่      ้้้Kao wa Pom Ba Land
เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯพล่าม                ข้อความทุกคำบนกระดาษในหนังสือเล่มนี้คงจะเรียกว่าแหล่งความรู้ที่จัดทำขึ้นโดยนักวิชากา...
เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯเขาว่าผมบ้าแลนด์ฯเรื่องราวรถแลนด์โรเวอร์ในบ้านเราดูจะมีข้อมูลให้ค้นหาน้อย นอกจากอาศัยสอบถามจากผู้รู้ และผ...
เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯหรือมีเงินล้านก็เป็นเรื่องของเจ้าของที่จะขับมันแบบล้าน ความชัดเจนที่ว่าทำไมเมื่อเจอกันบนท้องถนนต้องยกมือ ...
เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯโครงสร้าง chassis ที่มาจาก Jeep Willy ถูกออกแบบกันชนหน้าใหม่ แต่ยังคงใช้คานหน้า,หลัง, ล้อและยาง รวมทั้งเบ...
เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯรุ่น ความกว้าง 80" (1948-1953), 86" (1953-1956), 88" (1956-1958), 107" (1953-1958) และ 109" (1956-1958) ส...
เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯเพราะหน้าที่จริงๆน่าจะเป็นการฉุด ลาก มากกว่า จะนำมาใช้ในการไถ หรือเพาะปลูกพืชผล แต่ก็มีไม่น้อยที่มความต้อ...
เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯรุ่นมาตราฐาน ใช้ R หรือ L 860001 ถึง 863000.ส่วนเครื่องยนต์, gearbox, เพลา หน้า-หลัง ใช้นับหมายเลข 860001...
เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯ                   R01 GaydonR04 ปัจจุบันจอดแสดงที่ National Motor Museum ,Beaulieu                      ...
เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯ                        R14 - HNX 444, สภาพก่อนการซ่อมแซมR16 - HNX 331 – ในสภาพที่ยงไม่สามารถประกอบให้สมบ...
เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯ   รุ่น Basic Model, R or L 860001 to 863000เป็นรุ่นมาตราฐาน 80 นิ้ว ที่ผลิตออกจำหน่ายในระหว่างปี 1948 ถึ...
เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯ80" Station Wagon ModelHome models หมายเลขแชสซีสใช้ 16200001 (Sequence not used. All right hand vehicle w...
เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯรุ่น 1952 Model                                            ใบโฆษณาส่งเสริมการขาย ในปี 1952Home models หมา...
เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯRight hand drive สำหรับส่งออก, (C.K.D) 26660001 ถึง 26661092Left hand drive สำหรับส่งออก, (C.K.D) 2663000...
เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯรุ่น 80”Mobile Welder Model                                                    Land Rover Mobile WelderLa...
เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯในระหว่างปี 1952 Land Rover เริ่มสร้างรถต้นแบบ 9 คันจากรุ่น 86" โดยเพิ่มขนาดที่ว่างในตัวถังด้านหน้าอีก 9"...
เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯ1955 ModelBasic model Home models หมายเลขแชสซีสใช้ 57100001 ถึง 57108185Right hand drive หมายเลขแชสซีสใช้...
เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯLand-Rover 107" Series-I (1955-1958)รุ่น 107" ModelBasic model Home models หมายเลขแชสซีสใช้ 47200001 ถึง ...
เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯ                                                   107" Series-I 19551955 Modelรุ่น 107" ModelBasic model...
เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯ                                             Above: With 1990s wheels                                    ...
เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯรวมการผลิตทั้งหมดของรุ่น 107" แบบมาตราฐาน จำนวน 20348 คันรวมการผลิตทั้งหมดของรุ่น 107" แบบ Station wagon ...
เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯ            Basic: 4920            Station Wagon: 70            Welder: 10      1950: 10,693 (approx)    ...
เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯ             Basic: 15,607             Welder: 31             CKD: 3,077      1953             Basic: 6,3...
เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯYears: 1954-1956 (86"), 1955-1958 (107")Number built:     86" Basic: 49,342     107" Basic: 20,345     10...
เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯYears: 1956-1958Numbers Built:     88" Basic: 25,944     109" Basic: 16,132Engine:     Petrol: 1997 cc, 5...
เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯLand Rover Series II (1958-1961)นับเป็นปีที่แลนด์โรเวอร์เริ่มมองหารูปแบบใหม่ๆ เพื่อเปิดตลาดรถยนต์เพิ่ม ซึ...
เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯถ้าใครได้เป็นเจ้าของ S2 แท้ๆ สักคัน หรือลูกครึ่งก็ไม่เป็นไร ขอให้โครงสร้างตัวถังดีเป็นใช้ได้             ...
เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯจงภูมใจไว้เถอะครับว่ารถรุ่นเรามีนอย ควรค่าแก่การเก็บรักษา และรุ่นนี้ในบ้านเราทั้งหมด ขนขึ้นเรือ ข้ามน้ำข้...
เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯ88" Basic: 60,456109" Basic: 12,032109" Station Wagon: 7,579Engine:Petrol: 1997 cc, 52 bhp @3500 rpm, 101...
เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯLand Rover Series IIA (1962-1968)1961: เครื่องยนต์ดีเซลที่เป็น option เพื่อเพิ่มกำลังจาก 2 ลิตร เป็น 2.25...
เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯ1969: เพิ่มความแข็งแรงให้เพลาท้ายในรุ่น LWB1971: SIII เริ่มผลิต หยุดสายการผลิต S2A                       ...
เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯ88" Basic: 2953 lbs88" Station Wagon: 3281 lbs109" Basic: 3445 lbs109" Station Wagon: 3742Distinguising F...
เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯ                                              Late Series IIAYears: ~1968/1969 to 1971It is not clear whe...
เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯ109" 6 cyl: 2250109" 1 ton: 72197088": 16,700109": 19,10088" & 109" CKD: 8,500109" 6 cyl: 2250109" 1 ton:...
เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯ1962: รุ่น Forward control หรือ cab-over เป็น version หนึ่งของ SIIA Land-Rover ซึ่งถูกผลิตขึ้นสำหรับผู้ที...
เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯThe Land-Rover Forward Control 101 ถูกสร้างขึ้นสำหรับใช้ในราชการทหารของกองทัพอังกฤษเพื่อจุดประสงค์ให้สามา...
เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯรถต้นแบบ1969: ในตอนแรกฝากระโปรงจะสั้นมาก รูปแบบด้านหน้ารถก็แตกต่างจารถผลิตจริงมาก นอกจากนี้ยงใช้ระบบ ขับ ...
เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯระบบไฟแบบl 24 volts, 60 amp alternatorคลัทช์ 9.5" (10" envisaged for production)อัตราทดเกียร์ 4.609:1, 2....
เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯทำการผลิตจนถึงปี 1978 และในรุ่นถัดมาตั้งแต่ปี 1980-1982 ก็ถูกเรียกกลับเพื่อทำใหม่ (rebuild) และตัวถังแบบร...
เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯโดยที่ไม่มีผลเสียหายข้างเคียงตามมา ส่วนเรื่องเครื่องยนต์ เกียร์ และเพลา ก็คงจะเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ มีสิ่...
เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯ                            Early Series IIA Military LightweightYears: 1967-1969Numbers Built: about 1,1...
เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯYears: 1970-1972Numbers Built: about 1,825Engine:      Petrol: 2286 cc, 77 bhp @4250 rpm, 124 lb-ft @2500...
เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯWeight: 3514 lbsDistinguising Features:      Angular bonnet; flat sides; pillar windscreen mount; wire me...
เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯ1981: มีรุ่นเฉพาะที่จำหน่ายในออสเตรเรีย ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล Isuzu 3.9L 4BD1 4สูบโครงสร้างของ series II...
เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯกำลัง 69kW (92bhp) ที่ 3500 rpm, แรงบิด 230Nm ที่ 2000rpmระบบส่งกำลัง LT95, 4m, full-time 4WD, centre dif...
