บทที่ 2

                                        เอกสารที่เกี่ยวข้อง

         ในการจัดทาโครงงานคอมพิวเตอร์ การพัฒนาเว็บบล็อก (WebBlog) ด้วย Wordpress
องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์นี้ ผู้จัดทาโครงงานได้ศึกษาเอกสารและจากเว็บไซต์ต่างๆ ที่
เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้

         2.1 ความสาคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศและอินเทอร์เน็ต
         2.2 ข้อมูลเกี่ยวกับสื่อสังคม Social Media
         2.3 เว็บบล็อก (WebBlog)


2.1 ความสาคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศและอินเทอร์เน็ต


         เทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นคาในภาษาไทย มาจากภาษาอังกฤษว่า Information
Technology มักเรียกโดยย่อๆ ว่า IT (อ่านว่าไอ-ที ) เทคโนโลยีสารสนเทศนั้นนับวันจะมี
บทบาทต่อวิถีชีวิตของทุกคนบนโลกใบนี้าเราพิจารณาไปรอบๆอย่างถี่ถ้วน จะพบว่าในปัจจุบันพวกเราทุก
คนล้วนแต่เกี่ยวข้องและพึ่งพาเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น การติดต่อสื่อสารด้วยระบบ
โทรศัทพ์ การรับรู้ข่าวสารและความบันเทิงจากสื่อต่างๆ ทั้งทางโทรทัศน์ วิทยุ หรือแม้แต่หนังสือพิมพ์
รวมทั้งระบบเศรษกิจและการเงินในปัจจุบันซึ่งต้องพึ่งพาเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นปัจจัยหลัก
        ข้อมูลที่บรรจุความรู้ ข่าวสาร ความบันเทิง ในรูปแบบต่างๆ กัน เช่น ข้อมูลในรูปของข้อความและ
ตัวเลข ข้อมูลที่เป็นรูปภาพทังภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว หรือแม้กระทั่งข้อมูลในรูปแบบของเสียง เช่น
                              ้
คาพูด เสียงร้องหรือดนตรี นักเรียนได้พบเห็น สัมผัสในปัจจุบน เหล่านี้ส่วนใหญ่ได้ถูกผลิตหรือจัดทา
                                                          ั
ขึ้นมาด้วยวิธีการใด ถูกส่งต่อมายังนักเรียนผ่านช่องทางใด และท้ายสุดนักเรียน ได้รับข้อมูลข่าวสาร
เหล่านั้นด้วยวิธีการหรือเครื่องมือที่ใช้เทคโนโลยีใด
เมื่อพิจารณาแล้วจะพบว่ามีอยู่หลายวิธีในการผลิตและการส่งผ่านข้อมูลดังกล่าว ไปตามช่องต่างๆ อย่าง
มากมาย รวมถึงการรับข้อมูลการแปลงข้อมูลเหล่านั้นให้อยูในรูปแบบที่มนุษย์เข้าใจได้ วิธีการเหล่านั้นไม่ได้เกิด
                                                             ่
มาจากธรรมชาติ แต่ได้ผ่านกระบวนการคิดค้น ทดลอง เปลี่ยนแปลงแก้ไข และพัฒนาอย่างต่อเนืองมานับไม่ถ้วน
                                                                                             ่
เช่น ระบบโทรศัพท์มือถือในวันนี้จะเกิดขึนไม่ได้ หากไม่มีผู้คิดค้นระบบโทรศัพท์พื้นฐานและระบบวิทยุขึ้นมา
                                             ้
และโทรศัพท์พื้นฐานทีใช้ตามบ้านจะเกิดขึนไม่ได้ถ้าหากไม่มีคนคิดค้นระบบโทรเลข ระบบโทรเลขจะเกิดขึ้น
                         ่                     ้
ไม่ได้ ถ้าไม่มีคนค้นพบขั้วบวกและขั้วลบของไฟฟ้า และท้ายสุดหากมนุษย์ไม่ได้คิดค้นคาพูดและความหมายของ
คา มนุษยชาติก็ไม่อาจสื่อสารและเพิ่มพูนความรู้ความสามารถได้มากเท่าปัจจุบนนี้ และอาจสูญสิ้นเผ่าพันธุ์ไปใน
                                                                               ั
ที่สุด ดังนันอาจกล่าวได้ว่า “เทคโนโลยี”คือกระบวนการคิดค้น ทดลอง เปลี่ยนแปลงแก้ไขและพัฒนาความรู้
            ้
วิธีการและเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ เพื่อจุดประสงค์ใดจุดประสงค์หนึ่งนันเอง ่
              ดังนั้นเทคโนโลยีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องและส่งเสริมหรือเกือหนุนการสื่อสารของข้อมูลในรูปแบบและ
                                                                   ้
วิธีการต่างๆ จึงนับว่ามีบทบาทสาคัญอย่างยิ่งต่อการดารงชีวิตอยู่ของมนุษยชาติทุกคน ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวใน
ปัจจุบนเราเรียกว่า เทคโนโลยีสารสนเทศ
       ั

                                  เทคโนโลยีสารสนเทศ จึงหมายถึง เทคโนโลยีที่ใช้เพื่อช่วยเอื้ออานวยในการ
                          บันทึกข้อมูล จัดเก็บข้อมูล ประมวลผลข้อมูล รับและส่งข้อมูลในรูปแบบต่างๆ ซึ่ง
                          ได้แก่ ข้อความ รูปภาพ และเสียง เป็นต้น เทคโนโลยีสารสนเทศจึงเป็นคากว้างๆ
                          ประกอบด้วยเทคโนโลยีด้านต่างๆ อย่างหลากหลาย โดยมีแกนหลักสาคัญ
                          ประกอบด้วย เทคโนโลยีด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีด้านโทรคมนาคม



2.2 ข้อมูลเกี่ยวกับสื่อสังคม Social Media
        2.2.1 ความหมายของ Social Media
                  (1) Blog – ซึ่งเป็นการลดรูปจากคาว่า Weblog ซึ่งถือเป็นระบบจัดการเนือหา       ้
(Content Management System: CMS) รูปแบบหนึง ซึ่งทาให้ผู้ใช้สามารถเขียน ่
บทความเรียกว่า Post และทาการเผยแพร่ได้โดยง่าย ไม่ยุ่งยากในการที่จะต้องมานั่งเรียนรู้ถงภาษา HTML
                                                                                     ึ
หรือโปรแกรมทา web site ทั้งนี้การเรียงของเนื้อหาจะเรียงจากเนื้อหาที่มาใหม่สุดก่อน จากนันก็ลดหลั่นลง
                                                                                         ้
ไปตามลาดับของเวลา (Chronological Order) การเกิดของ Blog เปิดโอกาสให้ใครๆที่มี
ความสามารถในด้านต่างๆ สามารถเผยแพร่ความรู้ดังกล่าวด้วยการเขียนได้อย่างเสรี ไม่มีขีดจากัดเรื่องเทคนิค
อย่างในอดีตอีกต่อไป ทาให้เกิด Blog ขึ้นมาจานวนมากมาย และเพิ่มเนื้อหาให้กบโลกออนไลน์ได้เป็นจานวน
                                                                            ั
มหาศาลอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน นอกจากนี้เครื่องมือที่สาคัญทีทาให้เกิดลักษณะของ Social คือการเปิดให้
                                                          ่
เพื่อนๆเข้ามาแสดงความเห็นได้นนเอง
                              ั่

ในแง่ของการตลาด Blog อาจจะถูกนามาใช้ได้ใน 2 รูปแบบ คือ การที่บริษัทจัดทา Blog
(Corporate Blog) ขึ้นมาเพื่อพูดจากับบรรดาลูกค้า และ Blog ที่เขียนจาก Blogger อิสระ ที่มี
ความสามารถเขียนเรื่องที่ตนถนัดและมีผู้ติดตามจานวนมาก จนกลายเป็น Marketing Influencer
(2) Twitter และ Microblog อื่นๆ – เป็นรูปแบบหนึงของ Blog ที่จากัดขนาดของการ Post
                                                           ่
แต่ละครั้งไว้ที่ 140 ตัวอักษร โดยแรกเริ่มเดิมที ผู้ออกแบบ Twitter ต้องการให้ผใช้เขียนเรื่องราวว่าคุณ
                                                                             ู้
กาลังทาอะไรอยู่ในขณะนี้ (What are you doing?) แต่กิจการต่างๆกลับนา Twitter ไปใช้
ในทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างการบอกต่อ เพิ่มยอดขาย สร้าง Brand หรือเป็นเครื่องมือสาหรับการ
บริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM) ทั้งนีเ้ รายังสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการประชาสัมพันธ์บทความใหม่ๆ
บน Blog ของเราได้ด้วย Twitter นั้นเป็นนิยมขึ้นมากอย่างรวดเร็ว จนทาให้เว็บไซต์ประเภท Social
Network ต่างๆ เพิ่ม Feature ที่ให้ผู้ใช้สามารถบอกได้ว่าตอนนี้กาลังทาอะไรกันอยู่ นั้นก็คือการนา
Microblog เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งด้วยนันเอง  ้

(3) Social Networking – จากชื่อก็สามารถแปลความหมายได้ว่าเป็นเครือข่ายที่เชื่อมโยงเรากับ
เพื่อนๆจนกลายเป็นสังคม ทั้งนี้ผใช้จะเริ่มต้นสร้างตัวตนของตนเองขึ้นในส่วนของ Profile ซึ่งประกกอบด้วย
                               ู้
ข้อมูลส่วนตัว (Info) รูป (Photo) การจดบันทึก (Note) หรือการใส่วิดีโอ (Video) และอื่นๆ
นอกจากนี้ Social Networking ยังมีเครื่องมือสาคัญในการสร้างจานวนเพื่อนให้มากขึ้น คือ ในส่วน
ของ Invite Friend และ Find Friend รวมถึงการสร้างเพื่อนจากเพื่อนของเพื่อนอีกด้วย

