ใบงานที่6 เรื่อง โครงงานประเภท 
“การทดลองทฤษฎี”
โครงงานประเภทการทดลองทฤษฎี 
เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการจาลองการทดลองของ 
สาขาต่างๆ ซึ่งเป็นงานที่ไม่สามารถทดลองด้วยสถานการณ์จริงได้ เช่น 
การจุดระเบิด เป็นต้น และเป็นโครงงานที่ผู้ทาต้องศึกษารวบรวมความรู้ 
หลักการ ข้อเท็จจริง และแนวคิดต่างๆ อย่างลึกซึง้ในเรื่องที่ต้องการ 
ศึกษาแล้วเสนอเป็นแนวคิด แบบจาลอง หลักการ
ซงึ่อาจอยู่ในรูปของสูตร สมการ หรือคาอธิบาย พร้อมทัง้การจาลอง 
ทฤษฏีด้วยคอมพิวเตอร์ให้ออกมาเป็นภาพ ภาพที่ได้ก็จะเปลี่ยนไปตามสูตร 
หรือสมการนัน้ ซงึ่จะทาให้ผู้เรียนมีความเข้าใจได้ดียิ่งขึน้ การทาโครงงาน 
ประเภทนีมี้จุดสาคัญอยู่ที่ผู้ทาต้องมีความรู้ในเรื่องนัน้ๆ เป็นอย่างดี ตัวอย่าง 
โครงงานจาลองทฤษฎี เช่น การทดลองเรื่องการไหลของของเหลว การทดลอง 
เรื่องพฤติกรรมของปลาปิรันย่า และการทดลองเรื่องการมองเห็นวัตถุแบบสาม 
มิติ เป็นต้น
ตัวอย่างที่1โครงงานประเภทการทดลองทฤษฎี 
เนื่องจากโครงงานประเภทนี้ผู้ทาโครงงานจะต้องมีพืน้ฐานความรู้ทาง 
วิทยาศาสตร์เป็นอย่างดี และต้องทาการศึกษาค้นคว้าเรื่องราวที่เกี่ยวข้องเป็นอย่าง 
มาก จนมีความรู้อย่างกว้างขวาง และลึกซึง้ในเรื่องที่เกี่ยวข้อง ดังนัน้จึงยัง 
ไม่เคยมีผู้ทาโครงงานวิทยาศาสตร์ประเภทนีส้่งเข้าประกวดกับสมาคมวิทยาศาสตร์ 
และเทคโนโลยีศึกษาไทยเลย 
ตัวอย่างโครงงานต่อไปนีจึ้งมิได้เป็นโครงงานที่นักเรียนระดับมัธยมศึกษาเป็นผู้ทาไว้ 
-ทฤษฎีสัมพันธภาพ (E = mc2) 
-การอธิบายอวกาศแนวใหม่ 
-กาเนิดของทวีปและมหาสมุทร 
-การกาเนิดของแผ่นดินไหวในประเทศไทย 
-การอธิบายเรื่องราวการดารงชีวิตในอวกาศของมนุษย์
ตัวอย่างที่2โครงงานประเภทการทดลองทฤษฎี 
1. การทดลองปัจจัยต่างๆ ในการเพาะปลูกแก้วมังกรด้วยคอมพิวเตอร์ 
2. การทานายอุณหภูมิจากข้อมูลที่ผ่านมา 
3. การทดลองผสมสารเคมีต่างๆ ด้วยคอมพิวเตอร์ 
4. ปัจจัยต่างๆ กับการเคลื่อนที่ของเครื่ องบิน 
5. ผลการปลูกข้าวในสภาวะแวดล้อมที่ต่างกัน 
6. การเปรียบเทียบเทคนิคของการย่อขนาดแฟ้มข้อมูลคอมพิวเตอร์ส่วน 
บุคคลแหล่งที่มาของข้อมูล
