1
ชุดการสอนประกอบการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ(สาระนาฏศิลป์ )
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 รหัสวิชา ศ 32101
ชุดที่ 4
เรื่อง การประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์ เซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อย
โดย
นางเย็นจิตร บุญศรี
ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะครูชานาญการ
โรงเรียนไทรเดี่ยววิทยา
สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว
กรมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย
2
ข้าพเจ้า นายไพสิน นกศิริ ผู้อานวยการเชี่ยวชาญโรงเรียนไทรเดี่ยววิทยา สังกัดองค์การบริหาร
ส่วนจังหวัดสระแก้ว ขอรับรองว่าชุดการสอนประกอบการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ(สาระนาฏศิลป์ )
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 รหัสวิชา ศ32101 ชุดที่ 4 เรื่อง การประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์ เซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อยนี้
เป็นนวัตกรรมที่ นางเย็นจิตร บุญศรี ตาแหน่งครูวิทยฐานะครูชานาญการ โรงเรียนไทรเดี่ยววิทยาได้จัดทาและ
ใช้ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในโรงเรียนไทรเดี่ยววิทยาจริง
นายไพสิน นกศิริ
ตาแหน่งผู้อานวยการเชี่ยวชาญโรงเรียนไทรเดี่ยววิทยา
คารับรองของผู้บริหาร
3
ชุดการสอนประกอบการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ (สาระนาฏศิลป์ ) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
รหัสวิชา ศ32101 ชุดที่ 4 เรื่อง การประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์ เซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อยได้จัดทาขึ้นเพื่อ แก้ไขปัญหา
การเรียนการสอนได้ในขณะเวลาเดียวกัน ช่วยให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว โดยได้รวบรวมและ
สรุปเนื้อหาสาระจากหนังสือและแหล่งข้อมูลต่างๆ เป็นรูปเล่มที่สมบูรณ์ ซึ่งนักเรียนสามารถนาไปศึกษาเพิ่มเติมทั้ง
ในห้องเรียนและนอกห้องเรียน ได้ในโอกาสต่อไปชุมชน ซึ่งเอกสาร มีทั้งหมด 4 ชุด
ชุดที่ 1 เรื่อง บุคคลสาคัญในวงการนาฏศิลป์ไทย
ชุดที่ 2 เรื่อง การอนุรักษ์นาฏศิลป์ ไทยภูมิปัญญาท้องถิ่น
ชุดที่ 3 เรื่อง การสร้างสรรค์ผลงานการแสดงนาฏศิลป์
ชุดที่ 4 เรื่อง การประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์ ชุดเซิ้ง หนุ่มสาวชาวไร่อ้อย
สาหรับเล่มนี้เป็นชุดการสอนประกอบการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ(สาระนาฏศิลป์ ) ชั้น
มัธยมศึกษาปีที่ 5 รหัสวิชา ศ32102 ชุดที่ 4 เรื่อง การประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์ เซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อย
เนื้อหา 2 ส่วน ดังนี้ คือ
4.1. เนื้อหาความรู้เรื่องการประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์ เซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อย
4.2. เนื้อหาความรู้เรื่องท่าราประกอบเพลงการประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์ เซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อย
ผู้จัดทาหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ชุดการสอนประกอบการเรียนรู้ เล่มนี้จะเป็นประโยชน์ต่อนักเรียนและผู้
ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาควรอ่านเพิ่มเติมทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียนได้ต่อไปในโอกาสต่อไป และสามารถ
นาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวันได้
คานา
เย็นจิตร บุญศรี
4
เรื่อง หน้า
คู่มือครู 1
คู่มือนักเรียน 2
บัตรเนื้อหาที่ 4 .1 เรื่อง 3
บัตรเนื้อหาที่ 4. 2 เรื่อง 6
แบบฝึกหัดชุดการสอนประกอบการเรียนรู้ ตอนที่ 1 10
แบบฝึกหัดชุดการสอนประกอบการเรียนรู้ ตอนที่ 2 11
เฉลย แบบฝึกหัดชุดการสอนประกอบการเรียนรู้ 15
แบบทดสอบ ( ภาคปฏิบัติ ) ท้ายชุดการสอนประกอบการเรียนรู้ 17
บรรณานุกรม
ประวัติผู้จัดทา
สารบัญ
5
คาชี้แจงสาหรับครู
1.ส่วนประกอบในชุดการสอนประกอบการเรียนรู้ เรื่องการประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์ เซิ้ง
หนุ่มสาวชาวไร่อ้อย ชุดที่ 4 ประกอบด้วย
1.1 คู่มือครู
1.2 คู่มือนักเรียน
1.3 บัตรเนื้อหา
1.4 บัตรกิจกรรม
1.5 แบบฝึกหัด
1.6 แบบทดสอบท้ายชุดการสอนประกอบการเรียนรู้ ( ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ)
2.ชุดการสอนประกอบการเรียนรู้เล่มนี้ ใช้เวลา 6 ชั่วโมง ในการเรียน ใช้ประกอบแผนการ
จัดการเรียนรู้ที่ 4 - 9 เรื่อง การประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์ เซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อย
2.1. เนื้อหาความรู้เรื่องการประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์ เซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อย
2.2. เนื้อหาความรู้เรื่องท่าราประกอบเพลงการประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์ เซิ้งหนุ่มสาว
ชาวไร่อ้อย ท่ารา
คู่มือครู
6
คาชี้แจง ให้ครูผู้สอน ดาเนินกิจกรรมดังนี้
1. ศึกษาชุดการสอน ประกอบการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ สาระสาคัญ จุดประสงค์
การเรียนรู้ สาระการเรียน การจัดการกิจกรรมการเรียนรู้ สื่อและแหล่งการเรียนรู้ การวัดผลและ
ประเมินผล ประกอบชุดการสอนประกอบการเรียนให้เข้าใจ
2. ศึกษา ตรวจสอบและเตรียมเครื่องมือ วัสดุและอุปกรณ์ สื่อการเรียนรู้ เครื่องมือ และ
ประเมินผล ประกอบชุดการสอนประกอบการเรียนรู้ ให้เข้าใจ
3. ก่อนสอนครูควรชี้แจงบทบาทและหน้าที่ของผู้เรียน และกาหนดข้อตกลง ร่วมกัน
4. ขั้นตอนการสอนแบ่งออกเป็น 6 ขั้นตอน
ขั้นที่ 1 ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน
ขั้นที่ 2 สอน (กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ / กระบวนการสอนแบบอภิปราย /
กระบวนการสอนแบบสืบสวนสอบถาม / กระบวนการสอนแบบบรรยาย / กระบวนการสอนแบบ
ศึกษาด้วยตนเอง / กระบวนการสอนแบบโซเครติส)
ขั้นที่ 3 ผู้เรียนลงมือปฏิบัติทักษะบูรณาการภาษาไทย คณิตศาสตร์ สังคม
ขั้นที่ 4 ขั้นให้เทคนิควิธีการเมื่อนักเรียนปฏิบัติได้แล้ว
ขั้นที่ 5 ขั้นให้นักเรียนเชื่อมโยงทักษะย่อยๆเป็นทักษะที่สมบรูณ์
ขั้นที่ 6 ขั้นสรุปและประเมินผล
5. ควรดูการทางานขณะปฏิบัติกิจกรรมในชุดการสอนนี้อย่างใกล้ชิด ถ้าเกิดปัญหา ครูควร
เป็นที่ปรึกษา หรือให้คาแนะนา ในการแก้ไขในการเรียนได้ทันที โดยเน้นให้นักเรียนได้ร่วม ร่วม
ปฏิบัติ และสรุป และ ประเมินผล
6. สรุปคะแนนลงในแบบสรุปคะแนนในแบบบันทึกการเรียนรู้ของแต่ละชุด
7. หลังจากที่นักเรียนดาเนินชุดการสอนประกอบการเรียนรู้นี้เรียบร้อยแล้วทาการทดสอบ
ภาคปฏิบัติ
8. ทาแบบประเมินผลการเรียนเพื่อดูแลการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการก้าวหน้าทางการ
เรียนของนักเรียน
บทบาทของครูผู้สอน
7
สิ่งที่ครูต้องเตรียม
1. ครูตรวจชุดการสอนประกอบการเรียนรู้ให้มีครบทุกกิจกรรม เช่น
1.1 บัตรเนื้อหา
1.2 บัตรคาสั่ง บัตรกิจกรรม พร้อมอุปกรณ์สื่อ ซีดี ประจา ชุดการ
สอน แผนการจัดการเรียนรู้
1.3 แบบทดสอบประจาชุดการสอนประกอบการเรียนรู้ พร้อมเฉลย
1.4 แบบบันทึกผลการปฏิบัติกิจกรรม
2. ห้องเรียนกว้างและโล่งสาหรับการปฏิบัติประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์
3. สื่อที่ใช้ประกอบชุดการสอนกิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆ เช่น
3.1 แผ่นเพลงการประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์ เซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อย
3.2 เครื่องเล่นซีดี วีซีดี
3.3 อุปกรณ์บทบาทสมมติ เช่น จอบ ถังน้า มีด ท่อนอ้อย
8
การประเมินผลการเรียน
1. ประเมินจากการสังเกต
2. ประเมินจากการอภิปรายกลุ่ม
3. ประเมินจากการสัมภาษณ์
4. ประเมินจากการลงมือปฏิบัติของนักเรียน
5. ประเมินจากการทาแบบทดสอบ ท้ายชุดการสอน
ประกอบการเรียนรู้
6. ประเมินจากทักษะในการปฏิบัติ ( วัดทักษะ ภาคปฏิบัติ)
7. ประเมินผลงานจากความสาเร็จจากการปฏิบัติ
9
คาชี้แจงสาหรับนักเรียน
1. ชุดการสอนประกอบการเรียนรู้เล่มนี้ ใช้เวลา 7 ชั่วโมง
2. จุดประสงค์การเรียนรู้ ของชุดการสอนประกอบการเรียนรู้ ที่ 4
2.1. เข้าใจรูปแบบของของท่าราสร้างสรรค์ได้
2.2. ตระหนักวิถีชีวิต ภูมิปัญญาท้องถิ่น ประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นตนเองได้
2.3. วิเคราะห์ท่าทาง และการเคลื่อนไหวของผู้คนในชีวิต ประจาวันและนามาประยุกต์
ใช้ในการแสดง
2.4. ปฏิบัติและแสดงออกในการราประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์ เซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อย
3. นักเรียนรับชุดการสอนประกอบการเรียนรู้
3.1 คู่มือนักเรียน
3.2 บัตรความรู้ ชุดที่ 4 เรื่อง ประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์ เซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อย ได้แก่
3.2.1 บัตรเนื้อหาที่ 4 .1 เรื่อง ความรู้เรื่องนาฏศิลป์ ท้องถิ่น
3.2.2 บัตรเนื้อหาที่ 4 .2 เรื่อง ความรู้การประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์
3.3 บัตรกิจกรรม ได้แก่
3.3.1 บัตรกิจกรรมที่ 4.1 เรื่อง ความเป็นมาของการประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์ เซิ้ง
หนุ่มสาวชาวไร่อ้อย
3.3.2 บัตรกิจกรรมที่ 4.2 เรื่อง ฝึกท่าราประกอบเพลงเซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อย
เราออกไปศึกษาแหล่งเรียนรู้วิถี
ชีวิต ภูมิปัญญาท้องถิ่นและร่วมกันชุด
การสอนประกอบการเรียนรู้เรื่อง
ประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์ เซิ้งหนุ่มสาว
ชาวไร่อ้อย ฝึกการเข้าใจ ด้วยนะค่ะ เชิญ
ฝึกไปพร้อมๆกันกับพวกเรานะค่ะ
คู่มือนักเรียน
10
คาชี้แจง
ให้นักเรียนดาเนินการในชุดการสอนชุดที่ 4 ประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์ เซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่
อ้อย ดังนี้
1. ศึกษาสาระสาคัญ จุดประสงค์ กิจการเรียนรู้ และประเมินผล
สาระสาคัญ
นาฏศิลป์ ไทยเป็นการแสดงที่มีความงดงาม เป็นศิลปะแห่งการฟ้อนราที่แสดงถึงเอกลักษณ์ วิถีชีวิต
ภูมิปัญญาท้องถิ่น ประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งควรรู้ เข้าใจและ ฝึกทักษะในการร่ายราโดย สื่อ
ความหมาย ความรู้สึกออกมาในศิลปะการแสดงที่ประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์ ที่ทรงคุณค่า และควรรักษา
อนุรักษ์สืบไป
กิจการเรียนรู้ของนักเรียนแบ่งออกเป็น 6 ขั้นตอน
ขั้นที่ 1 ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน
ขั้นที่ 2 เรียนรู้ (กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ กระบวนการเรียนแบบสืบสวนสอบถาม /
กระบวนการสอนแบบศึกษาด้วยตนเอง )
ขั้นที่ 3 ผู้เรียนลงมือปฏิบัติทักษะบูรณาการภาษาไทย คณิตศาสตร์ สังคม พลศึกษา
ขั้นที่ 4 ขั้นให้เทคนิควิธีการเมื่อนักเรียนปฏิบัติได้แล้ว
ขั้นที่ 5 ขั้นให้นักเรียนเชื่อมโยงทักษะย่อยๆเป็นทักษะที่สมบรูณ์
ขั้นที่ 6 ขั้นสรุปและประเมินผล
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. เข้าใจรูปแบบของของท่าราสร้างสรรค์ได้
2. ตระหนักวิถีชีวิต ภูมิปัญญาท้องถิ่น ประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นตนเองได้
3. วิเคราะห์ท่าทาง และการเคลื่อนไหวของผู้คนในชีวิต ประจาวันและนามาประยุกต์ใช้ในการ
แสดง
4.ปฏิบัติและแสดงออกในการราสร้างสรรค์ เซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อย
บทบาทของนักเรียน
ประเมินผล
1.ประเมินจากการลงมือปฏิบัติของนักเรียน
2.ประเมินจากการทาแบบทดสอบ ท้ายชุดการสอนประกอบการเรียนรู้
3.ประเมินจากทักษะในการปฏิบัติ ( วัดทักษะ ภาคปฏิบัติ) ประเมินผลงานจากความสาเร็จจาก
การปฏิบัติ
11
ประวัติความเป็นมาและความสาคัญของนาฏศิลป์ ท้องถิ่น 1
นาฏศิลป์ ไทยในท้องถิ่นเป็นภูมิปัญญาของชาวบ้านคิดประดิษฐ์รูปแบบ เนื้อร้อง ทานองเพลง
จังหวะ ทารา การแต่งกาย และวิธีการแสดงขึ้นเอง ซึ่งเป็นที่ยอมรับและนาไปใช้ร่วมกัน มีผู้สันนิษฐาน
ว่านาฏศิลป์ ไทยในท้องถิ่นอาจเกิดจากมูลเหตุต่างๆ ดังนี้
1. เกิดจากความต้องการแสดงอารมณ์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เพื่อการสื่อความหมาย
เป็นสาคัญ ถ้ามีความทุกข์ก็แสดงความเศร้าโศก ร้องไห้ เมื่อมีความสุขก็แสดงการปรบมือ ดีใจ หัวเราะ
อากัปกิริยาเหล่านี้เป็นพื้นฐานทางนาฏศิลป์ ถ้าจะแสดงความรื่นเริงบันเทิงใจก็จะขับร้องฟ้อนรา การ
เรียงร้อยท่าทางลีลาให้มีศิลปะ ขึ้นเป็นผลงานของมนุษยชาติ การแสดงนาฏศิลป์ ของทุกชาติทุกภาษามุ่ง
สะท้อนถึงขนบธรรมเนียมประเพณี ความเชื่อตามสภาพของชนชาตินั้น
2. เกิดจากมนุษย์คิดค้นหาเครื่องบันเทิงใจ หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจหรือฤดูกาลต่างๆ
เริ่มจากการเล่านิทาน ประดิษฐ์และใช้เครื่องตี เครื่องเป่า มาบรรเลงประกอบการเล่า ในที่สุดก็แสดง
ท่าทางประกอบซึ่งถือว่าเป็นการแสดงความรื่นเริงที่เกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์เอง
3. เกิดจากมนุษย์ต้องการความอยู่รอดในสังคม การดาเนินชีวิตที่มุ่งประโยชน์แก่ตน
นาไปสู่การปฏิบัติเพื่อบูชาสิ่งที่ตนเคารพนับถือ และสิ่งที่ตนมาทราบตามเหตุการณ์เกิด เช่นเรื่อง
ปรากฏการณ์ธรรมชาติ แผ่นดินไหว น้าท่วม ภูเขาไฟปะทุ คิดว่าเป็นอานาจของเทพเจ้าในธรรมชาติ
4. เกิดจากความเกรงกลัวและพยายามทาให้เทพเจ้าพึงพอใจ หรือผ่อนหนักเป็นเบา จึง
คิดประดิษฐ์ถ้อยคาทานองเพลงและลักษณะคาประพันธ์ที่มีจังหวะ เพื่อขับร้องฟ้อนราบูชาสิ่งที่ตนนับ
ถือ
นาฏศิลป์ ไทยในท้องถิ่นสามารถจาแนกรูปแบบเป็น 3 ประเภท คือ
1. นาฏศิลป์ ไทยในท้องถิ่นเพื่อการบูชา
2. นาฏศิลป์ ไทยในท้องถิ่นเพื่อความรื่นเริง
3. นาฏศิลป์ ไทยในท้องถิ่นเพื่อการต้อนรับ
1
กระทรวงศึกษาธิการ หนังสือสาหรับค้นคว้า ระดับมัธยมศึกษา นาฏศิลป์ ไทยในท้องถิ่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
กลุ่มสาระการสาระการเรียนรู้ศิลปะ.พิมพ์ครั้งที่ 1 กรุงเทพฯ ; คุรุสภาลาดพร้าว,2547,1- 6
2
กระทรวงศึกษาธิการ หนังสือสาหรับค้นคว้า ระดับมัธยมศึกษา นาฏศิลป์ ไทยในท้องถิ่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
กลุ่มสาระการสาระการเรียนรู้ศิลปะ.พิมพ์ครั้งที่ 1 กรุงเทพฯ ; คุรุสภาลาดพร้าว,2547,8
