ประเทศลาว ธงชาติ ตราแผ่นดิน
 
คำขวัญ (" สันติภาพ เอกราช ประชาธิปไตย เอกภาพ วัฒนาถาวร ")
ข้อมูลประเทศลาว พื้นที่   -  รวม 236,800  ตร . กม . ( 81 ) 91,429  ตร . ไมล์    -   แหล่งน้ำ   (%)2%
ประชากร   -   2552  ( ประมาณ )6,834,345 ( 100 )   -  2538  ( สำรวจ )4,574,848    -   ความหนาแน่น 25  คน / ตร . กม .   (177) 65  คน / ตร . ไมล์
ประวัตความเป็นมา ตามพงศาวดารฝ่ายลาวกล่าวว่า    อ้ายขุนลอ    เป็นราชโอรสองค์ใหญ่ของขุนบรม ได้สร้างอาณาจักรเมืองลาวขึ้นครั้งแรก    ณ บนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง ที่เรียกว่าเมืองชะวา เดิมให้นามเดิมว่าเมืองเชียงดงเชียงทอง ต่อมาเมื่อนำเอาพระบางไปประดิษฐาน จึงเปลี่ยนนามเมืองว่า หลวงพระบางครั้งพลเมืองหนาแน่น ไม่มีที่ทำกินก็พากันเคลื่อนย้ายลงไปทางใต้และบางพวกข้ามแม่น้ำโขงมาตั้งในบริเวณภาคอีสานเวลานี้
กำเนิดคำว่า  “ ลาว ”  นั้นมีที่มาต่างกันในพงศาวดารไทยของหลวงวิจิตรวาทการกล่าวไว้ว่าลาวมาจากคำว่า   “ ลัวะ ”   หรือ  “ ละว้า ”   ซึ่งเป็นชื่อของคนชาติหนึ่ง ที่ตั้งหลักฐานอยู่ในดินแดนส่วนนี้มาก่อน เมื่อพวกไทยอพยพลงมาอยู่ปะปนกับคนเหล่านี้ พวกไทยจึงเรียกคนเหล่านี้ว่า  “ ลาว ”  นักปราชญ์บางคนมีความเห็นว่า    คำว่า ลาว    คือคำเดียวกับคำว่า   “ ดาว ”   เนื่องจากพวกลาวอยู่ที่สูง     และมีความเจริญมาก่อนจีน    จึงถือเป็นพวก ดาว    แต่คนไทในจีนและพม่าจำนวนมากที่ออกเสียง  “ ด ”   ไม่ได้แต่ก็ออกเสียงเป็น  “ หล ”  เช่น   “ แดง ”   ออกเสียงเป็น   “ แหลง ”   ดังนั้นคำว่า   “ ลาว ”   จึงออกเสียงเป็น  “ หลาว ”   และเพี้ยนมาเป็น   “ ลาว ”   ในที่สุด
  ประชากรลาว   ทั้งหมด ประกอบด้วย 3 ชนชาติใหญ่  รวม 68 เผ่า ได้แก่
ลาวลุ่ม   1 . ลาวลุ่ม เป็นชนเผ่าที่อาศัยอยู่ตามที่ราบลุ่มใกล้แม่น้ำโขง คิดเป็นร้อยละ  70   ของประชากรทั้งหมด เช่น    ไทลาว     ไทเหนือ     ไทแดง     ไทขาว     ผู้ไท     ลาวพวน     ไทลื้อ     เป็นต้น
ลาวเทิง 2 .   ลาวเทิง เป็นกลุ่มชนเผ่าที่อาศัยบนพื้นที่ที่มีความสูงไม่เกิน  1,000   เมตร คิดเป็นประชากรร้อยละ  20   ของประเทศ     เช่น      สีดา     บ่าแวะ     ละแนด ฯลฯ
ลาวสูง 3 . ลาวสูง เป็นประชากรส่วนน้อยอาศัยอยู่บนเทือกเขาสูง ส่วนใหญ่เป็นชาวม้งและเผ่าอื่นๆ เช่น     มูเซอ      ก่อ      กุย     เป็นต้น
ประชาชนลาวมากกว่าร้อยละ  90   นับถือศาสนาพุทธนิกายเถรวาท เหมือนกับประชาชนชาวไทยและถือปฏิบัติตามหลักธรรมคำสอนอย่างเคร่งครัด อีกร้อยละ  10   นับถือศาสนาคริสต์และอิสลามโดยเฉพาะศาสนาคริสต์ที่ฝรั่งเศสเจ้าอาณานิคมเข้ามาเผยแพร่ในช่วงที่เข้ามาปกครองประเทศลาว  ลาวเป็นชาติที่มีอารยธรรมด้านภาษาไม่น้อยกว่าประเทศอื่นใด มีภาษาเขียนของตนเอง      มานาน อักษรลาวเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อไรยังไม่มีหลักฐานยืนยันอย่างชัดเจน วิวัฒนาการของอักษรลาวนั้นยังเป็นที่ถกเถียงและให้ความเห็นแตกต่างกันไป ภาษาลาว เป็นภาษากลุ่มไต และสัมพันธ์ใกล้ชิดกับภาษาอีสานของประเทศไทยนอกจากนี้คนลาวบางส่วนยังสามารถใช้ภาษาอังกฤษ และภาษาฝรั่งเศสได้ดี
ชนชาติลาวกับชนชาติไทยมีประวัติศาสตร์ ร่วมกันมาตั้งแต่โบราณกาล    ชนชาติลาวกับชนชาติไทยมีประวัติศาสตร์ร่วมกันมาตั้งแต่โบราณกาล   กล่าวคือ   ชนชาติลาวมีความเป็นมาเริ่มต้นของบรรพบุรุษอยู่แถบเทือกเขาอันไต  ( ประเทศมองโกเลีย )  ต่อมามีพลเมืองมากขึ้นจึงหลั่งไหลลงสู่ที่ราบตอนใต้ โดยเลียบไปตามลำน้ำสองสายด้วยกันคือ ฮวงโห และ แยงซีเกียง  ประวัติและความเป็นมาของชนชาติลาว
