L/O/G/O
บทที่ 1
การจัดทารายงานการค้นคว้า
ความหมายของรายงาน (Report)
เป็นผลการศึกษาค้นคว้าแล้วนามาเรียบเรียง
อย่างมีระบบ ตามกฎเกณฑ์และรูปแบบที่สถาบันกาหนด
ถือเป็นส่วนหนึ่งในการประเมินผลการศึกษา
ความหมายของภาคนิพนธ์ (Term paper)
เป็นผลการศึกษาค้นคว้าในเรื่องใดเรื่องหนึ่งซึ่งมี
ขอบเขตกว้างขวาง ลึกซึ้ง และใช้ระยะเวลามากกว่า
รายงาน มุ่งให้ผู้เรียนมีความสามารถในการแสดงความคิด
ทั้งของตนเอง และของผู้รู้จากแหล่งที่ได้ศึกษาค้นคว้ามา
ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความหมายของวิทยานิพนธ์หรือปริญญานิพนธ์
(Thesis or Dissertation)
เป็นรายงานการค้นคว้าวิจัย ของนิสิต นักศึกษา ระดับ
บัณฑิตศึกษา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตร
ปริญญามหาบัณฑิต หรือปริญญาโท (thesis) และปริญญาดุษฎี
บัณฑิต หรือปริญญาเอก (dissertation) เนื้อหาที่นามาเสนอจะ
ลึกซึ้งกว่าภาคนิพนธ์ มีขั้นตอนการศึกษา มีรูปแบบเฉพาะ ตาม
ขั้นตอนของวิธีการวิจัย
จุดมุ่งหมายในการทารายงานการค้นคว้า
1. เพื่อให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมด้วยตนเอง
2. เพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกความสามารถในการใช้ภาษา
3. เพื่อให้ผู้เรียนเกิดทักษะในการอ่าน มีนิสัยรักการอ่านและ
ใฝ่ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง
4. เพื่อให้ผู้เรียนรู้จัดคิดอย่างเป็นระบบ มีเหตุผล
5. เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนาเสนอเนื้อหาในรูปแบบที่สถาบัน
กาหนด
6. เพื่อให้ผู้เรียนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการผลิตผลงาน
ทางวิชาการ
รูปแบบรายงาน
1. การจัดหน้า
1.1 เว้นที่ว่างขอบกระดาษด้านซ้ายมือและด้านบน ห่างจาก
ขอบกระดาษ 1.5 นิ้ว เว้นด้านขวาและด้านล่าง ห่างจากขอบกระดาษ
1 นิ้ว
1.2 ตัวพิมพ์ต้องเป็นแบบใดแบบหนึ่งทั้งเล่ม โดยใช้ชนิด
Angsana หรือ Th Sarabun PSK เนื้อความปกติใช้ขนาด 16 พอยท์
1.3 ในหน้าบท คาว่า “บทที่” ให้ไว้กลางหน้ากระดาษบนบรรทัด
แรก ห่างจากขอบบนของกระดาษ 2 นิ้ว เว้นบรรทัด 1 บรรทัด พิมพ์
ชื่อบทในบรรทัดที่ 2 ขนาดตัวอักษร 20 พอยท์
รูปแบบรายงาน
1. การจัดหน้า
1.4 การลงเลขหน้า ให้ลงไว้มุมขวาของหน้า ห่างจาก
ขอบกระดาษบนและขอบขวา 1 นิ้ว แต่ไม่ต้องลงในหน้าแรกของบทที่
แต่ให้นับลาดับหน้าต่อเนื่องกัน โดยให้เริ่มจากบทนา หรือบทที่ 1
จนถึงส่วนประกอบตอนท้ายสุดของรายงาน
ตัวอย่างการเว้น
ขอบกระดาษ
หน้าปกติ 1
1 นิ้ว
1 นิ้ว
1.5 นิ้ว
1.5 นิ้ว
ตัวอย่างการเว้น
ขอบกระดาษ
หน้าบทที่ 1
1 นิ้ว
1 นิ้ว
1.5 นิ้ว
2 นิ้ว
ตัวอย่างการตั้ง
ค่าหน้ากระดาษ
1 นิ้ว
1 นิ้ว
ตัวอย่างการตั้ง
ค่าหน้ากระดาษ
ส่วนกาหนด
เลขหน้า
การแบ่งหัวข้อในเนื้อหา
1. หัวข้อใหญ่ เป็นประเด็นใหญ่ภายในบทตามที่ระบุไว้ในหน้า
สารบัญ ให้พิมพ์ชิดริมขอบซ้าย เว้น 1 บรรทัดจากข้อความบน โดยไม่
ใส่เลขข้อ ถ้าหัวข้อยาวเกินบรรทัดให้เริ่มชิดขอบซ้ายในบรรทัดต่อไป
2. การเริ่มพิมพ์เนื้อหาเริ่มที่อักษรตัวที่ 8 (เว้นจากขอบ 7
ตัวอักษรพิมพ์ตัวที่ 8 หรือ Tab 0.63 นิ้ว)
3. การพิมพ์หัวข้อรองที่ 1 (เว้นจากขอบ 7 ตัวอักษรพิมพ์ตัวที่ 8
หรือ Tab 0.63 นิ้ว)
4. การพิมพ์หัวข้อย่อย (เว้นจากขอบ 10 ตัวอักษร หรือ Tab
0.81 นิ้ว)