นักการตลาดนา Social Networking มาใช้ในการมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า อาจจะอยู่ในรูปของการสร้าง
Brand ผ่านเกมส์หรือ Application ต่างๆ หรืออาจใช้เป็นเครื่องมือของ CRM ผ่านทาง Pages
และนอกจากนี้ตัวลูกค้าเอง หากชื่นชอบในสินค้าหรือบริการ ก็สามารถร่วมกลุ่มกันจัดตั้ง Group ขึ้นมาได้

เว็บไซต์ที่มีลักษณะของ Social Networking มีมากมาย แต่อาจจะแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ ประเภท
แรกจะสนใจในการสร้างเครือข่ายระหว่างเพื่อนๆหรือครอบครัว เช่น Facebook, Hi5 หรือ
Myspace และอีกประเภท คือสนใจในการสร้างเครือข่ายในเชิงธุรกิจ ที่เปิดให้ใส่ Resume และ
ข้อมูลเชิงอาชีพต่างๆ เช่น Linkedin หรือ Plaxo เป็นต้น

(4) Media Sharing – เป็นเว็บไซต์ที่เปิดโอกาสให้เราสามารถ upload รูปหรือวิดโอเพื่อแบ่งปัน ี
ให้กับครอบครัว เพื่อนๆ หรือแม้กระทั่งเพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณชน นักการตลาด ณ ปัจจุบนไม่จาเป็นจะต้องทุ่ม
                                                                                    ั
ทุนในการสร้างหนังโฆษณาที่มีตนทุนสูง เราอาจจะใช้กล้องดิจิตอลราคาถูกๆ ถ่ายทอดความคิดเป็นรูปแบบวิดีโอ
                              ้
จากนั้นนาขึนไปสู่เว็บไซต์ Media Sharing อย่าง Youtube หากความคิดของเราเป็นที่ชื่นชอบ ก็ทา
            ้
ให้เกิดการบอกต่ออย่างแพร่หลาย หรือกรณีหากกิจการคุณขายสินค้าทีเ่ น้นดีไซน์ที่สวยงาม ก็อาจจะถ่ายรูปแล้ว
นาขึ้นไปสู่เว็บไซต์อย่าง Flickr เพื่อให้ลูกค้าได้ชม หรืออาจจะใช้เป็นเครื่องมือในการนาชมโรงงาน หรือ
บรรยากาศในการทางานของกิจการ เป็นต้น หรืออย่างกรณีของ Multiply ที่คนไทยนิยมนารูปภาพที่ตนเอง
ถ่ายมาแสดงฝีมือ เหมือนเป็นแกลลอรีส่วนตัว ทาให้ผู้ว่าจ้างได้เห็นฝีมือก่อนทีจะทาการจ้าง
                                                                          ่

(5) Social News and Bookmarking – เป็นเว็บไซต์ทเี่ ชื่อมโยงไปยังบทความหรือเนื้อหา
ใดในอินเทอร์เน็ต โดยผู้ใช้เป็นผูส่งและเปิดโอกาสให้คะแนนและทาการโหวตได้ เป็นเสมือนมหาชนช่วย
                                ้
กลั่นกรองว่าบทความหรือเนื้อหาใดนั้นเป็นที่น่าสนใจที่สุด ในส่วนของ Social Bookmarking นั้น
เป็นการทีเ่ ปิดโอกาสให้คุณสามารถทาการ Bookmark เนื้อหาหรือเว็บไซต์ที่ชื่นชอบ โดยไม่ขึ้นอยู่กับ
คอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่ง แต่สามารถทาผ่านออนไลน์ และเนื้อหาในส่วนทีเ่ ราทา Bookmark ไว้นี้
สามารถที่จะแบ่งปันให้คนอื่นๆได้ด้วย นักการตลาดจะใช้เป็นเครืองมือในการบอกต่อและสร้างจานวนคนเข้า
                                                           ่
มายังที่เว็บไซต์หรือ Campaign การตลาดที่ต้องการ

(6) Online Forums – ถือเป็นรูปแบบของ Social Media ที่เก่าแก่ที่สุด เป็นเสมือนสถานที่ที่
ให้ผคนเข้ามาพูดคุยในหัวข้อที่พวกเขาสนใจ ซึ่งอาจจะเป็นเรื่อง เพลง หนัง การเมือง กีฬา สุขภาพ หนังสือ การ
     ู้
ลงทุน และอื่นๆอีกมากมาย ได้ทาการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แสดงข้อมูลข่าวสาร ตลอดจนถึงการแนะนาสินค้า
หรือบริการต่างๆ นักการตลาดควนสนใจเนื้อหาที่พูดคุยใน Forums เหล่านี้ เพราะบางครังอาจจะเป็นคา
                                                                                        ้
วิจารณ์เกี่ยวกับตัวสินค้าและบริการของเรา ซึ่งเราเองสามารถเข้าไปทาความเข้าใจ แก้ไขปัญหา ตลอดจนถึงใช้
สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า เว็บไซต์ประเภท Forums อาจจะเป็นเว็บไซต์ทเี่ ปิดให้แลกเปลี่ยนความ
คิดเห็นกันโดยเฉพาะ หรืออาจจะเป็นส่วนหนึ่งในเว็บไซต์เนื้อหาต่างๆ




        2.2.2 ประวัติความเป็นมาและพัฒนาการของ Social Media

                   ปัจจุบนคนไทยมีโอกาสเข้าถึง Internet ความเร็วสูงหรือ Broadbandได้
                          ั
โดยมีการขยายตัวเพิ่มถึง 40เท่าใน
ระยะเวลาอันสั้น คงไม่ต้องสงสัยเลยว่าในอนาคตต่อจากนี้ Broadband จะกลายเป็นสิ่งสาคัญในชีวิต
ของคนไทยอย่าง
หลีกเลี่ยงไม่ได้ สถิติการใช้งานInternetนั้นมีการเติบโตอย่างรวดเร็วมาก โดยตลาดมีการขยายตัวสูงถึง
40เท่า
โดยประมาณ การสู้รบระหว่าง Digital กับ Traditionalจะต้องมาจบด้วยความพ่ายแพ้ของวื่อยุคเก่า
ประเทศไทยจะก้าว
ต่อไปในโลก Digital อย่างที่เพื่อนบ้านได้เริ่มมากกว่าทศวรรษแล้ว

นโยบายของรัฐบาลไทยในปัจจุบน ในหัวข้อที่ว่า “Creative Economy” นั้น คนไทยจะมีโอกาส
                                 ั
สร้างฝันให้เป็น
จริงได้หรือไม่นั้น อยู่ที่การประยุกต์และผสมผสานเทคโนโลยีเข้ากับจุดเด่นของประเทศเพื่อให้เกิดคุณค่าทาง
เศรษฐกิจ
สูงสุด ดังนั้นถือว่าเทคโนโลยีก็เป็นปัจจัยที่สาคัญมากสาหรับนโยบายการพัฒนาประเทศ

เทคโนโลยีในการเข้าถึงได้มีการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง การแข่งขันเปิดอย่างเสรี ทาให้มีเวทีในการแข่งขัน
ระหว่างบริษัทชั้นนา เช่น Apple และ Google ได้นามาสู่ Disruptive Technology
เช่นiphone4,IPAD,Android ที่มีการนามาใช้งานBroadband ด้วยอุปกรณ์มือถือ
ขนาดเล็กผ่านโครงข่าย3G มีประสิทธิภาพอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ภายใต้ราคาที่เข้าถึงได้ และกาลังมียอดขาย
ในประเทศอย่างถล่มทลาย จึงเป็น Corvergance ของTechnology ที่ระบบโครงข่าย 3G
ซึ่งกาลังจะมีขึ้นทั่วประเทศประจวบกับเทคโนโลยีในการเข้าถึง กาลังร่วมสร้างปรากฏการณ์ของ
Broadband ที่จะเป็น Disruptive Change แบบต้องตะลึงกัน อย่างไรก็ดี
Broadband เป็นดาบสองคม ถึงจะมีประโยชน์ในด้านการสื่อสาร ธุรกิจ การศึกษา ฯลฯ จนกระทั่งเพิ่ม
GDP ให้กับพืนทีครอบคลุมได้ แต่อย่าลืมว่า Broadband ก็เป็นเครื่องมือเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร
                    ้ ่
ความคิด วัฒนธรรม ในรูปแบบของข้อความ ภาพ เสียง และวีดิโอ ที่สามารถนาไปสู่การสร้างสังคมออนไลน์
หรือ Social Media เช่น Facebook, YouTube และ Twitter ที่ไม่สามารถทาได้
ด้วยสื่อชนิดอื่น

นอกจากนี้ในปัจจุบนเรากาลังเรากาลังเข้าสู่นวัตกรรมของ โลกจาลอง หรือ Virtual World ที่อาจมาใน
                 ั
รูปแบบของ Second Life หรือเกมออนไลน์ ทั้งหมดนี้ มีอิทธิพลต่อ ความคิด วัฒนธรรม ซึ่งมี
ความสาคัญกับการหล่อหลอมแนวคิดความเป็นไทยอยากหลีกเลี่ยงไม่ได้

