คุณสมบัติของประตู
ประตูในบ้าน หมายถึง ประตูที่อยู่ภายในตัวอาคารบ้านเรือน ทำา
หน้าที่เป็นตัวกั้นแบ่งพื้นที่และการใช้งานออกจากกันให้เป็นสัดส่วน ดู
เผินๆแล้วอาจจะทำาหน้าที่เหมือนผนัง แต่การใช้งานของประตูและผนังมี
ความต่างกันก็ตรงที่เรายังสามารถเดินผ่านประตูไปได้เพียงแค่เปิดประตู
นั้นออก ประตู จึงเป็นผนังที่เปิดได้นั่นเอง ไม่เหมือนกับการกั้นผนังที่
ทำาให้เราไม่สามารถเดินผ่านไปได้เลย โดยปกติแล้วช่องเจาะที่ผนังจะ
เรียกได้สองอย่างครับ หนึ่ง ก็คือประตู สอง ก็คือหน้าต่าง ทั้งสองอย่างนี้
เหมือนกันตรงที่เป็นช่องเจาะที่ผนังเหมือนกัน แต่ต่างกันตรงที่จุด
ประสงค์ของการใช้งานเป็นหลักครับ หน้าที่โดยตรงของประตูที่เห็นได้
ชัดที่สุดก็คือ ใช้เพื่อเป็นทางผ่านเข้าออกของห้องหนึ่งกับอีกห้องหนึ่งใน
บ้าน ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเป็นสัดส่วนในการใช้งานดังที่กล่าวไปแล้ว
ข้างต้น และยังช่วยในเรื่องของความปลอดภัยได้ด้วย
ชนิดของประตู
ประตูบานเปิด
เป็นประตูที่ติดตั้งบานพับไว้ในด้านใดด้านหนึ่งของประตู ใช้งาน
ด้วยการดึงเข้าหรือผลักบานประตูออกไปทางด้านใดด้านหนึ่ง ประตู
ชนิดนี้เป็นประตูที่ใช้อยู่ทั่วไปตามบ้านพักอาศัยและสถานที่อื่นๆ ส่วน
ใหญ่แล้วประตูสำาเร็จรูปที่มีขายอยู่ตามร้านขายวัสดุก่อสร้างก็เป็นประตู
ชนิดนี้ เพราะเป็นที่นิยมใช้กันทั่วไป ขนาดของประตูมีหลายขนาด ขึ้น
อยู่กับประโยชน์ของการใช้สอย แต่ประตูทั่วไปมักมีขนาดสูงประมาณ 2
เมตร กว้างระหว่าง 60 - 120 เซนติเมตร (สำาหรับประตูบานเดี่ยว) และ
ขนาดกว้าง 1 - 2 เมตร (สำาหรับประตูบานคู่
ประตูสำาเร็จรูปโดยส่วนใหญ่จะมีขนาดมาตรฐานให้เลือกตามการใช้
งาน เช่น 0.70 หรือ 0.80 x 1.80 เมตร และ 0.70 หรือ 0.80 x 2
เมตร เป็นต้น แต่เราก็สามารถจะสั่งทำาได้ ถ้าต้องการรูปแบบลวดลาย
หรือขนาดที่แตกต่างกันออกไป
ประตูชนิดนี้มีทั้งที่เป็นตัวบานประตูเดี่ยวและประตูบานคู่ การเปิด
ปิดใช้งานก็ทำาได้ง่ายและสะดวก แต่ต้องมีพื้นที่เพียงพอต่อรัศมีของการ
เปิดปิดประตูไว้ด้วย ในกรณีที่ต้องการเปิดบาน
ประตูทิ้งไว้นานๆ ก็ควรจะติดตั้งขอสับช่วยยึดไว้ด้วย เพื่อป้องกัน
อันตรายจากลมที่พัดให้ประตูปิดเอง ซึ่งทำาให้ผู้โชคร้ายที่เดินผ่านประตู
ในขณะนั้นเกิดอาการบาดเจ็บ ขึ้นได้
ประตูบานเลื่อน
เป็นประตูที่มีการใช้งานด้วยวิธีการเลื่อนประตูไปมา ที่ไม่ใช่การดึง
เข้าหรือผลักออก ซึ่งก็มีทั้งการเลื่อนจากซ้ายไปขวาหรือขวาไปซ้าย