1.ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับนาฏศิลป์ ท้องถิ่น
2.รูปแบบของนาฏศิลป์ ไทยในท้องถิ่น 2
บัตรเนื้อหาที่ 4 .1 เรื่อง ความรู้เรื่องนาฏศิลป์ ท้องถิ่น
12
นาฏศิลป์ ไทยในท้องถิ่นมีส่วนเสริมสร้างค่านิยม คุณธรรมความบันเทิง ดังนี้
1. เข้าใจในค่านิยม วิสัยทัศน์ของแต่ละท้องถิ่นโดยผ่านทางนาฏศิลป์
2. เข้าใจวัฒนธรรมของชาวบ้าน ชาวไร่ ในท้องถิ่นนั้น
3. ก่อให้เกิดความรัก ความภาคภูมิใจในท้องถิ่นของตน
4. ให้ความบันเทิงแก่ชุมชน
นาฏศิลป์ ไทยในท้องถิ่นมีความสาคัญต่อชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยในฐานะเป็นมรดกทาง
วัฒนธรรมหลายประการ คือ
1. ความสาคัญต่อบุคคลที่สนใจและชื่นชมการแสดงนาฏศิลป์ ไทยในท้องถิ่นการได้ชม
ย่อมเป็นความสุขความบันเทิงในชีวิต ส่วนผู้ที่รักการแสดงและศิลปินพื้นบ้านซึ่งเคยฝึกฝนการแสดง
ย่อมจะเห็นความสาคัญของการแสดงนาฏศิลป์ ที่มีต่อตนเองมากยิ่งขึ้น เพราะส่งเสริมและพัฒนาบุคลิกภาพ
ทางกาย บุคลิกภาพทางจิต และสามารถยึดเป็นอาชีพได้
2. ความสาคัญต่อสังคมไทย เพราะนาฏศิลป์ ไทยมีความเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของคนและ
พิธีกรรมต่างๆ
3. ความสาคัญต่อประเทศชาติ เพราะนาฏศิลป์ เป็นเครื่องแสดงถึงเอกลักษณ์และการพัฒนา
ของชาติ บทร้องในการฟ้อนราเป็นวรรณกรรม ดังนี้ นาฏศิลป์ ไทยจึงเป็นแหล่งรวมศิลปะประจาชาติได้แก่
ดุริยางคศิลป์ วรรณกรรม หัตถกรรม จิตรกรรม ประติมากรรม สถาปัตยกรรม
4. ความสาคัญต่อการศึกษาและจริยธรรม ศิลปะช่วยกล่อมเกลาจิตใจของบุคคลให้เป็นคนที่
มีความประณีต ละเอียดอ่อน และสามารถสัมผัสสิ่งที่ดีงามทั้งปวง นาฏศิลป์ ไทยในท้องถิ่นจึงถือเป็น
เอกลักษณ์ของชาติไทยและเป็นศิลปะชั้นยอดที่รวมขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรมเข้าไว้ด้วยกัน
นาฏศิลป์ ไทยในท้องถิ่นนับว่าเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไทย และถือเป็นสมบัติแห่งภูมิปัญญาซึ่งได้รับ
การรักษาไว้เป็นเอกลักษณ์ของชาติ
13
1. ความหมายการประดิษฐ์ท่ารา
ประดิษฐ์ท่ารา หมายถึง การคิดออกแบบหรือสร้างสรรค์ ลีลาท่าราต่างๆนามาเรียงร้อยเป็นแนวทาง
ให้เกิดการพัฒนาและสร้างสรรค์ชุดการแสดงนาฏศิลป์ ไทยขึ้นใหม่ การคิดประดิษฐ์ท่าราการแสดงนาฏศิลป์
ไทย มีวิธีดาเนินการอยู่ 3 วิธี ดังนี้
1) ประดิษฐ์ท่าราตามความหมายของบทร้อง ซึ่งผู้ประดิษฐ์ต้องมีความเข้าใจในความหมายของท่ารา
ต่างๆ จึงจะสามารถวิเคราะห์เลือกสรรนามาใช้หรือปรุงแต่งประดิษฐ์สร้างสรรค์ได้ตรงกับความหมายตาม
หลักนาฏศิลป์ไทย เช่น ท่าเทพพนมในความหมายเคารพบูชา ท่าอาไพใช้ในความหมายเบิกบาน สนุกสนาน
2) ประดิษฐ์ท่าราโดยใช้กระบวนท่าราประกอบบทร้องโดยมิได้มุ่งสื่อความหมายบทร้องเช่น บท
ร้องว่า ราชยานเวชยันต์รถแก้ว เพริศแพร้วกากงอลงกต ( บทร้องในเพลงระบาดาวดึงส์) ใช้ท่าสอดสูงและท่า
พิสมัยเรียงหมอน เป็นต้น
3) ประดิษฐ์ท่าราประกอบเพลงและหน้าทับดนตรี สาหรับเพลงที่ไม่มีบทร้องประกอบจะเป็น
ลักษณะการประดิษฐ์โดยการนาท่ารามาร้อยเรียงเป็นกระบวนท่ารา ท่าราที่นามาร้อยเรียงอาจแฝงด้วยการสื่อ
ความหมายของท่าราที่ประดิษฐ์หรือท่าราที่นาเสนอ เช่น เริ่มท่าราด้วยท่าไหว้ตามท่าทานองเพลงเพื่อสื่อ
ความหมายถึงการเคารพ บูชา บวงสรวง หรือท่าราที่แสดงลาดับขั้นตอน วิธีการ วิธีทา ที่สื่อความหมายถึง
การกระทาสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นต้น ว่า ประกอบการทามาหาเลี้ยงชีพ เริ่มต้นจากการเชิญชวน จึงไปถึงการมอง
หารังไข่มดแดง แหย่ไข่ การสนุกสนาน รื่นเริงของคู่รา การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม เริ่มต้น การปลูก การเก็บใบ
หม่อน การเลี้ยงไหม การต้มไหม การสาวไหม การโชว์ผลการทักทอผืนไหม การปลูกข้าว เกี่ยวข้าว ของ
ชาวนา การปลูกอ้อย ปลูกมันสาปะหลัง ของชาวไร่ เป็นต้น
2. แนวคิดในการประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์
แนวคิดในการประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์ชุดใหม่ สามารถทาได้2 ลักษณะ ดังนี้
1.แนวอนุรักษ์ คือ การสร้างสรรค์ท่าราโดยกาหนดให้อยู่ในหนึ่งจารีต คือ หลักจารีต วิธีทา
ขั้นตอน วิถีชีวิต นาฏศิลป์ มาสร้างสรรค์กระบวนท่าราและองค์ประกอบอื่นๆ
2.แนวสร้างสรรค์แบบผสมผสาน คือ การประดิษฐ์สร้างสรรค์โดยกาหนดให้เป็นการ
ผสมผสานหลายจารีต เช่น การผสมท่าราไทยกับบัลเลต์ การราไทยกับคอนเทมโพรารีดานซ์ เป็นต้น
บัตรเนื้อหาที่ 4 .2 เรื่อง ความรู้การประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์
14
ผังความคิด(Mind Mapping)
บัตรกิจกรรมที่ 4.1 เรื่อง ความเป็นมาของการประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์ เซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อย
ชุดการสอน ชุดที่ 4 เรื่อง ประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์ เซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อย
กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ รายวิชานาฏศิลป์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
โรงเรียนไทรเดี่ยววิทยา สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว
ประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์
1.ความเป็นมา
7.อธิบายท่ารา
เซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อย
แนวคิดการสร้างสรรค์
3.ลายเซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อย
5.การออกแบบแต่งกายเซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อย
2.แรงบันดาลใจ
4.ดนตรีประกอบเพลง
6.รูปแบบการแปรแถวการราเซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่
อ้อย
15
พืชเศรษฐกิจ พื้นที่เพาะปลูก(ไร่) ผลผลิต(ตัน) ผลผลิตเฉลี่ย(กก./ไร่)
ข้าวนาปี
มันสาปะหลัง
อ้อยโรงงาน
ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
ความเป็นมาการประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์ เซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อย
ชื่อ“จังหวัดสระแก้ว” มีที่มาจาก ชื่อสระน้าโบราณในพื้นที่อาเภอเมืองสระแก้ว ซึ่งมีอยู่ 2 สระ
โดยในสมัยกรุงธนบุรี ประมาณปี พ.ศ. 2324 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อครั้งทรง
เป็นสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกเป็นแม่ทัพยกไปตีประเทศกัมพูชา (เขมร) ได้แวะพักกองทัพ ที่บริเวณสระ
น้าทั้งสองแห่งนี้ กองทัพได้อาศัยน้าจากสระใช้สอย ได้ขนานนามสระทั้งสองว่า "สระแก้ว สระขวัญ" มีเนื้อที่
ประมาณ 7,195.436 ตารางกิโลเมตร หรือ ประมาณ 4,496,962 ไร่ แบ่งการปกครองส่วนภูมิภาคเป็น 9 อาเภอ
58 ตาบล 731 หมู่บ้าน โดยมีอาเภอดังนี้ อาเภอเมืองสระแก้ว อาเภอคลองหาด อาเภอตาพระยา อาเภอวังน้าเย็น
อาเภอวัฒนานคร อาเภออรัญประเทศ อาเภอเขาฉกรรจ์ อาเภอโคกสูง และอาเภอวังสมบูรณ์ การปกครอง
ท้องถิ่นประกอบด้วย องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง เทศบาล 16 แห่ง (3 เทศบาลเมือง 13 เทศบาลตาบล)
และองค์การบริหารส่วนตาบล 49 แห่ง ลักษณะภูมิประเทศ ตั้งอยู่สูงจากระดับน้าทะเลปานกลางเฉลี่ยประมาณ
36.371 เมตร บริเวณทิศตะวันออกและทิศใต้ของจังหวัด เป็นที่ราบสูง คล้ายกับพื้นที่ราบสูงทางภาค
ตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย สภาพพื้นที่ดังกล่าวเหมาะต่อการปลูกพืชไร่ ลักษณะภูมิอากาศ
โดยทั่วไปของจังหวัดสระแก้วจะมีอากาศร้อนจัดในฤดูร้อน และค่อนข้าง หนาวในฤดูหนาว โดยปกติฤดูฝน
ยาวนานถึง 6 เดือน สภาพภูมิอากาศแบ่งออกได้เป็น 3 ฤดูกาล ฤดูฝน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม – เดือนตุลาคมมี
ประชากรทั้งสิ้น 546,782 คน เป็นชาย 274,827 คน หญิง 271,955 คนจานวนชายคิดเป็นร้อยละ 50.26 ของ
ประชากรทั้งหมด จานวนหญิงคิดเป็นร้อยละ 49.74 ของประชากร ทั้งหมด (ข้อมูล ณ 30 มิ.ย. 2555) สาหรับ
การประกอบอาชีพประชากรในจังหวัดสระแก้วส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์พืชเศรษฐกิจ
ที่สาคัญข้าวนาปี มันสาปะหลัง อ้อยโรงงาน ข้าวโพด ยูคาลิปตัส พืชผัก และผลไม้ ที่ได้รับผลผลิตมากที่สุดคือ
การปลูกอ้อยโรงงาน ผลผลิตเฉลี่ย 10,812 กก.ต่อไร่ มันสาปะหลัง ผลผลิตเฉลี่ย 4,055กก.ต่อไร่ ข้าวโพด
เลี้ยงสัตว์ ผลผลิตเฉลี่ย 809 กก.ต่อไร่ และ ข้าวนาปี พื้นที่เพาะปลูกมากที่สุด แต่ ผลผลิตเฉลี่ย น้อยที่สุด คือ
440 กก.ต่อไร่ ดังตาราง
ตารางที่ 1 พื้นที่เพาะปลูก และผลผลิต ของพืชเศรษฐกิจหลัก ปี 2555
สภาพทางสังคม ด้านคุณภาพชีวิตที่เป็นปัญหามากที่สุด 3 อันดับแรก คือ อันดับ 1 การเข้าถึงแหล่ง
ทุนของชุมชนหมู่บ้าน (ร้อยละ39.04) อันดับ 2 คุณภาพน้า (ร้อยละ 34.13) และอันดับ 3 คุณภาพดิน (ร้อยละ
30.20) ด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน4
ปัญหาด้านความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ส่วนใหญ่
1.ความเป็นมาการประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์ เซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อย
3
16
เป็นปัญหาที่ประชาชนได้รับผลกระทบจาก สาธารณภัยในรอบปี เกิดจากภัยธรรมชาติน้าท่วมเพราะมีฤดูฝน
ยาวนาน ถึง 6 เดือน ทาให้การปลูกข้าว ปลูกข้าวโพด ปลูกมันสาปะหลัง ปลูกผลไม้เลี้ยงสัตว์ได้รับ
ผลกระทบจากภัยธรรมชาติ เช่น น้าท่วม ทาให้ผลผลิตไม่เป็นไปตามเป้าหมาย หรือ บ้างขาดทุน
ส่วนการปลูกอ้อย อ้อยโรงงานจะทนแล้ง ทนฝน ทาให้ผลผลิตปลอดภัยต่อภัยธรรมชาติมาก รองลงมาเป็น
ปัญหาประชาชนได้รับอุบัติเหตุ จากยานพาหนะ และปัญหาประชาชนถูกลักทรัพย์ชิงทรัพย์ถูกทาลาย
ทรัพย์สิน จากการปลูกสร้างที่อยู่อาศัย ที่ดินการทานาข้าว เฝ้าเลี้ยงสัตว์เฝ้าข้าวโพด ได้รับภัยอันตรายดังตาราง
ตารางที่ 2 สถิติขอมูลการจับกุมผู้กระท้าผิดในคดีแต่ละกลุ่ม ตุลาคม 2554 – กันยายน 2555
กลุ่ม
ความผิด
จานวนคดีที่รับแจ้ง
(คน)
ดีี)
จานวนคดีที่จับกุมได้
(คน)
ฮฮ
แฉ)
ดีี)
จานวนผู้กระทาผิด
ที่จับกุมได้(ราย)
1. คดีอกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญ 28 22 22
2. คดีประทุษร้ายต่อชีวิตร่างกายเพศ 222 162 162
3. คดีประทุษร้ายต่อทรัพย์ 407 177 177
4. คดีอื่นๆที่น่าสนใจ 283 63 63
5. คดีรัฐเป็นผู้เสียหาย 3,523 3,523 4,211
ด้านการมีงานทาและรายได้เป็นผู้ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป 443,521 คน คิดเป็นร้อยละ 79.93 ของ
ประชากรรวม แยกเป็นผู้ที่อยู่ในกาลังแรงงานรวม 317,087 คน คิดเป็นร้อยละ 57.14 และเป็นผู้ที่ไม่อยู่ในกาลัง
แรงงาน 126,434 คน คิดเป็นร้อยละ 22.79 ส่วนผู้ที่มีอายุ ต่ากว่า 15 ปี จานวน 111,367 คน คิดเป็นร้อยละ
20.07สาหรับกลุ่มผู้ที่อยู่ในกาลังแรงงาน นั้นแยกได้เป็น 3 กลุ่ม คือ 1) ผู้มีงานทา คิดเป็นร้อยละ 98.63 ของผู้อยู่
ในกาลังแรงงานรวม 2) ผู้ว่างงานซึ่งหมายถึงผู้ไม่มีงานทา และพร้อมที่จะทางาน คิดเป็นร้อยละ 1.04 ของกาลัง
แรงงานรวม คิดเป็นอัตราการว่างงาน ร้อยละ 1.03 ของผู้อยู่ในกาลังแรงงานรวม 3) ผู้ที่รอฤดูกาล ซึ่งหมายถึง
ผู้ที่ไม่ได้ทางาน และไม่พร้อมจะทางาน คิดเป็นร้อยละ 0.34 ของผู้อยู่ในกาลังแรงงานรวม เปรียบเทียบ
สถานภาพแรงงาน พ.ศ.2553 และ พ.ศ.2554 เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบสถานภาพแรงงาน5
ระหว่าง พ.ศ.2553
และ พ.ศ.2554 พบว่า ใน พ.ศ. 2554 มีจานวนประชากรเพิ่มขึ้นประมาณ 5,794 คน ภาวะผู้อยู่ในกาลังแรงงาน
พบว่า พ.ศ.2554 จานวนผู้มีงานทา มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากร้อยละ 56.32 ในปี 2553 เป็นร้อยละ 56.36
และผู้วางงานลดลงจากร้อยละ0.92 ใน พ.ศ.2553 เหลือร้อยละ 0.59 ใน พ.ศ.2554 เนื่องจาก มีงานการทาไร่อ้อย
โรงงานเพิ่มขึ้น จากการเป็นครูผู้สารวจจากข้อมูลจังหวัดสระแก้ว และสอบถาม สังเกต ออกสู่พื้นที่ จากการ
เยี่ยมบ้านนักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชนจึงพบว่าประชากรหญิง และชายในวัยหนุ่มสาว จนไปถึงวัยกลางคน
ที่ไม่เข้าศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น หันมาเป็นแรงงานไร่อ้อยเพิ่มมากขึ้น
3
สารวจจากข้อมูลจังหวัดสระแก้ว
4
ที่มา : ตารวจภูธรจังหวัดสระแก้ว (ข้อมูล ณ 16 ต.ค. 2555) ใน จากตารางที่ 7 สถิติข้อมูลการจับกุมผู้กระทา
ผิดในคดีแต่ละกลุ่ม ตุลาคม 2554 – กันยายน 2555ปีงบประมาณ 2555
5
สารวจจากข้อมูลจังหวัดสระแก้ว
17
การประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์ ชุดเซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อย มีคุณค่า ควรมีการถ่ายทอด และ
เผยแพร่ไว้ให้กับชนรุ่นหลังเพื่อเป็นการสืบสานวิถีชีวิต ความภาคภูมิใจในท้องถิ่นของตนเอง จึงได้นา
การแสดงชุดนี้มาทดลองปฏิบัติในนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 5 ของนักเรียนโรงเรียนไทรเดี่ยววิทยา
อาเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว และได้บรรจุไว้ในหลักสูตรท้องถิ่นของโรงเรียนไทรเดี่ยววิทยา ใน
กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะรายวิชา นาฏศิลป์ ศ 32101 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2557
แรงบันดาลใจที่ได้กาหนดเพลงและการประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์ ชุดเซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อย
เนื่องจากมีผลผลิตมากที่สุด มีความปลอดภัยของมนุษย์และทรัพย์สินมากที่สุด และมีภาวะอยู่ในกาลัง
แรงงาน สัดส่วนเพิ่มขึ้นมากที่สุด ( หนุ่ม สาว) อีกทั้งผู้อพยพมาตั้งถิ่นฐานในจังหวัดสระแก้ว อาเภอ
คลองหาด ตาบลไทรเดี่ยว ส่วนใหญ่ล้วนมาจากภาคอีสาน จึงทาให้เลือกดนตรีในการประดิษฐ์ท่ารา
เป็นจังหวะกระฉับกระเฉง เร้าใจ สนุกสนาน ดังนั้นชุดเซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อย จึงได้พิจารณาเลือก
ดนตรีและท่าราเป็นลักษณะภาคอีสาน
2.แรงบันดาลใจ
18
ทานองเพลงอีสานใต้
ผู้บรรเลงเรียบเสียงประสานใหม่ : ครูกัมปนาท โนนศรี
ผู้เรียบเรียงทานอง นางสงวน ทองจาปา
ท่อน1
---- ---- -ซมล -ซมล ---- -ซลท -ทลซ ลซฟม
---- ---- -ซมล -ซมล ---- -ซลท -ทลซ ลซฟม
---- -รมฟ --ลฟ -ม-ร ---- -ด-ร -ม-ด -ร-ม
---- -รมฟ --ลฟ -ม-ร ---- -ด-ร -ม-ด -ท-ลฺ
ท่อน2 กลับต้น
---- ---ด ---ด ---ด ---ด --รม รดรม รดทลฺ
---ด -ด-ด รมรด รม-ร ---ด -ด-ด รมรด รม-ร
---ซ --มซ ---- -มรด ---ด -ด-ด รมรด รม-ร
---ซ --มซ ---- -มรด ---ด -ด-ด รมรด รม-ร
---- ---- -ร-ท --ลซ ---- -ม-ซ -ล-ท ลซ-ล
