ขั้นตอนการทาโครงงานคอมพิวเตอร์
อัญชลี จันทร์นวล เลขที่42
กิตตินันท์ รังสรรค์ เลขที่43
• โครงงานคอมพิวเตอร์เป็นกิจกรรมที่ต้องทาอย่างต่อเนื่องหลายขั้นตอน และแต่ละขั้นตอนจะมีความสาคัญต่อความสาเร็จของ
โครงงานนั้นๆ การคัดเลือกโครงงานที่สนใจจะทา ควรเป็นไปตามความสามารถ ความถนัด ความสนใจ และความต้องการ
ของตัวผู้เรียนเอง การสารวจและการเลือกเรื่องที่จะทาโครงงาน เป็นขั้นตอนแรกของการทาโครงงาน ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สาคัญ
มาก
• ขั้นตอนการทาโครงงานคอมพิวเตอร์ ดังนี้
• 1. การคัดเลือกหัวข้อโครงงาน (การตั้งชื่อโครงงานคอมพิวเตอร์ที่สนใจจะทา)
• 2. การศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล
• 3. การจัดทาข้อเสนอโครงงาน
• 4. การลงมือพัฒนาโครงงาน
• 5. การจัดทารายงาน
• 6. การนาเสนอและการแสดงผลงานของโครงงาน
• 1. การคัดเลือกหัวข้อโครงงาน (การตั้งชื่อโครงงานคอมพิวเตอร์ที่สนใจจะทา)
• ปัญหาสาคัญในการทาโครงงานคอมพิวเตอร์ประการหนึ่งคือ ผู้เรียนไม่ทราบว่าจะทาโครงงานเรื่องอะไร โดยทั่วไปเรื่องที่จะ
นามาพัฒนาเป็นโครงงานคอมพิวเตอร์ มักจะได้มาจากเรื่องทั่วๆไป จากปัญหา คาถาม หรือความสนใจในเรื่องต่างๆ จากการสังเกตสิ่ง
ต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับระบบคอมพิวเตอร์ หรือสิ่งต่างๆรอบตัว
• อย่างไรก็ตาม ในการตัดสินใจเลือกหัวข้อที่จะนามาพัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์ ควรพิจารณาองค์ประกอบสาคัญๆ ดังนี้
• - เห็นประโยชน์และความคุ้มค่าของเรื่องที่จะทาโครงงาน
• - ต้องมีความรู้และทักษะพื้นฐานอย่างเพียงพอในหัวข้อเรื่องที่จะศึกษา
• - สามารถจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องได้
• - มีแหล่งความรู้เพียงพอที่จะค้นคว้าหรือขอคาปรึกษาซึ่งรวมถึงผู้เชี่ยวชาญ หรือผู้ให้คาปรึกษา
• - มีเวลาเพียงพอ
• - มีงบประมาณเพียงพอ
• - มีความปลอดภัย
• 2. การศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล
• การศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล ซึ่งรวมถึงการขอคาปรึกษาจากครูผู้เชี่ยวชาญปราชญ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นจะช่วยให้ผู้เรียนได้แนวคิดที่ใช้ใน
การกาหนดขอบเขตของเรื่องที่จะศึกษาได้เฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น รวมทั้งได้ความรู้เพิ่มเติมในเรื่องที่จะศึกษาจนสามารถใช้ออกแบบและวางแผนดาเนินการทา
โครงงานนั้นได้อย่างเหมาะสม ในการศึกษาค้นคว้าดังกล่าว ผู้เรียนจะต้องบันทึกสรุปสาระสาคัญไว้ด้วย แหล่งข้อมูลที่สาคัญอีกแหล่งหนึ่งคือ การศึกษาผลงาน
ของโครงงานคอมพิวเตอร์จากงานแสดงนิทรรศการ หรือจากเอกสารรายงานโครงงานคอมพิวเตอร์ ซึ่งอาจค้นหาได้จากเว็บไซต์ต่างๆ ทั่วโลก จะช่วยเพิ่มพูน
ประสบการณ์ให้กับผู้เรียนในด้านความรู้ เทคนิคและวิธีการพัฒนา นอกจากนี้ยังทาให้เกิดแนวคิดที่จะดัดแปลงผลงานดังกล่าว มาจัดทาโครงงานคอมพิวเตอร์ใน
หัวข้อที่ตนสนใจด้วย ตัวอย่างเว็บไซต์ เช่น
• 1) http://oho.ipst.ac.th เป็นเว็บไซต์ของสาขาคอมพิวเตอร์ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการสอนวิชา
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร การประกวดโครงงานคอมพิวเตอร์
• 2) http://www.nectec.or.th/nsc เป็นเว็บไซต์ของศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมให้ทุน
วิจัยกับเยาวชนในการพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อสร้างโครงงาน และจัดการแข่งขัน
• 3) http://www. nectec.or.th/ysc เป็นเว็บไซต์ของศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ที่เกี่ยวข้องกับโครงงาน
นักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ที่จัดการแข่งขันคัดเลือกโครงงานของผู้เรียน เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันในโครงการของบริษัทอินเทลที่ประเทศสหรัฐอเมริกา
• 4) http://www.toryod.com เป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมสิทธิบัตร สิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ที่ผู้เรียนสามารถเข้าไปศึกษา แนวคิดเพื่อนามาใช้สร้าง
โครงงาน หรือต่อยอดได้
• 5) http://www.ipthailand.org เป็นเว็บไซต์ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา
• 6) http://www.bangcare.net เป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมเทคโนโลยีสิ่งประดิษฐ์ที่อานวยความสะดวกให้กับคนพิการ
• 3. การจัดทาข้อเสนอโครงงาน
• โดยทั่วไป การทาข้อเสนอโครงงานคอมพิวเตอร์มีขั้นตอนที่สาคัญดังนี้
• 3.1 กาหนดขอบเขตงาน
• วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการทบทวนเอกสารวิชาการ เพื่อนามากาหนดขอบเขต ลักษณะ และแนวทางใน
การวางแผนจัดทาโครงงาน
• 3.2 การออกแบบการพัฒนา
• การออกแบบพัฒนา มีการกาหนดลักษณะของคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ ตัวแปล ภาษา และวัสดุต่างๆ ที่
ต้องใช้กาหนด คุณลักษณะของผลงาน ระบุเทคนิคที่ใช้ในการพัฒนา พร้อมทั้งกาหนดตารางการปฏิบัติงาน
• 3.3 พัฒนาโครงงานขั้นต้น
• การพัฒนาโครงงานขั้นต้น เป็นการลงมือปฏิบัติเพื่อศึกษาความเป็นไปได้เบื้องต้นโดยอาจทาการ
พัฒนาส่วนย่อยๆ บางส่วนตามที่ได้ออกแบบไว้โดยนาผลจากการปฏิบัติ ไปปรับปรุงแผนการปฏิบัติงานที่
ออกแบบไว้ในครั้งแรกให้เหมาะสมยิ่งขึ้น ขั้นตอนนี้เป็นทางเลือกสาหรับผู้เสนอโครงงานที่ต้องการตรวจสอบ
ความเป็นไปได้ของโครงงานและหลักการ
• 3.4 จัดทาและเสนอข้อเสนอโครงงานคอมพิวเตอร์
• เขียนข้อเสนอโครงงานนาเสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษา เพื่ออาจารย์ที่ปรึกษาจะได้แนะนาในส่วนที่ยัง
บกพร่องอยู่อีกครั้ง ซึ่งจะทาให้การวางแผนและดาเนินการทาโครงงานเป็นไปอย่างราบรื่น
• ขั้นตอนการจัดทาข้อเสนอโครงงาน
• 4. การลงมือพัฒนาโครงงาน
• เมื่อข้อเสนอโครงงานได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษาแล้ว ก็เสมือนว่าการจัดทาโครงงานได้ผ่าน
พ้นไปแล้วมากกว่า50% ขั้นต่อไปจะเป็นการลงมือพัฒนาตามขั้นตอนที่วางแผนไว้ดังนี้
• 4.1 การเตรียมการ
• ต้องเตรียมเครื่องคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ และวัสดุอื่นๆ ที่จะใช้ในการทดลอง พร้อมทั้งจัดเตรียม
สถานที่สาหรับใช้ในการพัฒนาให้พร้อมด้วย และควรเตรียมสมุดบันทึก หรือบันทึกเป็นแฟ้มข้อความไว้ในระบบ
คอมพิวเตอร์ สาหรับบันทึกการทากิจกรรมต่างๆ ระหว่างทาโครงงาน ได้แก่ ได้ปฏิบัติอย่างไร ได้ผลอย่างไร มี
ปัญหาและแก้ไขได้หรือไม่ อย่างไร รวมทั้งข้อสังเกตต่างๆ ที่พบ
• 4.2 การลงมือพัฒนา