ตามแต่เนื้อที่จะอำานวย ประตูที่เลื่อนขึ้นลงในแนวตั้งก็จัดอยู่ในกลุ่มนี้
เช่นกัน ซึ่งโดยมากแล้วจะไม่ใช้เป็นประตูภายในของบ้านพักอาศัย แต่
จะใช้เป็นประตูภายนอกของร้านค้า โรงงาน หรือไม่ก็ทำาเป็นประตู
โรงรถนอกตัวบ้านเสียมากกว่าที่จะนำามาติดตั้งไว้ในบ้าน
เหตุผลหลักของการเลือกใช้ประตูชนิดนี้อยู่ตรงที่ความต้องการจะ
ประหยัดเนื้อที่ที่เกิดจากระยะรัศมีเปิดปิดของประตู หรือใช้ในกรณีที่มี
พื้นที่ไม่เพียงพอต่อการติดตั้งประตูแบบบานเปิดปิดนั่นเอง นอกเหนือ
จากนี้ก็คงเป็นเหตุผลในเรื่องความชอบหรือความต้องการส่วนตัวของ
เจ้าของบ้านว่าชอบหรืออยากได้ประตูแบบไหนมากกว่ากัน แต่ทั้งนี้ต้อง
อยู่บนพื้นฐานของความเป็นไปได้ด้วยนะครับ
ประตูบานเฟี้ยม
หรือบานพับ มีลักษณะเป็นบานประตูขนาดเล็ก ใส่บานพับต่อกัน
หลายๆบาน วิธีใช้งานก็คือ การพับปิดทับกันไปมา แล้วไปรวมไว้ทาง
ด้านหนึ่ง (ถ้าเป็นตัวบานเดี่ยว) หรือทั้งสองด้าน (ถ้าเป็นตัวบานคู่)
ทำาให้กินพื้นที่ในการใช้งานน้อย และถือว่าเป็นประตูที่สามารถเปิดได้
กว้างขวางกว่าประตูชนิดอื่นๆ เหมาะกับส่วนที่ต้องการใช้พื้นที่ต่อเนื่อง
กัน แต่ก็ต้องการความเป็นสัดส่วนในบางโอกาส หรือเป็นห้องขนาด
ใหญ่ที่ต้องการ บ่งสัดส่วนโดยเฉพาะ แต่ก็สามารถเปิดกว้างให้เป็นห้อง
เดียวกันได้ เช่น ห้องนอนกับพื้นที่นั่งเล่น หรือห้องอาหารกับห้องรับแขก
เป็นต้น
การติดตั้งประตูบานเฟี้ยม ควรติดตั้งรางไว้ทางด้านบน โดยยึดติด
กับตัวคานหรือพื้นชั้นบนไว้ให้แน่นหนา แล้วนำาตัวบานประตูเฟี้ยมมา
แขวนไว้เพื่อความสะดวกในการใช้งาน และยังเป็นการบังคับบานประตู
ให้อยู่ในแนวที่ต้องการด้วย ในบางแห่งจะติดตั้งรางยึดไว้ทั้งด้านบน
และที่พื้นด้านล่างเพื่อความคงทนแข็งแรง แต่ฝุ่นหรือสิ่งสกปรกอาจจะ
เข้าไปสะสมอยู่ที่ตัวรางที่พื้นได้ ซึ่งก็จะทำาความสะอาดลำาบากขึ้นบ้าง
ตัวบานประตูควรมีขนาดที่ไม่ใหญ่นัก หรือมีนำ้าหนักมากจนเกินไป วัสดุ
ที่เป็นอุปกรณ์ของตัวรางควรมีคุณภาพดี เพื่อความคงทนในการใช้งาน
ระตูบานสะวิง
ก็เหมือนกับประตูบานเปิดปิดทั่วๆ ไป แต่ติดตั้งอุปกรณ์เสริมที่เรียก
ว่า โชคอัพหรือบานพับสปริงเข้าไปด้วย เพื่อให้ประตูสามารถปิดได้เอง
ทันทีที่ปล่อยมือจากการดึงหรือผลักบานประตู แตกต่างกับบานประตู
ธรรมดาตรงที่ประตูบานสะวิงสามารถปิดเองได้ด้วยอุปกรณ์ แต่ประตู
บานเปิดธรรมดาก็ปิดเองได้เหมือนกันด้วยอาศัยแรงลม หรือไม่คนก็ต้อง
ปิดเอง
วิธีติดตั้งประตู
ประตูบานพับ
