More Related Content
PDF
PPT
โครงสร้างที่ใช้ในการเคลื่อนที่ของคน PDF
4แผนการจัดการเรียนรู้รายหน่วย PPTX
การจัดการชั้นเรียน ดร.ไพรภ PDF
เทคนิคการสอนในศตวรรษที่21 PDF
3 p quality for facilitator PPT
DOCX
คำกล่าวต้อนรับคณะกรรมการประเมิน What's hot
PPT
PDF
PPT
ประวัติศาสตร์ไทยสมัยธนบุรี PDF
การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน PDF
PDF
PDF
PDF
บทที่ 2 โบราณคดีและประวัติศาสตร์ไทย2 PPT
PDF
DOCX
รายงาน การประสมวงดนตรีสากล PDF
PDF
การลำเลี้ยงน้ำและอาหารในพืช PDF
PDF
ใบความรู้ที่ 1 เรื่อง วิธีการทางประวัติศาสตร์และการวิเคราะห์เหตุการณ์สำคัญ PPTX
PDF
DOC
1.แผนการเรียนรู้ยาเสพติดม.1 PPT
DOCX
Viewers also liked
PPT
PPT
PDF
มาตรฐานตัวชี้วัดสังคมศึกษา PPTX
จิตวิทยาแนะแนวและการให้คำปรึกษา PDF
PDF
แนวทางการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศั... Similar to การประกันคุณภาพ
PDF
PDF
สื่อแนะแนวการศึกษาต่อม.3ภาค1 ปี57 PPTX
PDF
PPS
PDF
บทที่ 4 การจัดการศึกษาปฐมวัยในเอเชีย 55 DOCX
ระบบการศึกษาประเทศในอาเซียน PDF
PDF
PDF
United Kingdom Education Accredited & Salary PDF
Australia Education Accredited & Salary PPT
PDF
PDF
PDF
PDF
การประกันคุณภาพ
- 1.
ระบบการศึกษาของ นิวซีแลนด์ เริ่มตั้งแต่การศึกษาระดับปฐมวัย การศึกษาระดับประถมและมัธยมศึกษา และการศึกษาในระดับอุดมศึกษา ถึงแม้ว่าสถาบันการศึกษาจะมีความหลากหลายตามระดับ และประเภทการศึกษาแต่ก็มีนโยบาย และการประกันคุณภาพระดับชาติ คอยทำหน้าที่สืบสานความต่อเนื่อง และเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันทั่วทั้งระบบ<br />การศึกษาระดับเด็กปฐมวัย (Pre-Schools) อายุ 2 - 4 ขวบคำว่า “การศึกษาเด็กปฐมวัย” ในประเทศ นิวซีแลนด์ หมายถึงการให้การศึกษา และการให้การดูแลเอาใจใส่แก่เด็กเล็ก และทารกก่อนที่จะเริ่มเข้าโรงเรียน โดยการบริการมีให้เลือกหลายรูปแบบ และมีการใช้สื่อภาษาอังกฤษเป็นส่วนใหญ่ การศึกษาเด็กปฐมวัย ได้แก่ สถานรับเลี้ยงเด็กอ่อน, ศูนย์พัฒนาทักษะเด็ก และโรงเรียนอนุบาล<br />การศึกษาระดับประถม (Primary Schools) (Year 1-8 อายุตั้งแต่ 5-12 ขวบโดยประมาณ)เป็น การศึกษาในโรงเรียนที่จัดไว้ให้แก่เด็กอายุตั้งแต่ 5 ขวบเป็นต้นไปและเป็นการ ศึกษา ภาคบังคับตั้งแต่อายุระหว่าง 6-16 ปี รวมทั้งหมด 11 ปี เด็ก นิวซีแลนด์ ส่วนใหญ่ เริ่มเข้าเรียนประถมศึกษาตั้งแต่อายุ 5 ขวบ ในขณะที่เด็กไทยเริ่มเรียนเมื่ออายุ 6 ขวบไปแล้ว และบังคับเรียนตั้งแต่ป.1 ถึงม3. ทั้งหมด 9 ปี การศึกษาระดับประถมของ นิวซีแลนด์ เริ่มต้นที่ชั้นเยียร์ 1 (Year 1) และต่อไปจนถึงชั้นเยียร์ 8 (Year 8) อย่างไรก็ตามจะมีบางโรงเรียนที่เปิดสอนเพียง 2 ชั้นปีคือ ชั้น Year 7 และชั้น Year 8 โดยจะเรียกโรงเรียนประเภทนี้ว่า \"
Intermediate Schools\"
<br />การศึกษาระดับมัธยมศึกษา (Secondary Schools) เยียร์ 9-13 (Year 9-13) หรือ ฟอร์ม 3-7 (Form 3-7) อายุ 13-17 ปีโดยประมาณนิวซีแลนด์ มี โรงเรียนมัธยมศึกษามากกว่า 400 แห่ง และเรียกได้หลายแบบเช่น High School, Grammar School, College, Collegiate และ Secondary School นักเรียนต่างชาติสามารถเข้าเรียนได้ตั้งแต่ชั้นเยียร์ 9-13 (Year 9-13) โดยส่วนใหญ่โรงเรียนมัธยมศึกษาที่ นิวซีแลนด์ จะเริ่มรับนักเรียนต่างชาติเข้าเรียนตั้งแต่อายุ 13 ปีขึ้นไป บางแห่งมีนักเรียนต่างชาติอายุเกิน 20 ปีกำลังศึกษาอยู่ก็มี ค่าเล่าเรียนในระดับมัธยม ที่ นิวซีแลนด์จะ อยู่ที่ประมาณ 9900-15000 ดอลลาร์ นิวซีแลนด์หากเป็นโรงเรียนรัฐบาล แต่หากเป็นของเอกชนก็จะอยู่ที่ประมาณ 17000-29000 ดอลลาร์ นิวซีแลนด์<br />ปีการศึกษาโรงเรียนมัธยมใน นิวซีแลนด์ ใช้ระบบการศึกษาแบบ 4 เทอมเทอม 1 ปลายมกราคม-กลางเมษายนเทอม 2 ปลายเมษายน-ต้นกรกฎาคมเทอม 3 ปลายกรกฎาคม-กลางกันยายนเทอม 4 ต้นตุลาคม-ต้นธันวาคม<br />การสมัครเรียน สมัคร เข้าเรียนต่อจากชั้นสูงสุดที่จบจากประเทศไทยได้เลย และสามารถสมัครเข้าเรียนได้ทุกเทอม นักเรียนที่ต้องการเลื่อนชั้นต้องเข้าเรียนต้นเทอม 2 ทาง โรงเรียนจะพิจารณารับนักเรียนเข้าเรียนจากผลการเรียน อายุ และพื้นฐาน ภาษาอังกฤษ แต่การรับนักเรียนขึ้นอยู่กับ การตัดสินใจของแต่ละโรงเรียน<br />วุฒิการศึกษา (National Certificates of Educational Achievement หรือ NCEA)ในระดับมัธยมศึกษา นักเรียนจะได้รับคุณวุฒิเมื่อเรียนจบเป็นวุฒิ จากกระทรวงศึกษาธิการ เรียกว่า National Certificates of Educational Achievement (NECA) ซึ่งคุณวุฒิดังกล่าวใช้ในระดับชั้นเยียร์ 11-13 (Year 11-13) นักเรียนจะได้สอบใน 3 ระดับ (Level1-3) การสอบจะประกอบด้วยการประเมินโดยอาจารย์ประจำวิชาในโรงเรียน และการสอบข้อสอบระดับประเทศ<br />Year 11 (ฟอร์ม 5) NCEA level1 ใช้แทนที่ School Certificate (ประกาศนียบัตรมัธยม) การศึกษาภาคบังคับจะสิ้นสุดลงในปีนี้ นักเรียนสามารถออกไปหางานทำ หรือเรียนต่อในระดับประกาศนียบัตร ส่วนผู้ที่ต้องการเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา จะต้องเรียนต่อจนจบเยียร์ 13 หรือ ฟอร์ม7 การเรียนในเยียร์ 11 จะประกอบด้วย 5 วิชาที่จะต้องมี 3 วิชาหลักคือ อังกฤษ คณิต และวิทยาศาสตร์ บวกด้วยอีก 3 หรือ 4 วิชาเลือก เกรดที่ได้จะแบ่งเป็น Achieved, Merit และ Excellence<br />Year 12 (ฟอร์ม6) NCEA level2 ใช้แทนที่ Six Form Certificate (ประกาศนียบัตรชั้นฟอร์ม 6) จะประกอบด้วย 5 หรือ 6 วิชา วิชาภาษาอังกฤษเป็นวิชาบังคับ เกรดที่ได้จะแบ่งเป็น Achieved, Merit และ Excellence<br />Year 13 (ฟอร์ม7) NCEA level3 ใช้แทนที่ Higher School Certificate ซึ่งเป็นการเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยและการสอบชิงทุน<br />ขอดูรายละเอียดเกี่ยวกับ NCEA ได้ที่ www.nzqa.govt.nz/ncea<br />การศึกษาระดับอุดมศึกษาโอกาสการศึกษาต่อในระดับ อุดมศึกษานั้นมีมากมายทั้งยังมีมาตรฐานสูงเนื่องจากได้รับการติดตามประเมิน จากหน่วยงานของรัฐอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าสถาบันการศึกษาทั้งหลายสามารถรักษามาตรฐานดังกล่าวได้อยู่ ตลอดเวลา<br />การ เข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาใน นิวซีแลนด์ นั้น นักศึกษาต้องมีความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษค่อนข้างดีทั้งยังมีผลการเรียน ในระดับที่ต้องการ โดยการวัดความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษนั้นจะกระทำโดยผ่านการสอบภาษาอังกฤษ ต่างๆ เช่น IELTS TOEFL ปีการศึกษาในระดับอุดมศึกษานั้น มักเริ่มจากเดือนกุมภาพันธ์ไปถึงเดือนพฤศจิกายน<br />มหาวิทยาลัย นั้น จะสอนเนื้อหาทางวิชาการและทฤษฎีอย่างลึกซึ้งในสาขาที่นักศึกษาเลือก เรียน ทั้งยังสามารถทำการสอนในระดับที่สูงกว่าในหลายสาขาวิชาทั้งในระดับประกาศนีย บัตรระยะสั้นจนกระทั่งถึงระดับปริญญาเอก<br />มหาวิทยาลัย ใน นิวซีแลนด์ มีด้วยกันทั้งหมด 8 มหาวิทยาลัย และเป็นของรัฐบาลทั้งหมด มหาวิทยาลัยเหล่านี้กระจายอยู่ตามเมืองใหญ่ทั่วประเทศ โดยอยู่ที่เกาะเหนือ 5 มหาวิทยาลัย อันได้แก่ <br />University of Auckland อยู่ที่เมือง Auckland <br />Auckland University of Technology อยู่ที่เมือง Auckland เดิมชื่อ AIT (Auckland Institute of Technology) <br />Massey University อยู่ที่เมือง Auckland, Palmerston North, Wellington<br />University of Waikato อยู่ที่เมือง Hamilton <br />Victoria University of Wellington อยู่ที่เมือง Wellington <br />เกาะใต้มี 3 มหาวิทยาลัย คือ <br />University of Canterbury อยู่ที่เมือง Christchurch <br />Lincoln University อยู่ที่เมือง Christchurch <br />University of Otago อยู่ที่เมือง Dunedin <br />มหาวิทยาลัยเหล่านี้มีหลักสูตรตั้งแต่ระดับปริญญาตรีถึงปริญญาเอก บางมหาวิทยาลัยมีหลักสูตรประกาศนียบัตรและอนุปริญญา ด้วย<br />คุณสมบัติของผู้สมัครจากประเทศไทย <br />ระดับปริญญาตรี <br />นัก ศึกษาจบชั้นปีที่ 1 จากมหาวิทยาลัยที่ได้รับการรับรอง จากทางมหาวิทยาลัยของประเทศไทย สามารถสมัครเข้าเรียน ต่อในระดับปริญญาตรี (แต่ถ้านักศึกษามีวุฒิจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จะต้องเข้าเรียน หลักสูตร Foundation Studies Programme ก่อน หรือมิฉะนั้นก็เข้าเรียนต่อในโรงเรียนมัธยมศึกษา ใน Year 13 หรือเลือกเรียนหลักสูตรอนุปริญญาในวิทยาลัย อาชีวศึกษา 2 ปี เกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 2.5 แล้วจึงสมัครเรียนต่อปริญญาตรี) คะแนน TOEFL อย่างต่ำ 550 หรือ IELTS 5.5 <br /> ระดับปริญญาโท/เอก <br />นัก ศึกษาจะต้องสำเร็จปริญญาตรี/โท มีคะแนน TOEFL 600 หรือ IELTS 6.5-7.0 บางสาขาวิชาจะต้องมีประสบการณ์การทำงานด้วย มีเกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3.00 และมีเอกสารชี้แจงวิทยานิพนธ์ พร้อมประวัติส่วนตัว<br />สถาบันเทคโนโลยีและโพลีเทคนิคนิวซีแลนด์ มีสถาบันเทคโนโลยีและโพลีเทคนิคที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐ 20 แห่ง โดยส่วนหนึ่งตั้งอยู่ในเมืองที่เล็กลงไป สถาบันเหล่านี้เปิดทำการสอนและอบรมในหลายสาขาทั้งในสาขาวิชาชีพและวิชาการ แต่ละสาขาหรือแต่ละหลักสูตรนั้นมีการเรียนการสอนหลายร้อยวิชา ทั้งในระดับประกาศนียบัตร ปริญญา และระดับที่สูงกว่าระยะเวลาของการศึกษาในสถาบันเทคโนโลยีและโพลีเทคนิคค่อน ข้างหลากหลายโดยมีตั้งแต่หกเดือนไปถึงสามปีขึ้นอยู่กับระดับของหลักสูตร<br />สถาบัน เทคโนโลยีและโพลีเทคนิคนั้นรักษาความสัมพันธ์กับหน่วยงานราชการและบริษัท เอกชนต่างๆที่เปิดสอนมีความเหมาะสมทั้งในส่วนวิชาการและทักษะที่จะนำไป ประยุกต์ใช้ โดยมีความตั้งใจที่จะให้นักศึกษาสามารถทำงานได้ทันทีที่จบการศึกษา<br />สถาบัน เทคโนโลยีและโพลีเทคนิคอยู่ภายใต้ความดูแลของหน่วยงาน Intitutes of Technology and Polytechnics of New Zealand (ITPNZ)และมี NZQA คอยให้การรับรองหลักสูตร หลักสูตรที่เปิดสอนในสถาบันเทคโนโลยีและโพลีเทคนิคนั้นมีมาตรฐานสูงและได้ รับการยอมรับไม่ต่างจากหลักสูตรที่เปิดสอนในมหาวิทยาลัยต่างๆในนิวซีแลนด์<br />หลักสูตรเตรียมอุดมศึกษามหาวิทยาลัย ของนิวซีแลนด์ ทั้งแปดแห่ง รวมทั้งสถาบันการศึกษาอื่นๆมีการเปิดสอนหลักสูตรเตรียมอุดมศึกษา ซึ่งเป็น หลักสูตรที่ช่วยให้นักศึกษาต่างชาติมีความพร้อมในการเข้าเรียนในระดับชั้น ปริญญาตรี<br />หลัก สูตรดังกล่าวใช้ระยะเวลาตั้งแต่ 28 สัปดาห์ จนกระทั่งถึง 1 ปี หลักสูตรเตรียมอุดมศึกษานั้นถือเป็นโอกาสในการศึกษาแบบหนึ่งที่นักศึกษาต่าง ชาติสามารถเลือกได้ โดยที่วิชาที่เปิดสอนนั้นมีตั้งแต่ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ และวิชาหลักต่างๆที่จะช่วยให้นักศึกษาปรับตัวเข้ากับระบบการศึกษาของ นิวซีแลนด์ได้ดียิ่งขึ้น<br />สถาบันฝึกอบรมของเอกชนนิวซีแลนด์ มีสถาบันฝึกอบรมของเอกชนอยู่จำนวนหนึ่งซึ่งเปิดสอนหลักสูตรระดับอุดมศึกษา ทั้งในส่วนของวิชาชีพและวิชาการ โดยที่จะให้ความสำคัญกับสาขาใดสาขาหนึ่งเป็นพิเศษ เช่น การท่องเที่ยว และการบริการ ธุรกิจและการจัดการ ทักษะภาษาอังกฤษ<br />หลักสูตรต่างๆของสถาบันฝึกอบรมของเอกชนดังกล่าวได้รับการรับรองจาก NZQA<br />หลักสูตรการเรียนภาษาอังกฤษนัก ศึกษาต่างชาติมักจะลงเรียนในหลักสูตรการเรียนภาษาอังกฤษเพื่อพัฒนาทักษะก่อน จะเรียนต่อในระดับมัธยมศึกษาหรือในมหาวิทยาลัยบ้างก็เพื่อเสริมทักษะภาษา อังกฤษเพื่อธุรกิจ เพื่อพัฒนาอาชีพหรือบางครั้งก็เพื่อพัฒนาบุคลิกภาพเฉพาะตัว<br />ประเทศ นิวซีแลนด์ นั้นมีสถาบันที่เปิดสอนหลักสูตรการเรียนภาษาอังกฤษไม่ต่ำกว่า 100 แห่ง โดยที่หลายแห่งก็เป็นของสถาบันการศึกษาในระดับมัธยมหรือสถาบันการศึกษาระดับ มหาวิทยาลัยทั้งนี้สถาบันที่เปิดสอนทั้งหมดต้องจดทะเบียนกับ NZQA ซึ่งสิ่งนี้ทำให้มั่นใจได้ว่าการเรียนการสอนดังกล่าวมีคุณภาพสูง มาการจัดการหลักสูตรเป็นอย่างดีและมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับระหว่างประเทศ<br />นัก ศึกษาที่เข้าเรียนในหลักสูตรการเรียนภาษาอังกฤษนั้นจะได้รับการทดสอบและจัด ให้อยู่ในระดับของหลักสูตรที่เหมาะสมกับความสามารถ ชั้นเรียนก็มีขนาดเล็กซึ่งทำให้นักเรียนแต่ละคนได้รับการดูแลมากเท่าที่ต้อง การ หลักสูตรของ นิวซีแลนด์ นั้นจะใช้รูปแบบการสอนสมัยใหม่ทั้งห้องเรียนสนทนา การเข้าใช้ห้องปฎิบัติการ ทางภาษา คอมพิวเตอร์ ดีวีดีและวีดีโอต่างๆเพื่อให้การเรียนภาษาอังกฤษมีความน่าสนใจยิ่งขึ้นสถาบัน ที่เปิดสอนหลักสูตรการเรียนภาษาอังกฤษบางแห่งที่ได้จดทะเบียนเป็นศูนย์ทดสอบ ความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ เช่น IELTS หรือ TOEFL ด้วยให้นักศึกษาโดยเฉพาะและนักศึกษาสามารถเข้าทำการสอบได้ทันที สิ่งนี้ช่วยให้นักศึกษาที่ต้องการศึกษาต่อมีระดับความสามารถในการใช้ภาษา อังกฤษเพื่อการศึกษาตอในระดับที่มหาวิทยาลัยต้องการมีความสะดวกสบายมากยิ่ง ขึ้น<br />เอกสารที่ต้องใช้ในการสมัครเรียน <br />ระดับมัธยมศึกษา <br />ใบรับรองผลการเรียน หรือใบรายงานผลการศึกษาชั้น สูงสุดที่มีจดหมายรับรองจากสถาบันที่เรียนอยู่หรือที่เรียนจบมา <br />ระดับอุดมศึกษา <br />ใบรับรองผลการเรียน (Transcript) <br />ใบรับรองผลการสอบ TOEFL หรือ IELTS <br />จดหมายรับรองจากสถาบันที่ศึกษาอยู่หรือที่จบมาหรือ จากสถานที่ที่ทำงานอยู่ <br />ระดับปริญญาเอก <br />ใบรับรองผลการเรียน (Transcript) <br />คำแปลสูติบัตรหรือเทียบเท่า (บางมหาวิทยาลัย) <br />จดหมายแนะนำจากอาจารย์ <br />จดหมายเรียงความประวัติส่วนตัวและเหตุผลที่ต้องการ ศึกษา <br />ใบรับรองผลการสอบ TOEFL หรือ IELTS <br />เรียนภาษาอังกฤษ <br />ไม่จำเป็นต้องแสดงวุฒิการศึกษา<br />คุณภาพการศึกษาของนิวซีแลนด์ มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ในเรื่องของการนำไปปฎิบัติ ความทันสมัย และน่าสนใจ ในบางหลักสูตรเฉพาะ เช่น biotechnology, forensic science และ marine engineering นิวซีแลนด์มีการจัดเนื้อหาที่ง่ายต่อการเข้าใจ หลักสูตรที่ได้รับการอนุมัติThe New Zealand Qualifications Authority (NZQA) มีหน้าที่พัฒนา และประกันคุณภาพระดับการศึกษานานาชาติของนิวซีแลนด์ หน้าที่หลักคือการดูแลมาตรฐานหลักสูตร โปรแกรมของ สถาบันวิชาชีพ สถาบันเทคนิคอาชีวะและสถาบันเอกชน โดยกำหนดแนวทางไว้ดังนี้† ให้สถาบันฝึกอบรมของเอกชน ที่มีโปรแกรมการเรียน 12 สัปดาห์หรือมากกว่า จะต้องมีการลงทะเบียน† ให้สถาบันการศึกษาทุกแห่งต้องรักษาคุณภาพให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล† อนุมัติโปรแกรมที่สถาบันเสนอ NZQA มีหน้าที่ดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับสถาบันฝึกอบรมเอกชน และอนุมัติหลักสูตรของสถาบันการศึกษา หน่วยงานอื่นๆ ที่มีหน้าที่ดูแลสถาบันการศึกษา แบ่งเป็น 2 ส่วนภายใต้การดูแลของ NZQA คือ the New Zealand Polytechnics Programmes Committee (NZPPC) และ the Colleges of Education Accreditation Committee (CEAC) นอกจากนี้ยังมี the New Zealand Vice Chancellors’ Committee (NZVCC) ที่คอยดูแลหลักสูตรระดับมหาวิทยาลัย วิธีการปฎิบัติเนื่องจากการเห็นความสำคัญของการดูแลนักเรียนต่างชาติที่เหมาะสม ขณะที่เรียนอยู่ที่นิวซีแลนด์ จึงมีข้อกำหนดในการดูแลความปลอดภัยและสวัสดิภาพของนักเรียนต่างชาติ ทุกสถาบันรวมถึงสถาบันของเอกชนจะต้องมีการดูแลนักเรียน และเตรียมข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับหลักสูตร ก่อนที่นักเรียนจะเริ่มเรียน การประกันค่าเรียนNZQA จะกำหนดสถาบันมีการประกันค่าธรรมเนียมของนักเรียนในกรณีที่การเรียนหยุดกลางคันก่อนที่จะจบสมบูรณ์ตามหลักสูตร ในระบบการศึกษาของนิวซีแลนด์ สิ่งที่สำคัญคือ นักเรียนจะต้องเลือกสถาบันให้ตรงกับหลักสูตรที่ต้องการจะเรียน สถาบันที่เลือกควรมีชื่อเสียงในด้านนั้นๆ ตัวอย่างเช่น การเรียนด้านเทคโนโลยีอาหาร นักเรียนควรหาข้อมูลเกี่ยวกับ คณะ โอกาสในการฝึกงานและด้านอื่นๆ ซึ่งจะมีผลเมื่อนักเรียนเรียนจบแล้วก็จะสามารถทำงานในองค์กรที่ดีๆได้กลับสู่เมนูวันลงทะเบียนเรียน สถาบันสอนภาษานักเรียนสามารถสมัครเรียนล่วงหน้าได้ช้าที่สุดประมาณ 1 เดือนก่อนวันเริ่มเรียน แต่ต้องมั่นใจว่าจะได้รับการอนุมัติวีซ่าผ่านได้ทันเวลา ดังนั้นนักเรียนควรวางแผนสมัครเรียนล่วงหน้าให้เร็วที่สุดเท่าที่สามารถทำได้ มหาวิทยาลัยและโรงเรียนมัธยมศึกษาเริ่มเปิดเรียนในช่วงต้นปี นักเรียนจึงควรสมัครเรียนล่วงหน้าตั้งแต่ปีก่อนหน้า ซึ่งวันสุดท้ายในการสมัครเรียนของสถาบันอาจจะอยู่ในช่วงเดือนพฤศจิกายน แต่ก็ควรตรวจสอบให้ดีเพราะวันสมัครเรียนก็ขึ้นอยู่กับบางหลักสูตร นักเรียนอาจจะต้องใช้สำเนาเอกสารต่างๆ หรือเอกสารแปลที่ได้รับการรับรองแล้ว ซึ่งขั้นตอนในการพิจารณาจะใช้เวลาประมาณ 8 สัปดาห์ (กรณีที่ส่งเอกสารโดยตรงไปยังสถาบัน) ถ้าสมัครเรียนผ่านตัวแทน วันสุดท้ายของการสมัครเรียนอาจจะเร็วกว่าที่สถาบันกำหนด หากนักเรียนมีคุณสมบัติตรงตามที่สถาบันระบุ และส่งใบสมัครก่อนหมดเขต นักเรียนก็มีสิทธิได้รับการยอมรับเข้าเรียนกลับสู่เมนูการโอนหน่วยกิต ถ้านักเรียนต้องการโอนหน่วยกิต จากการเรียนปีแรกที่ประเทศของตน เพื่อมาเรียนต่อในปีที่สองที่นิวซีแลนด์ นักเรียนต้องสมัครและเจรจาต่อรองกับทางสถาบันที่นักเรียนต้องการเข้าเรียน ถ้าประเทศที่นักเรียนเรียนก่อนหน้าเป็นประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการหรือได้รับการยอมรับจาก New Zealand Qualifications Authority (NZQA) หรือ the Australian National Office of Skills Recognition (NOOSR) นักเรียนก็สามารถเข้าเรียนต่อได้เลย หากนักเรียนไม่ได้เรียนที่ประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการต้องเตรียมเอกสารวิชาที่เรียน อาทิ ด้านวิยาศาสตร์ หรือการโรงแรม พร้อมทั้งรายละเอียดของแต่ละวิชา ให้กับคณะที่จะเข้าเรียนพิจารณา ในกรณีอื่นๆ หากนักเรียนมีคุณสมบัติไม่ตรงตามที่ระบุ นักเรียนจำเป็นต้องได้รับการพิจารณาจาก Qualifications Evaluation Service at NZQA มีค่าธรรมเนียม 450 เหรียญ และใช้เวลาไม่เกิน 8 สัปดาห์ นักเรียนต้องเตรียมสำเนาเอกสารที่ได้รับการรับรอง หรือเอกสารตัวจริง ที่แปลจากตัวแทนที่ได้รับอนุญาตจาก NZQA โดยปกติแล้วการดำเนินการจะใช้เวลาไม่นานมากกลับสู่เมนูการยอมรับในระดับสากล คุณภาพการศึกษาของนิวซีแลนด์ ได้รับการยอมรับในระดับสากล