ประวัติแลนด์โรเวอร์
ประวัติแลนด์โรเวอร์
ประวัติแลนด์โรเวอร์
ประวัติแลนด์โรเวอร์
ประวัติแลนด์โรเวอร์
ประวัติแลนด์โรเวอร์
ประวัติแลนด์โรเวอร์
ประวัติแลนด์โรเวอร์
ประวัติแลนด์โรเวอร์
ประวัติแลนด์โรเวอร์
ประวัติแลนด์โรเวอร์
ประวัติแลนด์โรเวอร์
ประวัติแลนด์โรเวอร์
ประวัติแลนด์โรเวอร์
ประวัติแลนด์โรเวอร์
ประวัติแลนด์โรเวอร์
ประวัติแลนด์โรเวอร์
ประวัติแลนด์โรเวอร์
ประวัติแลนด์โรเวอร์
ประวัติแลนด์โรเวอร์
ประวัติแลนด์โรเวอร์
ประวัติแลนด์โรเวอร์
ประวัติแลนด์โรเวอร์
ประวัติแลนด์โรเวอร์
ประวัติแลนด์โรเวอร์
ประวัติแลนด์โรเวอร์
ประวัติแลนด์โรเวอร์
ประวัติแลนด์โรเวอร์
ประวัติแลนด์โรเวอร์
ประวัติแลนด์โรเวอร์
ประวัติแลนด์โรเวอร์
ประวัติแลนด์โรเวอร์
ประวัติแลนด์โรเวอร์
ประวัติแลนด์โรเวอร์
ประวัติแลนด์โรเวอร์
ประวัติแลนด์โรเวอร์
ประวัติแลนด์โรเวอร์
ประวัติแลนด์โรเวอร์
ประวัติแลนด์โรเวอร์
ประวัติแลนด์โรเวอร์
ประวัติแลนด์โรเวอร์
ประวัติแลนด์โรเวอร์
ประวัติแลนด์โรเวอร์
ประวัติแลนด์โรเวอร์
ประวัติแลนด์โรเวอร์
ประวัติแลนด์โรเวอร์
ประวัติแลนด์โรเวอร์
ประวัติแลนด์โรเวอร์
ประวัติแลนด์โรเวอร์
ประวัติแลนด์โรเวอร์
ประวัติแลนด์โรเวอร์
ประวัติแลนด์โรเวอร์
ประวัติแลนด์โรเวอร์
ประวัติแลนด์โรเวอร์
ประวัติแลนด์โรเวอร์
ประวัติแลนด์โรเวอร์
ประวัติแลนด์โรเวอร์
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

ประวัติแลนด์โรเวอร์

12,588 views

Published on

ประวัติแลนด์โรเวอร์

Published in: Automotive
0 Comments
3 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

No Downloads
Views
Total views
12,588
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
7
Actions
Shares
0
Downloads
64
Comments
0
Likes
3
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

ประวัติแลนด์โรเวอร์

  1. 1. ่ ้้้Kao wa Pom Ba Land
  2. 2. เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯพล่าม ข้อความทุกคำบนกระดาษในหนังสือเล่มนี้คงจะเรียกว่าแหล่งความรู้ที่จัดทำขึ้นโดยนักวิชาการหรือผู้รอบรู้ในเรื่องของรถยนต์คงหา มิได้ เพราะมันถูกจัดทำขึ้นเพื่อระงับอาการบ้าของตัวเองเท่านั้น เนื้อหาที่ได้มาก็จับแพะชนแกะจากแหล่งความรู้ออนไลน์ และหนังสือต่างๆ รวมทั้งอาการบ้าของตัวเองที่กำเริบออกมาให้เห็นอย่างเป็นระยะๆ เลยจับแปลงมาเป็นตัวหนังสืออย่างที่ท่านได้เห็น ก็หวังอย่างเดียวว่าสิ่งที่จะเป็นประโยชน์ใดๆอันเกิดจากหนังสือเล่มนี้ ทั้งทางตรงและทางอ้อม ก็ขอมอบให้กับผู้ใช้รถแลนด์ฯทุกคนไม่ว่าจะรุ่นเก่าหรือรุ่นใหม่ และที่มอาจลืมได้เลยคือ ิ ผู้ที่ใช้รถแลนด์ฯในการประกอบคุณปการให้กับประเทศชาติในอดีต จนสร้างตำนานหน้าหนึ่ง ู และความมีเสน่ห์ของรถแลนด์ฯให้ย่งยืนจนถึงคนรุ่นหลังๆอย่างเรา ั 2
  3. 3. เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯเขาว่าผมบ้าแลนด์ฯเรื่องราวรถแลนด์โรเวอร์ในบ้านเราดูจะมีข้อมูลให้ค้นหาน้อย นอกจากอาศัยสอบถามจากผู้รู้ และผู้ที่เกิดทัน แต่คนรุ่นหลังๆเกิดมาก็เห็นแต่ซากเสียแล้ว น้อยมากที่จะเห็นวิ่งอยู่ตามท้องถนนเมืองไทย รถแลนด์ เริ่มเข้ามาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1948คือไม่ทันถึงปีหลังจากเริ่มผลิต ผู้สั่งเข้าเป็นบริษัทชาวอังกฤษชื่อ SERVICE GARAGE แต่หลังจากนั้นผู้ที่ทำให้แลนด์เป็นรถที่แพร่หลายมาในเมืองไทยคือ BUTLER & WEBSTER เพราะ นอกจากลูกค้าเป็นชาวบ้านทั่วไปแล้ว ยังขายให้หน่วยงานใหญ่ๆและราชการ ส่วนมากพวกคนรุ่นก่อนคงจะจำกันได้ว่าสมัยนั้นรถตำรวจใช้ แลนด์ ซีรีส์ 1 และยังเป็นรถดับเพลิงด้วยนอกนั้นก็ยังมีกรมทางหลวง กรมป่าไม้ กรมชลประทาน กรมทรัพยากรธรณี เทศบาลต่างๆ กระทรวงกลาโหม เป็นต้นด้วยความต้องการที่มากพอจึงทำให้มีการประกอบรถกันที่ อู่วัฒนายนต์ที่สมุทรปราการโดยเป็นโรงงานประกอบรถยนต์ภายใต้แบรนด์แลนด์โรเวอร์ แห่งแรกในเมืองไทยที่ทำให้กบบริษัท BUTLER & WEBSTER หลังจากปี ั1980 ก็เปลี่ยนตัวแทนจำหน่ายมาเป็นบริษท Lay Thai Motors ที่ขายรถอังกฤษอยู่ก่อนแล้ว (Triump, Jaguar,Austin) ัหลังจากหน่วยราชการเลิกใช้ มันก็ถูกจำหน่ายจ่ายออก หรือไม่ก็ปล่อยทิ้งไว้ให้พังไปตามกาลเวลาร้านอะไหล่ที่ขายอะไหล่แลนด์ท่รุ่งเรืองเมื่อครั้งมันยังเป็นคุณหนูยอดฮิตของหน่วยราชการ ก็ต้องปิดตามไปบางส่วน ีหรือไม่กหันไปค้าขายอะไหล่ญี่ปุ่นไปเลยเพื่อความอยู่รอด เรื่องที่น่าเศร้าอีกอย่างที่เมื่อก่อนพบเห็นเป็นประจำ คือ ็บางครั้งเมื่อมันถูกขายออกมาให้กับพ่อค้า คุณประโยชน์ของมันเป็นได้แค่เศษเหล็ก หรือเศษอลูมเิ นียม ที่ตัดออกมาชั่งกิโลขายไม่เหลือคราบของราชันย์แห่งพงพี ที่เคยสร้างคุณูปการร่วมกับข้าราชการไทย เพื่อพัฒนาบ้านเรามาก่อนเลย แต่ก็มีบางส่วนไม่น้อยสำหรับผู้ที่เคยบุกบั่นมากับมัน เมื่อถึงเวลาเพื่อนที่เคยร่วมทาง มีอันต้องปลดระวาง ก็หวนคิดถึง หาซื้อกลับมาซ่อมแซมเพื่อใช้งานต่อ(หรือจอดเก็บ) ด้วยความผูกพันธ์ บางส่วนก็รับมรดกตกทอดมาจากญาติผ้ใหญ่ ส่วนที่ว่ารักและชอบในความไม่เหมือนใคร ูอยากจะเป็นเจ้าของนั้นน้อยมาก ด้วยปัจจัยที่มันเป็นรถที่หาความสะดวกสบายไม่ได้เลย และที่สำคัญด้วยอายุอานามของมันเองจึงทำให้ออกอาการสามวันดี สี่วนไข้ กินสตางค์เจ้าของแทนน้ำมัน หาช่างรู้ใจไม่ค่อยจะเจอ สมัยก่อนมีคนเปรียบเปรยไว้ว่า ัผู้ใดได้เป็นเจ้าของรถแลนด์ฯถือว่าเป็นทุกขลาภประเภทหนึ่ง ที่ผู้ซึ่งมีไว้ในครอบครอง จะมีแต่เรื่องเสียเงิน เสียเวลาหรือพาลมีปัญหากับครอบครัวไปเลย แต่ปัจจุบัน การหารถแลนด์ฯ มาไว้ในครอบครองนั้น ไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ไม่ง่ายเหมือนเมื่อก่อนแล้วเพราะเราจะสังเกตุเห็นว่าลุงเชยของเรามาออกกำลังบนถนนมากขึ้น ซึ่งมันอาจจะเป็นดัชนีบ่งบอกถึงความนิยม ของคนในยุคเราๆหรืออาจเป็นเพราะความเพรียบพร้อมในเรื่องข้อมูลที่จำเป็นของการซ่อมแซม แหล่งอะไหล่ ในโลกยุคของข้อมูล ข่าวสารจนทำให้ความอยาก(เป็นเจ้าของ) มาบดบังความกลัวไปหมด โดยความเป็นจริงแล้วเรื่องราวของแลนด์โรเวอร์ไม่ได้ยิ่งใหญ่มากมายอะไร เมื่อเทียบกับประวัติศาสตร์ของรถญี่หออื่นที่ใช้ในสงครามต่างๆ ้เพราะจริงๆแล้วมันถูกสร้างมาเพื่อตอบสนองความต้องการของชาวไร่ ชาวนาเป็นหลักถึงแม้ในปัจจุบันที่ความแปรผันทางด้านการตลาดเปลี่ยนไปจนทำให้มุมมองของคนทั่วไปเห็นว่าแลนด์โรเวอร์เป็นรถที่น่าจะเหมาะกับเศรษฐีเท่านั้น แต่เมื่อมองกลับไปถึงรากเหง้าของมัน ผมนิยามขึ้นมาเอง ว่าสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย คือ มันป็น “รถสมรรถะ”ที่พอมี พออยู่กบอัตภาพของเจ้าของเอง มีเงินหมื่นก็ขับมันแบบหมื่น มีเงินแสนก็ขับมันแบบแสน ั 3
  4. 4. เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯหรือมีเงินล้านก็เป็นเรื่องของเจ้าของที่จะขับมันแบบล้าน ความชัดเจนที่ว่าทำไมเมื่อเจอกันบนท้องถนนต้องยกมือ หรือกระพิบไฟทักทายกันทั้งที่ไม่รู้จกกันมาก่อน น่าจะเป็นตัวบ่งชี้ได้ว่า แลนด์ฯก็เป็นตำนานหน้าหนึ่งเหมือนกัน ถึงตอนนี้ปิดหนังสือ ัแล้วหลับตานึกถึงรถเราที่จอดอยู่หน้าบ้าน หรือยังคาอยู่ในอู่ หรือผู้ที่ยังไม่มีรถก็นกภาพเอา ึว่านี่แหล่ะหนึ่งในความความภูมิใจของเรา......แล้วค่อยมาทำความรู้จักกับแลนด์โรเวอร์ในบทถัดไปรถต้นแบบ (Pototype)ประวัติศาสตร์ของคนบ้าเริ่มก่อตัวเมื่อพี่น้องตระกูล วิลค์ (Wilks) ซึ่งเป็นเจ้าของฟาร์มใน Angleaey ในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2ซึ่งตอนนั้นผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอยู่ที่ไหน เขาใช้ Jeep Willy กับภาระกิจในฟาร์มของเขาเองซึ่งในรถต้นแแบบที่ทำขึ้นก็ยังคงใช้ชิ้นส่วนที่ขอหยิบขอยืมมาจาก Jeep ซะส่วนใหญ่ แต่เมื่อในการผลิตจริงใช้วัตถุดิบภายในอังกฤษทั้งหมดซึ่งพวงมาลัยยังคงอยู่ในตำแหน่งตรงกลาง เหมือนรถแทร็คเตอร์ที่ใช้ในการเกษตรทั่วไปทั้งนี้เพราะยังไม่อยากจะผลิตรถขับซ้ายหรือขวาเหมือนตลาดรถยนต์ทั่วไป เลยเอาไว้ตรงกลางซะเลย.......ความจริงมันเป็นความคิดที่ดแต่เป็นไปไม่ได้ในตลาดขณะนั้น แต่ถ้ามันเป็นไปได้ ในปัจจุบันคงจะเท่ไม่ใช่น้อยถ้ามีรถแลนด์ฯชนิดเดียวที่ ีนั่งขับตรงกลาง เป็นพวก Series คงไม่เท่าไหร่ เพราะอาการคลาสสิคคงจะกลมกลืนกันไป แต่ถ้าขับ Range Rover แล้วนั่งขับตรงกลางมันจะเป็นยังไงหนอว่ากันต่อครับ โครงสร้างของ chassis ในรถต้นแบบนำมาจาก Willys แต่ในสายการผลิตแรกใช้แผ่นหล็ก 4 แผ่นเชื่อมติดกัน ตัวถังใช้อลูมิเนียมด้วยเหตุผลง่ายๆคือ เหล็กตอนนั้นหายาก และธุรกิจรถยนต์กำลังอยู่ในช่วงทรุดตัวจนกระทั่งเหล็กมีจำนวนมากเพียงพอ Roverจึงกลับมาผลิตรถอีกครั้ง และ กฏหมายในสมัยนั้นบังคับว่าการผลิตที่มีอยู่นั้นต้องใช้เพื่อส่งออกเพื่อพยุงเศรษฐกิจและถูกจำกัดจำนวนการผลิตรถยนต์ที่ใช้ภายในประเทศ ให้แค่พอใช้เท่านั้น 4
