Download free for 30 days
Sign in
Upload
Language (EN)
Support
Business
Mobile
Social Media
Marketing
Technology
Art & Photos
Career
Design
Education
Presentations & Public Speaking
Government & Nonprofit
Healthcare
Internet
Law
Leadership & Management
Automotive
Engineering
Software
Recruiting & HR
Retail
Sales
Services
Science
Small Business & Entrepreneurship
Food
Environment
Economy & Finance
Data & Analytics
Investor Relations
Sports
Spiritual
News & Politics
Travel
Self Improvement
Real Estate
Entertainment & Humor
Health & Medicine
Devices & Hardware
Lifestyle
Change Language
Language
English
Español
Português
Français
Deutsche
Cancel
Save
Submit search
EN
Uploaded by
Awirut In-ounchot
873 views
หลวงประดิษฐ์ ไพเราะ
Read more
0
Save
Share
Embed
Embed presentation
Download
Download to read offline
1
/ 20
2
/ 20
3
/ 20
4
/ 20
5
/ 20
6
/ 20
7
/ 20
8
/ 20
9
/ 20
10
/ 20
11
/ 20
12
/ 20
13
/ 20
14
/ 20
15
/ 20
16
/ 20
17
/ 20
18
/ 20
19
/ 20
20
/ 20
More Related Content
PPTX
แหล่ง1
by
Sasithorn Treeyaprasert
PDF
Maythita
by
Suthima
PDF
9789740335726
by
CUPress
PDF
Catalogo plasma 2014 2015
by
Albert Hervas Inglada
PDF
หลวงประดิษฐไพเราะ
by
จตุพงษ์ ทองเครือมา
PDF
หลวงประดิษฐ์ไพเราะ
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
PDF
หลวงประดิษฐไพเราะ
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
DOC
หอเกียรติยศ.doc
by
pinglada1
แหล่ง1
by
Sasithorn Treeyaprasert
Maythita
by
Suthima
9789740335726
by
CUPress
Catalogo plasma 2014 2015
by
Albert Hervas Inglada
หลวงประดิษฐไพเราะ
by
จตุพงษ์ ทองเครือมา
หลวงประดิษฐ์ไพเราะ
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
หลวงประดิษฐไพเราะ
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
หอเกียรติยศ.doc
by
pinglada1
Similar to หลวงประดิษฐ์ ไพเราะ
DOC
หอเกียรติยศ.doc
by
pinglada1
DOCX
หอเกียรติยศ.docx
by
pinglada1
DOCX
หอเกียรติยศ
by
sangkeetwittaya stourajini
DOCX
หอเกียรติยศ
by
leemeanxun
PDF
คีตกวีเอกของไทย.pdf
by
pinglada
PDF
ดนตรีของพระเจ้าแผ่นดิน อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ สุรพงษ์ บ้านไกรทอง หอประชุมวปอ 7...
by
BAINIDA
DOCX
ยุคสมัยของดนตรีไทย
by
อัญชลี เมฆวิบูลย์
PDF
พระเจนดุริยางค์
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
หอเกียรติยศ.doc
by
pinglada1
หอเกียรติยศ.docx
by
pinglada1
หอเกียรติยศ
by
sangkeetwittaya stourajini
หอเกียรติยศ
by
leemeanxun
คีตกวีเอกของไทย.pdf
by
pinglada
ดนตรีของพระเจ้าแผ่นดิน อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ สุรพงษ์ บ้านไกรทอง หอประชุมวปอ 7...
by
BAINIDA
ยุคสมัยของดนตรีไทย
by
อัญชลี เมฆวิบูลย์
พระเจนดุริยางค์
by
SRINAKARIN MOTHER PRINCESS SCHOOL
หลวงประดิษฐ์ ไพเราะ
3.