ตัวอย่างที่3ของโครงงานประเภทสา รวจรวบรวมข้อมูล 
ก. การเก็บรวบรวมข้อมูลใสนามได้ทันที โดยไม่ต้องนาวัสดุตัวอย่างมาวิเคราะห์ 
ในห้องปฏิบัติการ 
ตัวอย่าง การสารวจความปลอดภัยของเครื่องใช้ไฟฟ้าในโรงฝึกงาน 
ข. การเก็บรวบรวมวัสดุตัวอย่างมาวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ 
ตัวอย่าง การสารวจวงจรอิเล็กทรอนิกส์ในเครื่องใช้ไฟฟ้าหลังเกิดการลัดวงจร 
โครงงานประเภทสารวจ เป็นการสารวจข้อมูลต่างๆ ที่เกิดจากความอยากรู้อยาก 
เห็น เพื่อนามา 
ประกอบการศึกษาหรือการจาแนกหมวดหมู่ ทัง้นีไ้ม่ต้องคานึงถึงตัวแปรต่างๆ 
การเก็บข้อมูลโดยการออก 
ไปสารวจนอกห้องปฏิบัติการ หรือที่เรียกว่าสารวจภาคสนาม หรือบางครัง้อาจจะ 
นาส่วนต่างๆ นัน้มาศึกษา 
ในห้องปฏิบัติการด้วยก็ได้
ตัวอย่างที่4การทดลอง: ลาแสงหักเห 
เคยมองเห็นปลาหรือวัตถุต่าง ๆ ที่อยู่ในนา้ใสบ้าง 
หรือไม่ ว่าแต่ว่า ปลาหรือวัตถุเหล่านัน้อยู่ตรง 
ตาแหน่งที่เรามองเห็นหรือไม่
เป็นอย่างไรบ้างครับกับผลการทดลอง ลักษณะของดินสอ 
ที่เรามองเห็นขณะที่อยู่ในแก้วที่มีนา้ กับดินสอที่อยู่ในแก้วที่ปราศจาก 
นา้มีความแตกต่างกันอย่างไร เราจะเห็นว่าดินสอที่อยู่ในแก้วเปล่า 
จะเป็นแท่งตรงส่วนดินสอที่อยู่ในแก้วที่มีนา้จะมีลักษณะหักงอ และ 
เมื่อมองจากด้านบนลงไป ดินสอจะดูตืน้กว่าความเป็นจริง 
เช่นเดียวกับการที่เรามองเห็นปลาว่ายนา้ไปมาอยู่ใกล้ ๆ ผิวนา้ แต่จริง 
ๆ แล้ว ปลาว่ายนา้ที่ระดับลึกกว่าที่เรามองเห็นมาก เนื่องจาก การหัก 
เหของแสงนั่นเอง
ตัวอย่างที่5 
- การทดลองเรื่องการไหลของของเหลว 
- การทดลองเรื่องพฤติกรรมของปลาปิรันย่า 
- การทดลองเรื่องการมองเห็นวัตถุแบบสามมิติ 
- กิจกรรมการไหลซึมของนา้ 
ความรู้พืน้ฐาน 
การไหลซึมของนา้สู่ดินขึน้อยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น 
(เนือ้ดิน และการกระจายของขนาดอนุภาคดิน) และแรงดึงดูด 
ระหว่างอนุภาคดินกับนา้ ดินบางชนิดจะปล่อยให้นา้ซึมผ่านได้ 
อย่างรวดเร็วแล้วอุ้มนา้ไว้ในดิน ซงึ่ทาให้พืชสามารถดูดนา้ไปใช้ได้ 
ดีขึน้ ดินบางชนิดอาจปล่อยให้นา้ซึมผ่านไปได้หมดภายในเวลา 2 - 
3 วินาที