  5. 5. เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯโครงสร้าง chassis ที่มาจาก Jeep Willy ถูกออกแบบกันชนหน้าใหม่ แต่ยังคงใช้คานหน้า,หลัง, ล้อและยาง รวมทั้งเบรคเป็นของ Willyทั้งหมด ส่วนเฟืองและเบรคมือเอามาจากผู้ผลิตภายในประเทศ มี เครื่องยนต์,คลัทช์ และเกียร์เท่านั้นที่เป็นของแลนด์โรเวอร์ตำแหน่งคนขับถูกขยับเดินหน้าไป 3 นิ้ว พร้อมเปลี่ยนเบาะนั่งใหม่ ในส่วนที่ว่างสำหรับบรรทุกด้านท้ายมีความยาว 37" ขณะที่ Willy มีแค่31" ตัวถังใช้อลูมิเนียมแบบอ่อนทั้งหมดSeries Iหลังจากระบบธุรกิจของพี่น้องตระกูล วิลค์ (Wilks) เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง และเริ่มผลิตรถในเชิงพานิชน์เป็นครั้งแรกเราก็ได้เห็นคุณปู่เมื่อสมัยยังหนุ่มของเราออกมาวิ่งพล่านทั่วท้องนาอังกฤษ ซึ่งต้องเน้นว่าท้องนานะครับเพราะแผนการขายส่วนใหญ่มุ่งเน้นการใช้รถในการเกษตรกรรมเป็นหลัก และอีกอย่างเศรษฐีเมืองผู้ดีส่วนใหญ่ก็คงจะไม่สนคุณปู่ของเราสักเท่าไหร่ เพราะหาความสะดวกสบายไม่ได้เลยอย่างที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นแล้วและก็ไม่รู้ว่าจะใช้ 4WD ไปทำไม แต่ถ้ายุคนี้อาจจะต้องคิดกลับกัน เพราะคนรวย และคนบ้าเท่านั้นที่มสิทธิจะได้เป็นเจ้าของรถแลนด์ฯ ี(มนุษย์เงินเดือนอย่างผม ต้องข้อหลังอย่างเดียว)ความจริงแล้ว ในตอนแรกเราไม่ได้เรียก Series 1 ว่า “ซีรี่ส์วัน” สาเหตุที่เรียกว่า Series oneก็เพราะตอนปี 1958 LR ได้เปิดโฉม Series 2 ออกจำหน่าย เลยเรียก LR รุ่นแรกว่า Series 1 ซะเลยจะได้ไม่งง โดยตัว S1 เองก็มีอยู่หลายรุ่นคือ 5
  6. 6. เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯรุ่น ความกว้าง 80" (1948-1953), 86" (1953-1956), 88" (1956-1958), 107" (1953-1958) และ 109" (1956-1958) ส่วนเครื่องยนต์มี 3 รุ่น คือ1595cc (1948-1951), 1997cc (1951-1958) เบนซิน และ 2052 cc ดิเซล (1957-1958)ปี 1948 เป็นปีแห่งความหมายของ Land Rover ที่ปรากฎต่อสาธารณะชน และคำๆนี้ต่อมามันก็เป็นส่วนหนึ่งของภาษาอังกฤษและเป็นสัญลักษณ์ของเกาะอังกฤษอย่างหนึ่ง และถูกพบในพจนานุกรมอังกฤษมหาวิทยาลัยออคฟอร์ดอย่างไรก็ตามการเผยตัวเป็นครั้งแรกเพื่อให้เกิดการยอมรับจากสาธารณะชนนั้นเป็นเรื่องยาก จำเป็นต้องอาศัยทีมงานที่ดีและต้องทำงานหนักเพื่อทดสอบรถยนต์ให้พร้อมสำหรับการผลิต และรองรับกับความต้องการของผู้ใช้ได้ สายการผลิตชั่วคราวถูกจัดตั้งเพื่อผลิตรถจำนวน 50คันแรกของแลนด์โรเวอร์ และในวันที่ 11 มีนาคม รถยนต์คันแรกก็สำเร็จ โดยมีหมายเลขแซสซี R01 คงไม่ต้องสงสัยถ้าเผอิญไปเห็นในรูปรถแลนด์โรเวอร์ที่ออกวิ่งทดสอบขณะที่ทาสียังไม่เสร็จ รถคันที่ 2 ประกอบสำเร็จในวันที่ 15 ถัดมาฤดูหนาวยังไม่ส้นสุด แต่ R01 และ R02 ก็ยังคงวิ่งทดสอบความสมบูรณ์ไปวันละนิดละหน่อย จนคณะตรวจสอบยอมอนุมัติ ในวันที่ 23 ิมีนาคม ซึ่งในเวลานั้นก็เป็นเวลาที่จะบอกถึงความยิ่งใหญ่ให้โลกได้รับรู้ และรอรับออเดอร์จากลูกค้าเพื่อคำนวณวัสดุการผลิตให้ตรงความต้องการ จากนั้นลูกค้าก็ต้องรอจนกว่ารถจะประกอบเสร็จ การเปิดตัวครั้งแรก ในวันที่ 20 เมษายน ในงานแสดงรถยนต์อัมเตอร์ดัมมอเตอร์ในระหว่างวันที่ 30 ถึง 9 พฤษภาคมโดยมีแลนด์โรเวอร์เข้าร่วมแสดง 8 คัน โดย มีบางคันในนี้ได้รับการติดตั้งอุปกรณ์การเชื่อมโลหะเข้าไปด้วย (Mobile Welding Plant)แลนด์โรเวอร์สามารถโกยยอดจองได้พอสมควรแต่กยังไม่สามารถผลิตส่งลูกค้าได้เพราะแลนด์โรเวอร์เองต้องปรับปรุงรถต้นแบบอีก ็หลายประการจนกระทั่งเดือนกรกฎาคมจึงเริ่มผลิตส่งให้ลูกค้า โดยลำดับแรกเน้นลูกค้าในส่วนของอุตสาหกรรมการเกษตรที่มกำลังการซื้อที่จัดว่าพอใช้ได้นอกจากนี้เองผู้บริหารจำเป็นต้องวางแผนการผลิตเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าให้สอดคล้องกับ ีนโยบายการปันเหล็กเพื่ออุตสาหกรรมของรัฐบาลด้วย เพราะฉนั้นคนบ้าฯ อย่างเราๆท่านๆ จงภูมิใจไว้ได้เลยว่ากว่าจะเป็นแลนด์โรเวอร์อย่างในปัจจุบันไม่ใช่เรื่องง่าย ความคิดครั้งแรกของการผลิตคือ ต้องการจะเพิ่มเติมกระจกด้านข้าง ที่ยึดยางอะไหล่ และที่นั่งที่เน้นความกว้างขวางขึ้นโดยสนนราคาค่าตัวที่ประมาณ 540 ปอนด์ แต่ในเดือนตุลาคมก็ตัดสินใจสุดท้าย ว่าจะผลิตแบบมาตราฐานเดิมโดยตั้งราคาไว้ที่ 450 ปอนด์และในเดือนตุลาคมนี้เองก็ได้เผยรูปแแบบรถ Station wagon ที่มีราคาเป็นสองเท่าของรุ่นมาตราฐาน แต่ก็มีอุปสรรคบ้างในการผลิตเพราะติดปัญหาเรื่องภาษีภายในประเทศเอง ด้วยจำนวนการใช้รถที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆนี้เอง ทำให้ได้แลนด์โรเวอร์ได้รับข้อมูลจากผู้ใช้มากมายเพื่อปรับปรุงหรือดัดแปลงเพิ่มเติมในส่วนที่ผู้ใช้ต้องการ รวมทั้งมีการเพิ่มเติม Power Take Off แต่ก็ใช้งานได้น้อยมาก 6
  7. 7. เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯเพราะหน้าที่จริงๆน่าจะเป็นการฉุด ลาก มากกว่า จะนำมาใช้ในการไถ หรือเพาะปลูกพืชผล แต่ก็มีไม่น้อยที่มความต้องการเพื่อนำไปใช้ในเชิง ีOffRoad จริงๆ ซึ่งจุดนี้เองที่ผมคิดเอาเองว่า มันน่าจะเป็นจุดผกผัน ที่ทำให้แลนด์โรเวอร์กลายเป็นรถ OffRoadมากกว่าเป็นรถเพื่อการเกษตรเพียงอย่างเดียว และอาจจะพูดได้ว่าด้วยกรณีน้เี องมั้งที่ทำให้มันเป็นจุดสนใจให้กับวงการทหารที่จะนำมันมาปรับปรุงให้เข้ากับภารกิจทางหทารSI รุ่น 80" เริ่มผลิตเมื่อปี 1948 ในพื้นฐานของรถสำหรับใช้งานเอนกประสงค์ทั่วไป (multi-purpose utility) โดยเฉพาะในงานเกษตรกรรมหลังจากนั้นก็เพิ่มเติมในส่วนของการใช้งานแบบต่างๆเช่น เป็นแบบเสตชั่นวากอน, หรือ ใช้ในพระราชพิธี,ทำเป็นรถสำหรับเชื่อมโลหะเคลื่อนที่ (Mobile Welder), รถดับเพลิงเป็นต้นสำหรับแบบ Station Wagons และ Mobile Welders จะแยกการเรียงหมายเลข chassis ออกไป ส่วน สำหรับรถดับเพลิงจะใช้หมายเลขทั่วไปในระหว่างปี 1948 และ 1953 แลนด์โรเวอร์ได้มีการเปลี่ยนอะไหล่บางส่วนเป็นจำนวนมาก ยกเว้นในรุ่นที่ผลิตในเบลเยี่ยมที่ประกอบและออกแบบตัวถังเองโดยบริษัท Minerva Land Rover แต่ก็ยังคงใช้เครื่องยนต์ เกียร์ และเพลาในรุ่นมาตราฐานเช่นเดียวกับในอังกฤษหมายเลข Chassisหมายเลข Chassis ของรุ่น 80" จะเป็นเลขเดียวกันกับหมายเลขรถ ที่ระบุไว้บนแผ่นเพลทภายในรถ หรือจะอยู่ด้านหน้าซ้ายมือของ Chassisบริเวณแท่นเครื่อง ถ้าเป็นรถพวงมาลัยซ้ายอาจจะอ่านยากหน่อยเพราะมีพวกแกนพวงมาลัยบังอยู่รุ่น 1948 (จนถึง กุมภาพันธ์ 1949)รุ่นทดลอง ใช้ R หรือ L 01ถึง 48 7
