ตุลาคม 2562 ปีที่ 11 I ฉบับที่ 1
แจกฟรี
The Creative
แอน JKN
How to
เปิดประตู 5 บาน...เริ่มทำ�ธุรกิจกับเพื่อนบ้าน
Fact and Figure
ส่องทิศทางถนนสายสร้างสรรค์ของชาติอาเซียน
Competition
makes us faster;
Collaboration
makes us better.
การแข่งขันอาจไปได้เร็ว
แต่การร่วมมือกันไปได้ไกล
PhotobyIanStaufferonUnsplash
Contents : สารบัญ
Creative Update 	 6
เจาะตลาดอาเซียนด้วยการท่องเที่ยวแบบ
ฮาลาล / Thailand 4.0 สู่การเป็น Medical
Hub ของอาเซียน / อี-สปอร์ต...สปิริตที่
ขับเคลื่อนภูมิภาค
Creative Resource	8
Featured Article / Book / Film
MDIC	10
ทำ�ความรู้จักงานคราฟต์ของเวียดนาม
ผ่าน VIETCRAFT
Cover Story	12
ASEAN Creative Awakening
Fact and Figure 	 18
ส่องทิศทางถนนสายสร้างสรรค์
ของชาติอาเซียน
Creative Business	20
LOVER Brand
ส่งออกความรักผ่านเครื่องประดับ
สู่ตลาดอาเซียน
How To	23
เปิดประตู 5 บาน
เริ่มทำ�ธุรกิจกับเพื่อนบ้าน
Creative Place	24
The Revival of Indonesia
The Creative	28
แอน จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ (แอน JKN)
สร้างการเสพติดทางสายตา
เมื่อมูลค่าคอนเทนต์อยู่ที่วัฒนธรรม
Creative Solution	34
ไป ๆ มา ๆ ในอาเซียน เทรนด์การย้ายงาน
ในภูมิภาคบ้านใกล้เรือนเคียงวันนี้
CREATIVE THAILAND I 4
   
-    - 3.0
   
-    - 3.0
จัดทำ�โดย l สํานักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) (CEA)
1160 อาคารไปรษณีย์กลาง ถนนเจริญกรุง แขวงบางรัก เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500
โทร. 02 105 7400 แฟกซ์. 02 105 7450
พิมพ์ที่ี l บริษัท สหมิตรพริ้นติ้งแอนด์พับลิสชิ่ง จำ�กัด โทร. 02 903 8257-9
จำ�นวน 15,000 เล่ม
ติดต่อลงโฆษณา: Commu.Dept@tcdc.or.th
นิตยสารฉบับนี้ใช้หมึกพิมพ์จากนํ้ามันถั่วเหลืองที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ทั้งยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และใช้กระดาษ
รีไซเคิล ซึ่งเป็นผลผลิตของผู้ประกอบการไทย
จัดทำ�ภายใต้โครงการ “CreativeThailand สร้างเศรษฐกิจไทยด้วยความคิดสร้างสรรค์” โดยสํานักงานส่งเสริมเศรษฐกิจ
สร้างสรรค์(องค์การมหาชน)(CEA) ซึ่งมีเป้าหมายในการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์(CreativeEconomy)
และผลักดันการใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
บรรณาธิการที่ปรึกษา l อภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล บรรณาธิการอำ�นวยการ l มนฑิณี ยงวิกุล ที่ปรึกษา l เลอชาติ ธรรมธีรเสถียร บรรณาธิการบริหาร l พัชรินทร์ พัฒนาบุญไพบูลย์
กองบรรณาธิการ l ปุญญิศา เปล่งรัศมี และ ปิยวรรณ กลิ่นศรีสุข เลขากองบรรณาธิการ l ณัฐชา ตะวันนาโชติ ศิลปกรรม l ชิดชน นินนาทนนท์ ประสานงานกองบรรณาธิการ l
วนบุษป์ ยุพเกษตร ช่างภาพและมัลติมีเดีย l ภีร์รา ดิษฐากรณ์ เว็บไซต์ l นพกร คนไว
CREATIVE THAILAND I 5
Editor’s Note : บทบรรณาธิการ
ความสำ�เร็จในการส่งซอฟต์พาวเวอร์ของเกาหลีใต้ผ่านซีรีส์และเหล่าไอดอล
กลายเป็นตัวอย่างให้หลายประเทศยอมรับว่า ความคิดสร้างสรรค์ที่ถูกส่งผ่าน
บทละครหรือการสร้างคาแร็กเตอร์ให้วงดนตรีนั้น ทำ�ให้สินค้าและการท่องเที่ยว
บูมขึ้นทันตาเห็น จนญี่ปุ่นต้องพลิกเกมสู้ ไม่เว้นแม้แต่ประเทศจีน ที่ใช้ความคิด
สร้างสรรค์ได้อย่างครบเครื่อง ตั้งแต่เทคโนโลยีเอไอไปจนถึงการผลิตละครจีน
ที่กลับมาดังเปรี้ยงปร้างด้วยบทและโปรดักชันอันทันสมัย สามารถแข่งขันกับ
ซีรีส์เกาหลีใต้และญี่ปุ่นได้อย่างสบาย ๆ หรือถึงขั้นแซงหน้าด้วยการพลิกแพลง
นิยายสายวายให้กลายเป็นซีรีส์มิตรภาพลูกผู้ชาย ‘ปรมาจารย์ลัทธิมาร’ ที่
นำ�แสดงโดย หวังอี้ป๋อ และเซียวจ้าน สองหนุ่มดาราดังที่ขณะนี้ถูกเรียก
รวมกันว่า#ป๋อจ้าน ได้สร้างกระแสคลั่งไคล้ในกลุ่มแฟนคลับอย่างคับคั่งทั้งใน
ประเทศจีนเองและต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศไทย ที่กลายเป็นสถานที่
ในการจัดแฟนมีทติ้งให้กับหนุ่ม ๆ จากหุบเขากูซู แทนที่จะเป็นประเทศจีนเอง
ด้วยเหตุที่ว่าการจัดกิจกรรมที่สร้างภาพลักษณ์แบบชายรักชายยังไม่สามารถ
ทำ�ได้ที่เมืองจีน แต่สำ�หรับประเทศไทยอาจจะเรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของสายวาย
ด้วยเนื้อหาของซีรีส์ที่เล่นจริง จูบจริง จนส่งผลให้คู่พระ-พระ ของไทยเองก็มี
โอกาสสร้างกระแสในต่างประเทศไม่แพ้พระนางคู่อื่น
	 ในการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ วัฒนธรรมเป็นเหมือนวัตถุดิบสำ�คัญ
ในการแปรรูปสู่สินค้าและบริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมบันเทิง ไม่ว่า
จะเป็นหนัง เพลง เกม แอนิเมชัน ที่ประเทศสมาชิกในอาเซียนต่างหมายมั่น
ปั้นมือจะสร้างให้เป็นอุตสาหกรรมนำ�ชัย นอกเหนือไปจากการออกแบบ แฟชั่น
หัตถกรรม อาหาร และการท่องเที่ยว ซึ่งแน่นอนว่า ทุกประเทศในอาเซียน
ต่างก็รํ่ารวยทั้งวัฒนธรรมและทักษะฝีมือที่เปรียบเหมือนขุมทรัพย์ที่รอวัน
แปรสภาพ หากยังมีอีกองค์ประกอบสำ�คัญที่อ้างอิงจากริชาร์ด ฟลอริดา
(Richard Florida) ผู้โด่งดังจากการเขียนหนังสือ The Rise of the Creative
Class ในปี2002 ว่า สังคมที่เปิดกว้าง(Tolerance) ยอมรับความต่างของเชื้อชาติ
ศาสนา ไปจนถึงเพศสภาพ เป็นปัจจัยที่สนับสนุนให้อุตสาหกรรมสร้างสรรค์
เกิดและเติบโตพอ ๆ กับอีกสองปัจจัย คือ การรวมตัวของกลุ่มนักสร้างสรรค์
(Talent) และโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีที่ดี (Technology) ซึ่งสองปัจจัยหลังนี้
ถ้าเราสแกนนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศในอาเซียน
ก็จะพบว่าถูกสอดแทรกอยู่ในนโยบายหลักของหน่วยงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการ
ปลดล็อกด้านกฎหมายของอินโดนีเซียจนกลายเป็นบ้านของยูนิคอร์นให้เหล่า
สตาร์ตอัพ การให้ทุนสนับสนุนงานศิลปะอย่างเป็นลํ่าเป็นสันของสิงคโปร์
การให้ความสำ�คัญกับการพัฒนาเมืองสร้างสรรค์ของมาเลเซียและฟิลิปปินส์
รวมถึงการจัดทำ�ข้อมูลวัฒนธรรมเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาในกัมพูชา
ลาว และพม่า ส่วนในประเทศไทยก็อยู่ในช่วงของการจัดทำ�นโยบายเพื่อ
สนับสนุนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
	 แต่ทว่างานสร้างสรรค์ของไทยนั้นถูกจัดให้อยู่ในแถวหน้าของอาเซียน
นั่นเพราะนอกจากที่ไทยจะเป็นแหล่งรวมนักสร้างสรรค์หลากหลายสาขาแล้ว
เรายังมีชัยภูมิทางสังคมซึ่งเหมาะจะเป็นที่ตั้งของหุบเขากูซูที่เหล่าปรมาจารย์
จะสามารถรักกันได้อย่างเปิดเผย โดยไม่ต้องปรับเนื้อหาจนทำ�ให้เหล่า
แฟนคลับต้องจินตนาการต่อยอดจากเรื่องราวของมิตรภาพให้ฟินน้อยลงกว่า
ที่ควรจะเป็น
มนฑิณี ยงวิกุล
บรรณาธิการอำ�นวยการ
หุบเขากูซู
ที่ประเทศไทย
dramafast.com
CREATIVE THAILAND I 6
Creative Update : คิดทันโลก
เจาะตลาดอาเซียน
ด้วยการท่องเที่ยวแบบฮาลาล
เรื่อง : นพกร คนไว เรื่อง : นพกร คนไว
	 ชาวมุสลิมนับเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำ�ลัง
ซื้อมหาศาล โดยเฉพาะในอาเซียนที่มีชาวมุสลิม
มากกว่า240 ล้านคน และนั่นเป็นเหตุผลที่ตลาด
การท่องเที่ยวแบบฮาลาลเติบโตขึ้นอย่างมาก
ภายในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
	 รายงานของ The Mastercard-Crescent
Rating Global Muslim Travel Index 2019 (GMTI)
ได้สรุปผลสำ�รวจการเติบโตของการท่องเที่ยวฮาลาล
พบว่า อินโดนีเซียได้ขยับขึ้นเป็นอับดับ 1 ของ
ประเทศที่มีนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมมากที่สุด
เคียงคู่ไปกับมาเลเซีย ซึ่งทั้งสองประเทศอยู่ใน
กลุ่มองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) ส่วน
ประเทศไทยรั้งอันดับสองรองจากสิงคโปร์
เมื่อเทียบกับสิบอันดับประเทศที่ไม่เป็นสมาชิก
องค์การความร่วมมืออิสลาม
	 การบริการและสิ่งอำ�นวยความสะดวกที่เป็น
พื้นฐานของผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม คือเหตุผล
หลักที่หลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กลายเป็นจุดหมายปลายทางหลักสำ�หรับ
นักท่องเที่ยวชาวมุสลิม ตัวอย่างเช่นอินโดนีเซีย
ที่ประชาชนมากกว่า 87% นับถือศาสนาอิสลาม
ทำ�ให้สามารถหาร้านฮาลาลได้ง่าย รวมไปถึง
ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำ�วัน นอกจากนี้
นักท่องเที่ยวยังเข้ารับบริการของโรงพยาบาลที่
ให้การรักษาเป็นไปตามหลักฮาลาลได้ง่าย อีกทั้ง
มีสถานที่ทางศาสนาอย่างมัสยิดที่มีทั้งความ
สวยงามและสำ�คัญอีกหลายแห่ง
	 ส่วนสิงคโปร์ ที่แม้จะมีประชากรที่นับถือ
ศาสนาอิสลามอยู่เพียง14% แต่ก็สามารถขึ้นเป็น
ประเทศอันดับหนึ่งของประเทศที่ไม่เป็นสมาชิก
องค์การความร่วมมืออิสลาม ด้วยการปรับเปลี่ยน
รูปแบบการบริการและธุรกิจมากมายที่รองรับ
ข้อปฏิบัติตามหลักศาสนา เช่น การกำ�หนด
ให้ฟู้ดฮอว์เกอร์ต่าง ๆ และฟู้ดคอร์ตในสนามบิน
แห่งชาติชางงีมีโซนอาหารฮาลาลและไม่เป็น
ฮาลาลแยกเป็นสัดส่วนชัดเจน อีกทั้งสิงคโปร์
ยังเป็นประเทศที่ตั้งของสำ�นักงาน Have Halal
Will Travel เว็บไซต์แนะนำ�การท่องเที่ยวแบบ
ฮาลาลที่ได้รับความนิยมจากทั่วโลกอีกด้วย
	 สำ�หรับประเทศไทยนอกจากโรงแรมอัลมีรอซ
(AlMeroz) ที่เป็นโรงแรมฮาลาลแห่งแรกของไทย
ซึ่งมีสิ่งอำ�นวยความสะดวกสำ�หรับชาวมุสลิมและ
แพ็คเกจสำ�หรับเทศกาลรอมฎอนเป็นพิเศษแล้ว
สำ�นักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน)
และศูนย์อำ�นวยการบริหารชายแดนใต้ (ศอบต.)
ยังได้ร่วมมือกันผลักดันให้กลุ่มผู้ประกอบการใน
จังหวัดชายแดนใต้ได้มีโอกาสทางธุรกิจฮาลาล
มากขึ้นด้วย โดยได้จัดให้มีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำ�
ปรึกษาด้านผลิตภัณฑ์และการตลาด เพื่อให้เกิด
การลงทุนในจังหวัดชายแดนใต้ที่ประชากรส่วน
ใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม เตรียมพร้อม
เจาะตลาดการท่องเที่ยวฮาลาลในอนาคต
ที่มา : Mastercard-Crescent Rating Global Muslim
Travel Index 2019 / บทความ “Halal tourism boom
draws Muslim holidaymakers to Asia” โดย IAN LLOYD
NEUBAUER จาก asia.nikkei.com / บทความ “Jokowi
plans to replicate Bali’s success in 10 other Indonesian
spots” โดย Francis Chan จาก straitstimes.com /
บทความ “Singapore could be Asia’s next halal
destination” จากTHEJAKARTAPOST/ บทความ “อบจ.
ภูเก็ต จัดงานภูเก็ตอันดามันฮาลาลเอ็กซ์โป ประจำ�ปี 2562”
จาก siangtai.com
Thailand 4.0 สู่การเป็น
Medical Hub ของอาเซียน
อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร หรือ Medical
Hub คือหนึ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการใช้
เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่เพื่อเป็นกลไกในการ
ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต (New S-Curve)
และเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ไทยกำ�ลังเดินหน้า
ไปเป็นศูนย์กลางของอาเซียนตามนโยบาย
Thailand 4.0
	 ในปีที่ผ่านมา มีอีกความหวังหนึ่งของวงการ
แพทย์ไทยนั่นคือ การร่วมมือกันของ3 กระทรวง
ได้แก่ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(วท.)
กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และกระทรวง
ศึกษาธิการ (ศธ.) แต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนา
และขับเคลื่อนย่านนวัตกรรมสุขภาพโยธี(YMID)
ที่ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิจนถึง
บริเวณถนนพระราม 6 ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงพยาบาล
มากกว่า 10 แห่ง เพื่อเนรมิตให้พื้นที่นี้กลายเป็น
ย่านที่ตอบสนองการให้บริการทางการแพทย์
อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งสามารถรองรับคนไข้
ได้เป็นจำ�นวนมาก
	 นอกจากนี้ ไทยยังมีศักยภาพที่จะเป็นศูนย์รวม
ของการสร้างนวัตกรรมการแพทย์สมัยใหม่
อีกทั้งยังมีแผนพัฒนาเมืองเชียงใหม่ให้กลายเป็น
Medical Health Hub ควบคู่ไปกับการเป็น
สมาร์ตซิตี้ โดยการพัฒนาแอพพลิเคชันให้
ประชาชนเข้าถึงการรักษาได้อย่างสะดวก
เร่งพัฒนาโรงพยาบาลต่างอำ�เภอให้รองรับผู้ป่วย
ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความหนาแน่นของ
โรงพยาบาลในตัวเมือง และการพัฒนาบุคลากร
เพื่อรองรับการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของไทย
และของโลกในอนาคต
PhotobyMihaiSurduonUnsplash
PhotobyHikeShawonUnsplash
CREATIVE THAILAND I 7
เรื่อง : ภีร์รา ดิษฐากรณ์
ที่มา: บทความ “เชิญพร เต็งอำ�นวย ปั้น “MedicalHub” จาก
prachachat.net/ บทความ “เชียงใหม่เร่งดันโรดแมป ‘เมดิคัล
ฮับ’ มุ่งสู่ Wellness City-เมืองรองรับเมืองผู้สูงอายุ” จาก
prachachat.net / บทความ “ย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธี
ศูนย์กลางนวัตกรรมและบริการทางการแพทย์ สุขภาพ ครบวงจร
ของไทย”จากผู้จัดการออนไลน์/บทความ“MalaysiaMedical
Tourism Market 2019 Global Analysis, Share, Trend,
Key Players, Opportunities  Forecast To 2022” จาก
travelwirenews.com / บทความ “Medical Tourism In
Singapore “NoLongerAPriority” จากInternationalMedical
TravelJournal(imtj.com)/ บทความ “Thailand’sMICE
Industry Report Medical Hub” โดย สำ�นักงานส่งเสริม
การจัดประชุมและนิทรรศการ
ที่มา: บทความ “‘ส.บอล-ธ.ออมสิน’ เปิดศึกGSBE-CUP2019
ดวล ‘PES 2020’ ชิงเงินรวม 3 ล้านบาท” (29 สิงหาคม 2562)
โดย ผู้จัดการออนไลน์ จาก mgronline.com / รายงาน
“Digital 2019: Understanding The Esports Opportunity”
(25 กรกฎาคม 2019) โดย Simon Kemp จาก
datareportal.com / วิดีโอ “เผย 6 เกม ชิงชัยอีสปอร์ต
ซีเกมส์ 2019 เรื่องรอบขอบสนาม” (17 มกราคม 2019)
โดย Thairath จาก youtube.com
	 หากดูที่คู่แข่งของไทย ประเทศซึ่งเคยเป็น
ในจุดหมายหลักของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
อย่างสิงคโปร์ กลับถูกประเทศเพื่อนบ้านเช่นไทย
และมาเลเชียแซงหน้า โดยเหตุผลหลักคือ
ค่าครองชีพและค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้น ทำ�ให้
นักท่องเที่ยวเลือกจะเดินทางไปยังประเทศที่
ประหยัดกว่า จากรายงานของ Singapore
Tourism Board พบว่า ยอดของนักท่องเที่ยวที่
เดินทางเพื่อมารับบริการด้านสุขภาพในสิงคโปร์
ลดลงกว่า 4 เปอร์เซ็นต์จากปีที่แล้ว
	 ขณะที่มาเลเซียกลับเป็นประเทศที่มีการ
เติบโตขึ้นมากในตลาดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
เนื่องจากมีความพร้อมด้านการบริการของโรงพยาบาล
ที่ถูกออกแบบมาอย่างดีในระดับนานาชาติ อีกทั้ง
ยังมีตัวเลือกด้านการรักษาทั้งแพทย์แผนตะวันตก
และตะวันออก เช่น สมุนไพรจีน และการฝังเข็ม
บุคลากรมีความเชี่ยวชาญรอบด้าน โดยเฉพาะทักษะ
การสื่อสารภาษาอังกฤษที่ใกล้เคียงเจ้าของภาษา
จุดแข็งอีกประการของมาเลเซียคือการท่องเที่ยวแบบ
ฮาลาลที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่มนี้ได้เป็น
จำ�นวนมาก โดยคาดว่าตลาดการท่องเที่ยวเชิง
สุขภาพจะสร้างรายได้ให้มาเลเซียได้มากกว่า535
ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี2022 และทำ�ให้มาเลเซีย
เป็นคู่แข่งน่าจับตามองอีกหนึ่งประเทศในอาเซียน
	 แม้ปัจจุบันนี้ ไทยจะเป็นจุดหมายปลายทาง
ของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอันดับที่13 ของโลก
(รายงานจากGlobalWellnessInstitute) แต่หาก
เราไม่เร่งพัฒนาอุตสาหกรรมการแพทย์ให้ครบ
วงจร ทั้งด้านการรักษา การวิจัยและผลิตอุปกรณ์
ทางการแพทย์การพัฒนายาและเวชภัณฑ์ตลอดจน
การพัฒนาบุคลากรให้มีความสามารถรองรับ
บริการระดับสากล การจะเป็นMedicalHub ของ
อาเซียนก็อาจไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด
อี-สปอร์ต
สปิริตที่ขับเคลื่อนภูมิภาค
ความภาคภูมิใจที่เกิดจากชัยชนะในเกมกีฬาเป็น
สิ่งที่ขาดไปไม่ได้ในการสร้างสปิริตของชาติ
	 ปัจจุบันกระแสการแข่งขันอี-สปอร์ตได้รับ
ความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมากทั้งในประเทศไทย
และในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน ไม่ว่าจะเป็น
การแข่งขันในกลุ่มเล็ก ๆ หรือไปจนถึงระดับลีก
แถมยังมีผู้ให้ความสนใจมากพอ ๆ กับการรับชม
การแข่งขันกีฬาระดับประเทศหลายรายการใหญ่
ทำ�ให้หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนต่าง
ให้ความสนใจและให้การสนับสนุน สะท้อนให้
เห็นจากจำ�นวนเงินรางวัลของการแข่งขันรายการ
อี-สปอร์ตต่าง ๆ อย่างเช่น รายการ Toyota
E-League Pro ซึ่งเป็นการแข่งขันระดับอาชีพ
อย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย หรือ
รายการGSBE-CUP2019THAILAND การแข่งขัน
เกมฟุตบอลที่มีเงินรางวัลรวมสูงสุดถึง3 ล้านบาท
ซึ่งมากที่สุดเป็นลำ�ดับที่ 6 ของโลก จากการ
เปิดรับสมัครผู้เข้าแข่งขันทั่วทั้งทวีปเอเชีย
	 หลายคนคงสงสัยว่า ทำ�ไมเหล่านักลงทุน
และสปอนเซอร์ทั้งหลาย ถึงได้ให้การสนับสนุน
การแข่งขันกีฬาอี-สปอร์ตในกลุ่มประเทศอาเซียน
งานวิจัยและข้อมูลจากDigital2019Q3Global
Digital Statshot โดย We Are Social และ
Hootsuite รายงานว่า ปัจจุบันมีจำ�นวนประชากร
ทั่วโลกที่รับชมการแข่งขันกีฬาอี-สปอร์ตประมาณ
1 พันล้านคน เมื่อคิดเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ต่อ
จำ�นวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในแต่ละประเทศแล้ว
พบว่า ประเทศที่มีเปอร์เซ็นต่อผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่
รับชมการแข่งขันมากที่สุดในโลกคือ ประเทศจีน
(40%) มากกว่า 300 ล้านคน โดยอันดับที่ 2, 3
และ4 เป็นของเวียดนาม(33%) ฟิลิปปินส์(29%)
และตามด้วยประเทศไทย (25%) อีกทั้งสถิติ
การรับชมถ่ายทอดสดการเล่นเกม (Game
Streaming) บนแพลตฟอร์มอย่าง Twitch ที่มี
ผู้รับชมทั่วโลกกว่า 1.25 พันล้านคน พบว่า
ประเทศจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้นก็ติด
อันดับต้น ๆ ของโลกที่รับชมการแข่งขันผ่าน
ช่องทางนี้ โดยอันดับ 1 ของโลก เป็นของ
ฟิลิปปินส์ อันดับ 2 คืออินโดนีเซีย ส่วนไทย
อยู่ในลำ�ดับที่ 5 ลำ�ดับที่ 6 และ 7 เป็นของ
เวียดนาม และมาเลเซียตามลำ�ดับ และอีกไม่นาน
นี้ในวันที่ 30 พฤศจิกายน - 11 ธันวาคม 2562
ก็ยังจะมีการจัดการแข่งขันอี-สปอร์ตครั้งแรก
ที่บรรจุเข้าเป็นกีฬาชิงเหรียญรางวัลถึง 6
เหรียญทองในการแข่งขันซีเกมส์2019 ที่ประเทศ
ฟิลิปปินส์
	 ปริมาณผู้ชมอี-สปอร์ตนั้นเป็นตัวชี้วัดสำ�คัญ
ที่เป็นเหตุผลให้นักลงทุนและบรรดาผู้สนับสนุน
มองเห็นโอกาสในการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย
เช่นเดียวกับการขยายตัวของอุตสาหกรรม
อี-สปอร์ตทั่วโลกที่มีมูลค่าสูงถึง900 ล้านเหรียญ
สหรัฐฯ วงการนี้จึงไม่ใช่แค่เพียงเกมเพื่อการ
ผ่อนคลายอย่างเดียวอีกต่อไป แต่คือตลาด
การลงทุนสำ�คัญของภูมิภาคอาเซียน และยังอาจ
เป็นโอกาสใหม่ให้เยาวชนในกลุ่มประเทศสมาชิก
มีพื้นที่ในการปล่อยของ มีอาชีพที่สร้างรายได้
และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติได้ในที่สุด facebook.com/buriramunitedesports
CREATIVE THAILAND I 8
Creative Resource : วัตถุดิบทางความคิด
เรื่อง : ปุญญิศา เปล่งรัศมี
FEATU RED ARTICLE
Future Consumer 2020
โดย Andrea Bell
เราจะเป็นผู้นำ�ในตลาดโลกได้อย่างไร นอกเสียจากต้องทำ�ความเข้าใจความแตกต่างและหลากหลายของตลาดแต่ละแห่งในโลก ขณะที่ก็ยังมีอีกคำ�ตอบ
นั่นคือการต้องเป็นผู้สร้างนวัตกรรมที่สอดคล้องกับอนาคต
	 ในปี2020 ผู้บริโภคมีแนวโน้มในการเลือกซื้อสินค้าที่แตกต่างจากเดิมอย่างไร พวกเขาคาดหวังอะไรจากแบรนด์ และสิ่งใดจะเข้ามามีบทบาทในปีนี้บ้าง
WGSN (World Global Style Network) Insight เครื่องมือช่วยคาดการณ์แนวโน้มหรือเทรนด์โลกได้วิเคราะห์เทรนด์และแนวโน้มต่าง ๆ ในเรื่องของผู้บริโภค
การตลาด ธุรกิจค้าปลีก ไปจนถึงแนวโน้มของนวัตกรรมโลก ได้ข้อสรุปว่าในปี2020 สิ่งที่จะเข้ามาขับเคลื่อนโลกของเรามีอยู่3 ประเด็น ต่อไปนี้1) ทศวรรษ
นี้ให้ความสำ�คัญในเรื่องเกี่ยวกับเชื้อชาติ ชาติพันธุ์ และความคิดความเชื่อ ผู้บริโภคมีความหลากหลาย พวกเขาต่างมีสิทธิ์มีเสียงในการเลือกซื้อและบริโภค
สินค้าและบริการตามความต้องการของตนเอง 2) เทคโนโลยี 5G บนมือถือจะทำ�ให้การเชื่อมต่อมีความสะดวก รวดเร็ว ต่อเนื่องไม่มีสะดุด ส่งผลให้ธุรกิจ
รร้านค้าออนไลน์มาแรง และการสร้างประสบการณ์จากเทคโนโลยีโลกเสมือนอย่างAR และVR จะได้รับการพัฒนา ซึ่งย่อมส่งผลต่อรูปแบบการบริโภค และ
3) Crowd Based Capitalism หรือระบบเศรษฐกิจที่กลุ่มธุรกิจหลากหลายกลุ่มจะแบ่งปันสินทรัพย์ เงินทุน และแรงงานร่วมกันผ่านแพลตฟอร์มกลาง
ต่าง ๆ จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น และผู้บริโภคจะใส่ใจมากขึ้นว่าเงินที่ตนจ่ายไปนั้นได้หมุนเวียนอยู่ในท้องถิ่นจริง
	 จะเห็นได้ว่านอกจากเรื่องของเทคโนโลยีแล้ว ธุรกิจในยุคนี้ยังต้องให้ความสำ�คัญกับคุณค่าของแบรนด์ รวมถึงตัวสินค้าและบริการไปพร้อมกันด้วย
สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นโอกาสที่จะเบิกทางธุรกิจให้เติบโตต่อไปได้ในอนาคต ซึ่งผู้ที่ตีโจทย์แตกก็จะสามารถยืนหยัดอยู่ได้ และไม่ว่าใครก็มาโค่นลงได้ยาก
CREATIVE THAILAND I 9
พบกับวัตถุดิบทางความคิดเหล่านี้ได้ที่ TCDC Resource Center
Think New ASEAN!:
Rethinking Marketing towards
ASEAN Economic Community
โดย Philip Kotler, Hermawan Kartajaya และ
Hooi Den Huan
อาเซียนเป็นตลาดที่มีความโดดเด่นจากปัจจัย
หลายด้านไม่ว่าจะเป็นจำ�นวนประชากรที่มีกว่า600
ล้านคน ความหลากหลายของประเทศสมาชิก
ทรัพยากรทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และ
แรงงานที่ได้เปรียบเรื่องราคาค่าแรง การเข้าถึง
ตลาดอาเซียนจึงต้องอาศัยทั้งศาสตร์และศิลป์
เพื่อให้ธุรกิจเติบโต หนังสือเล่มนี้อธิบายให้เห็น
ถึงความเปลี่ยนแปลงของธุรกิจอาเซียนในปัจจุบัน
จากกระบวนการโลกาภิวัตน์ที่ขับเคลื่อนด้วย
เทคโนโลยีสารสนเทศ รวมถึงยังนำ�เสนอกรณี
ศึกษาของธุรกิจในอาเซียนและธุรกิจต่างชาติชั้นนำ�
เพื่อให้เห็นภาพได้ง่ายขึ้น เช่น AirAsia, HM,
Samsung ฯลฯ ว่าแต่ละแบรนด์เลือกลยุทธ์ใน
การสร้างลูกค้าที่ภักดีต่อแบรนด์และรักษา
ตำ�แหน่งในตลาดอาเซียนไว้ได้อย่างไร
กะเทาะแก่นอาเซียน:
เรียนรู้วัฒนธรรมร่วมสมัย
“POP Culture”
โดย ดร. อัมพร จิรัฐติกร
ในประเทศอินโดนีเซีย หากใครจะแต่งงานกัน
จะต้องจดทะเบียนทางศาสนาคู่กับทะเบียนสมรส
ทางกฎหมาย ส่วนในประเทศสิงคโปร์ก็มีภาษา
อังกฤษในแบบฉบับของตัวเองที่เรียกกันว่า ‘ซิงลิช’
(Singlish) ซึ่งเป็นการพูดภาษาอังกฤษผสมกับคำ�
ในภาษาจีน ภาษามลายู และภาษาทมิฬ จาก
ตัวอย่างที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่า ประเทศต่าง ๆ ใน
อาเซียนมีความเป็นอยู่ ความคิดและค่านิยมที่
แตกต่างกันไป หนังสือเล่มนี้จะช่วยเปิดประตูของ
วัฒนธรรมร่วมสมัยหรือ POP Culture ทั้งวิธีคิด
อารมณ์ขัน ภาษาพูด ไปจนถึงเรื่องต้องห้ามของ
คนในอาเซียนที่หลายคนอาจไม่รู้มาก่อน
ถ่ายทอดจากปลายปากกาของนักมานุษยวิทยา
ผู้มีประสบการณ์ตรง และเคยใช้ชีวิตอย่างคน
วงในที่รู้ลึกรู้จริง
Lakbay2Love (2016)
กำ�กับโดย Ellen Ongkeko-Marfil
เรื่องราวของช่างภาพวิดีโอสาวที่อกหักจาก
แฟนหนุ่ม เธอเลือกรักษาแผลใจโดยการก้าว
ออกไปปั่นจักรยาน ทำ�ให้ได้เรียนรู้วิถีธรรมชาติ
และการอนุรักษ์ นี่คือภาพยนตร์แนว Bike Movie
เรื่องแรกของฟิลิปปินส์ ซึ่งคณะกรรมการส่งเสริม
การท่องเที่ยวของฟิลิปปินส์ได้เลือกให้ไปเข้าร่วม
ในแคมเปญส่งเสริมสถานที่ท่องเที่ยวที่อาจยัง
ไม่เป็นที่รู้จักของประเทศ เพื่อให้ภาพยนตร์เป็น
อีกหนึ่งเครื่องมือที่มีศักยภาพในการสร้างจุดหมาย
ปลายทางใหม่ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก และยังเป็น
กลยุทธ์กระตุ้นเศรษฐกิจด้วยสื่อบันเทิงที่หลาย
ประเทศกำ�ลังเดินหน้าสร้างสรรค์ หากมีเวลา
อย่าพลาดไปพิสูจน์ความความสวยงามดึงดูดใจ
ของทัศนียภาพในเมืองอาเซียนที่น่าจะสร้าง
ความประทับใจได้ไม่ยาก
BOOK FILM
CREATIVE THAILAND I 10
MDIC : นวัตกรรมและวัสดุ
ทำ�ความรู้จักงานคราฟต์ของเวียดนาม
ผ่าน VIETCRAFT
เรื่อง : ปิยวรรณ กลิ่นศรีสุข
พบกับนวัตกรรมและวัสดุสร้างสรรค์ ได้ที่ชั้น 2 ห้อง Material  Design Innovation Center, CEA
ในขณะที่กลุ่มคนที่มีรายได้ปานกลางบางกลุ่มกำ�ลังหดตัวลง หรืออำ�นาจ
การใช้จ่ายของกลุ่มนี้กำ�ลังตกอยู่ภายใต้แรงกดดันจากการถดถอยทาง
เศรษฐกิจ แต่ก็มีพื้นที่หนึ่งของโลกที่คนกลุ่มนี้กำ�ลังเติบโต นั่นก็คือในแถบ
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายในปีพ.ศ. 2573 คาดว่าครัวเรือนระดับกลาง
ที่มีรายได้10,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือมากกว่าต่อปี จะเพิ่มขึ้นเป็น51 ล้าน
คนในอินโดนีเซีย 18 ล้านคนในเวียดนาม 11 ล้านคนในฟิลิปปินส์ และ
8 ล้านคนในประเทศไทย ทำ�ให้มีกลุ่มธุรกิจที่เห็นโอกาสในกำ�ลังซื้อและ
ทรัพยากรที่มีอยู่ เกิดการซื้อขายสินค้าที่มีอัตลักษณ์ในภูมิภาคนี้
	 หนึ่งในแหล่งข้อมูลผลิตภัณฑ์งานหัตถกรรมของเวียดนาม คือ
VIETCRAFT ในฐานะองค์กรชั้นนำ�ของเวียดนาม และมีความสัมพันธ์ใกล้ชิด
กับเครือข่ายสมาชิกที่ทำ�งานหัตถกรรมกว่า 800 แห่งทั่วประเทศ VIETCRAFT
จึงสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีอยู่มากมายในประเทศได้ ทั้งยังมี
การจัดเก็บข้อมูลภาพที่เกี่ยวข้องกับงานหัตถกรรมผ่านแพลตฟอร์ม
vietcraftmedia.com และแหล่งข้อมูลหมู่บ้านที่ทำ�งานด้านหัตถกรรม
(Craft Villages in Vietnam) VIETCRAFT มุ่งสร้างการเชื่อมโยงผู้ผลิตกับ
ผู้ประกอบการหรือนักออกแบบที่ต้องการทำ�ธุรกิจงานคราฟต์ เกิดเป็น
ส่วนบริการจัดหาวัสดุและผลิตภัณฑ์ให้แก่คนที่สนใจธุรกิจงานฝีมือและ
หัตถกรรมอย่างครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบ พัฒนาผลิตภัณฑ์ จัดหา
วัตถุดิบและโรงงานผลิต วางแผนและจัดการการผลิต ตรวจสอบโรงงาน จนถึง
การประกันคุณภาพและเอกสารการส่งออก เพื่อตอบสนองความต้องการของ
บริษัทที่ทำ�ธุรกิจระหว่างประเทศ คุณภาพของผลิตภัณฑ์ ราคาที่แข่งขันได้
รวมทั้งการส่งมอบสินค้าที่ตรงเวลาและเชื่อถือได้ของธุรกิจคราฟต์เหล่านี้
ล้วนผ่านการรับรองมาตรฐานSA8000 โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์
คอยดูแลตลอดการให้บริการ และสร้างให้ VIETCRAFT เปรียบเสมือนประตู
สู่แหล่งหัตถกรรมสินค้าตกแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์ ของใช้ในบ้าน และของขวัญ
ที่สำ�คัญของประเทศเวียดนาม
	 นอกจากนี้VIETCRAFT ยังได้ร่วมมือกับสาขาการออกแบบอุตสาหกรรม
มหาวิทยาลัยลุนด์ ประเทศสวีเดน (The School of Industrial Design at
Lund University) ก่อตั้ง Hanoi Design Centre (HDC) ความร่วมมือนี้ได้
รับทุนจาก Swedish International Development Cooperation Agency
(SIDA) บางส่วน และได้รับการสนับสนุนจากสถานทูตสวีเดนในกรุงฮานอย
งานของ HDC เป็นงานต่อเนื่องหลายปีจากการทำ�งานโครงการพัฒนา
เพื่อสร้างความสามารถในการออกแบบในเวียดนาม การเรียนรู้จากโครงการ
ที่ผ่านมามีเป้าหมายเพื่อให้แน่ใจว่า จะสามารถหาโซลูชันที่ยั่งยืนสำ�หรับ
การออกแบบการพัฒนาในภาคหัตถกรรมให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้อง
รับความช่วยเหลือจากต่างประเทศหรือเงินอุดหนุน รวมทั้งเกิดเป็น
แพลตฟอร์มจุดนัดพบเพื่อการออกแบบและงานฝีมือในเวียดนามที่เติบโต
ต่อไปได้อย่างยั่งยืน
ที่มา : hanoidesigncenter.com / jpns.se vietcraftmedia.com / vietcraft.org.vn
vietcraft.org.vn
 

    200 (12  )
 
creativethailand.org/contactus

/  
 
 (  )

  /

/ 
/ / 
/
  / / /   /  

/ 
/
 / /
/ /  /
 /

/ /
  /
 Creative Thailand 1  12 
    (  ) (CEA) 
    (  )  101-9-12219-9
•   02-105-7450
•      (  ) (CEA)
 1160 10500
•   creativethailand@cea.or.th
  02-105-7400  116
      200
 /

