คุฏบะฮฺ อีดิลฟิฏริ ฮ.ศ. 1436
โดย... ฝ่ายวิชาการและการศึกษา
คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย
ความเข้มแข็งของมุสลิมจะนาความร่มเย็นสู่สังคม
ُ‫ه‬‫الل‬‫ر‬َ‫ب‬ْ‫َك‬‫أ‬(9)ُ‫ه‬‫الل‬ُ‫ه‬‫ر‬َ‫ب‬ْ‫َك‬‫أ‬َُُُ‫ك‬‫ا‬ً‫ر‬ْ‫ي‬ِ‫ب‬.ُِ‫لل‬‫ه‬‫د‬ْ‫م‬َ‫لح‬ْ‫ا‬َ‫و‬ًُ‫ر‬ْ‫ي‬ِ‫ث‬َ‫ك‬‫ا‬.َُ‫ن‬‫ا‬َ‫ح‬ْ‫ب‬‫ه‬‫س‬َ‫و‬ُِ‫الل‬ًُ‫ة‬َ‫ر‬ْ‫ك‬‫ه‬‫ب‬ًُ‫ل‬ْ‫ي‬ِ‫َص‬‫أ‬َ‫و‬.َُ‫ن‬‫ا‬َ‫ح‬ْ‫ب‬‫ه‬‫س‬ُِ‫الل‬
ُِ‫لل‬‫ه‬‫د‬ْ‫م‬َ‫لح‬ْ‫ا‬َ‫و‬َُ‫لو‬ِ‫إ‬َ‫ال‬َ‫و‬ُ‫ا‬‫ال‬‫إ‬ُ‫ه‬‫الل‬.ُ‫ه‬‫الل‬َ‫و‬ُِ‫لل‬َ‫و‬‫ه‬‫ر‬َ‫ب‬ْ‫ك‬َ‫أ‬ُ‫ه‬‫د‬ْ‫م‬َ‫ْح‬‫ل‬‫ا‬.ُِ‫لل‬‫ه‬‫د‬ْ‫م‬َ‫ْح‬‫ل‬َ‫ا‬ُْ‫ي‬ِّ‫ل‬َ‫ج‬َ‫ت‬‫ه‬‫ْم‬‫ل‬‫ا‬ُِ‫و‬ِ‫ت‬َ‫م‬ْ‫ح‬َ‫ر‬ِ‫ب‬‫ى‬َ‫ل‬َ‫ع‬ُْ‫ه‬ِ‫اد‬َ‫ب‬ِ‫ع‬،ُِ‫ب‬ْ‫ي‬ِ‫ر‬َ‫ق‬ْ‫ل‬َ‫ا‬ُْ‫ن‬ِ‫م‬
ُِ‫ل‬ْ‫َى‬‫أ‬ُِ‫و‬ِ‫بت‬َ‫ح‬َ‫م‬ُِ‫ه‬ِ‫اد‬َ‫د‬ِ‫و‬َ‫و‬،ُِ‫ام‬َ‫ق‬ْ‫ل‬َ‫ا‬ُِ‫ع‬ُْ‫ن‬َ‫م‬َُ‫ام‬َ‫ى‬ُْ‫ي‬ِ‫ف‬ُِ‫ان‬َ‫د‬ْ‫ي‬َ‫م‬ُِ‫ه‬ِّ‫و‬‫ه‬‫ت‬‫ه‬‫ع‬ُْ‫ه‬ِ‫اد‬َ‫ن‬ِ‫ع‬َ‫و‬،ُِ‫د‬ْ‫ي‬ِ‫ع‬‫ه‬‫ْم‬‫ل‬َ‫ا‬ُِ‫ر‬ْ‫و‬‫ه‬‫ر‬ُّ‫الس‬‫ى‬َ‫ل‬َ‫ع‬ُِ‫ل‬ْ‫َى‬‫أ‬ُِ‫ان‬َ‫م‬ْ‫ي‬ِ‫ال‬ْ‫ا‬
ُِ‫م‬َ‫ل‬ْ‫س‬ِ‫ال‬ْ‫ا‬َ‫و‬،ُ‫ه‬‫د‬َ‫ه‬ْ‫ش‬َ‫أ‬َ‫و‬ُْ‫َن‬‫أ‬َُ‫و‬َ‫ل‬ِ‫إ‬َ‫ال‬ُ‫ا‬‫ال‬ِ‫إ‬ُ‫ه‬‫الل‬ُ‫ه‬‫ر‬ِ‫ف‬ْ‫غ‬َ‫ي‬َُ‫ب‬ْ‫و‬‫ه‬‫ن‬ُّ‫الذ‬‫ى‬َ‫ط‬ْ‫ع‬‫ه‬‫ي‬َ‫و‬ُ‫ا‬‫ل‬‫ه‬‫ك‬ُ‫ل‬ِ‫ائ‬َ‫س‬ُْ‫َل‬‫أ‬َ‫اس‬َ‫م‬،ُ‫ه‬‫د‬َ‫ه‬ْ‫ش‬َ‫أ‬َ‫و‬ُ‫ا‬‫ن‬َ‫أ‬‫ا‬َ‫ن‬َ‫د‬ِّ‫ي‬َ‫س‬
ًُ‫د‬‫ا‬‫م‬َ‫ح‬‫ه‬‫م‬‫ا‬ُ‫ه‬‫ل‬ْ‫و‬‫ه‬‫س‬َ‫ر‬ُِ‫الل‬َُ‫ب‬ِ‫غ‬َ‫ر‬‫ي‬ِ‫ف‬ُِ‫ة‬َ‫اع‬‫ا‬‫ط‬‫ال‬َُ‫ر‬‫ا‬‫ذ‬َ‫ح‬َ‫و‬َُ‫ن‬ِ‫م‬ُْ‫ل‬َ‫س‬َ‫ك‬ْ‫ل‬‫ا‬.ُ‫ا‬‫م‬‫ه‬‫ه‬‫ا‬‫ل‬‫ل‬َ‫ا‬ُِّ‫ل‬َ‫ص‬ُْ‫م‬ِّ‫ل‬َ‫س‬َ‫و‬َُ‫لى‬َ‫ع‬‫ا‬َ‫ن‬ِ‫د‬ِّ‫ي‬َ‫س‬ُ‫د‬‫ا‬‫م‬َ‫ح‬‫ه‬‫م‬ُِ‫ب‬ِّ‫ي‬َ‫ط‬
ُِ‫ب‬ْ‫و‬‫ه‬‫ل‬‫ه‬‫ق‬ْ‫ل‬‫ا‬ُْ‫ل‬َ‫ل‬ِ‫ْع‬‫ل‬‫ا‬َ‫و‬،َُ‫لى‬َ‫ع‬َ‫و‬ُِ‫و‬ِ‫آل‬ُِ‫و‬ِ‫ب‬‫ا‬َ‫ح‬ْ‫َص‬‫أ‬َ‫و‬َُ‫ن‬ْ‫ي‬ِ‫ص‬ِ‫ل‬ْ‫خ‬‫ه‬‫ْم‬‫ل‬‫ا‬ُِ‫لل‬‫ي‬ِ‫ف‬ُِ‫ام‬َ‫ي‬ِّ‫الص‬ُِ‫ام‬َ‫ي‬ِ‫ْق‬‫ل‬‫ا‬َ‫و‬،‫ا‬‫ا‬‫م‬َ‫أ‬ُ‫ه‬‫د‬ْ‫ع‬َ‫ب‬:‫ي‬َ‫ف‬َُ‫ا‬ُِ‫الل‬َ‫اد‬َ‫ب‬ِ‫ع‬
ُْ‫م‬‫ه‬‫ك‬ْ‫ي‬ِ‫ص‬ْ‫هو‬‫أ‬ُْ‫ي‬ِ‫س‬ْ‫ف‬َ‫ن‬َ‫و‬ًُ‫ال‬‫ا‬‫َو‬‫أ‬‫ى‬َ‫و‬ْ‫ق‬َ‫ت‬ِ‫ب‬ُِ‫الل‬ُْ‫و‬ِ‫ت‬َ‫اع‬َ‫ط‬َ‫و‬،ُْ‫د‬َ‫ق‬َ‫و‬َُ‫ال‬َ‫ق‬ُ‫ه‬‫الل‬َُ‫الى‬َ‫ع‬َ‫ت‬ُْ‫ي‬ِ‫ف‬ُِ‫و‬ِ‫ب‬‫ا‬َ‫ت‬ِ‫ك‬{ُُّ‫ل‬‫ه‬‫ك‬ُْ‫ن‬َ‫م‬‫ا‬َ‫ه‬ْ‫ي‬َ‫ل‬َ‫ع‬ُ‫ان‬َ‫ف‬‫ى‬َ‫ق‬ْ‫ب‬َ‫ي‬َ‫و‬
ُ‫ه‬‫و‬ْ‫ج‬َ‫و‬َُ‫ك‬ِّ‫ب‬َ‫ر‬‫وا‬‫ه‬‫ذ‬ُِ‫ل‬َ‫ل‬َ‫الج‬ُِ‫ام‬َ‫ر‬ْ‫ك‬ِ‫ال‬ْ‫ا‬َ‫و‬}
ُ‫ه‬‫الل‬ُ‫ه‬‫ر‬َ‫ب‬ْ‫ك‬َ‫ا‬ُ‫ه‬‫الل‬ُ‫ه‬‫ر‬َ‫ب‬ْ‫ك‬َ‫ا‬ُ‫ه‬‫الل‬ُ‫ه‬‫ر‬َ‫ب‬ْ‫ك‬َ‫ا‬ُِ‫لل‬َ‫و‬ُ‫ه‬‫د‬ْ‫م‬َ‫لح‬ْ‫ا‬.
ความสงบร่มเย็น เป็นสิ่งที่ผู้คนในทุกสังคมปรารถนา แต่กระนั้นก็ใช่ว่าทุกสังคมจะบรรลุสู่ความร่มเย็น
ได้ สถานการณ์ของสังคมโลกทุกวันนี้ บ่งชี้ว่าความร่มเย็นกาลังหดหายไปจากผู้คน แต่ความทุกข์ยากเดือดร้อน
จากสงครามและการเข่นฆ่า การเอาเปรียบแย่งชิง ความร่อยหรอของทรัพยากร และความวิปริตแปรปรวนของ
ดินฟ้าอากาศ กลับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เป็นสิ่งบ่งชี้ว่ามีความผิดพลาดใหญ่หลวงบางอย่าง ในการดารงชีวิตของผู้คน
จึงทาให้ไม่สามารถสร้างความสงบร่มเย็นได้ แม้ใครต่อใครจะปรารถนาก็ตาม
ถามว่า ความผิดพลาดดังกล่าว คืออะไร?
