More Related Content
PDF
PDF
PPT
วิกฤตโลกร้อนและเกษตรกรรายย่อย PPT
PPT
PDF
การส่งเสริมให้ชุมชนเป็นฐานในการบรรเทาผลกระทบและการปรับตัวจากสภาวะโลกร้อนต่อภา... PPT
PDF
การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก ( Climate Change ) Similar to ผลการผลิต เชียงใหม่
PPTX
การพัฒนางานวิจัยข้าวสู่การใช้ประโยชน์ในภาคเหนือตอนบน PDF
National Adaptation Plans Thailand PDF
PDF
PDF
การส่งเสริมการเพิ่มผลผลิตของข้าว โดยการบริหารการจัดการปลูกข้าว PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
Landscape maintenance and management2 PDF
PDF
560221 meeting report ppn@1-2556 PDF
PDF
รายงานความก้าวหน้าฯ วษท ชร PPTX
นโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แบบเบ็ดเสร็จ (Single Command) DOC
ระเบียบวิธีการวิจัยของโครงการสำรวจและศึกษาเชื้อพันธุ์จันทน์เทศ PDF
PDF
งานคอม (แผงปลูกข้าวลอยน้ำ) PDF
หนังสือ วิทย์ชิดชุมชน: เข้าถึง เปิดรับ ปรับเปลี่ยน DOCX
การศึกษาพันธุ์ข้าวต่างๆที่เหมาะสมกับภูมิศษสตร์ของอำเภอท่าตูม ผลการผลิต เชียงใหม่
- 1.
- 2.
I. วัตถุประสงค์ของการวิจัย ๑. เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศในช่วง ๕๐ ปีที่ผ่านมา ( ตั้งแต่ปี 2500) และแนวโน้มในอนาคตทั้งระดับชุมชนเป้าหมายและระดับจังหวัดเชียงใหม่ ๒ . เพื่อศึกษาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่มีผลต่อการปรับเปลี่ยนระบบและรูปแบบการผลิตของเกษตรกรรายย่อยในพื้นที่เป้าหมายในจังหวัดเชียงใหม่ ๓ . เพื่อศึกษาผลกระทบจากระบบและรูปแบบเกษตรที่เปลี่ยนแปลงกับความมั่นคงทางด้านอาหาร ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม และด้านทางเลือกอื่น ๆของเกษตรกรรายย่อย - 3.
คำถามของประเด็นการวิจัย ๑ . การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศของชุมชนเป้าหมายและจังหวัดเชียงใหม่ในช่วง ๓๐ ปีที่ผ่านมาเป็นอย่างไร และแนวโน้มของสภาพอากาศที่จะเกิดขึ้นในช่วง ๓๐ ปีข้างหน้าเป็นอย่างไร ? ๒ . ปัจจัยอะไรที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงระบบการผลิตทางการเกษตร ? และ ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศต่อระบบ รูปแบบ ชนิดพืช ความมั่นคงทางด้านอาหาร ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม จนมีส่วนผลักดันให้เกิดการปรับเปลี่ยนระบบ รูปแบบ และชนิดของการปลูกพืช มีอะไรบ้าง ? ๓ . มีวิธีในการปรับตัวทางการเกษตร โดยเฉพาะด้านระบบและรูปแบบการผลิตทางการเกษตรอะไรบ้างที่ทำให้เกษตรกรรายย่อยอยู่ได้ภายใต้การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศเช่นปัจจุบัน ? จากการปรับเปลี่ยนระบบและรูปแบบเกษตรดังกล่าว ได้มีผลอะไรบ้างต่อความมั่นคงทางอาหาร ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคมของเกษตรกรรายย่อย ? - 4.
๔ . นอกเหนือจากการผลิตทางการเกษตรแล้วมีทางเลือกอื่นอะไรบ้างที่สามารถทำให้เกษตรกรรายย่อยอยู่ได้ภายใต้การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศเช่นปัจจุบัน ? และมีผลที่เกิดขึ้นอะไรบ้างทางด้านความมั่นคงทางอาหาร ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคมของเกษตรกรรายย่อยจากการปรับเปลี่ยนจากการปรับเปลี่ยนเป็นอาชีพทางเลือกดังกล่าว ? ๕ . แนวทางและปัจจัยสนับสนุนในการปรับตัวของเกษตรกรรายย่อยด้วยระบบเกษตรยั่งยืนที่สำคัญควรมีอะไรบ้าง ? ๖ . แนวทางในการรณรงค์ด้านนโยบาย การสร้างความรู้และจิตสำนึกสาธารณะในการต่อกรกับปัญหาโลกร้อนและการสนับสนุนการปรับตัวของเกษตรกรรายย่อยที่ยากจนในการรับมือกับสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงที่สำคัญควรมีอะไรบ้าง ? - 5.
