หน่วยที่ 6
โมเดลจำลองควำมสัมพันธ์ระหว่ำงข้อมูล
โมเดลจำลองควำมสัมพันธ์ระหว่ำงข้อมูล (Entity-Relationship Model : E-R Model) เป็น
อีกแนวคิดที่ใช้เครื่องมืออย่ำงหนึ่งในกำรออกแบบฐำนข้อมูล ซึ่งได้รับควำมนิยมเช่นเดียวกับโมเดลเชิง
สัมพันธ์ ในหน่วยนี้จะกล่ำวถึงแนวคิดและขั้นตอนในกำรเขียนโมเดลแบบ E-R
แนวคิดเกี่ยวกับโมเดลแบบ E-R
กำรสร้ำงโมเดลแบบ E-R จะมีแนวคิดที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ เรื่องของเอนทิตี คุณลักษณะ
ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงเอนทิตี รวมทั้งสัญลักษณ์ในโมเดลแบบ E-R
1. เอนทิตี
ในกำรสร้ำงโมเดลแบบ E-R จะต้องกำหนดว่ำในระบบที่ออกนั้นๆ จะประกอบด้วยเอนทิตี
อะไรบ้ำง เช่น ในระบบฐำนข้อมูลงำนทะเบียนนักศึกษำจะประกอบด้วยเอนทิตีนักศึกษำเอนทิตีกำร
ลงทะเบียน เอนทิตีวิชำ และเอนทิตีอำจำรย์เป็นต้น
2. คุณลักษณะของเอนทิตี
เป็นกำรกำหนดแอททริบิวต์ต่ำงๆ ในแต่ละเอนทิตีนั่นเอง นอกจำกนี้ยังอำจประกอบด้วย
รำยละเอียด เช่น แอททริบิวต์ใดเป็นคีย์หรือเป็นข้อมูลที่แปลค่ำมำ เป็นต้น
3. ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงเอนทิตี
เป็นกำรระบุว่ำเอนทิตีต่ำงๆ มีควำมสัมพันธ์กันอย่ำงไร ลักษณะควำมสัมพันธ์อำจเป็นแบบหนึ่ง
ต่อหนึ่ง หนึ่งต่อกลุ่ม หรือแบบกลุ่มต่อกลุ่ม โดยคำนึงถึงกำรที่ข้อมูลทุกข้อมูลหรือเพียงบำงข้อมูลของ
เอนทิตีหนึ่ง มีควำมสัมพันธ์กับข้อมูลของเอนทิตีหนึ่ง ซึ่งพอจะกล่ำวให้ละเอียดลงไปได้ดังนี้
3.1 แบบ Total Participation เป็นลักษณะที่ข้อมูลทุกข้อมูลของเอนทิตีหนึ่งมีควำมสัมพธ์กับ
ข้อมูลของอีกเอนทิตีหนึ่ง ตัวอย่ำงเช่น ถ้ำกำหนดว่ำอำจำรย์แต่ละคนจะสังกัดคณะวิชำใด คณะวิชำหนึ่ง
เท่ำนั้น จะสำมำรถแสดงดัง รูปที่ 6.1
อำจำรย์ควำมสัมพันธ์ “ทำงำน” คณะวิชำ
จำกตัวอย่ำงข้ำงต้น จะเห็นได้ว่ำ ถ้ำไม่มีเอนทิตีอำจำรย์ ก็ย่อมจะไม่มีเอนทิตีคณะวิชำ ใน
ลักษณะเช่นนี้เรำเรียกเอนทิตีคณะวิชำว่ำเป็น เอนทิตีชนิดอ่อนแอ (Weak Entity)
เอนทิตีอ่อนแอ จะมีควำมสัมพันธ์กับอีกเอนทิตีหนึ่งที่มีควำมหมำยกับตัวมัน (Owner Entity)
และเรำเรียกควำมสัมพันธ์ระหว่ำงเอนทิตีอ่อนแอกับเอทิตีที่มีควำมหมำยกับตัวมันว่ำเป็นควำมสัมพันธ์
ชนิด Identifying Relationship
3.2 แบบ Partial Participation เป็นลักษณะที่ข้อมูลของเอนทิตีหนึ่ง มีควำมสัมพันธ์กับข้อมูลของ