ตอบได้ว่า เพราะมนุษย์มิได้เดินไปบนเส้นทางที่นาสู่ความร่มเย็น แต่กลับเลือกที่จะก้าวไปบนเส้นทางที่
นาสู่ความรุ่มร้อนแทน มนุษย์คิดว่าตนเองมีความสามารถที่จะบรรลุสู่ความปรารถนาของตนได้ โดยมิพักต้อง
พึ่งพิงอัลลอฮฺพระผู้เป็นเจ้า พวกเขาปฏิเสธพระองค์ และกาหนดกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ขึ้นเองโดยขัดแย้งสวนทางกับ
คาสอนของพระองค์ (ฎอฮา : 124)
‫مى‬ْ‫ع‬َ‫أ‬ُِ‫ة‬َ‫يام‬ِ‫ْق‬‫ل‬‫ُا‬َ‫م‬ْ‫و‬َ‫ُي‬‫ه‬‫ه‬‫ه‬‫ر‬‫ه‬‫ش‬ْ‫ح‬َ‫ن‬َ‫اُو‬ً‫ك‬ْ‫ن‬َ‫ُض‬ً‫ة‬َ‫ش‬‫ي‬ِ‫ع‬َ‫ُم‬‫ه‬‫و‬َ‫ل‬ُ‫ا‬‫ن‬ِ‫إ‬َ‫ف‬ُ‫ي‬ِ‫ر‬ْ‫ك‬ِ‫ُذ‬ْ‫ن‬َ‫ُع‬َ‫ض‬َ‫ر‬ْ‫ع‬َ‫أ‬ُْ‫ن‬َ‫م‬َ‫و‬ُ
“ผู้ใดหันห่างจากการระลึกถึงข้า เขาจะใช้ชีวิตในวังวนอันคับแคบ และข้าจะฟื้นชีพเขาอีกครั้งใน
วันแห่งการพิพากษาในสภาพคนตาบอด”
น่าเศร้ากว่านั้นก็คือ มุสลิมจานวนมากเช่นกันที่อ้างว่านับถืออัลลอฮฺ แต่กลับเดินตามแนวทางของผู้
ปฏิเสธอัลลอฮฺ ที่เป็นผู้ปกครองก็มิได้ปกครองตามบัญญัติแห่งอัลลอฮฺ ที่เป็นประชาชนก็ดิ้นรนขวนขวาย
แสวงหาลาภยศจนลืมอาคิรอฮฺ นามาซึ่งภาวะความอ่อนแอ ความแตกแยก การทาลายล้าง และความ
ระส่าระสาย ไม่ต่างกับผู้ปฏิเสธ เช่นกัน
(อัลบะกอรอฮฺ : 145)
ُْ‫ل‬‫ُا‬َ‫ن‬ِ‫ُم‬ َ‫ك‬َ‫اء‬َ‫اُج‬َ‫ُم‬ِ‫د‬ْ‫ع‬َ‫نُب‬ِّ‫مُم‬‫ه‬‫ى‬َ‫اء‬َ‫و‬ْ‫َى‬‫أ‬َُ‫ت‬ْ‫ع‬َ‫ب‬‫ا‬‫ُات‬ِ‫ن‬ِ‫ئ‬َ‫ل‬َ‫و‬َُ‫ين‬ِ‫م‬ِ‫ال‬‫ا‬‫ظ‬‫ُال‬َ‫ن‬ِ‫م‬‫ا‬‫ل‬ُ‫ا‬ً‫ذ‬ِ‫إ‬ُ َ‫ك‬‫ا‬‫ن‬ِ‫إ‬ُُِ‫ْم‬‫ل‬ِ‫ع‬
2
“แน่แท้ แม้นหากเจ้าคล้อยตามอารมณ์ของพวกเขา หลังจากที่เจ้าได้รับความรู้ต่าง ๆ (จากองค์
พระผู้เป็นเจ้า) แล้ว เจ้าก็ย่อมเป็นหนึ่งในผู้อธรรมทั้งหลาย”
ความอ่อนแอของสังคมมุสลิม เป็นปัจจัยสาคัญที่ทาให้โลกระส่าระสาย เพราะแท้จริงมุสลิมคือผู้ต้องทา
หน้าที่สร้างความสงบร่มเย็นในสังคม ผ่านการใช้ทางนาจากอัลลอฮฺในทุก ๆ มิติ ครั้นเมื่อมุสลิมหันหลังให้ทาง
นา หรือนามาใช้เพียงบางส่วนเสี้ยวของชีวิต ก็ย่อมประสบปัญหาไม่ต่างจากสังคมของผู้ปฏิเสธ อ่อนแอ
เช่นเดียวกับผู้ปฏิเสธหรืออ่อนแอมากกว่านั้น ในที่สุดก็ไม่มีใครทาหน้าที่ช่วยเหลือสังคมมนุษย์ให้รอดพ้นจาก
บ่วงแห่งวิกฤติได้ แต่กลายเป็นสังคมที่ต้องรอรับความช่วยเหลือจากผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา
จึงมีความจาเป็นที่เราในฐานะมุสลิม จะต้องก้าวออกจากบ่วงแห่งฟิตนะฮฺให้ได้ เพื่อทาหน้าที่เป็น
แบบอย่างอันดีแก่มนุษย์ชาติ ในการสร้างความสงบร่มเย็น และความสาเร็จทั้งในโลกนี้และโลกหน้า สมดังที่
อัลลอฮฺทรงให้เราทาหน้าที่เป็นเมตตาธรรมแก่เพื่อนมนุษย์ ดังในซูเราะฮฺ อัลอัมบิยาอฺ : 107
‫ا‬َ‫م‬َ‫و‬َُ‫اك‬َ‫ْن‬‫ل‬َ‫س‬ْ‫َر‬‫أ‬ُ‫ا‬‫ال‬ِ‫إ‬ًُ‫ة‬َ‫م‬ْ‫ح‬َ‫ر‬َُ‫ين‬ِ‫م‬َ‫ل‬‫ا‬َ‫ْع‬‫ل‬ِ‫ل‬ُ
“เรามิได้ส่งเจ้ามาเพื่อเป็นอะไร นอกจากเป็นเมตตาธรรมแก่สากลโลก”
เป็นเมตตาธรรมแก่สากลโลก เป็นได้อย่างไร?
มีหนทางเดียว คือ การกลับสู่แนวทางที่อัลลอฮฺกาหนด และดาเนินชีวิตตามแบบฉบับแห่งศาสนทูต
ของพระองค์นบีมุหัมมัด (ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม) ซึ่งหากจะประมวลแนวทางดังกล่าว ก็อาจสรุป
เป็น 2 แนวทางใหญ่ ๆ
คือ 1. การศรัทธาต่ออัลลอฮฺอย่างเต็มเปี่ยม (‫)آمنوا‬
2. การลงมือปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ อันแสดงออกถึงความศรัทธานั้น ( ‫عملوا‬ُ‫الصالحات‬ )
ทั้งนี้เป็นไปตามพระดารัสแห่งอัลลอฮฺ (ซูเราะฮฺ อันนูร: 55)
ُ
َُ‫د‬َ‫ع‬َ‫و‬ُ‫ه‬‫و‬‫ا‬‫ل‬‫ال‬َُ‫ين‬ِ‫ذ‬‫ا‬‫ل‬‫ا‬‫وا‬‫ه‬‫ن‬َ‫آم‬ُْ‫م‬‫ه‬‫ك‬ْ‫ن‬ِ‫م‬‫وا‬‫ه‬‫ل‬ِ‫م‬َ‫ع‬َ‫و‬ُِ‫ات‬َ‫ح‬ِ‫ال‬‫ا‬‫ص‬‫ال‬ُْ‫م‬‫ه‬‫اه‬‫ن‬َ‫ف‬ِ‫ل‬ْ‫خ‬َ‫ت‬ْ‫س‬َ‫ي‬َ‫ل‬‫ي‬ِ‫ف‬ُِ‫ض‬ْ‫َر‬ْ‫اْل‬‫ا‬َ‫م‬َ‫ك‬َُ‫ف‬َ‫ل‬ْ‫خ‬َ‫ت‬ْ‫اس‬َُ‫ين‬ِ‫ذ‬‫ا‬‫ل‬‫ا‬
ُْ‫ن‬ِ‫م‬ُْ‫م‬ِ‫ه‬ِ‫ل‬ْ‫ب‬َ‫ق‬ُ‫ا‬‫ن‬َ‫ن‬ِّ‫ك‬َ‫م‬‫ه‬‫ي‬َ‫ل‬َ‫و‬ُْ‫م‬‫ه‬‫ه‬َ‫ل‬ُ‫ه‬‫م‬‫ه‬‫ه‬َ‫ين‬ِ‫د‬‫ي‬ِ‫ذ‬‫ا‬‫ل‬‫ا‬ُ‫ى‬َ‫ض‬َ‫ت‬ْ‫ار‬ُْ‫م‬‫ه‬‫ه‬َ‫ل‬ُ
ُُِْ‫م‬‫ه‬‫اه‬‫ن‬َ‫ل‬ِّ‫د‬َ‫ب‬‫ه‬‫ي‬َ‫ل‬َ‫و‬ُْ‫ن‬ُِ‫د‬ْ‫ع‬َ‫ب‬ُْ‫م‬ِ‫ه‬ِ‫ف‬ْ‫و‬َ‫خ‬‫ا‬ً‫ن‬ْ‫َم‬‫أ‬ۚ‫ي‬ِ‫ن‬َ‫ن‬‫و‬‫ه‬‫د‬‫ه‬‫ب‬ْ‫ع‬َ‫ي‬َُ‫ال‬ُ‫ه‬‫ي‬َُ‫ن‬‫و‬‫ه‬‫ك‬ِ‫ر‬ْ‫ش‬‫ي‬ِ‫ب‬‫ا‬ً‫ئ‬ْ‫ي‬َ‫ش‬ُُْۚ‫ن‬َ‫م‬َ‫و‬َُ‫ر‬َ‫ف‬َ‫ك‬ُ‫ه‬‫م‬‫ه‬‫ُى‬ َ‫ك‬ِ‫ئ‬َ‫ل‬‫هو‬‫أ‬َ‫ف‬ُ َ‫ك‬ِ‫ل‬َ‫ذ‬َُ‫د‬ْ‫ع‬َ‫ب‬
َُ‫ن‬‫و‬‫ه‬‫ق‬ِ‫اس‬َ‫ف‬ْ‫ل‬‫ا‬
