Site Drainage
การระบายน้ำในบริเวณ
https://megamanual.geosyntec.com/npsmanual/sectionintrourbanstormwaterrunoff.aspx
ในสภาพธรรมชาติ
50%
ซึมลงดิน
10% ไหลตามผิวดิน
40%
ระเหยสู่บรรยากาศ
Hydrological Cycle
การระบายน้ำในบริเวณ (Site Drainage )
น้ำผิวดิน คือน้ำหลักๆในงานระบายน้ำ ซึ่งมักจะเป็นรูปแบบการระบายน้ำฝน
(Storm Drainage System) ระบบการระบายน้ำฝนจะรวบรวม นำพาน้ำฝน
ที่มีมากเกินขนาด ทิ้งไป โดยปกติ ระบบการระบายน้ำฝนจะช่วยให้
1.ป้องกันการกัดเซาะพังทลายโดยการลดอัตราการไหลและปริมาณของน้ำลง
2.ลดปัญหาและความเสียหายในทรัพย์สินอันเกิดจากน้ำท่วม และเป็นการ
ช่วยให้การใช้บริเวณมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการระบายน้ำที่มากเกินความ
ต้องการออกไป
3.ป้องกันน้ำขังอันก่อให้เกิดการเน่าเสียและเป็นแหล่งเพาะยุงและเชื้อโรค
4.การเจริญเติบโตของต้นไม้ดีขึ้น โดยการระบายน้ำที่อิ่มตัวอยู่ในดิน
5.ดินรับน้ำหนักได้ดีขึ้น ทำให้บริเวณเหมาะแก่การก่อสร้างยิ่งขึ้น
เชียงกลาง, น่าน 2556
https://www.khaosod.co.th/around-the-world-news/news_4523087 มณฑลเจียงซี ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน
ระบบการระบายน้ำผิวดิน
น้ำผิวดินส่วนใหญ่เกิดจากฝนซึ่งจะเริ่มไหลไป
ตามผิวดินหลังจากฝนเริ่มตกน้ำจะไหลไปตาม
ความลาดที่ทำไว้ลงสู่บ่อดัก แล้ววิ่งไปตามทาง
และท่อระบายน้ำสาธารณะซึ่งจะวิ่งไปสู่คลอง
แม่น้ำ หรือทะเล
https://www.mississauga.ca/services-and-programs/home-and-yard/stormwater/stormwater-system/
ข้อปฏิบัติที่ดีในการระบายน้ำ
• ควรทำให้เกิดความลาดชันที่
เพียงพอโดยน้ำจะไหลตั้งฉาก
กับเส้นระดับเสมอ
ต.คุ้มเก่า อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์
• การทำให้น้ำผิวดินไหลช้าๆ จะมีผลในแง่ดีโดยน้ำจะซึมลงไปในดินได้มาก
• ไม่ควรระบายน้ำเข้าไปในที่ของผู้อื่น และงดการเพิ่มปริมาณน้ำลงไปทางน้ำเดิมอีก
มาตรา &'(& ท่านมิให้เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ทําหลังคาหรือการปลูกสร้างอย่างอืAน ซึAงทําให้นํDาฝนตกลงยัง
ทรัพย์สินซึAงอยู่ติดต่อกัน
• การระบายน้ำบนผิวดินดีกว่าการฝังท่อใต้ดินเพราะท่อมีโอกาสตันได้
4. ควรเลียนแบบระบบระบายน้ำตาม
ธรรมชาติที่มีอยู่เดิมให้มากที่สุด
• น้ำที่ไหลช้าทำให้พื้นที่แฉะ
น้ำที่ไหลเร็วทาให้เกิดการกัด
เซาะเป็นร่องน้ำ
• ควรปลูกพืชหรือทำโครงสร้างปิดหน้ำดินบนไหล่ทางเพื่อลดการกัดเซาะพังทลายของดิน
• บริเวณพื้นที่ hardscape ไม่ควรมีความลาดชันมากเกินไป เพราะสร้างมลทัศน์
• ในกรณีที่ปริมาณน้ำมีมากไม่ควรระบายน้ำไหลข้ามทางเดินเท้าไปลงถนน ควรมี