นำาตัวบานประตูไปทาบเข้ากับช่องวงกบประตู แล้วใช้ดินสอขีด
เส้นลงไปที่ส่วนของบานประตูที่เกินจากขอบวงกบไว้ เพื่อนำาบานฯไปใส
ปรับแต่งให้พอดี โดยใช้กบไฟฟ้าใสปรับแต่ง เมื่อใสปรับแต่งตัวบานได้
พอดีกับช่องวงกบแล้วก็จะมาร์คตำาแหน่งที่วงกบและบานประตูเพื่อขุด
ร่องใส่บานพับ
การขุดหรือบากร่องบริเวณสันบานประตูไม้เพื่อติดตั้งบานพับ
สมัยก่อนจะใช้ค้อนตอกสิ่วเพื่อบากไม้ให้เป็นร่องลงไปเพื่อที่จะวาง
บานพับเข้าไปซึ่งก็ค่อนข้างใช้เวลาพอสมควรและช่างฯก็จะต้องประณีต
และมีฝีมือมิฉะนั้นอาจทำาให้ร่องที่บากเกิดการแตกหรือฉีกได้ แต่ช่างใน
ยุคปัจจุบันจะใช้เครื่องทุ่นแรงมาช่วย โดยการนำาเอาเครื่องเร้าเตอร์มา
ช่วยขุดร่องก็จะทำาให้ทำางานได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น
เมื่อขุดร่องบานพับเสร็จแล้วช่างฯก็จะนำาบานพับมาวางประกบลง
ไปในร่องที่ขุดไว้และใช้สกรูยึด เมื่อก่อนช่างฯจะใช้วิธีเอาบานพับวาง
ลงไปแล้วใช้ค้อนตอกตะปูเช้าไปในรูบานพับเพื่อนำาร่องก่อน แล้วใช้
ไขควงขันสกรูลงไปตามรูที่ตอกตะปูนำาร่องไว้จะได้ขันสกรูได้ง่าย แต่
ในยุคปัจจุบันนี้วิธีติดตั้งบานประตูไม้ช่างฯจะใช้สว่านยิงสกรูครับไม่ต้อง
มาใช้ไขควงขันให้เมื่อยตุ้ม เอ๊ย! เมื่อยข้อมือ กดพรืดเดียวจบ..ถ้ายิงผิด
ตำาแหน่งก็กดพรืดเดียวสกรูก็ถอนออกมาแล้ว ถ้าเป็นสมัยก่อนนี้ก็ต้อง
เสียเวลาใช้ไขควงขันกลับออกมา เสียเวลาแย่
เมื่อยิงสกรูยึดบานพับที่ตัวบานฯเรียบร้อยแล้ว ช่างไม้ก็จะยกบาน
ไปสวมเข้ากับช่องวงกบแล้วยิงสกรูยึดบานพับอีกข้างหนึ่งยึดเข้ากับ
วงกบ ก็เป็นอันจบขั้นตอน
ประตูบานเฟี้ยม
ขั้นตอนแรก เจาะผนังที่ติดตั้งหน้าต่างบานเกร็ดเก่าออกก่อน
ขั้นตอนที่ 2 เจาะจนได้ขนาดเพียงพอสำาหรบประตูและที่ลืมไม่ได้
สำาหรับเสาเอ็น คอนกรีต
ขั้นตอนที่ 3 ติดตั้งวงกบ พร้อมคำ้ายันวงกบไม่ให้โก่ง แอ่น และติด
ตั้งเหล็กเพื่อทำาเสาเอ็น 2 ด้าน พร้อมเท
คอนกรีตทั้ง 2 ด้าน เพื่อให้คอนกรีตยึดกับวงกบ และเมื่อคอนกรีตแห้งก็
ทำาการติดตั้ง บานประตู
ขั้นตอนที่ 4 ปรับแต่งบานประตู ให้พอดีกับวงกบ โดยขั้นตอนนี้
ต้องใช้ช่างที่ชำานาญ มีอุปกรณ์ครบถ้วน ถึงจะได้ประตูที่ออกมาสวย
ขั้นตอนที่ 5 การติดตั้งบานประตูเฟี้ยมทั้ง 4 บาน การเจาะบาน
ประตู สำาหรับใส่ deadbolt lock เจาะวงกบสำาหรับใส่บานพับ ซึ่ง
บานพับจะใช้ขนาดใหญ่ 12 มม.ในส่วนบานประตูยึดกับวงกบ เพื่อรับ
นำ้าหนักได้ดี ส่วนบานพับในส่วนที่ยึดระหว่างบานกับบาน ใช้ขนาด 11
มม.