หลวงประดิษฐไพเราะ (ศร ศิลปบรรเลง)
เกิดเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2424 เป็นบุตรของ นายสิน นางยิ้ม ศิลปบรรเลง บิดาของท่าน คือครูสินเป็นเจ้าของวงปี่พาทย์ และเป็นศิษย์ของพระประดิษฐไพเราะ (มี ดุริยางกูร)
4.
จังหวัดสมุทรสงครามนั้นเป็นถิ่นทองของดนตรีไทยมาตั้งแต่ครั้งสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ มี ครูผู้ใหญ่หลายคนหลายกลุ่มซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังและถือกาเนิดมาจากดินแดนแห่งลุ่มแม่น้า แม่กลองแห่งนี้อาทิเช่น ครูสิน
ศิลปบรรเลง ครูกล้อย , ครูกล้า ณ บางช้าง ครูปาน, ครูปน นิลวงศ์ ครูสมบุญ สมสุวรรณ ครูโต(ไม่ทราบนามสกุล) คนฆ้องฝีมือดี ครูเหล่านี้มีลูกศิษย์ ลูกหากระจายออกไปมากมาย ครูเนื่อง รัตนประดิษฐ์ (พ.ศ. 2439-2538) เล่าว่า สมัยที่ ท่านไปเรียนปี่พาทย์ที่บ้าน ครูสมบุญ สมสุวรรณ นั้นจากแม่กลองไปจนถึงอัมพวามีวงปี่ พาทย์มากกว่า 100 วง ส่วนมากเป็นเครื่องคู่
5.
ครูสิน ศิลปบรรเลง เป็นครูผู้ใหญ่คนหนึ่งของอัมพวา
บุตรชายคนโตซึ่งเกิดจากภรรยาคนแรก ชื่อ สุวรรณ เป็นคนระนาดฝีมือดี แต่ถึงแก่กรรมตั้งแต่ยังหนุ่ม ครูหลวงประดิษฐไพเราะฯ หรือ นายศรเป็นบุตรชายคนเล็ก เกิดจากภรรยาคนที่สอง อายุห่างจากพี่ชายคนแรกถึงยี่สิบกว่าปี
6.
หลวงประดิษฐไพเราะฯเป็นคนมีพรสวรรค์ทางดนตรี สามารถตีฆ้องวงใหญ่ได้เองตั้งแต่อายุ 5 ขวบ
เริ่มเรียนปี่พาทย์จริงจังตั้งแต่อายุ 11 ปี และแตกฉานมีฝีมือดีอย่างรวดเร็ว ตีระนาดไหวจัด มาตั้งแต่เด็ก ท่านได้แสดงฝีมือจนมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นครั้งแรกในงานโกนจุกเจ้าจอมผู้เป็นธิดา คนหนึ่งของเจ้าพระยาสุรพันธุ์ พิสุทธิ์ ที่จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งมีบุตรสาวถวายตัว ร.5 ถึง 5 คนคือ เจ้าจอมมารดาอ่อน เจ้าจอมเอียม เจ้าจอมเอ็ย (เกิด พ.ศ. 2422) เจ้าจอมเอี่ยม (พ.ศ. 2424) และเจ้าจอมเอื้อน (พ.ศ. 2430) ถ้าดูตามอายุน่าจะเป็นงานโกนจุกเจ้าจอมเอื้อน ซึ่งถ้าเป็นไป ตามปกติก็ควรเป็นปี พ.ศ. 2441 หรือก่อนนั้น (ขณะนั้นนายศร อายุ 17 ปี) ในงานนั้นมีปี่พาทย์ 3 วง นายศรเป็นคนตีฆ้องวงเล็ก โขนเล่นตอนสุครีพหักฉัตร ปี่พาทย์บรรเลงเพลงเฉิดต่อตัวกัน คนระนาดเอกวงครูสินต่อวงอื่นไม่ทันครูสินจึงเรียกนายศรไปตีระนาดเอกแทน วงไหนส่งมานาย ศรก็รับส่งได้ไม่บกพร่อง พอถึงรอบสองตีไหวมากจนวงอื่นรับไม่ทัน นายศรต้องบรรเลงเพลง ต่อไปเองจนจบ เจ้าพระยาสุรพันธุ์พิสุทธิ์ ถึงกับตบมือตะโกน ร้องว่า "นี่..ผู้ใหญ่แพ้เด็ก" ตั้งแต่นั้น มาชื่อ นายศร ก็ลือกระฉ่อนไปทั่วลุ่มน้าแม่กลอง
7.
