ความหมายของคาว่า Blog
คือการบันทึกบทความของตนเอง (Personal Journal) ลงบนเว็บไซต์ โดยเนื้อหาของ
blog นั้นจะครอบคลุมได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวส่วนตัว หรือเป็นบทความเฉพาะด้านต่าง ๆ
เช่น เรื่องการเมือง เรื่องกล้องถ่ายรูป เรื่องกีฬา เรื่องธุรกิจ เป็นต้น โดยจุดเด่นที่ทาให้บล็อกเป็นที่
นิยมก็คือ ผู้เขียนบล็อก จะมีการแสดงความคิดเห็นของตนเอง ใส่ลงไปในบทความนั้น ๆ โดย
บล็อกบางแห่ง จะมีอิทธิพลในการโน้มน้าวจิตใจผู้อ่านสูงมาก แต่ในขณะเดียวกัน บางบล็อกก็จะ
เขียนขึ้นมาเพื่อให้อ่านกันในกลุ่มเฉพาะ เช่นกลุ่มเพื่อน ๆ หรือครอบครัวตนเอง
มีหลายครั้งที่เกิดความเข้าใจกันผิดว่า Blog เป็นได้แค่ไดอารี่ออนไลน์ แต่ในความเป็นจริง
แล้ว ไดอารี่ออนไลน์เปรียบเสมือน เนื้อหาประเภทหนึ่งของบล็อกเท่านั้น เพราะบล็อกมีเนื้อหาที่
หลากหลายประเภท ตั้งแต่การบันทึกเรื่องส่วนตัวอย่างเช่นไดอารี่ หรือการบันทึกบทความที่
ผู้เขียนบล็อกสนใจในด้านอื่นด้วย ที่เห็นชัดเจนคือ เนื้อหาบล็อกประเภท วิจารณ์การเมือง หรือ
การรีวิวผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ตัวเองเคยใช้ หรือซื้อมานั่นเอง อีกทั้งยังสามารถ แตกแขนงไปในเนื้อหา
ในประเภทต่าง ๆ อีกมากมาย ตามแต่ความถนัดของเจ้าของบล็อก ซึ่งมักจะเขียนบทความเรื่องที่
ตนเองถนัด หรือสนใจเป็นต้น
จุดเด่นที่สุดของ Blog ก็คือ มันสามารถเป็นเครื่องมือสื่อสารชนิดหนึ่ง ที่สามารถสื่อถึง
ความเป็นกันเองระหว่างผู้เขียนบล็อก และผู้อ่านบล็อกที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย ที่ชัดเจนของบล็อกนั้น
ๆ ผ่านทางระบบ comment ของบล็อกนั่นเอง
สรุปให้ง่าย ๆ สั้น ๆ ก็คือ Blog คือเว็บไซต์ ที่มีรูปแบบเนื้อหา เป็นเหมือนบันทึกส่วนตัว
ออนไลน์ มีส่วนของการ comments และก็จะมี link ไปยังเว็บอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอีกด้วย
ประโยชน์ของ web blog
Blog มีไว้เพื่อตอบสนองตัณหาของเจ้าของ blog ถึงแม้ว่า blog จะมีลักษณะหน้าตา
คล้ายกัน แต่ blog แต่ละแห่งจะมีบุคลิกเฉพาะตัว แตกต่างกันไปเหมือนบุคลิก บาง blog แค่เล่า
เรื่องชีวิตประจาวัน บาง blog เกาะติดข่าว บาง blog คุยเรื่องการเมืองหรือปรัชญา จงนั้นอาจ
