จัดทำโดย
นำงสำวนุชนำรถ หินทรำย
เลขที่ 18 ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 5/4
เสนอ
คุณครูสฤษศักดิ์ ชิ้นเขมจำรี
ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี
ประวัติส่วนตัว
เดิมชื่อของท่าน คอร์ราโด เฟโรชี Corrado Feroci เป็นชาวอิตาลี
สัญชาติไทย ถือว่าเป็นปูชนียบุคคลคนหนึ่งของไทย โดยได้สร้างคุณูปการ
ในทางศิลปะจนเป็นที่รู้จักกว้างขวาง เป็นทั้งผู้ก่อตั้งและครูสอนศิลปะใน
มหาวิทยาลัยศิลปากร จนเป็นที่รักใคร่และนับถือทั้งในหมู่คณาศิษย์และ
อาจารย์ และได้รับการยกย่องว่าเป็นปูชนียบุคคลของมหาวิทยาลัยแห่งนี้
ท่านมีผลงานที่โดดเด่นหลายอย่างในประเทศไทย ได้แก่ พระราชานุสาว
รีย์ของสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ที่สวนลุมพินี และ
อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี
ความเป็นมา
 ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เกิดเมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ.2435
(ค.ศ.1892) ที่เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี นามเดิมคือ คอร์ราโด เฟ
โรจี ตรงกับรัชกาล 6 ในขณะนั้น รัฐบาลประเทศสยาม มีนโยบายขอให้
รัฐบาลประเทศอิตาลีคัดเลือกประติมากรผู้มีฝีมือมารับราชการปฏิบัติงาน
หมีคาไม่สุภาพ และถ่ายทอดความรู้แก่ชาวสยาม ให้มีความรู้ทางด้าน
ศิลปะทัดเทียมกับชาวตะวันตก ตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จ
พระมงกุฏเกล้า เจ้าอยู่หัว
ปี พ.ศ.2466 ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี จึงได้รับมอบหมายและเดินทาง
มารับราชการกรมศิลปากร กระทรวงวัง ในตาแหน่งช่างปั้น ที่ประเทศ
สยาม ในวันที่ 14 มกราคม พ.ศ.2466 เมื่ออายุท่านย่าง 32 ปี ผลงานที่
ทาให้ท่านมีชื่อเสียงจนได้รับเลือกมารับราชการในประเทศสยาม คือ
ประติมากรรมอนุสาวรีย์สงคราม ที่เมืองปอร์โตเฟอราอิโอ ทางด้านชีวิต
ครอบครัว ก่อนเดินทางมาประเทศไทย ท่านเคยแต่งงานมาครั้งหนึ่งแต่ได้
แยกทางกัน และท่านเดินทางมากับภริยาใหม่ คือ นางฟันนี วิเวียนนี
และได้ใช้ชีวิตร่วมกันใน
ประเทศสยาม จนถึงสงครามโลกครั้งที่ 2 ครอบครัวขอท่านจึงกลับ
ประเทศอิตาลีพร้อมลูกชาย และลูกสาว แต่ท่านกลับอยู่ประเทศสยาม
ด้วยความเสียสละเพื่องานศิลปะ และด้านศิลปะศึกษาที่ท่านรัก ท่านแยก
ทางกันแต่มีโอกาสได้พบกันเมื่อท่านลางานเพื่อเยี่ยมเยือนครอบครัวใน
บางปี
ปี พ.ศ.2486 ยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ศาสตราจารย์ คอร์ราโด เฟโรจี มี
สัญชาติอิตาเลี่ยนซึ่งแพ้สงครามจึงถูกกักกันตัว ( บางครั้งกล่าวว่ากักบริเวณ )
ท่านจึงเปลี่ยนชื่อ และสัญชาติโดยมีชื่อ “ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี” แทน
นามเดิม
ท่านแต่งงานกับคุณมาลินี แคนนี่ แต่ไม่มีบุตร ธิดาด้วยกัน ท่านอุทิศ
ตนจนถึงวาระสุดท้ายให้กับการบุกเบิกศิลปะ และศิลปะศึกษาในประเทศ
ไทย แม้อายุท่านล่วงเลยเกิน 60 ปีแล้ว จวบจนท่านถึงแก่กรรม ณ
โรงพยาบาลศิริราช เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2505 โดยสร้างสรรค์