• 4.2.1 ปฏิบัติตามแผนงานที่วางไว้ในเค้าโครง แต่อาจเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมได้ถ้าพบว่าจะช่วยทาให้
ผลงานดีขึ้น
• 4.2.2 จัดระบบการทางานโดยทาส่วนที่เป็นหลักสาคัญให้แล้วเสร็จก่อน จึงค่อยทาส่วนที่เป็น
ส่วนประกอบหรือส่วนเสริมเพื่อให้โครงงานมีความสมบูรณ์มากขึ้น และถ้ามีการแบ่งงานกันทา ให้ทาความตกลง
ในการต่อเชื่อมชิ้นงานที่ชัดเจนด้วย
• 4.2.3 พัฒนาระบบงานด้วยความละเอียดรอบคอบ และบันทึกข้อมูลไว้อย่างเป็นระบบและครบถ้วน
• 4.2.4 คานึงถึงความประหยัด ความปลอดภัย และระยะเวลาในการทางาน
• 4.3 การตรวจสอบผลงานและแก้ไข
• การตรวจสอบความถูกต้องของผลงานเป็นความจาเป็นเพื่อให้แน่ใจว่าผลงานที่พัฒนาขึ้นทางานได้
ถูกต้องตรงกับความต้องการที่ระบุไว้ในเป้าหมาย และทาด้วยประสิทธิภาพสูงด้วย
• 4.4 การอภิปรายผลและข้อเสนอแนะ
• เมื่อพัฒนาผลงานเรียบร้อยแล้ว ให้จัดทาสรุปด้วยข้อความที่สั้นกะทัดรัดอย่างครอบคลุม เพื่อช่วยให้
ผู้อ่านได้เข้าใจถึงสิ่งที่ค้นพบจากการทาโครงงาน และทาการอภิปรายผลด้วย เพื่อพิจารณาข้อมูลและผลที่ได้พร้อม
กับนาไปหาความสัมพันธ์กับหลักการ ทฤษฎี หรือผลงานที่ผู้อื่นได้ศึกษาไว้แล้ว ทั้งนี้ยังรวมถึงการนาหลักการ
ทฤษฎี หรือผลงานของผู้อื่นมาใช้ประกอบ
• การอภิปรายผลที่ได้ด้วย
• 4.5 แนวทางการพัฒนาโครงงานในอนาคตและข้อเสนอแนะ
• เมื่อทาโครงงานเสร็จสิ้นลงแล้ว ผู้เรียนอาจพบข้อสังเกต ประเด็นที่สาคัญหรือปัญหา ซึ่งสามารถเขียน
เป็นข้อเสนอแนะและสิ่งที่ควรจะศึกษาหรือใช้ประโยชน์ต่อไปได้
• 5. การจัดทารายงาน
• เมื่อทาโครงงานจนได้ข้อมูลอย่างเพียงพอและทาการวิเคราะห์ผล และสรุปผลแล้วขั้นตอนต่อไปที่ต้องทาคือการจัดทารายงาน ซึ่งจะรวมถึงรายละเอียด
ต่างๆ ในการพัฒนา และคู่มือการใช้งานรายงานโครงงานคอมพิวเตอร์เป็นวิธีสื่อความหมายที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ผู้อื่นได้เข้าใจแนวคิด วิธีดาเนินการศึกษา
ค้นคว้า ข้อมูลที่ได้ตลอดจนข้อสรุปและข้อเสนอแนะต่างๆ
• เกี่ยวกับโครงงาน ในการเขียนรายงานนั้น ผู้เรียนควรใช้ภาษาที่อ่านและเข้าใจได้ง่าย ชัดเจน กระชับ และตรงไปตรงมา ให้ครอบคลุมหัวข้อต่างๆ ดังต่อไปนี้
• 1. ส่วนนา
• ประกอบด้วย
• 1.1 ปกนอก
• 1.2 ใบรองปก
• 1.3 ปกใน
• 1.4 บทคัดย่อ
• 1.5 กิตติกรรมประกาศ
• 1.6 สารบัญ
• 1.7 คาอธิบายสัญลักษณ์และคาย่อ (ถ้ามี)
• 2. ส่วนเนื้อเรื่อง
• ส่วนนี้กาหนดให้ทาแบบเป็นบท จานวน 5 บท ประกอบด้วย
• 2.1 บทที่ 1 บทนา
• 2.2 บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง
• 2.3 บทที่ 3 อุปกรณ์และวิธีดาเนินการ
• 2.4 บทที่ 4 ผลการดาเนินงาน
• 2.5 บทที่ 5 สรุปผลการดาเนินงาน/อภิปรายผลการดาเนินงาน
• 3. ส่วนอ้างอิง
• เป็นส่วนท้ายของรายงานโครงงานประกอบด้วย รายการอ้างอิงหรือบรรณานุกรม และภาคผนวก
• 3.1 รายการอ้างอิงหรือบรรณานุกรม
• 3.2 ภาคผนวก
• 3.3 คู่มือการใช้งาน (ถ้ามี)
• หากโครงงานที่ผู้เรียนจัดทาเป็นการพัฒนาระบบใหม่ขึ้นมา ให้ผู้เรียนจัดทาคู่มืออธิบายวิธีการใช้งานผลงานนั้นโดยละเอียด ซึ่ง
ประกอบด้วย
• - ชื่อผลงาน
• - ความต้องการของระบบคอมพิวเตอร์ (ถ้ามี) ระบุรายละเอียดของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ต้องมีเพื่อจะใช้ผลงานนั้นได้