/ /
 
 
/  
 

พบกับนิตยสาร “คิด” Creative Thailand ได้ที่
ร้านหนังสือ ห้องสมุด สมาคม อาคารสำ�นักงาน และร้านกาแฟใกล้บ้าน
ในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ หัวหิน และจังหวัดอื่นๆ รวมถึง miniTCDC
ดูสถานที่จัดวางทั้งหมดได้ที่:
creativethailand.org/contactus
กรุงเทพฯ
ร้านหนังสือ
•	Asia Books
•	Kinokuniya
•	B2S
•	แพร่พิทยา
ร้านกาแฟ/ร้านอาหาร
•	Au Bon Pain
•	Starbucks
•	TOM N TOM’S COFFEE
•	True Coffee
•	Auntie Anne’s
•	Baskin Robbins
•	Coffee World
•	Mister Donut
•	Black Canyon
•	McCafe’
•	ดอยตุง
•	Ninety four coffee
•	Puff  Pie
•	Red Mango
•	Iberry
•	Greyhound Cafe’
•	Amazon Cafe’
•	Chester’s Grill
•	Luv minibar
พิพิธภัณฑ์/หอศิลป์
•	หอศิลปวัฒนธรรม
	 แห่งกรุงเทพมหานคร
•	มิวเซียม สยาม
•	อุทยานการเรียนรู้ (TK park)
•	นำ�ทอง แกลเลอรี่
สมาคม/ห้องสมุด
•	ศูนย์ศิลปะนานาชาติ
	 สมาคมฝรั่งเศส
•	ห้องสมุดเนลสัน เฮลส์
	 The Neilson Hays Library
•	ห้องสมุด - นิด้า
•	สมาคมโฆษณา
	 แห่งประเทศไทย
•	สมาคมธนาคารไทย
•	สมาคมสโมสรนักลงทุน
•	ห้องสมุด สสวท.
•	สมาคมหอการค้าไทย
•	สถาบัน
•	Wall Street Institute
•	Raffle Design Institute
•	Vision Swimming
	 Academy
เชียงใหม่
•	woo cefe
•	Kagee
•	Ristresto lab
•	ท่าแพอีสต์+dibdee.binder
•	C.A.M.P ,MAYA
•	True Coffee ,หอสมุด มช.
•	Punspace, นิมมานฯ
•	asama cafe
•	มาหาสมุด (บ้านข้างวัด)
•	see scape gallery
•	nimmanian club
•	8 days a week
•	Bulbul book cafe’
•	Graph cafe’
•	Cefe de museum
•	local cafe Think park
•	Librarista
•	Artisan วัวลาย
•	paper spoon
•	กาแฟรสนิยม,
	 หลัง มช ทางขึ้นกาแล
•	The barn : Eatery Design
•	Book Republic
•	wake up หน้ามอ
•	Fab cafe’
•	kum cafe คุ้มเจ้าบุรีรัตน์
•	MAIIAMContemporaryArt
	 Museum
•	ชีวิต ชีวา
•	Minimeal Cafe
•	Impresso
•	Restr8to
•	Penguin Villa
	 (Penguin Getto)
•	กาแฟอาข่า อ่ามา
	 La Fattoria สาขา2
•	Happy Hut
	 ถ.นิมมานฯ
•	ราชดำ�เนิน
•	Mai Bakery In Garden
•	Starbucks The Plaza
•	Yesterday Hotel
•	October
•	สุริยันจันทรา นิมมานฯ ซอย1
•	ร้านมีชามีชัย (กู)
•	Cafe’de nimman
•	The Booksmith
•	ร้านชา (Drink Club)
•	Cotto Studio
•	Starbucks Nimmanhemin
•	Fern Forest Cafe’
•	9th Street Cafe
	 นิมมานฯ ซอย 9
•	ดวงกมล (Duang Kamol)
•	RusticBlue-Handgrown
•	Produce  Artisan Food
	 นิมมานฯ ซอย 9
•	หอนิทรรศการศิลปวัฒนธรรม
	 มช.
หัวหิน
•	ร้านกาแฟ ชุบชีวา หัวหิน
•	อยู่เย็น หัวหิน บัลโคนี่
•	บ้านใกล้วัง	 	
•	ภัตตาคารมีกรุณา	
•	บ้านถั่วเย็น@ แนบเคหาสน์	
•	ร้านอาหารหัวหิน(โกทิ) 	
•	กาแฟข้างบ้าน	
•	ILGELATOITALIANO	
•	Together Bakery  Cafe’
•	โรงแรม วรบุระหัวหิน
•	Let’s Sea
•	โรมแรม ดูน หัวหิน	
•	เดอะร็อค หัวหิน 	
•	บ้านจันทร์ฉาย	
•	หัวหิน มันตรา รีสอร์ท
•	ลูน่าฮัท รีสอร์ท	
กระบี่
•	NakamandaResortSpa
•	RaweeWarinResortSpa
•	AlittleHandmadeShop 	
ขอนแก่น
•	Hug School
	 of Creative Arts
•	ร้านสืบสาน
•	ร้านกาแฟ คอฟฟี่ เด้อ หล่า
	 (Coffee Der La)
เชียงราย 	
•	ร้านหนังสือ herebookafe
•	ร้าน Coffee Dad
นครราชสีมา
•	Hug station resort
นครปฐม
•	ร้าน DipchocCafe	
นครสวรรค์
•	ร้านBitterSweet	
น่าน 	
•	ร้าน Runway Coffee
•	ร้านคลาสสิค โมเดล น่าน	
•	ร้านกาแฟปากซอย	
•	ร้าน Nan Coffee Bean
ปาย/แม่ฮ่องสอน
•	ร้านคอฟฟี่อินเลิฟ	
•	ร้าน all about coffee	
•	ร้านปายหวานบ้านนมสด	
•	ร้านเล็กเล็ก
•	ปายวิมานรีสอร์ท	
พังงา
•	Niramaya Villa
	 and Willness Resort
•	RanyataviResortPhangNga
•	The Sarojin
เพชรบุรี
•	Grand Pacific Sovereign
•	Resort  Spa
•	DevaSom Hua Hin Resort
ภูเก็ต
•	ร้านหนัง(สือ) ๒๕๒๑ ภูเก็ต
•	TheoddyApartmentHotel
•	At Panta Phuket
•	Banyan Tree Phuket
•	Le Meridien Phuket
•	Millienium Ressort
	 Patong Phuket
•	Novotel Phuket Resort
•	Patong Paragon Resort
	  Spa Phuket
•	Sheraton grand Lagana
	 Phuket
•	Sri wanwa Phuket Villa
•	Thanyapura
ระยอง
•	Le Vimarn Cottage
ลำ�ปาง
•	อาลัมภางค์ เกสท์เฮ้าส์
	 แอนด์ มอร์ ลำ�ปาง
•	ร้านเอกาลิเต้
	 Egalite Bookshop 	
•	Lampang Art Center	
เลย
•	บ้านชานเคียง
•	มาเลยเด้ เกสต์เฮาท์
ลพบุรี
•	ซนดิคอฟฟี่	
สมุทรสงคราม/อัมพวา
•	Baan Amphawa Resort
	 and Spa
สุโขทัย
•	Ananda Co.,Ltd.
สุราษฎร์ธานี
•	Muang Samui Spa Resort
•	Pavilion Samui
	 Boutique Resort
•	The Sunset Beach Resort
	 and Spa Taling ngam
•	Nora Beach Resort Samui
อุทัยธานี
•	ร้านบุ๊คโทเปีย Booktopia	
•	Avatar Miracles
เมื่อกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนที่มีประชากรมากกว่า 600 ล้านคนลุกขึ้นมาอ้าแขนรับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ขุมทรัพย์ทางวัฒนธรรม
ที่เคยซุกซ่อนจึงถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นส่วนประกอบในการสร้างสรรค์งานที่สร้างมูลค่าไปพร้อมกับการเปิดโอกาสให้หนุ่มสาวยุคใหม่
จากในเมืองและท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่การพัฒนาพื้นที่ในรูปแบบของย่านสร้างสรรค์ไปจนถึงการแก้ปัญหาระดับโลก
CREATIVE THAILAND I 12
Cover Story : เรื่องจากปก
เรื่อง : มนฑิณี ยงวิกุล
Creative ASEAN
ทิศทางของการพัฒนาที่ธนาคารโลกและองค์การ
เพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ
(OECD) พยายามผลักดัน ทั้ง ‘InclusiveGrowth’
ที่หมายถึงการเติบโตที่ลดช่องว่างความไม่เท่าเทียม
ของรายได้ และขยายโอกาสใหม่ ๆ สำ�หรับทุกคน
และ ‘Resilience’ หรือการพัฒนาเศรษฐกิจให้พร้อม
สำ�หรับการรับมือและฟื้นจากวิกฤตอย่างรวดเร็ว
ทำ�ให้การพัฒนาเศรษฐกิจบนพื้นฐานของความคิด
สร้างสรรค์ ไม่ได้ถูกยอมรับในแง่ของการส่งเสริม
ความสามารถในการแข่งขันเพียงอย่างเดียว แต่ยัง
สามารถยึดโยงทั้งสองประเด็นนี้เข้าไว้ด้วยกัน
	 ในการประชุมเศรษฐกิจสร้างสรรค์โลก
(World Conference on Creative Economy:
WCCE) ที่ริเริ่มจากสำ�นักงานส่งเสริมเศรษฐกิจ
สร้างสรรค์แห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย (BEKRAF)
ที่เมืองบาหลี เมื่อวันที่ 6 - 7 พฤศจิกายน 2561
จึงถูกจัดขึ้นภายใต้ธีมInclusiveCreative เพราะ
เชื่อว่าอุตสาหกรรมสร้างสรรค์จะนำ�ไปสู่ธุรกิจ
ในยุคใหม่ ที่ไม่ได้จำ�กัดอยู่กับกลุ่มเจ้าของทุน
ขนาดใหญ่ แต่เป็นสนามที่เปิดกว้างสำ�หรับทุกคน
ให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเศรษฐกิจ
และสังคม โดยที่มีเทคโนโลยีและดิจิทัลเป็น
เครื่องมือในการทำ�ให้เกิดความร่วมมือในการ
สร้างสรรค์จากทั่วโลก
	 การเปิดเกมของพี่ใหญ่อินโดนีเซียในเวที
การประชุมระดับโลกเป็นเพียงส่วนหนึ่งของโรดแมป
ในการทำ�ให้ ‘ความคิดสร้างสรรค์’ ขยับขึ้นเป็น
ความร่วมมือระดับภูมิภาคและสร้างการยอมรับ
ระดับโลกจากการตกลงตามข้อมติสมัชชา
สหประชาชาติในปี 2021 รวมถึงการเสนอให้มี
การจัดตั้งศูนย์รวมความเป็นเลิศและความร่วมมือ
ระหว่างประเทศด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์
(GlobalCenterofExcellentAndInternational
CooperationForCreativeEconomy) เพื่อเป็น
องค์กรที่ให้ความสำ�คัญกับการวิจัย และการส่งเสริม
ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ระดับโลก
ซึ่งความเคลื่อนไหวต่าง ๆ นี้จะช่วยกระตุ้นให้เกิด
การถักทอเครือข่ายความร่วมมือภายในกลุ่ม
ประเทศสมาชิกอาเซียนทั้งพหุภาคีและทวิภาคีให้
เกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามระดับการพัฒนา
เศรษฐกิจสร้างสรรค์ของแต่ละประเทศ
CREATIVE THAILAND I 13
ข้อมูลพื้นฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ 5 ประเทศสมาชิกอาเซียน
ประเทศ
มูลค่าอุตสาหกรรม
สร้างสรรค์
จ้างงาน / แรงงาน
มูลค่าการส่งออก
สินค้าสร้างสรรค์
(ปี 2014)
มูลค่าการส่งออก
บริการสร้างสรรค์
(ปี 2014)
อินโดนีเซีย
2.41ล้านล้านบาท(77.9พันล้านเหรียญ
สหรัฐฯ)7.44%ของจีดีพีขนาดใหญ่เป็น
อันดับสามของโลก รองจากสหรัฐอเมริกา
และเกาหลีใต้ (ข้อมูลปี 2018)
17 ล้านคน 159,861 ล้านบาท 8,165 ล้านบาท
ฟิลิปปินส์
365,000 ล้านบาท(625 พันล้านเปโซ)
7% ของจีดีพี (ข้อมูลปี 2010)
530,000 คน 28,379 ล้านบาท 100,332 ล้านบาท
มาเลเซีย
81,929 ล้านบาท (11.2 พันล้านริงกิต)
2.4% ของจีดีพีเมืองกัวลาลัมเปอร์
(ข้อมูลเฉพาะกัวลาลัมเปอร์ ปี 2016)
86,478 คน
(ข้อมูลเฉพาะ
กัวลาลัมเปอร์
ปี 2016)
188,790 ล้านบาท 45,067 ล้านบาท
(ข้อมูลปี 2009)
ไทย
1.4 ล้านล้านบาท 9.1% ของจีดีพี
(ข้อมูลปี 2017)
826,000 คน 204,456 ล้านบาท 1,160 ล้านบาท
(ข้อมูลปี 2013)
สิงคโปร์
(เฉพาะอุตสาหกรรมออกแบบ
ศิลปะและวัฒนธรรม)
101,777 ล้านบาท(ข้อมูลอุตสาหกรรม
ออกแบบปี2013 และ ข้อมูลศิลปะ
และวัฒนธรรม ปี 2017)
56,172 คน 337,911 ล้านบาท 21,266 ล้านบาท
ที่มา : UNDP , National Art Council, Singapore, Cultural Economy Development Agency, Malaysia, การประชุม ASEAN Reginal Workshop on Creative Economy, todayonline.com
เติบโตไปกับย่านสร้างสรรค์
ถ้าว่ากันด้วยระดับนโยบาย แม้จะมีทิศทางที่ชัดเจนแต่ยังต้องใช้เวลากว่าจะเห็นผล แต่ใช่ว่าเหล่าสมาชิกอาเซียนจะนั่งรอเฉย ๆ เมื่อกลุ่มภาคเอกชนลุกขึ้นมา
ร่วมวงกับภาครัฐในการผลักดันให้เกิดการพัฒนาแบบทั่วถึง(Inclusive) ภายใต้แนวคิดของการทำ�ย่านสร้างสรรค์ที่เริ่มจากเมืองรอง ก่อนจะฉุดให้เมืองหลวง
และส่วนอื่น ๆ ขยับตาม
	 ความสำ�เร็จของเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์แห่งภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งประกอบด้วยเมืองรองที่ประสบความสำ�เร็จในการใช้ความคิดสร้างสรรค์เพื่อ
การพัฒนาเมือง สร้างแบรนด์ และการท่องเที่ยว อย่างเช่น จอร์จทาวน์(GeorgeTown) ที่เปลี่ยนเมืองมรดกโลกให้มีความร่วมสมัยด้วยการจัดจอร์จ ทาวน์
เฟสติวัล ตั้งแต่ปี 2010 สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับเมืองจากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวได้มากกว่า 60 ล้านบาท และมูลค่าแบรนด์มากกว่า 1,180 ล้านบาท
จึงทำ�ให้เมืองเล็ก ๆ แห่งนี้แน่นขนัดไปด้วยนักท่องเที่ยว อย่างไรก็ดี แม้การพัฒนาจะสร้างรายได้ให้คนในพื้นที่ แต่ก็อาจจะต้องมาทบทวนเรื่องความสมดุล
กับความเป็นอยู่ของชุมชนในอนาคต ถัดมาที่เมืองบันดุง ประเทศอินโดนีเซีย ที่ขยับขยายจนกลายเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโกด้านการออกแบบ
ติดตามมาด้วยเมืองเชียงใหม่ของไทย ที่เพิ่งเข้าเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโกด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้านเมื่อปี 2017 สุดท้ายคือ เมืองเซบู
ประเทศฟิลิปปินส์ ที่เป็นแหล่งรวมสตูดิโอออกแบบเฟอร์นิเจอร์ชื่อดัง วางแผนจัดงานเซบู ดีไซน์ วีก 2019 เพื่อเป็นโปรไฟล์ในการสมัครเป็นเครือข่ายเมือง
สร้างสรรค์ของยูเนสโกด้านการออกแบบในปีถัดไป
CREATIVE THAILAND I 14
ประเทศ แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์
	 อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เน้นที่ศิลปะ การแสดง หัตถกรรม ดูแลโดย 3 กระทรวงหลัก คือ 1) กระทรวงวัฒนธรรมและศิลปะ ดูแล
	 ด้านลิขสิทธิ์และที่เกี่ยวข้อง 2) กระทรวงพาณิชย์ ดูแลด้านเครื่องหมายการค้า สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) และความลับทางการค้า
	 3) กระทรวงอุตสาหกรรมและหัตถกรรม ดูแลด้านสิทธิบัตรและการออกแบบอุตสาหกรรม
	 การส่งเสริมให้ชุมชนเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาทางวัฒนธรรม และจัดทำ�ฐานข้อมูลวัฒนธรรม (Cultural Mapping) เพื่อใช้
	 ในการจัดทำ�สาธารณูปโภค
	 ส่งเสริมเทคโนโลยีเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม
	 จัดทำ�ฐานข้อมูลอัตลักษณ์ที่สืบทอดมา เพื่อใช้เป็นพื้นฐานสำ�หรับการต่อยอดวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และชุมชนสัมพันธ์
ที่มา : การประชุม ASEAN Regional Workshop on Creative Economy 4-5 กันยายน 2562
กัมพูชา
	 อุตสาหกรรมสร้างสรรค์เน้นที่ผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดเล็ก ขนาดย่อม (MSME)
	 แผนพัฒนา MSME 1) ส่งเสริมนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลการผลิต 2) เพิ่มสัดส่วนของ MSME ที่เข้าถึงแหล่งเงินทุน
	 เป็นร้อยละ30 ในปี20203) เพิ่มสัดส่วนMSME ที่เข้าถึงบริการด้านการพัฒนาธุรกิจ เป็นร้อยละ10 ในปี20204) ขยายตลาดในและ
	 ต่างประเทศ โดยเพิ่มสัดส่วนการส่งออกของ MSME เป็นร้อยละ 20 ในปี 2020 5) พัฒนาผู้ประกอบการใหม่ให้เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 4
	 ในปี 2020 6) สร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสำ�หรับการเริ่มต้นและดำ�เนินธุรกิจ เช่น ลดระยะเวลาการจดทะเบียนจาก 67 วันเหลือ
	 25 วัน 7) พัฒนานโยบายเพื่อส่งเสริมให้ MSME เพิ่มกำ�ไร และมีการใช้คอมพิวเตอร์ในการบริหารธุรกิจเพิ่มขึ้น
ที่มา : การประชุม ASEAN Regional Workshop on Creative Economy 4-5 กันยายน 2562
ลาว
แผนที่เครือข่ายเมืองสรรค์ของยูเนสโกในกลุ่มประเทศอาเซียน
Creative City of Gastronomy, ภูเก็ต 2015
เชียงใหม่ Creative City of Crafts
and Folk Art, 2017
Creative City of Design, Singapore 2015
Pekalongan, City of Crafts and Folk Arts
also known as the “Batik City” 2014
Creative City of Design, Bandung 2015
Baguio City of Crafts and Folk Art 2017
CREATIVE THAILAND I 15
ประเทศ แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์
	 ปี 2016 จัดทำ�ยุทธศาสตร์ชาติในการพัฒนาอุตสาหกรรมวัฒนธรรม เพื่อเป็นกรอบในการพัฒนาอุตสาหกรรมวัฒนธรรม
	 ในเวียดนามให้มีมูลค่าเพิ่มเป็นร้อยละ 7 ในปี 2030 โดยมีอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเป็นหัวหอกของการพัฒนา
	 จากจำ�นวนแหล่งวัฒนธรรม 40,000 แห่งทั่วประเทศ
	 ส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่สร้างสรรค์(CreativeHub) ในรูปแบบของพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะ และเรียนรู้ ที่ดำ�เนินการโดยภาคเอกชน
	 จัดตั้ง Vietnam-Korea Design Center เพื่อส่งเสริมแบรนด์สินค้าเวียดนาม
ที่มา : vietnamnet.vn / UNESCO
เวียดนาม
	 จัดทำ�แผนพัฒนาเพื่อความยั่งยืน(MyanmarSustainableDevelopmentPlan:MSDP) เป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาเศรษฐกิจ
	 ของประเทศที่ประกาศใช้เมื่อเดือนกรกฎาคม 2016
	 ยุทธศาสตร์ข้อหนึ่งของ MSDP คือ ให้การสนับสนุนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และส่งเสริมนวัตกรรม โดยมีแผนดังนี้ 1) จัดทำ�
	 นโยบายเพื่อให้เกิดการสนับสนุนร่วมกันระหว่างหน่วยงาน 2) จัดตั้งหน่วยงานเพื่อดูแลทรัพย์สินทางปัญญา 3) ส่งเสริมการศึกษา
	 และสร้างการรับรู้ระบบการจัดการทรัพย์สินทางปัญญาและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ 4) ร่วมมือกับองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก
	 (WIPO) และประเทศพัฒนาแล้วในการพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
	 ในปี 2019 เริ่มใช้กฎหมายการออกแบบอุตสาหกรรม (Industrial Design Law) เครื่องหมายการค้า สิทธิบัตรและลิขสิทธิ์
ที่มา : การประชุม ASEAN Regional Workshop on Creative Economy 4-5 กันยายน 2562
พม่า
	 เมืองหลวงอย่างมะนิลายังมีความเคลื่อนไหว
โดยสภาเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งฟิลิปปินส์
(CreativeEconomyCouncilofthePhilippines:
CECP) ที่เกิดจากการรวมตัวกันของภาคเอกชน
จากสาขาครีเอทีฟที่มาร่วมกันจัดทำ�แผนส่งเสริม
อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Philippine Creative
IndustriesMasterPlan) ที่นอกจากจะสนับสนุน
ด้านนโยบาย เงินทุน การพัฒนาทักษะแล้ว
ยังรวมถึงการทยอยทำ�ให้เมืองต่าง ๆ ในฟิลิปปินส์
ผุดย่านสร้างสรรค์ขึ้นมาตามลำ�ดับ
	 มาเอสทรานซา (Maestranza) พื้นที่ริมนํ้า
ยาว300เมตรที่ประกอบด้วยห้องขนาดเล็ก45ห้อง
เป็นตัวอย่างของความร่วมมือระหว่าง CECP
และสำ�นักงานเขตอินทรามูรอส (Intramuros)
ในการปรับปรุงอาคารยุคอาณานิคมให้กลายเป็น
พื้นที่สร้างสรรค์ในเขตเมืองเก่าทางตอนเหนือ
ของกรุงมะนิลา เพื่อให้เป็นแหล่งชุมนุมของ
นักสร้างสรรค์ในทุกสาขา และเป็นบันไดในการ
ส่งให้มะนิลาเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของ
ยูเนสโก ต่อจากเมืองบาเกียว ที่เป็นเครือข่าย
ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้านเมื่อปี 2017
มาเอสทรานซา ติดกับแม่นํ้าพาสิก (Pasig River) ที่รอวันปรับปรุงเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ของมะนิลา
	 ส่วนประเทศไทยมีความเคลื่อนไหวด้านการ
เข้าเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก
เช่นกัน โดยกรุงเทพฯ และสุโขทัยต่างก็ยื่นสมัคร
เป็นเมืองด้านการออกแบบ และเมืองด้านหัตถกรรม
และศิลปะพื้นบ้านตามลำ�ดับ ซึ่งจะประกาศผล
ภายในปี 2019
	 ขณะเดียวกันกลุ่มนักสร้างสรรค์จาก 51
เมืองทั่วประเทศของอินโดนีเซีย ที่รวมตัวกัน
ก่อตั้งเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์อินโดนีเซีย
(The Indonesian Creative Cities Network:
ICCN) ในปี 2014 ก็มีความเคลื่อนไหวในการส่ง
เสริมศักยภาพของชุมชนหรือเมืองต่าง ๆ ให้ใช้
ความคิดสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาเมืองในแบบที่ไม่เน้น
ผลทางเศรษฐกิจอย่างเดียว แต่เป็นทั้งการอนุรักษ์
วัฒนธรรมและความเป็นอยู่ที่สามารถเคลื่อนที่
ไปกับการเปลี่ยนแปลงของโลก
สู่วัฒนธรรม 4.0
เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นองค์ประกอบสำ�คัญของการ
ผลักดันให้เศรษฐกิจสร้างสรรค์เติบโต ซึ่งพิสูจน์
จากความสำ�เร็จของ K POP และ Cool Japan
ที่ทำ�ให้วัฒนธรรมสามารถลื่นไหลไปกับการอนุรักษ์
และสร้างมูลค่าเพิ่มในเวลาเดียวกัน ดังนั้น กลุ่ม
อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่ขึ้นแท่นเป็นเป้าหมายของ
รัฐบาลประเทศอาเซียน จึงอยู่ในกลุ่มภาพยนตร์
CREATIVE THAILAND I 16
เพลง เกม และโฆษณา การใช้เทคโนโลยีเออาร์
(Augment Reality) และวีอาร์ (Virtual Reality)
เพื่อการสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ รวมถึงการส่งเสริม
กลุ่มสตาร์ตอัพ ดังเช่นที่อินโดนีเซียได้กลายเป็น
บ้านเกิดของยูนิคอร์นถึง 4 ตัว ไม่ว่าจะเป็น
Traveloka บริการด้านการท่องเที่ยว Go Jek
บริการการเดินทางTokopedia และBukalapak
ด้านการขายของออนไลน์ ซึ่งไม่เพียงสร้างมูลค่า
มหาศาล แต่ยังทำ�ให้การใช้ชีวิตประจำ�วันของ
ผู้คนสะดวกมากขึ้น
	 นอกจากดิจิทัลจะทำ�ให้อุตสาหกรรมสร้างสรรค์
มีโอกาสขยายตัวในตลาดโลกแล้ว ในทางกลับกัน
ดิจิทัลยังเป็นเครื่องมือในการรักษารากฐานทาง
วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์สำ�คัญของโลกที่
สามารถนำ�กลับมาใช้ใหม่อย่างไม่รู้จบ ภายใต้
โครงการการจัดทำ�ฐานข้อมูลมรดกวัฒนธรรม
อาเซียน (ASEAN Cultural Heritage Digital
Archive:ACHDA) เป็นโครงการที่ได้รับสนับสนุน
เงินทุนจากรัฐบาลญี่ปุ่นในการเก็บข้อมูลวัตถุโบราณ
เอกสารเก่าและภาพวาด ด้วยการสแกน 3 มิติ เพื่อ
จัดเก็บในฐานข้อมูลออนไลน์ที่เปิดให้เป็นสาธารณะ
โดยเริ่มต้นเก็บจากประเทศอินโดนีเซีย และกำ�ลัง
อยู่ในช่วงต้นของการพัฒนาการเก็บข้อมูลพื้นที่
มรดกโลกของยูเนสโกจากประเทศพม่า กัมพูชา
และอินโดนีเซีย เพื่อว่าในอนาคตหากเกิดเหตุการณ์
ไม่คาดฝันที่ทำ�ให้มรดกโลกเกิดความเสียหาย ก็ยัง
คงมีฐานข้อมูลให้ได้ศึกษาหรือซ่อมแซมให้กลับคืนมา
ความหวังสู่การเปลี่ยนแปลง
นอกจากมิติของการนำ�วัฒนธรรมและสินทรัพย์
ของเมืองมาสู่การสร้างมูลค่าและการพัฒนาแล้ว
เศรษฐกิจสร้างสรรค์สำ�หรับอาเซียนยังครอบคลุม
ไปถึงการเปลี่ยนแปลงเพื่อรับมือกับปัญหาใน
อนาคต อย่างเช่นการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ
	 เป็นที่รู้กันดีว่า เกษตรกรในประเทศกำ�ลัง
พัฒนา นอกจากจะเป็นกลุ่มคนที่มีโอกาสน้อย
ACHDA เก็บข้อมูลวัตถุโบราณ
การเก็บข้อมูลจากพื้นที่มรดกโลก
ประเทศ แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์
	 กระทรงวัฒนธรรม เยาวชน และกีฬา (Ministry of Culture, Youth and Sports) จัด Creative Economy Week เพื่อ
	 เพิ่มศักยภาพของนักสร้างสรรค์ท้องถิ่นด้านทักษะและอาชีพ การเข้าถึงตลาด และเป็นพื้นที่การเรียนรู้เกี่ยวกับกระบวนการ
	 สร้างสรรค์
	 จัดทำ� Creative Lab ที่ประกอบด้วยกลุ่มคนจากสาขาศิลปะ อุตสาหกรรมและวิทยาศาสตร์เพื่อมาร่วมกันหาแนวทางในการ
	 แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรมและอัตลักษ์ การออกแบบพื้นที่เมือง และสวัสดิการสังคม
	 จัดทำ�นโยบายเพื่อการพัฒนาผู้ประกอบการสร้างสรรค์ ส่งเสริมนวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตในท้องถิ่น นำ�แนวคิดเมือง
	 สร้างสรรค์มาเป็นกลยุทธ์ในการพัฒนาเมืองที่เน้นวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์
บรูไน
	 กลุ่มธุรกิจสร้างสรรค์รวมตัวกันจัดตั้งสภาเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งฟิลิปปินส์(CreativeEconomyCouncilofPhilippines) เพื่อ
	 ร่วมกันทำ�งานกับกรมการค้าและอุตสาหกรรม(DepartmentofTradeandIndustry) ในการผลักดันให้มีนโยบายและมาตรการ
	 สนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และนำ�ไปสู่การจัดตั้งสำ�นักงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในปี 2022
	 จัดตั้ง Creative Zone หรือย่านสร้างสรรค์ เพื่อเป็นพื้นที่สำ�หรับพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
	 วางเป้าหมายพัฒนาเมืองให้เป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ยูเนสโกเพื่อให้เกิดการท่องเที่ยว
ฟิลิปปินส์
	 จัดตั้งสำ�นักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย (BEKRAF) เพื่อกำ�หนดนโยบายด้านต่างๆ
	 จัดแบ่งโครงสร้างองค์กรตามองค์ประกอบการสร้าง ‘ระบบนิเวศ’ ที่เอื้อให้เกิดการสร้างสรรค์ 1) การวิจัยและการศึกษา (Research
	 andEducation): ช่วยในการศึกษาค้นคว้าเพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ2) การเข้าถึงแหล่งเงินทุน(Accessforcapital)3) โครงสร้าง
	 สาธารณูปโภค(Infrastructures): อำ�นวยความสะดวกในเรื่องของพื้นที่การจัดกิจกรรม อุปกรณ์ เทคโนโลยี หรือระเบียบกฎเกณฑ์ต่าง ๆ
	 4) การตลาด (Marketing) : การตลาดทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ 5) ทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property Rights) :
	 การใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อช่วยในการต่อยอดและเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและบริการ 6) ความร่วมมือและเครือข่ายในและต่างประเทศ
	 (Inter-institutional Relations) : สร้างความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรสร้างสรรค์ต่าง ๆ ทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ
อินโดนีเซีย
ที่มา : การประชุม ASEAN Regional Workshop on Creative Economy 4-5 กันยายน 2562
CREATIVE THAILAND I 17
ทางการศึกษา ด้วยลักษณะของกระบวนการผลิต
ที่มีกำ�ไรตํ่าและขาดหลักประกัน จึงไม่สามารถ
เข้าถึงแหล่งเงินกู้ในระบบ ทำ�ให้รายได้ค่อนข้างตํ่า
และยิ่งซํ้าเติมปัญหาให้หนักขึ้น เมื่อต้องเข้าสู่
สังคมผู้สูงอายุ
	 อินโดนีเซียคาดว่าในปี2050 จะมีประชากร
เพิ่มขึ้นร้อยละ 31 หรือประมาณ 322 ล้านคนที่
ต้องการอาหารเพิ่มขึ้น แต่ทว่าเกษตรกรในปัจจุบัน
มีอายุเฉลี่ยประมาณ 45 ปีหรือมากกว่านั้น
และถ้าหากยังคงเป็นเช่นนี้ ด้วยการผลิตแบบ
ดั้งเดิม ปริมาณการผลิตอาหารที่คาดหวังไว้ ก็คง
จะไปไม่ถึง
	 รัฐบาลอินโดนีเซียจึงต้องเร่งหาทางในการสร้าง
ศักยภาพให้กับเกษตรกรอย่างเร่งด่วน การรณรงค์
‘เศรษฐกิจสร้างสรรค์’ จึงเป็นเหมือนการเปิด
บทสนทนาและอำ�นวยความสะดวกให้กับคนหนุ่ม
สาวรุ่นใหม่ให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา
และสร้างโอกาสในการเป็นเจ้าของกิจการไปด้วย
ประเทศ แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์
	 จัดตั้งสำ�นักงานพัฒนาเศรษฐกิจวัฒนธรรม (CulturalEconomyDevelopmentAgency) ภายใต้กระทรวงสื่อสารและมัลติมีเดีย
	 (Ministry of Communications and Multimedia) เป็นหน่วยงานกลางในการทำ�งานร่วมกับภาครัฐและเอกชนในการส่งเสริม
	 วัฒนธรรมและงานศิลปะให้เป็นกำ�ลังทางเศรษฐกิจ โดยจัดทำ�แผนวัฒนธรรมและเมืองสร้างสรรค์(CulturalAndCreativeCity
	 Report) ที่มีแนวทางการพัฒนา คือ1) พัฒนาการศึกษาด้านวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ 2) การพัฒนาชุมชนสร้างสรรค์
	 และสาธารณูปโภค 3) การส่งเสริมด้านการตลาด 4) การส่งเสริมธุรกิจและการลงทุน 5) การพัฒนาพื้นที่เพื่อการท่องเที่ยว
ที่มา : cendana.com.my
มาเลเซีย
	 จัดตั้งสำ�นักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) เพื่อเป็นหน่วยงานส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์
	 ผ่าน 3 ยุทธศาสตร์ 1) People พัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ 2) Place พัฒนาย่านสร้างสรรค์ให้เอื้อต่อการพัฒนาธุรกิจและ
	 นักสร้างสรรค์ 3) Product  Service พัฒนาธุรกิจให้นำ�ความคิดสร้างสรรค์ไปใข้ในการพัฒนาสินค้าและบริการ
	 ดำ�เนินการพัฒนาย่านสร้างสรรค์ ในเจริญกรุง และขยายไปยังพื้นที่อื่นๆ ในภูมิภาค
	 จัดตั้งคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งชาติ เพื่อจัดทำ�แผนพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์
	 จัดทำ�ฐานข้อมูลเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
ไทย
	 คณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจสิงคโปร์(SingaporeEconomicDevelopmentBoard) ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
	 3 ด้าน 1) เมืองที่เป็นแหล่งรวมนักสร้างสรรค์จากทั่วโลก 2) ส่งเสริมการส่งออกสินค้าที่ผลิตในสิงคโปร์สู่ตลาดโลก 3) ตลาดดิจิทัล
	 สำ�หรับทดลอง พัฒนา และออกสู่ตลาด
	 สภาการออกแบบสิงคโปร์ (Design Singapore Council) และ ศูนย์ออกแบบแห่งชาติ (National Design Centre) จัดทำ�โปรแกรม
	 เพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมออกแบบ รวมถึงการจัดโปรแกรมเพื่อการเชื่อมโยงการออกแบบกับธุรกิจ และเป็นสถานที่จัดแสดง
	 ผลงานการออกแบบ
	 สภาศิลปะแห่งชาติสิงคโปร์ (NAC: National Arts Council) ภายใต้กระทรวงวัฒนธรรม ชุมชนและเยาวชน โดยมีภารกิจหลัก
	 คือการสนับสนุนศักยภาพด้านศิลปะให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และอีกด้านคือการทำ�ให้ชาวสิงคโปร์เข้าถึงและเห็นว่างานศิลปะ
	 เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำ�วัน
ที่มา : edb.gov.sg / nac.gov.sg / designsingapore.org
สิงคโปร์
ที่มา : บทความ “Creative Economy: An Engine to
ImproveIndonesia’sAgriculture”(27 พฤษภาคม2019)
จากaseanfoundation.org/ บทความ “Maestranzato
become creative hub as Intramuros eyes UNESCO
CreativeCitieslist”(2 พฤษภาคม2018) โดยAngelYulo
จาก bluprint.onemega.com / การประชุม ASEAN
Reginal Workshop on Creative Economy เมื่อวันที่
4-5 กันยายน 2562 ที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย
	 iGrow เป็นแพลตฟอร์มให้เกษตรกรจำ�นวน
2,200 ราย มีโอกาสได้เงินลงทุนมาปรับปรุง
กิจการจากการระดมเงินของคนในเมืองที่ต้องการ
ลงทุนเพื่อแลกกับการเป็นเจ้าของสวนแบบไม่ต้อง
ลงมือเอง ขณะที่Petani,LimaKilo และ ทานิฮับ
มีเป้าหมายในการให้ความรู้เกษตรกร ตั้งแต่
เทคนิคการปลูก เครื่องมือ ราคา และตลาด
ออนไลน์ เพื่อให้พวกเขาสามารถปรับปรุงผลผลิต
ส่วน SayurBox เกิดขึ้นมาเพื่อช่วยลดปัญหา
การขนส่งที่ทำ�ให้ผลผลิตเสียหายระหว่างทาง
จากแหล่งผลิตไปยังผู้บริโภค และยังมีอีกราย
หลายที่ค่อย ๆ สร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับภาค
การเกษตรของอินโดนีเซีย
	 ปรากฏการณ์ที่คนรุ่นใหม่พยายามสร้างสรรค์
เพื่อแก้ปัญหาหรือสร้างทางเติบโตให้กับตัวเอง
ในเวลานี้ไม่ได้เกิดขึ้นที่อินโดนีเซียประเทศเดียว
แต่รวมถึงนักสร้างสรรค์ในอาเซียนที่ต่างกำ�ลัง
ตื่นตัวกับความหวังใหม่ ๆ จากการที่รัฐบาลลุกขึ้น
มาพูดคุยเรื่อง ‘ความคิดสร้างสรรค์’ อย่างจริงจัง
มากขึ้น ในฐานะที่เป็นอุตสาหกรรมที่เปิดโอกาส
ให้ทุกคน เป็นเศรษฐกิจที่สามารถอยู่รอด
และฟื้นตัวในยามวิกฤติ เป็นเครื่องมือในการ
พัฒนาชุมชน แม้ว่าขั้นตอนของการพัฒนาจะ
ค่อยเป็นค่อยไป แต่อย่างน้อยเส้นทางของ
เศรษฐกิจสร้างสรรค์ก็ปรากฏให้เห็นเด่นชัดขึ้น
ในภูมิภาคนี้แล้ว
CREATIVE THAILAND I 18
Fact  Figure : พื้นฐานความคิด
ส่องทิศทางถนนสายสร้างสรรค์
ของชาติอาเซียน
เรื่อง : วรรณเพ็ญ บุญเพ็ญ
หลายประเทศในกลุ่มอาเซียนจึงกำ�ลังมุ่งมั่นสนับสนุนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Creative Industries: CI) ผ่านนโยบายระดับชาติ พร้อมทั้งมีกองหนุน
เป็นหน่วยงานช่วยผลักดันเรื่องนี้อย่างจริงจัง ถึงเวลาแล้วที่เราต้องรู้ว่าประเทศไทยอยู่ตรงจุดไหนบนเส้นทางสายสร้างสรรค์นี้ และเพื่อนบ้านของเรากำ�ลัง
มุ่งหน้าไปในทิศทางใด เพื่อค้นพบโอกาสครั้งใหม่ที่จะช่วยให้เศรษฐกิจอาเซียนเฉิดฉายขึ้นในอนาคต
ปฏิเสธไม่ได้ว่าในบรรดาชาติอาเซียนทั้ง 10 ประเทศนั้นต่างเต็มไปด้วยวัฒนธรรมและเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่มีดีไม่แพ้กลุ่ม
ประเทศไหน ๆ สินทรัพย์ที่มีอยู่ในมือจึงเป็นดั่งต้นทุนชั้นดีที่จะช่วยผลักดันให้เกิด ‘เศรษฐกิจสร้างสรรค์’ ซึ่งถือเป็นพระเอก
มาแรงในการขับเคลื่อนความสำ�เร็จของเศรษฐกิจโลกในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา
สิงคโปร์ : การส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ถือเป็นหนึ่งในแผนการพัฒนาประเทศครั้งใหญ่ของ
สิงคโปร์เคียงคู่ไปกับการพัฒนาการศึกษาและระบบสาธารณสุข โดยรัฐบาลได้จัดตั้ง ‘DesignSingapore