5. การพิมพ์หัวข้อย่อยต่อๆ ไป (เว้นจากขอบ 13 ตัวอักษร หรือ
Tab 1 นิ้ว
1. หัวข้อย่อยที่ 1 ตั้ง Tab ที่ระยะ 0.63 นิ้ว
1.1 หัวข้อย่อยที่ 2 ตั้ง Tab ที่ระยะ 0.81 นิ้ว
1.1.1 หัวข้อย่อยที่ 3 ตั้ง Tab ที่ระยะ 1 นิ้ว
1.1.1.1 หัวข้อย่อยที่ 4 ตั้ง Tab ที่ระยะ 1.19 นิ้ว
1.1.1.1.1 หัวข้อย่อยที่ 5 ตั้ง Tab ที่ระยะ 1.38 นิ้ว
วิธีการเว้นระยะหัวข้อย่อย
ไปที่เมนู “ย่อหน้า”
เลือก “แท็บ” ตั้งค่า
หน้าจอจะแสดงผลให้
เห็นค่าตั้งแต่ของแท็บ
วิธีการตั้งค่าหน่วยวัดเป็นนิ้ว
1. คลิกที่ปุ่ม Office Buttom
(ด้านซ้ายมือบนสุด)
2. คลิกปุ่ม ตัวเลือกของ
Word หรือ Word Options
(ด้านขวามือล่างสุด)
3. คลิกปุ่ม ขั้นสูง หรือ
Advanced (แถวด้านซ้ายมือ
สุด)
4. เลื่อนลงไปที่หมวด แสดง
หรือ Display แล้วเปลี่ยนเป็น
หน่วย นิ้ว หรือ Inches
5. คลิก ตกลง
ขั้นตอนการทารายงาน
1. เลือกเรื่อง
2. สารวจแหล่งข้อมูลพื้นฐานจดรายงานของแหล่งข้อมูลไว้
3. คัดเลือกและอ่านอย่างสังเขป
4. เขียนโครงร่างหรือวางโครงร่าง
5. ค้นหาแหล่งข้อมูลอย่างละเอียด เพื่อเพิ่มเติมเนื้อหา
6. ทาโครงเรื่องที่สมบูรณ์ขั้นสุดท้าย
7. ลงมือเขียนตามโครงเรื่อง
8. เรียบเรียงส่วนอื่นๆ ให้ครบถ้วน
9. เรียบเรียงบรรณานุกรม
10. ตรวจสอบความถูกต้องเรียบร้อย
11. เข้าเล่มสมบูรณ์
ส่วนประกอบของรายงาน
1. ส่วนประกอบตอนต้น ประกอบด้วย
1.1 ปกนอก มีรายละเอียดบนปกประกอบด้วย
1.1.1 ชื่อเรื่อง
1.1.2 ชื่อผู้เขียน รหัสกลุ่ม รหัสประจาตัวผู้เรียน
1.1.3 ชื่อวิชา คณะของผู้ทารายงาน มหาวิทยาลัย
ภาคเรียน และปีการศึกษา
ตัวอย่างปกนอก
การรู้สารสนเทศ
นางสาวรรรรรร ขยันเรียน
รหัสนักศึกษา 57003153001 รหัสกลุ่ม 5700315301
รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาวิชาภาษาไทยและการสื่อสารและการสืบค้น
คณะ(ของผู้ทารายงาน) มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2557
ตัวหนา 20 พอยท์
ตัวหนา 18 พอยท์
ส่วนประกอบของรายงาน (ต่อ)
1. ส่วนประกอบตอนต้น ประกอบด้วย
1.2 หน้าปกใน มีรายละเอียดเหมือนกับปกนอกทุกประการ
ดังนี้
1.2.1 ชื่อเรื่อง
1.2.2 ชื่อผู้เขียน รหัสกลุ่ม รหัสประจาตัวผู้เรียน
1.2.3 ชื่อวิชา คณะของผู้ทารายงาน มหาวิทยาลัย
ภาคเรียน และปีการศึกษา
ส่วนประกอบของรายงาน (ต่อ)
1. ส่วนประกอบตอนต้น ประกอบด้วย
1.3 หน้าคานา คือ ส่วนที่อยู่ถัดจากหน้าปกใน ผู้เขียน
รายงานเป็นผู้เขียนเอง โดยกล่าวถึงวัตถุประสงค์ และ
ขอบเขตของรายงาน อาจรวมถึงปัญหา อุปสรรคในการศึกษา
ค้นคว้าทารายงาน ตลอดจนคาขอบคุณผู้ที่ให้ความช่วยเหลือ
ในการรวบรวมข้อมูล หรือการเขียนรายงาน (ถ้ามี) ลงชื่อ
เจ้าของรายงาน พร้อมวัน เดือน ปี ของการเสนอรายงาน
ฉบับนี้
คานา
รายงานนี้จัดทาขึ้นเพื่อประกอบการเรียนวิชาภาษาไทยเพื่อ
การสื่อสารและการสืบค้น (AGE 111) คณะมนุษยศาสตร์และ
สังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ โดยขอบเขตเนื้อหา
ของรายงานฉบับนี้ นาเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับการรู้สารสนเทศเรื่อง
ห้องสมุด หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ จากบทความบนอินเทอร์เน็ต
บทความจากวารสาร และบทความจากหนังสือพิมพ์
ผู้จัดทารายงานนี้ขอขอบคุณบรรณารักษ์สานักวิทยบริการ
และเทคโนโลยีสารสนเทศที่ให้คาแนะนาการสืบค้นข้อมูล อธิบายการ