สิ่งหนึ่งที่น่าสังเกตอีกประการคือ Social media ทีคนไทยใช้เวลาด้วยมากที่สุดล้วนเป็นของต่างชาติ
                                                             ่
แต่ในสายตาบริษททีควบคุมโดยต่างชาติแล้ว ตลาดในประเทศไทยไม่ใช่ตลาดใหญ่หรือตลาดที่สาคัญ ยังไม่มี
                    ั ่
บริษท,ศูนย์บริการ หรือกระทั่งพนักงานที่รับผิดชอบประเทศไทยเลย ทั้งนี้ social media ที่ปราศจาก
     ั
ความเป็นไทยกาลังมี
อิทธิพลมากในสังคม จานวนชั่วโมงการใช้social mediaต่อวันมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และอาจ
เป็นไปได้ทคุณค่าทางวัฒนธรรมของคนไทยจะถูกลบเลือนโดยอิทธิพลของต่างชาติผ่านBroadband
               ี่
ด้วยเหตุผลที่ว่า สื่อยุคเก่ามีข้อบังคับการนาเสนอข่าวที่ต้องเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้และความเป็นไทย แต่สื่อ
ทางอินเตอร์เน็ตนั้นผู้ใช้สามารถเลือกเข้าชมข้อมูลได้อย่างอิสระ ปราศจากข้อจากัดที่เข้มงวด
2.2.3 ประเภทเว็บไซต์ที่ให้บริการ Social Media


ผมลองรวบรวมรายชื่อเว็บไทย ทีมีลักษณะเป็น Social Media มาให้ดูกันว่า มีใครกันบ้าง โดยผมจะพยายามแบ่ง
                            ่
ประเภทไว้ให้ชัดเจนครับ

Social Network

          myFri3nd มีรูปแบบคล้ายเว็บ Social Network ทั่วไป เป็นเว็บไซต์ในเครือ sanook.com
          D-Looks เว็บไซต์ Social Network แนว ๆ hi5 แต่มีสโลแกนว่า เว็บไซต์ดูดี สาหรับคนดี ๆ
          BangkokSpace เป็น Social Network สาหรับคนชอบเที่ยวกลางคืน


Blogging

          exteen เว็บผู้ให้บริการ blog อันดับหนึ่งของไทย สูสีเบียดกับ bloggang อยู่ตลอด แต่หลัง ๆ ดู
           เหมือนยอดสมาชิกจะแซงแล้ว ตัวระบบ exteen เองพัฒนาได้ดี
          BlogGang ผู้ให้บริการพื้นที่ blog ในเครือ pantip.com ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่ จะเป็นแฟนคลับ หรือขา
           ประจาของ pantip.com อยู่แล้ว

Micro Blogging

          NokNok เว็บแบบเดียวกับ twitter แต่พัฒนาโดยคนไทย (ในเครือ sanook.com เช่นกัน) แต่ดมี
                                                                                            ู
           แนวโน้มการพัฒนาที่ดี ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมให้อัพเดทกับ twitter ได้ หรือการอัพเดท noknok ผ่าน
           มือถือเป็นต้น




2.3 เว็บบล็อก (WebBlog)
           2.3.1 ความหมายของเว็บบล็อก (WebBlog)
                    ความหมายของคาว่า Blog ก็คือการบันทึกบทความของตนเอง
(Personal Journal) ลงบนเว็บไซต์ โดยเนื้อหาของ blog นั้นจะครอบคลุมได้ทุกเรื่อง
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวส่วนตัว หรือเป็นบทความเฉพาะด้านต่าง ๆ เช่น เรื่องการเมือง เรื่องกล้อง
ถ่ายรูป เรื่องกีฬา เรื่องธุรกิจ เป็นต้น โดยจุดเด่นที่ทาให้บล็อกเป็นที่นิยมก็คือ ผู้เขียนบล็อก จะมี
การแสดงความคิดเห็นของตนเอง ใส่ลงไปในบทความนั้น ๆ โดยบล็อกบางแห่ง จะมีอิทธิพลใน
การโน้มน้าวจิตใจผู้อ่านสูงมาก แต่ในขณะเดียวกัน บางบล็อกก็จะเขียนขึ้นมาเพื่อให้อ่านกันใน
กลุ่มเฉพาะ เช่นกลุ่มเพื่อน ๆ หรือครอบครัวตนเอง
มีหลายครั้งที่เกิดความเข้าใจกันผิดว่า Blog เป็นได้แค่ไดอารี่ออนไลน์ แต่ในความเป็นจริงแล้ว
ไดอารี่ออนไลน์เปรียบเสมือน เนื้อหาประเภทหนึ่งของบล็อกเท่านั้น เพราะบล็อกมีเนื้อหาที่
หลากหลายประเภท ตั้งแต่การบันทึกเรื่องส่วนตัวอย่างเช่นไดอารี่ หรือการบันทึกบทความที่
ผู้เขียนบล็อกสนใจในด้านอื่นด้วย ที่เห็นชัดเจนคือ เนื้อหาบล็อกประเภท วิจารณ์การเมือง หรือ
การรีวิวผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ตัวเองเคยใช้ หรือซื้อมานั่นเอง อีกทั้งยังสามารถแตกแขนงไปในเนื้อหา
ในประเภทต่าง ๆ อีกมากมาย ตามแต่ความถนัดของเจ้าของบล็อก ซึ่งมักจะเขียนบทความเรื่องที่
ตนเองถนัด หรือสนใจเป็นต้น
จุดเด่นที่สุดของ Blog ก็คือ มันสามารถเป็นเครื่องมือสื่อสารชนิดหนึ่ง ที่สามารถสื่อถึงความ
เป็นกันเองระหว่างผู้เขียนบล็อก และผู้อ่านบล็อกที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย ที่ชัดเจนของบล็อกนั้น ๆ
ผ่านทางระบบ comment ของบล็อกนั่นเอง
ในอดีตแรกเริ่ม คนที่เขียน Blog นั้นยังทากันในระบบ Manual คือเขียนเว็บเองทีละหน้า แต่
ในปัจจุบันนี้ มีเครื่องมือหรือซอฟท์แวร์ให้เราใช้ในการเขียน Blog ได้มากมาย เช่น
WordPress, Movable Type เป็นต้น
ผู้คนหลายล้านคนจากทั่วทุกมุมโลก หันมาเขียน Blog กันอย่างแพร่หลาย ตั้งแต่นักเรียน
อาจารย์ นักเขียน ตลอดจนถึงระดับบริษัทยักษ์ใหญ่ในตลาดหุ้น NasDaq
เมื่อสองสามปีที่ผ่านมา Blog เริ่มต้นมาจากการเขียนเป็นงานอดิเรกของกลุ่มสื่ออิสระต่าง ๆ
หลาย ๆ แห่งกลายเป็นแหล่งข่าวสาคัญ ให้กับหนังสือพิมพ์หรือสานักข่าวชั้นนา จวบจนกระทั่งปี
2004 คนเขียน Blog ก็ได้รับการยอมรับจากสื่อและสานักข่าวต่าง ๆ ถึงความรวดเร็วในการ
ให้ข้อมูลตั้งแต่เรื่องการเมืองไปจนกระทั่งเรื่องราวของการประชุมระดับชาติ
2.3.2 ประเภทของเว็บบล็อก