II. ทบทวนวรรณกรรม แบบจำลองภูมิอากาศส่วนใหญ่ทำนายว่าอากาศจะร้อนขึ้นในเขตร้อน ( ระหว่างเส้นรุ้ง 22½ ˚ เหนือและใต้ ) มากกว่าในเขตอบอุ่น โดยคาดว่าอุณหภูมิจะเพิ่มขึ้น 1-2˚C ระหว่างช่วงเวลา พ . ศ . 2523-2542 ถึงช่วงเวลา พ . ศ . 2563-2582 ในขณะที่ปริมาณฝนอาจลดลง 20% ถึง เพิ่มขึ้น 5% ( มิ่งสรรพ์ และคณะ 2552) สถาบันวิจัยข้าวนานาชาติ ได้ศึกษาพบว่า การเพิ่มขึ้นของความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไชด์ เป็น 2 เท่า และอุณหภูมิเพิ่มขึ้น ปริมาณผลผลิตข้าวอาจลดลง ( IRRI 2007, ในวิฑูรย์ และในดวงจันทร์ หน้า 181) อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยตลอดฤดูที่เพิ่มขึ้นจากฐาน 22˚C ลดจำนวนดอก / รวง ในอัตราที่ต่างกันในข้าวต่างพันธุ์ และเพิ่ม % ข้าวลีบหลังผสมเกสรแล้วต่างกันในข้าวต่างพันธุ์ ( มิ่งสรรพ์ , หน้า 251) - 6.
ทบทวนวรรณกรรม (ต่อ ) ผลผลิตพืชอาหารและพืชพลังงานอาจลดต่ำลงเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น เมื่อกระบวนการ พัฒนาของพืชถูกเร่งให้เร็วขึ้น เวลาในการสร้างใบสำหรับสังเคราะห์แสง และเวลาในการสะสมผลิตเมล็ด หรือหัว หรือน้ำตาลถูกจำกัดให้สั้นลงตลอดจนการระบาดของโรคและแมลงศัตรูพืชจากสภาพอากาศที่แปรเปลี่ยนไป ( Mitchell ในมิ่งสรรพ์ , หน้า 96 , 239) การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศกับความมั่นคงทางอาหาร : ความแปรปรวนของสภาพอากาศทำให้ฝนไม่ตกในช่วงเวลาที่ควรจะตก หรือฝกตกหนักแล้วทิ้งช่วง ฝนไม่กระจายตัวตามที่เคยเป็น อากาศร้อนเป็นระยะเวลายาวนาน หรือช่วงที่มีอากาศเย็นสั้นลง น้ำท่วมเป็นเวลานาน ได้ส่งผลกระทบต่อผลผลิตทั่วประเทศไทย - 7.
ความสามารถปรับตัวของระบบการเพาะปลูกไทยในเวลาประมาณ 50 ปีที่ผ่านมา เกิดขึ้นจาก เทคโนโลยี่และตลาดใหม่ๆ การลงทุนของภาครัฐในโครงสร้างพื้นฐาน ( ระบบชลประทาน ) การปรับปรุงพันธุ์ การปรับตัวของเกษตรกรต่อระบบไร่นามีหลากหลายวิธี เช่น การเลือกใช้พันธุ์ที่ทนต่อความแห้งแล้ง การใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำให้มีประสิทธิภาพ การปลุกพืชหลายชนิดในแปลงเดียว การพัฒนาเทคนิคการอนุรักษ์น้ำและการจัดการการปลูกพืช ( มิ่งสรรพ์ , หน้า 101) - 8.