---- ---- -ร-ท --ลซ ---- -ม-ซ -ล-ท ลซ-ล
ท่อน3 กลับต้น
---- -ร-ด --ทล -ซ-ด --ทล -ร-ด -ท-ล -ซ-ล
---- -ร-ด --ทล -ซ-ด --ทล -ร-ด -ท-ล -ซ-ม
---ม -ม-ม ซลซม -ร-ด ---ม -ม-ม ซลซม -ร-ด
---ด --ลซ --มซ -ล-ด -ด-ท -ด-ร -ด-ท -ล-ซ
--ลซ --ลซ --ลซ --ลซ --ลซ --ลซ -ซ-ล -ท-ด
--รด --รด --รด --รด --รด --รด -ล-ท -ด-ร
--มร --มร --มร --มร --มร --มร -ท-ด -ร-ม
----- ---- ---- ---ซ ---- ---- ---- ---ล
กลับต้น
3.ลายเซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อย
19
วงดนตรีที่ใช้ประกอบในการเซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อย ได้แก่ วงโปงลาง ซึ่งเป็น วงดนตรี
พื้นบ้านอีสานในกลุ่มวัฒนธรรมอีสาน ประกอบด้วยเครื่องดนตรีดังต่อไปนี้
4.1 เครื่องดนตรีดาเนินทานอง
1.โปงลาง เป็นเครื่องดนตรีประเภทตี ทาด้วยไม้หมากหาด (มะหาด) หรือไม้เหลื้อมตัดเป็น
ท่อนๆ ให้ได้ขนาดลดหลั่นกันตามเสียงที่ต้องการ ร้อยต่อกัน โดยปกติมี 13 ลูก เรียงเสียงสูงต่า
ตามลาดับลูกโปงทุกลูกเจาะรูร้อยเชือกหัวท้ายแขวนไว้โดยใช้ไม้ตีทานองและจังหวะไปพร้อมกัน
โปงลาง
ที่มา : เย็นจิตร บุญศรี
2.แคน เป็นเครื่องดนตรี ประเภทเป่า ลูกแคนทาจากไม้ไผ่ เรียกว่า ไม้ไผ่เฮี้ย หรือ ไม้กู่แคน
ด้านข้างเจาะรูเล็กๆ เพื่อกาหนดเสียงสูง ต่า กล่องเสียงทรงกลม ( เต้าแคน ) ซึ่งทาด้วยไม้เนื้อแข็งจาพวก
ไม้พยุง ด้านบนสุดตัดเรียบเจาะรูตรงกลางสาหรับใช้ปากเป่า ใช้ขี้สูดติดลูกแคนเข้ากับเต้าแคนที่ทาด้วย
โลหะเป็นเงิน หรือ ทองเหลือง ลูกแคนมีหลายขนาดตั้งแต่สามคู่จนถึงเก้าคู่ นิยมเรียกชื่อตามจานวนคู่
ของไม้ไผ่ที่นามาประกบกัน ได้แก่ แคนสาม แคนสี่ แคนห้า แคนเจ็ด แคนแปด แคนเก้า (แคนใหญ่ )
แคน
ที่มา : เย็นจิตร บุญศรี
4.เครื่องดนตรีประกอบการแสดง
20
3.โหวด เป็นเครื่องดนตรี ประเภทเป่า ทาจากไม้ไผ่ขนาดเล็กหรือไม้กู่แคน แกนตรงกลางทา
จากไม้ไผ่ ลูกโหวดมีจานวน 7 – 13 อัน นามากติดรอบๆ แกนตรงกลางด้วยขี้ผึ้งสีดา (ขี้สูด) เวลาเป่าจะ
หมุนไปรอบ ๆตามเสียงที่ต้องการ
โหวด
ที่มา : เย็นจิตร บุญศรี
4.พิณโปร่ง
5.พิณไฟฟ้า
21
6.พิณเบส หรือ พิณทุ้ม เป็นเครื่องดนตรีเครื่องสายประเภทดีด คล้ายกันกับเพลง วงดนตรีสากล
มีรูปร่างคล้ายแต่ลาตัวจะใหญ่กว่า มี 4 สาย
พิณเบส หรือ พิณทุ้ม
ที่มา : เย็นจิตร บุญศรี
4.2 (เครื่องดนตรีจังหวะ)
1.กลองหาง หรือ กลองอีสาน เป็นเครื่องดนตรีประเภทตี กลองในวงดนตรีพื้นบ้านอีสานเป็น
กลองยาวจานวน 4 ใบ ตัวกลองทาด้วยไม้ขนุน ตอนหน้าใหญ่ ตอนท้ายเรียว หุ้มด้วยหนังสัตว์หน้าเดียว
ทาหน้าที่ควบคุมจังหวะในวงโปงลาง
กลองหาง หรือ กลองอีสาน
ที่มา : เย็นจิตร บุญศรี
22
2.กลองตุ้ม หรือ กลองรามะนาอีสาน เป็นเครื่องดนตรีประเภทตี ตัวกลองทาด้วยไม้ทรงกลม
ข้างในกลวง เป็นกลองหน้าเดียวขึงด้วยหนังวัวหรือหนังควายเป็นเครื่องกากับจังหวะ ตีคู่กับกลองยาว
กลองตุ้ม หรือ กลองรามะนาอีสาน
ที่มา : เย็นจิตร บุญศรี
3.ฉิ่ง เป็นเครื่องดนตรีประกอบจังหวะ ทาด้วยโลหะทองเหลืองมีความหนากว่าฉาบให้เสียงดัง
กังวาน
ฉิ่ง
ที่มา : เย็นจิตร บุญศรี
23
4.ฉาบเล็ก เป็นเครื่องประกอบจังหวะ ทาด้วยโลหะทองเหลืองมีขนาดเล็กกว่าฉาบใหญ่
ฉาบเล็ก
ที่มา : เย็นจิตร บุญศรี
5.ฉาบใหญ่ เป็นเครื่องประกอบจังหวะ ทาด้วยโลหะทองเหลือง
ฉาบใหญ่
ที่มา : เย็นจิตร บุญศรี
24
ชุดการแต่งกายของผู้หญิงจะออกแบบลักษณะของชาวไร่ซึ่งมีสีกรมท่า ดังนั้นชุดการแต่งกาย
จึงเลือกสีของเสื้อผ้าเป็นสีน้าเงินแล้วทับด้วยผ้าผ้าถุงลายอีสานใต้ผ้านุ่งนุ่งแบบธรรมชาติของชาวไร่สี
น้าเงินเพื่อสะดวกในการแสดงท่ารา เซิ้ง ทรงผมรัดเกล้าสูงติดผมปลอมและดอกไม้ให้สีเดียวกันกับ
เสื้อผ้าให้ดูอ่อนหวาน เครื่องประดับสร้อยเงิน เข็มขัดเงิน กาไล เป็นต้น
ชุดการแต่งกายของผู้ชายจะออกแบบลักษณะของชาวไร่ซึ่งมีสีกรมท่า ชุดการแต่งกายจึงเลือกสี
ของเสื้อผ้าเป็นสีน้าเงินแล้วทับผ้าขาวม้าลายอีสานใต้กางเกงหม้อฮ้อม
ดังนั้นชุดการแต่งกายจึงเลือกสีของเสื้อผ้าเป็นสีน้าเงิน เรียบง่ายของชาวไร่พร้อมออกทางานที่
ไร่อ้อย
5.การออกแบบแต่งกายเซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อย
เสื้อแขนกระบอก
เข็มขัดเงิน
ผ้านุ่งลายอีสานใต้
กางเกงหม้อฮ้อม
เสื้อหม้อฮ้อม
ผมปลอมและดอกไม้
ผ้าขาวม้า
สร้อยคอเงิน
ชุดการแต่งกายของผู้หญิงชุดการแต่งกายของผู้ชาย
ภาพที่ 4.1 ชื่อภาพแผนผังการออกแบบแต่งกายเซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อย
แสดงแบบโดย :นางสาวอรพรรณ อาณาเขต นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
นายวัชระ โคตรวิชัย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
ที่มาของภาพ : ถ่ายภาพโดยนางเย็นจิตร บุญศรี วันที่ 4 พฤศจิกายน 2556
25
รูปแบบที่ 1 แถวหน้ากระดาน
หน้าเวที
รูปแบบที่ 2 แถววีหงาย
หน้าเวที
รูปแบบที่ 3 แถวสลับแถว
หน้าเวที
รูปแบบที่ 4 แถววงกลม
หน้าเวที
6.รูปแบบการแปรแถวการราเซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อย
26
ท่าราที่ 1 เชิญชวนและ ท่าชี้ กันไปทาไร่อ้อย ( เดินหันหน้าไปด้านหน้าเวที )
ชาย , หญิง เท้า เดินย่าเท้าโดยเริ่มเท้า ขวา ซ้าย ขวา แล้ววางเท้าซ้ายไว้ด้านหลัง (นับเป็น 4 จังหวะ)
มือ มือซ้ายจีบคว่าที่หัวไหล่ซ้าย มือขวาตั้งวงบนแล้วกดปลายนิ้วทั้ง 4 นิ้ว ยกเว้น
นิ้วหัวแม่มือ(ทาลักษณะกวักมือเรียก) ทาท่ากวักมือ 3 ครั้ง แล้วเปลี่ยนเป็นมือชี้
จังหวะที่ 4
ศีรษะ เอียงขวา ขณะย่าเท้า เมื่อวางเท้าซ้ายลงด้านหลังจังหวะที่ 4 ให้เปลี่ยน เอียงซ้าย
ท่าราที่ 1 ท่าราที่ 1.1
ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี
ท่าราที่ 1 ( ท่าชวนกันไปปลูกอ้อย ) ชาย , หญิง
เท้า เดินย่าเท้าโดยเริ่มเท้า ซ้าย ขวา ซ้าย แล้ววางเท้าขวาไว้ด้านหลัง (นับเป็น 4 จังหวะ)
มือ มือซ้ายจีบคว่าที่หัวไหล่ซ้าย มือขวาตั้งวงบนแล้วกดปลายนิ้วทั้ง 4 นิ้ว ยกเว้น
นิ้วหัวแม่มือ(ทาลักษณะกวักมือเรียก) ทาท่ากวักมือ 3 ครั้ง
ศีรษะ เอียงซ้าย ขณะย่าเท้า
ทาราที่ 1.1 (ชี้)
เท้า ยืนด้วยเท้าซ้าย
มือ แล้วเปลี่ยนเป็นมือชี้ จังหวะที่ 4
ศีรษะ เอียงขวา
(ปฏิบัติท่าที่ 1 และท่าที่ 1.1 สลับกันต่อเนื่องทั้งหมด 5 ครั้ง)
บัตรกิจกรรมที่ 4.2 เรื่อง ฝึกท่าราประกอบเพลงเซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อย
วิถีชีวิตชาวไร่ จ.สระแก้ว ชื่อ เซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อย
27
ท่าที่ 2 ท่าเตรียมพร้อมในการปลูกอ้อย หันหน้ามาด้านหน้าเวที
ท่าราที่ 2 ท่าราที่ 2.1
ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี
ท่าที่ 2 หันหน้ามาด้านหน้าเวที (ชาย , หญิง)
เท้า ก้าวเท้าขวาไปด้านข้าง แตะด้วยเท้าซ้าย
มือ มือขวาตั้งวงบน มือซ้ายจีบหงายระดับปาก
ศีรษะ เอียงขวา
ทาราที่ 2.1
เท้า ก้าวเท้าซ้ายไปด้านข้าง แตะด้วยเท้าขวา
มือ มือซ้ายตั้งวงบน มือขวาจีบหงายระดับปาก
ศีรษะ เอียงซ้าย
ปฏิบัติท่าที่ 2 และ 2.1 นับเป็น 1 ครั้ง ปฏิบัติให้ครบ 4 ทิศ ทิศละ 1 ครั้ง เมื่อหันมาด้านหน้า
ปฏิบัติต่อเนื่องอีก 3 ครั้ง รวมปฏิบัติทั้งหมด 8 ครั้ง )
28
ท่าที่ 2 หันหน้า หมุนสี่ทิศ (แถวหน้ากระดาน)
ทิศที่ 1 ด้านหน้าเวที ทิศที่ 2 ด้านขวาเวที
ทิศที่ 3 ด้านหลังเวที ทิศที่ 4 ด้านซ้ายเวที
ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี
29
ท่าที่ 3 ( ท่าเตรียมก่อนขุดดิน )
จังหวะที่ 1 จังหวะที่ 2
ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี
ท่าที่ 3 ท่าเตรียมก่อนขุดดิน
ชาย เท้า เดินย่าเท้าโดยเริ่มย่าเท้า ขวา,ซ้าย,ขวา, แล้วยกเท้าซ้ายขึ้น จังหวะที่ 4
มือ กามือที่หัวไหล่ซ้ายทั้ง 2 มือ ( ในลักษณะแบกจอบ )
ศีรษะ เอียงซ้าย
หญิง เท้า เดินย่าเท้าโดยเริ่มย่าเท้า ซ้าย,ขวา,ซ้าย,ขวา รวม 4 จังหวะ
มือ มือซ้ายตั้งวงให้ปลายนิ้วอยู่ระดับเอว ยกอยู่ด้านซ้าย มือขวาตั้งวงระดับหัวเข็มขัด
(วงล่าง) สลับเปลี่ยนมือ มือขวาตั้งวงให้ปลายนิ้วอยู่ระดับเอว ยกอยู่ด้านขวา
มือซ้ายตั้งวงระดับหัวเข็มขัด (วงล่าง)
ศีรษะ เอียงซ้าย และเปลี่ยน เอียงขวา (สลับกันตามที่มือตั้งวง)
30
ท่าที่ 4 ท่าขุด
ท่าที่ 4 ท่าขุด
ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี
ท่าที่ 4 ท่าขุด
ชาย เท้า เดินย่าเท้าไปทางด้านขวามือ โดยการย่าเท้าซ้ายให้ไขว้ลงด้านหลัง ซ้าย ขวา ซ้าย ขวา
นับ 4 จังหวะ (แล้วเดินถอยหลัง 3 จังหวะ โดยเริ่มเท้าซ้าย จังหวะที่ 4 ยกเท้าขวาขึ้น)
มือ กามือทั้ง 2 ข้าง (ในลักษณะจับจอบ) ยกมือขึ้นแล้ววาดมือลง ตามจังหวะที่เดิน 4 ครั้ง
แล้วกามือทั้ง 2 ข้าง ที่ไหล่ซ้าย (ในจังหวะที่เดินถอยหลัง)
ศีรษะ หน้าตรง ก้มหน้ามองที่พื้นดิน แล้วเอียงซ้าย (ในจังหวะที่เดินถอยหลัง)
หญิง เท้า นั่งคุกเข่า โดยนั่งทับส้นเท้าทั้ง 2 ข้าง
มือ ปรบมือระดับไหล่ โดยเริ่มที่ไหล่ซ้ายก่อนแล้วสลับเปลี่ยนไปปรบที่ไหล่ขวา 4 ครั้ง
ศีรษะ เอียงขวา และเปลี่ยน เอียงซ้าย ตามมือที่ปรบระดับไหล่ (สลับกันตามจังหวะที่
ปรบมือ)
31
ท่าที่ 4.1 ท่าขุด
ท่าที่ 4.1 ท่าขุด
ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี
ท่าที่ 4.1 ท่าขุด
ชาย เท้า เดินย่าเท้าโดยเริ่มย่าเท้า ซ้าย,ขวา,ซ้าย,ขวา แล้วยกเท้าขวาขึ้น จังหวะที่ 4
มือ กามือที่หัวไหล่ซ้ายทั้ง 2 มือ ( ในลักษณะแบกจอบ )
ศีรษะ เอียงซ้าย
หญิง เท้า ย่อตัวลงนั่งคุกเข่า โดยนั่งทับส้นเท้าทั้ง 2 ข้าง (นับ 4 จังหวะ)
มือ มือซ้ายตั้งวง(วงล่าง)ให้ปลายนิ้วอยู่ระดับเอว ยกอยู่ด้านซ้าย
มือขวาตั้งวงระดับหัวเข็มขัด(วงล่าง) สลับเปลี่ยนมือ มือขวาตั้งวงให้ปลายนิ้วอยู่ระดับ
เอว ยกอยู่ด้านขวา มือซ้ายตั้งวงระดับหัวเข็มขัด
ศีรษะ เอียงซ้าย และเปลี่ยน เอียงขวา (สลับกันตามที่มือตั้งวง)
(ปฏิบัติท่าที่ 4 และท่าที่ 4.1 นับเป็น 1 ครั้ง ปฏิบัติสลับกันต่อเนื่องจนครบ 4 ครั้ง)
32
ท่าที่ 5 ท่าช้อนท่อนอ้อย “เอาอ้อยลงร่องดินที่ขุดไว้”
ท่าที่ 5ท่าช้อนท่อนอ้อย“เอาอ้อยลงร่องดินที่ขุดไว้”
ชาย , หญิง
เท้า นั่งคุกเข่า โดยตั้งเข่าซ้าย วางเท้าขวาไว้
ด้านหลัง
มือ หงายฝ่ามือทั้ง 2 มือ ปลายนิ้วทั้งสองหัก เข้า
หาฝ่ามือเล็กน้อย (ในลักษณะช้อนมือยกของ
คือช้อนอ้อยเพื่อเอาไปลงร่องดินที่ขุดไว้)
ศีรษะ หน้าตรง ก้มหน้าเล็กน้อยมองดูที่มือ
ท่าที่ 5 (ท่าช้อนท่อนอ้อย) ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี
ท่าที่ 5.1ท่ายกท่อนอ้อย
ท่าที่ 5.1 ท่ายกท่อนอ้อย“เอาอ้อยลงร่องดินที่ขุดไว้”
ชาย , หญิง
เท้า ลุกขึ้นเดินไปด้านหน้า โดยเดินด้วยเท้าขวา
ซ้าย
มือ แบมือทั้ง 2 ข้าง ให้ปลายนิ้วชี้ลงกับพื้น
(ลักษณะถือของ คือ ถือท่อนอ้อย)
ศีรษะ หน้าตรง
ท่าที่ 5.1ท่ายกท่อนอ้อย ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี
ท่าที่ 5.2 ท่าวางท่อนอ้อย
ท่าที่ 5.2 ท่าวางท่อนอ้อยลงร่องดินที่ขุดไว้”
ชาย , หญิง
เท้า นั่งคุกเข่า โดยตั้งเข่าซ้าย วางเท้าขวาไว้
ด้านหลัง
มือ หงายฝ่ามือทั้ง 2 มือ ปลายนิ้วทั้งสองหัก เข้า
หาฝ่ามือเล็กน้อย (ในลักษณะวางของคือวาง
อ้อยเพื่อเอาไปลงร่องดินที่ขุดไว้)
ศีรษะ หน้าตรง ก้มหน้าเล็กน้อยมองดูที่มือ
ท่าที่ 5.2 ท่าวางท่อนอ้อยที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี
(ปฏิบัติท่าที่ 5 ท่าช้อนท่อนอ้อย ท่าที่ 5.1 ท่ายกท่อนอ้อย และท่าที่ 5.2 ท่าวางท่อนอ้อย นับเป็น 1 ครั้ง
ปฏิบัติต่อเนื่องจนครบ 4 ครั้ง)
33
ท่าที่ 6 ( ท่าเตรียมก่อนกลบดิน )
จังหวะที่ 1 จังหวะที่ 2
ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี
ท่าที่ 6 ท่าเตรียมก่อนขุดดิน
ชาย เท้า เดินย่าเท้าโดยเริ่มย่าเท้า ขวา,ซ้าย,ขวา, แล้วยกเท้าซ้ายขึ้น จังหวะที่ 4
มือ กามือที่หัวไหล่ซ้ายทั้ง 2 มือ ( ในลักษณะแบกจอบ )
ศีรษะ เอียงซ้าย
หญิง เท้า เดินย่าเท้าโดยเริ่มย่าเท้า ซ้าย,ขวา,ซ้าย,ขวา รวม 4 จังหวะ
มือ มือซ้ายตั้งวงให้ปลายนิ้วอยู่ระดับเอว ยกอยู่ด้านซ้าย มือขวาตั้งวงระดับหัวเข็มขัด
(วงล่าง) สลับเปลี่ยนมือ มือขวาตั้งวงให้ปลายนิ้วอยู่ระดับเอว ยกอยู่ด้านขวา
มือซ้ายตั้งวงระดับหัวเข็มขัด (วงล่าง)
ศีรษะ เอียงซ้าย และเปลี่ยน เอียงขวา (สลับกันตามที่มือตั้งวง)
34
ท่าที่ 7 ท่ากลบดิน
ท่าที่ 7 ท่ากลบดิน
ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี
ท่าที่ 7 ท่าขุด
ชาย เท้า เดินย่าเท้าไปทางด้านขวามือ โดยการย่าเท้าซ้ายให้ไขว้ลงด้านหลัง ซ้าย ขวา ซ้าย ขวา
นับ 4 จังหวะ (แล้วเดินถอยหลัง 3 จังหวะ โดยเริ่มเท้าซ้าย จังหวะที่ 4 ยกเท้าขวาขึ้น)
มือ กามือทั้ง 2 ข้าง (ในลักษณะจับจอบ) ยกมือขึ้นแล้ววาดมือลง ตามจังหวะที่เดิน 4 ครั้ง
แล้วกามือทั้ง 2 ข้าง ที่ไหล่ซ้าย (ในจังหวะที่เดินถอยหลัง)
ศีรษะ หน้าตรง ก้มหน้ามองที่พื้นดิน แล้วเอียงซ้าย (ในจังหวะที่เดินถอยหลัง)
หญิง เท้า นั่งคุกเข่า โดยนั่งทับส้นเท้าทั้ง 2 ข้าง
มือ ปรบมือระดับไหล่ โดยเริ่มที่ไหล่ซ้ายก่อนแล้วสลับเปลี่ยนไปปรบที่ไหล่ขวา 4 ครั้ง
ศีรษะ เอียงขวา และเปลี่ยน เอียงซ้าย ตามมือที่ปรบระดับไหล่ (สลับกันตามจังหวะที่
ปรบมือ)
35
ท่าที่ 7.1 ท่ากลบดิน
ท่าที่ 7.1 ท่ากลบดิน
ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี
ท่าที่ 7.1 ท่าขุด
ชาย เท้า เดินย่าเท้าโดยเริ่มย่าเท้า ซ้าย,ขวา,ซ้าย,ขวา แล้วยกเท้าขวาขึ้น จังหวะที่ 4
มือ กามือที่หัวไหล่ซ้ายทั้ง 2 มือ ( ในลักษณะแบกจอบ )
ศีรษะ เอียงซ้าย
หญิง เท้า ย่อตัวลงนั่งคุกเข่า โดยนั่งทับส้นเท้าทั้ง 2 ข้าง (นับ 4 จังหวะ)
มือ มือซ้ายตั้งวง(วงล่าง)ให้ปลายนิ้วอยู่ระดับเอว ยกอยู่ด้านซ้าย
มือขวาตั้งวงระดับหัวเข็มขัด(วงล่าง) สลับเปลี่ยนมือ มือขวาตั้งวงให้ปลายนิ้วอยู่ระดับ
เอว ยกอยู่ด้านขวา มือซ้ายตั้งวงระดับหัวเข็มขัด
ศีรษะ เอียงซ้าย และเปลี่ยน เอียงขวา (สลับกันตามที่มือตั้งวง)
(ปฏิบัติท่าที่ 7 และท่าที่ 7.1 นับเป็น 1 ครั้ง ปฏิบัติสลับกันต่อเนื่องจนครบ 4 ครั้ง)
36
ท่าที่ 8 ท่ารดน้า (หันหน้าไปด้านขวาของเวที)
ท่าที่ 8 ท่ารดน้า
ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี
ท่าที่ 8 ท่ารดน้า
ชาย,หญิง เท้า เดินย่าเท้า โดยย่าเท้าซ้าย ขวา ซ้าย วางเท้าขวาลงด้านหลัง จังหวะที่ 4
มือ มือซ้ายจีบหลัง มือซ้ายจีบหงายที่หัวเข็มขัด
ศีรษะ เอียงขวา
ท่าที่ 8 ท่ารดน้า
ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี
ท่าที่ 8.1 หันมาด้านหน้าเวที
ชาย , หญิง เท้า เดินย่าเท้า โดยเริ่มเท้าขวา ซ้าย ขวา แล้วยกเท้าซ้าย จังหวะที่ 4
มือ วาดมือทั้งสอง คลายจีบมาด้านขวามือ แบหงายฝ่ามือทั้ง 2 ข้าง
ส่งมือทั้ง 2 ไปข้างหน้าเล็กน้อย
ศีรษะ เอียงซ้าย
(ปฏิบัติท่าที่ 8 และท่าที่ 8.1 นับเป็น 1 ครั้ง ปฏิบัติกันต่อเนื่องจนครบ 5 ครั้ง)