แล้วเริ่มก่อร่างสร้างเมืองขึ้นสองเมืองก่อนคือ นครลุง กับ นครปา ต่อจากนั้นจึงตั้งขึ้นอีกเมืองหนึ่งคือ เชียงอาน มีความสงบสุขอยู่ได้ไม่นาน พวกจีนซึ่งอาศัยอยู่มาก่อนไม่พอใจ จึงยกกำลังเข้าตีเมืองทั้งสามแตก ประชาชนชาวลาวทั้งสามเมืองจึงอพยพไปทางตะวันตกและไปรวมตัวกันที่  “ หนองแส ”   สร้างเมืองขึ้นมาใหม่ ซึ่งจีนก็ไม่ตามมารุกรานอีกแล้วเพราะจีนถือว่าพ้นอาณาเขตของตนไปแล้ว อาณาจักรหนองแสจึงสงบสุขและแผ่ขยายออกไปอีกหลายเมืองจนกระทั่งจีนขนานนามว่า น่านเจ้า หรือ ตาลีฟู อยู่ราวๆต้นพุทธศตวรรษ
สืบต่อมาอีกราว    1 , 000    ปี ถึง พ . ศ .  1272  ขุนบรม ขึ้นเสวยราช พระองค์ทรงฟื้นฟูอาณาจักรอย่างยิ่งใหญ่จนมีความเจริญถึงขีดสูงสุด พระองค์จึงได้ส่งโอรสทั้ง  7  คนออกไปครองเมืองต่างๆ คือ  1 .  ขุนลอ ไปครองเมืองชวา  ( เชียงทอง หรือ หลวงพระบาง ) 2.   ผาล้าน ไปครองเมืองหอแต หรือ สิบสองปันนา 3.   ท้าวจุสง ไปครองเมืองแท่นบัว 4.   ท้าวคำผง ไปครองเมืองเชียงใหม่ (** หมายเหตุ สมัยนั้นเมืองเชียงใหม่ยังไม่เกิด เข้าใจว่าเป็น เชียงแสน มากกว่า  ) 5.   ท้าวอิน ไปครองเมืองอโยธยา                                  (** หมายเหตุ   คือบริเวณ นครปฐม ราชบุรี ปัจจุบันยังมีซากเมืองโบราณเหลืออยู่  ) 6.   ท้าวกรม ไปครองเมืองมอญ หรือ หงสา (** หมายเหตุ   คือบริเวณ กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ไม่ใช่หงสาวดี  ) 7.   ท้าวเจือง ไปครองเมืองเชียงขวัญ หรือ พวน  ( เชียงขวาง  )
ล่วงมาอีกราว  500   ปี กองทัพจีนขยายอาณาเขตมาตีอาณาจักร น่านเจ้า แตกอีก ประชาชนพลเมืองก็อพยพลงมาทางลำน้ำโขงสู่ทิศใต้   แล้วมาตั้งบ้านเมืองกระจัดกระจายไปตลอดลำน้ำโขง โดยดินแดนส่วนนี้เป็นที่อาศัยของช้างจำนวนมาก  จึงได้สมญานามว่า    “ อาณาจักรล้านช้าง ”
สภาพภูมิศาสตร์   สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ตั้งอยู่ในตอนกลางของอินโดจีนระหว่างระติจูต  14-23  องศา และระหว่างลองติจูต  100-108  องศา มีพื้นที่  236 , 800  ตารางกิโลเมตร เป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล และล้อมรอบด้วยประเทศต่างๆ  ต่อไปนี้  ทิศเหนือ                ติดกับ     ประเทศสาธารณรัฐ ประชาชนจีน ทิศใต้                    ติดกับ     ประเทศราชอาณาจักรกัมพูชา ทิศตะวันออก        ติดกับ     ประเทศสาธารณรัฐ สังคมนิยมเวียดนาม ทิศตะวันตก           ติดกับ     ประเทศราชอาณาจักรไทย ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ    ติดกับ     ประเทศเมียนม่า
ภูมิอากาศ  ลักษณะภูมิอากาศของลาวคล้ายกับภาคเหนือและภาคอีสานของไทย แต่ฤดูหนาวมีอากาศหนาวมากกว่า พื้นที่ทางภาคใต้และทางตอนกลางของประเทศเป็นบริเวณที่มีฝนตกชุกมากกว่าภาคเหนือ ประเทศลาวตั้งอยู่ในเขตร้อนชื้น ลักษณะทางภูมิศาสตร์มีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก ตั้งแต่ภาคกลางจนถึงภาคเหนือในแขวงพงสาลีที่มีเขตแดนอยู่ติดกับประเทศจีน ภูมิประเทศส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อนและที่ราบสูงอากาศค่อนข้างหนาวถึงหนาวจัด ส่วนทางทิศตะวันออกมีลักษณะเป็นเทือกเขาและที่ราบติดกับประเทศเวียดนาม  สำหรับทางตอนใต้สุดมีลักษณะเป็นเทือกเขาติดกับประเทศกัมพูชา ประกับกับที่ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมในทะเลจีนใต้ ทำให้ประเทศลาวมีลักษณะทางภูมิอากาศแบ่งออกได้  3  ฤดู คือ
  ฤดูร้อน     เริ่มต้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ จนถึงเดือนเมษายน ฤดูฝน       เริ่มต้นตั้งแต่เดือนพฤษภาคม จนถึงเดือนตุลาคม   ฤดูหนาว   เริ่มต้นตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน จนถึงเดือนมกราคม