III. กระบวนการและวิธีการวิจัยขั้นที่ 1 การประเมินความเป็นไปได้ในการวิจัย การทบทวนวรรณกรรม 1 และการสัมภาษณ์เกษตรกร ขั้นที่ 2 การพัฒนาโครงการวิจัย ขั้นที่ 3 การทบทวนวรรณกรรม 2 ขั้นที่ 4 การออกแบบและทดสอบแบบสัมภาษณ์ ขั้นที่ 5 การรวบรวมข้อมูล การสัมภาษณ์รายบุคคล / ครอบครัว การประชุมกลุ่มย่อย กรณีศึกษา ขั้นที่ 6 การวิเคราะห์และการสังเคราะห์ข้อมูล ขั้นที่ 7 การเพิ่มเติมข้อมูล ระดับชุมชน / พื้นที่ และระดับระหว่างคณะทำงาน 4 โครงการ ขั้นที่ 8 การเผยแพร่ ระดับชุมชน / จังหวัด และระดับชาติ - 9.
๔ . ๑. อุณหภูมิ 30 ปีที่ผ่านมาของเชียงใหม่ - 10.
- 11.
๔ . ๒ระบบ รูปแบบการเกษตร และชนิดพืชที่ปลูกแต่ละพื้นที่ ลิ้นจี่ ลิ้นจี่ กล้วยน้ำว้า - - ชนิดพืชที่ปลูก ในที่สูง ลิ้นจี่ กล้วยน้ำว้า ลำไย ลำไย ผัก ข้าว - มันฝรั่ง - ข้าวโพด หรือ ข้าว - มันฝรั่ง - ผัก หรือ ข้าว - พริก - พริก หรือ ข้าว - พริก - ผัก ข้าว - ถั่วผักยาว ชนิดพืชที่ปลูก ในที่ดอน ข้าว - มันฝรั่ง ข้าว - ถั่วเหลือง ลำไย ข้าว - ข้าว ข้าว - มันฝรั่ง ข้าว - มันฝรั่ง - ข้าวโพด ชนิดพืชที่ปลูก ในที่นาลุ่ม ทำเคมีเชิงเดี่ยวเกือบทั้งหมด ทำเคมีเชิงเดี่ยวเกือบทั้งหมด ทำเคมีเชิงเดี่ยวเกือบทั้งหมด ทำเคมีเชิงเดี่ยวเกือบทั้งหมด ระบบเกษตร ไชยปราการ อำเภอแม่แตง อำเภอสารภี อำเภอสันทราย - 12.
- 13.
- 14.
- 15.
- 16.
- 17.
- 18.
- 19.
- 20.
- 21.
- 22.
ถ้าหากอุณหภูมิของดินสูงอยู่ระหว่าง 28-35 องศาเซลเซียส จะทำให้หัวพันธุ์มันฝรั่งที่ใช้ปลูกเกิดการเน่าหรือทำให้การเจริญเติบโตของหน่อไม่ดี เนื่องจากมีอัตราการหายใจสูงและได้รับออกซิเจนไม่เพียงพออาจจะทำให้หัวที่เกิดใหม่เน่าได้ ( ประสิทธิ์ โนรี , 2542 ) อุณหภูมิต่ำ ( ต่ำกว่า 15 องศาเซลเซียส ) จะชะงักการงอกของหน่อ ส่วนดินที่มีอุณหภูมิสูงขึ้นจะช่วยเร่งการเจริญของหน่อทำให้งอกได้เร็ว แต่ถ้าดินมีอุณหภูมิสูงเกินไปคือมีอุณหภูมิดินในเวลากลางคืนสูงกว่า 20 องศาเซลเซียส จะมีผลต่อการสร้างหัวมันฝรั่ง - 23.
- 24.
- 25.
- 26.
- 27.
- 28.