ดินบางชนิดไม่ยอมให้นา้ซึมผ่านเลย ดินที่ 
เหมาะสาหรับการปลูกพืชควรมีสมบัติอย่างไร ดินที่ 
เหมาะสมสาหรับเป็นที่จอดรถหรือสนามเด็กเล่นควรมี 
สมบัติอย่างไร ถ้าดินอิ่มตัวไปด้วยนา้แล้วมีฝนตกหนัก 
บริเวณนัน้จะเกิดอะไรขึน้ นักเรียนจะปรับปรุงการอุ้มนา้ 
ของดินให้เหมาะสมได้อย่างไร ถ้าเพิ่มอินทรียวัตถุให้แก่ 
ดิน ถ้ามีพืชขึน้อยู่บนดิน ถ้าดินถูกอัดตัว หรือถ้าดินถูกไถ 
พรวนเกิดอะไรขึน้กับการไหลซึมของนา้สู่ดิน
นา้ในดินเป็นตัวการสาคัญในการลาเลียงธาตุอาหารจากดินสู่ 
พืชที่กาลังเจริญเติบโต พืชได้นา้จากการดูดนา้จากดินของราก และได้ 
อาหารที่ละลายอยู่ในนา้ซงึ่อยู่ในดิน ดินจะมีธาตุอาหารพืชอยู่มากน้อย 
เพียงใด ขึน้อยู่กับว่าดินนัน้เกิดขึน้ได้อย่างไร จากวัตถุต้นกาเนิดอะไร 
และจัดเรียงตัวกันอย่างไร ชาวสวนและชาวนามักจะเติมธาตุอาหาร หรือ 
ปุ๋ย ลงในดินเพื่อจะเพิ่มธาตุอาหารของพืช
ที่มา 
• http://conandoii.blogspot.com/2 
012/09/6.html 
• http://computer607.blogspot.co 
m/2012/08/6.html
จัดทาโดย 
นางสาว วราลี หอมนาน ม.6/3 เลขที่ 11 
นางสาว ปาณัท แสนมหาชัย ม.6/3 เลขที่ 27 
เสนอ 
คุณครู เขื่อนทอง มูลวรรณ์

ใบงานที่6 เรื่องโครงงานประเภท การทดลองทฤษฏี

  • 1.
  • 2.
    โครงงานประเภทการทดลองทฤษฎี เป็นโครงงานที่ใช้คอมพิวเตอร์ในการจาลองการทดลองของ สาขาต่างๆซึ่งเป็นงานที่ไม่สามารถทดลองด้วยสถานการณ์จริงได้ เช่น การจุดระเบิด เป็นต้น และเป็นโครงงานที่ผู้ทาต้องศึกษารวบรวมความรู้ หลักการ ข้อเท็จจริง และแนวคิดต่างๆ อย่างลึกซึง้ในเรื่องที่ต้องการ ศึกษาแล้วเสนอเป็นแนวคิด แบบจาลอง หลักการ
  • 3.
    ซงึ่อาจอยู่ในรูปของสูตร สมการ หรือคาอธิบายพร้อมทัง้การจาลอง ทฤษฏีด้วยคอมพิวเตอร์ให้ออกมาเป็นภาพ ภาพที่ได้ก็จะเปลี่ยนไปตามสูตร หรือสมการนัน้ ซงึ่จะทาให้ผู้เรียนมีความเข้าใจได้ดียิ่งขึน้ การทาโครงงาน ประเภทนีมี้จุดสาคัญอยู่ที่ผู้ทาต้องมีความรู้ในเรื่องนัน้ๆ เป็นอย่างดี ตัวอย่าง โครงงานจาลองทฤษฎี เช่น การทดลองเรื่องการไหลของของเหลว การทดลอง เรื่องพฤติกรรมของปลาปิรันย่า และการทดลองเรื่องการมองเห็นวัตถุแบบสาม มิติ เป็นต้น
  • 4.