ขั้นตอนที่ 6 เมื่อติดตั้งบานประตูได้ระดับดีแล้ว ก็นำากระจกมาใส่
พร้อมกับยิงซิลิโคนใสเพื่อยึดกระจกให้แน่นหนา และทาสีย้อมไม้ครับ
แต่การทาสี แนะนำาว่า ให้ทาแต่เช้าเลยนะครับ ไม่อย่างนั้นจะเหม็นทิน
เนอร์มากครับ ระหว่างนั่งเขียนบล็อกนี้ ผมก็เมาทินเนอร์ไปหลาย
ชั่วโมงอยู่ครับ
ขั้นตอนที่ 6 เมื่อติดตั้งบานประตูได้ระดับดีแล้ว ก็นำากระจกมาใส่
พร้อมกับยิงซิลิโคนใสเพื่อยึดกระจกให้แน่นหนา และทาสีย้อมไม้ครับ
แต่การทาสี แนะนำาว่า ให้ทาแต่เช้าเลยนะครับ ไม่อย่างนั้นจะเหม็นทิน
เนอร์มากครับ ระหว่างนั่งเขียนบล็อกนี้ ผมก็เมาทินเนอร์ไปหลาย
ชั่วโมงอยู่ครับ

คุณสมบัติของประตู

  • 1.
    คุณสมบัติของประตู ประตูในบ้าน หมายถึง ประตูที่อยู่ภายในตัวอาคารบ้านเรือนทำา หน้าที่เป็นตัวกั้นแบ่งพื้นที่และการใช้งานออกจากกันให้เป็นสัดส่วน ดู เผินๆแล้วอาจจะทำาหน้าที่เหมือนผนัง แต่การใช้งานของประตูและผนังมี ความต่างกันก็ตรงที่เรายังสามารถเดินผ่านประตูไปได้เพียงแค่เปิดประตู นั้นออก ประตู จึงเป็นผนังที่เปิดได้นั่นเอง ไม่เหมือนกับการกั้นผนังที่ ทำาให้เราไม่สามารถเดินผ่านไปได้เลย โดยปกติแล้วช่องเจาะที่ผนังจะ เรียกได้สองอย่างครับ หนึ่ง ก็คือประตู สอง ก็คือหน้าต่าง ทั้งสองอย่างนี้ เหมือนกันตรงที่เป็นช่องเจาะที่ผนังเหมือนกัน แต่ต่างกันตรงที่จุด ประสงค์ของการใช้งานเป็นหลักครับ หน้าที่โดยตรงของประตูที่เห็นได้ ชัดที่สุดก็คือ ใช้เพื่อเป็นทางผ่านเข้าออกของห้องหนึ่งกับอีกห้องหนึ่งใน บ้าน ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเป็นสัดส่วนในการใช้งานดังที่กล่าวไปแล้ว ข้างต้น และยังช่วยในเรื่องของความปลอดภัยได้ด้วย ชนิดของประตู ประตูบานเปิด เป็นประตูที่ติดตั้งบานพับไว้ในด้านใดด้านหนึ่งของประตู ใช้งาน ด้วยการดึงเข้าหรือผลักบานประตูออกไปทางด้านใดด้านหนึ่ง ประตู ชนิดนี้เป็นประตูที่ใช้อยู่ทั่วไปตามบ้านพักอาศัยและสถานที่อื่นๆ ส่วน ใหญ่แล้วประตูสำาเร็จรูปที่มีขายอยู่ตามร้านขายวัสดุก่อสร้างก็เป็นประตู ชนิดนี้ เพราะเป็นที่นิยมใช้กันทั่วไป ขนาดของประตูมีหลายขนาด ขึ้น อยู่กับประโยชน์ของการใช้สอย แต่ประตูทั่วไปมักมีขนาดสูงประมาณ 2 เมตร กว้างระหว่าง 60 - 120 เซนติเมตร (สำาหรับประตูบานเดี่ยว) และ ขนาดกว้าง 1 - 2 เมตร (สำาหรับประตูบานคู่ ประตูสำาเร็จรูปโดยส่วนใหญ่จะมีขนาดมาตรฐานให้เลือกตามการใช้ งาน เช่น 0.70 หรือ 0.80 x 1.80 เมตร และ 0.70 หรือ 0.80 x 2 เมตร เป็นต้น แต่เราก็สามารถจะสั่งทำาได้ ถ้าต้องการรูปแบบลวดลาย หรือขนาดที่แตกต่างกันออกไป
  • 2.
    ประตูชนิดนี้มีทั้งที่เป็นตัวบานประตูเดี่ยวและประตูบานคู่ การเปิด ปิดใช้งานก็ทำาได้ง่ายและสะดวก แต่ต้องมีพื้นที่เพียงพอต่อรัศมีของการ เปิดปิดประตูไว้ด้วยในกรณีที่ต้องการเปิดบาน ประตูทิ้งไว้นานๆ ก็ควรจะติดตั้งขอสับช่วยยึดไว้ด้วย เพื่อป้องกัน อันตรายจากลมที่พัดให้ประตูปิดเอง ซึ่งทำาให้ผู้โชคร้ายที่เดินผ่านประตู ในขณะนั้นเกิดอาการบาดเจ็บ ขึ้นได้ ประตูบานเลื่อน เป็นประตูที่มีการใช้งานด้วยวิธีการเลื่อนประตูไปมา ที่ไม่ใช่การดึง เข้าหรือผลักออก ซึ่งก็มีทั้งการเลื่อนจากซ้ายไปขวาหรือขวาไปซ้าย ตามแต่เนื้อที่จะอำานวย ประตูที่เลื่อนขึ้นลงในแนวตั้งก็จัดอยู่ในกลุ่มนี้ เช่นกัน ซึ่งโดยมากแล้วจะไม่ใช้เป็นประตูภายในของบ้านพักอาศัย แต่ จะใช้เป็นประตูภายนอกของร้านค้า โรงงาน หรือไม่ก็ทำาเป็นประตู โรงรถนอกตัวบ้านเสียมากกว่าที่จะนำามาติดตั้งไว้ในบ้าน เหตุผลหลักของการเลือกใช้ประตูชนิดนี้อยู่ตรงที่ความต้องการจะ ประหยัดเนื้อที่ที่เกิดจากระยะรัศมีเปิดปิดของประตู หรือใช้ในกรณีที่มี พื้นที่ไม่เพียงพอต่อการติดตั้งประตูแบบบานเปิดปิดนั่นเอง นอกเหนือ จากนี้ก็คงเป็นเหตุผลในเรื่องความชอบหรือความต้องการส่วนตัวของ เจ้าของบ้านว่าชอบหรืออยากได้ประตูแบบไหนมากกว่ากัน แต่ทั้งนี้ต้อง อยู่บนพื้นฐานของความเป็นไปได้ด้วยนะครับ ประตูบานเฟี้ยม หรือบานพับ มีลักษณะเป็นบานประตูขนาดเล็ก ใส่บานพับต่อกัน หลายๆบาน วิธีใช้งานก็คือ การพับปิดทับกันไปมา แล้วไปรวมไว้ทาง ด้านหนึ่ง (ถ้าเป็นตัวบานเดี่ยว) หรือทั้งสองด้าน (ถ้าเป็นตัวบานคู่) ทำาให้กินพื้นที่ในการใช้งานน้อย และถือว่าเป็นประตูที่สามารถเปิดได้ กว้างขวางกว่าประตูชนิดอื่นๆ เหมาะกับส่วนที่ต้องการใช้พื้นที่ต่อเนื่อง กัน แต่ก็ต้องการความเป็นสัดส่วนในบางโอกาส หรือเป็นห้องขนาด ใหญ่ที่ต้องการ บ่งสัดส่วนโดยเฉพาะ แต่ก็สามารถเปิดกว้างให้เป็นห้อง เดียวกันได้ เช่น ห้องนอนกับพื้นที่นั่งเล่น หรือห้องอาหารกับห้องรับแขก เป็นต้น
  • 3.