37
ท่าที่ 9 ท่าใส่ปุ๋ ยอ้อย (ท่ากาปุ๋ ย) หันหน้าไปด้านขวาเวที
ท่าที่ 9 (ท่ากาปุ๋ ย) หันหน้าไปด้านขวาเวที
ชาย , หญิง
เท้า เดินย่าเท้า โดยเริ่มเท้าขวา ซ้าย ขวา
ยกเท้าซ้าย จังหวะที่ 4
มือ มือซ้ายจีบหงาย ด้านข้างมือซ้ายระดับ
ศอก มือขวาจีบคว่าระดับหัวเข็มขัด
ศีรษะ เอียงซ้าย
ท่าที่ 9 ท่ากาปุ๋ ย
ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี
ท่าที่ 9.1ท่าใส่ปุ๋ ยอ้อย (ท่าหว่านปุ๋ ย)
ชาย , หญิง
เท้า ย่าเท้าเดินไปข้างหน้า โดยเริ่มที่เท้าซ้าย
ขวา ซ้าย ยกเท้าขวา จังหวะที่ 4
มือ มือซ้ายจีบหงาย ด้านข้างมือซ้ายระดับ
ศอก มือขวาวาดมือมาด้านขวาปล่อยจีบ
แบมือหงายฝ่ามือ
ศีรษะ เอียงขวา
ท่าที่ 9.1 ท่าหว่านปุ๋ ย
ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี
(ปฏิบัติท่าที่ 9 และท่าที่ 9.1 นับเป็น 1 ครั้ง ปฏิบัติกันต่อเนื่องจนครบ 6 ครั้ง)
38
ท่าที่ 10 ( การละเล่นหนุ่ม-สาว ท่าที่ 1)
ท่าที่ 10 การละเล่นหนุ่ม-สาว ท่าที่ 1
ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี
ท่าที่ 10 การละเล่นหนุ่ม-สาว ท่าที่ 1
ชาย เท้า เดินย่าเท้า โดยเริ่มเท้าซ้ายก่อน แล้วเดินไปด้านซ้ายมือ สลับที่กันกับฝ่ายหญิงแล้วหัน
หน้าไปด้านซ้ายเวที เดิน 8 จังหวะ หันหน้าเข้าหาฝ่ายหญิง
มือ กามือหลวมๆทั้ง 2 มือ เหวี่ยงมือไปด้านซ้าย เปลี่ยนเหวียงไปด้านขวาสลับกัน 8 ครั้ง
ศีรษะ เอียงซ้าย เอียงขวา สลับกัน (โดยย่าเท้าซ้ายก็เอียงซ้าย ย่าเท้าขวาก็เอียงขวา)
หญิง เท้า เดินย่าเท้าโดยเริ่มเท้าซ้ายก่อน แล้วเดินไปด้านซ้ายมือ สลับที่กันกับฝ่ายชาย
แล้วหันหน้าไปด้านขวาเวที เดิน 8 จังหวะ หันหน้าเข้าหาฝ่ายชาย
มือ ใช้ฝ่ามือแตะที่สะโพกทั้ง 2 มือ ดันปลายนิ้วให้เชิดขึ้น หมุนมือเป็นวงกลมสลับกัน
ขึ้น-ลงระหว่างมือซ้าย และมือขวา
ศีรษะ หน้าตรง
39
ท่าที่ 12 (หันหน้าเข้าหากัน)
ท่าที่ 11 (หันหน้าเข้าหากัน)
ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี
ท่าที่ 12 (หันหน้าเข้าหากัน)
ชาย เท้า นั่งคุกเข่าทับส้นเท้าทั้ง 2 ข้าง
มือ กามือหลวมๆทั้ง 2 มือ เหวี่ยงมือไปด้านซ้าย เปลี่ยนเหวียงไปด้านขวาสลับกัน 7 ครั้ง
จังหวะที่ 8 ยกมือทั้ง 2 ข้าง ประกบกับฝ่ามือฝ่ายหญิง ระดับหน้า
ศีรษะ หน้าตรง
หญิง เท้า เดินย่าเท้า โดยเริ่มเท้าซ้ายก่อน ย่าต่อเนื่องให้ครบ 7 จังหวะ เมื่อถึงจังหวะที่ 8
วางเท้าขวาไว้ด้านหลัง
มือ ใช้ฝ่ามือแตะที่สะโพกทั้ง 2 มือ ดันปลายนิ้วให้เชิดขึ้น หมุนมือเป็นวงกลมสลับกันขึ้น-
ลงระหว่างมือซ้าย และมือขวา
ศีรษะ หน้าตรง
40
ท่าที่ 12.1 การแสดงของสาว
ท่าที่ 12.1 การแสดงของสาว
ชาย เท้า นั่งคุกเข่าทับส้นเท้าทั้ง 2 ข้าง
มือ ปรบมือตามจังหวะ 4 จังหวะ
ศีรษะ หน้าตรง
หญิง เท้า เดินย่าเท้าขวา ซ้าย ขวา วาง
ส้น เท้าด้วยเท้าซ้าย จังหวะที่
4
มือ มือซ้ายจีบหลัง มือขวาตั้งวง
ระดับหัวเข็มขัด (วงล่าง)
ศีรษะ เอียงขวา
ท่าที่ 12.1 การแสดงของสาว
ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี
ท่าที่ 12.2 การแสดงของสาว
ท่าที่ 12.2 การแสดงของสาว
ชาย เท้า นั่งคุกเข่าทับส้นเท้าทั้ง 2 ข้าง
มือ ปรบมือตามจังหวะ 4 จังหวะ
ศีรษะ หน้าตรง
หญิง เท้า เดินย่าเท้าซ้าย ขวา ซ้าย
วาง ส้นเท้าด้วยเท้าขวา
จังหวะที่ 4
มือ มือขวาจีบหลัง มือซ้ายตั้งวง
ระดับหัวเข็มขัด (วงล่าง)
ศีรษะ เอียงซ้าย
ท่าที่ 12.2 การแสดงของสาว
ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี
41
ท่าที่ 12.3 (หันหน้าเข้าหากัน)
ท่าที่ 12.3 (หันหน้าเข้าหากัน)
ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี
ท่าที่ 12.3 (หันหน้าเข้าหากัน)
ชาย เท้า นั่งคุกเข่าทับส้นเท้าทั้ง 2 ข้าง
มือ กามือหลวมๆทั้ง 2 มือ เหวี่ยงมือไปด้านซ้าย เปลี่ยนเหวียงไปด้านขวาสลับกัน 7 ครั้ง
จังหวะที่ 8 ยกมือทั้ง 2 ข้าง ประกบกับฝ่ามือฝ่ายหญิง ระดับหน้า
ศีรษะ หน้าตรง
หญิง เท้า เดินย่าเท้า โดยเริ่มเท้าซ้ายก่อน ย่าต่อเนื่องให้ครบ 7 จังหวะ เมื่อถึงจังหวะที่ 8
วางเท้าขวาไว้ด้านหลัง
มือ ใช้ฝ่ามือแตะที่สะโพกทั้ง 2 มือ ดันปลายนิ้วให้เชิดขึ้น หมุนมือเป็นวงกลมสลับกันขึ้น-
ลงระหว่างมือซ้าย และมือขวา
ศีรษะ หน้าตรง
-
(ปฏิบัติท่าที่ 12 ท่าที่ 12.1 ท่าที่ 12.2 และท่าที่ 12.3 นับเป็น 1 ครั้ง ปฏิบัติกันต่อเนื่องจนครบ 3 ครั้ง )
42
ท่าที่ 13 ท่าเตรียม(การละเล่นหนุ่ม-สาว ท่าที่ 2)
ท่าที่ 13 ท่าเตรียม(การละเล่นหนุ่ม-สาว ท่าที่ 2)
ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี
ท่าที่ 13 ท่าเตรียม(การละเล่นหนุ่ม-สาว ท่าที่ 2)
ชาย เท้า เดินย่าเท้า โดยเริ่มเท้าซ้ายก่อน แล้วเดินไปด้านซ้ายมือ สลับที่กันกับฝ่ายหญิง
แล้วหันหน้าไปด้านขวาเวที เดิน 8 จังหวะ หันหน้าเข้าหาฝ่ายหญิง
มือ กามือหลวมๆทั้ง 2 มือ เหวี่ยงมือไปด้านซ้าย เปลี่ยนเหวียงไปด้านขวาสลับกัน 8 ครั้ง
ศีรษะ เอียงซ้าย เอียงขวา สลับกัน (โดยย่าเท้าซ้ายก็เอียงซ้าย ย่าเท้าขวาก็เอียงขวา)
หญิง เท้า เดินย่าเท้าโดยเริ่มเท้าซ้ายก่อน แล้วเดินไปด้านซ้ายมือ สลับที่กันกับฝ่ายชาย
แล้วหันหน้าไปด้านซ้ายเวที เดิน 8 จังหวะ หันหน้าเข้าหาฝ่ายชาย
มือ ใช้ฝ่ามือแตะที่สะโพกทั้ง 2 มือ ดันปลายนิ้วให้เชิดขึ้น หมุนมือเป็นวงกลมสลับกัน
ขึ้น-ลงระหว่างมือซ้าย และมือขวา
ศีรษะ หน้าตรง
43
ท่าที่ 14 การละเล่นหนุ่ม-สาว ท่าที่ 2 (จังหวะที่ 1และ 2)
ท่าที่ 14 การละเล่นหนุ่ม-สาว ท่าที่ 2 (จังหวะที่ 1และ 2)
ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี
ท่าที่ 14 การละเล่นหนุ่ม-สาว ท่าที่ 2 (จังหวะที่ 1และ 2)
ชาย , หญิง เท้า นั่งคุกเข่า นั่งทับส้นเท้าทั้ง 2 ข้าง
มือ จีบหงายทั้ง 2 มือ ประสานกันระดับอก โดยมือขวาทับมือซ้าย แล้วม้วนมือออกตั้งวง
ทั้ง 2 มือ และยังอยู่ในลักษณะประสานกันเช่นเดิม
ศีรษะ หน้าตรง
ท่าที่ 14.1 การละเล่นหนุ่ม-สาว ท่าที่ 2 (จังหวะ 3และ 4)
ท่าที่ 14.1 การละเล่นหนุ่ม-สาว ท่าที่ 2 (จังหวะ 3และ 4)
ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี
ท่าที่ 14.1 การละเล่นหนุ่ม-สาว ท่าที่ 2 (จังหวะ 3และ 4)
ชาย , หญิง เท้า นั่งคุกเข่า นั่งทับส้นเท้าทั้ง 2 ข้าง
มือ จีบหงายทั้ง 2 มือ ประสานกันระดับอก โดยมือขวาทับมือซ้าย แล้วม้วนมือออกตั้งวง
ทั้ง 2 มือ มือขวาตั้งวงบน มือซ้ายตั้งวงลดมือลงระดับเอว
ศีรษะ หน้าตรง เมื่อม้วนมือออกตั้งวง เอียงขวา
44
ท่าที่ 14.2 การละเล่นหนุ่ม-สาว ท่าที่ 2 (จังหวะ 5 และ 6)
ท่าที่ 14.2 การละเล่นหนุ่ม-สาว ท่าที่ 2 (จังหวะ 5 และ 6)
ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี
ท่าที่ 14.2 การละเล่นหนุ่ม-สาว ท่าที่ 2 (จังหวะ 5 และ 6)
ชาย , หญิง เท้า นั่งคุกเข่า นั่งทับส้นเท้าทั้ง 2 ข้าง
มือ จีบหงายทั้ง 2 มือ ประสานกันระดับอก โดยมือขวาทับมือซ้าย แล้วม้วนมือออกตั้งวง
ทั้ง 2 มือ มือซ้ายตั้งวงบน มือขวาตั้งวงลดมือลงระดับเอว
ศีรษะ หน้าตรง เมื่อม้วนมือออกตั้งวง เอียงซ้าย
(ปฏิบัติท่าที่ 14 ท่าที่ 14.1 และ ท่าที่ 14.2 นับเป็น 1 ครั้ง ปฏิบัติต่อเนื่องจนครบ 2 ครั้ง)
45
ท่าที่ 15 ท่าเตรียมตัดอ้อย (หันหน้ามาด้านหน้าเวที)
ท่าที่ 15 ท่าเตรียมตัดอ้อย (หันหน้ามาด้านหน้าเวที)
ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี
ท่าที่ 15 ท่าเตรียมตัดอ้อย (หันหน้ามาด้านหน้าเวที)
ชาย เท้า ลุกขึ้นเดินย่าเท้า โดยเริ่มที่เท้าซ้ายก่อน จบครบ 8 จังหวะ
มือ กามือหลวมๆทั้ง 2 มือ เหวี่ยงมือไปด้านซ้าย เปลี่ยนเหวียงไปด้านขวาสลับกัน 8 ครั้ง
ศีรษะ เอียงซ้าย และ เอียงขวา สลับกัน (โดยเอียงตามมือที่เหวียงไปด้านซ้าย – ขวา)
หญิง เท้า ลุกขึ้นเดินย่าเท้า โดยเริ่มที่เท้าซ้ายก่อน จบครบ 8 จังหวะ
มือ ใช้ฝ่ามือแตะที่สะโพกทั้ง 2 มือ ดันปลายนิ้วให้เชิดขึ้น หมุนมือเป็นวงกลมสลับกันขึ้น-
ลงระหว่างมือซ้าย และมือขวา นับ 8 จังหวะ
ศีรษะ หน้าตรง
46
ท่าที่ 16 (ท่าตัดโคนต้นอ้อย) แถวสลับแถวขึ้นลง
ท่าที่ 16 (ท่าตัดโคนต้นอ้อย)
ชาย , หญิง
เท้า เดินย่าเท้าโดยเริ่มเท้าซ้าย ขวา ซ้าย วางเท้า
ขวาด้านหลัง จังหวะที่ 4 ย่อตัวลง
มือ มือซ้ายกามือ (ลักษณะกาต้นอ้อย) มือขวากา
มือ (ลักษณะกาด้ามมีด)ทาท่าตัดอ้อย
ด้านล่าง
ศีรษะ เอียงขวา
ท่าที่ 16 (ท่าตัดโคนต้นอ้อย)
ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี
ท่าที่ 16.1 (ท่าตัดปลายต้นอ้อย)
ท่าที่ 16.1 ท่าตัดปลายต้นอ้อย(จังหวะ 1)
ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี
ท่าที่ 16.1 ท่าตัดปลายต้นอ้อย (จังหวะ 2)
ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี
ท่าที่ 16.1 (ท่าตัดปลายต้นอ้อย)
ชาย , หญิง เท้า เดินย่าเท้า โดยเริ่มเท้าขวา ซ้าย ขวา แตะ ด้วยเท้าซ้าย จังหวะที่ 4
มือ มือซ้ายกามือ (ลักษณะกาต้นอ้อย) มือขวากา มือ (ลักษณะกาด้ามมีด)ทาท่าตัดอ้อย
ด้านบน
ศีรษะ เอียงซ้าย
(ปฏิบัติท่าที่ 16 และ 16.1 นับเป็น 1 ครั้ง สลับแถวชาย-หญิง ขึ้นลงสลับกัน รวม 6ครั้ง )
47
ท่าที่ 16.2 (ท่าตัดโคนต้นอ้อย)
ท่าที่ 16.2 (ท่าตัดโคนต้นอ้อย)
ชาย , หญิง
เท้า เดินถอยลงด้านหลังเริ่มเท้าซ้าย ขวา
ซ้าย วางเท้าขวาด้านหลัง จังหวะที่ 4
ย่อตัวลง
มือ มือซ้ายกามือ (ลักษณะกาต้นอ้อย) มือ
ขวากามือ (ลักษณะกาด้ามมีด)ทาท่าตัด
อ้อยด้านล่าง
ศีรษะ เอียงขวา
ท่าที่ 16.2 (ท่าตัดโคนต้นอ้อย)
ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี
ท่าที่ 16.3 ท่าตัดปลายต้นอ้อย
ท่าที่ 16.3 ท่าตัดปลายต้นอ้อย(จังหวะ 1)
ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี
ท่าที่ 16.3 ท่าตัดปลายต้นอ้อย (จังหวะ 2)
ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี
ท่าที่ 16.3 ท่าตัดปลายต้นอ้อย
ชาย , หญิง เท้า เดินถอยหลังย่าเท้า โดยเริ่มเท้าขวา ซ้าย ขวา แตะ ด้วยเท้าซ้าย จังหวะที่ 4
มือ มือซ้ายกามือ (ลักษณะกาต้นอ้อย) มือขวากา มือ (ลักษณะกาด้ามมีด)ทาท่าตัดอ้อย
ด้านบน
ศีรษะ เอียงซ้าย
(ปฏิบัติท่าที่ 16 และ 16.1 นับเป็น 1 ครั้ง ปฏิบัติท่าที่ 16.2 และ 16.3 นับเป็น 1 ครั้ง
แถว สลับแถวชาย-หญิง ขึ้นลงสลับกัน รวม 6 ครั้ง )
48
ท่าที่ 17 ท่าเก็บอ้อย นั่งช้อน
ท่าที่ 17 ท่าเก็บอ้อย นั่งช้อนอ้อย
ชาย , หญิง
เท้า นั่งคุกเข่า โดยตั้งเข่าซ้าย วางเท้าขวาไว้
ด้านหลัง
มือ หงายฝ่ามือทั้ง 2 มือ ปลายนิ้วทั้งสอง
หักเข้าหาฝ่ามือเล็กน้อย (ในลักษณะ
ช้อนมือยกของคือยกอ้อยเพื่อเอามา
รวมกัน)
ศีรษะ หน้าตรง ก้มหน้าเล็กน้อยมองดูที่มือ
ท่าที่ 17 ท่าเก็บอ้อย นั่งช้อนอ้อย
ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี
ท่าที่ 17.1 ท่าเก็บอ้อย ยืนยกอ้อย
ท่าที่ 17.1 ท่าเก็บอ้อย ยืนยกอ้อย
ชาย , หญิง
เท้า ลุกขึ้นเดินไปข้างหน้า โดยเดินด้วยเท้า
ขวา ซ้าย แล้วนั่งลงตั้งเข่า วางเท้าขวา
ด้านหลัง
มือ แบมือทั้ง 2 ข้าง ให้ปลายนิ้วชี้ลงกับพื้น
(ลักษณะวางของ คือ วางอ้อยลงรวมกัน)
ศีรษะ หน้าตรง ก้มหน้าเล็กน้อยมองดูที่มือ
ท่าที่ 17.2 ท่าเก็บอ้อย วางอ้อยรวมกัน
ชาย , หญิง
เท้า ลุกขึ้นเดินไปข้างหน้า โดยเดินด้วยเท้า
ขวา ซ้าย แล้วนั่งลงตั้งเข่าซ้าย
วางเท้าขวาด้านหลัง
มือ แบมือทั้ง 2 ข้าง ให้ปลายนิ้วชี้ลงกับพื้น
(ลักษณะวางของ คือ วางอ้อยลงรวมกัน)
ศีรษะ หน้าตรง ก้มหน้าเล็กน้อยมองดูที่มือ
ท่าที่ 17.2 ท่าเก็บอ้อย วางอ้อยรวมกัน
ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี
(ปฏิบัติท่าที่ 17 ท่าที่ 17.1 และท่าที่ 17.2 นับเป็น 1 ครั้ง ปฏิบัติต่อเนื่องจนครบ 4 ครั้ง)
49
ท่าที่ 18 ท่าเก็บช้อนท่อนอ้อย
ท่าที่ 18 ท่าเก็บช้อนท่อนอ้อย
ชาย
เท้า เดินย่าเท้าโดยเริ่มเท้าขวา ซ้าย ขวา วางเท้าขวา ลง
ด้านหลัง (หันหน้าเข้าหาฝ่ายหญิงโดยหันหน้าไป
ด้านขวาเวที)
มือ หงายฝ่ามือทั้ง 2 มือ ปลายนิ้วทั้งสองหักเข้าหาฝ่ามือ
เล็กน้อย (ในลักษณะช้อนมือยกของคือยกท่อนอ้อย)
ศีรษะ หน้าตรง ก้มหน้าเล็กน้อยมองดูที่มือ
หญิง
เท้า เดินย่าเท้าโดยเริ่มเท้าขวา ซ้าย ขวา วางเท้าขวาลง
ด้านหลัง (หันหน้าเข้าหาฝ่ายชายโดยหันหน้าไป
ด้านซ้ายเวที)
มือ หงายฝ่ามือทั้ง 2 มือ ปลายนิ้วทั้งสองหักเข้าหาฝ่ามือ
เล็กน้อย (ในลักษณะช้อนยกของคือยกท่อนอ้อย
ศีรษะ หน้าตรง ก้มหน้าเล็กน้อยมองดูที่มือ
ท่าที่ 18 ท่าเก็บช้อนท่อนอ้อย
ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี
ท่าที่ 18.1 ยกอ้อยขึ้นบ่า
ชาย
เท้า ลุกขึ้นยืน เดินย่าเท้า โดยเริ่มเท้าซ้ายก่อน นับ 4 จังหวะ
มือ ทามือลักษณะยกสิ่งของ(แบกของ) ที่ไหล่ซ้าย
ศีรษะ เอียงซ้าย
หญิง
เท้า ลุกขึ้นยืน เดินย่าเท้า โดยเริ่มเท้าซ้ายก่อน นับ 4
จังหวะ
มือ ทามือลักษณะยกสิ่งของ นาวางลงที่ไหล่ซ้ายฝ่ายชาย
ศีรษะ เอียงซ้าย
ท่าที่ 18.1 ยกอ้อยขึ้นบ่า
ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี
50
ท่าที่ 18.2 ท่าเก็บอุปกรณ์
ท่าที่ 18.2 ท่าเก็บอุปกรณ์
ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี
ท่าที่ 18.2 ท่าที่ 18.2 ท่าเก็บอุปกรณ์
ชาย เท้า เดินย่าเท้าโดยเริ่มเท้าซ้าย ขวา ซ้าย ขวา รวม 4 จังหวะ
มือ ทาท่าแบกอ้อยที่ไหล่ซ้าย
ศีรษะ เอียงซ้าย
หญิง เท้า ย่อตัวลงตั้งเข่าซ้าย วางเท้าขวาด้านหลัง
มือ หงายฝ่ามือทั้ง 2 มือ ปลายนิ้วทั้งสองหักเข้าหาฝ่ามือเล็กน้อย (ในลักษณะช้อนมือยก
ของคือถังน้า ถังปุ๋ ย)
ศีรษะ หน้าตรง ก้มหน้าเล็กน้อยมองดูมือ
51
ท่าที่ 19 (ท่าเข้า) หันมาด้านหน้าเวที
ชาย เท้า เดินย่าเท้า โดยเริ่มเท้าซ้าย ขวา ซ้าย
แล้วยกด้วยเท้าขวา จังหวะที่ 4
มือ ทาท่าแบกอ้อยที่ไหล่ซ้าย
ศีรษะ เอียงขวา
หญิง เท้า เดินย่าเท้า โดยเริ่มเท้าซ้าย ขวา
ซ้าย แล้วยกด้วยเท้าขวา จังหวะที่ 4
มือ มือซ้ายจีบคว่าที่หัวไหล่ซ้าย มือขวา
จีบคว่าที่หัวไหล่ซ้าย
ศีรษะ เอียงขวา
ท่าที่ 19 (ท่าเข้า) หันมาด้านหน้าเวที
ชาย เท้า เดินย่าเท้า โดยเริ่มเท้าซ้าย ขวา ซ้าย
แล้วยกด้วยเท้าขวา จังหวะที่ 4
มือ ทาท่าแบกอ้อยที่ไหล่ซ้าย
ศีรษะ เอียงขวา
หญิง เท้า เดินย่าเท้า โดยเริ่มเท้าซ้าย ขวา
ซ้าย แล้วยกด้วยเท้าขวา จังหวะที่ 4
มือ มือซ้ายจีบคว่าที่หัวไหล่ซ้าย มือขวา
จีบคว่าที่หัวไหล่ซ้าย
ศีรษะ เอียงขวา
ท่าที่ 19 (ท่าเข้า) หันมาด้านหน้าเวที
ชาย เท้า เดินย่าเท้า โดยเริ่มเท้าซ้าย ขวา ซ้าย
แล้วยกด้วยเท้าขวา จังหวะที่ 4
มือ ทาท่าแบกอ้อยที่ไหล่ซ้าย
ศีรษะ เอียงขวา
หญิง เท้า เดินย่าเท้า โดยเริ่มเท้าซ้าย ขวา
ซ้าย แล้วยกด้วยเท้าขวา จังหวะที่ 4
มือ มือซ้ายจีบคว่าที่หัวไหล่ซ้าย มือขวา
จีบคว่าที่หัวไหล่ซ้าย
ศีรษะ เอียงขวา
52
53

เอกสารประกอบการเรียนรู้ เรื่อง การประดิษฐ์ท่ารำ เซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อย

  • 1.
    1 ชุดการสอนประกอบการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ(สาระนาฏศิลป์ ) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5รหัสวิชา ศ 32101 ชุดที่ 4 เรื่อง การประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์ เซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อย โดย นางเย็นจิตร บุญศรี ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะครูชานาญการ โรงเรียนไทรเดี่ยววิทยา สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว กรมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย
  • 2.
    2 ข้าพเจ้า นายไพสิน นกศิริผู้อานวยการเชี่ยวชาญโรงเรียนไทรเดี่ยววิทยา สังกัดองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดสระแก้ว ขอรับรองว่าชุดการสอนประกอบการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ(สาระนาฏศิลป์ ) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 รหัสวิชา ศ32101 ชุดที่ 4 เรื่อง การประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์ เซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อยนี้ เป็นนวัตกรรมที่ นางเย็นจิตร บุญศรี ตาแหน่งครูวิทยฐานะครูชานาญการ โรงเรียนไทรเดี่ยววิทยาได้จัดทาและ ใช้ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในโรงเรียนไทรเดี่ยววิทยาจริง นายไพสิน นกศิริ ตาแหน่งผู้อานวยการเชี่ยวชาญโรงเรียนไทรเดี่ยววิทยา คารับรองของผู้บริหาร
  • 3.
    3 ชุดการสอนประกอบการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ (สาระนาฏศิลป์ )ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 รหัสวิชา ศ32101 ชุดที่ 4 เรื่อง การประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์ เซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อยได้จัดทาขึ้นเพื่อ แก้ไขปัญหา การเรียนการสอนได้ในขณะเวลาเดียวกัน ช่วยให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว โดยได้รวบรวมและ สรุปเนื้อหาสาระจากหนังสือและแหล่งข้อมูลต่างๆ เป็นรูปเล่มที่สมบูรณ์ ซึ่งนักเรียนสามารถนาไปศึกษาเพิ่มเติมทั้ง ในห้องเรียนและนอกห้องเรียน ได้ในโอกาสต่อไปชุมชน ซึ่งเอกสาร มีทั้งหมด 4 ชุด ชุดที่ 1 เรื่อง บุคคลสาคัญในวงการนาฏศิลป์ไทย ชุดที่ 2 เรื่อง การอนุรักษ์นาฏศิลป์ ไทยภูมิปัญญาท้องถิ่น ชุดที่ 3 เรื่อง การสร้างสรรค์ผลงานการแสดงนาฏศิลป์ ชุดที่ 4 เรื่อง การประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์ ชุดเซิ้ง หนุ่มสาวชาวไร่อ้อย สาหรับเล่มนี้เป็นชุดการสอนประกอบการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ(สาระนาฏศิลป์ ) ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 5 รหัสวิชา ศ32102 ชุดที่ 4 เรื่อง การประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์ เซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อย เนื้อหา 2 ส่วน ดังนี้ คือ 4.1. เนื้อหาความรู้เรื่องการประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์ เซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อย 4.2. เนื้อหาความรู้เรื่องท่าราประกอบเพลงการประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์ เซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อย ผู้จัดทาหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ชุดการสอนประกอบการเรียนรู้ เล่มนี้จะเป็นประโยชน์ต่อนักเรียนและผู้ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาควรอ่านเพิ่มเติมทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียนได้ต่อไปในโอกาสต่อไป และสามารถ นาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวันได้ คานา เย็นจิตร บุญศรี
  • 4.
    4 เรื่อง หน้า คู่มือครู 1 คู่มือนักเรียน2 บัตรเนื้อหาที่ 4 .1 เรื่อง 3 บัตรเนื้อหาที่ 4. 2 เรื่อง 6 แบบฝึกหัดชุดการสอนประกอบการเรียนรู้ ตอนที่ 1 10 แบบฝึกหัดชุดการสอนประกอบการเรียนรู้ ตอนที่ 2 11 เฉลย แบบฝึกหัดชุดการสอนประกอบการเรียนรู้ 15 แบบทดสอบ ( ภาคปฏิบัติ ) ท้ายชุดการสอนประกอบการเรียนรู้ 17 บรรณานุกรม ประวัติผู้จัดทา สารบัญ
  • 5.
    5 คาชี้แจงสาหรับครู 1.ส่วนประกอบในชุดการสอนประกอบการเรียนรู้ เรื่องการประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์ เซิ้ง หนุ่มสาวชาวไร่อ้อยชุดที่ 4 ประกอบด้วย 1.1 คู่มือครู 1.2 คู่มือนักเรียน 1.3 บัตรเนื้อหา 1.4 บัตรกิจกรรม 1.5 แบบฝึกหัด 1.6 แบบทดสอบท้ายชุดการสอนประกอบการเรียนรู้ ( ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ) 2.ชุดการสอนประกอบการเรียนรู้เล่มนี้ ใช้เวลา 6 ชั่วโมง ในการเรียน ใช้ประกอบแผนการ จัดการเรียนรู้ที่ 4 - 9 เรื่อง การประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์ เซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อย 2.1. เนื้อหาความรู้เรื่องการประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์ เซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อย 2.2. เนื้อหาความรู้เรื่องท่าราประกอบเพลงการประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์ เซิ้งหนุ่มสาว ชาวไร่อ้อย ท่ารา คู่มือครู
  • 6.
    6 คาชี้แจง ให้ครูผู้สอน ดาเนินกิจกรรมดังนี้ 1.ศึกษาชุดการสอน ประกอบการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ สาระสาคัญ จุดประสงค์ การเรียนรู้ สาระการเรียน การจัดการกิจกรรมการเรียนรู้ สื่อและแหล่งการเรียนรู้ การวัดผลและ ประเมินผล ประกอบชุดการสอนประกอบการเรียนให้เข้าใจ 2. ศึกษา ตรวจสอบและเตรียมเครื่องมือ วัสดุและอุปกรณ์ สื่อการเรียนรู้ เครื่องมือ และ ประเมินผล ประกอบชุดการสอนประกอบการเรียนรู้ ให้เข้าใจ 3. ก่อนสอนครูควรชี้แจงบทบาทและหน้าที่ของผู้เรียน และกาหนดข้อตกลง ร่วมกัน 4. ขั้นตอนการสอนแบ่งออกเป็น 6 ขั้นตอน ขั้นที่ 1 ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ขั้นที่ 2 สอน (กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ / กระบวนการสอนแบบอภิปราย / กระบวนการสอนแบบสืบสวนสอบถาม / กระบวนการสอนแบบบรรยาย / กระบวนการสอนแบบ ศึกษาด้วยตนเอง / กระบวนการสอนแบบโซเครติส) ขั้นที่ 3 ผู้เรียนลงมือปฏิบัติทักษะบูรณาการภาษาไทย คณิตศาสตร์ สังคม ขั้นที่ 4 ขั้นให้เทคนิควิธีการเมื่อนักเรียนปฏิบัติได้แล้ว ขั้นที่ 5 ขั้นให้นักเรียนเชื่อมโยงทักษะย่อยๆเป็นทักษะที่สมบรูณ์ ขั้นที่ 6 ขั้นสรุปและประเมินผล 5. ควรดูการทางานขณะปฏิบัติกิจกรรมในชุดการสอนนี้อย่างใกล้ชิด ถ้าเกิดปัญหา ครูควร เป็นที่ปรึกษา หรือให้คาแนะนา ในการแก้ไขในการเรียนได้ทันที โดยเน้นให้นักเรียนได้ร่วม ร่วม ปฏิบัติ และสรุป และ ประเมินผล 6. สรุปคะแนนลงในแบบสรุปคะแนนในแบบบันทึกการเรียนรู้ของแต่ละชุด 7. หลังจากที่นักเรียนดาเนินชุดการสอนประกอบการเรียนรู้นี้เรียบร้อยแล้วทาการทดสอบ ภาคปฏิบัติ 8. ทาแบบประเมินผลการเรียนเพื่อดูแลการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการก้าวหน้าทางการ เรียนของนักเรียน บทบาทของครูผู้สอน
  • 7.
    7 สิ่งที่ครูต้องเตรียม 1. ครูตรวจชุดการสอนประกอบการเรียนรู้ให้มีครบทุกกิจกรรม เช่น 1.1บัตรเนื้อหา 1.2 บัตรคาสั่ง บัตรกิจกรรม พร้อมอุปกรณ์สื่อ ซีดี ประจา ชุดการ สอน แผนการจัดการเรียนรู้ 1.3 แบบทดสอบประจาชุดการสอนประกอบการเรียนรู้ พร้อมเฉลย 1.4 แบบบันทึกผลการปฏิบัติกิจกรรม 2. ห้องเรียนกว้างและโล่งสาหรับการปฏิบัติประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์ 3. สื่อที่ใช้ประกอบชุดการสอนกิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆ เช่น 3.1 แผ่นเพลงการประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์ เซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อย 3.2 เครื่องเล่นซีดี วีซีดี 3.3 อุปกรณ์บทบาทสมมติ เช่น จอบ ถังน้า มีด ท่อนอ้อย
  • 8.
    8 การประเมินผลการเรียน 1. ประเมินจากการสังเกต 2. ประเมินจากการอภิปรายกลุ่ม 3.ประเมินจากการสัมภาษณ์ 4. ประเมินจากการลงมือปฏิบัติของนักเรียน 5. ประเมินจากการทาแบบทดสอบ ท้ายชุดการสอน ประกอบการเรียนรู้ 6. ประเมินจากทักษะในการปฏิบัติ ( วัดทักษะ ภาคปฏิบัติ) 7. ประเมินผลงานจากความสาเร็จจากการปฏิบัติ
  • 9.
    9 คาชี้แจงสาหรับนักเรียน 1. ชุดการสอนประกอบการเรียนรู้เล่มนี้ ใช้เวลา7 ชั่วโมง 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ ของชุดการสอนประกอบการเรียนรู้ ที่ 4 2.1. เข้าใจรูปแบบของของท่าราสร้างสรรค์ได้ 2.2. ตระหนักวิถีชีวิต ภูมิปัญญาท้องถิ่น ประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นตนเองได้ 2.3. วิเคราะห์ท่าทาง และการเคลื่อนไหวของผู้คนในชีวิต ประจาวันและนามาประยุกต์ ใช้ในการแสดง 2.4. ปฏิบัติและแสดงออกในการราประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์ เซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อย 3. นักเรียนรับชุดการสอนประกอบการเรียนรู้ 3.1 คู่มือนักเรียน 3.2 บัตรความรู้ ชุดที่ 4 เรื่อง ประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์ เซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อย ได้แก่ 3.2.1 บัตรเนื้อหาที่ 4 .1 เรื่อง ความรู้เรื่องนาฏศิลป์ ท้องถิ่น 3.2.2 บัตรเนื้อหาที่ 4 .2 เรื่อง ความรู้การประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์ 3.3 บัตรกิจกรรม ได้แก่ 3.3.1 บัตรกิจกรรมที่ 4.1 เรื่อง ความเป็นมาของการประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์ เซิ้ง หนุ่มสาวชาวไร่อ้อย 3.3.2 บัตรกิจกรรมที่ 4.2 เรื่อง ฝึกท่าราประกอบเพลงเซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อย เราออกไปศึกษาแหล่งเรียนรู้วิถี ชีวิต ภูมิปัญญาท้องถิ่นและร่วมกันชุด การสอนประกอบการเรียนรู้เรื่อง ประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์ เซิ้งหนุ่มสาว ชาวไร่อ้อย ฝึกการเข้าใจ ด้วยนะค่ะ เชิญ ฝึกไปพร้อมๆกันกับพวกเรานะค่ะ คู่มือนักเรียน
  • 10.
    10 คาชี้แจง ให้นักเรียนดาเนินการในชุดการสอนชุดที่ 4 ประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์เซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่ อ้อย ดังนี้ 1. ศึกษาสาระสาคัญ จุดประสงค์ กิจการเรียนรู้ และประเมินผล สาระสาคัญ นาฏศิลป์ ไทยเป็นการแสดงที่มีความงดงาม เป็นศิลปะแห่งการฟ้อนราที่แสดงถึงเอกลักษณ์ วิถีชีวิต ภูมิปัญญาท้องถิ่น ประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งควรรู้ เข้าใจและ ฝึกทักษะในการร่ายราโดย สื่อ ความหมาย ความรู้สึกออกมาในศิลปะการแสดงที่ประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์ ที่ทรงคุณค่า และควรรักษา อนุรักษ์สืบไป กิจการเรียนรู้ของนักเรียนแบ่งออกเป็น 6 ขั้นตอน ขั้นที่ 1 ขั้นนาเข้าสู่บทเรียน ขั้นที่ 2 เรียนรู้ (กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ กระบวนการเรียนแบบสืบสวนสอบถาม / กระบวนการสอนแบบศึกษาด้วยตนเอง ) ขั้นที่ 3 ผู้เรียนลงมือปฏิบัติทักษะบูรณาการภาษาไทย คณิตศาสตร์ สังคม พลศึกษา ขั้นที่ 4 ขั้นให้เทคนิควิธีการเมื่อนักเรียนปฏิบัติได้แล้ว ขั้นที่ 5 ขั้นให้นักเรียนเชื่อมโยงทักษะย่อยๆเป็นทักษะที่สมบรูณ์ ขั้นที่ 6 ขั้นสรุปและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. เข้าใจรูปแบบของของท่าราสร้างสรรค์ได้ 2. ตระหนักวิถีชีวิต ภูมิปัญญาท้องถิ่น ประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่นตนเองได้ 3. วิเคราะห์ท่าทาง และการเคลื่อนไหวของผู้คนในชีวิต ประจาวันและนามาประยุกต์ใช้ในการ แสดง 4.ปฏิบัติและแสดงออกในการราสร้างสรรค์ เซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อย บทบาทของนักเรียน ประเมินผล 1.ประเมินจากการลงมือปฏิบัติของนักเรียน 2.ประเมินจากการทาแบบทดสอบ ท้ายชุดการสอนประกอบการเรียนรู้ 3.ประเมินจากทักษะในการปฏิบัติ ( วัดทักษะ ภาคปฏิบัติ) ประเมินผลงานจากความสาเร็จจาก การปฏิบัติ
  • 11.
    11 ประวัติความเป็นมาและความสาคัญของนาฏศิลป์ ท้องถิ่น 1 นาฏศิลป์ไทยในท้องถิ่นเป็นภูมิปัญญาของชาวบ้านคิดประดิษฐ์รูปแบบ เนื้อร้อง ทานองเพลง จังหวะ ทารา การแต่งกาย และวิธีการแสดงขึ้นเอง ซึ่งเป็นที่ยอมรับและนาไปใช้ร่วมกัน มีผู้สันนิษฐาน ว่านาฏศิลป์ ไทยในท้องถิ่นอาจเกิดจากมูลเหตุต่างๆ ดังนี้ 1. เกิดจากความต้องการแสดงอารมณ์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เพื่อการสื่อความหมาย เป็นสาคัญ ถ้ามีความทุกข์ก็แสดงความเศร้าโศก ร้องไห้ เมื่อมีความสุขก็แสดงการปรบมือ ดีใจ หัวเราะ อากัปกิริยาเหล่านี้เป็นพื้นฐานทางนาฏศิลป์ ถ้าจะแสดงความรื่นเริงบันเทิงใจก็จะขับร้องฟ้อนรา การ เรียงร้อยท่าทางลีลาให้มีศิลปะ ขึ้นเป็นผลงานของมนุษยชาติ การแสดงนาฏศิลป์ ของทุกชาติทุกภาษามุ่ง สะท้อนถึงขนบธรรมเนียมประเพณี ความเชื่อตามสภาพของชนชาตินั้น 2. เกิดจากมนุษย์คิดค้นหาเครื่องบันเทิงใจ หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจหรือฤดูกาลต่างๆ เริ่มจากการเล่านิทาน ประดิษฐ์และใช้เครื่องตี เครื่องเป่า มาบรรเลงประกอบการเล่า ในที่สุดก็แสดง ท่าทางประกอบซึ่งถือว่าเป็นการแสดงความรื่นเริงที่เกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์เอง 3. เกิดจากมนุษย์ต้องการความอยู่รอดในสังคม การดาเนินชีวิตที่มุ่งประโยชน์แก่ตน นาไปสู่การปฏิบัติเพื่อบูชาสิ่งที่ตนเคารพนับถือ และสิ่งที่ตนมาทราบตามเหตุการณ์เกิด เช่นเรื่อง ปรากฏการณ์ธรรมชาติ แผ่นดินไหว น้าท่วม ภูเขาไฟปะทุ คิดว่าเป็นอานาจของเทพเจ้าในธรรมชาติ 4. เกิดจากความเกรงกลัวและพยายามทาให้เทพเจ้าพึงพอใจ หรือผ่อนหนักเป็นเบา จึง คิดประดิษฐ์ถ้อยคาทานองเพลงและลักษณะคาประพันธ์ที่มีจังหวะ เพื่อขับร้องฟ้อนราบูชาสิ่งที่ตนนับ ถือ นาฏศิลป์ ไทยในท้องถิ่นสามารถจาแนกรูปแบบเป็น 3 ประเภท คือ 1. นาฏศิลป์ ไทยในท้องถิ่นเพื่อการบูชา 2. นาฏศิลป์ ไทยในท้องถิ่นเพื่อความรื่นเริง 3. นาฏศิลป์ ไทยในท้องถิ่นเพื่อการต้อนรับ 1 กระทรวงศึกษาธิการ หนังสือสาหรับค้นคว้า ระดับมัธยมศึกษา นาฏศิลป์ ไทยในท้องถิ่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กลุ่มสาระการสาระการเรียนรู้ศิลปะ.พิมพ์ครั้งที่ 1 กรุงเทพฯ ; คุรุสภาลาดพร้าว,2547,1- 6 2 กระทรวงศึกษาธิการ หนังสือสาหรับค้นคว้า ระดับมัธยมศึกษา นาฏศิลป์ ไทยในท้องถิ่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กลุ่มสาระการสาระการเรียนรู้ศิลปะ.พิมพ์ครั้งที่ 1 กรุงเทพฯ ; คุรุสภาลาดพร้าว,2547,8 1.ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับนาฏศิลป์ ท้องถิ่น 2.รูปแบบของนาฏศิลป์ ไทยในท้องถิ่น 2 บัตรเนื้อหาที่ 4 .1 เรื่อง ความรู้เรื่องนาฏศิลป์ ท้องถิ่น
  • 12.
    12 นาฏศิลป์ ไทยในท้องถิ่นมีส่วนเสริมสร้างค่านิยม คุณธรรมความบันเทิงดังนี้ 1. เข้าใจในค่านิยม วิสัยทัศน์ของแต่ละท้องถิ่นโดยผ่านทางนาฏศิลป์ 2. เข้าใจวัฒนธรรมของชาวบ้าน ชาวไร่ ในท้องถิ่นนั้น 3. ก่อให้เกิดความรัก ความภาคภูมิใจในท้องถิ่นของตน 4. ให้ความบันเทิงแก่ชุมชน นาฏศิลป์ ไทยในท้องถิ่นมีความสาคัญต่อชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยในฐานะเป็นมรดกทาง วัฒนธรรมหลายประการ คือ 1. ความสาคัญต่อบุคคลที่สนใจและชื่นชมการแสดงนาฏศิลป์ ไทยในท้องถิ่นการได้ชม ย่อมเป็นความสุขความบันเทิงในชีวิต ส่วนผู้ที่รักการแสดงและศิลปินพื้นบ้านซึ่งเคยฝึกฝนการแสดง ย่อมจะเห็นความสาคัญของการแสดงนาฏศิลป์ ที่มีต่อตนเองมากยิ่งขึ้น เพราะส่งเสริมและพัฒนาบุคลิกภาพ ทางกาย บุคลิกภาพทางจิต และสามารถยึดเป็นอาชีพได้ 2. ความสาคัญต่อสังคมไทย เพราะนาฏศิลป์ ไทยมีความเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของคนและ พิธีกรรมต่างๆ 3. ความสาคัญต่อประเทศชาติ เพราะนาฏศิลป์ เป็นเครื่องแสดงถึงเอกลักษณ์และการพัฒนา ของชาติ บทร้องในการฟ้อนราเป็นวรรณกรรม ดังนี้ นาฏศิลป์ ไทยจึงเป็นแหล่งรวมศิลปะประจาชาติได้แก่ ดุริยางคศิลป์ วรรณกรรม หัตถกรรม จิตรกรรม ประติมากรรม สถาปัตยกรรม 4. ความสาคัญต่อการศึกษาและจริยธรรม ศิลปะช่วยกล่อมเกลาจิตใจของบุคคลให้เป็นคนที่ มีความประณีต ละเอียดอ่อน และสามารถสัมผัสสิ่งที่ดีงามทั้งปวง นาฏศิลป์ ไทยในท้องถิ่นจึงถือเป็น เอกลักษณ์ของชาติไทยและเป็นศิลปะชั้นยอดที่รวมขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรมเข้าไว้ด้วยกัน นาฏศิลป์ ไทยในท้องถิ่นนับว่าเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไทย และถือเป็นสมบัติแห่งภูมิปัญญาซึ่งได้รับ การรักษาไว้เป็นเอกลักษณ์ของชาติ
  • 13.