    ตัวอย่างที่1โครงงานประเภทการทดลองทฤษฎี เนื่องจากโครงงานประเภทนี้ผู้ทาโครงงานจะต้องมีพืน้ฐานความรู้ทาง วิทยาศาสตร์เป็นอย่างดีและต้องทาการศึกษาค้นคว้าเรื่องราวที่เกี่ยวข้องเป็นอย่าง มาก จนมีความรู้อย่างกว้างขวาง และลึกซึง้ในเรื่องที่เกี่ยวข้อง ดังนัน้จึงยัง ไม่เคยมีผู้ทาโครงงานวิทยาศาสตร์ประเภทนีส้่งเข้าประกวดกับสมาคมวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีศึกษาไทยเลย ตัวอย่างโครงงานต่อไปนีจึ้งมิได้เป็นโครงงานที่นักเรียนระดับมัธยมศึกษาเป็นผู้ทาไว้ -ทฤษฎีสัมพันธภาพ (E = mc2) -การอธิบายอวกาศแนวใหม่ -กาเนิดของทวีปและมหาสมุทร -การกาเนิดของแผ่นดินไหวในประเทศไทย -การอธิบายเรื่องราวการดารงชีวิตในอวกาศของมนุษย์
  • 5.
    ตัวอย่างที่2โครงงานประเภทการทดลองทฤษฎี 1. การทดลองปัจจัยต่างๆในการเพาะปลูกแก้วมังกรด้วยคอมพิวเตอร์ 2. การทานายอุณหภูมิจากข้อมูลที่ผ่านมา 3. การทดลองผสมสารเคมีต่างๆ ด้วยคอมพิวเตอร์ 4. ปัจจัยต่างๆ กับการเคลื่อนที่ของเครื่ องบิน 5. ผลการปลูกข้าวในสภาวะแวดล้อมที่ต่างกัน 6. การเปรียบเทียบเทคนิคของการย่อขนาดแฟ้มข้อมูลคอมพิวเตอร์ส่วน บุคคลแหล่งที่มาของข้อมูล
  • 6.
    ตัวอย่างที่3ของโครงงานประเภทสา รวจรวบรวมข้อมูล ก.การเก็บรวบรวมข้อมูลใสนามได้ทันที โดยไม่ต้องนาวัสดุตัวอย่างมาวิเคราะห์ ในห้องปฏิบัติการ ตัวอย่าง การสารวจความปลอดภัยของเครื่องใช้ไฟฟ้าในโรงฝึกงาน ข. การเก็บรวบรวมวัสดุตัวอย่างมาวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ ตัวอย่าง การสารวจวงจรอิเล็กทรอนิกส์ในเครื่องใช้ไฟฟ้าหลังเกิดการลัดวงจร โครงงานประเภทสารวจ เป็นการสารวจข้อมูลต่างๆ ที่เกิดจากความอยากรู้อยาก เห็น เพื่อนามา ประกอบการศึกษาหรือการจาแนกหมวดหมู่ ทัง้นีไ้ม่ต้องคานึงถึงตัวแปรต่างๆ การเก็บข้อมูลโดยการออก ไปสารวจนอกห้องปฏิบัติการ หรือที่เรียกว่าสารวจภาคสนาม หรือบางครัง้อาจจะ นาส่วนต่างๆ นัน้มาศึกษา ในห้องปฏิบัติการด้วยก็ได้
  • 7.
    ตัวอย่างที่4การทดลอง: ลาแสงหักเห เคยมองเห็นปลาหรือวัตถุต่างๆ ที่อยู่ในนา้ใสบ้าง หรือไม่ ว่าแต่ว่า ปลาหรือวัตถุเหล่านัน้อยู่ตรง ตาแหน่งที่เรามองเห็นหรือไม่
  • 8.