เนื่องจากคุณวุฒิและโปรแกรมการศึกษาเป็นระบบการศึกษาของประเทศอังกฤษ นักเรียนจึงสามารถเรียนระดับปริญญาตรีในนิวซีแลนด์และเรียนต่อระดับที่สูงขึ้นในประเทศอื่นๆ ที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักได้ ในประเทศกำลังพัฒนาแถบภูมิภาคเอเชีย และ South Pacific ถือเป็นเรื่องปกติที่จะพบเห็นผู้บริหารระดับสูง รัฐมนตรี หรือแม้กระทั่งนายกรัฐมนตรี ที่เรียนจบจากประเทศนิวซีแลนด์ The New Zealand Qualifications Authority ที่เป็นส่วนหนึ่งของ กระทรวงศึกษาธิการ ได้ทำการเก็บข้อมูลมาตรฐานที่รับรองคุณวุฒิการศึกษาของมหาวิทยาลัยหรือโรงเรียนมัธยมในนิวซีแลนด์ และทุกคุณวุฒิจะอธิบายข้อกำหนดโดยทั่วไป ซึ่งเหมือนกับประเทศอื่นๆ ที่มีการทำข้อมูลนี้เหมือนกัน นิวซีแลนด์มีข้อตกลงที่เป็นทางการกับมาเลเซียและจีน ในด้านความร่วมมือกันทางการศึกษา และร่วมมือกับเยอรมันนีและฝรั่งเศส เกี่ยวกับค่าธรรมเนียมของนักเรียนระดับสูงกว่าปริญญาตรี และกับประเทศออสเตรเลียในด้านค่าธรรมเนียมของนักเรียนระดับอุดมศึกษาความสามารถด้านภาษาภาษาที่ใช้ในการเรียนการสอน คือ ภาษาอังกฤษ ยกเว้น ในบางสถาบันที่มีการเรียนการสอนเป็นภาษาเมารี โรงเรียนจึงต้องการรู้ความสามารถทางภาษาอังกฤษของนักเรียน ว่าอยู่ในระดับที่สามารถ เข้าเรียนหลักสูตรที่นักเรียนสมัครได้หรือไม่ ระดับมหาวิทยาลัยสถาบันการศึกษาอาจจะขอเอกสารตัวจริงหรือสำเนาเอกสารผลทดสอบภาษาอังกฤษ ประเภทต่างๆของนักเรียน ดังนี้† ผลสอบ IELTS (International English Language Testing System) ระดับ 6 โดยที่ไม่มีพาร์ทใด ต่ำกว่า 5.5 การสอบ IELTS เป็นการสอบที่ใช้ศึกษาต่อในสถาบันของประเทศอังกฤษ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และประเทศในทวีปอเมริกาเหนือ โดยจะวัดความสามารถทางภาษาอังกฤษในการ อ่าน เขียน พูดและฟัง เกี่ยวกับวิชาการหรือเรื่องทั่วๆไป การสอบอยู่ภายใต้การควบคุมของ University of Cambridge, the British Council and IDP Education Australia.† ผ่านระดับ 3 ของ English in the New Zealand Bursary examination or NCEA† ผ่านระดับการทดสอบภาษาอังกฤษของ GCE (General Certificate of Education) 'O' level† ผลสอบ TOEFL (Test of English as a Foreign Language) paper test คะแนน 550 และการเขียน TWE (Test of Written English) คะแนนไม่ต่ำกว่า 4 สำหรับ paper-based test หรือ 213 และ Essay rating 4.0 สำหรับ Computer-based test† เกรด C3 หรือสูงกว่า 322 สำหรับการสอบ SPM (Sijil Pelajaran Malaysia)† ผลสอบภาษาอังกฤษประเภทอื่นๆ ที่ได้รับการยอมรับ การเรียนระดับปริญญาตรี จะใช้เวลาโดยทั่วไป 3-4 ปี เค้าโครงการเรียนส่วนใหญ่ จะให้นักเรียนเรียนทั้ง วิชาหลัก เช่น เรียนเคมี กับวิชาโท หลังจากนั้น นักเรียนสามารถเรียนต่อระดับที่สูงขึ้น เช่น อนุปริญญาโท ปริญญาโท หรือดอกเตอร์ การเรียนในระดับปริญญาโท จะมีเนื้อหาที่เข้มข้นมากขึ้นและมีการทำวิจัยด้วย ระดับมัธยมระดับภาษาอังกฤษที่จะพิจารณาแตกต่างกันไป แต่ส่วนใหญ่จะรับตั้งแต่ระดับพื้นฐาน The NCEA - National Certificate of Educational Achievementในปัจจุบัน เทคโนโลยีและวิธีการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไป ต้องการทักษะและคุณสมบัติที่มากขึ้น นิวซีแลนด์จึงมีการพัฒนาการศึกษาที่ทำให้นักเรียนมีศักยภาพที่พร้อมสำหรับการแข่งขัน คุณภาพของ NCEA จึงได้รับการพัฒนาด้วย เพื่อให้นักเรียนเตรียมความพร้อมในระดับมัธยมเพื่อศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณภาพนี้อยู่ในระดับ 'National Certificates' เพราะอยู่บนพื้นฐานของ New Zealand Qualifications Authority (NZQA) ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.nzqa.govt.nz/ncea/about/index2.shtml † National Certificate of Educational Achievement (NCEA) - Level 1เป็นคุณวุฒิแรกที่นักเรียนจะได้รับเมื่อ จบ Year 11 โดยพิจารณาจากหน่วยกิต นักเรียนส่วนใหญ่จะเรียนประมาณ 5 – 6 วิชา เป็นคุณวุฒิที่ใช้แทน School Certificate ในอดีต † National Certificate of Educational Achievement (NCEA) - Level 2โดยทั่วไปนักเรียนจะได้รับเมื่อเรียน Year 12 จะคล้ายกับ Level 1 แต่จะมีวิชาที่ยืดหยุ่นในแต่ละหลักสูตร † National Certificate of Educational Achievement (NCEA) - Level 3นักเรียนจะได้รับระดับนี้เมื่อเรียนระดับ Year 13 เป็นคุณวุฒิที่ใช้แทน University Entrance Bursaries โรงเรียนสอนภาษาโรงเรียนสอนภาษาจะมีหลักสูตรสำหรับผู้ที่มีระดับภาษาอังกฤษตั้งแต่พื้นฐาน ผู้ที่พูดได้เพียงแค่ 'hello' หรือ 'goodbye' และสื่อสารได้เพียงเล็กน้อย ซึ่งสถาบันจะจัดระดับที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่ไม่เคยเรียนภาษาอังกฤษมาก่อนเลย นอกจากการใช้เตรียมสอบ TOEFL and IELTS เพื่อให้ได้ผลคะแนนตามที่สถาบันภาษานั้นๆกำหนดแล้ว นักเรียนยังสามารถใช้คุณสมบัติทางด้านบริหารธุรกิจ อาทิ International Air Transport Association (IATA); Universal Federation of Travel Agents Associations (UFTAA); Aviation, Tourism and Travel Training Organisation (ATTTO); City and Guilds International and Pitman qualifications มาแสดงเพื่อเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นในสถาบันอื่นๆ ของนิวซีแลนด์ได้อีกด้วย ทุนการศึกษาของนิวซีแลนด์เป็นคุณสมบัติเพิ่มเติมในระดับ 4 จะประเมินความสามารถของนักเรียน ในการคิดและประมวลผล และนำไปใช้ในระดับสูงทั้งในโรงเรียนและในชีวิตปีการศึกษาและระยะเวลาเรียน โรงเรียนมัธยมจะแบ่งเป็น 4 เทอม แต่ละเทอมมี 10 สัปดาห์ เริ่มเรียนเดือนกุมภาพันธ์และจบกลางเดือนธันวาคม คุณสมบัติของผู้ที่จะจบการศึกษาได้จะมีการพิจารณาจากผลงานทั้งหมดตลอดปีด้วย ดังนั้นนักเรียนที่สมัครเรียนช้าอาจจะไม่ได้รับการตอบรับเข้าเรียน มีวันหยุด 2 สัปดาห์ในเดือน เมษายน กรกฎาคม และกันยายน โรงเรียนเปิดวันจันทร์ – ศุกร์ เวลาประมาณ 8.45 น. – 15.15 น. และมีช่วงเวลาพักเที่ยง นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม กีฬาและอื่นๆ หลังเลิกเรียนและตอนเช้าวันเสาร์ มหาวิทยาลัยปีการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยจะเริ่มปลายเดือนกุมภาพันธ์ หรือต้นเดือนมีนาคม โดยรวมสัปดาห์ปฐมนิเทศน์ด้วย และจะจบปีการศึกษาในเดือนตุลาคม แต่ละมหาวิทยาลัยจะมีตารางเรียนของตนเอง โดยทั่วไปแล้วปีการศึกษาจะแบ่งเป็น 2เทอม เทอมละประมาณ 12 สัปดาห์ ปิดประมาณ 2 สัปดาห์ ระหว่างภาคการศึกษาและปิดอีก 6 สัปดาห์ ในช่วงครึ่งปี บางครั้งการปิดแต่ละช่วงก็อาจจะไม่ได้หยุด เนื่องจากอาจจะต้องทำการวิจัยหรือเรียน หลักสูตรส่วนใหญ่มักจะเป็น ฟูลไทม์ บางหลักสูตรใช้เวลาทั้ง 2 เทอม แต่บางหลักสูตรก็ใช้เวลาแค่เทอมเดียว จึงทำให้เข้าเรียนได้ในช่วงเดือนกรกฎาคม วันเรียนคือ วันจันทร์ – ศุกร์ ส่วนห้องสมุดหรือบริการอื่นๆ บางประเภทจะเปิดช่วงสุดสัปดาห์ และในบางครั้งก็จำเป็นต้องมีการจัดสอบวันเสาร์ด้วย บางมหาวิทยาลัย มีการให้ลงเรียนช่วงซัมเมอร์ คือเดือน พฤศจิกายน – กุมภาพันธ์ ซึ่งก็จะช่วยลดหน่วยกิตที่ต้องเรียนทั้งหมดในช่วงเวลาเปิดภาคเรียนปกติ สถาบันเทคโนโลยีและอาชีวะการเรียนจะแบ่งออกเป็น 2 เทอม คือ เดือนกุมภาพันธ์ – มิถุนายน และ กรกฎาคม – พฤศจิกายน และมีวันหยุดที่เหมือนกับโรงเรียนมัธยม และบางหลักสูตรที่เรียนครึ่งปี จะเริ่มเดือนกรกฎาคม โรงเรียนสอนภาษาจะเปิดตลอดทั้งปี หลักสูตรมีตั้งแต่ระยะสั้น 1- 2 สัปดาห์ ไปจนถึง ทั้งปี จะเรียนวัน จันทร์ – ศุกร์ และอาจจะมีกิจกรรมพิเศษตอนสุดสัปดาห์ด้วย Daylight Savingช่วงเวลา Daylight Saving จะเริ่มตั้งแต่วันอาทิตย์แรกของเดือนตุลาคมของทุกปี เมื่อเวลาจะเร็วกว่าปกติไป 1 ชั่วโมง และสิ้นสุดลงวันอาทิตย์ของสัปดาห์ที่สามของเดือนมีนาคม ที่เวลาจะช้าลง 1 ชั่วโมงสถาบันสอนภาษานักเรียนสามารถสมัครเรียนล่วงหน้าได้ช้าที่สุดประมาณ 1 เดือนก่อนวันเริ่มเรียน แต่ต้องมั่นใจว่าจะได้รับการอนุมัติวีซ่าผ่านได้ทันเวลา ดังนั้นนักเรียนควรวางแผนสมัครเรียนล่วงหน้าให้เร็วที่สุดเท่าที่สามารถทำได้ มหาวิทยาลัยและโรงเรียนมัธยมศึกษาเริ่มเปิดเรียนในช่วงต้นปี นักเรียนจึงควรสมัครเรียนล่วงหน้าตั้งแต่ปีก่อนหน้า ซึ่งวันสุดท้ายในการสมัครเรียนของสถาบันอาจจะอยู่ในช่วงเดือนพฤศจิกายน แต่ก็ควรตรวจสอบให้ดีเพราะวันสมัครเรียนก็ขึ้นอยู่กับบางหลักสูตร นักเรียนอาจจะต้องใช้สำเนาเอกสารต่างๆ หรือเอกสารแปลที่ได้รับการรับรองแล้ว ซึ่งขั้นตอนในการพิจารณาจะใช้เวลาประมาณ 8 สัปดาห์ (กรณีที่ส่งเอกสารโดยตรงไปยังสถาบัน) ถ้าสมัครเรียนผ่านตัวแทน วันสุดท้ายของการสมัครเรียนอาจจะเร็วกว่าที่สถาบันกำหนด หากนักเรียนมีคุณสมบัติตรงตามที่สถาบันระบุ และส่งใบสมัครก่อนหมดเขต นักเรียนก็มีสิทธิได้รับการยอมรับเข้าเรียนกลับสู่เมนูการโอนหน่วยกิต ถ้านักเรียนต้องการโอนหน่วยกิต จากการเรียนปีแรกที่ประเทศของตน เพื่อมาเรียนต่อในปีที่สองที่นิวซีแลนด์ นักเรียนต้องสมัครและเจรจาต่อรองกับทางสถาบันที่นักเรียนต้องการเข้าเรียน ถ้าประเทศที่นักเรียนเรียนก่อนหน้าเป็นประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการหรือได้รับการยอมรับจาก New Zealand Qualifications Authority (NZQA) หรือ the Australian National Office of Skills Recognition (NOOSR) นักเรียนก็สามารถเข้าเรียนต่อได้เลย หากนักเรียนไม่ได้เรียนที่ประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการต้องเตรียมเอกสารวิชาที่เรียน อาทิ ด้านวิยาศาสตร์ หรือการโรงแรม พร้อมทั้งรายละเอียดของแต่ละวิชา ให้กับคณะที่จะเข้าเรียนพิจารณา ในกรณีอื่นๆ หากนักเรียนมีคุณสมบัติไม่ตรงตามที่ระบุ นักเรียนจำเป็นต้องได้รับการพิจารณาจาก Qualifications Evaluation Service at NZQA มีค่าธรรมเนียม 450 เหรียญ และใช้เวลาไม่เกิน 8 สัปดาห์ นักเรียนต้องเตรียมสำเนาเอกสารที่ได้รับการรับรอง หรือเอกสารตัวจริง ที่แปลจากตัวแทนที่ได้รับอนุญาตจาก NZQA โดยปกติแล้วการดำเนินการจะใช้เวลาไม่นานมากระดับมัธยมศึกษาโรงเรียนจะจัดนักเรียนให้เรียนตามความสามารถด้านภาษาอังกฤษและวิชาการ ห้องเรียนหรือระดับชั้นจะเรียนจะเรียกว่า Year ซึ่งปีสุดท้ายคือ Year 13 สำหรับนักเรียนอายุ 17-18 ปี ระดับมหาวิทยาลัยคุณสมบัติในการเข้าเรียนจะขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละสถาบัน ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ถ้านักเรียนอายุต่ำกว่า 21 ปี ต้องเตรียมสิ่งต่อไปนี้ † หลักฐานผลการทดสอบภาษาอังกฤษ (ดูจากความสามารถด้านภาษา)† หลักฐานทางการศึกษาประเภทอื่นๆ† นักเรียนทุนของนิวซีแลนด์ ระดับ B หรือ มีผล NCEA ระดับ 3† GCE 'A' Levels† STPM (Malaysia)† Hong Kong 'A' Levels† Australian Matriculation Year 12 Certificate† Canadian Pre-University Programme† Latin American students entry determined by institution ทางสถาบันจะแนะนำให้นักเรียนนำหลักฐานทางการศึกษาให้ New Zealand Qualifications Authority ประเมินเพื่อเทียบระดับ ซึ่งจะมีค่าใช้จ่าย 450 เหรียญและใช้เวลาไม่เกิน 8 สัปดาห์ สามารถดาวโหลดแบบฟอร์มได้ที่ http://www.nzqa.govt.nz/for-international/qual-eval/ Recognition of prior learningถ้านักเรียนมีคุณสมบัติไม่ตรงตามที่ระบุข้างต้น ทางสถาบันอาจจะพิจารณาด้านอื่นๆ เช่น คุณสมบัติทางการศึกษา ประสบการณ์การทำงานหรืออื่นๆระดับมัธยมศึกษาNational Certificate of Educational Achievement (NCEA) ระดับ 1, 2 และ 3 (Years 11, 12 and 13) ขึ้นอยู่กับหน่วยกิตที่เรียน ซึ่งนักเรียนจะต้องผ่านเกณฑ์คะแนนในแต่ละวิชา บางครั้งจะวัดผลโดยการสอบหรืออาจจะดูจากผลงานนักเรียนในแต่ละปี ข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.nzqa.govt.nz/ncea การสอบวัดผลและการพิจารณาต่างๆ จะอยู่ภายใต้การดูแลของ New Zealand Qualifications Authority (NZQA). ผลสอบ NCEA และ New Zealand Scholarship จะส่งให้นักเรียนในเดือน มกราคม หรืออาจจะดูผลสอบผ่านอินเตอร์เน็ตหรือสอบถามทางโทรศัพท์ ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์นักเรียนจะได้รับกระดาษคำตอบทั้งหมดที่ได้รับการแก้ไขคืน ทำให้นักเรียนทราบข้อผิดพลาดและนำไปปรับปรุงในอนาคต นักเรียนยังสามารถชี้แจงข้อผิดพลาดและได้รับการพิจารณาผลใหม่ได้ในภายหลัง ระดับมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่การพิจารณาจะดูจาก 2 ส่วนคือ ผลสอบและผลงานในห้องเรียน การสอบในการสอบจะมีทั้ง การเขียนเรียงความ short paragraphs หรือการเลือกคำตอบที่ถูก และการสอบจะจัดขึ้นช่วงปลายเทอม ในระหว่างการสอบ นักเรียนจะไม่ได้รับอนุญาตให้พูดคุยกับคนอื่น ห้ามรับประทานอาหารและเครื่องดื่ม นอกจากน้ำเปล่า จะมีผู้คุมสอบตรวจสอบบัตรนักเรียน ในการสอบแต่ละวิชาจะมีข้อกำหนดที่ต่างกันในการอนุญาตให้นำพจนานุกรม หนังสือและเครื่องคิดเลข นอกจากนี้ยังมีกฎเกี่ยวกับการอนุญาติให้สอบก่อน หรือสิ่งที่ต้องทำหากนักเรียนป่วยในวันสอบ ศูนย์กลางการเรียนรู้สำหรับนักเรียน จะมีการจัด workshop เกี่ยวกับเทคนิคการสอบ และการจัดการกับความเครียดและกดดัน ผลงานในห้องเรียนประกอบด้วย เรียงความ การบ้าน รายงานผลการทดลอง ผลสอบเก็บคะแนน การออกภาคสนาม การนำเสนอหน้าห้องเรียน โครงงานพิเศษหรือผลงานอื่นๆ และอาจจะรวมคะแนนการมีส่วนร่วมในห้องเรียนด้วย งานที่ได้รับมอบหมาย เรียงความต้องมีจำนวนคำไม่เกินตามที่กำหนดและต้องส่งภายในเวลาที่กำหนด ไม่เช่นนั้น นักเรียนจะเสียคะแนนหรือไม่ผ่านหลักสูตร อาจารย์จะขยายเวลาให้ หากนักเรียนมีเหตุผลเพียงพอและแจ้งล่วงหน้า หากนักเรียนมีปัญหาเกี่ยวกับการบ้าน สามารถปรึกษาติวเตอร์ หรือศูนย์กลางการเรียนรู้นักเรียนได้ โดยไม่ต้องอายที่จะขอความช่วยเหลือ เพราะพวกเค้าจะเต็มใจช่วยให้นักเรียนประสบความสำเร็จ เรียนรู้ในการแสดงความคิดเห็นบางหลักสูตรของมหาวิทยาลัย จะมีการเรียนที่เป็นทางการเพียงเล็กน้อยในแต่ละสัปดาห์ นักเรียนจะต้องมีแรงจูงใจและฝึกฝนตนเอง ควรอ่านหนังสือมากๆก่อนเรียน ก็จะทำให้นักเรียนสามารถอภิปรายในห้องเรียนได้ สามารถแสดงความคิดเห็นของตนเอง โดยที่ไม่เกิดการโต้แย้ง เป็นการมีส่วนร่วมในการเรียนอย่างแท้จริง การเข้าเรียนอย่างสม่ำเสมอถือว่าเป็นการแสดงความเคารพต่ออาจารย์ที่สอนด้วย ในบางวัฒนธรรม ไม่เหมาะสมหากนักเรียนโต้เถียงอาจารย์ แต่ในระบบการศึกษาแบบอังกฤษถือว่าค่อนข้างสำคัญสถาบันสอนภาษานักเรียนสามารถสมัครเรียนล่วงหน้าได้ช้าที่สุดประมาณ 1 เดือนก่อนวันเริ่มเรียน แต่ต้องมั่นใจว่าจะได้รับการอนุมัติวีซ่าผ่านได้ทันเวลา ดังนั้นนักเรียนควรวางแผนสมัครเรียนล่วงหน้าให้เร็วที่สุดเท่าที่สามารถทำได้ มหาวิทยาลัยและโรงเรียนมัธยมศึกษาเริ่มเปิดเรียนในช่วงต้นปี นักเรียนจึงควรสมัครเรียนล่วงหน้าตั้งแต่ปีก่อนหน้า ซึ่งวันสุดท้ายในการสมัครเรียนของสถาบันอาจจะอยู่ในช่วงเดือนพฤศจิกายน แต่ก็ควรตรวจสอบให้ดีเพราะวันสมัครเรียนก็ขึ้นอยู่กับบางหลักสูตร นักเรียนอาจจะต้องใช้สำเนาเอกสารต่างๆ หรือเอกสารแปลที่ได้รับการรับรองแล้ว ซึ่งขั้นตอนในการพิจารณาจะใช้เวลาประมาณ 8 สัปดาห์ (กรณีที่ส่งเอกสารโดยตรงไปยังสถาบัน) ถ้าสมัครเรียนผ่านตัวแทน วันสุดท้ายของการสมัครเรียนอาจจะเร็วกว่าที่สถาบันกำหนด หากนักเรียนมีคุณสมบัติตรงตามที่สถาบันระบุ และส่งใบสมัครก่อนหมดเขต นักเรียนก็มีสิทธิได้รับการยอมรับเข้าเรียนกลับสู่เมนูการโอนหน่วยกิต ถ้านักเรียนต้องการโอนหน่วยกิต จากการเรียนปีแรกที่ประเทศของตน เพื่อมาเรียนต่อในปีที่สองที่นิวซีแลนด์ นักเรียนต้องสมัครและเจรจาต่อรองกับทางสถาบันที่นักเรียนต้องการเข้าเรียน ถ้าประเทศที่นักเรียนเรียนก่อนหน้าเป็นประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการหรือได้รับการยอมรับจาก New Zealand Qualifications Authority (NZQA) หรือ the Australian National Office of Skills Recognition (NOOSR) นักเรียนก็สามารถเข้าเรียนต่อได้เลย หากนักเรียนไม่ได้เรียนที่ประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการต้องเตรียมเอกสารวิชาที่เรียน อาทิ ด้านวิยาศาสตร์ หรือการโรงแรม พร้อมทั้งรายละเอียดของแต่ละวิชา ให้กับคณะที่จะเข้าเรียนพิจารณา ในกรณีอื่นๆ หากนักเรียนมีคุณสมบัติไม่ตรงตามที่ระบุ นักเรียนจำเป็นต้องได้รับการพิจารณาจาก Qualifications Evaluation Service at NZQA มีค่าธรรมเนียม 450 เหรียญ และใช้เวลาไม่เกิน 8 สัปดาห์ นักเรียนต้องเตรียมสำเนาเอกสารที่ได้รับการรับรอง หรือเอกสารตัวจริง ที่แปลจากตัวแทนที่ได้รับอนุญาตจาก NZQA โดยปกติแล้วการดำเนินการจะใช้เวลาไม่นานมากกลับสู่เมนูการยอมรับในระดับสากล คุณภาพการศึกษาของนิวซีแลนด์ ได้รับการยอมรับในระดับสากล เนื่องจากคุณวุฒิและโปรแกรมการศึกษาเป็นระบบการศึกษาของประเทศอังกฤษ นักเรียนจึงสามารถเรียนระดับปริญญาตรีในนิวซีแลนด์และเรียนต่อระดับที่สูงขึ้นในประเทศอื่นๆ ที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักได้ ในประเทศกำลังพัฒนาแถบภูมิภาคเอเชีย และ South Pacific ถือเป็นเรื่องปกติที่จะพบเห็นผู้บริหารระดับสูง รัฐมนตรี หรือแม้กระทั่งนายกรัฐมนตรี ที่เรียนจบจากประเทศนิวซีแลนด์ The New Zealand Qualifications Authority ที่เป็นส่วนหนึ่งของ กระทรวงศึกษาธิการ ได้ทำการเก็บข้อมูลมาตรฐานที่รับรองคุณวุฒิการศึกษาของมหาวิทยาลัยหรือโรงเรียนมัธยมในนิวซีแลนด์ และทุกคุณวุฒิจะอธิบายข้อกำหนดโดยทั่วไป ซึ่งเหมือนกับประเทศอื่นๆ ที่มีการทำข้อมูลนี้เหมือนกัน นิวซีแลนด์มีข้อตกลงที่เป็นทางการกับมาเลเซียและจีน ในด้านความร่วมมือกันทางการศึกษา และร่วมมือกับเยอรมันนีและฝรั่งเศส เกี่ยวกับค่าธรรมเนียมของนักเรียนระดับสูงกว่าปริญญาตรี และกับประเทศออสเตรเลียในด้านค่าธรรมเนียมของนักเรียนระดับอุดมศึกษา ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.kiwiquals.govt.nzการเลือกสถานที่เรียนในระบบการศึกษาของนิวซีแลนด์ สิ่งที่สำคัญคือ นักเรียนจะต้องเลือกสถาบันให้ตรงกับหลักสูตรที่ต้องการจะเรียน สถาบันที่เลือกควรมีชื่อเสียงในด้านนั้นๆ ตัวอย่างเช่น การเรียนด้านเทคโนโลยีอาหาร นักเรียนควรหาข้อมูลเกี่ยวกับ คณะ โอกาสในการฝึกงานและด้านอื่นๆ ซึ่งจะมีผลเมื่อนักเรียนเรียนจบแล้วก็จะสามารถทำงานในองค์กรที่ดีๆได้กลับสู่เมนูวันลงทะเบียนเรียน สถาบันสอนภาษานักเรียนสามารถสมัครเรียนล่วงหน้าได้ช้าที่สุดประมาณ 1 เดือนก่อนวันเริ่มเรียน แต่ต้องมั่นใจว่าจะได้รับการอนุมัติวีซ่าผ่านได้ทันเวลา