อีกเอนทิตีหนึ่ง ตัวอย่ำง กำหนดว่ำจะมีอำจำรย์เพียงบำงคนเท่ำนั้นที่เป็นคณบดี จะสำมำรถแสดงดังรูปที 6.2
อำจำรย์ ควำมสัมพันธ์ “เป็นคณบดี” คณะวิชำ
จำกตัวอย่ำงข้ำงต้น จะเห็นได้ว่ำ ข้อมูลอำจำรย์เพียงบำงคนเท่ำนั้นจะไปสัมพันธ์
กับข้อมูลของคณะวิชำว่ำใครเป็นคณบดีในขณะนั้น
สัญลักษณ์ที่ใช้ในโมเดลแบบ E-R
เครื่องหมำยต่ำงๆ ที่ใช้ในกำรเขียนโมเดลแบบ E-R มีดังต่อไปนี้
กำรออกแบบฐำนข้อมูลโดยใช้โมเดลแบบ E-R
จะขอกล่ำวถึงขั้นตอนในกำรออกแบบฐำนข้อมูลโดยใช้โมเดลแบบ E-R ประกอบตัวอย่ำงไปตำม
ลับดับ ได้แก่
ขั้นตอนที่ 1 กำหนดเอนทิตี
เป็นกำรกำหนดเอนทิตีที่ควรจะมีอยู่ในฐำนข้อมูลหนึ่งๆ โดยพิจำรณำด้วยว่ำเอนทิตีใดเป็นเอนทิตี
อ่อนแอ เช่น
ฐำนข้อมูลวิทยำลัยแห่งหนึ่ง ประกอบด้วยเอนทิตีดังนี้
1. เอนทิตีอำจำรย์แสดงรำยละเอียดของอำจำรย์แต่ละคน
2. เอนทิตีแผนกวิชำ แสดงรำยละเอียดของแผนกวิชำ
3. เอนทิตีรำยวิชำ แสดงรำยละเอียดวิชำที่เปิดสอนในแผนกวิชำนั้นๆ
ขั้นตอนที่ 2 กำหนดควำมสัมพันธ์
เป็นกำรกำหนดประเภทของควำมสัมพันธ์ระหว่ำงเอนทิตีว่ำมีควำมสัมพันธ์กันอย่ำงไร
ตัวอย่ำงเช่น จำกเอนทิตีที่กำหนดในขั้นตอนที่ 1 จะสร้ำงควำมสัมพันธ์ระหว่ำงเอนทิตีได้ดังนี้
แสดงควำมสัมพันธ์แบบ 1:N ระหว่ำงเอนทิตีคณะวิชำกับอำจำรย์โดยข้อมูลของเอนทิตี
อำจำรย์มีควำมสัมพันธ์กับคณะวิชำ เป็นแบบ Total Participation
แสดงควำมสัมพันธ์แบบ 1:N ระหว่ำงเอนทิตีคณะวิชำกับอำจำรย์
แสดงควำมสัมพันธ์แบบ M:N ระหว่ำงเอนทิตีรำยวิชำกับอำจำรย์
แสดงควำมสัมพันธ์แบบ1:N ระหว่ำงเอนทิตีคณะวิชำกับรำยวิชำ
ขั้นตอนที่ 3 กำหนดคุณลักษณะของเอนทิตี
กำหนดว่ำแต่ละเอนทิตีมีรำยละเอียดอย่ำงไร ประกอบด้วยแอททริบิวต์อะไรบ้ำง แอททริบิวต์
ใดเป็นคีย์หลัก (Primary Key) แอททริบิวต์ใดแปลค่ำมำ(Deride Attribute) หรือเป็นแอททริบิวต์ผสม
(Composite Attribute)
ตัวอย่ำงเช่น พิจำรณำจำกเอนทิตีที่กำหนดในขั้นตอนที่ 1
1. เอนทิตีอำจำรย์ประกอบด้วย รหัสอำจำรย์ชื่อ วันที่เริ่มทำงำน เงินเดือน
2. เอนทิตีแผนกวิชำ ประกอบด้วย รหัสแผนก ชื่อแผนก ที่ทำกำร
3.เอนทิตี้รำยวิชำ ประกอบด้วย รหัสวิชำ ชื่อวิชำ จำนวนหน่วยกิต
ขั้นตอนที่ 4 กำหนดคีย์
กำหนดคีย์ของแต่ละเอนทิตีว่ำ จะใช้แอททริบิวต์ใดเป็นคีย์หลัก (Primary Key)ของเอนทิตี
นั้นๆ พิจำรณำจำกขั้นตอนที่ 3 จะได้ว่ำ
1. เอนทิตีอำจำรย์มีรหัสอำจำรย์เป็นคีย์หลัก