    13 1. ความหมายการประดิษฐ์ท่ารา ประดิษฐ์ท่ารา หมายถึงการคิดออกแบบหรือสร้างสรรค์ ลีลาท่าราต่างๆนามาเรียงร้อยเป็นแนวทาง ให้เกิดการพัฒนาและสร้างสรรค์ชุดการแสดงนาฏศิลป์ ไทยขึ้นใหม่ การคิดประดิษฐ์ท่าราการแสดงนาฏศิลป์ ไทย มีวิธีดาเนินการอยู่ 3 วิธี ดังนี้ 1) ประดิษฐ์ท่าราตามความหมายของบทร้อง ซึ่งผู้ประดิษฐ์ต้องมีความเข้าใจในความหมายของท่ารา ต่างๆ จึงจะสามารถวิเคราะห์เลือกสรรนามาใช้หรือปรุงแต่งประดิษฐ์สร้างสรรค์ได้ตรงกับความหมายตาม หลักนาฏศิลป์ไทย เช่น ท่าเทพพนมในความหมายเคารพบูชา ท่าอาไพใช้ในความหมายเบิกบาน สนุกสนาน 2) ประดิษฐ์ท่าราโดยใช้กระบวนท่าราประกอบบทร้องโดยมิได้มุ่งสื่อความหมายบทร้องเช่น บท ร้องว่า ราชยานเวชยันต์รถแก้ว เพริศแพร้วกากงอลงกต ( บทร้องในเพลงระบาดาวดึงส์) ใช้ท่าสอดสูงและท่า พิสมัยเรียงหมอน เป็นต้น 3) ประดิษฐ์ท่าราประกอบเพลงและหน้าทับดนตรี สาหรับเพลงที่ไม่มีบทร้องประกอบจะเป็น ลักษณะการประดิษฐ์โดยการนาท่ารามาร้อยเรียงเป็นกระบวนท่ารา ท่าราที่นามาร้อยเรียงอาจแฝงด้วยการสื่อ ความหมายของท่าราที่ประดิษฐ์หรือท่าราที่นาเสนอ เช่น เริ่มท่าราด้วยท่าไหว้ตามท่าทานองเพลงเพื่อสื่อ ความหมายถึงการเคารพ บูชา บวงสรวง หรือท่าราที่แสดงลาดับขั้นตอน วิธีการ วิธีทา ที่สื่อความหมายถึง การกระทาสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นต้น ว่า ประกอบการทามาหาเลี้ยงชีพ เริ่มต้นจากการเชิญชวน จึงไปถึงการมอง หารังไข่มดแดง แหย่ไข่ การสนุกสนาน รื่นเริงของคู่รา การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม เริ่มต้น การปลูก การเก็บใบ หม่อน การเลี้ยงไหม การต้มไหม การสาวไหม การโชว์ผลการทักทอผืนไหม การปลูกข้าว เกี่ยวข้าว ของ ชาวนา การปลูกอ้อย ปลูกมันสาปะหลัง ของชาวไร่ เป็นต้น 2. แนวคิดในการประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์ แนวคิดในการประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์ชุดใหม่ สามารถทาได้2 ลักษณะ ดังนี้ 1.แนวอนุรักษ์ คือ การสร้างสรรค์ท่าราโดยกาหนดให้อยู่ในหนึ่งจารีต คือ หลักจารีต วิธีทา ขั้นตอน วิถีชีวิต นาฏศิลป์ มาสร้างสรรค์กระบวนท่าราและองค์ประกอบอื่นๆ 2.แนวสร้างสรรค์แบบผสมผสาน คือ การประดิษฐ์สร้างสรรค์โดยกาหนดให้เป็นการ ผสมผสานหลายจารีต เช่น การผสมท่าราไทยกับบัลเลต์ การราไทยกับคอนเทมโพรารีดานซ์ เป็นต้น บัตรเนื้อหาที่ 4 .2 เรื่อง ความรู้การประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์
  • 14.
    14 ผังความคิด(Mind Mapping) บัตรกิจกรรมที่ 4.1เรื่อง ความเป็นมาของการประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์ เซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อย ชุดการสอน ชุดที่ 4 เรื่อง ประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์ เซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อย กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ รายวิชานาฏศิลป์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนไทรเดี่ยววิทยา สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว ประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์ 1.ความเป็นมา 7.อธิบายท่ารา เซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อย แนวคิดการสร้างสรรค์ 3.ลายเซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อย 5.การออกแบบแต่งกายเซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อย 2.แรงบันดาลใจ 4.ดนตรีประกอบเพลง 6.รูปแบบการแปรแถวการราเซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่ อ้อย
  • 15.
    15 พืชเศรษฐกิจ พื้นที่เพาะปลูก(ไร่) ผลผลิต(ตัน)ผลผลิตเฉลี่ย(กก./ไร่) ข้าวนาปี มันสาปะหลัง อ้อยโรงงาน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ความเป็นมาการประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์ เซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อย ชื่อ“จังหวัดสระแก้ว” มีที่มาจาก ชื่อสระน้าโบราณในพื้นที่อาเภอเมืองสระแก้ว ซึ่งมีอยู่ 2 สระ โดยในสมัยกรุงธนบุรี ประมาณปี พ.ศ. 2324 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อครั้งทรง เป็นสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกเป็นแม่ทัพยกไปตีประเทศกัมพูชา (เขมร) ได้แวะพักกองทัพ ที่บริเวณสระ น้าทั้งสองแห่งนี้ กองทัพได้อาศัยน้าจากสระใช้สอย ได้ขนานนามสระทั้งสองว่า "สระแก้ว สระขวัญ" มีเนื้อที่ ประมาณ 7,195.436 ตารางกิโลเมตร หรือ ประมาณ 4,496,962 ไร่ แบ่งการปกครองส่วนภูมิภาคเป็น 9 อาเภอ 58 ตาบล 731 หมู่บ้าน โดยมีอาเภอดังนี้ อาเภอเมืองสระแก้ว อาเภอคลองหาด อาเภอตาพระยา อาเภอวังน้าเย็น อาเภอวัฒนานคร อาเภออรัญประเทศ อาเภอเขาฉกรรจ์ อาเภอโคกสูง และอาเภอวังสมบูรณ์ การปกครอง ท้องถิ่นประกอบด้วย องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง เทศบาล 16 แห่ง (3 เทศบาลเมือง 13 เทศบาลตาบล) และองค์การบริหารส่วนตาบล 49 แห่ง ลักษณะภูมิประเทศ ตั้งอยู่สูงจากระดับน้าทะเลปานกลางเฉลี่ยประมาณ 36.371 เมตร บริเวณทิศตะวันออกและทิศใต้ของจังหวัด เป็นที่ราบสูง คล้ายกับพื้นที่ราบสูงทางภาค ตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย สภาพพื้นที่ดังกล่าวเหมาะต่อการปลูกพืชไร่ ลักษณะภูมิอากาศ โดยทั่วไปของจังหวัดสระแก้วจะมีอากาศร้อนจัดในฤดูร้อน และค่อนข้าง หนาวในฤดูหนาว โดยปกติฤดูฝน ยาวนานถึง 6 เดือน สภาพภูมิอากาศแบ่งออกได้เป็น 3 ฤดูกาล ฤดูฝน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม – เดือนตุลาคมมี ประชากรทั้งสิ้น 546,782 คน เป็นชาย 274,827 คน หญิง 271,955 คนจานวนชายคิดเป็นร้อยละ 50.26 ของ ประชากรทั้งหมด จานวนหญิงคิดเป็นร้อยละ 49.74 ของประชากร ทั้งหมด (ข้อมูล ณ 30 มิ.ย. 2555) สาหรับ การประกอบอาชีพประชากรในจังหวัดสระแก้วส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์พืชเศรษฐกิจ ที่สาคัญข้าวนาปี มันสาปะหลัง อ้อยโรงงาน ข้าวโพด ยูคาลิปตัส พืชผัก และผลไม้ ที่ได้รับผลผลิตมากที่สุดคือ การปลูกอ้อยโรงงาน ผลผลิตเฉลี่ย 10,812 กก.ต่อไร่ มันสาปะหลัง ผลผลิตเฉลี่ย 4,055กก.ต่อไร่ ข้าวโพด เลี้ยงสัตว์ ผลผลิตเฉลี่ย 809 กก.ต่อไร่ และ ข้าวนาปี พื้นที่เพาะปลูกมากที่สุด แต่ ผลผลิตเฉลี่ย น้อยที่สุด คือ 440 กก.ต่อไร่ ดังตาราง ตารางที่ 1 พื้นที่เพาะปลูก และผลผลิต ของพืชเศรษฐกิจหลัก ปี 2555 สภาพทางสังคม ด้านคุณภาพชีวิตที่เป็นปัญหามากที่สุด 3 อันดับแรก คือ อันดับ 1 การเข้าถึงแหล่ง ทุนของชุมชนหมู่บ้าน (ร้อยละ39.04) อันดับ 2 คุณภาพน้า (ร้อยละ 34.13) และอันดับ 3 คุณภาพดิน (ร้อยละ 30.20) ด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน4 ปัญหาด้านความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ส่วนใหญ่ 1.ความเป็นมาการประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์ เซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อย 3
  • 16.
    16 เป็นปัญหาที่ประชาชนได้รับผลกระทบจาก สาธารณภัยในรอบปี เกิดจากภัยธรรมชาติน้าท่วมเพราะมีฤดูฝน ยาวนานถึง 6 เดือน ทาให้การปลูกข้าว ปลูกข้าวโพด ปลูกมันสาปะหลัง ปลูกผลไม้เลี้ยงสัตว์ได้รับ ผลกระทบจากภัยธรรมชาติ เช่น น้าท่วม ทาให้ผลผลิตไม่เป็นไปตามเป้าหมาย หรือ บ้างขาดทุน ส่วนการปลูกอ้อย อ้อยโรงงานจะทนแล้ง ทนฝน ทาให้ผลผลิตปลอดภัยต่อภัยธรรมชาติมาก รองลงมาเป็น ปัญหาประชาชนได้รับอุบัติเหตุ จากยานพาหนะ และปัญหาประชาชนถูกลักทรัพย์ชิงทรัพย์ถูกทาลาย ทรัพย์สิน จากการปลูกสร้างที่อยู่อาศัย ที่ดินการทานาข้าว เฝ้าเลี้ยงสัตว์เฝ้าข้าวโพด ได้รับภัยอันตรายดังตาราง ตารางที่ 2 สถิติขอมูลการจับกุมผู้กระท้าผิดในคดีแต่ละกลุ่ม ตุลาคม 2554 – กันยายน 2555 กลุ่ม ความผิด จานวนคดีที่รับแจ้ง (คน) ดีี) จานวนคดีที่จับกุมได้ (คน) ฮฮ แฉ) ดีี) จานวนผู้กระทาผิด ที่จับกุมได้(ราย) 1. คดีอกฉกรรจ์และสะเทือนขวัญ 28 22 22 2. คดีประทุษร้ายต่อชีวิตร่างกายเพศ 222 162 162 3. คดีประทุษร้ายต่อทรัพย์ 407 177 177 4. คดีอื่นๆที่น่าสนใจ 283 63 63 5. คดีรัฐเป็นผู้เสียหาย 3,523 3,523 4,211 ด้านการมีงานทาและรายได้เป็นผู้ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป 443,521 คน คิดเป็นร้อยละ 79.93 ของ ประชากรรวม แยกเป็นผู้ที่อยู่ในกาลังแรงงานรวม 317,087 คน คิดเป็นร้อยละ 57.14 และเป็นผู้ที่ไม่อยู่ในกาลัง แรงงาน 126,434 คน คิดเป็นร้อยละ 22.79 ส่วนผู้ที่มีอายุ ต่ากว่า 15 ปี จานวน 111,367 คน คิดเป็นร้อยละ 20.07สาหรับกลุ่มผู้ที่อยู่ในกาลังแรงงาน นั้นแยกได้เป็น 3 กลุ่ม คือ 1) ผู้มีงานทา คิดเป็นร้อยละ 98.63 ของผู้อยู่ ในกาลังแรงงานรวม 2) ผู้ว่างงานซึ่งหมายถึงผู้ไม่มีงานทา และพร้อมที่จะทางาน คิดเป็นร้อยละ 1.04 ของกาลัง แรงงานรวม คิดเป็นอัตราการว่างงาน ร้อยละ 1.03 ของผู้อยู่ในกาลังแรงงานรวม 3) ผู้ที่รอฤดูกาล ซึ่งหมายถึง ผู้ที่ไม่ได้ทางาน และไม่พร้อมจะทางาน คิดเป็นร้อยละ 0.34 ของผู้อยู่ในกาลังแรงงานรวม เปรียบเทียบ สถานภาพแรงงาน พ.ศ.2553 และ พ.ศ.2554 เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบสถานภาพแรงงาน5 ระหว่าง พ.ศ.2553 และ พ.ศ.2554 พบว่า ใน พ.ศ. 2554 มีจานวนประชากรเพิ่มขึ้นประมาณ 5,794 คน ภาวะผู้อยู่ในกาลังแรงงาน พบว่า พ.ศ.2554 จานวนผู้มีงานทา มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากร้อยละ 56.32 ในปี 2553 เป็นร้อยละ 56.36 และผู้วางงานลดลงจากร้อยละ0.92 ใน พ.ศ.2553 เหลือร้อยละ 0.59 ใน พ.ศ.2554 เนื่องจาก มีงานการทาไร่อ้อย โรงงานเพิ่มขึ้น จากการเป็นครูผู้สารวจจากข้อมูลจังหวัดสระแก้ว และสอบถาม สังเกต ออกสู่พื้นที่ จากการ เยี่ยมบ้านนักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชนจึงพบว่าประชากรหญิง และชายในวัยหนุ่มสาว จนไปถึงวัยกลางคน ที่ไม่เข้าศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น หันมาเป็นแรงงานไร่อ้อยเพิ่มมากขึ้น 3 สารวจจากข้อมูลจังหวัดสระแก้ว 4 ที่มา : ตารวจภูธรจังหวัดสระแก้ว (ข้อมูล ณ 16 ต.ค. 2555) ใน จากตารางที่ 7 สถิติข้อมูลการจับกุมผู้กระทา ผิดในคดีแต่ละกลุ่ม ตุลาคม 2554 – กันยายน 2555ปีงบประมาณ 2555 5 สารวจจากข้อมูลจังหวัดสระแก้ว
  • 17.
    17 การประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์ ชุดเซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อย มีคุณค่าควรมีการถ่ายทอด และ เผยแพร่ไว้ให้กับชนรุ่นหลังเพื่อเป็นการสืบสานวิถีชีวิต ความภาคภูมิใจในท้องถิ่นของตนเอง จึงได้นา การแสดงชุดนี้มาทดลองปฏิบัติในนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 5 ของนักเรียนโรงเรียนไทรเดี่ยววิทยา อาเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว และได้บรรจุไว้ในหลักสูตรท้องถิ่นของโรงเรียนไทรเดี่ยววิทยา ใน กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะรายวิชา นาฏศิลป์ ศ 32101 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2557 แรงบันดาลใจที่ได้กาหนดเพลงและการประดิษฐ์ท่าราสร้างสรรค์ ชุดเซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อย เนื่องจากมีผลผลิตมากที่สุด มีความปลอดภัยของมนุษย์และทรัพย์สินมากที่สุด และมีภาวะอยู่ในกาลัง แรงงาน สัดส่วนเพิ่มขึ้นมากที่สุด ( หนุ่ม สาว) อีกทั้งผู้อพยพมาตั้งถิ่นฐานในจังหวัดสระแก้ว อาเภอ คลองหาด ตาบลไทรเดี่ยว ส่วนใหญ่ล้วนมาจากภาคอีสาน จึงทาให้เลือกดนตรีในการประดิษฐ์ท่ารา เป็นจังหวะกระฉับกระเฉง เร้าใจ สนุกสนาน ดังนั้นชุดเซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อย จึงได้พิจารณาเลือก ดนตรีและท่าราเป็นลักษณะภาคอีสาน 2.แรงบันดาลใจ
  • 18.
    18 ทานองเพลงอีสานใต้ ผู้บรรเลงเรียบเสียงประสานใหม่ : ครูกัมปนาทโนนศรี ผู้เรียบเรียงทานอง นางสงวน ทองจาปา ท่อน1 ---- ---- -ซมล -ซมล ---- -ซลท -ทลซ ลซฟม ---- ---- -ซมล -ซมล ---- -ซลท -ทลซ ลซฟม ---- -รมฟ --ลฟ -ม-ร ---- -ด-ร -ม-ด -ร-ม ---- -รมฟ --ลฟ -ม-ร ---- -ด-ร -ม-ด -ท-ลฺ ท่อน2 กลับต้น ---- ---ด ---ด ---ด ---ด --รม รดรม รดทลฺ ---ด -ด-ด รมรด รม-ร ---ด -ด-ด รมรด รม-ร ---ซ --มซ ---- -มรด ---ด -ด-ด รมรด รม-ร ---ซ --มซ ---- -มรด ---ด -ด-ด รมรด รม-ร ---- ---- -ร-ท --ลซ ---- -ม-ซ -ล-ท ลซ-ล ---- ---- -ร-ท --ลซ ---- -ม-ซ -ล-ท ลซ-ล ท่อน3 กลับต้น ---- -ร-ด --ทล -ซ-ด --ทล -ร-ด -ท-ล -ซ-ล ---- -ร-ด --ทล -ซ-ด --ทล -ร-ด -ท-ล -ซ-ม ---ม -ม-ม ซลซม -ร-ด ---ม -ม-ม ซลซม -ร-ด ---ด --ลซ --มซ -ล-ด -ด-ท -ด-ร -ด-ท -ล-ซ --ลซ --ลซ --ลซ --ลซ --ลซ --ลซ -ซ-ล -ท-ด --รด --รด --รด --รด --รด --รด -ล-ท -ด-ร --มร --มร --มร --มร --มร --มร -ท-ด -ร-ม ----- ---- ---- ---ซ ---- ---- ---- ---ล กลับต้น 3.ลายเซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อย
  • 19.
    19 วงดนตรีที่ใช้ประกอบในการเซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อย ได้แก่ วงโปงลางซึ่งเป็น วงดนตรี พื้นบ้านอีสานในกลุ่มวัฒนธรรมอีสาน ประกอบด้วยเครื่องดนตรีดังต่อไปนี้ 4.1 เครื่องดนตรีดาเนินทานอง 1.โปงลาง เป็นเครื่องดนตรีประเภทตี ทาด้วยไม้หมากหาด (มะหาด) หรือไม้เหลื้อมตัดเป็น ท่อนๆ ให้ได้ขนาดลดหลั่นกันตามเสียงที่ต้องการ ร้อยต่อกัน โดยปกติมี 13 ลูก เรียงเสียงสูงต่า ตามลาดับลูกโปงทุกลูกเจาะรูร้อยเชือกหัวท้ายแขวนไว้โดยใช้ไม้ตีทานองและจังหวะไปพร้อมกัน โปงลาง ที่มา : เย็นจิตร บุญศรี 2.แคน เป็นเครื่องดนตรี ประเภทเป่า ลูกแคนทาจากไม้ไผ่ เรียกว่า ไม้ไผ่เฮี้ย หรือ ไม้กู่แคน ด้านข้างเจาะรูเล็กๆ เพื่อกาหนดเสียงสูง ต่า กล่องเสียงทรงกลม ( เต้าแคน ) ซึ่งทาด้วยไม้เนื้อแข็งจาพวก ไม้พยุง ด้านบนสุดตัดเรียบเจาะรูตรงกลางสาหรับใช้ปากเป่า ใช้ขี้สูดติดลูกแคนเข้ากับเต้าแคนที่ทาด้วย โลหะเป็นเงิน หรือ ทองเหลือง ลูกแคนมีหลายขนาดตั้งแต่สามคู่จนถึงเก้าคู่ นิยมเรียกชื่อตามจานวนคู่ ของไม้ไผ่ที่นามาประกบกัน ได้แก่ แคนสาม แคนสี่ แคนห้า แคนเจ็ด แคนแปด แคนเก้า (แคนใหญ่ ) แคน ที่มา : เย็นจิตร บุญศรี 4.เครื่องดนตรีประกอบการแสดง
  • 20.
    20 3.โหวด เป็นเครื่องดนตรี ประเภทเป่าทาจากไม้ไผ่ขนาดเล็กหรือไม้กู่แคน แกนตรงกลางทา จากไม้ไผ่ ลูกโหวดมีจานวน 7 – 13 อัน นามากติดรอบๆ แกนตรงกลางด้วยขี้ผึ้งสีดา (ขี้สูด) เวลาเป่าจะ หมุนไปรอบ ๆตามเสียงที่ต้องการ โหวด ที่มา : เย็นจิตร บุญศรี 4.พิณโปร่ง 5.พิณไฟฟ้า
  • 21.
    21 6.พิณเบส หรือ พิณทุ้มเป็นเครื่องดนตรีเครื่องสายประเภทดีด คล้ายกันกับเพลง วงดนตรีสากล มีรูปร่างคล้ายแต่ลาตัวจะใหญ่กว่า มี 4 สาย พิณเบส หรือ พิณทุ้ม ที่มา : เย็นจิตร บุญศรี 4.2 (เครื่องดนตรีจังหวะ) 1.กลองหาง หรือ กลองอีสาน เป็นเครื่องดนตรีประเภทตี กลองในวงดนตรีพื้นบ้านอีสานเป็น กลองยาวจานวน 4 ใบ ตัวกลองทาด้วยไม้ขนุน ตอนหน้าใหญ่ ตอนท้ายเรียว หุ้มด้วยหนังสัตว์หน้าเดียว ทาหน้าที่ควบคุมจังหวะในวงโปงลาง กลองหาง หรือ กลองอีสาน ที่มา : เย็นจิตร บุญศรี
  • 22.
    22 2.กลองตุ้ม หรือ กลองรามะนาอีสานเป็นเครื่องดนตรีประเภทตี ตัวกลองทาด้วยไม้ทรงกลม ข้างในกลวง เป็นกลองหน้าเดียวขึงด้วยหนังวัวหรือหนังควายเป็นเครื่องกากับจังหวะ ตีคู่กับกลองยาว กลองตุ้ม หรือ กลองรามะนาอีสาน ที่มา : เย็นจิตร บุญศรี 3.ฉิ่ง เป็นเครื่องดนตรีประกอบจังหวะ ทาด้วยโลหะทองเหลืองมีความหนากว่าฉาบให้เสียงดัง กังวาน ฉิ่ง ที่มา : เย็นจิตร บุญศรี
  • 23.