ภูมิประเทศ   สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มีพื้นที่  236 , 800  ตารางกิโลเมตร มากกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศไทย ในรัชกาลของพระเจ้าฟ้างุ่มหาราชศตวรรษที่  14  อาณาจักรล้านช้าง มีเนื้อที่  480 , 000  ตารางกิโลเมตร ร้อยละ  70  ของพื้นที่ทั้งหมดเป็นภูเขา และที่ราบสูง ส่วนใหญ่อยู่ทางตอนเหนือของประเทศลาว    ภู  “  เบี้ย  “  เป็นภูที่สูงที่สุดใน ลาว ซึ่งมีระดับความสูง  2 , 820  เมตร จากระดับน้ำทะเล มีแม่น้ำโขงไหลผ่านประเทศ จากทิศเหนือลงสู่ทิศใต้เป็นความยาวประมาณ  1 , 900  กิโลเมตร  และยังเป็นเขตแดนธรรมชาติระหว่างประเทศลาวกับประเทศไทย 
เป็นประเทศที่ไม่ติดกับทะเล ส่วนใหญ่เป็นภูเขาและที่ราบสูงมีภูเขาล้อมรอบ พื้นที่ราบมีเพียง ร้อยละ 20   ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ทางตอนกลางของประเทศ ปกคลุมไปด้วยป่าอันหนาทึบ โดยเฉพาะทางตอนเหนือมีความสูงเฉลี่ยเกิน  900   ที่ราบสูงนี้จะค่อยๆ ลาดต่ำลงทางใต้ จนถึงฝั่งโขงทางตะวันตก
ภาพแสดง      สภาพภูมิประเทศของประเทศลาว
ศาสนา ประชาชนลาว มากกว่า  90 %  นับถือ ศาสนาพุทธนิกายเถรวาท เหมือนกับประชาชนชาวไทยและถือปฏิบัติตามหลักธรรมคำสอนอย่างเคร่งครัด  โดยรัฐบาลให้สิทธิเสรีภาพในการเลือกนับถือศาสนา ตามประเพณีหนุ่มลาวที่มีอายุ  20  ปี จะเข้าบวชเป็นพระระยะหนึ่ง เพื่อตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ หรือ ญาติพี่น้องที่เสียชีวิต ในปัจจุบัน พระสงฆ์ลาวถือธรรมวินัยอย่างเคร่งคัด นอกจากการเผยแพร่พระธรรมแล้ว ยังทำหน้าที่เป็นครูประชาศึกษา และแพทย์แผนโบราณ อุบาสกอุบาสิกาเป็นผู้ถวายปัจจัยทุกอย่าง มีการถวายจังหัน และเพลทุกๆ วัน  บทบาทของ พระสงฆ์ลาว ในระบอบใหม่ได้รับการเชิดชูให้สูงเด่นขึ้นทั้งภายในและต่างประเทศ   และอีก  10%   ที่เหลือนับถือศาสนาคริสต์และอิสลาม โดยเฉพาะศาสนาคริสต์ ฝรั่งเศสเจ้าอาณานิคมเข้ามาเผยแพร่ในช่วงที่เข้ามาปกครองประเทศลาว
ภาพแสดง  การตักบาตรเช้าของชาวลาว
ภาษาประจำชาติ คือ   “ ภาษาลาว ”   มีลักษณะใกล้เคียงกับ   “ ภาษาไทยในภาคอีสานของไทย ”   นอกจากนี้   คนลาวบางส่วนยังสามารถใช้ภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศสได้ดีสำหรับประชาชนชาวลาวทางตอนเหนือของประเทศสำเนียงการพูดและความหมายของคำบางคำคล้ายกับภาษาพื้นเมืองในจังหวัดเชียงใหม่  เชียงราย และเลย  ทางตอนเหนือของประเทศไทย
( พาสาลาว )  เป็นภาษาราชการของประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นภาษาที่มีวรรณยุกต์ในภาษากลุ่มไต และสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ ภาษาอีสานของประเทศไทย ระบบการเขียนในภาษาลาว จะใช้อักษรลาว ซึ่งเป็นระบบ  abugida  ( ระบบการเขียนที่ประกอบด้วยสัญลักษณ์แทนพยัญชนะและตามด้วยสระที่จะอยู่ด้านหน้า หลัง บน ล่าง ของพยัญชนะ )  และสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอักษรไทย
ตัวอักษร  ภาษาลาวมีตัวอักษรที่ใช้เขียนอยู่สองแบบ คือ   1.  อักษรราชการ ( ในภาคอีสานของไทยยังคงใช้อยู่บ้างในเอกสารโบราณ   เรียกชื่อว่า   อักษรไทน้อย ) 2.  อักษรธรรมลาว  ใช้เขียนเรื่องคดีทางธรรม โหราศาสตร์ ไสยศาสตร์ และตำราวิชาการบางประการ เช่น ตำรายา  
ภาพแสดง  อักษรและภาษาลาว
สถานที่ท่องเที่ยว
พระธาตุหลวง
