศูนยนอก ที่ตั้ง ก็จะตองไปแกไขกฎหมาย สํานักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา (สกอ.) หนวยงานที่กํากับดูแลเขาตรวจสอบศูนยนอก ที่ตั้ง เมื่อ การจัดศูนยนอกที่ตั้งที่ไมมีคุณภาพและไมมีมาตรฐานอยางมาก สาเหตุของปญหาทั้งหมด นาจะเกิดจากการใหอํานาจและสิทธิ์ขาดกับผูอํานวยการศูนยนอกที่ตั้งมากเกินไป โดยสภา มหาวิทยาลัยและอธิการบดีเองไมไดเขาไปดูแล ทําใหเกิดปญหาการจัดการศึกษาที่ไมมีคุณภาพ อยางปจจุบัน อีกทั้งขาดความรับผิดชอบในกรณีที่มีผูมาเสนอเปดศูนยนอกที่ตั้ง แตสภาฯ และ อธิการบดีก็อนุมัติไป ทั้งนี้ สกอ.ไดจัดคณะกรรมการลงพื้นที่ตรวจสอบการเปดศูนยนอกที่ตั้ง ของ แตละมหาวิทยาลัยทั้งรัฐและเอกชนแลว ตามที่สภาฯ แจงเปดศูนยนอกที่ตั้ง เขามา พบความจริงที่ นาเปนหวงอีกวา ถึงแมสภาฯ จะมั่นใจความพรอมในการเปดศูนยนอกที่ตั้ง แลวแตเมื่อลงไป ตรวจสอบก็พบวา ยังไมดีเทาที่ควร ซึ่งบางที่ก็ไมผานไปเลย ปจจุบันมีสถาบันอุดมศึกษาจํานวน มากกระจายอยูครอบคลุมพื้นที่ตางๆ และจัดการเรียนการสอนหลักสูตรตางๆ จํานวนมากอยูแลว PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
  • 13.
    13 เวนแตมีเหตุผลและความจําเปน ดังนี้ ตองจัดการศึกษาในสาขาขาดแคลนและสนองความตองการ ของประเทศ ควรมีระยะเวลาสิ้นสุดในการจัดหลักสูตรนั้นๆ ดวย ตองไมจัดการศึกษาในหลักสูตรที่ สถาบันอุดมศึกษาอื่นในพื้นที่นั้นจัดอยูแลวและสถาบันตองเชี่ยวชาญในหลักสูตรที่เปดสอนดวย เหตุผลที่ตองทําการวิจัย จากการที่ตองยุบศูนยมุกดาหารทําใหเกิดผลกระทบตอนักศึกษาขึ้นมาโดยปญหาที่สําคัญ ในการยายที่เรียนจากศูนยมุกดาหารมาเปนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครของนักศึกษาหลักใหญก็ คือระยะทางการเดินทางที่จะตองมาเรียนตองเพิ่มขึ้น จากที่เรียนอยูภายในจังหวัด ก็ตองเดินทางมา เปนระยะทางประมาณ 80 – 130 กิโลเมตร (นักศึกษาอยูคนละที) ซึ่งทําใหเสียเวลาเดินทาง และ ่ คาใชจายเพิ่มขึ้นในการมาเรียน เชนคารถ คาที่พัก เปนตน จากปญหาที่เกิดขึ้นจึงเปนสาเหตุที่จะทําการวิจัยเพื่อใหทราบถึงระดับความพึงพอใจในการ ยายที่เรียนจากศูนยมุกดาหารมาเปนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครของนักศึกษา ซึ่งจะเปนขอมูล พื้นฐานที่จําเปนในการปรับปรุงและพัฒนาการใหบริการของมหาวิทยาลัยเพื่อความเหมาะสมตอไป ผลที่คาดวาจะไดรับ เพื่อใหทางมหาวิทยาลัยตระหนักถึงการปดสถานศึกษาที่ศูนยมุกมีผลกระทบตอนักศึกษาที่ ตองทําการยายมาศึกษาที่จังหวัดสกลนครและทําการเปรียบเทียบระหวางศูนยมุกกับมหาวิทยาลัย ในดานการใหบริการของเจาหนาที่ การเดินทางมาศึกษาเลาเรียน สถานที่ อาจารยผูสอน โรงอาหาร หองน้ํา – หองสวม และดานบริการหองสมุด / อินเตอรเน็ต เพื่อนําผลที่ไดมาวางแผนพัฒนา ปรับปรุงในจุดออน รักษามาตรฐานการบริการในจุดแข็งใหนักศึกษาพึงพอใจในการไดรับบริการ จากมหาวิทยาลัยที่ดี วัตถุประสงคของการวิจัย เพื่อเปรียบเทียบความพึงพอใจในการยายที่เรียนจากศูนยมุกดาหารมาเปนที่มหาวิทยาลัย ราชภัฏสกลนครของนักศึกษาในดานตางๆ ระหวางศูนยมุกดาหารกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
  • 14.
    14 คือ ดานการใหบริการของเจาหนาที, ดานการเดินทางมาศึกษาเลาเรียน, ดานสถานที่, ดานอาจารย ผูสอน, ดานโรงอาหาร, ดานหองน้ํา – หองสวม และดานบริการหองสมุด / อินเตอรเน็ต ขอบเขตการวิจัย 1. การวิจัยในครั้งนี้จะทําการสํารวจความพึงพอใจและความตองการในการยายที่เรียน จากศูนยมุกดาหารมาเปนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครของนักศึกษา 2. ประชากรที่ใชในการวิจัยครั้งนี้ คือ นักศึกษา ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ศูนย มุกดาหาร 3. พื้นที่เปาหมายที่ใชในครั้งนี้คือ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร และ วิทยาลัยการ อาชีพนวมินทราชินีมุกดาหาร 4. ระยะเวลาที่ใชศึกษาวิจัยคือ ภาคเรียนที่ 2/2554 นิยามศัพทเฉพาะ นักศึกษา หมายถึง นักศึกษาภาคสมทบระดับ บธ.บ. 4 ป (เทียบโอน) ของมหาวิทยาลัยราช ภัฏสกลนครที่ศึกษาอยูศูนยมุกดาหาร ศูนยมุกดาหาร หมายถึง สถานที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครใชเปดการเรียนการสอนที่ จังหวัดมุกดาหาร ที่วิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชินีมุกดาหาร ตั้งอยูที่ถนนเลี่ยงเมือง จังหวัด มุกดาหาร มหาวิทยาลัย หมายถึง มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ศูนยมุกกับสกลนคร หมายถึง สถานที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครใชเปดการเรียนการ สอนที่จังหวัดมุกดาหาร ที่วิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชินีมุกดาหาร กับมหาวิทยาลัยราชภัฏ สกลนคร PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
  • 15.
    15 ความพึงพอใจของนักศึกษา หมายถึง คาเฉลี่ยจากการบอกความรูสึกในการเปรียบเทียบ ระหวางศูนยมุกกับสกลนครในดานตางๆ ของนักศึกษาจากการสุมตอบแบบสํารวจ ความพึงพอใจ  ที่มีระดับความพึงพอใจ 5 ระดับ คือ ระดับ 1 พึงพอใจนอยที่สุด, ระดับ 2 พึงพอใจนอย, ระดับ 3 พึง พอใจปานกลาง, ระดับ 4 พึงพอใจมาก และ ระดับ 5 พึงพอใจมากที่สุด ดานการใหบริการของเจาหนาที่ หมายถึง การเปรียบเทียบระหวางศูนยมุกกับสกลนคร บริการที่เกี่ยวของกับนักศึกษาไดแก ดานใหบริการดวยความสุภาพ ออนนอม และเปนกันเอง, ดาน มีความเอาใจใส กระตือรือรน และเต็มใจใหบริการ ดานการเดินทางมาศึกษาเลาเรียน หมายถึง การเปรียบเทียบระหวางศูนยมุกกับสกลนครที่ เกี่ยวกับระยะทางในการเดินทางมาเรียน ดานสถานที่ หมายถึง การเปรียบเทียบระหวางศูนยมุกกับสกลนคร บริการที่เกี่ยวของกับ นักศึกษาไดแก อาคารเรียน, ที่จอดรถ, หองเรียน, โตะเรียน, สื่อการเรียนการสอน และที่พักผอน กอนเขาเรียน ดานอาจารยผูสอน หมายถึง การเปรียบเทียบระหวางศูนยมุกกับสกลนคร บริการที่ เกี่ยวของกับนักศึกษาไดแก มีความเอาใจใส กระตือรือรน ในการสอน, มีความตรงตอเวลา, มีการ ใชสื่อที่ทันสมัย ดานโรงอาหาร หมายถึง การเปรียบเทียบระหวางศูนยมุกกับสกลนคร บริการที่เกี่ยวของ กับนักศึกษาไดแก สถานที่สะอาด, อาหารสะอาด อรอย ถูกหลักอนามัย, แมครัวพุดจาไพเราะ และ มีโตรับประทานอาหารเพียงพอ หองน้ํา – หองสวม หมายถึง การเปรียบเทียบระหวางศูนยมุกกับสกลนคร บริการที่ เกี่ยวของกับนักศึกษาไดแก สถานที่สะอาด และมีหองเพียงพอตอจํานวนผูใช ดานบริการหองสมุด / อินเตอรเน็ต หมายถึง การเปรียบเทียบระหวางศูนยมุกกับสกลนคร บริการที่เกี่ยวของกับนักศึกษาไดแก มีเอกสารตําราใหศึกษาคนควา, เจาหนาที่พูดจาสุขภาพ, มี PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
  • 16.