                บล็อกที่เราเห็นอยู่ในปัจจุบันนี้ ใช่มีเพียงแค่บล็อกที่เป็นตัวหนังสือและรูปภาพ
เท่านั้น หรือ มีแค่ออนไลน์ไดอารี่ เราแบ่งบล็อกออกได้ ดังต่อไปนี้
1. แบ่งตามลักษณะของมีเดียที่มีในบล็อกได้แก่1.1. Linklog บล็อกแบบนี้น่าจะเป็นบล็อก
รุ่นแรก ๆ เป็นบล็อกที่รวมลิ๊งก์ที่เจ้าของบล็อกสนใจเอาไว้ ถ้าคณยังจาผู้ให้กาเนิดคาว่า “บล็อก” ที่
ชื่อ จอห์น บาจเจอร์ได้ นั่นแหล่ะครับ robotwisdom.com ของเขาคือตัวอย่างของ
linklog นั่นเอง แม้ว่าจะบล็อกแบบนี้จะเป็นการรวมลิ๊งก์เท่านั้น แต่ก็ไม่เรียงเหมือนว็บไดเร็ก
ทอรี่ เพราะเจ้าของบล็อกจะโพสต์ลิ๊งก์ของเขา 1 – 2 ลิ๊งก์ต่อโพสต์เท่านั้นครับ ใครที่อยากมี
บล็อกเป็นของตนเองแต่ยังนึกไม่ออกว่าจะทาบล็อกแบบไหน linklog น่าจะเป็นการเริ่มต้นการ
ทาบล็อกได้เป็นอย่างดี1.2 Photoblog ชื่อก็บอกอยู่แล้วครับว่า Photo บล็อกประเภทนี้
เน้นในโพสต์ภาพถ่ายที่เจ้าของบล็อกอยากนาเสนอ และมักจะไม่เน้นที่จะเขียนข้อความมากนัก
บางบล็อกเรียกได้ว่าภาพโดยเจ้าของบล็อกล้วน ๆ เลยครับ1.3. Vlog ย่อมาจาก
Videoblog เป็นบล็อกที่รวมวิดีโอคลิปไว้ในบล็อก Vlog เป็นบล็อกที่เรียกได้ว่าเป็นบล็อก
ที่นิยมทากันมากในอนาคต เพราะการเจริญเติบโตของไฮสปีด อินเตอร์เน็ต หรือ อินเตอร์เน็ตบอร์ด
แบนด์ ที่ทาให้การถ่ายทอดเสียง ภาพเคลื่อนไหว movie […]
2. แบ่งตามประเภทเนื้อหา ได้แก่2.1 บล็อกส่วนตัว(Personal Blog) นาแสนอความ
คิดเห็น กิจวัตรประจาวันของเจ้าของบล็อกเป็นหลัก2.2 บล็อกข่าว(News Blog) บล็อกที่
นาเสนอข่าวเป็นหลัก2.3 บล็อกกลุ่ม(Collaborative Blog) เป็นบล็อกที่เขียนกันเป็น
กลุ่ม เช่น blognone.com2.4 บล็อกการเมือง(Politic Blog) ว่าด้วยเรื่องการเมือง
ล้วน ๆ2.5 บล็อกเพื่อสิ่งแวดล้อม(Environment Blog) พูดถึงเรื่องราวของธรรมชาติ
และการรักษาสิ่งแวดล้อม2.6 มีเดียบล็อก(Media Blog) เป็นบล็อกที่วิเคราะห์สื่อต่างๆ
สารคดีและสิ่งที่เกี่ยวกับสื่อ เช่น oknation.net/blog/black ของสุทธิชัย หยุ่น2.7
บล็อกบันเทิง(Entertainment Blog) บล็อกที่นาเสนอเรื่องราวบันเทิงทั้งทางจอแก้ว
และจอเงิน เรื่องซุบซุดารา กองถ่าย ฯลฯ2.8 บล็อกเพื่อการศึกษา(Educational Blog)
ในโรงเรียน หรือมหาวิทยาลัยในต่างประเทศมักจะใช้บล็อกเป็นสื่อในการสอนหรือ แลกเปลี่ยน
ความคิดกัน2.9 ติวเตอร์บล็อก(Tutorial Blog) เป็นบล็อกที่นาเสนอวิธีการต่าง
บล็อกที่เราเห็นอยู่ในปัจจุบันนี้ ใช่มีเพียงแค่บล็อกที่เป็นตัวหนังสือและรูปภาพเท่านั้น หรือ มีแค่
ออนไลน์ไดอารี่ เราแบ่งบล็อกออกได้ ดังต่อไปนี้
1. แบ่งตามลักษณะของมีเดียที่มีในบล็อกได้แก่1.1. Linklog บล็อกแบบนี้น่าจะเป็นบล็อก
รุ่นแรก ๆ เป็นบล็อกที่รวมลิ๊งก์ที่เจ้าของบล็อกสนใจเอาไว้ ถ้าคณยังจาผู้ให้กาเนิดคาว่า “บล็อก” ที่
ชื่อ จอห์น บาจเจอร์ได้ นั่นแหล่ะครับ robotwisdom.com ของเขาคือตัวอย่างของ
linklog นั่นเอง แม้ว่าจะบล็อกแบบนี้จะเป็นการรวมลิ๊งก์เท่านั้น แต่ก็ไม่เรียงเหมือนว็บไดเร็ก
ทอรี่ เพราะเจ้าของบล็อกจะโพสต์ลิ๊งก์ของเขา 1 – 2 ลิ๊งก์ต่อโพสต์เท่านั้นครับ ใครที่อยากมี
บล็อกเป็นของตนเองแต่ยังนึกไม่ออกว่าจะทาบล็อกแบบไหน linklog น่าจะเป็นการเริ่มต้นการ
ทาบล็อกได้เป็นอย่างดี1.2 Photoblog ชื่อก็บอกอยู่แล้วครับว่า Photo บล็อกประเภทนี้
เน้นในโพสต์ภาพถ่ายที่เจ้าของบล็อกอยากนาเสนอ และมักจะไม่เน้นที่จะเขียนข้อความมากนัก
บางบล็อกเรียกได้ว่าภาพโดยเจ้าของบล็อกล้วน ๆ เลยครับ1.3. Vlog ย่อมาจาก
Videoblog เป็นบล็อกที่รวมวิดีโอคลิปไว้ในบล็อก Vlog เป็นบล็อกที่เรียกได้ว่าเป็นบล็อก
ที่นิยมทากันมากในอนาคต เพราะการเจริญเติบโตของไฮสปีด อินเตอร์เน็ต หรือ อินเตอร์เน็ตบอร์ด
แบนด์ ที่ทาให้การถ่ายทอดเสียง ภาพเคลื่อนไหว movie […]
2. แบ่งตามประเภทเนื้อหา ได้แก่2.1 บล็อกส่วนตัว(Personal Blog) นาแสนอความ
คิดเห็น กิจวัตรประจาวันของเจ้าของบล็อกเป็นหลัก2.2 บล็อกข่าว(News Blog) บล็อกที่
นาเสนอข่าวเป็นหลัก2.3 บล็อกกลุ่ม(Collaborative Blog) เป็นบล็อกที่เขียนกันเป็น
กลุ่ม เช่น blognone.com2.4 บล็อกการเมือง(Politic Blog) ว่าด้วยเรื่องการเมือง
ล้วน ๆ2.5 บล็อกเพื่อสิ่งแวดล้อม(Environment Blog) พูดถึงเรื่องราวของธรรมชาติ
และการรักษาสิ่งแวดล้อม2.6 มีเดียบล็อก(Media Blog) เป็นบล็อกที่วิเคราะห์สื่อต่างๆ
สารคดีและสิ่งที่เกี่ยวกับสื่อ เช่น oknation.net/blog/black ของสุทธิชัย หยุ่น2.7
บล็อกบันเทิง(Entertainment Blog) บล็อกที่นาเสนอเรื่องราวบันเทิงทั้งทางจอแก้ว
และจอเงิน เรื่องซุบซุดารา กองถ่าย ฯลฯ2.8 บล็อกเพื่อการศึกษา(Educational Blog)
ในโรงเรียน หรือมหาวิทยาลัยในต่างประเทศมักจะใช้บล็อกเป็นสื่อในการสอนหรือ แลกเปลี่ยน
ความคิดกัน2.9 ติวเตอร์บล็อก(Tutorial Blog) เป็นบล็อกที่นาเสนอวิธีการต่าง
2.3.3 เว็บไซต์ที่ให้บริการเว็บบล็อก

                  www.blogger.com

www.exteen.com

www.mapandy.com

www.buddythai.com

www.imigg.com

www.5iam.com

www.blogprathai.com

www.ndesignsblog.com            www.idatablog.com      www.inewblog.com
www.onblogme.com              www.freeseoblogs.com   www.sumhua.com www.diaryi.net

www.istoreblog.com

www.skypream.com

www.thailandspace.com

www.sungson.com

www.gujaba.com

www.sabuyblog.com

www.ugetblog.com

www.jaideespace.com

www.maxsiteth.com
2.3.4 ประวัติของเว็บไซต์ Wordpress

เว็บไซต์นี้ จะแนะนาถึงวิธี การใช้ WordPress ตั้งแต่พื้นฐานเริ่มต้น ไปจนถึงการเพิ่มเทคนิคลูกเล่นต่าง ๆ แต่
ก่อนที่จะไปเรียนรู้กัน เราควรมารู้จักก่อนว่า WordPress คือ อะไร

WordPress คือ โปรแกรมสาเร็จรูปตัวหนึง ทีเ่ อาไว้สาหรับสร้าง บล็อก หรือ เว็บไซต์ สามารถใช้งานได้ฟรี ถูก
                                     ่
จัดอยู่ในประเภท CMS (Contents Management System) ซึ่งหมายถึง โปรแกรมสาเร็จรูปที่มีไว้สาหรับสร้างและ
บริหารจัดการเนื้อหาและข้อมูลบนเว็บไซต์

WordPress ได้รับการพัฒนาและเขียนชุดคาสั่งมาจากภาษา PHP (เป็นภาษาโปรแกรมมิ่งตัวหนึง) ทางานบน
                                                                                          ่
ฐานข้อมูล MySQL ซึ่งเป็นโปรแกรมสาหรับจัดการฐานข้อมูล มีหน้าทีเ่ ก็บ เรียกดู แก้ไข เพิ่มและลบข้อมูล การ
ใช้งาน WordPress ร่วมกับ MySQL อยู่ภายใต้สัญญาอนุญาตใช้งานแบบ GNU General Public License

WordPress ปรากฏโฉมครั้งแรกในโลกเมื่อปี พ.ศ. 2546 (2003) เป็นความร่วมมือกันระหว่าง Matt Mullenweg
และ Mike Littlej มีเว็บไซต์หลักอยู่ที่ http://wordpress.org และยังมีบริการ Free Hosting (พื้นทีสาหรับเก็บทุก
                                                                                               ่
อย่างของเว็บ/บล็อก) โดยขอใช้บริการได้ที่ http://wordpress.com

ปัจจุบนนี้ WordPress ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนมีผใช้งานมากกว่า 200 ล้านเว็บบล็อกไปแล้ว แซง
      ั                                                         ู้
หน้า CMS ตัวอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น Drupal , Mambo และ Joomla สาเหตุเป็นเพราะ ใช้งานง่าย ไม่จาเป็นต้องมี
ความรู้ในเรื่อง Programing มีรูปแบบที่สวยงาม อีกทั้งยังมีผู้พัฒนา Theme (รูปแบบการแสดงผล) และ Plugins
(โปรแกรมเสริม) ให้เลือกใช้ฟรีอย่างมากมาย

นอกจากนี้ สาหรับนักพัฒนา WordPress ยังมี Codex เอาไว้ให้เราได้เป็นไกด์ไลน์ เพื่อศึกษาองค์ประกอบส่วน
ต่าง ๆ ที่อยู่ภายใน สาหรับพัฒนาต่อยอด หรือ นาไปสร้าง Theme และ Plugins ขึ้นมาเองได้อีกด้วย หนาซ้า ยังมี
รุ่นพิเศษ คือ WordPress MU สาหรับไว้ให้ผู้นาไปใช้ สามารถเปิดให้บริการพื้นที่ทาเว็บบล็อกเป็นของตนเอง
เพื่อให้ผู้อนมาสมัครขอร่วมใช้บริการในการสร้างเว็บบล็อก ภายใต้ชื่อโดเมนของเขา หรือทีเ่ รียกว่า Sub-Domain
            ื่