ต่อมาเจ้าพระยาเทเวศรวงศ์วิวัฒน์ มีงานเปิดตลาดบ้านหม้อ มีปี่พาทย์ประชัน
3 วง คือ วง มหาดเล็กหลวง วงพระนายไวย และ วงเจ้าพระยาเทเวศรฯ ขณะนั้นนายแช่ม (พระยาเสนาะ ดุริยางค์)น่าจะเป็นคนระนาดเอกวงปี่พาทย์หลวงหรือไม่ก็วงปี่พาทย์ของเจ้าพระยาเทเวศรฯ นายศรได้เข้ามาดูงานนี้ด้วยบังเอิญพระนายไวยซึ่งน่าจะรู้จักนายศรเหลือบมาเห็นเข้ารู้ว่าเป็น ระนาดบ้านนอกฝีมือดี ก็เลยเรียกให้เข้าไปตีระนาดในวงของท่าน นายศรได้ตีระนาดหลายเพลง จนถึงเพลงเดี่ยวกราวในทาให้เจ้านายและผู้อยู่ในงานนั้นตะลึงในฝีมือ ได้รับรางวัลถึง 32 บาท ซึ่งนับว่ามากมายอักโขอยู่ในสมัยนั้น
8.
อีกครั้งหนึ่งในงานคล้ายวันเกิดของเจ้าคุณจอมมารดาสาลีชนนีของพระนางเจ้าสุขุมาล มารศรี พระราชเทวีในรัชกาลที่ 5
นายศรได้มีโอกาสมาร่วมบรรเลงปี่พาทย์ด้วยโดยได้เดี่ยว ระนาดเอกเพลงกราวในเถาด้วยชั้นเชิงและฝีมืออันยอดเยี่ยมจนได้รับพระราชทานรางวัล จากสมเด็จเจ้าฟ้ ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์และเจ้านายพระองค์อื่นอีกหลายพระองค์ ชื่อเสียงของนายศรก็เริ่มเข้ามาโด่งดังในกรุงเทพฯ สมเด็จกรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรง เป็นนักดนตรีเอก ทรงระนาดได้ดี โปรดระนาดที่ไหวจริง ชัดเจน การที่ประทานรางวัลนาย ศรแสดงว่าต้องตีได้เยี่ยมจริง ๆ
9.
ในปี พ.ศ. 2442
เป็นหัวเลี้ยวสาคัญในชีวิตของนายศรดังที่ท่านบันทึกไว้เองว่า "ปีกุน ร.ศ. 118 เจ้าเมืองสมุทรสงครามให้อาเภอคือ ขุนราชปุการเชย ไปหา บิดาที่บ้านบอกว่าสมเด็จวังบูรพาฯให้ไปตีระนาดถวายที่เขางู เมืองราชบุรี ออก จากบ้านมาก็เลยเข้ามาอยู่ที่กรุงเทพฯทีเดียว ไปตามเสด็จเมืองพิษณุโลก หล่อ พระพุทธชินศรีกลับลงมา รุ่งขึ้นปี ร.ศ. 119 เดือนยี่ ทาการสมรสที่บ้านหน้าวัง ในปีนี้ท่านบิดาก็ถึงแก่กรรม"
11.