    16 คอมพิวเตอรเพียงพอตอนักศึกษา, มีระบบอินเตอรเน็ตรวดเร็วมีประสิทธิภาพ และมีระบบไวไฟ บริการ ประโยชนที่คาดวาจะไดรับจากงานวิจัย เพื่อใหมหาวิทยาลัยตระหนักถึงการยายสถานที่ศึกษาจากศูนยมุกดาหารมาเปนที่ จังหวัด สกลนคร เพื่อนําผลที่ไดมาวางแผนพัฒนาปรับปรุงในจุดออน รักษาจุดแข็งใหนักศึกษาพึงพอใจใน การที่ตองยายสถานที่การเรียนในครั้งนี้ การวิจัยในครั้งนี้คาดวาจะไดรับประโยชนในดานตางๆ ดังนี้ 1. เพื่อนําขอมูลไปใชเปนแนวทางในการสรางองคความรูในดานแรงจูงใจที่จะกอใหเกิด ความพอใจใหกับนักศึกษารุนตอไปที่จะมาศึกษาที่มหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนคร 2. เพื่อเปนขอมูลเสนอแนะผูที่เกี่ยวของกับการบริหารงานของมหาวิทยาลัยราชภัฎ สกลนครประจําศูนยมุกดาหาร 3. ขอสรุปการวิจัยจะเปนประโยชนตอผูบริหาร ในระดับภาควิชา คณะมหาวิทยาลัย และ / หรือ ทบวงมหาวิทยาลัย ในการพิจารณาปรับปรุงแกไขเปลี่ยนแปลงบรรยากาศของมหวิทยาลัย เพื่อใหการเรียนการสอนและบริการอื่นๆ ใหมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
  • 17.
    17 บทที่ 2 ทฤษฎีและงานวิจยที่เกี่ยวของ ั ความพึงพอใจเปนความรูสึกหรือความคิดเห็นไมวาจะเปนทางบวกหรือลบ ซึ่งเปนผลจาก ประสบการณ ความเชื่อ ซึ่งจะขอกลาวถึง ความหมาย และทฤษฎีที่เกี่ยวของกับความพึงพอใจ ดังนี้ ความหมายของความพึงพอใจ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน (2542: 775) ไดใหความหมายของความพึงพอใจ หมายถึง พอใจ ชอบใจ พฤติกรรมเกี่ยวกับความพึงพอใจของมนุษยคือความพยายามที่จะขจัดความตึงเครียด หรือ ความกระวนกระวาย หรือภาวะไมไดดุลยภาพในรางกาย ซึ่งเมื่อมนุษยสามารถขจัดสิ่งตาง ๆ ดังกลาว ไดแลว มนุษยยอมไดรับความพึงพอใจในสิ่งที่ตนตองการ (เศกสิทธิ์, 2544: 6) อุทัยพรรณ สุดใจ (2545:7) ความพึงพอใจ หมายถึง ความรูสึกหรือทัศนคติของบุคคลที่มี ตอ สิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยอาจจะเปนไปในเชิงประเมินคา วาความรูสึกหรือทัศนคติตอสิ่งหนึ่งสิ่งใดนั้น เปนไปในทางบวกหรือทางลบ สุพล (2540: 27) กลาววา ความพึงพอใจ หมายถึง ความรูสึก ความคิดเห็นในลักษณะเชิง บวกของบุคคลเมื่อไดรับการตอบสนองความตองการหรือไดรับสิ่งตอบแทนที่คาดหวังไว สุภาลักษณ ชัยอนันต (2540: 17) ไดใหความหมายของความพึงพอใจไววา ความพึงพอใจ เปนความรูสึกสวนตัวที่รูสึกเปนสุขหรือยินดีที่ไดรับการตอบสนองความตองการในสิ่งที่ขาด หายไป หรือสิ่งที่ทําใหเกิดความไมสมดุล ความพึงพอใจเปนสิ่งที่กําหนดพฤติกรรมที่จะแสดงออก ของบุคคล ซึ่งมีผลตอการเลือกที่จะปฏิบัติในกิจกรรมใดๆ นั้น อรรถพร (2546: 29) ไดสรุปวา ความพึงพอใจ หมายถึง ทัศนคติหรือระดับความพึงพอใจ ของบุคคลตอกิจกรรมตางๆ ซึ่งสะทอนใหเห็นถึงประสิทธิภาพของกิจกรรมนั้นๆ โดยเกิดจาก PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
  • 18.
    18 พื้นฐานของการรับรู คานิยมและประสบการณที่แตละบุคคลไดรับ ระดับของความพึงพอใจจะ เกิดขึ้นเมื่อกิจกรรมนั้นๆ สามารถตอบสนองความตองการแกบคคลนั้นได ุ สายจิตร (2546: 14) ไดสรุปวา ความพึงพอใจเปนความรูสึกที่มีตอสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งเปนไป ไดทั้งทางบวกและทางลบ แตถาเมื่อใดที่สิ่งนั้นสามารถตอบสนองความตองการหรือทําใหบรรลุ จุดมุงหมายได ก็จะเกิดความรูสึกทางบวกแตในทางตรงกันขาม ถาสิ่งใดสรางความรูสึกผิดหวังไม บรรลุจุดมุงหมาย ก็จะทําใหเกิดความรูสึกทางลบเปนความรูสึกไมพึงพอใจ จากความหมายที่กลาวมา สรุปไดวา ความพึงพอใจในการปฏิบัติงานเปนเรื่องของ ความรูสึกที่มีความสึกของบุคคลที่มีตองานที่ปฏิบัติอยูและความพึงพอใจจะสงผลตอขวัญในการ ปฏิบติงาน อยางไรก็ดีความพึงพอใจของแตละบุคคลไมมีวันสิ้นสุด เปลี่ยนแปลงไดเสมอ ตาม ั กาลเวลาและสภาพแวดลอมบุคคลจึงมีโอกาสที่จะไมพึงพอใจในสิ่งที่เคยพึงพอใจมาแลว ฉะนั้น ผูบริหารจําเปนจะตองสํารวจตรวจสอบความพึงพอใจในการปฏิบัติใหสอดคลองกับความตองการ ของบุคลากรตลอดไป ทั้งนี้เพื่อใหงานสําเร็จลุลวงตามเปาหมายขององคกรหรือหนวยงานที่ตั้งไว ทฤษฎีที่เกี่ยวของกับความพึงพอใจ นักวิชาการไดพัฒนาทฤษฎีที่อธิบายองคประกอบของความพึงพอใจ และอธิบาย ความสัมพันธระหวางความพึงพอใจกับปจจัยอื่น ๆ ไวหลายทฤษฎี โครแมน (Korman, A.K., 1977 อางอิงในสมศักดิ์ คงเที่ยง และอัญชลี โพธิ์ทอง, 2542: 161-162) ไดจําแนกทฤษฎีความพึงพอใจในงานออกเปน 2 กลุมคือ 1. ทฤษฎีการสนองความตองการ กลุมนี้ถือวาความพึงพอใจ ในงานเกิดจากความตองการ สวนบุคคลที่มีความสัมพันธตอผลที่ไดรับจากงานกับการประสบความสําเร็จตาม เปาหมายสวนบุคคล 2. ทฤษฎีการอางอิงกลุม ความพึงพอใจในงานมีความสัมพันธในทางบวกกับคุณลักษณะ ของงานตามความปรารถนาของกลุม ซึ่งสมาชิกใหกลุมเปนแนวทางในการประเมินผล การทํางาน PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
  • 19.
    19 สวนมัมฟอรด (Manford, E., 1972 อางถึงใน สมศักดิ์ คงเที่ยง และอัญชลี โพธิ์ทอง, 2542:162) ไดจําแนกความคิดเกี่ยวกับความพึงพอใจงานจากผลการวิจัยออกเปน 5 กลุมดังนี้ 1. กลุมความตองการทางดานจิตวิทยา กลุมนี้ไดแก Maslow, A.H. , Herzberg. F และ Likert R.โดยมองความพึงพอใจงานเกิดจากความตองการของบุคคลที่ตองการ ความสําเร็จของงานและความตองการการยอมรับจากบุคคลอื่น 2. กลุมภาวะผูนํามองความพึงพอใจงานจากรูปแบบและการปฏิบัติของผูนําที่มีตอ ผูใตบังคับบัญชา กลุมนี้ไดแก Blake R.R., Mouton J.S. และ Fiedler R.R. 3. กลุมความพยายามตอรองรางวัล เปนกลุมที่มองความพึงพอใจจากรายได เงินเดือน และ ผลตอบแทนอื่น ๆ กลุมนี้ ไดแก กลุมบริหารธุรกิจของมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร (Manchester Business School) 4. กลุมอุดมการณทางการจัดการมองความพึงพอใจจากพฤติกรรมการบริหารงานของ องคกร ไดแก Crogier M. และ Coulder G.M. 5. กลุมเนื้อหาของงานและการออกแบบงาน ความพึงพอใจงานเกิดจากเนื้อหาของตัวงาน กลุมแนวคิดนี้มาจากสถาบันทาวิสตอค (Tavistock Institute) มหาวิทยาลัยลอนดอน ทฤษฎีลําดับขั้นความตองการของมนุษยของมาสโลว อับราฮัม มาสโลว (Abraham Maslow) เปนผูวางรากฐานจิตวิทยามนุษยนิยม เขาไดพัฒนา ทฤษฎีแรงจูงใจ ซึ่งมีอิทธิพลตอระบบการศึกษาของอเมริกันเปนอันมาก ทฤษฎีของเขามีพื้นฐานอยู บนความคิดที่วา การตอบสนองแรงขับเปนหลักการเพียงอันเดียวที่มีความสําคัญที่สุดซึ่งอยู เบื้องหลังพฤติกรรมของมนุษย มาสโลวมีหลักการที่สําคัญเกี่ยวกับแรงจูงใจ โดยเนนในเรื่องลําดับขั้นความตองการเขามี ความเชื่อวา มนุษยมีแนวโนมที่จะมีความตองการอันใหมที่สูงขึ้นแรงจูงใจของคนเรามาจากความ ตองการพฤติกรรมของคนเรา มุงไปสูการตอบสนอง ความพอใจ มาสโลว แบงความตองการ PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
  • 20.