จากที่ได้เกริ่นนาไปในบทความนี้ คงจะทาให้รู้จัก และได้ทราบประวัติความเป็นมา รวมถึงความหมายกันไปบ้าง
แล้วว่า WordPress คือ อะไร ในบทความหน้า เราจะได้เริ่มเรียนรูถึงรูปแบบ และวิธีการใช้งาน ไปจนถึงการเพิ่ม
                                                            ้
ลูกเล่นต่าง ๆ ต่อไป

บทที่ 2 ทวีชัย

  • 1.
    บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง ในการจัดทาโครงงานคอมพิวเตอร์ การพัฒนาเว็บบล็อก (WebBlog) ด้วย Wordpress องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์นี้ ผู้จัดทาโครงงานได้ศึกษาเอกสารและจากเว็บไซต์ต่างๆ ที่ เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้ 2.1 ความสาคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศและอินเทอร์เน็ต 2.2 ข้อมูลเกี่ยวกับสื่อสังคม Social Media 2.3 เว็บบล็อก (WebBlog) 2.1 ความสาคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศและอินเทอร์เน็ต เทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นคาในภาษาไทย มาจากภาษาอังกฤษว่า Information Technology มักเรียกโดยย่อๆ ว่า IT (อ่านว่าไอ-ที ) เทคโนโลยีสารสนเทศนั้นนับวันจะมี บทบาทต่อวิถีชีวิตของทุกคนบนโลกใบนี้าเราพิจารณาไปรอบๆอย่างถี่ถ้วน จะพบว่าในปัจจุบันพวกเราทุก คนล้วนแต่เกี่ยวข้องและพึ่งพาเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น การติดต่อสื่อสารด้วยระบบ โทรศัทพ์ การรับรู้ข่าวสารและความบันเทิงจากสื่อต่างๆ ทั้งทางโทรทัศน์ วิทยุ หรือแม้แต่หนังสือพิมพ์ รวมทั้งระบบเศรษกิจและการเงินในปัจจุบันซึ่งต้องพึ่งพาเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นปัจจัยหลัก ข้อมูลที่บรรจุความรู้ ข่าวสาร ความบันเทิง ในรูปแบบต่างๆ กัน เช่น ข้อมูลในรูปของข้อความและ ตัวเลข ข้อมูลที่เป็นรูปภาพทังภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว หรือแม้กระทั่งข้อมูลในรูปแบบของเสียง เช่น ้ คาพูด เสียงร้องหรือดนตรี นักเรียนได้พบเห็น สัมผัสในปัจจุบน เหล่านี้ส่วนใหญ่ได้ถูกผลิตหรือจัดทา ั ขึ้นมาด้วยวิธีการใด ถูกส่งต่อมายังนักเรียนผ่านช่องทางใด และท้ายสุดนักเรียน ได้รับข้อมูลข่าวสาร เหล่านั้นด้วยวิธีการหรือเครื่องมือที่ใช้เทคโนโลยีใด
  • 2.
    เมื่อพิจารณาแล้วจะพบว่ามีอยู่หลายวิธีในการผลิตและการส่งผ่านข้อมูลดังกล่าว ไปตามช่องต่างๆ อย่าง มากมายรวมถึงการรับข้อมูลการแปลงข้อมูลเหล่านั้นให้อยูในรูปแบบที่มนุษย์เข้าใจได้ วิธีการเหล่านั้นไม่ได้เกิด ่ มาจากธรรมชาติ แต่ได้ผ่านกระบวนการคิดค้น ทดลอง เปลี่ยนแปลงแก้ไข และพัฒนาอย่างต่อเนืองมานับไม่ถ้วน ่ เช่น ระบบโทรศัพท์มือถือในวันนี้จะเกิดขึนไม่ได้ หากไม่มีผู้คิดค้นระบบโทรศัพท์พื้นฐานและระบบวิทยุขึ้นมา ้ และโทรศัพท์พื้นฐานทีใช้ตามบ้านจะเกิดขึนไม่ได้ถ้าหากไม่มีคนคิดค้นระบบโทรเลข ระบบโทรเลขจะเกิดขึ้น ่ ้ ไม่ได้ ถ้าไม่มีคนค้นพบขั้วบวกและขั้วลบของไฟฟ้า และท้ายสุดหากมนุษย์ไม่ได้คิดค้นคาพูดและความหมายของ คา มนุษยชาติก็ไม่อาจสื่อสารและเพิ่มพูนความรู้ความสามารถได้มากเท่าปัจจุบนนี้ และอาจสูญสิ้นเผ่าพันธุ์ไปใน ั ที่สุด ดังนันอาจกล่าวได้ว่า “เทคโนโลยี”คือกระบวนการคิดค้น ทดลอง เปลี่ยนแปลงแก้ไขและพัฒนาความรู้ ้ วิธีการและเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ เพื่อจุดประสงค์ใดจุดประสงค์หนึ่งนันเอง ่ ดังนั้นเทคโนโลยีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องและส่งเสริมหรือเกือหนุนการสื่อสารของข้อมูลในรูปแบบและ ้ วิธีการต่างๆ จึงนับว่ามีบทบาทสาคัญอย่างยิ่งต่อการดารงชีวิตอยู่ของมนุษยชาติทุกคน ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวใน ปัจจุบนเราเรียกว่า เทคโนโลยีสารสนเทศ ั เทคโนโลยีสารสนเทศ จึงหมายถึง เทคโนโลยีที่ใช้เพื่อช่วยเอื้ออานวยในการ บันทึกข้อมูล จัดเก็บข้อมูล ประมวลผลข้อมูล รับและส่งข้อมูลในรูปแบบต่างๆ ซึ่ง ได้แก่ ข้อความ รูปภาพ และเสียง เป็นต้น เทคโนโลยีสารสนเทศจึงเป็นคากว้างๆ ประกอบด้วยเทคโนโลยีด้านต่างๆ อย่างหลากหลาย โดยมีแกนหลักสาคัญ ประกอบด้วย เทคโนโลยีด้านคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีด้านโทรคมนาคม 2.2 ข้อมูลเกี่ยวกับสื่อสังคม Social Media 2.2.1 ความหมายของ Social Media (1) Blog – ซึ่งเป็นการลดรูปจากคาว่า Weblog ซึ่งถือเป็นระบบจัดการเนือหา ้ (Content Management System: CMS) รูปแบบหนึง ซึ่งทาให้ผู้ใช้สามารถเขียน ่ บทความเรียกว่า Post และทาการเผยแพร่ได้โดยง่าย ไม่ยุ่งยากในการที่จะต้องมานั่งเรียนรู้ถงภาษา HTML ึ หรือโปรแกรมทา web site ทั้งนี้การเรียงของเนื้อหาจะเรียงจากเนื้อหาที่มาใหม่สุดก่อน จากนันก็ลดหลั่นลง ้ ไปตามลาดับของเวลา (Chronological Order) การเกิดของ Blog เปิดโอกาสให้ใครๆที่มี ความสามารถในด้านต่างๆ สามารถเผยแพร่ความรู้ดังกล่าวด้วยการเขียนได้อย่างเสรี ไม่มีขีดจากัดเรื่องเทคนิค อย่างในอดีตอีกต่อไป ทาให้เกิด Blog ขึ้นมาจานวนมากมาย และเพิ่มเนื้อหาให้กบโลกออนไลน์ได้เป็นจานวน ั มหาศาลอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน นอกจากนี้เครื่องมือที่สาคัญทีทาให้เกิดลักษณะของ Social คือการเปิดให้ ่ เพื่อนๆเข้ามาแสดงความเห็นได้นนเอง ั่ ในแง่ของการตลาด Blog อาจจะถูกนามาใช้ได้ใน 2 รูปแบบ คือ การที่บริษัทจัดทา Blog (Corporate Blog) ขึ้นมาเพื่อพูดจากับบรรดาลูกค้า และ Blog ที่เขียนจาก Blogger อิสระ ที่มี ความสามารถเขียนเรื่องที่ตนถนัดและมีผู้ติดตามจานวนมาก จนกลายเป็น Marketing Influencer
  • 3.
