1 
โครงงานคอมพิวเตอร์ เผยแพร่ความรู้ออนไลน์ 
เรื่อง ระบบปฏิบัติการ 
โดย 
นายก่อพงศ์ พรมจักร 
นายธีรภัทร บัณฑุโอภาสวงศ์ 
วิทยาลัยอาชีวศึกษาขอนแก่น 
องค์การบริหารอาชีวศึกษาขอนแก่น 
ครูที่ปรึกษา 
นางธิดารัตน์ พลพันธ์สิงห์
2 
เรื่อง โครงงานคอมพิวเตอร์เผยแพร่ความรู้ออนไลน์ เรื่องระบบปฏิบัติการ 
ประเภทโครงงาน โครงงานพัฒนาเพื่อการศึกษา 
ระดับชั้น ปวช.1 
โดย นายธีรภัทร บัณฑุโอภาสวงศ์ 
นายก่อพงศ์ พรมจักร 
วิทยาลัย วิทยาลัยอาชีวศึกษาขอนแก่น 
สังกัด องค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น 
ครูที่ปรึกษา นางธิดารัตน์ พลพันธ์สิงห์ 
ปีการศึกษา 2557
3 
บทคัดย่อ 
โครงงานคอมพิวเตอร์ เผยแพร่ความรู้ออนไลน์ เรื่องระบบปฏิบัติการ เป็นรายงานสาหรับเรียนวิชา ระบบปฏิบัติการเบื้องต้น จัดทาขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ที่สนใจเข้ามาศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม และให้ผู้ที่เข้ามาศึกษา มีความเข้าใจมากขึ้นถึงผลการเผยแพร่ความรู้ออนไลน์ เรื่องระบบปฏิบัติการเรื่องนี้ 
กิตติกรรมประกาศ 
โครงงานเล่มนี้สาเร็จลุล่วงได้ด้วยความกรุณาจากคุณครูธิดารัตน์ พลพันธ์สิงห์ อาจารย์ที่ปรึกษา โครงงานที่ได้ให้คาเสนอแนะ แนวคิด ตลอดจนแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆ จนโครงงานเล่มนี้เสร็จสมบูรณ์ ผู้ศึกษาจึง ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง 
ขอขอบคุณครูธิดารัตน์ พลพันธ์สิงห์ คุณครูที่ปรึกษาพิเศษที่ให้คาปรึกษาในการแก้ไขและปรับปรุง โครงงานให้สาเร็จลุล่วง ไปด้วยดี 
สุดท้ายขอบคุณเพื่อนๆ ที่ช่วยให้คาแนะนาดีๆ เกี่ยวกับการทาโครงงานนี้ 
โดย 
นายธีรภัทร บัณฑุโอภาสวงศ์ 
นายก่อพงศ์ พรมจักร
4 
สารบัญ 
กิตติกรรมประกาศ 3 
บทคัดย่อ 3 
สารบัญ 4-5 
บทที่ 1 บทนา 6 
ที่มาและความสาคัญ 6 
วัตถุประสงค์ 7 
ขอบเขตการศึกษา 7 
ผลที่คาดว่าจะได้รับ 7 
บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง 8 
1.ความสาคัญของระบบปฏิบัติการ 8 
2.ข้อมูลเกี่ยวกับระบบปฏิบัติการ 8-11 
3.ระบบปฏิบัติการของคอมพิวเตอร์ 12 
4.ระบบปฏิบัติการที่ใช้งานบนเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ 12 
5.ระบบปฏิบัติการเครือข่าย 12 
บทที่ 3 อุปกรณ์และวิธีการดาเนินการ 13 
วัสดุและอุปกรณ์ 13 
ขั้นตอนการดาเนินงาน 13 
บทที่ 4 ผลการดาเนินโครงงาน 14 
บทที่ 5 สรุปผลการดาเนินโครงงาน 14-16
5 
สรุปผลการเผยแพร่ออนไลน์ 17 
ผลการประเมินประสิทธิภาพ 17 
อุปสรรคในการทาโครงงาน 17 
ข้อเสนอแนะแนวทางพัฒนาต่อ 18 
บรรณานุกรม 19 
ภาพผนวก 20
6 
บทที่ 1 
บทนำ 
ที่มำและควำมสำคัญ 
ระบบปฏิบัติการ หรือที่เรียกย่อ ๆ ว่า โอเอส (Operating System : OS) เป็น ซอฟต์แวร์ใช้ในการดูแลระบบคอมพิวเตอร์ เครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องจะต้องมีซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการนี้ ระบบ ปฏิบัติการที่นิยมใช้กันมากและเป็นที่รู้จักกันดีเช่น วินโดวส์ (Windows) ดอส เป็นซอฟต์แวร์จัดระบบงานที่ พัฒนามานานแล้ว การใช้งานจึงใช้คาสั่งเป็นตัวอักษร ดอสเป็นซอฟต์แวร์ที่รู้จักกันดีในหมู่ผู้ใช้ไมโครคอมพิวเตอร์ วินโดวส์ เป็นระบบปฏิบัติการที่พัฒนาต่อจากดอส เพื่อเน้นการใช้งานที่ง่ายขึ้น สามารถทางานหลายงานพร้อมกันได้ โดยงานแต่ละงานจะอยู่ในกรอบช่องหน้าต่างที่แสดงผลบนจอภาพ การใช้งานเน้นรูปแบบกราฟิก ผู้ใช้งานสามารถใช้ เมาส์เลื่อนตัวชี้ตาแหน่งเพื่อเลือกตาแหน่งที่ปรากฏบนจอภาพ ทาให้ใช้งานคอมพิวเตอร์ได้ง่าย วินโดวส์จึงได้รับความ นิยมในปัจจุบัน 
