รายงาน
เรื่อง เพราะฉันคือผู้ให้
เสนอ
คุณครูอุมาภรณ์ ศรีงาม
โดย
1.นายชนายุทธ ละไม เลขที่ 3
เลขที่ 9
เลขที่ 10
เลขที่ 12
2.นายรินทอง บรรจง
3.นายศุภเดช คงประเสริฐ
4.นายสุวพันธ์ บุญเมือง
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/3
รายงานเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาแนะแนว ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2557
โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชลาดกระบัง เขตพื้นที่การศึกษา เขต 2
คำนำ
รางานเล่มนี้ได้นาประวัติชีวิตของชายผู้หนึ่งซึ่งเขาผิดพลาดมานับครั้งไม่
ถ้วน แต่ชายผู้นี้ก็ไม่ย่อท้อกับสิ่งที่ผิดพลาด ในสิ่งที่เขาทา ทาให้โลกสว่าง
สดใสในยามค่าคืน , ทาให้โลกใบนี้มีวงการมายา เขาเคยพูดออกมาว่า “ผม
ไม่ได้ทาผิดพลาด แต่ผมรู้ใน7,000กว่าหนทางที่มันไม่ได้ผลเท่านั้น” เขาผู้นี้คือ
โทมัส อัลวา เอดิสันต์
คณะผู้จัดทา
โทมัส เอดิสัน “ยอดนักประดิษฐ์” ที่เริ่ม
ประดิษฐ์สิ่งของเมื่อเขามีอายุเพียง 10
ขวบ สามารถสร้างเครื่องบันทึกเสียงได้ ทั้ง
ๆ ที่เขาเป็นคนหูหนวก และทางานอย่าง
ขยันขันแข็ง ค้นคว้าไม่หยุดหย่อน จนมีเวลา
นอนเพียง 4-5 ชั่วโมงเท่านั้น เขาได้รับการ
ยกย่องให้เป็นนักประดิษฐ์และ
นักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่งทั้ง ๆ ที่เขา
ไม่ได้เรียนหนังสือมากนัก แต่สามารถจะศึกษา
หาความรู้ได้จากนอกโรงเรียนและคนคว้าทดลองด้วยตนเอง จนมีชื่อเสียงโด่งดัง
โทมัส เอลวา เอดิสัน เกิดใน ค.ศ. 1847 ที่มลรัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา เมื่อเข้าโรงเรียนครู
กล่าวว่าเขาไม่สามารถเรียนคณิตศาสตร์ก็ได้ ดังนั้นหลังจากเรียนอยู่ได้ 3 เดือน บิดามารดาก็ต้อง
เอาออกจากโรงเรียน แล้วมารดาก็เป็นผู้สอนแทนเธอ สอนให้อ่านและเขาก็อ่านหนังสือเกี่ยวกับ
เคมีที่สามารถจะหาได้
พออายุได้ 12 ปี เขาได้ทางานเป็นเด็กเดินข่าวของรถไฟ ขายหนังสือพิมพ์และ
ผลไม้ เอดิสันหูตึงเพราะถูกพนักงานรักษารถไฟคนหนึ่งกระแทกที่หูอย่างแรง เมื่อเขาทาสารเคมี
ชนิดหนึ่งหกลงไปจนเกิดไฟลุกในรถเก็บของ ซึ่งเอดิสันใช้เป็นห้องทางาน และทาการทดลอง
วิทยาศาสตร์ แต่ตามที่เอดิสันแถลงด้วยตนเองนั้น เขากล่าวว่า “การที่หูเขาเกิดพิการก็เพราะมีคน