• - ความต้องการของซอฟต์แวร์ (ถ้ามี) ระบุรายชื่อซอฟต์แวร์ที่ต้องมีอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อจะให้ผลงานนั้นทางานได้
อย่างสมบูรณ์
• - คุณลักษณะของผลงานอธิบายว่าผลงานนั้นทาหน้าที่อะไรบ้าง รับอะไรเป็นข้อมูลเข้า และส่งอะไรออกมาเป็นข้อมูลออก
• - วิธีการใช้งานของแต่ละฟังก์ชันอธิบายว่าจะต้องกดคาสั่งใด หรือกดปุ่มใด
• - ข้อแนะนาในการใช้งาน เพื่อให้ผลงานนั้นสามารถทางานได้ดีที่สุด
• คู่มือการใช้งาน สามารถแยกออกจากรายงานฉบับสมบูรณ์หรือใส่ไว้เป็นภาคผนวกของรายงานฉบับสมบูรณ์ก็ได้แล้วแต่
ดุลยพินิจของผู้จัดทา ที่กล่าวมานี้เป็นรูปแบบหนึ่งของการเขียนรายงานซึ่งเป็นการเขียนรายงานในลักษณะทั่วๆไป รูปแบบดังกล่าวนี้อาจ
ไม่เหมาะสมกับโครงงานบางประเภทก็ได้ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะของโครงงานซึ่งสิ่งที่สาคัญที่สุดที่
• ผู้เขียนรายงานควรตระหนักไว้อยู่เสมอคือควรเขียนรายงานให้ชัดเจน ใช้ศัพท์เทคนิคที่ถูกต้องใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ตรงไปตรงมา และ
ครอบคลุมประเด็นสาคัญๆ ทั้งหมดของโครงงาน
• 6. การนาเสนอและการแสดงผลงานของโครงงาน
• การนาเสนอและการแสดงผลงานเป็นขั้นตอนที่สาคัญอีกขั้นตอนหนึ่งของการทาโครงงาน เพื่อแสดงออก
ถึงผลิตผลของความคิด ความพยายามในการทางานที่ผู้ทาโครงงานได้ทุ่มเท และเป็นวิธีที่ทาให้ผู้อื่นได้รับรู้และ
เข้าใจถึงผลงานนั้น การเสนอผลงานอาจทาได้ในหลายรูปแบบต่างๆ กัน เช่น การแสดงผลงานโดยไม่มีการอธิบาย
ประกอบ การรายงานด้วยคาพูดในที่ประชุม การจัดนิทรรศการโดยโปสเตอร์ และอธิบายด้วยคาพูด โดยผลงานที่
นามาเสนอหรือจัดแสดงควรประกอบด้วยสิ่งต่อไปนี้
• 1) ชื่อโครงงาน
• 2) ชื่อผู้จัดทาโครงงาน
• 3) ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา
• 4) คาอธิบายถึงที่มาและความสาคัญของโครงงาน
• 5) วิธีการดาเนินการที่สาคัญ
• 6) การสาธิตผลงาน
• 7) ผลการสังเกตและข้อสรุปสาคัญที่ได้จากการทาโครงงาน
• ถ้าเป็นการรายงานด้วยคาพูดต่อที่ประชุมควรมีการเตรียมการในประเด็นต่อไปนี้
• 1) จัดลาดับความคิดในการนาเสนออย่างเป็นระบบและนาเสนออย่างตรงไปตรงมาด้วยภาษาที่ชัดเจนและเข้าใจง่าย
• 2) ทาความเข้าใจกับเรื่องที่จะอธิบายให้ดี รวมถึงเตรียมข้อมูลที่อาจต้องใช้ในการตอบคาถาม
• 3) หลีกเลี่ยงการนาเสนอด้วยวิธีอ่านรายงาน
• 4) ควรมองไปยังผู้ฟังขณะรายงาน
• 5) ตอบคาถามอย่างตรงไปตรงมา
• 6) รายงานให้เสร็จภายในระยะเวลาที่กาหนด
• 7) ควรใช้โปรแกรมนาเสนอประกอบการรายงาน
• 8) ความเหมาะสมของเนื้อหาต่อผู้ฟัง
• 9) ถ้าเป็นโครงงานพัฒนาผลงานผลงานนั้นควรจะอยู่ในสภาพที่ทางานได้เป็นอย่างดี
• การแสดงผลงานในรูปแบบของนิทรรศการ
• การทาโครงงานคอมพิวเตอร์ นอกจากจะเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้นาความรู้ทางคอมพิวเตอร์
มาใช้แก้ปัญหา พัฒนาคิดค้นผลิตภัณฑ์ต่างๆ แล้ว ยังเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความสนใจที่จะทางานวิจัย
และประกอบอาชีพทางคอมพิวเตอร์มากยิ่งขึ้นด้วย ซึ่งในปัจจุบันนี้หลายประเทศทั่วโลกขาดแคลนบุคลากร
ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงน่าที่จะจัดให้การทาโครงงานคอมพิวเตอร์เป็นกิจกรรมใน
ทุกระดับชั้น เพื่อนาไปสู่การพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต

ใบงานที่4

  • 1.