ผลกระทบในระดับนาข้าวของเกษตรกรเคมี จาก 11 ราย อากาศร้อนแมลงเพิ่มมากขึ้น เช่น เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล 4 ราย ( นายประพันธ์ อินปั๋น นายประเสริฐ สิงห์ธร นายสิงห์แก้ว ศรีแท่นแก้ว นายบุญรัตน์ สิงห์แก้ว ) หอยเพิ่มขึ้น ปูเพิ่มขึ้น 2 ราย ( นายสิงห์แก้ว ศรีแท่นแก้ว นายบุญรัตน์ สิงห์แก้ว ) ข้าวเป็นโรคมากขึ้น เช่น โรคตายคอ 2 ราย ( นายสมาน ดอนวิเศษ นายบุญรัตน์ สิงห์แก้ว ) ฝนไม่ตกตามฤดูกาล ทำให้ได้ผลผลิตลดลง 1 ราย ( นายประเสริฐ สิงห์ธร ) ถ้าอากาศร้อนจะเป็นโรคถอดฝักดาบ ( นางผิน ชมพล ) ระบบน้ำเปลี่ยนแปลงคือ 7 วันปล่อยน้ำ 7 วันปิดน้ำทำให้ผลผลิตข้าวลดลง ( นายคำจันทร์ ขอดแก้ว ) เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลระบาดในข้าวทำให้ผลผลิตลดลง หอยเชอรี่ระบาดเพิ่มมากขึ้น ( นางสังวาลย์ ขอดแก้วและนายอำพันธ์ อาทิ ) ถ้าฝนตกในเดือนสิงหาคมจะเกิดบั่ว ถ้าอากาศร้อนจัดจะแตกกอไวขึ้น ( นายประเสริฐ คำหมื่น ) - 29.
ผลกระทบในระดับนาข้าวของเกษตรกรอินทรีย์ จาก 4 ราย โรคแมลงจะเริ่มรบกวนหลังจากปลูกแล้ว 1 เดือน โรคที่พบคือ โรคใบไหม้จะพบในช่วงระยะกล้า และโรคไหม้คอรวงในช่วงก่อนเก็บเกี่ยว แมลงที่พบคือ เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและเพลี้ยจักจั่นสีเขียว และจะระบาดมากถ้าหากเกิดฝนทิ้งช่วง ซึ่งปีนี้ไม่พบว่าแมลงระบาด แต่พบแมลงหวี่ขาวบ้างแต่ไม่เป็นปัญหา แต่ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาเกิดฝนทิ้งช่วงเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลและเพลี้ยจักจั่นสีเขียวระบาดจนทำให้ผลผลิตเสียหาย ศัตรูอื่นๆ ที่พบคือ ปูและหอยเชอรี่ การจัดการคือ เก็บปูไปขายและเก็บหอยเชอรี่ทำน้ำหมัก ( นายอนันต์ สมจักร ) อากาศร้อนทำให้น้ำแห้งส่งผลให้ผลผลิตข้าวลดลง ( นางสุวรินทร์ อินสวรรค์ ) อากาศร้อนทำให้ใบข้าวมีอาการแห้ง ( นางอัมพร จะวะนะ ) น้ำขาดแคลน ทำให้ผลผลิตข้าวลดลง ( นางสาวรัตนา อินต๊ะ ) - 30.
การปรับตัวของเกษตรกรเคมี (ข้าว ) พ่นสารฆ่าแมลง 3 ราย ( นายประพันธ์ อินปั๋น นายประเสริฐ สิงห์ธร นายบุญรัตน์ สิงห์แก้ว ) ยังไม่มีแนวทางการปรับตัว 3 ราย ( นายประเสริฐ คำหมื่น นายคำจันทร์ ขอดแก้วและนายอำพันธ์ อาทิ ) ยังไม่มีแนวทางในการปรับตัว แต่จะช่วยกันปลูกป่าเพิ่มขึ้น ( นายสิงห์แก้ว ศรีแท่นแก้ว นายสมาน ดอนวิเศษ ) ใช้สารเคมีฉีดพ่นใช้ฆ่าหอย 2 ราย ( นางผิน ชมพล นางสังวาลย์ ขอดแก้ว ) - 31.
การปรับตัวของเกษตรกรอินทรีย์ (ข้าว ) ถ้าเกิดโรคถอดฝักดาบป้องกันโดย คือ แช่เมล็ดข้าวในน้ำบอระเพ็ด ก่อนหว่าน จะช่วยป้องกันโรคถอดฝักดาบได้ และขุดสระเก็บน้ำไว้ในสวนไร่นา ( นายอนันต์ สมจักร ) ยังไม่มีแนวทางในการปรับตัว 3 ราย ( นางสุวรินทร์ อินสวรรค์และนางอัมพร จะวะนะนางสาวรัตนา อินต๊ะ ) ปล่อยให้ตัวห้ำตัวเบียนในการจัดการเพลี้ยจั๊กจั่น นายไพบูลย์ ทิพย์มูล เลือกพืชที่ต้องการน้ำน้อย ปลูกพืชพันธุ์พื้นบ้านมากขึ้นนายบุญแหลง ทิพย์มูล - 32.