เข้าถึงแหล่งข้อมูล ตลอดจนสนับสนุนเอกสารใช้ประกอบการจัดทา
รายงานฉบับนี้
รรรรรร ขยันเรียน
16 สิงหาคม 2557
ส่วนประกอบของรายงาน (ต่อ)
1. ส่วนประกอบตอนต้น ประกอบด้วย
1.4 หน้าสารบัญ คือ ส่วนที่อยู่ต่อจากหน้าคานา ในหน้า
สารบัญจะมีลักษณะคล้ายโครงเรื่องของรายงาน ทาให้ผู้อ่าน
ได้ทราบว่า ขอบเขตเนื้อของรายงานครอบคลุมเรื่องใดบ้าง
สารบัญ
หน้า
คานา................................................................................................................................................................. ก
สารบัญ.............................................................................................................................................................. ข
สารบัญตาราง (ถ้ามี)……………………………………………………………………………………………………. ค
สารบัญภาพ (ถ้ามี)……………………………………………………………………………………………………… ง
บทที่
1 การรู้สารสนเทศจากอินเทอร์เน็ต………………………………………………………………………………… 1
ห้องสมุดไร้กระดาษ…………………………………………………………………………………………… 1
เปรียบเทียบข้อดีของหนังสือฉบับกระดาษกับหนังสืออิเล็กทรอนิกส์……………………………………… 5
2 การรู้สารสนเทศจากบทความวารสาร…………………………………………………………………………… 7
Read for the Blind : จิตอาสา+เทคโนโลยี=แอปฯหนังสือเสียงเพื่อคนตาบอด…………………………… 7
E-Book และ Self-Publishing : ตลาดบริโภคใหม่ของนักอ่าน และเส้นทาง
การสร้างชื่อของนักเขียน…………………………………………………………………………………. 10
3 การรู้สารสนเทศจากบทความหนังสือพิมพ์……………………………………………………………………… 13
ผุดแอพฯ Read for the Blind สร้างหนังสือเสียงผ่านสมาร์ทโฟน………………………………………… 13
ห้องสมุดที่ไม่มี “หนังสือ”ของคนเท็กซัส…………………………………………………………………….. 15
บรรณานุกรม…………………………………………………………………………………………………………….. 16
ส่วนประกอบของรายงาน (ต่อ)
1. ส่วนประกอบตอนต้น ประกอบด้วย
1.5 หน้าสารบัญตาราง เป็นการแจ้งลาดับหน้าของตาราง
ทั้งหมดที่มีอยู่ในรายงาน รวมทั้งตารางในภาคผนวก (ถ้ามี)
สารบัญตาราง
ตาราง หน้า
1 ข้อแนะนาเบื้องต้นสาหรับการอ่านหนังสือให้คนตาบอดผ่าน read for the blind
โดยห้องสมุดคนตาบอดฯ………………………………………………………………. 9
ส่วนประกอบของรายงาน (ต่อ)
1. ส่วนประกอบตอนต้น ประกอบด้วย
1.5 หน้าสารบัญภาพ เป็นการแจ้งลาดับหน้าของ
ภาพประกอบซึ่งมีหลายประเภท ได้แก่ รูปภาพ กราฟ
แผนภูมิ ฯลฯ ทั้งหมดที่มีอยู่ในรายงานนั้นไม่ว่าอยู่ในหน้าใด
โดยเรียงลาดับก่อนหลังตามที่ปรากฏในรายงาน ลาดับที่ของ
ภาพประกอบ และชื่อของภาพประกอบ จะต้องตรงกับที่ให้ไว้
ในเนื้อหา
ส่วนประกอบของรายงาน (ต่อ)
2. ส่วนประกอบตอนกลาง หรือเนื้อเรื่อง ประกอบด้วย
2.1 บทนาหรือความนาใช้บอกขอบข่ายเรื่อง และเป็น
การปูพื้นก่อนเข้าสู่เนื้อเรื่องจริง
2.2 เนื้อเรื่อง
2.3 การอ้างอิง
2.4 ภาพประกอบ (ถ้ามี)
2.5 ตาราง (ถ้ามี)
2.6 สรุป
ส่วนประกอบของรายงาน (ต่อ)
3. ส่วนประกอบตอนท้าย ประกอบด้วย
3.1 หน้าบรรณานุกรม เป็นรายการทรัพยากร
สารสนเทศทั้งหมดที่ใช้ประกอบในการทารายงาน ทั้งที่อ้างอิง
อย่างชัดเจนในเนื้อหา และใช้ศึกษาข้อมูลพื้นฐานประกอบ
โดยไม่ได้อ้างอิงไว้ในเนื้อหา กรณีที่มีเฉพาะรายการที่อ้างอิง
ไว้ในเนื้อหา เรียกว่า รายการอ้างอิง
บรรณานุกรม
นิโคลาส, วิลเลี่ยม. (2557). ห้องสมุดไร้กระดาษ [ออนไลน์].