2. เอนทิตีแผนกวิชำ มีรหัสแผนกเป็นคีย์หลัก
3. เอนทิตีรำยวิชำ มีรหัสวิชำเป็นคีย์หลัก
ขั้นตอนที่ 5 นำข้อมูลจำกขั้นตอนที่ 1ถึง ขั้นตอนที่ 4 มำวำดโมเดลแบบ E-R
นำรำยละเอียดในขั้นตอนที่ 1 ถึง 4 มำพิจำรณำทบทวนแล้วเขียนเป็น E-R Model โดยใชสัญลักษณ์
ตัวอย่ำงเช่น
กำรสร้ำงฐำนข้อมูลเชิงสัมพันธ์จำกโมเดลแบบ E-R
1. กำรสร้ำงรีเลชั่นต่ำงๆจำกเอนทิตีใน E-R Model และสร้ำงควำมสัมพันธ์ของรีเลชั่นจำก
เอนทิตีกรณีที่ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงเอนทิตีเป็นแบบ M : N มักจะสร้ำงรีเลชั่นขึ้นใหม่ เพื่อแปลง
ควำมสัมพันธ์ให้เป็นแบบ 1 : N
ดังนั้น ฐำนข้อมูลนี้จึงประกอบด้วยรีเลชั่น อำจำรย์แผนกวิชำ รำยวิชำ และกำรมอบหมำยรำยวิชำ
2. กำหนดคีย์ต่ำงๆ ได้แก่ กำรกำหนดคีย์หลัก (Primary Key) ของแต่ละรีเลชั่นรวมทั้งคีย์นอก
(Foreign Key) และข้อกำหนดต่ำงๆที่จะใช้อ้ำงอิงถึงคีย์หลักในอีกรีเลชั่นหนึ่ง ในกำรกำหนดรำยละเอียด
ของคีย์หลักและคีย์นอก ท ำโดยใช้ภำษำ SQLในกำรสร้ำงรีเลชั่น
ตัวอย่ำง ฐำนข้อมูลของวิทยำลัย จำกกำรออกแบบฐำนข้อมูลโดยใช้ E-RModel จะกำหนดคีย์
หลักและคีย์นอกของแต่ละรีเลชั่น ดังนี้
รีเลชั่นอำจำรย์มีแอททริบิวต์รหัสอำจำรย์เป็น Primary Key ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงรีเลชั่นแผนวิชำกับรีเลชั่น
อำจำรย์เป็นแบบ 1: N ดังนั้น รีเลชั่นอำจำรย์จึงต้องมีแอททริบิวต์รหัสแผนกเพิ่มเข้ำไปเป็นคีย์นอก เพื่อใช้
ในกำรเชื่อมโยงข้อมูลกับรีเลชั่นแผนกวิชำ
ตัวอย่ำง กำรใช้ภำษำสำหรับนิยำมข้อมูลในกำรสร้ำงรีเลชันอำจำรย์ในที่นั้จะกำหนดให้
TEACHER หมำยถึง รีเลชั่นอำจำรย์
TEACH_NO หมำยถึง รหัสอำจำรย์
TEACH_NM หมำยถึง ชื่ออำจำรย์
TEACH_DT หมำยถึง วันที่เริ่มท ำงำน
SALARY หมำยถึง เงินเดือน
FACT_NO หมำยถึง รหัสแผนก (ที่เพิ่มเข้ำไปเพื่อใช้เป็นคีย์นอก)
และ FACULTY หมำยถึง รีเลชั่นแผนกวิชำ
CREATE TABLE TEACHER
(TEACH_NO CHAR(3) NOT NULL,
TEACH_NM CHAR(40),
TEACH_DT CHAR(6),
SALARY INTEGER,
FACT_NO CHAR(3),
PRIMARY KEY (TEACH_NO),
FOREIGN KEY (FACT_NO) REFERENCES FACULTY);
จะสำมำรถเขียนคำสั่งSQL ได้ดังนี้
 รีเลชั่นแผนกวิชำ มีแอททริบิวต์รหัสแผนกเป็น Primary Key
 รีเลชั่นรำยวิชำ มีแอททริบิวต์รหัสวิชำป็น Primary Key