แบ่งประโยชน์ได้หลายแบบด้วยกัน ซึ่งอาจจะแจกแจงได้ดังนี้
1.เปิดตัวเองให้โลกรู้ เรื่องของ blog มักเป็นเรื่องราวของเจ้าของ blog เป็นการเล่า
ประสบการณ์หรือความคิดของเจ้าของ เป็นการถ่ายทอดความคิดความรู้สึกของเจ้าของ blog เป็น
การระบายความเคลียดอีกทางหนึ่ง
2.ทันข่าวทันเหตุการณ์ ประสบการณ์บางคนก็เป็นข่าวเห็นอีกหลายคนได้ ข่าวจาก blog
หลายแห่งเป็นข่าววงใน บางคนเล่าเหตุการณ์หรืออุบัติเหตุที่เจอมา หลาย blog พูดถึงแนวโน้ม
หรือความเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ
3. กลั่นกรองข้อมูล blog บาง blog จะมีการกลั่นกรองข้อมูลก่อนนาลง blog ทาให้
ผู้อ่าน blog ไม่ต้องเสียเวลาในการกลั่นกรองข้อมูล เพราะมีการนาเสนอข้อมูลหรือมีไกด์ในการ
ท่องเว็บ
4. รายงานการท่องเว็บ เป็นวัตถุประสงค์หลักที่เป็นต้นกาเนิดของการทา blog หลาย
blog มีการลิงก์ไปยังเว็บที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาใน blog ซึ่งเป็นการแนะนาว่าเว็บไหนดีก็ไปที่เว็บ
นั้น
5. การแสดงความคิดเห็น ไม่ว่าจะเป็นความในใจของเรื่องต่างๆ ความคิดเชิงสร้างสรรค์
หรือการบ่นที่ทุกคนมีอยู่ในใจ การทา blog เป็นช่องทางถ่ายทอดความคิดเห็นให้คนอื่นรับรู้
6. ถ่ายทอดประสบการณ์ หรือไดอะรี่ออนไลน์ เป็นการถ่ายทอดเรื่องราวในชีวิตประจาวัน
หรือเป็นการเล่าเรื่องการเดินทางท่องเที่ยว เช่น www.terrystrek.com
7. โน้มน้าวใจผู้อ่าน ลักษณะนี้เป็นการโฆษณาชวนเชื่อ แต่กรณีแบบนี้เป็นการขาย
ความคิด อย่าง blog สาหรับคอการเมืองอาจจะมีฝ่ายซ้าย - ฝ่ายขวา,สายเหยี่ยว -- สายพิราบ จะ
พบว่าเนื้อหาจะเป็นการโพสต์โจมตีฝ่ายตรงข้าม แล้วก็สนับสนุนแนวความคิดของตนเอง
ขั้นตอนการสร้างบล็อก
1. ให้ทาการสมัครบัญชีของ Gmail ของ google แต่ถ้าใครมีบัญชี Gmail อยู่แล้วก็ทาการ
ล็อกอินเพื่อสร้างบล็อก ของ http://www.blogger.com/ ได้เลย ซึ่งโดยปกติแล้ว เมื่อเรา
เข้าไปที่เว็บ www.blogger.com หน้าเพจแรกจะถามบัญชีถึงบัญชีGmail ของผู้ที่จะทา
การสร้างบล็อกสาหรับนักศึกษาที่มีบัญชี Gmail อยู่แล้ว ก็กรอกชื่อบัญชี Gmail และ รหัส
ผานของตน ดังภาพ
2. เมื่อเราเข้าไปที่www.blogger.com ที่ได้ทาการล็อกอินบัญชีของ Gmail แล้ว หน้าแรก
ของ bloggerจะมีหน้าตาดังภาพ ให้คลิกไปที่เมนู“บล็อกใหม่” เพื่อทาการสร้างบล็อก