- 33.
- 34.
- 35.
ระดับอุณหภูมิกลางวัน / กลางคืนที่ 15/15 องศาเซลเซียสหรือ 20/10 องศาเซลเซียสกับลำไยพันธุ์แห้ว พบว่าต้นลำไยสามารถสร้างตาดอกได้ เมื่อได้รับอุณหภูมิดังกล่าวนาน 4 สัปดาห์ ( นพดล จรัสสัมฤทธิ์ จากการสัมภาษณ์ ) กิ่งตอนลำไยพันธุ์อีดอ ที่ได้รับอุณหภูมิ 18/10 องศาเซลเซียสประมาณ 35 วันสามารถแทงช่อดอกได้ เช่นกัน บทบาทของอุณหภูมิ ต่อการออกดอกนั้นเชื่อกันว่า อุณหภูมิมีผลต่อการ เปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมนในพืช ( พรีเดช , 2529 - 36.
- 37.
ผลกระทบของเกษตรกรเคมี (ลำไย ) ลำไย อากาศร้อน ใบ ผล จะแห้ง 3 ราย ( นางบังอร ปีนัง นางบุญญาพร ประอินทร์ นางธนิดา ปะอินทร์ ) ลำไย ถ้าอากาศหนาวจะไม่ค่อยออกยอด ( นางประไพร ศรีจันทร์ ) ถ้าอากาศร้อนจัด ลำไยร่วงถึง 30% ถ้าอากาศหนาวจะแทงช่อดี ถ้าฝนตกจะดีเพราะลำไยชอบเย็น ( นายศรีนวล อุ่นต๊ะ ) อากาศร้อน ทำให้ใบลำไยไม่สวยมีอาการแห้งเหี่ยว ( นายสิงห์แก้ว กุนาธรรม ) อากาศไม่ค่อยหนาวในช่วงเดือน ต . ค . - พ . ย . ทำให้ลำไย ออกดอกดีแต่ไม่มีผล ( นายเนตร จะติ ) หนอนคืบละหุ่ง หนอนบุ้งกินใบ เพลี้ยไฟ , ระบาดเพิ่มมากขึ้นจากแต่ก่อน ( นายอาคม โพธาวรรณ ) หลังจาการเก็บเกี่ยวจะต้องมีการเด็ดช่อ แต่ก่อนจะโปร่งใบแล้วแทงช่อใหม่ แต่ปัจจุบันเด็ดแล้วไม่ค่อยโปร่งใบ หนอนคืบระบาดเพิ่มมากขึ้น การออกดอกช้าลง ( นายเฉลิม หน่อเรือง ) - 38.
ผลกระทบของเกษตรกรอินทรีย์ (ลำไย ) อยากออกดอกก็ออก ไม่อยากออกก็ไม่ออก ออกดอกช้า ในช่วงฤดูกาลผลิตปี 2541 ลำไยไม่ออกดอกเพราะอากาศไม่หนาว ( นายดวงทิพย์ ต๊ะวนา ) อากาศร้อนขึ้น ลำไยผลจะออกช้า ลูกเล็กลง แต่ก่อนออกดอกปลาย ม . ค . ปัจจุบันออกดอกปลาย ก . พ . การเก็บเกี่ยวลำไยสุกเร็วเพราะอากาศร้อน แต่ก่อนเก็บเกี่ยว ส . ค . ลูกใหญ่ดีผิวดี ปัจจุบันเก็บเกี่ยวต้นเดือน ก . ค . ลูกเล็กไม่เหมือนแต่ก่อน ( นายบุญรัตน์ กันทา ) อากาศร้อนลำไยไม่ค่อยแทงช่อ จะโปร่งใบแทน ส่งผลให้ผลผลิตลดลง อากาศแปรปรวนทำให้ดอกลำไยไม่ค่อยออก ( นายสวัสดิ์ อินต๊ะโพก ) ลำไยจะเก็บเกี่ยวกลางเดือนกรกฎาคม แต่ปัจจุบันจะเก็บเกี่ยวปลายเดือนกรกฎาคม ( นายธนศักด์ พุทธธรรมชัย ต . สบเปิง อ . แม่แตง ) - 39.