เข้าถึงข้อมูลวันที่ 9 มกราคม 2557.
จาก http://th.materialconnexion.com/admin/
mainmenu/UploadFolder/27-articles.pdf.
พนิดา สมประจบ. (2555). การสืบค้นสารนิเทศ. กรุงเทพฯ :
ทริปเพิ้ล กรุ๊ป.
ห้องสมุดที่ไม่มี “หนังสือ” ของคนเท็กซัส. (2556, 18-21 กันยายน).
ประชาชาติธุรกิจ, หน้า 20.
ส่วนประกอบของรายงาน (ต่อ)
3. ส่วนประกอบตอนท้าย ประกอบด้วย
3.2 หน้าผนวก เป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับรายงาน แต่
ไม่ใช่เนื้อหาของรายงาน นามาเพิ่มเติมไว้ตอนท้ายของ
รายงาน เพื่อช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจเนื้อหาของรายงานเพิ่มขึ้น
3.3 หน้าอภิธานศัพท์
3.4 หน้าดรรชนี
การอ้างอิงในเนื้อหา ระบบ APA (รูปแบบนาม-ปี)
หมายถึง การระบุแหล่งที่มาของสารสนเทศที่
แทรกลงในเนื้อหานั้นโดยมีองค์ประกอบ 3 ส่วน คือ
(ชื่อ/ชื่อสกุล,/ปีที่พิมพ์,/เลขหน้า)
รูปแบบนาม-ปี
การอ้างเอกสารที่มีผู้แต่งคนเดียว
(ภารดี อนันต์นาวี, 2551, หน้า 30)
(Jensen, 2000, p. 12)
ใส่ชื่อ-สกุล โดยไม่ต้องใส่คานาหน้านาม ยศ
หรือตาแหน่งทางวิชาการ สาหรับภาษาไทย
ส่วนภาษาอังกฤษ ใส่เฉพาะชื่อสกุล
และตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค ( , )
“...พอเพียง มีความหมายกว้างขวางยิ่งกว่านี้อีก คือคาว่าพอ ก็
พอเพียงนี้ก็พอแค่นั้นเอง คนเราถ้าพอในความต้องการก็มี
ความโลภน้อย เมื่อมีความโลภน้อยก็เบียดเบียนคนอื่นน้อย...”
(มูลนิธิชัยพัฒนา, 2555, หน้า 23)
วิธีเขียนอ้างอิง เขียนได้ 2 วิธี แล้วแต่ความเหมาะสม
หรือจุดประสงค์ที่ต้องการเน้น
1. ให้ผู้แต่งอยู่ในวงเล็บท้ายประโยค วิธีนี้ใช้เมื่อต้องการ
เน้นเนื้อความ
...ดังที่ได้ทรงมีพระราชดารัส เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระ
ชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย วันที่ 4 ธันวาคม 2541 โดยมูลนิธิชัย
พัฒนา (2555, หน้า 23) ได้อัญเชิญกระแสพระราชดารัสมาเผยแพร่
ว่า “.... พอเพียง มีความหมายกว้างขวางยิ่งกว่านี้อีก คือคาว่าพอ ก็
พอเพียงนี้ก็พอแค่นั้นเอง คนเราถ้าพอในความต้องการก็มีความ
โลภน้อย เมื่อมีความโลภน้อยก็เบียดเบียนคนอื่นน้อย ....”
