งานของแผ่นดินเป็นงานส่วนรวม มีผลกว้าง
ขวาง เกี่ยวข้องกับบ้านเมือง
และบุคคลทุกคนทุกฝ่าย. เมื่อเป็นงานส่วนรวม
และมีผลเกี่ยวข้องกับคน
หมู่มากปัญหาข้อขัดแย้งต่างๆ อันเนื่องมาจาก
ความคิดเห็นไม่ตรงกัน
ก็ย่อมเกิดมีขึ้นบ้าง เป็นปกติธรรมดา.
ข้าราชการผู้ปฏิบัติบริหารงานของ
แผ่นดิน ตลอดจนทุกคนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จึง
ต้องมีใจที่หนักแน่น และ
เปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง แม้
กระทั่งคำวิพากษ์วิจารณ์อย่าง
กฎหมาย หมายถึง .......
พจนานุกรม
ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542
: กฎที่สถาบันหรือผู้มีอํานาจสูงสุด
ในรัฐตราขึ้นหรือ
ที่เกิดขึ้นจากจารีตประเพณีอัน
เป็นที่ยอมรับนับถือ
เพื่อใช้ในการบริหารประเทศ
เพื่อใช้บังคับบุคคลให้
ปฏิบัติตาม หรือเพื่อกําหน
ดระเบียบแห่งความสัมพันธ์
4
4
4
 มาตรา 64 บุคคลจะแก้ตัวว่าไม่รู้กฎหมาย
เพื่อให้พ้นจากความรับผิดในทางอาญาไม่ไ
 ข้าราชการ ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการอย
จะอ้างว่าไม่รู้กฎหมายหรือระเบียบแ
อันตนจะต้องปฏิบัติและอยู่ในหน้าท
ประมวลกฎหมายอาญา
คณะรัฐมนตรี ที่ นว 89/2497 ลว. 1 เมษายน 2
ระเบียบ สธ. ว่าด้วยพนักงานกระทรวง
สาธารณสุข พ.ศ.2556
ลงวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ.2556
1. จ้างเงินบำรุงของหน่วยบริการของทุก
กรม /สถานศึกษาของ สธ.
พกส.มี 2 ประเภท คือ พกส ทั่วไป และ
พกส.พิเศษ
2. ตำแหน่ง มี 3 กลุ่มงาน 1 เทคนิค บริการ
บริหาร 2. วช. 3. ชช.
3. กรม เป็นผู้ว่าจ้าง/มีสัญญาจ้าง/ประเมินทุก
ปีเพื่อเพิ่มค่าจ้าง-ต่อสัญญา
4. มีเงินเพิ่มทุกปี/สิทธิประโยชน์ต่างๆ มีบัตร
6
1. กฎหมาย ระเบียบ หรือข้อ
บังคับ
2. ที่กำหนดให้ข้าราชการ
ประพฤติ ปฏิบัติ
หรือละเว้นการประพฤติ
ปฏิบัติ
วินัย
ลงโทษวินัยปีความผิด 4 ลำดับ
ดังนี้
1. ไม่ปฏิบัติหน้าที่ตาม
กม./ระเบียบ
2. ละทิ้งหน้าที่ราชการ
3. ประพฤติชั่ว/ประพฤติเสื่อมเสีย
สาเหตุของการกระทำผิดวินัย
1. ความไม่รู้
2. งาน
กับคนไม่สมดุลกัน
3. อบายมุขต่าง ๆ
4.
ตัวอย่างที่ไม่ดี
5. โอกาสเปิดช่องล่อใจ
มติคณะรัฐมนตรี วันที่ 13 สิงหาคม
2556
ให้ผู้บังคับบัญชาปฏิบัติหน้าที่ใน
การรักษาวินัยของ
ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาตามกฎหมาย
โดยเคร่งครัด และ
ให้ถือว่าการที่การรักษาวินัยของ
ข้าราชการมิได้ดีขึ้น
ผู้บังคับบัญชามีส่วนรับผิดชอบ
เพราะมิได้เสริมสร้าง
การเสริมสร้างวินัย และ
พัฒนาให้มีวินัย
การเสริมสร้างและพัฒนาทัศนคติ
จิตสำนึก และ
พฤติกรรมของผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา
ให้เป็นไป
ในทางที่มีวินัย เช่น
1. การปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี
2. การฝึกอบรม
3. การสร้างขวัญและกำลังใจ การ
การป้องกันมิให้กระทำผิด
วินัย
การป้องกันมิให้ผู้อยู่ใต้บังคับ
บัญชากระทำผิดวินัย
1. การเอาใจใส่ หรือ สังเกตการณ์
2. ขจัดเหตุที่อาจก่อให้เกิดการก
ระทำผิดวินัย
ในเรื่องอันอยู่ในวิสัยที่จะ
ดำเนินการป้องกัน
12
ความรับผิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐ
ทางวินัย
ทางอาญา ทางแพ่ง/ละเมิด
ทางวิชาชีพ
13
13
วินัยข้าราชการพลเรือนสามัญ พ.ศ.
ความหมายของวินัย...
คือแบบแผนความประพฤติ ที่กำหนดใ
1. พึงควบคุมตนเอง และ
ให้ประพฤติ หรือปฏิบัติ ตามที่กฎหมาย ระเ
ของทางราชการกำหนดไว้
2. ควบคุมผู้ใต้บังคับบัญชา
14
ระเบียบกระทรวงการคลังว่า
ด้วยลูกจ้างประจำ
ของส่วนราชการ
พ.ศ.2537
(ใช้สำหรับลูกจ้างประจำ/ลูกจ้าง
ชั่วคราวโดยอนุโลม)
************
ระเบียบสำนักนายก
รัฐมนตรีว่าด้วย
พนักงานราชการ
พ.ศ.2547
ผลกระทบจากการถูก
ลงโทษทางวินัย
1. จิตใจ/ครอบครัว/ชื่อเสียง/
ความก้าวหน้า
2. เงินเดือน
3. บำเหน็จ/บำนาญ
โทษทางวินัยข้าราชการ/ลูกจ้าง
ประจำ มี 5 สถาน
■ไม่ร้ายแรง
1.ภาคทัณฑ์
2.ตัดเงินเดือน/ค่าจ้าง
3.ลดเงินเดือน/ขั้นค่าจ้าง
■ ร้ายแรง
1. ปลด
ออก
2. ไล่
ออก
17
โทษทางวินัยของพนักงาน
ราชการ มี 4 สถาน
1. ภาคทัณฑ์
2. ตัดเงินค่า
ตอบแทน
3. ลดชั้นเงินค่าตอบแทน
4. ไล่ออก
กรณีผิดวินัยไม่ร้ายแรง
กรณีผิดวินัยอย่างร้ายแรง
18
โทษทางวินัยของลูกจ้างชั่วคราว
เงินนอกงบประมาณ
ตักเตือนในทางบริหาร/สั่งเลิก
จ้างในบางกรณี
นำไปเป็นแนวทางในการ
พิจารณาสั่งเลิกจ้าง
โดยความเห็นชอบจาก
กรณีทำผิดอย่างไม่ร้ายแรง
กรณีทำผิดอย่างร้ายแรง
ประเภทเงินบำรุง-ไม่ได้
กำหนดไว้
19
19
ความหมาย “วินัย”
พฤติกรรม
งานราชการ เรื่องส่วนตัว
20
หลักเกณฑ์การพิจารณาว่าเป็นการ
กระทำผิดวินัย
1. กระทบต่อประสิทธิภาพและ
ประสิทธิผล
ของทางราชการ
2. กระทบต่อความมั่นคงของชาติ
3. กระทบต่อความผาสุกของ
ประชาชน
4. กระทบต่อภาพลักษณ์และชื่อ
วินัยข้าราชการ พรบ.ระเบียบ
ข้าราชการพลเรือน
 ข้าราชการต้องมีวินัย ต่อ
1. ประเทศชาติ ม. 81
2. ประชาชน ม. 82(8), ม. 83(9),
ม. 85(5)
3. ผู้บังคับบัญชา ม. 82(4), ม.
83(1)(2)
4. ผู้ร่วมงาน ม. 82(7), ม. 83(7)
5. ตำแหน่งหน้าที่ราชการ ม.