ในอดีตการพัฒนาโปรแกรมสาหรับหน้าที่หนึ่ง ๆ ต้องใช้เวลามาก เพราะต้องเขียน โปรแกรมถึง 2 ส่วน ด้วยกัน ได้แก่ โปรแกรมทางาน และโปรแกรมที่ทาหน้าที่ควบคุมอุปกรณ์ ฮาร์ดแวร์ต่าง ๆ ภายในเครื่อง เมื่อมีการ สร้างโปรแกรมใหม่ ปัญหาก็คือ ต้องมีการสร้างโปรแกรมควบคุมอุปกรณ์ ฮาร์ดแวร์อีกครั้ง ซ้าซ้อนกับผู้อื่นที่ได้สร้าง โปรแกรมนี้ไว้แล้ว ทาให้การพัฒนาโปรแกรมเป็นไป อย่างล่าช้า เพื่อแก้ปัญหานี้จึงได้มีการคิดค้นโปรแกรมที่ทาหน้าที่ เป็นตัวกลางควบคุมอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ขึ้น ซึ่งมีชื่อเรียกว่า ระบบปฏิบัติการ หรือ โอเอส (OS: Operating System) ทาให้ไม่ต้องมีการเขียนโปรแกรมที่ใช้ควบคุมอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์อีกต่อไป เพราะสามารถทางานผ่าน ระบบปฏิบัติการได้โดยตรง
7 
วัตถุประสงค์ 
1.เพื่อเผยแพร่ความรู้ออนไลน์ เรื่องระบบปฏิบัติการ 
2.เพื่อใช้เป็นสื่อในการศึกษา ให้กับผู้ที่สนใจ เรื่องระบบปฏิบัติการ 
ขอบเขตกำรศึกษำ 
ขอบเขตด้านเนื้อหา เรื่อง ระบบปฏิบัติการ ซึ่งประกอบด้วย ตัวส่ง (dispatcher) มีหน้าที่ จัดการส่งโปรเซสเข้าไปให้ซีพียู ตัวจัดการอินเตอร์รัพต์ขั้นแรก (first-level interrupt handler) มีหน้าที่วิเคราะห์การอินเตอร์รัพต์ที่ เกิดขึ้น และเลือกใช้รูทันที่เหมาะสมกับอินเตอร์รัพต์นั้นๆ ตัวควบคุมมอนิเตอร์ (monitor control) มีหน้าที่ควบคุมดูแลการเข้าถึงมอนิเตอร์ต่าง ๆ ของระบบ 
ผลที่คำดว่ำจะได้รับ 
1.ได้เรียนรู้การเผยแพร่ความรู้ออนไลน์ที่สามารถเรียนรู้ได้จริง 
2.ได้นาเอาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 
3.สามารถนาความรู้ที่ได้รับจากการศึกษาเรื่อง ระบบปฏิบัติการ ไปใช้ในการศึกษา
8 
บทที่ 2 
เอกสารที่เกี่ยวข้อง 
การทาโครงงานคอมพิวเตอร์ เผยแพร่ความรู้ออนไลน์เรื่อง ระบบปฏิบัติการ นี้ผู้จัดทาได้ศึกษาเอกสาร ที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้ 
1.ความสาคัญของระบบปฏิบัติการ 
2.ข้อมูลเกี่ยวกับระบบปฏิบัติการ 
3.ระบบปฏิบัติการของคอมพิวเตอร์ 
4.ระบบปฏิบัติการที่ใช้งานบนเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ 
5.ระบบปฏิบัติการเครือข่าย 
1.ควำมสำคัญของระบบปฏิบัติกำร 
ระบบปฏิบัติการ หรือที่เรียกย่อ ๆ ว่า โอเอส (Operating System : OS) เป็น ซอฟต์แวร์ใช้ในการดูแลระบบคอมพิวเตอร์ เครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องจะต้องมีซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการนี้ ระบบ ปฏิบัติการที่นิยมใช้กันมากและเป็นที่รู้จักกันดีเช่น วินโดวส์ (Windows)1) ดอส เป็นซอฟต์แวร์จัดระบบงาน ที่พัฒนามานานแล้ว การใช้งานจึงใช้คาสั่งเป็นตัวอักษร ดอสเป็นซอฟต์แวร์ที่รู้จักกันดีในหมู่ผู้ใช้ไมโครคอมพิวเตอร์2) วินโดวส์ เป็นระบบปฏิบัติการที่พัฒนาต่อจากดอส เพื่อเน้นการใช้งานที่ง่ายขึ้น สามารถทางานหลายงานพร้อมกันได้ โดยงานแต่ละงานจะอยู่ในกรอบช่องหน้าต่างที่แสดงผลบนจอภาพ การใช้งานเน้นรูปแบบกราฟิก ผู้ใช้งานสามารถใช้ เมาส์เลื่อนตัวชี้ตาแหน่งเพื่อเลือกตาแหน่งที่ปรากฏบนจอภาพ ทาให้ใช้งานคอมพิวเตอร์ได้ง่าย วินโดวส์จึงได้รับความ นิยมในปัจจุบัน 
