More Related Content
PDF
AR / VR / MR / XR มุ่งสู่อนาคตการท่องเที่ยวที่เหนือจริง PDF
การผลิตสื่อดิจิทัล (DIGITAL MEDIA ) PDF
การสร้างสื่อภาพกราฟิกเคลื่อนไหว (Motion Graphic) PDF
การเล่าเรื่องสินค้าผ่านภาพถ่าย (Digital Storytelling in Photography) PDF
การออกแบบเรซูเม่และแฟ้มสะสมผลงานในยุคดิจิทัล (Resume and Portfolio Design in ... PDF
วิดีโอสำหรับมัลติมีเดีย (Video for Multimedia) PDF
สตูดิโอถ่ายภาพสำหรับงานมัลติมีเดีย PPT
What's hot
PDF
PDF
การออกแบบกราฟิกส่วนประสานงานกับผู้ใช้ (Graphical User Interface) PDF
การผลิตสื่อวีดิทัศน์สำหรับงานมัลติมีเดีย (Multimedia Video Production) PDF
เทคนิคการสร้างสื่อเพื่อการปฏิบัติงานในยุคดิจิทัล (Creating Techniques Media f... PDF
PDF
เทคโนโลยีเสมือนจริงและจักรวาลนฤมิตสำหรับการท่องเที่ยว โรงแรม และอีเวนต์ PDF
การจัดวางตัวอักษร (Typography) PDF
แนะนำโปรแกรม Adobe Photoshop PDF
PDF
การออกแบบตัวละครเพื่อการเขียนบท PDF
PDF
เทคนิคการสร้างสื่อการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล (Learning Media Technique in Digita... PDF
เข้าใจตลาด (Market Understanding) PDF
อินโฟกราฟิก (Infographic) และหลักการออกแบบ PDF
การออกแบบแอพพลิเคชั่นด้วย Adobe XD PDF
การเขียนบทประกอบภาพกราฟิกเคลื่อนไหว (Script Writing for Motion Graphic) PDF
การผลิตสื่อวิดีโอระบบดิจิทัลเบื้องต้น (Basic Digital Video Production) PDF
การเขียนสตอรี่บอร์ดภาพกราฟิกเคลื่อนไหว (Storyboard Writing for Motion Graphic) PDF
อินโฟกราฟิกในยุคการศึกษา 4.0 (Infographic in Education 4.0) PDF
Similar to บทที่ 6
PPT
บทที่ 2 สถาปัตยกรรมและแบบจำลองฐานข้อมูล PDF
PDF
06 แบบจำลองฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ PPT
Entity relationship model PDF
06.1 logical database design[transform erd into relations] PDF
05 entity relationship model PPT
PDF
PDF
การจัดการฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์2 PDF
Lecture7 การแปลงโมเดลแบบ E-R เป็นรูปแบบโมเดลเชิงสัมพันธ์ PPT
PDF
PDF
SlideShare เรื่อง การออกแบบฐานข้อมูล PPT
PDF
PPT
PDF
การจัดการฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์2 PPT
PPTX
PDF
More from nunzaza
PPTX
PPTX
PPTX
PPTX
PPTX
PPTX
PPTX
PPTX
บทที่ 6
- 1.
- 2.
โมเดลจำลองควำมสัมพันธ์ระหว่ำงข้อมูล (Entity-Relationship Model: E-R Model) เป็น
อีกแนวคิดที่ใช้เครื่องมืออย่ำงหนึ่งในกำรออกแบบฐำนข้อมูล ซึ่งได้รับควำมนิยมเช่นเดียวกับโมเดลเชิง
สัมพันธ์ ในหน่วยนี้จะกล่ำวถึงแนวคิดและขั้นตอนในกำรเขียนโมเดลแบบ E-R
แนวคิดเกี่ยวกับโมเดลแบบ E-R
กำรสร้ำงโมเดลแบบ E-R จะมีแนวคิดที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ เรื่องของเอนทิตี คุณลักษณะ
ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงเอนทิตี รวมทั้งสัญลักษณ์ในโมเดลแบบ E-R
- 3.