เบื้องหลังและรายละเอียดอันเป็นต้นเหตุให้นายศรได้เข้ามาเป็นคนระนาดเอกวังบูรพาฯมีอยู่ว่า สมเด็จกรมพระยาภานุพันธุวงศ์วรเดช (ครั้งดารงพระยศเป็นพระเจ้าน้องยาเธอกรมหลวงฯ) เจ้าของวังบูรพาภิรมย์ทรงโปรดปี่พาทย์ยิ่งนักและไม่ยอมแพ้ใครในเรื่องนี้ทรงมีวงปี่พาทย์ ประจาวังของพระองค์เองแต่คนระนาดของพระองค์คนแล้วคนเล่า ก็ไม่มีใครสู้นายแช่ม
(พระ ยาเสนาะดุริยางค์) ได้ จึงทรงเสาะหาคนระนาดที่จะมาปราบนายแช่มให้ได้ เมื่อเสด็จออกไป บัญชาการเตรียมรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ ที่จังหวัดราชบุรี ทรง ทราบว่านายศรบุตรครูสินตีระนาดดีจึงให้หาตัวมาตีถวาย พอตีถึงเดี่ยวกราวในยังไม่ทันจบ เพลง ก็ถอดพระธารงค์ประทานและขอตัวจากครูสินให้ตามเสด็จเข้าวังทันที แม้แต่เสื้อผ้าก็ไม่ ต้องกลับไปเอาที่บ้านทรงแต่งตั้งให้นายศรเป็นจางวางมหาดเล็ก ซึ่งปรากฏชื่อในหมู่นักดนตรี ว่า "จางวางศร"
12.
สมเด็จวังบูรพาฯโปรดให้จางวางศรเป็นคนระนาดเอกแทน ครูเพชร จรรย์นาฏ
ซึ่ง เปลี่ยนไปเป็นคนฆ้องใหญ่ ครูเพชรผู้นี้เป็นศิษย์รุ่นเล็กของครูช้อย สุนทรวาทิน มีฝีมือทั้ง ระนาดและฆ้องวง ได้ถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนความรู้กับจางวางศรเป็นอันมาก ส่วนครู คนสาคัญที่ทาให้ฝีมือระนาดของจางวางศรก้าวหน้ายิ่งขึ้นคือ ครูแปลก (พระยาประสาน ดุริยศัพท์) นอกจากนั้นจางวางศรยังได้เรียนและได้รับคาแนะนาจากครูผู้ใหญ่คนอื่นๆใน ยุคนั้นอีกหลายท่านด้วย
14.
สมเด็จวังบูรพาฯทรงหาครูมาฝึกสอนจางวางศรอยู่นานพอสมสมควรแล้วทรงจัดให้ จางวางศรตีระนาดประชันกับนาย แช่ม (พระยาเสนาะดุริยางค์)
คนระนาดเอกของกรม พิณพาทย์หลวง เมื่อราวปี พ.ศ. 2443 ขณะนั้นจางวางศรอายุ 19 ปี นายแช่มอายุ 34 ปี เป็นการประชันระนาดเอกอย่างเป็นทางการครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติการดนตรีไทยผลการ ประชันเป็นที่กล่าวขวัญกันมาอีกช้านาน รายละเอียดที่จะได้นาเสนอต่อไปนี้ได้ข้อมูลมา จาก คุณหญิงชิ้น ศิลปบรรเลง ดร.อุทิศ นาคสวัสดิ์ ครูจารัส เพชรยาง และศิษย์ครู จางวางศรซึ่งส่วนใหญ่ไปดูการประชันครั้งนั้นมี ครูถวิล อรรถฤกษณ์ ศิษย์ ครูเพชร จรรย์ นาฏ
15.