พระธาตุหลวง  หรือ  พระเจดีย์โลกะจุฬามณี   นับเป็นปูชนียสถานอันสำคัญยิ่งแห่งนครหลวงเวียงจันทน์ และเป็นศูนย์รวมใจของประชาชนชาวลาวทั่วประเทศ ตามตำนานกล่าวว่าพระธาตุหลวงมีประวัติการก่อสร้างนับพันปีเช่นเดียวกันพระธาตุพนมในประเทศไทย และปรากฏความเกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์ของดินแดนทางฝั่งขวาแม่น้ำโขงอย่าง แยกไม่ออก สถานที่นี้ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์สำคัญอย่างของประเทศลาว ดังปรากฏว่าตราแผ่นดินของลาวที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้มีรูปพระธาตุหลวงเป็น ภาพประธานในดวงตรา พระธาตุหลวง
ประวัติ ความเป็นมาและตำนานการสร้างพระธาตุหลวง ประวัติ ความเป็นมาและตำนานการสร้างพระธาตุหลวง ตามตำนานเล่าว่า พระธาตุองค์นี้ได้สร้างในสมัยพุทธศักราชที่  236   โดยมีพระภิกษุลาวจำนวน  5   รูปเดินทางไปศึกษาพระพุทธศาสนาในประเทศอินเดีย และได้อันเชิญพระอุรังคธาตุของพระพุทธเจ้ามายังนครเวียงจันทน์ด้วย ต่อมาด้ำกราบทูลพระยาจันทบุรีประสิทธิ์ศักดิ์ เจ้านครเวียงจันทน์ในสมัยนั้น ให้สร้างพระธาตุหลวงขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุเพื่อให้ชาวลาวได้ กราบไหว้ กล่าวไว้ว่า พระธาตุองค์เดิมนั้นสร้างด้วยหินเป็นทรงโอคว่ำ มีการก่อกำแพงล้อมรอบเอาไว้ทั้ง  4   ด้าน แต่ละด้านมีความกว้าง  10   เมตร หนา  4   เมตร และสูง  9   เมตร
เชื่อกันว่าพระธาตุที่เห็นในปัจจุบันสร้างครอบองค์เดิม ซึ่งต่อมาสมเด็จพระไชยเชษฐาธิราชได้โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายเมืองหลวงของราชอาณาจักรล้านช้างจากหลวงพระบางมาอยู่ที่เวียงจันทน์ ตามดำริของพระราชบิดา คือพระเจ้าโพธิสาร จากนั้นทรงมีพระบัญชา ให้ทรงสร้างพระเจดีย์องค์ใหม่ครอบพระธาตุองค์เดิมไว้ ณ บริเวณที่เคยเป็นเทวสถานเก่าของขอมโดยเริ่มก่อสร้างในปี พ . ศ . 2109   และหลังจากสร้างพระธาตุหลวงได้โปรดฯ ให้สร้างวัดขึ้นล้อมรอบพระธาตุไว้ทั้งสี่ทิศด้วย แต่ปัจจุบันเหลืออยู่เพียงสองแห่งด้วยกันคือ วัดพระธาตุหลวงเหนือและวัดพระธาตุหลวงใต้
แสดงภาพพระธาตุหลวง
ประตูชัย
ประวัติ ความเป็นมาและตำแหน่งที่ตั้งของประตูชัย   ประตูชัย ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองเวียงจันทน์บนถนนล้านช้างไปสิ้นสุดที่บริเวณประตูชัย สร้างเสร็จในปี พ . ศ .  2512   เป็นอนุสรณ์สถานเพื่อระลึกถึงประชาชนชาวลาวผู้เสียสละชีวิตในสงครามก่อนหน้าการปฏิวัติของพรรคคอมมิวนิสต์ ประตูชัยแห่งนี้มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า รันเวย์แนวตั้ง เพราะการก่อสร้างประตูชัยแห่งนี้ ใช้ปูนที่อเมริกาซื้อเพื่อนำมาสร้างสนามบินใหม่ในนครเวียงจันทน์ในระหว่าง สงครามอินโดจีน แต่ไม่ทันได้สร้างเพราะอเมริกาแพ้สงครามในอินโดจีนเสียก่อน จึงนำปูนซีเมนต์มาสร้างประตูชัยแทน ลักษณะสถาปัตยกรรมได้รับอิทธิพลของประตูชัยในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เจ้าอาณานิคมในสมัยนั้น แต่ลักษณะสถาปัตยกรรมก็ยังมีเอกลักษณ์ของลาวปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธรูปศิลปะลาว
ภาพเรื่องราวมหากาพย์รามายณะ แบบปูนปั้นใต้ซุ้มประตูโค้งของประตูชัย บันไดวันให้ขึ้นไปชมทิวทัศน์ของนครเวียงจันทน์ บนยอดของประตูชัยอีกด้วย
รวมภาพประตูชัย
บรรณานุกรม สารานุกรมเสรี .  ( “ ประเทศลาว . ” )  26   พฤศจิกายน  2553 .  < http :// th . wikipedia . org / wiki .  >  4   ธันวาคม  2553 .  ประเทศลาว .  ( “ ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศ ลาว . ” )  4   ธันวาคม  2553 .  <    www . toursooksun . com / index . php?lay = show&ac .  >  4   ธันวาคม  2553 .
จัดทำโดย นางสาว ชนิสรา บัวสิงห์ ชั้น ม . 5 / 2  เลขที่  31

ลาว

  • 1.