3. เมื่อเราคลิกไปที่เมนูเพื่อสร้างบล็อกใหม่แล้ว ให้ทาการกรอกรายละเอียดดังนี้ คือ ตรง
หัวข้อ ให้พิมพ์ชื่อบล็อก ตรงที่อยู่ ให้ตั้งชื่อ URL ซึ่งควรใช้ชื่อเป็นภาษาอังกฤษและตัวเลข
และต้องดูตรงสถานะของบล็อกด้วยว่าชื่อ URL ที่ตั้งไปนั้นมีผู้ใช้แล้วหรือยังไม่มีผู้ใช้ มัน
จะแจ้งว่า “ที่อยู่บล็อกนี้สามารถใช้ได้” เสร็จแล้วให้ทาการเลือกรูปแบบ จากแม่แบบวาจะ
ให้บล็อกมีหน้าตาในการแสดงผลเช่นไร เมื่อเลือกแล้วก็ คลิกเมนู“สร้างบล็อก”
4. เมื่อทาการสร้างบล็อกแล้ว เราจะกลับมาที่หน้าจัดการบล็อกเพื่อทาการตกแต่งบล็อกให้ดู
สวยงามโดยการใส่รูปภาพหรือ โค๊ดต่างๆ ให้นักศึกษาทาการคลิกลูกศรสีดา เพื่อเลือกเมนู
รูปแบบ ดังภาพ
5. เมื่อคลิกเมนูรูปแบบ แล้วจะมีหน้าตาดังภาพให้คลิกที่ เมนูเครื่องมือออกแบบเทมเพลต
เพื่อปรับแต่งหน้าเทมเพลตตามที่เราต้องการ
เมื่อคลิกแล้วทาการเลือกรูปเทมเพลต ตามต้องการ เมื่อเลือกแล้วให้คลิกที่ เมนู“ใช้กับ
บล็อก” เพื่อบันทึกรูปแบบเทมเพลต
6. เมื่อทาการเลือกรูปแบบของเทมเพลตแล้วให้กลับมาที่“รูปแบบ”อีกครั้ง เพื่อทาการใส่หัว
บล็อกและตกแต่งบล็อกโดยคลิกเลือกเมนูแก้ไข ตรงส่วนของ ชื่อบล็อก
เมื่อคลิกเมนูแก้ไข แล้วให้คลิกที่ เมนู“เลือกไฟล์” เพื่อเลือกไฟล์ภาพที่จะนามาเป็นหัว
บล็อกเมื่อเลือกภาพได้แล้วกดopenจากนั้นระบบจะทาการอัพโหลดภาพดังกล่าวเข้าไป
เมื่อระบบอัพโหลดภาพเสร็จแล้ว ให้คลิกเลือก เมนู“แทนที่ชื่อและคาอธิบาย” เสร็จแล้ว
กดเมนู“บันทึก” เพื่อทาการบันทึกภาพดังกล่าวซึ่งจะเข้าไปอยูในตาแหน่งหัวบล็อกดังภาพ
7. เมื่อทาการใส่หัวบล็อกเสร็จแล้ว ให้คลิกที่เมนู“เพิ่ม Gadget”เพื่อใส่โค๊ด ปฏิทิน นาฬิกา
สถิติผู้เยี่ยมชม แล้วแต่ความต้องการของเรา แล้วคลิกเมนู“บันทึกการจัดเรียง”
8. เมื่อทําการใส่โค๊ดตกแต่งตามต้องการแล้ว ให้เลือกเมนู“หน้าเว็บ” เพื่อทําการสร้างหน้าเว็บเพจต่างๆ ตาม
ต้องการคลิกที่เมนู “แสดงหน้าเว็บเป็ น” เลือกลูกศรสีดํา แล้วคลิกเลือกรูปแบบ “แท็บด้านบนสุด” แล้วกด
“บันทึกการจัดเรียง” ดังภาพ
เมื่อทาการเลือกตาแหน่งของแท๊บเมนูแล้ว ให้ คลิกเมนู หน้าเว็บใหม่และเลือกลูกศรสีดา
เลือกเมนู “หน้าเว็บเปล่า” เพื่อสร้างหน้าเพจต่างๆ
9. เมื่อทาการสร้างเมนูเว็บเพจ แล้ว ท่านสามารถที่จะทาลิงค์ไปเว็บไซต์หรือบล็อกต่างๆ โดย