 รีเลชั่นกำรมอบหมำยวิชำ เป็นรีเลชั่นที่เชื่อมควำมสัมพันธ์ระหว่ำงรีเลชั่นอำจำรย์และรีเลชั่นรำยวิชำ
Primary Key ของรีเลชั่นนี้ คือ Primary Key ของรีเลชั่นอำจำรย์และรีเลชั่นวิชำ ได้แก่ รหัสอำจำรย์
และรหัสวิชำ โดยมีรหัสอำจำรย์เป็นForeign Key ที่อ้ำงอิงถึงรหัสอำจำรย์ซึ่งเป็นคีย์หลักของรีเลชั่น
อำจำรย์และมีรหัสวิชำเป็น Foreign Key ที่อ้ำงอิงถึงรหัสวิชำ ซึ่งเป็นคีย์หลักของรีเลชั่นวิชำ
3. ก ำหนดแอททริบิวต์ในแต่ละรีเลชั่น จำกรำยละเอียดคุณลักษณะของเอนทิตี
4. น ำผลจำกข้อ 2 และ 3 มำพิจำรณำทบทวนข้อมูลในแต่ละรีเลชั่น เพื่อให้รีเลชั่นอยู่ใน
รูปแบบบรรทัดฐำนระดับที่ 3 เป็นอย่ำงน้อย
จำกที่กล่ำวมำในหน่วยนี้ จึงเห็นได้ว่ำโมเดลแบบ E-R จะเป็นกำรสร้ำงโมเดลจำลอง
ควำมสัมพันธ์ของข้อมูล โดยนำแนวคิดของกำรออกแบบฐำนข้อมูลมำประกอบกำรพิจำรณำเพื่อให้
ได้ฐำนข้อมูลที่เหมำะสมนั่นเอง

บทที่ 6

  • 1.
  • 2.
    โมเดลจำลองควำมสัมพันธ์ระหว่ำงข้อมูล (Entity-Relationship Model: E-R Model) เป็น อีกแนวคิดที่ใช้เครื่องมืออย่ำงหนึ่งในกำรออกแบบฐำนข้อมูล ซึ่งได้รับควำมนิยมเช่นเดียวกับโมเดลเชิง สัมพันธ์ ในหน่วยนี้จะกล่ำวถึงแนวคิดและขั้นตอนในกำรเขียนโมเดลแบบ E-R แนวคิดเกี่ยวกับโมเดลแบบ E-R กำรสร้ำงโมเดลแบบ E-R จะมีแนวคิดที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ เรื่องของเอนทิตี คุณลักษณะ ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงเอนทิตี รวมทั้งสัญลักษณ์ในโมเดลแบบ E-R
  • 3.
    1. เอนทิตี ในกำรสร้ำงโมเดลแบบ E-Rจะต้องกำหนดว่ำในระบบที่ออกนั้นๆ จะประกอบด้วยเอนทิตี อะไรบ้ำง เช่น ในระบบฐำนข้อมูลงำนทะเบียนนักศึกษำจะประกอบด้วยเอนทิตีนักศึกษำเอนทิตีกำร ลงทะเบียน เอนทิตีวิชำ และเอนทิตีอำจำรย์เป็นต้น 2. คุณลักษณะของเอนทิตี เป็นกำรกำหนดแอททริบิวต์ต่ำงๆ ในแต่ละเอนทิตีนั่นเอง นอกจำกนี้ยังอำจประกอบด้วย รำยละเอียด เช่น แอททริบิวต์ใดเป็นคีย์หรือเป็นข้อมูลที่แปลค่ำมำ เป็นต้น 3. ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงเอนทิตี เป็นกำรระบุว่ำเอนทิตีต่ำงๆ มีควำมสัมพันธ์กันอย่ำงไร ลักษณะควำมสัมพันธ์อำจเป็นแบบหนึ่ง ต่อหนึ่ง หนึ่งต่อกลุ่ม หรือแบบกลุ่มต่อกลุ่ม โดยคำนึงถึงกำรที่ข้อมูลทุกข้อมูลหรือเพียงบำงข้อมูลของ เอนทิตีหนึ่ง มีควำมสัมพันธ์กับข้อมูลของเอนทิตีหนึ่ง ซึ่งพอจะกล่ำวให้ละเอียดลงไปได้ดังนี้
  • 4.
