ปุ่มย้อนกลับอยู่ฝั่งล่าง
ขวาน้ะ
เนื้อหา หน้า
ผู้ฟัง 1-2
ผู้นาเสนองาน 3
ข้อมูลที่ใช้นาเสนองาน 4
วัตถุประสงค์ในการนาเสนองาน 5
กระบวนการนาเสนองาน 6-8
หลักการนาเสนอที่ดี 9-10
การใช้เทคโนโลยีนาเสนองาน 11
อุปกรณ์เทคโนโลยีในการนาเสนองาน 12-26
ซอฟแวร์ที่ใช้นาเสนองาน 27-29
อ้างอิง 30
ลักษณะของการฟังที่ดีการฝึกทักษะการฟังให้มีประสิทธิภาพและได้ชื่อว่า "ฟังเป็น"
นั้นควรปฏิบัติตามหลักการฟังที่ดี ดังนี้
๑. ตั้งจุดมุ่งหมายในการฟังให้ชัดเจน เช่น การฟังบรรยายในชั้นเรียนควรตั้ง
จุดมุ่งหมายว่า ฟังเพื่อความรู้ ไม่ใช่ฟังเพื่อความสนุกสนานเพลิดเพลิน เป็นต้น
๒. ฟังด้วยควรตั้งใจ มีสมาธิ รู้จักสังเกตและใช้วิจารณญาณพิจารณารายละเอียด
ของเรื่อง รวมทั้งฝึกฝนให้สามารถทนต่อสภาพแวดล้อมที่รบกวนการฟังได้
๓. เตรียมตัวก่อนฟัง เช่น หากต้องการฟังบรรยายซึ่งมุ่งหวังความรู้ก็ควรศึกษา
เอกสารที่ได้รับก่อนการบรรยาย (ถ้ามี) เตรียมอุปกรณ์เครื่องเขียนต่าง ๆ เพื่อการจด
บันทึก เป็นต้น
๔. สนใจผู้พูดโดยตั้งใจฟังตลอดเวลา ไม่ควรพูดคุยหรือสนทนากันระหว่างการฟัง
เพราะนอกจากจะไม่ได้รับสาระที่ครบถ้วนแล้ว ยังเป็นการไม่ให้เกียรติผู้พูดอีกด้วย
๕. ฟังโดยปราศจากอคติต่อผู้พูด ละเว้นการจับผิดผู้พูด เช่น เรื่องการแต่
กาย การใช้น้าเสียง การเว้นวรรคตอน เป็นต้น แม้จะพบว่าการพูดในครั้ง
นั้นไม่ดึงดูดความสนใจมากนักก็ควรเก็บสาระจากการฟังมากกว่าเรื่องอื่น
๖. ฟังแล้วจับใจความสาคัญ หรือสรุปความคิดรวบยอดของเรื่องให้ได้
๗. ซักถามข้อสงสัย หากมีข้อความตอนใดไม่เข้าใจแจ่มแจ้ง ควรจด หรือจา
ไว้และรอจนผู้พูดเปิดโอกาสให้ซักถาม จึงซักถามด้วยคาพูดที่สุภาพ สารวม
กิริยา ไม่ถามนอกเรื่องหรือลองภูมิผู้พูด
๘. ฟังโดยใช้วิจารณญาณ ใช้ความคิดในเชิงวิพากษ์วิจารณ์ว่าควรเชื่อถือ
หรือไม่เมื่อพิจารณาอย่างถ่องแท้แล้ว จึงสรุปความให้ชัดเจน
คุณสมบัติของผู้นาเสนอ
ในการนาเสนอด้วยวาจา คุณสมบัติอันเป็นลักษณะประจาตัวของผู้
นาเสนอ ถือได้ว่าเป็นส่วนสาคัญของความสาเร็จในการนาเสนอ เพราะคุณสมบัติของผู้
นาเสนอจะมีอิทธิพลต่อการโน้นน้าวชักจูงให้เกิดความสนใจ ความไว้วางใจ เชื่อถือ และ
การยอมรับได้มาก เท่ากับหรือมากกว่าเนื้อหาที่นาเสนอ
ผู้นาเสนอที่ประสพความสาเร็จส่วนใหญ่ จะมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
1.มีบุคลิกดี2. มีความรู้อย่างถ่องแท้3. มีความน่าเชื่อถือไว้วางใจ4. มีความเชื่อมั่นในตนเอง
5.มีภาพลักษณ์ที่ดี6. มีน้าเสียงชัดเจน7.มีจิตวิทยาโน้นน้าวใจ8. มีความสามารถในการใช้
โสตทัศนอุปกรณ์9.มีความช่างสังเกต10. มีไหวพริบปฏิภาณในการคาถามดี
ข้อมูลที่ใช้ในการนาเสนองาน
