More Related Content
DOC
สรุปสาระสำคัญของสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร PDF
Chiro Cervical Adjustment PDF
PDF
Relacion de docentes por subsanar y no aptos para renovacion de contrato doce... PDF
Ценностно-ориентированный менеджмент PPTX
PPTX
PPTX
Viewers also liked
PDF
Examen de nombramiento y contrato docente 23 de agosto del 2015 bamba PDF
Relacion de pre plazas de nombramiento docente 2017 de la region lima provin... PPTX
Orientaciones para la evaluación formativa por competencias 2017 PDF
Norma y requisitos del concurso de nombramiento y contratación docente 2017 PDF
Minedu cronograma de nombramiento y contrato 2017 PDF
Relacion de docentes por subsanar y no aptos para renovacion de contrato doce... PDF
Relacion de docentes renovados y observados ugel huaura 2017 PDF
Norma que regula los concursos públicos de ingreso a la carrera pública magis... PDF
Norma técnica denominada normas para la contratación administrativa de servi... PDF
Relación de plazas vacantes y horas según plan de estudios desiertas de la ug... PDF
Decreto supremo 001 2017-minedu-contrato docente PDF
Temario ebr-nivel-primaria 2017 Similar to 6 study
PDF
สวัสดิการและสิทธิประโยชน์ PDF
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 : แก้ไขเพิ่มเติม PDF
ประกาศรับสมัครครูอัตราจ้าง PDF
PPT
PDF
PDF
PDF
ประกาศรับสมัครครูอัตราจ้างsci PDF
6 study
- 1.
สรุป สาระสำา คัญของสวัส ดิก ารเกี่ย วกับ การศึก ษาของบุต ร
ความหมาย
เงิน สวัส ดิก ารเกี่ย วกับ การศึก ษาของบุต ร หมายถึง เงินที่ทาง
ราชการช่วยเหลือเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการศึกษาสำาหรับบุตรของ
ข้าราชการ ข้าราชการบำานาญ และลูกจ้างประจำา ได้แก่
1. ข้าราชการหรือลูกจ้างประจำา ซึ่งรับเงินเดือนหรือค่าจ้างจากเงิน
งบประมาณ รายจ่าย
หมวดเงินเดือนหรือค่าจ้างประจำาของกระทรวง กรม ยกเว้น
- ข้าราชการการเมือง
- ข้าราชการตำารวจชั้นพลตำารวจที่อยู่ในระหว่างเข้ารับการอบรม
ในสถานศึกษาของกรมตำารวจซึ่งเป็นการศึกษาอบรมก่อนเข้า
ปฏิบัติราชการประจำา
- ลูกจ้างชาวต่างประเทศซึ่งมีหนังสือสัญญาจ้าง
2. ผู้ได้รับบำานาญปกติหรือผู้ได้รับบำานาญพิเศษเหตุทุพพลภาพ
ตามกฎหมายว่าด้วยบำาเหน็จ
บำานาญข้าราชการ และทหารกองหนุนมีเบี้ยหวัดตามข้อบังคับ
กระทรวงกลาโหมว่าด้วยเงินเบี้ยหวัด
บุต ร หมายความว่า บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งมีอายุครบ ๓ ปีแต่
ไม่เกิน ๒๕ ปี ทั้งนี้ ไม่รวมถึง
บุตรบุญธรรมและบุตรซึ่งบิดามารดาได้ยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของผู้
อืน
่
บุตรที่มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือเกี่ยวกับเงินการศึกษาของบุตร
ได้แก่
1. บุตรคนที่ 1 ถึงคนที่ 3 โดยนับเรียงตามลำาดับเกิดก่อนหลัง ทั้งนี้
ไม่ว่าเป็นบุตร ที่เกิดจาก
การสมรสครั้งใด หรืออยู่ในอำานาจปกครองของตนหรือไม่
2. กรณีผู้มีสิทธิผู้ใดยังไม่มีบุตรหรือมีบุตรที่มีสิทธิได้รับเงิน
สวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาบุตร
ยังไม่ครบ 3 คน ต่อมามีบุตรแฝดทำาให้จำานวนบุตรเกิน 3 คน ให้
ผู้นั้นมีสิทธิได้รับสวัสดิการสำาหรับบุตรคนที่ 1 ถึงคนสุดท้าย แต่
บุตรแฝดดังกล่าวจะต้องเป็นบุตรซึ่งเกิดจากคู่สมรส หรือเป็นบุตร
ของตนเองในกรณีที่หญิงเป็นผู้ใช้สิทธิ
3. บุตรที่เกินกว่า 3 คน แต่ในจำานวน 3 คนนั้น ถ้าตาย กายพิการ
หรือเป็นคนไร้ความสามารถ วิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือนไม่สม
ประกอบก่อนอายุครบ 25 ปีบริบูรณ์ ให้เอาบุตรลำาดับต่อไปนำามา
เบิกได้ให้ครบ 3 คน อย่างเดิม จนกว่าจะหมดสิทธิ
- 2.
