ความรู้เกี่ยวกับอินเตอร์เน็ต น.ส.กนกวรรณ พันธุ์วัง ม.6/2 เลขที่ 32
ความรู้เกี่ยวกับอินเตอร์เน็ตอินเทอร์เน็ต ( Internet ) เป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั่วโลกเข้าด้วยกัน เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ไซเบอร์สเปซ( Cyberspace )
การเชื่อมโยงเครือข่ายจะใช้เครือข่ายสื่อสารโทรคมนาคม เช่น สายสัญญาณโทรศัพท์ ใยแก้วนำแสง (Fiber Optic)สัญญาณไมโครเวฟ สัญญาณจากดาวเทียม ทำให้การส่งผ่านข้อมูลจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งเป็นไปด้วยความรวดเร็ว อินเทอร์เน็ตเป็น แหล่งรวบรวมข้อมูลแหล่งใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นที่รวมทั้งบริการและเครื่องมือสืบค้นข้อมูลหลายประเภท จนกระทั่งกล่าวได้ว่าอินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือสำคัญอย่างหนึ่งในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ทั้งในระดับบุคคลและองค์กร
ประวัติความเป็นมาอินเทอร์เน็ต (Internet)เป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ซึ่งเริ่มก่อตั้งโดยกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา อินเทอร์เน็ตในยุคแรกๆ ประมาณปี พ.ศ. 2512 เป็นเพียงการนำคอมพิวเตอร์จำนวนไม่กี่เครื่องมาเชื่อมต่อกัน โดยสายส่งสัญญาณเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ ภารกิจหลัก เพื่อใช้ในงานวิจัยทางทหาร โดยใช้ชื่อว่า "อาร์ปา" (ARPA : Advanced Research Project Agency) รูปแบบเครือข่ายอาร์พาเน็ตไม่ได้ต่อเชื่อมโฮสต์( Host ) คอมพิวเตอร์เข้าถึงกันโดย ตรง หากแต่ใช้คอมพิวเตอร์ เรียกว่า IMP ( Interface Message Processors ) ต่อเชื่อมถึงกันทางสาย โทรศัพท์เพื่อทำหน้าที่ด้านสื่อสารโดยเฉพาะ ซึ่งแต่ละIMP สามารถเชื่อมได้หลายโฮสต์
อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย          อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยเริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2530 โดยการเชื่อมต่อมินิคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT)ไปยังมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย แต่ในครั้งนั้นยังเป็นการเชื่อมต่อโดยผ่านสายโทรศัพท์ ซึ่งสามารถส่งข้อมูลได้ช้า  และไม่เป็นการถาวร
บริการบนอินเทอร์เน็ตบริการบนอินเทอร์เน็ต    อภิมหาเครือข่ายอินเทอร์เน็ต คือ เครือข่ายของเครือข่ายที่มีการเชื่อมโยงกันไปทั่วโลก ในแต่ละเครือข่ายก็จะมีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการ ซึ่งอาจเรียกว่าเป็น เซิร์ฟเวอร์ (Server)หรือ โฮสต์(Host) เชื่อมต่ออยู่เป็นจำนวนมาก ระบบคอมพิวเตอร์เหล่านี้จะให้บริการต่างๆ แล้วแต่ลักษณะและจุดประสงค์ที่เจ้าของเครือข่ายนั้นหรือเจ้าของระบบคอมพิวเตอร์นั้นตั้งขึ้น ในอดีตมักมีเฉพาะบริการเรื่องข้อมูลข่าวสารและโปรแกรมที่ใช้ในแวดวงการศึกษาวิจัยเป็นหลัก แต่ในปัจจุบันก็ได้ขยายเข้าสู่เรื่องของการค้าและธุรกิจแทบจะทุกด้าน บริการต่างๆ บนอินเทอร์เน็ตอาจแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้ บริการด้านการสื่อสาร บริการด้านข้อมูลต่างๆ