เมื่อจางวางศรรู้ว่าสมเด็จวังบูรพาฯจะให้ตีประชันกับนายแช่มก็ตกใจมาก เพราะใน ขณะนั้นนายแช่มกาลังโด่งดังไม่มีใครกล้าสู้ อีกทั้งเป็นลูกครูช้อยครูของครูแปลกและครู เพชรด้วย
จางวางศรจึงทั้งเคารพและยาเกรงในฝีมือ ท่านเล่าให้ ดร.อุทิศ นาคสวัสดิ์ ฟังว่า "เพียงแต่ได้ยินชื่อก็ให้รู้สึกว่ามือเท้าอ่อนปวกเปียกไปเลยทีเดียว ความกลัวของท่านครูนั้น ถึงกับทาให้หยุดซ้อมระนาดไปเลย ทั้งนี้เพราะเกิดความกังวลจนไม่เป็นอันกินอันนอน ใน ที่สุดท่านก็ชวนเพื่อนไปรดน้ามนต์เพื่อทาให้จิตใจดีขึ้น" ด้วยความคร้ามเกรงฝีมือซึ่งกล่าว กันว่า "จะมีใครสู้นายแช่มได้" จางวางศรจึงไปกราบขอร้องให้ครูผู้ใหญ่ที่ท่านนับถือท่าน หนึ่งไปช่วยกราบขออภัยต่อนายแช่มว่า ที่จริงท่านไม่เคยคิดหาญจะประชันด้วย แต่ไม่อาจ ขัดรับสั่งสมเด็จวังบูรพาฯได้ โปรดออมมือให้ท่านบ้าง แต่ปกติวิสัยของการประชันดนตรี ย่อมต้องเล่นให้ดีเต็มฝีมือ ประกอบกับนายแช่มเป็นคนระนาดของวังหลวงย่อมต้องรัก เกียรติรักศักดิ์ศรีของตน จึงไม่ยอมรับคาขอร้องโดยบอกว่าต่างฝ่ายต่างต้องเล่นเต็มฝีมือ
16.
จางวางศรยิ่งวิตกกังวลถึงกับหนีไปอยู่กับพวกปี่พาทย์ที่คุ้นเคยกันตามต่างจังหวัด สมเด็จ วังบูรพาฯทรงกริ้วมากสั่งให้เอาตัวนางโชติภรรยาจางวางศรมากักกันไว้ จนจางวางศรต้อง กลับมา
มุมานะฝึกซ้อม และคิดค้นหาวิธีตีที่จะทาให้ไม่แพ้คู่ต่อสู้ เข้าใจว่าท่านได้คิดวิธีจับ ไม้ระนาดให้ตีไหวรัวได้ดียิ่งขึ้นในตอนนี้ตลอดจนเทคนิคต่างๆในการตีระนาดอีกมากมาย เช่น ตีให้ไหวร่อน ผ่อนแรง ไหวทน เพราะนายแช่มหรือพระยาเสนาะดุริยางค์นั้นทั้งไหวทั้ง จ้าหาคนสู้ได้ยากจริงๆ จางวางศรเองก็เคยปรารภกับครูเพชรว่า "ตีให้จ้าน่าเกรงขามอย่าง ท่านยากต้องหาชั้นเชิงอื่นสู้" ความมุ่งมั่นมานะทาให้ท่านฝันว่าเทวดามาบอกทางเดี่ยว เพลง กราวในที่ดีที่สุดให้และประสาทพรให้ท่านว่า "ต่อไปนี้เจ้าจะตีระนาดไม่แพ้ใคร"
17.