2.ให้ผู้แต่งเป็นส่วนหนึ่งของประโยค วิธีนี้ใช้เมื่อต้องการ
เน้นผู้แต่ง
การอ้างเอกสารที่มีผู้แต่ง 2 คน
ใส่ชื่อผู้แต่งทั้งสองคน คั่นด้วยคาว่า “และ” สาหรับภาาาททย
ส่วนภาาาอังกฤาใช้ “&”
(สัมมา รธนิธย์ และ สมคิด ทุ่นใจ, 2555, หน้า 30)
(Samit & Miller, 2010, pp. 12-13)
การอ้างเอกสารที่มีผู้แต่ง 3-6 คน
ใส่ชื่อผู้แต่งทั้ง 3-6 คน โดยคั่นคนที่ 1-5 ด้วยเครื่องหมาย
จุลภาค ( , ) และคนรองสุดท้ายกับคนสุดท้ายคั่นค้วยคาว่า
“และ” สาหรับภาษาไทย ส่วนภาษาอังกฤษใช้ “&”
(ศักดิ์ผาสุกนิรันด์, สนธิ์บางยี่ขัน และผล คนสวน, 2555, หน้า 27)
(Cook, Willson & Noss, 2010, pp. 7-9)
การอ้างเอกสารที่มีผู้แต่งจานวนมากกว่า 6 คนขึ้นไป
ใส่เฉพาะผู้แต่งคนแรก และตามด้วยคาว่า “และคนอื่นๆ”
สาหรับภาษาไทย “et al” สาหรับภาษาอังกฤษ
(อุบล บุญชู และคนอื่นๆ, 2555, หน้า 87)
Willson, et al, 2010, pp. 8-9)
การอ้างเอกสารที่มีผู้แต่งเป็นสถาบัน
กรณีที่ผู้แต่งเป็นสถาบัน ใส่ชื่อเต็มของสถาบันนั้นๆ ตามที่ปรากฎ
(สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย, 2541, หน้า 105)
(British Council, 2009, p. 13)
การอ้างเอกสารที่ไม่ปรากฏชื่อผู้แต่ง
ไม่ปรากฏชื่อผู้แต่ง แต่มีชื่อผู้รวบรวม หรือบรรณาธิการ หรือ
ชื่อเรื่องให้ใส่แทนชื่อผู้แต่งได้
(ไพฑูรย์ สินลารัตน์, บรรณาธิการ, 2549, หน้า 60-68)
(Licherman (ed.), 2008, p. 55)
การอ้างเอกสารพิเศษหรือสื่อลักษณะอื่นๆ
(กรมพระยาดารงราชานุภาพ, รายการโทรทัศน์ ชุด “มรดกไทย”, 2550)
(มนูญ สอนเกิด, อินเทอร์เน็ต, 2556)
การเขียนบรรณานุกรม
บรรณานุกรม (Bibliography) คือ รายชื่อ
เอกสารที่ผู้เขียนใช้ศึกษาค้นคว้าในการเรียบเรียง
รายงานทั้งที่ได้เขียนรายการอ้างอิงในส่วนเนื้อเรื่อง และ
เอกสารที่ไม่ได้ใช้อ้างอิงในส่วนเนื้อเรื่อง แต่ได้อ่าน
ประกอบในการเรียบเรียงนามาใส่ไว้ท้ายรายงาน
ธานี//วรภัทร์.//(2554).//หลักการพื้นฐานในการทาวิทยานิพนธ์ทาง
/ / / / / / /กฎหมาย/ (พิมพ์ครั้งที่ 2).//กรุงเทพฯ:/วิญญูชน.
บรรณานุกรมจากหนังสือ
ชื่อ-ชื่อสกุลผู้แต่ง.//(ปีที่พิมพ์).//ชื่อหนังสือ/(พิมพ์ครั้งที่).//เมืองที่พิมพ์:
/ / / / / / / สานักพิมพ์.
ชื่อสกุล,/ ชื่อต้น/ชื่อกลางผู้แต่ง.//(ปีที่พิมพ์).//ชื่อหนังสือ/(พิมพ์ครั้งที่).
/ / / / / / / เมืองที่พิมพ์:/สานักพิมพ์.
Cooper, P. (2001). The new tech garden. London: Mitchell
Beasley.
หลักการลงรายการบรรณานุกรม
ผู้แต่งที่เป็นบุคคล
• ผู้แต่งคนเดียว ให้ใช้ตามที่ปรากฏในหน้าปกใน ของหนังสือ
สาหรับผู้แต่งที่เป็นคนไทยให้ใช้ชื่อและชื่อสกุลเท่านั้น ทม่ต้อง
ใส่คานาหน้าอื่นๆ เช่น นาย/นาง/นางสาว ศาสตราจารย์ / รอง
ศาสตราจารย์ / ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ ดอกเตอร์ ฯลฯ
• ตัวอย่างเช่น รองศาสตราจารย์ ดร. ยุพิน เตชะมณี
ลงรายการหลักผู้แต่งเป็น ยุพิน เตชะมณี
ผู้แต่ง 2 คน
ให้ใส่ชื่อผู้แต่งที่ระบุเป็นคนแรกไว้ก่อน เชื่อมด้วยคาว่าและ
แล้วจึงใส่ชื่อผู้แต่งคนที่2
กนกวรรณ มโนรมย์ และทรงพล อินทเศียร
วาสนา/ /เทียนกุล / และอัมพร/ /คัมภีระธัม./ / (2555)./ /สารสนเทศเพื่อการสืบค้น
/ / / / / / / (พิมพ์ครั้งที่ 2)./ /ฉะเชิงเทรา:/ วิญญูชน.