รถไฟคนหนึ่งได้ช่วยเหลือโดยจับหูเขาดึงขึ้นมาบนรถไฟที่กาลังเคลื่อนที่คันหนึ่งขณะที่เขาเลื่อน
ไถลลงไปใต้ท้องรถไฟและจวนเจียนจะถูกล้อทับอยู่แล้ว”
การที่เอดิสันกลายเป็นคนหูพิการ มิได้ช่วยให้เขารอดชีวิตอยู่เท่านั้น แต่ยังเป็นการช่วยเหลือ
ให้มีเครื่องบันทึกเสียงเกิดขึ้นอีกด้วย
จากอุบัติเหตุที่ทาให้เกิดไฟไหม้ครั้งนั้น ทาเอดิสันถูกไล่ออกและตกงาน แต่ไม่มีสิ่งใดทา
ให้เขาท้อแท้ได้ นายสถานีประทับใจในความเฉลียวฉลาดและไหวพริบของเขา จึงได้สอนเรื่อง
การส่งโทรเลขให้ ดังนั้นเมื่อเขาอายุได้ 15 ปี ก็ได้งานเป็นคนส่งโทรเลข เขาได้ประดิษฐ์เครื่อง
ทุ่นแรงสาหรับส่งข่าวโทรเลขในปี ค.ศง 1869 ขณะอายุได้ 21 ปี และได้จดลิขสิทธิ์สิ่งประดิษฐ์
ชิ้นแรกของเขา เอดิสันได้จดลิขสิทธิ์สิ่งประดิษฐ์ของเขามากกว่า 1,200 อย่าง
เขาได้ประดิษฐ์สิ่งสาคัญขึ้นหลายอย่างเกี่ยวกับกระแสไฟฟ้า ความจริงเขาเป็นคนที่มีทักษะ
ที่จะปฏิบัติตามความคิดใหม่ ๆ ได้ทุกอย่าง เราระลึกถึงเอดิสันในเรื่องแสงไฟฟ้า เพราะขณะนั้น
ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ในการใช้ในการให้แสงสว่างในบ้านธรรมดาได้ เพราะยังไม่มีหลอดไฟฟ้าที่มี
ประสิทธิภาพ ภายในบ้านยังต้องใช้เทียนหรือตะเกียงน้ามัน และประมาณปี ค.ศ. 1850 จึงเริ่มใช้
ก๊าซ ตอนต้นศตวรรษที่ 19 เซอร์ฮัมฟรีย์ เดวี่ ได้ประดิษฐ์ตะเกียงที่ทาให้เกิดแสงโดยผ่าน
กระแสไฟฟ้าไปยังแท่งคาร์บอน 2 แท่ง ทาให้เกิดความสว่างขึ้น แต่ก็ใช้ให้แสงสว่างในท้อง
ถนน เพราะมีขนาดใหญ่และเทอะทะ ไม่เหมาะที่จะใช้ในบ้านเรือน ต่อมาในปี
1878 นักวิทยาศาสตร์ โจเซฟ สวอน มาจากเมืองซันเดอแลนด์ ได้ประดิษฐ์หลอดไฟฟ้าขึ้นเป็น
ครั้งแรก เขาใช้แท่งคาร์บอนเล็ก ๆ ติดในกระเปาะแก้ว และทาให้แท่งคาร์บอนร้อนด้วย
ไฟฟ้า ทาให้เกิดแสงสว่างขึ้น คาร์บอนไม่เหมือนกับโลหะทั้งหลาย สามารถทาให้ร้อนพอที่จะ
ให้ความสว่างโดยไม่หลอมละลาย แต่หลอดไฟของสวอนให้แสงสว่างน้อยเกินไป ไม่สามารถ
นามาใช้ประโยชน์ได้ เอดิสันซึ่งทางานด้านเดียวกับสวอนในสหรัฐอเมริกา มองเห็นทางที่จะ
ปรับปรุงสิ่งประดิษฐ์ของสวอนให้ดีขึ้นได้ ถ้าทาให้หลอดแก้วเป็นสุญญากาศ แท่งคาร์บอนหรือ
เส้นลวด ก็จะเกิดแสงสว่างที่สว่างกว่า โดยที่ไม่ทาให้หลอดแก้วร้อนเกินไป ดังนั้นเอดิสันและ