คลิกที่เมนู เพิ่ม“Gadget” แล้วเลือก ฟังกชัน ์ “รายชื่อลิงค์” แล้วคลิกเครื่องหมาย + เพื่อ
สร้างลิงค์ ดังภาพ
เมื่อคลิกที่ฟังชันก์ รายชื่อลิงค์แล้ว ให้ทาการพิมพ์ชื่อเมนูว่า “ Link Exchange” และ
copy ลิงค์ ที่ต้องการเชื่อมโยงของเพื่อนมาใส่ไว้ในช่อง URL ของไซต์ใหม่และ ตรงชื่อ
เว็บไซต์ให้ พิมพ์ชื่อ ของเว็บบั้นๆ ที่ต้องการทาลิงค์ เมื่อทาเสร็จ ให้คลิกที่ เมนู “เพิ่มลิงค์”
เพื่อทาการเพิ่มลิงค์เว็บไซต์อื่นๆต่อไปแล้วคลิกที่เมนู“บันทึก” ดังภาพ
เมื่อเราทาการสร้างลิงค์เสร็จ เมื่อกดบันทึกจะมีหน้าตาดังภาพ ซึ่งในกรณีที่เราต้องการเพิ่ม
ลิงค์ต่อให้คลิกที่เครื่องมือ “แกไข้ ” ดังภาพ
เราสามารถทาการเคลื่อนย้ายตาแหน่ง โดยการคลิกลากมาไว้ในตาแหน่งที่เราต้องการได้
เราสามารถปรับเปลี่ยนความกว้างในการแสดงผลหน้าจอได้ โดยคลิกไปที่เครื่องมือ
เครื่องมือออกแบบเทมเพลต แล้วเลือก“ปรับความกว้าง” ดังภาพ
10.ในการสร้างบทความ ให้คลิกไปที่เมนู“บทความใหม่” ดังภาพ
11.เมื่อคลิกเมนูสร้างบทความใหม่แล้ว ให้นักศึกษา ทาการแทรกภาพ โดยการคลิกที่ไอคอน
แทรกรูปภาพคลิกที่เมนูเลือกไฟล์และทาการเลือกรูปภาพ แล้ว กดopenดังรูป
ระบบจะทาการอัพโหลดไฟล์รูปดังกล่าว เมื่ออัพโหลดเสร็จแล้ว ให้คลิกที่“เพิ่มรายการที่
เลือก”
เมื่อทาการเลือกภาพแล้ว ภาพดังกล่าวจะเข้ามาอยูในแบบร่างบทความ ดังรูป เสร็จแล้ว
พิมพ์รายละเอียดลงไปแล้วคลิก เมนู เพื่อทาการ“บันทึก” บทความความ และเผยแพร่
บทความ
เมื่อกดบันทึกแล้ว จะเข้ามาสู่หน้าจอ รายการที่แสดงถึงบทความที่เราสร้างขึ้นเมื่อครู่ ถ้า
หากเราต้องการสร้างบทความเพิ่ม ให้คลิกที่ เมนูสร้าง บทความใหม่
ถ้าในบทความของเรา ต้องการเผยแพร่ผลงานวีดิโอจาก Youtube ให้เราคลิกที่ไอคอน
แทรกวีดิโอ
ทาการเลือกวีดิโอจาก Youtube ซึ่งถ้าในกรณีที่เรามีคลิปในบัญชียูทูบของเราอยูแล้ว ให้
คลิกเลือกเมนู วีดิโอYoutube ของฉัน แต่ถ้าเราจะเอา คลิป Youtube จากแหล่งบัญชีอื่น
ให้คลิกเมนูจาก Youtube แล้วเสริ์ชหาเอานะคะ
เมื่อทาการแทรกวีดิโอจาก Youtube แล้ว วีดิโอ ดังกล่าวจะเข้ามาอยูในแบบร่างบทความ
ดังรูป
เสร็จแล้วทาการกดบันทึก และ คลิกไปที่ เมนู แสดงตัวอย่าง ก็จะได้ผลลัพธ์ดังภาพ

ใบงานที่ 2-blog (1)

  • 1.