ผู้แต่ง 3-6 คน
ให้ใส่ชื่อผู้แต่งทั้ง 3 และ 6 คน โดยใส่ชื่อผู้แต่งคนแรกคั่น
ด้วยเครื่องหมายจุลภาค ใส่ชื่อผู้แต่งคนที่ 2 หรือ 5 เชื่อมด้วย คา
ว่า และในผู้แต่งคนที่ 6
รัตนา//เล็กสมบูรณ์,/ มินตรา//สาระรักษ์,/ เมธีรัตน์//สุภาพ,/ปาริชาติ//วงศ์เสนา,
/ / / / / / /หรรษา//แต้ศิริ /และชลวิทย์//หลาวทอง./ /(2556)./ /ซอยดงลาว.
/ / / / / / /กรุงเทพฯ:/ดวงกมล.
รัตนา//เล็กสมบูรณ์,/ มินตรา// สาระรักษ์/ และเมธีรัตน์//สุภาพ./ /(2557).//จีวรบิน.
/ / / / / / /กรุงเทพฯ:/ดวงกมล.
ผู้แต่งมากกว่า 6 คน
• ให้ใส่ชื่อผู้แต่งคนแรก และตามด้วยคาว่า และคนอื่นๆ หรือ
et al.
รัตนา//เล็กสมบูรณ์/ และคนอื่นๆ.//(2555).//ฮากันตึม.//กรุงเทพฯ:/
/ / / / / / /ดวงกมล.
ผู้แต่งที่มีราชทินนาม, ราชสกุล และฐานันดรศักดิ์
• ให้ไว้หลังชื่อคั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค
ตัวอย่าง
» แม้นมาส ชวลิต, คุณหญิง
» คึกฤทธิ์ปราโมช, ม.ร.ว.
» อนุมานราชธน, พระยา
» ปิยะรังสิต รังสิต, ม.จ.
ผู้แต่งมีสมณศักดิ์
• ให้ใช้ตามสมมณศักดิ์ที่ได้รับ และใส่ชื่อเดิมไว้ในวงเล็บ
ตัวอย่าง
พระราชนิโรธรังสี ( เทสก์ เทสรังสี )
พระเทพเวที (ประยุทธ์ ปยุตโต )
พระราชรัตนรังสี (ว.ป. วีรยุทโธ)
ผู้แต่งที่เป็นเป็นผู้จัดพิมพ์ ผู้รวบรวม บรรณาธิการ
• ให้ใส่ชื่อสกุล โดยมีเครื่องหมาย ( , ) คั่น
• ตัวอย่าง
มะลิวัลย์ สินน้อย, ผู้รวบรวม.
ยุพิน เตชะมณี, บรรณาธิการ
ผู้แต่งที่ใช้นามแฝง
• ถ้านามจริงเป็นที่รู้จักทั่วไปแล้ว ให้ใช้นามจริง และ บอก
นามแฝงไว้ต่อจากชื่อเรื่องหนังสือ ถ้าหากไม่ทราบนามจริงให้
ถือนามแฝงเป็นชื่อผู้แต่ง โดยวงเล็บ คาว่า "นามแฝง" ต่อจาก
นามแฝง
• ตัวอย่าง
ปุบผา นิมมานเหมินทร์, มล. ผู้ดี. โดย ดอกไม้สด
( นามแฝง ) . ลูกน้า ( นามแฝง ).
หนังสือที่ทม่ปรากฏชื่อผู้แต่ง
• ให้ใส่ชื่อหนังสือในตาแหน่งผู้แต่ง
ตัวอย่าง
ราชกิจจานุเบกษา
พระลอ.
ผู้แต่งที่เป็นสถาบัน
• หน่วยงานราชการ สถาบันการศึกษา รัฐวิสาหกิจ สมาคม
ธนาคาร องค์การระหว่างประเทศ ให้ใส่ชื่อสถาบันนั้นๆ ใน
ตาแหน่งผู้แต่ง โดยเรียงตามลาดับหน่วยงานใหญ่ไปหา
หน่วยงานย่อย
• มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. คณะศิลปศาสตร์
• มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. คณะบริหารศาสตร์
• มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. คณะรัฐศาสตร์
• มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. คณะนิติศาสตร์
บรรณานุกรมจากวิทยานิพนธ์
ชื่อผู้เขียนวิทยานิพนธ์.//(ปีที่พิมพ์).//ชื่อวิทยานิพนธ์.//ระดับวิทยานิพนธ์
/ / / / / / / / ชื่อสาขาวิชาหรือภาควิชา ชื่อคณะ ชื่อมหาวิทยาลัย.