โจเซฟ สวอน จึงได้รับเกียรติร่วมกันในสิ่งประดิษฐ์ที่สาคัญนี้ เอดิสันได้ประดิษฐ์สิ่งต่าง
ๆ กว่า 1,200 ชนิด ผลงานของเขา อาทิ เช่น แสงไฟฟ้า หีบเสียงเครื่องบันทึกเสียง ฯลฯ
เอดิสันทางานอย่างขยันขันแข็ง คืนหนึ่ง ๆ เขานอนเพียง 4-5 ชั่วโมงเท่านั้น ในตอนปลายชีวิต
สุขภาพของเขาทรุดโทรมไปมาก และถึงแก่กรรมในปี ค.ศ.1931
สิ่งประดิษฐ์ที่เอดิสันได้ส้รางขึ้นล้วนมากจากความพยายามของเขา ซึ่งได้ทา
ผิดพลาดมานับไม่ถ้วนแต่เขาก็จะพยายามทาจนถึงที่สุดเพื่อให้ได้สิ่งเขาปราถนาและ
สามารถทาประโยชน์แก่มวลมนุษยชาติได้ เขาเคยกล่าวไว้ว่า “ องค์ประกอบของ
ความสาเร็จประกอบด้วย ความพยายาม99% พรสวรรค์1% ” เขาเชื่อคาพูดนี้มาโดย
ตลอด และเขาก็ทาสาเร็จ โดยที่เขาได้ประดิษฐ์คิดค้นสร้างอุปกรณ์และสิ่งประดิษฐ์
ต่างๆและจดสิทธิบัตรไว้มากกว่า 2,000 ชิ้น รวม ทั้งเครื่องฉายภาพยนตร์ กล้องถ่าย
วิดีโอ หลอดไฟ และเครื่องบันทึกเสียงและเล่นเสียง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นต้นกาเนิดความ
ร่าเริงสดใสบนโลกใบนี้ ทาให้มนุษย์ที่อยู่ ณ โลกใบนี้ได้มีความสุขยิ่งขึ้น ทั้งแสงสว่าง
ยามค่าคืน ความบันเทิง และเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า
อ้างอิง
http://th.wikipedia.org/wiki/โทมัส_เอดิสัน
http://www.thomasedison.com/

โทมัส_เอดิสัน

  • 1.
    รายงาน เรื่อง เพราะฉันคือผู้ให้ เสนอ คุณครูอุมาภรณ์ ศรีงาม โดย 1.นายชนายุทธละไม เลขที่ 3 เลขที่ 9 เลขที่ 10 เลขที่ 12 2.นายรินทอง บรรจง 3.นายศุภเดช คงประเสริฐ 4.นายสุวพันธ์ บุญเมือง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/3 รายงานเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาแนะแนว ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2557 โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชลาดกระบัง เขตพื้นที่การศึกษา เขต 2
  • 2.
    คำนำ รางานเล่มนี้ได้นาประวัติชีวิตของชายผู้หนึ่งซึ่งเขาผิดพลาดมานับครั้งไม่ ถ้วน แต่ชายผู้นี้ก็ไม่ย่อท้อกับสิ่งที่ผิดพลาด ในสิ่งที่เขาทาทาให้โลกสว่าง สดใสในยามค่าคืน , ทาให้โลกใบนี้มีวงการมายา เขาเคยพูดออกมาว่า “ผม ไม่ได้ทาผิดพลาด แต่ผมรู้ใน7,000กว่าหนทางที่มันไม่ได้ผลเท่านั้น” เขาผู้นี้คือ โทมัส อัลวา เอดิสันต์ คณะผู้จัดทา
  • 3.