    20 พื้นฐานของมนุษยออกเปน 5 ระดับดวยกัน (http://web.rmut.ac.th/larts/phy/module7/unit7_7.html) ไดแก 1. มนุษยมีความตองการ และความตองการมีอยูเสมอ ไมมีที่สิ้นสุด 2. ความตองการที่ไดรับการสนองแลว จะไมเปนสิ่งจูงใจสําหรับพฤติกรรมตอไป ความ ตองการที่ไมไดรับการสนองเทานั้นที่เปนสิ่งจูงใจของพฤติกรรม 3. ความตองการของคนซ้ําซอนกัน บางทีความตองการหนึ่ง ไดรับการตอบสนองแลวยังไม สิ้นสุดก็เกิดความตองการดานอื่นขึ้นอีก 4. ความตองการของคนมีลักษณะเปนลําดับขั้น ความสําคัญกลาวคือ เมื่อความตองการใน ระดับต่ําไดรับการสนองแลว ความตองการระดับสูงก็จะเรียกรองใหมีการตอบสนอง 5. ความตองการเปนตัวตนที่แทจริงของตนเอง ลําดับความตองการพื้นฐานของ Maslow เรียกวา Hierarchy of Needs มี 5 ลําดับขั้น ดังนี้ 1. ความตองการดานรางกาย (Physiological needs) เปนตองการปจจัย 4 เชน ตองการ อาหารใหอิ่มทอง เครื่องนุงหมเพื่อปองกันความรอน หนาวและอุจาดตา ยารักษาโรคภัย ไขเจ็บ รวมทั้งที่อยูอาศัยเพื่อปองกันแดด ฝน ลม อากาศรอน หนาว และสัตวราย ความ ตองการเหลานี้มีความจําเปนตอการดํารงชีวิตของมนุษยทกคน จึงมีความตองการ ุ พื้นฐานขั้นแรกที่มนุษยทุกคนตองการบรรลุใหไดกอน 2. ความตองการความปลอดภัย (Safety needs) หลังจากที่มนุษยบรรลุความตองการดาน รางกาย ทําใหชีวิตสามารถดํารงอยูในขั้นแรกแลว จะมีความตองการดานความปลอดภัย ของชีวิตและทรัพยสินของตนเองเพิ่มขึ้นตอไป เชน หลังจากมนุษยมีอาหารรับประทาน จนอิ่มทองแลวไดเริ่มหันมาคํานึงถึงความปลอดภัยของ อาหาร หรือสุขภาพ โดยหันมา ใหความสําคัญกันเรื่องสารพิษที่ติดมากับอาหาร ซึ่งสารพิษเหลานี้อาจสรางความไม ปลอดภัยใหกับชีวิตของเขา เปนตน PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
  • 21.
    21 3. ความตองการความรักและการเปนเจาของ (Belonging and love needs) เปนความ ตองการที่เกิดขึ้นหลังจากการที่มีชีวิตอยูรอดแลว มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพยสิน แลว มนุษยจะเริ่มมองหาความรักจากผูอื่น ตองการที่จะเปนจาของสิ่งตางๆ ที่ตนเอง ครอบครองอยูตลอดไป เชน ตองการใหพอแม พี่นอง คนรัก รักเราและตองการใหเขา เหลานั้นรักเราคนเดียว ไมตองการใหเขาเหลานั้นไปรักคนอื่น โดยการแสดงความเปน เจาของ เปนตน 4. ความตองการการยอมรับนับถือจากผูอื่น (Esteem needs) เปนความตองการอีกขั้นหนึ่ง หลังจากไดรับความตองการทางรางกาย ความปลอดภัย ความรักและเปนเจาของแลว จะตองการการยอมรับนับถือจากผูอื่น ตองการไดรับเกียรติจากผูอื่น เชน ตองการการ เรียกขานจากบุคคลทั่วไปอยางสุภาพ ใหความเคารพนับถือตามควรไมตองการการกดขี่ ขมเหงจากผูอื่น เนื่องจากทุกคนมีเกียรติและศักดิ์ศรีของความเปนมนุษยเทาเทียมกัน 5. ความตองการความเปนตัวตนอันแทจริงของตนเอง (Self - actualization needs) เปน ความตองการขั้นสุดทาย หลังจากที่ผานความตองการความเปนสวนตัว เปนความ ตองการที่แทจริงของตนเอง ลดความตองการภายนอกลง หันมาตองการสิ่งที่ตนเองมี และเปนอยู ซึ่งเปนความตองการขั้นสูงสุดของมนุษย แตความตองการในขั้นนี้มัก เกิดขึ้นไดยาก เพราะตองผานความตองการในขั้นอื่นๆ มากอนและตองมีความเขาใจใน ชีวิตเปนอยางยิ่ง http://research.doae.go.th/data/%B7%C4%C9%AE%D5%B5%E8%D2%A7%E6.doc เมื่อวิเคราะหโดยรอบดานแลวจะพบวาระดับความตองการทั้ง 5 ระดับของมนุษยตาม แนวคิดของมาสโลวนั้น สามารถตอบคําถามเรื่องความมุงหมายของชีวิตไดครบถวน ในระดับหนึ่ง เพราะมนุษยเราตามปกติจะมีระดับความตองการหลายระดับ และเมื่อความตองการระดับตนไดรับ การสนองตอบก็จะเกิดความตองการในระดับสูงเพิ่มขึ้นเรื่อยไปตามลําดับจนถึงระดับสูงสุด การ ตอบคําถามเรื่องเปาหมายและคุณคาของชีวิตมนุษยตามแนวของจิตวิทยาแขนงมานุษยนิยมจึงทําได เราไดเห็นคําตอบในอีกแงมุมหนึ่ง PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
  • 22.
    22 ทฤษฎีความตองการของแอลเดอรเฟอร (Alderfer’ s Hierarchy Modified Need Theory) Alderfer ไดใหทฤษฎีที่เรียกวา E.R.G (Existence - Relatedness- Growth Theory) โดยแบง ความตองการของบุคคลออกเปน 3 ประการ คือ (Feildman and Arnold, 1983: 110) ความตองการมี ชีวิตอยู (Existence needs) ความตองการสัมพันธภาพกับคนอื่น (Relatedness needs) และ ความ ตองการความเจริญกาวหนา (Growth needs) ทฤษฎีความตองการของเมอรเรย (Murry’s Manifest Needs) ทฤษฎีของ Murry สามารถอธิบายไดวา ในเวลาเดียวกันบุคคลอาจมีความตองการดานใด ดานหนึ่งที่จําเปนและสําคัญเกี่ยวกับการทํางานซึ่งมีอยู 4 ประการ คือ ความตองการความสําเร็จ (Needs for achievement) ความตองการมิตรสัมพันธ (Needs for affiliation) ความตองการอิสระ (Needs for autonomy) ทฤษฎีความตองการแสวงหาของแมคคีแลนด (McClelland’s Acquired needs Theory) เปนทฤษฎีที่บุคคลมุงความตองการเฉพาะอยางมากกวาความตองการอื่น ๆ ความตองการ ความสําเร็จเปนความปรารถนาที่บรรลุเปาหมายซึ่งมีลักษณะทาทาย ทฤษฎีนี้ทําความเขาใจถึง รูปแบบการจูงใจความตองการพื้นฐาน 3 ประการ คือ ความตองการอํานาจ (Needs for power) ความตองการผูกพัน (Needs for affiliation) ความตองการความสําเร็จ (Needs for achievement) ทฤษฎีสองปจจัย (Two Factor Theory) เปนทฤษฎีที่ Frederick K. Herzberg ไดศึกษาทําการวิจัยเกี่ยวกับแรงจูงใจในการทํางาน ของบุคคล เขา ไดศึกษาถึงความตองการของคนในองคการ หรือการจูงใจจากการทํางาน โดยเฉพาะ เจาะจง โดยศึกษาวาคนเราตองการอะไรจากงานคําตอบก็คือ บุคคลตองการความสุขจากการทํางาน ซึ่งสรุปไดวา ความสุขจากการทํางานนั้น เกิดมาจากความพึงพอใจ หรือไมพึงพอใจในงานที่ทํา โดย ความพึงพอใจหรือความไมพึงพอใจในงานที่ทํานั้น ไมไดมาจากกลุมเดียวกัน แตมีสาเหตุมาจาก ปจจัยสองกลุม คือ ปจจัยจูงใจ (Motivational Factors) และปจจัยค้ําจุนหรือปจจัยสุขศาสตร (Maintenance or Hygiene Factors) PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
  • 23.
    23 1. ปจจัยจูงใจ (Motivational Factors) เปนปจจัยที่เกี่ยวของกับงานโดยตรง เพื่อจูงใจใหคน ชอบและรักงานที่ปฏิบัติเปนตัวกระตุน ทําใหเกิดความพึงพอใจใหแกบุคคลในองคการ ใหปฏิบัติงานไดอยางมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพราะเปนปจจัยที่สามารถตอบสนอง ความตองการภายในของบุคคลไดดวย อันไดแก 1.1 ความสําเร็จในงานที่ทําของบุคคล (Achievement) หมายถึงการที่บุคคลสามารถ ทํางานไดเสร็จสิ้น และประสบความสําเร็จอยางดี เปนความสามารถในการ แกปญหาตาง ๆ การรูจักปองกันปญหาที่จะเกิดขึ้น เมื่อผลงานสําเร็จจึงเกิดความรูสึก พอใจและปลาบปลื้มในผลสําเร็จของงานนั้น ๆ 1.2 การไดรับการยอมรับนับถือ (Recognition) หมายถึง การไดรับการยอมรับนับถือไม วาจากผูบังคับบัญชา จากเพื่อน จากผูมาขอรับคําปรึกษาหรือ จากบุคคลใน หนวยงาน การยอมรับนี้อาจจะอยูในรูปของการยกยองชมเชยแสดงความยินดี การ ใหกําลังใจ หรือการแสดงออกอื่นใดที่กอใหเห็นถึงการยอมรับในความสามารถ เมื่อ ไดทํางานอยางหนึ่งอยางใดบรรลุผลสําเร็จ การยอมรับนับถือจะแฝงอยูกับ ความสําเร็จในงานดวย 1.3 ลักษณะของงานที่ปฏิบัติ (The Work Itself) หมายถึงงานที่นาสนใจ งานที่ตองอาศัย ความคิดริเริ่มสรางสรรคทาทายใหลงมือทํา หรือเปนงานที่มีลักษณะสามารถกระทํา ไดตั้งแตตนจนจบโดยลําพังแตผูเดียว 1.4 ความรับผิดชอบ (Responsibility) หมายถึง ความพึงพอใจที่เกิดขึ้นจากการไดรับ มอบหมาย ใหรับผิดชอบงานใหม ๆและมีอํานาจในการรับผิดชอบไดอยางเต็มที่ไม มีการตรวจ หรือควบคุมอยางใกลชิด 1.5 ความกาวหนา (Advancement) หมายถึง ไดรับเลื่อนขั้นเลื่อนตําแหนงใหสูงขึ้นของ บุคคลในองคการ การมีโอกาสไดศึกษาเพื่อหาความรูเพิ่มหรือไดรับการฝกอบรม 2. ปจจัยค้ําจุนหรือปจจัยสุขศาสตร (Maintenance or Hygiene Factors) หมายถึง ปจจัยที่จะ ค้ําจุนใหแรงจูงใจ ในการทํางานของบุคคลมีอยูตลอดเวลา ถาไมมีหรือมีในลักษณะที่ไม PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
  • 24.