ข้อมูลที่ใช้ในการนาเสนองานควรจะเป็นข้อมูลที่มาจากแหล่งน่าเชื่อถือได้หรือไม่
ก็ต้องมีการเปรียบเทียบข้อมูลก่อนนาเสนองานเพื่อไม่ให้เป็นข้อมูลที่ผิดพลาด
และถ้าเรามีการนาข้อมูลจากเว็บอื่นๆมาเราก็ควรจะอ้างอิงให้เว็บนั้นด้วย
จุดมุ่งหมายในการนาเสนอ
1.เพื่อให้ผู้รับสารรับทราบความคิดเห็น
หรือความต้องการ
2.เพื่อให้ผู้รับสารพิจารณาเรื่องใดเรื่อง
หนึ่ง
3.เพื่อให้ผู้รับสารได้รับความรู้จากข้อมูล
ที่นาเสนอ
4.เพื่อให้ผู้รับสารเกิดความเข้าใจที่
ถูกต้อง
1. ทำควำมเข้ำใจเกี่ยวกับประเด็นหรือเรื่องรำวที่จะนำเนนอ
การนาเสนอที่ดีควรดาเนินไปตามจุดมุ่งหมายที่ได้วางไว้ การ
จะเสนอเรื่องราวหรือผลงานควรได้ทาความเข้าใจประเด็นของเรื่องราว
ที่ต้องการนาเสนอว่าจะนาเสนออะไร ในลักษณะใดและต้องการผล
อย่างไร ถ้ามีความชัดเจนในประเด็นย่อมจะนาเสนอได้ดี ได้ผลตาม
ที่ตั้งเป้ าประสงค์ไว้ในตอนแรก
2. กำรเตรียมและรวบรวมข้อมูล
เป็นขั้นตอนที่ต่อเนื่องจากการทาความเข้าใจในประเด็นและเรื่องราวที่
จะนาเสนอ เพื่อให้การนาเสนอมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น โดยทั่วไปที่มีการ
นาเสนอ เช่น การอภิปรายในที่ประชุมรัฐสภามีการใช้แผนภูมิ ใช้เทปบันทึกเสียง
ในการนาเสนอเพื่อขอรับทุน ขอเป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันกีฬา ต้อง
เตรียมสื่อประกอบเพื่อให้ผู้ฟังสามารถเห็นด้วยและคล้อยตามอันจะนาไปสู่การ
พิจารณาเรื่องที่เราจะขออนุมัติ
3. กำรจัดทำนื่อเพื่อนำเนนอ
โดยทั่วไปการนาเสนอนิยมจัดทาด้วยโปรแกรม Microsoft Power
Point ซึ่งเดิมทีเดียวนั้นใช้เพียงการพูด การใช้แผ่นใสประกอบ สื่อในการนาเสนอ
สามารถจัดทาได้มากมายขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของเรื่องราว ระยะเวลา สถานที่
และโอกาสของการนาเสนอ กลุ่มเป้ าหมายหรือผู้ฟัง ผู้ชม ก็เป็นองค์ประกอบที่สาคัญ
อย่างหนึ่งในการจัดทาสื่อ โดยภาพรวมแล้วการจัดทาสื่อควรพิจารณาว่าทาอะไร ทา
อย่างไร ผู้รับชมเป็นใครและคาดหวังผลอย่างไร
4. กำรตรวจนอบและฝึกซ้อมกำรนำเนนอ
ในกระบวนการนาเสนอ เมื่อมีการวางแผน เตรียมการจัดทาสื่อแล้ว ควรตรวจดูความ
ถูกต้อง มีการปรับปรุง แก้ไข มีผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญ ให้คาแนะนาปรึกษา จากนั้นทดลองใช้หรือ
ทดลองการนาเสนอ จับเวลา เพื่อให้เกิดความพอดี หรือป้ องกันข้อผิดพลาดที่จะเกิดขึ้นไว้
ล่วงหน้า
5. ขั้นกำรนำเนนอ
ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่มีความสาคัญมาก เพราะความสาเร็จมีมากน้อยเพียงใด
หรืออาจจะเกิดความผิดพลาด ล้มเหลว จากการที่ได้ตระเตรียมทั้งหมด
หลักการนาเสนอที่ดี
ลักษณะการนาเสนอที่ดี
นอกจากการเลือกรูปแบบของการนาเสนอ ให้ถูกต้องและเหมาะสม