บ่อดักก่อนถึงทางเท้า
• ควรมีการวางแผนการทำทางระบายน้ำสำรองไว้เสมอ
ปัจจัยในการกำหนดระบบการระบายน้ำ
Landuse: ความผันแปรของระบบระบายนํ2าขึ2นอยู่กับการใช้ที<ดินและความหนาแน่น พื2นที<ๆมีความหนาแน่นมาก จะซึมนํ2าได้ช้าลง และพื2นที<บางประเภท ต้องการการ
ระบายนํ2าที<รวดเร็ว เช่น ที<จอดรถ ทางเดิน สนามกีฬา
สภาพภูมิประเทศ: บริเวณที)ชันมาก การไหลของนํ8าจะเป็นไป
อย่างรวดร็ว โอกาสที)จะซึมลงดินมีน้อย การระบายนํ8าจึงจําป็นต้อง
มีทั8งด้านบนและด้านล่าง และปลูกพืชคลุมเพื)อชะลอการไหลของนํ8า
ขนาดของบริเวณที/จะทําการระบายนํ5า: ขนาดของพื)นที,เป็นตัวกําหนดปริมาณนํ)าหลัง
ฝนตก โดยเฉพาะพื)นที,ดาดแข็ง เช่นถนน หลังคา ลานต่างๆ ยิ,งมีมากเท่าใด ระบบการ
ระบายนํ)าก็จะต้องใหญ่ขึ)นเท่านั)น
ชนิดของดิน: เป็นตัวบอกอัตราการซึมนํ1าว่านํ1าฝนจะซึมลงไปได้รวดเร็วเพียงใด
พืชพรรณคลุมดิน: พื#นที'โล่ง ไม่มีพืชพรรณปกคลุมจะมีการไหลของนํ#าบริเวณหน้าดินรวดเร็ว
ฝนขณะที'พื#นที'ที'มีพืชพรรณปกคลุม นํ#าฝนจะไหลได้ช้า ทําให้สามารถลดขนาดของระบบระบาย
นํ#าได้มาก
ปริมาณนํ)าฝน: ปริมาณนํ)าฝนที-ตกเฉลี-ยสมํ-าเสมอ จะไม่มีปัญหาเท่าการตกครั)งละมากๆและเป็นเวลานานๆ
ปริมาณนํ)าฝนเฉลี/ยในแต่ละเดือน ในพื)นที/อําเภอเมือง เชียงใหม่ รอบ 49 ปี
กรมอุตุฯ รายงานว่ามีปริมาณนํ)าฝน F มม.
= F ลูกบาศก์มิลลิเมตร / ตารางมิลลิเมตร
= F × NOOO × NOOO ลูกบาศก์มิลลิเมตร / ตารางเมตร
= F,OOO,OOO ลูกบาศก์มิลลิเมตร / ตารางเมตร
= F,OOO ลูกบาศก์เซนติเมตร / ตารางเมตร
= F,OOO ซีซี / ตารางเมตร
= F ลิตร / ตารางเมตร
การระบายน้ำในพื้นที่ราบ
1.ระบบระนาบเอียง
น้ำจะไหลลงไปตามทางที่ลาดเอียง น้ำสามารถซึมลงไปในดินหรือลงไปในท่อที่จัดวางไว้ แต่มีปัญหาอยู่ที่การรวมน้ำจะเป็นไปโดยลำบาก
2. ระนาบเอียงและแอ่ง
โดยการเอียงระนาบลงจากอาคาร เมื่อห่างออกไปจะลาดขึ้นทำให้เกิดแอ่งตรงกลาง แอ่งจะนำน้ำไปสู่ทางระบาย
2. ระบบกรวย
จะมีรูระบายอยู่ตรงกลางพื้นที่แล้วลาดเอียงมาสู่รูระบาย จะใช้กับพื้นที่ที่มีชุมชนหนาแน่น แต่จะเสี่ยงกับการเกิดท่อตัน
การระบายน้ำบนไหล่เนิน
เนินชันที่ทำใหม่ การกัดเซาะจะเกิดขึ้นง่ายมาก การ
ระบายน้ำเป็นต้องมี
1. ร่องดักน้ำ: Interceptor Ditch คือรางระบายน้ำที่
อยู่ตอนบนของเนินเพื่อคอยดักน้ำก่อนจะจะไหลลงมาตาม
เนิน
2. ขั้นบันได : Terrace จะทำหน้าที่เป็นตัวตัดพื้นที่รับน้ำ
ของเนินและชะลอความเร็วของน้ำไม่ให้เกิดการกัดเซาะ
และทุกขั้นบันไดจะมีร่องดักน้ำเสมอ
Cascade drain:
การระบายน้ำแบบฝังดิน
1. ช่องระบายน้ำจากบริเวณ:Area Drain (A.D.)