บริการด้านข้อมูล  การถ่ายโอนแฟ้มข้อมูล   บริการการถ่ายโอนแฟ้มข้อมูล หรือบริการ FTP (File Transfer Protocol) เป็นบริการของอินเทอร์เน็ตอย่างหนึ่งที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตนิยมใช้ โดยผู้ใช้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ข้อมูลตัวหนังสือ รูปภาพ เสียง วีดิโอ หรือโปรแกรมต่างๆ ซึ่งการถ่ายโอนข้อมูลนั้นมีอยู่ 2 ลักษณะคือ   การถ่ายโอนไฟล์ข้อมูลที่อยู่ในเครื่องของเราไปยังคอมพิวเตอร์ที่เป็นโฮสต์ (Host) เรียกว่า    การอัปโหลด (Upload) ทำให้คอมพิวเตอร์เครื่องอื่นสามารถใช้งานจากข้อมูลของเราได้    การที่เราถ่ายโอนไฟล์ข้อมูลจากโฮสต์อื่นมายังคอมพิวเตอร์ของเราเรียกว่า การดาวน์โหลด (Download)
โทษของอินเทอร์เน็ตโรคติดอินเทอร์เน็ต (Webaholic)อินเทอร์เน็ต ในการศึกษาวิจัยเรื่องนี้ หมายรวมถึง ตัวอินเทอร์เน็ตเอง ระบบออนไลน์ เรื่องอนาจารผิดศีลธรรม(Pornography/Indecent Content)ไวรัส ม้าโทรจัน หนอนอินเตอร์เน็ต และระเบิดเวลา
อนาคตของอินเทอร์เน็ต           อนาคตของการสื่อสารผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้พัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง จากเครื่องคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป โน้ตบุ๊กไปสู่เครื่องคอมพิวเตอร์พกพาที่เรียกกันว่า Palmtopและโทรศัพท์มือถือ
การรับ-ส่ง E-mail   วิธีการรับ-ส่ง Electronic Mail(E-Mail)    ในการรับ – ส่ง E- Mail ในปัจจุบันเราสามารถทำได้หลากหลายวิธี โดยขึ้นอยู่กับว่าเราใช้บริการ  E-Mail  ของ Site ใด เช่น ของ Hotmail.com , ของ Excite.com Thaimail.com และอื่น ๆ อีกมากมาย ทั้งนี้ ทาง Site ที่เราใช้บริการอยู่จะมีบริการในการจัดส่ง E-Mail ให้ ซึ่งแต่ละ Site ก็จะมีรูปแบบการส่ง และวิธีการที่ต่างกันไป
การรับ E -Mailการรับ E -Mail พิมพ์  User Nameที่ หมายเลข 1พิมพ์  Passwordที่ หมายเลข 2จากนั้นใช้    Mouse  คลิกที่  Loginที่ หมายเลข 3      หลังจากที่เราใส่ User Name และ Password ที่ถูกต้องลงไปแล้วกดปุ่ม จะปรากฏหน้าจอดังรูปที่ 2 จะเห็นได้ว่า ไม่มี Mail ใหม่ ๆ เข้ามา กรณีที่มี Mail ใหม่ ๆ เข้ามาจะปรากฏในหน้าจอนี้เองโดยอัตโนมัติในทุก ๆ ครั้งที่เราเข้ามาดู
 การส่ง E- Mail    ขั้นที่ 1  นำ Mouse ไป Click ที่เมนู เขียนจดหมาย  จากหน้าจอในรูปที่ 2ขั้นที่ 2  หลังจากเลือกเมนูเขียนจดหมายแล้วจะปรากฏหน้าจอดังรูปที่ 3  หลังจากนั้นมีวิธีการดังนี้หลังคำว่า ถึง : ให้ใส่ชื่อ E-Mail ของคนที่เราต้องการจะส่ง Mail ไปหา หากต้องการส่งไปให้หลายคนให้ใช้เครื่องหมาย Comma (,) คั่นระหว่าง E-Mail address ของแต่ละคนในช่อง สำเนา : เป็นการทำสำเนา (Carbon Copy )  ของ Mail ไปถึงผู้รับโดยการใส่ชื่อ E-Mail ของคนที่เราต้องการส่ง Mail ไปให้ (เพิ่มเติมจากใน ถึง :  )
ในช่อง  สำเนาซ่อน :เป็นการทำสำเนาแบบ Blind Carbon Copy  ใช้ในกรณีที่ต้องการส่ง      E-Mail ถึงบุคคลอื่น โดยบุคคลที่เราส่ง E-Mail ไปให้ใน ถึง : และ สำเนา :จะไม่ทราบว่าเราส่งไปให้บุคคลนี้ด้วย            ในช่องหัวเรื่อง  : เป็นช่องสำหรับพิมพ์ชื่อเรื่องที่จะส่ง           กล่องใหญ่ในส่วนล่างจะเป็นพื้นที่ในการเขียนข้อความที่เราต้องการที่จะส่ง            เมื่อเขียนข้อความเสร็จแล้วให้นำ Mouse ไป Click ที่ปุ่ม “ส่งเมล์”            ส่งข้อความเสร็จเรียบร้อยแล้วทาง thaimail.com ก็จะแจ้งให้ทราบว่า   จดหมายส่งถึงผู้รับ       เรียบร้อยแล้วดังรูป หรือบางครั้งก็จะแจ้งกลับไปที่หน้าจดหมายเข้าเลย

ความรู้เกี่ยวกับอินเตอร์เน็ต1

  • 1.