Council’ขึ้นเมื่อปี2003เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนภาคการออกแบบจัดกิจกรรม‘SingaporeDesignWeek’
ที่ช่วยกระตุ้นความร่วมมือระหว่างภาครัฐเอกชนและผู้ประกอบการและเป็นต้นแบบการนำ�งานสร้างสรรค์
มาช่วยเพิ่มระดับความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยในปี 2015 สิงคโปร์ก็ได้รับการยกย่องจากยูเนสโกให้เป็น
เมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบ (UNESCO Creative City of Design)
หน่วยงานสร้างสรรค์
DesignSingapore Council
มูลค่าอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
2.13 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ
(ปี 2013)
เป้าหมาย : ภายในปี 2025 สิงคโปร์ได้วางเป้าหมายว่า จะผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้
เติบโตผ่านการใช้นวัตกรรมและงานออกแบบ รวมทั้งการออกนโยบายสร้างชาติอัจฉริยะ
(Smart Nation Singapore) ที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตชาวสิงคโปร์ให้มีคุณภาพ
ยิ่งขึ้น
ประเทศไทย : การผลักดันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของประเทศไทยเกิดขึ้นอย่างชัดเจนครั้งแรก
ในปี2005 โดยรัฐบาลได้จัดตั้งศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ(ThailandCreativeandDesignCenter:
TCDC) เพื่อมุ่งจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นในสังคมไทยผ่านการให้ความรู้และกิจกรรม
สร้างสรรค์ในรูปแบบต่างๆ อาทิBangkokDesignWeek,ChiangMaiDesignWeek และCreativities
Unfold เป็นต้น โดยภาพรวมมูลค่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยตั้งแต่ปี2005-2014
มีมูลค่าสูงขึ้นจาก 3.7 เป็น 6.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และในปี 2017 มูลค่าของ CI คิดเป็นสัดส่วน
9.1% ของจีดีพีในประเทศ ขณะที่ 5 อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่สร้างมูลค่าให้ประเทศมากที่สุด ได้แก่
อาหาร การโฆษณา แฟชั่น การออกแบบ และงานฝีมือ จนกระทั่งปี 2018 ประเทศไทยได้มีหน่วยงาน
สนับสนุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างจริงจังครั้งแรกภายใต้ชื่อ ‘สำ�นักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์’
(CreativeEconomyAgency:CEA) ที่ทำ�หน้าที่ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย
ให้เติบโตขึ้นอย่างยั่งยืน
หน่วยงานสร้างสรรค์
ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC)
สำ�นักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA)
มูลค่าอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
9.1% ของจีดีพีในประเทศ
(ปี 2017)
เป้าหมาย : CEA มีแผนการสร้างนิเวศสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย ดังนี้ 1. สร้างและ
พัฒนาทรัพยากรมนุษย์สู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (People) 2. ส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์
ที่มีมูลค่าสูง (Product) และ 3. ส่งเสริมและพัฒนาพื้นที่สร้างสรรค์ (Place) เพื่อผลักดัน
ให้เกิดการพัฒนาและยกระดับเศรษฐกิจไทยในภาพรวม
CREATIVE THAILAND I 19
ที่มา : บทความ “Can the creative industries of ASEAN make waves?” จาก oxfordbusinessgroup.com / บทความ “Creative connections” จาก straitstimes.com / บทความ “Creative
Economy Roadmap for Philippines proposed” จาก culture360.asef.org / บทความ “Culture and Creative Sector to Create More Than 125,000 Jobs in Kuala Lumpur by 2022” จาก
arteri.com.my/ บทความ “GettingcreativeinIndonesia” จากtheaseanpost.com/ รายงาน “KualaLumpurasaCulturalCreativeCity” โดยcendana.com/cea.or.th/designsingapore.org
ประเทศอินโดนีเซีย : ด้วยจำ�นวนประชากรที่มีมากกว่า 260 ล้านคน ถือเป็นความได้เปรียบ
ในการบริโภคสินค้าและบริการในอุตสาหรรมสร้างสรรค์ โดยรายงานจาก Creative Economy Agency
(Bekraf) หน่วยงานสนับสนุนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของประเทศอินโดนีเซียเผยว่า ในปี 2018
อุตสาหกรรมสร้างสรรค์มีมูลค่ามากถึง 77.9 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือคิดเป็น 7.4% ของจีดีพีประเทศ
(คาดว่าในปีนี้ 2019 จะเพิ่มสูงขึ้นถึง 9.6% และสร้างมูลค่าได้ถึง 86.9 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) โดย
อุตสาหกรรมอาหาร แฟชั่น คราฟต์ มีเดีย และสื่อสิ่งพิมพ์ ถือเป็น 5 สาขาหลักของ CI ในอินโดนีเซีย
หน่วยงานสร้างสรรค์
Creative Economy Agency
(Bekraf)
มูลค่าอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
77.9 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
(ปี 2018)
เป้าหมาย : รัฐบาลมุ่งหวังให้เศรษฐกิจสร้างสรรค์เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่จะช่วยลด
ความเหลื่อมล้ำ�และกระจายโอกาสที่ทั่วถึงให้ประชาชน (ในปีที่ผ่านมา Bekraf ยังได้จัดเวที
สนทนา World Conference on Creative Economy (WCCE) อย่างจริงจังครั้งแรก
ที่เมืองบาหลีภายใต้ธีม ‘Inclusive Creativity’
ประเทศฟิลิปปินส์: ในเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ด้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ‘ArangkadaCreative
Industries Forum 2018’ ที่จัดขึ้น ณ กรุงมะลิลาของฟิลิปปินส์ มีการคาดการณ์ว่าประชากรวัยรุ่นชาว
ฟิลิปปินส์ที่กำ�ลังจะมีสัดส่วนมากที่สุดภายในปี 2045 จะกระตุ้นการสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของ
ประเทศให้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งมูลค่า CI ของฟิลิปปินส์คิดเป็น 7.34% ของจีดีพีในประเทศ และ
มีอัตราการจ้างงานในอุตสาหรรมนี้มากถึง 14.14% และแม้อุตสาหกรรมดนตรีของฟิลิปปินส์จะโดดเด่น
ที่สุดด้วยจำ�นวนมิวสิกเฟสติวัลแบบนับไม่ถ้วน แต่โรดแมปสำ�หรับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่วางแผน
โดยCreativeEconomyCouncilofthePhilippines(CECP) กลับเป็นอุตสาหกรรมโฆษณา ภาพยนตร์
แอนิเมชัน เกม และดีไซน์ (กราฟิกดีไซน์และดิจิทัลดีไซน์)
หน่วยงานสร้างสรรค์
Creative Economy Council of
the Philippines (CECP)
มูลค่าอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
7.34% ของจีดีพีในประเทศ
(ปี 2019)
เป้าหมาย : Creative Economy Council of the Philippines (CECP) มีแผนที่จะ
ผลักดันอุตสาหกรรมโฆษณา ภาพยนตร์ แอนิเมชัน เกม และดีไซน์ (กราฟิกดีไซน์และ
ดิจิทัลดีไซน์) ให้เป็น 5 สาขาหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของฟิลิปปินส์ให้ขึ้น
เป็นอันดับ 1 ในกลุ่มอาเซียนภายในปี 2030
ประเทศมาเลเซีย : แม้รายงานจาก UN Conference on Trade and Development (UNCTAD)
ในปี 2014 จะเผยว่ามูลค่าสินค้าและบริการสร้างสรรค์ของมาเลเซียจะสูงถึง 6 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ
แต่ในช่วงนั้นแผนนโยบายการสนับสนุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของมาเลเซียยังไม่ชัดเจน จนกระทั่งปี2017
รัฐบาลมาเลเซียได้จัดตั้งหน่วยงาน ‘CulturalEconomyDevelopmentAgency:CENDANA’ ที่ช่วย
สนับสนุนการสร้างนิเวศสร้างสรรค์ของมาเลเซียอย่างจริงจัง โดย 6 สาขาหลักของอุตสาหกรรม
สร้างสรรค์ที่ CENDANA ให้การสนับสนุน ได้แก่ ศิลปะและดนตรี, พิพิธภัณฑ์และการอนุรักษ์
มรดกทางวัฒนธรรม, วรรณกรรมและสื่อสิ่งพิมพ์, แฟชั่นและการออกแบบ, งานฝีมือและภาพยนตร์
การกระจายเสียง และดิจิทัลคอนเทนต์ โดยมีการจัดอีเวนต์ประจำ�ปีอย่าง ‘Art in the City’ ที่ให้การ
สนับสนุนการจัดแสดงงานศิลปะเอาต์ดอร์ ป็อปอัพมาร์เก็ต รวมทั้งเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ด้านศิลปะและ
เวิร์กช็อปต่างๆ เพื่อบุกเบิกการสร้างนิเวศสร้างสรรค์และแสดงถึงศักยภาพด้านศิลปะและวัฒนธรรม
ของมาเลเซียให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม
หน่วยงานสร้างสรรค์
Cultural Economy Development
Agency: CENDANA
มูลค่าอุตสาหกรรมสร้างสรรค์
6 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ
(ปี 2014)
เป้าหมาย : Cultural Economy Development Agency: CENDANA มีเป้าหมายที่จะ
สร้างกัวลาลัมเปอร์ให้เป็นเมืองสร้างสรรค์ที่คนทั่วโลกจะต้องนึกถึงภายในปี 2022 โดย
ตั้งเป้าไว้ว่าจะสร้างงานในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ให้กับพลเมืองได้ถึง 125,000 งาน
CREATIVE THAILAND I 20
Creative Business : ธุรกิจสร้างสรรค์
การขยายตลาดไปสู่ต่างประเทศสำ�หรับผู้ประกอบการรายใหญ่ๆคงเป็นเรื่องที่สามารถทำ�ได้อย่างคล่องตัวสะดวกและรวดเร็ว
แต่หากเป็นผู้ประกอบการรายจิ๋วที่เพิ่งเริ่มมองหาตลาดเพื่อขยายกิจการต่อ คงเป็นเรื่องที่ต้องคิดหนักกันทีเดียว
	 แบรนด์เครื่องประดับทองเหลือง ทองแดง และเงินของคุณโหน่ง-พวรรณา ทองขาว ที่นิยามตัวเองว่าเป็นเครื่องประดับ
แนวไลฟ์สไตล์ สวมใส่ได้ทุกวัน ทั้งยังสามารถนำ�มามิกซ์แอนด์แมตช์ โดยเปลี่ยนจากต่างหูหรือกำ�ไลข้อมือเป็นจี้ห้อยคอ
ได้ตามชอบ ถือเป็นผู้ประกอบการรายเล็กที่ต้องทำ�การบ้านอย่างหนักก่อนออกไปสู่โลกของตลาดอาเซียน แล้วการเตรียมตัว
สู่ความสำ�เร็จเป็นอย่างไร คุณโหน่ง เจ้าของแบรนด์จะมาเล่าให้เราฟังถึงเบื้องหลังการไปเยือนอาเซียนของแบรนด์ LOVER
เรื่อง : วนบุษป์ ยุพเกษตร l ภาพ : ภีร์รา ดิษฐากรณ์
CREATIVE THAILAND I 21
‘ศาสตร์การคิดคำ�นวณ’ สู่ ‘กระบวนการออกแบบ’
บทสนทนากับเจ้าของแบรนด์ LOVER เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นกันเอง คุณโหน่ง
เล่าให้ฟังคร่าวๆ ถึงประสบการณ์การทำ�งานที่สั่งสมมาหลายปี จนทำ�ให้
เชี่ยวชาญเรื่องกระบวนการผลิตเครื่องประดับ บวกกับความชอบที่มีเป็น
ทุนเดิมอยู่แล้ว ไม่เพียงเท่านั้น การศึกษาต่อในระดับปริญญาโทด้าน
การออกแบบเครื่องประดับจากมหาวิทยาลัยศิลปากร ยังเป็นแรงผลักดันใ
ห้เธอสร้างแบรนด์นี้ขึ้นมาอย่างเป็นรูปเป็นร่าง
	 เมื่อถามถึงแรงบันดาลใจของโลโก้ที่ดูเรียบง่ายของแบรนด์ อันประกอบ
ไปด้วยรูปทรงเรขาคณิต ทั้งวงกลม สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม คุณโหน่งยิ้มและ
ให้คำ�ตอบว่า “มาจากสัดส่วนทองคำ� (Golden Ratio) ของเลโอนาร์โด
ดา วินชี แล้วมาแทนค่าเป็นรูปทรงเรขาคณิต มันเชื่อมโยงกับความสมบูรณ์
ของรูปทรงเรขาคณิต” แม้แต่แบรนด์ใหญ่ๆ ระดับโลกอย่าง Apple หรือ
National Geographic ก็ยังมีองค์ประกอบของสัดส่วนทองคำ�นี้อยู่เช่นกัน
	 “นอกจากนี้โลโก้ของเรายังมีกิมมิกเกี่ยวกับธาตุทั้ง 5 ของคน ซึ่งเป็น
ศาสตร์ตั้งแต่สมัยโบราณว่าจะแทนเป็นค่าทางรูปทรงเรขาคณิต เช่น สี่เหลี่ยม
เป็นธาตุดิน วงกลมเป็นธาตุทอง” สิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เราสังเกตเห็นแสดงถึง
ความใส่ใจที่ผ่านการคิดมาแล้วอย่างถี่ถ้วนแม้กระทั่งโลโก้ของแบรนด์เอง
“แต่ลูกค้าส่วนใหญ่มักชอบฟอร์มและรูปทรงมากกว่า ประมาณว่าชอบแบบนี้
ใส่แล้วสวย ไม่ได้คำ�นึงถึงความเชื่อเรื่องธาตุ ไม่ได้เจาะลึกลงไป” แต่สำ�หรับ
ผู้ที่มีความเชื่อเรื่องธาตุ คุณโหน่งก็พร้อมและยินดีให้ข้อมูลแก่ลูกค้าเสมอ
ไม่ว่าจะมาจากประเทศใด “มันเป็นความเชื่อส่วนบุคคล ที่เชื่อว่าสิ่งเหล่านี้
จะช่วยส่งเสริมเรา อย่างคนธาตุไฟมีลมร้อน ก็จะใช้ธาตุนํ้ามาเสริม”
‘1 คูหาในประเทศ’ สู่ ‘1 บูธในต่างประเทศ’
LOVER Brand ของคุณโหน่งตั้งอยู่ที่ตลาดนัดจตุจักร อันเป็นแหล่งรวมตัว
ของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศในวันเสาร์-อาทิตย์
	 หน้าร้าน 1 คูหาที่ซ่อนตัวอยู่ในตลาดนัดจตุจักร คือสิ่งที่คุณโหน่งปั้น
มากับมือเป็นระยะเวลานานกว่า 6 ปีแล้ว หลังสั่งสมประสบการณ์มาพอ
สมควร เธอรู้สึกว่าตัวเองและแบรนด์พร้อมแล้วที่จะออกเดินทางสู่ประเทศ
เพื่อนบ้าน “80% ของลูกค้าที่ร้านเป็นชาวต่างชาติ เราพยายามหาตลาดที่
มันซัพพอร์ต จึงมักไปออกงานอีเวนต์นานาชาติ” ด้วยความที่คุณโหน่ง
มีบัตรผ่านเป็นสมาชิกสมาคมช่างทอง นั่นจึงทำ�ให้เธอรู้ข่าวคราวการออกบูธ
อยู่เป็นประจำ� และร่วมออกงานเป็นครั้งคราว อย่างงานบางกอก เจ็มส์ แอนด์
จิวเวลรี งานใหญ่ระดับประเทศที่รวบรวมเครื่องประดับนานาชนิดไว้ใน
ที่เดียว
	 คุณโหน่งเล็งเห็นว่าสินค้าของแบรนด์ไม่ได้เป็นเครื่องประดับที่ใช้วัตถุดิบ
ชั้นสูง (Fine Jewelry) แบบฝังเพชร พลอย หรืออัญมณีหรูหรา แต่เป็น
เครื่องประดับที่ใช้ได้ในชีวิตประจำ�วัน จึงสามารถหมุนเวียนไปออกอีเวนต์
อื่นๆ ได้ เช่น งานของกรมส่งเสริมศิลปาชีพ หรือแม้แต่งานออกแบบที่เป็น
งานฝีมืออย่าง Crafted Craft
	 หลังออกบูธในประเทศมาได้ระยะหนึ่ง คุณโหน่งก็เริ่มมองหาช่องทาง
ที่จะนำ�เครื่องประดับของแบรนด์ไปจำ�หน่ายในต่างประเทศดูบ้าง และเลือก
ประเทศใกล้ๆ อย่างโซนอาเซียนก่อน จุดหมายจึงไปตกอยู่ที่...สิงคโปร์
‘ประสบการณ์ครั้งแรก’ สู่ ‘ประสบการณ์ครั้งต่อๆ มา’
“ครั้งแรกที่ไปต่างประเทศ ซึ่งก็คือสิงคโปร์ เราไปเอง ไม่ได้เข้าร่วมกับ
โครงการใดๆ เลย อย่างที่บอกว่างานของเราเป็นงานไลฟ์สไตล์ทันสมัย
แต่แฝงด้วยความเป็นงานฝีมือ เราจึงหันกลับมาดูว่าสินค้าของเราเหมาะกับ
ประเทศไหน” หลังจากที่รู้จุดยืนของแบรนด์ คุณโหน่งก็ตัดสินใจได้
“เรามองว่าสิงคโปร์มันน่าจะได้ เพราะการใช้ชีวิตหรือแนวคิดของผู้คน
ค่อนข้างเปิดกว้าง รสนิยมของคนในประเทศก็น่าจะรับงานของเราได้
เศรษฐกิจและค่าเงินของประเทศเขาน่าจะทำ�ให้คนสิงคโปร์ซื้องานของเรา”
	 งานแรกของคุณโหน่งเป็นการไปออกอีเวนต์อย่างที่เคยออกอยู่บ่อยๆ
ในเมืองไทย และเลือกลงที่งาน Public Garden เป็นตัวเลือกแรก ซึ่งเป็น
งานที่คนไทยที่อยู่ในแวดวงรู้จักกันดีอยู่แล้ว ส่วนงานอื่นๆ ที่ไปออก
หลังจากนั้นก็ที่สิงคโปร์เช่นกัน โดยเป็นงานแนวอาร์ตแอนด์คราฟต์
	 แน่นอนว่าประสบการณ์ครั้งแรกย่อมทำ�ให้ผู้ประกอบการหน้าใหม่
ในต่างประเทศกังวลใจไม่น้อย “ครั้งแรกที่ไปก็กังวลว่าคนจะชอบหรือสนใจ
งานเราไหม เพราะสังเกตเห็นร้านอื่นๆ ว่าแต่ละแบรนด์ก็มีลูกค้าของเขา
อยู่แล้ว พอมาถึงก็รู้จักกันอยู่แล้วและอุดหนุนกัน เราเริ่มรู้สึกแล้วว่าเราจะ
ไปรอดไหม แต่ผลปรากฏว่าคนที่สิงคโปร์ให้การตอบรับดีมากๆ” คุณโหน่ง
ย้อนนึกถึงบรรยากาศชวนกังวลใจ และนํ้าเสียงที่แสดงความโล่งใจเป็น
ปลิดทิ้งในตอนท้าย
	 นอกจากเมืองเมอร์ไลออนแล้ว คุณโหน่งยังมองถึงอนาคตของแบรนด์
ในประเทศอาเซียนอื่นๆ ด้วย “อย่างเวียดนามก็เริ่มมาแล้ว เพราะความเจริญ
เริ่มเข้าถึง เราเห็นว่าบริษัทจิวเวลรีจากหลายประเทศเริ่มเข้าไปตั้งใน
เวียดนามเยอะ แนวทางการใช้ชีวิตของชาวเวียดนามก็น่าจะตอบรับแบรนด์
ของเราได้” แต่ก่อนจะนำ�แบรนด์ LOVER ไปตีตลาดในเวียดนามและ
ประเทศอื่นๆ ในอาเซียน คุณโหน่งก็ยังมีเรื่องให้ต้องคิดและทบทวนอีกมาก
CREATIVE THAILAND I 22
“เราต้องดูด้วยว่าประเทศเขามีอีเวนต์หรือตลาดที่จะรองรับเราได้ไหม และ
ตอนนี้ก็มองอินโดนีเซียและมาเลเซียไว้เหมือนกัน”
	 “เราต้องรู้จักวัฒนธรรม ประเพณี และไลฟ์สไตล์ของผู้คนในแต่ประเทศ
ว่าเป็นอย่างไร เวลาออกแบบหรือผลิตผลงานจะได้ตอบโจทย์เขา อย่างสมมติ
ถ้าพี่จะไปมาเลเซีย ที่นั่นมีคนมุสลิมเยอะ พี่จะต้องออกแบบอะไร อาจเป็น
เข็มกลัดสำ�หรับกลัดฮิญาบไหม จะได้เพิ่มฟังก์ชั่น เราต้องทำ�การบ้าน
ตรงนั้นไปในแต่ละประเทศ” คุณโหน่งเผยเคล็ดลับการออกแบบเครื่องประดับ
ให้เราฟัง
‘ดูให้รอบด้าน’ ปัจจัยของความสำ�เร็จ
ดูประเทศที่เราจะไป ดูสินค้าที่เราไปเสนอขาย ดูวัสดุหลักของสินค้าที่
เราใช้ ดูความเหมาะสมของราคาสินค้า
	 “ต้องศึกษาให้ถ่องแท้ และหันกลับมาดูงานของเราว่าเหมาะกับ
ตลาดในประเทศไหน ทำ�อย่างไรถึงจะตอบโจทย์ความชอบของเขา
ไม่ใช่เราไปโดยที่ไม่รู้ว่าตลาดเป็นอย่างไร อย่างประเทศนี้ชอบงานทอง
แต่เราเอางานทองเหลืองไปขาย มันก็ขายไม่ได้”
ต้องศึกษาให้ถ่องแท้ และหันกลับมา
ดูงานของเราว่าเหมาะกับตลาดใน
ประเทศไหนทำ�อย่างไรถึงจะตอบโจทย์
ความชอบของเขา ไม่ใช่เราไปโดยที่
ไม่รู้ว่าตลาดเป็นอย่างไร
‘ตลาดทางเดียว’ สู่ ‘ตลาดหลายช่องทาง’
ด้วยความที่เป็นธุรกิจในครัวเรือนที่คุณโหน่งเจ้าของแบรนด์ทำ�กับพี่สาว
และน้องสาว ไม่ได้มีทีมงานเหมือนอย่างแบรนด์ใหญ่ๆ จึงทำ�ให้แบรนด์
ยังขาดช่องทางการสื่อสารกับลูกค้าอยู่บ้าง
	 ถึงแม้ว่าLOVER จะประสบความสำ�เร็จกับการที่ไปออกอีเวนต์ที่สิงคโปร์
แต่ผู้ประกอบการผู้มองการณ์ไกลคนนี้ยังมองเห็นช่องว่างและจุดอ่อน
ของแบรนด์อยู่ จึงเริ่มขยายช่องทางการตลาดอื่นๆ นอกจากการเปิดร้าน
ที่ตลาดนัดจตุจักรและการไปออกบูธเพียงช่องทางเดียวซึ่งเป็นตลาดแบบ
ออฟไลน์ ยิ่งในยุคที่อินเทอร์เน็ตมีความจำ�เป็นอย่างยิ่งยวดสำ�หรับหนุ่มสาว
ทั้งหลาย แม้แต่คนสูงอายุและเด็ก การจำ�หน่ายสินค้าทางออนไลน์ก็ยิ่งจะ
ทำ�ให้แบรนด์ขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น ทั้งยังเป็นการโปรโมตและพูดคุย
สื่อสารกับลูกค้าไปในตัว “พี่จะแบ่งเป็นสองส่วน คือตลาดออฟไลน์และ
ออนไลน์ สำ�หรับตลาดออฟไลน์ สิ่งที่จะทำ�เพิ่มขึ้นคือการไปออกอีเวนต์
ทั้งในและต่างประเทศให้มากขึ้น และพัฒนาหน้าร้านของตัวเองให้ดีกว่าเดิม”
คุณโหน่งอธิบายถึงแผนระยะยาวสำ�หรับอนาคตของแบรนด์ และเสริมว่า
“ส่วนตลาดออนไลน์จะเริ่มทำ�ให้ดีขึ้น เนื่องจากตอนนี้ยังไม่มีเว็บไซต์ ก็ต้อง
ทำ�เว็บไซต์และอาจไปร่วมมือกับ Pinkoi และ Esty เพื่อกระจายสินค้าและ
โปรโมตแบรนด์ไปด้วย”
LOVER Brand ตั้งอยู่ที่ตลาดนัดจตุจักร (เปิดวันเสาร์-อาทิตย์)
สาขา 1: โครงการ 7 ซอย 63/4 ร้าน 177 / สาขา 2: โครงการ 4 ซอย 49/1 ร้าน 135
CREATIVE THAILAND I 23
How To : ถอดวิธีคิด
การขยายธุรกิจเป็นเป้าหมายสำ�คัญของผู้ประกอบการแทบทุกรายที่ต้องการเติบโตด้วยการทำ�ให้สินค้าและบริการเป็นที่รู้จัก
ในตลาดใหม่ ๆ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดียิ่งขึ้น และสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจได้ต่อไป
	 ปัจจุบัน กระแสโลกาภิวัฒน์ทำ�ให้ผู้ประกอบการหลายรายมองหาชัยภูมิใหม่ ๆ ที่ไม่จำ�กัดอยู่แค่ในประเทศ แต่เน้นพุ่งเป้า
ไปที่ตลาดต่างประเทศ ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก แต่ก่อนที่จะไปไกลถึงระดับสากล การเริ่มต้นจากตลาดใกล้เคียง
อย่างประเทศเพื่อนบ้านในแถบ ‘อาเซียน’ ก็ถือเป็นตลาดที่น่าจับตามองและน่าสนใจไม่น้อย ด้วยจำ�นวนประชากรและ
กำ�ลังซื้อที่ยังคงขยายตัวต่อเนื่อง และนี่คือวิธีการที่จะช่วยให้เราเปิดประตูไปสู่อาเซียนได้ง่ายขึ้น
เรื่อง : วนบุษป์ ยุพเกษตร
ประตู 5 บานสู่ประเทศเพื่อนบ้าน
1.	 พึ่งพาภาครัฐ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศคือแหล่งรวมข้อมูลชั้นเลิศสำ�หรับนักธุรกิจทั้งมือเก่าและมือใหม่
ที่ต้องการส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ แถมยังมีอีกหลายหน่วยงานที่ให้ความรู้เกี่ยวกับตลาดต่างประเทศ เช่น ธนาคารเพื่อ
การส่งออกและนำ�เข้าแห่งประเทศไทย ที่สนับสนุนนักลงทุนไทยในต่างประเทศด้านการเงิน หรือ C-Asean ที่ส่งเสริม
ความร่วมมือและความเชื่อมโยงธุรกิจในอาเซียนโดยเฉพาะ
2.	 รู้จักตลาดบ้านเขา การเริ่มต้นที่ดีคือการทำ�ความรู้จักกับที่ที่เราจะไป อย่าเพิ่งคิดว่าจะขายอะไร ตราบใดที่ยังไม่รู้ว่า
ลูกค้าต้องการอะไร และมีแนวโน้มพฤติกรรมแบบไหน อาจเริ่มจากค้นหาข้อมูลของประเทศนั้น ๆ ว่าสิ่งที่เขาต้องการคืออะไร
และตรงกับสิ่งที่เราจะนำ�ไปเสนอหรือเปล่า
3.	 เลือกปรับแผนการตลาดให้เหมาะสม กลยุทธ์ที่ใช้ในประเทศอาจไม่เวิร์กที่บ้านเมืองอื่น ดังนั้นคู่แข่งก็ต้องศึกษา
เพราะคู่แข่งในตลาดระดับภูมิภาคอาจไม่ได้ดำ�เนินกลยุทธ์ที่เราคุ้นเคย รวมถึงเรื่องการพัฒนาสินค้าและบริการให้ตรงใจที่ต้อง
หมั่นสํารวจเทรนด์และเพิ่มองค์ความรู้ใหม่ ๆ โดยต้องไม่พลาดศึกษาเรื่องกฎระเบียบและวิธีการขนส่ง ที่อาจเป็นต้นทุนสำ�คัญ
ในธุรกิจนำ�เข้าและส่งออก
4.	 ไม่ลืมเรื่องเอกสาร ผู้ประกอบการหลายคนอาจส่ายหน้ากับการจัดการเอกสารแสนยุ่งยาก แต่นี่คือสิ่งจำ�เป็นอันดับต้น ๆ
ที่เลี่ยงไม่ได้ พยายามทำ�ความเข้าใจและเรียนรู้ คนที่เตรียมตัวพร้อมกว่า ย่อมเข้าใกล้เส้นชัยมากกว่า
5.	 พึงระลึกเรื่องเงินทอง สังคมโลกกำ�ลังเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคมไร้เงินสด ทั้งระบบการชำ�ระเงินระหว่างประเทศ การสำ�รอง
เงินทุนในยามฉุกเฉิน จึงต้องศึกษาให้รอบคอบเพื่อไม่ให้ขาดสภาพคล่องทางการเงิน
	 เมื่อคิดดีแล้วที่จะรุกตลาดอาเซียน ก็ต้องรีบลงมือ และคว้าโอกาสที่จะมาถึงให้เร็ว หนึ่งเทคนิคที่สำ�คัญคือ “อย่าพยายามหาลูกค้าสำ�หรับสินค้าที่
คุณมี แต่จงหาสินค้าที่ใช่สำ�หรับลูกค้าในอนาคตของคุณ” อย่างที่เซธ โกดิน (Seth Godin) นักคิดนักเขียนด้านธุรกิจและการตลาดชื่อดังในแวดวงธุรกิจ
ออนไลน์ เคยลั่นวาจาไว้
ที่มา : บทความ “5 Checklist อยากส่งออกไปต่างประเทศต้องรู้” จาก peerpower.co.th และ ditp.go.th
Creative Place : พื้นที่สร้างสรรค์
CREATIVE THAILAND I 24
PhotobyAtiksulianamionUnsplash
หากนึกถึงประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงร่วมภูมิภาคอาเซียนอย่าง
‘อินโดนีเซีย’เรานึกถึงอะไรคนไทยหลายคนอาจเห็นภาพของประเทศ
ที่เต็มไปด้วยเกาะน้อยใหญ่มากมายนึกถึงเมืองหลวงอย่างจาการ์ตา
หรือ แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างเกาะบาหลี แต่จริง ๆ แล้ว
อินโดนีเซียมีอะไรให้ค้นหามากกว่านั้น
เรื่อง : ณัฐชา ตะวันนาโชติ
THE REVIVAL OF
INDONESIA
CREATIVE THAILAND I 25
จริงอยู่ที่ภูมิประเทศส่วนใหญ่ของอินโดนีเซีย
มีลักษณะเป็นเกาะ แต่เกาะเหล่านั้นก็ได้รับ
การขนานนามว่าเป็นหมู่เกาะที่ ‘ใหญ่ที่สุดในโลก’
มีประชากรกว่า 260 ล้านคน ซึ่งมากที่สุดใน
ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมากเป็น
อันดับ4 ของโลก นอกจากจำ�นวนประชากรแล้ว
ความหลากหลายทางวัฒนธรรมยังเป็นจุดเด่น
ของอินโดนีเซีย เนื่องจากมีกลุ่มชาติพันธุ์มากกว่า
300 กลุ่ม มีภาษาที่ใช้แตกต่างกันถึง 700 ภาษา
และคำ�ขวัญประจำ�ชาติอย่าง “เป็นหนึ่งเดียวกัน
ในความหลากหลาย” (Unity in Diversity) ก็ยัง
สะท้อนให้เห็นถึงจุดเด่นนี้ได้เป็นอย่างดีวัฒนธรรม
อันหลากหลายของอินโดนีเซียเกิดจากการ
หล่อหลอมและแลกเปลี่ยนของวัฒนธรรมดั้งเดิม
และอิทธิพลจากชาติต่าง ๆ ที่เข้ามาเชื่อมสัมพันธ์
ตั้งแต่อดีต เนื่องจากทำ�เลที่ตั้งของอินโดนีเซียนั้น
เป็นจุดยุทธศาสตร์สำ�คัญของเส้นทางการค้า
ระหว่างประเทศแถบตะวันออกไกล เอเชียใต้
และตะวันออกกลาง ส่งผลให้ได้รับอิทธิพลจาก
วัฒนธรรมจากหลากหลายชาติ ไม่ว่าจะเป็น
วัฒนธรรมจากจีน อินเดีย อาหรับ และยุโรป ที่มา
พร้อมกับศาสนาและความเชื่อ ที่ผสานกันเข้ากับ
วัฒนธรรมท้องถิ่นที่มีอยู่เดิมและความหลากหลาย
เหล่านั้นได้พัฒนามาเป็นจุดเด่นของอินโดนีเซีย
ในปัจจุบัน อย่างที่นิตยสาร Top 10 of Asia ได้
เลือกให้อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีความหลากหลาย
ทางวัฒนธรรมมากที่สุดของทวีปเอเชีย ซึ่งรางวัล
นี้ก็เป็นรางวัลที่การันตีถึงประสบการณ์ทาง
วัฒนธรรมที่น่าตื่นเต้นและหลากหลายที่เหล่า
นักท่องเที่ยวจะได้รับหากเดินทางมาเยือน
อินโดนีเซียแห่งนี้นั่นเอง
Tourism: New Hidden Gems
“จากการจัดอันดับในปี 2017 อุตสาหกรรม
การท่องเที่ยวของอินโดนีเซียเติบโตเร็วเป็นอันดับ
ที่9 ของโลก เป็นอันดับ3 ของเอเชีย และเติบโต
‘เร็วที่สุด’ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”
	 การท่องเที่ยวเป็นองค์ประกอบสำ�คัญของ
เศรษฐกิจอินโดนีเซียในปัจจุบัน ในแต่ละปีมีผู้คน
เดินทางจากทั่วโลกเพื่อมาท่องเที่ยวที่อินโดนีเซีย
อย่างต่อเนื่อง ในปี 2018 มีนักท่องเที่ยวเดินทาง
มามากกว่า 15.8 ล้านคน และ ‘เกาะบาหลี’
ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำ�หรับ
เหล่านักท่องเที่ยวเสมอมา ซึ่งนิยมขนาดที่ว่ากว่า
40 เปอร์เซ็นต์จากจำ�นวนนักท่องเที่ยวทั้งหมด
หรือมากกว่า6 ล้านคนเป็นนักท่องเที่ยวที่มุ่งตรง
มาชมความสวยงามของเกาะบาหลีโดยเฉพาะ
	 แต่ทุกอย่างล้วนมีทั้งข้อดีและข้อเสีย แม้ว่า
ความมหัศจรรย์ของบาหลีจะดึงดูดนักท่องเที่ยวได้
อย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
แต่การที่ผู้คนมากระจุกตัวอยู่ภายในเกาะๆเดียว
กันมากเกินไปย่อมไม่ส่งผลดีต่อทั้งสภาพแวดล้อม
และวิถีชีวิตการอยู่อาศัยของผู้คนในท้องถิ่น
ดังนั้นถ้าหากจะทำ�ให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
ของอินโดนีเซียเติบโตได้อย่างยั่งยืน ในระยะยาว
อินโดนีเซียจำ�เป็นที่จะต้องเพิ่มจำ�นวนแหล่ง
ท่องเที่ยวที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มากขึ้น
เพื่อเป็นการกระจายนักท่องเที่ยวให้เดินทางไปยัง
ที่อื่น ๆ บ้าง ทั้งเป็นการกระจายรายได้ และทำ�ให้
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วประเทศเติบโตได้
อย่างเท่าเทียมกัน
‘Ten New Balis’ Project
เมื่อเกาะบาหลีเพียงเกาะเดียวสามารถดึงดูดผู้คน
และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้อย่าง
มหาศาล จะเกิดอะไรขึ้นถ้าหากอินโดนีเซียจะมี
บาหลีมากกว่า 1 แห่ง ด้วยความตั้งใจที่จะ
ขยายอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศ
ประธานาธิบดีโจโค วิโดโด จึงได้จัดตั้งโครงการ
‘Ten New Balis’ หรือโครงการพัฒนาแหล่ง
ท่องเที่ยวใหม่ 10 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเดิน
ตามรอยความสำ�เร็จของเกาะบาหลีและยกระดับ
ความสำ�เร็จนั้นมาสู่ระดับประเทศ
10 ศูนย์กลางการท่องเที่ยวแห่งใหม่ของอินโดนีเซีย
Tanjung Kelayang
Tanjung Lesung
Borobudur Temple
Kepulauan Seribu
Morotai Island
Mount Bromo Labuanbajo
Wakatobi
Lake Toba
ศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่โดดเด่น
Mandalika
Borobudur Temple
Lake Tobaที่มา : invest-islands.com Mandalika
CREATIVE THAILAND I 26
	 “ภายในปี 2020 จะต้องมีนักท่องเที่ยว
ต่างชาติเดินทางมาอย่างน้อย 20 ล้านคน”
	 เป็นเป้าหมายที่อินโดนีเซียกำ�หนดไว้ และ
โครงการบาหลีแห่งใหม่นี้ก็เข้ามามีส่วนสำ�คัญ
ที่จะช่วยให้อินโดนีเซียบรรลุเป้าหมายได้สำ�เร็จ
โครงการนี้เริ่มดำ�เนินการมาตั้งแต่ปี 2016 เพื่อ
พัฒนาให้เกิดฮับหรือศูนย์กลางการท่องเที่ยวใหม่ ๆ
ขึ้นทั่วประเทศโดยเริ่มต้นจากการพัฒนาโครงสร้าง
พื้นฐานและสิ่งอำ�นวยความสะดวกต่าง ๆ เช่น
การสร้างถนน ท่าเรือ และสนามบิน เพื่อทำ�ให้
ผู้คนเดินทางได้สะดวก เข้าถึงสถานที่ท่องเที่ยว
ได้ง่ายขึ้น เป็นการช่วยดึงดูดผู้คนให้มาเที่ยว
อินโดนีเซีย และกระจายนักท่องเที่ยวเหล่านั้นให้
ไปเที่ยวชมพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศเพิ่มมากขึ้น
	 จะสังเกตได้ว่า สถานที่ที่ได้รับเลือกนั้นจะ
เป็นแหล่งท่องเที่ยวอยู่ก่อนแล้ว แต่อาจยังไม่เป็น
ที่รู้จักมากนักหรืออาจจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่
รู้จักกันแค่เพียงคนในท้องถิ่น รัฐบาลอินโดนีเซีย
เล็งเห็นว่า สถานที่เหล่านี้ล้วนมีศักยภาพมากพอ
ที่จะเติบโตและดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ทัดเทียมกับ
เกาะบาหลี เพียงแค่ต้องอาศัยการสนับสนุนจาก
รัฐบาลในด้านต่าง ๆ เพื่อทำ�ให้คนรู้จักมากขึ้น
และเดินทางไปท่องเที่ยวได้สะดวกมากขึ้นนั่นเอง
	 อย่างไรก็ตาม แม้จะถูกเรียกว่าเป็น ‘บาหลี
แห่งใหม่’ แต่เกาะทุกเกาะในอินโดนีเซียไม่ได้
เหมือนกันไปเสียหมด อย่างที่ได้กล่าวไปว่า
อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีความหลากหลาย
มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ด้วยภูมิประเทศที่เป็น
หมู่เกาะที่ประกอบไปด้วยเกาะน้อยใหญ่กว่า
17,500 แห่ง เกาะแต่ละแห่งก็ล้วนมีความโดดเด่น
ในแบบของตัวเอง ดังนั้นเกาะต่าง ๆ ที่อยู่ใน
โครงการนี้จะได้รับการพัฒนาไม่ให้เหมือนเกาะ
บาหลีไปเสียทั้งหมด แต่รัฐบาลมีแผนที่จะยังคง
เอกลักษณ์ของแต่ละเกาะเอาไว้ ซึ่งนักท่องเที่ยว
จะสามารถสัมผัสกับการผสมผสานระหว่าง
ธรรมชาติและวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน เนื่องจาก
ความหลากหลายเหล่านี้ถือเป็นทรัพยากรที่มี
คุณค่าซึ่งอินโดนีเซียสามารถนำ�ไปใช้ต่อยอดและ
เพิ่มมูลค่าในเชิงการท่องเที่ยวได้อย่างไม่รู้จบ
Belitung: The Multiplier Effect
หากพูดถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว สิ่งที่
สะท้อนให้เห็นถึงวิวทิวทัศน์ต่าง ๆ ซึ่งส่งเสริม
การท่องเที่ยวได้ชัดเจนและสร้างการเข้าถึงผู้คน
ได้มากที่สุด คงหนีไม่พ้นอุตสาหกรรมสื่อและ
ภาพยนตร์ อย่างในประเทศไทยก็มีภาพยนตร์
หลากหลายเรื่องที่สร้างกระแสครั้งใหญ่จน
สะเทือนไปถึงวงการการท่องเที่ยว หนึ่งในนั้น
ก็คือภาพยนตร์ชื่อดังเรื่อง The Beach (2000)
นำ�แสดงโดยลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ ที่ทำ�ให้สถานที่
ถ่ายทำ�อย่างอ่าวมาหยาในจังหวัดกระบี่ของไทย
โด่งดังไปทั่วโลกจนชาวต่างชาติแห่กันมาเที่ยว
วันละหลายพันคน ในขณะเดียวกัน อินโดนีเซีย
ก็มีหมู่เกาะบังกาเบอลีตุง (Bangka Belitung
Islands) ซึ่งเป็นเกาะที่ได้รับการผลักดันจาก
รัฐบาลในโครงการ ‘TenNewBalis’ และได้พลัง
การสนับสนุนจากอุตสาหกรรมสร้างสรรค์อย่าง
วงการภาพยนตร์ ที่มาช่วยกระตุ้นให้ธุรกิจ
การท่องเที่ยวบนหมู่เกาะหายซบเซา และช่วย
กระจายรายได้ให้ประชากรชาวเกาะอย่างชัดเจน
	 หมู่เกาะบังกาเบอลีตุงเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่
บริเวณชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะสุมาตรา
เป็นหมู่เกาะที่ประกอบด้วยเกาะหลัก 2 แห่ง
ได้แก่ เกาะบังกา (Bangka) และเกาะเบอลีตุง
(Belitung) ซึ่งในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางในการทำ�
สถานการณ์การท่องเที่ยวในโครงการ ‘Ten New Balis”
นักท่องเที่ยวต่อวัน(พันคน)
PhotobyAnggitRizkiantoonUnsplash
นักท่องเที่ยวต่างชาติ นักท่องเที่ยวอินโดนีเซีย ที่มา : http://futuredirections.org.au
CREATIVE THAILAND I 27
เหมืองดีบุก และไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวที่ผู้คนรู้จัก
มากนัก ทำ�ให้การจะเดินทางไปที่เกาะไม่ใช่
เรื่องง่าย แต่หลังจากภาพยนตร์เรื่อง The Rainbow
Troops (2008) ที่ใช้เกาะเบอลีตุงเป็นสถานที่
ถ่ายทำ�หลัก เศรษฐกิจบนเกาะแห่งนี้ก็เติบโตขึ้น
อย่างก้าวกระโดด
	 จากที่แทบไม่มีเที่ยวบินมาที่เกาะแห่งนี้เลย
ในปัจจุบัน กลับมีเที่ยวบินเพิ่มมากขึ้นถึง
