More Related Content
PPTX
Proffesisions and occupations PDF
IESF General Presentation PPTX
Gold as a diversification tool PPTX
PPT
PPT
Secret to Social Media Success PPTX
PPTX
Viewers also liked
PPTX
PPT
PPTX
PPTX
Social media manager presentation facebook PPTX
PPTX
PDF
pwc-us-cleantech-investments-and-insights-q4-2015 PDF
DOC
PPS
PPS
Similar to ถอดบทเรียน
DOC
DOC
DOC
DOC
DOC
PDF
บ้านจ๊างนัก บ้านถวาย บ้านเหมืองกุง PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
PDF
DOCX
DOCX
PDF
PDF
PDF
DOCX
DOCX
พิพิธภัณฑ์ บ้านจ๊างนัก นายศิวา เหมือนฟู 5219101329 PPTX
More from buntawee
DOC
สวนแนวตั้ง Vertical garden DOC
PPT
PPT
PDF
PDF
ถอดบทเรียน
- 1.
บ้านจ๊างนัก พิพิธภัณฑ์บ้านจ๊างนัก ตั้งอยู่ที่ 56/1 หมู่ 2 ตำบลบวกค้าง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นส่วนหนึ่งของชุมชนเล็กๆ ในหมู่บ้านบวกค้าง อันเป็นชุมชนเล็กๆ ของคนยองซึ่งมีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน เก่าแก่เท่ากับประวัติศาสตร์ของเชียงใหม่เลยทีเดียว ซึ่งปัจจุบัน คนยองยังคงอนุรักษ์ และรักษาขนบธรรมเนียม ประเพณี และภาษาพูดอันเป็นเอกลักษณ์เอาไว้ได้เป็นอย่างดี พิพิธภัณฑ์บ้านจ๊างนักแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปีพ . ศ . 2528 โดยสล่าเพชร วิริยะ ที่เรียกว่าบ้านจ๊างนัก หมายถึง บ้านที่มีช้างมากมายมีช้างแกะสลักทั้งตัวเล็ก ช้างตัวใหญ่ สล่าเพชรเล่าว่าด้วยความผูกพันกับช้าง และช้างก็เป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองล้านนามาแต่อดีต จึงได้รวบรวมเพื่อนฝูงตลอดจนลูกศิษย์ผู้มีความรักในศิลปะในการแกะสลักไม้ แบบล้านนามารวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มแกะสลักนี้ขึ้นมาจนได้เป็นพิพิธภัณฑ์บ้าน จ๊างนักแห่งนี้ - 2.
- 3.
กว่าจะมาเป็นบ้านถวายหมู่บ้านไม้แกะสลัก อดีตที่ผ่านมา 40 กว่าปี บ้านถวายได้สืบสานงานไม้แกะสลัก จากรุ่นสู่รุ่น จากการก่อกำเนิดขึ้น ของปูชนียบุคคล 3 ท่าน คือ พ่อหนานแดง พันธุสา , พ่อใจมา อิ่นแก้ว และ พ่อเฮือน พันธุศาสตร์ ที่ได้เดินทางไปทำงาน และเรียนแกะสลักไม้ที่ร้านน้อมศิลป์ บ้าน วัวลาย ประตูเชียงใหม่ เมื่อ พ . ศ . 2500 – 2505 และได้นำมาแพร่หลายในหมู่บ้านถวาย จนกลายเป็นหมู่บ้านหัตถกรรมไม้แกะสลักที่มีฝีมือ และมีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักของชาวไทยและชาวต่างประเทศ หัตถศิลป์ที่ขึ้นชื่อของบ้านถวาย • งานแกะสลักไม้ : ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของบ้านถวาย และจังหวัดเชียงใหม่ • งานเทคนิคสีเนื้อไม้ : เป็นงานที่โชว์ให้เห็นถึงความสวยงามของเนื้อไม้ตามธรรมชาติ • งานเทคนิคสีแตกลายงา : เป็นงานที่ตั้งใจให้สีเกิดการแตกแยกตัว เพื่อให้ดูคล้ายของเก่า – โบราณ • งานแอนติค : เป็นงานที่ทำขึ้น โดยใช้เทคนิคสีต่าง ๆ ทำเลียนแบบของเก่า – โบราณ - 4.