82(1)(2)(3)(5)
หมวดที่ 6 วินัยและการ
รักษาวินัย
ลักษณะของกฎหมายทางด้านวินัย
ให้กระทำการอัน
เป็นข้อปฎิบัติ
ม.82
ต้องไม่กระทำ
อันเป็นข้อห้าม
ม.83
การกระทำ
ที่เป็นวินัย
ร้ายแรง
ม.85
1. การกระทำตาม ม. 81
2. การกระทำอันเป็นข้อปฏิบัติ
ตาม ม. 82(1)-(11)
3. การกระทำอันเป็นข้อห้าม
ตาม ม. 83(1)-(10)
วินัยไม่ร้ายแรง
1. การกระทำความ
ในลักษณะร้ายแ
ตาม ม. 85 (1)-
2. การกระทำตาม
และตาม ม. 83 อ
เป็นเหตุ ให้เสียห
ราชการอย่างร้า
วินัยร้ายแรง
วินัยต่อประเทศชาติ
ข้อกำหนด วินัยข้าราชการพลเรือน
มาตรา 81 ข้าราชการต้อง
การปกครองระบอบประชาธิป
พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประม
ความบริสุทธิ์ใจ
1. ต้องต้อนรับ ให้ความสะดวก ให
และให้การสงเคราะห์แก่ประชาชนผู้ติด
หน้าที่ของตน มาตรา 82(8)
วินัยต่อประชาชน
2. ต้องไม่ดูหมิ่น เหยียด
หยามกดขี่ หรือ
ข่มเหงประชาชนผู้ติดต่อ
ราชการ มาตรา 83(9)
3 ดูหมิ่น เหยียดหยาม กดขี่
ข่มเหง หรือ
ทำร้ายประชาชน ผู้ติดต่อ
ราชการอย่างร้ายแรง
มาตรา 85(5) (ผิดร้ายแรง
1. ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความ ซ
และเที่ยงธรรม มาตรา 82(
ซื่อสัตย์.. ตรงไปตรงมา,ไม
ไม่หลอกลวง
สุจริต..ที่ดีที่ชอบตามคลอง
เที่ยงธรรม..ไม่ลำเอียง
วินัยต่อตำแหน่งหน้าที่
2. ต้องไม่อาศัยหรือยอมให้ผู้อื่นอ
หน้าที่ราชการของตน หาประ
หรือ ผู้อื่น มาตรา 83(3)
 อาศัยตำแหน่งหน้าที่ราชกา
 ประโยชน์...เป็นประโยชน์ท
29
29
ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้า
ที่จัดการหรือ
ดูแลกิจการใด เข้ามีส่วนได้เสีย
เพื่อประโยชน์
สำหรับตนเองหรือผู้อื่นเนื่องด้วย
กิจการนั้น
ต้องระวางโทษจำคุก ตั้งแต่
1-10 ปี
และปรับตั้งแต่ 2,000-20,000
ประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา152
3. ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติห
โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหา
แก่ผู้หนึ่งผู้ใด
หรือ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏ
หน้าที่ราชการโดยทุจริต ม.85(1)(
 เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแ
 ทุจริตต่อหน้าที่ราชการ
ป.อาญา “โดย
ทุจริต”
หมายถึง เพื่อ
แสวงหาประโยชน์
ที่มิควรได้โดยชอบ
ด้วยกฎหมาย
สำหรับตนเอง หรือผู้
อื่น
มติ ค.ร.ม.วันที่ 21
ธ.ค.2536
(นร 0205/ว 234 ลว. 24
ธ.ค.2536)
- การลงโทษผู้กระทำผิด
วินัยฐานทุจริต
ควรลงโทษเป็นไล่ออก
จากราชการ
ประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 147 ฐานเป็นเจ้า
พนักงานยักยอกทรัพย์
1. เป็นเจ้าพนักงาน
2. มีหน้าที่
ซื้อ/ทำ/จัดการ/รักษาทรัพย์
3. เบียดบังทรัพย์เป็นของตน/ผู้
อื่น โดยทุจริต
หรือทุจริต ยอมให้ผู้อื่นเอา
ทรัพย์นั้นเสีย
โทษ จำคุก 5-20 ปี หรือจำคุก
ประมวลกฎหมายอาญา
- มาตรา 161 เจ้าพนักงานปลอม
เอกสาร
โทษ จำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับ
ไม่เกิน 20,000 บาท
- มาตรา 162 เจ้าพนักงานรับรอง
เอกสารเท็จ
โทษ จำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับ
ไม่เกิน 14,000 บาท
ประมวลกฎหมายอาญา
ม. 157 -เจ้าพนักงานปฏิบัติ/ละเว้น
ปฏิบัติหน้าที่โดย
มิชอบ - เพื่อให้ผู้อื่นเสียหาย
หรือ
- โดยทุจริต
- เจ้าพนักงานปฏิบัติ/ละเว้นการ
ปฏิบัติหน้าที่
โดยทุจริต
โทษ จำคุก 1-10 ปี หรือปรับ
2,000-20,000 บาท หรือทั้งจำ
ประมวลกฎหมายอาญา
ม. 341 ผู้ใดโดยทุจริต หลอกลวงผู้
อื่นด้วยการแสดง
ข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิด
ข้อความจริงซึ่งควรบอก
ให้แจ้ง และโดยการหลอกลวงดังว่า
นั้นได้ไปซึ่งทรัพย์สิน
จากผู้ถูกหลอกลวง หรือบุคคลที่สาม...
ผู้นั้นกระทำความผิดฐานฉ้อโกง
มติ ก.พ.
ตามหนังสือสำนักงาน
ก.พ.
ที่ นร 0709.2/ว8 ลว.26
กค.2536
การเบิกเท็จโดยเจตนา ทุจริต
ฉ้อโกงเงินราชการ
พ.ร.บ.ประกอบ
รัฐธรรมนูญ
ว่าด้วยการป้องกันและ
ปราบปราม
การทุจริต
พ.ศ.2542
************
คณะกรรมการป้องกันและปราบ
ปราม
39
ทุจริตต่อหน้าที่
1. ปฏิบัติ/ละเว้นการปฏิบัติอย่างใด
- ในตำแหน่งหน้าที่
- โดยมีพฤติการณ์ที่อาจทำให้ผู้อื่น
เชื่อว่า
มีตำแหน่งหน้าที่ ทั้งที่ไม่มีเลย
หรือ
2. ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่
3. เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้
โดยชอบ
พ.ร.บ.มาตรการของฝ่าย
บริหารในการ
ป้องกันและปราบปรามการ
ทุจริต
พ.ศ.2551
(บังคับใช้ 25 มกราคม 2551)
************
คณะกรรมการป้องกันและปราบ
ทุจริตในภาครัฐ
1. ทุจริตต่อหน้าที่ (ความหมาย
เหมือนกับ พรบ.ปปช.)
2. ประพฤติมิชอบ หมายถึง ใช้
อำนาจในตำแหน่งหรือ
หน้าที่อันเป็นการฝ่าฝืน
กฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง
หรือ มติ ครม. ที่มุ่งหมายจะ
ควบคุม ดูแล การรับ
การเก็บรักษา
42
4. ต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการ ให้เกิดผลดีห
ก้าวหน้าแก่ราชการ ด้วยความ ตั้งใจ อุตส
และรักษาประโยชน์ของทางราชการ มาตร
43
5. ต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็น ไป
กฎ ระเบียบของทางราชการ มติค
นโยบายของรัฐบาล และปฏิบัติตามระ
ของทางราชการ มาตรา 82(2)
ฎหมายและระเบียบของทางราชกา
ที่กำหนดให้มีอำนาจ/หน้าที่
ฎหมาย, กฎ
กฎหมาย หรือ กฎ ใดก็ได้ ที่กำหนด
อำนาจ หรือหน้าที่” ไว้ เช่น กำหนดให้เป็น
พนักงานเจ้าหน้าที่
เบียบของทางราชการ
ต้องเป็นระเบียบเฉพาะ เช่น ระเบียบการเงิน
ที่กำหนด “หน้าที่” ไว้
o
ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ
พ.ศ. 2535 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม
คำนิยาม ตามข้อ 5
“ การพัสดุ ” การซื้อ การจ้าง การจำหน่าย
“ พัสดุ ” วัสดุ ครุภัณฑ์ ทีดินและสิ่งก่อสร้า
“ การซื้อ ” การซื้อพัสดุทุกชนิด ไม่รวมถึงการ
“ การจ้าง ” การจ้างทำของและรับขน การจ้าง
แต่ไม่รวมถึงการจ้างลูกจ้างของส่วนร
การปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับงานพัสดุ
 เจตนารมณ์ของระเบียบ...