2.ข้อมูลที่เกี่ยวกับระบบปฏิบัติกำร 
2.1ควำมหมำยของระบบปฏิบัติกำร 
โปรแกรมระบบปฏิบัติการ หรือเรียกสั้น ๆ ว่า OS (Operating System) เป็นโปรแกรม ควบคุมการทางานของเครื่องคอมพิวเตอร์ ทาหน้าที่ควบคุมการทางานต่าง ๆ เช่น การแสดงผล ข้อมูลการติดต่อกับ ผู้ใช้ โดยทาหน้าที่เป็นสื่อกลาง ระหว่างผู้ใช้กับเครื่องให้สามารถสื่อสารกันได้ควบคุมและจัดสรรทรัพยากรให้กับ โปรแกรมต่าง ๆ
9 
2.2ระบบปฏิบัติกำร (Operating System) ระบบต่ำงๆ 
การทางานของคอมพิวเตอร์จะไม่สามารถทางานด้วยตัวเองได้ แต่จะต้องอาศัยโปรแกรมสั่งให้คอมพิวเตอร์ ทางานซึ่งเรียกว่า“ซอฟต์แวร์” (Software) โดยทั่วไปซอฟต์แวร์จะแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ โปรแกรม สาเร็จรูป และโปรแกรมระบบปฏิบัติการ 
ซึ่งระบบปฏิบัติการนี้จะมีหน้าที่ ในการจัดการและควบคุมการทางานและอุปกรณ์ต่างๆ ของเครื่อง คอมพิวเตอร์ เช่น การจัดการเกี่ยวกับการแสดงผลบนจอภาพ รับข้อมูลทางแป้นพิมพ์หรือเมาส์ การจัดการเกี่ยวกับ แฟ้มข้อมูล การจัดเก็บข้อมูลลงแฟ้ม การติดตั้งโปรแกรม นอกจากนี้ระบบปฏิบัติการยังช่วยสร้างส่วนติดต่อ ระหว่าง ผู้ใช้กับคอมพิวเตอร์ (User interface) ให้ง่ายต่อการใช้งาน ระบบปฏิบัติการมีอยู่หลาย ระบบ ซึ่งมีการ พัฒนาจากผู้ผลิตหลายบริษัท แต่ที่สาคัญ ๆ มีดังนี้ 
2.2.1 ระบบปฏิบัติกำร DOS (Disk Operating System) 
ระบบ DOS เป็นระบบปฏิบัติการที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยบริษัท IBM เพื่อให้เป็นระบบปฏิบัติการสาหรับ เครื่องพีซี ซึ่งตัวโปรแกรม DOS จะถูก Load หรืออ่านจากแผ่นดิสก์เข้าไปเก็บไว้ในหน่วยความจาก่อน จากนั้น DOS จะไปทาหน้าที่เป็น ผู้ประสานงานต่าง ๆระหว่างผู้ใช้กับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ทั้งหลายโดยอัตโนมัติ โดยที่ DOS จะรับคาสั่งจากผู้ใช้หรือโปรแกรมแล้วนาไปปฏิบัติตามโดยการทางานจะเป็นแบบ Text mode สั่งงาน โดยการกดคาสั่งเข้าไปที่ซีพร้อม (C:>)ดังนั้น ผู้ใช้ระบบนี้จึงต้องจาคาสั่งต่าง ๆ ในการใช้งานจึงจะสามารถใช้งาน ได้ ระบบปฏิบัติการ DOS ถือได้ว่าเป็นระบบปฏิบัติการที่เก่าแก่. และปัจจุบันนี้มีการใช้งานน้อยมาก 
2.2.2 ระบบปฏิบัติกำร Microsoft Windows 
Windows เป็นระบบปฏิบัติการที่พัฒนาโดยบริษัท Microsoft ซึ่งจะมีส่วนติดต่อกับ ผู้ใช้ (User interface) เป็นแบบกราฟิกหรือเป็นระบบที่ใช้รูปภาพแทนคาสั่ง เรียกว่า GUI (Graphic User Interface) โดยสามารถสั่งให้เครื่องทางานได้โดยใช้เมาส์คลิกที่สัญลักษณ์หรือคลิกที่คาสั่งที่ต้องการ ระบบนี้อนุญาตให้ผู้ใช้สามารถใช้งานโปรแกรมได้มากกว่า 1 โปรแกรมในขณะเดียวกันซึ่งถ้าเป็นระบบ DOS หาก ต้องการเปลี่ยนไปทางานโปรแกรมอื่น ๆ จะต้องออกจาก โปรแกรมเดิมก่อนจึงจะสามารถไปใช้งานโปรแกรมอื่น ๆ ได้ ในลักษณะการทางานของ Windows จะมีส่วนที่เรียกว่า “หน้าต่าง” โดยแต่ละโปรแกรมจะถือเป็นหน้าต่าง หนึ่งหน้าต่าง ผู้ใช้สามารถ สลับไปมาระหว่างแต่ละหน้าต่างได้ นอกจากนี้ระบบ Windows ยังให้โปรแกรมต่าง ๆ สามารถแชร์ข้อมูลระหว่างกันได้ผ่านทางคลิปบอร์ด (Clipboard) ระบบ Windows ทาให้ผู้ใช้ ทั่ว ๆไปสามารถทาความเข้าใจ เรียนรู้และใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ง่ายขึ้น 