สุวิชา//วิริยมานุวงษ์.//(2554).//การวิจัยและพัฒนารูปแบบการมีส่วนร่วม
ของสถานศึกาากับชุมชนในการจัดการศึกาาขั้นพื้นฐาน.
ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต/ สาขาวิชาการศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น
บัณฑิตวิทยาลัย/ มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์.
บรรณานุกรมจากวารสาร
ชื่อผู้เขียนบทความ.//(ปี,/วัน/เดือน).//ชื่อบทความ.//ชื่อวารสาร,
/ / / / / / / / ปีที่/(เล่มที่),/เลขหน้า.
ยุรฉัตร บุญสนิท. (2555). ระเบียบและวิธีการวิจัยในวิทยานิพนธ์ทางวรรณกรรม
ปัจจุบัน (กวีนิพนธ์และบทเพลง) ในช่วงพ.ศ. 2541 -2555.
วารสารสงขลานครินทร์ ฉบับสงคมศาสตร์และมนุายศาสตร์,
18 (1), 36-73.
ประภาวดี//สืบสนธิ์.//(2553,/ตุลาคม-ธันวาคม).//พัฒนาการงานวิจัยทาง
/ / / / / / /บรรณารักษศาสตร์และสารนิเทศศาสตร์ในประเทศไทย.
/ / / / / / /วารสารห้องสมุด,/34(9),/14-31.
บรรณานุกรมจากหนังสือพิมพ์
ชื่อผู้เขียนบทความ.//(ปี,/วัน/เดือน).//ชื่อบทความ.//ชื่อหนังสือพิมพ์,
/ / / / / / / / เลขหน้า.
ปราโมทย์//วานิชานนท์.//(2550,/11 มกราคม).//ทุกข์ของชาวนาคือ
ทุกข์ของทุกคนในแผ่นดิน.//มติชนรายวัน,/หน้า 7.
หนังสืองานศพคุณค่าที่คุณคู่ควร.//(2556,/7/พฤศจิกายน).
มติชนรายวัน,/หน้า 20.
ชื่อบทความ.//(ปี,/วัน/เดือน).//ชื่อหนังสือพิมพ์, /เลขหน้า.
บรรณานุกรมจากเอกสารที่อ้างถึงในเอกสารอื่น
ชื่อผู้แต่งเอกสารต้นฉบับ.//(ปีที่พิมพ์).//ชื่อหนังสือ.//เมืองที่พิมพ์:
/ / / / / / /สถานที่พิมพ์;/อ้างถึงใน ชื่อผู้แต่งเอกสารที่อ้างถึง.//
/ / / / / / /(ปีที่พิมพ์).//ชื่อหนังสือ.//เมืองที่พิมพ์:/สถานที่พิมพ์.
สานักงานสถิติแห่งชาติ. (2521). การสารวจข้อมูลเกี่ยวกับเด็กและ
เยาวชน พ.ศ.2524.กรุงเทพฯ: สานักงานฯ; อ้างถึงใน
ชุติมา สัจจานันท์ และสุนทรี ศุภวงศ์. (2528). เยาวชน :
บรรณนิทัศน์เพื่อการค้นคว้าและบริการสนเทศ.
กรุงเทพฯ: สมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย.
บรรณานุกรมจากวัสดุที่ทม่ทด้ตีพิมพ์เป็นเล่ม
ชื่อผู้แต่ง.//(ปีที่พิมพ์).//ชื่อเรื่อง.//[ชื่อวัสดุที่ไม่ได้ตีพิมพ์].//เมืองที่พิมพ์:
/ / / / / / /สานักพิมพ์.
อรชุมา ฟองวัฒนากุล. (2547). โยคะลีลา. (ซีดี). กรุงเทพฯ:
ซีเอ็ดยูเคชั่น.
บรรณานุกรมจากอินเทอร์เน็ต และสื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ
ชื่อผู้แต่ง.//(ปีที่เผยแพร่).//ชื่อเรื่อง/[ประเภทของสื่อ].// เข้าถึงข้อมูล
/ / / / / / / วันที่ เดือน ปี.//จาก/ ชื่อแหล่งข้อมูลหรือที่อยู่ที่ใช้สืบค้นใน
/ / / / / / / อินเทอร์เน็ต.
ราชบัณฑิตยสถาน.//(2543).//รายงานผลการวิจัยเรื่องการออกเสียงคาททย
[ออนไลน์].//เข้าถึงข้อมูลวันที่ 19 เมษายน 2546.//จาก http://www.
royin.go.th/report001.html.