  8. 8. เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯรุ่นมาตราฐาน ใช้ R หรือ L 860001 ถึง 863000.ส่วนเครื่องยนต์, gearbox, เพลา หน้า-หลัง ใช้นับหมายเลข 860001 ไปเรื่อยๆ นับรวมการผลิตของรุ่นนี้ได้ 3048 คันรุ่น 1949 (จาก กุมภาพันธ์ 1949 - กรกฏาคม 1949)รุ่นมาตราฐาน ใช้ R หรือ L 8663001 ถึง 8667920Station Wagon, R หรือ L 8670001 ถึง 8670070Mobile Welder, R หรือ L 8680001 ถึง 8680010ส่วนเครื่องยนต์, ชุดส่งกำลัง, เพลา หน้า-หลัง ใช้นับหมายเลข 860001 ไปเรื่อยๆ นับรวมการผลิตของรุ่นนี้ได้ 5000 คันLand-Rover 80" Series-I (1948-1953)1948 Models (to ~ Feb 49) รุ่น Pre-Production, R or L 01 to 48รถในรุ่นนี้จัดทำมาแค่ 48 คัน โดยมีจุดประสงค์เพื่อประเมิณและทดสอบก่อนที่จะมีการผลิตจริงในเดือนกรกฎาคม ปี 1948โดยจะมีหมายเลขแชสซี ขึ้นต้นด้วย R หรือ L แล้วตามด้วยหมายเลข 1 ถึง 48 ตามลับดับ ปัจจุบันเหลือเพียง 19คันเท่านั้นที่ยังพอให้เห็นเป็นรูปเป็นร่าง โดยประกอบไปด้วย R01, L03, R04, R08, L09, L11, R12, R14, R16, R17, L19, R23, R24, L25,L29, R30, R45 ,R46 ส่วนคันสุดท้ายแย่กว่าคันอื่นหน่อยคือ ยังไม่สามารถประกอบเป็นคันให้สมบูรณ์ได้คอ หมายเลข L26 ืทั้งหมดถูกดัดแปลงย้ายตำแหน่งพวงมาลัยมาด้านขวาทั้งหมด ยกเว้นคัน L09 ที่ยังคงสภาพเหมือนตอนออกจากโรงงานแต่อย่างไรก็ตามในปัจจุบันมันก็ถูกย้ายกลับไปตามตำแหน่งของรุ่นแล้วทั้งหมด และก็กระจายไปอยู่ทั่วอังกฤษ และประเทศใกล้เคียงโดยเฉพาะในพิพิธภัณท์ตางๆ และด้วยจำนวนการผลิต และจำนวนที่ยังคงมีให้เห็นอันน้อยนิดนี้ จึงทำให้มันหาค่าไม่ได้สำหรับคนบ้าฯ ่อย่างเราๆ ท่านๆ แต่ถาเอามาจอดแถวย่านธุรกิจบันเทิงในบ้านเรา ก็คงไม่พ้นเป็นรถขนขยะเป็นแน่แท้ ้ 8
  9. 9. เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯ R01 GaydonR04 ปัจจุบันจอดแสดงที่ National Motor Museum ,Beaulieu 9
  10. 10. เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯ R14 - HNX 444, สภาพก่อนการซ่อมแซมR16 - HNX 331 – ในสภาพที่ยงไม่สามารถประกอบให้สมบูรณ์เหมือนเดิมได้ ส่วนด้านหลังคือ L09 ั L29, ในสภาพที่ซ่อมแซมแล้ว โดยย้ายตำแหน่งพวงมาลัยกลับมาที่เดิม 10
  11. 11. เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯ รุ่น Basic Model, R or L 860001 to 863000เป็นรุ่นมาตราฐาน 80 นิ้ว ที่ผลิตออกจำหน่ายในระหว่างปี 1948 ถึง 1953รุ่น 1950 Model (สิงหาคม 1949 - กรกฏาคม 1950) The "North American spec." modelรุ่นมาตราฐาน หมายเลขแชสซีสใช้ R หรือ L 06100001 ถึง 06115440Station Wagon, หมายเลขแชสซีสใช้ R หรือ L 06200001 ถึง 06200480Mobile Welder, หมายเลขแชสซีสใช้ R หรือ L 06300001 ถึง 06300030เครื่องยนต์ตนแบบขนาด 2 ลิตร หมายเลข 07100001 ถึง 07100050 ้ส่วนเครื่องยนต์, gearbox, เพลา หน้า-หลัง ใช้นับหมายเลข 06100001 ไปเรื่อยๆ นับรวมการผลิตของรุ่นนี้ได้ 16000 คันรุ่น 1951 ModelHome models หมายเลขแชสซีสใช้ 16100001 ถึง 16103971Right hand drive หมายเลขแชสซีสใช้สำหรับส่งออก 16160001 ถึง 16163268Left hand drive หมายเลขแชสซีสใช้สำหรับส่งออก 16130001 ถึง 16137601Right hand drive หมายเลขแชสซีสใช้สำหรับส่งออก, (ประกอบในประเทศ CKD) 16660001 ถึง 16662322Left hand drive หมายเลขแชสซีสใช้สำหรับส่งออก, (ประกอบในประเทศ CKD) 16630001 tถึงo 16630078CKD หมายถึงนำไปประกอบ ณ ประเทศนั้นโดยตัวแทนจำหน่าย 11
  12. 12. เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯ80" Station Wagon ModelHome models หมายเลขแชสซีสใช้ 16200001 (Sequence not used. All right hand vehicle where export models. )Right hand drive หมายเลขแชสซีสใช้สำหรับส่งออก 16260001 ถึง 16260020Left hand drive หมายเลขแชสซีสใช้สำหรับส่งออก 16230001 ถึง 16230080ในรถรุ่นนี้ LR เลิกผลิตหลังจากปี 1951หมายเลขเครื่องยนต์, gearbox, เพลา หน้า-หลังใช้นบหมายเลขจาก 16100001 สำหรับรถขับขวา และ 16130001สำหรับรถขับซ้าย ัรวมจำนวนการผลิต 17360 คัน 12
  13. 13. เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯรุ่น 1952 Model ใบโฆษณาส่งเสริมการขาย ในปี 1952Home models หมายเลขแชสซีสใช ้26100001 ถึง 26105569Right hand drive หมายเลขแชสซีสใช้ สำหรับส่งออก 26160001 ถึง 26163614Left hand drive หมายเลขแชสซีสใช้สำหรับส่งออก 26130001 ถึง 26136424 13
  14. 14. เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯRight hand drive สำหรับส่งออก, (C.K.D) 26660001 ถึง 26661092Left hand drive สำหรับส่งออก, (C.K.D) 26630001 ถึง 26631985หมายเลขเครื่องยนต์, gearbox, เพลา หน้าใช้นับหมายเลขจาก 26100001 สำหรับรถขับขวา และ 26130001 สำหรับรถขับซ้าย ส่วนเพลาหลังใช้นบตั้งแต่ 26100001 ัรวมจำนวนการผลิต 18715 คันรุ่น 1953 Model ใบโฆษณาส่งเสริมการขาย ในปี 1953Home models หมายเลขแชสซีสใช้ 36100001 ถึง 36104122Right hand drive หมายเลขแชสซีสใช้สำหรับส่งออก 36160001 ถึง 36164007Left hand drive หมายเลขแชสซีสใช้สำหรับส่งออก 36130001 ถึง 36134613Right hand drive สำหรับส่งออก, (C.K.D) 36660001 ถึง 36662240Left hand drive สำหรับส่งออก, (C.K.D) 36630001 ถึง 36637268หมายเลขเครื่องยนต์, gearbox, เพลา หน้าใช้นบหมายเลขจาก 36100001 สำหรับรถขับขวา และ 36130001 สำหรับรถขับซ้าย ส่วนเพลาหลังใช้นับตั้งแต่ 36100001 ัรวมจำนวนการผลิต 22272 คัน (รวม รุ่น Minervas) 14
  15. 15. เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯรุ่น 80”Mobile Welder Model Land Rover Mobile WelderLand Rover 80" Mobile Welder สามารถติดตั้งได้ทั้งเครื่องเชื่อมแก๊สหรือไฟฟ้า โดยจะติดตั้งไว้ส่วนกลางด้านท้ายรถรวมการผลิต SI รุ่น 80" ทั้งหมด 82395 คันLand-Rover 86" Series-I (1954-1958)ปลายปี 1953 : เป็นช่วงวิกฤตกับบริษัทผลิตรถยนต์ทั่วไป เพราะเนื่องมาจากการชลอตัวของการผลิต และราคาน้ำมันอันเป็นผลมาจากภาวะหลังสงคราม และนอกจากนี้ปัญหาหลักที่แลนด์โรเวอร์พบหลังจบการผลิตรถทดลองในช่วงปลายปี 1952 คือพื้นที่การบรรทุกด้านหลังที่น่าจะเพิ่มเติมเข้าไปอีก จึงนำรถรุ่น 80" ปี 1954 มาขยายความยาวฐานล้อเป็น 86" และ 107" ตามลำดับนอกจากนี้ยังเพิ่มช่วงความกว้างของแหนบเป็น 2.5 นิ้วในการปรับปรุงรุ่น 80" ให้ดีขึ้น เริ่มคิดกันมาตั้งแต่เริ่มผลิตรุ่นนี้ใหม่ๆ จนกระทั่งต้นปี 1950 ก็ได้ลงมือทำรถต้นแบบจำนวน 50 คันโดยใช้หมายเลข chassis 07100001 ถึง 07100050 โดยเลข 7 หมายถึง `Test Land Rover แต่กไม่เคยได้นำมาใช้ซะที ็จนกระทั่งรถมาตรฐานออกสู่ตลาดในปี 1952 กับเครื่องยนต์ขนาด 2 ลิตร และเปลี่ยนหมายเลขตำแหน่งที่สองเป็น 6a 15
  16. 16. เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯในระหว่างปี 1952 Land Rover เริ่มสร้างรถต้นแบบ 9 คันจากรุ่น 86" โดยเพิ่มขนาดที่ว่างในตัวถังด้านหน้าอีก 9" รวมทั้งออกแบบภายในประตู ใหม่เพื่อเปลี่ยนโฉมจากที่เป็นรถเฉพาะชาวนา ให้เป็นรถที่ทุกคนต้องการจะใช้มน ัรถต้นแบบ ทั้ง 9 คันใช้รหัสรถ P86/1 ถึง P86/9 ซึ่ง `P86 หมายถึง Prototype 86"และในเวลาเดียวกันก็ยังมีความคิดที่จะเพิ่มความยาวฐานล้อขึ้นอีก จึงทำให้เกิด รถต้นแบบ 107" อีก 3 คัน โดยใช้รหัสรถ P107/1 ถึง P107/3ความสำเร็จของรถต้นแบบทั้ง 12 คัน ทำให้ LR ผลิตรถออกมาจนถึงปี 1953 โดยใช้นบเลข Chassis จาก 47100001ซึ่งเลข 7 ัก็ยังมีความหมายว่า `Test Land Rover เหมือนเดิม แต่มีบางล็อตในปลายปี1953 ใช้หมายเลข 36100001 ส่วน รุ่นปี 1954 ใช้หมายเลขจาก46100001รุ่น 86" และ 107" เดินสายการผลิตแค่ 2 ปีเท่านั้นก็เลิก เพราะเหตุผลที่ LR เริ่มออกรุ่น 88" และ 109" กับเครื่องยนต์ดเี ซลใหม่ขนาด 2 ลิตรแต่รุ่น 107" Station wagon ยังคงผลิตอยู่แต่ไม่ได้ใช้เครื่องดีเซลใหม่ตัวนี้Chassis Numbers.Pre-Production 86" (1952) P86/1 ถึง P86/9Pre-production 107" (1952-53) P107/1 ถึง P107/3Pre-production 107" Station Wagon (1954-55) 107/SW/1 และ 2, LRSW 107-3 ถึง 61954 Modelsในปี 1954 นี้เองที่นับว่าเป็นปีแห่งความยุ่งเหยิงของแลนด์โรเวอร์ เพราะมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ที่สำคัญคือ การเริ่มผลิตรถในรุ่น 86และ107 นิ้ว เพื่อรองรับความต้องการของตลาดBasic model Home models หมายเลขแชสซีสใช้ 47100001 ถึง 47102681Right hand drive หมายเลขแชสซีสใช้สำหรับส่งออก 47160001 ถึง 47163434Left hand drive หมายเลขแชสซีสใช้สำหรับส่งออก 47130001 ถึง 47135125Right hand drive หมายเลขแชสซีสใช้สำหรับส่งออก, (C.K.D) 47660001 ถึง 47663096Left hand drive หมายเลขแชสซีสใช้สำหรับส่งออก, (C.K.D) 47630001 ถึง 47630564 16