  • 2.
  • 3.
    คำขวัญ (&quot; สันติภาพเอกราช ประชาธิปไตย เอกภาพ วัฒนาถาวร &quot;)
  • 4.
    ข้อมูลประเทศลาว พื้นที่  -  รวม 236,800  ตร . กม . ( 81 ) 91,429  ตร . ไมล์    -   แหล่งน้ำ   (%)2%
  • 5.
    ประชากร   -  2552  ( ประมาณ )6,834,345 ( 100 )   -  2538  ( สำรวจ )4,574,848    -   ความหนาแน่น 25  คน / ตร . กม .   (177) 65  คน / ตร . ไมล์
  • 6.
    ประวัตความเป็นมา ตามพงศาวดารฝ่ายลาวกล่าวว่า   อ้ายขุนลอ   เป็นราชโอรสองค์ใหญ่ของขุนบรม ได้สร้างอาณาจักรเมืองลาวขึ้นครั้งแรก   ณ บนฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง ที่เรียกว่าเมืองชะวา เดิมให้นามเดิมว่าเมืองเชียงดงเชียงทอง ต่อมาเมื่อนำเอาพระบางไปประดิษฐาน จึงเปลี่ยนนามเมืองว่า หลวงพระบางครั้งพลเมืองหนาแน่น ไม่มีที่ทำกินก็พากันเคลื่อนย้ายลงไปทางใต้และบางพวกข้ามแม่น้ำโขงมาตั้งในบริเวณภาคอีสานเวลานี้
  • 7.
    กำเนิดคำว่า “ลาว ” นั้นมีที่มาต่างกันในพงศาวดารไทยของหลวงวิจิตรวาทการกล่าวไว้ว่าลาวมาจากคำว่า   “ ลัวะ ”  หรือ “ ละว้า ”  ซึ่งเป็นชื่อของคนชาติหนึ่ง ที่ตั้งหลักฐานอยู่ในดินแดนส่วนนี้มาก่อน เมื่อพวกไทยอพยพลงมาอยู่ปะปนกับคนเหล่านี้ พวกไทยจึงเรียกคนเหล่านี้ว่า “ ลาว ” นักปราชญ์บางคนมีความเห็นว่า   คำว่า ลาว   คือคำเดียวกับคำว่า   “ ดาว ”  เนื่องจากพวกลาวอยู่ที่สูง    และมีความเจริญมาก่อนจีน   จึงถือเป็นพวก ดาว   แต่คนไทในจีนและพม่าจำนวนมากที่ออกเสียง “ ด ”  ไม่ได้แต่ก็ออกเสียงเป็น “ หล ” เช่น   “ แดง ”  ออกเสียงเป็น   “ แหลง ”  ดังนั้นคำว่า   “ ลาว ”  จึงออกเสียงเป็น “ หลาว ”  และเพี้ยนมาเป็น   “ ลาว ”  ในที่สุด
  • 8.
      ประชากรลาว ทั้งหมด ประกอบด้วย 3 ชนชาติใหญ่ รวม 68 เผ่า ได้แก่
  • 9.
    ลาวลุ่ม   1. ลาวลุ่ม เป็นชนเผ่าที่อาศัยอยู่ตามที่ราบลุ่มใกล้แม่น้ำโขง คิดเป็นร้อยละ 70 ของประชากรทั้งหมด เช่น   ไทลาว    ไทเหนือ    ไทแดง    ไทขาว    ผู้ไท    ลาวพวน    ไทลื้อ    เป็นต้น
  • 10.
    ลาวเทิง 2 . ลาวเทิง เป็นกลุ่มชนเผ่าที่อาศัยบนพื้นที่ที่มีความสูงไม่เกิน 1,000 เมตร คิดเป็นประชากรร้อยละ 20 ของประเทศ    เช่น     สีดา    บ่าแวะ    ละแนด ฯลฯ
  • 11.
    ลาวสูง 3 .ลาวสูง เป็นประชากรส่วนน้อยอาศัยอยู่บนเทือกเขาสูง ส่วนใหญ่เป็นชาวม้งและเผ่าอื่นๆ เช่น    มูเซอ     ก่อ     กุย    เป็นต้น
  • 12.
    ประชาชนลาวมากกว่าร้อยละ 90  นับถือศาสนาพุทธนิกายเถรวาท เหมือนกับประชาชนชาวไทยและถือปฏิบัติตามหลักธรรมคำสอนอย่างเคร่งครัด อีกร้อยละ 10 นับถือศาสนาคริสต์และอิสลามโดยเฉพาะศาสนาคริสต์ที่ฝรั่งเศสเจ้าอาณานิคมเข้ามาเผยแพร่ในช่วงที่เข้ามาปกครองประเทศลาว ลาวเป็นชาติที่มีอารยธรรมด้านภาษาไม่น้อยกว่าประเทศอื่นใด มีภาษาเขียนของตนเอง     มานาน อักษรลาวเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อไรยังไม่มีหลักฐานยืนยันอย่างชัดเจน วิวัฒนาการของอักษรลาวนั้นยังเป็นที่ถกเถียงและให้ความเห็นแตกต่างกันไป ภาษาลาว เป็นภาษากลุ่มไต และสัมพันธ์ใกล้ชิดกับภาษาอีสานของประเทศไทยนอกจากนี้คนลาวบางส่วนยังสามารถใช้ภาษาอังกฤษ และภาษาฝรั่งเศสได้ดี
  • 13.