สถานศึก ษาของทางราชการหมายความว่า
1. มหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีฐานะ
เทียบเท่าวิทยาลัยในสังกัด
หรืออยู่ในกำากับของกระทรวงศึกษาธิการหรือที่อยู่ในกำากับของรัฐ
2. วิทยาลัยหรือสถานศึกษาที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีฐานะเทียบเท่า
วิทยาลัยในสังกัด หรืออยู่ใน
กำากับของกระทรวงศึกษาธิการ หรือส่วนราชการอื่นที่ ก.พ.รับรอง
คุณวุฒิ
3. โรงเรียนในสังกัดหรืออยู่ในกำากับของกระทรวงศึกษาธิการ
มหาวิทยาลัย วิทยาลัย องค์การ
บริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำาบล
กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มี
กฎหมายจัดตั้ง และให้หมายความรวมถึงโรงเรียนที่เรียกชื่ออย่าง
อืนที่มีการจัดระดับชั้นเรียนด้วย
่
4. โรงเรียนในสังกัดหรืออยู่ในกำากับของส่วนราชการอื่น หรือ
องค์การของรัฐบาลที่ ก.พ.รับรองคุณวุฒิ
5. โรงเรียนในสังกัดส่วนราชการที่กระทรวงการคลังกำาหนด
6. สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยที่มีการจัดระดับชั้นเรียนในสังกัดส่วน
ราชการ
สถานศึก ษาเอกชน หมายความว่า
1. สถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษา
เอกชน
2. โรงเรียนตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชนที่จัดการศึกษาใน
ระบบโรงเรียน และให้รวมถึง
โรงเรียนนานาชาติ
เงิน บำา รุง การศึก ษา หมายความว่า เงินประเภทต่าง ๆ ที่สถาน
ศึกษาของทางราชการเรียกเก็บตาม
อัตราที่ได้รับอนุมัติจากกระทรวงศึกษาธิการ ส่วนราชการเจ้าสังกัด
หรือที่กำากับ มหาวิทยาลัย องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล
องค์การบริหารส่วนตำาบล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา องค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง หรือองค์การของรัฐบาล
เงิน ค่า เล่า เรีย น หมายความว่า เงินค่าธรรมเนียมการเรียนหรือค่า
ธรรมเนียมต่าง ๆ ซึ่งสถานศึกษา
ของเอกชนเรียกเก็บตามอัตราที่ได้รับอนุมัติจากกระทรวง
ศึกษาธิการ
ค่า ธรรมเนีย มการเรีย น หมายถึง เงินที่สถานศึกษาเอกชนเรียก
เก็บตามอัตราที่ได้รับอนุมัติจาก
- 3.