การประชันครั้งนั้นใช้ปี่พาทย์เครื่องห้าเพราะต้องการดูฝีมือผู้ตีระนาดเอกเป็น สาคัญ วงปี่พาทย์หลวงไม่ทราบว่าใครเป็น คนฆ้อง
คนปี่ และ คนเครื่องหนังแต่วง วังบูรพาฯครูเพชรเป็นคนฆ้อง ครูเนตรตีเครื่องหนัง ส่วนคนปี่ไม่ทราบนาม การ ประชันเริ่มตั้งแต่เพลงโหมโรงเพลงรับร้องเรื่อยไปจนถึงเดี่ยวระนาดเอกกันแบบ "เพลงต่อเพลง" เริ่มด้วยเพลงพญาโศก เชิดนอก (4 จับ) และเดี่ยวอื่นๆเรื่อยไป จนถึงเพลงกราวใน ผลปรากฏว่าฝีมือก้ากึ่งคู่คี่กันตลอดจนกระทั่งถึงเพลงเดี่ยว กราวในก็ยังไม่ปรากฏผลแพ้ชนะเด็ดขาด เพราะฝีมือเด่นกันคนละอย่างดังที่ ครู เพชร จรรย์นาฏ เล่าให้ลูกศิษย์ของท่านฟังว่า "พระยาเสนาะดุริยางค์ไหวจัดจ้ากว่า แต่จางวางศรไหวร่อนวิจิตรโลดโผนกว่า" จึงต้องตัดสินกันที่เพลงเชิดต่อตัวซึ่งวัด ความไหวทนเป็นสาคัญ
18.
พระยาเสนาะดุริยางค์หรือนายแช่มนั้นตีระนาดไหวแบบเก่า และคงจะใช้ไม้ตีปื้นหนา พันไม้ แข็งนัก
จึง "ดูดไหล่" คือกินแรง ประกอบกับท่านรักษาความเจิดจ้าชัดเจนของเสียงระนาดไม่ ยอมตีระหรือเกลือกให้เสียงเสีย ยิ่งตีไหวจ้าขึ้นมากเท่าใดก็ต้องใช้กาลังแขนไหล่มากขึ้นเท่านั้น จึงย่อมจะล้าง่าย ส่วนจางวางศรคิดวิธีจับไม้ให้ไหวร่อนได้เร็วใช้การเคลื่อนไหวข้อมือช่วยผ่อน กาลังแขน จึงไหวร่อนได้เร็วกว่าแม้เสียงจะไม่จ้าเท่าตีด้วยกาลังแขนแต่ก็ไหวทนกว่า ผลแพ้ชนะของการต่อตัวเชิดนั้นจะดูที่อาการ "หลุด" หรือ "ตาย" หลุดคือ รับเชิดตัวต่อไปจากคู่ ต่อสู้ไม่ทันเพราะไม่สามารถตีให้ไหวเร็วเท่าคู่ต่อสู้ส่งมาได้ส่วน "ตาย" คือรับทัน แต่เมื่อตีด้วย ความเร็วเท่าที่รับมาไปพักหนึ่งแล้วไม่สามารถรักษาความไหวเร็วในระดับนี้ต่อไปได้ ต้องหยุดตี หรือเกิดอาการกล้ามเนื้อเกร็งจนมือตายเคลื่อนไหวต่อไปไม่ได้
19.
หลวงประดิษฐไพเราะฯเป็นบุตรคนเล็กของ ครูสิน ศิลปบรรเลง
และ นางยิ้ม เกิดเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ.2424 ที่บ้านตาบลคลองดาวดึงส์ อาเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม มีวิถีชีวิต และผลงานในเรื่องของดนตรีไทยสรุปได้ดังนี้ • ปี พ.ศ. 2442 ได้เข้าเป็นจางวางมหาดเล็กในสมเด็จเจ้าฟ้ าภานุรังษีสว่างวงศ์ กรม พระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช • ปี พ.ศ. 2468 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวฯโปรดเกล้าฯให้เข้าไปบรรเลง ปี่พาทย์ร่วมกับการแสดงโขนบรรดาศักดิ์ ต่อมาได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นหลวง ประดิษฐไพเราะ • ปี พ.ศ. 2469 เข้ารับราชการในกรมปี่พาทย์และโขนหลวง โดยสังกัดสานักพระราชวัง • ปี พ.ศ. 2473 ดารงตาแหน่งปลัดกรมปี่พาทย์และโขนหลวงต่อมาโอนมาอยู่กรม ศิลปากร ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2497 ศิริรวมอายุได้ 72 ปี 7 เดือน 2 วัน
Download