บ้านเหมืองกุง เครื่องเคลือบดินเผาสังคโลก เครื่องสังคโลกเป็นเครื่องปั้นดินเผาชนิดพิเศษและมีชื่อเสียงมากมีลักษณะเป็นสีเขียวไข่กา ปั้นด้วยมือเคลือบน้ำยาแล้วเข้าเตาเผา เป็นวิธีเดียวกันกับที่ทำมาแล้วในสมัยโบราณ สินค้าสำเร็จรูปที่เป็นสังคโลก นี้นิยมกันแพร่หลาย ทั่วประเทศและทั่วโลก มีตั้งแต่ของใช้จนกระทั่งถึงโป๊ะตะเกียง แจกัน จาน ที่เขี่ยบุหรี่ ขันและเครื่องถ้วยชามอื่น ๆ แหล่งผลิตอยู่แถวถนนเชียงใหม่ - สันกำแพง ถนนโชตนาและแหล่งอื่นๆ ได้แก่ หมู่ บ้านเครื่องปั้นดินเผาเหมืองกุง ต . หนองควาย อ . หางดง เป็นหมู่บ้านที่ทำเครื่องปั้นดินเผาชนิดต่าง ๆ เช่น หม้อแกง หม้อน้ำ แจกัน โดยเฉพาะน้ำต้น ( คนโทใส่น้ำที่ชาวเหนือนิยมวางไว้หน้าบ้านให้ผู้ผ่านไปมาได้ ดื่มดับกระหาย ) นั้นเป็นที่นิยมทั่วไปแก่คนที่พบเห็น ปัจจุบันได้มีการพัฒนากรรมวิธีในการผลิตและรูปแบบเครื่องปั้นดินเผาเพื่อให้ ผลิตภัณฑ์มีสีสันสดขึ้น บ้านเหมืองกุงอยู่ห่างจากตัว จังหวัดเชียงใหม่ ไปตามเส้นทางเชียงใหม่ - หางดง ประมาณ 10 กิโลเมตร หรือจากถนนสายวงแหวน ทางหลวงหมายเลข 11 สนามบิน ประมาณ 6 กิโลเมตร โดยอยู่ก่อนถึงทางแยกตัดใหม่สายหางดง - สะเมิงเพียง - 5.
ศิลาดล ศิลาดลเป็นเครื่องปั้นดินเผาที่ใช้ความร้อนสูง เคลือบด้วยขี้เถ้าไม้ผสมดินหน้านาทำให้เคลือบเป็นสีเขียวเหมือนหยกเป็นการเคลือบธรรมชาตไม่ใช้สารเคมี ศิลาดล ( celadon ) หรือเครื่องปั้นดินเผาสังคโลก หมายถึง เครื่องปั้นดินเผาที่เคลือบด้วยวัสดุธรรมชาติมีลักษณะเป็นเคลือบใสสีเขียว หยกมองทะลุเนื้อดินได้ ผิวเคลือบจะราน ( แตกลายงา crack ) สีเขียวที่เกิดขึ้นทำได้โดยการเอาไม้ก่อไม้รกฟ้ามาเผาเอาขี้เถ้า แล้วนำมาผสมกับดินหน้าผิวนาแล้วเผาเคลือบด้วยวิธี ลดออกซิเจน ( reducing ) เผาความร้อนสูงประมาณ 1,2060-1,300 องศาเซลเซียส ซิลากลหรือสังคโลก มาจากคำภาษอังกฤษสันสกฤตคำว่า " ศิลา " แปลว่าหิน " ดล " แปลว่าเขียว รวมกันแปลว่ าหินสีเขียว เป็นผลงานความพยายามของมนุษย์ที่จะเลียนแบบ หยก ในธรรมชาติ โดยที่หยกได้รับความนิยมว่าเป็๋นหินที่ได้รับความนิยมว่าเป็นหินธรรมชาติที่แข็งแกร่งสวยงาม และนำโชคลาภมาให้ " ศิลาดล " ทำขึ้นโดยวัสดุธรรมชาติล้วนๆไม่มีสารเคมีใด ๆ เจือปนจึงได้รับยกย่องว่ามีความปลอดภัยสุงจึงใช้เป็นภาชนะใส่อาหาร " ศิลาดล " มักตกแต่งให้สวยงามโดยการขูดแกะสลักเซาะร่องหรือ กด ประทับ ก่อนที่จะเคลือบ - 6.