    เป็นอย่างไรบ้างครับกับผลการทดลอง ลักษณะของดินสอ ที่เรามองเห็นขณะที่อยู่ในแก้วที่มีนา้กับดินสอที่อยู่ในแก้วที่ปราศจาก นา้มีความแตกต่างกันอย่างไร เราจะเห็นว่าดินสอที่อยู่ในแก้วเปล่า จะเป็นแท่งตรงส่วนดินสอที่อยู่ในแก้วที่มีนา้จะมีลักษณะหักงอ และ เมื่อมองจากด้านบนลงไป ดินสอจะดูตืน้กว่าความเป็นจริง เช่นเดียวกับการที่เรามองเห็นปลาว่ายนา้ไปมาอยู่ใกล้ ๆ ผิวนา้ แต่จริง ๆ แล้ว ปลาว่ายนา้ที่ระดับลึกกว่าที่เรามองเห็นมาก เนื่องจาก การหัก เหของแสงนั่นเอง
  • 9.
    ตัวอย่างที่5 - การทดลองเรื่องการไหลของของเหลว - การทดลองเรื่องพฤติกรรมของปลาปิรันย่า - การทดลองเรื่องการมองเห็นวัตถุแบบสามมิติ - กิจกรรมการไหลซึมของนา้ ความรู้พืน้ฐาน การไหลซึมของนา้สู่ดินขึน้อยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น (เนือ้ดิน และการกระจายของขนาดอนุภาคดิน) และแรงดึงดูด ระหว่างอนุภาคดินกับนา้ ดินบางชนิดจะปล่อยให้นา้ซึมผ่านได้ อย่างรวดเร็วแล้วอุ้มนา้ไว้ในดิน ซงึ่ทาให้พืชสามารถดูดนา้ไปใช้ได้ ดีขึน้ ดินบางชนิดอาจปล่อยให้นา้ซึมผ่านไปได้หมดภายในเวลา 2 - 3 วินาที
  • 10.
    ดินบางชนิดไม่ยอมให้นา้ซึมผ่านเลย ดินที่ เหมาะสาหรับการปลูกพืชควรมีสมบัติอย่างไรดินที่ เหมาะสมสาหรับเป็นที่จอดรถหรือสนามเด็กเล่นควรมี สมบัติอย่างไร ถ้าดินอิ่มตัวไปด้วยนา้แล้วมีฝนตกหนัก บริเวณนัน้จะเกิดอะไรขึน้ นักเรียนจะปรับปรุงการอุ้มนา้ ของดินให้เหมาะสมได้อย่างไร ถ้าเพิ่มอินทรียวัตถุให้แก่ ดิน ถ้ามีพืชขึน้อยู่บนดิน ถ้าดินถูกอัดตัว หรือถ้าดินถูกไถ พรวนเกิดอะไรขึน้กับการไหลซึมของนา้สู่ดิน
  • 11.
    นา้ในดินเป็นตัวการสาคัญในการลาเลียงธาตุอาหารจากดินสู่ พืชที่กาลังเจริญเติบโต พืชได้นา้จากการดูดนา้จากดินของรากและได้ อาหารที่ละลายอยู่ในนา้ซงึ่อยู่ในดิน ดินจะมีธาตุอาหารพืชอยู่มากน้อย เพียงใด ขึน้อยู่กับว่าดินนัน้เกิดขึน้ได้อย่างไร จากวัตถุต้นกาเนิดอะไร และจัดเรียงตัวกันอย่างไร ชาวสวนและชาวนามักจะเติมธาตุอาหาร หรือ ปุ๋ย ลงในดินเพื่อจะเพิ่มธาตุอาหารของพืช
  • 12.
    ที่มา • http://conandoii.blogspot.com/2 012/09/6.html • http://computer607.blogspot.co m/2012/08/6.html
  • 13.
    จัดทาโดย นางสาว วราลีหอมนาน ม.6/3 เลขที่ 11 นางสาว ปาณัท แสนมหาชัย ม.6/3 เลขที่ 27 เสนอ คุณครู เขื่อนทอง มูลวรรณ์