    ชนชาติลาวกับชนชาติไทยมีประวัติศาสตร์ ร่วมกันมาตั้งแต่โบราณกาล   ชนชาติลาวกับชนชาติไทยมีประวัติศาสตร์ร่วมกันมาตั้งแต่โบราณกาล   กล่าวคือ   ชนชาติลาวมีความเป็นมาเริ่มต้นของบรรพบุรุษอยู่แถบเทือกเขาอันไต ( ประเทศมองโกเลีย ) ต่อมามีพลเมืองมากขึ้นจึงหลั่งไหลลงสู่ที่ราบตอนใต้ โดยเลียบไปตามลำน้ำสองสายด้วยกันคือ ฮวงโห และ แยงซีเกียง ประวัติและความเป็นมาของชนชาติลาว
  • 14.
    แล้วเริ่มก่อร่างสร้างเมืองขึ้นสองเมืองก่อนคือ นครลุง กับนครปา ต่อจากนั้นจึงตั้งขึ้นอีกเมืองหนึ่งคือ เชียงอาน มีความสงบสุขอยู่ได้ไม่นาน พวกจีนซึ่งอาศัยอยู่มาก่อนไม่พอใจ จึงยกกำลังเข้าตีเมืองทั้งสามแตก ประชาชนชาวลาวทั้งสามเมืองจึงอพยพไปทางตะวันตกและไปรวมตัวกันที่  “ หนองแส ”   สร้างเมืองขึ้นมาใหม่ ซึ่งจีนก็ไม่ตามมารุกรานอีกแล้วเพราะจีนถือว่าพ้นอาณาเขตของตนไปแล้ว อาณาจักรหนองแสจึงสงบสุขและแผ่ขยายออกไปอีกหลายเมืองจนกระทั่งจีนขนานนามว่า น่านเจ้า หรือ ตาลีฟู อยู่ราวๆต้นพุทธศตวรรษ
  • 15.
    สืบต่อมาอีกราว   1 , 000    ปี ถึง พ . ศ .  1272 ขุนบรม ขึ้นเสวยราช พระองค์ทรงฟื้นฟูอาณาจักรอย่างยิ่งใหญ่จนมีความเจริญถึงขีดสูงสุด พระองค์จึงได้ส่งโอรสทั้ง 7 คนออกไปครองเมืองต่างๆ คือ 1 .  ขุนลอ ไปครองเมืองชวา ( เชียงทอง หรือ หลวงพระบาง ) 2.   ผาล้าน ไปครองเมืองหอแต หรือ สิบสองปันนา 3.   ท้าวจุสง ไปครองเมืองแท่นบัว 4.   ท้าวคำผง ไปครองเมืองเชียงใหม่ (** หมายเหตุ สมัยนั้นเมืองเชียงใหม่ยังไม่เกิด เข้าใจว่าเป็น เชียงแสน มากกว่า ) 5.   ท้าวอิน ไปครองเมืองอโยธยา                                 (** หมายเหตุ   คือบริเวณ นครปฐม ราชบุรี ปัจจุบันยังมีซากเมืองโบราณเหลืออยู่ ) 6.   ท้าวกรม ไปครองเมืองมอญ หรือ หงสา (** หมายเหตุ   คือบริเวณ กาญจนบุรี สุพรรณบุรี ไม่ใช่หงสาวดี ) 7.   ท้าวเจือง ไปครองเมืองเชียงขวัญ หรือ พวน ( เชียงขวาง )
  • 16.
    ล่วงมาอีกราว  500  ปี กองทัพจีนขยายอาณาเขตมาตีอาณาจักร น่านเจ้า แตกอีก ประชาชนพลเมืองก็อพยพลงมาทางลำน้ำโขงสู่ทิศใต้   แล้วมาตั้งบ้านเมืองกระจัดกระจายไปตลอดลำน้ำโขง โดยดินแดนส่วนนี้เป็นที่อาศัยของช้างจำนวนมาก  จึงได้สมญานามว่า    “ อาณาจักรล้านช้าง ”
  • 17.
    สภาพภูมิศาสตร์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ตั้งอยู่ในตอนกลางของอินโดจีนระหว่างระติจูต 14-23 องศา และระหว่างลองติจูต 100-108 องศา มีพื้นที่ 236 , 800 ตารางกิโลเมตร เป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล และล้อมรอบด้วยประเทศต่างๆ  ต่อไปนี้ ทิศเหนือ                ติดกับ     ประเทศสาธารณรัฐ ประชาชนจีน ทิศใต้                    ติดกับ     ประเทศราชอาณาจักรกัมพูชา ทิศตะวันออก       ติดกับ     ประเทศสาธารณรัฐ สังคมนิยมเวียดนาม ทิศตะวันตก          ติดกับ     ประเทศราชอาณาจักรไทย ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ    ติดกับ     ประเทศเมียนม่า
  • 18.
    ภูมิอากาศ ลักษณะภูมิอากาศของลาวคล้ายกับภาคเหนือและภาคอีสานของไทยแต่ฤดูหนาวมีอากาศหนาวมากกว่า พื้นที่ทางภาคใต้และทางตอนกลางของประเทศเป็นบริเวณที่มีฝนตกชุกมากกว่าภาคเหนือ ประเทศลาวตั้งอยู่ในเขตร้อนชื้น ลักษณะทางภูมิศาสตร์มีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก ตั้งแต่ภาคกลางจนถึงภาคเหนือในแขวงพงสาลีที่มีเขตแดนอยู่ติดกับประเทศจีน ภูมิประเทศส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อนและที่ราบสูงอากาศค่อนข้างหนาวถึงหนาวจัด ส่วนทางทิศตะวันออกมีลักษณะเป็นเทือกเขาและที่ราบติดกับประเทศเวียดนาม สำหรับทางตอนใต้สุดมีลักษณะเป็นเทือกเขาติดกับประเทศกัมพูชา ประกับกับที่ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมในทะเลจีนใต้ ทำให้ประเทศลาวมีลักษณะทางภูมิอากาศแบ่งออกได้ 3 ฤดู คือ
  • 19.