2.2.3 ระบบปฏิบัติกำร UNIX 
Unix เป็นระบบปฏิบัติการที่ใช้บนเครื่อง SUN ของบริษัท SUN Microsystems แต่ ไม่ได้เป็นคู่แข่งกับบริษัท Microsoft ในเรื่องของระบบปฏิบัติการบนเครื่อง PC แต่อย่างใด แต่Unix เป็น ระบบปฏิบัติการที่ใช้เทคโนโลยีแบบเปิด (Open system) ซึ่งเป็นแนวคิดที่ผู้ใช้ไม่ต้อง ผูกติดกับระบบใด
10 
ระบบหนึ่งหรืออุปกรณ์ยี่ห้อเดียวกัน นอกจากนี้ Unix ยังถูกออกแบบมาเพื่อ ตอบสนองการใช้งานในลักษณะให้มี ผู้ใช้ได้หลายคนในเวลาเดียวกัน เรียกว่า ระบบหลายผู้ใช้ (Multiuser system) และสามารถทางานได้ หลาย ๆ งานในเวลาเดียวกัน ในลักษณะที่เรียกว่า ระบบหลายภารกิจ (Multitasking system) 
2.2.4 ระบบปฏิบัติกำร Linux 
Linux เป็นระบบปฏิบัติการเช่นเดียวกับ DOS, Windows หรือ Unix โดยLinuxนั้นจัด ว่าเป็นระบบปฏิบัติการ Unix ประเภทหนึ่งการที่Linuxเป็นที่กล่าวขานกันมากในช่วงปี 1999 – 2000 เนื่องจากความสามารถของตัวระบบปฏิบัติ การและโปรแกรมประยุกต์ที่ทางานบนระบบ Linux โดยเฉพาะอย่าง ยิ่งโปรแกรมในตระกูลของ GNU (GNU’s Not UNIX) และสิ่งที่สาคัญที่สุดก็ คือ ระบบ Linux เป็น ระบบปฏิบัติการประเภทฟรีแวร์ (Free ware) คือไม่เสียค่าใช้จ่ายในการซื้อ โปรแกรม Linux นั้นมี นักพัฒนาโปรแกรมจากทั่วโลกช่วยกันแก้ไข ทาให้การขยายตัวของ Linux เป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยในส่วนของใจ กลางระบบปฏิบัติการ หรือ Kernel นั้นจะมีการพัฒนาเป็น รุ่นที่ 2.2 (Linux Kernel 2.2) ซึ่งได้ เพิ่มขีดความสามารถและสนับสนุนการทางานแบบหลายซีพียู หรือ SMP (Symmetrical Multi Processors) ซึ่งทาให้ระบบLinux สามารถนาไปใช้สาหรับทางาน เป็น Saver ขนาดใหญ่ได้ระบบ Linux ตั้งแต่รุ่น 4 นั้น สามารถทางานได้บนซีพียูทั้ง 3 ตระกูล คือ บนซีพียูของ อินเทล (PC Intel) ดิจิทัลอัลฟาคอมพิวเตอร์ (Digital Alpha Computer และซันสปาร์ค (SUN SPARC) เนื่องจากใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า RPM(Red Hat Package Management) ถึงแม้ว่า ขณะนี้ Linux ยังไม่สามารถแทนที่ Microsoft Windows บนพีซีหรือ Mac OS ได้ทั้งหมดก็ ตาม แต่ก็มีผู้ใช้ จานวนไม่น้อยที่สนใจมาใช้และช่วยพัฒนาโปรแกรมประยุกต์บน Linux และเรื่องของการดูแล ระบบ Linux นั้น ก็มีเครื่องมือช่วยสาหรับดาเนินการให้สะดวกยิ่งขึ้น ระบบปฏิบัติการ (OS) <-- มาจาก Operating System แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ๆ คือ 
1.Unix เป็น OS ที่ใช้สาหรับ เครื่อง Server เพราะเป็น OS ที่มีเสถียรภาพมากที่สุด ไม่เหมาะ สาหรับผู้ใช้งานทั่ว ๆ ไป เพราะใช้ยากต้องมีความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ขั้นสูง และไม่สนับสนุนพวก Multimedia ต่าง ๆ ปัจจุบันมี OS ที่เป็น Unix ที่พัฒนามาให้ใช้งานง่ายเหมาะสมกับผู้ใช้ทั่ว ๆ ไป เพราะจะมีลักษณะ คล้ายกับ Windows ของ Microsoft เราเรียก OS ตัวนี้ว่า Linux เป็น OS ที่สามารถนามาใช้ได้โดยไม่ต้องเสียค่าลิขสิทธิ์ เพราะเป็น OS ที่แจก Source code เพื่อนาไปพัฒนา ก็มี อยู่หลาย ๆ ค่ายที่นา Linux ไปพัฒนา แต่ที่ได้รับความนิยมก็คือ Red hat Linux เพราะการใช้งานง่าย คล้าย Windows สาหรับที่เป็นภาษาไทย ตอนนี้ เนคเทค ได้พัฒนาจนสามารถใช้ภาษาไทยได้อย่างมี ประสิทธิภาพ..สาหรับใครที่อยากทดลอง ใช้ก็สามารถ Down load ได้จาก http://www.nectec.or.th 