    24 สอดคลองกับบุคคลในองคการบุคคลในองคการจะเกิดความไมชอบงานขึ้น และเปน ปจจัยที่มาจากภายนอกตัวบุคคล ปจจัยเหลานี้ไดแก 2.1 เงินเดือน (Salary) หมายถึง เงินเดือนและการเลื่อนขั้นเงินเดือนในหนวยงานนั้น ๆ เปนที่พอใจของบุคลากรที่ทํางาน 2.2 โอกาสไดรับความกาวหนาในอนาคต (Possibility of Growth) หมายถึง การที่บุคคล ไดรับการแตงตั้งเลื่อนตําแหนงภายในหนวยงานแลว ยังหมายถึงสถานการณที่ บุคคลสามารถไดรับ ความกาวหนาในทักษะวิชาชีพดวย 2.3 ความสัมพันธกับผูบังคับบัญชาผูใตบังคับบัญชาและเพื่อนรวมงาน (Interpersonal Relation Superior, Subordinate and Peers) หมายถึง การติดตอไมวาจะเปนกิริยา หรือวาจา ที่แสดงถึงความสัมพันธอันดีตอกัน สามารถทํางานรวมกัน มีความเขาใจ ซึ่งกันและกันอยางดี 2.4 สถานะทางอาชีพ (Status) หมายถึง อาชีพนั้นเปนที่ยอมรับนับถือของสังคมที่มี เกียรติและศักดิ์ศรี 2.5 นโยบายและการบริการ (Company Policy and Administration) หมายถึงการจัดการ และการบริหารขององคการ การติดตอสื่อสารภายในองคการ 2.6 สภาพการทํางาน (Working Conditions) หมายถึง สภาพทางกายภาพของงาน เชน แสง เสียง อากาศ ชั่วโมงการทํางาน รวมทั้งลักษณะของสิ่งแวดลอมอื่น ๆ เชน อุปกรณ เครื่องมือ เครื่องใช 2.7 ความเปนอยูสวนตัว (Personal life) ความรูสึกที่ดีหรือไมดี อันเปนผลที่ไดรับจาก งานในหนาที่ เชน การที่บุคคลถูกยายไปทํางานในที่แหงใหม ซึ่งหางไกลจาก ครอบครัว ทําใหไมมีความสุข และไมพอใจกับการทํางานในที่แหงใหม 2.8 ความมั่นคงในการทํางาน (Security) หมายถึง ความรูสึกของบุคคลที่มีตอความ มั่นคงในการทํางาน ความยั่งยืนของอาชีพ หรือความมั่นคงขององคการ PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
  • 25.
    25 2.9 วิธีการปกครองบังคับบัญชา (Supervision-Technical) หมายถึง ความสามารถของ ผูบังคับบัญชาในการทํางาน หรือความยุติธรรมในการบริหาร จากทฤษฎีสองปจจัย สรุปไดวาปจจัยทั้ง 2 ดานนี้ เปนสิ่งที่คนตองการ เพราะเปนแรงจูงใจ ในการทํางาน องคประกอบที่เปนปจจัยจูงใจเปนองคประกอบที่สําคัญ ทําใหคนเกิดความสุขในการ ทํางาน โดยมีความสัมพันธกับกรอบแนวคิดที่วา เมื่อคนไดรับการตอบสนองดวยปจจัยชนิดนี้ จะ ชวยเพิ่มแรงจูงใจในการทํางาน ผลที่ตามมาก็คือ คนจะเกิดความพึงพอใจในงาน สามารถทํางานได อยางมี ประสิทธิภาพ สวนปจจัยค้ําจุน หรือสุขศาสตรทําหนาที่เปนตัวปองกันมิใหคนเกิดความไม เปนสุข หรือ ไมพึงพอใจในงานขึ้น ชวยทําใหคนเปลี่ยนเจตคติจากการ ไมอยากทํางานมาสูความ พรอมที่จะทํางาน นอกจากนี้ Herzberg ยังไดอธิบายเพิ่มเติมอีกวา องคประกอบทางดานการจูงใจจะตองมีคา เปนบวกเทานั้น จึงจะทําใหบุคคลมีความพึงพอใจในการปฏิบัติงานขึ้นมาได แตถาหากวามีคาเปน ลบ จะทําใหบุคคลไมพึงพอใจในงาน สวนองคประกอบทางดานการค้ําจุน ถาหากวามีคาเปนลบ บุคคลจะไมมีความรูสึก ไมพึงพอใจในงานแตอยางใดเนื่องจากองคประกอบทางดานปจจัยนี้ มี หนาที่ค้ําจุนหรือบํารุงรักษาบุคคลใหมีความพึงพอใจในงานอยูแลว สรุปไดวา ปจจัยทั้งสองนี้ ควร จะตองมีในทางบวก จึงจะทําใหความพึงพอใจในการทํางานของบุคคลเพิ่มขึ้น จากทฤษฎีสองปจจัย ของ Herzberg เปนทฤษฎีที่ศึกษาเกี่ยวกับขวัญโดยจะขวัญมีความสัมพันธอยางใกลชิดกับความพึง พอใจและการจูงใจ ซึ่งเกิดจากปจจัยจูงใจและปจจัยค้ําจุนนั่นเอง (www.lib.kku.ac.th/fulltext/Art/2543/art004-chap2.pdf) งานวิจัยที่เกี่ยวของ สมปอง มากแจง (2525) ศึกษาเรื่องการยายถิ่นเพื่อการศึกษาของนักศึกษาของนักศึกษา สาขาชางอุตสาหกรรมที่เขามาศึกษาตอในกรุงเทพมหานคร ผลการศึกษาพบวา นักศึกษาที่ยายถิ่นที่ มากที่สุดเปนเพศชาย มาจากครอบครัวขนาดเล็ก เหตุผลที่ยายถิ่นเพื่อการศึกษาไดแก ตองการ ความรูและเทคโนโลยีใหมๆ PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
  • 26.
    26 วิกรม อารีราษฏร (2549) ศึกษาเรื่องความพรอมของพนักงานบริษัท การบินไทยจํากัด (มหาชน) ในการยายที่ทําการจากทาอากาศยานนานาชาติกรุงเทพ (ดอนเมือง) ไปสูทาอากาศยาน สุวรรณภูมิ ผลการวิจัยพบวา ความพรอมของพนักงานบริษท การบินไทยจํากัด (มหาชน) ในการ ั ยายที่ทําการจากทาอากาศยานนานาชาติกรุงเทพ (ดอนเมือง) ไปสูทาอากาศยานสุวรรณภูมิ อยูใน ระดับปานกลางผลการทดสอบสมมุติฐานพบวา เพศลักษณะงาน ระยะเวลาโดยประมาณในการ เดินทางไปปฏิบัติงานที่ทาอากาศยานสุวรรณภูมิ มีความสัมพันธกับความพรอมของพนักงานบริษัท การบินไทย (มหาชน) สํานักวิจัยและบริการวิชาการ สถาบันราชภัฏอุตรดิตถ (2544) ศึกษาเรื่องสภาพการดําเนิน โครงการการจัดการศึกษาสําหรับบุคลากรประจําการ (กศ.บป.) สถาบันราชภัฏอุตรดิตถ ผล การศึกษาพบวา นักศึกษามีความเห็นตอทรัพยากรโดยภาพรวมอยูในระดับปานกลาง ในดาน บุคลากรพบวานักศึกษามีความเห็นอยูในระดับมาก ยกเวนดานสื่อ สถานที่และความสะดวกของ การใหบริการของหนวยงานตางๆ นักศึกษาสวนใหญมีความคิดเห็นอยูในระดับปานกลาง ศิริพร หงสพันธ (2543) ศึกษาเรื่อง ความตองการศึกาาตอและการรับบริการทางการศึกาา ระดับอุดมศึกษาในเขตพื้นที่บริการของสถาบันรชภัฏนครราชสีมา ผลการวิจัยพบวา หัวหนางานทั้ง ภาครัฐและเอกชนจํานวน 235 คน (จากแบบสอบถาม 300 ชุด)ใหคําตอบที่เหมือนกันทุกคนวา มี ความจําเปนที่จะตองมีการพัฒนาบุคลากร หรือใหบุคลากรในหนวยงานนั้นไดศึกษาตอ สําหรับ หลักสูตรที่ตองการใหบุคลากรไดสึกาาตอไดแก คอมพิวเตอร เปนอันดับ 1 รองลงมาไดแก การ บริหารงานบุคคล การเงินการธนาคาร บัญชี ภาษาอังกฤษ กฏหมาย สงเสริมการเกษตร บริหารรัฐ กิจ การประชาสัมพันธ การวิจัยวัดผลและประเมินผล ในระดับปริญญาโทตองการใหศึกษาตอใน สาขา ศิลปศาสตร มากที่สุด รองลงมาไดแก นิติศาสตรและรัฐประศาสนศาสตร PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
  • 27.
    27 บทที่ 3 วิธีการดําเนินการวิจัย การวิจัยในครั้งนี้ เปนการวิจัยเชิงสํารวจ (survey rescarch) โดยมีวัตถุประสงคเพื่อสํารวจ ความพึงพอใจในการยายที่เรียนจากศูนยมุกดาหารมาเปนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครของ นักศึกษา กลุมประชากร ประชากรในการวิจัย คือ นักศึกษาภาคสมทบระดับ บธ.บ. 4 ป (เทียบโอน) ของ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครที่ศึกษาอยูศูนยมุกดาหาร กลุมตัวอยางที่ใชในการวิจัย กลุมตัวอยางที่ใชในการวิจัย คือ นักศึกษาภาคสมทบระดับ บธ.บ. 4 ป (เทียบโอน) ของ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครที่ศึกษาอยูศูนยมุกดาหารเปนจํานวน 85 คน พื้นที่เปาหมาย พื้นที่เปาหมาย คือ สถานที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครใชเปดการเรียนการสอนที่จังหวัด มุกดาหาร ที่วิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชินีมุกดาหาร กับมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ระยะเวลาเก็บขอมูล ระยะเวลาเก็บขอมูล คือ 24 ธันวาคม 2554 ถึง 8 มกราคม 2555 เครื่องมือที่ใชในการเก็บรวบรวมขอมูลการวิจัย เครื่องมือที่ใชในการเก็บรวบรวมขอมูลการวิจัย คือ แบบสอบถาม เรื่อง ความพึงพอใจใน การยายที่เรียนจากศูนยมุกดาหารมาเปนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครของนักศึกษาศูนยมุกดาหาร ซึ่งประกอบดวย 2 ตอน คือ PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
  • 28.