  • 2.
    • โครงงานคอมพิวเตอร์เป็นกิจกรรมที่ต้องทาอย่างต่อเนื่องหลายขั้นตอน และแต่ละขั้นตอนจะมีความสาคัญต่อความสาเร็จของ โครงงานนั้นๆการคัดเลือกโครงงานที่สนใจจะทา ควรเป็นไปตามความสามารถ ความถนัด ความสนใจ และความต้องการ ของตัวผู้เรียนเอง การสารวจและการเลือกเรื่องที่จะทาโครงงาน เป็นขั้นตอนแรกของการทาโครงงาน ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สาคัญ มาก • ขั้นตอนการทาโครงงานคอมพิวเตอร์ ดังนี้ • 1. การคัดเลือกหัวข้อโครงงาน (การตั้งชื่อโครงงานคอมพิวเตอร์ที่สนใจจะทา) • 2. การศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล • 3. การจัดทาข้อเสนอโครงงาน • 4. การลงมือพัฒนาโครงงาน • 5. การจัดทารายงาน • 6. การนาเสนอและการแสดงผลงานของโครงงาน
  • 3.
    • 1. การคัดเลือกหัวข้อโครงงาน(การตั้งชื่อโครงงานคอมพิวเตอร์ที่สนใจจะทา) • ปัญหาสาคัญในการทาโครงงานคอมพิวเตอร์ประการหนึ่งคือ ผู้เรียนไม่ทราบว่าจะทาโครงงานเรื่องอะไร โดยทั่วไปเรื่องที่จะ นามาพัฒนาเป็นโครงงานคอมพิวเตอร์ มักจะได้มาจากเรื่องทั่วๆไป จากปัญหา คาถาม หรือความสนใจในเรื่องต่างๆ จากการสังเกตสิ่ง ต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับระบบคอมพิวเตอร์ หรือสิ่งต่างๆรอบตัว • อย่างไรก็ตาม ในการตัดสินใจเลือกหัวข้อที่จะนามาพัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์ ควรพิจารณาองค์ประกอบสาคัญๆ ดังนี้ • - เห็นประโยชน์และความคุ้มค่าของเรื่องที่จะทาโครงงาน • - ต้องมีความรู้และทักษะพื้นฐานอย่างเพียงพอในหัวข้อเรื่องที่จะศึกษา • - สามารถจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องได้ • - มีแหล่งความรู้เพียงพอที่จะค้นคว้าหรือขอคาปรึกษาซึ่งรวมถึงผู้เชี่ยวชาญ หรือผู้ให้คาปรึกษา • - มีเวลาเพียงพอ • - มีงบประมาณเพียงพอ • - มีความปลอดภัย
  • 4.
    • 2. การศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล •การศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล ซึ่งรวมถึงการขอคาปรึกษาจากครูผู้เชี่ยวชาญปราชญ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นจะช่วยให้ผู้เรียนได้แนวคิดที่ใช้ใน การกาหนดขอบเขตของเรื่องที่จะศึกษาได้เฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น รวมทั้งได้ความรู้เพิ่มเติมในเรื่องที่จะศึกษาจนสามารถใช้ออกแบบและวางแผนดาเนินการทา โครงงานนั้นได้อย่างเหมาะสม ในการศึกษาค้นคว้าดังกล่าว ผู้เรียนจะต้องบันทึกสรุปสาระสาคัญไว้ด้วย แหล่งข้อมูลที่สาคัญอีกแหล่งหนึ่งคือ การศึกษาผลงาน ของโครงงานคอมพิวเตอร์จากงานแสดงนิทรรศการ หรือจากเอกสารรายงานโครงงานคอมพิวเตอร์ ซึ่งอาจค้นหาได้จากเว็บไซต์ต่างๆ ทั่วโลก จะช่วยเพิ่มพูน ประสบการณ์ให้กับผู้เรียนในด้านความรู้ เทคนิคและวิธีการพัฒนา นอกจากนี้ยังทาให้เกิดแนวคิดที่จะดัดแปลงผลงานดังกล่าว มาจัดทาโครงงานคอมพิวเตอร์ใน หัวข้อที่ตนสนใจด้วย ตัวอย่างเว็บไซต์ เช่น • 1) http://oho.ipst.ac.th เป็นเว็บไซต์ของสาขาคอมพิวเตอร์ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการสอนวิชา เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร การประกวดโครงงานคอมพิวเตอร์ • 2) http://www.nectec.or.th/nsc เป็นเว็บไซต์ของศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมให้ทุน วิจัยกับเยาวชนในการพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อสร้างโครงงาน และจัดการแข่งขัน • 3) http://www. nectec.or.th/ysc เป็นเว็บไซต์ของศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ที่เกี่ยวข้องกับโครงงาน นักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ที่จัดการแข่งขันคัดเลือกโครงงานของผู้เรียน เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันในโครงการของบริษัทอินเทลที่ประเทศสหรัฐอเมริกา • 4) http://www.toryod.com เป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมสิทธิบัตร สิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ที่ผู้เรียนสามารถเข้าไปศึกษา แนวคิดเพื่อนามาใช้สร้าง โครงงาน หรือต่อยอดได้ • 5) http://www.ipthailand.org เป็นเว็บไซต์ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา • 6) http://www.bangcare.net เป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมเทคโนโลยีสิ่งประดิษฐ์ที่อานวยความสะดวกให้กับคนพิการ
  • 5.