2. Apple OS เป็น OS ที่ใช้สาหรับเครื่อง Max เหมาะสาหรับผู้ที่ทางานเกี่ยวกับการออกแบบ Graphic design อะไรทานองนั้นไม่เหมาะสาหรับ User อย่างเรา ๆ
11 
3. Windows เป็น OS ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดถึงประมาณ 90 % ของเครื่องคอมพิวเตอร์ ทั่วโลก เพราะมีลักษณะการใช้งานที่ง่าย ไม่ต้องมีความรู้ทางด้านคอมพิวเตอร์มากนัก สนับสนุน Multimedia อย่างสมบูรณ์ ไม่ว่าจะดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม ฯลฯ 
Windows ในปัจจุบันมีให้เลือกใช้งานหลาย version ด้วยกัน ทั้งที่ให้เป็น Server และ Home use ทั่ว ๆ ดังนี้ 
Home use 
1) Windows 3.11 เป็น OS แบบ 16 bit เป็น version แรกของ Windows ที่ ใช้ทรัพยากรของระบบน้อยมาก แต่ประสิทธิภาพต่าง ๆ ที่สนับสนุนก็น้อยตามไปด้วย... 
2) Windows 95 เป็น OS แบบ 32 bit พัฒนาขีดความสามารถขึ้นมาจากเดิม มีฟรีเวอร์ ต่าง ๆ เพิ่มเข้ามา แต่ version นี้ยังมีBug มากไม่ค่อยเสถียรพอ... 
3) Windows 98 เป็น OS แบบ 32 bit ที่พัฒนามาจาก 95 แก้ไข bug ต่าง ๆ ที่ เกิดขึ้น รวมทั้งสนับสนุน Multimediaอย่างสมบูรณ์ มีการนาเอา browser ยอดนิยมอย่าง IE ติดมา ให้ด้วย version นี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก... 
4) Windows 98 SE เป็น OS แบบ 32 bit ที่แก้ไข version 98 ให้สมบูรณ์ ยิ่งขึ้น แก้ไข bug และเพิ่มฟรีเวอร์ใหม่ ๆ มากมายเช่นสามารถทาเป็น Server แชร์ IP ให้กับเครื่องลูกได้ และนาเอา IE 5 ติดมาด้วย นับว่า version นี้เป็น versionที่ดีที่สุด สมบูรณ์ที่สุด และเสถียรภาพมาก ที่สุดแล้ว ในตระกูลของ Windows 98 
5) Windows Me เป็น OS แบบ 32 bit ที่พัฒนามาสาหรับ Home use โดยเฉพาะ ตัดเอา MS - Dos ออกไปเพื่อสร้างความมีเสถียรภาพให้กับระบบ สนับสนุน Multimedia สมบูรณ์แบบที่สุด 
Server 
1) Windows NT4 มีความเสถียรภาพสูงทางาน เป็น Server การใช้งานผู้ใช้ต้องมีความรู้ พอสมควรเพราะลักษณะการใช้งานคล้ายกับ UNIX แต่จะมีระบบ Graphic ที่ดีกว่า 
2) Windows 2000 เป็น OS ที่เป็น NT พัฒนามาจาก NT4 มีความเสถียรภาพสูง และ รองรับ Multimedia ใช้เป็น Server สนับสนุนการใช้งานแบบ Multi user มีระบบรักษาความ ปลอดภัยที่ดีเยี่ยม...มี 2 version ให้เลือกใช้งานตามความเหมาะสม
12 
3.ระบบปฏิบัติกำรของคอมพิวเตอร์ 
ระบบปฏิบัติการ หมายถึง ชุดของโปรแกรมที่อยู่ระหว่างฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ประยุกต์ จะมีหน้าที่ในการ ควบคุมการปฏิบัติงานของฮาร์ดแวร์ และสนับสนุนคาสั่งสาหรับควบคุมการทางานของฮาร์ดแวร์ประยุกต์ ตัวอย่างของ ระบบปฏิบัติการ ก็ได้แก่ MS - DOS, UNIX, LINUX, Windows Me, Windows XP เหล่านี้เป็นต้นครับ ระบบปฏิบัติการนี้จะทางานอยู่เบื้องหลังของผู้ใช้ครับ โดยระบบปฏิบัติการนี้ก็มีหน้าที่หลักๆ ดังนี้ 