    23 4.ฉาบเล็ก เป็นเครื่องประกอบจังหวะ ทาด้วยโลหะทองเหลืองมีขนาดเล็กกว่าฉาบใหญ่ ฉาบเล็ก ที่มา: เย็นจิตร บุญศรี 5.ฉาบใหญ่ เป็นเครื่องประกอบจังหวะ ทาด้วยโลหะทองเหลือง ฉาบใหญ่ ที่มา : เย็นจิตร บุญศรี
  • 24.
    24 ชุดการแต่งกายของผู้หญิงจะออกแบบลักษณะของชาวไร่ซึ่งมีสีกรมท่า ดังนั้นชุดการแต่งกาย จึงเลือกสีของเสื้อผ้าเป็นสีน้าเงินแล้วทับด้วยผ้าผ้าถุงลายอีสานใต้ผ้านุ่งนุ่งแบบธรรมชาติของชาวไร่สี น้าเงินเพื่อสะดวกในการแสดงท่ารา เซิ้งทรงผมรัดเกล้าสูงติดผมปลอมและดอกไม้ให้สีเดียวกันกับ เสื้อผ้าให้ดูอ่อนหวาน เครื่องประดับสร้อยเงิน เข็มขัดเงิน กาไล เป็นต้น ชุดการแต่งกายของผู้ชายจะออกแบบลักษณะของชาวไร่ซึ่งมีสีกรมท่า ชุดการแต่งกายจึงเลือกสี ของเสื้อผ้าเป็นสีน้าเงินแล้วทับผ้าขาวม้าลายอีสานใต้กางเกงหม้อฮ้อม ดังนั้นชุดการแต่งกายจึงเลือกสีของเสื้อผ้าเป็นสีน้าเงิน เรียบง่ายของชาวไร่พร้อมออกทางานที่ ไร่อ้อย 5.การออกแบบแต่งกายเซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อย เสื้อแขนกระบอก เข็มขัดเงิน ผ้านุ่งลายอีสานใต้ กางเกงหม้อฮ้อม เสื้อหม้อฮ้อม ผมปลอมและดอกไม้ ผ้าขาวม้า สร้อยคอเงิน ชุดการแต่งกายของผู้หญิงชุดการแต่งกายของผู้ชาย ภาพที่ 4.1 ชื่อภาพแผนผังการออกแบบแต่งกายเซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อย แสดงแบบโดย :นางสาวอรพรรณ อาณาเขต นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 นายวัชระ โคตรวิชัย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่มาของภาพ : ถ่ายภาพโดยนางเย็นจิตร บุญศรี วันที่ 4 พฤศจิกายน 2556
  • 25.
    25 รูปแบบที่ 1 แถวหน้ากระดาน หน้าเวที รูปแบบที่2 แถววีหงาย หน้าเวที รูปแบบที่ 3 แถวสลับแถว หน้าเวที รูปแบบที่ 4 แถววงกลม หน้าเวที 6.รูปแบบการแปรแถวการราเซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อย
  • 26.
    26 ท่าราที่ 1 เชิญชวนและท่าชี้ กันไปทาไร่อ้อย ( เดินหันหน้าไปด้านหน้าเวที ) ชาย , หญิง เท้า เดินย่าเท้าโดยเริ่มเท้า ขวา ซ้าย ขวา แล้ววางเท้าซ้ายไว้ด้านหลัง (นับเป็น 4 จังหวะ) มือ มือซ้ายจีบคว่าที่หัวไหล่ซ้าย มือขวาตั้งวงบนแล้วกดปลายนิ้วทั้ง 4 นิ้ว ยกเว้น นิ้วหัวแม่มือ(ทาลักษณะกวักมือเรียก) ทาท่ากวักมือ 3 ครั้ง แล้วเปลี่ยนเป็นมือชี้ จังหวะที่ 4 ศีรษะ เอียงขวา ขณะย่าเท้า เมื่อวางเท้าซ้ายลงด้านหลังจังหวะที่ 4 ให้เปลี่ยน เอียงซ้าย ท่าราที่ 1 ท่าราที่ 1.1 ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี ท่าราที่ 1 ( ท่าชวนกันไปปลูกอ้อย ) ชาย , หญิง เท้า เดินย่าเท้าโดยเริ่มเท้า ซ้าย ขวา ซ้าย แล้ววางเท้าขวาไว้ด้านหลัง (นับเป็น 4 จังหวะ) มือ มือซ้ายจีบคว่าที่หัวไหล่ซ้าย มือขวาตั้งวงบนแล้วกดปลายนิ้วทั้ง 4 นิ้ว ยกเว้น นิ้วหัวแม่มือ(ทาลักษณะกวักมือเรียก) ทาท่ากวักมือ 3 ครั้ง ศีรษะ เอียงซ้าย ขณะย่าเท้า ทาราที่ 1.1 (ชี้) เท้า ยืนด้วยเท้าซ้าย มือ แล้วเปลี่ยนเป็นมือชี้ จังหวะที่ 4 ศีรษะ เอียงขวา (ปฏิบัติท่าที่ 1 และท่าที่ 1.1 สลับกันต่อเนื่องทั้งหมด 5 ครั้ง) บัตรกิจกรรมที่ 4.2 เรื่อง ฝึกท่าราประกอบเพลงเซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อย วิถีชีวิตชาวไร่ จ.สระแก้ว ชื่อ เซิ้งหนุ่มสาวชาวไร่อ้อย
  • 27.
    27 ท่าที่ 2 ท่าเตรียมพร้อมในการปลูกอ้อยหันหน้ามาด้านหน้าเวที ท่าราที่ 2 ท่าราที่ 2.1 ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี ท่าที่ 2 หันหน้ามาด้านหน้าเวที (ชาย , หญิง) เท้า ก้าวเท้าขวาไปด้านข้าง แตะด้วยเท้าซ้าย มือ มือขวาตั้งวงบน มือซ้ายจีบหงายระดับปาก ศีรษะ เอียงขวา ทาราที่ 2.1 เท้า ก้าวเท้าซ้ายไปด้านข้าง แตะด้วยเท้าขวา มือ มือซ้ายตั้งวงบน มือขวาจีบหงายระดับปาก ศีรษะ เอียงซ้าย ปฏิบัติท่าที่ 2 และ 2.1 นับเป็น 1 ครั้ง ปฏิบัติให้ครบ 4 ทิศ ทิศละ 1 ครั้ง เมื่อหันมาด้านหน้า ปฏิบัติต่อเนื่องอีก 3 ครั้ง รวมปฏิบัติทั้งหมด 8 ครั้ง )
  • 28.
    28 ท่าที่ 2 หันหน้าหมุนสี่ทิศ (แถวหน้ากระดาน) ทิศที่ 1 ด้านหน้าเวที ทิศที่ 2 ด้านขวาเวที ทิศที่ 3 ด้านหลังเวที ทิศที่ 4 ด้านซ้ายเวที ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี
  • 29.
    29 ท่าที่ 3 (ท่าเตรียมก่อนขุดดิน ) จังหวะที่ 1 จังหวะที่ 2 ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี ท่าที่ 3 ท่าเตรียมก่อนขุดดิน ชาย เท้า เดินย่าเท้าโดยเริ่มย่าเท้า ขวา,ซ้าย,ขวา, แล้วยกเท้าซ้ายขึ้น จังหวะที่ 4 มือ กามือที่หัวไหล่ซ้ายทั้ง 2 มือ ( ในลักษณะแบกจอบ ) ศีรษะ เอียงซ้าย หญิง เท้า เดินย่าเท้าโดยเริ่มย่าเท้า ซ้าย,ขวา,ซ้าย,ขวา รวม 4 จังหวะ มือ มือซ้ายตั้งวงให้ปลายนิ้วอยู่ระดับเอว ยกอยู่ด้านซ้าย มือขวาตั้งวงระดับหัวเข็มขัด (วงล่าง) สลับเปลี่ยนมือ มือขวาตั้งวงให้ปลายนิ้วอยู่ระดับเอว ยกอยู่ด้านขวา มือซ้ายตั้งวงระดับหัวเข็มขัด (วงล่าง) ศีรษะ เอียงซ้าย และเปลี่ยน เอียงขวา (สลับกันตามที่มือตั้งวง)
  • 30.
    30 ท่าที่ 4 ท่าขุด ท่าที่4 ท่าขุด ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี ท่าที่ 4 ท่าขุด ชาย เท้า เดินย่าเท้าไปทางด้านขวามือ โดยการย่าเท้าซ้ายให้ไขว้ลงด้านหลัง ซ้าย ขวา ซ้าย ขวา นับ 4 จังหวะ (แล้วเดินถอยหลัง 3 จังหวะ โดยเริ่มเท้าซ้าย จังหวะที่ 4 ยกเท้าขวาขึ้น) มือ กามือทั้ง 2 ข้าง (ในลักษณะจับจอบ) ยกมือขึ้นแล้ววาดมือลง ตามจังหวะที่เดิน 4 ครั้ง แล้วกามือทั้ง 2 ข้าง ที่ไหล่ซ้าย (ในจังหวะที่เดินถอยหลัง) ศีรษะ หน้าตรง ก้มหน้ามองที่พื้นดิน แล้วเอียงซ้าย (ในจังหวะที่เดินถอยหลัง) หญิง เท้า นั่งคุกเข่า โดยนั่งทับส้นเท้าทั้ง 2 ข้าง มือ ปรบมือระดับไหล่ โดยเริ่มที่ไหล่ซ้ายก่อนแล้วสลับเปลี่ยนไปปรบที่ไหล่ขวา 4 ครั้ง ศีรษะ เอียงขวา และเปลี่ยน เอียงซ้าย ตามมือที่ปรบระดับไหล่ (สลับกันตามจังหวะที่ ปรบมือ)
  • 31.
    31 ท่าที่ 4.1 ท่าขุด ท่าที่4.1 ท่าขุด ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี ท่าที่ 4.1 ท่าขุด ชาย เท้า เดินย่าเท้าโดยเริ่มย่าเท้า ซ้าย,ขวา,ซ้าย,ขวา แล้วยกเท้าขวาขึ้น จังหวะที่ 4 มือ กามือที่หัวไหล่ซ้ายทั้ง 2 มือ ( ในลักษณะแบกจอบ ) ศีรษะ เอียงซ้าย หญิง เท้า ย่อตัวลงนั่งคุกเข่า โดยนั่งทับส้นเท้าทั้ง 2 ข้าง (นับ 4 จังหวะ) มือ มือซ้ายตั้งวง(วงล่าง)ให้ปลายนิ้วอยู่ระดับเอว ยกอยู่ด้านซ้าย มือขวาตั้งวงระดับหัวเข็มขัด(วงล่าง) สลับเปลี่ยนมือ มือขวาตั้งวงให้ปลายนิ้วอยู่ระดับ เอว ยกอยู่ด้านขวา มือซ้ายตั้งวงระดับหัวเข็มขัด ศีรษะ เอียงซ้าย และเปลี่ยน เอียงขวา (สลับกันตามที่มือตั้งวง) (ปฏิบัติท่าที่ 4 และท่าที่ 4.1 นับเป็น 1 ครั้ง ปฏิบัติสลับกันต่อเนื่องจนครบ 4 ครั้ง)
  • 32.
    32 ท่าที่ 5 ท่าช้อนท่อนอ้อย“เอาอ้อยลงร่องดินที่ขุดไว้” ท่าที่ 5ท่าช้อนท่อนอ้อย“เอาอ้อยลงร่องดินที่ขุดไว้” ชาย , หญิง เท้า นั่งคุกเข่า โดยตั้งเข่าซ้าย วางเท้าขวาไว้ ด้านหลัง มือ หงายฝ่ามือทั้ง 2 มือ ปลายนิ้วทั้งสองหัก เข้า หาฝ่ามือเล็กน้อย (ในลักษณะช้อนมือยกของ คือช้อนอ้อยเพื่อเอาไปลงร่องดินที่ขุดไว้) ศีรษะ หน้าตรง ก้มหน้าเล็กน้อยมองดูที่มือ ท่าที่ 5 (ท่าช้อนท่อนอ้อย) ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี ท่าที่ 5.1ท่ายกท่อนอ้อย ท่าที่ 5.1 ท่ายกท่อนอ้อย“เอาอ้อยลงร่องดินที่ขุดไว้” ชาย , หญิง เท้า ลุกขึ้นเดินไปด้านหน้า โดยเดินด้วยเท้าขวา ซ้าย มือ แบมือทั้ง 2 ข้าง ให้ปลายนิ้วชี้ลงกับพื้น (ลักษณะถือของ คือ ถือท่อนอ้อย) ศีรษะ หน้าตรง ท่าที่ 5.1ท่ายกท่อนอ้อย ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี ท่าที่ 5.2 ท่าวางท่อนอ้อย ท่าที่ 5.2 ท่าวางท่อนอ้อยลงร่องดินที่ขุดไว้” ชาย , หญิง เท้า นั่งคุกเข่า โดยตั้งเข่าซ้าย วางเท้าขวาไว้ ด้านหลัง มือ หงายฝ่ามือทั้ง 2 มือ ปลายนิ้วทั้งสองหัก เข้า หาฝ่ามือเล็กน้อย (ในลักษณะวางของคือวาง อ้อยเพื่อเอาไปลงร่องดินที่ขุดไว้) ศีรษะ หน้าตรง ก้มหน้าเล็กน้อยมองดูที่มือ ท่าที่ 5.2 ท่าวางท่อนอ้อยที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี (ปฏิบัติท่าที่ 5 ท่าช้อนท่อนอ้อย ท่าที่ 5.1 ท่ายกท่อนอ้อย และท่าที่ 5.2 ท่าวางท่อนอ้อย นับเป็น 1 ครั้ง ปฏิบัติต่อเนื่องจนครบ 4 ครั้ง)
  • 33.
    33 ท่าที่ 6 (ท่าเตรียมก่อนกลบดิน ) จังหวะที่ 1 จังหวะที่ 2 ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี ท่าที่ 6 ท่าเตรียมก่อนขุดดิน ชาย เท้า เดินย่าเท้าโดยเริ่มย่าเท้า ขวา,ซ้าย,ขวา, แล้วยกเท้าซ้ายขึ้น จังหวะที่ 4 มือ กามือที่หัวไหล่ซ้ายทั้ง 2 มือ ( ในลักษณะแบกจอบ ) ศีรษะ เอียงซ้าย หญิง เท้า เดินย่าเท้าโดยเริ่มย่าเท้า ซ้าย,ขวา,ซ้าย,ขวา รวม 4 จังหวะ มือ มือซ้ายตั้งวงให้ปลายนิ้วอยู่ระดับเอว ยกอยู่ด้านซ้าย มือขวาตั้งวงระดับหัวเข็มขัด (วงล่าง) สลับเปลี่ยนมือ มือขวาตั้งวงให้ปลายนิ้วอยู่ระดับเอว ยกอยู่ด้านขวา มือซ้ายตั้งวงระดับหัวเข็มขัด (วงล่าง) ศีรษะ เอียงซ้าย และเปลี่ยน เอียงขวา (สลับกันตามที่มือตั้งวง)
  • 34.
    34 ท่าที่ 7 ท่ากลบดิน ท่าที่7 ท่ากลบดิน ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี ท่าที่ 7 ท่าขุด ชาย เท้า เดินย่าเท้าไปทางด้านขวามือ โดยการย่าเท้าซ้ายให้ไขว้ลงด้านหลัง ซ้าย ขวา ซ้าย ขวา นับ 4 จังหวะ (แล้วเดินถอยหลัง 3 จังหวะ โดยเริ่มเท้าซ้าย จังหวะที่ 4 ยกเท้าขวาขึ้น) มือ กามือทั้ง 2 ข้าง (ในลักษณะจับจอบ) ยกมือขึ้นแล้ววาดมือลง ตามจังหวะที่เดิน 4 ครั้ง แล้วกามือทั้ง 2 ข้าง ที่ไหล่ซ้าย (ในจังหวะที่เดินถอยหลัง) ศีรษะ หน้าตรง ก้มหน้ามองที่พื้นดิน แล้วเอียงซ้าย (ในจังหวะที่เดินถอยหลัง) หญิง เท้า นั่งคุกเข่า โดยนั่งทับส้นเท้าทั้ง 2 ข้าง มือ ปรบมือระดับไหล่ โดยเริ่มที่ไหล่ซ้ายก่อนแล้วสลับเปลี่ยนไปปรบที่ไหล่ขวา 4 ครั้ง ศีรษะ เอียงขวา และเปลี่ยน เอียงซ้าย ตามมือที่ปรบระดับไหล่ (สลับกันตามจังหวะที่ ปรบมือ)
  • 35.
    35 ท่าที่ 7.1 ท่ากลบดิน ท่าที่7.1 ท่ากลบดิน ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี ท่าที่ 7.1 ท่าขุด ชาย เท้า เดินย่าเท้าโดยเริ่มย่าเท้า ซ้าย,ขวา,ซ้าย,ขวา แล้วยกเท้าขวาขึ้น จังหวะที่ 4 มือ กามือที่หัวไหล่ซ้ายทั้ง 2 มือ ( ในลักษณะแบกจอบ ) ศีรษะ เอียงซ้าย หญิง เท้า ย่อตัวลงนั่งคุกเข่า โดยนั่งทับส้นเท้าทั้ง 2 ข้าง (นับ 4 จังหวะ) มือ มือซ้ายตั้งวง(วงล่าง)ให้ปลายนิ้วอยู่ระดับเอว ยกอยู่ด้านซ้าย มือขวาตั้งวงระดับหัวเข็มขัด(วงล่าง) สลับเปลี่ยนมือ มือขวาตั้งวงให้ปลายนิ้วอยู่ระดับ เอว ยกอยู่ด้านขวา มือซ้ายตั้งวงระดับหัวเข็มขัด ศีรษะ เอียงซ้าย และเปลี่ยน เอียงขวา (สลับกันตามที่มือตั้งวง) (ปฏิบัติท่าที่ 7 และท่าที่ 7.1 นับเป็น 1 ครั้ง ปฏิบัติสลับกันต่อเนื่องจนครบ 4 ครั้ง)
  • 36.
    36 ท่าที่ 8 ท่ารดน้า(หันหน้าไปด้านขวาของเวที) ท่าที่ 8 ท่ารดน้า ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี ท่าที่ 8 ท่ารดน้า ชาย,หญิง เท้า เดินย่าเท้า โดยย่าเท้าซ้าย ขวา ซ้าย วางเท้าขวาลงด้านหลัง จังหวะที่ 4 มือ มือซ้ายจีบหลัง มือซ้ายจีบหงายที่หัวเข็มขัด ศีรษะ เอียงขวา ท่าที่ 8 ท่ารดน้า ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี ท่าที่ 8.1 หันมาด้านหน้าเวที ชาย , หญิง เท้า เดินย่าเท้า โดยเริ่มเท้าขวา ซ้าย ขวา แล้วยกเท้าซ้าย จังหวะที่ 4 มือ วาดมือทั้งสอง คลายจีบมาด้านขวามือ แบหงายฝ่ามือทั้ง 2 ข้าง ส่งมือทั้ง 2 ไปข้างหน้าเล็กน้อย ศีรษะ เอียงซ้าย (ปฏิบัติท่าที่ 8 และท่าที่ 8.1 นับเป็น 1 ครั้ง ปฏิบัติกันต่อเนื่องจนครบ 5 ครั้ง)
  • 37.
    37 ท่าที่ 9 ท่าใส่ปุ๋ยอ้อย (ท่ากาปุ๋ ย) หันหน้าไปด้านขวาเวที ท่าที่ 9 (ท่ากาปุ๋ ย) หันหน้าไปด้านขวาเวที ชาย , หญิง เท้า เดินย่าเท้า โดยเริ่มเท้าขวา ซ้าย ขวา ยกเท้าซ้าย จังหวะที่ 4 มือ มือซ้ายจีบหงาย ด้านข้างมือซ้ายระดับ ศอก มือขวาจีบคว่าระดับหัวเข็มขัด ศีรษะ เอียงซ้าย ท่าที่ 9 ท่ากาปุ๋ ย ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี ท่าที่ 9.1ท่าใส่ปุ๋ ยอ้อย (ท่าหว่านปุ๋ ย) ชาย , หญิง เท้า ย่าเท้าเดินไปข้างหน้า โดยเริ่มที่เท้าซ้าย ขวา ซ้าย ยกเท้าขวา จังหวะที่ 4 มือ มือซ้ายจีบหงาย ด้านข้างมือซ้ายระดับ ศอก มือขวาวาดมือมาด้านขวาปล่อยจีบ แบมือหงายฝ่ามือ ศีรษะ เอียงขวา ท่าที่ 9.1 ท่าหว่านปุ๋ ย ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี (ปฏิบัติท่าที่ 9 และท่าที่ 9.1 นับเป็น 1 ครั้ง ปฏิบัติกันต่อเนื่องจนครบ 6 ครั้ง)
  • 38.
    38 ท่าที่ 10 (การละเล่นหนุ่ม-สาว ท่าที่ 1) ท่าที่ 10 การละเล่นหนุ่ม-สาว ท่าที่ 1 ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี ท่าที่ 10 การละเล่นหนุ่ม-สาว ท่าที่ 1 ชาย เท้า เดินย่าเท้า โดยเริ่มเท้าซ้ายก่อน แล้วเดินไปด้านซ้ายมือ สลับที่กันกับฝ่ายหญิงแล้วหัน หน้าไปด้านซ้ายเวที เดิน 8 จังหวะ หันหน้าเข้าหาฝ่ายหญิง มือ กามือหลวมๆทั้ง 2 มือ เหวี่ยงมือไปด้านซ้าย เปลี่ยนเหวียงไปด้านขวาสลับกัน 8 ครั้ง ศีรษะ เอียงซ้าย เอียงขวา สลับกัน (โดยย่าเท้าซ้ายก็เอียงซ้าย ย่าเท้าขวาก็เอียงขวา) หญิง เท้า เดินย่าเท้าโดยเริ่มเท้าซ้ายก่อน แล้วเดินไปด้านซ้ายมือ สลับที่กันกับฝ่ายชาย แล้วหันหน้าไปด้านขวาเวที เดิน 8 จังหวะ หันหน้าเข้าหาฝ่ายชาย มือ ใช้ฝ่ามือแตะที่สะโพกทั้ง 2 มือ ดันปลายนิ้วให้เชิดขึ้น หมุนมือเป็นวงกลมสลับกัน ขึ้น-ลงระหว่างมือซ้าย และมือขวา ศีรษะ หน้าตรง
  • 39.