    28 ตอนที่ 1 ขอมูลสภาพทั่วไปของผูตอบ ตอนที่ 2 ความพึงพอใจใในการยายที่เรียนจากศูนยมุกดาหารมาเปนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏ สกลนครของนักศึกษาหองการจัดการ ป 2553 แบงออกเปน 7 ดาน คือ 1. ดานการใหบริการของเจาหนาที่ 1.1 ใหบริการดวยความสุภาพ ออนนอม และเปนกันเอง 1.2 มีความเอาใจใส กระตือรือรน และเต็มใจใหบริการ 2. ดานการเดินทางมาศึกษาเลาเรียน 2.1 ระยะทางในการเดินทางมาเรียน 3. ดานสถานที่ 3.1 อาคารเรียน 3.2 ที่จอดรถ 3.3 หองเรียน 3.4 โตะเรียน 3.5 สื่อการเรียนการสอน 3.6 ที่พักกอนเขาเรียน 4. ดานอาจารยผูสอน 4.1 มีความเอาใจใส กระตือรือรน ในการสอน 4.2 มีความตรงตอเวลา 4.3 มีการใชสื่อที่ทันสมัย PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
  • 29.
    29 5. ดานโรงอาหาร 5.1 สถานที่สะอาด 5.2 อาหารสะอาด อรอย ถูกหลักอนามัย 5.3 แมครัวพุดจาไพเราะ 5.4 มีโตรับประทานอาหารเพียงพอ 6. หองน้ํา – หองสวม 6.1 สถานที่สะอาด 6.2 มีหองเพียงพอตอจํานวนผูใช 7. ดานบริการหองสมุด / อินเตอรเน็ต 7.1 มีเอกสารตําราใหศึกษาคนควา 7.2 เจาหนาที่พูดจาสุขภาพ 7.3 มีคอมพิวเตอรเพียงพอตอนักศึกษา 7.4 มีระบบอินเตอรเน็ตรวดเร็วมีประสิทธิภาพ 7.5 มีระบบไวไฟบริการ สําหรับระดับความพึงพอใจวัดเปน 5 ระดับ คือ 5 = มากที่สุด 4 = มาก 3 = ปานกลาง 2 = นอย และ 1 = นอยที่สุด วิธีเก็บรวบรวมขอมูล วิธีเก็บรวบรวมขอมูล คือ เก็บขอมูลโดยการแจกแบบสอบถามดวยตัวเอง แลวเก็บ แบบสอบถามภายในวันเดียวกัน PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
  • 30.
    30 สถิติที่ใชในการเก็บขอมูล สถิตที่ใชในการเก็บขอมูล คือ ิ คาสถิติที่ใชในการเก็บขอมูล คาเฉลี่ย ระดับความพึงพอใจ 1.0 – 1.80 นอยที่สุด 1.81 – 2.60 นอย 2.61 – 3.40 ปานกลาง 3.41 – 4.20 มาก 4.21 – 5.00 มากที่สุด ตารางที่ 1 คาสถิติที่ใชในการเก็บขอมูล การวิเคราะหขอมูล ใชการวิเคราะหขอมูลความพึงพอใจในการยายที่เรียนจากศูนยมุกดาหารมาเปนที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครของนักศึกษา ตามตัวชี้วัด โดยใชโปรแกรมคอมพิวเตอรสําเร็จรูป (SPSS) ดวยวิธีการเชิงสถิติบรรยาย ไดแก คาเฉลี่ย คาสวนเบี่ยงมาตรฐาน ระดับความพอใจ บรรยาย ดวยตรางประกอบความเรียง ระยะเวลาการทําวิจัย ภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2554 ตัวแปรงานวิจัย ตัวแปรอิสระคือ นักศึกษาหองการจัดการ ป 2553 ตัวแปรตามคือ ความพึงพอใจและความตองการในการยายที่เรียน PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
  • 31.
    31 กรอบแนวความคิด คุณลักษณะสวนบุคคล คุณลักษณะสวนบุคคล เพศ อายุ รายได อาชีพ ความพึงพอใจและความตองการในการ ยายที่เรียนจากศูนยมุกดาหารมาเปนที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ปจจัยที่งผลตอความพึงพอใจ บุคคลากร สถานที่ ความพรอมดานอุปกรณการเรียน ภาพที่ 3 กรอบแนวความคิด PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
  • 32.
    32 บทที่ 4 ผลการวิเคราะหขอมูล การวิจัยเรื่อง ความพึงพอใจของนักศึกษาในการยายที่เรียนจากศูนยมุกดาหารมาเปนที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครเปนการวิจัยเชิงสํารวจ (survey research) โดยวัตถุประสงคของการ วิจัยเพื่อทราบทัศนคติของนักศึกษาในการยายที่เรียนมาที่ จ.สกลนคร ในดานตาง ๆ ซึ่งขอมูลที่ได จากการวิจัยครั้งนี้เปนขอมูลพื้นฐานที่จําเปนในการวางแผนปรับปรุงการใหบริการของ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครใหมีความเหมาะสมสอดคลองกับความตองการของผูรับบริการตอไป เครื่องมือที่ใชในการวิจัยครั้งนี้ คือ แบบสอบถามความพึงพอใจและความตองการในการ ยายที่เรียนจากศูนยมุกดาหารมาเปนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครของนักศึกษาศูนยมุกดาหาร ประกอบดวย 2 ตอน คือ ตอนที่ 1 ขอมูลสภาพทั่วไปของผูตอบแบบสอบถาม ตอนที่ 2 ความพึง พอใจและความตองการในการยายที่เรียนจากศูนยมุกดาหารมาเปนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ในดาน ดานการใหบริการของเจาหนาที่ ดานการเดินทางมาศึกษาเลาเรียน ดานสถานที่ ดานอาจารย ผูสอน ดานโรงอาหาร หองน้ํา – หองสวม และ ดานบริการหองสมุด / อินเตอรเน็ต ทําการเก็บ รวบรวมขอมูลภาคสนามดวยการสุมตัวอยางประชากรอยางงายจํานวน 43 คน แลวนํา แบบสอบถามมาวิเคราะหขอมูลและประมวลผลดวยโปรแกรมคอมพิวเตอร ตอนที่ 1 ขอมูลสภาพทั่วไปของผูตอบแบบสอบถาม เพศ จํานวน รอยละ ชาย 27 32.1 หญิง 57 67.9 รวม 84 100.0 ตารางที่ 2 จํานวนและรอยละของผูตอบแบบสอบถาม จําแนกตามเพศ PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
  • 33.
    33 ชาย 27, 32.10% หญิง 57, 67.90% ภาพที่ 4 จํานวนและรอยละของผูตอบแบบสอบถาม จําแนกตามเพศ เพศ จากการสํารวจพบวา กลุมผูตอบแบบสอบถามสวนใหญเปนเพศหญิง คิดเปนรอยละ 67.9 สวนเพศชายมีเพียงรอยละ 32.1 ดังตารางที่ 2 และภาพที่ 4 อายุ จํานวน รอยละ 20-25 ป 13 15.3 26-30 ป 27 31.8 31-35 ป 15 17.6 36-40 ป 22 25.9 41 ปขึ้นไป 8 9.4 รวม 85 100.0 ตารางที่ 3 จํานวนและรอยละของผูตอบแบบสอบถาม จําแนกตามอายุ PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
  • 34.
    34 35.00% 31.80% 30.00% 25.90% 25.00% 20.00% 17.60% 15.30% 15.00% 9.40% 10.00% 5.00% 0.00% 20-25 ป 26-30 ป 31-35 ป 36-40 ป 41 ปขึ้นไป อายุ ภาพที่ 5 จํานวนและรอยละของผูตอบแบบสอบถาม จําแนกตามอายุ อายุ จากการสํารวจพบวา กลุมผูตอบแบบสอบถามสวนใหญมีอายุอยูระหวาง 25-30 ป คิดเปน รอยละ 31.8 ตามดวยที่มีอายุอยูระหวาง 35-40 ป คิดเปนรอยละ 25.9 และกลุมผูตอบแบบสอบถาม ที่มีจํานวนนอยที่สุดมีอายุตั้งแต 41 ป ขึ้นไปคิดเปนรอยละ 9.4 ดังตารางที่ 3 และภาพที่ 5 อาชีพ จํานวน รอยละ รับราชการ 32 37.6 รัฐวิสาหกิจ - - บริษัท 19 22.4 คาขาย 14 16.5 เกษตรกร 7 8.2 รับจางทั่วไป 11 12.9 ยังไมมีอาชีพ 2 2.4 รวม 85 100.0 ตารางที่ 4 จํานวนและรอยละของผูตอบแบบสอบถาม จําแนกตาม อาชีพ PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
  • 35.
    35 40.00% 37.60% 35.00% 30.00% 25.00% 22.40% 20.00% 16.50% 15.00% 12.90% 10.00% 8.20% 5.00% 2.40% 0% 0.00% อาชีพ ภาพที่ 6 จํานวนและรอยละของผูตอบแบบสอบถาม จําแนกตามอาชีพ อาชีพ จากการสํารวจพบวา กลุมผูตอบแบบสอบถามมี อาชีพ รับราชการมีจํานวนมากที่สุดคิดเปนรอยละ 37.6 รองลงมาเปนอาชีพ บริษัทคิดเปนรอยละ 22.4 และที่ยังไมมีอาชีพมีจํานวนนอยที่สุดคิดเปน รอยละ 2.4 และอาชีพ รัฐวิสาหกิจเปนอาชีพเดียวที่ไมมีในกลุมผูตอบแบบสอบถามเลย ดังตารางที่ 4 และภาพที่ 6 รายได จํานวน รอยละ ต่ํากวา 5,000 บาท 7 8.4 5,001-10,000 บาท 31 37.3 10,001-15,000 บาท 40 48.2 15,001-20,000 บาท 3 3.6 สูงกวา 20,001 บาท 2 2.4 รวม 83 100.0 ตารางที่ 5 จํานวนและรอยละของผูตอบแบบสอบถาม จําแนกตาม รายได PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
  • 36.