• อันแรกนี้ก็คือการจัดส่วนประกอบต่าง ๆ ของระบบคอมพิวเตอร์ เช่น หน่วยประมวลผลกลาง ที่ เก็บข้อมูลสารองหน่วยความจา และเครื่องพิมพ์ เป็นต้น 
• จัดการในส่วนของการติดต่อกับผู้ใช้ 
• ให้บริการโปรแกรมประยุกต์อื่น เช่น และการแสดงผล เป็นต้น โดยปกติแล้วโปรแกรมประยุกต์ จะต้องทางานผ่านระบบปฏิบัติการ 
4.ระบบปฏิบัติกำรที่ใช้งำนบนเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ ระบบปฏิบัติการที่ใช้งานในปัจจุบันนี้ จะเป็นระบบปฏิบัติการวินโดว์ เพราะสามารถใช้งานได้ง่าย สะดวก และรวดเร็วด้วย ถึงแม้คนที่ไม่ความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์เลย ก็สามารถใช้งานระบบปฏิบัติการวินโดว์ได้ แต่ในที่นี้ ระบบปฏิบัติการที่ใช้ในอดีตและในปัจจุบันแต่ในที่นี่จะขอกล่าวถึง เพียงสองอย่าง ซึ่งได้แก่ MS – DOS และก็ Microsoft Windows สองอย่างนี้ 
• ระบบปฏิบัติการ MS – DOS ซึ่ง เมื่อผู้ใช้เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ ระบบปฏิบัติการก็จะถูก เรียกจากฮาร์ดดิสก์มาไว้ใน หน่วยความจาของเครื่องนะครับเพื่อเตรียมที่จะใช้งานได้ทันที ที่ต้องการนะครับ ซึ่ง ขั้นตอนที่ย้ายระบบปฏิบัติการเข้าสู่หน่วยความจาของเครื่องนั้นเรียกว่า การบูทระบบ ครับ ซึ่งเมื่อเปิดสวิตช์เครื่อง คอมพิวเตอร์ขึ้น โปรแกรมเล็ก ๆ ที่อยู่ใน หน่วยความจารอม จะเรียกเอาส่วนประกอบพื้นฐานที่จาเป็นของ ระบบปฏิบัติการจากฮาร์ดดิสก์เข้ามาไว้ในหน่วยความจาหลัก ซึ่งจะได้ผลลัพธ์บนจอภาพเป็น C > หรือ C: > โดยที่หมายถึงดิสก์ไดร์ฟที่ทางานอยู่และเครื่องหมาย > หมายถึงการเตรียมพร้อมที่จะทางานจากนั้น ผู้ใช้ก็จะ สามารถพิมพ์คาสั่งของ MS – DOS ได้ทันทีเพื่อใช้งานคอมพิวเตอร์ 
5.ระบบปฏิบัติกำรเครือข่ำย 
ระบบปฏิบัติการ คือระบบปฏิบัติการสาหรับจัดการงานด้านการติดต่อสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์ และ ช่วยให้คอมพิวเตอร์ที่ต่ออยู่กับเครือข่ายสามารถใช้อุปกรณ์ต่างๆ ร่วมกันได้ครับ อย่างเช่น ใช้เครื่องพิมพ์ร่วมกัน เป็น ต้น ระบบปฏิบัติการเครือข่ายนี่จะมีคุณสมบัติในการจัดการเกี่ยวกับเครือข่ายและ การใช้งานอุปกรณ์ร่วมกัน รวมทั้งยัง มีระบบการป้องกันการสูญหายของข้อมูลอีกด้วย ระบบปฏิบัติการเครือข่ายที่นิยมใช้ปัจจุบันนี้จะใช้หลักการประมวลผล แบบ ไคลเอนต์/เซิร์ฟเวอร์ โดยส่วนประกอบสาหรับการเรียกใช้แฟ้มข้อมูลและการจัดการโปรแกรมนั้นจะทางานอยู่ บน เครื่องเซิร์ฟเวอร์ครับในขณะที่ส่วน
13 
บทที่3 
อุปกรณ์และวิธีกำรดำเนินกำร 
การจัดทาโครงงานคอมพิวเตอร์ การพัฒนาเว็บไซต์เพื่อการศึกษาเรื่อง อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ (Hardware) 
1.วัสดุอุปกรณ์เครื่องมือหรือโปรแกรมหรือที่ใช้ในกำรพัฒนำ 
1.1 เครื่องคอมพิวเตอร์ พร้อมเชื่อมต่อระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต 
1.2 โปรแกรมที่ใช้ในการดาเนินงาน ได้แก่ 
1.2.1) โปรแกรม MICROSOFT Word 2013 
1.2.2) โปรแกรม Google Chrome 
1.2.3) โปรแกรม PAINT 
1.2.4) โปรแกรม GARENA PLUS 
2.ขั้นตอนกำรดำเนินงำน 
2.1 คิดหัวข้อโครงงานเพื่อนาเสนอครูที่ปรึกษาโครงงาน 
2.2 ศึกษาและค้นคว้าข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่สนใจ คือเรื่องอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และการศึกษา ค้นคว้าเพิ่มเติมเพียงใด จากเว็บไซต์ต่าง ๆ และจัดเก็บข้อมูลเพื่อจัดทาเนื้อหาต่อไป