ดังนั้นนักเรียนควรวางแผนสมัครเรียนล่วงหน้าให้เร็วที่สุดเท่าที่สามารถทำได้ มหาวิทยาลัยและโรงเรียนมัธยมศึกษาเริ่มเปิดเรียนในช่วงต้นปี นักเรียนจึงควรสมัครเรียนล่วงหน้าตั้งแต่ปีก่อนหน้า ซึ่งวันสุดท้ายในการสมัครเรียนของสถาบันอาจจะอยู่ในช่วงเดือนพฤศจิกายน แต่ก็ควรตรวจสอบให้ดีเพราะวันสมัครเรียนก็ขึ้นอยู่กับบางหลักสูตร นักเรียนอาจจะต้องใช้สำเนาเอกสารต่างๆ หรือเอกสารแปลที่ได้รับการรับรองแล้ว ซึ่งขั้นตอนในการพิจารณาจะใช้เวลาประมาณ 8 สัปดาห์ (กรณีที่ส่งเอกสารโดยตรงไปยังสถาบัน) ถ้าสมัครเรียนผ่านตัวแทน วันสุดท้ายของการสมัครเรียนอาจจะเร็วกว่าที่สถาบันกำหนด หากนักเรียนมีคุณสมบัติตรงตามที่สถาบันระบุ และส่งใบสมัครก่อนหมดเขต นักเรียนก็มีสิทธิได้รับการยอมรับเข้าเรียนกลับสู่เมนูการโอนหน่วยกิต ถ้านักเรียนต้องการโอนหน่วยกิต จากการเรียนปีแรกที่ประเทศของตน เพื่อมาเรียนต่อในปีที่สองที่นิวซีแลนด์ นักเรียนต้องสมัครและเจรจาต่อรองกับทางสถาบันที่นักเรียนต้องการเข้าเรียน ถ้าประเทศที่นักเรียนเรียนก่อนหน้าเป็นประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการหรือได้รับการยอมรับจาก New Zealand Qualifications Authority (NZQA) หรือ the Australian National Office of Skills Recognition (NOOSR) นักเรียนก็สามารถเข้าเรียนต่อได้เลย หากนักเรียนไม่ได้เรียนที่ประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการต้องเตรียมเอกสารวิชาที่เรียน อาทิ ด้านวิยาศาสตร์ หรือการโรงแรม พร้อมทั้งรายละเอียดของแต่ละวิชา ให้กับคณะที่จะเข้าเรียนพิจารณา ในกรณีอื่นๆ หากนักเรียนมีคุณสมบัติไม่ตรงตามที่ระบุ นักเรียนจำเป็นต้องได้รับการพิจารณาจาก Qualifications Evaluation Service at NZQA มีค่าธรรมเนียม 450 เหรียญ และใช้เวลาไม่เกิน 8 สัปดาห์ นักเรียนต้องเตรียมสำเนาเอกสารที่ได้รับการรับรอง หรือเอกสารตัวจริง ที่แปลจากตัวแทนที่ได้รับอนุญาตจาก NZQA โดยปกติแล้วการดำเนินการจะใช้เวลาไม่นานมากกลับสู่เมนูการยอมรับในระดับสากล คุณภาพการศึกษาของนิวซีแลนด์ ได้รับการยอมรับในระดับสากล เนื่องจากคุณวุฒิและโปรแกรมการศึกษาเป็นระบบการศึกษาของประเทศอังกฤษ นักเรียนจึงสามารถเรียนระดับปริญญาตรีในนิวซีแลนด์และเรียนต่อระดับที่สูงขึ้นในประเทศอื่นๆ ที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักได้ ในประเทศกำลังพัฒนาแถบภูมิภาคเอเชีย และ South Pacific ถือเป็นเรื่องปกติที่จะพบเห็นผู้บริหารระดับสูง รัฐมนตรี หรือแม้กระทั่งนายกรัฐมนตรี ที่เรียนจบจากประเทศนิวซีแลนด์ The New Zealand Qualifications Authority ที่เป็นส่วนหนึ่งของ กระทรวงศึกษาธิการ ได้ทำการเก็บข้อมูลมาตรฐานที่รับรองคุณวุฒิการศึกษาของมหาวิทยาลัยหรือโรงเรียนมัธยมในนิวซีแลนด์ และทุกคุณวุฒิจะอธิบายข้อกำหนดโดยทั่วไป ซึ่งเหมือนกับประเทศอื่นๆ ที่มีการทำข้อมูลนี้เหมือนกัน นิวซีแลนด์มีข้อตกลงที่เป็นทางการกับมาเลเซียและจีน ในด้านความร่วมมือกันทางการศึกษา และร่วมมือกับเยอรมันนีและฝรั่งเศส เกี่ยวกับค่าธรรมเนียมของนักเรียนระดับสูงกว่าปริญญาตรี และกับประเทศออสเตรเลียในด้านค่าธรรมเนียมของนักเรียนระดับอุดมศึกษา ข้อมูลเพิ่มเติม http://www.kiwiquals.govt.nzคุณภาพการศึกษาของนิวซีแลนด์ มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ในเรื่องของการนำไปปฎิบัติ ความทันสมัย และน่าสนใจ ในบางหลักสูตรเฉพาะ เช่น biotechnology, forensic science และ marine engineering นิวซีแลนด์มีการจัดเนื้อหาที่ง่ายต่อการเข้าใจ หลักสูตรที่ได้รับการอนุมัติThe New Zealand Qualifications Authority (NZQA) มีหน้าที่พัฒนา และประกันคุณภาพระดับการศึกษานานาชาติของนิวซีแลนด์ หน้าที่หลักคือการดูแลมาตรฐานหลักสูตร โปรแกรมของ สถาบันวิชาชีพ สถาบันเทคนิคอาชีวะและสถาบันเอกชน โดยกำหนดแนวทางไว้ดังนี้† ให้สถาบันฝึกอบรมของเอกชน ที่มีโปรแกรมการเรียน 12 สัปดาห์หรือมากกว่า จะต้องมีการลงทะเบียน† ให้สถาบันการศึกษาทุกแห่งต้องรักษาคุณภาพให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล† อนุมัติโปรแกรมที่สถาบันเสนอ NZQA มีหน้าที่ดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับสถาบันฝึกอบรมเอกชน และอนุมัติหลักสูตรของสถาบันการศึกษา หน่วยงานอื่นๆ ที่มีหน้าที่ดูแลสถาบันการศึกษา แบ่งเป็น 2 ส่วนภายใต้การดูแลของ NZQA คือ the New Zealand Polytechnics Programmes Committee (NZPPC) และ the Colleges of Education Accreditation Committee (CEAC) นอกจากนี้ยังมี the New Zealand Vice Chancellors’ Committee (NZVCC) ที่คอยดูแลหลักสูตรระดับมหาวิทยาลัย วิธีการปฎิบัติเนื่องจากการเห็นความสำคัญของการดูแลนักเรียนต่างชาติที่เหมาะสม ขณะที่เรียนอยู่ที่นิวซีแลนด์ จึงมีข้อกำหนดในการดูแลความปลอดภัยและสวัสดิภาพของนักเรียนต่างชาติ ทุกสถาบันรวมถึงสถาบันของเอกชนจะต้องมีการดูแลนักเรียน และเตรียมข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับหลักสูตร ก่อนที่นักเรียนจะเริ่มเรียน การประกันค่าเรียนNZQA จะกำหนดสถาบันมีการประกันค่าธรรมเนียมของนักเรียนในกรณีที่การเรียนหยุดกลางคันก่อนที่จะจบสมบูรณ์ตามหลักสูตร การร้องเรียนถ้านักเรียนมีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับหลักสูตร ที่สถาบันไม่สามารถแก้ปัญหาให้ได้ NZQA จะสามารถช่วยได้ (freephone 0800 QA HELP / 0800 724 357).