    36 สูงกวา 20,001 บ, 2.40% ต่ํากวา 5,000 บ, 8.40% 15,001-20,000 บ, 3.60% 5,001-10,000 บ, 37.30% 10,001-15,000 บ, 48.20% ภาพที่ 7 จํานวนและรอยละของผูตอบแบบสอบถาม จําแนกตามรายได รายได จากการสํารวจพบวา กลุมผูตอบแบบสอบถามที่มีจํานวนมากที่สุดมี รายไดตอเดือนอยู ในชวง 10,001 – 15,000 บาท คิดเปนรอยละ 48.2 รองลงมาเปนกลุมที่มีรายไดอยูในชวง 5,001 – 10,000 บาท คิดเปนรอยละ 37.3 สวนกลุมที่มีรายไดจํานวนนอยที่สุดมีรายไดตั้งแต 20,001 บาทขึ้น ไป ดังตารางที่ 5 และภาพที่ 7 การเดินทาง จํานวน รอยละ รถสวนตัว 25 30.5 อาศัยมากับเพื่อน 57 69.5 รวม 82 100.0 ตารางที่ 6 จํานวนและรอยละของผูตอบแบบสอบถาม จําแนกตาม การเดินทางมาเรียน PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
  • 37.
    37 รถโดยสาร, 0 รถสวนตัว 25, 30.50% อาศัยมากับเพื่อน 57, 69.50% ภาพที่ 8 จํานวนและรอยละของผูตอบแบบสอบถาม จําแนกตามการเดินทางมาเรียน การเดินทางมาเรียน จากการสํารวจพบวา กลุมผูตอบแบบสอบถามมี การเดินทางมาเรียนโดยอาศัยมากับเพื่อน เปนจํานวนมากที่สุด คิดเปนรอยละ 69.50 เดินทางมาโดยรถสวนตัวรองลงมา คิดเปนรอยละ 30.50 สวนการเดินทางมาดดยรถโดยสารนั้นไมพบวามีใครใชวีนี้ ดังตารางที่ 6 และภาพที่ 8 ตอนที่ 2 ความพึงพอใจในการยายที่เรียนจากศูนยมุกดาหารมาเปนที่มหาวิทยาลัยราช ภัฏสกลนครของนักศึกษาศูนยมุกดาหาร ผลการวิเคราะหขอมูลเกี่ยวกับความพึงพอใจในการยายที่เรียนจากศูนยมุกดาหารมาเปนที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครของนักศึกษาศูนยมุกดาหาร จําแนกตามลัษณะการใหความพึงพอใจ ในดานตางๆ ไดแก ดานการใหบริการของเจาหนาที่ ดานการเดินทางมาศึกษาเลาเรียน ดานสถานที่ ดานอาจารยผูสอน ดานโรงอาหาร หองน้ํา – หองสวม ดานบริการหองสมุด / อินเตอรเน็ต รายละเอียดดังตารางที่ 7 – 13 PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
  • 38.
    38 ดานการใหบริการของเจาหนาที่ คา คา คา คา ระดับความ ดานการใหบริการของเจาหนาที่ ต่ําสุด สูงสุด เฉลี่ย เบี่ยงเบน พึงพอใจ การใหบริการดวยความสุภาพ ออนนอม และเปนกันเอง 3.00 5.00 3.7262 .64661 มาก มีความเอาใจใส กระตือรือรน และเปนกันเอง 3.00 5.00 3.6905 .65815 มาก รวม 3.00 5.00 3.7083 .62675 มาก ตารางที่ 7 คาเฉลี่ยงเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความพึงพอใจในการเปรียบเทียบ ดานการใหบริการของ เจาหนาที่ ระหวางศูนยมุกกับสกลนคร จากตารางที่ 7 พบวานักศึกษามีความพึงพอใจในการไดรับการบริการดานการใหบริการ ของเจาหนาทีจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร โดยรวมอยูในระดับมาก คาเฉลี่ย = 3.7083 ่ เมื่อพิจารณาเปนรายขอพบวา นักศึกษามีความพึงพอใจในระดับมากทั้ง 2 ขอโดยขอที่มี ความพึงพอใจสูงที่สุดคือ การใหบริการดวยความสุภาพ ออนนอม และเปนกันเอง คาเฉลี่ย = 3.7262 รองลงมาคือ มีความเอาใจใส กระตือรือรน และเปนกันเอง คาเฉลี่ย = 3.6905 ดานการเดินทางมาศึกษาเลาเรียน คา คา คา คา ระดับความ ดานการเดินทางมาศึกษาเลาเรียน ต่ําสุด สูงสุด เฉลี่ย เบี่ยงเบน พึงพอใจ ระยะเวลาการเดินทางมาเรียน 1.00 5.00 2.5833 1.11083 นอย ตารางที่ 8 คาเฉลี่ยงเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความพึงพอใจในการเปรียบเทียบ ดานการเดินทางมาศึกษา เลาเรียนระหวางศูนยมุกกับสกลนคร จากตารางที่ 8 พบวานักศึกษามีความพึงพอใจในการไดรับการบริการดานการเดินทางมา ศึกษาเลาเรียนจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร โดยรวมอยูในระดับนอย คาเฉลี่ย = 2.5833 PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
  • 39.
    39 ดานสถานที่ คา คา คา คา ระดับความ ดานสถานที่ ต่ําสุด สูงสุด เฉลี่ย เบี่ยงเบน พึงพอใจ อาคารเรียน 3.00 5.00 4.1882 .54542 มาก ที่จอดรถ 2.00 5.00 3.6941 .90005 มาก หองเรียน 3.00 5.00 4.2588 .58050 มากที่สุด โตะเรียน 3.00 5.00 4.2588 .55961 มากที่สุด สื่อการเรียนการสอน 3.00 5.00 3.8941 .74039 มาก ที่พักผอนกอนเขาเรียน 2.00 5.00 3.5750 .80779 มาก รวม 3.00 5.00 3.9458 .61152 มาก ตารางที่ 9 คาเฉลี่ยงเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความพึงพอใจในการเปรียบเทียบ ดานสถานที่ ระหวางศูนย มุกกับสกลนคร จากตารางที่ 9 พบวานักศึกษามีความพึงพอใจในการไดรับการบริการดานสถานทีจาก ่ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร โดยรวมอยูในระดับมาก คาเฉลี่ย = 3.9458 เมื่อพิจารณาเปนรายขอพบวา นักศึกษามีความพึงพอใจในมากที่สุดอยู 2 ขอและระดับมากทั้ง 4 ขอ โดยขอที่มีความพึงพอใจสูงที่สุดคือ หองเรียนและโตะเรียน คาเฉลี่ย = 4.2588 เทากันรองลงมาอยู ในระดับมากคือ อาคารเรียน สื่อการเรียนการสอน ที่จอดรถ ที่พักผอนกอนเขาเรียน ตามลําดับ ดานอาจารยผูสอน คา คา คา คา ระดับความ ดานอาจารยผูสอน ต่ําสุด สูงสุด เฉลี่ย เบี่ยงเบน พึงพอใจ มีความเอาใจใส กระตือรือรน ในการสอน 3.00 5.00 4.2824 .54798 มากที่สุด มีความตรงตอเวลา 3.00 5.00 4.2353 .52660 มากที่สุด มีการใชสื่อที่ทันสมัย 3.00 5.00 4.3176 .56086 มากที่สุด รวม 3.00 5.00 4.2784 .51137 มากที่สุด ตารางที่ 10 คาเฉลี่ยงเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความพึงพอใจในการเปรียบเทียบ ดานอาจารยผูสอน ระหวางศูนยมุกกับสกลนคร PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
  • 40.
    40 จากตารางที่ 10 พบวานักศึกษามีความพึงพอใจในการไดรับการบริการดานดานอาจารย ผูสอน โดยรวมอยูในระดับมากที่สุด คาเฉลี่ย = 4.2784 เมื่อพิจารณาเปนรายขอพบวา นักศึกษามีความพึงพอใจในระดับมากทั้ง 3 ขอโดยขอที่มี ความพึงพอใจสูงที่สุดคือ มีการใชสื่อที่ทันสมัย คาเฉลี่ย = 4.3176 รองลงมาคือ มีความเอาใจใส กระตือรือรน ในการสอน และมีความตรงตอเวลา คาเฉลี่ย = 4.2824 / 4.2353 ตามลําดับ ดานโรงอาหาร คา คา คา คา ระดับความ ดานโรงอาหาร ต่ําสุด สูงสุด เฉลี่ย เบี่ยงเบน พึงพอใจ สถานที่สะอาด 3.00 5.00 3.5952 .76235 มาก อาหารสะอาด อรอย ถูกหลักอนามัย 2.00 5.00 3.5952 .76235 มาก แมครัวพุดจาไพเราะ 1.00 5.00 3.4643 .84235 มาก มีโตรับประทานอาหารเพียงพอ 2.00 5.00 3.1687 .93469 ปานกลาง รวม 2.50 5.00 3.4518 .72882 มาก ตารางที่ 11 คาเฉลี่ยงเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความพึงพอใจในการเปรียบเทียบ ดานโรงอาหาร ระหวาง ศูนยมุกกับสกลนคร จากตารางที่ 11 พบวานักศึกษามีความพึงพอใจในการไดรับการบริการดานโรงอาหาร โดยรวมอยูในระดับมาก คาเฉลี่ย = 3.4518 เมื่อพิจารณาเปนรายขอพบวา นักศึกษามีความพึงพอใจในระดับมาก 3 ขอและมีอยูใน ระดับปานกลางอยู 1 ขอ โดยขอที่มีความพึงพอใจสูงที่สุดคือ สถานที่สะอาด และอาหารสะอาด อรอย ถูกหลักอนามัย คาเฉลี่ย = 3.5952 เทากัน และมีความพึงพอใจดานมีโตรับประทานอาหาร เพียงพออยูลําดับสุดทาย คาเฉลี่ย = 3.1687 PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
  • 41.