    • 3. การจัดทาข้อเสนอโครงงาน •โดยทั่วไป การทาข้อเสนอโครงงานคอมพิวเตอร์มีขั้นตอนที่สาคัญดังนี้ • 3.1 กาหนดขอบเขตงาน • วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากการทบทวนเอกสารวิชาการ เพื่อนามากาหนดขอบเขต ลักษณะ และแนวทางใน การวางแผนจัดทาโครงงาน • 3.2 การออกแบบการพัฒนา • การออกแบบพัฒนา มีการกาหนดลักษณะของคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ ตัวแปล ภาษา และวัสดุต่างๆ ที่ ต้องใช้กาหนด คุณลักษณะของผลงาน ระบุเทคนิคที่ใช้ในการพัฒนา พร้อมทั้งกาหนดตารางการปฏิบัติงาน
  • 6.
    • 3.3 พัฒนาโครงงานขั้นต้น •การพัฒนาโครงงานขั้นต้น เป็นการลงมือปฏิบัติเพื่อศึกษาความเป็นไปได้เบื้องต้นโดยอาจทาการ พัฒนาส่วนย่อยๆ บางส่วนตามที่ได้ออกแบบไว้โดยนาผลจากการปฏิบัติ ไปปรับปรุงแผนการปฏิบัติงานที่ ออกแบบไว้ในครั้งแรกให้เหมาะสมยิ่งขึ้น ขั้นตอนนี้เป็นทางเลือกสาหรับผู้เสนอโครงงานที่ต้องการตรวจสอบ ความเป็นไปได้ของโครงงานและหลักการ • 3.4 จัดทาและเสนอข้อเสนอโครงงานคอมพิวเตอร์ • เขียนข้อเสนอโครงงานนาเสนอต่ออาจารย์ที่ปรึกษา เพื่ออาจารย์ที่ปรึกษาจะได้แนะนาในส่วนที่ยัง บกพร่องอยู่อีกครั้ง ซึ่งจะทาให้การวางแผนและดาเนินการทาโครงงานเป็นไปอย่างราบรื่น
  • 7.
    • ขั้นตอนการจัดทาข้อเสนอโครงงาน • 4.การลงมือพัฒนาโครงงาน • เมื่อข้อเสนอโครงงานได้รับความเห็นชอบจากอาจารย์ที่ปรึกษาแล้ว ก็เสมือนว่าการจัดทาโครงงานได้ผ่าน พ้นไปแล้วมากกว่า50% ขั้นต่อไปจะเป็นการลงมือพัฒนาตามขั้นตอนที่วางแผนไว้ดังนี้ • 4.1 การเตรียมการ • ต้องเตรียมเครื่องคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ และวัสดุอื่นๆ ที่จะใช้ในการทดลอง พร้อมทั้งจัดเตรียม สถานที่สาหรับใช้ในการพัฒนาให้พร้อมด้วย และควรเตรียมสมุดบันทึก หรือบันทึกเป็นแฟ้มข้อความไว้ในระบบ คอมพิวเตอร์ สาหรับบันทึกการทากิจกรรมต่างๆ ระหว่างทาโครงงาน ได้แก่ ได้ปฏิบัติอย่างไร ได้ผลอย่างไร มี ปัญหาและแก้ไขได้หรือไม่ อย่างไร รวมทั้งข้อสังเกตต่างๆ ที่พบ
  • 8.
    • 4.2 การลงมือพัฒนา •4.2.1 ปฏิบัติตามแผนงานที่วางไว้ในเค้าโครง แต่อาจเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมได้ถ้าพบว่าจะช่วยทาให้ ผลงานดีขึ้น • 4.2.2 จัดระบบการทางานโดยทาส่วนที่เป็นหลักสาคัญให้แล้วเสร็จก่อน จึงค่อยทาส่วนที่เป็น ส่วนประกอบหรือส่วนเสริมเพื่อให้โครงงานมีความสมบูรณ์มากขึ้น และถ้ามีการแบ่งงานกันทา ให้ทาความตกลง ในการต่อเชื่อมชิ้นงานที่ชัดเจนด้วย • 4.2.3 พัฒนาระบบงานด้วยความละเอียดรอบคอบ และบันทึกข้อมูลไว้อย่างเป็นระบบและครบถ้วน • 4.2.4 คานึงถึงความประหยัด ความปลอดภัย และระยะเวลาในการทางาน • 4.3 การตรวจสอบผลงานและแก้ไข • การตรวจสอบความถูกต้องของผลงานเป็นความจาเป็นเพื่อให้แน่ใจว่าผลงานที่พัฒนาขึ้นทางานได้ ถูกต้องตรงกับความต้องการที่ระบุไว้ในเป้าหมาย และทาด้วยประสิทธิภาพสูงด้วย
  • 9.