ถ้านักเรียนมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับ การดูแลความปลอดภัยและสวัสดิภาพ สามารถร้องเรียนไปยังฝ่ายนักศึกษาต่างประเทศ ในสถาบันที่เรียนอยู่ หากไม่ได้รับการแก้ไขที่ดี สามารถติดต่อ หน่วยงานรับเรื่องร้องเรียนด้านการศึกษานานาชาติ IEAA ได้ที่ email infor.ieaa@minedu.govt.nz หรือ โทร. (09) 374 5481ความปลอดภัยและสวัสดิภาพของนักเรียน สิ่งหนึ่งที่นักเรียนต่างชาติแสดงความคิดเห็นขณะที่เรียนอยู่ที่นิวซีแลนด์ คือ พวกเค้ารู้สึกปลอดภัยขณะที่อยู่ที่นี่ และนักเรียนบางคนก็บอกว่าเหตุผลที่ทำให้เค้าเลือกนิวซีแลนด์เป็นที่เรียนต่อ ก็เพราะความปลอดภัยของประเทศนี้ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ปกครองคำนึงถึงในการตัดสินใจส่งนักเรียนมาเรียนด้วย ทุกสถาบันจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดในการดูแลความปลอดภัยและสวัสดิภาพของนักเรียนต่างชาติ การให้คำปรึกษานักเรียนที่ต้องจากบ้านของตนเอง มาเรียนต่างประเทศอาจจะรู้สึกโดดเดี่ยว กดดัน ดังนั้นในทุกๆ สถาบัน ไม่ว่าจะเป็น โรงเรียนสอนภาษา โรงเรียนมัธยมและสถาบันอุดมศึกษา จะมีผู้ที่คอยให้คำปรึกษาในด้านต่างๆ ทั้ง เรื่องส่วนตัวหรือเรื่องเรียน ด้วยความเต็มใจ เพื่อให้นักเรียนอยู่ที่นิวซีแลนด์ได้อย่างมีความสุขและประสบความสำเร็จ ในโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา ในแต่ละชั้นปีจะมีหัวหน้ากลุ่มที่คอยดูแลสวัสดิภาพ แนวทางและหลักสูตรของนักเรียน ทั้งโรงเรียนมัธยมและสถาบันอุดมศึกษา ยังมีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำในการเลือกอาชีพ การเขียนประวัติส่วนตัว และการสมัครงาน การดูแลด้านสุขภาพการดูแลสุขภาพกายให้ดี จะมีผลต่ออารมณ์และการสุขภาพจิตด้วย ดังนั้นรับประทานอาหารเช้า สร้างสัมพันธภาพที่ดีกับเพื่อนใหม่ และการออกกำลังกาย จึงเป็นสิ่งที่ควรกระทำเพื่อช่วยให้นักเรียนเรียนจบหลักสูตรอย่างมีความสุข นักเรียนควรต้องให้เวลาตัวเองในการซึมซับความประทับใจ และหาประสบการณ์ใหม่ให้เต็มที่ ความปลอดภัยในสถาบันและที่พักสถาบันอุดมศึกษาจะมีผู้รักษาความปลอดภัยคอยตรวจตราทั้งกลางวันและกลางคืน โทรศัพท์ฉุกเฉิน และมีการรูดบัตรสำหรับเข้าภายในตึก มีอาสาสมัครที่คอยไปส่งนักเรียนหากนักเรียนเลิกเรียนดึก นิวซีแลนด์เป็นประเทศที่มีความปลอดภัยสูงเมื่อเปรียบเทียบกับหลายๆประเทศ แต่ก็เป็นการดีหากจะมีการป้องกันไว้ก่อน ที่อยู่อาศัยในนิวซีแลนด์จะตั้งอยู่แยกเป็นหลังๆ ห่างกัน ดังนั้นนักเรียนควรทำความรู้จักกับเพื่อนบ้านและเข้าร่วมกลุ่มที่คอยช่วยเหลือระหว่างกันในหมู่บ้าน นักเรียนไม่ควรวางสิ่งของมีค่าโดยไม่มีคนดูแล ล็อกรถ และเก็บสิ่งของมีค่าไว้ในที่มิดชิดหรือนำติดตัวไปด้วย การแก้ปัญหาการทะเลาะวิวาทสถาบันอุดมศึกษา จะมีการไกล่เกลี่ย และบางโรงเรียนการอบรมเกี่ยวกับการไกล่เกลี่ยการทะเลาะวิวาทต่างๆ และทำสมาธิเพื่อสงบจิตใจ การดูแลความปลอดภัยของเพศหญิงสถาบันอุดมศึกษาจะมีกลุ่มหรือห้องสำหรับผู้หญิง มีวิธีการที่มีประสิทธิภาพสำหรับการจัดการกับปัญหาการคุกคามทางเพศสิ่งอำนวยความสะดวก โรงเรียนและสถาบันการศึกษา จัดเตรียมสิ่งต่างๆ เพื่อให้นักเรียนได้รับความสะดวกสบายในการเรียนรู้ สถาบันอุดมศึกษาได้เตรียมสิ่งต่างๆ เหล่านี้ไว้สำหรับนักเรียน† แพทย์ ผู้เชี่ยวชาญและยารักษาโรค† Fitness centres และ sports clubs † การดูแลเด็ก† การให้คำแนะนำด้านอาชีพ† การให้คำแนะนำเกี่ยวกับเงินทุน† ห้องอาหาร† สมาคมนักเรียน ที่คอยช่วยเหลือด้านสังคม วัฒนธรรม และกิจกรรมกีฬา† สถานีวิทยุและหนังสือพิมพ์นักเรียน† ศูนย์กลางการเรียนรู้สำหรับนักเรียน ที่มีติวเตอร์ คอยช่วยเหลือเรื่องการเรียน การเขียนเรียงความ สถิติ การใช้คำ และการวางแผนในการทำวิจัย การใช้ห้องสมุด และเทคนิคในการทำข้อสอบ† สำนักงานนานาชาติที่จะคอยช่วยเหลือโดยเจ้าหน้าที่ประจำชาติหากนักเรียนต้องการ ในด้านการเจ็บป่วย การขอวีซ่า และการหาที่พัก† ร้านหนังสือและเครื่องเขียน† ร้านถ่ายเอกสารทั้งขาว ดำ และสี เครื่องปริ้น ส่งแฟกซ์ การเข้าเล่ม† เครื่องคอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต และเมลล์ส่วนตัว† ห้องสมุดและผู้ให้บริการ† ที่ปรึกษาด้านอาชีพ† เครื่องเอทีเอ็ม หรือบางที่จะมีสาขาของธนาคาร† ผู้ไกล่เกลี่ยข้อขัดแย้ง† สำนักงานการท่องเที่ยวสำหรับนักเรียน† สำนักงานดูแลด้านการถูกคุกคามทางเพศ† ห้องนันทนาการ† ห้องสวดมนต์† ผู้ที่คอยช่วยเหลือด้านการอ่านหรือเขียนสำหรับนักเรียนพิการ ผู้แปลภาษามือสำหรับนักเรียนที่เป็นใบ้ โรงเรียนมัธยมศึกษามีการจัดกิจกรรมกีฬา ดนตรี คอมพิวเตอร์ ห้องสมุด และอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ ให้นักเรียน นอกจากนี้ยังมี กลุ่มกิจกรรมในช่วงกลางคืนหรือสุดสัปดาห์ สำหรับนักเรียนกลับสู่เมนู<br />ข้อปฏิบัติในการดูแลความปลอดภัยและสวัสดิภาพของนักเรียน<br /> <br />ทุกสถาบันเชื่อว่าการให้ความดูแล เอาใจใส่ต่อความปลอดภัยและสวัสดิภาพของนักเรียนนานาชาติเป็นสิ่งจำเป็นมาก<br /> <br />วิธีการปฏิบัติ<br />กระทรวงศึกษาธิการได้กำหนด ข้อปฏิบัติในการดูแลความปลอดภัยและสวิสดิภาพของนักเรียนนักศึกษานานาชาติ ซึ่งเป็นกรอบพื้นฐานในการดูแลและให้คำแนะนำแก่นักเรียนต่างชาติ ที่ควรจะได้รับจากผู้ให้บริการการศึกษาที่นักเรียนสมัครเข้าเรียน ข้อกำหนดนี้จะครอบคลุมเกี่ยวกับการดูแลและให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่รวมไปถึงมาตรฐานทางวิชาการแต่อย่างใด<br /> <br />ข้อกำหนดนี้ได้รับการปรับปรุง และเริ่มปฏิบัติตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2004 เป็นต้นไป สำหรับสถาบันที่มีนักเรียนต่างชาติที่เรียนระดับ Years 1 – 8 และนักเรียนที่อายุต่ำกว่า 10 ปีที่สมัครเรียนกับทางสถาบัน<br />ข้อปฏิบัตินี้จะครอบคลุม<br />† มาตรฐานในการให้บริการระดับสูง† การดำเนินการด้านการคัดเลือก การเงิน และการตกลงทำสัญญา กับนักเรียนต่างชาติต้องเป็นไปอย่างถูกต้องซื่อตรงและมีความรับผิดชอบ† นักเรียนต้องเข้าใจ และได้รับข้อมูลล่าสุดที่ถูกต้อง † นักเรียนได้รับข้อมูลก่อนการทำสัญญาข้อผูกมัดใดๆ† ต้องให้ความสนใจกับนักเรียนที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนอายุน้อยหรือขาดประสบการณ์† การให้การสนับสนุนช่วยเหลือกรณีที่นักเรียนประสบปัญหาด้านวัฒนธะรมที่แตกต่าง† การบริการช่วยเหลือเรื่องต่างๆ ควรคำนึงถึงการไม่กระทบต่อวัฒนธรรมของนักเรียน† จัดหาที่พักที่เหมาะสม และมีมาตรฐานความปลอดภัยเป็นพิเศษสำหรับนักเรียนอายุต่ำกว่า 18 ปี† มีวิธีการแก้ปัญหาความไม่สบายใจที่เหมาะสม<br /> <br />ข้อกำหนดนี้ ยังมีหน่วยงานรับเรื่องร้องเรียนด้านการศึกษานานาชาติ IEAA ที่จะคอยช่วยเหลือหากนักเรียนมีปัญหาเกี่ยวกับสถาบันการศึกษา นักเรียนสามารถติดต่อได้ที่ infor.ieaa@minedu.govt.nz หรือโทร: (09) 374 5481<br />