    การติดตั้งประตูบานเฟี้ยม ควรติดตั้งรางไว้ทางด้านบน โดยยึดติด กับตัวคานหรือพื้นชั้นบนไว้ให้แน่นหนาแล้วนำาตัวบานประตูเฟี้ยมมา แขวนไว้เพื่อความสะดวกในการใช้งาน และยังเป็นการบังคับบานประตู ให้อยู่ในแนวที่ต้องการด้วย ในบางแห่งจะติดตั้งรางยึดไว้ทั้งด้านบน และที่พื้นด้านล่างเพื่อความคงทนแข็งแรง แต่ฝุ่นหรือสิ่งสกปรกอาจจะ เข้าไปสะสมอยู่ที่ตัวรางที่พื้นได้ ซึ่งก็จะทำาความสะอาดลำาบากขึ้นบ้าง ตัวบานประตูควรมีขนาดที่ไม่ใหญ่นัก หรือมีนำ้าหนักมากจนเกินไป วัสดุ ที่เป็นอุปกรณ์ของตัวรางควรมีคุณภาพดี เพื่อความคงทนในการใช้งาน ระตูบานสะวิง ก็เหมือนกับประตูบานเปิดปิดทั่วๆ ไป แต่ติดตั้งอุปกรณ์เสริมที่เรียก ว่า โชคอัพหรือบานพับสปริงเข้าไปด้วย เพื่อให้ประตูสามารถปิดได้เอง ทันทีที่ปล่อยมือจากการดึงหรือผลักบานประตู แตกต่างกับบานประตู ธรรมดาตรงที่ประตูบานสะวิงสามารถปิดเองได้ด้วยอุปกรณ์ แต่ประตู บานเปิดธรรมดาก็ปิดเองได้เหมือนกันด้วยอาศัยแรงลม หรือไม่คนก็ต้อง ปิดเอง วิธีติดตั้งประตู ประตูบานพับ นำาตัวบานประตูไปทาบเข้ากับช่องวงกบประตู แล้วใช้ดินสอขีด เส้นลงไปที่ส่วนของบานประตูที่เกินจากขอบวงกบไว้ เพื่อนำาบานฯไปใส ปรับแต่งให้พอดี โดยใช้กบไฟฟ้าใสปรับแต่ง เมื่อใสปรับแต่งตัวบานได้ พอดีกับช่องวงกบแล้วก็จะมาร์คตำาแหน่งที่วงกบและบานประตูเพื่อขุด ร่องใส่บานพับ การขุดหรือบากร่องบริเวณสันบานประตูไม้เพื่อติดตั้งบานพับ สมัยก่อนจะใช้ค้อนตอกสิ่วเพื่อบากไม้ให้เป็นร่องลงไปเพื่อที่จะวาง บานพับเข้าไปซึ่งก็ค่อนข้างใช้เวลาพอสมควรและช่างฯก็จะต้องประณีต และมีฝีมือมิฉะนั้นอาจทำาให้ร่องที่บากเกิดการแตกหรือฉีกได้ แต่ช่างใน ยุคปัจจุบันจะใช้เครื่องทุ่นแรงมาช่วย โดยการนำาเอาเครื่องเร้าเตอร์มา ช่วยขุดร่องก็จะทำาให้ทำางานได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น
  • 4.