การเรียงบรรณานุกรม
1. บทนิพนธ์ภาษาไทยให้เรียงรายการวัสดุภาษาไทย
ขึ้น ก่อนภาษาอังกฤษ
2. เรียงบรรณานุกรมตามลาดับตัวอักษรของข้อมูล
รายการแรกในแต่ละรายการ
3. ถ้าข้อมูลส่วนแรกเหมือนกัน เช่น ผู้แต่งคนเดียวกัน จัดเรียงดังนี้
- เรียงลาดับปีพิมพ์ค่าน้อยกว่าก่อน
- ปีพิมพ์เดียวกัน เรียงตามตัวอักษรกากับท้ายปีพิมพ์
- รายการที่ไม่ปรากฏปีพิมพ์ เรียงไว้หลังปีพิมพ์ที่เป็นตัวเลข
4. รายการแรกที่เป็นชื่อเรื่องขึ้นต้นด้วยคานาหน้านาม (A,
AN, The) ให้ไปพิจารณาจัดเรียงตามลาดับอักษรของคาถัดไป
5. รายการอ้างอิงหลายรายการที่เป็นผู้แต่งคนเดียวกัน
ให้เขียนชื่อผู้แต่งเฉพาะรายการแรก ส่วนรายการต่อๆ ไปให้ขีด
เส้นตรงหรือเส้นปะ ความยาวเท่ากับ 7 ตัวอักษรจบด้วย
มหัพภาค
การเรียงบรรณานุกรม (ต่อ)
ครั้งที่พิมพ์ (Edition)
• พิมพ์ครั้งแรกไม่ต้องลงรายการ
• ลงรายการเฉพาะหนังสือที่มีการพิมพ์ตั้งแต่ครั้งที่ 2
ตัวอย่าง
แก้ไขเพิ่มเติม (enlarged) ก็ให้ใส่ไว้ด้วย ดังตัวอย่าง
• พิมพ์ครั้งที่ 2 2 nd ed.
• พิมพ์ครั้งที่ 6 6 th ed.
• พิมพ์ครั้งที่ 3 ฉบับปรับปรุงแก้ไข 3 rd rev. ed.
• พิมพ์ครั้งที่ 2 แก้ไขเพิ่มเติม 2 nd rev. & enl. ed.
กฎแห่งกรรม. (2545) พิมพ์ครั้งที่ 2.
Blowers, GH. (2012) 2 nd ed.
พิมพลักาณ์ (Imprint)
รายละเอียดที่เกี่ยวกับการพิมพ์หนังสือ ประกอบไปด้วย สถานที่พิมพ์,
สานักพิมพ์
 สถานที่พิมพ์
- กรุงเทพฯ:
- เชียงใหม่:
ในกรณีที่ไม่ปรากฏสถานที่พิมพ์ให้ใช้คาว่า ม.ป.ท หรือ ม.ป.พ
(ไม่ปรากฏที่พิมพ์ ) ในตาแหน่งของสถานที่พิมพ์
กรุงเทพฯ : ม.ป.พ. ม.ป.ป.
 ภาษาต่างประเทศ ใช้คาว่า n.p. (ย่อมาจาก no place of publication)
S.I. : s.n., n.d.
สานักพิมพ์ (Publisher)
• หมายถึง แหล่งที่รับผิดชอบในการจัดพิมพ์ และจัดจาหน่ายหนังสือ ถ้า
มีชื่อสานักพิมพ์ ให้ลงชื่อสานักพิมพ์ ลงชื่อสานักพิมพ์ต่อจากสถานที่
พิมพ์
• ไม่ต้องใส่คาว่า สานักพิมพ์ ถ้ามีผู้จัดพิมพ์เป็นหน่วยงาน ให้ระบุ
หน่วยงานย่อยไปหาหน่วยงานหลัก
ตัวอย่าง
ไทยวัฒนาพานิช
ภาควิชาบรรณารักษศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,
ถ้าไม่ปรากฏชื่อสานักพิมพ์ให้ใส่ชื่อโรงพิมพ์ในตาแหน่งของสานักพิมพ์ และระบุคาว่าโรงพิมพ์ไว้ด้วย
เช่น โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
สานักพิมพ์ (Publisher) (ต่อ)
• ตัวอย่าง.
โรงพิมพ์รุ่งเรืองรัตน์,
สานักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ปีที่พิมพ์ ( Date)
• ใส่เฉพาะตัวเลขไม่ต้องระบุคาว่า พ.ศ. ให้ใช้ปีที่พิมพ์ครั้งล่าสุด หลังปีที่
พิมพ์ใส่เครื่องหมายมหัพภาค
• ตัวอย่าง 2554.
2555.
ในกรณีที่ไม่ปรากฏปีที่พิมพ์ให้ใช้ ม.ป.ป
ถ้าหนังสือไม่ปรากฏทั้งสถานที่พิมพ์และปีที่พิมพ์ให้ใช้คาว่า ม.ป.ท, ม.ป.ป
n.d. (ย่อมาจากคาว่า no date of publication)
ถ้าหนังสือไม่ปรากฏทั้งสถานที่พิมพ์สานักพิมพ์และปีที่พิมพ์ให้ใช้คาว่า n.p, nd

การจัดทำรายงาน