9 เที่ยวบินต่อวัน และมีผู้คนมาเยือนมากถึง
50 ล้านคน ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้เปลี่ยนภาพจำ�
ของเบอลีตุงที่ผู้คนเข้าใจว่าเป็นเพียงเกาะที่ทำ�
เหมืองแร่ และเผยให้เห็นถึงทิวทัศน์ที่สวยงาม
ของเกาะที่เคยถูกมองข้ามมาเนิ่นนาน ด้วย
เอกลักษณ์ของหาดทรายขาวดังไข่มุก นํ้าทะเลใส
และหินแกรนิตรูปร่างสวยงามที่ประดับประดาอยู่
ตามชายฝั่ง จึงไม่แปลกที่ผู้คนจะอยากมาเที่ยวชม
และสัมผัสความงามของธรรมชาติเหล่านี้
เป็นการตามรอยภาพยนตร์ในดวงใจที่ได้เผยแพร่
ภาพความสวยงามเหล่านี้ออกไป และแน่นอนว่า
มันช่วยให้เศรษฐกิจบนเกาะเติบโตมากขึ้น ทั้ง
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และธุรกิจข้างเคียง
เช่น การเปิดโรงแรมและร้านอาหารใหม่ ๆ เพื่อ
รองรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น เป็นการสร้างโอกาส
และอาชีพให้คนบนเกาะไปพร้อม ๆ กัน
The Turning Point
แม้โลกจะเริ่มรู้จักภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ด้วยความสวยงามของชายหาดและท้องทะเล
ตั้งแต่ในช่วงทศวรรษที่1960-1970 แต่อินโดนีเซีย
ก็เป็นประเทศที่เริ่มให้ความสำ�คัญกับภาค
การท่องเที่ยวได้ค่อนข้างช้า หากเทียบกับประเทศ
ที่อยู่ในภูมิภาคเดียวกัน และรัฐบาลก็เพิ่งมาเริ่ม
โครงการพัฒนาและโปรโมตเกาะบาหลีให้เป็น
แหล่งท่องเที่ยวในปี 1971 ซึ่งก่อนหน้านั้นเกาะ
บาหลีที่โด่งดังในวันนี้แทบไม่ได้เป็นที่รู้จักในหมู่
นักท่องเที่ยวเลย แต่หลังจากการเปลี่ยนแปลงใน
ครั้งนั้น เกาะบาหลีก็เป็นที่รู้จักมากขึ้น มีเม็ดเงิน
ไหลเวียนมาลงทุนในพื้นที่มากขึ้น เกิดการพัฒนา
ในด้านต่าง ๆ จนกลายเป็นเกาะบาหลีที่เรารู้จัก
กันในทุกวันนี้
	 ‘การย้ายเมืองหลวงของอินโดนีเซีย’ เป็นอีก
หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่กำ�ลังจะเกิดขึ้น
และเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของ
ชาวอินโดนีเซียที่พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง
เมื่อโลกไม่เคยหยุดนิ่งอยู่กับที่ หน้าที่ของทุกคน
ก็คือการเรียนรู้ที่จะปรับตัวตามให้ทันกับการ
เปลี่ยนแปลงนั้น ซึ่งอินโดนีเซียก็ได้แสดงให้เห็น
ถึงความตั้งใจและความสามารถที่จะเปลี่ยนแปลง
เพื่อพัฒนาประเทศได้อย่างชัดเจน ในอดีตเรา
อาจจะรู้จักอินโดนีเซียในฐานะประเทศขนาดใหญ่
ที่เต็มไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ จากรายได้ของ
ประเทศที่มาจากการส่งออก และรายได้หลัก
ส่วนใหญ่ก็เป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ เช่น
นํ้ามันถ่านหินและสินค้าเกษตรต่างๆแต่ทรัพยากร
เหล่านี้ล้วนมีอยู่อย่างจำ�กัด และไม่มีใครสามารถ
พึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติได้ตลอดไป ดังนั้น
อินโดนีเซียจึงต้องปรับตัวและหันมาให้ความสำ�คัญ
กับอุตสาหกรรมใหม่ ๆ โดยเฉพาะอุตสาหกรรม
สร้างสรรค์ ที่จะช่วยขับเคลื่อนประเทศได้อย่าง
ยั่งยืนมากขึ้น และด้วยศักยภาพของประเทศ
ทั้งในด้านของจำ�นวนประชากร เศรษฐกิจ และ
ขนาดของตลาดที่ใหญ่ที่สุดของภูมิภาคเอเชีย
ตะวันออกเฉียงใต้ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จึง
น่าจะเป็นหนทางที่ดีที่สุดที่จะช่วยพาอินโดนีเซีย
ให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป
ที่มา: บทความ “Indonesia:Asia’sTopNationforCultural
Diversity Declares Top 10 of Asia Magazine” จาก
indonesia.travel / บทความ “Indonesia’s Booming
Tourism Industry: What Growth in Indonesia’s Tourism
Sector Tells Us About Jokowi’s Economic Policies” โดย
JamesGuild จากthediplomat.com/ บทความ “Indonesia
Is Looking to Create 10 New Balis to Boost Tourism”
โดย Andrea Smith จาก lonelyplanet.com / บทความ
“Indonesia’s Tourism Sector Indicates Strong Expansion”
จาก oxfordbusinessgroup.com / บทความ “‘Unity in
Diversity’,Indonesia’sMotto,Sumsup ‘OurCommon
Humanity’,SaysSecretary-GeneralinJakartaAddress”
จากun.org/ บทความ “TheIndonesianTourismIndustry:
A Bright Future and Opportunities for Australia” โดย
Jarryd de Haan จาก futuredirections.org.au / บทความ
“TopNationsinAsia-ASurveyonAsianCountries” จาก
top10asia.org/ บทความ “TourismCouldBoostIndonesia’s
Economy โดย Eijas Ariffin” จาก theaseanpost.com /
บทความ “Tourism Industry: How Can Indonesia Tap
Its Tourism Potential? Challenges  Opportunities”
จาก indonesia-investments.com
	 The Rainbow Troops หรือ Laskar Pelangi เป็นภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจากนิยายของ
	 แอนเดรีย ฮิราตา (Andrea Hirata) นักเขียนชื่อดังผู้มีบ้านเกิดอยู่ที่เกาะเบอลีตุง
	 ภาพยนตร์เรื่องนี้เล่าถึงเรื่องราวของกลุ่มเด็ก 10 คนที่อาศัยอยู่ในเกาะเบอลีตุง เป็นเรื่องราวที่
	 พูดถึงมิตรภาพ ความรัก และการต่อสู้กับความยากจน
	 The Rainbow Troops เป็นภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมและประสบความสำ�เร็จอย่างมาก
	 ได้รับรางวัลต่าง ๆ มากมายทั้งจากเวทีในประเทศและระดับนานาชาติ
	 ทั้งยังเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ทำ�รายได้สูงสุดตลอดการของประวัติศาสตร์ภาพยนตร์อินโดนีเซีย
PhotobyRubenHutabaratonUnsplash
CREATIVE THAILAND I 28
The Creative : มุมมองของนักคิด
เรื่อง : พัชรินทร์ พัฒนาบุญไพบูลย์ l ภาพ : สุรเชษฐ์ โสภารัตนดิลก
มีคนเคยบอกว่า ไม่ว่า ‘สื่อ’ จะเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน หากคนเรายังต้องการ
‘สาร’ ที่อยู่ในสื่อต่าง ๆ นั้น สารนั้นย่อมไม่มีวันตาย และยังต่อยอดสร้างเป็น
คุณค่าและมูลค่าใหม่ได้ไม่สิ้นสุด เพราะไม่ว่าจะเป็นสื่อยุคแอนาล็อกหรือ
ยุคดิจิทัล ต่างก็ต้องการ ‘คอนเทนต์’ เพื่อดึงดูดผู้ชมกันทุกยุคสมัย ขึ้นอยู่
กับว่าคอนเทนต์นั้น จะตอบโจทย์และตรงใจผู้ชมหรือไม่เท่านั้น
แอน จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ (แอน JKN)
สร้างการเสพติดทางสายตา
เมื่อมูลค่าคอนเทนต์อยู่ที่วัฒนธรรม
CREATIVE THAILAND I 29
แอน JKN หรือ แอน - จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
และกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำ�กัด (มหาชน)
คือผู้จัดจำ�หน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ระดับสากล ที่พร้อมจะ ‘ปั้น’ คอนเทนต์
ต่างๆ ให้เหมาะกับทุกตลาดทั้งในระดับประเทศ ภูมิภาค และระดับสากล
โดยในปี 2020 JKN วางเป้าหมายก้าวสู่การเป็นผู้นำ�คอนเทนต์ของอาเซียน
ที่นอกจากการเป็นผู้จัดจำ�หน่ายซีรีส์อินเดีย ฟิลิปปินส์ สารคดี การ์ตูน และซีรีส์
จากฮอลลีวู้ดแล้ว ยังจะมีการลงทุนผลิตคอนเทนต์ในรูปแบบ ‘โค-โปรดักชั่น’
กับต่างประเทศเพิ่มขึ้น พร้อมกับการเร่งขยายตลาดขายลิขสิทธิ์ละครช่อง3
ซึ่งได้รับลิขสิทธิ์จำ�หน่ายทั่วโลกผ่านกลยุทธ์ ‘ซูเปอร์สตาร์ มาร์เก็ตติ้ง’
ในการนำ�ทัพดาราศิลปินจากช่อง 3 ไปโรดโชว์ทำ�กิจกรรมในต่างประเทศ
เพื่อทำ�ตลาดละครให้เป็นที่รู้จัก โดยมีตลาดหลักอยู่ในอาเซียนนี่เอง
Q:	 หลายๆ ประเทศในอาเซียนมองว่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์
จะช่วยสร้างเศรษฐกิจ ในขณะที่อุตสาหกรรมคอนเทนต์คือ
หนึ่งในอุตสาหกรรมที่โดดเด่น คุณคิดอย่างไรกับแนวทาง
การพัฒนานี้
A:	 พี่เข้าใจเรื่องการเพิ่มมูลค่า (Value Added) แล้วก็เชื่อว่าการส่งเสริม
ให้คนคิด มันสามารถช่วยเลยส่งเสริมอุตสาหกรรมได้ทุกประเภท โดยเฉพาะ
เรื่องของการผลิตคอนเทนต์ มันคือการคิดจริงๆ ที่มัน make difference
(สร้างความต่าง) แต่คำ�ถามคือเราจะส่งเสริมยังไงให้คนคิดเป็น คือถ้าเรามี
จินตนาการ มันจะสัมพันธ์กับความรู้เสมอ และจะทำ�ให้ผลิตภัณฑ์ของเรา
เจริญก้าวหน้าได้ เราต้องรู้จักปั้นอิฐให้กลายเป็นทอง ไม่ไปเอามาแล้วดิบ ๆ
แล้วใครจะกิน มันต้องผ่านการปรุง คอนเทนต์ก็เหมือนกัน ของแบบเดียวกัน
แต่แพ็กเกจจิงต่างกัน มันก็ราคาแพงกว่ากันแล้ว นี่คือการใช้จินตนาการ
เข้ามาในโปรดักส์ เพื่อทำ�ให้โปรดักส์มันมีความเซ็กซี่ มีมูลค่า แล้วสามารถ
ขยายขายออกไป แล้วเงินมันจะเข้ามาเยอะกว่าเดิม
Q:	 คุณทำ�อย่างไรกับการปั้นสิ่งที่มันเป็นนามธรรมมาก ๆ
อย่างเรื่องคอนเทนต์
A:	 อย่างทำ�ไมดิฉันชอบไปเกาหลี ตลอดระยะเวลา 15 ปีมานี่ ไปตลอด
แต่ก่อนคือไปเกือบทุกเดือน หรือเดือนเว้นเดือน สิ่งที่เราเห็นคือ เขาพัฒนา
ประเทศมาจากความคิดสร้างสรรค์กับการออกแบบ เราจะรู้สึกเลยว่าทำ�ไม
บ้านเมืองเขาออกแบบดีจังเลย มันสวย มันกลายเป็นมีมูลค่า แล้วก็แบ่งเป็น
โซนชัดเจน กังนัมเป็นอย่างนี้ เมียงดงเป็นอย่างนั้น แม้แต่การปลูกต้นไม้
ทำ�ถนน ทุกสิ่งทุกอย่าง พอเวลาไปดูแล้ว มันเกิดความลํ้าค่าทางการเป็นอยู่
การท่องเที่ยวเลยดี
	 แล้วทำ�ไมเกาหลีทำ�ละครออกมาแล้วคนติด ทั้ง ๆ ที่ละครก็เล่นกันอยู่
ไม่กี่คน อย่างตอนที่เอาFullHouse(สะดุดรักที่พักใจ) เข้ามาในประเทศไทย
เล่นกันอยู่ 4 คน พระเจ้าช่วย! ดังเป็นพลุแตก เพราะการดีไซน์บท ความคิด
สร้างสรรค์ไง แต่งตัวก็น่ารัก บทพูดก็สนุก แต่จริงๆ มันง่ายมากนะ บทที่
ซูเปอร์สตาร์ไปหลงรักผู้หญิงกะป๊อกกะแป๊กคนหนึ่งอย่างเนี้ย แต่มันคือ
การออกแบบและจินตนาการที่ส่งเสริมให้ประชาชนของตัวเอง ให้เกิดการคิด
ไปเรื่อย ๆ ไม่ได้อยู่ในกรอบ ไม่ได้อยู่ในตำ�รา แอนเชื่อว่าคนเราต้องคิด
นอกกรอบตั้งแต่เด็ก จะได้มีจินตนาการ ไม่งั้นเวลาโตขึ้น แล้วจะขึ้นสนิม
พอจะทำ�อะไรก็กลัวไปหมด คุณจะทำ�ธุรกิจอะไรก็แล้วแต่ ถ้าไม่มีความคิด
สร้างสรรค์ ก็ไม่มีมูลค่าเพิ่ม พอมันไม่มีมูลค่า คุณขายของ คุณก็ได้ราคา
แค่เท่านั้น
Q:	 นั่นเลยเป็นเหตุผลว่าเราจะต้องจัดการแต่งตัวคอนเทนต์
ให้มันมีมูลค่าและไปได้ระดับโลก
A:	 คำ�ว่าแต่งตัวน่ะถูกต้อง เพราะถ้าเราเอาของมา แล้วไม่ transform
(เปลี่ยนแปลง) ก็เท่ากับไม่สำ�เร็จ ธุรกิจแอน มีคนเยอะแยะชอบถามเราตั้งแต่
ตอนที่เอาบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ว่า “คุณแอน ซื้อมาขายไปอย่างของ
คุณแอนอะ ใครๆ ก็ทำ�ได้ไม่ใช่เหรอ เราบอก no no no คิดใหม่นะคะ
คิดใหม่ค่ะ อันนั้นคือเอเจนต์นะคะ แต่ดิฉันคือบริษัทบริหารจัดการและ
จัดจำ�หน่าย คือการที่นำ�มาปุ๊บ ต้องมาผ่านกระบวนการ transform ให้เป็น
ของตัวเรา
	 คือตั้งแต่เลือกบริษัทที่ทำ�งานด้วย ว่าเราควรทำ�งานกับบริษัทไหน
ประเทศไหน คอนเทนต์ไหนเป็นจริตคนไทย ผู้บริโภคเราต้องเข้าใจ แล้วพอ
เอามา ก็ต้องดูว่าแต่ละเรื่องมีความแตกต่างยังไง บางเรื่องน่าดูแต่ไม่น่ากิน
กินปุ๊บ ไม่อร่อย ก็มีเยอะแยะ เราต้องดูไปถึงสคริปต์ แล้วต้องเอาเข้ามาทำ�
localization คือการพากย์ แปล เกลาบทให้เข้ากับบริบทของไทย แล้วดิฉัน
แถมใส่เพลงไทยเข้าไปด้วย นอกเหนือจากนั้น ยังเอามารวมกันทำ�โชว์เคส
ออกแบบโปสเตอร์ ออกแบบทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้อง เรียกว่าทำ�แพ็กเกจจิง
ใหม่หมดเลย แถมยังมีทำ�การตลาดด้วย เล่นเกม กิจกรรม แฟนมีตติ้ง
โน่นนั่นนี่ แล้วเปิดเมกะโชว์เคสเป็นคอนเสิร์ตมันส์กันไปเลย เพื่อสร้าง
กลุ่มแฟนคลับ แล้วทั้งหมดมันจะเป็นการสร้างการเสพติดทางสายตา สินค้า
อย่างหนึ่งที่คุณเอามา คุณอาจจะมีต้นทุนเท่านี้ แต่พอเวลาคุณหาเงิน
คุณต้องหาเงินให้ได้เป็นพันล้านนะ และมันทำ�ได้ด้วยคำ�ว่าคิดคำ�เดียว
ต้องคิดก่อนที่จะทำ� คือดิฉันจะไม่ทำ�อะไรที่เหมือนกับชาวบ้านเขาทำ� ไม่ใช่
เห็นคนนั้นเขาทำ�แล้วดี ก็ไปซื้อมา แล้วก็เอามาเข้าโรงภาพยนตร์เฉยๆ
เอาไปฉายจอเฉยๆ มันไม่ใช่
Q:	 คุณมองเห็นแนวทางการทำ�งานแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่
A:	 ตอนนั้นกลับมาเมืองไทยเราอายุ 20 ค่ายหนังนนทนันท์ดังมาก
สหมงคลฟิล์มดังมาก ทุกคนดังมาก เราก็เป็นเด็กกะปวกกะเปียกคนหนึ่ง
แล้วจะเอาเงินที่ไหนไปซื้อหนังเข้าชนโรง ใช่ไหม แล้วโมเดลตอนนั้นคือ
ต้องเข้าโรงภาพยนตร์ก่อน ถึงจะออกมาเป็นม้วนวิดีโอ แล้วถึงจะขายได้
โน่นนั่นนี่ แต่เราเอาเงินที่ไหนล่ะเธอ สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนั้นก็คือ เราชอบ
Walking with Dinosaur นั่งดูแล้วรู้สึกว่า เออ มันก็สั้นดี เหมือนเราดู
Jurassic Park เลย มีแค่ 3 ตอน ตอนที่ 4 คือเบื้องหลัง เอ๊ะ! ไม่เห็นมี
ใครเอามาทำ�ตลาดเลยนะในบ้านเรา ซึ่งแต่ก่อนทีวีก็มีแค่4-5 ช่อง เราก็เลย
คิดว่า ติดต่อไปเลยดีกว่า ก็โทรศัพท์ไปที่อังกฤษ และก็คือขอซื้อลิขสิทธิ์
เรื่องนี้มาถูกๆ ไม่กี่หมื่นบาท เพราะไม่เคยมีคนซื้อ นี่กำ�ลังจะบอกว่าเพราะ
เราคิด และเราต้องเห็นในสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น ไม่ได้เกิดมาจากคนที่คิดง่ายๆ ว่า
คุณแอนแค่ไปซื้อมาขายไปแบบนั้น
CREATIVE THAILAND I 30
Q:	 ทุกอย่างต้องผ่านกระบวนการใช่ไหม
A:	 ใช่ มันไม่ใช่ว่าทำ�อะไรก็ทำ�ตามกัน แต่ขอเล่าให้ฟัง ตอนที่ซื้อลิขสิทธิ์
มาถูกมาก เราก็เอามาใส่เป็นม้วนวิดีโอส่งตามร้านเช่า ก็คือเจ๊งค่ะ
ขายไม่ออกเลย ร้านเช่านี่ไม่มีใครรับเลย ทั้ง Tsutaya, Blockbuster,
VDO Ezy ศูนย์เช่าทั่วประเทศไทยในเวลานั้น ขายไม่ได้เลย ก็มาคิดต่อว่า
ฉันจะทำ�ยังไงดี ระหว่างที่ดูจอร์จกับซาร่า (รายการ TV Direct) ตอนนอน
ไม่หลับ เราก็ initiative (ริเริ่ม) ขึ้นมาว่า จอร์จกับซาร่ากรุณาเลิกขาย
เครื่องออกกำ�ลังกายก่อนนะ ตอนนี้เรามี VHS เป็นม้วนวิดีโอเนี่ยให้เธอขาย
เธอเอาไปทดลองขายดู ขายเท่าไหร่ก็เท่ากัน ไม่เป็นไร สรุปว่าจบที่ขายได้
หนึ่งล้านม้วน ดิฉันมีเงินเก็บ 20 ล้านในเวลานั้น สามารถเอาไปลงทุนต่อ
จนเหลือเก็บทั้งหมด 10 ล้าน ตอนอายุแค่ 20-21
Q:	 คิดว่าการประสบความสำ�เร็จตั้งแต่อายุยังน้อยเป็น
พรสวรรค์ของตัวเองไหม
A:	 จริงๆ แล้ว สิ่งที่ดีที่สุดของแอนในชีวิตการทำ�ธุรกิจและการที่เราเป็น
ผู้หญิงข้ามเพศด้วย คือความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ตอนที่จบมหาวิทยาลัย
แล้วได้เกียรตินิยม เรียนจบภายใน 2 ปีเนี่ย อาจารย์บอกว่าแอนดรูว์ สิ่งที่ดี
ที่สุดในตัวคุณคือ initiative เราก็อึ้งไปพักหนึ่ง ไม่ค่อยเข้าใจ จนเริ่มเข้าใจ
มาเรื่อยๆ ว่า เราเป็นคนที่คิดอยู่ตลอดเวลา คิดออกนอกกรอบ ชอบตั้งคําถาม
คิด แล้วก็ execute (ลงมือทำ�) ก่อนคนอื่น คือเป็นคนมีจินตนาการสูงส่ง
เกิดมาจากอะไรรู้ไหม มันเกิดมาจากการที่เราเกิดผิดร่าง เลยคิดตลอดเวลา
ว่าทำ�ไม ซึ่งความสงสัยนี่ล่ะที่ทำ�ให้เกิดความคิด คนอื่นเขาทำ�อะไร เราไม่ทำ�
แต่คนอื่นเขาไม่ทำ�ปุ๊บ เราไปมองดู ราคามันยังถูก ก็เอามาปั้นสิ คำ�ว่าปั้น
คำ�นี้คือขีดเส้นใต้เลย มันคือกระบวนการคิดสร้างสรรค์ทั้งนั้น เวลาคุณปั้นเสร็จ
แล้วคุณไปพรีเซนต์ดี มันคนละมือ มวยคนละสังเวียนเลยนะ การชกของเรา
มันจะหนักแน่น และมันจะได้เงินเยอะกว่ามาก
Q:	 คือเปลี่ยนความสงสัยในใจให้กลายเป็นจุดแข็งของตัวเอง
A:	 ค่ะ แล้วก็เลยกลายเป็นคนที่บ้าเรียนหนังสือให้เก่ง อ่านหนังสือ
เยอะมาก เพราะว่าถ้าเรียนไม่เก่ง เดี๋ยวจะถูกล้อเลียน ถูกกลั่นแกล้ง
ในโรงเรียน พออ่านเยอะ คิดเยอะ ก็ได้ขึ้นมาเป็นกัปตันโต้วาทีของโรงเรียน
ก็เลยยิ่งต้องสัมภาษณ์คนเยอะ เจอคนเยอะ เลยเริ่มเข้าสังคมได้ตั้งแต่เด็ก
แล้วก็ไปฟังสัมมนาเยอะ ที่สำ�คัญคือเป็นคนชอบเดินทางเยอะ โดยเฉพาะ
เดินทางไปต่างประเทศ ชอบพูดภาษาอังกฤษเยอะๆ แล้วก็ชอบฝรั่งด้วย
ที่สำ�คัญมากกว่านั้น คือเราเป็นลูกเจ้าของร้านวิดีโอ (ธุรกิจครอบครัว ST
Video ร้านให้เช่าและจำ�หน่ายวิดีโอ) ก็เลยทำ�ให้เราได้ดูหนังดูละครเยอะ
และชอบดูหนังฝรั่ง เลยได้เห็นวัฒนธรรม เห็นโน่นเห็นนี่ ฉะนั้นจึงเกิด
initiative ได้ เกิดแรงบันดาลใจที่มาจากการดูเยอะ อ่านเยอะ ฟังเยอะ
เดินทางเยอะ ได้รับข้อมูลเยอะเหล่านี้
Q:	 ดูเหมือนกับงานของคุณคืองานที่ต้องการจินตนาการสูง
แต่การที่บริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ คนก็ต้องคาดหวังเรื่อง
ของการบริหารแบบนักธุรกิจด้วย
A:	 ต้องบอกว่า แอนเป็นคนที่เกิดมาเป็นศิลปิน แต่เป็นคนแม่นหัวธุรกิจ
และเป็นคนหาเงินที่กล้าบอกได้เลยว่า หาจนคนกลัว คือหาได้ทุกเม็ด หาได้
เก่งมาก จากไม่มีอะไรเลย แล้วก็สร้างมาได้หลายพันล้านโดยไม่ได้ใช้เงิน
แบงก์ มันบอกได้เลยนะว่าเราคิดทุกเม็ด คือเราต้องมีความคิดสร้างสรรค์ที่
อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง เราต้องลงทุนให้เป็น แอนเรียนจบรัฐศาสตร์นะ
ไม่ได้เรียนบัญชีการเงินเลย แต่สิ่งที่ทำ�คือไปสัมมนาเพิ่ม ไปเรียนเพิ่ม เพราะ
มันต้องรู้ ไม่รู้ไม่ได้ ถ้าคอร์สที่ 1 ไม่เข้าใจ ก็ไปเรียนต่อ เรียนซํ้าไปเรื่อย ๆ
จนตอนนี้เดบิต เครดิตรู้เรื่องหมดแหละ ไม่ต้องห่วงเลย พูดอะไรมาฉันตอบเอง
Q:	 มีหลักการลงทุนในธุรกิจอย่างไร
A:	 อย่างที่บอกว่าความคิดสร้างสรรค์กับการลงทุนมันต้องควบคู่กัน
และมันต้อง Get Real (เป็นจริงได้) ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นคนฟุ้งฝัน
ใส่เงินลงไป ต้องเป็นการ invest (ลงทุน) ไม่ใช่เป็น expense (รายจ่าย)
คือใส่ลงไปแล้ว ต้องสามารถ reuse (นำ�มาใช้ใหม่) ได้ redevelop
(ปรับปรุงใหม่) ได้ ต้องสามารถที่จะนำ�ไปใช้เพื่อการค้าการขายได้ต่อ
สร้างสรรค์ได้ต่อ อย่าใช้เงินแล้วทิ้งแม่นํ้า ต้องเพิ่มมูลค่าให้เป็น ให้สามารถ
ใช้ได้ในงานถัด ๆ ไปเรื่อย ๆ
Q:	 หมายถึงการต่อยอดใช่ไหม
A:	 นั่นแหละคือความสุดยอดของคนที่คิดเป็น คือคิดได้ทั้งฝั่งที่สร้างสรรค์
และคิดได้ทั้งฝั่งความเป็นจริงของการหาเงิน มันต้องได้ทั้งสองด้าน ถึงจะ
เรียกว่าสุดยอดประสบผลสำ�เร็จ ถ้าคิดไปเรื่อยเปื่อยหลุดโลก คุณก็อยู่บน
โลกนี้ไม่ได้ ถ้าบอกว่าเป็นธุรกิจแล้วต้องกางตำ�รา ก็ไม่ได้เหมือนกัน เพราะ
ทั้งสองอย่างมันต้องผสานกัน ต้องเป็นนักธุรกิจที่ดีและรู้จักริเริ่ม อย่าง
ความคิดสร้างสรรค์กับการลงทุน
มันต้องควบคู่กัน และมันต้อง Get Real
(เป็นจริงได้) ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็น
คนฟุ้งฝัน ใส่เงินลงไป ต้องเป็นการ
invest (ลงทุน) ไม่ใช่เป็น expense
(รายจ่าย) คือใส่ลงไปแล้ว ต้องสามารถ
reuse (นำ�มาใช้ใหม่) ได้ redevelop
(ปรับปรุงใหม่) ได้ ต้องสามารถที่จะ
นำ�ไปใช้เพื่อการค้าการขายได้ต่อ
สร้างสรรค์ได้ต่อ
CREATIVE THAILAND I 31
เศรษฐกิจสร้างสรรค์ มันก็มาจากการที่เราสร้างสรรค์สินค้าและส่งเสริม
เศรษฐกิจให้เติบใหญ่ด้วยความคิดสร้างสรรค์ของเราเอง เรามีอะไรดี
ชัดเจนไหม ของไทยมีตั้งเยอะตั้งแยะ ทำ�ยังไงให้สู้เขาได้
Q:	 แล้วเรานำ�คอนเทนต์แบบไทยๆไปขายตลาดต่างประเทศ
ได้อย่างไร
A:	 ดูง่าย ๆ อย่างละครเกาหลี ที่บอกว่าบทดี แต่งตัวสวย นอกเหนือ
จากนั้นยิ่งร้ายกาจใหญ่เลยนะ เพราะเขาเอาวัฒนธรรมทุกอย่างมาอยู่
ในละครในหนังเขาหมดเลย เพราะต้องการที่จะให้คนติด เพราะการส่งออก
วัฒนธรรมก็เท่ากับเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจ พอคนเสพติดทางสายตา
เขาก็ยิ่งหลง ยิ่งชอบ เขาก็จะไปใช้สินค้า เสื้อผ้าหน้าผม การท่องเที่ยว อาหาร
ทุกอย่าง แม้กระทั่งบอยแบนด์ เกิร์ลแบนด์ ฉันก็ฟังไม่รู้เรื่อง ทำ�ไมมันกรี๊ด
กันจัง ก็เพราะเราหลงในเขาไง ก็เหมือนกับเรา ปัจจุบันนี้JKN เลยทำ�หน้าที่
ว่าเราจะเอาละครช่อง 3 ไปขายยังไง
Q:	 คุณเป็นคนมองเห็นศักยภาพนี้เองใช่ไหม
A:	 ใช่ เราก็ไปยื่นเสนอทางช่อง บอกคุณประชุม มาลีนนท์ (CEO ของบีอีซี
เวิลด์) เดินเข้าไปคุยเลยว่า ทำ�ไมเราถึงไม่ทำ�อะไรกันเลย พระเอกเราก็หล่อ ๆ
หลายคน นางเอกก็สวย แล้วบทบาทอะไรต่าง ๆ ก็เล่นดีกันจะตายอะ
ที่สำ�คัญคือถ่ายทำ�ก็ถูก ทำ�ไมเราไม่ไปต่างประเทศล่ะ อย่างปีนี้ เราก็เพิ่งไป
ที่ฝรั่งเศสมา คือรัฐบาลเราก็ส่งเสริมนะ แต่เป็นแบบไปเปิดบูธ แล้วให้ทุกคน
ไปรวมตัวกันประมาณ 10-20 บริษัท ดิฉันไม่เคยไปรวมกับเขาเลย เพราะ
ดิฉันสวย ดิฉันเปิดของดิฉันคนเดียว แหวกแนวคนอื่นเขาหมด ทำ�บิลบอร์ด
ลงสัมภาษณ์แมกกาซีน มีโบรชัวร์สวยงาม มีโชว์เคสด้วย พาเคน-ภูภูมิ
กับแต้ว-ณฐพร จากละครนาคีไป เราต้องไปพรีเซนต์ตัวเองด้วยว่าเราเป็น
ซีอีโอของ JKN นะ
Q:	 ทำ�ไมคุณถึงคิดว่าการทำ�แบบนี้จะเวิร์กกว่าเดิมแบบที่ไป
ในนามตัวแทนของรัฐบาล
A:	 เพราะคนจะจำ�ของของเราได้ เขาต้องจำ�เราได้ก่อน ฉะนั้นดิฉันแบรนดิง
ตั้งแต่ซีอีโอ คือตัวดิฉันเอง ดิฉันแต่งชุดไทยประยุกต์เปิดไหล่ไปเลยค่ะ
สวยงามแล้วทักทายเหมือนไปประกวดนางงามเลย ถ้าคุณทำ�ตัวน่าเบื่อ
ใครเขาอยากจะซื้อหนังคุณ มันคือการแพ็กเกจจิงสินค้าใหม่ ละครก็มีอยู่แล้ว
แต่ไม่เคยไป หรือไปแล้วคนไม่เห็นรู้จักกันทั่วโลก ดิฉันอยู่ตลาดนี้มา 20 ปี
ถ้าเราจัดรวมกันแบบเดิม ดิฉันเดินผ่านเลยนะคะ ไม่เห็น ทุกอย่างอยู่ที่
การทำ�พรีเซนเทชัน แล้วการลงทุนแค่เท่าเนี้ย แต่ขายของได้มูลค่า
ของเหมือนกัน คุณขายได้สิบบาท แต่อีกคนทำ�ไมขายได้ล้านบาท มันเห็น
เลยว่าเราเปลี่ยนจากก้อนหินให้กลายเป็นทองคำ�ได้ ดิฉันทำ�การตลาดอย่าง
เดียวเลย พันสี่ร้อยล้านปีที่แล้ว ปีนี้พันหกร้อยล้าน Differentiate Yourself
(การสร้างความแตกต่างให้ตัวเอง) คือทุกสิ่งทุกอย่างที่แอนทำ�มาตลอด
ทั้งชีวิต ปัจจุบันนี้ขายของดี ก็ด้วยการพรีเซนต์ตัวเอง พอเวลาขายของ
คนจำ�ได้ อ๋อ! แอน JKN พอเราพูด นํ้าหนักมันมา
CREATIVE THAILAND I 32
Q:	 ถ้ามองเฉพาะในตลาดอาเซียน ธุรกิจคอนเทนต์ของไทย
มีแนวโน้มอย่างไรบ้าง
A:	 ถ้าจะไปต่างประเทศ เราต้องคิดตั้งแต่ตอนเริ่มผลิตเลย เช่น ต้องทำ�
โค-โปรดักชัน อย่าไปทำ�ประเทศของเราประเทศเดียว ไปร่วมกับฟิลิปปินส์
อินเดีย อินโดนีเซียเลย ศิลปินเราก็เป็นที่รู้จักของเรา พอไปต่างประเทศ เขาจะ
รู้จักได้ไง ก็ไม่เคยไปฉาย เพราะฉะนั้นการร่วมกันผลิตตั้งแต่ต้นมันคือการเติม
ตรงนี้ เป็นการเปิดตลาด และต้อง Think Regional, Act globally คือต้องไป
อย่างนั้นแล้ว เงินดอลลาร์มันเซ็กซี่กว่าเงินบาทรึเปล่า มันเป็นตลาดใหญ่
มากกว่า แล้วการจะพาไปต่างประเทศ ศิลปินก็ต้องพูดภาษาอังกฤษได้ใช่ไหม
การทำ�บท ก็ต้องไม่ขำ�กันเอง ไม่ตบตีกัน แล้วเขาไม่เก็ตว่าเพราะอะไร
บทต้องมีความเป็นสากล คนสัมผัสได้ มันมีเหตุผล ไม่ใช่นางร้ายก็หันมา
ก็ทำ�สายตาซะแบบรู้เลยว่าฉันจะเขมือบผู้ชายคนนี้ให้ได้ ยัยนางเอกก็ทำ�ตัว
ซะน่าสงสารเว่อร์ ฉะนั้นมันต้องทำ�ให้มันจริง ต้องรู้ว่าตลาดผู้บริโภคระดับ
ภูมิภาค ระดับโลก เขาไปถึงไหนกันแล้ว ถ้าเราอยากจะถีบตัวขึ้นไป
Q:	 แล้วการนำ�คอนเทนต์จากต่างประเทศเข้ามา คุณเลือก
จากอะไรเป็นสำ�คัญ
A:	 เลือกที่คนอื่นเขาไม่ทำ� แต่ดิฉันทำ� และดิฉันก็ทำ�แล้วเกิดทุกอันด้วย
เพราะทุกอย่างที่เอาเข้ามาเราต้อง transform คำ�ว่า transformation
(การเปลี่ยนแปลง) เนี่ยเหมาะกับดิฉันมาก คือดิฉัน transform ตัวเองจาก
ชายกลายเป็นหญิง ดิฉัน transform ธุรกิจจากโฮมวิดีโอให้กลายเป็นธุรกิจ
หลายพันล้านในการขายคอนเทนต์ ดิฉัน transform คอนเทนต์ต่างประเทศ
ซึ่งคนดูไม่รู้เรื่อง มาเป็นคอนเทนต์ที่คนไทยติดกันเป็นยาเสพติดทางสายตา
ทั้งประเทศไทย และดิฉันยัง transform เพลงไทยใส่ลงไปแล้วกลายเป็น
ธุรกิจใหม่ อย่างปีนี้คอนเสิร์ตก็เพิ่งจะจบไป บัตรก็ขายหมดเกลี้ยงทุกอย่าง
Q:	 คอนเทนต์ของ JKN เป็นแบบไหน
A:	 โอปราห์วินฟรีย์เป็นต้นแบบดิฉันเลยในเรื่องนี้ดิฉันต้องการให้คอนเทนต์
ช่วยสอน นำ�ทาง และให้แรงบันดาลใจคน นี่คือหน้าที่ของคนค้าคอนเทนต์
คือค้าอาหารสมอง ถ้าไม่มีความรับผิดชอบตรงนี้ ก็เท่ากับไม่มีจรรยาบรรณ
เพราะฉะนั้นแอนก็จะไม่ขายอะไรที่แบบว่ามันเอ็กซ์ มันเซ็กส์ นอกจากเรา
แต่งเอ็กซ์ อันนั้นโอเค มันเป็นความพึงพอใจส่วนตัว แต่ว่ากับคอนเทนต์
เราจะไม่ทำ�
	 คอนเทนต์ของเรามีทั้งบันเทิง ให้คนได้ความสุข แต่ขณะเดียวกันเราก็มี
สารคดี แล้วก็มีรายการข่าวอย่าง CNBC ที่ทำ�ให้คนได้ความรู้ เกิดแรงบันดาลใจ
แม้กระทั่งประวัติชีวิตของแอน จักรพงษ์ ก็คือคอนเทนต์ให้เด็กรุ่นใหม่ๆ ได้เห็น
ให้คนที่เกิดมาแล้วรู้สึกว่าตัวเองดีไม่พอ ไม่เป็นชายจริงหญิงแท้ เก่งไม่พอ
พูดติดอ่าง ตาเข ไม่เห็นหล่อเลย ผิวก็ไม่ดี สิวก็เยอะ ผมก็ร่วง อ้วนก็อ้วน
คือไม่มีใครพอใจอะไรในตัวเองน่ะกรุณาคิดเลยว่าอย่างดิฉันเนี่ยเกิดผิดร่างนะ
ความอดทนที่ต้องอยู่กับร่างที่ไม่ใช่เรามันแค่ไหน ชีวิตของเราเป็นคอนเทนต์ได้
เป็นแรงบันดาลใจได้ ว่าหนักเบาเอาสู้ไปเถอะ อะไรเล็กๆ น้อยๆ ก็อดทนซะ
มันไม่มีอะไรมาง่ายบนโลกหรอก ฉะนั้นตัวเราก็ต้องเป็นคอนเทนต์ที่ดีให้กับ
ประชาชน สร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่นด้วยตัวเราเอง ...กล้าคิด กล้าริเริ่ม
และกล้าทำ� และทำ�ให้สำ�เร็จ คือแอน จักรพงษ์ค่ะ
CREATIVE INGREDIENTS
การเป็น Transgender ให้อะไรกับคุณ
ทุกอย่าง ความคิดสร้างสรรค์ ไม่ใช่เฉพาะผู้หญิงข้ามเพศนะ LGBT
หมดทุกคนเลย มันคงจะมาพร้อมยีน พร้อมเพศพันธุ์ พร้อมกับ
สายเลือดล่ะมั้ง ที่มันเกิดมาไม่เหมือนปกติ คือชายจริงหญิงแท้หลายคน
เขาก็มีความคิดสร้างสรรค์ แต่LGBT อาจจะโดดเด่นตรงที่ว่าเรามีจริต
จะก้าน แล้วก็แบบ...บรรเจิด
วิธีคิดแบบแอน JKN
การคิดแบบมี Growth Mindset คนเราต้องอย่ามี Fixed Mindset
ไม่งั้นคุณจะอยู่แต่ในกรอบ แต่ถ้ามีคำ�ว่าGrowthMindset คุณคิดบวก
มองเห็นความเป็นไปได้ ก็จะเห็นโซลูชัน เห็นปัญญาที่เกิดมาจากปัญหา
แล้วสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ตลอดเวลา ทำ�ให้เราแพรวพราว พลิกแพลง
ต่อยอดไปได้ทุกทาง เพื่อทำ�ให้ตัวเองออกไปสู่โซลูชันให้ได้
แรงบันดาลใจของแอน JKN
การทำ�งานทุกอย่างต้องเกิดจากแพสชัน อย่าทำ�งานด้วยแรงจูงใจ
ต้องแรงบันดาลใจ ไม่ใช่สมัครงานอันไหนได้เงินเดือนเยอะ ก็ไปทำ�
แต่ถ้าคุณอยู่ด้วยแพสชัน คุณจะลับคมมีดตัวเองไปเรื่อย ๆ แล้วที่สุด
ก็จะมีแต่คนมารุมใช้บริการคุณ มาซื้อของคุณ แล้วเงินมันจะมาเอง
CREATIVE THAILAND I 34
Creative Solution : คิดทางออก
ตลาดแรงงานวันนี้กำ�ลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ปัจจัยที่เกี่ยวข้องมี
หลากหลาย ทั้งลักษณะงาน ความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง ทักษะ
แรงงาน เทคโนโลยีในการผลิต วัฒนธรรมในที่ทำ�งาน ฯลฯ ปัจจัยเหล่านี้
นำ�มาซึ่งโอกาสใหม่ ๆ ที่แรงงานจะได้ทำ�งานที่ ‘ดีกว่าเดิม’ และยกระดับ
คุณภาพความเป็นอยู่ของตนเอง...เหตุผลเหล่านี้เองที่ทำ�ให้คนเปลี่ยนงาน
	 แรงงานในภูมิภาคอาเซียนก็เช่นกัน องค์การแรงงานระหว่างประเทศ
(International Labour Organization) รายงานในปี 2019 ว่า ปัจจุบัน
มีแรงงานข้ามประเทศราว 20.2 ล้านคนที่มาจากประเทศในกลุ่มอาเซียน
	 ในจำ�นวนนั้น เกือบ 6.9 ล้านคนทำ�งานอยู่ในภูมิภาคอาเซียน
ซึ่งสำ�นักงานกิจการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ (UN DESA)
รายงานว่า ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นกว่า 5 เท่า ตั้งแต่ค.ศ.1990 เป็นต้นมา ก่อให้เกิด
การเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำ�คัญ น่าสังเกตว่า จำ�นวนแรงงานหญิง
ที่ย้ายถิ่นฐานไปทำ�งานในภูมิภาคอาเซียนเพิ่มขึ้นอย่างมากใน 30 ปีที่
ผ่านมา และเป็นจำ�นวนเกือบครึ่งของแรงงานทั้งหมด (48.7%)
	 หนังสือพิมพ์ The Business Times ของสิงคโปร์ รายงานเมื่อเร็วๆ นี้ว่า
สิงคโปร์เป็นประเทศเป้าหมายอันดับหนึ่งสำ�หรับแรงงานข้ามชาติในอาเซียน
(ผลสำ�รวจจากแรงงานราว 3,500 คนใน 11 ประเทศในเอเชีย) นำ�หน้า
ประเทศเป้าหมายยอดนิยมอย่างประเทศในยุโรปและอเมริกาเหนือ โดย
แรงงานจากอินโดนีเซีย ไทย มาเลเซีย เวียดนาม ญี่ปุ่น อินเดีย และจีน
เรื่อง : กรณิศ รัตนามหัทธนะ
ไป ๆ มา ๆ ในอาเซียน
เทรนด์การย้ายงานในภูมิภาคบ้านใกล้เรือนเคียงวันนี้
ที่มา: บทความ “MigrantcrackdownshitASEAN’slaborflow” โดยTakashiNakano และ
Yukako Ono จาก asia.nikkei.com / บทความ “Migration in Asia: Where is everybody
going?” โดย Bart Edes จาก weforum.org / บทความ “Singapore top choice for
Aseantalent:survey” โดยAseanBusinessstaff จากbusinesstimes.com.sg/ บทความ
ข่าว “งาน 12th ASEAN Forum on Migrant Labour” จาก ilo.org/asia
จํานวน
แรงงานข้ามประเทศ
ASEAN
20.2ล้านคน
แรงงานข้ามประเทศ
ที่ทํางานในภูมิภาค
ASEAN
6.9ล้านคน
ปี 2019
ต่างต้องการไปทำ�งานที่สิงคโปร์ ในขณะที่แรงงานสิงคโปร์เองก็ไม่ค่อยอยาก
ย้ายไปทำ�งานที่อื่น
	 สำ�หรับสิงคโปร์ แรงงานต่างชาติมีสัดส่วนเกือบ 30% ของจำ�นวน
ประชากร แรงงานต่างชาติที่มีฝีมือ(ภาคการเงินและเทคโนโลยีสารสนเทศ)
ได้ช่วยให้อุตสาหกรรมของสิงคโปร์พัฒนาไปถึงระดับที่เป็นฮับของภูมิภาค
ในขณะที่แรงงานที่ใช้ทักษะตํ่าลงมา (เช่น อุตสาหกรรมก่อสร้าง) ก็ช่วยให้
กิจกรรมทางเศรษฐกิจของสิงคโปร์เติบโตอย่างรวดเร็ว
	 ส่วนอุตสาหกรรมที่แรงงานอยาก ‘ย้ายไปทำ�’ ก็คือ อุตสาหกรรม
การผลิตในอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ อุตสาหกรรมสุขภาพและชีววิทยาศาสตร์
(Life Sciences) ในสิงคโปร์ งานบริการเฉพาะทางในมาเลเซีย และ
อุตสาหกรรมที่ ‘น่าทำ�’ ในประเทศไทย คืออุตสาหกรรมค้าปลีก ทั้งนี้
หากวัดทั้งภูมิภาคอาเซียน อุตสาหกรรมที่ได้ความนิยมจากแรงงานซึ่ง
อยากเปลี่ยนมาทำ�มากเป็นอันดับหนึ่งก็คือ อุตสาหกรรมเทคโนโลยีและ
โทรคมนาคม
	 หนังสือพิมพ์ Nikkei Asian Review รายงานเมื่อปี 2018 ว่า
อุตสาหกรรมที่ต้องการแรงงานมากในอาเซียน ประสบปัญหาขาดแคลน
แรงงานเรื่อยมา ไทยและมาเลเซียเป็นสองประเทศที่ประสบปัญหาดังกล่าว
ยกตัวอย่างบริษัท Top Gloves ของมาเลเซียที่เป็นบริษัทผลิตถุงมือยาง
ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และอุตสาหกรรมประมงที่สมุทรสาครของไทย ต่างประสบ
ภาวะขาดแคลนแรงงาน เพราะภาครัฐกวดขันเรื่องใบอนุญาตทำ�งานของ
แรงงานต่างด้าว
	 แรงงานเหล่านี้มาจากพม่า ลาว กัมพูชา และอินโดนีเซีย หรือจาก
ประเทศนอกอาเซียนอย่างบังคลาเทศและเนปาล ค่าแรงที่แรงงานเหล่านี้ได้
รับและส่งกลับไปให้ครอบครัวช่วยพยุงเศรษฐกิจในประเทศบ้านเกิด แต่เมื่อ
มาเลเซียและไทยเข้มงวดเรื่องใบอนุญาตทำ�งาน ทำ�ให้แรงงานจำ�นวนมาก
ตัดสินใจกลับบ้าน เจ้าของธุรกิจจึงมีต้นทุนเพิ่มขึ้น เพราะต้องขึ้นค่าแรงเพื่อ
ดึงดูดใจแรงงานที่ถูกกฎหมาย
	 อย่างไรก็ตาม แม้งานที่เราทำ�อยู่วันนี้จะยังไม่ถูกแย่งไปโดยแรงงาน
ข้ามชาติจากประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน แต่ในภาวะที่โลกเปลี่ยนแปลง
อย่างรวดเร็วไม่หยุดยั้ง ถ้าเราไม่เร่งพัฒนาฝีมือตนเอง สักวันหนึ่ง อุตสาหกรรม
ที่เราอยู่ งานที่เราทำ� ก็อาจเป็นที่หมายปองของคนทำ�อาชีพเดียวกันใน
ประเทศเพื่อนบ้านซึ่งอาจได้งานของเราไปทำ�ก็เป็นได้
chiangmaidesignweek.com
นิตยสารคิด (Creative Thailand) ฉบับเดือนตุลาคม 2562