 ผู้ปฏิบัติหน้าที่...
1. ต้องปฏิบัติตามระเบียบโดยเคร่งครัด
2. ไม่อาจปฏิบัตินอกเหนือที่ระเบียบกำหนดได
3. ถ้าระเบียบไม่ได้กำหนดเรื่องนั้นไว้...ทำไม
4. ระเบียบพัสดุ เป็นระเบียบที่กำหนดช่องทาง
เดินไว้ ผู้ปฏิบัติไม่อาจเดินนอกช่องทางได้
ข้อยกเว้น..ขอยกเว้นต่อ “ กวพ.” ได้
การผ่อนผัน/ยกเว้น การปฏิบัติตา
มระเบียบฯพัสดุ
ระเบียบ สร.ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.
2535 ข้อ 12(2)
คณะกรรมการว่าด้วยพัสดุ
(กวพ.)
- พิจารณาการอนุมัติยกเว้น
หรือผ่อนผัน
o
 บทกำหนดโทษ ผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามระเบีย
ข้อ 10 สรุป...ผู้ใดไม่ว่าจะมีอำนาจตามระเบียบ
กระทำโดยจงใจ หรือประมาทเลินเล่อ
ถือว่าผู้นั้นกระทำผิดวินัย
(1) กระทำโดยทุจริต หรือเป็นเหตุให้ทางรา
เสียหายอย่างร้ายแรง ให้ลงโทษอย่า
(2) ถ้าการกระทำเป็นเหตุให้ทางราชการเส
ไม่ร้ายแรง ให้ลงโทษอย่างต่ำตัดเงิน
(3) ถ้าการกระทำไม่เป็นเหตุให้ทางราชการ
ให้ลงโทษภาคทัณฑ์ หรือว่ากล่าวตัก
ลายลักษณ์อักษร
ผู้ที่เกี่ยวข้องในการจัดหา
พัสดุ(ข้อ๕)
• เจ้าหน้าที่พัสดุ
• หน.เจ้าหน้าที่
พัสดุ
.
หัวหน้าหน่วยพัสดุ
โดยตำแหน่ง
โดยแต่งตั้ง
-ข้าราชการ/ลูกจ้าง
พนักงาน
ราชการ
โดยตำแหน่ง
โดยแต่งตั้ง -
ข้าราชการ
การแบ่งซื้อ / แบ่งจ้าง
(ข้อ ๒๒ วรรค ๒)
การแบ่งซื้อ แบ่งจ้าง หมายถึง การแบ่ง
วงเงินที่จะซื้อ /จ้าง ในครั้งเดียวกัน
ออกเป็นหลายครั้ง
โดยไม่มีเหตุผล /ความจำเป็น และ มี
เจตนาที่จะหลีกเลี่ยง
๑) ให้ผู้มีอำนาจสั่งซื้อ /สั่งจ้าง
เปลี่ยนไป
๒) แบ่งวงเงิน ให้ลดลงเพื่อเปลี่ยนวิธี
องค์ประกอบ และมติของคณะ
กรรมการ
ระดับ ๓ ขึ้นไป
อย่างน้อย ๓ คน
(ส.เวียน/ว๑๕๕ลว.๑พ.ค.๕๐
ให้พนักงานมหาวิทยาลัย เป็น
กรรมการ ตามข้อ๓๔ ได้)
- แต่งตั้งกก.เป็นครั้ง ๆ ไป / คำสั่งแต่ง
ตั้งไม่มีรูปแบบ
ข้อห้ามแต่งตั้งกรรมการซ้ำกัน
๑. กก.เปิดซองสอบราคา /หรือกก.พิจารณาผล
ประกวดราคา
ห้ามเป็น กรรมการตรวจรับพัสดุ
๒. กก.รับ-เปิดซองประกวดราคาห้ามเป็น
กก.พิจารณาผลประกวดราคา
มติกรรมการ-ประธาน/กรรมการต้องมาประชุมลงมติ
ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง
-ให้ถือเสียงข้างมาก ถ้าเท่ากัน ให้ประธาน
ข้อยกเว้น ไม่แต่งตั้งในรูปคณะ
กรรมการ
๑. การซื้อ/การจ้างวงเงินไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท
(ข้อ๓๕วรรคท้าย) -จะแต่งตั้งข้าราชการ /ลูก
จ้างประจำ/พ.ราชการ/พ.มหาวิทยาลัย (กค(ก
วพ)๐๔๐๘.๔/ว ๑๕๕ ลว. ๑ พ.ค. ๕๐) เพียง
คนเดียว ที่มิใช่ผู้จัดซื้อจัดจ้าง เป็นผู้ตรวจรับ
พัสดุ/งานจ้าง ก็ได้
๒. กรณีงานจัดทำเอง (ข้อ ๑๕)
-ให้แต่งตั้งผู้ควบคุมรับผิดชอบในการจัดทำ
เอง
-และแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจการปฏิบัติ
ความผิดเกี่ยวกับการตรวจรับ
พัสดุ/ตรวจรับการจ้าง
1.
ไม่ยอมทำหน้าที่ตรวจรับพัสดุ/ตรวจ
รับการจ้าง
- ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้
เป็นไปตามระเบียบฯ
- ฐานขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชาฯ
 ระเบียบแบบแผนของทางราชการ ตาม
“ แบบแผน” คือขนบธรรมเนียมที่กำหนดไว้
ประพฤติปฏิบัติสืบต่อกันมา
1. เป็นระเบียบแบบแผนของทางราชการท
2. กำหนดหน้าที่ทั่วไปที่ทุกคนต้องปฏิบัติต
3. ไม่จำเป็นต้องกำหนดไว้เป็นลายลักษณ
 ระเบียบลงชื่อมาปฏิบัติราชการ/เวล
 ระเบียบการลาหยุดราชการ
 การสวมหมวกกันน็อก/คาดเข็มขัดน
 ระเบียบการแต่งกาย
56
ระเบียบเกี่ยวกับการแต่งกาย
 ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 6 มิถุน
 เรื่องการไว้ผมและแต่งกายเพื่อเป็นแบบอย่า
 ข้าราชการ,ลูกจ้าง ชาย ไม่ให้ไว้ผมยาวปิด
 ข้าราชการ,ลูกจ้าง หญิง ไม่ให้สวมกระโปรง
 ข้าราชการ,ลูกจ้าง ชายและหญิง ไม่ให้คาดเ
ถือว่าไม่ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของทางราช
ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
ว่าด้วยการการลาของข้าราชการ
พ.ศ.2555
การลา มี 11 ประเภท
1. การลาป่วย
2. การลาคลอดบุตร
3. การลาไปช่วยเหลือภริยาที่
คลอดบุตร
4. การลากิจส่วนตัว
5. การลาพักผ่อน
6. การลาอุปสมบทหรือการลาไป
ประกอบพิธีฮัจย์
7. การลาเข้ารับการตรวจเลือกหรือ
เข้ารับการเตรียมพล
8. การลาไปศึกษา ฝึกอบรม ปฏิบัติ
การวิจัย หรือดูงาน
9. การลาไปปฏิบัติงานในองค์การ
ระหว่างประเทศ
10. การลาติดตามคู่สมรส
การลาที่สำคัญ
1.การลาป่วย
1.1 ตั้งแต่ 30 วันขึ้นไป ต้องมีใบรับรอง
แพทย์
1.2 ไม่ถึง 30 วัน จะสั่งให้มีใบรับรอง
แพทย์ หรือ
ให้ไปรับการตรวจจากแพทย์ก็ได้
2. การลาคลอดบุตร
2.1 เป็นการลาหยุด ช่วงก่อน วันคลอด
และหลังคลอด
2.2 ลาได้ไม่เกิน 90 วัน (นับวันหยุดรวม
ด้วย)
3. การลากิจส่วนตัว
3.1 การลากิจส่วนตัวด้วยเหตุอื่นๆ
กรณีเหตุธรรมดา ต้องคำสั่งอนุญาต
ก่อน
กรณีเหตุจำเป็น คือไม่อาจรอรับคำสั่ง
อนุญาตได้
 กรณีเหตุพิเศษ คือไม่อาจส่งใบลาก่อน
ได้
ใน 1 ปี ระหว่างลากิจ จะได้เงินเดือน 45
วันทำการ
3.2 การลากิจส่วนตัวเพื่อเลี้ยงดูบุตร
มีสิทธิลาต่อเนื่องจากการลาคลอด (ไม่นับ
วันหยุดรวมด้วย)
61
4. การลาพักผ่อน
 ใน 1 ปี มีสิทธิลาได้ 10 วัน
กรณีบรรจุยังไม่ครบ 6 เดือน ไม่มีสิทธิลา
 ถ้าปีนั้น ไม่ได้ลาหรือลาไม่ครบ ให้นำวันลา
มาสะสม ในปีต่อไปได้ แต่เมื่อ
รวมกับในปีปัจจุบันแล้ว ต้องไม่
เกิน 20 วัน ถ้ารับราชการมาไม่น้อยกว่า 10
ปีติดต่อกัน ให้สะสมได้ไม่เกิน 30
วัน
ปัญหา..1. ข้าราชการบรรจุวันที่ 1 เมษายน
ของปี ลาได้..?