  17. 17. เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯ1955 ModelBasic model Home models หมายเลขแชสซีสใช้ 57100001 ถึง 57108185Right hand drive หมายเลขแชสซีสใช้สำหรับส่งออก 57160001 ถึง 57163537Left hand drive หมายเลขแชสซีสใช้สำหรับส่งออก 57130001 ถึง 57135760Right hand drive หมายเลขแชสซีสใช้สำหรับส่งออก, (C.K.D) 57660001 ถึง 57662250Left hand drive หมายเลขแชสซีสใช้สำหรับส่งออก, (C.K.D) 57630001 ถึง 57630482รวมรุ่น 1955 86" ผลิต 20214 คัน1956 ModelBasic model Home models หมายเลขแชสซีสใช้ 170600001 ถึง 170604807Right hand drive หมายเลขแชสซีสใช้สำหรับส่งออก 176600001 ถึง 176602441Left hand drive หมายเลขแชสซีสใช้สำหรับส่งออก 173600001 ถึง 173604433Right hand drive หมายเลขแชสซีสใช้สำหรับส่งออก, (C.K.D) 177600001 ถึง 177601367Left hand drive หมายเลขแชสซีสใช้สำหรับส่งออก, (C.K.D) 174600001 ถึง 174601000รวมการผลิตทั้งหมดของรุ่น 86" แบบมาตราฐาน จำนวน 49351 คันLand-Rover 88" Series-I (1956-1958)แลนด์โรเวอร์ได้เพิ่มความยาวฐานล้อจาก 86 นิ้วเป็น 88 นิ้ว และในปีนี้เองที่ทีมวิศวกรได้ออกแบบเครื่องยนต์ดีเซลออกมาใช้งาน นำทีมโดยJack Swain รวมทั้งแลนด์โรเวอร์อีกยอมควักกระเป๋าอีก 240,100 ปอนด์ เพื่อสร้างสายการผลิตให้ให้กับ รุ่น 88 และ 109 นิ้วรายละเอียดการเพิ่มเติม คือ ย้ายเพลาหน้าไปด้านหน้า อีก 2นิ้ว ลดขนาดแชสซีสตัวที่รองรับหม้อน้ำลงแก้มและฝากระโปรงถูกปรับตำแหน่งและขนาดให้เหมาะสม พื้นด้านล่างของคอหน้าเปลี่ยนเป็นชิ้นเดียว แทน 3 ชิ้นแบบเดิม 88" Station Wagon 17
  18. 18. เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯLand-Rover 107" Series-I (1955-1958)รุ่น 107" ModelBasic model Home models หมายเลขแชสซีสใช้ 47200001 ถึง 47200441Right hand drive หมายเลขแชสซีสใช้สำหรับส่งออก 47260001 ถึง 47261674Left hand drive หมายเลขแชสซีสใช้สำหรับส่งออก 47230001 ถึง 47231245Right hand drive หมายเลขแชสซีสใช้สำหรับส่งออก, (C.K.D) 47760001 ถึง 47760346Left hand drive สำหรับส่งออก, (C.K.D) 47730001 ถึง 47730114รวมรุ่น 1954 107" ผลิต 3820 คันLand-Rover 107" Series-I Station Wagon (1955-1958) 18
  19. 19. เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯ 107" Series-I 19551955 Modelรุ่น 107" ModelBasic model Home modelsหมายเลขแชสซีสใช้ 57200001 ถึง 57201205Right hand drive หมายเลขแชสซีสใช้สำหรับส่งออก 57260001 ถึง 57263863Left hand drive หมายเลขแชสซีสใช้สำหรับส่งออก 57230001 ถึง 57232120Right hand drive หมายเลขแชสซีสใช้สำหรับส่งออก, (C.K.D) 57760001 ถึง 57761436Left hand drive หมายเลขแชสซีสใช้สำหรับส่งออก, (C.K.D) 57730001 ถึง 57730066รวมรุ่น 1955 107" ผลิต 8690 คัน1957 Modelรุ่น 107" Station Wagon ModelBasic model Home models หมายเลขแชสซีสใช้ 131700001 ถึง 131700053Right hand drive หมายเลขแชสซีสใช้สำหรับส่งออก 132700001 ถึง 132701024Right hand drive หมายเลขแชสซีสใช้สำหรับส่งออก (C.K.D) 133700001 ถึง 133700024Left hand drive หมายเลขแชสซีสใช้สำหรับส่งออก 134700001 ถึง 134701283Left hand drive หมายเลขแชสซีสใช้สำหรับส่งออก, (C.K.D) 135700001 ถึง 135700036รวม 1957 107" Station Wagon ผลิตออกจำหน่าย 2420 คัน 19
  20. 20. เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯ Above: With 1990s wheels Above: With a Holden 202 motor1958 Modelรุ่น 107" Station Wagon ModelBasic model Home models หมายเลขแชสซีสใช้ 131800001 ถึง 131800120Right hand drive หมายเลขแชสซีสใช้สำหรับส่งออก 132800001 ถึง 132801541Right hand drive หมายเลขแชสซีสใช้สำหรับส่งออก (C.K.D) 133800001 ถึง 133800036Left hand drive หมายเลขแชสซีสใช้สำหรับส่งออก 134800001 ถึง 134801618Left hand drive หมายเลขแชสซีสใช้สำหรับส่งออก, (C.K.D) 135800001 onwards (unknown)รวมรุ่น 1958 107" Station Wagon ผลิต 3315 คัน 20
  21. 21. เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯรวมการผลิตทั้งหมดของรุ่น 107" แบบมาตราฐาน จำนวน 20348 คันรวมการผลิตทั้งหมดของรุ่น 107" แบบ Station wagon จำนวน 7007 คันLand-Rover 109" Series-I (1956-1958)1958 Model 1958 Early Series I 80inYears: July 1948-May 1950Number Built: 18,693 (approx)Engine: 1595 cc, 50 hp, 101 ft-lbs, 4 cylinder petrol (producion 1997 cc, 52 hp, 127 ft-lbs, 4 cylinder petrol (on the 50 prototypes)Weight: 2594 lbsDistinguishing features: Tapered doors; headlights behind the grill; instrument assembly centrally located and protruding from the dash; flat body sides; flat door hinges; no exterior door handle; recessed breakfast with 4 breakfast holes; square, wire Grill.Notes: CKD=Complete Knock Down--A kit assembled overseasProduction Data: 1948: Basic: 3,000 1949: 21
  22. 22. เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯ Basic: 4920 Station Wagon: 70 Welder: 10 1950: 10,693 (approx) Basic & CKD: 10,290 (approx) Station Wagon: 320 (approx) Welder: 33 (approx) 2-liter Prototypes: 50 Mid Series I 80inYears: May 1950-Early 1953Number Built: 49,465 (approx) Basic: 40,484 (approx--also includes 1950 CKDs) Station Wagon: 260 (approx) Welder: 79 (approx CKD: 8640 (approx)Engine: 1595 cc, 50 hp, 101 ft-lbs, 4 cylinder petrol (1951 models) 1997 cc, 52 hp, 127 ft-lbs, 4 cylinder petrol (1952 and 1953 models)Weight: 2594 lbsDistinguishing features: tapered doors; headlights peaking through the grill; instrument assembly centrally located and protruding from the dash; flat body sides; flat door hinges; exterior Door handles were introduced in 1952; recessed breakfast with 4 breakfast holes; rectangular, wire Grill.Notes: CKD=Complete Knock Down--A kit assembled overseasProduction Data: 1950 Basic & CKD: 5,149 (approx) Station Wagon: 160 (approx) Welder: 17 (approx) 1951 Basic: 13,359 Station Wagon: 100 Welder: 20 CKD: 2,401 1952 22
  23. 23. เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯ Basic: 15,607 Welder: 31 CKD: 3,077 1953 Basic: 6,371 (approx) Welder: 11 (approx) CKD: 3,162 (approx) Late Series I 80inYears: Early 1953-Sept 1953Number Built: 9,544 (approx)Engine: 1997 cc, 52 hp, 127 ft-lbs, 4 cylinder petrolWeight: 2594 lbsDistinguishing features: Tapered doors; headlights on the breakfast; instrument assembly centrally located and protruding from the dash; flat body sides; flat door hinges; exterior door handles; recessed breakfast with one breakfast hole; inverted T, wire Grill.Notes: CKD=Complete Knock Down--A kit assembled overseasProduction Data: 1953 Basic: 6,371 (approx) Welder: 11 (approx) CKD: 3,162 (approx) Series I 86in & 107 in 23
  24. 24. เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯYears: 1954-1956 (86"), 1955-1958 (107")Number built: 86" Basic: 49,342 107" Basic: 20,345 107" Station Wagon: 7,001Engine: Petrol: 1997 cc, 52hp, 4 cylinder petrol Diesel: NoneWeight: 86" basic, 2702 lbs; 107" basic, 3031 lbs; 107" Station Wagon, 3444 lbsDistinguishing features: flat sides; headlights inboard; body color headlight rings; one breakfast hole; inverted T, wire grill; flat door hinges; recessed door latch; centrally located instruments.Notes: • The as with other Rovers the only main difference between the 86" and 107" is the wheelbase, otherwise they are identical. • The Series I 86" and 107" came with a number of body styles: hard top, pickup top, soft top and no top. • The 86" had 2 doors and would seat 3. The 107 in came either as a 2 door (seating 3) or as a 5 door (Station Wagon) that seated 10.Production data: 1954: 86" Basic: 15,080 107" Basic: 3,820 1955: 86" Basic: 20,214 107" Basic: 8,690 1956: 86" Basic: 14,048 107" Basic: 7,835 107" Station Wagon: 1,266 1957: 107" Station Wagon: 2,420 1958: 107" Station Wagon: 3,315 Series I 88 in 24