แล้ว จะต้องคานึงถึงลักษณะของการนาเสนอ ที่จะช่วยให้บรรลุผลตามวัตถุประสงค์
ของการนาเสนอด้วย โดยทั่วไปลักษณะของการนาเสนอที่ดี ควรมีดังต่อไปนี้
1. มีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน กล่าวคือ มีความต้องการที่แน่ชัดว่า เสนอเพื่ออะไร
โดย
ไม่ต้องให้ผู้รับรับการนาเสนอต้องถามว่าต้องการให้พิจารณาอะไร
2. มีรูปแบบการนาเสนอเหมาะสม กล่าวคือ มีความกระทัดรัดได้ใจความ เรียง
ลาดับไม่สนใช้ภาษาเข้าใจง่าย ใช้ตาราง แผนภูมิ แผนภาพ ช่วยให้พิจารณาข้อมูล
ได้สะดวก
3. เนื้อหาสาระดี กล่าวคือ มีความน่าเชื่อถือ เที่ยงตรง ถูกต้อง สมบูรณ์
ครบถ้วน
ตรงตามความต้องการ มีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันทันสมัย และมีเนื้อหาเพียงพอแก่การ
พิจารณา
4. มี ข้อเสนอที่ดี กล่าวคือ มีข้อเสนอที่สมเหตูสมผล มีข้อพิจารณา
เปรียบเทียบ
ทางเลือกที่เห็นได้ชัด เสนอแนะแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน
กำรใช้เทคโนโลยีนำรนนเทศนำเนนองำน
การนาเสนองาน เป็นการสื่อสารเพื่อนาเสนอข้อมูล ความรู้ ความคิดเห็น ความต้องการไป
ยังผู้ฟังหรือผู้รับสาร โดยใช้วิธีการ เทคนิคต่าง ๆ เพื่อให้ผู้รับสารเกิดความเข้าใจตามเจตนา
หรือวัตถุประสงค์ของผู้ส่งสาร (ผู้นาเสนอ) และเนื่องจากในปัจจุบันเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
มีความเจริญก้าวหน้า ทาให้รูปแบบการนาเสนองานในปัจจุบันมีความแตกต่างจาก
สมัยก่อน ผู้นาเสนองานจึงต้องเลือกรูปแบบการนาเสนอ เลือกประเภทของซอฟต์แวร์เพื่อ
สร้างงานนาเสนอ รวมทั้งเลือกใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ช่วยในการนาเสนอ ปฏิบัติตาม
กระบวนการนาเสนอ อันประกอบด้วย 1) ทาความเข้าใจเกี่ยวกับประเด็นหรือเรื่องราวที่
จะนาเสนอ 2) การเตรียมและรวบรวมข้อมูล 3) การจัดทาสื่อเพื่อนาเสนอ 4) การ
ตรวจสอบและฝึกซ้อมการนาเสนอ 5) การนาเสนอ เพื่อนาไปสู่การนาเสนอที่ประสบ
ความสาเร็จ
1. เครื่องเสียงและเครื่องขยายเสียง
ใช้ในการบันทึกเสียงหรือกระจายเสียง ในการนาเสนอรูปแบบของการ
บรรยายเพื่อให้ผู้รับฟังได้ยินเสียงผู้บรรยายชัดเจนและน่าสนใจ
2. เครื่องคอมพิวเตอร์
จัดเป็นเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง รวดเร็ว ซึ่งสามารถนามาใช้ในการ
นาเสนอได้อย่างดีและมีประสิทธิภาพสูง สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้หลายรูปแบบ
คอมพิวเตอร์จึงสามารถนาเสนอข้อมูลได้ทุกรูปแบบอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการใช้
ซอฟต์แวร์ในการประมวลผล และนาเสนอผ่านอุปกรณ์แสดงผลและอุปกรณ์ต่อพ่วงต่าง ๆ