วิธีการปรับตัวของเกษตรกรเคมี (ลำไย ) ใช้ปูนขาวโรยดิน สูบน้ำรดลำไยให้มากและบ่อยขึ้นขึ้น ( นางบังอร ปีนัง ) ใส่ปุ๋ยปรับสภาพดิน ( นางบุญญาพร ปะอินทร์ ) ปรับปรุงดินให้เก็บน้ำได้มากขึ้น ( นางธนิดา ปะอินทร์ ) ใส่สารโพแทสเซียมคลอเรต ถ้าไม่ใส่ลำไยจะไม่ค่อยออกดอก ( นายอาคมโพธาวรรณ ) ใช้สารเพิ่มขึ้นเพื่อให้ลำไยออกดอก ใส่ปีละครั้ง ( นายเนตร จะติ ) ปลูกให้หลากหลาย ปลูกผลไม้ ปลูกพืชยืนต้น ( นายเฉลิม หน่อเรือง ) - 40.
วิธีการปรับตัวของเกษตรกรอินทรีย์ (ลำไย ) ปรับระบบจากเกษตรเคมีหันมาทำเกษตรอินทรีย์เน้นความหลากหลายในสวน และช่วยพลิกค้นนโยบายรัฐบาลให้ส่งเสริมเรื่องเกษตรอินทรีย์ หันมาสนใจเรื่องนี้อย่างจริงจัง ให้หันมาทำเกษตรอินทรีย์ ( นายดวงทิพย์ ต๊ะวนา ) ปลูกต้นไม้เยอะๆ ( นายบุญรัตน์ กันทา ) ปลูกพืชหลากหลาย ( นายสวัสดิ์ อินต๊ะโพก ) - 41.
- 42.
- 43.
- 44.
- 45.
ผลกระทบสวนลิ้นจี่ของเกษตรกรเคมี ลิ้นจี่ออกช่อช้าลง เพราะอากาศไม่หนาวเหมือนแต่ก่อน บางต้นออกช่อ แต่ไม่ติดผลกลายเป็นโปร่งใบ ( นางวิไล รัตนะเวียงผา ) การออกดอกช้าลง ถ้าปลายเดือนมกราคมยังไม่ออกช่อก็จะไม่มีผลผลิต ( นายเมือง พวงมาลา ) มีโรคราดำระบาด ทำให้ลิ้นจี่ร่วงไม่ได้ผลผลิต อากาศไม่หนาวลิ้นจี่ไม่ออกช่อ 2 ราย ( นางนานู สาทู นางวิภัทธ์ รัตนะเวียงผา ) ลิ้นจี่เป็นโรคราดำทำลายช่วงใกล้เก็บเกี่ยว ทำให้ผลผลิตลดลง แมลงเพิ่ม มากขึ้น เช่น หนอนเจาะขั้ว ถ้ากลางเดือนก . พ . ยังไม่ยังออกช่อก็จะไม่มีผลปีนี้ก็จะไม่มีผลผลิตขาย ( นายสมบูรณ์ ตาคุ ) ลิ้นจี่ห้ามโดนฝนจะทำให้ร่วง ( นายประเสริฐ กูนุ ) ลิ้นจี่โดนหนอนเจาะขั้ว 3 ราย ( นายละแฮ ทวีศักดิ์วนาไพร นายสุรัตน์ ลี่โพ นายเสถียรภาพสินพุ ) - 46.
- 47.
- 48.
- 49.
สรุปการปรับตัวทางการเกษตร จากเกษตรกรที่ให้ข้อมูล จำนวน 103 ราย พบว่า ไม่มีประสบการณ์การปรับเปลี่ยนระบบ รูปแบบ และชนิดพืช จากการเปลี่ยนแปลงของสภาพดินฟ้าอากาศ ( ร้อยละ 42.72) มีผู้มีประสบการณ์การปรับเปลี่ยนระบบ รูปแบบ และชนิดพืช จากการเปลี่ยนแปลงของสภาพดินฟ้าอากาศ ( ร้อยละ 57.28 ) - 50.