    ความหมายของคาว่า Blog คือการบันทึกบทความของตนเอง (PersonalJournal) ลงบนเว็บไซต์ โดยเนื้อหาของ blog นั้นจะครอบคลุมได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวส่วนตัว หรือเป็นบทความเฉพาะด้านต่าง ๆ เช่น เรื่องการเมือง เรื่องกล้องถ่ายรูป เรื่องกีฬา เรื่องธุรกิจ เป็นต้น โดยจุดเด่นที่ทาให้บล็อกเป็นที่ นิยมก็คือ ผู้เขียนบล็อก จะมีการแสดงความคิดเห็นของตนเอง ใส่ลงไปในบทความนั้น ๆ โดย บล็อกบางแห่ง จะมีอิทธิพลในการโน้มน้าวจิตใจผู้อ่านสูงมาก แต่ในขณะเดียวกัน บางบล็อกก็จะ เขียนขึ้นมาเพื่อให้อ่านกันในกลุ่มเฉพาะ เช่นกลุ่มเพื่อน ๆ หรือครอบครัวตนเอง มีหลายครั้งที่เกิดความเข้าใจกันผิดว่า Blog เป็นได้แค่ไดอารี่ออนไลน์ แต่ในความเป็นจริง แล้ว ไดอารี่ออนไลน์เปรียบเสมือน เนื้อหาประเภทหนึ่งของบล็อกเท่านั้น เพราะบล็อกมีเนื้อหาที่ หลากหลายประเภท ตั้งแต่การบันทึกเรื่องส่วนตัวอย่างเช่นไดอารี่ หรือการบันทึกบทความที่ ผู้เขียนบล็อกสนใจในด้านอื่นด้วย ที่เห็นชัดเจนคือ เนื้อหาบล็อกประเภท วิจารณ์การเมือง หรือ การรีวิวผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ตัวเองเคยใช้ หรือซื้อมานั่นเอง อีกทั้งยังสามารถ แตกแขนงไปในเนื้อหา ในประเภทต่าง ๆ อีกมากมาย ตามแต่ความถนัดของเจ้าของบล็อก ซึ่งมักจะเขียนบทความเรื่องที่ ตนเองถนัด หรือสนใจเป็นต้น จุดเด่นที่สุดของ Blog ก็คือ มันสามารถเป็นเครื่องมือสื่อสารชนิดหนึ่ง ที่สามารถสื่อถึง ความเป็นกันเองระหว่างผู้เขียนบล็อก และผู้อ่านบล็อกที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย ที่ชัดเจนของบล็อกนั้น ๆ ผ่านทางระบบ comment ของบล็อกนั่นเอง สรุปให้ง่าย ๆ สั้น ๆ ก็คือ Blog คือเว็บไซต์ ที่มีรูปแบบเนื้อหา เป็นเหมือนบันทึกส่วนตัว ออนไลน์ มีส่วนของการ comments และก็จะมี link ไปยังเว็บอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องอีกด้วย
  • 2.