    • 4.4 การอภิปรายผลและข้อเสนอแนะ •เมื่อพัฒนาผลงานเรียบร้อยแล้ว ให้จัดทาสรุปด้วยข้อความที่สั้นกะทัดรัดอย่างครอบคลุม เพื่อช่วยให้ ผู้อ่านได้เข้าใจถึงสิ่งที่ค้นพบจากการทาโครงงาน และทาการอภิปรายผลด้วย เพื่อพิจารณาข้อมูลและผลที่ได้พร้อม กับนาไปหาความสัมพันธ์กับหลักการ ทฤษฎี หรือผลงานที่ผู้อื่นได้ศึกษาไว้แล้ว ทั้งนี้ยังรวมถึงการนาหลักการ ทฤษฎี หรือผลงานของผู้อื่นมาใช้ประกอบ • การอภิปรายผลที่ได้ด้วย • 4.5 แนวทางการพัฒนาโครงงานในอนาคตและข้อเสนอแนะ • เมื่อทาโครงงานเสร็จสิ้นลงแล้ว ผู้เรียนอาจพบข้อสังเกต ประเด็นที่สาคัญหรือปัญหา ซึ่งสามารถเขียน เป็นข้อเสนอแนะและสิ่งที่ควรจะศึกษาหรือใช้ประโยชน์ต่อไปได้
  • 10.
    • 5. การจัดทารายงาน •เมื่อทาโครงงานจนได้ข้อมูลอย่างเพียงพอและทาการวิเคราะห์ผล และสรุปผลแล้วขั้นตอนต่อไปที่ต้องทาคือการจัดทารายงาน ซึ่งจะรวมถึงรายละเอียด ต่างๆ ในการพัฒนา และคู่มือการใช้งานรายงานโครงงานคอมพิวเตอร์เป็นวิธีสื่อความหมายที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ผู้อื่นได้เข้าใจแนวคิด วิธีดาเนินการศึกษา ค้นคว้า ข้อมูลที่ได้ตลอดจนข้อสรุปและข้อเสนอแนะต่างๆ • เกี่ยวกับโครงงาน ในการเขียนรายงานนั้น ผู้เรียนควรใช้ภาษาที่อ่านและเข้าใจได้ง่าย ชัดเจน กระชับ และตรงไปตรงมา ให้ครอบคลุมหัวข้อต่างๆ ดังต่อไปนี้ • 1. ส่วนนา • ประกอบด้วย • 1.1 ปกนอก • 1.2 ใบรองปก • 1.3 ปกใน • 1.4 บทคัดย่อ • 1.5 กิตติกรรมประกาศ • 1.6 สารบัญ • 1.7 คาอธิบายสัญลักษณ์และคาย่อ (ถ้ามี)
  • 11.
    • 2. ส่วนเนื้อเรื่อง •ส่วนนี้กาหนดให้ทาแบบเป็นบท จานวน 5 บท ประกอบด้วย • 2.1 บทที่ 1 บทนา • 2.2 บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง • 2.3 บทที่ 3 อุปกรณ์และวิธีดาเนินการ • 2.4 บทที่ 4 ผลการดาเนินงาน • 2.5 บทที่ 5 สรุปผลการดาเนินงาน/อภิปรายผลการดาเนินงาน • 3. ส่วนอ้างอิง • เป็นส่วนท้ายของรายงานโครงงานประกอบด้วย รายการอ้างอิงหรือบรรณานุกรม และภาคผนวก • 3.1 รายการอ้างอิงหรือบรรณานุกรม • 3.2 ภาคผนวก • 3.3 คู่มือการใช้งาน (ถ้ามี)
  • 12.