    3.1 แบบ TotalParticipation เป็นลักษณะที่ข้อมูลทุกข้อมูลของเอนทิตีหนึ่งมีควำมสัมพธ์กับ ข้อมูลของอีกเอนทิตีหนึ่ง ตัวอย่ำงเช่น ถ้ำกำหนดว่ำอำจำรย์แต่ละคนจะสังกัดคณะวิชำใด คณะวิชำหนึ่ง เท่ำนั้น จะสำมำรถแสดงดัง รูปที่ 6.1 อำจำรย์ควำมสัมพันธ์ “ทำงำน” คณะวิชำ จำกตัวอย่ำงข้ำงต้น จะเห็นได้ว่ำ ถ้ำไม่มีเอนทิตีอำจำรย์ ก็ย่อมจะไม่มีเอนทิตีคณะวิชำ ใน ลักษณะเช่นนี้เรำเรียกเอนทิตีคณะวิชำว่ำเป็น เอนทิตีชนิดอ่อนแอ (Weak Entity) เอนทิตีอ่อนแอ จะมีควำมสัมพันธ์กับอีกเอนทิตีหนึ่งที่มีควำมหมำยกับตัวมัน (Owner Entity) และเรำเรียกควำมสัมพันธ์ระหว่ำงเอนทิตีอ่อนแอกับเอทิตีที่มีควำมหมำยกับตัวมันว่ำเป็นควำมสัมพันธ์ ชนิด Identifying Relationship
  • 5.
    3.2 แบบ PartialParticipation เป็นลักษณะที่ข้อมูลของเอนทิตีหนึ่ง มีควำมสัมพันธ์กับข้อมูลของ อีกเอนทิตีหนึ่ง ตัวอย่ำง กำหนดว่ำจะมีอำจำรย์เพียงบำงคนเท่ำนั้นที่เป็นคณบดี จะสำมำรถแสดงดังรูปที 6.2 อำจำรย์ ควำมสัมพันธ์ “เป็นคณบดี” คณะวิชำ จำกตัวอย่ำงข้ำงต้น จะเห็นได้ว่ำ ข้อมูลอำจำรย์เพียงบำงคนเท่ำนั้นจะไปสัมพันธ์ กับข้อมูลของคณะวิชำว่ำใครเป็นคณบดีในขณะนั้น
  • 6.
  • 7.
    กำรออกแบบฐำนข้อมูลโดยใช้โมเดลแบบ E-R จะขอกล่ำวถึงขั้นตอนในกำรออกแบบฐำนข้อมูลโดยใช้โมเดลแบบ E-Rประกอบตัวอย่ำงไปตำม ลับดับ ได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 กำหนดเอนทิตี เป็นกำรกำหนดเอนทิตีที่ควรจะมีอยู่ในฐำนข้อมูลหนึ่งๆ โดยพิจำรณำด้วยว่ำเอนทิตีใดเป็นเอนทิตี อ่อนแอ เช่น ฐำนข้อมูลวิทยำลัยแห่งหนึ่ง ประกอบด้วยเอนทิตีดังนี้ 1. เอนทิตีอำจำรย์แสดงรำยละเอียดของอำจำรย์แต่ละคน 2. เอนทิตีแผนกวิชำ แสดงรำยละเอียดของแผนกวิชำ 3. เอนทิตีรำยวิชำ แสดงรำยละเอียดวิชำที่เปิดสอนในแผนกวิชำนั้นๆ
  • 8.