    ประโยชน์ของ web blog Blogมีไว้เพื่อตอบสนองตัณหาของเจ้าของ blog ถึงแม้ว่า blog จะมีลักษณะหน้าตา คล้ายกัน แต่ blog แต่ละแห่งจะมีบุคลิกเฉพาะตัว แตกต่างกันไปเหมือนบุคลิก บาง blog แค่เล่า เรื่องชีวิตประจาวัน บาง blog เกาะติดข่าว บาง blog คุยเรื่องการเมืองหรือปรัชญา จงนั้นอาจ แบ่งประโยชน์ได้หลายแบบด้วยกัน ซึ่งอาจจะแจกแจงได้ดังนี้ 1.เปิดตัวเองให้โลกรู้ เรื่องของ blog มักเป็นเรื่องราวของเจ้าของ blog เป็นการเล่า ประสบการณ์หรือความคิดของเจ้าของ เป็นการถ่ายทอดความคิดความรู้สึกของเจ้าของ blog เป็น การระบายความเคลียดอีกทางหนึ่ง 2.ทันข่าวทันเหตุการณ์ ประสบการณ์บางคนก็เป็นข่าวเห็นอีกหลายคนได้ ข่าวจาก blog หลายแห่งเป็นข่าววงใน บางคนเล่าเหตุการณ์หรืออุบัติเหตุที่เจอมา หลาย blog พูดถึงแนวโน้ม หรือความเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ 3. กลั่นกรองข้อมูล blog บาง blog จะมีการกลั่นกรองข้อมูลก่อนนาลง blog ทาให้ ผู้อ่าน blog ไม่ต้องเสียเวลาในการกลั่นกรองข้อมูล เพราะมีการนาเสนอข้อมูลหรือมีไกด์ในการ ท่องเว็บ 4. รายงานการท่องเว็บ เป็นวัตถุประสงค์หลักที่เป็นต้นกาเนิดของการทา blog หลาย blog มีการลิงก์ไปยังเว็บที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาใน blog ซึ่งเป็นการแนะนาว่าเว็บไหนดีก็ไปที่เว็บ นั้น
  • 3.
    5. การแสดงความคิดเห็น ไม่ว่าจะเป็นความในใจของเรื่องต่างๆความคิดเชิงสร้างสรรค์ หรือการบ่นที่ทุกคนมีอยู่ในใจ การทา blog เป็นช่องทางถ่ายทอดความคิดเห็นให้คนอื่นรับรู้ 6. ถ่ายทอดประสบการณ์ หรือไดอะรี่ออนไลน์ เป็นการถ่ายทอดเรื่องราวในชีวิตประจาวัน หรือเป็นการเล่าเรื่องการเดินทางท่องเที่ยว เช่น www.terrystrek.com 7. โน้มน้าวใจผู้อ่าน ลักษณะนี้เป็นการโฆษณาชวนเชื่อ แต่กรณีแบบนี้เป็นการขาย ความคิด อย่าง blog สาหรับคอการเมืองอาจจะมีฝ่ายซ้าย - ฝ่ายขวา,สายเหยี่ยว -- สายพิราบ จะ พบว่าเนื้อหาจะเป็นการโพสต์โจมตีฝ่ายตรงข้าม แล้วก็สนับสนุนแนวความคิดของตนเอง
  • 4.
    ขั้นตอนการสร้างบล็อก 1. ให้ทาการสมัครบัญชีของ Gmailของ google แต่ถ้าใครมีบัญชี Gmail อยู่แล้วก็ทาการ ล็อกอินเพื่อสร้างบล็อก ของ http://www.blogger.com/ ได้เลย ซึ่งโดยปกติแล้ว เมื่อเรา เข้าไปที่เว็บ www.blogger.com หน้าเพจแรกจะถามบัญชีถึงบัญชีGmail ของผู้ที่จะทา การสร้างบล็อกสาหรับนักศึกษาที่มีบัญชี Gmail อยู่แล้ว ก็กรอกชื่อบัญชี Gmail และ รหัส ผานของตน ดังภาพ
  • 5.