ทำหน้าที่รับน้ำจากบริเวณหนึ่งไปสู่ท่อใต้ดิน โดยจะต้องอยู่ในจุดต่ำสุดของบริเวณ และมีตะแกรงปิดหน้าเพื่อดักขยะและป้องกันคนและยานพาหนะตก
2. บ่อดักน้ำ:Catch Basin (C.B.)
ทำหน้าที่รับน้ำจากบริเวณหนึ่งไปสู่ท่อใต้ดินในพื้นที่ๆมีตะกอนมาก
3. French Drain
เป็นรางดักน้ำรูปยาว รับน้ำแล้วปล่อยเข้าท่อต่อไป
Culvert
ท่อลอด ทำหน้าที่ระบายน้ำจากฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่งหนึ่งของถนน
การระบายน้ำใต้ดิน
1.ระบายน้ำออกจากพื้นที่เพื่อลดความชื้น
2. ป้องกันน้ำซึมเข้าสู่โครงสร้างใต้ดิน เช่นห้องใต้ดิน ฐานราก
3. ลดระดับน้ำใต้ดิน
4.ป้องกันการดันฐานรากจากน้ำแข็ง(ในเขตหนาว)
ประโยชน์ของการระบายน้ำใต้ดิน
การเดินท่อระบายน้ำใต้ดินทำได้ 2 วิธี
1. ใช้ท่อสั้นๆเว้นรอยต่อห่างเล็กน้อย โดยไม่อุด
รอยต่อ
2. . ใช้ท่อพรุน โดยการขุดหลุมแล้วรองด้วยเศษ
อิฐหัก เมื่อวางท่อที่เจาะพรุนแล้วกลบด้วย
กรวด และหินย่อย
ประเภทของระบบการระบายน้ำใต้ดิน
1. แบบธรรมชาติ ใช้กับบริเวณที่ไม่ต้องการระบายน้ำหมดทั้งบริเวณ
2.แบบก้างปลา ใช้กับบริเวณที่ลาดเว้า ซึ่งที่ลาด
เข้ามาทั้ง 2 ทิศทาง
3.แบบตาราง ใช้เมื่อท่อย่อยมาสู่ท่อหลักได้ด้านเดียว
4.แบบตัวดัก ใช้ดักน้ำเฉพาะจุดที่จะมาขังแฉะ
• จะต้องมีความลาดสม่ำเสมอ อย่างน้อย 1% เพื่อให้น้ำไหลเร็วพอ
• ใช้ท่อสั้นที่สุด
• หักมุมไม่มาก
• หากมีท่อแยกแขนง ควรเป็นรูปตัว Y ไม่เป็นตัว T
ระบบการระบายน้ำที่ดี
Katsukabe Tunnel
► ในอดีต คำนึงถึงการนำน้ำออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุด เพื่อป้องกันให้พื้นที่นั้นๆ
สามารถใช้้สอยได้้ โดยใช้้ storm sewers, swales, gutters, channels สู่ทางน้ำ
สาธารณะที่ใกล้ที่สุด
► ในปัจจุบัน คำนึงถึงผลกระทบกับบริเวณอื่นรอบโครงการ (Off site impacts)
โดยการลดการท่วมพื้นที่ท้ายน้ำ (downstream flooding) โดยใช้การหน่วงน้ำ
(Detention facilities) ลดปริมาณน้ำrunoffลดการทำลายอันเกิดจากน้ำท่วม โดย
การวางแผนพื้นที่โดยพื้นทีี่ Flood plain development และควบคุมอัตราการ
runoff ก่อนและหลังการพัฒนา
► ในอนาคต มีแนวโน้มที่จะบูรณาการด้านคุณภาพของน้ำเข้ากับแนวคิดเกี่ยวกับ
เรื่องปริมาณและอัตรา runoff ด้้วยการผสมผสานวิธิธี detention, storage,
infiltration โดยลดค่าใช้จ่ายในการใช้ท่อและโครงสร้างระบายน้ำให้น้อย ใช้ร่วมกับ
หลักการป้องกัน erosion และควบคุมการสะสมตะกอน
Hida Furukawa, Gifu prefecture, Japan.
Water square Benthemplein Rotterdam
การระบายน้ำในบริเวณ.pdf

การระบายน้ำในบริเวณ.pdf