3.11 เครื่องคอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะ
3.12 คอมพิวเตอร์แบบ Notebook
3. โปรเจ็คเตอร์(Projector)
Projector เป็นอุปกรณ์ฉายภาพที่ใช้ในการนาเสนอ โดยสามารถรองรับ
สัญญาณภาพจากคอมพิวเตอร์ เครื่องเล่นวีซีดี เครื่องเล่นดีวีดี และเครื่องกาเนิด
ภาพอื่น ๆ แล้วแสดงผล ขยายขนาดบนจอรับภาพ ช่วยให้มองเห็นได้ไกลขึ้น เหมาะ
สาหรับการนาเสนอข้อมูลในห้องประชุม เพื่อให้ผู้เข้าประชุมมองเห็นภาพหรือ
ข้อความได้อย่างชัดเจน
4. วิชวลไลเซอร์ (Visualizer)
เป็นอุปกรณ์ฉายภาพระบบดิจิตอลประเภทหนึ่ง ซึ่งพัฒนามาจากโอเวอร์เฮด หรือเครื่อง
ฉายข้ามศีรษะ ใช้แสดงภาพวัตถุและเอกสารสู่จอรับภาพที่มีอยู่จริงได้เลยโดยไม่ต้องดัดแปลง
อุปกรณ์นี้เหมาะสาหรับใช้ในการนาเสนองานต่าง ๆ โดยเฉพาะครู อาจารย์ นักขาย ใช้ในการ
นาเสนอภาพนิ่งได้ดีกว่าภาพเคลื่อนไหว แต่ภาพที่แสดงออกมานั้นมีความคมชัด มีสีสันที่สดใส
และมีโหมดของการแสดงภาพให้ปรับการทางานด้วย การควบคุมการทางานทาได้โดยใช้รีโมต
5. เครื่องพิมพ์
เครื่องพิมพ์ที่ใช้กับคอมพิวเตอร์สามารถพิมพ์ได้ทั้งสี และขาวดา สามารถพิมพ์
ข้อความและรูปภาพได้ โดยผ่านทางโปรแกรมคอมพิวเตอร์
เครื่องปริ้นเลเซอร์
เครื่องพิมพ์ดอตแมทริกซ์
เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท
พล็อตเตอร์
6. กล่องถ่ายรูปดิจิตัล (Digital Camera)
เป็นอุปกรณ์รับภาพที่เปลี่ยนจากฟิล์มมาเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเมื่อถ่ายรูปที่
ต้องการแล้ว รูปจะถูกเก็บลงในหน่วยความจา (Memory) ที่อยู่ในกล้อง เมื่อต้องการดู
รูปทาได้โดยการถ่ายข้อมูลจากหน่วยความจาลงบนเครื่องพิมพ์หรือเครื่องคอมพิวเตอร์ ภาพ
ที่ได้จะมีขนาดตามที่ต้องการ สามารถย่อหรือขยาย ปรับแสงหรือเงาแล้วแต่ความพอใจหรือ
เพิ่มรูปแบบก็สามารถทาได้ และเมื่อจะถ่ายใหม่ก็สามารถใช้หน่วยความจาเดิมได้เลย โดย
ไม่ต้องเสียเงินซื้อฟิล์ม
กล้องdslr
กล้องmirrorless
1. รีโมท (Remote Mouse) เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยควบคุมการนาเสนอข้อมูลในรูปแบบ
ของอุปกรณ์ไร้สาย โดยกดผ่านเมาส์ที่เป็นรีโมทของเครื่องฉายภาพแทนการกดที่เครื่อง
คอมพิวเตอร์
2. เมาส์ปากกา (Mouse Pen / Tablet Pen / Graphic Tablet) จัดเป็น
อุปกรณ์นาเข้าข้อมูลในลักษณะปากกา ที่สามารถใช้เขียนหรือคลิกบนซอฟแวร์ต่าง ๆ เมาส์
ปากกาสามารถวาดเส้นได้อย่างอิสระมากกว่าเมาส์ธรรมดา ทาให้เหมาะสมกับการทางานด้าน
กราฟิกและยังสามารถใช้งานร่วมกับระบบปฏิบัติการได้หลายระบบปฏิบัติการ ร่วมถึงการใช้
งานร่วมกับซอฟต์แวร์ที่สนับสนุนการใช้งานด้านกราฟิกอย่างเช่น Adobe โดยอุปกรณ์เหล่านี้
สามารถติดตั้งได้ง่าย ผ่านพอร์ต USB