ส่วนราชการที่ควบคุมดูแลสถานศึกษานั้น และให้หมายความรวม
ถึงค่าธรรมเนียมอื่นเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วย
ปีการศึก ษา หมายความว่า ปีการศึกษาที่กำาหนดโดยกระทรวง
ศึกษาธิการ ส่วนราชการเจ้าสังกัด หรือ ที่กำากับ มหาวิทยาลัย
องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำาบล
กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มี
กฎหมายจัดตั้ง หรือองค์การของรัฐบาล
การใช้ส ิท ธิ
1. กรณีผู้มีสิทธิมีคู่สมรสเป็นข้าราชการ หรือลูกจ้างประจำา หรือผู้ได้
รับบำานาญ เบี้ยหวัด ให้คู่สมรส
ฝ่ า ยใดฝ่ า ยหนึ่ ง เป็ น ผู้ ใ ช้ สิ ท ธิ ข อรั บ เงิ น สวั ส ดิ ก ารเกี่ ย วกั บ การ
ศึกษาของบุตรทุกคนแต่เพียงฝ่ายเดียว
1.1 ในกรณีที่ผู้มีสิทธิมีคู่สมรสเป็นข้าราชการ หรือลูกจ้างประจำา
หรือผู้ได้รับบำานาญ เบี้ยหวัดที่อยู่ใน
ส่วนราชการผู้เบิกแห่งเดียวกัน ผู้ใช้สิทธิจะต้องรับรองตนเอง
ในใบเบิกเงินสวัสดิการเกี่ยวกับ
การศึกษาของบุตรว่าตนเป็นผูใช้สทธิเบิกเงินสวัสดิการเกียวกับ
้
ิ
่
การศึกษาของบุตรแต่เพียงฝ่ายเดียว
1.2 กรณีผู้ใช้สิทธิมีคู่สมรสเป็นข้าราชการ หรือลูกจ้างประจำา หรือ
ผู้ได้รับบำานาญ เบี้ยหวัดอยู่ต่างส่วนราชการผู้เบิก ก่อนการใช้
สิทธิตามวรรคแรกและในกรณีที่เปลี่ยนส่วนราชการผู้เบิกของผู้
ใช้สิทธิผู้ใช้สิทธิจะต้องรับรองตนเองว่าเป็นผู้ใช้สิทธิแต่เพียง
ฝ่ายเดียว โดยส่วนราชการเจ้าสังกัดหรือส่วนราชการผู้เบิก
บำานาญ เบี้ยหวัดของผู้ใช้สิทธิต้องแจ้งการใช้สิทธิตามที่ผู้นั้น
ร้องขอให้ส่วนราชการเจ้าสังกัด หรือส่วนราชการผู้เบิกบำานาญ
เบี้ยหวัดของคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งทราบ และตอบรับตามแบบที่
กรมบัญชีกลางกำาหนด
2. กรณีผู้มีสิทธิมีคู่สมรสที่มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษา
ของบุตรและใช้สิทธิจากหน่วยงาน
อื่นแล้ว ผู้นั้นไม่มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของ
บุตรตามพระราชกฤษฎีกานี้ เว้นแต่ผู้มีสิทธิสามารถใช้สิทธิขอรับ
เงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรได้ เฉพาะส่วนที่ตำ่ากว่า
สิทธิที่พึงจะได้รับตามที่กำาหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยเงินสวัสดิการ
เกี่ยวกับการศึกษาของบุตร
- 4.