ผลงานศิลปกรรมโดยเฉพาะอนุสาวรีย์ที่สาคัญต่างๆ ในประเทศไทย
ความรับผิดชอบในหน้าที่
ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ให้การอบรมแก่ศิษย์ทั้งภาคทฤษฎี และ
ปฏิบัติโดยมิได้เหน็ดเหนื่อย ท่านเป็นผู้ที่มีความขยันขันแข็ง ท่านมา
ทางานแต่เช้าก่อนเวลา ๘.๐๐ น. และกลับบ้านหลังเวลา ๑๘.๐๐ น.ทุก
วัน ตั้งใจถ่ายทอดวิชาอย่างจริงจัง ทาให้ศิษย์ทุกคนมีความขยัน หมั่น
เพียร ใครเกียจคร้านท่านจะไม่พูดด้วย ท่านชอบที่อยู่ใกล้ศิษย์เสมอ
ปกติท่านมิเคยลาป่วยหรือลาหยุดแล้ว ในทางตรงกันข้ามมาทางานตั้งแต่
เช้ายันค่า ท่านทางานไม่หยุดว่าง ทั้งงานประติมากรรมอนุสาวรีย์ของ
ส่วนราชการ และงานสอนที่ท่านทุ่มเท ท่านเคารพต่อราชการไม่เคยใช้
เวลาราชการ และไม่เคยทางานพิเศษเป็นส่วนตัวแสวงหารายได้เพื่อ
เลี้ยงชีพเพิ่มพูนรายได้นอกจากเงินเดือนราชการ
ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยศิลปากร
ปี พ.ศ.2469 ศาสตราจารย์ศิลป์ ได้ย้ายมาเป็นช่างปั้น สังกัดกอง
ประณีตศิลปกรรม กรมศิลปากร กระทรวงธรรมการ ระหว่างนั้นท่านได้
เริ่มสอนศิลปะแก่ผู้สนใจโดยเฉพาะทางด้านประติมากรรม ทั้งทางด้าน
ทฤษฎี และปฏิบัติ ศิษย์รุ่นแรกๆส่วนใหญ่มาจากโรงเรียนเพาะช่าง เมื่อ
ทางราชการเล็งเห็นความสาคัญของการศึกษา
ทางด้านศิลปะจึงให้ท่านเป็นผู้วางหลักสูตร และตาราขึ้น โดยมีมาตรฐาน
เช่นเดียวกับยุโรป อาจารย์ดารง วงศ์อุปราช กล่าวว่า ศาสตราจารย์ศิลป์ พี
ระศรี เป็นบุคคลผู้มีความสาคัญที่สุดในการทาให้เกิดศิลปิน และศิลปะแบบ
ใหม่ขึ้นในประเทศไทยอย่างแท้จริง ศิลปินมีการสร้างสรรค์ศิลปะที่มีฐานของ
ความรู้และความเข้าใจ ท่านเห็นว่า การสร้างสรรค์งานศิลปะนั้นจาเป็นต้องมี
การศึกษาอย่างเป็นระบบและแบบแผน ท่านจึงพยายามให้ทางราชการเปิด
โรงเรียนสอนศิลปะ จนเปิดโรงเรียนประณีตศิลปกรรมขึ้น
 ในปี พ.ศ.2477 กรมศิลปากรจึงจัดตั้งโรงเรียนประณีตศิลปกรรม โดยมี
ศาสตราจารย์ศิลป์เป็นผู้อานวยการและเป็นผู้สอนวิชาศิลปะทั้งทางด้านทฤษฎี
และปฏิบัติ โรงเรียนประณีตศิลปกรรมได้ยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยศิลปากร
ในปี พ.ศ.2486 จนถึงปัจจุบัน นับเป็นโรงเรียนสอนศิลปะสากลแห่งแรกของ
ประเทศสยามและเอเชียอาคเนย์
ผลงานเด่นของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี
ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เป็นชาวอิตาลี ชื่อเดิมคือ คอร์ราโด เฟโรจี
ต่อมา ได้เข้ามารับราชการในประเทศไทย และได้รับสัญชาติไทยด้วย
นอกจากนี้ ท่านยังเป็นผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยศิลปากร โดยอนุสาวรีย์ของ
บุคคลสาคัญที่เราเห็นตามสถานที่ต่างๆ หลายแห่งนั้นเป็นฝีมือของท่าน
เช่น
พระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ที่วงเวียนใหญ่
อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ที่ จ.นครราชสีมา
อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
จบการนาเสนอ
ศาตราจารย์ศิลป์ ระพีศรี
ศาตราจารย์ศิลป์ ระพีศรี
ศาตราจารย์ศิลป์ ระพีศรี

ศาตราจารย์ศิลป์ ระพีศรี

  • 1.