    ขั้นตอนที่ 2 กำหนดควำมสัมพันธ์ เป็นกำรกำหนดประเภทของควำมสัมพันธ์ระหว่ำงเอนทิตีว่ำมีควำมสัมพันธ์กันอย่ำงไร ตัวอย่ำงเช่นจำกเอนทิตีที่กำหนดในขั้นตอนที่ 1 จะสร้ำงควำมสัมพันธ์ระหว่ำงเอนทิตีได้ดังนี้ แสดงควำมสัมพันธ์แบบ 1:N ระหว่ำงเอนทิตีคณะวิชำกับอำจำรย์โดยข้อมูลของเอนทิตี อำจำรย์มีควำมสัมพันธ์กับคณะวิชำ เป็นแบบ Total Participation แสดงควำมสัมพันธ์แบบ 1:N ระหว่ำงเอนทิตีคณะวิชำกับอำจำรย์ แสดงควำมสัมพันธ์แบบ M:N ระหว่ำงเอนทิตีรำยวิชำกับอำจำรย์ แสดงควำมสัมพันธ์แบบ1:N ระหว่ำงเอนทิตีคณะวิชำกับรำยวิชำ
  • 9.
    ขั้นตอนที่ 3 กำหนดคุณลักษณะของเอนทิตี กำหนดว่ำแต่ละเอนทิตีมีรำยละเอียดอย่ำงไรประกอบด้วยแอททริบิวต์อะไรบ้ำง แอททริบิวต์ ใดเป็นคีย์หลัก (Primary Key) แอททริบิวต์ใดแปลค่ำมำ(Deride Attribute) หรือเป็นแอททริบิวต์ผสม (Composite Attribute) ตัวอย่ำงเช่น พิจำรณำจำกเอนทิตีที่กำหนดในขั้นตอนที่ 1 1. เอนทิตีอำจำรย์ประกอบด้วย รหัสอำจำรย์ชื่อ วันที่เริ่มทำงำน เงินเดือน
  • 10.
    2. เอนทิตีแผนกวิชำ ประกอบด้วยรหัสแผนก ชื่อแผนก ที่ทำกำร 3.เอนทิตี้รำยวิชำ ประกอบด้วย รหัสวิชำ ชื่อวิชำ จำนวนหน่วยกิต
  • 11.
    ขั้นตอนที่ 4 กำหนดคีย์ กำหนดคีย์ของแต่ละเอนทิตีว่ำจะใช้แอททริบิวต์ใดเป็นคีย์หลัก (Primary Key)ของเอนทิตี นั้นๆ พิจำรณำจำกขั้นตอนที่ 3 จะได้ว่ำ 1. เอนทิตีอำจำรย์มีรหัสอำจำรย์เป็นคีย์หลัก 2. เอนทิตีแผนกวิชำ มีรหัสแผนกเป็นคีย์หลัก 3. เอนทิตีรำยวิชำ มีรหัสวิชำเป็นคีย์หลัก
  • 12.
    ขั้นตอนที่ 5 นำข้อมูลจำกขั้นตอนที่1ถึง ขั้นตอนที่ 4 มำวำดโมเดลแบบ E-R นำรำยละเอียดในขั้นตอนที่ 1 ถึง 4 มำพิจำรณำทบทวนแล้วเขียนเป็น E-R Model โดยใชสัญลักษณ์ ตัวอย่ำงเช่น
  • 13.
    กำรสร้ำงฐำนข้อมูลเชิงสัมพันธ์จำกโมเดลแบบ E-R 1. กำรสร้ำงรีเลชั่นต่ำงๆจำกเอนทิตีในE-R Model และสร้ำงควำมสัมพันธ์ของรีเลชั่นจำก เอนทิตีกรณีที่ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงเอนทิตีเป็นแบบ M : N มักจะสร้ำงรีเลชั่นขึ้นใหม่ เพื่อแปลง ควำมสัมพันธ์ให้เป็นแบบ 1 : N ดังนั้น ฐำนข้อมูลนี้จึงประกอบด้วยรีเลชั่น อำจำรย์แผนกวิชำ รำยวิชำ และกำรมอบหมำยรำยวิชำ
  • 14.