  25. 25. เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯYears: 1956-1958Numbers Built: 88" Basic: 25,944 109" Basic: 16,132Engine: Petrol: 1997 cc, 52 hp @3500 rpm, 101 lb-ft @1500 rpm, 4 cylinder Diesel: 2052 cc, 51 hp @3500 rpm, 87 lb-ft @2000 rpm, 4 cylinderWeight: 88" Basic, 2740 lbs; 109" Basic, 4080 lbsDistinguising Features: Flat sides; headlights inboard; chrome headlight rings; inverted T, wire grill; centrally located instrumentsNote: The 109" is essentially a stretched 88"Production Data: 1956 88" petrol: 2,270 88" diesel: 6 (prototypes) 109" petrol: 1,152 109: diesel: 1 (prototype) 1957 88" petrol: 13,977 88" diesel: 298 109" petrol: 8,475 109: diesel: 153 1958 88" petrol: 7,338 88" diesel: 2,055 109" petrol: 5,405 109: diesel: 946 25
  26. 26. เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯLand Rover Series II (1958-1961)นับเป็นปีที่แลนด์โรเวอร์เริ่มมองหารูปแบบใหม่ๆ เพื่อเปิดตลาดรถยนต์เพิ่ม ซึ่งในปีนี้เองคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุด คือ Austin Gypsyที่รูปแแบการตลาดคล้ายคลึงกัน รวมทั้งการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีก็เริ่มขยายตัวทำให้ตลาดมีความต้องการความใหม่ของรูปแบบรถยนต์ Austin Gypsyและแล้วก็มาถึงลูกเมียน้อยของแลนด์โรเวอร์ พราะผลิตได้แค่ไม่ก่ีปก็เลิก ซ้ำร้ายขณะยังไม่ได้ออกจำหน่าย โครงการณ์ผลิต Series 3 ีก็ออกมาเป็นคู่แข่งพร้อมๆกันเสียแล้ว Series II มีช่วงการผลิตที่น้อยเพียงแค่ 3 ปีเท่านั้นเพราะเป็นช่าวเวลาที่ Series 3กำลังใกล้จะออกตามมาเช่นกัน โดยถูกผลิตครั้งแรกเมื่อปี 1958 โดย David Bache นักออกแบบของ LR เอง โดยมี 2 รุ่นดังนี้คือ ขนาดกว้าง 88and 109" กับเครื่องยนต์มให้เลือก 2052cc ดีเซล หรือ 2286cc เบนซิน, (88" จะใช้เครื่องเบนซิน 1997 CC ) ี 26
  27. 27. เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯถ้าใครได้เป็นเจ้าของ S2 แท้ๆ สักคัน หรือลูกครึ่งก็ไม่เป็นไร ขอให้โครงสร้างตัวถังดีเป็นใช้ได้ 27
  28. 28. เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯจงภูมใจไว้เถอะครับว่ารถรุ่นเรามีนอย ควรค่าแก่การเก็บรักษา และรุ่นนี้ในบ้านเราทั้งหมด ขนขึ้นเรือ ข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากอังกฤษทั้งคัน ิ ้ Series II Years: 1958-1961Numbers Built: 28
  29. 29. เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯ88" Basic: 60,456109" Basic: 12,032109" Station Wagon: 7,579Engine:Petrol: 1997 cc, 52 bhp @3500 rpm, 101 lb-ft @1500 rpm, 4 cylinder--1958 88" models onlyPetrol: 2286 cc, 77 bhp @4250 rpm, 124 lb-ft @2500 rpm, 4 cylinderDiesel: 2052 cc, 51 bhp @3500 rpm, 87 lb-ft @2000 rpm, 4 cylinderWeight: 88" Basic, 2900 lbs; 109" Basic, 3294 lbsDistinguising Features:Bulged Sides; Headlights inboard; 3 holes in the breakfast; wire, inverted T grill, centrally locatedinstrumentsNotes: 109" is essentially a streched 88"Production Data:195888" petrol: 7,15088" diesel: 1,261109" petrol: 2,944109" diesel: 791195988" petrol: 12,93688" diesel: 2,685109" petrol, Basic: 6,987109" petrol, Station Wagon: 1,660109" diesel, Basic: 2,217109" diesel, Station Wagon: 32196088" petrol: 15,90988" diesel: 3,143109" petrol, Basic: 11,438109" petrol, Station Wagon: 2,643109" diesel, Basic: 2,740109" diesel, Station Wagon: 93196188" petrol: 14,92288" diesel: 9,539109" petrol, Basic: 12,364109" petrol, Station Wagon: 3,000109" diesel, Basic: 2,641109" diesel, Station Wagon: 151 29
  30. 30. เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯLand Rover Series IIA (1962-1968)1961: เครื่องยนต์ดีเซลที่เป็น option เพื่อเพิ่มกำลังจาก 2 ลิตร เป็น 2.25 ลิตร แต่ยังมีชวงชักเท่ากับเครื่องยนต์เบนซิน ่นอกจากนี้ยงเสริมความแข็งแรงที่ แค้งชาร์ฟ (crankshaft) ให้แข็งแรงกว่าเครื่องเบนซิน แตรย้ายมาตรงกลางพวงมาลัย ัก้านไฟเลี้ยวตีกลับมาตำแหน่งเดิมเมื่อเลี้ยวเสร็จ1962: A 12-seater LWB station wagon was introduced, as an option to the usual 10-seater. This could be seen as a tax avoidance measurebecause 12 seats made it a bus and buses did not carry sales-tax! The rear seat occupants would need to be very good friends.1962: Forward Control Land Rover เริ่มผลิต1965: ดำเนินการออกแบบรถต้นแบบของ Military Lightweight.1966: เพิ่ม Optional เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.6 ลิตร 6 สูบ ในรุ่น LWB และ FC เพื่อเพิ่มสมรรถนะให้ FC (series 2B) ในขณะนั้น มี LRผลิตออกมาจำหน่ายจำนวน 500,000 คันแล้ว1967: เปลี่ยนหน้าปัดมาตรวัดต่างๆ และมอเตอร์ปัดน้ำฝนเป็นแบบใช้ตวเดียว ั1968:ไฟหน้าย้ายมาอยู่ด้านข้างบริเวณแก้มทั้งสองข้าง ในรถส่งออก แต่ในบ้านเราก็มีบางคันที่ไฟหน้าจะอยู่ตรงกลางจุดสังเกตที่พอจะทำให้แยกจาก S2 ได้คือ บริเวณห้องเครื่องด้านท้ายเครื่องจะเว้ามากกว่ารุ่น S2 30
  31. 31. เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯ1969: เพิ่มความแข็งแรงให้เพลาท้ายในรุ่น LWB1971: SIII เริ่มผลิต หยุดสายการผลิต S2A Early Series IIAYears: 1962-(April 1968-Feb 1969)Not all markets saw the changes that started in April 1968Numbers Built (approximations):88" Basic & Station Wagon: 103,000109" Basic & Station Wagon: 123,000109" 6 cyl: 3,900109" 1 ton: 50 ("very few"--the production then was about 70/year and the split came mid year)88" & 109" CKD: 51,000 (CKD=Complete Knock Down--a kit assembled overseas)Engine:Petrol: 2286 cc, 77 bhp @4250 rpm, 124 lb-ft @2500 rpm, 4 cylinderPetrol: 2625 cc, 83 bhp @4500 rpm, 132 lb-ft @1750 rpm, 6 cylinder (109" only)Diesel: 2286 cc, 62 bhp @4000 rpm, 103 lb-ft @1800 rpm, 4 cylinderWeight: 31
  32. 32. เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯ88" Basic: 2953 lbs88" Station Wagon: 3281 lbs109" Basic: 3445 lbs109" Station Wagon: 3742Distinguising Features:Bulged sides; inboard headlights; crome headlight rings; wire, inverted T grill, 3 breakfast holes, stearingarms under the swivel ball; centrally located instrumentsNotes:109" is essentially a streached 88".Land Rovers built before April 1967 have an postive earth electricals and a body colored instrument panel.Post April 1967 Land Rovers are negative earth and have a black colored instrument panel.Production Data (approximate--data is a model based on all known information):196288": 13,500109": 16,50088" & 109" CKD: 6,600196388":12,600109": 15,30088" & 109" CKD: 6,100196488": 15,400109": 18,80088" & 109" CKD: 7,600196588": 16,660109": 20,20088" & 109" CKD: 8,200196688": 17,300109": 21,10088" & 109" CKD: 8,600196788": 16,000109": 17,70088" & 109" CKD: 7,900109" 6 cyl: 2,250196888": 11,800109": 13,50088" & 109" CKD: 6,000109" 6 cyl: 1700109" 1 ton: 50 32