- จะลาไปช่วยเหลือภริยา
โดยชอบด้วยกฎหมายที่คลอด
บุตร
- ให้เสนอหรือจัดส่งใบลาต่อ
ผู้บังคับบัญชาลำดับจนถึงผู้มี
อำนาจอนุญาต ก่อนหรือในวัน
ที่ลาภายใน 90 วัน นับแต่
วันที่คลอดบุตร
5. การลาไปช่วยเหลือภริยาที่
คลอดบุตร (ข้อ 20)
- ผู้มีอำนาจอนุญาต (เช่น
ผวจ./อธิบดี/ปลัดกระทรวง) อาจ
ให้แสดงหลักฐานประกอบ
การพิจารณาอนุญาตด้วยก็ได้
- ถ้าลาภายใน 30 วัน นับแต่วันที่
คลอดบุตร ให้มีสิทธิ
ได้รับเงินเดือนระหว่างลาได้ไม่
เกิน 15 วันทำการ ถ้า
พ้นเวลานี้ไม่มีสิทธิได้รับเงิน เว้น
แต่อธิบดี จะพิจารณาเห็นสมควร
6.ลาไปฟื้นฟูสมรรถภาพด้าน
อาชีพ
ข้าราชการผู้ใดได้รับอันตรายหรือ
การป่วยเจ็บเพราะเหตุปฏิบัติ
ราชการในหน้าที่หรือถูกประทุษร้าย
เพราะเหตุกระทำการตามหน้าที่
จนทำ ให้ตกเป็นผู้ทุพพลภาพหรือ
พิการ
หากข้าราชการผู้นั้นประสงค์จะลา
ไปเข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรเกี่ยว
กับการฟื้นฟูสมรรถภาพที่จำเป็นต่อ
มีสิทธิลาไปฟื้นฟูสมรรถภาพด้าน
อาชีพครั้งหนึ่งได้ตามระยะเวลาที่
กำหนดไว้ในหลักสูตรที่ประสงค์จะ
ลา แต่ไม่เกิน 12 เดือน
ข้าราชการที่ได้รับอันตรายหรือ
การป่วยเจ็บจนทำให้ตกเป็นผู้
ทุพพลภาพหรือพิการเพราะเหตุอื่น
นอกจากที่กำหนดในวรรคหนึ่ง และ
ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุพิจารณาแล้วเห็น
ว่ายังสามารถรับราชการต่อไปได้
หากข้าราชการผู้นั้นประสงค์จะลา
พิจารณาหรืออนุญาตพิจารณาให้ลา
ไปฟื้นฟูสมรรถภาพด้านอาชีพดัง
กล่าวครั้งหนึ่งได้ตามระยะเวลาที่
กำหนดไว้ในหลักสูตรที่ประสงค์จะ
ลา
แต่ไม่เกิน 12 เดือน หลักสูตรตาม
วรรคหนึ่งและ วรรคสองต้อง
เป็นหลักสูตรที่ส่วนราชการ หน่วย
งานอื่นของรัฐองค์กรการกุศลอัน
เป็นสาธารณะหรือสถาบันที่ได้รับ
การรับรองจากหน่วยงานของทาง
ข้าราชการซึ่งประสงค์จะลาไป
ฟื้นฟูสมรรถภาพด้านอาชีพตามข้อ
39 ให้เสนอหรือจัดส่งใบลาต่อผู้
บังคับบัญชาตามลำดับจนถึงผู้มี
อำนาจพิจารณา
หรืออนุญาตพร้อมแสดงหลักฐาน
เกี่ยวกับ
หลักสูตรที่ประสงค์จะลา และเอกสาร
ที่เกี่ยวข้อง
ข้าราชการซึ่งประสงค์จะไปต่าง
ประเทศในระหว่างการลาตามระเบียบ
นี้ หรือในระหว่างวันหยุดราชการให้
เสนอขออนุญาตต่อผู้บังคับบัญชาตาม
ลำดับจนถึงหัวหน้าส่วนราชการ
(ผวจ.)
การอนุญาตของหัวหน้าส่วน
ราชการตามวรรคหนึ่ง
การไปต่างประเทศระหว่างการ
ลา/วันหยุดราชการ
5. กรณีละทิ้งหน้าที่ราชการ
(1) ต้องอุทิศเวลาของตนให้แก
หรือ ทอดทิ้งหน้าที่ราชการมิได้ มาต
(2) ละทิ้ง หรือทอดทิ้งหน้าที่รา
เหตุผลอันสมควร เป็นเหตุให้เสียหาย
ร้ายแรง มาตรา 85(2) (ผิดร้ายแรง)
(3) ละทิ้งหน้าที่ราชการติดต่อใ
เป็นเวลาเกิน15 วัน โดยไม่มีเหตุผล
มีพฤติการณ์อันแสดงถึงความจงใจไ
ของทางราชการ มาตรา 85(3) (ผิดร
มติ ค.ร.ม.วันที่ 21
ธ.ค.2536
(นร 0205/ว 234 ลว. 24
ธ.ค.2536)
- การลงโทษผู้กระทำผิดวินัยกรณี
ละทิ้ง
หน้าที่ราชการโดยไม่มีเหตุผลอัน
สมควร
71
คำว่า “ประมาท” หรือ “ประมาท
เลินเล่อ”
 ขาดความระมัดระวัง ขาดความ
รอบคอบใน
เรื่องที่ใช้ความระมัดระวังได้ แต่ไม่ใช้
หรือใช้ไม่เพียงพอ
และเกิดความเสียหาย
 ได้แก่ กระทำความผิดมิใช่โดย
เจตนา แต่กระทำโดย
ปราศจากความระมัดระวัง ซึ่งบุคคลใน
ภาวะเช่นนั้นจักต้องมี
องไม่ประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการ มาตรา 8
72
ระเบียบว่าด้วยการรักษาความ
ลับ
ของทางราชการ พ.ศ. 2544
 ความลับของทางราชการ ?