ขั้นตอนการผลิตเครื่องปั้นดินเผาประเภท "ศิลาดล " 1. การเตรียมดินโดยการย่อยบดให้ละเอียดแล้วนำมาร่อนเพื่อให้แน่ใจว่าดินที่ได้ เป็นดินที่มีคุณภาพจริง ๆ 2. นำดินที่ได้จากขั้นตอนที่หนึง ไหผสมน้ำล้าให้สะอาดไม่ให้มีเศษขี้เหล็กหรือวัตถุอื่นใดปะปนอยู่แล้วนำไปใส่ ในเครื่องอัดดิน เพื่ออัดเอาน้ำในดินออกให้เหลือดินเป็นแผ่น ๆ 3. หลังจากผ่านเครื่องอัดดินแล้วจะต้องทิ้งไว้ในที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวกชั่วครู่เพื่อให้อินทรีย์สารในดินนั้นเกิดการรวมตัว 4. นำดินที่ได้จากขั้นตอนที่ 3 มานวดเพื่อไล่ฟองอากาศ 5. นำดินที่ได้จากขั้นที่ 4 มาขึ้นรูปบนแป้นหมุน ( การปั้นเป็นภาชนะต่าง ๆ ) 6. หลังจากขึ้นรูปเรียบร้อยแล้ว ต้องปล่อยให้ชิ้นงานนั้นแห้งตามธรรมชาติ 7. นำขึ้นงานที่ได้นั้นมารแกะสลักตามที่เราต้องการ ( แกะเนื้อดิน ) 8. นำชิ้นงานนั้นไปเผาในเตาเผา ซึ่งมีอุณหภูมิ ประมาณ 800 องศาเซลเซียสหรือที่เรียกว่า " บิสกิ๊ต "( BISCGUE FIRED ) ซึ่ งสามารถโดนน้ำได้ ขั้นตอนนี้หลังจากเผาเสร็จจะต้องเฃ็ครอบร้าวหรือความลกพร่องต่าง ๆ 9. นำชิ้นงาน ( " บิสนกิ๊ต " ) ที่ผ่านการตรวจเช็คคุณภาพแล้วไปตกแต่งเขียนลายตามที่ต้องการก่อนนำไปเคลือลด้วยน้ำเคลือบที่มีส่วนผสม ของดินหน้านา และผสมกับขี้เถ้าไม้ก่อไม้รกฟ้า หลังจากนั้นจุ่มในน้ำเคลือบแล้วทิ้งไว้ให้แหงแล้วตกแต่งเครือบให้ละเอียด 10. นำไปเผาในเตาเผาซึ่งใฃ้อุณหภูมิประมาณ 1260-1300 องศาเซลเซียส - 7.
วิธีการทำเครื่องปั้นดินเผา วัตถุดิบ คือดินซึ่งได้จากท้องนา การสังเกตดินที่ดีคือ ต้องมีสีดำเป็นมันเลื่อม และหน้าแล้งจะแตก ท้องนาบางแห่งต้องขุดเอาหน้าดินออกก่อนชั้นต่อไปจึงใช้ได้ การเตรียมดิน นำดินมาททุบให้เป็นก้อนเล็ก ๆ นำไปตากแดดให้แห้งเอามาทุบให้ละเอียดใส่ลงเป๊าะ ( ตระกร้า ) นำไปแช่น้ำในหลุมที่ทำไว้โดยแช่ไว้ 1 คืน ตอนเช้าก็เอามานวดผสมทราย อันราส่วนประมาณดิน 3 ส่วนต่อทราย 1 ส่วน การขึ้นรูปและการปั้นหม้อดินเผา วิธีการขึ้นรูปจะกดดินเป็นแผ่นกลมแบนเป็นส่วนก้นหม้อวางบนแป้นไม้ ทำการปั้นบนตอไม้ที่ฝังแน่นหรือภาชนะที่สูงขนาดแทนตอไม้ได้ แล้วปั้นดินเหนียวให้กลมยาวนำมาวางเป็นวงกลมบนส่วนก้นหม้อ ใช้มือบีบดินวงกลมให้เป็ทรงกระบอกใช้ไม้สำหรับตบแต่งกับมือขึ้นรูปหม้อต่อไป - 8.
การขึ้นรูปและปั้นจะวางชิ้นงานไว้บนตอไม้และปั้นโดยการเดินรอบตอไม้แทนการใช้แป้นหมุน ดังจะลำดับขั้นตอนการปั้นหม้อดินเผาดังนี้ 1. ก่อปาก เป็นการขึ้นรูปครั้งแรก ต่อจากการทำก้นหม้อ เป็นรูปแบนวงกลมต่อไปก่อขอบดินกลมยาวที่คลึงให้เป็นลักษณะ แท่งนำมาก่อขึ้นรูป ขั้นตอนนี้จะต้องเดินหมุนรอบตอไม้แทนแป้นหมุนจนเป็นรูปทรงกระบอก แล้วแต่งให้กลมเรียบมีปากหม้อเพียงส่วนเดียวที่มองเป็นว่าเป็นปากหม้อดิน ทำลักษณะนี้ทุกใบจนดินที่ตรียมไว้หมด ผึ่งลมไว้ในที่ร่ม 2. ไหไหลปากหม้อ ใช้หินกลมรองข้างในใช้ไม้ตีข้างนอกให้ได้รูปหม้อส่วนบน แล้วตีด้วยไม้ทำลายแล้วนำไปผึ่งลม นำกลับมาทำเกลียวลายนูนด้วยดินเส้นกลมนำไปผึ่งลมอีกครั้งหนึ่ง 3. ไหก้น ใช้หินรองข้างในใช้ไม้ตีข้างนอกให้ก้นหม้อเป็นรูปกลม ขั้นตอนนี้ถ้าเป็นหม้อต่อม หม้อสาว หม้อแก๋ง หม้อแก๋งแลว หม้อต้ม หม้อน้ำป๋วย จะเสร็จสมบูรณ์ในขั้นตอนนี้แต่ถ้าเป็นการปั้นหม้อน้ำดอก ผึ่งลมต่อไปเพื่อทำขั้นตอนนี้แต่ถ้าเป็นการปั้นหม้อน้ำดอก ผึ่งลมต่อไปเพื่อทำขั้นต่อไป คือ ติด ส่วนก้น โดยเอาดินติดส่วนก้นทำเป็นฐานสำหรับตั้งหม้อน้ำดอกก็เสร็จเป็นหม้อดินเผา ( หม้อน้ำดอก ) 1 ใบ - 9.