“อัลลอฮฺทรงสัญญาไว้แก่ผู้ศรัทธาต่อพระองค์ และประพฤติปฏิบัติสิ่งดี ๆ ทั้งหลายว่า จะทรงให้
พวกเขาปกครองแผ่นดินเหมือนที่เคยทรงให้บรรดาคนก่อน ๆ ได้ปกครองมาแล้ว อีกทั้งจะทรงให้พวกเขา
สามารถดาเนินชีวิตตามหลักศาสนาที่พระองค์ทรงพอพระทัย และจะทรงเปลี่ยนสภาวะที่พวกเขาอยู่กับ
ความหวาดกลัว เป็นความมั่นคงปลอดภัยแทน พวกเขาสักการะต่อข้า โดยไม่ตั้งภาคีใด ๆ ต่อข้าเลย หลัก
จากนั้นหากมีใครปฏิเสธข้า พวกเขาย่อมเป็นผู้ฝุาฝืน”
ความศรัทธา
ความศรัทธาที่แท้ต้องมาจากตื่นรู้และความเข้าใจ มิใช่ความศรัทธาที่มาจากการลอกเลียนแบบ มุสลิม
จึงต้องเป็นผู้ใช้สติปัญญาเพื่อการศึกษา พินิจพิจารณาสรรพสิ่งต่าง ๆ เพื่อให้เข้าถึงการศรัทธาต่ออัลลอฮฺ อย่าง
แท้จริง และจะต้องไม่เป็นมุสลิมเพียงเพราะสืบสายเลือดมาจากบิดามารดาที่เป็นมุสลิมเท่านั้น เนื่องจากการมี
ชีวิตโดยไร้ศรัทธา หรือมีศรัทธาที่บางเบาฉาบฉวย จะทาให้ชีวิตเปรียบดังต้นไม้ที่ไร้รากแก้ว
(ฮิบรอฮีม : 26)
3
ُ‫ه‬‫ل‬َ‫ث‬َ‫م‬َ‫و‬ُ‫ة‬َ‫م‬ِ‫ل‬َ‫ك‬ُ‫ة‬َ‫يث‬ِ‫ب‬َ‫خ‬ُ‫ة‬َ‫ر‬َ‫ج‬َ‫ش‬َ‫ك‬ُ‫ة‬َ‫يث‬ِ‫ب‬َ‫خ‬ُْ‫ات‬‫ث‬‫ه‬‫ت‬ْ‫اج‬‫ن‬ِ‫م‬ُِ‫ق‬ْ‫و‬َ‫ف‬ُِ‫ض‬ْ‫َر‬ْ‫اْل‬‫ا‬َ‫م‬‫ا‬َ‫ه‬َ‫ل‬‫ن‬ِ‫م‬ُ‫ار‬َ‫ر‬َ‫ق‬
“คติเลว ๆ ก็เหมือนต้นไม้เลว ๆ ซึ่งถูกถอนรากถอนโคนโดยง่าย และไร้ซึ่งความมั่นคง”
สิ่งที่เราท่านทั้งหลายไม่อาจปฏิเสธได้ในวันนี้ คือ มุสลิมจานวนมากเป็นมุสลิมอยู่เฉพาะเปลือกนอก
ขณะที่จิตใจถูกกระชากความศรัทธาออกไป จนมีชีวิตอยู่โดยไม่คิดสร้างความดีอะไรเพื่ออัลลอฮฺ แต่อยู่ไปเพื่อ
แสวงหาความสุขบนโลกเท่านั้น ที่สุดจึงนาไปสู่การยื้อแย่งแข่งขัน และทาลายล้างกันไม่ต่างจากผู้ปฏิเสธ
การประกอบกิจที่ดี
สิ่งที่จะต้องอยู่คู่กับความศรัทธาอันหนักแน่น คือ การประกอบกิจการงานที่ดี ( ‫ا‬‫و‬‫عمل‬‫الصاحلات‬ ) อย่าง
ต่อเนื่อง ซึ่งในยามวิกฤติเช่นปัจจุบัน กิจการที่จาเป็นต้องฟื้นฟูขึ้นอย่างเร่งด่วนในสังคมมุสลิม มีหลายหลาย
ประการ อาทิ
การสร้างญะมาอะฮฺที่มีความเป็นปึกแผ่น
แทนความแตกแยกขัดแย้งดังที่เป็นอยู่ ทั้งนี้เพราะความแตกแยกขัดแย้งคือบ่อเกิดของความอ่อนแอใน
ทุก ๆ สังคม” ดังคาเตือนจากอัลลอฮฺในซูเราะฮฺอัล อันฟาล : 46
‫وا‬‫ه‬‫يع‬ِ‫َط‬‫أ‬َ‫و‬َُ‫و‬‫ا‬‫ل‬‫ال‬ُ‫ه‬‫و‬َ‫ل‬‫و‬‫ه‬‫س‬َ‫ر‬َ‫و‬َُ‫ال‬َ‫و‬‫وا‬‫ه‬‫ع‬َ‫از‬َ‫ن‬َ‫ت‬‫وا‬‫ه‬‫ل‬َ‫ش‬ْ‫ف‬َ‫ت‬َ‫ف‬َُ‫ب‬َ‫ى‬ْ‫ذ‬َ‫ت‬َ‫و‬ُْ‫م‬‫ه‬‫ك‬‫ه‬‫يح‬ِ‫ر‬ۚ‫وا‬‫ه‬‫ر‬ِ‫ب‬ْ‫اص‬َ‫و‬ُُۚ‫ا‬‫ن‬ِ‫إ‬َُ‫و‬‫ا‬‫ل‬‫ال‬َُ‫ين‬ِ‫ر‬ِ‫ب‬‫ا‬‫ا‬‫ص‬‫ُال‬َ‫ع‬َ‫م‬
“จงภักดีต่ออัลลอฮฺและศาสนทูตของพระองค์เถิด และอย่าได้ทะเลาะเบาะแว้งกัน เพราะจะทาให้
พวกเจ้าล้มเหลว และความเข้มแข็งจะหายไป จงอดทนเถิด แท้จริงอัลลอฮฺทรงอยู่กับผู้อดทน”
เพื่อให้เกิดความเป็นญะมาอะฮฺอย่างแท้จริง มุสลิมจาเป็นต้องเคารพเชื่อฟังต่อผู้นาของตน ในทุกเรื่อง
ที่ไม่ใช่การทรยศเนรคุณต่ออัลลอฮฺพระผู้เป็นเจ้า และไม่นาประเด็นปัญหาปลีกย่อยทางศาสนา มาเป็นชนวน
สร้างความแตกแยกในสังคม ทั้งนี้เพราะความแตกต่างในประเด็นปลีกย่อยมีไว้เพื่อเป็นรอหฺมะฮฺ หาใช่ไว้ใช้
เสี้ยมให้เกิดความแตกแยกไม่ ท่านรอซู้ล(ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม) กล่าวไว้ว่า
‫عليكم‬ُ‫بالجماعة‬ُ‫وإياكم‬ُ‫والفرقة‬ُ‫فإن‬ُ‫الشيطان‬ُ‫مع‬ُ‫الواحد‬ُ‫وىو‬ُ‫م‬‫ن‬ُ‫االثنين‬ُ،‫أبعد‬ُ‫من‬ُ‫اد‬‫ر‬‫أ‬ُ‫بحبوحة‬ُ‫الجنة‬ُ
‫فليلزم‬ُ‫الجماعة‬ُُ(‫رواه‬ُ‫الترمدي‬ُ‫في‬ُ‫الفتن‬ُ6622ُ‫والحاكم‬ُ‫وصححو‬ُ‫على‬ُ‫شرط‬ُ‫الشيخين‬)
“ท่านทั้งหลายจงยึดมั่นอยู่ในญะมาอะฮฺเถิด และจงระวังความแตกแยกให้หนัก แท้จริงซาตานจะ
อยู่กับผู้แปลกแยกไปเพียงลาพัง มันจะห่างออกเมื่ออยู่ร่วมกันสองคน ผู้ใดประสงค์จะอยู่ ณ ใจกลางแห่ง
สวรรค์ก็จงยึดมั่นในญะมาอะฮฺเถิด”
การเป็นผู้ให้
ญะมาอะฮฺหนึ่งจะเข้มแข็งได้ นอกจากต้องเคารพเชื่อฟังผู้นาแล้ว คนในญะมาอะฮฺจะต้องรู้จักเป็นผู้ให้
และไม่เห็นแก่ตัวด้วย
ความเห็นแก่ตัวทาให้ความสัมพันธ์ของคนในสังคมและแม้แต่ในครอบครัวเดียวกันเสื่อมทรามลง จึงไม่
ช่วยให้สังคมเข้มแข็งได้ ขณะที่การเป็นผู้ให้และความเสียสละจะช่วยให้ความสัมพันธ์แข็งแกร่งขึ้น และสังคม
จะเข้มแข็งขึ้นด้วย ความสาเร็จจึงอยู่ที่เอาชนะความเห็นแก่ตัวให้ได้ ดังพระดารัสของอัลลอฮฺในซูรอฮฺ อัลฮัชร์:
9