    โทมัส เอดิสัน “ยอดนักประดิษฐ์”ที่เริ่ม ประดิษฐ์สิ่งของเมื่อเขามีอายุเพียง 10 ขวบ สามารถสร้างเครื่องบันทึกเสียงได้ ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นคนหูหนวก และทางานอย่าง ขยันขันแข็ง ค้นคว้าไม่หยุดหย่อน จนมีเวลา นอนเพียง 4-5 ชั่วโมงเท่านั้น เขาได้รับการ ยกย่องให้เป็นนักประดิษฐ์และ นักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่งทั้ง ๆ ที่เขา ไม่ได้เรียนหนังสือมากนัก แต่สามารถจะศึกษา หาความรู้ได้จากนอกโรงเรียนและคนคว้าทดลองด้วยตนเอง จนมีชื่อเสียงโด่งดัง โทมัส เอลวา เอดิสัน เกิดใน ค.ศ. 1847 ที่มลรัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา เมื่อเข้าโรงเรียนครู กล่าวว่าเขาไม่สามารถเรียนคณิตศาสตร์ก็ได้ ดังนั้นหลังจากเรียนอยู่ได้ 3 เดือน บิดามารดาก็ต้อง เอาออกจากโรงเรียน แล้วมารดาก็เป็นผู้สอนแทนเธอ สอนให้อ่านและเขาก็อ่านหนังสือเกี่ยวกับ เคมีที่สามารถจะหาได้
  • 4.
    พออายุได้ 12 ปีเขาได้ทางานเป็นเด็กเดินข่าวของรถไฟ ขายหนังสือพิมพ์และ ผลไม้ เอดิสันหูตึงเพราะถูกพนักงานรักษารถไฟคนหนึ่งกระแทกที่หูอย่างแรง เมื่อเขาทาสารเคมี ชนิดหนึ่งหกลงไปจนเกิดไฟลุกในรถเก็บของ ซึ่งเอดิสันใช้เป็นห้องทางาน และทาการทดลอง วิทยาศาสตร์ แต่ตามที่เอดิสันแถลงด้วยตนเองนั้น เขากล่าวว่า “การที่หูเขาเกิดพิการก็เพราะมีคน รถไฟคนหนึ่งได้ช่วยเหลือโดยจับหูเขาดึงขึ้นมาบนรถไฟที่กาลังเคลื่อนที่คันหนึ่งขณะที่เขาเลื่อน ไถลลงไปใต้ท้องรถไฟและจวนเจียนจะถูกล้อทับอยู่แล้ว” การที่เอดิสันกลายเป็นคนหูพิการ มิได้ช่วยให้เขารอดชีวิตอยู่เท่านั้น แต่ยังเป็นการช่วยเหลือ ให้มีเครื่องบันทึกเสียงเกิดขึ้นอีกด้วย
  • 5.
    จากอุบัติเหตุที่ทาให้เกิดไฟไหม้ครั้งนั้น ทาเอดิสันถูกไล่ออกและตกงาน แต่ไม่มีสิ่งใดทา ให้เขาท้อแท้ได้นายสถานีประทับใจในความเฉลียวฉลาดและไหวพริบของเขา จึงได้สอนเรื่อง การส่งโทรเลขให้ ดังนั้นเมื่อเขาอายุได้ 15 ปี ก็ได้งานเป็นคนส่งโทรเลข เขาได้ประดิษฐ์เครื่อง ทุ่นแรงสาหรับส่งข่าวโทรเลขในปี ค.ศง 1869 ขณะอายุได้ 21 ปี และได้จดลิขสิทธิ์สิ่งประดิษฐ์ ชิ้นแรกของเขา เอดิสันได้จดลิขสิทธิ์สิ่งประดิษฐ์ของเขามากกว่า 1,200 อย่าง เขาได้ประดิษฐ์สิ่งสาคัญขึ้นหลายอย่างเกี่ยวกับกระแสไฟฟ้า ความจริงเขาเป็นคนที่มีทักษะ ที่จะปฏิบัติตามความคิดใหม่ ๆ ได้ทุกอย่าง เราระลึกถึงเอดิสันในเรื่องแสงไฟฟ้า เพราะขณะนั้น ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ในการใช้ในการให้แสงสว่างในบ้านธรรมดาได้ เพราะยังไม่มีหลอดไฟฟ้าที่มี ประสิทธิภาพ ภายในบ้านยังต้องใช้เทียนหรือตะเกียงน้ามัน และประมาณปี ค.ศ. 1850 จึงเริ่มใช้
  • 6.