    41 ดานหองน้ํา -หองสวม คา คา คา คา ระดับความ ดานหองน้ํา -หองสวม ต่ําสุด สูงสุด เฉลี่ย เบี่ยงเบน พึงพอใจ สถานที่สะอาด 3.00 5.00 4.2500 .53492 มากที่สุด มีหองเพียงพอตอจํานวนผูใช 3.00 5.00 4.2857 .52804 มากที่สุด รวม 3.00 5.00 4.2679 .51159 มากที่สุด ตารางที่ 12 คาเฉลี่ยงเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความพึงพอใจในการเปรียบเทียบ หองน้ํา – หองสวม ระหวางศูนยมุกกับสกลนคร จากตารางที่ 12 พบวานักศึกษามีความพึงพอใจในการไดรับการบริการดานหองน้ํา -หอง สวมจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร โดยรวมอยูในระดับมาก คาเฉลี่ย = 4.2679 เมื่อพิจารณาเปนรายขอพบวา นักศึกษามีความพึงพอใจในระดับมากทั้ง 2 ขอโดยขอที่มี ความพึงพอใจสูงที่สุดคือ มีหองเพียงพอตอจํานวนผูใช คาเฉลี่ย = 4.2857 รองลงมาคือ สถานที่ สะอาด คาเฉลี่ย = 4.2500 ดานบริการหองสมุด / อินเติรเ น็ต คา คา คา คา ระดับความ ดานบริการหองสมุด / อินเติรเน็ต ต่ําสุด สูงสุด เฉลี่ย เบี่ยงเบน พึงพอใจ มีเอกสารตําราใหศึกษาคนควา 3.00 5.00 3.7381 .71337 มาก เจาหนาที่พูดจาสุขภาพ 3.00 5.00 3.6429 .72216 มาก มีคอมพิวเตอรเพียงพอตอนักศึกษา 2.00 5.00 3.2619 .66076 ปานกลาง มีระบบอินเตอรเน็ตรวดเร็วมีประสิทธิภาพ 1.00 5.00 3.4286 .93507 มาก มีระบบไวไฟบริการ 1.00 5.00 3.4881 1.01191 มาก รวม 2.00 4.80 3.5119 .71294 มาก ตารางที่ 13 คาเฉลี่ยงเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความพึงพอใจในการเปรียบเทียบ ดานบริการหองสมุด / อินเตอรเน็ต ระหวางศูนยมุกกับสกลนคร PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
  • 42.
    42 จากตารางที่ 13 พบวานักศึกษามีความพึงพอใจในการไดรับการบริการดานบริการ หองสมุด / อินเติรเน็ตจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร โดยรวมอยูในระดับมาก คาเฉลี่ย = 3.5119 เมื่อพิจารณาเปนรายขอพบวา นักศึกษามีความพึงพอใจในระดับมาก 4 ขอและมีอยูใน ระดับปานกลางอยู 1 ขอ โดยขอที่มีความพึงพอใจสูงที่สุดคือ มีเอกสารตําราใหศึกษาคนควา คาเฉลี่ย = 3.7381 รองลงมาคือดานเจาหนาที่พูดจาสุขภาพ คาเฉลี่ย = 3.6429 และมีความพึงพอใจ ดานมีคอมพิวเตอรเพียงพอตอนักศึกษาอยูระดับปานกลางต่ําสุด คาเฉลี่ย = 3.2619 ตอนที่ 3 ขอคิดเห็นและขอเสนอแนะเพิ่มเติมของนักศึกษาศูนยมุกดาหารที่ใหไวใน แบบสอบถาม เพื่อเสนอแนะเพิ่มเติ่มจากที่มีในแบบสอบถามในตอนที่ 1 และตอนที่ 2 ตามตารางที่ 13 แบบ สอบถาม ขอคิดเห็นและขอเสนอแนะเพิ่มเติม ชุดที่ 4 ดานโรงอาหารและหองน้ํา/หองสวมไมคอยอํานวย นอกนั้นบริการดี 5 เดินทางมาเรียนถนนไมคอยดี โรงอาหารพื้นที่นอยมาก นอกนั้นดีมาก 6 ระยะทางอาจจะไกล เดินทางมาเรียนลําบาก ดานสถานที่สะอาดเปนสัดสวน บรรยากาศในหองเรียนนาเรียน 14 บริการของเจาหนาที่มีความสะดวกและเปนกันเอง การเดินทางมาเรียนคอนขางมี ปญหา เพราะตองเดินทางมาไกล อาหารถูกสุขอนามัย แตมีโตะอาหารนอยไป 16 เดินทางมาคนเดียวใชระยะเวลาเดินทาง 1 ชั่งโมง บริการหองสมุด / อินเตอรเน็ต ปานกลาง 18 หองน้ํา-หองสวม ทันสมัยแมบานทําความสะอาจสม่ําเสมอ 23 เดินทางมาเรียนลําบากมาก โดยเฉพาะคาใชจาย ดานโรงอาหารโตะนั่งรับประทาน อาหารบางแหชํารุดไมมีการซอมบํารุง 44 เดินทางมาเรียนโดยรถยนตสวนตัวสะดวกดีแตเพิ่มคาใชจาย PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
  • 43.
    43 แบบ สอบถาม ขอคิดเห็นและขอเสนอแนะเพิ่มเติม ชุดที่ 57 หองน้ํา – หองสวม มีเพียงพอ และมีความสะอาจ 59 พรอมในการเดินทางเพราะดานรถยนตเพียงพอ โรงอาหารอาจจะคับแคบไปเพราะ ปริมาณ นักศึกษามากทั้ง กศป. ปริญาตรี ปริญาโท 64 อาจารยมีการจัดการเรียนการสอนที่ดี โรงอาหารนาจะสะอาดกวานี้ จัดใหบริการ อินเตอรเน็ตที่ครอบคลุมหลายพื้นที่มากขึ้น 69 ระยะเดินทางมาเรียนไกล อาจารยนาจะเริ่มเวลาเขาเรียนชากวาเมประมาณ 9.30 น. 84 เดินทางมาเรียนมีคาใชจายสูง ตารางที่ 14 ขอคิดเห็นและขอเสนอแนะเพิ่มเติม PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
  • 44.
    44 บทที่ 5 สรุป และขอเสนอแนะ การวิจัยเรื่อง ความพึงพอใจในการยายที่เรียนจากศูนยมุกดาหารมาเปนที่มหาวิทยาลัยราช ภัฏสกลนครของนักศึกษา มีวัตถุประสงค เพื่อเปรียบเทียบความพึงพอใจในการยายที่เรียนจากศูนย มุกดาหารมาเปนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครของนักศึกษาในดานตางๆ ระหวางศูนยมุกดาหาร กับมหาวิทยาลัย ซึ่งจะเปนขอมูลพื้นฐานที่จําเปนในการวางแผนปรับปรุงการใหบริการของ มหาวิทยาลัย ใหมีคววามเหมาะสมสอดคลองกับความตองการของนักศึกษาตอไป เครื่องมือที่ใชในการวิจัยครั้งนี้ คือ แบบบสอบถามความพึงพอใจในการยายที่เรียนจากศูนย มุกดาหารมาเปนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครของนักศึกษาศูนยมุกดาหาร ประกอบดวย 3 ตอน คือ ตอนที่ 1 ขอมูลสภาพทั่วไปของผูตอบแบบสอบถาม ตอนที่ 2 คือ เปรียบเทียบความพึงพอใจในการยายที่เรียนจากศูนยมุกดาหารมาเปนที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครของนักศึกษาในดานตางๆ ระหวางศูนยมุกดาหารกับมหาวิทยาลัยราช ภัฏสกลนคร คือ ดานการใหบริการของเจาหนาที, ดานการเดินทางมาศึกษาเลาเรียน, ดานสถานที่, ดานอาจารยผูสอน, ดานโรงอาหาร, ดานหองน้ํา – หองสวม และดานบริการหองสมุด / อินเตอรเน็ต ตอนที่ 3 คือ ขอคิดเห็นและขอเสนอแนะเพิ่มเติม กลุมตัวอยาง คือ นักศึกษาภาคสมทบระดับ บธ.บ. 4 ป (เทียบโอน) ของมหาวิทยาลัยราช ภัฏสกลนครที่ศึกษาอยูศูนยมุกดาหาร จํานวน 85 คน สรุปผลการวิจัย ผลการวิจัยเรื่อง ความพึงพอใจในการยายที่เรียนจากศูนยมุกดาหารมาเปนที่มหาวิทยาลัย ราชภัฏสกลนครของนักศึกษา ผูวิจัยสรุปผลไวเปน 3 สวน คือ PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
  • 45.
    45 1. ขอมูลสภาพทั่วไปของผูตอบแบบสอบถาม ผูตอบแบบสอบถามสวนใหญเปนนักศึกษาเพศหญิงมากกวาเพศชาย มีอายุอยูในชวง 26 – 30 ป เปนสวนใหญ มีอาชีพรับราชการเปนจํานวนมาก มีรายไดอยูที่ประมาณ 10,001 – 15,000 บาท มากกวากลุมอื่น และเดินทางมาเรียนโดยอาศัยมากับเพื่อนเปนจํานวนมากที่สุด 2. เปรียบเทียบความพึงพอใจในการยายที่เรียนจากศูนยมุกดาหารมาเปนที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร เปรียบเทียบความพึงพอใจในการยายที่เรียนจากศูนยมุกดาหารมาเปนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏ สกลนครของนักศึกษาในดานตางๆ ระหวางศูนยมุกดาหารกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร คือ 2.1 ดานการใหบริการของเจาหนาที พบวานักศึกษามีความพึงพอใจในการไดรับการ บริการดานการใหบริการของเจาหนาที่จากมหาวิทยาลัย โดยรวมอยูในระดับมาก 2.2 ดานการเดินทาง พบวานักศึกษามีความพึงพอใจในการไดรับการบริการดานการ เดินทางมาศึกษาเลาเรียนจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร โดยรวมอยูในระดับนอย 2.3 ดานสถานที่ พบวานักศึกษามีความพึงพอใจในการไดรับการบริการดานสถานที่จาก มหาวิทยาลัย โดยรวมอยูในระดับมาก 2.4 ดานอาจารยผูสอน พบวานักศึกษามีความพึงพอใจในการไดรับการบริการดานอาจารย ผูสอน โดยรวมอยูในระดับมากที่สุด 2.5 ดานโรงอาหาร พบวานักศึกษามีความพึงพอใจในการไดรับการบริการดานโรงอาหาร โดยรวมอยูในระดับมาก 2.6 ดานหองน้ํา –หองสวม พบวานักศึกษามีความพึงพอใจในการไดรับการบริการดาน หองน้ํา -หองสวมจากมหาวิทยาลัย โดยรวมอยูในระดับมาก 2.7 ดานบริการหองสมุด / อินเติรเน็ต พบวานักศึกษามีความพึงพอใจในการไดรับการ บริการดานบริการหองสมุด / อินเติรเน็ตจากมหาวิทยาลัย โดยรวมอยูในระดับมาก PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
  • 46.