14 
บทที่ 4 
ผลกำรดำเนินโครงงำน 
ขั้นตอนกำรสร้ำง Blogger 
1. ให้ทาการสมัครบัญชีของ Gmail ของ Google แต่ถ้าใครมีบัญชี Gmail อยู่แล้วก็ทาการล็อกอินเพื่อ สร้างบล็อก ของ http://www.blogger.com/ ได้เลย ซึ่งโดยปกติแล้ว เมื่อเราเข้าไปที่เว็บ www.blogger.com หน้าเพจแรกจะถามบัญชีถึงบัญชี Gmail ของผู้ที่จะทาการสร้างบล็อกสาหรับ นักศึกษาที่มีบัญชี Gmail อยู่แล้ว ก็กรอกชื่อบัญชี Gmail และ รหัสผ่านของตน ดังภาพ 
2. เมื่อเราเข้าไปที่ www.blogger.com ที่ได้ทาการล็อกอินบัญชีของ Gmail แล้ว หน้าแรกของ blogger จะมีหน้าตาดังภาพ ให้คลิกไปที่เมนู “บล็อกใหม่” เพื่อทาการสร้างบล็อก
15 
3. เมื่อเราคลิกไปที่เมนูเพื่อสร้างบล็อกใหม่แล้ว ให้ทาการกรอกรายละเอียดดังนี้ คือ ตรงหัวข้อ ให้พิมพ์ชื่อบล็อก ตรงที่อยู่ 
4. เมื่อทาการสร้างบล็อกแล้ว เราจะกลับมาที่หน้าจัดการบล็อกเพื่อทาการสร้างบทความใหม่ ให้คลิกลูกศรสีดา เพื่อ เลือกเมนู บทควำม ดังภาพ
16 
5.เมื่อคลิกบทความจะมีหน้าต่างดังภาพให้คลิกที่ สร้างโพสต์ใหม่ เพื่อเขียนบทความตามที่เราต้องการ 
6.เมื่อคลิกเมนู”สร้างโพสต์ใหม่”แล้ว ให้ตั้งหัวข้อ และพิมพ์รายละเอียดลงไป เสร็จแล้ว ก็กด บันทึก หรือ เผยแพร่
17 
บทที่ 5 
สรุปผลกำรดำเนินงำน และข้อเสนอแนะ 
การจัดทาโครงงานคอมพิวเตอร์ เผยแพร่ความรู้ออนไลน์ เรื่อง ระบบปฏิบัติการ นี้สรุปผลการดาเนินงาน โครงงานและข้อเสนอแนะ ได้ดังนี้ 
1.สรุปผลกำรเผยแพร่ควำมรู้ออนไลน์ 
ผู้จัดทาได้เผยแพร่ความรู้ออนไลน์ เรื่อง ระบบปฏิบัติการ ซึ่งมีละเอียดดังนี้ 
1.1 เนื้อหาบทเรียน 
1.2 ใบความรู้ 
1.3 ใบงาน 
1.4 แบบทดสอบ 
2.กำรทดสอบเผยแพร่ควำมรู้ออนไลน์ 
ในการทดสอบ เผยแพร่ความรู้ออนไลน์ เรื่องระบบปฏิบัติการ 
ผู้จัดทาได้ใช้วิธีการทดสอบ โดยผู้จัดทาทดสอบเลือกใช้เมนูต่างๆ การทาแบบทดสอบการศึกษาเนื้อหา ข้อมูลที่ถูกต้อง และข้อมูลที่ผิดพลาด 
จากการทดสอบ พบว่าเผยแพร่ความรู้ออนไลน์ เรื่อง ระบบปฏิบัติการ สามารถทางานได้ครบความต้องการ ของผู้ใช คือ ศึกษาเนื้อหา ใบความรู้ ทดสอบ 
3. ผลกำรประเมินประสิทธิภำพ 
ผลการประเมินประสิทธิภาพของ เผยแพร่ความรู้ออนไลน์ เรื่อง ระบบปฏิบัติการ มีค่าเฉลี่ย อยู่ในระดับ 
4.อุปสรรคในกำรทำโครงงำน 
เผยแพร่ความรู้ออนไลน์ เรื่อง ระบบปฏิบัติการ และได้มีการทดลองใช้งานทาให้พบปัญหาต่าง ๆ ดังนี้ 
1.รูปแบบตัวอักษรในโปรแกรม Captivate เมื่อ publish แล้วอักษรห่างกันมาก 
2.การทาลิงค์ไฟล์ PDF ในโปรแกรม Dreamweaver เมื่อลิงค์แล้วไม่สามารถเลือกเมนูหลัก ต้องใช่ปุ่ม Back
18 
5.ข้อเสนอแนะและแนวทำงพัฒนำต่อ 
1.ควรมีการศึกษาเพิ่มเนื้อหาที่มีความหลากหลายให้มากกว่า2.ควรเพิ่มแบบทดสอบการปฏิบัติให้มากกว่านี้
19 
บรรณานุกรม 
ความสาคัญของคอมพิวเตอร์ เข้าถึงได้จาก: http://ku- scmicro36bkk.tripod.com/0.0.htm 
(วันที่สืบค้น 28 สิงหาคม 2557) 
ความหมายของระบบปฏิบัติการ เข้าถึงได้จาก: http://www4.csc.ku.ac.th/~b5340204758/lean5.html 
(วันที่สืบค้น 28 สิงหาคม 2557) 
ระบบปฏิบัติการ Windows 7 (วันที่สืบค้น 28 สิงหาคม 2557) 
ระบบปฏิบัติการ Linux (วันที่สืบค้น 28 สิงหาคม 2557)
20 
ภำพผนวก

โครงงานเผยแพร่

  • 1.