    2. เมื่อเราเข้าไปที่www.blogger.com ที่ได้ทาการล็อกอินบัญชีของGmail แล้ว หน้าแรก ของ bloggerจะมีหน้าตาดังภาพ ให้คลิกไปที่เมนู“บล็อกใหม่” เพื่อทาการสร้างบล็อก 3. เมื่อเราคลิกไปที่เมนูเพื่อสร้างบล็อกใหม่แล้ว ให้ทาการกรอกรายละเอียดดังนี้ คือ ตรง หัวข้อ ให้พิมพ์ชื่อบล็อก ตรงที่อยู่ ให้ตั้งชื่อ URL ซึ่งควรใช้ชื่อเป็นภาษาอังกฤษและตัวเลข และต้องดูตรงสถานะของบล็อกด้วยว่าชื่อ URL ที่ตั้งไปนั้นมีผู้ใช้แล้วหรือยังไม่มีผู้ใช้ มัน จะแจ้งว่า “ที่อยู่บล็อกนี้สามารถใช้ได้” เสร็จแล้วให้ทาการเลือกรูปแบบ จากแม่แบบวาจะ ให้บล็อกมีหน้าตาในการแสดงผลเช่นไร เมื่อเลือกแล้วก็ คลิกเมนู“สร้างบล็อก”
  • 6.
    4. เมื่อทาการสร้างบล็อกแล้ว เราจะกลับมาที่หน้าจัดการบล็อกเพื่อทาการตกแต่งบล็อกให้ดู สวยงามโดยการใส่รูปภาพหรือโค๊ดต่างๆ ให้นักศึกษาทาการคลิกลูกศรสีดา เพื่อเลือกเมนู รูปแบบ ดังภาพ 5. เมื่อคลิกเมนูรูปแบบ แล้วจะมีหน้าตาดังภาพให้คลิกที่ เมนูเครื่องมือออกแบบเทมเพลต เพื่อปรับแต่งหน้าเทมเพลตตามที่เราต้องการ
  • 7.
    เมื่อคลิกแล้วทาการเลือกรูปเทมเพลต ตามต้องการ เมื่อเลือกแล้วให้คลิกที่เมนู“ใช้กับ บล็อก” เพื่อบันทึกรูปแบบเทมเพลต 6. เมื่อทาการเลือกรูปแบบของเทมเพลตแล้วให้กลับมาที่“รูปแบบ”อีกครั้ง เพื่อทาการใส่หัว บล็อกและตกแต่งบล็อกโดยคลิกเลือกเมนูแก้ไข ตรงส่วนของ ชื่อบล็อก
  • 8.
    เมื่อคลิกเมนูแก้ไข แล้วให้คลิกที่ เมนู“เลือกไฟล์”เพื่อเลือกไฟล์ภาพที่จะนามาเป็นหัว บล็อกเมื่อเลือกภาพได้แล้วกดopenจากนั้นระบบจะทาการอัพโหลดภาพดังกล่าวเข้าไป เมื่อระบบอัพโหลดภาพเสร็จแล้ว ให้คลิกเลือก เมนู“แทนที่ชื่อและคาอธิบาย” เสร็จแล้ว กดเมนู“บันทึก” เพื่อทาการบันทึกภาพดังกล่าวซึ่งจะเข้าไปอยูในตาแหน่งหัวบล็อกดังภาพ 7. เมื่อทาการใส่หัวบล็อกเสร็จแล้ว ให้คลิกที่เมนู“เพิ่ม Gadget”เพื่อใส่โค๊ด ปฏิทิน นาฬิกา สถิติผู้เยี่ยมชม แล้วแต่ความต้องการของเรา แล้วคลิกเมนู“บันทึกการจัดเรียง”
  • 9.
    8. เมื่อทําการใส่โค๊ดตกแต่งตามต้องการแล้ว ให้เลือกเมนู“หน้าเว็บ”เพื่อทําการสร้างหน้าเว็บเพจต่างๆ ตาม ต้องการคลิกที่เมนู “แสดงหน้าเว็บเป็ น” เลือกลูกศรสีดํา แล้วคลิกเลือกรูปแบบ “แท็บด้านบนสุด” แล้วกด “บันทึกการจัดเรียง” ดังภาพ เมื่อทาการเลือกตาแหน่งของแท๊บเมนูแล้ว ให้ คลิกเมนู หน้าเว็บใหม่และเลือกลูกศรสีดา เลือกเมนู “หน้าเว็บเปล่า” เพื่อสร้างหน้าเพจต่างๆ
  • 10.