      ฤดูร้อน     เริ่มต้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์จนถึงเดือนเมษายน ฤดูฝน       เริ่มต้นตั้งแต่เดือนพฤษภาคม จนถึงเดือนตุลาคม   ฤดูหนาว   เริ่มต้นตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน จนถึงเดือนมกราคม
  • 20.
    ภูมิประเทศ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มีพื้นที่ 236 , 800 ตารางกิโลเมตร มากกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศไทย ในรัชกาลของพระเจ้าฟ้างุ่มหาราชศตวรรษที่ 14 อาณาจักรล้านช้าง มีเนื้อที่ 480 , 000 ตารางกิโลเมตร ร้อยละ 70 ของพื้นที่ทั้งหมดเป็นภูเขา และที่ราบสูง ส่วนใหญ่อยู่ทางตอนเหนือของประเทศลาว    ภู  “  เบี้ย  “  เป็นภูที่สูงที่สุดใน ลาว ซึ่งมีระดับความสูง 2 , 820 เมตร จากระดับน้ำทะเล มีแม่น้ำโขงไหลผ่านประเทศ จากทิศเหนือลงสู่ทิศใต้เป็นความยาวประมาณ 1 , 900 กิโลเมตร  และยังเป็นเขตแดนธรรมชาติระหว่างประเทศลาวกับประเทศไทย 
  • 21.
    เป็นประเทศที่ไม่ติดกับทะเล ส่วนใหญ่เป็นภูเขาและที่ราบสูงมีภูเขาล้อมรอบ พื้นที่ราบมีเพียงร้อยละ 20 ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ทางตอนกลางของประเทศ ปกคลุมไปด้วยป่าอันหนาทึบ โดยเฉพาะทางตอนเหนือมีความสูงเฉลี่ยเกิน 900 ที่ราบสูงนี้จะค่อยๆ ลาดต่ำลงทางใต้ จนถึงฝั่งโขงทางตะวันตก
  • 22.
  • 23.
    ศาสนา ประชาชนลาว มากกว่า 90 % นับถือ ศาสนาพุทธนิกายเถรวาท เหมือนกับประชาชนชาวไทยและถือปฏิบัติตามหลักธรรมคำสอนอย่างเคร่งครัด  โดยรัฐบาลให้สิทธิเสรีภาพในการเลือกนับถือศาสนา ตามประเพณีหนุ่มลาวที่มีอายุ 20 ปี จะเข้าบวชเป็นพระระยะหนึ่ง เพื่อตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ หรือ ญาติพี่น้องที่เสียชีวิต ในปัจจุบัน พระสงฆ์ลาวถือธรรมวินัยอย่างเคร่งคัด นอกจากการเผยแพร่พระธรรมแล้ว ยังทำหน้าที่เป็นครูประชาศึกษา และแพทย์แผนโบราณ อุบาสกอุบาสิกาเป็นผู้ถวายปัจจัยทุกอย่าง มีการถวายจังหัน และเพลทุกๆ วัน  บทบาทของ พระสงฆ์ลาว ในระบอบใหม่ได้รับการเชิดชูให้สูงเด่นขึ้นทั้งภายในและต่างประเทศ   และอีก  10%   ที่เหลือนับถือศาสนาคริสต์และอิสลาม โดยเฉพาะศาสนาคริสต์ ฝรั่งเศสเจ้าอาณานิคมเข้ามาเผยแพร่ในช่วงที่เข้ามาปกครองประเทศลาว
  • 24.
  • 25.
    ภาษาประจำชาติ คือ   “ภาษาลาว ”   มีลักษณะใกล้เคียงกับ   “ ภาษาไทยในภาคอีสานของไทย ”   นอกจากนี้   คนลาวบางส่วนยังสามารถใช้ภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศสได้ดีสำหรับประชาชนชาวลาวทางตอนเหนือของประเทศสำเนียงการพูดและความหมายของคำบางคำคล้ายกับภาษาพื้นเมืองในจังหวัดเชียงใหม่  เชียงราย และเลย  ทางตอนเหนือของประเทศไทย
  • 26.
    ( พาสาลาว ) เป็นภาษาราชการของประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นภาษาที่มีวรรณยุกต์ในภาษากลุ่มไต และสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ ภาษาอีสานของประเทศไทย ระบบการเขียนในภาษาลาว จะใช้อักษรลาว ซึ่งเป็นระบบ  abugida ( ระบบการเขียนที่ประกอบด้วยสัญลักษณ์แทนพยัญชนะและตามด้วยสระที่จะอยู่ด้านหน้า หลัง บน ล่าง ของพยัญชนะ ) และสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอักษรไทย
  • 27.
    ตัวอักษร  ภาษาลาวมีตัวอักษรที่ใช้เขียนอยู่สองแบบ คือ 1. อักษรราชการ ( ในภาคอีสานของไทยยังคงใช้อยู่บ้างในเอกสารโบราณ   เรียกชื่อว่า   อักษรไทน้อย ) 2. อักษรธรรมลาว  ใช้เขียนเรื่องคดีทางธรรม โหราศาสตร์ ไสยศาสตร์ และตำราวิชาการบางประการ เช่น ตำรายา  
  • 28.