    (2) Twitter และMicroblog อื่นๆ – เป็นรูปแบบหนึงของ Blog ที่จากัดขนาดของการ Post ่ แต่ละครั้งไว้ที่ 140 ตัวอักษร โดยแรกเริ่มเดิมที ผู้ออกแบบ Twitter ต้องการให้ผใช้เขียนเรื่องราวว่าคุณ ู้ กาลังทาอะไรอยู่ในขณะนี้ (What are you doing?) แต่กิจการต่างๆกลับนา Twitter ไปใช้ ในทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างการบอกต่อ เพิ่มยอดขาย สร้าง Brand หรือเป็นเครื่องมือสาหรับการ บริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM) ทั้งนีเ้ รายังสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการประชาสัมพันธ์บทความใหม่ๆ บน Blog ของเราได้ด้วย Twitter นั้นเป็นนิยมขึ้นมากอย่างรวดเร็ว จนทาให้เว็บไซต์ประเภท Social Network ต่างๆ เพิ่ม Feature ที่ให้ผู้ใช้สามารถบอกได้ว่าตอนนี้กาลังทาอะไรกันอยู่ นั้นก็คือการนา Microblog เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งด้วยนันเอง ้ (3) Social Networking – จากชื่อก็สามารถแปลความหมายได้ว่าเป็นเครือข่ายที่เชื่อมโยงเรากับ เพื่อนๆจนกลายเป็นสังคม ทั้งนี้ผใช้จะเริ่มต้นสร้างตัวตนของตนเองขึ้นในส่วนของ Profile ซึ่งประกกอบด้วย ู้ ข้อมูลส่วนตัว (Info) รูป (Photo) การจดบันทึก (Note) หรือการใส่วิดีโอ (Video) และอื่นๆ นอกจากนี้ Social Networking ยังมีเครื่องมือสาคัญในการสร้างจานวนเพื่อนให้มากขึ้น คือ ในส่วน ของ Invite Friend และ Find Friend รวมถึงการสร้างเพื่อนจากเพื่อนของเพื่อนอีกด้วย นักการตลาดนา Social Networking มาใช้ในการมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า อาจจะอยู่ในรูปของการสร้าง Brand ผ่านเกมส์หรือ Application ต่างๆ หรืออาจใช้เป็นเครื่องมือของ CRM ผ่านทาง Pages และนอกจากนี้ตัวลูกค้าเอง หากชื่นชอบในสินค้าหรือบริการ ก็สามารถร่วมกลุ่มกันจัดตั้ง Group ขึ้นมาได้ เว็บไซต์ที่มีลักษณะของ Social Networking มีมากมาย แต่อาจจะแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ ประเภท แรกจะสนใจในการสร้างเครือข่ายระหว่างเพื่อนๆหรือครอบครัว เช่น Facebook, Hi5 หรือ Myspace และอีกประเภท คือสนใจในการสร้างเครือข่ายในเชิงธุรกิจ ที่เปิดให้ใส่ Resume และ ข้อมูลเชิงอาชีพต่างๆ เช่น Linkedin หรือ Plaxo เป็นต้น (4) Media Sharing – เป็นเว็บไซต์ที่เปิดโอกาสให้เราสามารถ upload รูปหรือวิดโอเพื่อแบ่งปัน ี ให้กับครอบครัว เพื่อนๆ หรือแม้กระทั่งเพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณชน นักการตลาด ณ ปัจจุบนไม่จาเป็นจะต้องทุ่ม ั ทุนในการสร้างหนังโฆษณาที่มีตนทุนสูง เราอาจจะใช้กล้องดิจิตอลราคาถูกๆ ถ่ายทอดความคิดเป็นรูปแบบวิดีโอ ้ จากนั้นนาขึนไปสู่เว็บไซต์ Media Sharing อย่าง Youtube หากความคิดของเราเป็นที่ชื่นชอบ ก็ทา ้ ให้เกิดการบอกต่ออย่างแพร่หลาย หรือกรณีหากกิจการคุณขายสินค้าทีเ่ น้นดีไซน์ที่สวยงาม ก็อาจจะถ่ายรูปแล้ว นาขึ้นไปสู่เว็บไซต์อย่าง Flickr เพื่อให้ลูกค้าได้ชม หรืออาจจะใช้เป็นเครื่องมือในการนาชมโรงงาน หรือ บรรยากาศในการทางานของกิจการ เป็นต้น หรืออย่างกรณีของ Multiply ที่คนไทยนิยมนารูปภาพที่ตนเอง ถ่ายมาแสดงฝีมือ เหมือนเป็นแกลลอรีส่วนตัว ทาให้ผู้ว่าจ้างได้เห็นฝีมือก่อนทีจะทาการจ้าง ่ (5) Social News and Bookmarking – เป็นเว็บไซต์ทเี่ ชื่อมโยงไปยังบทความหรือเนื้อหา ใดในอินเทอร์เน็ต โดยผู้ใช้เป็นผูส่งและเปิดโอกาสให้คะแนนและทาการโหวตได้ เป็นเสมือนมหาชนช่วย ้ กลั่นกรองว่าบทความหรือเนื้อหาใดนั้นเป็นที่น่าสนใจที่สุด ในส่วนของ Social Bookmarking นั้น
  • 4.
    เป็นการทีเ่ ปิดโอกาสให้คุณสามารถทาการ Bookmarkเนื้อหาหรือเว็บไซต์ที่ชื่นชอบ โดยไม่ขึ้นอยู่กับ คอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่ง แต่สามารถทาผ่านออนไลน์ และเนื้อหาในส่วนทีเ่ ราทา Bookmark ไว้นี้ สามารถที่จะแบ่งปันให้คนอื่นๆได้ด้วย นักการตลาดจะใช้เป็นเครืองมือในการบอกต่อและสร้างจานวนคนเข้า ่ มายังที่เว็บไซต์หรือ Campaign การตลาดที่ต้องการ (6) Online Forums – ถือเป็นรูปแบบของ Social Media ที่เก่าแก่ที่สุด เป็นเสมือนสถานที่ที่ ให้ผคนเข้ามาพูดคุยในหัวข้อที่พวกเขาสนใจ ซึ่งอาจจะเป็นเรื่อง เพลง หนัง การเมือง กีฬา สุขภาพ หนังสือ การ ู้ ลงทุน และอื่นๆอีกมากมาย ได้ทาการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แสดงข้อมูลข่าวสาร ตลอดจนถึงการแนะนาสินค้า หรือบริการต่างๆ นักการตลาดควนสนใจเนื้อหาที่พูดคุยใน Forums เหล่านี้ เพราะบางครังอาจจะเป็นคา ้ วิจารณ์เกี่ยวกับตัวสินค้าและบริการของเรา ซึ่งเราเองสามารถเข้าไปทาความเข้าใจ แก้ไขปัญหา ตลอดจนถึงใช้ สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า เว็บไซต์ประเภท Forums อาจจะเป็นเว็บไซต์ทเี่ ปิดให้แลกเปลี่ยนความ คิดเห็นกันโดยเฉพาะ หรืออาจจะเป็นส่วนหนึ่งในเว็บไซต์เนื้อหาต่างๆ 2.2.2 ประวัติความเป็นมาและพัฒนาการของ Social Media ปัจจุบนคนไทยมีโอกาสเข้าถึง Internet ความเร็วสูงหรือ Broadbandได้ ั โดยมีการขยายตัวเพิ่มถึง 40เท่าใน ระยะเวลาอันสั้น คงไม่ต้องสงสัยเลยว่าในอนาคตต่อจากนี้ Broadband จะกลายเป็นสิ่งสาคัญในชีวิต ของคนไทยอย่าง หลีกเลี่ยงไม่ได้ สถิติการใช้งานInternetนั้นมีการเติบโตอย่างรวดเร็วมาก โดยตลาดมีการขยายตัวสูงถึง 40เท่า โดยประมาณ การสู้รบระหว่าง Digital กับ Traditionalจะต้องมาจบด้วยความพ่ายแพ้ของวื่อยุคเก่า ประเทศไทยจะก้าว ต่อไปในโลก Digital อย่างที่เพื่อนบ้านได้เริ่มมากกว่าทศวรรษแล้ว นโยบายของรัฐบาลไทยในปัจจุบน ในหัวข้อที่ว่า “Creative Economy” นั้น คนไทยจะมีโอกาส ั สร้างฝันให้เป็น จริงได้หรือไม่นั้น อยู่ที่การประยุกต์และผสมผสานเทคโนโลยีเข้ากับจุดเด่นของประเทศเพื่อให้เกิดคุณค่าทาง เศรษฐกิจ สูงสุด ดังนั้นถือว่าเทคโนโลยีก็เป็นปัจจัยที่สาคัญมากสาหรับนโยบายการพัฒนาประเทศ เทคโนโลยีในการเข้าถึงได้มีการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง การแข่งขันเปิดอย่างเสรี ทาให้มีเวทีในการแข่งขัน ระหว่างบริษัทชั้นนา เช่น Apple และ Google ได้นามาสู่ Disruptive Technology
  • 5.
    เช่นiphone4,IPAD,Android ที่มีการนามาใช้งานBroadband ด้วยอุปกรณ์มือถือ ขนาดเล็กผ่านโครงข่าย3Gมีประสิทธิภาพอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ภายใต้ราคาที่เข้าถึงได้ และกาลังมียอดขาย ในประเทศอย่างถล่มทลาย จึงเป็น Corvergance ของTechnology ที่ระบบโครงข่าย 3G ซึ่งกาลังจะมีขึ้นทั่วประเทศประจวบกับเทคโนโลยีในการเข้าถึง กาลังร่วมสร้างปรากฏการณ์ของ Broadband ที่จะเป็น Disruptive Change แบบต้องตะลึงกัน อย่างไรก็ดี Broadband เป็นดาบสองคม ถึงจะมีประโยชน์ในด้านการสื่อสาร ธุรกิจ การศึกษา ฯลฯ จนกระทั่งเพิ่ม GDP ให้กับพืนทีครอบคลุมได้ แต่อย่าลืมว่า Broadband ก็เป็นเครื่องมือเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ้ ่ ความคิด วัฒนธรรม ในรูปแบบของข้อความ ภาพ เสียง และวีดิโอ ที่สามารถนาไปสู่การสร้างสังคมออนไลน์ หรือ Social Media เช่น Facebook, YouTube และ Twitter ที่ไม่สามารถทาได้ ด้วยสื่อชนิดอื่น นอกจากนี้ในปัจจุบนเรากาลังเรากาลังเข้าสู่นวัตกรรมของ โลกจาลอง หรือ Virtual World ที่อาจมาใน ั รูปแบบของ Second Life หรือเกมออนไลน์ ทั้งหมดนี้ มีอิทธิพลต่อ ความคิด วัฒนธรรม ซึ่งมี ความสาคัญกับการหล่อหลอมแนวคิดความเป็นไทยอยากหลีกเลี่ยงไม่ได้ สิ่งหนึ่งที่น่าสังเกตอีกประการคือ Social media ทีคนไทยใช้เวลาด้วยมากที่สุดล้วนเป็นของต่างชาติ ่ แต่ในสายตาบริษททีควบคุมโดยต่างชาติแล้ว ตลาดในประเทศไทยไม่ใช่ตลาดใหญ่หรือตลาดที่สาคัญ ยังไม่มี ั ่ บริษท,ศูนย์บริการ หรือกระทั่งพนักงานที่รับผิดชอบประเทศไทยเลย ทั้งนี้ social media ที่ปราศจาก ั ความเป็นไทยกาลังมี อิทธิพลมากในสังคม จานวนชั่วโมงการใช้social mediaต่อวันมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และอาจ เป็นไปได้ทคุณค่าทางวัฒนธรรมของคนไทยจะถูกลบเลือนโดยอิทธิพลของต่างชาติผ่านBroadband ี่ ด้วยเหตุผลที่ว่า สื่อยุคเก่ามีข้อบังคับการนาเสนอข่าวที่ต้องเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้และความเป็นไทย แต่สื่อ ทางอินเตอร์เน็ตนั้นผู้ใช้สามารถเลือกเข้าชมข้อมูลได้อย่างอิสระ ปราศจากข้อจากัดที่เข้มงวด
  • 6.
    2.2.3 ประเภทเว็บไซต์ที่ให้บริการ SocialMedia ผมลองรวบรวมรายชื่อเว็บไทย ทีมีลักษณะเป็น Social Media มาให้ดูกันว่า มีใครกันบ้าง โดยผมจะพยายามแบ่ง ่ ประเภทไว้ให้ชัดเจนครับ Social Network  myFri3nd มีรูปแบบคล้ายเว็บ Social Network ทั่วไป เป็นเว็บไซต์ในเครือ sanook.com  D-Looks เว็บไซต์ Social Network แนว ๆ hi5 แต่มีสโลแกนว่า เว็บไซต์ดูดี สาหรับคนดี ๆ  BangkokSpace เป็น Social Network สาหรับคนชอบเที่ยวกลางคืน Blogging  exteen เว็บผู้ให้บริการ blog อันดับหนึ่งของไทย สูสีเบียดกับ bloggang อยู่ตลอด แต่หลัง ๆ ดู เหมือนยอดสมาชิกจะแซงแล้ว ตัวระบบ exteen เองพัฒนาได้ดี  BlogGang ผู้ให้บริการพื้นที่ blog ในเครือ pantip.com ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่ จะเป็นแฟนคลับ หรือขา ประจาของ pantip.com อยู่แล้ว Micro Blogging  NokNok เว็บแบบเดียวกับ twitter แต่พัฒนาโดยคนไทย (ในเครือ sanook.com เช่นกัน) แต่ดมี ู แนวโน้มการพัฒนาที่ดี ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมให้อัพเดทกับ twitter ได้ หรือการอัพเดท noknok ผ่าน มือถือเป็นต้น 2.3 เว็บบล็อก (WebBlog) 2.3.1 ความหมายของเว็บบล็อก (WebBlog) ความหมายของคาว่า Blog ก็คือการบันทึกบทความของตนเอง (Personal Journal) ลงบนเว็บไซต์ โดยเนื้อหาของ blog นั้นจะครอบคลุมได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวส่วนตัว หรือเป็นบทความเฉพาะด้านต่าง ๆ เช่น เรื่องการเมือง เรื่องกล้อง
  • 7.
    ถ่ายรูป เรื่องกีฬา เรื่องธุรกิจเป็นต้น โดยจุดเด่นที่ทาให้บล็อกเป็นที่นิยมก็คือ ผู้เขียนบล็อก จะมี การแสดงความคิดเห็นของตนเอง ใส่ลงไปในบทความนั้น ๆ โดยบล็อกบางแห่ง จะมีอิทธิพลใน การโน้มน้าวจิตใจผู้อ่านสูงมาก แต่ในขณะเดียวกัน บางบล็อกก็จะเขียนขึ้นมาเพื่อให้อ่านกันใน กลุ่มเฉพาะ เช่นกลุ่มเพื่อน ๆ หรือครอบครัวตนเอง มีหลายครั้งที่เกิดความเข้าใจกันผิดว่า Blog เป็นได้แค่ไดอารี่ออนไลน์ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไดอารี่ออนไลน์เปรียบเสมือน เนื้อหาประเภทหนึ่งของบล็อกเท่านั้น เพราะบล็อกมีเนื้อหาที่ หลากหลายประเภท ตั้งแต่การบันทึกเรื่องส่วนตัวอย่างเช่นไดอารี่ หรือการบันทึกบทความที่ ผู้เขียนบล็อกสนใจในด้านอื่นด้วย ที่เห็นชัดเจนคือ เนื้อหาบล็อกประเภท วิจารณ์การเมือง หรือ การรีวิวผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ตัวเองเคยใช้ หรือซื้อมานั่นเอง อีกทั้งยังสามารถแตกแขนงไปในเนื้อหา ในประเภทต่าง ๆ อีกมากมาย ตามแต่ความถนัดของเจ้าของบล็อก ซึ่งมักจะเขียนบทความเรื่องที่ ตนเองถนัด หรือสนใจเป็นต้น จุดเด่นที่สุดของ Blog ก็คือ มันสามารถเป็นเครื่องมือสื่อสารชนิดหนึ่ง ที่สามารถสื่อถึงความ เป็นกันเองระหว่างผู้เขียนบล็อก และผู้อ่านบล็อกที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย ที่ชัดเจนของบล็อกนั้น ๆ ผ่านทางระบบ comment ของบล็อกนั่นเอง ในอดีตแรกเริ่ม คนที่เขียน Blog นั้นยังทากันในระบบ Manual คือเขียนเว็บเองทีละหน้า แต่ ในปัจจุบันนี้ มีเครื่องมือหรือซอฟท์แวร์ให้เราใช้ในการเขียน Blog ได้มากมาย เช่น WordPress, Movable Type เป็นต้น ผู้คนหลายล้านคนจากทั่วทุกมุมโลก หันมาเขียน Blog กันอย่างแพร่หลาย ตั้งแต่นักเรียน อาจารย์ นักเขียน ตลอดจนถึงระดับบริษัทยักษ์ใหญ่ในตลาดหุ้น NasDaq เมื่อสองสามปีที่ผ่านมา Blog เริ่มต้นมาจากการเขียนเป็นงานอดิเรกของกลุ่มสื่ออิสระต่าง ๆ หลาย ๆ แห่งกลายเป็นแหล่งข่าวสาคัญ ให้กับหนังสือพิมพ์หรือสานักข่าวชั้นนา จวบจนกระทั่งปี 2004 คนเขียน Blog ก็ได้รับการยอมรับจากสื่อและสานักข่าวต่าง ๆ ถึงความรวดเร็วในการ ให้ข้อมูลตั้งแต่เรื่องการเมืองไปจนกระทั่งเรื่องราวของการประชุมระดับชาติ
  • 8.
    2.3.2 ประเภทของเว็บบล็อก บล็อกที่เราเห็นอยู่ในปัจจุบันนี้ ใช่มีเพียงแค่บล็อกที่เป็นตัวหนังสือและรูปภาพ เท่านั้น หรือ มีแค่ออนไลน์ไดอารี่ เราแบ่งบล็อกออกได้ ดังต่อไปนี้ 1. แบ่งตามลักษณะของมีเดียที่มีในบล็อกได้แก่1.1. Linklog บล็อกแบบนี้น่าจะเป็นบล็อก รุ่นแรก ๆ เป็นบล็อกที่รวมลิ๊งก์ที่เจ้าของบล็อกสนใจเอาไว้ ถ้าคณยังจาผู้ให้กาเนิดคาว่า “บล็อก” ที่ ชื่อ จอห์น บาจเจอร์ได้ นั่นแหล่ะครับ robotwisdom.com ของเขาคือตัวอย่างของ linklog นั่นเอง แม้ว่าจะบล็อกแบบนี้จะเป็นการรวมลิ๊งก์เท่านั้น แต่ก็ไม่เรียงเหมือนว็บไดเร็ก ทอรี่ เพราะเจ้าของบล็อกจะโพสต์ลิ๊งก์ของเขา 1 – 2 ลิ๊งก์ต่อโพสต์เท่านั้นครับ ใครที่อยากมี บล็อกเป็นของตนเองแต่ยังนึกไม่ออกว่าจะทาบล็อกแบบไหน linklog น่าจะเป็นการเริ่มต้นการ ทาบล็อกได้เป็นอย่างดี1.2 Photoblog ชื่อก็บอกอยู่แล้วครับว่า Photo บล็อกประเภทนี้ เน้นในโพสต์ภาพถ่ายที่เจ้าของบล็อกอยากนาเสนอ และมักจะไม่เน้นที่จะเขียนข้อความมากนัก บางบล็อกเรียกได้ว่าภาพโดยเจ้าของบล็อกล้วน ๆ เลยครับ1.3. Vlog ย่อมาจาก Videoblog เป็นบล็อกที่รวมวิดีโอคลิปไว้ในบล็อก Vlog เป็นบล็อกที่เรียกได้ว่าเป็นบล็อก ที่นิยมทากันมากในอนาคต เพราะการเจริญเติบโตของไฮสปีด อินเตอร์เน็ต หรือ อินเตอร์เน็ตบอร์ด แบนด์ ที่ทาให้การถ่ายทอดเสียง ภาพเคลื่อนไหว movie […] 2. แบ่งตามประเภทเนื้อหา ได้แก่2.1 บล็อกส่วนตัว(Personal