คือ ข้อมูลข่าวสารของทางราชการ ที่ไม
อาจเปิดเผย
ให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องทราบได้
 ชั้นความลับของข้อมูลข่าวสาร มี 3
ชั้น
1. ลับที่สุด 2. ลับมาก 3. ลับ
7. ต้องรักษาความลับของทางราชการ มา
73
พ.ร.บ.สุขภาพแห่งชาติ
พ.ศ.2550
มาตรา 7 ข้อมูลด้านสุขภาพของ
บุคคล เป็น
ความลับส่วนบุคคล ผู้ใดจะนำไปเปิด
เผยในประการ
ที่น่าจะทำให้บุคคลนั้นเสียหายไม่ได้
เว้นแต่
การเปิดเผยนั้นเป็นไปตามความ
ประสงค์ของบุคคล
นั้นโดยตรง หรือมี กฎหมายเฉพาะ
บัญญัติให้ต้อง
เปิดเผย แต่ไม่ว่าในกรณีใดๆ ผู้ใด
74
มาตรา 49 ผู้ใดฝ่าฝืน
มาตรา 7
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6
เดือน หรือ
ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือ
ทั้งจำทั้งปรับ
ความผิดตามมาตรานี้เป็น
ความผิด
75
มาตรา 8 ในการบริการสาธารณสุข
บุคลากรด้าน
สาธารณสุข ต้องแจ้งข้อมูลด้านสุขภาพ
ที่เกี่ยวข้องกับการ
ให้บริการ ให้ผู้รับบริการทราบอย่าง
เพียงพอที่ผู้รับบริการ
จะใช้ประกอบการตัดสินใจในการรับ
หรือไม่รับบริการใด
และในกรณีที่ผู้รับบริการปฏิเสธไม่รับ
บริการใด จะให้บริการ
นั้นมิได้
ในกรณีที่เกิดความเสียหายหรือ
อันตรายแก่ผู้รับบริการ
(มาตรา 8 ต่อ)
ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับกับ
กรณีดังต่อไปนี้
(1) ผู้รับบริการอยู่ในภาวะที่เสี่ยง
อันตรายถึงชีวิตและ
มีความจำเป็นต้องให้ความช่วยเหลือ
เป็นการรีบด่วน
(2) ผู้รับบริการไม่อยู่ฐานะที่จะรับทราบ
ข้อมูลได้ และ
ไม่อาจแจ้งให้บุคคลซึ่งเป็นทายาทโดย
ธรรมตาม
ข้อมูลข่าวสารราชการ 3
กลุ่ม
1. เปิดเผยทั่วไป
- ส่งลงพิมพ์ในราช
กิจจาฯ -
ต้องจัดมีไว้ให้ประชาชนตรวจดู
- คัดเลือกไว้ให้
ค้นคว้า
พ.ร.บ ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.254
2. ไม่ต้องเปิดเผย
- เปิด
เผยไม่ได้
อาจเสียหายต่อสถาบัน
พระมหากษัตริยิ - มี
คำสั่งไม่ให้เปิดเผย
(1) ความมั่นคงของ
ประเภท
(2) การบังคับใช้กฎหมาย
(3) ความ
เห็นภายใน
(4) ความปลอดภัยบุคคล
การมีคำสั่งมิให้เปิดเผย
- ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ (ระดับ 6
ขึ้นไป) -
ต้องระบุว่าเป็นข้อมูลข่าวสารประเภท
ใด - เปิดเผยไม่ได้
เพราะเหตุใด
ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล
เกี่ยวกับสิ่งเฉพาะตัวของ
บุคคล เช่น
- การศึกษา
- ฐานะการเงิน
-
ประวัติสุขภาพ
- ประวัติอาชญากรรม
-
ประวัติการทำงาน
- รูปถ่าย
3. ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล
คือ
ข้อมูลเฉพาะตัวบุคคล
ก. เจ้าของข้อมูล หรือผู้
แทน ขอ..... ต้องให้
ข. เปิดเผยต่อผู้อื่นไม่ได้ เว้น
แต่.....
1. เจ้าของข้อมูล/ผู้ยินยอมแทนตาม
ก.ม. ยินยอมให้
เปิดเผยคือ....1. ให้ดูแลเอกสาร
2. ให้สำเนาเอกสาร
2. เปิดเผยเฉพาะกรณี 9 ประการ
คือ (1)
ต่อจนท.ภายในหน่วยงานเพื่อใช้
ตามอำนาจหน้าที่
(2) ใช้ข้อมูลตามปกติของระบบ
ข้อมูลส่วนบุคคล
(3) หน่วยงานของรัฐ ด้าน
วางแผน สถิติ ฯลฯ
(4) ศึกษาวิจัย โดยไม่ระบุชื่อ
83
(5) ต่อหอจดหมายเหตุ
(6) ต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อการป้องกัน
การฝ่าฝืนตาม
กฎหมาย การสืบสวน การสอบสวน
หรือการฟ้องคดี
(7) เป็นการให้ซึ่งจำเป็นเพื่อการ
ป้องกัน หรือระงับอันตราย
ต่อชีวิต หรือสุขภาพของบุคคล
(8) ต่อศาล และเจ้าหน้าที่ หรือหน่วย
ผู้ยินยอมแทน/ผู้ขอข้อมูลแทน ผู้ตาย
ที่ ก.ม.กำหนดไว้
1. ผู้เยาว์ ............................ ผู้ใช้
อำนาจปกครอง
(ถ้าผู้เยาว์ อายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป
ต้องยินยอมด้วย)
2. คนไร้ความสามารถ.............ผู้
อนุบาล
ผู้ให้ความยินยอมแทนผู้ตาย(เพื่อให้
ผู้อื่นดูข้อมูล/ขอ)
โดยต้องเรียงตามลำดับ
1. ผู้ที่มีพินัยกรรมระบุชื่อไว้
2.
บุตรชอบด้วยกฎหมาย/บุตรบุญธรรม
3. คู่สมรส
4. บิดา /
มารดา
5. ผู้สืบสันดาน
ผู้ดำเนินการแทนผู้ตาย/ขอข้อมูลฯ
ของผู้ตาย
มีสิทธิดำเนินการแทนผู้ตายได้ เช่น
ขอแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง
หรือขอดูข้อมูลของผู้ตาย โดยไม่ต้อง
เรียงลำดับ แม้ว่าบุคลหนึ่งบุคคลใด จะ
มีความเห็นเช่นใดก็ตาม คือ
1. ผู้ที่มีพินัยกรรมระบุชื่อไว้
2. บุตรชอบด้วยกฎหมาย/บุตรบุญธรรม
3. คู่สมรส
ข้อปฏิบัติตามสิทธิของประชาชน
1. ประชาชนมีคำขอ ต้องจัดให้
ถ้าให้ไม่ได้......ต้องแจ้ง
เหตุผลให้ทราบด้วย
2. ถ้าจะให้....หากเห็น
ว่ามีส่วนใด ห้ามเปิดเผย
ต้องลบ/ตัดทอนออก
3. ถ้าเปิด
เผย จะกระทบประโยชน์ได้เสียของผู้
อื่น ต้องแจ้ง
ให้คัดค้าน ไม่น้อยกว่า 15 วัน
88
8. ต้องไม่กระทำการ หรือยอมให้ผู้อ
หาผลประโยชน์อันอาจทำให้เสียความเท
เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ร
มาตรา 83(5)
 เที่ยงธรรม คือ เป็นธรรม
 “เกียรติศักดิ์ ” ฐานะที่ได้รับกา
 ดูที่ตำแหน่งหน้าที่ราชการข
89
9. ต้องวางตนเป็นกลางทางการเมือง
หน้าที่ราชการ และในการปฏิบัติการอย่า
กับประชาชนกับจะต้องปฏิบัติตามระเบียบ
ว่าด้วยมารยาททางการเมืองของข้าราชก
มาตรา 82(9)
90
 การวางตนเป็นกลาง มาตรา 82(9)
1. วางตนเป็นกลางทางการเมือง ใน
1.1 ปฏิบัติหน้าที่ราชการ และ
1. 2 ในการปฏิบัติการอย่างอื่นที่เกี่ย
กับประชาชน
2. จะต้องปฏิบัติตามระเบียบของทางร
มารยาททางการเมืองของข้าราชการพลเรือ
เช่น.... 2.1 ไม่ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง
2.2 ไม่ใช้สถานที่ราชการในกิจการทา
2.3 ไม่แต่งเครื่องแบบราชการไปร่วมป
พจนานุกรม : ข้าราชการหรือพนักงาน
รัฐวิสาหกิจ
ที่มีอำนาจปกครองดูแลผู้ใต้บังคับ
บัญชา
อำนาจหน้าที่ : ควบคุม กำกับ ดูแล สั่ง
การ และกลั่นกรอง
ผู้บังคับบัญชา มี 2
ประเภท
1. ผู้บังคับบัญชาตามกฎหมาย
(1) มีกฎหมายบัญญัติไว้
(2) ได้รับมอบหมายจาก ผบ.ที่มีอำนาจสั่ง
ผู้บังคับบัญชา คือ
ผู้บังคับบัญชาที่กฎหมาย
บัญญัติไว้
ตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการ
แผ่นดิน พ.ศ.2534
**************
- มาตรา 21 (กรณี ปลัดกระทรวงฯ)
- มาตรา 32 (กรณี อธิบดี/รองอธิบดี)
- มาตรา 33 วรรคสอง (กรณี
ผอ.กอง/สำนัก/หน.ส่วนราชการ
ของ สป./กรม )
- มาตรา 54 (กรณี ผวจ.)
- มาตรา 55 และมาตรา 60(2) ( กรณี
ผู้บังคับบัญชาที่ได้รับมอบ
หมายฯ
ตาม ม.49 พรบ.ระเบียบข้าราชการ
พลเรือน พ.ศ.2551
คำสั่ง สป.ที่ 315/2555 ลงวันที่ 17
กุมภาพันธ์ 2555
(สั่งมอบหมายให้เป็น
ผบ.ข้าราชการ/ลูกจ้าง)
- ผอ.วิทยาลัย สังกัด สบช.