3. กรณีบดาหรือมารดาทีชอบด้วยกฎหมายของบุตรทีได้หย่า หรือแยก
ิ
่
่
กันอยูโดยมิได้หย่ากันตามกฎหมาย(ตามหนังสือกรมบัญชีกลาง ที่ กค
่
0417/ว 36 ลงวันที่ 6 กันยายน 2549 เรื่อง การเบิกจ่ายเงินสวัสดิการ
เกี่ยวกับการศึกษาของบุตรและการรักษาพยาบาลสำาหรับบุตรในกรณีที่ผู้มี
สิทธิและคู่สมรสได้หย่าหรือแยกกันอยู่โดยมิได้หย่ากันตามกฎหมาย)
3.1 กรณีผู้มีสิทธิและคู่สมรสเป็นข้าราชการทั้งสองฝ่าย ให้ฝ่ายใด
ฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ใช้สิทธิขอรับเงินสวัสดิการสำาหรับบุตรของตนได้
แม้จะมิได้เป็นฝ่ายที่ปกครองหรืออุปการะเลี้ยงดูบุตรของตน
โดยผูใช้สทธิขอรับเงินสวัสดิการสำาหรับบุตร จะต้องรับรองตนเอง
้
ิ
ว่าเป็นผูใช้สทธิแต่เพียงฝ่ายเดียว โดยให้สวนราชการ เจ้าสังกัด
้
ิ
่
แจ้งการใช้สทธิเบิกเงินสวัสดิการให้สวนราชการเจ้าสังกัดของคู่
ิ
่
สมรส อีกฝ่ายได้ทราบ และตอบรับให้กับส่วนราชการเจ้าสังกัด
ของผู้ใช้สิทธิขอรับเงินสวัสดิการสำาหรับบุตรตามแบบที่กรมบัญชี
กลางกำาหนด
3.2 กรณีผู้มีสิทธิฝ่ายเดียวเป็นข้าราชการ เมื่อหย่ากับคู่สมรสหรือ
แยกกันอยู่โดยมิได้หย่ากันตาม
กฎหมายกับคู่สมรสผู้มีสิทธิสามารถใช้สิทธิขอรับเงินสวัสดิการ
สำาหรับบุตรของตนได้ แม้จะมิได้
เป็นฝ่ายปกครองหรืออุปการะเลี้ยงดูบุตรของตน
3.3 กรณีผู้มีสิทธิมีคู่สมรสที่มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการ
ศึกษาของบุตรจากหน่วยงานอื่น
เมื่อหย่าหรือแยกกันอยู่โดยมิได้หย่ากันตามกฎหมาย แม้ผู้มีสิทธิ
จะมิได้เป็นฝ่ายปกครองหรือ อุปการะเลี้ยงดูบุตรของตน ผู้มีสิทธิ
สามารถใช้สิทธิขอรับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรได้
เฉพาะส่วนที่ตำ่ากว่าสิทธิที่พึงจะได้รับตามที่กำาหนดไว้ใน
กฎหมายว่าด้วยเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร
การอนุม ัต ิ
1. ผู้มีอำานาจอนุมัติการเบิกจ่ายในราชการบริหารส่วนกลาง ให้เป็น
อำานาจของหัวหน้าส่วนราชการ
ระดับกรม หรือผู้ทหัวหน้าส่วนราชการมอบหมาย ซึ่งดำารง
ี่
ตำาแหน่งไม่ตำ่ากว่าระดับ ๖ หรือเทียบเท่า
2. ผู้มีอำานาจอนุมัติการเบิกจ่ายหน่วยงานในราชการบริหารส่วน
กลางที่มีสำานักงานอยู่ในส่วนภูมิภาค
หรือแยกต่างหากจากกระทรวง กรม หัวหน้าส่วนราชการระดับกรม
จะมอบหมายให้หวหน้าหน่วยงานนันเป็นผู้อนุมัติการเบิกจ่ายเงิน
ั
้
ก็ได้
- 5.