  33. 33. เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯ Late Series IIAYears: ~1968/1969 to 1971It is not clear when LR made the transition from the Bugeye to the Late SIIANumbers Built (approximations):88" Basic & Station Wagon: 48,700109" Basic & Station Wagon: 57,000109" 6 cyl: 5,000109" 1 ton: 26088" & 109" CKD: 25,200 (CKD=Complete Knock Down--a kit assembled overseas)Engine:Petrol: 2286 cc, 77 bhp @4250 rpm, 124 lb-ft @2500 rpm, 4 cylinderPetrol: 2625 cc, 83 bhp @4500 rpm, 132 lb-ft @1750 rpm, 6 cylinder (109" only)Diesel: 2286 cc, 62 bhp @4000 rpm, 103 lb-ft @1800 rpm, 4 cylinderWeight:88" Basic: 2953 lbs88" Station Wagon: 3281 lbs109" Basic: 3445 lbs109" Station Wagon: 3742Distinguising Features:Bulged sides; wing mounted, recessed headlights; wire, plus shaped grill; 3 breakfast holes; stearing armsunder the swivel ball; centrally located instrumentsNotes: 109" is essentially a stretched 88".Production Data (approximate--data is a model based on all known information):196888": 3,000109": 3,50088" & 109" CKD: 2,000109" 6 cyl: 500109" 1 ton: 20196988": 17,830109": 20,40088" & 109" CKD: 9,000 33
  34. 34. เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯ109" 6 cyl: 2250109" 1 ton: 72197088": 16,700109": 19,10088" & 109" CKD: 8,500109" 6 cyl: 2250109" 1 ton: 82197188": 10,200109": 13,00088" & 109" CKD: 5,700109" 6 cyl: 2250109" 1 ton: 831981: ~11101981: ~1110Forward Control Series IIA หลังจากแลนด์โรเวอร์ได้แนะนำ SIIA เข้าสู่ตลาดในปี 1962 แล้วนั้น เพื่อตอกย้ำตลาดภายในบ้านตัวเองจึงคิดจะผลิตรถยนต์แบบ StationWagon แบบ 12 ที่น่ง แต่ถ้ายังคงใช้รูปแบบตัวรถแบบเดิมจะต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นอีก ันักออกแบบของแลนด์โรเวอร์จึงคิดออกแบบรถให้เสียภาษีน้อยลงโดยยึดโครงสร้างให้ไปเป็นแบบรถมินบัสในปัจจุบัน ซึ่งมันก็ได้ผล ิเพราะราคาขายสามารถลดลงจาก 1293 เป็น 950 ปอนด์ และในเดือนกันยายนก็เริ่มผลิตออกขาย ให้ชื่อรุ่นว่า Forward Control 34
  35. 35. เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯ1962: รุ่น Forward control หรือ cab-over เป็น version หนึ่งของ SIIA Land-Rover ซึ่งถูกผลิตขึ้นสำหรับผู้ที่ต้องการเนื้อที่บรรทุกมากๆหรือต้องการพื้นที่วางเพื่อทำกิจกรรมอื่นๆ แต่มันยังคงใช้โครงสร้าง Chassis ของ SIIA ่แต่มีส่วนเพิ่มเติมในด้านหน้าเพื่อทำหน้าที่ยึดตัวถังที่ยื่นออกมา ในส่วนของตัวถังก็ยงสามารถนำของ SIIA มาปรับแต่งใช้บางส่วนโดยเพิ่ม ัSub-chassis ไว้ดานบนของแชสซีหลักเพื่อรองรับน้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้นของตัวรถ กระจังรับลมด้านหน้าเลื่อนมาไว้ด้านหน้า ้และลดขนาดก้านพัดลมลง ทำให้อายุงานสั้นลง แต่เมื่อต้องการจะเปลี่ยนเครื่องยนต์ ก็สามารถนำพัดลมไฟฟ้ามาติดตั้งได้เลยเพราะเนื้อที่เหลือเฟือ S2Aด้านหน้า Chassis ประกอบไปด้วยเหล็กชิ้นหลายท่อน เพื่อทำหน้าที่ยึดตัวบอดี้ส่วน ฝาครอบเครื่องยนต์ยื่นเข้าไปจนถึงที่นั่งด้านหน้าSeries IIB1966: พัฒนามาเป็น Series IIB forward control ที่มีความแข็งแรงกว่า มีความยาวฐานล้อ 110" และขยับเพลาหน้าเดินหน้ามา 1 นิ้วความกว้างฐานล้อเพิ่มขึ้นจาก SIIA เพื่อประโยชน์ในการทรงตัวที่ดีขึ้นจุดสังเกตที่เห็นได้ง่ายสุดระหว่าง FC SII2A กับ FC SII2B คือ SII2B ไฟหน้าจะอยู่ด้านล่าง และไฟหรี่จะย้ายไปอยู่ด้านบน ต่อจากไฟเลี้ยว 35
  36. 36. เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯThe Land-Rover Forward Control 101 ถูกสร้างขึ้นสำหรับใช้ในราชการทหารของกองทัพอังกฤษเพื่อจุดประสงค์ให้สามารถเคลื่อนย้ายทางอากาศ ได้ รุ่นมาตราฐานของ 101 จะเป็นแบบหลังคาอ่อน (ผ้าใบ) แบบรถวิทยุแวนและรถพยาบาล ใช้ระบบไฟ 24V ในตอนแรกมีใช้กนมากที่กองกำลัง NATO ในแถบประเทศยุโรป ในบ้านเราไม่ค่อยเห็นเท่าที่ควร ัโดยคนไทยนิยมเรียกมันว่า “แลนด์ฯโย่ง” 36
  37. 37. เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯรถต้นแบบ1969: ในตอนแรกฝากระโปรงจะสั้นมาก รูปแบบด้านหน้ารถก็แตกต่างจารถผลิตจริงมาก นอกจากนี้ยงใช้ระบบ ขับ 4 แบบ part time ัใช้เครื่องยนต์ขนาด 3 ลิตร 6 สูบรถต้นแบบดังกล่าว ถูกขายให้กบ ออสเตรเลีย ซึ่งนำไปใช้กับเครื่องยนต์ Australian Ford Falcon motor 3.6 ลิตร 6 สูบ และรถต้นแบบนี้ยังใช้ ัรถพ่วงของบริษท Tasmanian หลังจากนั้นมันก็ถูกขายต่อให้ John Ayre และ Simon Ramsey แห่ง ULR Motors ใน Melbourne ัในตอนนั้นก็ยังคงใช้ตัวถัง รวมทั้งผ้าใบแบบเดิม หลังจากนั้น Falcon motorก็เปลี่ยนเครื่องยนต์เป็นแบบ V8 Leyland Terrier ขนาด 4.4 ลิตร โดยเครื่องยนต์ดังกล่าวถือได้ว่าเหมาะเจาะกับมันเป็นอย่างดีรถต้นแบบ 101ปี 1969: forward control truck, หลังคาผ้าใบ, 2 ที่นั่ง (เพิ่มอีก 8 ที่นั่งในด้านหลัง), 2 ประตูความยาว 4290 mm (169"), กว้าง 1830mm (72"), สูง 2180mm (86")ความยาวฐานล้อ 2560mm (101"), ความกว้างฐานล้อ 1520mm (60") / 1550mm (61"), ความสูงตัวรถ 254mm (10")รัศมีวงเลี้ยว 7.15m (236")น้ำหนักรวม ถังน้ำมัน 5 แกลลอน,เครื่องดับเพลิง,เครื่องมือต่างๆ 1998 kg (4396 lbs), ด้านหน้า 1170kg (2574 lbs), หลัง 828kg (1822 lbs)เครื่องยนต์ Ford Falcon XT Series 3620cc (221 cu in), petrol, 6-cyls, carbulator, 2-valves/cyl, ohvกำลัง 99bhp (gross) ที่ 4100rpm,แรงบิด 170 lbft ที่ 1700rpm 37
  38. 38. เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯระบบไฟแบบl 24 volts, 60 amp alternatorคลัทช์ 9.5" (10" envisaged for production)อัตราทดเกียร์ 4.609:1, 2.448:1, 1.505:1, 1:1 (ถอยหลัง 3.664:1); transfer case: 1.174:1 (hi), 3.321:1 (lo); diff: 5.571:1อัตราทดรวม hi: 26.6:1, 16.0:1, 9.85:1, 6.54:1 (ถอยหลัง 24:1)อัตราทดรวม lo: 75.0:1, 45.3:1, 27.8:1, 18.5:1 (ถอยหลัง 67:1)รถต้นแบบใช้เกียร์รุ่น `phase-I box กับเพลา ENV ส่วนรถในสายการผลิตใช้เกียร์ `SIII phase-II gearbox (เช่น. LT95)เบรค ขนาด 280mm x 76mm (11" x 3") ในด้านหน้า และ, 280mm x 63mm (11" x 2.25") ในด้านหลังยางขนาด 9.00 x 16 Dunlop ถังน้ำมัน 2 ถัง ถังละ 18 แกลลอนสายการผลิต1972: เริ่มออกแบบสายการผลิต101 ถูกผลิตในช่วงปี 1975 และ 1978 เป็นจำนวนมากเกิน ทำให้ต้องเก็บไว้เป็นเวลานานและต้องนำมาดูแลกันใหม่เมื่อต้องการนำออกมาขายอีกครั้ง โดยมันใช้เครื่องยนต์ขนาด 3.5-litre alloy V8 และเกียร์รุ่น LT95 จาก RangeRover แบบ 4 จังหวะ และ 2 จังหวะสำหรับเกียร์ transfer , ขับสี่ล้อ full time ระบบช่วงล่างเป็นแหนบที่มีขนาดใหญ่และกว้างความกว้างของเพลา ยาวกว่าในรุ่นของ series ขนาดยางมาตราฐาน 9.00" x 16" ล้อขนาด 6.5" x 16" น็อตล้อ 6 รูLand-Rover 101 (1975-1978):หลังคาผ้าใบ, 2 ที่นั่ง (เพิ่มอีก 8 ที่น่งในด้านหลัง), 2 ประตู ัความยาว 4290 mm (169"), กว้าง 1830mm (72"), สูง 2180mm (86")ความยาวฐานล้อ 2560mm (101"), ความกว้างฐานล้อ 1520mm (60") / 1550mm (61"), ความสูงตัวรถ 254mm (10")รัศมีวงเลี้ยว 7.15m (236")เครื่องยนต์ 3.5L V8 เกียร์ LT95 4 จังหวะแบบธรรมดา Full time 4WDเบรคดรัม ขนาด 280mm x 76mm (11" x 3") ในด้านหน้า และ, 280mm x 63mm (11" x 2.25") ในด้านหลังยางขนาด 9.00 x 16option : Winch Nokken ติดตั้งอยู่ Chassis ด้านซ้ายมือ 38