- ผอ.รพช/รพท/รพศ.ของ
สป. 1.2
1. ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญ
ในหน้าที่ราชการโดยชอบด้วยกฎหมายแ
ทางราชการ โดยไม่ขัดขืนหรือหลีกเลี่ยง
การปฏิบัติตามคำสั่งนั้น จะทำให้เสียหา
หรือ จะเป็นการไม่รักษาประโยชน์ของทา
ต้องเสนอความเห็นเป็นหนังสือทันที เพ
บัญชาทบทวนคำสั่งนั้น และเมื่อได้เสนอ
ถ้าผู้บังคับบัญชายืนยันให้ปฏิบัติตามคำสั่ง
ใต้บังคับบัญชาต้องปฏิบัติตาม มาตรา 82
 ระเบียบแบบแผนของทางราชการ ตาม ม
“ แบบแผน” คือขนบธรรมเนียมที่กำหนดไว้ ห
ประพฤติปฏิบัติสืบต่อกันมา
1. เป็นระเบียบแบบแผนของทางราชการทั่ว
2. กำหนดหน้าที่ทั่วไปที่ทุกคนต้องปฏิบัติต
3. ไม่จำเป็นต้องกำหนดไว้เป็นลายลักษณ์อ
 แบบแผนการปฏิบัติตามคำสั่งของหัว
2. ต้องไม่รายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญ
รายงานโดยปกปิดข้อความซึ่งควรต้องแจ
เป็นรายงานเท็จด้วย มาตรา 83(1)
 รายงาน คือบอก ชี้แจงข้อเท็จ
ที่ได้รู้เห็น หรือที่ทราบมา
 รายงานเท็จ คือ...
 รายงานไม่เป็นความจริง
 รายงาน โดยปกปิดข้อความ
ซึ่งควรต้องบอก
3. ต้องไม่ปฏิบัติราชการอันเป็นการก
ข้ามผู้บังคับบัญชาเหนือตน เว้นแต่ผู้บังค
เหนือตนขึ้นไป เป็นผู้สั่งให้กระทำหรือได
เป็นพิเศษครั้งคราว มาตรา 83(2)
เฉพาะเรื่องการปฏิบัติราชการเท
การอุทธรณ์, การร้องทุกข์,การร
การร้องขอความเป็นธรรม ไ
มาตรานี้
1. ต้องสุภาพเรียบร้อย รักษาความ
และต้องช่วยเหลือกันในการปฏิบัต
ข้าราชการด้วยกัน และผู้ร่วมปฏิบ
มาตรา 82(7)
วินัยต่อผู้ร่วมงาน
พฤติกรรมที่ไม่สุภาพ
เรียบร้อย
1. แสดงออกด้วย กิริยา ท่าทาง
2. แสดงออกด้วย คำพูด
3. แสดงออกด้วย ระบบ
คอมพิวเตอร์
99
2. ต้องไม่กระทำการอย่างใดที่เป็นกา
กดขี่ หรือข่มเหงกันในการปฏิบัติราชการ
 กลั่นแกล้ง.... หาความไม่ดีใส่ให
.... แกล้งใส่ความ
 กดขี่.... ข่มให้อยู่ในอำนาจ
 ข่มเหง.... ใช้กำลังรังแก
.... แกล้งทำความเดือดร้อน
100
1. ต้องไม่เป็นกรรมการผู้จัดการ ห
หรือดำรงตำแหน่งอื่นใดที่มีลักษณะงานคล
ในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท มาตรา 83(6)
 ตำแหน่งอื่นใดที่มีลักษณะงานคล้าย
เช่น ตำแหน่งผู้อำนวยการ
 จุดมุ่งหมาย - ผลประโยชน์
- เวลาทำงาน
วินัยต่อตนเอง
101
2. ต้องไม่กระทำการอันเป็นการ ล่วงล
คุกคามทางเพศ ตามที่กำหนดในกฎ ก.พ
มาตรา 83(8)
 ล่วงละเมิดทางเพศ...ล่วงเกิน, ฝ่า
ประเพณี, ฝ่าฝืนกฎหมาย เช่น
การทำอนาจาร, ข่มขืนกระทำช
 คุกคามทางเพศ...ทำให้หวาดกล
แสดงอำนาจด้วยกิริยา หรือวาจ
ให้หวาดกลัว
กฎ ก.พ.ว่าด้วยการกระทำการอันเป็น
หรือคุกคามทางเพศ พ.ศ.25
(เริ่มบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 28 กันยาย
การละเมิดหรือคุกคามทางเพศ
1. กระทำการ ต่อข้าราชการ/ผู้ร่วมปฏ
2. เกิดขึ้นในหรือนอกสถานที่ราชการ
3. ผู้ถูกกระทำมิได้ยินยอม/เดือดร้อนร
โดยกระทำการ ดังต่อไปนี้
1. ด้วยการสัมผัสทางกายที่มีไปในทางเ
โอบกอด จับอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่ง
2. ด้วยวาจาที่ส่อไปในทางเพศ เช่น วิพ
ร่างกาย พูดหยอกล้อ พูดหยาบคาย
3. ด้วยอากัปกิริยาที่ส่อไปในทางเพศ เ
ลวนลาม การทำสัญญาณหรือสัญลัก
4. แสดงหรือสื่อสารด้วยวิธีการใดๆ ที่ส
เช่น แสดงรูปลามกอนาจาร ส่งจดห
หรือ การสื่อสารรูปแบบอื่น เป็นต้น
5. แสดงพฤติกรรมอื่นใดที่ส่อไปในทาง
กระทำไม่พึงประสงค์หรือเดือดร้อนร
105
3. กระทำความผิดอาญาจนได้รับโทษจำค
ที่หนักกว่าโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่ส
หรือ ให้รับโทษที่หนักกว่าโทษจำคุก เว้นแ
สำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท มา
(ผิดร้ายแรง)
 องค์ประกอบความผิด.
1. กระทำความผิดทางอาญา
2. รับโทษจำคุกจริงๆ หรือประหารชีวิต
3. คำพิพากษาถึงที่สุด
“ยกเว้น โทษที่กระทำผิดโดยประมาท
หรือลหุโทษ”
ตัวอย่าง
1. ฆ่าผู้อื่น
2. ค้ายาเสพติด
3. ทุจริตเงินราชก
4. ต้องรักษาชื่อเสียงของตน และรัก
ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตน
มาตรา 82(10)
5. กระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ ประ
อย่างร้ายแรง มาตรา 85(4)(ผิดร้า
หลักในการพิจารณามี 3
ประการ 1.
เกียรติของข้าราชการ
2. ความรู้สึกของ
สังคมไทย
3. เจตนาที่กระทำ
ความยกย่องนับถือ
ความมีชื่อเสียง
ะทำที่เรียกว่า “ประพฤติชั่ว หรือ เส
คำว่า “เกียรติ” คือ
ตัวอย่างความผิดเรื่อง
การประพฤติชั่ว
1. ประพฤติตนเป็นคนเสเพล
2. เสพของมึนเมาจนไม่สามารถ
ครองสติได้
3. หมกมุ่นในการพนัน
4. กระทำอนาจาร
5. มีความสัมพันธ์ฉันชู้สาว
6. กระทำความผิดอาญา
7. ปลอมลายมือชื่อ
109
คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม
(ก.พ.ค.)
(Merit Systems Protection Board)
1. ทำหน้าที่พิทักษ์ระบบคุณธรรม โดยเป็น
องค์กรอิสระกึ่ง
ตุลา(เป็นอิสระจากฝ่ายบริหาร)
2. กรรมการจำนวน 7 คน ซึ่งทรงพระกรุณา
โปรดเกล้าฯ และมี
เลขาธิการ ก.พ. เป็นเลขานุการ ดำรงตำแหน่ง
วาระเดียว 6 ปี
โดยทำงานเต็มเวลา
3. สรรหาและคัดเลือก โดยคณะกรรมการที่มี
110
การอุทธรณ์
การอุทธรณ์โทษทางวินัย 5 สถาน /คำสั่ง
ให้ออกจาก
ราชการ 6 กรณี คือ เจ็บป่วย/ขาด
คุณสมบัติทั่วไป/
ปฏิบัติงานไม่มีประสิทธิภาพฯ/หย่อนความ
สามารถฯ/
มลทินมัวหมอง/ถูกจำคุกถึงที่สุดในคดี
ประมาท-ลหุโทษ
- ให้อุทธรณ์ ต่อ คณะกรรมการพิทักษ์
111
เหตุถูกสั่งให้ออกจาก
ราชการ 6 กรณี
1. เจ็บป่วยไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ราชการได้
โดยสม่ำเสมอ
2. ขาดคุณสมบัติทั่วไป/ต้องห้าม
- ไม่มีสัญญาติไทย - ไม่เลื่อมใส
ปกครอง ปชต.