นิตยสารคิด (Creative Thailand) ฉบับเดือนตุลาคม 2562

  • 1.
    ตุลาคม 2562 ปีที่11 I ฉบับที่ 1 แจกฟรี The Creative แอน JKN How to เปิดประตู 5 บาน...เริ่มทำ�ธุรกิจกับเพื่อนบ้าน Fact and Figure ส่องทิศทางถนนสายสร้างสรรค์ของชาติอาเซียน
  • 3.
    Competition makes us faster; Collaboration makesus better. การแข่งขันอาจไปได้เร็ว แต่การร่วมมือกันไปได้ไกล PhotobyIanStaufferonUnsplash
  • 4.
    Contents : สารบัญ CreativeUpdate 6 เจาะตลาดอาเซียนด้วยการท่องเที่ยวแบบ ฮาลาล / Thailand 4.0 สู่การเป็น Medical Hub ของอาเซียน / อี-สปอร์ต...สปิริตที่ ขับเคลื่อนภูมิภาค Creative Resource 8 Featured Article / Book / Film MDIC 10 ทำ�ความรู้จักงานคราฟต์ของเวียดนาม ผ่าน VIETCRAFT Cover Story 12 ASEAN Creative Awakening Fact and Figure 18 ส่องทิศทางถนนสายสร้างสรรค์ ของชาติอาเซียน Creative Business 20 LOVER Brand ส่งออกความรักผ่านเครื่องประดับ สู่ตลาดอาเซียน How To 23 เปิดประตู 5 บาน เริ่มทำ�ธุรกิจกับเพื่อนบ้าน Creative Place 24 The Revival of Indonesia The Creative 28 แอน จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ (แอน JKN) สร้างการเสพติดทางสายตา เมื่อมูลค่าคอนเทนต์อยู่ที่วัฒนธรรม Creative Solution 34 ไป ๆ มา ๆ ในอาเซียน เทรนด์การย้ายงาน ในภูมิภาคบ้านใกล้เรือนเคียงวันนี้ CREATIVE THAILAND I 4     -    - 3.0     -    - 3.0 จัดทำ�โดย l สํานักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) (CEA) 1160 อาคารไปรษณีย์กลาง ถนนเจริญกรุง แขวงบางรัก เขตบางรัก กรุงเทพฯ 10500 โทร. 02 105 7400 แฟกซ์. 02 105 7450 พิมพ์ที่ี l บริษัท สหมิตรพริ้นติ้งแอนด์พับลิสชิ่ง จำ�กัด โทร. 02 903 8257-9 จำ�นวน 15,000 เล่ม ติดต่อลงโฆษณา: Commu.Dept@tcdc.or.th นิตยสารฉบับนี้ใช้หมึกพิมพ์จากนํ้ามันถั่วเหลืองที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ทั้งยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และใช้กระดาษ รีไซเคิล ซึ่งเป็นผลผลิตของผู้ประกอบการไทย จัดทำ�ภายใต้โครงการ “CreativeThailand สร้างเศรษฐกิจไทยด้วยความคิดสร้างสรรค์” โดยสํานักงานส่งเสริมเศรษฐกิจ สร้างสรรค์(องค์การมหาชน)(CEA) ซึ่งมีเป้าหมายในการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์(CreativeEconomy) และผลักดันการใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย บรรณาธิการที่ปรึกษา l อภิสิทธิ์ ไล่สัตรูไกล บรรณาธิการอำ�นวยการ l มนฑิณี ยงวิกุล ที่ปรึกษา l เลอชาติ ธรรมธีรเสถียร บรรณาธิการบริหาร l พัชรินทร์ พัฒนาบุญไพบูลย์ กองบรรณาธิการ l ปุญญิศา เปล่งรัศมี และ ปิยวรรณ กลิ่นศรีสุข เลขากองบรรณาธิการ l ณัฐชา ตะวันนาโชติ ศิลปกรรม l ชิดชน นินนาทนนท์ ประสานงานกองบรรณาธิการ l วนบุษป์ ยุพเกษตร ช่างภาพและมัลติมีเดีย l ภีร์รา ดิษฐากรณ์ เว็บไซต์ l นพกร คนไว
  • 5.
    CREATIVE THAILAND I5 Editor’s Note : บทบรรณาธิการ ความสำ�เร็จในการส่งซอฟต์พาวเวอร์ของเกาหลีใต้ผ่านซีรีส์และเหล่าไอดอล กลายเป็นตัวอย่างให้หลายประเทศยอมรับว่า ความคิดสร้างสรรค์ที่ถูกส่งผ่าน บทละครหรือการสร้างคาแร็กเตอร์ให้วงดนตรีนั้น ทำ�ให้สินค้าและการท่องเที่ยว บูมขึ้นทันตาเห็น จนญี่ปุ่นต้องพลิกเกมสู้ ไม่เว้นแม้แต่ประเทศจีน ที่ใช้ความคิด สร้างสรรค์ได้อย่างครบเครื่อง ตั้งแต่เทคโนโลยีเอไอไปจนถึงการผลิตละครจีน ที่กลับมาดังเปรี้ยงปร้างด้วยบทและโปรดักชันอันทันสมัย สามารถแข่งขันกับ ซีรีส์เกาหลีใต้และญี่ปุ่นได้อย่างสบาย ๆ หรือถึงขั้นแซงหน้าด้วยการพลิกแพลง นิยายสายวายให้กลายเป็นซีรีส์มิตรภาพลูกผู้ชาย ‘ปรมาจารย์ลัทธิมาร’ ที่ นำ�แสดงโดย หวังอี้ป๋อ และเซียวจ้าน สองหนุ่มดาราดังที่ขณะนี้ถูกเรียก รวมกันว่า#ป๋อจ้าน ได้สร้างกระแสคลั่งไคล้ในกลุ่มแฟนคลับอย่างคับคั่งทั้งใน ประเทศจีนเองและต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศไทย ที่กลายเป็นสถานที่ ในการจัดแฟนมีทติ้งให้กับหนุ่ม ๆ จากหุบเขากูซู แทนที่จะเป็นประเทศจีนเอง ด้วยเหตุที่ว่าการจัดกิจกรรมที่สร้างภาพลักษณ์แบบชายรักชายยังไม่สามารถ ทำ�ได้ที่เมืองจีน แต่สำ�หรับประเทศไทยอาจจะเรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของสายวาย ด้วยเนื้อหาของซีรีส์ที่เล่นจริง จูบจริง จนส่งผลให้คู่พระ-พระ ของไทยเองก็มี โอกาสสร้างกระแสในต่างประเทศไม่แพ้พระนางคู่อื่น ในการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ วัฒนธรรมเป็นเหมือนวัตถุดิบสำ�คัญ ในการแปรรูปสู่สินค้าและบริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมบันเทิง ไม่ว่า จะเป็นหนัง เพลง เกม แอนิเมชัน ที่ประเทศสมาชิกในอาเซียนต่างหมายมั่น ปั้นมือจะสร้างให้เป็นอุตสาหกรรมนำ�ชัย นอกเหนือไปจากการออกแบบ แฟชั่น หัตถกรรม อาหาร และการท่องเที่ยว ซึ่งแน่นอนว่า ทุกประเทศในอาเซียน ต่างก็รํ่ารวยทั้งวัฒนธรรมและทักษะฝีมือที่เปรียบเหมือนขุมทรัพย์ที่รอวัน แปรสภาพ หากยังมีอีกองค์ประกอบสำ�คัญที่อ้างอิงจากริชาร์ด ฟลอริดา (Richard Florida) ผู้โด่งดังจากการเขียนหนังสือ The Rise of the Creative Class ในปี2002 ว่า สังคมที่เปิดกว้าง(Tolerance) ยอมรับความต่างของเชื้อชาติ ศาสนา ไปจนถึงเพศสภาพ เป็นปัจจัยที่สนับสนุนให้อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เกิดและเติบโตพอ ๆ กับอีกสองปัจจัย คือ การรวมตัวของกลุ่มนักสร้างสรรค์ (Talent) และโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีที่ดี (Technology) ซึ่งสองปัจจัยหลังนี้ ถ้าเราสแกนนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศในอาเซียน ก็จะพบว่าถูกสอดแทรกอยู่ในนโยบายหลักของหน่วยงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการ ปลดล็อกด้านกฎหมายของอินโดนีเซียจนกลายเป็นบ้านของยูนิคอร์นให้เหล่า สตาร์ตอัพ การให้ทุนสนับสนุนงานศิลปะอย่างเป็นลํ่าเป็นสันของสิงคโปร์ การให้ความสำ�คัญกับการพัฒนาเมืองสร้างสรรค์ของมาเลเซียและฟิลิปปินส์ รวมถึงการจัดทำ�ข้อมูลวัฒนธรรมเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาในกัมพูชา ลาว และพม่า ส่วนในประเทศไทยก็อยู่ในช่วงของการจัดทำ�นโยบายเพื่อ สนับสนุนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ แต่ทว่างานสร้างสรรค์ของไทยนั้นถูกจัดให้อยู่ในแถวหน้าของอาเซียน นั่นเพราะนอกจากที่ไทยจะเป็นแหล่งรวมนักสร้างสรรค์หลากหลายสาขาแล้ว เรายังมีชัยภูมิทางสังคมซึ่งเหมาะจะเป็นที่ตั้งของหุบเขากูซูที่เหล่าปรมาจารย์ จะสามารถรักกันได้อย่างเปิดเผย โดยไม่ต้องปรับเนื้อหาจนทำ�ให้เหล่า แฟนคลับต้องจินตนาการต่อยอดจากเรื่องราวของมิตรภาพให้ฟินน้อยลงกว่า ที่ควรจะเป็น มนฑิณี ยงวิกุล บรรณาธิการอำ�นวยการ หุบเขากูซู ที่ประเทศไทย dramafast.com
  • 6.
    CREATIVE THAILAND I6 Creative Update : คิดทันโลก เจาะตลาดอาเซียน ด้วยการท่องเที่ยวแบบฮาลาล เรื่อง : นพกร คนไว เรื่อง : นพกร คนไว ชาวมุสลิมนับเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำ�ลัง ซื้อมหาศาล โดยเฉพาะในอาเซียนที่มีชาวมุสลิม มากกว่า240 ล้านคน และนั่นเป็นเหตุผลที่ตลาด การท่องเที่ยวแบบฮาลาลเติบโตขึ้นอย่างมาก ภายในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รายงานของ The Mastercard-Crescent Rating Global Muslim Travel Index 2019 (GMTI) ได้สรุปผลสำ�รวจการเติบโตของการท่องเที่ยวฮาลาล พบว่า อินโดนีเซียได้ขยับขึ้นเป็นอับดับ 1 ของ ประเทศที่มีนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมมากที่สุด เคียงคู่ไปกับมาเลเซีย ซึ่งทั้งสองประเทศอยู่ใน กลุ่มองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) ส่วน ประเทศไทยรั้งอันดับสองรองจากสิงคโปร์ เมื่อเทียบกับสิบอันดับประเทศที่ไม่เป็นสมาชิก องค์การความร่วมมืออิสลาม การบริการและสิ่งอำ�นวยความสะดวกที่เป็น พื้นฐานของผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม คือเหตุผล หลักที่หลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลายเป็นจุดหมายปลายทางหลักสำ�หรับ นักท่องเที่ยวชาวมุสลิม ตัวอย่างเช่นอินโดนีเซีย ที่ประชาชนมากกว่า 87% นับถือศาสนาอิสลาม ทำ�ให้สามารถหาร้านฮาลาลได้ง่าย รวมไปถึง ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำ�วัน นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังเข้ารับบริการของโรงพยาบาลที่ ให้การรักษาเป็นไปตามหลักฮาลาลได้ง่าย อีกทั้ง มีสถานที่ทางศาสนาอย่างมัสยิดที่มีทั้งความ สวยงามและสำ�คัญอีกหลายแห่ง ส่วนสิงคโปร์ ที่แม้จะมีประชากรที่นับถือ ศาสนาอิสลามอยู่เพียง14% แต่ก็สามารถขึ้นเป็น ประเทศอันดับหนึ่งของประเทศที่ไม่เป็นสมาชิก องค์การความร่วมมืออิสลาม ด้วยการปรับเปลี่ยน รูปแบบการบริการและธุรกิจมากมายที่รองรับ ข้อปฏิบัติตามหลักศาสนา เช่น การกำ�หนด ให้ฟู้ดฮอว์เกอร์ต่าง ๆ และฟู้ดคอร์ตในสนามบิน แห่งชาติชางงีมีโซนอาหารฮาลาลและไม่เป็น ฮาลาลแยกเป็นสัดส่วนชัดเจน อีกทั้งสิงคโปร์ ยังเป็นประเทศที่ตั้งของสำ�นักงาน Have Halal Will Travel เว็บไซต์แนะนำ�การท่องเที่ยวแบบ ฮาลาลที่ได้รับความนิยมจากทั่วโลกอีกด้วย สำ�หรับประเทศไทยนอกจากโรงแรมอัลมีรอซ (AlMeroz) ที่เป็นโรงแรมฮาลาลแห่งแรกของไทย ซึ่งมีสิ่งอำ�นวยความสะดวกสำ�หรับชาวมุสลิมและ แพ็คเกจสำ�หรับเทศกาลรอมฎอนเป็นพิเศษแล้ว สำ�นักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) และศูนย์อำ�นวยการบริหารชายแดนใต้ (ศอบต.) ยังได้ร่วมมือกันผลักดันให้กลุ่มผู้ประกอบการใน จังหวัดชายแดนใต้ได้มีโอกาสทางธุรกิจฮาลาล มากขึ้นด้วย โดยได้จัดให้มีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำ� ปรึกษาด้านผลิตภัณฑ์และการตลาด เพื่อให้เกิด การลงทุนในจังหวัดชายแดนใต้ที่ประชากรส่วน ใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม เตรียมพร้อม เจาะตลาดการท่องเที่ยวฮาลาลในอนาคต ที่มา : Mastercard-Crescent Rating Global Muslim Travel Index 2019 / บทความ “Halal tourism boom draws Muslim holidaymakers to Asia” โดย IAN LLOYD NEUBAUER จาก asia.nikkei.com / บทความ “Jokowi plans to replicate Bali’s success in 10 other Indonesian spots” โดย Francis Chan จาก straitstimes.com / บทความ “Singapore could be Asia’s next halal destination” จากTHEJAKARTAPOST/ บทความ “อบจ. ภูเก็ต จัดงานภูเก็ตอันดามันฮาลาลเอ็กซ์โป ประจำ�ปี 2562” จาก siangtai.com Thailand 4.0 สู่การเป็น Medical Hub ของอาเซียน อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร หรือ Medical Hub คือหนึ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการใช้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่เพื่อเป็นกลไกในการ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคต (New S-Curve) และเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ไทยกำ�ลังเดินหน้า ไปเป็นศูนย์กลางของอาเซียนตามนโยบาย Thailand 4.0 ในปีที่ผ่านมา มีอีกความหวังหนึ่งของวงการ แพทย์ไทยนั่นคือ การร่วมมือกันของ3 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(วท.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และกระทรวง ศึกษาธิการ (ศธ.) แต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนา และขับเคลื่อนย่านนวัตกรรมสุขภาพโยธี(YMID) ที่ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิจนถึง บริเวณถนนพระราม 6 ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงพยาบาล มากกว่า 10 แห่ง เพื่อเนรมิตให้พื้นที่นี้กลายเป็น ย่านที่ตอบสนองการให้บริการทางการแพทย์ อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งสามารถรองรับคนไข้ ได้เป็นจำ�นวนมาก นอกจากนี้ ไทยยังมีศักยภาพที่จะเป็นศูนย์รวม ของการสร้างนวัตกรรมการแพทย์สมัยใหม่ อีกทั้งยังมีแผนพัฒนาเมืองเชียงใหม่ให้กลายเป็น Medical Health Hub ควบคู่ไปกับการเป็น สมาร์ตซิตี้ โดยการพัฒนาแอพพลิเคชันให้ ประชาชนเข้าถึงการรักษาได้อย่างสะดวก เร่งพัฒนาโรงพยาบาลต่างอำ�เภอให้รองรับผู้ป่วย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความหนาแน่นของ โรงพยาบาลในตัวเมือง และการพัฒนาบุคลากร เพื่อรองรับการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุของไทย และของโลกในอนาคต PhotobyMihaiSurduonUnsplash PhotobyHikeShawonUnsplash
  • 7.
    CREATIVE THAILAND I7 เรื่อง : ภีร์รา ดิษฐากรณ์ ที่มา: บทความ “เชิญพร เต็งอำ�นวย ปั้น “MedicalHub” จาก prachachat.net/ บทความ “เชียงใหม่เร่งดันโรดแมป ‘เมดิคัล ฮับ’ มุ่งสู่ Wellness City-เมืองรองรับเมืองผู้สูงอายุ” จาก prachachat.net / บทความ “ย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธี ศูนย์กลางนวัตกรรมและบริการทางการแพทย์ สุขภาพ ครบวงจร ของไทย”จากผู้จัดการออนไลน์/บทความ“MalaysiaMedical Tourism Market 2019 Global Analysis, Share, Trend, Key Players, Opportunities Forecast To 2022” จาก travelwirenews.com / บทความ “Medical Tourism In Singapore “NoLongerAPriority” จากInternationalMedical TravelJournal(imtj.com)/ บทความ “Thailand’sMICE Industry Report Medical Hub” โดย สำ�นักงานส่งเสริม การจัดประชุมและนิทรรศการ ที่มา: บทความ “‘ส.บอล-ธ.ออมสิน’ เปิดศึกGSBE-CUP2019 ดวล ‘PES 2020’ ชิงเงินรวม 3 ล้านบาท” (29 สิงหาคม 2562) โดย ผู้จัดการออนไลน์ จาก mgronline.com / รายงาน “Digital 2019: Understanding The Esports Opportunity” (25 กรกฎาคม 2019) โดย Simon Kemp จาก datareportal.com / วิดีโอ “เผย 6 เกม ชิงชัยอีสปอร์ต ซีเกมส์ 2019 เรื่องรอบขอบสนาม” (17 มกราคม 2019) โดย Thairath จาก youtube.com หากดูที่คู่แข่งของไทย ประเทศซึ่งเคยเป็น ในจุดหมายหลักของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ อย่างสิงคโปร์ กลับถูกประเทศเพื่อนบ้านเช่นไทย และมาเลเชียแซงหน้า โดยเหตุผลหลักคือ ค่าครองชีพและค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้น ทำ�ให้ นักท่องเที่ยวเลือกจะเดินทางไปยังประเทศที่ ประหยัดกว่า จากรายงานของ Singapore Tourism Board พบว่า ยอดของนักท่องเที่ยวที่ เดินทางเพื่อมารับบริการด้านสุขภาพในสิงคโปร์ ลดลงกว่า 4 เปอร์เซ็นต์จากปีที่แล้ว ขณะที่มาเลเซียกลับเป็นประเทศที่มีการ เติบโตขึ้นมากในตลาดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เนื่องจากมีความพร้อมด้านการบริการของโรงพยาบาล ที่ถูกออกแบบมาอย่างดีในระดับนานาชาติ อีกทั้ง ยังมีตัวเลือกด้านการรักษาทั้งแพทย์แผนตะวันตก และตะวันออก เช่น สมุนไพรจีน และการฝังเข็ม บุคลากรมีความเชี่ยวชาญรอบด้าน โดยเฉพาะทักษะ การสื่อสารภาษาอังกฤษที่ใกล้เคียงเจ้าของภาษา จุดแข็งอีกประการของมาเลเซียคือการท่องเที่ยวแบบ ฮาลาลที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่มนี้ได้เป็น จำ�นวนมาก โดยคาดว่าตลาดการท่องเที่ยวเชิง สุขภาพจะสร้างรายได้ให้มาเลเซียได้มากกว่า535 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี2022 และทำ�ให้มาเลเซีย เป็นคู่แข่งน่าจับตามองอีกหนึ่งประเทศในอาเซียน แม้ปัจจุบันนี้ ไทยจะเป็นจุดหมายปลายทาง ของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอันดับที่13 ของโลก (รายงานจากGlobalWellnessInstitute) แต่หาก เราไม่เร่งพัฒนาอุตสาหกรรมการแพทย์ให้ครบ วงจร ทั้งด้านการรักษา การวิจัยและผลิตอุปกรณ์ ทางการแพทย์การพัฒนายาและเวชภัณฑ์ตลอดจน การพัฒนาบุคลากรให้มีความสามารถรองรับ บริการระดับสากล การจะเป็นMedicalHub ของ อาเซียนก็อาจไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด อี-สปอร์ต สปิริตที่ขับเคลื่อนภูมิภาค ความภาคภูมิใจที่เกิดจากชัยชนะในเกมกีฬาเป็น สิ่งที่ขาดไปไม่ได้ในการสร้างสปิริตของชาติ ปัจจุบันกระแสการแข่งขันอี-สปอร์ตได้รับ ความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมากทั้งในประเทศไทย และในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน ไม่ว่าจะเป็น การแข่งขันในกลุ่มเล็ก ๆ หรือไปจนถึงระดับลีก แถมยังมีผู้ให้ความสนใจมากพอ ๆ กับการรับชม การแข่งขันกีฬาระดับประเทศหลายรายการใหญ่ ทำ�ให้หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนต่าง ให้ความสนใจและให้การสนับสนุน สะท้อนให้ เห็นจากจำ�นวนเงินรางวัลของการแข่งขันรายการ อี-สปอร์ตต่าง ๆ อย่างเช่น รายการ Toyota E-League Pro ซึ่งเป็นการแข่งขันระดับอาชีพ อย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย หรือ รายการGSBE-CUP2019THAILAND การแข่งขัน เกมฟุตบอลที่มีเงินรางวัลรวมสูงสุดถึง3 ล้านบาท ซึ่งมากที่สุดเป็นลำ�ดับที่ 6 ของโลก จากการ เปิดรับสมัครผู้เข้าแข่งขันทั่วทั้งทวีปเอเชีย หลายคนคงสงสัยว่า ทำ�ไมเหล่านักลงทุน และสปอนเซอร์ทั้งหลาย ถึงได้ให้การสนับสนุน การแข่งขันกีฬาอี-สปอร์ตในกลุ่มประเทศอาเซียน งานวิจัยและข้อมูลจากDigital2019Q3Global Digital Statshot โดย We Are Social และ Hootsuite รายงานว่า ปัจจุบันมีจำ�นวนประชากร ทั่วโลกที่รับชมการแข่งขันกีฬาอี-สปอร์ตประมาณ 1 พันล้านคน เมื่อคิดเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ต่อ จำ�นวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในแต่ละประเทศแล้ว พบว่า ประเทศที่มีเปอร์เซ็นต่อผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่ รับชมการแข่งขันมากที่สุดในโลกคือ ประเทศจีน (40%) มากกว่า 300 ล้านคน โดยอันดับที่ 2, 3 และ4 เป็นของเวียดนาม(33%) ฟิลิปปินส์(29%) และตามด้วยประเทศไทย (25%) อีกทั้งสถิติ การรับชมถ่ายทอดสดการเล่นเกม (Game Streaming) บนแพลตฟอร์มอย่าง Twitch ที่มี ผู้รับชมทั่วโลกกว่า 1.25 พันล้านคน พบว่า ประเทศจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้นก็ติด อันดับต้น ๆ ของโลกที่รับชมการแข่งขันผ่าน ช่องทางนี้ โดยอันดับ 1 ของโลก เป็นของ ฟิลิปปินส์ อันดับ 2 คืออินโดนีเซีย ส่วนไทย อยู่ในลำ�ดับที่ 5 ลำ�ดับที่ 6 และ 7 เป็นของ เวียดนาม และมาเลเซียตามลำ�ดับ และอีกไม่นาน นี้ในวันที่ 30 พฤศจิกายน - 11 ธันวาคม 2562 ก็ยังจะมีการจัดการแข่งขันอี-สปอร์ตครั้งแรก ที่บรรจุเข้าเป็นกีฬาชิงเหรียญรางวัลถึง 6 เหรียญทองในการแข่งขันซีเกมส์2019 ที่ประเทศ ฟิลิปปินส์ ปริมาณผู้ชมอี-สปอร์ตนั้นเป็นตัวชี้วัดสำ�คัญ ที่เป็นเหตุผลให้นักลงทุนและบรรดาผู้สนับสนุน มองเห็นโอกาสในการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมาย เช่นเดียวกับการขยายตัวของอุตสาหกรรม อี-สปอร์ตทั่วโลกที่มีมูลค่าสูงถึง900 ล้านเหรียญ สหรัฐฯ วงการนี้จึงไม่ใช่แค่เพียงเกมเพื่อการ ผ่อนคลายอย่างเดียวอีกต่อไป แต่คือตลาด การลงทุนสำ�คัญของภูมิภาคอาเซียน และยังอาจ เป็นโอกาสใหม่ให้เยาวชนในกลุ่มประเทศสมาชิก มีพื้นที่ในการปล่อยของ มีอาชีพที่สร้างรายได้ และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติได้ในที่สุด facebook.com/buriramunitedesports
  • 8.
    CREATIVE THAILAND I8 Creative Resource : วัตถุดิบทางความคิด เรื่อง : ปุญญิศา เปล่งรัศมี FEATU RED ARTICLE Future Consumer 2020 โดย Andrea Bell เราจะเป็นผู้นำ�ในตลาดโลกได้อย่างไร นอกเสียจากต้องทำ�ความเข้าใจความแตกต่างและหลากหลายของตลาดแต่ละแห่งในโลก ขณะที่ก็ยังมีอีกคำ�ตอบ นั่นคือการต้องเป็นผู้สร้างนวัตกรรมที่สอดคล้องกับอนาคต ในปี2020 ผู้บริโภคมีแนวโน้มในการเลือกซื้อสินค้าที่แตกต่างจากเดิมอย่างไร พวกเขาคาดหวังอะไรจากแบรนด์ และสิ่งใดจะเข้ามามีบทบาทในปีนี้บ้าง WGSN (World Global Style Network) Insight เครื่องมือช่วยคาดการณ์แนวโน้มหรือเทรนด์โลกได้วิเคราะห์เทรนด์และแนวโน้มต่าง ๆ ในเรื่องของผู้บริโภค การตลาด ธุรกิจค้าปลีก ไปจนถึงแนวโน้มของนวัตกรรมโลก ได้ข้อสรุปว่าในปี2020 สิ่งที่จะเข้ามาขับเคลื่อนโลกของเรามีอยู่3 ประเด็น ต่อไปนี้1) ทศวรรษ นี้ให้ความสำ�คัญในเรื่องเกี่ยวกับเชื้อชาติ ชาติพันธุ์ และความคิดความเชื่อ ผู้บริโภคมีความหลากหลาย พวกเขาต่างมีสิทธิ์มีเสียงในการเลือกซื้อและบริโภค สินค้าและบริการตามความต้องการของตนเอง 2) เทคโนโลยี 5G บนมือถือจะทำ�ให้การเชื่อมต่อมีความสะดวก รวดเร็ว ต่อเนื่องไม่มีสะดุด ส่งผลให้ธุรกิจ รร้านค้าออนไลน์มาแรง และการสร้างประสบการณ์จากเทคโนโลยีโลกเสมือนอย่างAR และVR จะได้รับการพัฒนา ซึ่งย่อมส่งผลต่อรูปแบบการบริโภค และ 3) Crowd Based Capitalism หรือระบบเศรษฐกิจที่กลุ่มธุรกิจหลากหลายกลุ่มจะแบ่งปันสินทรัพย์ เงินทุน และแรงงานร่วมกันผ่านแพลตฟอร์มกลาง ต่าง ๆ จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น และผู้บริโภคจะใส่ใจมากขึ้นว่าเงินที่ตนจ่ายไปนั้นได้หมุนเวียนอยู่ในท้องถิ่นจริง จะเห็นได้ว่านอกจากเรื่องของเทคโนโลยีแล้ว ธุรกิจในยุคนี้ยังต้องให้ความสำ�คัญกับคุณค่าของแบรนด์ รวมถึงตัวสินค้าและบริการไปพร้อมกันด้วย สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นโอกาสที่จะเบิกทางธุรกิจให้เติบโตต่อไปได้ในอนาคต ซึ่งผู้ที่ตีโจทย์แตกก็จะสามารถยืนหยัดอยู่ได้ และไม่ว่าใครก็มาโค่นลงได้ยาก
  • 9.
    CREATIVE THAILAND I9 พบกับวัตถุดิบทางความคิดเหล่านี้ได้ที่ TCDC Resource Center Think New ASEAN!: Rethinking Marketing towards ASEAN Economic Community โดย Philip Kotler, Hermawan Kartajaya และ Hooi Den Huan อาเซียนเป็นตลาดที่มีความโดดเด่นจากปัจจัย หลายด้านไม่ว่าจะเป็นจำ�นวนประชากรที่มีกว่า600 ล้านคน ความหลากหลายของประเทศสมาชิก ทรัพยากรทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และ แรงงานที่ได้เปรียบเรื่องราคาค่าแรง การเข้าถึง ตลาดอาเซียนจึงต้องอาศัยทั้งศาสตร์และศิลป์ เพื่อให้ธุรกิจเติบโต หนังสือเล่มนี้อธิบายให้เห็น ถึงความเปลี่ยนแปลงของธุรกิจอาเซียนในปัจจุบัน จากกระบวนการโลกาภิวัตน์ที่ขับเคลื่อนด้วย เทคโนโลยีสารสนเทศ รวมถึงยังนำ�เสนอกรณี ศึกษาของธุรกิจในอาเซียนและธุรกิจต่างชาติชั้นนำ� เพื่อให้เห็นภาพได้ง่ายขึ้น เช่น AirAsia, HM, Samsung ฯลฯ ว่าแต่ละแบรนด์เลือกลยุทธ์ใน การสร้างลูกค้าที่ภักดีต่อแบรนด์และรักษา ตำ�แหน่งในตลาดอาเซียนไว้ได้อย่างไร กะเทาะแก่นอาเซียน: เรียนรู้วัฒนธรรมร่วมสมัย “POP Culture” โดย ดร. อัมพร จิรัฐติกร ในประเทศอินโดนีเซีย หากใครจะแต่งงานกัน จะต้องจดทะเบียนทางศาสนาคู่กับทะเบียนสมรส ทางกฎหมาย ส่วนในประเทศสิงคโปร์ก็มีภาษา อังกฤษในแบบฉบับของตัวเองที่เรียกกันว่า ‘ซิงลิช’ (Singlish) ซึ่งเป็นการพูดภาษาอังกฤษผสมกับคำ� ในภาษาจีน ภาษามลายู และภาษาทมิฬ จาก ตัวอย่างที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่า ประเทศต่าง ๆ ใน อาเซียนมีความเป็นอยู่ ความคิดและค่านิยมที่ แตกต่างกันไป หนังสือเล่มนี้จะช่วยเปิดประตูของ วัฒนธรรมร่วมสมัยหรือ POP Culture ทั้งวิธีคิด อารมณ์ขัน ภาษาพูด ไปจนถึงเรื่องต้องห้ามของ คนในอาเซียนที่หลายคนอาจไม่รู้มาก่อน ถ่ายทอดจากปลายปากกาของนักมานุษยวิทยา ผู้มีประสบการณ์ตรง และเคยใช้ชีวิตอย่างคน วงในที่รู้ลึกรู้จริง Lakbay2Love (2016) กำ�กับโดย Ellen Ongkeko-Marfil เรื่องราวของช่างภาพวิดีโอสาวที่อกหักจาก แฟนหนุ่ม เธอเลือกรักษาแผลใจโดยการก้าว ออกไปปั่นจักรยาน ทำ�ให้ได้เรียนรู้วิถีธรรมชาติ และการอนุรักษ์ นี่คือภาพยนตร์แนว Bike Movie เรื่องแรกของฟิลิปปินส์ ซึ่งคณะกรรมการส่งเสริม การท่องเที่ยวของฟิลิปปินส์ได้เลือกให้ไปเข้าร่วม ในแคมเปญส่งเสริมสถานที่ท่องเที่ยวที่อาจยัง ไม่เป็นที่รู้จักของประเทศ เพื่อให้ภาพยนตร์เป็น อีกหนึ่งเครื่องมือที่มีศักยภาพในการสร้างจุดหมาย ปลายทางใหม่ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก และยังเป็น กลยุทธ์กระตุ้นเศรษฐกิจด้วยสื่อบันเทิงที่หลาย ประเทศกำ�ลังเดินหน้าสร้างสรรค์ หากมีเวลา อย่าพลาดไปพิสูจน์ความความสวยงามดึงดูดใจ ของทัศนียภาพในเมืองอาเซียนที่น่าจะสร้าง ความประทับใจได้ไม่ยาก BOOK FILM
  • 10.
    CREATIVE THAILAND I10 MDIC : นวัตกรรมและวัสดุ ทำ�ความรู้จักงานคราฟต์ของเวียดนาม ผ่าน VIETCRAFT เรื่อง : ปิยวรรณ กลิ่นศรีสุข พบกับนวัตกรรมและวัสดุสร้างสรรค์ ได้ที่ชั้น 2 ห้อง Material Design Innovation Center, CEA ในขณะที่กลุ่มคนที่มีรายได้ปานกลางบางกลุ่มกำ�ลังหดตัวลง หรืออำ�นาจ การใช้จ่ายของกลุ่มนี้กำ�ลังตกอยู่ภายใต้แรงกดดันจากการถดถอยทาง เศรษฐกิจ แต่ก็มีพื้นที่หนึ่งของโลกที่คนกลุ่มนี้กำ�ลังเติบโต นั่นก็คือในแถบ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายในปีพ.ศ. 2573 คาดว่าครัวเรือนระดับกลาง ที่มีรายได้10,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือมากกว่าต่อปี จะเพิ่มขึ้นเป็น51 ล้าน คนในอินโดนีเซีย 18 ล้านคนในเวียดนาม 11 ล้านคนในฟิลิปปินส์ และ 8 ล้านคนในประเทศไทย ทำ�ให้มีกลุ่มธุรกิจที่เห็นโอกาสในกำ�ลังซื้อและ ทรัพยากรที่มีอยู่ เกิดการซื้อขายสินค้าที่มีอัตลักษณ์ในภูมิภาคนี้ หนึ่งในแหล่งข้อมูลผลิตภัณฑ์งานหัตถกรรมของเวียดนาม คือ VIETCRAFT ในฐานะองค์กรชั้นนำ�ของเวียดนาม และมีความสัมพันธ์ใกล้ชิด กับเครือข่ายสมาชิกที่ทำ�งานหัตถกรรมกว่า 800 แห่งทั่วประเทศ VIETCRAFT จึงสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีอยู่มากมายในประเทศได้ ทั้งยังมี การจัดเก็บข้อมูลภาพที่เกี่ยวข้องกับงานหัตถกรรมผ่านแพลตฟอร์ม vietcraftmedia.com และแหล่งข้อมูลหมู่บ้านที่ทำ�งานด้านหัตถกรรม (Craft Villages in Vietnam) VIETCRAFT มุ่งสร้างการเชื่อมโยงผู้ผลิตกับ ผู้ประกอบการหรือนักออกแบบที่ต้องการทำ�ธุรกิจงานคราฟต์ เกิดเป็น ส่วนบริการจัดหาวัสดุและผลิตภัณฑ์ให้แก่คนที่สนใจธุรกิจงานฝีมือและ หัตถกรรมอย่างครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบ พัฒนาผลิตภัณฑ์ จัดหา วัตถุดิบและโรงงานผลิต วางแผนและจัดการการผลิต ตรวจสอบโรงงาน จนถึง การประกันคุณภาพและเอกสารการส่งออก เพื่อตอบสนองความต้องการของ บริษัทที่ทำ�ธุรกิจระหว่างประเทศ คุณภาพของผลิตภัณฑ์ ราคาที่แข่งขันได้ รวมทั้งการส่งมอบสินค้าที่ตรงเวลาและเชื่อถือได้ของธุรกิจคราฟต์เหล่านี้ ล้วนผ่านการรับรองมาตรฐานSA8000 โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ คอยดูแลตลอดการให้บริการ และสร้างให้ VIETCRAFT เปรียบเสมือนประตู สู่แหล่งหัตถกรรมสินค้าตกแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์ ของใช้ในบ้าน และของขวัญ ที่สำ�คัญของประเทศเวียดนาม นอกจากนี้VIETCRAFT ยังได้ร่วมมือกับสาขาการออกแบบอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยลุนด์ ประเทศสวีเดน (The School of Industrial Design at Lund University) ก่อตั้ง Hanoi Design Centre (HDC) ความร่วมมือนี้ได้ รับทุนจาก Swedish International Development Cooperation Agency (SIDA) บางส่วน และได้รับการสนับสนุนจากสถานทูตสวีเดนในกรุงฮานอย งานของ HDC เป็นงานต่อเนื่องหลายปีจากการทำ�งานโครงการพัฒนา เพื่อสร้างความสามารถในการออกแบบในเวียดนาม การเรียนรู้จากโครงการ ที่ผ่านมามีเป้าหมายเพื่อให้แน่ใจว่า จะสามารถหาโซลูชันที่ยั่งยืนสำ�หรับ การออกแบบการพัฒนาในภาคหัตถกรรมให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้อง รับความช่วยเหลือจากต่างประเทศหรือเงินอุดหนุน รวมทั้งเกิดเป็น แพลตฟอร์มจุดนัดพบเพื่อการออกแบบและงานฝีมือในเวียดนามที่เติบโต ต่อไปได้อย่างยั่งยืน ที่มา : hanoidesigncenter.com / jpns.se vietcraftmedia.com / vietcraft.org.vn vietcraft.org.vn
  • 11.