  • 2.
    ความรู้เกี่ยวกับอินเตอร์เน็ตอินเทอร์เน็ต ( Internet) เป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั่วโลกเข้าด้วยกัน เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ไซเบอร์สเปซ( Cyberspace )
  • 3.
    การเชื่อมโยงเครือข่ายจะใช้เครือข่ายสื่อสารโทรคมนาคม เช่น สายสัญญาณโทรศัพท์ใยแก้วนำแสง (Fiber Optic)สัญญาณไมโครเวฟ สัญญาณจากดาวเทียม ทำให้การส่งผ่านข้อมูลจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งเป็นไปด้วยความรวดเร็ว อินเทอร์เน็ตเป็น แหล่งรวบรวมข้อมูลแหล่งใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นที่รวมทั้งบริการและเครื่องมือสืบค้นข้อมูลหลายประเภท จนกระทั่งกล่าวได้ว่าอินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือสำคัญอย่างหนึ่งในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ทั้งในระดับบุคคลและองค์กร
  • 4.
    ประวัติความเป็นมาอินเทอร์เน็ต (Internet)เป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ซึ่งเริ่มก่อตั้งโดยกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา อินเทอร์เน็ตในยุคแรกๆประมาณปี พ.ศ. 2512 เป็นเพียงการนำคอมพิวเตอร์จำนวนไม่กี่เครื่องมาเชื่อมต่อกัน โดยสายส่งสัญญาณเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ ภารกิจหลัก เพื่อใช้ในงานวิจัยทางทหาร โดยใช้ชื่อว่า "อาร์ปา" (ARPA : Advanced Research Project Agency) รูปแบบเครือข่ายอาร์พาเน็ตไม่ได้ต่อเชื่อมโฮสต์( Host ) คอมพิวเตอร์เข้าถึงกันโดย ตรง หากแต่ใช้คอมพิวเตอร์ เรียกว่า IMP ( Interface Message Processors ) ต่อเชื่อมถึงกันทางสาย โทรศัพท์เพื่อทำหน้าที่ด้านสื่อสารโดยเฉพาะ ซึ่งแต่ละIMP สามารถเชื่อมได้หลายโฮสต์
  • 5.
    อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยเริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2530 โดยการเชื่อมต่อมินิคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT)ไปยังมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย แต่ในครั้งนั้นยังเป็นการเชื่อมต่อโดยผ่านสายโทรศัพท์ ซึ่งสามารถส่งข้อมูลได้ช้า และไม่เป็นการถาวร
  • 6.
    บริการบนอินเทอร์เน็ตบริการบนอินเทอร์เน็ต    อภิมหาเครือข่ายอินเทอร์เน็ตคือ เครือข่ายของเครือข่ายที่มีการเชื่อมโยงกันไปทั่วโลก ในแต่ละเครือข่ายก็จะมีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการ ซึ่งอาจเรียกว่าเป็น เซิร์ฟเวอร์ (Server)หรือ โฮสต์(Host) เชื่อมต่ออยู่เป็นจำนวนมาก ระบบคอมพิวเตอร์เหล่านี้จะให้บริการต่างๆ แล้วแต่ลักษณะและจุดประสงค์ที่เจ้าของเครือข่ายนั้นหรือเจ้าของระบบคอมพิวเตอร์นั้นตั้งขึ้น ในอดีตมักมีเฉพาะบริการเรื่องข้อมูลข่าวสารและโปรแกรมที่ใช้ในแวดวงการศึกษาวิจัยเป็นหลัก แต่ในปัจจุบันก็ได้ขยายเข้าสู่เรื่องของการค้าและธุรกิจแทบจะทุกด้าน บริการต่างๆ บนอินเทอร์เน็ตอาจแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้ บริการด้านการสื่อสาร บริการด้านข้อมูลต่างๆ
  • 7.
    บริการด้านข้อมูล การถ่ายโอนแฟ้มข้อมูล บริการการถ่ายโอนแฟ้มข้อมูล หรือบริการ FTP (File Transfer Protocol) เป็นบริการของอินเทอร์เน็ตอย่างหนึ่งที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตนิยมใช้ โดยผู้ใช้สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ข้อมูลตัวหนังสือ รูปภาพ เสียง วีดิโอ หรือโปรแกรมต่างๆ ซึ่งการถ่ายโอนข้อมูลนั้นมีอยู่ 2 ลักษณะคือ การถ่ายโอนไฟล์ข้อมูลที่อยู่ในเครื่องของเราไปยังคอมพิวเตอร์ที่เป็นโฮสต์ (Host) เรียกว่า การอัปโหลด (Upload) ทำให้คอมพิวเตอร์เครื่องอื่นสามารถใช้งานจากข้อมูลของเราได้ การที่เราถ่ายโอนไฟล์ข้อมูลจากโฮสต์อื่นมายังคอมพิวเตอร์ของเราเรียกว่า การดาวน์โหลด (Download)
  • 8.