3. ผู้มีอำำนำจอนุมัติกำรเบิกจ่ำยในรำชกำรบริหำรส่วนภูมิภำคให้
หัวหน้ำส่วนรำชกำรผู้เบิกเป็นผู้อนุมัติ
4. กำรอนุมัติกำรเบิกจ่ำยเงินค่ำกำรศึกษำของบุตรของข้ำรำชกำรที่
ได้รับคำำสั่งให้ไปช่วยปฏิบัติรำชกำร
ยังท้องที่อื่นในสังกัดส่วนรำชกำรเดียวกันแต่อยู่ต่ำงสำำนักเบิกเงิน
เดือนหรือในส่วนรำชกำรต่ำงสังกัดซึ่งยังรับเงินเดือนจำกสังกัดเดิม
ให้ยื่นขอรับเงินสวัสดิกำรเกี่ยวกับกำรศึกษำของบุตร ณ ส่วน
รำชกำรที่ ไปช่วยปฏิบัติรำชกำรได้ โดยให้ผู้มีอำำนำจอนุมัติกำร
เบิกจ่ำย ณ ส่วนรำชกำรที่ไปช่วยปฏิบัติรำชกำรเป็นผู้อนุมัติ และ
ให้จดส่งสำำเนำคู่ฉบับให้กับส่วนรำชกำรที่เบิกจ่ำยเงินเดือนเพื่อ
ั
ทรำบด้วย
ระยะเวลำกำรขอเบิก
1. กำรขอเบิกเงินสวัสดิกำรเกี่ยวกับกำรศึกษำบุตร กรณีสถำนศึกษำ
เก็บเงินเป็นรำยภำคเรียน ต้องยื่น
หลักฐำนขอเบิกภำยใน 1 ปี นับตั้งแต่วันเปิดภำคเรียนของแต่ละ
ภำค
2. กำรขอเบิกเงินสวัสดิกำรเกี่ยวกับกำรศึกษำบุตร กรณีสถำนศึกษำ
เก็บเงินเป็นรำยปีกำรศึกษำต้องยื่น
หลักฐำนขอเบิกภำยใน 1 ปี นับตั้งแต่วันเปิดภำคเรียนแรกของปี
กำรศึกษำนั้น ๆ
หลัก ฐำนประกอบกำรเบิก จ่ำ ยเงิน เกี่ย วกับ กำรศึก ษำของบุต ร
1. แบบฟอร์มกำรขอรับเงินสวัสดิกำรเกี่ยวกับกำรศึกษำบุตร (แบบ
7200)
2. ใบเสร็จรับเงินค่ำกำรศึกษำของสถำนศึกษำนั้น ๆ
3. ใบอนุญำตให้เก็บค่ำเล่ำเรียนของสถำนศึกษำเอกชน
4. หลักฐำนอื่น ๆ เช่น สำำเนำทะเบียนสมรส สำำเนำทะเบียนบ้ำน
สำำเนำสูติบัตร สำำเนำใบรับรองบุตร
สำำเนำใบมรณบัตร (กรณีหญิงใช้สิทธิเบิกแทนสำมีที่ถึงแก่กรรม)
สำำเนำใบเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนนำมสกุล เป็นต้น
ประเภทและอัต รำกำรเบิก จ่ำ ย มีด ัง นี้
1. บุตรที่ศึกษำในสถำนศึกษำของทำงรำชกำรในหลักสูตรระดับไม่สูง
กว่ำอนุปริญญำหรือเทียบเท่ำและหลักสูตรนันแยกต่ำงหำกจำก
้
หลักสูตรปริญญำตรี ให้ได้รบเงินบำำรุงกำรศึกษำเต็มจำำนวนทีได้จำย
ั
่
่
ไปจริง
- 6.
2. บุตรที่ศึกษำในสถำนศึกษำของรำชกำรในหลักสูตรระดับปริญญำ
ตรี ให้ได้รับเงินบำำรุงกำรศึกษำ
เต็มจำำนวนที่ได้จ่ำยไปจริง
3.บุตรทีศกษำในสถำนศึกษำของเอกชนในหลักสูตรระดับไม่สงกว่ำ
่ ึ
ู
มัธยมศึกษำตอนปลำยหรือเทียบเท่ำ ให้ได้รับเงินค่ำเล่ำเรียนเต็ม
จำำนวนที่ได้จ่ำยไปจริง
4. บุตรที่ศึกษำในสถำนศึกษำของเอกชนในหลักสูตรระดับสูงกว่ำ
มัธยมศึกษำตอนปลำยหรือเทียบเท่ำ
แต่ไม่สูงกว่ำอนุปริญญำหรือเทียบเท่ำ และหลักสูตรนั้นแยกต่ำง
หำกจำกหลักสูตรระดับปริญญำตรี ให้ได้รับเงินค่ำเล่ำเรียนครึ่ง
หนึ่งของจำำนวนที่ได้จ่ำยไปจริง
5. บุตรที่ศึกษำในสถำนศึกษำของเอกชนในหลักสูตรระดับปริญญำ