          200 (12  )   creativethailand.org/contactus  /      (  )    /  /  / /  /   / / /   /    /  /  / / / /  /  /  / /   /  Creative Thailand 1  12      (  ) (CEA)      (  )  101-9-12219-9 •   02-105-7450 •      (  ) (CEA)  1160 10500 •   creativethailand@cea.or.th   02-105-7400  116       200  /  / /     /      พบกับนิตยสาร “คิด” Creative Thailand ได้ที่ ร้านหนังสือ ห้องสมุด สมาคม อาคารสำ�นักงาน และร้านกาแฟใกล้บ้าน ในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ หัวหิน และจังหวัดอื่นๆ รวมถึง miniTCDC ดูสถานที่จัดวางทั้งหมดได้ที่: creativethailand.org/contactus กรุงเทพฯ ร้านหนังสือ • Asia Books • Kinokuniya • B2S • แพร่พิทยา ร้านกาแฟ/ร้านอาหาร • Au Bon Pain • Starbucks • TOM N TOM’S COFFEE • True Coffee • Auntie Anne’s • Baskin Robbins • Coffee World • Mister Donut • Black Canyon • McCafe’ • ดอยตุง • Ninety four coffee • Puff Pie • Red Mango • Iberry • Greyhound Cafe’ • Amazon Cafe’ • Chester’s Grill • Luv minibar พิพิธภัณฑ์/หอศิลป์ • หอศิลปวัฒนธรรม แห่งกรุงเทพมหานคร • มิวเซียม สยาม • อุทยานการเรียนรู้ (TK park) • นำ�ทอง แกลเลอรี่ สมาคม/ห้องสมุด • ศูนย์ศิลปะนานาชาติ สมาคมฝรั่งเศส • ห้องสมุดเนลสัน เฮลส์ The Neilson Hays Library • ห้องสมุด - นิด้า • สมาคมโฆษณา แห่งประเทศไทย • สมาคมธนาคารไทย • สมาคมสโมสรนักลงทุน • ห้องสมุด สสวท. • สมาคมหอการค้าไทย • สถาบัน • Wall Street Institute • Raffle Design Institute • Vision Swimming Academy เชียงใหม่ • woo cefe • Kagee • Ristresto lab • ท่าแพอีสต์+dibdee.binder • C.A.M.P ,MAYA • True Coffee ,หอสมุด มช. • Punspace, นิมมานฯ • asama cafe • มาหาสมุด (บ้านข้างวัด) • see scape gallery • nimmanian club • 8 days a week • Bulbul book cafe’ • Graph cafe’ • Cefe de museum • local cafe Think park • Librarista • Artisan วัวลาย • paper spoon • กาแฟรสนิยม, หลัง มช ทางขึ้นกาแล • The barn : Eatery Design • Book Republic • wake up หน้ามอ • Fab cafe’ • kum cafe คุ้มเจ้าบุรีรัตน์ • MAIIAMContemporaryArt Museum • ชีวิต ชีวา • Minimeal Cafe • Impresso • Restr8to • Penguin Villa (Penguin Getto) • กาแฟอาข่า อ่ามา La Fattoria สาขา2 • Happy Hut ถ.นิมมานฯ • ราชดำ�เนิน • Mai Bakery In Garden • Starbucks The Plaza • Yesterday Hotel • October • สุริยันจันทรา นิมมานฯ ซอย1 • ร้านมีชามีชัย (กู) • Cafe’de nimman • The Booksmith • ร้านชา (Drink Club) • Cotto Studio • Starbucks Nimmanhemin • Fern Forest Cafe’ • 9th Street Cafe นิมมานฯ ซอย 9 • ดวงกมล (Duang Kamol) • RusticBlue-Handgrown • Produce Artisan Food นิมมานฯ ซอย 9 • หอนิทรรศการศิลปวัฒนธรรม มช. หัวหิน • ร้านกาแฟ ชุบชีวา หัวหิน • อยู่เย็น หัวหิน บัลโคนี่ • บ้านใกล้วัง • ภัตตาคารมีกรุณา • บ้านถั่วเย็น@ แนบเคหาสน์ • ร้านอาหารหัวหิน(โกทิ) • กาแฟข้างบ้าน • ILGELATOITALIANO • Together Bakery Cafe’ • โรงแรม วรบุระหัวหิน • Let’s Sea • โรมแรม ดูน หัวหิน • เดอะร็อค หัวหิน • บ้านจันทร์ฉาย • หัวหิน มันตรา รีสอร์ท • ลูน่าฮัท รีสอร์ท กระบี่ • NakamandaResortSpa • RaweeWarinResortSpa • AlittleHandmadeShop ขอนแก่น • Hug School of Creative Arts • ร้านสืบสาน • ร้านกาแฟ คอฟฟี่ เด้อ หล่า (Coffee Der La) เชียงราย • ร้านหนังสือ herebookafe • ร้าน Coffee Dad นครราชสีมา • Hug station resort นครปฐม • ร้าน DipchocCafe นครสวรรค์ • ร้านBitterSweet น่าน • ร้าน Runway Coffee • ร้านคลาสสิค โมเดล น่าน • ร้านกาแฟปากซอย • ร้าน Nan Coffee Bean ปาย/แม่ฮ่องสอน • ร้านคอฟฟี่อินเลิฟ • ร้าน all about coffee • ร้านปายหวานบ้านนมสด • ร้านเล็กเล็ก • ปายวิมานรีสอร์ท พังงา • Niramaya Villa and Willness Resort • RanyataviResortPhangNga • The Sarojin เพชรบุรี • Grand Pacific Sovereign • Resort Spa • DevaSom Hua Hin Resort ภูเก็ต • ร้านหนัง(สือ) ๒๕๒๑ ภูเก็ต • TheoddyApartmentHotel • At Panta Phuket • Banyan Tree Phuket • Le Meridien Phuket • Millienium Ressort Patong Phuket • Novotel Phuket Resort • Patong Paragon Resort Spa Phuket • Sheraton grand Lagana Phuket • Sri wanwa Phuket Villa • Thanyapura ระยอง • Le Vimarn Cottage ลำ�ปาง • อาลัมภางค์ เกสท์เฮ้าส์ แอนด์ มอร์ ลำ�ปาง • ร้านเอกาลิเต้ Egalite Bookshop • Lampang Art Center เลย • บ้านชานเคียง • มาเลยเด้ เกสต์เฮาท์ ลพบุรี • ซนดิคอฟฟี่ สมุทรสงคราม/อัมพวา • Baan Amphawa Resort and Spa สุโขทัย • Ananda Co.,Ltd. สุราษฎร์ธานี • Muang Samui Spa Resort • Pavilion Samui Boutique Resort • The Sunset Beach Resort and Spa Taling ngam • Nora Beach Resort Samui อุทัยธานี • ร้านบุ๊คโทเปีย Booktopia • Avatar Miracles
  • 12.
    เมื่อกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนที่มีประชากรมากกว่า 600 ล้านคนลุกขึ้นมาอ้าแขนรับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ขุมทรัพย์ทางวัฒนธรรม ที่เคยซุกซ่อนจึงถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นส่วนประกอบในการสร้างสรรค์งานที่สร้างมูลค่าไปพร้อมกับการเปิดโอกาสให้หนุ่มสาวยุคใหม่ จากในเมืองและท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่การพัฒนาพื้นที่ในรูปแบบของย่านสร้างสรรค์ไปจนถึงการแก้ปัญหาระดับโลก CREATIVE THAILAND I 12 Cover Story : เรื่องจากปก เรื่อง : มนฑิณี ยงวิกุล Creative ASEAN ทิศทางของการพัฒนาที่ธนาคารโลกและองค์การ เพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) พยายามผลักดัน ทั้ง ‘InclusiveGrowth’ ที่หมายถึงการเติบโตที่ลดช่องว่างความไม่เท่าเทียม ของรายได้ และขยายโอกาสใหม่ ๆ สำ�หรับทุกคน และ ‘Resilience’ หรือการพัฒนาเศรษฐกิจให้พร้อม สำ�หรับการรับมือและฟื้นจากวิกฤตอย่างรวดเร็ว ทำ�ให้การพัฒนาเศรษฐกิจบนพื้นฐานของความคิด สร้างสรรค์ ไม่ได้ถูกยอมรับในแง่ของการส่งเสริม ความสามารถในการแข่งขันเพียงอย่างเดียว แต่ยัง สามารถยึดโยงทั้งสองประเด็นนี้เข้าไว้ด้วยกัน ในการประชุมเศรษฐกิจสร้างสรรค์โลก (World Conference on Creative Economy: WCCE) ที่ริเริ่มจากสำ�นักงานส่งเสริมเศรษฐกิจ สร้างสรรค์แห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย (BEKRAF) ที่เมืองบาหลี เมื่อวันที่ 6 - 7 พฤศจิกายน 2561 จึงถูกจัดขึ้นภายใต้ธีมInclusiveCreative เพราะ เชื่อว่าอุตสาหกรรมสร้างสรรค์จะนำ�ไปสู่ธุรกิจ ในยุคใหม่ ที่ไม่ได้จำ�กัดอยู่กับกลุ่มเจ้าของทุน ขนาดใหญ่ แต่เป็นสนามที่เปิดกว้างสำ�หรับทุกคน ให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคม โดยที่มีเทคโนโลยีและดิจิทัลเป็น เครื่องมือในการทำ�ให้เกิดความร่วมมือในการ สร้างสรรค์จากทั่วโลก การเปิดเกมของพี่ใหญ่อินโดนีเซียในเวที การประชุมระดับโลกเป็นเพียงส่วนหนึ่งของโรดแมป ในการทำ�ให้ ‘ความคิดสร้างสรรค์’ ขยับขึ้นเป็น ความร่วมมือระดับภูมิภาคและสร้างการยอมรับ ระดับโลกจากการตกลงตามข้อมติสมัชชา สหประชาชาติในปี 2021 รวมถึงการเสนอให้มี การจัดตั้งศูนย์รวมความเป็นเลิศและความร่วมมือ ระหว่างประเทศด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (GlobalCenterofExcellentAndInternational CooperationForCreativeEconomy) เพื่อเป็น องค์กรที่ให้ความสำ�คัญกับการวิจัย และการส่งเสริม ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ระดับโลก ซึ่งความเคลื่อนไหวต่าง ๆ นี้จะช่วยกระตุ้นให้เกิด การถักทอเครือข่ายความร่วมมือภายในกลุ่ม ประเทศสมาชิกอาเซียนทั้งพหุภาคีและทวิภาคีให้ เกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามระดับการพัฒนา เศรษฐกิจสร้างสรรค์ของแต่ละประเทศ
  • 13.
    CREATIVE THAILAND I13 ข้อมูลพื้นฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ 5 ประเทศสมาชิกอาเซียน ประเทศ มูลค่าอุตสาหกรรม สร้างสรรค์ จ้างงาน / แรงงาน มูลค่าการส่งออก สินค้าสร้างสรรค์ (ปี 2014) มูลค่าการส่งออก บริการสร้างสรรค์ (ปี 2014) อินโดนีเซีย 2.41ล้านล้านบาท(77.9พันล้านเหรียญ สหรัฐฯ)7.44%ของจีดีพีขนาดใหญ่เป็น อันดับสามของโลก รองจากสหรัฐอเมริกา และเกาหลีใต้ (ข้อมูลปี 2018) 17 ล้านคน 159,861 ล้านบาท 8,165 ล้านบาท ฟิลิปปินส์ 365,000 ล้านบาท(625 พันล้านเปโซ) 7% ของจีดีพี (ข้อมูลปี 2010) 530,000 คน 28,379 ล้านบาท 100,332 ล้านบาท มาเลเซีย 81,929 ล้านบาท (11.2 พันล้านริงกิต) 2.4% ของจีดีพีเมืองกัวลาลัมเปอร์ (ข้อมูลเฉพาะกัวลาลัมเปอร์ ปี 2016) 86,478 คน (ข้อมูลเฉพาะ กัวลาลัมเปอร์ ปี 2016) 188,790 ล้านบาท 45,067 ล้านบาท (ข้อมูลปี 2009) ไทย 1.4 ล้านล้านบาท 9.1% ของจีดีพี (ข้อมูลปี 2017) 826,000 คน 204,456 ล้านบาท 1,160 ล้านบาท (ข้อมูลปี 2013) สิงคโปร์ (เฉพาะอุตสาหกรรมออกแบบ ศิลปะและวัฒนธรรม) 101,777 ล้านบาท(ข้อมูลอุตสาหกรรม ออกแบบปี2013 และ ข้อมูลศิลปะ และวัฒนธรรม ปี 2017) 56,172 คน 337,911 ล้านบาท 21,266 ล้านบาท ที่มา : UNDP , National Art Council, Singapore, Cultural Economy Development Agency, Malaysia, การประชุม ASEAN Reginal Workshop on Creative Economy, todayonline.com เติบโตไปกับย่านสร้างสรรค์ ถ้าว่ากันด้วยระดับนโยบาย แม้จะมีทิศทางที่ชัดเจนแต่ยังต้องใช้เวลากว่าจะเห็นผล แต่ใช่ว่าเหล่าสมาชิกอาเซียนจะนั่งรอเฉย ๆ เมื่อกลุ่มภาคเอกชนลุกขึ้นมา ร่วมวงกับภาครัฐในการผลักดันให้เกิดการพัฒนาแบบทั่วถึง(Inclusive) ภายใต้แนวคิดของการทำ�ย่านสร้างสรรค์ที่เริ่มจากเมืองรอง ก่อนจะฉุดให้เมืองหลวง และส่วนอื่น ๆ ขยับตาม ความสำ�เร็จของเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์แห่งภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งประกอบด้วยเมืองรองที่ประสบความสำ�เร็จในการใช้ความคิดสร้างสรรค์เพื่อ การพัฒนาเมือง สร้างแบรนด์ และการท่องเที่ยว อย่างเช่น จอร์จทาวน์(GeorgeTown) ที่เปลี่ยนเมืองมรดกโลกให้มีความร่วมสมัยด้วยการจัดจอร์จ ทาวน์ เฟสติวัล ตั้งแต่ปี 2010 สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับเมืองจากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวได้มากกว่า 60 ล้านบาท และมูลค่าแบรนด์มากกว่า 1,180 ล้านบาท จึงทำ�ให้เมืองเล็ก ๆ แห่งนี้แน่นขนัดไปด้วยนักท่องเที่ยว อย่างไรก็ดี แม้การพัฒนาจะสร้างรายได้ให้คนในพื้นที่ แต่ก็อาจจะต้องมาทบทวนเรื่องความสมดุล กับความเป็นอยู่ของชุมชนในอนาคต ถัดมาที่เมืองบันดุง ประเทศอินโดนีเซีย ที่ขยับขยายจนกลายเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโกด้านการออกแบบ ติดตามมาด้วยเมืองเชียงใหม่ของไทย ที่เพิ่งเข้าเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโกด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้านเมื่อปี 2017 สุดท้ายคือ เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ ที่เป็นแหล่งรวมสตูดิโอออกแบบเฟอร์นิเจอร์ชื่อดัง วางแผนจัดงานเซบู ดีไซน์ วีก 2019 เพื่อเป็นโปรไฟล์ในการสมัครเป็นเครือข่ายเมือง สร้างสรรค์ของยูเนสโกด้านการออกแบบในปีถัดไป
  • 14.
    CREATIVE THAILAND I14 ประเทศ แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เน้นที่ศิลปะ การแสดง หัตถกรรม ดูแลโดย 3 กระทรวงหลัก คือ 1) กระทรวงวัฒนธรรมและศิลปะ ดูแล ด้านลิขสิทธิ์และที่เกี่ยวข้อง 2) กระทรวงพาณิชย์ ดูแลด้านเครื่องหมายการค้า สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) และความลับทางการค้า 3) กระทรวงอุตสาหกรรมและหัตถกรรม ดูแลด้านสิทธิบัตรและการออกแบบอุตสาหกรรม การส่งเสริมให้ชุมชนเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาทางวัฒนธรรม และจัดทำ�ฐานข้อมูลวัฒนธรรม (Cultural Mapping) เพื่อใช้ ในการจัดทำ�สาธารณูปโภค ส่งเสริมเทคโนโลยีเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม จัดทำ�ฐานข้อมูลอัตลักษณ์ที่สืบทอดมา เพื่อใช้เป็นพื้นฐานสำ�หรับการต่อยอดวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และชุมชนสัมพันธ์ ที่มา : การประชุม ASEAN Regional Workshop on Creative Economy 4-5 กันยายน 2562 กัมพูชา อุตสาหกรรมสร้างสรรค์เน้นที่ผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดเล็ก ขนาดย่อม (MSME) แผนพัฒนา MSME 1) ส่งเสริมนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลการผลิต 2) เพิ่มสัดส่วนของ MSME ที่เข้าถึงแหล่งเงินทุน เป็นร้อยละ30 ในปี20203) เพิ่มสัดส่วนMSME ที่เข้าถึงบริการด้านการพัฒนาธุรกิจ เป็นร้อยละ10 ในปี20204) ขยายตลาดในและ ต่างประเทศ โดยเพิ่มสัดส่วนการส่งออกของ MSME เป็นร้อยละ 20 ในปี 2020 5) พัฒนาผู้ประกอบการใหม่ให้เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 4 ในปี 2020 6) สร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสำ�หรับการเริ่มต้นและดำ�เนินธุรกิจ เช่น ลดระยะเวลาการจดทะเบียนจาก 67 วันเหลือ 25 วัน 7) พัฒนานโยบายเพื่อส่งเสริมให้ MSME เพิ่มกำ�ไร และมีการใช้คอมพิวเตอร์ในการบริหารธุรกิจเพิ่มขึ้น ที่มา : การประชุม ASEAN Regional Workshop on Creative Economy 4-5 กันยายน 2562 ลาว แผนที่เครือข่ายเมืองสรรค์ของยูเนสโกในกลุ่มประเทศอาเซียน Creative City of Gastronomy, ภูเก็ต 2015 เชียงใหม่ Creative City of Crafts and Folk Art, 2017 Creative City of Design, Singapore 2015 Pekalongan, City of Crafts and Folk Arts also known as the “Batik City” 2014 Creative City of Design, Bandung 2015 Baguio City of Crafts and Folk Art 2017
  • 15.
    CREATIVE THAILAND I15 ประเทศ แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ปี 2016 จัดทำ�ยุทธศาสตร์ชาติในการพัฒนาอุตสาหกรรมวัฒนธรรม เพื่อเป็นกรอบในการพัฒนาอุตสาหกรรมวัฒนธรรม ในเวียดนามให้มีมูลค่าเพิ่มเป็นร้อยละ 7 ในปี 2030 โดยมีอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเป็นหัวหอกของการพัฒนา จากจำ�นวนแหล่งวัฒนธรรม 40,000 แห่งทั่วประเทศ ส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่สร้างสรรค์(CreativeHub) ในรูปแบบของพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะ และเรียนรู้ ที่ดำ�เนินการโดยภาคเอกชน จัดตั้ง Vietnam-Korea Design Center เพื่อส่งเสริมแบรนด์สินค้าเวียดนาม ที่มา : vietnamnet.vn / UNESCO เวียดนาม จัดทำ�แผนพัฒนาเพื่อความยั่งยืน(MyanmarSustainableDevelopmentPlan:MSDP) เป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาเศรษฐกิจ ของประเทศที่ประกาศใช้เมื่อเดือนกรกฎาคม 2016 ยุทธศาสตร์ข้อหนึ่งของ MSDP คือ ให้การสนับสนุนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และส่งเสริมนวัตกรรม โดยมีแผนดังนี้ 1) จัดทำ� นโยบายเพื่อให้เกิดการสนับสนุนร่วมกันระหว่างหน่วยงาน 2) จัดตั้งหน่วยงานเพื่อดูแลทรัพย์สินทางปัญญา 3) ส่งเสริมการศึกษา และสร้างการรับรู้ระบบการจัดการทรัพย์สินทางปัญญาและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ 4) ร่วมมือกับองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) และประเทศพัฒนาแล้วในการพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ในปี 2019 เริ่มใช้กฎหมายการออกแบบอุตสาหกรรม (Industrial Design Law) เครื่องหมายการค้า สิทธิบัตรและลิขสิทธิ์ ที่มา : การประชุม ASEAN Regional Workshop on Creative Economy 4-5 กันยายน 2562 พม่า เมืองหลวงอย่างมะนิลายังมีความเคลื่อนไหว โดยสภาเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งฟิลิปปินส์ (CreativeEconomyCouncilofthePhilippines: CECP) ที่เกิดจากการรวมตัวกันของภาคเอกชน จากสาขาครีเอทีฟที่มาร่วมกันจัดทำ�แผนส่งเสริม อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Philippine Creative IndustriesMasterPlan) ที่นอกจากจะสนับสนุน ด้านนโยบาย เงินทุน การพัฒนาทักษะแล้ว ยังรวมถึงการทยอยทำ�ให้เมืองต่าง ๆ ในฟิลิปปินส์ ผุดย่านสร้างสรรค์ขึ้นมาตามลำ�ดับ มาเอสทรานซา (Maestranza) พื้นที่ริมนํ้า ยาว300เมตรที่ประกอบด้วยห้องขนาดเล็ก45ห้อง เป็นตัวอย่างของความร่วมมือระหว่าง CECP และสำ�นักงานเขตอินทรามูรอส (Intramuros) ในการปรับปรุงอาคารยุคอาณานิคมให้กลายเป็น พื้นที่สร้างสรรค์ในเขตเมืองเก่าทางตอนเหนือ ของกรุงมะนิลา เพื่อให้เป็นแหล่งชุมนุมของ นักสร้างสรรค์ในทุกสาขา และเป็นบันไดในการ ส่งให้มะนิลาเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของ ยูเนสโก ต่อจากเมืองบาเกียว ที่เป็นเครือข่าย ด้านหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้านเมื่อปี 2017 มาเอสทรานซา ติดกับแม่นํ้าพาสิก (Pasig River) ที่รอวันปรับปรุงเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ของมะนิลา ส่วนประเทศไทยมีความเคลื่อนไหวด้านการ เข้าเป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก เช่นกัน โดยกรุงเทพฯ และสุโขทัยต่างก็ยื่นสมัคร เป็นเมืองด้านการออกแบบ และเมืองด้านหัตถกรรม และศิลปะพื้นบ้านตามลำ�ดับ ซึ่งจะประกาศผล ภายในปี 2019 ขณะเดียวกันกลุ่มนักสร้างสรรค์จาก 51 เมืองทั่วประเทศของอินโดนีเซีย ที่รวมตัวกัน ก่อตั้งเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์อินโดนีเซีย (The Indonesian Creative Cities Network: ICCN) ในปี 2014 ก็มีความเคลื่อนไหวในการส่ง เสริมศักยภาพของชุมชนหรือเมืองต่าง ๆ ให้ใช้ ความคิดสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาเมืองในแบบที่ไม่เน้น ผลทางเศรษฐกิจอย่างเดียว แต่เป็นทั้งการอนุรักษ์ วัฒนธรรมและความเป็นอยู่ที่สามารถเคลื่อนที่ ไปกับการเปลี่ยนแปลงของโลก สู่วัฒนธรรม 4.0 เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นองค์ประกอบสำ�คัญของการ ผลักดันให้เศรษฐกิจสร้างสรรค์เติบโต ซึ่งพิสูจน์ จากความสำ�เร็จของ K POP และ Cool Japan ที่ทำ�ให้วัฒนธรรมสามารถลื่นไหลไปกับการอนุรักษ์ และสร้างมูลค่าเพิ่มในเวลาเดียวกัน ดังนั้น กลุ่ม อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่ขึ้นแท่นเป็นเป้าหมายของ รัฐบาลประเทศอาเซียน จึงอยู่ในกลุ่มภาพยนตร์
  • 16.
    CREATIVE THAILAND I16 เพลง เกม และโฆษณา การใช้เทคโนโลยีเออาร์ (Augment Reality) และวีอาร์ (Virtual Reality) เพื่อการสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ รวมถึงการส่งเสริม กลุ่มสตาร์ตอัพ ดังเช่นที่อินโดนีเซียได้กลายเป็น บ้านเกิดของยูนิคอร์นถึง 4 ตัว ไม่ว่าจะเป็น Traveloka บริการด้านการท่องเที่ยว Go Jek บริการการเดินทางTokopedia และBukalapak ด้านการขายของออนไลน์ ซึ่งไม่เพียงสร้างมูลค่า มหาศาล แต่ยังทำ�ให้การใช้ชีวิตประจำ�วันของ ผู้คนสะดวกมากขึ้น นอกจากดิจิทัลจะทำ�ให้อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ มีโอกาสขยายตัวในตลาดโลกแล้ว ในทางกลับกัน ดิจิทัลยังเป็นเครื่องมือในการรักษารากฐานทาง วัฒนธรรมและประวัติศาสตร์สำ�คัญของโลกที่ สามารถนำ�กลับมาใช้ใหม่อย่างไม่รู้จบ ภายใต้ โครงการการจัดทำ�ฐานข้อมูลมรดกวัฒนธรรม อาเซียน (ASEAN Cultural Heritage Digital Archive:ACHDA) เป็นโครงการที่ได้รับสนับสนุน เงินทุนจากรัฐบาลญี่ปุ่นในการเก็บข้อมูลวัตถุโบราณ เอกสารเก่าและภาพวาด ด้วยการสแกน 3 มิติ เพื่อ จัดเก็บในฐานข้อมูลออนไลน์ที่เปิดให้เป็นสาธารณะ โดยเริ่มต้นเก็บจากประเทศอินโดนีเซีย และกำ�ลัง อยู่ในช่วงต้นของการพัฒนาการเก็บข้อมูลพื้นที่ มรดกโลกของยูเนสโกจากประเทศพม่า กัมพูชา และอินโดนีเซีย เพื่อว่าในอนาคตหากเกิดเหตุการณ์ ไม่คาดฝันที่ทำ�ให้มรดกโลกเกิดความเสียหาย ก็ยัง คงมีฐานข้อมูลให้ได้ศึกษาหรือซ่อมแซมให้กลับคืนมา ความหวังสู่การเปลี่ยนแปลง นอกจากมิติของการนำ�วัฒนธรรมและสินทรัพย์ ของเมืองมาสู่การสร้างมูลค่าและการพัฒนาแล้ว เศรษฐกิจสร้างสรรค์สำ�หรับอาเซียนยังครอบคลุม ไปถึงการเปลี่ยนแปลงเพื่อรับมือกับปัญหาใน อนาคต อย่างเช่นการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เป็นที่รู้กันดีว่า เกษตรกรในประเทศกำ�ลัง พัฒนา นอกจากจะเป็นกลุ่มคนที่มีโอกาสน้อย ACHDA เก็บข้อมูลวัตถุโบราณ การเก็บข้อมูลจากพื้นที่มรดกโลก ประเทศ แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กระทรงวัฒนธรรม เยาวชน และกีฬา (Ministry of Culture, Youth and Sports) จัด Creative Economy Week เพื่อ เพิ่มศักยภาพของนักสร้างสรรค์ท้องถิ่นด้านทักษะและอาชีพ การเข้าถึงตลาด และเป็นพื้นที่การเรียนรู้เกี่ยวกับกระบวนการ สร้างสรรค์ จัดทำ� Creative Lab ที่ประกอบด้วยกลุ่มคนจากสาขาศิลปะ อุตสาหกรรมและวิทยาศาสตร์เพื่อมาร่วมกันหาแนวทางในการ แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรมและอัตลักษ์ การออกแบบพื้นที่เมือง และสวัสดิการสังคม จัดทำ�นโยบายเพื่อการพัฒนาผู้ประกอบการสร้างสรรค์ ส่งเสริมนวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตในท้องถิ่น นำ�แนวคิดเมือง สร้างสรรค์มาเป็นกลยุทธ์ในการพัฒนาเมืองที่เน้นวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ บรูไน กลุ่มธุรกิจสร้างสรรค์รวมตัวกันจัดตั้งสภาเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งฟิลิปปินส์(CreativeEconomyCouncilofPhilippines) เพื่อ ร่วมกันทำ�งานกับกรมการค้าและอุตสาหกรรม(DepartmentofTradeandIndustry) ในการผลักดันให้มีนโยบายและมาตรการ สนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และนำ�ไปสู่การจัดตั้งสำ�นักงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในปี 2022 จัดตั้ง Creative Zone หรือย่านสร้างสรรค์ เพื่อเป็นพื้นที่สำ�หรับพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ วางเป้าหมายพัฒนาเมืองให้เป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ยูเนสโกเพื่อให้เกิดการท่องเที่ยว ฟิลิปปินส์ จัดตั้งสำ�นักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย (BEKRAF) เพื่อกำ�หนดนโยบายด้านต่างๆ จัดแบ่งโครงสร้างองค์กรตามองค์ประกอบการสร้าง ‘ระบบนิเวศ’ ที่เอื้อให้เกิดการสร้างสรรค์ 1) การวิจัยและการศึกษา (Research andEducation): ช่วยในการศึกษาค้นคว้าเพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ2) การเข้าถึงแหล่งเงินทุน(Accessforcapital)3) โครงสร้าง สาธารณูปโภค(Infrastructures): อำ�นวยความสะดวกในเรื่องของพื้นที่การจัดกิจกรรม อุปกรณ์ เทคโนโลยี หรือระเบียบกฎเกณฑ์ต่าง ๆ 4) การตลาด (Marketing) : การตลาดทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ 5) ทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property Rights) : การใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อช่วยในการต่อยอดและเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและบริการ 6) ความร่วมมือและเครือข่ายในและต่างประเทศ (Inter-institutional Relations) : สร้างความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรสร้างสรรค์ต่าง ๆ ทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ อินโดนีเซีย ที่มา : การประชุม ASEAN Regional Workshop on Creative Economy 4-5 กันยายน 2562
  • 17.
    CREATIVE THAILAND I17 ทางการศึกษา ด้วยลักษณะของกระบวนการผลิต ที่มีกำ�ไรตํ่าและขาดหลักประกัน จึงไม่สามารถ เข้าถึงแหล่งเงินกู้ในระบบ ทำ�ให้รายได้ค่อนข้างตํ่า และยิ่งซํ้าเติมปัญหาให้หนักขึ้น เมื่อต้องเข้าสู่ สังคมผู้สูงอายุ อินโดนีเซียคาดว่าในปี2050 จะมีประชากร เพิ่มขึ้นร้อยละ 31 หรือประมาณ 322 ล้านคนที่ ต้องการอาหารเพิ่มขึ้น แต่ทว่าเกษตรกรในปัจจุบัน มีอายุเฉลี่ยประมาณ 45 ปีหรือมากกว่านั้น และถ้าหากยังคงเป็นเช่นนี้ ด้วยการผลิตแบบ ดั้งเดิม ปริมาณการผลิตอาหารที่คาดหวังไว้ ก็คง จะไปไม่ถึง รัฐบาลอินโดนีเซียจึงต้องเร่งหาทางในการสร้าง ศักยภาพให้กับเกษตรกรอย่างเร่งด่วน การรณรงค์ ‘เศรษฐกิจสร้างสรรค์’ จึงเป็นเหมือนการเปิด บทสนทนาและอำ�นวยความสะดวกให้กับคนหนุ่ม สาวรุ่นใหม่ให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา และสร้างโอกาสในการเป็นเจ้าของกิจการไปด้วย ประเทศ แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ จัดตั้งสำ�นักงานพัฒนาเศรษฐกิจวัฒนธรรม (CulturalEconomyDevelopmentAgency) ภายใต้กระทรวงสื่อสารและมัลติมีเดีย (Ministry of Communications and Multimedia) เป็นหน่วยงานกลางในการทำ�งานร่วมกับภาครัฐและเอกชนในการส่งเสริม วัฒนธรรมและงานศิลปะให้เป็นกำ�ลังทางเศรษฐกิจ โดยจัดทำ�แผนวัฒนธรรมและเมืองสร้างสรรค์(CulturalAndCreativeCity Report) ที่มีแนวทางการพัฒนา คือ1) พัฒนาการศึกษาด้านวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ 2) การพัฒนาชุมชนสร้างสรรค์ และสาธารณูปโภค 3) การส่งเสริมด้านการตลาด 4) การส่งเสริมธุรกิจและการลงทุน 5) การพัฒนาพื้นที่เพื่อการท่องเที่ยว ที่มา : cendana.com.my มาเลเซีย จัดตั้งสำ�นักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) เพื่อเป็นหน่วยงานส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ผ่าน 3 ยุทธศาสตร์ 1) People พัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ 2) Place พัฒนาย่านสร้างสรรค์ให้เอื้อต่อการพัฒนาธุรกิจและ นักสร้างสรรค์ 3) Product Service พัฒนาธุรกิจให้นำ�ความคิดสร้างสรรค์ไปใข้ในการพัฒนาสินค้าและบริการ ดำ�เนินการพัฒนาย่านสร้างสรรค์ ในเจริญกรุง และขยายไปยังพื้นที่อื่นๆ ในภูมิภาค จัดตั้งคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งชาติ เพื่อจัดทำ�แผนพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ จัดทำ�ฐานข้อมูลเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ไทย คณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจสิงคโปร์(SingaporeEconomicDevelopmentBoard) ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ 3 ด้าน 1) เมืองที่เป็นแหล่งรวมนักสร้างสรรค์จากทั่วโลก 2) ส่งเสริมการส่งออกสินค้าที่ผลิตในสิงคโปร์สู่ตลาดโลก 3) ตลาดดิจิทัล สำ�หรับทดลอง พัฒนา และออกสู่ตลาด สภาการออกแบบสิงคโปร์ (Design Singapore Council) และ ศูนย์ออกแบบแห่งชาติ (National Design Centre) จัดทำ�โปรแกรม เพื่อการพัฒนาอุตสาหกรรมออกแบบ รวมถึงการจัดโปรแกรมเพื่อการเชื่อมโยงการออกแบบกับธุรกิจ และเป็นสถานที่จัดแสดง ผลงานการออกแบบ สภาศิลปะแห่งชาติสิงคโปร์ (NAC: National Arts Council) ภายใต้กระทรวงวัฒนธรรม ชุมชนและเยาวชน โดยมีภารกิจหลัก คือการสนับสนุนศักยภาพด้านศิลปะให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และอีกด้านคือการทำ�ให้ชาวสิงคโปร์เข้าถึงและเห็นว่างานศิลปะ เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำ�วัน ที่มา : edb.gov.sg / nac.gov.sg / designsingapore.org สิงคโปร์ ที่มา : บทความ “Creative Economy: An Engine to ImproveIndonesia’sAgriculture”(27 พฤษภาคม2019) จากaseanfoundation.org/ บทความ “Maestranzato become creative hub as Intramuros eyes UNESCO CreativeCitieslist”(2 พฤษภาคม2018) โดยAngelYulo จาก bluprint.onemega.com / การประชุม ASEAN Reginal Workshop on Creative Economy เมื่อวันที่ 4-5 กันยายน 2562 ที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย iGrow เป็นแพลตฟอร์มให้เกษตรกรจำ�นวน 2,200 ราย มีโอกาสได้เงินลงทุนมาปรับปรุง กิจการจากการระดมเงินของคนในเมืองที่ต้องการ ลงทุนเพื่อแลกกับการเป็นเจ้าของสวนแบบไม่ต้อง ลงมือเอง ขณะที่Petani,LimaKilo และ ทานิฮับ มีเป้าหมายในการให้ความรู้เกษตรกร ตั้งแต่ เทคนิคการปลูก เครื่องมือ ราคา และตลาด ออนไลน์ เพื่อให้พวกเขาสามารถปรับปรุงผลผลิต ส่วน SayurBox เกิดขึ้นมาเพื่อช่วยลดปัญหา การขนส่งที่ทำ�ให้ผลผลิตเสียหายระหว่างทาง จากแหล่งผลิตไปยังผู้บริโภค และยังมีอีกราย หลายที่ค่อย ๆ สร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับภาค การเกษตรของอินโดนีเซีย ปรากฏการณ์ที่คนรุ่นใหม่พยายามสร้างสรรค์ เพื่อแก้ปัญหาหรือสร้างทางเติบโตให้กับตัวเอง ในเวลานี้ไม่ได้เกิดขึ้นที่อินโดนีเซียประเทศเดียว แต่รวมถึงนักสร้างสรรค์ในอาเซียนที่ต่างกำ�ลัง ตื่นตัวกับความหวังใหม่ ๆ จากการที่รัฐบาลลุกขึ้น มาพูดคุยเรื่อง ‘ความคิดสร้างสรรค์’ อย่างจริงจัง มากขึ้น ในฐานะที่เป็นอุตสาหกรรมที่เปิดโอกาส ให้ทุกคน เป็นเศรษฐกิจที่สามารถอยู่รอด และฟื้นตัวในยามวิกฤติ เป็นเครื่องมือในการ พัฒนาชุมชน แม้ว่าขั้นตอนของการพัฒนาจะ ค่อยเป็นค่อยไป แต่อย่างน้อยเส้นทางของ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ก็ปรากฏให้เห็นเด่นชัดขึ้น ในภูมิภาคนี้แล้ว
  • 18.
    CREATIVE THAILAND I18 Fact Figure : พื้นฐานความคิด ส่องทิศทางถนนสายสร้างสรรค์ ของชาติอาเซียน เรื่อง : วรรณเพ็ญ บุญเพ็ญ หลายประเทศในกลุ่มอาเซียนจึงกำ�ลังมุ่งมั่นสนับสนุนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Creative Industries: CI) ผ่านนโยบายระดับชาติ พร้อมทั้งมีกองหนุน เป็นหน่วยงานช่วยผลักดันเรื่องนี้อย่างจริงจัง ถึงเวลาแล้วที่เราต้องรู้ว่าประเทศไทยอยู่ตรงจุดไหนบนเส้นทางสายสร้างสรรค์นี้ และเพื่อนบ้านของเรากำ�ลัง มุ่งหน้าไปในทิศทางใด เพื่อค้นพบโอกาสครั้งใหม่ที่จะช่วยให้เศรษฐกิจอาเซียนเฉิดฉายขึ้นในอนาคต ปฏิเสธไม่ได้ว่าในบรรดาชาติอาเซียนทั้ง 10 ประเทศนั้นต่างเต็มไปด้วยวัฒนธรรมและเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่มีดีไม่แพ้กลุ่ม ประเทศไหน ๆ สินทรัพย์ที่มีอยู่ในมือจึงเป็นดั่งต้นทุนชั้นดีที่จะช่วยผลักดันให้เกิด ‘เศรษฐกิจสร้างสรรค์’ ซึ่งถือเป็นพระเอก มาแรงในการขับเคลื่อนความสำ�เร็จของเศรษฐกิจโลกในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา สิงคโปร์ : การส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ถือเป็นหนึ่งในแผนการพัฒนาประเทศครั้งใหญ่ของ สิงคโปร์เคียงคู่ไปกับการพัฒนาการศึกษาและระบบสาธารณสุข โดยรัฐบาลได้จัดตั้ง ‘DesignSingapore Council’ขึ้นเมื่อปี2003เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนภาคการออกแบบจัดกิจกรรม‘SingaporeDesignWeek’ ที่ช่วยกระตุ้นความร่วมมือระหว่างภาครัฐเอกชนและผู้ประกอบการและเป็นต้นแบบการนำ�งานสร้างสรรค์ มาช่วยเพิ่มระดับความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยในปี 2015 สิงคโปร์ก็ได้รับการยกย่องจากยูเนสโกให้เป็น เมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบ (UNESCO Creative City of Design) หน่วยงานสร้างสรรค์ DesignSingapore Council มูลค่าอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ 2.13 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (ปี 2013) เป้าหมาย : ภายในปี 2025 สิงคโปร์ได้วางเป้าหมายว่า จะผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้ เติบโตผ่านการใช้นวัตกรรมและงานออกแบบ รวมทั้งการออกนโยบายสร้างชาติอัจฉริยะ (Smart Nation Singapore) ที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตชาวสิงคโปร์ให้มีคุณภาพ ยิ่งขึ้น ประเทศไทย : การผลักดันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของประเทศไทยเกิดขึ้นอย่างชัดเจนครั้งแรก ในปี2005 โดยรัฐบาลได้จัดตั้งศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ(ThailandCreativeandDesignCenter: TCDC) เพื่อมุ่งจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นในสังคมไทยผ่านการให้ความรู้และกิจกรรม สร้างสรรค์ในรูปแบบต่างๆ อาทิBangkokDesignWeek,ChiangMaiDesignWeek และCreativities Unfold เป็นต้น โดยภาพรวมมูลค่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยตั้งแต่ปี2005-2014 มีมูลค่าสูงขึ้นจาก 3.7 เป็น 6.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และในปี 2017 มูลค่าของ CI คิดเป็นสัดส่วน 9.1% ของจีดีพีในประเทศ ขณะที่ 5 อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่สร้างมูลค่าให้ประเทศมากที่สุด ได้แก่ อาหาร การโฆษณา แฟชั่น การออกแบบ และงานฝีมือ จนกระทั่งปี 2018 ประเทศไทยได้มีหน่วยงาน สนับสนุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างจริงจังครั้งแรกภายใต้ชื่อ ‘สำ�นักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์’ (CreativeEconomyAgency:CEA) ที่ทำ�หน้าที่ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย ให้เติบโตขึ้นอย่างยั่งยืน หน่วยงานสร้างสรรค์ ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) สำ�นักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (CEA) มูลค่าอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ 9.1% ของจีดีพีในประเทศ (ปี 2017) เป้าหมาย : CEA มีแผนการสร้างนิเวศสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย ดังนี้ 1. สร้างและ พัฒนาทรัพยากรมนุษย์สู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (People) 2. ส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ที่มีมูลค่าสูง (Product) และ 3. ส่งเสริมและพัฒนาพื้นที่สร้างสรรค์ (Place) เพื่อผลักดัน ให้เกิดการพัฒนาและยกระดับเศรษฐกิจไทยในภาพรวม