    โทษของอินเทอร์เน็ตโรคติดอินเทอร์เน็ต (Webaholic)อินเทอร์เน็ต ในการศึกษาวิจัยเรื่องนี้หมายรวมถึง ตัวอินเทอร์เน็ตเอง ระบบออนไลน์ เรื่องอนาจารผิดศีลธรรม(Pornography/Indecent Content)ไวรัส ม้าโทรจัน หนอนอินเตอร์เน็ต และระเบิดเวลา
  • 9.
    อนาคตของอินเทอร์เน็ต อนาคตของการสื่อสารผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้พัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง จากเครื่องคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป โน้ตบุ๊กไปสู่เครื่องคอมพิวเตอร์พกพาที่เรียกกันว่า Palmtopและโทรศัพท์มือถือ
  • 10.
    การรับ-ส่ง E-mail วิธีการรับ-ส่ง Electronic Mail(E-Mail) ในการรับ – ส่ง E- Mail ในปัจจุบันเราสามารถทำได้หลากหลายวิธี โดยขึ้นอยู่กับว่าเราใช้บริการ E-Mail ของ Site ใด เช่น ของ Hotmail.com , ของ Excite.com Thaimail.com และอื่น ๆ อีกมากมาย ทั้งนี้ ทาง Site ที่เราใช้บริการอยู่จะมีบริการในการจัดส่ง E-Mail ให้ ซึ่งแต่ละ Site ก็จะมีรูปแบบการส่ง และวิธีการที่ต่างกันไป
  • 11.
    การรับ E -MailการรับE -Mail พิมพ์ User Nameที่ หมายเลข 1พิมพ์ Passwordที่ หมายเลข 2จากนั้นใช้ Mouse คลิกที่ Loginที่ หมายเลข 3 หลังจากที่เราใส่ User Name และ Password ที่ถูกต้องลงไปแล้วกดปุ่ม จะปรากฏหน้าจอดังรูปที่ 2 จะเห็นได้ว่า ไม่มี Mail ใหม่ ๆ เข้ามา กรณีที่มี Mail ใหม่ ๆ เข้ามาจะปรากฏในหน้าจอนี้เองโดยอัตโนมัติในทุก ๆ ครั้งที่เราเข้ามาดู
  • 12.
    การส่ง E-Mail ขั้นที่ 1 นำ Mouse ไป Click ที่เมนู เขียนจดหมาย จากหน้าจอในรูปที่ 2ขั้นที่ 2 หลังจากเลือกเมนูเขียนจดหมายแล้วจะปรากฏหน้าจอดังรูปที่ 3 หลังจากนั้นมีวิธีการดังนี้หลังคำว่า ถึง : ให้ใส่ชื่อ E-Mail ของคนที่เราต้องการจะส่ง Mail ไปหา หากต้องการส่งไปให้หลายคนให้ใช้เครื่องหมาย Comma (,) คั่นระหว่าง E-Mail address ของแต่ละคนในช่อง สำเนา : เป็นการทำสำเนา (Carbon Copy ) ของ Mail ไปถึงผู้รับโดยการใส่ชื่อ E-Mail ของคนที่เราต้องการส่ง Mail ไปให้ (เพิ่มเติมจากใน ถึง : )
  • 13.
    ในช่อง สำเนาซ่อน:เป็นการทำสำเนาแบบ Blind Carbon Copy ใช้ในกรณีที่ต้องการส่ง E-Mail ถึงบุคคลอื่น โดยบุคคลที่เราส่ง E-Mail ไปให้ใน ถึง : และ สำเนา :จะไม่ทราบว่าเราส่งไปให้บุคคลนี้ด้วย ในช่องหัวเรื่อง : เป็นช่องสำหรับพิมพ์ชื่อเรื่องที่จะส่ง กล่องใหญ่ในส่วนล่างจะเป็นพื้นที่ในการเขียนข้อความที่เราต้องการที่จะส่ง เมื่อเขียนข้อความเสร็จแล้วให้นำ Mouse ไป Click ที่ปุ่ม “ส่งเมล์” ส่งข้อความเสร็จเรียบร้อยแล้วทาง thaimail.com ก็จะแจ้งให้ทราบว่า จดหมายส่งถึงผู้รับ เรียบร้อยแล้วดังรูป หรือบางครั้งก็จะแจ้งกลับไปที่หน้าจดหมายเข้าเลย