    ก๊าซ ตอนต้นศตวรรษที่ 19เซอร์ฮัมฟรีย์ เดวี่ ได้ประดิษฐ์ตะเกียงที่ทาให้เกิดแสงโดยผ่าน กระแสไฟฟ้าไปยังแท่งคาร์บอน 2 แท่ง ทาให้เกิดความสว่างขึ้น แต่ก็ใช้ให้แสงสว่างในท้อง ถนน เพราะมีขนาดใหญ่และเทอะทะ ไม่เหมาะที่จะใช้ในบ้านเรือน ต่อมาในปี 1878 นักวิทยาศาสตร์ โจเซฟ สวอน มาจากเมืองซันเดอแลนด์ ได้ประดิษฐ์หลอดไฟฟ้าขึ้นเป็น ครั้งแรก เขาใช้แท่งคาร์บอนเล็ก ๆ ติดในกระเปาะแก้ว และทาให้แท่งคาร์บอนร้อนด้วย ไฟฟ้า ทาให้เกิดแสงสว่างขึ้น คาร์บอนไม่เหมือนกับโลหะทั้งหลาย สามารถทาให้ร้อนพอที่จะ ให้ความสว่างโดยไม่หลอมละลาย แต่หลอดไฟของสวอนให้แสงสว่างน้อยเกินไป ไม่สามารถ นามาใช้ประโยชน์ได้ เอดิสันซึ่งทางานด้านเดียวกับสวอนในสหรัฐอเมริกา มองเห็นทางที่จะ ปรับปรุงสิ่งประดิษฐ์ของสวอนให้ดีขึ้นได้ ถ้าทาให้หลอดแก้วเป็นสุญญากาศ แท่งคาร์บอนหรือ เส้นลวด ก็จะเกิดแสงสว่างที่สว่างกว่า โดยที่ไม่ทาให้หลอดแก้วร้อนเกินไป ดังนั้นเอดิสันและ โจเซฟ สวอน จึงได้รับเกียรติร่วมกันในสิ่งประดิษฐ์ที่สาคัญนี้ เอดิสันได้ประดิษฐ์สิ่งต่าง ๆ กว่า 1,200 ชนิด ผลงานของเขา อาทิ เช่น แสงไฟฟ้า หีบเสียงเครื่องบันทึกเสียง ฯลฯ เอดิสันทางานอย่างขยันขันแข็ง คืนหนึ่ง ๆ เขานอนเพียง 4-5 ชั่วโมงเท่านั้น ในตอนปลายชีวิต สุขภาพของเขาทรุดโทรมไปมาก และถึงแก่กรรมในปี ค.ศ.1931
  • 7.
    สิ่งประดิษฐ์ที่เอดิสันได้ส้รางขึ้นล้วนมากจากความพยายามของเขา ซึ่งได้ทา ผิดพลาดมานับไม่ถ้วนแต่เขาก็จะพยายามทาจนถึงที่สุดเพื่อให้ได้สิ่งเขาปราถนาและ สามารถทาประโยชน์แก่มวลมนุษยชาติได้ เขาเคยกล่าวไว้ว่า“ องค์ประกอบของ ความสาเร็จประกอบด้วย ความพยายาม99% พรสวรรค์1% ” เขาเชื่อคาพูดนี้มาโดย ตลอด และเขาก็ทาสาเร็จ โดยที่เขาได้ประดิษฐ์คิดค้นสร้างอุปกรณ์และสิ่งประดิษฐ์ ต่างๆและจดสิทธิบัตรไว้มากกว่า 2,000 ชิ้น รวม ทั้งเครื่องฉายภาพยนตร์ กล้องถ่าย วิดีโอ หลอดไฟ และเครื่องบันทึกเสียงและเล่นเสียง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นต้นกาเนิดความ ร่าเริงสดใสบนโลกใบนี้ ทาให้มนุษย์ที่อยู่ ณ โลกใบนี้ได้มีความสุขยิ่งขึ้น ทั้งแสงสว่าง ยามค่าคืน ความบันเทิง และเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า
  • 8.