1. เอนทิตี
ในกำรสร้ำงโมเดลแบบ E-Rจะต้องกำหนดว่ำในระบบที่ออกนั้นๆ จะประกอบด้วยเอนทิตี
อะไรบ้ำง เช่น ในระบบฐำนข้อมูลงำนทะเบียนนักศึกษำจะประกอบด้วยเอนทิตีนักศึกษำเอนทิตีกำร
ลงทะเบียน เอนทิตีวิชำ และเอนทิตีอำจำรย์เป็นต้น
2. คุณลักษณะของเอนทิตี
เป็นกำรกำหนดแอททริบิวต์ต่ำงๆ ในแต่ละเอนทิตีนั่นเอง นอกจำกนี้ยังอำจประกอบด้วย
รำยละเอียด เช่น แอททริบิวต์ใดเป็นคีย์หรือเป็นข้อมูลที่แปลค่ำมำ เป็นต้น
3. ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงเอนทิตี
เป็นกำรระบุว่ำเอนทิตีต่ำงๆ มีควำมสัมพันธ์กันอย่ำงไร ลักษณะควำมสัมพันธ์อำจเป็นแบบหนึ่ง
ต่อหนึ่ง หนึ่งต่อกลุ่ม หรือแบบกลุ่มต่อกลุ่ม โดยคำนึงถึงกำรที่ข้อมูลทุกข้อมูลหรือเพียงบำงข้อมูลของ
เอนทิตีหนึ่ง มีควำมสัมพันธ์กับข้อมูลของเอนทิตีหนึ่ง ซึ่งพอจะกล่ำวให้ละเอียดลงไปได้ดังนี้
- 4.
3.1 แบบ TotalParticipation เป็นลักษณะที่ข้อมูลทุกข้อมูลของเอนทิตีหนึ่งมีควำมสัมพธ์กับ
ข้อมูลของอีกเอนทิตีหนึ่ง ตัวอย่ำงเช่น ถ้ำกำหนดว่ำอำจำรย์แต่ละคนจะสังกัดคณะวิชำใด คณะวิชำหนึ่ง
เท่ำนั้น จะสำมำรถแสดงดัง รูปที่ 6.1
อำจำรย์ควำมสัมพันธ์ “ทำงำน” คณะวิชำ
จำกตัวอย่ำงข้ำงต้น จะเห็นได้ว่ำ ถ้ำไม่มีเอนทิตีอำจำรย์ ก็ย่อมจะไม่มีเอนทิตีคณะวิชำ ใน
ลักษณะเช่นนี้เรำเรียกเอนทิตีคณะวิชำว่ำเป็น เอนทิตีชนิดอ่อนแอ (Weak Entity)
เอนทิตีอ่อนแอ จะมีควำมสัมพันธ์กับอีกเอนทิตีหนึ่งที่มีควำมหมำยกับตัวมัน (Owner Entity)
และเรำเรียกควำมสัมพันธ์ระหว่ำงเอนทิตีอ่อนแอกับเอทิตีที่มีควำมหมำยกับตัวมันว่ำเป็นควำมสัมพันธ์
ชนิด Identifying Relationship
- 5.
3.2 แบบ PartialParticipation เป็นลักษณะที่ข้อมูลของเอนทิตีหนึ่ง มีควำมสัมพันธ์กับข้อมูลของ
อีกเอนทิตีหนึ่ง ตัวอย่ำง กำหนดว่ำจะมีอำจำรย์เพียงบำงคนเท่ำนั้นที่เป็นคณบดี จะสำมำรถแสดงดังรูปที 6.2
อำจำรย์ ควำมสัมพันธ์ “เป็นคณบดี” คณะวิชำ
จำกตัวอย่ำงข้ำงต้น จะเห็นได้ว่ำ ข้อมูลอำจำรย์เพียงบำงคนเท่ำนั้นจะไปสัมพันธ์
กับข้อมูลของคณะวิชำว่ำใครเป็นคณบดีในขณะนั้น
- 6.
- 7.
- 8.
- 9.
- 10.
- 11.
ขั้นตอนที่ 4 กำหนดคีย์
กำหนดคีย์ของแต่ละเอนทิตีว่ำจะใช้แอททริบิวต์ใดเป็นคีย์หลัก (Primary Key)ของเอนทิตี
นั้นๆ พิจำรณำจำกขั้นตอนที่ 3 จะได้ว่ำ
1. เอนทิตีอำจำรย์มีรหัสอำจำรย์เป็นคีย์หลัก
2. เอนทิตีแผนกวิชำ มีรหัสแผนกเป็นคีย์หลัก
3. เอนทิตีรำยวิชำ มีรหัสวิชำเป็นคีย์หลัก
- 12.
- 13.
- 14.