‫ن‬َ‫م‬َ‫و‬َُ‫ق‬‫و‬‫ه‬‫ي‬ُ‫ا‬‫ح‬‫ه‬‫ش‬ُِ‫و‬ِ‫س‬ْ‫ف‬َ‫ن‬َُ‫ك‬ِ‫ئ‬َ‫ل‬‫هو‬‫أ‬َ‫ف‬ُ‫ه‬‫م‬‫ه‬‫ى‬َُ‫ن‬‫و‬‫ه‬‫ح‬ِ‫ل‬ْ‫ف‬‫ه‬‫ْم‬‫ل‬‫ا‬
“ผู้ใดรักษาตนให้พ้นจากความตระหนี่เห็นแก่ตัวได้ พวกเขาก็คือ ผู้ได้รับความสาเร็จ”
เป็นความสาเร็จที่ไม่ได้เกิดเฉพาะในโลกอาคิรอฮฺเท่านั้น แต่จะได้สัมผัสความสาเร็จในโลกนี้ด้วย
เหมือนดังที่ชาวมุฮาญิรีนและอันศอร เคยประสบผลสาเร็จในการสร้างความแข็งแกร่งแก่นครมาดีนะฮฺมาก่อน
4
ความมีจิตอาสา
ในที่นี้ หมายถึง จิตอาสาในการส่งเสริมความดีและยับยั้งความชั่ว เพราะสังคมที่ขาดคนต่อสู้ด้วย
จิตอาสาเพื่ออัลลอฮฺ จะกลายเป็นสังคมต่างคนต่างอยู่ ตัวใครตัวมัน ซึ่งจะกลายเป็นช่องว่างกว้างใหญ่ให้
ความชั่วร้ายต่าง ๆ เข้ามาทาลายสังคมได้ โดยไร้ผู้ต่อต้านขัดขืน
สังคมของประชาชาติก่อน ๆ จึงล่มสลายไปเพราะขาดคนจิตอาสานี้เอง ดังอัลลอฮฺทรงเตือนไว้
ในซูเราะฮฺฮูด : 116
َُ‫ن‬ِ‫ُم‬َ‫ن‬‫ا‬َ‫ك‬ُ‫ال‬ْ‫و‬َ‫ل‬َ‫ف‬ُُ‫ا‬َ‫ن‬ْ‫ي‬َ‫ج‬ْ‫ن‬َ‫أ‬ُْ‫ن‬‫ا‬‫م‬ِ‫يلُم‬ِ‫ل‬َ‫ق‬ُ‫ال‬ِ‫إ‬ُ ِ‫ض‬ْ‫َر‬‫ْل‬‫يُا‬ِ‫ُف‬ِ‫اد‬َ‫س‬َ‫ف‬ْ‫ل‬‫ُا‬ِ‫ن‬َ‫ُع‬َ‫ن‬ْ‫و‬َ‫ه‬ْ‫ن‬َ‫ُي‬‫ة‬‫ا‬‫ي‬ِ‫ق‬َ‫وُب‬‫ه‬‫ل‬‫هو‬‫أ‬ُْ‫م‬‫ه‬‫ك‬ِ‫ل‬ْ‫ب‬َ‫ُق‬ْ‫ن‬ِ‫ُم‬ِ‫ون‬‫ه‬‫ر‬‫ه‬‫ق‬ْ‫ل‬‫ا‬
َُ‫ين‬ِ‫م‬ِ‫ر‬ْ‫ج‬‫ه‬‫واُم‬‫ه‬‫ن‬‫ا‬َ‫ك‬َ‫ُو‬ِ‫يو‬ِ‫واُف‬‫ه‬‫ف‬ِ‫ر‬ْ‫ت‬‫ه‬‫أ‬ُ‫ا‬َ‫واُم‬‫ه‬‫م‬َ‫ل‬َ‫ظ‬َُ‫ين‬ِ‫ذ‬‫ا‬‫ل‬‫ُا‬َ‫ع‬َ‫ب‬‫ا‬‫ات‬َ‫ُو‬ْ‫م‬‫ه‬‫ه‬ْ‫ن‬ِ‫م‬
“ควรอย่างยิ่งที่ประชาชาติต่าง ๆ ก่อนหน้าพวกเจ้า จะมีผู้ทรงปัญญาที่คอยยับยั้งห้ามปรามมิให้
เกิดความเสื่อมทรามในแผ่นดิน แต่กลับไม่มี ยกเว้นบุคคลจานวนน้อย ซึ่งเราได้ช่วยให้พวกเขาเอาตัวรอด
ได้ ส่วนบรรดาผู้อธรรมทั้งหลายนั้นมักเดินตามอารมณ์ที่ถูกปรนเปรอ และพวกเขาก็กลายเป็นอาชญากร”
อายะฮฺนี้บอกเราว่า สาเหตุสาคัญที่ทาให้อัลลอฮฺทรงลงโทษประชาชาติหนึ่ง ๆ คือ การที่ผู้คนเอาแต่
ความสุขสบายส่วนตน ปรนเปรอชีวิตด้วยความบันเทิงเริงรมย์ต่าง ๆ ตามอารมณ์ปรารถนา จนเกิดความ
เลวร้ายทั่วไป ครั้นเกิดความเลวร้ายเช่นนั้นแล้ว ก็หามีใครออกมายับยั้งห้ามปรามไม่ เพราะถือว่ามิใช่กิจของตน
จนเป็นเหตุให้เกิดหายนะในที่สุด
ในทางตรงกันข้าม หากเรามีจิตอาสาที่จะช่วยเหลือสังคมจริง โดยการร่วมในกิจกรรมความดี และ
ช่วยกันยับยั้งความชั่วตามกาลังความสามารถ อัลลอฮฺก็จะทรงประทานความแข็งแกร่งให้ และสังคมนั้นก็จะ
กลายเป็นแม่แบบของสังคมเข้มแข็งอย่างแท้จริง
ดังปรากฏคายกย่องอัลลอฮฺในซูรอฮฺ อาลฮิมรอน : 110
ُْ‫م‬‫ه‬‫نت‬‫ه‬‫ك‬َُ‫ر‬ْ‫ي‬َ‫خ‬ُ‫ة‬‫ا‬‫م‬‫ه‬‫أ‬ُْ‫ت‬َ‫ج‬ِ‫ر‬ْ‫خ‬‫ه‬‫أ‬ُِ‫ااس‬‫ن‬‫ل‬ِ‫ل‬َُ‫ن‬‫و‬‫ه‬‫ر‬‫ه‬‫ْم‬‫أ‬َ‫ت‬ُِ‫وف‬‫ه‬‫ر‬ْ‫ع‬َ‫ْم‬‫ل‬‫ا‬ِ‫ب‬َُ‫ن‬ْ‫و‬َ‫ه‬ْ‫ن‬َ‫ت‬َ‫و‬ُِ‫ن‬َ‫ع‬ُِ‫ر‬َ‫ك‬‫ن‬‫ه‬‫ْم‬‫ل‬‫ا‬َُ‫ن‬‫و‬‫ه‬‫ن‬ِ‫م‬ْ‫ؤ‬‫ه‬‫ت‬َ‫و‬ُِ‫و‬‫ا‬‫ل‬‫ال‬ِ‫ب‬ُْ‫و‬َ‫ل‬َ‫و‬َُ‫ن‬َ‫آم‬ُ‫ه‬‫ل‬ْ‫َى‬‫أ‬
ُِ‫اب‬َ‫ت‬ِ‫ْك‬‫ل‬‫ا‬َُ‫ن‬‫ا‬َ‫ك‬َ‫ل‬‫ا‬ً‫ر‬ْ‫ي‬َ‫خ‬‫م‬‫ه‬‫ه‬‫ا‬‫ل‬ُ‫ه‬‫م‬‫ه‬‫ه‬ْ‫ن‬ِّ‫م‬َُ‫ن‬‫و‬‫ه‬‫ن‬ِ‫م‬ْ‫ؤ‬‫ه‬‫ْم‬‫ل‬‫ا‬ُ‫ه‬‫ى‬‫ه‬‫ر‬َ‫ث‬ْ‫ك‬َ‫أ‬َ‫و‬ُ‫ه‬‫م‬َُ‫ن‬‫و‬‫ه‬‫ق‬ِ‫اس‬َ‫ف‬ْ‫ل‬‫ا‬
“พวกเจ้าเป็นประชาชาติอันประเสริฐสุดแล้วที่ถูกทาให้ปรากฏแก่มวลมนุษยชาติ อันเนื่องจาก
พวกเจ้าส่งเสริมการทาความดี และช่วยกันยับยั้งความชั่ว โดยพวกเจ้าต่างศรัทธาต่ออัลลอฮฺ...”
ดังนั้น หากวันนี้ มุสลิมเราต้องการความเข้มแข็งเพื่อที่จะไม่เป็นเหยื่อความอธรรมของใคร และ
สามารถช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อ่อนแอทั้งหลายได้ เราจะต้องฟื้นฟูความแข็งแกร่งของเรากลับมา ผ่านกระบวนการ
สาคัญทั้งสองอย่างนี้ ُ(‫آمنوا‬ُُ‫وعملوا‬ُُ‫الصالحات‬ُ) หาไม่แล้ว นอกจากเราจะไม่สามารถช่วยเหลือใครได้ เรายัง
จะตกเป็นเหยื่อของการกดขี่ ทาลาย และการบีบคั้นต่าง ๆ จนอาจไม่เหลือความดีใด ๆ ไว้อีกด้วย
ُ‫ه‬‫ل‬ْ‫و‬‫ه‬‫َق‬‫أ‬ُْ‫ي‬ِ‫ل‬ْ‫و‬َ‫ق‬‫ا‬َ‫ذ‬َ‫ى‬َُ‫الل‬‫ه‬‫ر‬ِ‫ف‬ْ‫غ‬َ‫ت‬ْ‫َس‬‫أ‬َ‫و‬َُ‫م‬ْ‫ي‬ِ‫ظ‬َ‫ْع‬‫ل‬‫ا‬ُْ‫ي‬ِ‫ل‬ُْ‫م‬‫ه‬‫ك‬َ‫ل‬َ‫و‬َُ‫ن‬ْ‫ي‬ِ‫م‬ِ‫ل‬ْ‫س‬‫ه‬‫ْم‬‫ل‬‫ا‬ِ‫ر‬ِ‫ائ‬َ‫س‬ِ‫ل‬َ‫و‬ُِ‫ات‬َ‫م‬ِ‫ل‬ْ‫س‬‫ه‬‫ْم‬‫ل‬‫ا‬َ‫و‬َُ‫ن‬ْ‫ي‬ِ‫ن‬ِ‫م‬ْ‫ؤ‬‫ه‬‫ْم‬‫ل‬‫ا‬َ‫و‬ُُِ‫ات‬َ‫ن‬ِ‫م‬ْ‫ؤ‬‫ه‬‫ْم‬‫ل‬‫ا‬َ‫و‬
ُ‫ه‬‫ه‬ْ‫و‬‫ه‬‫ر‬ِ‫ف‬ْ‫غ‬َ‫ت‬ْ‫اس‬َ‫ف‬ُ‫ه‬‫و‬‫ا‬‫ن‬‫ا‬ ِِ‫و‬‫ه‬‫ى‬‫ر‬ْ‫و‬‫ه‬‫ف‬َ‫غ‬ْ‫ل‬‫ا‬ َُِ‫ه‬‫م‬ْ‫ي‬ِ‫ح‬‫ا‬‫ر‬‫ال‬ ‫ه‬ِ

คุฏบะฮฺ อีดิลฟิฏริ ฮ.ศ. 1436

  • 1.