- ดำรงตำแหน่งการเมือง - ยังถูกสั่ง
พักฯ/ให้ออกไว้ก่อน
- ล้มละลาย
- เคยต้องรับโทษที่สุดให้จำคุกคดี
อาญา(ยกเว้นประมาท/ลหุโทษ)
3. ปฏิบัติงานไม่มีประสิทธิภาพฯ
4. หย่อนฯ-บกพร่อง-ประพฤติตนไม่เหมาะ
112
การร้องทุกข์กรณีที่คับข้องใจอันเกิดจาก
การปฏิบัติ/
ไม่ปฏิบัติต่อตน ของ ผบ. และมิใช่กรณี
อุทธรณ์ตาม 1.
1. เหตุเกิดจาก ผบ. ให้ร้องทุกข์ต่อ ผบ.ชั้น
เหนือขึ้นไป
- เหตุเกิดจาก ผบ.ต่ำกว่า ผวจ./อธิบดี
ร้องทุกข์
ต่อ ผวจ./อธิบดี
- เหตุเกิดจาก ผวจ./อธิบดี ร้องทุกข์ต่อ
ปลัดฯ
การร้องทุกข์
113
การอุทธรณ์โทษทางวินัย/ร้องทุกข์
กรณีถูกสั่งให้ออกฯ
ของลูกจ้างประจำ
1. อุทธรณ์/ร้องทุกข์ ภายใน 30
วัน นับแต่วัน
รับทราบคำสั่ง
2. ผู้พิจารณาอุทธรณ์ ผู้ออก
คำสั่งลงโทษ
- อ.ก.พ. จังหวัด ต่ำกว่าผู้
ว่าฯ - อ.ก.พ.
การอุทธรณ์โทษทางวินัยของ
พนักงานราชการ
1. อุทธรณ์ต่อ ผวจ.ภายใน 15 วัน
นับแต่รับทราบคำสั่ง
2. ผู้พิจารณาอุทธรณ์ ผู้ออก
คำสั่งลงโทษ
ลำดับ 1 อธิบดี
อธิบดี
ผวจ ผวจ
(กรณี อธิบดี มอบอำนาจให้
ผวจ.สั่งลงโทษ)
115
การอุทธรณ์คำสั่งเลิกจ้าง
ลูกจ้างชั่วคราว
1. อุทธรณ์ต่อ หัวหน้าหน่วยบริการ
ที่ออกคำสั่งเลิกจ้าง
ภายใน 15 วัน นับแต่รับทราบคำ
สั่งเลิกจ้าง
2. ผู้พิจารณาอุทธรณ์
ลำดับ 1 หัวหน้าหน่วยบริการ พิจารณา
แล้วหากไม่เห็นด้วย
ให้รายงานผู้บังคับบัญชาชั้น
ที่มาของเรื่องร้องเรียน/กล่าวหา
1.จากบุคคลที่ร้องเรียน/กล่าวหา
1.1 บัตรสนเท่ห์
1.2 หนังสือร้องเรียน
1.3 สื่อสารมวลชน เช่น
นสพ./วิทยุ/โทรทัศน์
2. จากหน่วยงานอื่น เช่น
1.1
สตง./ปปช./ปปท./รัฐสภา/สำนักงาน
ก.พ.
1.2 สำนักนายกรัฐมนตรี/
1.3 ผู้ตรวจการแผ่นดิน
1. คุณภาพการให้บริการ
2. รอตรวจนาน
3. ทำงานล่าช้า
4. กริยาวาจาไม่สุภาพ
ประเด็นที่ร้องเรียน เรียง
ลำดับ
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา
300
ความผิดฐาน - กระทำโดย
ประมาท เป็นเหตุให้
ผู้อื่นได้รับอันตราย
สาหัส
- โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี
หรือปรับ
ไม่เกิน 6,000 บาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ
อันตรายสาหัส เช่น ตาบอด เสีย
อวัยวะ เสียความ
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา
291
ความผิดฐาน - กระทำโดย
ประมาท เป็นเหตุให้
ผู้อื่นถึงแก่ความ
ตาย
- โทษจำคุกไม่เกิน 10
ปี หรือปรับ
ไม่เกิน 20,000
บาท
1. เมื่อเกิดความเสียหายแก่ หน่วยงาน
ของรัฐ หรือ
บุคคลภายนอก
■ หน่วยงานของรัฐเสียหาย เช่น
ทรัพย์สินเสียหาย
■ บุคคลภายนอกเสียหาย เช่น
1) ตาย
3) ทรัพย์สิน/สิทธิ เสียหาย
2. ความเสียเกิดจากการกระทำละเมิด
ของเจ้าหน้าที่
ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ราชการ
สาระสำคัญของพระราชบัญญัติ
ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที พ.ศ. 2539
2) บาดเจ็บ
3. กรณีเจ้าหน้าที่กระทำละเมิดต่อ
หน่วยงานของรัฐ
หรือต่อบุคคลภายนอก ทำให้ได้รับ
ความเสียหาย
3.1 กรณีจงใจ หรือ ประมาท
เลินเล่ออย่างร้ายแรง
เจ้าหน้าที่ต้องรับผิด
3.2 กรณีประมาทเลินเล่อไม่ร้ายแรง
เจ้าหน้าที่ไม่ต้องรับผิด
122
1. กระทำโดยจงใจ หรือ
ประมาทเลินเล่อ
2. ต่อบุคคลอื่นโดยผิด
กฎหมาย
3. ทำให้เขาเสียหายถึงแก่
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิช
มาตรา 420 การทำละเมิด
123
ความรับผิดชดใช้ค่าสินไหม
ทดแทน
ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ให้
แก่ผู้เสียหาย/ ทายาท
1. คืนทรัพย์สิน หรือชดใช้เงิน
2. ชดใช้ค่าเสียหาย เช่น
- ค่าปลงศพ และค่าใช้จ่ายจำเป็นอื่นๆ
- ค่าขาดไร้อุปการะ
- ค่าขาดแรงงาน
- ค่ารักษาพยาบาล
- ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้
124
ประมาท
1. การกระทำ ที่มิได้กระทำ
โดยเจตนา
2. แต่กระทำโดยปราศจาก
ความระมัดระวัง
ซึ่งบุคคลในภาวะเช่นนั้น
จะต้องมี
ตามวิสัยและพฤติการณ์
3. และผู้กระทำอาจใช้
ความระมัดระวัง
เช่นว่านั้นได้ แต่หาได้ใช้
125
ประมาทเลินเล่ออย่าง
ร้ายแรง
1. มีลักษณะไปในทางที่บุคคลนั้น ได้
กระทำไป
โดยขาดความระมัดระวัง
2. ที่เบี่ยงเบนไปจากเกณฑ์มาตรฐาน
อย่างมาก เช่น
พึงคาดเห็นได้ว่าความเสียหาย
อาจเกิดขึ้นได้
หรือ หากระมัดระวังสักเล็กน้อย
126
กรณีที่ถือว่า “ประมาท
เลินเล่ออย่างร้ายแรง”
1. ไม่ได้ใช้ความระมัดระวังเลย
สักนิด
2. ทำผิดซ้ำๆในเรื่องแบบเดียวกัน
3. ปฏิบัติผิดมาตรฐานวิชาชีพ
4. ฝ่าฝืนกฎหมาย/ระเบียบ
5. กฎหมาย/ระเบียบ กำหนด วิธี
127
เหตุสุดวิสัย
1. เหตุใดๆ อันจะเกิดขึ้น หรือจะ
ให้ผลพิบัติ
2. เป็นเหตุที่ไม่สามารถป้องกัน
ได้
3. แม้บุคคลผู้ต้องประสบหรือ
ใกล้จะต้องประสบ
จะได้จัดการระมัดระวังตาม
สมควร อันพึงคาด-
หมายได้จากบุคคลในฐานะ
และภาวะเช่นนั้น
128
ถ้าไม่ได้ทำโดย
จงใจ/ประมาท/เหตุสุดวิสัย
แม้จะทำให้คนอื่นเสีย
หาย
ไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่า
สินไหมฯ
ไม่ถือว่าเป็นการทำ
ละเมิด
129
คำนิยาม
1. เจ้าหน้าที่ หมายถึง
- ข้าราชการ/พนักงาน/ลูกจ้าง
- ผู้ปฏิบัติงานประเภทอื่น ไม่ว่า
จะแต่งตั้ง
ในฐานะกรรมการ หรือฐานะ
อื่นใด
2. หน่วยงานของรัฐ หมายถึง
- กระทรวง/ทบวง/กรม/ส่วน
ราชการอื่น
130
สาระสำคัญ
(บังคับใช้ตั้งแต่ 15 พฤศจิกายน
2539)
1.จนท.กระทำละเมิดในการ
ปฏิบัติหน้าที่
1.1 กรณีทำให้หน่วยงานของรัฐ
เสียหาย
(1) ประมาทเลินเล่อไม่ร้ายแรง
- จนท.ไม่ต้องรับผิดชดใช้
131
กรณีละเมิดในการปฏิบัติหน้าที่-
รัฐเสียหาย
1. รถราชการเสียหาย/สูญหาย
- รถคว่ำ(ไม่มีคู่กรณี)
- รถชนกัน
- รถถูกโจรกรรม
: กรณีรถราชการเกิดอุบัติเหตุได้
รับความเสียหาย
และมีผู้บาดเจ็บ ให้แจ้งความร้อง
ทุกข์ต่อ
พนักงานเจ้าหน้าที่
( กค 0508/ว 27274 ลว.19
132
การปฏิบัติหน้าที่ในการใช้-รถ
เกิดอุบัติเหตุ
1. การใช้รถราชการ/การเก็บ
รักษา
- ขออนุมัติใช้ตามระเบียบ/บันทึก
การใช้รถ
- ใช้ในงานราชการเท่านั้น/ไม่
ออกนอกเส้นทาง
- เก็บสถานที่ราชการ/ที่อื่น
ชั่วคราว ขออนุญาต
2. กรณีรถราชการเกิดอุบัติเหตุ
- ถ่ายภาพรถ/สถานที่เกิดเหตุ
- รายงาน ผบ.