    • หากโครงงานที่ผู้เรียนจัดทาเป็นการพัฒนาระบบใหม่ขึ้นมา ให้ผู้เรียนจัดทาคู่มืออธิบายวิธีการใช้งานผลงานนั้นโดยละเอียดซึ่ง ประกอบด้วย • - ชื่อผลงาน • - ความต้องการของระบบคอมพิวเตอร์ (ถ้ามี) ระบุรายละเอียดของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ต้องมีเพื่อจะใช้ผลงานนั้นได้ • - ความต้องการของซอฟต์แวร์ (ถ้ามี) ระบุรายชื่อซอฟต์แวร์ที่ต้องมีอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อจะให้ผลงานนั้นทางานได้ อย่างสมบูรณ์ • - คุณลักษณะของผลงานอธิบายว่าผลงานนั้นทาหน้าที่อะไรบ้าง รับอะไรเป็นข้อมูลเข้า และส่งอะไรออกมาเป็นข้อมูลออก • - วิธีการใช้งานของแต่ละฟังก์ชันอธิบายว่าจะต้องกดคาสั่งใด หรือกดปุ่มใด • - ข้อแนะนาในการใช้งาน เพื่อให้ผลงานนั้นสามารถทางานได้ดีที่สุด • คู่มือการใช้งาน สามารถแยกออกจากรายงานฉบับสมบูรณ์หรือใส่ไว้เป็นภาคผนวกของรายงานฉบับสมบูรณ์ก็ได้แล้วแต่ ดุลยพินิจของผู้จัดทา ที่กล่าวมานี้เป็นรูปแบบหนึ่งของการเขียนรายงานซึ่งเป็นการเขียนรายงานในลักษณะทั่วๆไป รูปแบบดังกล่าวนี้อาจ ไม่เหมาะสมกับโครงงานบางประเภทก็ได้ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะของโครงงานซึ่งสิ่งที่สาคัญที่สุดที่ • ผู้เขียนรายงานควรตระหนักไว้อยู่เสมอคือควรเขียนรายงานให้ชัดเจน ใช้ศัพท์เทคนิคที่ถูกต้องใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ตรงไปตรงมา และ ครอบคลุมประเด็นสาคัญๆ ทั้งหมดของโครงงาน
  • 13.
    • 6. การนาเสนอและการแสดงผลงานของโครงงาน •การนาเสนอและการแสดงผลงานเป็นขั้นตอนที่สาคัญอีกขั้นตอนหนึ่งของการทาโครงงาน เพื่อแสดงออก ถึงผลิตผลของความคิด ความพยายามในการทางานที่ผู้ทาโครงงานได้ทุ่มเท และเป็นวิธีที่ทาให้ผู้อื่นได้รับรู้และ เข้าใจถึงผลงานนั้น การเสนอผลงานอาจทาได้ในหลายรูปแบบต่างๆ กัน เช่น การแสดงผลงานโดยไม่มีการอธิบาย ประกอบ การรายงานด้วยคาพูดในที่ประชุม การจัดนิทรรศการโดยโปสเตอร์ และอธิบายด้วยคาพูด โดยผลงานที่ นามาเสนอหรือจัดแสดงควรประกอบด้วยสิ่งต่อไปนี้ • 1) ชื่อโครงงาน • 2) ชื่อผู้จัดทาโครงงาน • 3) ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา • 4) คาอธิบายถึงที่มาและความสาคัญของโครงงาน • 5) วิธีการดาเนินการที่สาคัญ
  • 14.
    • 6) การสาธิตผลงาน •7) ผลการสังเกตและข้อสรุปสาคัญที่ได้จากการทาโครงงาน • ถ้าเป็นการรายงานด้วยคาพูดต่อที่ประชุมควรมีการเตรียมการในประเด็นต่อไปนี้ • 1) จัดลาดับความคิดในการนาเสนออย่างเป็นระบบและนาเสนออย่างตรงไปตรงมาด้วยภาษาที่ชัดเจนและเข้าใจง่าย • 2) ทาความเข้าใจกับเรื่องที่จะอธิบายให้ดี รวมถึงเตรียมข้อมูลที่อาจต้องใช้ในการตอบคาถาม • 3) หลีกเลี่ยงการนาเสนอด้วยวิธีอ่านรายงาน • 4) ควรมองไปยังผู้ฟังขณะรายงาน • 5) ตอบคาถามอย่างตรงไปตรงมา • 6) รายงานให้เสร็จภายในระยะเวลาที่กาหนด • 7) ควรใช้โปรแกรมนาเสนอประกอบการรายงาน • 8) ความเหมาะสมของเนื้อหาต่อผู้ฟัง • 9) ถ้าเป็นโครงงานพัฒนาผลงานผลงานนั้นควรจะอยู่ในสภาพที่ทางานได้เป็นอย่างดี
  • 15.
    • การแสดงผลงานในรูปแบบของนิทรรศการ • การทาโครงงานคอมพิวเตอร์นอกจากจะเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้นาความรู้ทางคอมพิวเตอร์ มาใช้แก้ปัญหา พัฒนาคิดค้นผลิตภัณฑ์ต่างๆ แล้ว ยังเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความสนใจที่จะทางานวิจัย และประกอบอาชีพทางคอมพิวเตอร์มากยิ่งขึ้นด้วย ซึ่งในปัจจุบันนี้หลายประเทศทั่วโลกขาดแคลนบุคลากร ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงน่าที่จะจัดให้การทาโครงงานคอมพิวเตอร์เป็นกิจกรรมใน ทุกระดับชั้น เพื่อนาไปสู่การพัฒนาประเทศต่อไปในอนาคต