    คุฏบะฮฺ อีดิลฟิฏริ ฮ.ศ.1436 โดย... ฝ่ายวิชาการและการศึกษา คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ความเข้มแข็งของมุสลิมจะนาความร่มเย็นสู่สังคม ُ‫ه‬‫الل‬‫ر‬َ‫ب‬ْ‫َك‬‫أ‬(9)ُ‫ه‬‫الل‬ُ‫ه‬‫ر‬َ‫ب‬ْ‫َك‬‫أ‬َُُُ‫ك‬‫ا‬ً‫ر‬ْ‫ي‬ِ‫ب‬.ُِ‫لل‬‫ه‬‫د‬ْ‫م‬َ‫لح‬ْ‫ا‬َ‫و‬ًُ‫ر‬ْ‫ي‬ِ‫ث‬َ‫ك‬‫ا‬.َُ‫ن‬‫ا‬َ‫ح‬ْ‫ب‬‫ه‬‫س‬َ‫و‬ُِ‫الل‬ًُ‫ة‬َ‫ر‬ْ‫ك‬‫ه‬‫ب‬ًُ‫ل‬ْ‫ي‬ِ‫َص‬‫أ‬َ‫و‬.َُ‫ن‬‫ا‬َ‫ح‬ْ‫ب‬‫ه‬‫س‬ُِ‫الل‬ ُِ‫لل‬‫ه‬‫د‬ْ‫م‬َ‫لح‬ْ‫ا‬َ‫و‬َُ‫لو‬ِ‫إ‬َ‫ال‬َ‫و‬ُ‫ا‬‫ال‬‫إ‬ُ‫ه‬‫الل‬.ُ‫ه‬‫الل‬َ‫و‬ُِ‫لل‬َ‫و‬‫ه‬‫ر‬َ‫ب‬ْ‫ك‬َ‫أ‬ُ‫ه‬‫د‬ْ‫م‬َ‫ْح‬‫ل‬‫ا‬.ُِ‫لل‬‫ه‬‫د‬ْ‫م‬َ‫ْح‬‫ل‬َ‫ا‬ُْ‫ي‬ِّ‫ل‬َ‫ج‬َ‫ت‬‫ه‬‫ْم‬‫ل‬‫ا‬ُِ‫و‬ِ‫ت‬َ‫م‬ْ‫ح‬َ‫ر‬ِ‫ب‬‫ى‬َ‫ل‬َ‫ع‬ُْ‫ه‬ِ‫اد‬َ‫ب‬ِ‫ع‬،ُِ‫ب‬ْ‫ي‬ِ‫ر‬َ‫ق‬ْ‫ل‬َ‫ا‬ُْ‫ن‬ِ‫م‬ ُِ‫ل‬ْ‫َى‬‫أ‬ُِ‫و‬ِ‫بت‬َ‫ح‬َ‫م‬ُِ‫ه‬ِ‫اد‬َ‫د‬ِ‫و‬َ‫و‬،ُِ‫ام‬َ‫ق‬ْ‫ل‬َ‫ا‬ُِ‫ع‬ُْ‫ن‬َ‫م‬َُ‫ام‬َ‫ى‬ُْ‫ي‬ِ‫ف‬ُِ‫ان‬َ‫د‬ْ‫ي‬َ‫م‬ُِ‫ه‬ِّ‫و‬‫ه‬‫ت‬‫ه‬‫ع‬ُْ‫ه‬ِ‫اد‬َ‫ن‬ِ‫ع‬َ‫و‬،ُِ‫د‬ْ‫ي‬ِ‫ع‬‫ه‬‫ْم‬‫ل‬َ‫ا‬ُِ‫ر‬ْ‫و‬‫ه‬‫ر‬ُّ‫الس‬‫ى‬َ‫ل‬َ‫ع‬ُِ‫ل‬ْ‫َى‬‫أ‬ُِ‫ان‬َ‫م‬ْ‫ي‬ِ‫ال‬ْ‫ا‬ ُِ‫م‬َ‫ل‬ْ‫س‬ِ‫ال‬ْ‫ا‬َ‫و‬،ُ‫ه‬‫د‬َ‫ه‬ْ‫ش‬َ‫أ‬َ‫و‬ُْ‫َن‬‫أ‬َُ‫و‬َ‫ل‬ِ‫إ‬َ‫ال‬ُ‫ا‬‫ال‬ِ‫إ‬ُ‫ه‬‫الل‬ُ‫ه‬‫ر‬ِ‫ف‬ْ‫غ‬َ‫ي‬َُ‫ب‬ْ‫و‬‫ه‬‫ن‬ُّ‫الذ‬‫ى‬َ‫ط‬ْ‫ع‬‫ه‬‫ي‬َ‫و‬ُ‫ا‬‫ل‬‫ه‬‫ك‬ُ‫ل‬ِ‫ائ‬َ‫س‬ُْ‫َل‬‫أ‬َ‫اس‬َ‫م‬،ُ‫ه‬‫د‬َ‫ه‬ْ‫ش‬َ‫أ‬َ‫و‬ُ‫ا‬‫ن‬َ‫أ‬‫ا‬َ‫ن‬َ‫د‬ِّ‫ي‬َ‫س‬ ًُ‫د‬‫ا‬‫م‬َ‫ح‬‫ه‬‫م‬‫ا‬ُ‫ه‬‫ل‬ْ‫و‬‫ه‬‫س‬َ‫ر‬ُِ‫الل‬َُ‫ب‬ِ‫غ‬َ‫ر‬‫ي‬ِ‫ف‬ُِ‫ة‬َ‫اع‬‫ا‬‫ط‬‫ال‬َُ‫ر‬‫ا‬‫ذ‬َ‫ح‬َ‫و‬َُ‫ن‬ِ‫م‬ُْ‫ل‬َ‫س‬َ‫ك‬ْ‫ل‬‫ا‬.ُ‫ا‬‫م‬‫ه‬‫ه‬‫ا‬‫ل‬‫ل‬َ‫ا‬ُِّ‫ل‬َ‫ص‬ُْ‫م‬ِّ‫ل‬َ‫س‬َ‫و‬َُ‫لى‬َ‫ع‬‫ا‬َ‫ن‬ِ‫د‬ِّ‫ي‬َ‫س‬ُ‫د‬‫ا‬‫م‬َ‫ح‬‫ه‬‫م‬ُِ‫ب‬ِّ‫ي‬َ‫ط‬ ُِ‫ب‬ْ‫و‬‫ه‬‫ل‬‫ه‬‫ق‬ْ‫ل‬‫ا‬ُْ‫ل‬َ‫ل‬ِ‫ْع‬‫ل‬‫ا‬َ‫و‬،َُ‫لى‬َ‫ع‬َ‫و‬ُِ‫و‬ِ‫آل‬ُِ‫و‬ِ‫ب‬‫ا‬َ‫ح‬ْ‫َص‬‫أ‬َ‫و‬َُ‫ن‬ْ‫ي‬ِ‫ص‬ِ‫ل‬ْ‫خ‬‫ه‬‫ْم‬‫ل‬‫ا‬ُِ‫لل‬‫ي‬ِ‫ف‬ُِ‫ام‬َ‫ي‬ِّ‫الص‬ُِ‫ام‬َ‫ي‬ِ‫ْق‬‫ل‬‫ا‬َ‫و‬،‫ا‬‫ا‬‫م‬َ‫أ‬ُ‫ه‬‫د‬ْ‫ع‬َ‫ب‬:‫ي‬َ‫ف‬َُ‫ا‬ُِ‫الل‬َ‫اد‬َ‫ب‬ِ‫ع‬ ُْ‫م‬‫ه‬‫ك‬ْ‫ي‬ِ‫ص‬ْ‫هو‬‫أ‬ُْ‫ي‬ِ‫س‬ْ‫ف‬َ‫ن‬َ‫و‬ًُ‫ال‬‫ا‬‫َو‬‫أ‬‫ى‬َ‫و‬ْ‫ق‬َ‫ت‬ِ‫ب‬ُِ‫الل‬ُْ‫و‬ِ‫ت‬َ‫اع‬َ‫ط‬َ‫و‬،ُْ‫د‬َ‫ق‬َ‫و‬َُ‫ال‬َ‫ق‬ُ‫ه‬‫الل‬َُ‫الى‬َ‫ع‬َ‫ت‬ُْ‫ي‬ِ‫ف‬ُِ‫و‬ِ‫ب‬‫ا‬َ‫ت‬ِ‫ك‬{ُُّ‫ل‬‫ه‬‫ك‬ُْ‫ن‬َ‫م‬‫ا‬َ‫ه‬ْ‫ي‬َ‫ل‬َ‫ع‬ُ‫ان‬َ‫ف‬‫ى‬َ‫ق‬ْ‫ب‬َ‫ي‬َ‫و‬ ُ‫ه‬‫و‬ْ‫ج‬َ‫و‬َُ‫ك‬ِّ‫ب‬َ‫ر‬‫وا‬‫ه‬‫ذ‬ُِ‫ل‬َ‫ل‬َ‫الج‬ُِ‫ام‬َ‫ر‬ْ‫ك‬ِ‫ال‬ْ‫ا‬َ‫و‬} ُ‫ه‬‫الل‬ُ‫ه‬‫ر‬َ‫ب‬ْ‫ك‬َ‫ا‬ُ‫ه‬‫الل‬ُ‫ه‬‫ر‬َ‫ب‬ْ‫ك‬َ‫ا‬ُ‫ه‬‫الل‬ُ‫ه‬‫ر‬َ‫ب‬ْ‫ك‬َ‫ا‬ُِ‫لل‬َ‫و‬ُ‫ه‬‫د‬ْ‫م‬َ‫لح‬ْ‫ا‬. ความสงบร่มเย็น เป็นสิ่งที่ผู้คนในทุกสังคมปรารถนา แต่กระนั้นก็ใช่ว่าทุกสังคมจะบรรลุสู่ความร่มเย็น ได้ สถานการณ์ของสังคมโลกทุกวันนี้ บ่งชี้ว่าความร่มเย็นกาลังหดหายไปจากผู้คน แต่ความทุกข์ยากเดือดร้อน จากสงครามและการเข่นฆ่า การเอาเปรียบแย่งชิง ความร่อยหรอของทรัพยากร และความวิปริตแปรปรวนของ ดินฟ้าอากาศ กลับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เป็นสิ่งบ่งชี้ว่ามีความผิดพลาดใหญ่หลวงบางอย่าง ในการดารงชีวิตของผู้คน จึงทาให้ไม่สามารถสร้างความสงบร่มเย็นได้ แม้ใครต่อใครจะปรารถนาก็ตาม ถามว่า ความผิดพลาดดังกล่าว คืออะไร? ตอบได้ว่า เพราะมนุษย์มิได้เดินไปบนเส้นทางที่นาสู่ความร่มเย็น แต่กลับเลือกที่จะก้าวไปบนเส้นทางที่ นาสู่ความรุ่มร้อนแทน มนุษย์คิดว่าตนเองมีความสามารถที่จะบรรลุสู่ความปรารถนาของตนได้ โดยมิพักต้อง พึ่งพิงอัลลอฮฺพระผู้เป็นเจ้า พวกเขาปฏิเสธพระองค์ และกาหนดกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ขึ้นเองโดยขัดแย้งสวนทางกับ คาสอนของพระองค์ (ฎอฮา : 124) ‫مى‬ْ‫ع‬َ‫أ‬ُِ‫ة‬َ‫يام‬ِ‫ْق‬‫ل‬‫ُا‬َ‫م‬ْ‫و‬َ‫ُي‬‫ه‬‫ه‬‫ه‬‫ر‬‫ه‬‫ش‬ْ‫ح‬َ‫ن‬َ‫اُو‬ً‫ك‬ْ‫ن‬َ‫ُض‬ً‫ة‬َ‫ش‬‫ي‬ِ‫ع‬َ‫ُم‬‫ه‬‫و‬َ‫ل‬ُ‫ا‬‫ن‬ِ‫إ‬َ‫ف‬ُ‫ي‬ِ‫ر‬ْ‫ك‬ِ‫ُذ‬ْ‫ن‬َ‫ُع‬َ‫ض‬َ‫ر‬ْ‫ع‬َ‫أ‬ُْ‫ن‬َ‫م‬َ‫و‬ُ “ผู้ใดหันห่างจากการระลึกถึงข้า เขาจะใช้ชีวิตในวังวนอันคับแคบ และข้าจะฟื้นชีพเขาอีกครั้งใน วันแห่งการพิพากษาในสภาพคนตาบอด” น่าเศร้ากว่านั้นก็คือ มุสลิมจานวนมากเช่นกันที่อ้างว่านับถืออัลลอฮฺ แต่กลับเดินตามแนวทางของผู้ ปฏิเสธอัลลอฮฺ ที่เป็นผู้ปกครองก็มิได้ปกครองตามบัญญัติแห่งอัลลอฮฺ ที่เป็นประชาชนก็ดิ้นรนขวนขวาย แสวงหาลาภยศจนลืมอาคิรอฮฺ นามาซึ่งภาวะความอ่อนแอ ความแตกแยก การทาลายล้าง และความ ระส่าระสาย ไม่ต่างกับผู้ปฏิเสธ เช่นกัน (อัลบะกอรอฮฺ : 145) ُْ‫ل‬‫ُا‬َ‫ن‬ِ‫ُم‬ َ‫ك‬َ‫اء‬َ‫اُج‬َ‫ُم‬ِ‫د‬ْ‫ع‬َ‫نُب‬ِّ‫مُم‬‫ه‬‫ى‬َ‫اء‬َ‫و‬ْ‫َى‬‫أ‬َُ‫ت‬ْ‫ع‬َ‫ب‬‫ا‬‫ُات‬ِ‫ن‬ِ‫ئ‬َ‫ل‬َ‫و‬َُ‫ين‬ِ‫م‬ِ‫ال‬‫ا‬‫ظ‬‫ُال‬َ‫ن‬ِ‫م‬‫ا‬‫ل‬ُ‫ا‬ً‫ذ‬ِ‫إ‬ُ َ‫ك‬‫ا‬‫ن‬ِ‫إ‬ُُِ‫ْم‬‫ل‬ِ‫ع‬