  • 19.
    CREATIVE THAILAND I19 ที่มา : บทความ “Can the creative industries of ASEAN make waves?” จาก oxfordbusinessgroup.com / บทความ “Creative connections” จาก straitstimes.com / บทความ “Creative Economy Roadmap for Philippines proposed” จาก culture360.asef.org / บทความ “Culture and Creative Sector to Create More Than 125,000 Jobs in Kuala Lumpur by 2022” จาก arteri.com.my/ บทความ “GettingcreativeinIndonesia” จากtheaseanpost.com/ รายงาน “KualaLumpurasaCulturalCreativeCity” โดยcendana.com/cea.or.th/designsingapore.org ประเทศอินโดนีเซีย : ด้วยจำ�นวนประชากรที่มีมากกว่า 260 ล้านคน ถือเป็นความได้เปรียบ ในการบริโภคสินค้าและบริการในอุตสาหรรมสร้างสรรค์ โดยรายงานจาก Creative Economy Agency (Bekraf) หน่วยงานสนับสนุนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของประเทศอินโดนีเซียเผยว่า ในปี 2018 อุตสาหกรรมสร้างสรรค์มีมูลค่ามากถึง 77.9 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือคิดเป็น 7.4% ของจีดีพีประเทศ (คาดว่าในปีนี้ 2019 จะเพิ่มสูงขึ้นถึง 9.6% และสร้างมูลค่าได้ถึง 86.9 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) โดย อุตสาหกรรมอาหาร แฟชั่น คราฟต์ มีเดีย และสื่อสิ่งพิมพ์ ถือเป็น 5 สาขาหลักของ CI ในอินโดนีเซีย หน่วยงานสร้างสรรค์ Creative Economy Agency (Bekraf) มูลค่าอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ 77.9 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ปี 2018) เป้าหมาย : รัฐบาลมุ่งหวังให้เศรษฐกิจสร้างสรรค์เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่จะช่วยลด ความเหลื่อมล้ำ�และกระจายโอกาสที่ทั่วถึงให้ประชาชน (ในปีที่ผ่านมา Bekraf ยังได้จัดเวที สนทนา World Conference on Creative Economy (WCCE) อย่างจริงจังครั้งแรก ที่เมืองบาหลีภายใต้ธีม ‘Inclusive Creativity’ ประเทศฟิลิปปินส์: ในเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ด้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ‘ArangkadaCreative Industries Forum 2018’ ที่จัดขึ้น ณ กรุงมะลิลาของฟิลิปปินส์ มีการคาดการณ์ว่าประชากรวัยรุ่นชาว ฟิลิปปินส์ที่กำ�ลังจะมีสัดส่วนมากที่สุดภายในปี 2045 จะกระตุ้นการสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของ ประเทศให้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งมูลค่า CI ของฟิลิปปินส์คิดเป็น 7.34% ของจีดีพีในประเทศ และ มีอัตราการจ้างงานในอุตสาหรรมนี้มากถึง 14.14% และแม้อุตสาหกรรมดนตรีของฟิลิปปินส์จะโดดเด่น ที่สุดด้วยจำ�นวนมิวสิกเฟสติวัลแบบนับไม่ถ้วน แต่โรดแมปสำ�หรับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่วางแผน โดยCreativeEconomyCouncilofthePhilippines(CECP) กลับเป็นอุตสาหกรรมโฆษณา ภาพยนตร์ แอนิเมชัน เกม และดีไซน์ (กราฟิกดีไซน์และดิจิทัลดีไซน์) หน่วยงานสร้างสรรค์ Creative Economy Council of the Philippines (CECP) มูลค่าอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ 7.34% ของจีดีพีในประเทศ (ปี 2019) เป้าหมาย : Creative Economy Council of the Philippines (CECP) มีแผนที่จะ ผลักดันอุตสาหกรรมโฆษณา ภาพยนตร์ แอนิเมชัน เกม และดีไซน์ (กราฟิกดีไซน์และ ดิจิทัลดีไซน์) ให้เป็น 5 สาขาหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของฟิลิปปินส์ให้ขึ้น เป็นอันดับ 1 ในกลุ่มอาเซียนภายในปี 2030 ประเทศมาเลเซีย : แม้รายงานจาก UN Conference on Trade and Development (UNCTAD) ในปี 2014 จะเผยว่ามูลค่าสินค้าและบริการสร้างสรรค์ของมาเลเซียจะสูงถึง 6 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ แต่ในช่วงนั้นแผนนโยบายการสนับสนุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของมาเลเซียยังไม่ชัดเจน จนกระทั่งปี2017 รัฐบาลมาเลเซียได้จัดตั้งหน่วยงาน ‘CulturalEconomyDevelopmentAgency:CENDANA’ ที่ช่วย สนับสนุนการสร้างนิเวศสร้างสรรค์ของมาเลเซียอย่างจริงจัง โดย 6 สาขาหลักของอุตสาหกรรม สร้างสรรค์ที่ CENDANA ให้การสนับสนุน ได้แก่ ศิลปะและดนตรี, พิพิธภัณฑ์และการอนุรักษ์ มรดกทางวัฒนธรรม, วรรณกรรมและสื่อสิ่งพิมพ์, แฟชั่นและการออกแบบ, งานฝีมือและภาพยนตร์ การกระจายเสียง และดิจิทัลคอนเทนต์ โดยมีการจัดอีเวนต์ประจำ�ปีอย่าง ‘Art in the City’ ที่ให้การ สนับสนุนการจัดแสดงงานศิลปะเอาต์ดอร์ ป็อปอัพมาร์เก็ต รวมทั้งเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ด้านศิลปะและ เวิร์กช็อปต่างๆ เพื่อบุกเบิกการสร้างนิเวศสร้างสรรค์และแสดงถึงศักยภาพด้านศิลปะและวัฒนธรรม ของมาเลเซียให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม หน่วยงานสร้างสรรค์ Cultural Economy Development Agency: CENDANA มูลค่าอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ 6 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (ปี 2014) เป้าหมาย : Cultural Economy Development Agency: CENDANA มีเป้าหมายที่จะ สร้างกัวลาลัมเปอร์ให้เป็นเมืองสร้างสรรค์ที่คนทั่วโลกจะต้องนึกถึงภายในปี 2022 โดย ตั้งเป้าไว้ว่าจะสร้างงานในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ให้กับพลเมืองได้ถึง 125,000 งาน
  • 20.
    CREATIVE THAILAND I20 Creative Business : ธุรกิจสร้างสรรค์ การขยายตลาดไปสู่ต่างประเทศสำ�หรับผู้ประกอบการรายใหญ่ๆคงเป็นเรื่องที่สามารถทำ�ได้อย่างคล่องตัวสะดวกและรวดเร็ว แต่หากเป็นผู้ประกอบการรายจิ๋วที่เพิ่งเริ่มมองหาตลาดเพื่อขยายกิจการต่อ คงเป็นเรื่องที่ต้องคิดหนักกันทีเดียว แบรนด์เครื่องประดับทองเหลือง ทองแดง และเงินของคุณโหน่ง-พวรรณา ทองขาว ที่นิยามตัวเองว่าเป็นเครื่องประดับ แนวไลฟ์สไตล์ สวมใส่ได้ทุกวัน ทั้งยังสามารถนำ�มามิกซ์แอนด์แมตช์ โดยเปลี่ยนจากต่างหูหรือกำ�ไลข้อมือเป็นจี้ห้อยคอ ได้ตามชอบ ถือเป็นผู้ประกอบการรายเล็กที่ต้องทำ�การบ้านอย่างหนักก่อนออกไปสู่โลกของตลาดอาเซียน แล้วการเตรียมตัว สู่ความสำ�เร็จเป็นอย่างไร คุณโหน่ง เจ้าของแบรนด์จะมาเล่าให้เราฟังถึงเบื้องหลังการไปเยือนอาเซียนของแบรนด์ LOVER เรื่อง : วนบุษป์ ยุพเกษตร l ภาพ : ภีร์รา ดิษฐากรณ์
  • 21.
    CREATIVE THAILAND I21 ‘ศาสตร์การคิดคำ�นวณ’ สู่ ‘กระบวนการออกแบบ’ บทสนทนากับเจ้าของแบรนด์ LOVER เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นกันเอง คุณโหน่ง เล่าให้ฟังคร่าวๆ ถึงประสบการณ์การทำ�งานที่สั่งสมมาหลายปี จนทำ�ให้ เชี่ยวชาญเรื่องกระบวนการผลิตเครื่องประดับ บวกกับความชอบที่มีเป็น ทุนเดิมอยู่แล้ว ไม่เพียงเท่านั้น การศึกษาต่อในระดับปริญญาโทด้าน การออกแบบเครื่องประดับจากมหาวิทยาลัยศิลปากร ยังเป็นแรงผลักดันใ ห้เธอสร้างแบรนด์นี้ขึ้นมาอย่างเป็นรูปเป็นร่าง เมื่อถามถึงแรงบันดาลใจของโลโก้ที่ดูเรียบง่ายของแบรนด์ อันประกอบ ไปด้วยรูปทรงเรขาคณิต ทั้งวงกลม สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม คุณโหน่งยิ้มและ ให้คำ�ตอบว่า “มาจากสัดส่วนทองคำ� (Golden Ratio) ของเลโอนาร์โด ดา วินชี แล้วมาแทนค่าเป็นรูปทรงเรขาคณิต มันเชื่อมโยงกับความสมบูรณ์ ของรูปทรงเรขาคณิต” แม้แต่แบรนด์ใหญ่ๆ ระดับโลกอย่าง Apple หรือ National Geographic ก็ยังมีองค์ประกอบของสัดส่วนทองคำ�นี้อยู่เช่นกัน “นอกจากนี้โลโก้ของเรายังมีกิมมิกเกี่ยวกับธาตุทั้ง 5 ของคน ซึ่งเป็น ศาสตร์ตั้งแต่สมัยโบราณว่าจะแทนเป็นค่าทางรูปทรงเรขาคณิต เช่น สี่เหลี่ยม เป็นธาตุดิน วงกลมเป็นธาตุทอง” สิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่เราสังเกตเห็นแสดงถึง ความใส่ใจที่ผ่านการคิดมาแล้วอย่างถี่ถ้วนแม้กระทั่งโลโก้ของแบรนด์เอง “แต่ลูกค้าส่วนใหญ่มักชอบฟอร์มและรูปทรงมากกว่า ประมาณว่าชอบแบบนี้ ใส่แล้วสวย ไม่ได้คำ�นึงถึงความเชื่อเรื่องธาตุ ไม่ได้เจาะลึกลงไป” แต่สำ�หรับ ผู้ที่มีความเชื่อเรื่องธาตุ คุณโหน่งก็พร้อมและยินดีให้ข้อมูลแก่ลูกค้าเสมอ ไม่ว่าจะมาจากประเทศใด “มันเป็นความเชื่อส่วนบุคคล ที่เชื่อว่าสิ่งเหล่านี้ จะช่วยส่งเสริมเรา อย่างคนธาตุไฟมีลมร้อน ก็จะใช้ธาตุนํ้ามาเสริม” ‘1 คูหาในประเทศ’ สู่ ‘1 บูธในต่างประเทศ’ LOVER Brand ของคุณโหน่งตั้งอยู่ที่ตลาดนัดจตุจักร อันเป็นแหล่งรวมตัว ของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศในวันเสาร์-อาทิตย์ หน้าร้าน 1 คูหาที่ซ่อนตัวอยู่ในตลาดนัดจตุจักร คือสิ่งที่คุณโหน่งปั้น มากับมือเป็นระยะเวลานานกว่า 6 ปีแล้ว หลังสั่งสมประสบการณ์มาพอ สมควร เธอรู้สึกว่าตัวเองและแบรนด์พร้อมแล้วที่จะออกเดินทางสู่ประเทศ เพื่อนบ้าน “80% ของลูกค้าที่ร้านเป็นชาวต่างชาติ เราพยายามหาตลาดที่ มันซัพพอร์ต จึงมักไปออกงานอีเวนต์นานาชาติ” ด้วยความที่คุณโหน่ง มีบัตรผ่านเป็นสมาชิกสมาคมช่างทอง นั่นจึงทำ�ให้เธอรู้ข่าวคราวการออกบูธ อยู่เป็นประจำ� และร่วมออกงานเป็นครั้งคราว อย่างงานบางกอก เจ็มส์ แอนด์ จิวเวลรี งานใหญ่ระดับประเทศที่รวบรวมเครื่องประดับนานาชนิดไว้ใน ที่เดียว คุณโหน่งเล็งเห็นว่าสินค้าของแบรนด์ไม่ได้เป็นเครื่องประดับที่ใช้วัตถุดิบ ชั้นสูง (Fine Jewelry) แบบฝังเพชร พลอย หรืออัญมณีหรูหรา แต่เป็น เครื่องประดับที่ใช้ได้ในชีวิตประจำ�วัน จึงสามารถหมุนเวียนไปออกอีเวนต์ อื่นๆ ได้ เช่น งานของกรมส่งเสริมศิลปาชีพ หรือแม้แต่งานออกแบบที่เป็น งานฝีมืออย่าง Crafted Craft หลังออกบูธในประเทศมาได้ระยะหนึ่ง คุณโหน่งก็เริ่มมองหาช่องทาง ที่จะนำ�เครื่องประดับของแบรนด์ไปจำ�หน่ายในต่างประเทศดูบ้าง และเลือก ประเทศใกล้ๆ อย่างโซนอาเซียนก่อน จุดหมายจึงไปตกอยู่ที่...สิงคโปร์ ‘ประสบการณ์ครั้งแรก’ สู่ ‘ประสบการณ์ครั้งต่อๆ มา’ “ครั้งแรกที่ไปต่างประเทศ ซึ่งก็คือสิงคโปร์ เราไปเอง ไม่ได้เข้าร่วมกับ โครงการใดๆ เลย อย่างที่บอกว่างานของเราเป็นงานไลฟ์สไตล์ทันสมัย แต่แฝงด้วยความเป็นงานฝีมือ เราจึงหันกลับมาดูว่าสินค้าของเราเหมาะกับ ประเทศไหน” หลังจากที่รู้จุดยืนของแบรนด์ คุณโหน่งก็ตัดสินใจได้ “เรามองว่าสิงคโปร์มันน่าจะได้ เพราะการใช้ชีวิตหรือแนวคิดของผู้คน ค่อนข้างเปิดกว้าง รสนิยมของคนในประเทศก็น่าจะรับงานของเราได้ เศรษฐกิจและค่าเงินของประเทศเขาน่าจะทำ�ให้คนสิงคโปร์ซื้องานของเรา” งานแรกของคุณโหน่งเป็นการไปออกอีเวนต์อย่างที่เคยออกอยู่บ่อยๆ ในเมืองไทย และเลือกลงที่งาน Public Garden เป็นตัวเลือกแรก ซึ่งเป็น งานที่คนไทยที่อยู่ในแวดวงรู้จักกันดีอยู่แล้ว ส่วนงานอื่นๆ ที่ไปออก หลังจากนั้นก็ที่สิงคโปร์เช่นกัน โดยเป็นงานแนวอาร์ตแอนด์คราฟต์ แน่นอนว่าประสบการณ์ครั้งแรกย่อมทำ�ให้ผู้ประกอบการหน้าใหม่ ในต่างประเทศกังวลใจไม่น้อย “ครั้งแรกที่ไปก็กังวลว่าคนจะชอบหรือสนใจ งานเราไหม เพราะสังเกตเห็นร้านอื่นๆ ว่าแต่ละแบรนด์ก็มีลูกค้าของเขา อยู่แล้ว พอมาถึงก็รู้จักกันอยู่แล้วและอุดหนุนกัน เราเริ่มรู้สึกแล้วว่าเราจะ ไปรอดไหม แต่ผลปรากฏว่าคนที่สิงคโปร์ให้การตอบรับดีมากๆ” คุณโหน่ง ย้อนนึกถึงบรรยากาศชวนกังวลใจ และนํ้าเสียงที่แสดงความโล่งใจเป็น ปลิดทิ้งในตอนท้าย นอกจากเมืองเมอร์ไลออนแล้ว คุณโหน่งยังมองถึงอนาคตของแบรนด์ ในประเทศอาเซียนอื่นๆ ด้วย “อย่างเวียดนามก็เริ่มมาแล้ว เพราะความเจริญ เริ่มเข้าถึง เราเห็นว่าบริษัทจิวเวลรีจากหลายประเทศเริ่มเข้าไปตั้งใน เวียดนามเยอะ แนวทางการใช้ชีวิตของชาวเวียดนามก็น่าจะตอบรับแบรนด์ ของเราได้” แต่ก่อนจะนำ�แบรนด์ LOVER ไปตีตลาดในเวียดนามและ ประเทศอื่นๆ ในอาเซียน คุณโหน่งก็ยังมีเรื่องให้ต้องคิดและทบทวนอีกมาก
  • 22.
    CREATIVE THAILAND I22 “เราต้องดูด้วยว่าประเทศเขามีอีเวนต์หรือตลาดที่จะรองรับเราได้ไหม และ ตอนนี้ก็มองอินโดนีเซียและมาเลเซียไว้เหมือนกัน” “เราต้องรู้จักวัฒนธรรม ประเพณี และไลฟ์สไตล์ของผู้คนในแต่ประเทศ ว่าเป็นอย่างไร เวลาออกแบบหรือผลิตผลงานจะได้ตอบโจทย์เขา อย่างสมมติ ถ้าพี่จะไปมาเลเซีย ที่นั่นมีคนมุสลิมเยอะ พี่จะต้องออกแบบอะไร อาจเป็น เข็มกลัดสำ�หรับกลัดฮิญาบไหม จะได้เพิ่มฟังก์ชั่น เราต้องทำ�การบ้าน ตรงนั้นไปในแต่ละประเทศ” คุณโหน่งเผยเคล็ดลับการออกแบบเครื่องประดับ ให้เราฟัง ‘ดูให้รอบด้าน’ ปัจจัยของความสำ�เร็จ ดูประเทศที่เราจะไป ดูสินค้าที่เราไปเสนอขาย ดูวัสดุหลักของสินค้าที่ เราใช้ ดูความเหมาะสมของราคาสินค้า “ต้องศึกษาให้ถ่องแท้ และหันกลับมาดูงานของเราว่าเหมาะกับ ตลาดในประเทศไหน ทำ�อย่างไรถึงจะตอบโจทย์ความชอบของเขา ไม่ใช่เราไปโดยที่ไม่รู้ว่าตลาดเป็นอย่างไร อย่างประเทศนี้ชอบงานทอง แต่เราเอางานทองเหลืองไปขาย มันก็ขายไม่ได้” ต้องศึกษาให้ถ่องแท้ และหันกลับมา ดูงานของเราว่าเหมาะกับตลาดใน ประเทศไหนทำ�อย่างไรถึงจะตอบโจทย์ ความชอบของเขา ไม่ใช่เราไปโดยที่ ไม่รู้ว่าตลาดเป็นอย่างไร ‘ตลาดทางเดียว’ สู่ ‘ตลาดหลายช่องทาง’ ด้วยความที่เป็นธุรกิจในครัวเรือนที่คุณโหน่งเจ้าของแบรนด์ทำ�กับพี่สาว และน้องสาว ไม่ได้มีทีมงานเหมือนอย่างแบรนด์ใหญ่ๆ จึงทำ�ให้แบรนด์ ยังขาดช่องทางการสื่อสารกับลูกค้าอยู่บ้าง ถึงแม้ว่าLOVER จะประสบความสำ�เร็จกับการที่ไปออกอีเวนต์ที่สิงคโปร์ แต่ผู้ประกอบการผู้มองการณ์ไกลคนนี้ยังมองเห็นช่องว่างและจุดอ่อน ของแบรนด์อยู่ จึงเริ่มขยายช่องทางการตลาดอื่นๆ นอกจากการเปิดร้าน ที่ตลาดนัดจตุจักรและการไปออกบูธเพียงช่องทางเดียวซึ่งเป็นตลาดแบบ ออฟไลน์ ยิ่งในยุคที่อินเทอร์เน็ตมีความจำ�เป็นอย่างยิ่งยวดสำ�หรับหนุ่มสาว ทั้งหลาย แม้แต่คนสูงอายุและเด็ก การจำ�หน่ายสินค้าทางออนไลน์ก็ยิ่งจะ ทำ�ให้แบรนด์ขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น ทั้งยังเป็นการโปรโมตและพูดคุย สื่อสารกับลูกค้าไปในตัว “พี่จะแบ่งเป็นสองส่วน คือตลาดออฟไลน์และ ออนไลน์ สำ�หรับตลาดออฟไลน์ สิ่งที่จะทำ�เพิ่มขึ้นคือการไปออกอีเวนต์ ทั้งในและต่างประเทศให้มากขึ้น และพัฒนาหน้าร้านของตัวเองให้ดีกว่าเดิม” คุณโหน่งอธิบายถึงแผนระยะยาวสำ�หรับอนาคตของแบรนด์ และเสริมว่า “ส่วนตลาดออนไลน์จะเริ่มทำ�ให้ดีขึ้น เนื่องจากตอนนี้ยังไม่มีเว็บไซต์ ก็ต้อง ทำ�เว็บไซต์และอาจไปร่วมมือกับ Pinkoi และ Esty เพื่อกระจายสินค้าและ โปรโมตแบรนด์ไปด้วย” LOVER Brand ตั้งอยู่ที่ตลาดนัดจตุจักร (เปิดวันเสาร์-อาทิตย์) สาขา 1: โครงการ 7 ซอย 63/4 ร้าน 177 / สาขา 2: โครงการ 4 ซอย 49/1 ร้าน 135
  • 23.
    CREATIVE THAILAND I23 How To : ถอดวิธีคิด การขยายธุรกิจเป็นเป้าหมายสำ�คัญของผู้ประกอบการแทบทุกรายที่ต้องการเติบโตด้วยการทำ�ให้สินค้าและบริการเป็นที่รู้จัก ในตลาดใหม่ ๆ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดียิ่งขึ้น และสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจได้ต่อไป ปัจจุบัน กระแสโลกาภิวัฒน์ทำ�ให้ผู้ประกอบการหลายรายมองหาชัยภูมิใหม่ ๆ ที่ไม่จำ�กัดอยู่แค่ในประเทศ แต่เน้นพุ่งเป้า ไปที่ตลาดต่างประเทศ ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก แต่ก่อนที่จะไปไกลถึงระดับสากล การเริ่มต้นจากตลาดใกล้เคียง อย่างประเทศเพื่อนบ้านในแถบ ‘อาเซียน’ ก็ถือเป็นตลาดที่น่าจับตามองและน่าสนใจไม่น้อย ด้วยจำ�นวนประชากรและ กำ�ลังซื้อที่ยังคงขยายตัวต่อเนื่อง และนี่คือวิธีการที่จะช่วยให้เราเปิดประตูไปสู่อาเซียนได้ง่ายขึ้น เรื่อง : วนบุษป์ ยุพเกษตร ประตู 5 บานสู่ประเทศเพื่อนบ้าน 1. พึ่งพาภาครัฐ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศคือแหล่งรวมข้อมูลชั้นเลิศสำ�หรับนักธุรกิจทั้งมือเก่าและมือใหม่ ที่ต้องการส่งออกสินค้าไปต่างประเทศ แถมยังมีอีกหลายหน่วยงานที่ให้ความรู้เกี่ยวกับตลาดต่างประเทศ เช่น ธนาคารเพื่อ การส่งออกและนำ�เข้าแห่งประเทศไทย ที่สนับสนุนนักลงทุนไทยในต่างประเทศด้านการเงิน หรือ C-Asean ที่ส่งเสริม ความร่วมมือและความเชื่อมโยงธุรกิจในอาเซียนโดยเฉพาะ 2. รู้จักตลาดบ้านเขา การเริ่มต้นที่ดีคือการทำ�ความรู้จักกับที่ที่เราจะไป อย่าเพิ่งคิดว่าจะขายอะไร ตราบใดที่ยังไม่รู้ว่า ลูกค้าต้องการอะไร และมีแนวโน้มพฤติกรรมแบบไหน อาจเริ่มจากค้นหาข้อมูลของประเทศนั้น ๆ ว่าสิ่งที่เขาต้องการคืออะไร และตรงกับสิ่งที่เราจะนำ�ไปเสนอหรือเปล่า 3. เลือกปรับแผนการตลาดให้เหมาะสม กลยุทธ์ที่ใช้ในประเทศอาจไม่เวิร์กที่บ้านเมืองอื่น ดังนั้นคู่แข่งก็ต้องศึกษา เพราะคู่แข่งในตลาดระดับภูมิภาคอาจไม่ได้ดำ�เนินกลยุทธ์ที่เราคุ้นเคย รวมถึงเรื่องการพัฒนาสินค้าและบริการให้ตรงใจที่ต้อง หมั่นสํารวจเทรนด์และเพิ่มองค์ความรู้ใหม่ ๆ โดยต้องไม่พลาดศึกษาเรื่องกฎระเบียบและวิธีการขนส่ง ที่อาจเป็นต้นทุนสำ�คัญ ในธุรกิจนำ�เข้าและส่งออก 4. ไม่ลืมเรื่องเอกสาร ผู้ประกอบการหลายคนอาจส่ายหน้ากับการจัดการเอกสารแสนยุ่งยาก แต่นี่คือสิ่งจำ�เป็นอันดับต้น ๆ ที่เลี่ยงไม่ได้ พยายามทำ�ความเข้าใจและเรียนรู้ คนที่เตรียมตัวพร้อมกว่า ย่อมเข้าใกล้เส้นชัยมากกว่า 5. พึงระลึกเรื่องเงินทอง สังคมโลกกำ�ลังเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคมไร้เงินสด ทั้งระบบการชำ�ระเงินระหว่างประเทศ การสำ�รอง เงินทุนในยามฉุกเฉิน จึงต้องศึกษาให้รอบคอบเพื่อไม่ให้ขาดสภาพคล่องทางการเงิน เมื่อคิดดีแล้วที่จะรุกตลาดอาเซียน ก็ต้องรีบลงมือ และคว้าโอกาสที่จะมาถึงให้เร็ว หนึ่งเทคนิคที่สำ�คัญคือ “อย่าพยายามหาลูกค้าสำ�หรับสินค้าที่ คุณมี แต่จงหาสินค้าที่ใช่สำ�หรับลูกค้าในอนาคตของคุณ” อย่างที่เซธ โกดิน (Seth Godin) นักคิดนักเขียนด้านธุรกิจและการตลาดชื่อดังในแวดวงธุรกิจ ออนไลน์ เคยลั่นวาจาไว้ ที่มา : บทความ “5 Checklist อยากส่งออกไปต่างประเทศต้องรู้” จาก peerpower.co.th และ ditp.go.th
  • 24.
    Creative Place :พื้นที่สร้างสรรค์ CREATIVE THAILAND I 24 PhotobyAtiksulianamionUnsplash หากนึกถึงประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงร่วมภูมิภาคอาเซียนอย่าง ‘อินโดนีเซีย’เรานึกถึงอะไรคนไทยหลายคนอาจเห็นภาพของประเทศ ที่เต็มไปด้วยเกาะน้อยใหญ่มากมายนึกถึงเมืองหลวงอย่างจาการ์ตา หรือ แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างเกาะบาหลี แต่จริง ๆ แล้ว อินโดนีเซียมีอะไรให้ค้นหามากกว่านั้น เรื่อง : ณัฐชา ตะวันนาโชติ THE REVIVAL OF INDONESIA
  • 25.
    CREATIVE THAILAND I25 จริงอยู่ที่ภูมิประเทศส่วนใหญ่ของอินโดนีเซีย มีลักษณะเป็นเกาะ แต่เกาะเหล่านั้นก็ได้รับ การขนานนามว่าเป็นหมู่เกาะที่ ‘ใหญ่ที่สุดในโลก’ มีประชากรกว่า 260 ล้านคน ซึ่งมากที่สุดใน ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมากเป็น อันดับ4 ของโลก นอกจากจำ�นวนประชากรแล้ว ความหลากหลายทางวัฒนธรรมยังเป็นจุดเด่น ของอินโดนีเซีย เนื่องจากมีกลุ่มชาติพันธุ์มากกว่า 300 กลุ่ม มีภาษาที่ใช้แตกต่างกันถึง 700 ภาษา และคำ�ขวัญประจำ�ชาติอย่าง “เป็นหนึ่งเดียวกัน ในความหลากหลาย” (Unity in Diversity) ก็ยัง สะท้อนให้เห็นถึงจุดเด่นนี้ได้เป็นอย่างดีวัฒนธรรม อันหลากหลายของอินโดนีเซียเกิดจากการ หล่อหลอมและแลกเปลี่ยนของวัฒนธรรมดั้งเดิม และอิทธิพลจากชาติต่าง ๆ ที่เข้ามาเชื่อมสัมพันธ์ ตั้งแต่อดีต เนื่องจากทำ�เลที่ตั้งของอินโดนีเซียนั้น เป็นจุดยุทธศาสตร์สำ�คัญของเส้นทางการค้า ระหว่างประเทศแถบตะวันออกไกล เอเชียใต้ และตะวันออกกลาง ส่งผลให้ได้รับอิทธิพลจาก วัฒนธรรมจากหลากหลายชาติ ไม่ว่าจะเป็น วัฒนธรรมจากจีน อินเดีย อาหรับ และยุโรป ที่มา พร้อมกับศาสนาและความเชื่อ ที่ผสานกันเข้ากับ วัฒนธรรมท้องถิ่นที่มีอยู่เดิมและความหลากหลาย เหล่านั้นได้พัฒนามาเป็นจุดเด่นของอินโดนีเซีย ในปัจจุบัน อย่างที่นิตยสาร Top 10 of Asia ได้ เลือกให้อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีความหลากหลาย ทางวัฒนธรรมมากที่สุดของทวีปเอเชีย ซึ่งรางวัล นี้ก็เป็นรางวัลที่การันตีถึงประสบการณ์ทาง วัฒนธรรมที่น่าตื่นเต้นและหลากหลายที่เหล่า นักท่องเที่ยวจะได้รับหากเดินทางมาเยือน อินโดนีเซียแห่งนี้นั่นเอง Tourism: New Hidden Gems “จากการจัดอันดับในปี 2017 อุตสาหกรรม การท่องเที่ยวของอินโดนีเซียเติบโตเร็วเป็นอันดับ ที่9 ของโลก เป็นอันดับ3 ของเอเชีย และเติบโต ‘เร็วที่สุด’ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” การท่องเที่ยวเป็นองค์ประกอบสำ�คัญของ เศรษฐกิจอินโดนีเซียในปัจจุบัน ในแต่ละปีมีผู้คน เดินทางจากทั่วโลกเพื่อมาท่องเที่ยวที่อินโดนีเซีย อย่างต่อเนื่อง ในปี 2018 มีนักท่องเที่ยวเดินทาง มามากกว่า 15.8 ล้านคน และ ‘เกาะบาหลี’ ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำ�หรับ เหล่านักท่องเที่ยวเสมอมา ซึ่งนิยมขนาดที่ว่ากว่า 40 เปอร์เซ็นต์จากจำ�นวนนักท่องเที่ยวทั้งหมด หรือมากกว่า6 ล้านคนเป็นนักท่องเที่ยวที่มุ่งตรง มาชมความสวยงามของเกาะบาหลีโดยเฉพาะ แต่ทุกอย่างล้วนมีทั้งข้อดีและข้อเสีย แม้ว่า ความมหัศจรรย์ของบาหลีจะดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ อย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แต่การที่ผู้คนมากระจุกตัวอยู่ภายในเกาะๆเดียว กันมากเกินไปย่อมไม่ส่งผลดีต่อทั้งสภาพแวดล้อม และวิถีชีวิตการอยู่อาศัยของผู้คนในท้องถิ่น ดังนั้นถ้าหากจะทำ�ให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ของอินโดนีเซียเติบโตได้อย่างยั่งยืน ในระยะยาว อินโดนีเซียจำ�เป็นที่จะต้องเพิ่มจำ�นวนแหล่ง ท่องเที่ยวที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มากขึ้น เพื่อเป็นการกระจายนักท่องเที่ยวให้เดินทางไปยัง ที่อื่น ๆ บ้าง ทั้งเป็นการกระจายรายได้ และทำ�ให้ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วประเทศเติบโตได้ อย่างเท่าเทียมกัน ‘Ten New Balis’ Project เมื่อเกาะบาหลีเพียงเกาะเดียวสามารถดึงดูดผู้คน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้อย่าง มหาศาล จะเกิดอะไรขึ้นถ้าหากอินโดนีเซียจะมี บาหลีมากกว่า 1 แห่ง ด้วยความตั้งใจที่จะ ขยายอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศ ประธานาธิบดีโจโค วิโดโด จึงได้จัดตั้งโครงการ ‘Ten New Balis’ หรือโครงการพัฒนาแหล่ง ท่องเที่ยวใหม่ 10 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเดิน ตามรอยความสำ�เร็จของเกาะบาหลีและยกระดับ ความสำ�เร็จนั้นมาสู่ระดับประเทศ 10 ศูนย์กลางการท่องเที่ยวแห่งใหม่ของอินโดนีเซีย Tanjung Kelayang Tanjung Lesung Borobudur Temple Kepulauan Seribu Morotai Island Mount Bromo Labuanbajo Wakatobi Lake Toba ศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่โดดเด่น Mandalika Borobudur Temple Lake Tobaที่มา : invest-islands.com Mandalika
  • 26.
    CREATIVE THAILAND I26 “ภายในปี 2020 จะต้องมีนักท่องเที่ยว ต่างชาติเดินทางมาอย่างน้อย 20 ล้านคน” เป็นเป้าหมายที่อินโดนีเซียกำ�หนดไว้ และ โครงการบาหลีแห่งใหม่นี้ก็เข้ามามีส่วนสำ�คัญ ที่จะช่วยให้อินโดนีเซียบรรลุเป้าหมายได้สำ�เร็จ โครงการนี้เริ่มดำ�เนินการมาตั้งแต่ปี 2016 เพื่อ พัฒนาให้เกิดฮับหรือศูนย์กลางการท่องเที่ยวใหม่ ๆ ขึ้นทั่วประเทศโดยเริ่มต้นจากการพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานและสิ่งอำ�นวยความสะดวกต่าง ๆ เช่น การสร้างถนน ท่าเรือ และสนามบิน เพื่อทำ�ให้ ผู้คนเดินทางได้สะดวก เข้าถึงสถานที่ท่องเที่ยว ได้ง่ายขึ้น เป็นการช่วยดึงดูดผู้คนให้มาเที่ยว อินโดนีเซีย และกระจายนักท่องเที่ยวเหล่านั้นให้ ไปเที่ยวชมพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศเพิ่มมากขึ้น จะสังเกตได้ว่า สถานที่ที่ได้รับเลือกนั้นจะ เป็นแหล่งท่องเที่ยวอยู่ก่อนแล้ว แต่อาจยังไม่เป็น ที่รู้จักมากนักหรืออาจจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ รู้จักกันแค่เพียงคนในท้องถิ่น รัฐบาลอินโดนีเซีย เล็งเห็นว่า สถานที่เหล่านี้ล้วนมีศักยภาพมากพอ ที่จะเติบโตและดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ทัดเทียมกับ เกาะบาหลี เพียงแค่ต้องอาศัยการสนับสนุนจาก รัฐบาลในด้านต่าง ๆ เพื่อทำ�ให้คนรู้จักมากขึ้น และเดินทางไปท่องเที่ยวได้สะดวกมากขึ้นนั่นเอง อย่างไรก็ตาม แม้จะถูกเรียกว่าเป็น ‘บาหลี แห่งใหม่’ แต่เกาะทุกเกาะในอินโดนีเซียไม่ได้ เหมือนกันไปเสียหมด อย่างที่ได้กล่าวไปว่า อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีความหลากหลาย มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ด้วยภูมิประเทศที่เป็น หมู่เกาะที่ประกอบไปด้วยเกาะน้อยใหญ่กว่า 17,500 แห่ง เกาะแต่ละแห่งก็ล้วนมีความโดดเด่น ในแบบของตัวเอง ดังนั้นเกาะต่าง ๆ ที่อยู่ใน โครงการนี้จะได้รับการพัฒนาไม่ให้เหมือนเกาะ บาหลีไปเสียทั้งหมด แต่รัฐบาลมีแผนที่จะยังคง เอกลักษณ์ของแต่ละเกาะเอาไว้ ซึ่งนักท่องเที่ยว จะสามารถสัมผัสกับการผสมผสานระหว่าง ธรรมชาติและวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน เนื่องจาก ความหลากหลายเหล่านี้ถือเป็นทรัพยากรที่มี คุณค่าซึ่งอินโดนีเซียสามารถนำ�ไปใช้ต่อยอดและ เพิ่มมูลค่าในเชิงการท่องเที่ยวได้อย่างไม่รู้จบ Belitung: The Multiplier Effect หากพูดถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว สิ่งที่ สะท้อนให้เห็นถึงวิวทิวทัศน์ต่าง ๆ ซึ่งส่งเสริม การท่องเที่ยวได้ชัดเจนและสร้างการเข้าถึงผู้คน ได้มากที่สุด คงหนีไม่พ้นอุตสาหกรรมสื่อและ ภาพยนตร์ อย่างในประเทศไทยก็มีภาพยนตร์ หลากหลายเรื่องที่สร้างกระแสครั้งใหญ่จน สะเทือนไปถึงวงการการท่องเที่ยว หนึ่งในนั้น ก็คือภาพยนตร์ชื่อดังเรื่อง The Beach (2000) นำ�แสดงโดยลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ ที่ทำ�ให้สถานที่ ถ่ายทำ�อย่างอ่าวมาหยาในจังหวัดกระบี่ของไทย โด่งดังไปทั่วโลกจนชาวต่างชาติแห่กันมาเที่ยว วันละหลายพันคน ในขณะเดียวกัน อินโดนีเซีย ก็มีหมู่เกาะบังกาเบอลีตุง (Bangka Belitung Islands) ซึ่งเป็นเกาะที่ได้รับการผลักดันจาก รัฐบาลในโครงการ ‘TenNewBalis’ และได้พลัง การสนับสนุนจากอุตสาหกรรมสร้างสรรค์อย่าง วงการภาพยนตร์ ที่มาช่วยกระตุ้นให้ธุรกิจ การท่องเที่ยวบนหมู่เกาะหายซบเซา และช่วย กระจายรายได้ให้ประชากรชาวเกาะอย่างชัดเจน หมู่เกาะบังกาเบอลีตุงเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ บริเวณชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะสุมาตรา เป็นหมู่เกาะที่ประกอบด้วยเกาะหลัก 2 แห่ง ได้แก่ เกาะบังกา (Bangka) และเกาะเบอลีตุง (Belitung) ซึ่งในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางในการทำ� สถานการณ์การท่องเที่ยวในโครงการ ‘Ten New Balis” นักท่องเที่ยวต่อวัน(พันคน) PhotobyAnggitRizkiantoonUnsplash นักท่องเที่ยวต่างชาติ นักท่องเที่ยวอินโดนีเซีย ที่มา : http://futuredirections.org.au
  • 27.