    39 ท่าที่ 12 (หันหน้าเข้าหากัน) ท่าที่11 (หันหน้าเข้าหากัน) ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี ท่าที่ 12 (หันหน้าเข้าหากัน) ชาย เท้า นั่งคุกเข่าทับส้นเท้าทั้ง 2 ข้าง มือ กามือหลวมๆทั้ง 2 มือ เหวี่ยงมือไปด้านซ้าย เปลี่ยนเหวียงไปด้านขวาสลับกัน 7 ครั้ง จังหวะที่ 8 ยกมือทั้ง 2 ข้าง ประกบกับฝ่ามือฝ่ายหญิง ระดับหน้า ศีรษะ หน้าตรง หญิง เท้า เดินย่าเท้า โดยเริ่มเท้าซ้ายก่อน ย่าต่อเนื่องให้ครบ 7 จังหวะ เมื่อถึงจังหวะที่ 8 วางเท้าขวาไว้ด้านหลัง มือ ใช้ฝ่ามือแตะที่สะโพกทั้ง 2 มือ ดันปลายนิ้วให้เชิดขึ้น หมุนมือเป็นวงกลมสลับกันขึ้น- ลงระหว่างมือซ้าย และมือขวา ศีรษะ หน้าตรง
  • 40.
    40 ท่าที่ 12.1 การแสดงของสาว ท่าที่12.1 การแสดงของสาว ชาย เท้า นั่งคุกเข่าทับส้นเท้าทั้ง 2 ข้าง มือ ปรบมือตามจังหวะ 4 จังหวะ ศีรษะ หน้าตรง หญิง เท้า เดินย่าเท้าขวา ซ้าย ขวา วาง ส้น เท้าด้วยเท้าซ้าย จังหวะที่ 4 มือ มือซ้ายจีบหลัง มือขวาตั้งวง ระดับหัวเข็มขัด (วงล่าง) ศีรษะ เอียงขวา ท่าที่ 12.1 การแสดงของสาว ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี ท่าที่ 12.2 การแสดงของสาว ท่าที่ 12.2 การแสดงของสาว ชาย เท้า นั่งคุกเข่าทับส้นเท้าทั้ง 2 ข้าง มือ ปรบมือตามจังหวะ 4 จังหวะ ศีรษะ หน้าตรง หญิง เท้า เดินย่าเท้าซ้าย ขวา ซ้าย วาง ส้นเท้าด้วยเท้าขวา จังหวะที่ 4 มือ มือขวาจีบหลัง มือซ้ายตั้งวง ระดับหัวเข็มขัด (วงล่าง) ศีรษะ เอียงซ้าย ท่าที่ 12.2 การแสดงของสาว ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี
  • 41.
    41 ท่าที่ 12.3 (หันหน้าเข้าหากัน) ท่าที่12.3 (หันหน้าเข้าหากัน) ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี ท่าที่ 12.3 (หันหน้าเข้าหากัน) ชาย เท้า นั่งคุกเข่าทับส้นเท้าทั้ง 2 ข้าง มือ กามือหลวมๆทั้ง 2 มือ เหวี่ยงมือไปด้านซ้าย เปลี่ยนเหวียงไปด้านขวาสลับกัน 7 ครั้ง จังหวะที่ 8 ยกมือทั้ง 2 ข้าง ประกบกับฝ่ามือฝ่ายหญิง ระดับหน้า ศีรษะ หน้าตรง หญิง เท้า เดินย่าเท้า โดยเริ่มเท้าซ้ายก่อน ย่าต่อเนื่องให้ครบ 7 จังหวะ เมื่อถึงจังหวะที่ 8 วางเท้าขวาไว้ด้านหลัง มือ ใช้ฝ่ามือแตะที่สะโพกทั้ง 2 มือ ดันปลายนิ้วให้เชิดขึ้น หมุนมือเป็นวงกลมสลับกันขึ้น- ลงระหว่างมือซ้าย และมือขวา ศีรษะ หน้าตรง - (ปฏิบัติท่าที่ 12 ท่าที่ 12.1 ท่าที่ 12.2 และท่าที่ 12.3 นับเป็น 1 ครั้ง ปฏิบัติกันต่อเนื่องจนครบ 3 ครั้ง )
  • 42.
    42 ท่าที่ 13 ท่าเตรียม(การละเล่นหนุ่ม-สาวท่าที่ 2) ท่าที่ 13 ท่าเตรียม(การละเล่นหนุ่ม-สาว ท่าที่ 2) ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี ท่าที่ 13 ท่าเตรียม(การละเล่นหนุ่ม-สาว ท่าที่ 2) ชาย เท้า เดินย่าเท้า โดยเริ่มเท้าซ้ายก่อน แล้วเดินไปด้านซ้ายมือ สลับที่กันกับฝ่ายหญิง แล้วหันหน้าไปด้านขวาเวที เดิน 8 จังหวะ หันหน้าเข้าหาฝ่ายหญิง มือ กามือหลวมๆทั้ง 2 มือ เหวี่ยงมือไปด้านซ้าย เปลี่ยนเหวียงไปด้านขวาสลับกัน 8 ครั้ง ศีรษะ เอียงซ้าย เอียงขวา สลับกัน (โดยย่าเท้าซ้ายก็เอียงซ้าย ย่าเท้าขวาก็เอียงขวา) หญิง เท้า เดินย่าเท้าโดยเริ่มเท้าซ้ายก่อน แล้วเดินไปด้านซ้ายมือ สลับที่กันกับฝ่ายชาย แล้วหันหน้าไปด้านซ้ายเวที เดิน 8 จังหวะ หันหน้าเข้าหาฝ่ายชาย มือ ใช้ฝ่ามือแตะที่สะโพกทั้ง 2 มือ ดันปลายนิ้วให้เชิดขึ้น หมุนมือเป็นวงกลมสลับกัน ขึ้น-ลงระหว่างมือซ้าย และมือขวา ศีรษะ หน้าตรง
  • 43.
    43 ท่าที่ 14 การละเล่นหนุ่ม-สาวท่าที่ 2 (จังหวะที่ 1และ 2) ท่าที่ 14 การละเล่นหนุ่ม-สาว ท่าที่ 2 (จังหวะที่ 1และ 2) ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี ท่าที่ 14 การละเล่นหนุ่ม-สาว ท่าที่ 2 (จังหวะที่ 1และ 2) ชาย , หญิง เท้า นั่งคุกเข่า นั่งทับส้นเท้าทั้ง 2 ข้าง มือ จีบหงายทั้ง 2 มือ ประสานกันระดับอก โดยมือขวาทับมือซ้าย แล้วม้วนมือออกตั้งวง ทั้ง 2 มือ และยังอยู่ในลักษณะประสานกันเช่นเดิม ศีรษะ หน้าตรง ท่าที่ 14.1 การละเล่นหนุ่ม-สาว ท่าที่ 2 (จังหวะ 3และ 4) ท่าที่ 14.1 การละเล่นหนุ่ม-สาว ท่าที่ 2 (จังหวะ 3และ 4) ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี ท่าที่ 14.1 การละเล่นหนุ่ม-สาว ท่าที่ 2 (จังหวะ 3และ 4) ชาย , หญิง เท้า นั่งคุกเข่า นั่งทับส้นเท้าทั้ง 2 ข้าง มือ จีบหงายทั้ง 2 มือ ประสานกันระดับอก โดยมือขวาทับมือซ้าย แล้วม้วนมือออกตั้งวง ทั้ง 2 มือ มือขวาตั้งวงบน มือซ้ายตั้งวงลดมือลงระดับเอว ศีรษะ หน้าตรง เมื่อม้วนมือออกตั้งวง เอียงขวา
  • 44.
    44 ท่าที่ 14.2 การละเล่นหนุ่ม-สาวท่าที่ 2 (จังหวะ 5 และ 6) ท่าที่ 14.2 การละเล่นหนุ่ม-สาว ท่าที่ 2 (จังหวะ 5 และ 6) ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี ท่าที่ 14.2 การละเล่นหนุ่ม-สาว ท่าที่ 2 (จังหวะ 5 และ 6) ชาย , หญิง เท้า นั่งคุกเข่า นั่งทับส้นเท้าทั้ง 2 ข้าง มือ จีบหงายทั้ง 2 มือ ประสานกันระดับอก โดยมือขวาทับมือซ้าย แล้วม้วนมือออกตั้งวง ทั้ง 2 มือ มือซ้ายตั้งวงบน มือขวาตั้งวงลดมือลงระดับเอว ศีรษะ หน้าตรง เมื่อม้วนมือออกตั้งวง เอียงซ้าย (ปฏิบัติท่าที่ 14 ท่าที่ 14.1 และ ท่าที่ 14.2 นับเป็น 1 ครั้ง ปฏิบัติต่อเนื่องจนครบ 2 ครั้ง)
  • 45.
    45 ท่าที่ 15 ท่าเตรียมตัดอ้อย(หันหน้ามาด้านหน้าเวที) ท่าที่ 15 ท่าเตรียมตัดอ้อย (หันหน้ามาด้านหน้าเวที) ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี ท่าที่ 15 ท่าเตรียมตัดอ้อย (หันหน้ามาด้านหน้าเวที) ชาย เท้า ลุกขึ้นเดินย่าเท้า โดยเริ่มที่เท้าซ้ายก่อน จบครบ 8 จังหวะ มือ กามือหลวมๆทั้ง 2 มือ เหวี่ยงมือไปด้านซ้าย เปลี่ยนเหวียงไปด้านขวาสลับกัน 8 ครั้ง ศีรษะ เอียงซ้าย และ เอียงขวา สลับกัน (โดยเอียงตามมือที่เหวียงไปด้านซ้าย – ขวา) หญิง เท้า ลุกขึ้นเดินย่าเท้า โดยเริ่มที่เท้าซ้ายก่อน จบครบ 8 จังหวะ มือ ใช้ฝ่ามือแตะที่สะโพกทั้ง 2 มือ ดันปลายนิ้วให้เชิดขึ้น หมุนมือเป็นวงกลมสลับกันขึ้น- ลงระหว่างมือซ้าย และมือขวา นับ 8 จังหวะ ศีรษะ หน้าตรง
  • 46.
    46 ท่าที่ 16 (ท่าตัดโคนต้นอ้อย)แถวสลับแถวขึ้นลง ท่าที่ 16 (ท่าตัดโคนต้นอ้อย) ชาย , หญิง เท้า เดินย่าเท้าโดยเริ่มเท้าซ้าย ขวา ซ้าย วางเท้า ขวาด้านหลัง จังหวะที่ 4 ย่อตัวลง มือ มือซ้ายกามือ (ลักษณะกาต้นอ้อย) มือขวากา มือ (ลักษณะกาด้ามมีด)ทาท่าตัดอ้อย ด้านล่าง ศีรษะ เอียงขวา ท่าที่ 16 (ท่าตัดโคนต้นอ้อย) ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี ท่าที่ 16.1 (ท่าตัดปลายต้นอ้อย) ท่าที่ 16.1 ท่าตัดปลายต้นอ้อย(จังหวะ 1) ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี ท่าที่ 16.1 ท่าตัดปลายต้นอ้อย (จังหวะ 2) ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี ท่าที่ 16.1 (ท่าตัดปลายต้นอ้อย) ชาย , หญิง เท้า เดินย่าเท้า โดยเริ่มเท้าขวา ซ้าย ขวา แตะ ด้วยเท้าซ้าย จังหวะที่ 4 มือ มือซ้ายกามือ (ลักษณะกาต้นอ้อย) มือขวากา มือ (ลักษณะกาด้ามมีด)ทาท่าตัดอ้อย ด้านบน ศีรษะ เอียงซ้าย (ปฏิบัติท่าที่ 16 และ 16.1 นับเป็น 1 ครั้ง สลับแถวชาย-หญิง ขึ้นลงสลับกัน รวม 6ครั้ง )
  • 47.
    47 ท่าที่ 16.2 (ท่าตัดโคนต้นอ้อย) ท่าที่16.2 (ท่าตัดโคนต้นอ้อย) ชาย , หญิง เท้า เดินถอยลงด้านหลังเริ่มเท้าซ้าย ขวา ซ้าย วางเท้าขวาด้านหลัง จังหวะที่ 4 ย่อตัวลง มือ มือซ้ายกามือ (ลักษณะกาต้นอ้อย) มือ ขวากามือ (ลักษณะกาด้ามมีด)ทาท่าตัด อ้อยด้านล่าง ศีรษะ เอียงขวา ท่าที่ 16.2 (ท่าตัดโคนต้นอ้อย) ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี ท่าที่ 16.3 ท่าตัดปลายต้นอ้อย ท่าที่ 16.3 ท่าตัดปลายต้นอ้อย(จังหวะ 1) ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี ท่าที่ 16.3 ท่าตัดปลายต้นอ้อย (จังหวะ 2) ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี ท่าที่ 16.3 ท่าตัดปลายต้นอ้อย ชาย , หญิง เท้า เดินถอยหลังย่าเท้า โดยเริ่มเท้าขวา ซ้าย ขวา แตะ ด้วยเท้าซ้าย จังหวะที่ 4 มือ มือซ้ายกามือ (ลักษณะกาต้นอ้อย) มือขวากา มือ (ลักษณะกาด้ามมีด)ทาท่าตัดอ้อย ด้านบน ศีรษะ เอียงซ้าย (ปฏิบัติท่าที่ 16 และ 16.1 นับเป็น 1 ครั้ง ปฏิบัติท่าที่ 16.2 และ 16.3 นับเป็น 1 ครั้ง แถว สลับแถวชาย-หญิง ขึ้นลงสลับกัน รวม 6 ครั้ง )
  • 48.
    48 ท่าที่ 17 ท่าเก็บอ้อยนั่งช้อน ท่าที่ 17 ท่าเก็บอ้อย นั่งช้อนอ้อย ชาย , หญิง เท้า นั่งคุกเข่า โดยตั้งเข่าซ้าย วางเท้าขวาไว้ ด้านหลัง มือ หงายฝ่ามือทั้ง 2 มือ ปลายนิ้วทั้งสอง หักเข้าหาฝ่ามือเล็กน้อย (ในลักษณะ ช้อนมือยกของคือยกอ้อยเพื่อเอามา รวมกัน) ศีรษะ หน้าตรง ก้มหน้าเล็กน้อยมองดูที่มือ ท่าที่ 17 ท่าเก็บอ้อย นั่งช้อนอ้อย ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี ท่าที่ 17.1 ท่าเก็บอ้อย ยืนยกอ้อย ท่าที่ 17.1 ท่าเก็บอ้อย ยืนยกอ้อย ชาย , หญิง เท้า ลุกขึ้นเดินไปข้างหน้า โดยเดินด้วยเท้า ขวา ซ้าย แล้วนั่งลงตั้งเข่า วางเท้าขวา ด้านหลัง มือ แบมือทั้ง 2 ข้าง ให้ปลายนิ้วชี้ลงกับพื้น (ลักษณะวางของ คือ วางอ้อยลงรวมกัน) ศีรษะ หน้าตรง ก้มหน้าเล็กน้อยมองดูที่มือ ท่าที่ 17.2 ท่าเก็บอ้อย วางอ้อยรวมกัน ชาย , หญิง เท้า ลุกขึ้นเดินไปข้างหน้า โดยเดินด้วยเท้า ขวา ซ้าย แล้วนั่งลงตั้งเข่าซ้าย วางเท้าขวาด้านหลัง มือ แบมือทั้ง 2 ข้าง ให้ปลายนิ้วชี้ลงกับพื้น (ลักษณะวางของ คือ วางอ้อยลงรวมกัน) ศีรษะ หน้าตรง ก้มหน้าเล็กน้อยมองดูที่มือ ท่าที่ 17.2 ท่าเก็บอ้อย วางอ้อยรวมกัน ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี (ปฏิบัติท่าที่ 17 ท่าที่ 17.1 และท่าที่ 17.2 นับเป็น 1 ครั้ง ปฏิบัติต่อเนื่องจนครบ 4 ครั้ง)
  • 49.
    49 ท่าที่ 18 ท่าเก็บช้อนท่อนอ้อย ท่าที่18 ท่าเก็บช้อนท่อนอ้อย ชาย เท้า เดินย่าเท้าโดยเริ่มเท้าขวา ซ้าย ขวา วางเท้าขวา ลง ด้านหลัง (หันหน้าเข้าหาฝ่ายหญิงโดยหันหน้าไป ด้านขวาเวที) มือ หงายฝ่ามือทั้ง 2 มือ ปลายนิ้วทั้งสองหักเข้าหาฝ่ามือ เล็กน้อย (ในลักษณะช้อนมือยกของคือยกท่อนอ้อย) ศีรษะ หน้าตรง ก้มหน้าเล็กน้อยมองดูที่มือ หญิง เท้า เดินย่าเท้าโดยเริ่มเท้าขวา ซ้าย ขวา วางเท้าขวาลง ด้านหลัง (หันหน้าเข้าหาฝ่ายชายโดยหันหน้าไป ด้านซ้ายเวที) มือ หงายฝ่ามือทั้ง 2 มือ ปลายนิ้วทั้งสองหักเข้าหาฝ่ามือ เล็กน้อย (ในลักษณะช้อนยกของคือยกท่อนอ้อย ศีรษะ หน้าตรง ก้มหน้าเล็กน้อยมองดูที่มือ ท่าที่ 18 ท่าเก็บช้อนท่อนอ้อย ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี ท่าที่ 18.1 ยกอ้อยขึ้นบ่า ชาย เท้า ลุกขึ้นยืน เดินย่าเท้า โดยเริ่มเท้าซ้ายก่อน นับ 4 จังหวะ มือ ทามือลักษณะยกสิ่งของ(แบกของ) ที่ไหล่ซ้าย ศีรษะ เอียงซ้าย หญิง เท้า ลุกขึ้นยืน เดินย่าเท้า โดยเริ่มเท้าซ้ายก่อน นับ 4 จังหวะ มือ ทามือลักษณะยกสิ่งของ นาวางลงที่ไหล่ซ้ายฝ่ายชาย ศีรษะ เอียงซ้าย ท่าที่ 18.1 ยกอ้อยขึ้นบ่า ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี
  • 50.
    50 ท่าที่ 18.2 ท่าเก็บอุปกรณ์ ท่าที่18.2 ท่าเก็บอุปกรณ์ ที่มา : นางเย็นจิตร บุญศรี ท่าที่ 18.2 ท่าที่ 18.2 ท่าเก็บอุปกรณ์ ชาย เท้า เดินย่าเท้าโดยเริ่มเท้าซ้าย ขวา ซ้าย ขวา รวม 4 จังหวะ มือ ทาท่าแบกอ้อยที่ไหล่ซ้าย ศีรษะ เอียงซ้าย หญิง เท้า ย่อตัวลงตั้งเข่าซ้าย วางเท้าขวาด้านหลัง มือ หงายฝ่ามือทั้ง 2 มือ ปลายนิ้วทั้งสองหักเข้าหาฝ่ามือเล็กน้อย (ในลักษณะช้อนมือยก ของคือถังน้า ถังปุ๋ ย) ศีรษะ หน้าตรง ก้มหน้าเล็กน้อยมองดูมือ
  • 51.
    51 ท่าที่ 19 (ท่าเข้า)หันมาด้านหน้าเวที ชาย เท้า เดินย่าเท้า โดยเริ่มเท้าซ้าย ขวา ซ้าย แล้วยกด้วยเท้าขวา จังหวะที่ 4 มือ ทาท่าแบกอ้อยที่ไหล่ซ้าย ศีรษะ เอียงขวา หญิง เท้า เดินย่าเท้า โดยเริ่มเท้าซ้าย ขวา ซ้าย แล้วยกด้วยเท้าขวา จังหวะที่ 4 มือ มือซ้ายจีบคว่าที่หัวไหล่ซ้าย มือขวา จีบคว่าที่หัวไหล่ซ้าย ศีรษะ เอียงขวา ท่าที่ 19 (ท่าเข้า) หันมาด้านหน้าเวที ชาย เท้า เดินย่าเท้า โดยเริ่มเท้าซ้าย ขวา ซ้าย แล้วยกด้วยเท้าขวา จังหวะที่ 4 มือ ทาท่าแบกอ้อยที่ไหล่ซ้าย ศีรษะ เอียงขวา หญิง เท้า เดินย่าเท้า โดยเริ่มเท้าซ้าย ขวา ซ้าย แล้วยกด้วยเท้าขวา จังหวะที่ 4 มือ มือซ้ายจีบคว่าที่หัวไหล่ซ้าย มือขวา จีบคว่าที่หัวไหล่ซ้าย ศีรษะ เอียงขวา ท่าที่ 19 (ท่าเข้า) หันมาด้านหน้าเวที ชาย เท้า เดินย่าเท้า โดยเริ่มเท้าซ้าย ขวา ซ้าย แล้วยกด้วยเท้าขวา จังหวะที่ 4 มือ ทาท่าแบกอ้อยที่ไหล่ซ้าย ศีรษะ เอียงขวา หญิง เท้า เดินย่าเท้า โดยเริ่มเท้าซ้าย ขวา ซ้าย แล้วยกด้วยเท้าขวา จังหวะที่ 4 มือ มือซ้ายจีบคว่าที่หัวไหล่ซ้าย มือขวา จีบคว่าที่หัวไหล่ซ้าย ศีรษะ เอียงขวา
  • 52.
  • 53.