  • 2.
    2 “แน่แท้ แม้นหากเจ้าคล้อยตามอารมณ์ของพวกเขา หลังจากที่เจ้าได้รับความรู้ต่างๆ (จากองค์ พระผู้เป็นเจ้า) แล้ว เจ้าก็ย่อมเป็นหนึ่งในผู้อธรรมทั้งหลาย” ความอ่อนแอของสังคมมุสลิม เป็นปัจจัยสาคัญที่ทาให้โลกระส่าระสาย เพราะแท้จริงมุสลิมคือผู้ต้องทา หน้าที่สร้างความสงบร่มเย็นในสังคม ผ่านการใช้ทางนาจากอัลลอฮฺในทุก ๆ มิติ ครั้นเมื่อมุสลิมหันหลังให้ทาง นา หรือนามาใช้เพียงบางส่วนเสี้ยวของชีวิต ก็ย่อมประสบปัญหาไม่ต่างจากสังคมของผู้ปฏิเสธ อ่อนแอ เช่นเดียวกับผู้ปฏิเสธหรืออ่อนแอมากกว่านั้น ในที่สุดก็ไม่มีใครทาหน้าที่ช่วยเหลือสังคมมนุษย์ให้รอดพ้นจาก บ่วงแห่งวิกฤติได้ แต่กลายเป็นสังคมที่ต้องรอรับความช่วยเหลือจากผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา จึงมีความจาเป็นที่เราในฐานะมุสลิม จะต้องก้าวออกจากบ่วงแห่งฟิตนะฮฺให้ได้ เพื่อทาหน้าที่เป็น แบบอย่างอันดีแก่มนุษย์ชาติ ในการสร้างความสงบร่มเย็น และความสาเร็จทั้งในโลกนี้และโลกหน้า สมดังที่ อัลลอฮฺทรงให้เราทาหน้าที่เป็นเมตตาธรรมแก่เพื่อนมนุษย์ ดังในซูเราะฮฺ อัลอัมบิยาอฺ : 107 ‫ا‬َ‫م‬َ‫و‬َُ‫اك‬َ‫ْن‬‫ل‬َ‫س‬ْ‫َر‬‫أ‬ُ‫ا‬‫ال‬ِ‫إ‬ًُ‫ة‬َ‫م‬ْ‫ح‬َ‫ر‬َُ‫ين‬ِ‫م‬َ‫ل‬‫ا‬َ‫ْع‬‫ل‬ِ‫ل‬ُ “เรามิได้ส่งเจ้ามาเพื่อเป็นอะไร นอกจากเป็นเมตตาธรรมแก่สากลโลก” เป็นเมตตาธรรมแก่สากลโลก เป็นได้อย่างไร? มีหนทางเดียว คือ การกลับสู่แนวทางที่อัลลอฮฺกาหนด และดาเนินชีวิตตามแบบฉบับแห่งศาสนทูต ของพระองค์นบีมุหัมมัด (ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม) ซึ่งหากจะประมวลแนวทางดังกล่าว ก็อาจสรุป เป็น 2 แนวทางใหญ่ ๆ คือ 1. การศรัทธาต่ออัลลอฮฺอย่างเต็มเปี่ยม (‫)آمنوا‬ 2. การลงมือปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ อันแสดงออกถึงความศรัทธานั้น ( ‫عملوا‬ُ‫الصالحات‬ ) ทั้งนี้เป็นไปตามพระดารัสแห่งอัลลอฮฺ (ซูเราะฮฺ อันนูร: 55) ُ َُ‫د‬َ‫ع‬َ‫و‬ُ‫ه‬‫و‬‫ا‬‫ل‬‫ال‬َُ‫ين‬ِ‫ذ‬‫ا‬‫ل‬‫ا‬‫وا‬‫ه‬‫ن‬َ‫آم‬ُْ‫م‬‫ه‬‫ك‬ْ‫ن‬ِ‫م‬‫وا‬‫ه‬‫ل‬ِ‫م‬َ‫ع‬َ‫و‬ُِ‫ات‬َ‫ح‬ِ‫ال‬‫ا‬‫ص‬‫ال‬ُْ‫م‬‫ه‬‫اه‬‫ن‬َ‫ف‬ِ‫ل‬ْ‫خ‬َ‫ت‬ْ‫س‬َ‫ي‬َ‫ل‬‫ي‬ِ‫ف‬ُِ‫ض‬ْ‫َر‬ْ‫اْل‬‫ا‬َ‫م‬َ‫ك‬َُ‫ف‬َ‫ل‬ْ‫خ‬َ‫ت‬ْ‫اس‬َُ‫ين‬ِ‫ذ‬‫ا‬‫ل‬‫ا‬ ُْ‫ن‬ِ‫م‬ُْ‫م‬ِ‫ه‬ِ‫ل‬ْ‫ب‬َ‫ق‬ُ‫ا‬‫ن‬َ‫ن‬ِّ‫ك‬َ‫م‬‫ه‬‫ي‬َ‫ل‬َ‫و‬ُْ‫م‬‫ه‬‫ه‬َ‫ل‬ُ‫ه‬‫م‬‫ه‬‫ه‬َ‫ين‬ِ‫د‬‫ي‬ِ‫ذ‬‫ا‬‫ل‬‫ا‬ُ‫ى‬َ‫ض‬َ‫ت‬ْ‫ار‬ُْ‫م‬‫ه‬‫ه‬َ‫ل‬ُ ُُِْ‫م‬‫ه‬‫اه‬‫ن‬َ‫ل‬ِّ‫د‬َ‫ب‬‫ه‬‫ي‬َ‫ل‬َ‫و‬ُْ‫ن‬ُِ‫د‬ْ‫ع‬َ‫ب‬ُْ‫م‬ِ‫ه‬ِ‫ف‬ْ‫و‬َ‫خ‬‫ا‬ً‫ن‬ْ‫َم‬‫أ‬ۚ‫ي‬ِ‫ن‬َ‫ن‬‫و‬‫ه‬‫د‬‫ه‬‫ب‬ْ‫ع‬َ‫ي‬َُ‫ال‬ُ‫ه‬‫ي‬َُ‫ن‬‫و‬‫ه‬‫ك‬ِ‫ر‬ْ‫ش‬‫ي‬ِ‫ب‬‫ا‬ً‫ئ‬ْ‫ي‬َ‫ش‬ُُْۚ‫ن‬َ‫م‬َ‫و‬َُ‫ر‬َ‫ف‬َ‫ك‬ُ‫ه‬‫م‬‫ه‬‫ُى‬ َ‫ك‬ِ‫ئ‬َ‫ل‬‫هو‬‫أ‬َ‫ف‬ُ َ‫ك‬ِ‫ل‬َ‫ذ‬َُ‫د‬ْ‫ع‬َ‫ب‬ َُ‫ن‬‫و‬‫ه‬‫ق‬ِ‫اس‬َ‫ف‬ْ‫ل‬‫ا‬ “อัลลอฮฺทรงสัญญาไว้แก่ผู้ศรัทธาต่อพระองค์ และประพฤติปฏิบัติสิ่งดี ๆ ทั้งหลายว่า จะทรงให้ พวกเขาปกครองแผ่นดินเหมือนที่เคยทรงให้บรรดาคนก่อน ๆ ได้ปกครองมาแล้ว อีกทั้งจะทรงให้พวกเขา สามารถดาเนินชีวิตตามหลักศาสนาที่พระองค์ทรงพอพระทัย และจะทรงเปลี่ยนสภาวะที่พวกเขาอยู่กับ ความหวาดกลัว เป็นความมั่นคงปลอดภัยแทน พวกเขาสักการะต่อข้า โดยไม่ตั้งภาคีใด ๆ ต่อข้าเลย หลัก จากนั้นหากมีใครปฏิเสธข้า พวกเขาย่อมเป็นผู้ฝุาฝืน” ความศรัทธา ความศรัทธาที่แท้ต้องมาจากตื่นรู้และความเข้าใจ มิใช่ความศรัทธาที่มาจากการลอกเลียนแบบ มุสลิม จึงต้องเป็นผู้ใช้สติปัญญาเพื่อการศึกษา พินิจพิจารณาสรรพสิ่งต่าง ๆ เพื่อให้เข้าถึงการศรัทธาต่ออัลลอฮฺ อย่าง แท้จริง และจะต้องไม่เป็นมุสลิมเพียงเพราะสืบสายเลือดมาจากบิดามารดาที่เป็นมุสลิมเท่านั้น เนื่องจากการมี ชีวิตโดยไร้ศรัทธา หรือมีศรัทธาที่บางเบาฉาบฉวย จะทาให้ชีวิตเปรียบดังต้นไม้ที่ไร้รากแก้ว (ฮิบรอฮีม : 26)
  • 3.