แนวทางและวิธีการในการปรับเปลี่ยนจาก 69 ราย ( เกษตรกรเคมี 30 ราย เกษตรกรอินทรีย์ 39 ราย ) 32 ราย ( 37.30%) ปล่อยไปตามธรรมชาติ , 13 ราย ( 22.04%) ปลูกใหม่อีกครั้ง , 9 ราย (15.25%) เปลี่ยนชนิดพืช และเลื่อนเดือนปลูก , 5 ราย (8.47%) ปรับระบบการผลิต , 1 ราย ( 1.69%) เปลี่ยนอาชีพ , และ ไม่มีใครเปลี่ยนพันธพืช ดังกราฟ ข้างล่างนี้ - 51.
- 52.
เกณฑ์เพื่อประกอบการตัดสินใจจำนวน 152 ราย ใช้เกณฑ์ของ Iibery, 1985 100.00 152 รวม 32.24 49 เกณฑ์ผลประโยชน์มากที่สุด ( เกษตรกรจะเลือกปลูกพืชชนิดที่ให้ผลประโยชน์สูงสุด ) 3.95 6 เกณฑ์ความเสียใจน้อยที่สุด ( เกษตรกรพยายามจะเลือกเอาวิธีการที่จะทำให้พวกเขาผิดหวังน้อยที่สุด โดยมีข้อแม้ว่าสามารถคาดการณ์สภาพแวดล้อมได้ถูกต้อง ) 5.91 9 เกณฑ์โอกาสดีที่สุด ( เกษตรกรไม่สามารถที่จะคาดหวังว่าทั้งสิ่งที่ดี และสิ่งที่ไม่ดีที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่เกษตรกรจะคาดหวังว่าจะมีสิ่งที่เกิดขึ้นในทางที่ดี ) 22.37 34 เกณฑ์ค่าเฉลี่ยสูงสุด ( เมื่อเกษตรกรไม่รู้ข้อมูลดีพอ โดยจะเรียนรู้และได้รับข้อมูลจากคนในพื้นที่ ) 35.53 54 เกณฑ์ต่ำสุด ( เกิดผลเสียต่อผลผลิตน้อยที่สุด หรือการทำให้ต้นทุนในการผลิตต่ำสุดเพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดีที่สุด ) ร้อยละ ราย เกณฑ์เพื่อประกอบการตัดสินใจ - 53.
การปรับตัวกับความมั่นคงทางอาหาร ความหมาย : การมีอาหารสำหรับบริโภคภายในครัวเรือน และชุมชนอย่างพอเพียง ปลอดภัยและมีคุณภาพ ตลอดเวลาและต่อเนื่อง การมีระบบการจัดการผลผลิตที่เกื้อหนุนต่อความยั่งยืน ความมั่นคงทางการผลิตทั้งที่ดิน น้ำ และทรัพยากรเพื่อการผลิตอื่นๆ มีระบบการกระจายผลผลิตที่เป็นธรรม และเหมาะสมทั้งในระดับครัวเรือน ชุมชน และประเทศชาติ ( FAO, มิ่งสรรพ์ , หน้า 96) - 54.
สถานภาพของความมั่นคงทางอาหาร ซื้อ 30-50 % ซื้อเกือบ 90 % การมีอาหารบริโภค ปลอดภัยเพียงพอ สร้างตลาดด้วยตนเอง พึ่งตลาดคนอื่น ระบบตลาด ผสมผสาน หลากหลาย สมดุล เชิงเดี่ยว ระบบผลิต มีปัญหา มีปัญหา ปัจจัยการผลิตที่ดิน น้ำ อากาศ ระบบเกษตรอินทรีย์ ระบบเกษตรเคมี - 55.
- 56.
เกษตรกรเขตอำเภอสันทราย - มันฝรั่งข้าว พริก ถั่วเหลือง ( ทั้งใกล้และห่างป่า - เขตชลประทาน ) หากกลุ่มที่ติดป่า จะให้ความสำคัญของการฟื้นฟูป่า การปฏิรูปที่ดิน การทำระบบเกษตรกรรมยั่งยืน การทำระบบตลาดชุมชนเกษตรอินทรีย์ และ รวบรวมพันธุกรรมพืชพื้นบ้านในสวนเกษตรกร เช่น ข้าวสาลี ( ข้าวโพด ) ปรับปรุงมันฝรั่งพันธุ์ทนแล้ง มันอินทรีย์ การมีข้อมูลให้เกษตรกร เช่น มีเครื่องมือตรวจอุณหภูมิในดิน ต้องวิจัย อุณหภูมิ โรงแปรรูปมันฝรั่ง พัฒนากังหันลมดูดบาดาล - 57.