133
2. ทรัพย์สินราชการ ชำรุดเสีย
หาย/ถูกโจรกรรม
3. ทุจริต/ยักยอกเงินของทาง
ราชการ
- เบิกจ่ายเงินเท็จ
- ปลอมเอกสารเบิกจ่าย
4. เพลิงไหม้
5. การจัดซื้อ/จัดจ้าง
6. เบิกจ่ายเงินโดยผิด
134
1.2 กรณีทำให้บุคคล
ภายนอก(เอกชน)เสียหาย
ก. หน่วยงานของรัฐ ต้องความรับ
ผิดต่อผู้เสียหาย
ในผลแห่งการละเมิดของ จนท.
ดังนี้
(1) จนท.ประมาทเลินเล่อไม่
ร้ายแรง
- หน่วยงานของรัฐ ต้องรับผิดชด
ใช้ฯให้แก่ผู้เสียหาย
135
ข. สิทธิของบุคคลภายนอก (ผู้เสีย
หาย)
(1) ยื่นคำขอค่าสินไหมทดแทน ต่อ
หน่วยงานของรัฐ
- หน่วยงานของรัฐ ต้องออก
ใบรับเรื่องให้ผู้ขอ
และต้องพิจารณาให้แล้ว
เสร็จภายใน 180 วัน
(ถ้าไม่เสร็จ ขอขยายเวลาต่อ
รมว.ได้อีก 180 วัน)
- เมื่อหน่วยงานของรัฐมีคำสั่ง
ถ้าผู้เสียหาย
ไม่พอใจผลการวินิจฉัย มี
136
.
2.จนท.กระทำละเมิดที่มิใช่กระทำ
ในการปฏิบัติหน้าที่
2.1 กรณีทำให้หน่วยงานของรัฐเสีย
หาย
(1) จนท. ต้องรับผิดชดใช้ ตาม
หลัก ป.พ.พ.
(2) ต้องรับผิดทุกกรณี ทั้ง
ประมาทเลินเล่อไม่ร้ายแรง
และจงใจ/ประมาทเลินเล่อ
อย่างร้ายแรง
2.2 กรณีทำให้บุคคลภายนอกเสีย
หาย
137
3. การชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
หรือการไล่เบี้ย
(กรณีที่กระทำเมิดต่อหน่วยงานของ
รัฐ/บุคคลภายนอก และ
จนท.กระทำโดยจงใจ หรือประมาท
เลินเล่ออย่างร้ายแรง)
(1) กรณีกระทำละเมิดหลายคน ไม่ใช้
หลักลูกหนี้ร่วม
(2) ไม่ต้องชดใช้เต็มจำนวนก็ได้ จะมี
เพียงใดให้คำนึงถึง
- ระดับความร้ายแรงในการกระทำ
และ
138
4. กรณี จนท.ผู้ต้องรับผิดฯ ไม่
สามารถชำระหนี้ได้
- ให้พิจารณาผ่อนผันตามความ
เหมาะสม
- ห้ามฟ้อง จนท. เป็น
คดีล้มละลาย
5. กรณี จนท.ผู้ต้องรับผิดฯตาย
- ให้รีบดำเนินการฟ้องผู้จัดการ
มรดก/ทายาท
6. อายุความ
- จนท.ทำให้หน่วยงานฯเสียหาย 2 ปี นับ
แต่รู้เรื่อง/รู้ตัว ละเมิด
หรือภายใน 10 ปีนับ แต่วันทำละเมิด
(ปพพ.มาตรา 448)
- การไล่เบี้ยจาก จนท./หน่วยงานฯ อายุ
139
คำพิพากษาศาลฎีกาที่
6092/2552
• การตรวจร่างกายของผู้ป่วย
ถือเป็นขั้นตอนสำคัญ
ในการที่แพทย์จะวินิจฉัยโรคว่า
ผู้ป่วยเป็นโรคอะไร พยาธิสภาพ
อยู่ที่ไหนและอยู่ในระยะใดเพื่อ
จะนำไปสู่การรักษาได้ถูกต้อง
ในขั้นตอนนี้แพทย์จักต้องใช้
ความระมัดระวังตามวิสัยและ
พฤติการณ์มิให้เกิดความผิด
140
การที่แพทย์มิได้ตรวจดู
อาการของโจทก์
ตั้งแต่แรกเข้ารับการรักษาที่
โรงพยาบาล
ด้วยตนเอง แต่วินิจฉัยโรคและ
สั่งการรักษา
อาการของโจทก์ตามที่ได้รับ
รายงานทางโทรศัพท์จาก
พยาบาลแทนโดยไม่ได้ตรวจ
สอบประวัติ การรักษา
ของโจทก์ด้วยตนเอง
แม้แพทย์ จะสอบถาม
141
ประมวลกฎหมายแพ่งและ
พาณิชย์ มาตรา 373
ความตกลงทำไว้ล่วงหน้าเป
ยกเว้น มิให้ลูกหนี้ต้องรับผิดเพ
หรือประมาทเลินเล่ออย่างร้าย
นั้น ท่านว่าเป็นโมฆะ
142
ผลดีของกฎหมาย
1. เพื่อคุ้มครองเจ้าหน้าที่ ที่ได้
กระทำละเมิด
ใน
การปฏิบัติหน้าที่
2. เพื่อเยียวยาความเสียหายให้
แก่ผู้เสียหาย
จากการทำละเมิด
ของ จนท. อย่างเป็นธรรม
143
…สรุปสาระสำคัญของกฎหมายฉบับ
นี้...
ความรับผิดทางละเมิดของ
จนท. มีดังนี้
1. เมื่อเกิดความเสียหายแก่หน่วยงาน
ของรัฐ/บุคคลภายนอก
2. โดยเกิดจากการกระทำละเมิดของ
จนท. ในการปฏิบัติหน้าที่
3. จะต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหม
ทดแทน คือ
(1) จนท. ต้องรับผิดต่อหน่วยงาน
งานของรัฐ
- กรณีกระทำโดย จงใจ/ประมาท
เลินเล่ออย่างร้ายแรง
(2) หน่วยงานของรัฐ ต้องรับผิดต่อ
บุคคลภายนอก
นายเสมอ กาฬภักดี นิติกร
ชำนาญการพิเศษ
กลุ่มเสริมสร้างวินัยและระบบ
คุณธรรม
สำนักงานปลัดกระทรวง
สาธารณสุข
อ.เมืองฯ จ.นนทบุรี 11000
(อาคาร 6 สป. ชั้น 2)
www.winaimoph

การดำเนินคดีทางวินัยทางกฎหมายและระเบียบอื่น ๆ