    46 3. ขอคิดเห็นและขอเสนอแนะเพิ่มเติม ผูตอบแบบสอบถามสวนใหญจะเสนอแนะในหัวขอตางๆ กัน แตสวนใหญก็จะเกี่ยวของกับ ดานการเดินทางมาเรียน ซึ่งใชระยะทางไกลขึ้นกวาเดิม และเสียคาใชจายเพิ่มขึ้นอีกมาก สวนดาน อื่นๆ จะเปนไปในทางที่ดีกวาอยูศูนยมุกดาหารเปนสวนใหญ ขอเสนอแนะ 1. การวิจัยครั้งนี้เปนเปรียบเทียบความพึงพอใจในการยายที่เรียนจากศูนยมุกดาหารมาเปนที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครของนักศึกษาในดานตางๆ ระหวางศูนยมุกดาหารกับมหาวิทยาลัยราช ภัฏสกลนคร ควรมีงานวิจัยที่ถามรายละเอียดอยางลึกซึ้งในแตละดานยิ่งขึ้น เพื่อใหไดขอมูลบงชี้ ปญหาอยางชัดเจน เพื่อใชเปนขอมูลในการดําเนินการแกไขปญหาไดอยางตรงประเด็นมากยิ่งขึ้น 2. การสํารวจความพึงพอใจในการยายที่เรียนจากศูนยมุกดาหารมาเปนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏ สกลนครของนักศึกษาศูนยมุกดาหารเปนประโยชนอยางมาก เพราะทําใหมองเห็นทัศนคติและ มุมมองของนักศึกษามีมุมมองตอมหาวิทยาลัย ทําใหไดขอมูลที่จําเปนสําหรับการวางแผนพัฒนา ปรับปรุงการใหบริการที่เหมาะสมและสอดคลองกับความตองการของนักศึกษาอยางแทจริง ดังนั้น มหาวิทยาลัยควรมีการสํารวจหรือศึกษาทัศนคติการไดรับบริการและความพึงพอใจในการบริการ ดานตางๆ อยางตอเนื่องสม่ําเสมอ เพื่อที่จะไดทราบความตองการของนักศึกษาที่สมบรูณมากขึ้น ซึ่งจะเปนปจจัยที่สําคัญในการนําไปสูการประกันคุณภาพที่ดีตอไป และสงผลใหมหาวิทยาลัย กาวหนาไปอยางถูกตองที่ดีตอไป ดังคําขวัญมหาวิทยาลัย ที่วา ปฺญา โลกสฺมึ ปชฺโชโต : ปญาคือ แสงสวางสองโลก PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
  • 47.
    47 เอกสารอางอิง กรณีศึกษาผลงานวิจัยและวิทยานิพนธ หัวขอ ความตองและพฤติกรรมของผูใช สืบคนวัสดุ สารสนเทศ. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก : http://www.oknation.net/blog/print.php?id=458818 (วันที่คน ขอมูล 20 พฤจิกายน 2554) การศึกษาการออกแบบเว็บเพจของโรงเรียนในโครงการเครือขายคอมพิวเตอรเพื่อโรงเรียนไทย วิธี สืบคนวัสดุสารสนเทศ. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก : http://www.kradandum.com/thesis/thesis-01.htm (วันที่คนขอมูล 20 พฤจิกายน 2554) เจริญศรี พันป. (2546). ความพึงพอใจของครูตอพฤติกรรมคุณธรรมและการบริหารงานของ ผูบริหารโรงเรียน สังกัดสํานักงานการประถมศึกษาจังหวัดสุพรรณบุร.ี วิทยานิพนธครุ ศาสตรมหาบัณฑิต การบริหารการศึกษา, มหาวิทยาลัยราชภัฎกาญจนบุรี. ดร.พงษศักดิ์ ผกามาศ วิธีสืบคนวัสดุสารสนเทศ. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก : http://www.thaiedresearch.org/thaied/index.php?q=thaied_results&-table=thaied_results&-action=browse&- cursor=240&-skip=240&-limit=30&-mode=list&-recordid=thaied_results%3Fid%3D8530 (วันที่คนขอมูล 20 พฤจิกายน 2554) ทฤษฎีลําดับขั้นความตองการ(Maslow’s Hierarchical Theory of Motivation) วิธีสืบคนวัสดุสารสนเทศ. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก : http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=wbj&month=07-12- 2007&group=29&gblog=3 (วันที่คนขอมูล 20 พฤจิกายน 2554) ทฤษฎีลําดับขั้นความตองการ ของ Maslow สืบคนวัสดุสารสนเทศ. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก : http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=wbj&month=07-12-2007&group=29&gblog=3 (วันที่คนขอมูล 20 พฤจิกายน 2554) นางสาววรรณภา เพิ่มวณิชกุล วิธีสืบคนวัสดุสารสนเทศ. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก : http://www.thaiedresearch.org/thaied/index.php?q=thaied_results&-table=thaied_results&-action=browse&- cursor=386&-skip=360&-limit=30&-mode=list&-sort=title+asc&-recordid=thaied_results%3Fid%3D1554 (วันที่คนขอมูล 20 พฤจิกายน 2554) PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
  • 48.
    48 นารีรัตน กวางขวาง. (2547).ความพึงพอใจของประชาชนตอประสิทธิภาพในการ ใหบริการของ มหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษ. งานวิจัยเศรษฐศาสตรธุรกิจ มหาบัณฑิต, สาขาการบริหาร, สถาบันมหาวิทยาลัยราชภัฎศรีสะเกษ. น.ส.อภิวรรณ ทิพยไสยาสน สืบคนวัสดุสารสนเทศ. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก : http://elearning.siam.edu/mod/forum/discuss.php?d=4294&parent=7455 (วันที่คนขอมูล 20 พฤจิกายน 2554) ระบบสืบคนขอมูลเพื่อการวิจัยขามหนวยงานดวยรายการ วิธีสืบคนวัสดุสารสนเทศ. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก : http://www.vijai.net/search.jsp (วันที่คนขอมูล 20 พฤจิกายน 2554) วิกรม อารีราษฎร (2549 ) ความพรอมของพนักงาน บริษัท การบินไทย จํากัด (มหาชน) ในการยาย ที่ทําการจากทาอากาศยานนานาชาติกรุงเทพ (ดอนเมือง) ไปสูทาอากาศยานสุวรรณภูมิ วิทยานิพนธ สาขารัฐศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร. วันทยา วงศศิลปภิรมย. (2533). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนที่เปนผลจากความพอใจ ในการ ไดเลือกบทเรียน. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร. วิษณุ บุญมารัตน สืบคนวัสดุสารสนเทศ. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก : http://www.wiszanu.com/index.php?option=com_content&task=view&id=522&Itemid=42 (วันที่คนขอมูล 20 พฤจิกายน 2554) ศิริพร หงสพันธ (2543) ความตองการศึกษาตอและการรับบริการทางการศึกษาระดับอุดมศึกษาใน เขตพื้นที่บริการของสถาบันราชภัฏนครราชสีมา งานวิจัย สถาบันราชภัฏนครราชสีมา ศิริวรรณ เสรีรัตน. (2541). การบริหารการตลาดยุคใหม. กรุงเทพฯ: เพชรจรัสแสงแหงโลกธุรกิจ. สํานักวิจัยและบริการวิชาการ สถาบันราชภัฏอุตรดิตถ (2544) สภาพการดําเนินโครงการการจัด การศึกษาสําหรับบุคลากรประจําการ (กศ.บป.) สถาบันราชภัฏอุตรดิตถ งานวิจัย สุรวดี รักดี สืบคนวัสดุสารสนเทศ. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก : http://www.gotoknow.org/blogs/books/view/surawadee-mct2 (วันที่คนขอมูล 20 พฤจิกายน 2554) PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com
  • 49.
    49 หาวิทยานิพนธฉบับเต็ม? วิธีสืบคนวัสดุสารสนเทศ. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก : http://th.answers.yahoo.com/question/index?qid=20090519065548AAyQ60h (วันที่คนขอมูล 20 พฤจิกายน 2554) อดุลยศักดิ์ สุนทรโรจน. (2546). ความพึงพอใจในการปฏิบัติงานของครูโรงเรียน ประถมศึกษา สังกัดสํานักงานการประถมศึกษาจังหวัดหนองคาย. วิทยานิพนธ ครุศาสตรมหาบัณฑิต, สาขาการบริหารการศึกษา, สถาบันมหาวิทยาลัยราชภัฎ มหาสารคาม. อนุรักษ เครือคํา(2549)ความคิดเห็นลูกเสือ-เนตรนารีสามัญรุนใหญเกี่ยวกับการฝกอบรมของผู กํากับลูกเสือสามัญรุนใหญ โรงเรียนรมเกลา อําเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร งานวิจัย www.matichon.co.th/ ขาวมติชน วันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 เวลา 23:24:00 น วิธีสืบคนวัสดุสารสนเทศ. [ออนไลน]. เขาถึงไดจาก : http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1305635061&grpid=03&catid=&subcatid= (วันที่คนขอมูล 20 พฤจิกายน 2554) PDF created with pdfFactory Pro trial version www.pdffactory.com