3. เลเซอร์พอยต์เตอร์ (Laser Pointer) เป็นอุปกรณ์ที่ชี้ตาแหน่งด้วยแสงเลเซอร์ไป
ยังงานนาเสนอ ทาให้การนาเสนองานมีความชัดเจนมากขึ้น สามารถชี้สิ่งที่กาลังจะ
นาเสนอให้ผู้รับสารเห็นได้อย่างชัดเจน โดยในปัจจุบันเลเซอร์พอยต์บางรุ่นบรรจุ
ความสามารถของรีโมทในการเลื่อนหน้าจอ สามารถใช้ร่วมกับโปรแกรม Microsoft
Word, Excel, Power Point, PDF, Internet Explorer, Mozilla
Firefox และโปรแกรมอื่น ๆ
โปรแกรมที่ใช้ในกำรนำเนนอ
ในปัจจุบันโปรแกรมที่ใช้ในการนาเสนอ มีให้เลือกใช้งานกันหลาย
โปรแกรม ส่วนช่องทางการนาเสนอผลงานมี 2 ช่องทาง คือ แบบ
ออฟไลน์ (offline) โดยรวมใช้โปรแกรม PowerPoint นาเสนอ
งานหรือโปรแกรมสร้างสื่อ CAI เป็นต้น และช่องทางแบบออนไลน์
(online) คือใช้เว็บไซต์ในการนาเสนองานดังตัวอย่างโปรแกรมต่อไปนี้
1.Microsoft PowerPoint (ไมโครซอฟต์เพาเวอร์พอยต์)
เป็นสุดยอดโปรแกรมนาเสนอข้อมูล(พรีเซนเตชั่น) ที่มีผู้ใช้มากเพราะใช้
งานได้ง่ายที่สุด
2.Macromedia Authorware เป็นโปรแกรมลักษณะ
multimedia ที่ใช้สร้างบทเรียน CAI เพื่อช่วยในการเรียนการ
สอน
3.Swish 2.0 หรือ Swish 3D เป็นโปรแกรม Multimedia
ที่ใช้สร้างไฟล์ .swf หรือ Flash ในการนาเสนอผลงาน SPECIAL
Effect เกี่ยวกับภาพและตัวหนังสือ
4.Adobe Acrobat เป็นโปรแกรมที่รองรับการใช้งานเอกสารที่
เป็นไฟล์ PDF เพื่อใช้งานทางด้านเว็บไซต์
5.Facebook เฟสบุ๊ค คือ บริการหนึ่งบนอินเทอร์เน็ต สามารถ
เขียนบทความ แชทคุยกันแบบสดๆ เล่นเกมส์และกิจกรรมอื่นๆ เป็นที่
นิยมกันอย่างมาก
6.Twitter.com ทวิตเตอร์เป็นเว็บไซต์ให้บริการบล็อก (Blog)
เกี่ยวกับบทความ
7.Wordpress.com เป็นโปรแกรมสาหรับทาบล็อก เป็นที่นิยม
ของบล็อกเกอร์ทั่วโลก รวมทั้งคนไทย
8.Blogger.com & Blogspot.com Blog มาจากคาว่า
Webblog: ''Webblog'' หมายถึงเว็บไซต์ที่เจ้าของเว็บ
สามารถบันทึก บทความ รูปภาพ วีดีโอ ของตนเอง
9.Hi5.com (ไฮไฟว์) เป็นเว็บไซต์ Social Network
สามารถสร้างประวัติส่วนตัวแล้วแสดงบนโลกออนไลน์
10.Slide.com เป็นเว็บไซต์ที่ฝากรูปเพื่อที่จะนามาทาภาพสไลด์
โชว์หน้าเว็บแบบง่ายๆ
http://kanchanapisek.or.th/kp6/sub/book/book.php?bo
ok=25&chap=1&page=t25-1-infodetail04.html
http://www.kmonic.com/search/label
https://sites.google.com/site/kanchaiprogramnamsnok
hamun/3-porkaerm-thi-chi-ni-karna-senx
http://www.tpa.or.th/writer/read_this_book_topic.php
?pageid=3&bookID=667&read=true&count=true
http://archive.wunjun.com/neolifemember/6/30.html
ผู้จัดทา
ด.ช.อภิสิทธ์ คงรวย ม.3/4 เลขที่ 11
ด.ช.ศุภณัฐ บุญโชติ ม.3/4 เลขที่13

Work1m34 11 13