2. กำหนดคีย์ต่ำงๆ ได้แก่กำรกำหนดคีย์หลัก (Primary Key) ของแต่ละรีเลชั่นรวมทั้งคีย์นอก
(Foreign Key) และข้อกำหนดต่ำงๆที่จะใช้อ้ำงอิงถึงคีย์หลักในอีกรีเลชั่นหนึ่ง ในกำรกำหนดรำยละเอียด
ของคีย์หลักและคีย์นอก ท ำโดยใช้ภำษำ SQLในกำรสร้ำงรีเลชั่น
ตัวอย่ำง ฐำนข้อมูลของวิทยำลัย จำกกำรออกแบบฐำนข้อมูลโดยใช้ E-RModel จะกำหนดคีย์
หลักและคีย์นอกของแต่ละรีเลชั่น ดังนี้
รีเลชั่นอำจำรย์มีแอททริบิวต์รหัสอำจำรย์เป็น Primary Key ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงรีเลชั่นแผนวิชำกับรีเลชั่น
อำจำรย์เป็นแบบ 1: N ดังนั้น รีเลชั่นอำจำรย์จึงต้องมีแอททริบิวต์รหัสแผนกเพิ่มเข้ำไปเป็นคีย์นอก เพื่อใช้
ในกำรเชื่อมโยงข้อมูลกับรีเลชั่นแผนกวิชำ
ตัวอย่ำง กำรใช้ภำษำสำหรับนิยำมข้อมูลในกำรสร้ำงรีเลชันอำจำรย์ในที่นั้จะกำหนดให้
TEACHER หมำยถึง รีเลชั่นอำจำรย์
TEACH_NO หมำยถึง รหัสอำจำรย์
TEACH_NM หมำยถึง ชื่ออำจำรย์
TEACH_DT หมำยถึง วันที่เริ่มท ำงำน
SALARY หมำยถึง เงินเดือน
FACT_NO หมำยถึง รหัสแผนก (ที่เพิ่มเข้ำไปเพื่อใช้เป็นคีย์นอก)
และ FACULTY หมำยถึง รีเลชั่นแผนกวิชำ
- 15.
CREATE TABLE TEACHER
(TEACH_NOCHAR(3) NOT NULL,
TEACH_NM CHAR(40),
TEACH_DT CHAR(6),
SALARY INTEGER,
FACT_NO CHAR(3),
PRIMARY KEY (TEACH_NO),
FOREIGN KEY (FACT_NO) REFERENCES FACULTY);
จะสำมำรถเขียนคำสั่งSQL ได้ดังนี้
รีเลชั่นแผนกวิชำ มีแอททริบิวต์รหัสแผนกเป็น Primary Key
รีเลชั่นรำยวิชำ มีแอททริบิวต์รหัสวิชำป็น Primary Key
รีเลชั่นกำรมอบหมำยวิชำ เป็นรีเลชั่นที่เชื่อมควำมสัมพันธ์ระหว่ำงรีเลชั่นอำจำรย์และรีเลชั่นรำยวิชำ
Primary Key ของรีเลชั่นนี้ คือ Primary Key ของรีเลชั่นอำจำรย์และรีเลชั่นวิชำ ได้แก่ รหัสอำจำรย์
และรหัสวิชำ โดยมีรหัสอำจำรย์เป็นForeign Key ที่อ้ำงอิงถึงรหัสอำจำรย์ซึ่งเป็นคีย์หลักของรีเลชั่น
อำจำรย์และมีรหัสวิชำเป็น Foreign Key ที่อ้ำงอิงถึงรหัสวิชำ ซึ่งเป็นคีย์หลักของรีเลชั่นวิชำ
- 16.
3. ก ำหนดแอททริบิวต์ในแต่ละรีเลชั่นจำกรำยละเอียดคุณลักษณะของเอนทิตี
4. น ำผลจำกข้อ 2 และ 3 มำพิจำรณำทบทวนข้อมูลในแต่ละรีเลชั่น เพื่อให้รีเลชั่นอยู่ใน
รูปแบบบรรทัดฐำนระดับที่ 3 เป็นอย่ำงน้อย
จำกที่กล่ำวมำในหน่วยนี้ จึงเห็นได้ว่ำโมเดลแบบ E-R จะเป็นกำรสร้ำงโมเดลจำลอง
ควำมสัมพันธ์ของข้อมูล โดยนำแนวคิดของกำรออกแบบฐำนข้อมูลมำประกอบกำรพิจำรณำเพื่อให้
ได้ฐำนข้อมูลที่เหมำะสมนั่นเอง