    เมื่อขุดร่องบานพับเสร็จแล้วช่างฯก็จะนำาบานพับมาวางประกบลง ไปในร่องที่ขุดไว้และใช้สกรูยึด เมื่อก่อนช่างฯจะใช้วิธีเอาบานพับวาง ลงไปแล้วใช้ค้อนตอกตะปูเช้าไปในรูบานพับเพื่อนำาร่องก่อน แล้วใช้ ไขควงขันสกรูลงไปตามรูที่ตอกตะปูนำาร่องไว้จะได้ขันสกรูได้ง่ายแต่ ในยุคปัจจุบันนี้วิธีติดตั้งบานประตูไม้ช่างฯจะใช้สว่านยิงสกรูครับไม่ต้อง มาใช้ไขควงขันให้เมื่อยตุ้ม เอ๊ย! เมื่อยข้อมือ กดพรืดเดียวจบ..ถ้ายิงผิด ตำาแหน่งก็กดพรืดเดียวสกรูก็ถอนออกมาแล้ว ถ้าเป็นสมัยก่อนนี้ก็ต้อง เสียเวลาใช้ไขควงขันกลับออกมา เสียเวลาแย่ เมื่อยิงสกรูยึดบานพับที่ตัวบานฯเรียบร้อยแล้ว ช่างไม้ก็จะยกบาน ไปสวมเข้ากับช่องวงกบแล้วยิงสกรูยึดบานพับอีกข้างหนึ่งยึดเข้ากับ วงกบ ก็เป็นอันจบขั้นตอน ประตูบานเฟี้ยม ขั้นตอนแรก เจาะผนังที่ติดตั้งหน้าต่างบานเกร็ดเก่าออกก่อน ขั้นตอนที่ 2 เจาะจนได้ขนาดเพียงพอสำาหรบประตูและที่ลืมไม่ได้ สำาหรับเสาเอ็น คอนกรีต ขั้นตอนที่ 3 ติดตั้งวงกบ พร้อมคำ้ายันวงกบไม่ให้โก่ง แอ่น และติด ตั้งเหล็กเพื่อทำาเสาเอ็น 2 ด้าน พร้อมเท คอนกรีตทั้ง 2 ด้าน เพื่อให้คอนกรีตยึดกับวงกบ และเมื่อคอนกรีตแห้งก็ ทำาการติดตั้ง บานประตู ขั้นตอนที่ 4 ปรับแต่งบานประตู ให้พอดีกับวงกบ โดยขั้นตอนนี้ ต้องใช้ช่างที่ชำานาญ มีอุปกรณ์ครบถ้วน ถึงจะได้ประตูที่ออกมาสวย ขั้นตอนที่ 5 การติดตั้งบานประตูเฟี้ยมทั้ง 4 บาน การเจาะบาน ประตู สำาหรับใส่ deadbolt lock เจาะวงกบสำาหรับใส่บานพับ ซึ่ง บานพับจะใช้ขนาดใหญ่ 12 มม.ในส่วนบานประตูยึดกับวงกบ เพื่อรับ นำ้าหนักได้ดี ส่วนบานพับในส่วนที่ยึดระหว่างบานกับบาน ใช้ขนาด 11 มม.
  • 5.
    ขั้นตอนที่ 6 เมื่อติดตั้งบานประตูได้ระดับดีแล้วก็นำากระจกมาใส่ พร้อมกับยิงซิลิโคนใสเพื่อยึดกระจกให้แน่นหนา และทาสีย้อมไม้ครับ แต่การทาสี แนะนำาว่า ให้ทาแต่เช้าเลยนะครับ ไม่อย่างนั้นจะเหม็นทิน เนอร์มากครับ ระหว่างนั่งเขียนบล็อกนี้ ผมก็เมาทินเนอร์ไปหลาย ชั่วโมงอยู่ครับ
  • 6.
    ขั้นตอนที่ 6 เมื่อติดตั้งบานประตูได้ระดับดีแล้วก็นำากระจกมาใส่ พร้อมกับยิงซิลิโคนใสเพื่อยึดกระจกให้แน่นหนา และทาสีย้อมไม้ครับ แต่การทาสี แนะนำาว่า ให้ทาแต่เช้าเลยนะครับ ไม่อย่างนั้นจะเหม็นทิน เนอร์มากครับ ระหว่างนั่งเขียนบล็อกนี้ ผมก็เมาทินเนอร์ไปหลาย ชั่วโมงอยู่ครับ