    จัดทำโดย นำงสำวนุชนำรถ หินทรำย เลขที่ 18ชั้นมัธยมศึกษำปีที่ 5/4 เสนอ คุณครูสฤษศักดิ์ ชิ้นเขมจำรี
  • 2.
  • 3.
    ประวัติส่วนตัว เดิมชื่อของท่าน คอร์ราโด เฟโรชีCorrado Feroci เป็นชาวอิตาลี สัญชาติไทย ถือว่าเป็นปูชนียบุคคลคนหนึ่งของไทย โดยได้สร้างคุณูปการ ในทางศิลปะจนเป็นที่รู้จักกว้างขวาง เป็นทั้งผู้ก่อตั้งและครูสอนศิลปะใน มหาวิทยาลัยศิลปากร จนเป็นที่รักใคร่และนับถือทั้งในหมู่คณาศิษย์และ อาจารย์ และได้รับการยกย่องว่าเป็นปูชนียบุคคลของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ท่านมีผลงานที่โดดเด่นหลายอย่างในประเทศไทย ได้แก่ พระราชานุสาว รีย์ของสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ที่สวนลุมพินี และ อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี
  • 5.
    ความเป็นมา  ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรีเกิดเมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ.2435 (ค.ศ.1892) ที่เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี นามเดิมคือ คอร์ราโด เฟ โรจี ตรงกับรัชกาล 6 ในขณะนั้น รัฐบาลประเทศสยาม มีนโยบายขอให้ รัฐบาลประเทศอิตาลีคัดเลือกประติมากรผู้มีฝีมือมารับราชการปฏิบัติงาน หมีคาไม่สุภาพ และถ่ายทอดความรู้แก่ชาวสยาม ให้มีความรู้ทางด้าน ศิลปะทัดเทียมกับชาวตะวันตก ตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จ พระมงกุฏเกล้า เจ้าอยู่หัว
  • 6.
    ปี พ.ศ.2466 ศาสตราจารย์ศิลป์พีระศรี จึงได้รับมอบหมายและเดินทาง มารับราชการกรมศิลปากร กระทรวงวัง ในตาแหน่งช่างปั้น ที่ประเทศ สยาม ในวันที่ 14 มกราคม พ.ศ.2466 เมื่ออายุท่านย่าง 32 ปี ผลงานที่ ทาให้ท่านมีชื่อเสียงจนได้รับเลือกมารับราชการในประเทศสยาม คือ ประติมากรรมอนุสาวรีย์สงคราม ที่เมืองปอร์โตเฟอราอิโอ ทางด้านชีวิต ครอบครัว ก่อนเดินทางมาประเทศไทย ท่านเคยแต่งงานมาครั้งหนึ่งแต่ได้ แยกทางกัน และท่านเดินทางมากับภริยาใหม่ คือ นางฟันนี วิเวียนนี และได้ใช้ชีวิตร่วมกันใน
  • 7.
    ประเทศสยาม จนถึงสงครามโลกครั้งที่ 2ครอบครัวขอท่านจึงกลับ ประเทศอิตาลีพร้อมลูกชาย และลูกสาว แต่ท่านกลับอยู่ประเทศสยาม ด้วยความเสียสละเพื่องานศิลปะ และด้านศิลปะศึกษาที่ท่านรัก ท่านแยก ทางกันแต่มีโอกาสได้พบกันเมื่อท่านลางานเพื่อเยี่ยมเยือนครอบครัวใน บางปี
  • 8.
    ปี พ.ศ.2486 ยุคหลังสงครามโลกครั้งที่2 ศาสตราจารย์ คอร์ราโด เฟโรจี มี สัญชาติอิตาเลี่ยนซึ่งแพ้สงครามจึงถูกกักกันตัว ( บางครั้งกล่าวว่ากักบริเวณ ) ท่านจึงเปลี่ยนชื่อ และสัญชาติโดยมีชื่อ “ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี” แทน นามเดิม
  • 9.
    ท่านแต่งงานกับคุณมาลินี แคนนี่ แต่ไม่มีบุตรธิดาด้วยกัน ท่านอุทิศ ตนจนถึงวาระสุดท้ายให้กับการบุกเบิกศิลปะ และศิลปะศึกษาในประเทศ ไทย แม้อายุท่านล่วงเลยเกิน 60 ปีแล้ว จวบจนท่านถึงแก่กรรม ณ โรงพยาบาลศิริราช เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2505 โดยสร้างสรรค์ ผลงานศิลปกรรมโดยเฉพาะอนุสาวรีย์ที่สาคัญต่างๆ ในประเทศไทย
  • 10.