    9. เมื่อทาการสร้างเมนูเว็บเพจ แล้วท่านสามารถที่จะทาลิงค์ไปเว็บไซต์หรือบล็อกต่างๆ โดย คลิกที่เมนู เพิ่ม“Gadget” แล้วเลือก ฟังกชัน ์ “รายชื่อลิงค์” แล้วคลิกเครื่องหมาย + เพื่อ สร้างลิงค์ ดังภาพ
  • 11.
    เมื่อคลิกที่ฟังชันก์ รายชื่อลิงค์แล้ว ให้ทาการพิมพ์ชื่อเมนูว่า“ Link Exchange” และ copy ลิงค์ ที่ต้องการเชื่อมโยงของเพื่อนมาใส่ไว้ในช่อง URL ของไซต์ใหม่และ ตรงชื่อ เว็บไซต์ให้ พิมพ์ชื่อ ของเว็บบั้นๆ ที่ต้องการทาลิงค์ เมื่อทาเสร็จ ให้คลิกที่ เมนู “เพิ่มลิงค์” เพื่อทาการเพิ่มลิงค์เว็บไซต์อื่นๆต่อไปแล้วคลิกที่เมนู“บันทึก” ดังภาพ
  • 12.
    เมื่อเราทาการสร้างลิงค์เสร็จ เมื่อกดบันทึกจะมีหน้าตาดังภาพ ซึ่งในกรณีที่เราต้องการเพิ่ม ลิงค์ต่อให้คลิกที่เครื่องมือ“แกไข้ ” ดังภาพ เราสามารถทาการเคลื่อนย้ายตาแหน่ง โดยการคลิกลากมาไว้ในตาแหน่งที่เราต้องการได้
  • 13.
  • 14.
    11.เมื่อคลิกเมนูสร้างบทความใหม่แล้ว ให้นักศึกษา ทาการแทรกภาพโดยการคลิกที่ไอคอน แทรกรูปภาพคลิกที่เมนูเลือกไฟล์และทาการเลือกรูปภาพ แล้ว กดopenดังรูป ระบบจะทาการอัพโหลดไฟล์รูปดังกล่าว เมื่ออัพโหลดเสร็จแล้ว ให้คลิกที่“เพิ่มรายการที่ เลือก”
  • 15.
    เมื่อทาการเลือกภาพแล้ว ภาพดังกล่าวจะเข้ามาอยูในแบบร่างบทความ ดังรูปเสร็จแล้ว พิมพ์รายละเอียดลงไปแล้วคลิก เมนู เพื่อทาการ“บันทึก” บทความความ และเผยแพร่ บทความ เมื่อกดบันทึกแล้ว จะเข้ามาสู่หน้าจอ รายการที่แสดงถึงบทความที่เราสร้างขึ้นเมื่อครู่ ถ้า หากเราต้องการสร้างบทความเพิ่ม ให้คลิกที่ เมนูสร้าง บทความใหม่
  • 16.
    ถ้าในบทความของเรา ต้องการเผยแพร่ผลงานวีดิโอจาก Youtubeให้เราคลิกที่ไอคอน แทรกวีดิโอ ทาการเลือกวีดิโอจาก Youtube ซึ่งถ้าในกรณีที่เรามีคลิปในบัญชียูทูบของเราอยูแล้ว ให้ คลิกเลือกเมนู วีดิโอYoutube ของฉัน แต่ถ้าเราจะเอา คลิป Youtube จากแหล่งบัญชีอื่น ให้คลิกเมนูจาก Youtube แล้วเสริ์ชหาเอานะคะ
  • 17.
    เมื่อทาการแทรกวีดิโอจาก Youtube แล้ววีดิโอ ดังกล่าวจะเข้ามาอยูในแบบร่างบทความ ดังรูป เสร็จแล้วทาการกดบันทึก และ คลิกไปที่ เมนู แสดงตัวอย่าง ก็จะได้ผลลัพธ์ดังภาพ