    CREATIVE THAILAND I27 เหมืองดีบุก และไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวที่ผู้คนรู้จัก มากนัก ทำ�ให้การจะเดินทางไปที่เกาะไม่ใช่ เรื่องง่าย แต่หลังจากภาพยนตร์เรื่อง The Rainbow Troops (2008) ที่ใช้เกาะเบอลีตุงเป็นสถานที่ ถ่ายทำ�หลัก เศรษฐกิจบนเกาะแห่งนี้ก็เติบโตขึ้น อย่างก้าวกระโดด จากที่แทบไม่มีเที่ยวบินมาที่เกาะแห่งนี้เลย ในปัจจุบัน กลับมีเที่ยวบินเพิ่มมากขึ้นถึง 9 เที่ยวบินต่อวัน และมีผู้คนมาเยือนมากถึง 50 ล้านคน ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้เปลี่ยนภาพจำ� ของเบอลีตุงที่ผู้คนเข้าใจว่าเป็นเพียงเกาะที่ทำ� เหมืองแร่ และเผยให้เห็นถึงทิวทัศน์ที่สวยงาม ของเกาะที่เคยถูกมองข้ามมาเนิ่นนาน ด้วย เอกลักษณ์ของหาดทรายขาวดังไข่มุก นํ้าทะเลใส และหินแกรนิตรูปร่างสวยงามที่ประดับประดาอยู่ ตามชายฝั่ง จึงไม่แปลกที่ผู้คนจะอยากมาเที่ยวชม และสัมผัสความงามของธรรมชาติเหล่านี้ เป็นการตามรอยภาพยนตร์ในดวงใจที่ได้เผยแพร่ ภาพความสวยงามเหล่านี้ออกไป และแน่นอนว่า มันช่วยให้เศรษฐกิจบนเกาะเติบโตมากขึ้น ทั้ง อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และธุรกิจข้างเคียง เช่น การเปิดโรงแรมและร้านอาหารใหม่ ๆ เพื่อ รองรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น เป็นการสร้างโอกาส และอาชีพให้คนบนเกาะไปพร้อม ๆ กัน The Turning Point แม้โลกจะเริ่มรู้จักภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยความสวยงามของชายหาดและท้องทะเล ตั้งแต่ในช่วงทศวรรษที่1960-1970 แต่อินโดนีเซีย ก็เป็นประเทศที่เริ่มให้ความสำ�คัญกับภาค การท่องเที่ยวได้ค่อนข้างช้า หากเทียบกับประเทศ ที่อยู่ในภูมิภาคเดียวกัน และรัฐบาลก็เพิ่งมาเริ่ม โครงการพัฒนาและโปรโมตเกาะบาหลีให้เป็น แหล่งท่องเที่ยวในปี 1971 ซึ่งก่อนหน้านั้นเกาะ บาหลีที่โด่งดังในวันนี้แทบไม่ได้เป็นที่รู้จักในหมู่ นักท่องเที่ยวเลย แต่หลังจากการเปลี่ยนแปลงใน ครั้งนั้น เกาะบาหลีก็เป็นที่รู้จักมากขึ้น มีเม็ดเงิน ไหลเวียนมาลงทุนในพื้นที่มากขึ้น เกิดการพัฒนา ในด้านต่าง ๆ จนกลายเป็นเกาะบาหลีที่เรารู้จัก กันในทุกวันนี้ ‘การย้ายเมืองหลวงของอินโดนีเซีย’ เป็นอีก หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่กำ�ลังจะเกิดขึ้น และเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของ ชาวอินโดนีเซียที่พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง เมื่อโลกไม่เคยหยุดนิ่งอยู่กับที่ หน้าที่ของทุกคน ก็คือการเรียนรู้ที่จะปรับตัวตามให้ทันกับการ เปลี่ยนแปลงนั้น ซึ่งอินโดนีเซียก็ได้แสดงให้เห็น ถึงความตั้งใจและความสามารถที่จะเปลี่ยนแปลง เพื่อพัฒนาประเทศได้อย่างชัดเจน ในอดีตเรา อาจจะรู้จักอินโดนีเซียในฐานะประเทศขนาดใหญ่ ที่เต็มไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ จากรายได้ของ ประเทศที่มาจากการส่งออก และรายได้หลัก ส่วนใหญ่ก็เป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ เช่น นํ้ามันถ่านหินและสินค้าเกษตรต่างๆแต่ทรัพยากร เหล่านี้ล้วนมีอยู่อย่างจำ�กัด และไม่มีใครสามารถ พึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติได้ตลอดไป ดังนั้น อินโดนีเซียจึงต้องปรับตัวและหันมาให้ความสำ�คัญ กับอุตสาหกรรมใหม่ ๆ โดยเฉพาะอุตสาหกรรม สร้างสรรค์ ที่จะช่วยขับเคลื่อนประเทศได้อย่าง ยั่งยืนมากขึ้น และด้วยศักยภาพของประเทศ ทั้งในด้านของจำ�นวนประชากร เศรษฐกิจ และ ขนาดของตลาดที่ใหญ่ที่สุดของภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จึง น่าจะเป็นหนทางที่ดีที่สุดที่จะช่วยพาอินโดนีเซีย ให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป ที่มา: บทความ “Indonesia:Asia’sTopNationforCultural Diversity Declares Top 10 of Asia Magazine” จาก indonesia.travel / บทความ “Indonesia’s Booming Tourism Industry: What Growth in Indonesia’s Tourism Sector Tells Us About Jokowi’s Economic Policies” โดย JamesGuild จากthediplomat.com/ บทความ “Indonesia Is Looking to Create 10 New Balis to Boost Tourism” โดย Andrea Smith จาก lonelyplanet.com / บทความ “Indonesia’s Tourism Sector Indicates Strong Expansion” จาก oxfordbusinessgroup.com / บทความ “‘Unity in Diversity’,Indonesia’sMotto,Sumsup ‘OurCommon Humanity’,SaysSecretary-GeneralinJakartaAddress” จากun.org/ บทความ “TheIndonesianTourismIndustry: A Bright Future and Opportunities for Australia” โดย Jarryd de Haan จาก futuredirections.org.au / บทความ “TopNationsinAsia-ASurveyonAsianCountries” จาก top10asia.org/ บทความ “TourismCouldBoostIndonesia’s Economy โดย Eijas Ariffin” จาก theaseanpost.com / บทความ “Tourism Industry: How Can Indonesia Tap Its Tourism Potential? Challenges Opportunities” จาก indonesia-investments.com The Rainbow Troops หรือ Laskar Pelangi เป็นภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจากนิยายของ แอนเดรีย ฮิราตา (Andrea Hirata) นักเขียนชื่อดังผู้มีบ้านเกิดอยู่ที่เกาะเบอลีตุง ภาพยนตร์เรื่องนี้เล่าถึงเรื่องราวของกลุ่มเด็ก 10 คนที่อาศัยอยู่ในเกาะเบอลีตุง เป็นเรื่องราวที่ พูดถึงมิตรภาพ ความรัก และการต่อสู้กับความยากจน The Rainbow Troops เป็นภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมและประสบความสำ�เร็จอย่างมาก ได้รับรางวัลต่าง ๆ มากมายทั้งจากเวทีในประเทศและระดับนานาชาติ ทั้งยังเป็นหนึ่งในภาพยนตร์ที่ทำ�รายได้สูงสุดตลอดการของประวัติศาสตร์ภาพยนตร์อินโดนีเซีย PhotobyRubenHutabaratonUnsplash
  • 28.
    CREATIVE THAILAND I28 The Creative : มุมมองของนักคิด เรื่อง : พัชรินทร์ พัฒนาบุญไพบูลย์ l ภาพ : สุรเชษฐ์ โสภารัตนดิลก มีคนเคยบอกว่า ไม่ว่า ‘สื่อ’ จะเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหน หากคนเรายังต้องการ ‘สาร’ ที่อยู่ในสื่อต่าง ๆ นั้น สารนั้นย่อมไม่มีวันตาย และยังต่อยอดสร้างเป็น คุณค่าและมูลค่าใหม่ได้ไม่สิ้นสุด เพราะไม่ว่าจะเป็นสื่อยุคแอนาล็อกหรือ ยุคดิจิทัล ต่างก็ต้องการ ‘คอนเทนต์’ เพื่อดึงดูดผู้ชมกันทุกยุคสมัย ขึ้นอยู่ กับว่าคอนเทนต์นั้น จะตอบโจทย์และตรงใจผู้ชมหรือไม่เท่านั้น แอน จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ (แอน JKN) สร้างการเสพติดทางสายตา เมื่อมูลค่าคอนเทนต์อยู่ที่วัฒนธรรม
  • 29.
    CREATIVE THAILAND I29 แอน JKN หรือ แอน - จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำ�กัด (มหาชน) คือผู้จัดจำ�หน่ายลิขสิทธิ์คอนเทนต์ระดับสากล ที่พร้อมจะ ‘ปั้น’ คอนเทนต์ ต่างๆ ให้เหมาะกับทุกตลาดทั้งในระดับประเทศ ภูมิภาค และระดับสากล โดยในปี 2020 JKN วางเป้าหมายก้าวสู่การเป็นผู้นำ�คอนเทนต์ของอาเซียน ที่นอกจากการเป็นผู้จัดจำ�หน่ายซีรีส์อินเดีย ฟิลิปปินส์ สารคดี การ์ตูน และซีรีส์ จากฮอลลีวู้ดแล้ว ยังจะมีการลงทุนผลิตคอนเทนต์ในรูปแบบ ‘โค-โปรดักชั่น’ กับต่างประเทศเพิ่มขึ้น พร้อมกับการเร่งขยายตลาดขายลิขสิทธิ์ละครช่อง3 ซึ่งได้รับลิขสิทธิ์จำ�หน่ายทั่วโลกผ่านกลยุทธ์ ‘ซูเปอร์สตาร์ มาร์เก็ตติ้ง’ ในการนำ�ทัพดาราศิลปินจากช่อง 3 ไปโรดโชว์ทำ�กิจกรรมในต่างประเทศ เพื่อทำ�ตลาดละครให้เป็นที่รู้จัก โดยมีตลาดหลักอยู่ในอาเซียนนี่เอง Q: หลายๆ ประเทศในอาเซียนมองว่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ จะช่วยสร้างเศรษฐกิจ ในขณะที่อุตสาหกรรมคอนเทนต์คือ หนึ่งในอุตสาหกรรมที่โดดเด่น คุณคิดอย่างไรกับแนวทาง การพัฒนานี้ A: พี่เข้าใจเรื่องการเพิ่มมูลค่า (Value Added) แล้วก็เชื่อว่าการส่งเสริม ให้คนคิด มันสามารถช่วยเลยส่งเสริมอุตสาหกรรมได้ทุกประเภท โดยเฉพาะ เรื่องของการผลิตคอนเทนต์ มันคือการคิดจริงๆ ที่มัน make difference (สร้างความต่าง) แต่คำ�ถามคือเราจะส่งเสริมยังไงให้คนคิดเป็น คือถ้าเรามี จินตนาการ มันจะสัมพันธ์กับความรู้เสมอ และจะทำ�ให้ผลิตภัณฑ์ของเรา เจริญก้าวหน้าได้ เราต้องรู้จักปั้นอิฐให้กลายเป็นทอง ไม่ไปเอามาแล้วดิบ ๆ แล้วใครจะกิน มันต้องผ่านการปรุง คอนเทนต์ก็เหมือนกัน ของแบบเดียวกัน แต่แพ็กเกจจิงต่างกัน มันก็ราคาแพงกว่ากันแล้ว นี่คือการใช้จินตนาการ เข้ามาในโปรดักส์ เพื่อทำ�ให้โปรดักส์มันมีความเซ็กซี่ มีมูลค่า แล้วสามารถ ขยายขายออกไป แล้วเงินมันจะเข้ามาเยอะกว่าเดิม Q: คุณทำ�อย่างไรกับการปั้นสิ่งที่มันเป็นนามธรรมมาก ๆ อย่างเรื่องคอนเทนต์ A: อย่างทำ�ไมดิฉันชอบไปเกาหลี ตลอดระยะเวลา 15 ปีมานี่ ไปตลอด แต่ก่อนคือไปเกือบทุกเดือน หรือเดือนเว้นเดือน สิ่งที่เราเห็นคือ เขาพัฒนา ประเทศมาจากความคิดสร้างสรรค์กับการออกแบบ เราจะรู้สึกเลยว่าทำ�ไม บ้านเมืองเขาออกแบบดีจังเลย มันสวย มันกลายเป็นมีมูลค่า แล้วก็แบ่งเป็น โซนชัดเจน กังนัมเป็นอย่างนี้ เมียงดงเป็นอย่างนั้น แม้แต่การปลูกต้นไม้ ทำ�ถนน ทุกสิ่งทุกอย่าง พอเวลาไปดูแล้ว มันเกิดความลํ้าค่าทางการเป็นอยู่ การท่องเที่ยวเลยดี แล้วทำ�ไมเกาหลีทำ�ละครออกมาแล้วคนติด ทั้ง ๆ ที่ละครก็เล่นกันอยู่ ไม่กี่คน อย่างตอนที่เอาFullHouse(สะดุดรักที่พักใจ) เข้ามาในประเทศไทย เล่นกันอยู่ 4 คน พระเจ้าช่วย! ดังเป็นพลุแตก เพราะการดีไซน์บท ความคิด สร้างสรรค์ไง แต่งตัวก็น่ารัก บทพูดก็สนุก แต่จริงๆ มันง่ายมากนะ บทที่ ซูเปอร์สตาร์ไปหลงรักผู้หญิงกะป๊อกกะแป๊กคนหนึ่งอย่างเนี้ย แต่มันคือ การออกแบบและจินตนาการที่ส่งเสริมให้ประชาชนของตัวเอง ให้เกิดการคิด ไปเรื่อย ๆ ไม่ได้อยู่ในกรอบ ไม่ได้อยู่ในตำ�รา แอนเชื่อว่าคนเราต้องคิด นอกกรอบตั้งแต่เด็ก จะได้มีจินตนาการ ไม่งั้นเวลาโตขึ้น แล้วจะขึ้นสนิม พอจะทำ�อะไรก็กลัวไปหมด คุณจะทำ�ธุรกิจอะไรก็แล้วแต่ ถ้าไม่มีความคิด สร้างสรรค์ ก็ไม่มีมูลค่าเพิ่ม พอมันไม่มีมูลค่า คุณขายของ คุณก็ได้ราคา แค่เท่านั้น Q: นั่นเลยเป็นเหตุผลว่าเราจะต้องจัดการแต่งตัวคอนเทนต์ ให้มันมีมูลค่าและไปได้ระดับโลก A: คำ�ว่าแต่งตัวน่ะถูกต้อง เพราะถ้าเราเอาของมา แล้วไม่ transform (เปลี่ยนแปลง) ก็เท่ากับไม่สำ�เร็จ ธุรกิจแอน มีคนเยอะแยะชอบถามเราตั้งแต่ ตอนที่เอาบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ว่า “คุณแอน ซื้อมาขายไปอย่างของ คุณแอนอะ ใครๆ ก็ทำ�ได้ไม่ใช่เหรอ เราบอก no no no คิดใหม่นะคะ คิดใหม่ค่ะ อันนั้นคือเอเจนต์นะคะ แต่ดิฉันคือบริษัทบริหารจัดการและ จัดจำ�หน่าย คือการที่นำ�มาปุ๊บ ต้องมาผ่านกระบวนการ transform ให้เป็น ของตัวเรา คือตั้งแต่เลือกบริษัทที่ทำ�งานด้วย ว่าเราควรทำ�งานกับบริษัทไหน ประเทศไหน คอนเทนต์ไหนเป็นจริตคนไทย ผู้บริโภคเราต้องเข้าใจ แล้วพอ เอามา ก็ต้องดูว่าแต่ละเรื่องมีความแตกต่างยังไง บางเรื่องน่าดูแต่ไม่น่ากิน กินปุ๊บ ไม่อร่อย ก็มีเยอะแยะ เราต้องดูไปถึงสคริปต์ แล้วต้องเอาเข้ามาทำ� localization คือการพากย์ แปล เกลาบทให้เข้ากับบริบทของไทย แล้วดิฉัน แถมใส่เพลงไทยเข้าไปด้วย นอกเหนือจากนั้น ยังเอามารวมกันทำ�โชว์เคส ออกแบบโปสเตอร์ ออกแบบทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้อง เรียกว่าทำ�แพ็กเกจจิง ใหม่หมดเลย แถมยังมีทำ�การตลาดด้วย เล่นเกม กิจกรรม แฟนมีตติ้ง โน่นนั่นนี่ แล้วเปิดเมกะโชว์เคสเป็นคอนเสิร์ตมันส์กันไปเลย เพื่อสร้าง กลุ่มแฟนคลับ แล้วทั้งหมดมันจะเป็นการสร้างการเสพติดทางสายตา สินค้า อย่างหนึ่งที่คุณเอามา คุณอาจจะมีต้นทุนเท่านี้ แต่พอเวลาคุณหาเงิน คุณต้องหาเงินให้ได้เป็นพันล้านนะ และมันทำ�ได้ด้วยคำ�ว่าคิดคำ�เดียว ต้องคิดก่อนที่จะทำ� คือดิฉันจะไม่ทำ�อะไรที่เหมือนกับชาวบ้านเขาทำ� ไม่ใช่ เห็นคนนั้นเขาทำ�แล้วดี ก็ไปซื้อมา แล้วก็เอามาเข้าโรงภาพยนตร์เฉยๆ เอาไปฉายจอเฉยๆ มันไม่ใช่ Q: คุณมองเห็นแนวทางการทำ�งานแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ A: ตอนนั้นกลับมาเมืองไทยเราอายุ 20 ค่ายหนังนนทนันท์ดังมาก สหมงคลฟิล์มดังมาก ทุกคนดังมาก เราก็เป็นเด็กกะปวกกะเปียกคนหนึ่ง แล้วจะเอาเงินที่ไหนไปซื้อหนังเข้าชนโรง ใช่ไหม แล้วโมเดลตอนนั้นคือ ต้องเข้าโรงภาพยนตร์ก่อน ถึงจะออกมาเป็นม้วนวิดีโอ แล้วถึงจะขายได้ โน่นนั่นนี่ แต่เราเอาเงินที่ไหนล่ะเธอ สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนั้นก็คือ เราชอบ Walking with Dinosaur นั่งดูแล้วรู้สึกว่า เออ มันก็สั้นดี เหมือนเราดู Jurassic Park เลย มีแค่ 3 ตอน ตอนที่ 4 คือเบื้องหลัง เอ๊ะ! ไม่เห็นมี ใครเอามาทำ�ตลาดเลยนะในบ้านเรา ซึ่งแต่ก่อนทีวีก็มีแค่4-5 ช่อง เราก็เลย คิดว่า ติดต่อไปเลยดีกว่า ก็โทรศัพท์ไปที่อังกฤษ และก็คือขอซื้อลิขสิทธิ์ เรื่องนี้มาถูกๆ ไม่กี่หมื่นบาท เพราะไม่เคยมีคนซื้อ นี่กำ�ลังจะบอกว่าเพราะ เราคิด และเราต้องเห็นในสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น ไม่ได้เกิดมาจากคนที่คิดง่ายๆ ว่า คุณแอนแค่ไปซื้อมาขายไปแบบนั้น
  • 30.
    CREATIVE THAILAND I30 Q: ทุกอย่างต้องผ่านกระบวนการใช่ไหม A: ใช่ มันไม่ใช่ว่าทำ�อะไรก็ทำ�ตามกัน แต่ขอเล่าให้ฟัง ตอนที่ซื้อลิขสิทธิ์ มาถูกมาก เราก็เอามาใส่เป็นม้วนวิดีโอส่งตามร้านเช่า ก็คือเจ๊งค่ะ ขายไม่ออกเลย ร้านเช่านี่ไม่มีใครรับเลย ทั้ง Tsutaya, Blockbuster, VDO Ezy ศูนย์เช่าทั่วประเทศไทยในเวลานั้น ขายไม่ได้เลย ก็มาคิดต่อว่า ฉันจะทำ�ยังไงดี ระหว่างที่ดูจอร์จกับซาร่า (รายการ TV Direct) ตอนนอน ไม่หลับ เราก็ initiative (ริเริ่ม) ขึ้นมาว่า จอร์จกับซาร่ากรุณาเลิกขาย เครื่องออกกำ�ลังกายก่อนนะ ตอนนี้เรามี VHS เป็นม้วนวิดีโอเนี่ยให้เธอขาย เธอเอาไปทดลองขายดู ขายเท่าไหร่ก็เท่ากัน ไม่เป็นไร สรุปว่าจบที่ขายได้ หนึ่งล้านม้วน ดิฉันมีเงินเก็บ 20 ล้านในเวลานั้น สามารถเอาไปลงทุนต่อ จนเหลือเก็บทั้งหมด 10 ล้าน ตอนอายุแค่ 20-21 Q: คิดว่าการประสบความสำ�เร็จตั้งแต่อายุยังน้อยเป็น พรสวรรค์ของตัวเองไหม A: จริงๆ แล้ว สิ่งที่ดีที่สุดของแอนในชีวิตการทำ�ธุรกิจและการที่เราเป็น ผู้หญิงข้ามเพศด้วย คือความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ตอนที่จบมหาวิทยาลัย แล้วได้เกียรตินิยม เรียนจบภายใน 2 ปีเนี่ย อาจารย์บอกว่าแอนดรูว์ สิ่งที่ดี ที่สุดในตัวคุณคือ initiative เราก็อึ้งไปพักหนึ่ง ไม่ค่อยเข้าใจ จนเริ่มเข้าใจ มาเรื่อยๆ ว่า เราเป็นคนที่คิดอยู่ตลอดเวลา คิดออกนอกกรอบ ชอบตั้งคําถาม คิด แล้วก็ execute (ลงมือทำ�) ก่อนคนอื่น คือเป็นคนมีจินตนาการสูงส่ง เกิดมาจากอะไรรู้ไหม มันเกิดมาจากการที่เราเกิดผิดร่าง เลยคิดตลอดเวลา ว่าทำ�ไม ซึ่งความสงสัยนี่ล่ะที่ทำ�ให้เกิดความคิด คนอื่นเขาทำ�อะไร เราไม่ทำ� แต่คนอื่นเขาไม่ทำ�ปุ๊บ เราไปมองดู ราคามันยังถูก ก็เอามาปั้นสิ คำ�ว่าปั้น คำ�นี้คือขีดเส้นใต้เลย มันคือกระบวนการคิดสร้างสรรค์ทั้งนั้น เวลาคุณปั้นเสร็จ แล้วคุณไปพรีเซนต์ดี มันคนละมือ มวยคนละสังเวียนเลยนะ การชกของเรา มันจะหนักแน่น และมันจะได้เงินเยอะกว่ามาก Q: คือเปลี่ยนความสงสัยในใจให้กลายเป็นจุดแข็งของตัวเอง A: ค่ะ แล้วก็เลยกลายเป็นคนที่บ้าเรียนหนังสือให้เก่ง อ่านหนังสือ เยอะมาก เพราะว่าถ้าเรียนไม่เก่ง เดี๋ยวจะถูกล้อเลียน ถูกกลั่นแกล้ง ในโรงเรียน พออ่านเยอะ คิดเยอะ ก็ได้ขึ้นมาเป็นกัปตันโต้วาทีของโรงเรียน ก็เลยยิ่งต้องสัมภาษณ์คนเยอะ เจอคนเยอะ เลยเริ่มเข้าสังคมได้ตั้งแต่เด็ก แล้วก็ไปฟังสัมมนาเยอะ ที่สำ�คัญคือเป็นคนชอบเดินทางเยอะ โดยเฉพาะ เดินทางไปต่างประเทศ ชอบพูดภาษาอังกฤษเยอะๆ แล้วก็ชอบฝรั่งด้วย ที่สำ�คัญมากกว่านั้น คือเราเป็นลูกเจ้าของร้านวิดีโอ (ธุรกิจครอบครัว ST Video ร้านให้เช่าและจำ�หน่ายวิดีโอ) ก็เลยทำ�ให้เราได้ดูหนังดูละครเยอะ และชอบดูหนังฝรั่ง เลยได้เห็นวัฒนธรรม เห็นโน่นเห็นนี่ ฉะนั้นจึงเกิด initiative ได้ เกิดแรงบันดาลใจที่มาจากการดูเยอะ อ่านเยอะ ฟังเยอะ เดินทางเยอะ ได้รับข้อมูลเยอะเหล่านี้ Q: ดูเหมือนกับงานของคุณคืองานที่ต้องการจินตนาการสูง แต่การที่บริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ คนก็ต้องคาดหวังเรื่อง ของการบริหารแบบนักธุรกิจด้วย A: ต้องบอกว่า แอนเป็นคนที่เกิดมาเป็นศิลปิน แต่เป็นคนแม่นหัวธุรกิจ และเป็นคนหาเงินที่กล้าบอกได้เลยว่า หาจนคนกลัว คือหาได้ทุกเม็ด หาได้ เก่งมาก จากไม่มีอะไรเลย แล้วก็สร้างมาได้หลายพันล้านโดยไม่ได้ใช้เงิน แบงก์ มันบอกได้เลยนะว่าเราคิดทุกเม็ด คือเราต้องมีความคิดสร้างสรรค์ที่ อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง เราต้องลงทุนให้เป็น แอนเรียนจบรัฐศาสตร์นะ ไม่ได้เรียนบัญชีการเงินเลย แต่สิ่งที่ทำ�คือไปสัมมนาเพิ่ม ไปเรียนเพิ่ม เพราะ มันต้องรู้ ไม่รู้ไม่ได้ ถ้าคอร์สที่ 1 ไม่เข้าใจ ก็ไปเรียนต่อ เรียนซํ้าไปเรื่อย ๆ จนตอนนี้เดบิต เครดิตรู้เรื่องหมดแหละ ไม่ต้องห่วงเลย พูดอะไรมาฉันตอบเอง Q: มีหลักการลงทุนในธุรกิจอย่างไร A: อย่างที่บอกว่าความคิดสร้างสรรค์กับการลงทุนมันต้องควบคู่กัน และมันต้อง Get Real (เป็นจริงได้) ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นคนฟุ้งฝัน ใส่เงินลงไป ต้องเป็นการ invest (ลงทุน) ไม่ใช่เป็น expense (รายจ่าย) คือใส่ลงไปแล้ว ต้องสามารถ reuse (นำ�มาใช้ใหม่) ได้ redevelop (ปรับปรุงใหม่) ได้ ต้องสามารถที่จะนำ�ไปใช้เพื่อการค้าการขายได้ต่อ สร้างสรรค์ได้ต่อ อย่าใช้เงินแล้วทิ้งแม่นํ้า ต้องเพิ่มมูลค่าให้เป็น ให้สามารถ ใช้ได้ในงานถัด ๆ ไปเรื่อย ๆ Q: หมายถึงการต่อยอดใช่ไหม A: นั่นแหละคือความสุดยอดของคนที่คิดเป็น คือคิดได้ทั้งฝั่งที่สร้างสรรค์ และคิดได้ทั้งฝั่งความเป็นจริงของการหาเงิน มันต้องได้ทั้งสองด้าน ถึงจะ เรียกว่าสุดยอดประสบผลสำ�เร็จ ถ้าคิดไปเรื่อยเปื่อยหลุดโลก คุณก็อยู่บน โลกนี้ไม่ได้ ถ้าบอกว่าเป็นธุรกิจแล้วต้องกางตำ�รา ก็ไม่ได้เหมือนกัน เพราะ ทั้งสองอย่างมันต้องผสานกัน ต้องเป็นนักธุรกิจที่ดีและรู้จักริเริ่ม อย่าง ความคิดสร้างสรรค์กับการลงทุน มันต้องควบคู่กัน และมันต้อง Get Real (เป็นจริงได้) ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็น คนฟุ้งฝัน ใส่เงินลงไป ต้องเป็นการ invest (ลงทุน) ไม่ใช่เป็น expense (รายจ่าย) คือใส่ลงไปแล้ว ต้องสามารถ reuse (นำ�มาใช้ใหม่) ได้ redevelop (ปรับปรุงใหม่) ได้ ต้องสามารถที่จะ นำ�ไปใช้เพื่อการค้าการขายได้ต่อ สร้างสรรค์ได้ต่อ
  • 31.
    CREATIVE THAILAND I31 เศรษฐกิจสร้างสรรค์ มันก็มาจากการที่เราสร้างสรรค์สินค้าและส่งเสริม เศรษฐกิจให้เติบใหญ่ด้วยความคิดสร้างสรรค์ของเราเอง เรามีอะไรดี ชัดเจนไหม ของไทยมีตั้งเยอะตั้งแยะ ทำ�ยังไงให้สู้เขาได้ Q: แล้วเรานำ�คอนเทนต์แบบไทยๆไปขายตลาดต่างประเทศ ได้อย่างไร A: ดูง่าย ๆ อย่างละครเกาหลี ที่บอกว่าบทดี แต่งตัวสวย นอกเหนือ จากนั้นยิ่งร้ายกาจใหญ่เลยนะ เพราะเขาเอาวัฒนธรรมทุกอย่างมาอยู่ ในละครในหนังเขาหมดเลย เพราะต้องการที่จะให้คนติด เพราะการส่งออก วัฒนธรรมก็เท่ากับเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจ พอคนเสพติดทางสายตา เขาก็ยิ่งหลง ยิ่งชอบ เขาก็จะไปใช้สินค้า เสื้อผ้าหน้าผม การท่องเที่ยว อาหาร ทุกอย่าง แม้กระทั่งบอยแบนด์ เกิร์ลแบนด์ ฉันก็ฟังไม่รู้เรื่อง ทำ�ไมมันกรี๊ด กันจัง ก็เพราะเราหลงในเขาไง ก็เหมือนกับเรา ปัจจุบันนี้JKN เลยทำ�หน้าที่ ว่าเราจะเอาละครช่อง 3 ไปขายยังไง Q: คุณเป็นคนมองเห็นศักยภาพนี้เองใช่ไหม A: ใช่ เราก็ไปยื่นเสนอทางช่อง บอกคุณประชุม มาลีนนท์ (CEO ของบีอีซี เวิลด์) เดินเข้าไปคุยเลยว่า ทำ�ไมเราถึงไม่ทำ�อะไรกันเลย พระเอกเราก็หล่อ ๆ หลายคน นางเอกก็สวย แล้วบทบาทอะไรต่าง ๆ ก็เล่นดีกันจะตายอะ ที่สำ�คัญคือถ่ายทำ�ก็ถูก ทำ�ไมเราไม่ไปต่างประเทศล่ะ อย่างปีนี้ เราก็เพิ่งไป ที่ฝรั่งเศสมา คือรัฐบาลเราก็ส่งเสริมนะ แต่เป็นแบบไปเปิดบูธ แล้วให้ทุกคน ไปรวมตัวกันประมาณ 10-20 บริษัท ดิฉันไม่เคยไปรวมกับเขาเลย เพราะ ดิฉันสวย ดิฉันเปิดของดิฉันคนเดียว แหวกแนวคนอื่นเขาหมด ทำ�บิลบอร์ด ลงสัมภาษณ์แมกกาซีน มีโบรชัวร์สวยงาม มีโชว์เคสด้วย พาเคน-ภูภูมิ กับแต้ว-ณฐพร จากละครนาคีไป เราต้องไปพรีเซนต์ตัวเองด้วยว่าเราเป็น ซีอีโอของ JKN นะ Q: ทำ�ไมคุณถึงคิดว่าการทำ�แบบนี้จะเวิร์กกว่าเดิมแบบที่ไป ในนามตัวแทนของรัฐบาล A: เพราะคนจะจำ�ของของเราได้ เขาต้องจำ�เราได้ก่อน ฉะนั้นดิฉันแบรนดิง ตั้งแต่ซีอีโอ คือตัวดิฉันเอง ดิฉันแต่งชุดไทยประยุกต์เปิดไหล่ไปเลยค่ะ สวยงามแล้วทักทายเหมือนไปประกวดนางงามเลย ถ้าคุณทำ�ตัวน่าเบื่อ ใครเขาอยากจะซื้อหนังคุณ มันคือการแพ็กเกจจิงสินค้าใหม่ ละครก็มีอยู่แล้ว แต่ไม่เคยไป หรือไปแล้วคนไม่เห็นรู้จักกันทั่วโลก ดิฉันอยู่ตลาดนี้มา 20 ปี ถ้าเราจัดรวมกันแบบเดิม ดิฉันเดินผ่านเลยนะคะ ไม่เห็น ทุกอย่างอยู่ที่ การทำ�พรีเซนเทชัน แล้วการลงทุนแค่เท่าเนี้ย แต่ขายของได้มูลค่า ของเหมือนกัน คุณขายได้สิบบาท แต่อีกคนทำ�ไมขายได้ล้านบาท มันเห็น เลยว่าเราเปลี่ยนจากก้อนหินให้กลายเป็นทองคำ�ได้ ดิฉันทำ�การตลาดอย่าง เดียวเลย พันสี่ร้อยล้านปีที่แล้ว ปีนี้พันหกร้อยล้าน Differentiate Yourself (การสร้างความแตกต่างให้ตัวเอง) คือทุกสิ่งทุกอย่างที่แอนทำ�มาตลอด ทั้งชีวิต ปัจจุบันนี้ขายของดี ก็ด้วยการพรีเซนต์ตัวเอง พอเวลาขายของ คนจำ�ได้ อ๋อ! แอน JKN พอเราพูด นํ้าหนักมันมา
  • 32.
    CREATIVE THAILAND I32 Q: ถ้ามองเฉพาะในตลาดอาเซียน ธุรกิจคอนเทนต์ของไทย มีแนวโน้มอย่างไรบ้าง A: ถ้าจะไปต่างประเทศ เราต้องคิดตั้งแต่ตอนเริ่มผลิตเลย เช่น ต้องทำ� โค-โปรดักชัน อย่าไปทำ�ประเทศของเราประเทศเดียว ไปร่วมกับฟิลิปปินส์ อินเดีย อินโดนีเซียเลย ศิลปินเราก็เป็นที่รู้จักของเรา พอไปต่างประเทศ เขาจะ รู้จักได้ไง ก็ไม่เคยไปฉาย เพราะฉะนั้นการร่วมกันผลิตตั้งแต่ต้นมันคือการเติม ตรงนี้ เป็นการเปิดตลาด และต้อง Think Regional, Act globally คือต้องไป อย่างนั้นแล้ว เงินดอลลาร์มันเซ็กซี่กว่าเงินบาทรึเปล่า มันเป็นตลาดใหญ่ มากกว่า แล้วการจะพาไปต่างประเทศ ศิลปินก็ต้องพูดภาษาอังกฤษได้ใช่ไหม การทำ�บท ก็ต้องไม่ขำ�กันเอง ไม่ตบตีกัน แล้วเขาไม่เก็ตว่าเพราะอะไร บทต้องมีความเป็นสากล คนสัมผัสได้ มันมีเหตุผล ไม่ใช่นางร้ายก็หันมา ก็ทำ�สายตาซะแบบรู้เลยว่าฉันจะเขมือบผู้ชายคนนี้ให้ได้ ยัยนางเอกก็ทำ�ตัว ซะน่าสงสารเว่อร์ ฉะนั้นมันต้องทำ�ให้มันจริง ต้องรู้ว่าตลาดผู้บริโภคระดับ ภูมิภาค ระดับโลก เขาไปถึงไหนกันแล้ว ถ้าเราอยากจะถีบตัวขึ้นไป Q: แล้วการนำ�คอนเทนต์จากต่างประเทศเข้ามา คุณเลือก จากอะไรเป็นสำ�คัญ A: เลือกที่คนอื่นเขาไม่ทำ� แต่ดิฉันทำ� และดิฉันก็ทำ�แล้วเกิดทุกอันด้วย เพราะทุกอย่างที่เอาเข้ามาเราต้อง transform คำ�ว่า transformation (การเปลี่ยนแปลง) เนี่ยเหมาะกับดิฉันมาก คือดิฉัน transform ตัวเองจาก ชายกลายเป็นหญิง ดิฉัน transform ธุรกิจจากโฮมวิดีโอให้กลายเป็นธุรกิจ หลายพันล้านในการขายคอนเทนต์ ดิฉัน transform คอนเทนต์ต่างประเทศ ซึ่งคนดูไม่รู้เรื่อง มาเป็นคอนเทนต์ที่คนไทยติดกันเป็นยาเสพติดทางสายตา ทั้งประเทศไทย และดิฉันยัง transform เพลงไทยใส่ลงไปแล้วกลายเป็น ธุรกิจใหม่ อย่างปีนี้คอนเสิร์ตก็เพิ่งจะจบไป บัตรก็ขายหมดเกลี้ยงทุกอย่าง Q: คอนเทนต์ของ JKN เป็นแบบไหน A: โอปราห์วินฟรีย์เป็นต้นแบบดิฉันเลยในเรื่องนี้ดิฉันต้องการให้คอนเทนต์ ช่วยสอน นำ�ทาง และให้แรงบันดาลใจคน นี่คือหน้าที่ของคนค้าคอนเทนต์ คือค้าอาหารสมอง ถ้าไม่มีความรับผิดชอบตรงนี้ ก็เท่ากับไม่มีจรรยาบรรณ เพราะฉะนั้นแอนก็จะไม่ขายอะไรที่แบบว่ามันเอ็กซ์ มันเซ็กส์ นอกจากเรา แต่งเอ็กซ์ อันนั้นโอเค มันเป็นความพึงพอใจส่วนตัว แต่ว่ากับคอนเทนต์ เราจะไม่ทำ� คอนเทนต์ของเรามีทั้งบันเทิง ให้คนได้ความสุข แต่ขณะเดียวกันเราก็มี สารคดี แล้วก็มีรายการข่าวอย่าง CNBC ที่ทำ�ให้คนได้ความรู้ เกิดแรงบันดาลใจ แม้กระทั่งประวัติชีวิตของแอน จักรพงษ์ ก็คือคอนเทนต์ให้เด็กรุ่นใหม่ๆ ได้เห็น ให้คนที่เกิดมาแล้วรู้สึกว่าตัวเองดีไม่พอ ไม่เป็นชายจริงหญิงแท้ เก่งไม่พอ พูดติดอ่าง ตาเข ไม่เห็นหล่อเลย ผิวก็ไม่ดี สิวก็เยอะ ผมก็ร่วง อ้วนก็อ้วน คือไม่มีใครพอใจอะไรในตัวเองน่ะกรุณาคิดเลยว่าอย่างดิฉันเนี่ยเกิดผิดร่างนะ ความอดทนที่ต้องอยู่กับร่างที่ไม่ใช่เรามันแค่ไหน ชีวิตของเราเป็นคอนเทนต์ได้ เป็นแรงบันดาลใจได้ ว่าหนักเบาเอาสู้ไปเถอะ อะไรเล็กๆ น้อยๆ ก็อดทนซะ มันไม่มีอะไรมาง่ายบนโลกหรอก ฉะนั้นตัวเราก็ต้องเป็นคอนเทนต์ที่ดีให้กับ ประชาชน สร้างแรงบันดาลใจให้คนอื่นด้วยตัวเราเอง ...กล้าคิด กล้าริเริ่ม และกล้าทำ� และทำ�ให้สำ�เร็จ คือแอน จักรพงษ์ค่ะ CREATIVE INGREDIENTS การเป็น Transgender ให้อะไรกับคุณ ทุกอย่าง ความคิดสร้างสรรค์ ไม่ใช่เฉพาะผู้หญิงข้ามเพศนะ LGBT หมดทุกคนเลย มันคงจะมาพร้อมยีน พร้อมเพศพันธุ์ พร้อมกับ สายเลือดล่ะมั้ง ที่มันเกิดมาไม่เหมือนปกติ คือชายจริงหญิงแท้หลายคน เขาก็มีความคิดสร้างสรรค์ แต่LGBT อาจจะโดดเด่นตรงที่ว่าเรามีจริต จะก้าน แล้วก็แบบ...บรรเจิด วิธีคิดแบบแอน JKN การคิดแบบมี Growth Mindset คนเราต้องอย่ามี Fixed Mindset ไม่งั้นคุณจะอยู่แต่ในกรอบ แต่ถ้ามีคำ�ว่าGrowthMindset คุณคิดบวก มองเห็นความเป็นไปได้ ก็จะเห็นโซลูชัน เห็นปัญญาที่เกิดมาจากปัญหา แล้วสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ตลอดเวลา ทำ�ให้เราแพรวพราว พลิกแพลง ต่อยอดไปได้ทุกทาง เพื่อทำ�ให้ตัวเองออกไปสู่โซลูชันให้ได้ แรงบันดาลใจของแอน JKN การทำ�งานทุกอย่างต้องเกิดจากแพสชัน อย่าทำ�งานด้วยแรงจูงใจ ต้องแรงบันดาลใจ ไม่ใช่สมัครงานอันไหนได้เงินเดือนเยอะ ก็ไปทำ� แต่ถ้าคุณอยู่ด้วยแพสชัน คุณจะลับคมมีดตัวเองไปเรื่อย ๆ แล้วที่สุด ก็จะมีแต่คนมารุมใช้บริการคุณ มาซื้อของคุณ แล้วเงินมันจะมาเอง
  • 34.
    CREATIVE THAILAND I34 Creative Solution : คิดทางออก ตลาดแรงงานวันนี้กำ�ลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ปัจจัยที่เกี่ยวข้องมี หลากหลาย ทั้งลักษณะงาน ความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง ทักษะ แรงงาน เทคโนโลยีในการผลิต วัฒนธรรมในที่ทำ�งาน ฯลฯ ปัจจัยเหล่านี้ นำ�มาซึ่งโอกาสใหม่ ๆ ที่แรงงานจะได้ทำ�งานที่ ‘ดีกว่าเดิม’ และยกระดับ คุณภาพความเป็นอยู่ของตนเอง...เหตุผลเหล่านี้เองที่ทำ�ให้คนเปลี่ยนงาน แรงงานในภูมิภาคอาเซียนก็เช่นกัน องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization) รายงานในปี 2019 ว่า ปัจจุบัน มีแรงงานข้ามประเทศราว 20.2 ล้านคนที่มาจากประเทศในกลุ่มอาเซียน ในจำ�นวนนั้น เกือบ 6.9 ล้านคนทำ�งานอยู่ในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งสำ�นักงานกิจการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ (UN DESA) รายงานว่า ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นกว่า 5 เท่า ตั้งแต่ค.ศ.1990 เป็นต้นมา ก่อให้เกิด การเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำ�คัญ น่าสังเกตว่า จำ�นวนแรงงานหญิง ที่ย้ายถิ่นฐานไปทำ�งานในภูมิภาคอาเซียนเพิ่มขึ้นอย่างมากใน 30 ปีที่ ผ่านมา และเป็นจำ�นวนเกือบครึ่งของแรงงานทั้งหมด (48.7%) หนังสือพิมพ์ The Business Times ของสิงคโปร์ รายงานเมื่อเร็วๆ นี้ว่า สิงคโปร์เป็นประเทศเป้าหมายอันดับหนึ่งสำ�หรับแรงงานข้ามชาติในอาเซียน (ผลสำ�รวจจากแรงงานราว 3,500 คนใน 11 ประเทศในเอเชีย) นำ�หน้า ประเทศเป้าหมายยอดนิยมอย่างประเทศในยุโรปและอเมริกาเหนือ โดย แรงงานจากอินโดนีเซีย ไทย มาเลเซีย เวียดนาม ญี่ปุ่น อินเดีย และจีน เรื่อง : กรณิศ รัตนามหัทธนะ ไป ๆ มา ๆ ในอาเซียน เทรนด์การย้ายงานในภูมิภาคบ้านใกล้เรือนเคียงวันนี้ ที่มา: บทความ “MigrantcrackdownshitASEAN’slaborflow” โดยTakashiNakano และ Yukako Ono จาก asia.nikkei.com / บทความ “Migration in Asia: Where is everybody going?” โดย Bart Edes จาก weforum.org / บทความ “Singapore top choice for Aseantalent:survey” โดยAseanBusinessstaff จากbusinesstimes.com.sg/ บทความ ข่าว “งาน 12th ASEAN Forum on Migrant Labour” จาก ilo.org/asia จํานวน แรงงานข้ามประเทศ ASEAN 20.2ล้านคน แรงงานข้ามประเทศ ที่ทํางานในภูมิภาค ASEAN 6.9ล้านคน ปี 2019 ต่างต้องการไปทำ�งานที่สิงคโปร์ ในขณะที่แรงงานสิงคโปร์เองก็ไม่ค่อยอยาก ย้ายไปทำ�งานที่อื่น สำ�หรับสิงคโปร์ แรงงานต่างชาติมีสัดส่วนเกือบ 30% ของจำ�นวน ประชากร แรงงานต่างชาติที่มีฝีมือ(ภาคการเงินและเทคโนโลยีสารสนเทศ) ได้ช่วยให้อุตสาหกรรมของสิงคโปร์พัฒนาไปถึงระดับที่เป็นฮับของภูมิภาค ในขณะที่แรงงานที่ใช้ทักษะตํ่าลงมา (เช่น อุตสาหกรรมก่อสร้าง) ก็ช่วยให้ กิจกรรมทางเศรษฐกิจของสิงคโปร์เติบโตอย่างรวดเร็ว ส่วนอุตสาหกรรมที่แรงงานอยาก ‘ย้ายไปทำ�’ ก็คือ อุตสาหกรรม การผลิตในอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ อุตสาหกรรมสุขภาพและชีววิทยาศาสตร์ (Life Sciences) ในสิงคโปร์ งานบริการเฉพาะทางในมาเลเซีย และ อุตสาหกรรมที่ ‘น่าทำ�’ ในประเทศไทย คืออุตสาหกรรมค้าปลีก ทั้งนี้ หากวัดทั้งภูมิภาคอาเซียน อุตสาหกรรมที่ได้ความนิยมจากแรงงานซึ่ง อยากเปลี่ยนมาทำ�มากเป็นอันดับหนึ่งก็คือ อุตสาหกรรมเทคโนโลยีและ โทรคมนาคม หนังสือพิมพ์ Nikkei Asian Review รายงานเมื่อปี 2018 ว่า อุตสาหกรรมที่ต้องการแรงงานมากในอาเซียน ประสบปัญหาขาดแคลน แรงงานเรื่อยมา ไทยและมาเลเซียเป็นสองประเทศที่ประสบปัญหาดังกล่าว ยกตัวอย่างบริษัท Top Gloves ของมาเลเซียที่เป็นบริษัทผลิตถุงมือยาง ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และอุตสาหกรรมประมงที่สมุทรสาครของไทย ต่างประสบ ภาวะขาดแคลนแรงงาน เพราะภาครัฐกวดขันเรื่องใบอนุญาตทำ�งานของ แรงงานต่างด้าว แรงงานเหล่านี้มาจากพม่า ลาว กัมพูชา และอินโดนีเซีย หรือจาก ประเทศนอกอาเซียนอย่างบังคลาเทศและเนปาล ค่าแรงที่แรงงานเหล่านี้ได้ รับและส่งกลับไปให้ครอบครัวช่วยพยุงเศรษฐกิจในประเทศบ้านเกิด แต่เมื่อ มาเลเซียและไทยเข้มงวดเรื่องใบอนุญาตทำ�งาน ทำ�ให้แรงงานจำ�นวนมาก ตัดสินใจกลับบ้าน เจ้าของธุรกิจจึงมีต้นทุนเพิ่มขึ้น เพราะต้องขึ้นค่าแรงเพื่อ ดึงดูดใจแรงงานที่ถูกกฎหมาย อย่างไรก็ตาม แม้งานที่เราทำ�อยู่วันนี้จะยังไม่ถูกแย่งไปโดยแรงงาน ข้ามชาติจากประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน แต่ในภาวะที่โลกเปลี่ยนแปลง อย่างรวดเร็วไม่หยุดยั้ง ถ้าเราไม่เร่งพัฒนาฝีมือตนเอง สักวันหนึ่ง อุตสาหกรรม ที่เราอยู่ งานที่เราทำ� ก็อาจเป็นที่หมายปองของคนทำ�อาชีพเดียวกันใน ประเทศเพื่อนบ้านซึ่งอาจได้งานของเราไปทำ�ก็เป็นได้
  • 35.