  39. 39. เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯทำการผลิตจนถึงปี 1978 และในรุ่นถัดมาตั้งแต่ปี 1980-1982 ก็ถูกเรียกกลับเพื่อทำใหม่ (rebuild) และตัวถังแบบรถพยาบาลก็ถูกนำมาใช้ในChassis รุ่นมาตรฐานระบบไฟมีท้ัง 60A 24V และ 40A 12VLand Rover Light Weight (1967-1983)ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง Jeep ถูกส่งเข้าประจำการในสงครามร่วมกับหน่วยพลร่มของอังกฤษ และหน่วยพลร่ม 82 และ 101ของอเมริกน ซึ่งยุทธวิธีที่ใช้ลำเลียงกำลังพล และยุทธโธปกรณ์ คือ ทางอากาศ โดยเฉพาะเฮลิคอปเตอร์ มีบทบาทสำคัญยิ่ง ัเพราะสามารถเคลื่อนที่ได้เร็ว และสามารถขนส่งกำลังพล และรถยนต์ได้ตรงพื้นที่เป้าหมายรถยนต์คันแรกที่เริ่มใช้ขนส่งทางอากาศได้คอ Citroen 2CV แต่ยังไม่แข็งแกร่งพอสำหรับงานหนักเช่นนี้ได้ ืจึงเกิดมีความต้องการรถยนต์ที่สมรรถนะแข็งแรง น้ำหนักเบา ซึ่งต้องไม่เกิน 25000 ปอนด์ สามารถเคลื่อนย้ายทางอากาศได้สะดวกและปลอดภัยรถยนต์ขาด 88" มาตรฐานของ Land Rover เองก็มีน้ำหนักเกือบ 3,000 ปอนด์ ซึ่งใกล้เคียงกับข้อกำหนดและสามารถจะนำมาดัดแปลงให้เข้าข้อกำหนดได้ง่าย แต่มันเป็นไปไม่ได้ถ้าเราจะลดน้ำหนักของ Chassis 39
  40. 40. เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯโดยที่ไม่มีผลเสียหายข้างเคียงตามมา ส่วนเรื่องเครื่องยนต์ เกียร์ และเพลา ก็คงจะเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ มีสิ่งเดียวที่เหลือพอจะจัดการได้ตัวถัง โดยการลดสัดส่วน ลดขนาดของส่วนต่างๆลง เช่นประตู กระจกหน้า หรือแม้กระทั่ง ส่วนของบั้นท้าย แต่ยังคงไว้ กันชนเดิมและยางอะไหล่ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย สามารถลดน้ำหนักลงเหลือ 2,650 ปอนด์ ซึ่งเป็นที่ยอมรับของกองทัพอังกฤษ THE LANDROVER AIR-PORTABLE LIGHTWEIGHT จึงถือกำเหนิดเป็นครั้งแรกปี 1968 เริ่มสายการผลิต แต่ในเวลานั้น เฮลิคอปเตอร์ที่ใช้ในปฏิบัติการทางทหารสามารถรองรับน้ำหนักได้มากขึ้น ทาง Land Roverจึงไม่ได้ถอดประตูข้าง และหลัง รวมทั้งกระจกหน้าออกเพราะคำนึงถึงความปลอดภัยในการใช้งานภาคพื้นดินสายการผลิตเริ่มผลิตจากปี 1968 จนกระทั่งเริ่มผลิตรุ่น Series 3 จึงหยุดการผลิต โดยพวกมันถูกส่งเข้าประจำการในกองทัพกว่า 20 ประเทศโดยมีแบบที่แตกต่างกันออกไป เช่น เครื่องยนต์เบนซิน ดีเซล ระบบไฟฟ้า 12V หรือ 24 V หลังคาแข็ง หลังคาอ่อนหรือจะเป็นรถวิทยุท่สร้างมาเฉพาะ ีLand Rover Santana ถูกผลิตขึ้นในสเปน รู้จักกันในนาม 88 Militar ซึ่งต่อมาก็มการผลิตในรุ่น 109" ีและบางส่วนถูกส่งไปประจำการในต่างประเทศLight Weight รุ่นแรกเป็น Series 2 มีไฟหน้าอยู่ข้างตระแกรงหน้ารถ แต่เมื่อ Series 3 ถูกผลิตมันก็ถูกย้ายมาด้านข้างที่แก้มทั้งสองข้างรวมทั้งเปลี่ยนแปลงในส่วนของเครื่องยนต์ เกียร์ตาม Series 3 ไปด้วย ส่วนในบ้านเรา ค่อนข้างหายาก หรือจะพูดได้ว่าหาแทบไม่ได้ก็ว่าได้แต่ยังมีให้เห็นบ้างในโอกาสสำคัญๆ ถ้าใครเป็นเจ้าของก็คงนับได้ว่าถูกหวยรางวัลที่หนึ่งหล่ะครับ 40
  41. 41. เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯ Early Series IIA Military LightweightYears: 1967-1969Numbers Built: about 1,112Engine: Petrol: 2286 cc, 77 bhp @4250 rpm, 124 lb-ft @2500 rpm, 4 cylinder (all years)Weight: 3514 lbsDistinguising Features: Angular bonnet; flat sides; flat plate windscreen mount; wire mesh, rectangular grill; centrally located instruments; flat dash; headlights on breakfast; recessed breakfastNotes:: All were built for the British ArmyProduction Data: 1967: 2 1968: 512 1969: ~600 Late Series IIA Military Lightweight 41
  42. 42. เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯYears: 1970-1972Numbers Built: about 1,825Engine: Petrol: 2286 cc, 77 bhp @4250 rpm, 124 lb-ft @2500 rpm, 4 cylinder (all years)Weight: 3514 lbsDistinguising Features: Angular bonnet; flat sides; flat plate windscreen mount; wire mesh, rectangular grill; centrally located instruments; flat dash; headlights in wings; recessed breakfastNotes:: All were built for the British ArmyProduction Data: 1970: ~800 1971: ~900 1972: ~175 Series III Military LightweightYears: 1972-1983Numbers Built: Petrol: 10,425 (1972-1979) Diesel: 1,909 (1972-1979) Either: ~4,500 (1980-1983)Engine: Petrol: 2286 cc, 77 bhp @4250 rpm, 124 lb-ft @2500 rpm, 4 cylinder (all years) Diesel: 2286 cc, 62 bhp @4000 rpm, 103 lb-ft @1800 rpm, 4 cylinder (after 1975) 42
  43. 43. เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯWeight: 3514 lbsDistinguising Features: Angular bonnet; flat sides; pillar windscreen mount; wire mesh, rectangular grill; centrally located instruments; flat dash; headlights in wings; recessed breakfastNotes:: All were built for military useProduction Data:1972: ~15401973: ~15401974: ~15401975: ~15401976: ~15401977: ~15401978: ~15401979: ~15401980: ~11101981: ~1110Land Rover Stage I (1979-1985)1979: LandRover stage-1 ชื่อที่ใช้เรียกแทนโครงการลงทุนในรถรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นขั้นแรกของโครงการ ซึ่งต่อมาก็คือ รุ่น 90-110 และ Defenderตามลำดับstage-1 ที่เราเห็นมันก็คือ Series III ที่ยังคงใช้ช่วงล่างเป็นแหนบเหมือนเดิม ความยาวฐานล้อ 109" แต่ใช้เครื่องยนต์เบนซินขนาด 3.5 ลิตร V8กับเกียร์ 4-speed full-time 4WD 43
  44. 44. เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯ1981: มีรุ่นเฉพาะที่จำหน่ายในออสเตรเรีย ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล Isuzu 3.9L 4BD1 4สูบโครงสร้างของ series III ถูกดัดแปลงใหม่ โดยย้ายกระจังหน้ามาไว้ด้านหน้า ฝากระโปรงยาวเต็มถึงแก้มซ้ายขวา ตัด chassisชิ้นที่สองที่ขั้นกลางออก แล้วสร้างใหม่เพื่อมารับน้ำหนักที่ใต้เกียร์ หลังจากนั้นก็ตัด chassis อีกอันที่อยู่ท้ายเกียร์ เพลายังเป็นรุ่นของ SIIIทีมีอัตราทดเฟือง 3.54ภาพ : LandRover Stage-1 ปี 1981, LWB station wagon, 10 ที่นั่ง, 5 ประตูความยาว 4580 มม, ความกว้าง 1680 มม, ความสูง 2000 มมความยาวฐานล้อ 2770มม. (109"), ความสุงจากพื้น 209 มม.น้ำหนัก 1809 kgเครื่องยนต์เบนซิน 8 สูบ ขนาด 3528 cc 2valves ต่อสูบ แบบ OHVกระบอกสูบขนาด 88.9 มม, ช่วงชัก 71.12 มม, กำลังอัด 8.13:1 44
  45. 45. เขาว่าผมบ้าแลนด์ฯกำลัง 69kW (92bhp) ที่ 3500 rpm, แรงบิด 230Nm ที่ 2000rpmระบบส่งกำลัง LT95, 4m, full-time 4WD, centre differentialอัตราส่วน ที่เกียร์ (1) 4.069:1,(2) 2.448:1, (3) 1.505:1, (4) 1:1 (ถอยหลัง 3.664:1), transfer-case hi 1.336:1, lo 3.321:1ช่วงล่าง แหนบ หน้า-หลัง พร้อม ดรัมเบรค หน้า-หลัง เช่นกันขนาดยาง 7.50x16, ปริมาตรถังน้ำมัน 68 ลิตร1983: เริ่มผลิต รุ่น 110 และ 90 (1994) Stage I (SIII, 109", V8) Years: Feb 1979-1985Numbers Built:Unknown. An approximate upper bound is 58,000. This number is based upon a model that predicted thenumber of 109" built for the years in question. So 58,000 includes non-Stage I 109"s. I wouldnt besurprised if the true number is around 40,000Engine: Petrol: 3528 cc, 91 bhp @3500 rpm, 166 lb-ft @2000 rpm, V8Weight: 3396 lbsDistinguising Features:Grill flush with wings; wire mesh, rectangular grill, windscreen attached via pillers on the firewall;instruments located in front of the driver; a dash board; recessed headlights mounted in the wings; bulgedsides; square doors; steering arms under the swivel pin housing.Notes:The Stage Is were all 109".The number of Stage Is built is unknown because Land Rover switched over to VINs. So all Chassisnumbers are jumbled together and there there isnt an easy to pull the Stage I data out from the other 109"and 88" dataLand Rover Series III (1971-1985) 45

×