    3 ُ‫ه‬‫ل‬َ‫ث‬َ‫م‬َ‫و‬ُ‫ة‬َ‫م‬ِ‫ل‬َ‫ك‬ُ‫ة‬َ‫يث‬ِ‫ب‬َ‫خ‬ُ‫ة‬َ‫ر‬َ‫ج‬َ‫ش‬َ‫ك‬ُ‫ة‬َ‫يث‬ِ‫ب‬َ‫خ‬ُْ‫ات‬‫ث‬‫ه‬‫ت‬ْ‫اج‬‫ن‬ِ‫م‬ُِ‫ق‬ْ‫و‬َ‫ف‬ُِ‫ض‬ْ‫َر‬ْ‫اْل‬‫ا‬َ‫م‬‫ا‬َ‫ه‬َ‫ل‬‫ن‬ِ‫م‬ُ‫ار‬َ‫ر‬َ‫ق‬ “คติเลว ๆ ก็เหมือนต้นไม้เลวๆ ซึ่งถูกถอนรากถอนโคนโดยง่าย และไร้ซึ่งความมั่นคง” สิ่งที่เราท่านทั้งหลายไม่อาจปฏิเสธได้ในวันนี้ คือ มุสลิมจานวนมากเป็นมุสลิมอยู่เฉพาะเปลือกนอก ขณะที่จิตใจถูกกระชากความศรัทธาออกไป จนมีชีวิตอยู่โดยไม่คิดสร้างความดีอะไรเพื่ออัลลอฮฺ แต่อยู่ไปเพื่อ แสวงหาความสุขบนโลกเท่านั้น ที่สุดจึงนาไปสู่การยื้อแย่งแข่งขัน และทาลายล้างกันไม่ต่างจากผู้ปฏิเสธ การประกอบกิจที่ดี สิ่งที่จะต้องอยู่คู่กับความศรัทธาอันหนักแน่น คือ การประกอบกิจการงานที่ดี ( ‫ا‬‫و‬‫عمل‬‫الصاحلات‬ ) อย่าง ต่อเนื่อง ซึ่งในยามวิกฤติเช่นปัจจุบัน กิจการที่จาเป็นต้องฟื้นฟูขึ้นอย่างเร่งด่วนในสังคมมุสลิม มีหลายหลาย ประการ อาทิ การสร้างญะมาอะฮฺที่มีความเป็นปึกแผ่น แทนความแตกแยกขัดแย้งดังที่เป็นอยู่ ทั้งนี้เพราะความแตกแยกขัดแย้งคือบ่อเกิดของความอ่อนแอใน ทุก ๆ สังคม” ดังคาเตือนจากอัลลอฮฺในซูเราะฮฺอัล อันฟาล : 46 ‫وا‬‫ه‬‫يع‬ِ‫َط‬‫أ‬َ‫و‬َُ‫و‬‫ا‬‫ل‬‫ال‬ُ‫ه‬‫و‬َ‫ل‬‫و‬‫ه‬‫س‬َ‫ر‬َ‫و‬َُ‫ال‬َ‫و‬‫وا‬‫ه‬‫ع‬َ‫از‬َ‫ن‬َ‫ت‬‫وا‬‫ه‬‫ل‬َ‫ش‬ْ‫ف‬َ‫ت‬َ‫ف‬َُ‫ب‬َ‫ى‬ْ‫ذ‬َ‫ت‬َ‫و‬ُْ‫م‬‫ه‬‫ك‬‫ه‬‫يح‬ِ‫ر‬ۚ‫وا‬‫ه‬‫ر‬ِ‫ب‬ْ‫اص‬َ‫و‬ُُۚ‫ا‬‫ن‬ِ‫إ‬َُ‫و‬‫ا‬‫ل‬‫ال‬َُ‫ين‬ِ‫ر‬ِ‫ب‬‫ا‬‫ا‬‫ص‬‫ُال‬َ‫ع‬َ‫م‬ “จงภักดีต่ออัลลอฮฺและศาสนทูตของพระองค์เถิด และอย่าได้ทะเลาะเบาะแว้งกัน เพราะจะทาให้ พวกเจ้าล้มเหลว และความเข้มแข็งจะหายไป จงอดทนเถิด แท้จริงอัลลอฮฺทรงอยู่กับผู้อดทน” เพื่อให้เกิดความเป็นญะมาอะฮฺอย่างแท้จริง มุสลิมจาเป็นต้องเคารพเชื่อฟังต่อผู้นาของตน ในทุกเรื่อง ที่ไม่ใช่การทรยศเนรคุณต่ออัลลอฮฺพระผู้เป็นเจ้า และไม่นาประเด็นปัญหาปลีกย่อยทางศาสนา มาเป็นชนวน สร้างความแตกแยกในสังคม ทั้งนี้เพราะความแตกต่างในประเด็นปลีกย่อยมีไว้เพื่อเป็นรอหฺมะฮฺ หาใช่ไว้ใช้ เสี้ยมให้เกิดความแตกแยกไม่ ท่านรอซู้ล(ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม) กล่าวไว้ว่า ‫عليكم‬ُ‫بالجماعة‬ُ‫وإياكم‬ُ‫والفرقة‬ُ‫فإن‬ُ‫الشيطان‬ُ‫مع‬ُ‫الواحد‬ُ‫وىو‬ُ‫م‬‫ن‬ُ‫االثنين‬ُ،‫أبعد‬ُ‫من‬ُ‫اد‬‫ر‬‫أ‬ُ‫بحبوحة‬ُ‫الجنة‬ُ ‫فليلزم‬ُ‫الجماعة‬ُُ(‫رواه‬ُ‫الترمدي‬ُ‫في‬ُ‫الفتن‬ُ6622ُ‫والحاكم‬ُ‫وصححو‬ُ‫على‬ُ‫شرط‬ُ‫الشيخين‬) “ท่านทั้งหลายจงยึดมั่นอยู่ในญะมาอะฮฺเถิด และจงระวังความแตกแยกให้หนัก แท้จริงซาตานจะ อยู่กับผู้แปลกแยกไปเพียงลาพัง มันจะห่างออกเมื่ออยู่ร่วมกันสองคน ผู้ใดประสงค์จะอยู่ ณ ใจกลางแห่ง สวรรค์ก็จงยึดมั่นในญะมาอะฮฺเถิด” การเป็นผู้ให้ ญะมาอะฮฺหนึ่งจะเข้มแข็งได้ นอกจากต้องเคารพเชื่อฟังผู้นาแล้ว คนในญะมาอะฮฺจะต้องรู้จักเป็นผู้ให้ และไม่เห็นแก่ตัวด้วย ความเห็นแก่ตัวทาให้ความสัมพันธ์ของคนในสังคมและแม้แต่ในครอบครัวเดียวกันเสื่อมทรามลง จึงไม่ ช่วยให้สังคมเข้มแข็งได้ ขณะที่การเป็นผู้ให้และความเสียสละจะช่วยให้ความสัมพันธ์แข็งแกร่งขึ้น และสังคม จะเข้มแข็งขึ้นด้วย ความสาเร็จจึงอยู่ที่เอาชนะความเห็นแก่ตัวให้ได้ ดังพระดารัสของอัลลอฮฺในซูรอฮฺ อัลฮัชร์: 9 ‫ن‬َ‫م‬َ‫و‬َُ‫ق‬‫و‬‫ه‬‫ي‬ُ‫ا‬‫ح‬‫ه‬‫ش‬ُِ‫و‬ِ‫س‬ْ‫ف‬َ‫ن‬َُ‫ك‬ِ‫ئ‬َ‫ل‬‫هو‬‫أ‬َ‫ف‬ُ‫ه‬‫م‬‫ه‬‫ى‬َُ‫ن‬‫و‬‫ه‬‫ح‬ِ‫ل‬ْ‫ف‬‫ه‬‫ْم‬‫ل‬‫ا‬ “ผู้ใดรักษาตนให้พ้นจากความตระหนี่เห็นแก่ตัวได้ พวกเขาก็คือ ผู้ได้รับความสาเร็จ” เป็นความสาเร็จที่ไม่ได้เกิดเฉพาะในโลกอาคิรอฮฺเท่านั้น แต่จะได้สัมผัสความสาเร็จในโลกนี้ด้วย เหมือนดังที่ชาวมุฮาญิรีนและอันศอร เคยประสบผลสาเร็จในการสร้างความแข็งแกร่งแก่นครมาดีนะฮฺมาก่อน
  • 4.