· การย้อม สีในระยะช่วงผระมาณ พ . ศ . 2490 - 2500 มีการนำเอาดิน สีแดงมาละลายน้ำแล้วทาหม้อดินให้เป็นสีแดง เพื่อความสวยงาม ปัจจุบันใช้ดินจากอำเภอดอยสะเก็ด ซึ่งมีสีแดงเข้มมากกว่าที่อื่น · การเผา การเผาใช้ลานกว้างบริเวณบ้าน ก่อนจะเผาต้องเอาหม้อดินตากแดดให้ร้อนเสียก่อน หากวันไหนไม่มีแดดก็เผาไม่ได้ ใช้เศษหม้อดินเผาที่แตกรองพื้นดินเผาที่แตกรองพื้นดิน เอาหม้อดินลงเรียง ซอนกันแล้วเอาไม้และฟาง ปกคลุมให้ครอบคลุมหม้อดินเผาให้หมด แล้วคลุมด้วยไม้และฟาง ปกคลุมให้ครอบคลุมหม้อดินเผาให้หมด แล้วคลุมด้วยขี้เถ้าเสร็จแล้วจุดไฟตรงขอบที่ติดดินรอบ ๆ กอง - 10.
บทสรุป หัตถกรรมเครื่องปั้นดินเผาชนิดไม่เคลือบนี้ ในแต่ละท้องที่จะมีการผลิตเฉพาะหม้อดินที่นำไปใช้สอยต่างกันและแต่ละแห่งก็จะมีรูปแบบและการผลิตเป็นจองตนเอง เช่น บ้านเปมืองกุง มักจะมีการปั้นหม้อน้ำและน้ำต้น ซึ่งรูปรงของหม้อน้ำจะเป็นหม้อปากแคบกลางป่อง ก้นสอบ มีฝา ที่ไหล่หม้อจะทำเป็นลวดลาย ผิวหม้อน้ำทาเคลือบด้วยดินแดงขัดมัน ส่วนน้ำต้นเป็นคนโทคอยาว มีฝา และได้พัฒนารูปทรงตามความต้องการของตลาด เช่น หม้อก็อก หม้อกลีบมะเฟือง หม้อทรงมะยม ฯลฯ รวมทั้งขั้นตอนการผลิตเป็นแบบแป้นหมุม หรือบ้านหารแก้ว และบ้านกวน มักจะทำเป็นหม้อดินเผาประเภทเป็นภาชนะสำหรับหุงต้มอาหารพื้นบ้าน ขั้นตอนการผลิตจะไม่ใช้แป้นหมุน แต่จะใช้วิธีขึ้นรูปโดยวางชิ้นงานไว้บนตอไม้แล้วปั้นโดยการเดินรอบตอไม้ เป็นต้น อย่างไรก็ดีช่างปั้นดินเผาก็ได้พัฒนารูปแบบและลวดลาย ตลอดจนประเภทของภาชนะที่ได้ผลิตขึ้นนั้นให้เป็นไปตามความต้องการของตลาดดัง ที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน แม้ว่าการปั้นหม้อดินเผาจะเป็นงานที่มีความละเอียดและมีขั้นตอนการทำมากมาย ก็ตาม แต่ก็มีปัญหาเรื่องผู้ที่จะสืบทอดวิชาช่างแขนงนี้เพราะคนหนุ่มสาวหันไปทำ อาชีพอย่างอื่น คงเหลือแต่ผู้สูงอายุเท่านั้นที่ยังคงผลิตเครื่องปั้นดินเผาอยู่อย่างเดิม - 11.
จัดทำโดย นายบุญทวี จันทะพันธ์ รหัส 5419101004 สาขาเทคโนโลยีภูมิทัศน์ (2 ปี ) เสนอ อาจารย์ บรรจง สมบูรณ์ชัย