  • 29.
  • 30.
  • 31.
    พระธาตุหลวง  หรือ  พระเจดีย์โลกะจุฬามณี  นับเป็นปูชนียสถานอันสำคัญยิ่งแห่งนครหลวงเวียงจันทน์ และเป็นศูนย์รวมใจของประชาชนชาวลาวทั่วประเทศ ตามตำนานกล่าวว่าพระธาตุหลวงมีประวัติการก่อสร้างนับพันปีเช่นเดียวกันพระธาตุพนมในประเทศไทย และปรากฏความเกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์ของดินแดนทางฝั่งขวาแม่น้ำโขงอย่าง แยกไม่ออก สถานที่นี้ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์สำคัญอย่างของประเทศลาว ดังปรากฏว่าตราแผ่นดินของลาวที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนี้มีรูปพระธาตุหลวงเป็น ภาพประธานในดวงตรา พระธาตุหลวง
  • 32.
    ประวัติ ความเป็นมาและตำนานการสร้างพระธาตุหลวง ประวัติความเป็นมาและตำนานการสร้างพระธาตุหลวง ตามตำนานเล่าว่า พระธาตุองค์นี้ได้สร้างในสมัยพุทธศักราชที่ 236 โดยมีพระภิกษุลาวจำนวน 5 รูปเดินทางไปศึกษาพระพุทธศาสนาในประเทศอินเดีย และได้อันเชิญพระอุรังคธาตุของพระพุทธเจ้ามายังนครเวียงจันทน์ด้วย ต่อมาด้ำกราบทูลพระยาจันทบุรีประสิทธิ์ศักดิ์ เจ้านครเวียงจันทน์ในสมัยนั้น ให้สร้างพระธาตุหลวงขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุเพื่อให้ชาวลาวได้ กราบไหว้ กล่าวไว้ว่า พระธาตุองค์เดิมนั้นสร้างด้วยหินเป็นทรงโอคว่ำ มีการก่อกำแพงล้อมรอบเอาไว้ทั้ง 4 ด้าน แต่ละด้านมีความกว้าง 10 เมตร หนา 4 เมตร และสูง 9 เมตร
  • 33.
    เชื่อกันว่าพระธาตุที่เห็นในปัจจุบันสร้างครอบองค์เดิม ซึ่งต่อมาสมเด็จพระไชยเชษฐาธิราชได้โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายเมืองหลวงของราชอาณาจักรล้านช้างจากหลวงพระบางมาอยู่ที่เวียงจันทน์ตามดำริของพระราชบิดา คือพระเจ้าโพธิสาร จากนั้นทรงมีพระบัญชา ให้ทรงสร้างพระเจดีย์องค์ใหม่ครอบพระธาตุองค์เดิมไว้ ณ บริเวณที่เคยเป็นเทวสถานเก่าของขอมโดยเริ่มก่อสร้างในปี พ . ศ . 2109 และหลังจากสร้างพระธาตุหลวงได้โปรดฯ ให้สร้างวัดขึ้นล้อมรอบพระธาตุไว้ทั้งสี่ทิศด้วย แต่ปัจจุบันเหลืออยู่เพียงสองแห่งด้วยกันคือ วัดพระธาตุหลวงเหนือและวัดพระธาตุหลวงใต้
  • 34.
  • 35.
  • 36.
    ประวัติ ความเป็นมาและตำแหน่งที่ตั้งของประตูชัย ประตูชัย ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองเวียงจันทน์บนถนนล้านช้างไปสิ้นสุดที่บริเวณประตูชัย สร้างเสร็จในปี พ . ศ . 2512 เป็นอนุสรณ์สถานเพื่อระลึกถึงประชาชนชาวลาวผู้เสียสละชีวิตในสงครามก่อนหน้าการปฏิวัติของพรรคคอมมิวนิสต์ ประตูชัยแห่งนี้มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า รันเวย์แนวตั้ง เพราะการก่อสร้างประตูชัยแห่งนี้ ใช้ปูนที่อเมริกาซื้อเพื่อนำมาสร้างสนามบินใหม่ในนครเวียงจันทน์ในระหว่าง สงครามอินโดจีน แต่ไม่ทันได้สร้างเพราะอเมริกาแพ้สงครามในอินโดจีนเสียก่อน จึงนำปูนซีเมนต์มาสร้างประตูชัยแทน ลักษณะสถาปัตยกรรมได้รับอิทธิพลของประตูชัยในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เจ้าอาณานิคมในสมัยนั้น แต่ลักษณะสถาปัตยกรรมก็ยังมีเอกลักษณ์ของลาวปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธรูปศิลปะลาว
  • 37.
  • 38.
  • 39.
    บรรณานุกรม สารานุกรมเสรี . ( “ ประเทศลาว . ” ) 26 พฤศจิกายน 2553 . < http :// th . wikipedia . org / wiki . > 4 ธันวาคม 2553 . ประเทศลาว . ( “ ข้อมูลท่องเที่ยวประเทศ ลาว . ” ) 4 ธันวาคม 2553 . < www . toursooksun . com / index . php?lay = show&ac . > 4 ธันวาคม 2553 .
  • 40.
    จัดทำโดย นางสาว ชนิสราบัวสิงห์ ชั้น ม . 5 / 2 เลขที่ 31