Blog) นาแสนอความ คิดเห็น กิจวัตรประจาวันของเจ้าของบล็อกเป็นหลัก2.2 บล็อกข่าว(News Blog) บล็อกที่ นาเสนอข่าวเป็นหลัก2.3 บล็อกกลุ่ม(Collaborative Blog) เป็นบล็อกที่เขียนกันเป็น กลุ่ม เช่น blognone.com2.4 บล็อกการเมือง(Politic Blog) ว่าด้วยเรื่องการเมือง ล้วน ๆ2.5 บล็อกเพื่อสิ่งแวดล้อม(Environment Blog) พูดถึงเรื่องราวของธรรมชาติ และการรักษาสิ่งแวดล้อม2.6 มีเดียบล็อก(Media Blog) เป็นบล็อกที่วิเคราะห์สื่อต่างๆ สารคดีและสิ่งที่เกี่ยวกับสื่อ เช่น oknation.net/blog/black ของสุทธิชัย หยุ่น2.7 บล็อกบันเทิง(Entertainment Blog) บล็อกที่นาเสนอเรื่องราวบันเทิงทั้งทางจอแก้ว และจอเงิน เรื่องซุบซุดารา กองถ่าย ฯลฯ2.8 บล็อกเพื่อการศึกษา(Educational Blog) ในโรงเรียน หรือมหาวิทยาลัยในต่างประเทศมักจะใช้บล็อกเป็นสื่อในการสอนหรือ แลกเปลี่ยน ความคิดกัน2.9 ติวเตอร์บล็อก(Tutorial Blog) เป็นบล็อกที่นาเสนอวิธีการต่าง
  • 9.
    บล็อกที่เราเห็นอยู่ในปัจจุบันนี้ ใช่มีเพียงแค่บล็อกที่เป็นตัวหนังสือและรูปภาพเท่านั้น หรือมีแค่ ออนไลน์ไดอารี่ เราแบ่งบล็อกออกได้ ดังต่อไปนี้ 1. แบ่งตามลักษณะของมีเดียที่มีในบล็อกได้แก่1.1. Linklog บล็อกแบบนี้น่าจะเป็นบล็อก รุ่นแรก ๆ เป็นบล็อกที่รวมลิ๊งก์ที่เจ้าของบล็อกสนใจเอาไว้ ถ้าคณยังจาผู้ให้กาเนิดคาว่า “บล็อก” ที่ ชื่อ จอห์น บาจเจอร์ได้ นั่นแหล่ะครับ robotwisdom.com ของเขาคือตัวอย่างของ linklog นั่นเอง แม้ว่าจะบล็อกแบบนี้จะเป็นการรวมลิ๊งก์เท่านั้น แต่ก็ไม่เรียงเหมือนว็บไดเร็ก ทอรี่ เพราะเจ้าของบล็อกจะโพสต์ลิ๊งก์ของเขา 1 – 2 ลิ๊งก์ต่อโพสต์เท่านั้นครับ ใครที่อยากมี บล็อกเป็นของตนเองแต่ยังนึกไม่ออกว่าจะทาบล็อกแบบไหน linklog น่าจะเป็นการเริ่มต้นการ ทาบล็อกได้เป็นอย่างดี1.2 Photoblog ชื่อก็บอกอยู่แล้วครับว่า Photo บล็อกประเภทนี้ เน้นในโพสต์ภาพถ่ายที่เจ้าของบล็อกอยากนาเสนอ และมักจะไม่เน้นที่จะเขียนข้อความมากนัก บางบล็อกเรียกได้ว่าภาพโดยเจ้าของบล็อกล้วน ๆ เลยครับ1.3. Vlog ย่อมาจาก Videoblog เป็นบล็อกที่รวมวิดีโอคลิปไว้ในบล็อก Vlog เป็นบล็อกที่เรียกได้ว่าเป็นบล็อก ที่นิยมทากันมากในอนาคต เพราะการเจริญเติบโตของไฮสปีด อินเตอร์เน็ต หรือ อินเตอร์เน็ตบอร์ด แบนด์ ที่ทาให้การถ่ายทอดเสียง ภาพเคลื่อนไหว movie […] 2. แบ่งตามประเภทเนื้อหา ได้แก่2.1 บล็อกส่วนตัว(Personal Blog) นาแสนอความ คิดเห็น กิจวัตรประจาวันของเจ้าของบล็อกเป็นหลัก2.2 บล็อกข่าว(News Blog) บล็อกที่ นาเสนอข่าวเป็นหลัก2.3 บล็อกกลุ่ม(Collaborative Blog) เป็นบล็อกที่เขียนกันเป็น กลุ่ม เช่น blognone.com2.4 บล็อกการเมือง(Politic Blog) ว่าด้วยเรื่องการเมือง ล้วน ๆ2.5 บล็อกเพื่อสิ่งแวดล้อม(Environment Blog) พูดถึงเรื่องราวของธรรมชาติ และการรักษาสิ่งแวดล้อม2.6 มีเดียบล็อก(Media Blog) เป็นบล็อกที่วิเคราะห์สื่อต่างๆ สารคดีและสิ่งที่เกี่ยวกับสื่อ เช่น oknation.net/blog/black ของสุทธิชัย หยุ่น2.7 บล็อกบันเทิง(Entertainment Blog) บล็อกที่นาเสนอเรื่องราวบันเทิงทั้งทางจอแก้ว และจอเงิน เรื่องซุบซุดารา กองถ่าย ฯลฯ2.8 บล็อกเพื่อการศึกษา(Educational Blog) ในโรงเรียน หรือมหาวิทยาลัยในต่างประเทศมักจะใช้บล็อกเป็นสื่อในการสอนหรือ แลกเปลี่ยน ความคิดกัน2.9 ติวเตอร์บล็อก(Tutorial Blog) เป็นบล็อกที่นาเสนอวิธีการต่าง
  • 10.
    2.3.3 เว็บไซต์ที่ให้บริการเว็บบล็อก www.blogger.com www.exteen.com www.mapandy.com www.buddythai.com www.imigg.com www.5iam.com www.blogprathai.com www.ndesignsblog.com www.idatablog.com www.inewblog.com www.onblogme.com www.freeseoblogs.com www.sumhua.com www.diaryi.net www.istoreblog.com www.skypream.com www.thailandspace.com www.sungson.com www.gujaba.com www.sabuyblog.com www.ugetblog.com www.jaideespace.com www.maxsiteth.com
  • 11.
    2.3.4 ประวัติของเว็บไซต์ Wordpress เว็บไซต์นี้จะแนะนาถึงวิธี การใช้ WordPress ตั้งแต่พื้นฐานเริ่มต้น ไปจนถึงการเพิ่มเทคนิคลูกเล่นต่าง ๆ แต่ ก่อนที่จะไปเรียนรู้กัน เราควรมารู้จักก่อนว่า WordPress คือ อะไร WordPress คือ โปรแกรมสาเร็จรูปตัวหนึง ทีเ่ อาไว้สาหรับสร้าง บล็อก หรือ เว็บไซต์ สามารถใช้งานได้ฟรี ถูก ่ จัดอยู่ในประเภท CMS (Contents Management System) ซึ่งหมายถึง โปรแกรมสาเร็จรูปที่มีไว้สาหรับสร้างและ บริหารจัดการเนื้อหาและข้อมูลบนเว็บไซต์ WordPress ได้รับการพัฒนาและเขียนชุดคาสั่งมาจากภาษา PHP (เป็นภาษาโปรแกรมมิ่งตัวหนึง) ทางานบน ่ ฐานข้อมูล MySQL ซึ่งเป็นโปรแกรมสาหรับจัดการฐานข้อมูล มีหน้าทีเ่ ก็บ เรียกดู แก้ไข เพิ่มและลบข้อมูล การ ใช้งาน WordPress ร่วมกับ MySQL อยู่ภายใต้สัญญาอนุญาตใช้งานแบบ GNU General Public License WordPress ปรากฏโฉมครั้งแรกในโลกเมื่อปี พ.ศ. 2546 (2003) เป็นความร่วมมือกันระหว่าง Matt Mullenweg และ Mike Littlej มีเว็บไซต์หลักอยู่ที่ http://wordpress.org และยังมีบริการ Free Hosting (พื้นทีสาหรับเก็บทุก ่ อย่างของเว็บ/บล็อก) โดยขอใช้บริการได้ที่ http://wordpress.com ปัจจุบนนี้ WordPress ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนมีผใช้งานมากกว่า 200 ล้านเว็บบล็อกไปแล้ว แซง ั ู้ หน้า CMS ตัวอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น Drupal , Mambo และ Joomla สาเหตุเป็นเพราะ ใช้งานง่าย ไม่จาเป็นต้องมี ความรู้ในเรื่อง Programing มีรูปแบบที่สวยงาม อีกทั้งยังมีผู้พัฒนา Theme (รูปแบบการแสดงผล) และ Plugins (โปรแกรมเสริม) ให้เลือกใช้ฟรีอย่างมากมาย นอกจากนี้ สาหรับนักพัฒนา WordPress ยังมี Codex เอาไว้ให้เราได้เป็นไกด์ไลน์ เพื่อศึกษาองค์ประกอบส่วน ต่าง ๆ ที่อยู่ภายใน สาหรับพัฒนาต่อยอด หรือ นาไปสร้าง Theme และ Plugins ขึ้นมาเองได้อีกด้วย หนาซ้า ยังมี รุ่นพิเศษ คือ WordPress MU สาหรับไว้ให้ผู้นาไปใช้ สามารถเปิดให้บริการพื้นที่ทาเว็บบล็อกเป็นของตนเอง เพื่อให้ผู้อนมาสมัครขอร่วมใช้บริการในการสร้างเว็บบล็อก ภายใต้ชื่อโดเมนของเขา หรือทีเ่ รียกว่า Sub-Domain ื่ จากที่ได้เกริ่นนาไปในบทความนี้ คงจะทาให้รู้จัก และได้ทราบประวัติความเป็นมา รวมถึงความหมายกันไปบ้าง แล้วว่า WordPress คือ อะไร ในบทความหน้า เราจะได้เริ่มเรียนรูถึงรูปแบบ และวิธีการใช้งาน ไปจนถึงการเพิ่ม ้ ลูกเล่นต่าง ๆ ต่อไป