    2. กำหนดคีย์ต่ำงๆ ได้แก่กำรกำหนดคีย์หลัก (Primary Key) ของแต่ละรีเลชั่นรวมทั้งคีย์นอก (Foreign Key) และข้อกำหนดต่ำงๆที่จะใช้อ้ำงอิงถึงคีย์หลักในอีกรีเลชั่นหนึ่ง ในกำรกำหนดรำยละเอียด ของคีย์หลักและคีย์นอก ท ำโดยใช้ภำษำ SQLในกำรสร้ำงรีเลชั่น ตัวอย่ำง ฐำนข้อมูลของวิทยำลัย จำกกำรออกแบบฐำนข้อมูลโดยใช้ E-RModel จะกำหนดคีย์ หลักและคีย์นอกของแต่ละรีเลชั่น ดังนี้ รีเลชั่นอำจำรย์มีแอททริบิวต์รหัสอำจำรย์เป็น Primary Key ควำมสัมพันธ์ระหว่ำงรีเลชั่นแผนวิชำกับรีเลชั่น อำจำรย์เป็นแบบ 1: N ดังนั้น รีเลชั่นอำจำรย์จึงต้องมีแอททริบิวต์รหัสแผนกเพิ่มเข้ำไปเป็นคีย์นอก เพื่อใช้ ในกำรเชื่อมโยงข้อมูลกับรีเลชั่นแผนกวิชำ ตัวอย่ำง กำรใช้ภำษำสำหรับนิยำมข้อมูลในกำรสร้ำงรีเลชันอำจำรย์ในที่นั้จะกำหนดให้ TEACHER หมำยถึง รีเลชั่นอำจำรย์ TEACH_NO หมำยถึง รหัสอำจำรย์ TEACH_NM หมำยถึง ชื่ออำจำรย์ TEACH_DT หมำยถึง วันที่เริ่มท ำงำน SALARY หมำยถึง เงินเดือน FACT_NO หมำยถึง รหัสแผนก (ที่เพิ่มเข้ำไปเพื่อใช้เป็นคีย์นอก) และ FACULTY หมำยถึง รีเลชั่นแผนกวิชำ
  • 15.
    CREATE TABLE TEACHER (TEACH_NOCHAR(3) NOT NULL, TEACH_NM CHAR(40), TEACH_DT CHAR(6), SALARY INTEGER, FACT_NO CHAR(3), PRIMARY KEY (TEACH_NO), FOREIGN KEY (FACT_NO) REFERENCES FACULTY); จะสำมำรถเขียนคำสั่งSQL ได้ดังนี้  รีเลชั่นแผนกวิชำ มีแอททริบิวต์รหัสแผนกเป็น Primary Key  รีเลชั่นรำยวิชำ มีแอททริบิวต์รหัสวิชำป็น Primary Key  รีเลชั่นกำรมอบหมำยวิชำ เป็นรีเลชั่นที่เชื่อมควำมสัมพันธ์ระหว่ำงรีเลชั่นอำจำรย์และรีเลชั่นรำยวิชำ Primary Key ของรีเลชั่นนี้ คือ Primary Key ของรีเลชั่นอำจำรย์และรีเลชั่นวิชำ ได้แก่ รหัสอำจำรย์ และรหัสวิชำ โดยมีรหัสอำจำรย์เป็นForeign Key ที่อ้ำงอิงถึงรหัสอำจำรย์ซึ่งเป็นคีย์หลักของรีเลชั่น อำจำรย์และมีรหัสวิชำเป็น Foreign Key ที่อ้ำงอิงถึงรหัสวิชำ ซึ่งเป็นคีย์หลักของรีเลชั่นวิชำ
  • 16.
    3. ก ำหนดแอททริบิวต์ในแต่ละรีเลชั่นจำกรำยละเอียดคุณลักษณะของเอนทิตี 4. น ำผลจำกข้อ 2 และ 3 มำพิจำรณำทบทวนข้อมูลในแต่ละรีเลชั่น เพื่อให้รีเลชั่นอยู่ใน รูปแบบบรรทัดฐำนระดับที่ 3 เป็นอย่ำงน้อย จำกที่กล่ำวมำในหน่วยนี้ จึงเห็นได้ว่ำโมเดลแบบ E-R จะเป็นกำรสร้ำงโมเดลจำลอง ควำมสัมพันธ์ของข้อมูล โดยนำแนวคิดของกำรออกแบบฐำนข้อมูลมำประกอบกำรพิจำรณำเพื่อให้ ได้ฐำนข้อมูลที่เหมำะสมนั่นเอง