    4 ความมีจิตอาสา ในที่นี้ หมายถึง จิตอาสาในการส่งเสริมความดีและยับยั้งความชั่วเพราะสังคมที่ขาดคนต่อสู้ด้วย จิตอาสาเพื่ออัลลอฮฺ จะกลายเป็นสังคมต่างคนต่างอยู่ ตัวใครตัวมัน ซึ่งจะกลายเป็นช่องว่างกว้างใหญ่ให้ ความชั่วร้ายต่าง ๆ เข้ามาทาลายสังคมได้ โดยไร้ผู้ต่อต้านขัดขืน สังคมของประชาชาติก่อน ๆ จึงล่มสลายไปเพราะขาดคนจิตอาสานี้เอง ดังอัลลอฮฺทรงเตือนไว้ ในซูเราะฮฺฮูด : 116 َُ‫ن‬ِ‫ُم‬َ‫ن‬‫ا‬َ‫ك‬ُ‫ال‬ْ‫و‬َ‫ل‬َ‫ف‬ُُ‫ا‬َ‫ن‬ْ‫ي‬َ‫ج‬ْ‫ن‬َ‫أ‬ُْ‫ن‬‫ا‬‫م‬ِ‫يلُم‬ِ‫ل‬َ‫ق‬ُ‫ال‬ِ‫إ‬ُ ِ‫ض‬ْ‫َر‬‫ْل‬‫يُا‬ِ‫ُف‬ِ‫اد‬َ‫س‬َ‫ف‬ْ‫ل‬‫ُا‬ِ‫ن‬َ‫ُع‬َ‫ن‬ْ‫و‬َ‫ه‬ْ‫ن‬َ‫ُي‬‫ة‬‫ا‬‫ي‬ِ‫ق‬َ‫وُب‬‫ه‬‫ل‬‫هو‬‫أ‬ُْ‫م‬‫ه‬‫ك‬ِ‫ل‬ْ‫ب‬َ‫ُق‬ْ‫ن‬ِ‫ُم‬ِ‫ون‬‫ه‬‫ر‬‫ه‬‫ق‬ْ‫ل‬‫ا‬ َُ‫ين‬ِ‫م‬ِ‫ر‬ْ‫ج‬‫ه‬‫واُم‬‫ه‬‫ن‬‫ا‬َ‫ك‬َ‫ُو‬ِ‫يو‬ِ‫واُف‬‫ه‬‫ف‬ِ‫ر‬ْ‫ت‬‫ه‬‫أ‬ُ‫ا‬َ‫واُم‬‫ه‬‫م‬َ‫ل‬َ‫ظ‬َُ‫ين‬ِ‫ذ‬‫ا‬‫ل‬‫ُا‬َ‫ع‬َ‫ب‬‫ا‬‫ات‬َ‫ُو‬ْ‫م‬‫ه‬‫ه‬ْ‫ن‬ِ‫م‬ “ควรอย่างยิ่งที่ประชาชาติต่าง ๆ ก่อนหน้าพวกเจ้า จะมีผู้ทรงปัญญาที่คอยยับยั้งห้ามปรามมิให้ เกิดความเสื่อมทรามในแผ่นดิน แต่กลับไม่มี ยกเว้นบุคคลจานวนน้อย ซึ่งเราได้ช่วยให้พวกเขาเอาตัวรอด ได้ ส่วนบรรดาผู้อธรรมทั้งหลายนั้นมักเดินตามอารมณ์ที่ถูกปรนเปรอ และพวกเขาก็กลายเป็นอาชญากร” อายะฮฺนี้บอกเราว่า สาเหตุสาคัญที่ทาให้อัลลอฮฺทรงลงโทษประชาชาติหนึ่ง ๆ คือ การที่ผู้คนเอาแต่ ความสุขสบายส่วนตน ปรนเปรอชีวิตด้วยความบันเทิงเริงรมย์ต่าง ๆ ตามอารมณ์ปรารถนา จนเกิดความ เลวร้ายทั่วไป ครั้นเกิดความเลวร้ายเช่นนั้นแล้ว ก็หามีใครออกมายับยั้งห้ามปรามไม่ เพราะถือว่ามิใช่กิจของตน จนเป็นเหตุให้เกิดหายนะในที่สุด ในทางตรงกันข้าม หากเรามีจิตอาสาที่จะช่วยเหลือสังคมจริง โดยการร่วมในกิจกรรมความดี และ ช่วยกันยับยั้งความชั่วตามกาลังความสามารถ อัลลอฮฺก็จะทรงประทานความแข็งแกร่งให้ และสังคมนั้นก็จะ กลายเป็นแม่แบบของสังคมเข้มแข็งอย่างแท้จริง ดังปรากฏคายกย่องอัลลอฮฺในซูรอฮฺ อาลฮิมรอน : 110 ُْ‫م‬‫ه‬‫نت‬‫ه‬‫ك‬َُ‫ر‬ْ‫ي‬َ‫خ‬ُ‫ة‬‫ا‬‫م‬‫ه‬‫أ‬ُْ‫ت‬َ‫ج‬ِ‫ر‬ْ‫خ‬‫ه‬‫أ‬ُِ‫ااس‬‫ن‬‫ل‬ِ‫ل‬َُ‫ن‬‫و‬‫ه‬‫ر‬‫ه‬‫ْم‬‫أ‬َ‫ت‬ُِ‫وف‬‫ه‬‫ر‬ْ‫ع‬َ‫ْم‬‫ل‬‫ا‬ِ‫ب‬َُ‫ن‬ْ‫و‬َ‫ه‬ْ‫ن‬َ‫ت‬َ‫و‬ُِ‫ن‬َ‫ع‬ُِ‫ر‬َ‫ك‬‫ن‬‫ه‬‫ْم‬‫ل‬‫ا‬َُ‫ن‬‫و‬‫ه‬‫ن‬ِ‫م‬ْ‫ؤ‬‫ه‬‫ت‬َ‫و‬ُِ‫و‬‫ا‬‫ل‬‫ال‬ِ‫ب‬ُْ‫و‬َ‫ل‬َ‫و‬َُ‫ن‬َ‫آم‬ُ‫ه‬‫ل‬ْ‫َى‬‫أ‬ ُِ‫اب‬َ‫ت‬ِ‫ْك‬‫ل‬‫ا‬َُ‫ن‬‫ا‬َ‫ك‬َ‫ل‬‫ا‬ً‫ر‬ْ‫ي‬َ‫خ‬‫م‬‫ه‬‫ه‬‫ا‬‫ل‬ُ‫ه‬‫م‬‫ه‬‫ه‬ْ‫ن‬ِّ‫م‬َُ‫ن‬‫و‬‫ه‬‫ن‬ِ‫م‬ْ‫ؤ‬‫ه‬‫ْم‬‫ل‬‫ا‬ُ‫ه‬‫ى‬‫ه‬‫ر‬َ‫ث‬ْ‫ك‬َ‫أ‬َ‫و‬ُ‫ه‬‫م‬َُ‫ن‬‫و‬‫ه‬‫ق‬ِ‫اس‬َ‫ف‬ْ‫ل‬‫ا‬ “พวกเจ้าเป็นประชาชาติอันประเสริฐสุดแล้วที่ถูกทาให้ปรากฏแก่มวลมนุษยชาติ อันเนื่องจาก พวกเจ้าส่งเสริมการทาความดี และช่วยกันยับยั้งความชั่ว โดยพวกเจ้าต่างศรัทธาต่ออัลลอฮฺ...” ดังนั้น หากวันนี้ มุสลิมเราต้องการความเข้มแข็งเพื่อที่จะไม่เป็นเหยื่อความอธรรมของใคร และ สามารถช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อ่อนแอทั้งหลายได้ เราจะต้องฟื้นฟูความแข็งแกร่งของเรากลับมา ผ่านกระบวนการ สาคัญทั้งสองอย่างนี้ ُ(‫آمنوا‬ُُ‫وعملوا‬ُُ‫الصالحات‬ُ) หาไม่แล้ว นอกจากเราจะไม่สามารถช่วยเหลือใครได้ เรายัง จะตกเป็นเหยื่อของการกดขี่ ทาลาย และการบีบคั้นต่าง ๆ จนอาจไม่เหลือความดีใด ๆ ไว้อีกด้วย ُ‫ه‬‫ل‬ْ‫و‬‫ه‬‫َق‬‫أ‬ُْ‫ي‬ِ‫ل‬ْ‫و‬َ‫ق‬‫ا‬َ‫ذ‬َ‫ى‬َُ‫الل‬‫ه‬‫ر‬ِ‫ف‬ْ‫غ‬َ‫ت‬ْ‫َس‬‫أ‬َ‫و‬َُ‫م‬ْ‫ي‬ِ‫ظ‬َ‫ْع‬‫ل‬‫ا‬ُْ‫ي‬ِ‫ل‬ُْ‫م‬‫ه‬‫ك‬َ‫ل‬َ‫و‬َُ‫ن‬ْ‫ي‬ِ‫م‬ِ‫ل‬ْ‫س‬‫ه‬‫ْم‬‫ل‬‫ا‬ِ‫ر‬ِ‫ائ‬َ‫س‬ِ‫ل‬َ‫و‬ُِ‫ات‬َ‫م‬ِ‫ل‬ْ‫س‬‫ه‬‫ْم‬‫ل‬‫ا‬َ‫و‬َُ‫ن‬ْ‫ي‬ِ‫ن‬ِ‫م‬ْ‫ؤ‬‫ه‬‫ْم‬‫ل‬‫ا‬َ‫و‬ُُِ‫ات‬َ‫ن‬ِ‫م‬ْ‫ؤ‬‫ه‬‫ْم‬‫ل‬‫ا‬َ‫و‬ ُ‫ه‬‫ه‬ْ‫و‬‫ه‬‫ر‬ِ‫ف‬ْ‫غ‬َ‫ت‬ْ‫اس‬َ‫ف‬ُ‫ه‬‫و‬‫ا‬‫ن‬‫ا‬ ِِ‫و‬‫ه‬‫ى‬‫ر‬ْ‫و‬‫ه‬‫ف‬َ‫غ‬ْ‫ل‬‫ا‬ َُِ‫ه‬‫م‬ْ‫ي‬ِ‫ح‬‫ا‬‫ر‬‫ال‬ ‫ه‬ِ