ตรีให้ได้รับเงินค่ำเล่ำเรียนครึ่งหนึ่งของจำำนวนที่ได้จ่ำยไปจริง
6. กำรเบิกจ่ำยเงินตำม (1)-(5) ต้องเป็นไปตำมประเภทและไม่เกิน
อัตรำที่กระทรวงกำรคลังกำำหนด (ตำมหนังสือกระทรวงกำรคลัง
ด่วนที่สุด ที่ กค 0409.5/ว 196 ลงวันที่ 17 พฤษภำคม 2549
เรื่อง ประเภทและอัตรำเงินบำำรุงกำรศึกษำและเงินค่ำเล่ำเรียน และ
ด่วนที่สุด ที่ กค 0409.5/ว 477 ลงวันที่ 2 ธันวำคม 2548 เรื่อง
อัตรำเงินบำำรุงกำรศึกษำและค่ำเล่ำเรียนในหลักสูตรระดับปริญญำ
ตรี)
7 สำำหรับบุตรทีศกษำในหลักสูตรระดับปริญญำตรีตำม (2) หรือ (5) จะ
่ ึ
ต้องเป็นกำรศึกษำในระดับปริญญำตรีเป็นหลักสูตรแรกเท่ำนั้น (ตำม
หนังสือกรมบัญชีกลำง ด่วนที่สุด ที่ กค 0409.5/ว 15 ลงวันที่ 13
มกรำคม 2549 เรื่อง ซ้อมควำมเข้ำใจเกี่ยวกับกำรเบิกจ่ำยเงิน
สวัสดิกำรเกี่ยวกับกำรศึกษำของบุตรในหลักสูตรระดับปริญญำตรี)
************************
- 7.
2. บุตรที่ศึกษาในสถานศึกษาของราชการในหลักสูตรระดับปริญญา
ตรี ให้ได้รับเงินบำารุงการศึกษา
เต็มจำานวนที่ได้จ่ายไปจริง
3.บุตรทีศกษาในสถานศึกษาของเอกชนในหลักสูตรระดับไม่สงกว่า
่ ึ
ู
มัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า ให้ได้รับเงินค่าเล่าเรียนเต็ม
จำานวนที่ได้จ่ายไปจริง
4. บุตรที่ศึกษาในสถานศึกษาของเอกชนในหลักสูตรระดับสูงกว่า
มัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า
แต่ไม่สูงกว่าอนุปริญญาหรือเทียบเท่า และหลักสูตรนั้นแยกต่าง
หากจากหลักสูตรระดับปริญญาตรี ให้ได้รับเงินค่าเล่าเรียนครึ่ง
หนึ่งของจำานวนที่ได้จ่ายไปจริง
5. บุตรที่ศึกษาในสถานศึกษาของเอกชนในหลักสูตรระดับปริญญา
ตรีให้ได้รับเงินค่าเล่าเรียนครึ่งหนึ่งของจำานวนที่ได้จ่ายไปจริง
6. การเบิกจ่ายเงินตาม (1)-(5) ต้องเป็นไปตามประเภทและไม่เกิน
อัตราที่กระทรวงการคลังกำาหนด (ตามหนังสือกระทรวงการคลัง
ด่วนที่สุด ที่ กค 0409.5/ว 196 ลงวันที่ 17 พฤษภาคม 2549
เรื่อง ประเภทและอัตราเงินบำารุงการศึกษาและเงินค่าเล่าเรียน และ
ด่วนที่สุด ที่ กค 0409.5/ว 477 ลงวันที่ 2 ธันวาคม 2548 เรื่อง
อัตราเงินบำารุงการศึกษาและค่าเล่าเรียนในหลักสูตรระดับปริญญา
ตรี)
7 สำาหรับบุตรทีศกษาในหลักสูตรระดับปริญญาตรีตาม (2) หรือ (5) จะ
่ ึ
ต้องเป็นการศึกษาในระดับปริญญาตรีเป็นหลักสูตรแรกเท่านั้น (ตาม
หนังสือกรมบัญชีกลาง ด่วนที่สุด ที่ กค 0409.5/ว 15 ลงวันที่ 13
มกราคม 2549 เรื่อง ซ้อมความเข้าใจเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงิน
สวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรในหลักสูตรระดับปริญญาตรี)
************************