    ความรับผิดชอบในหน้าที่ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ให้การอบรมแก่ศิษย์ทั้งภาคทฤษฎีและ ปฏิบัติโดยมิได้เหน็ดเหนื่อย ท่านเป็นผู้ที่มีความขยันขันแข็ง ท่านมา ทางานแต่เช้าก่อนเวลา ๘.๐๐ น. และกลับบ้านหลังเวลา ๑๘.๐๐ น.ทุก วัน ตั้งใจถ่ายทอดวิชาอย่างจริงจัง ทาให้ศิษย์ทุกคนมีความขยัน หมั่น เพียร ใครเกียจคร้านท่านจะไม่พูดด้วย ท่านชอบที่อยู่ใกล้ศิษย์เสมอ
  • 11.
    ปกติท่านมิเคยลาป่วยหรือลาหยุดแล้ว ในทางตรงกันข้ามมาทางานตั้งแต่ เช้ายันค่า ท่านทางานไม่หยุดว่างทั้งงานประติมากรรมอนุสาวรีย์ของ ส่วนราชการ และงานสอนที่ท่านทุ่มเท ท่านเคารพต่อราชการไม่เคยใช้ เวลาราชการ และไม่เคยทางานพิเศษเป็นส่วนตัวแสวงหารายได้เพื่อ เลี้ยงชีพเพิ่มพูนรายได้นอกจากเงินเดือนราชการ
  • 12.
    ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยศิลปากร ปี พ.ศ.2469 ศาสตราจารย์ศิลป์ได้ย้ายมาเป็นช่างปั้น สังกัดกอง ประณีตศิลปกรรม กรมศิลปากร กระทรวงธรรมการ ระหว่างนั้นท่านได้ เริ่มสอนศิลปะแก่ผู้สนใจโดยเฉพาะทางด้านประติมากรรม ทั้งทางด้าน ทฤษฎี และปฏิบัติ ศิษย์รุ่นแรกๆส่วนใหญ่มาจากโรงเรียนเพาะช่าง เมื่อ ทางราชการเล็งเห็นความสาคัญของการศึกษา
  • 13.
    ทางด้านศิลปะจึงให้ท่านเป็นผู้วางหลักสูตร และตาราขึ้น โดยมีมาตรฐาน เช่นเดียวกับยุโรปอาจารย์ดารง วงศ์อุปราช กล่าวว่า ศาสตราจารย์ศิลป์ พี ระศรี เป็นบุคคลผู้มีความสาคัญที่สุดในการทาให้เกิดศิลปิน และศิลปะแบบ ใหม่ขึ้นในประเทศไทยอย่างแท้จริง ศิลปินมีการสร้างสรรค์ศิลปะที่มีฐานของ ความรู้และความเข้าใจ ท่านเห็นว่า การสร้างสรรค์งานศิลปะนั้นจาเป็นต้องมี การศึกษาอย่างเป็นระบบและแบบแผน ท่านจึงพยายามให้ทางราชการเปิด โรงเรียนสอนศิลปะ จนเปิดโรงเรียนประณีตศิลปกรรมขึ้น  ในปี พ.ศ.2477 กรมศิลปากรจึงจัดตั้งโรงเรียนประณีตศิลปกรรม โดยมี ศาสตราจารย์ศิลป์เป็นผู้อานวยการและเป็นผู้สอนวิชาศิลปะทั้งทางด้านทฤษฎี และปฏิบัติ โรงเรียนประณีตศิลปกรรมได้ยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยศิลปากร ในปี พ.ศ.2486 จนถึงปัจจุบัน นับเป็นโรงเรียนสอนศิลปะสากลแห่งแรกของ ประเทศสยามและเอเชียอาคเนย์
  • 14.
    ผลงานเด่นของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรีเป็นชาวอิตาลี ชื่อเดิมคือ คอร์ราโด เฟโรจี ต่อมา ได้เข้ามารับราชการในประเทศไทย และได้รับสัญชาติไทยด้วย นอกจากนี้ ท่านยังเป็นผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยศิลปากร โดยอนุสาวรีย์ของ บุคคลสาคัญที่เราเห็นตามสถานที่ต่างๆ หลายแห่งนั้นเป็นฝีมือของท่าน เช่น
  • 15.
  • 16.
  • 17.
  • 18.