เกษตรกรเขตอำเภอสารภี - ลำไย ( ไม่มีป่า - เขตชลประทาน ) เน้นการปฏิรูปที่ดิน ปรับจากลำใยเชิงเดี่ยวมาเป็นเกษตรอินทรีย์หลากหลาย ( ระบบเกษตรกรรมยั่งยืน ) เช่น พืชผักพื้นบ้าน สุกร เป็ด ไก่ ปลา การทำระบบตลาดชุมชนเกษตรอินทรีย์ - 58.
รณรงค์ให้คนส่วนใหญ่ ( ทุกหน่วยงานผญบ . กำนัน อบต . เทศบาลเข้าใจผลกระทบจากโลกร้อน ฟื้นฟูป่า ( ต . สบเปิงไม่เผาไฟ ต . ขี้เหล็กไฟป่าไหม้หมด ) พัฒนาระบบประปาภูเขา สร้างอ่างขนาดกลาง ( 6,000 ไร่ ) ที่ดอนเจียง ต . สบเปิง แม่แตง ขยายเกษตรอินทรีย์หลากหลายให้มากขึ้น ปลูกพืชอายุสั้น ทนแล้ง สร้างทีมวิจัยปรับปรุงพันธุ์ข้าวและถั่วเหลืองทนแล้งของเกษตรกรเอง โดยร่วมกับสถาบันวิจัย เกษตรกรเขตแม่แตง - ข้าว ถั่ว ( มีป่า - เป็นเขตนอกชลประทาน ) แนวทาง - 59.
เกษตรกรในเขตไชยปราการ (มีป่า - เป็นเขตนอกชลประทาน ) เน้นการฟื้นฟูป่า เพื่อให้มีน้ำใช้ การปฏิรูปที่ดิน การสร้างอาหารจากป่าและน้ำธรรมชาติ การทำเกษตรอินทรีย์หลากหลาย การพัฒนาพืชและวิธีปลูกแบบทนแล้ง การทำระบบตลาดชุมชนเกษตรอินทรีย์ - 60.
๕ . แนวทางในการรณรงค์ด้านนโยบายที่สำคัญ เพื่อสร้างความรู้และจิตสำนึกสาธารณะและการสนับสนุนการปรับตัวของเกษตรกรรายย่อย ความไม่เข้าใจถึงผลกระทบจากภาวะโลกร้อน ความไม่ตระหนักในด้านการอนุรักษป่า การบังคับใช้ทางกฏหมาย ของผู้นำทางการ เช่น ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แนวทางคือจัดฝึกอบรมผู้นำดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง - 61.
๖ . ข้อเสนอทางนโยบายที่สำคัญที่สนับสนุนในการปรับตัว ด้านที่ดิน รัฐต้องสนับสนุนการปฏิรูปที่ดินโดยชุมชน โดยเฉพาะการสนับสนุนเงินทุนหมุนเวียนเพื่อจัดตั้งกองทุนที่ดินในระดับหมู่บ้าน และโฉนดชุมชน ด้านป่า สนับสนุนให้มีการฟื้นฟูและจัดการป่าโดยองค์กรชุมชน รวมทั้งเร่งรัดการออกพ . ร . บ . ป่าชุมชน ฉบับประชาชน ด้านน้ำ รัฐควรสนับสนุนการพัฒนาแหล่งน้ำขาดเล็กในชุมชน เช่น อ่าง ฝาย ประปาภูเขา และบ่อบาดาล - 62.
4. ด้านเกษตรกรรมยั่งยืนและตลาดที่เป็นธรรม ควรออกพ . ร . บ . กองทุนวิจัยและพัฒนาระบบเกษตรกรรมยั่งยืนและตลาดที่เป็นธรรม 5. ด้านพันธุ์พืชพื้นบ้านและทนแล้ง พัฒนาโครงการความร่วมมือการวิจัยพืชทนแล้งแบบมีส่วนร่วมระหว่างศูนย์วิจัยของกรมวิชาการและกลุ่มเกษตรกร เช่น กรมการข้าว , สถานีวิจัยพืชไร่ เป็นต้น - 63.