    1 โครงงานคอมพิวเตอร์ เผยแพร่ความรู้ออนไลน์ เรื่อง ระบบปฏิบัติการ โดย นายก่อพงศ์ พรมจักร นายธีรภัทร บัณฑุโอภาสวงศ์ วิทยาลัยอาชีวศึกษาขอนแก่น องค์การบริหารอาชีวศึกษาขอนแก่น ครูที่ปรึกษา นางธิดารัตน์ พลพันธ์สิงห์
  • 2.
    2 เรื่อง โครงงานคอมพิวเตอร์เผยแพร่ความรู้ออนไลน์เรื่องระบบปฏิบัติการ ประเภทโครงงาน โครงงานพัฒนาเพื่อการศึกษา ระดับชั้น ปวช.1 โดย นายธีรภัทร บัณฑุโอภาสวงศ์ นายก่อพงศ์ พรมจักร วิทยาลัย วิทยาลัยอาชีวศึกษาขอนแก่น สังกัด องค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น ครูที่ปรึกษา นางธิดารัตน์ พลพันธ์สิงห์ ปีการศึกษา 2557
  • 3.
    3 บทคัดย่อ โครงงานคอมพิวเตอร์เผยแพร่ความรู้ออนไลน์ เรื่องระบบปฏิบัติการ เป็นรายงานสาหรับเรียนวิชา ระบบปฏิบัติการเบื้องต้น จัดทาขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ที่สนใจเข้ามาศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม และให้ผู้ที่เข้ามาศึกษา มีความเข้าใจมากขึ้นถึงผลการเผยแพร่ความรู้ออนไลน์ เรื่องระบบปฏิบัติการเรื่องนี้ กิตติกรรมประกาศ โครงงานเล่มนี้สาเร็จลุล่วงได้ด้วยความกรุณาจากคุณครูธิดารัตน์ พลพันธ์สิงห์ อาจารย์ที่ปรึกษา โครงงานที่ได้ให้คาเสนอแนะ แนวคิด ตลอดจนแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆ จนโครงงานเล่มนี้เสร็จสมบูรณ์ ผู้ศึกษาจึง ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง ขอขอบคุณครูธิดารัตน์ พลพันธ์สิงห์ คุณครูที่ปรึกษาพิเศษที่ให้คาปรึกษาในการแก้ไขและปรับปรุง โครงงานให้สาเร็จลุล่วง ไปด้วยดี สุดท้ายขอบคุณเพื่อนๆ ที่ช่วยให้คาแนะนาดีๆ เกี่ยวกับการทาโครงงานนี้ โดย นายธีรภัทร บัณฑุโอภาสวงศ์ นายก่อพงศ์ พรมจักร
  • 4.
    4 สารบัญ กิตติกรรมประกาศ3 บทคัดย่อ 3 สารบัญ 4-5 บทที่ 1 บทนา 6 ที่มาและความสาคัญ 6 วัตถุประสงค์ 7 ขอบเขตการศึกษา 7 ผลที่คาดว่าจะได้รับ 7 บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง 8 1.ความสาคัญของระบบปฏิบัติการ 8 2.ข้อมูลเกี่ยวกับระบบปฏิบัติการ 8-11 3.ระบบปฏิบัติการของคอมพิวเตอร์ 12 4.ระบบปฏิบัติการที่ใช้งานบนเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ 12 5.ระบบปฏิบัติการเครือข่าย 12 บทที่ 3 อุปกรณ์และวิธีการดาเนินการ 13 วัสดุและอุปกรณ์ 13 ขั้นตอนการดาเนินงาน 13 บทที่ 4 ผลการดาเนินโครงงาน 14 บทที่ 5 สรุปผลการดาเนินโครงงาน 14-16
  • 5.
    5 สรุปผลการเผยแพร่ออนไลน์ 17 ผลการประเมินประสิทธิภาพ 17 อุปสรรคในการทาโครงงาน 17 ข้อเสนอแนะแนวทางพัฒนาต่อ 18 บรรณานุกรม 19 ภาพผนวก 20
  • 6.
    6 บทที่ 1 บทนำ ที่มำและควำมสำคัญ ระบบปฏิบัติการ หรือที่เรียกย่อ ๆ ว่า โอเอส (Operating System : OS) เป็น ซอฟต์แวร์ใช้ในการดูแลระบบคอมพิวเตอร์ เครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องจะต้องมีซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการนี้ ระบบ ปฏิบัติการที่นิยมใช้กันมากและเป็นที่รู้จักกันดีเช่น วินโดวส์ (Windows) ดอส เป็นซอฟต์แวร์จัดระบบงานที่ พัฒนามานานแล้ว การใช้งานจึงใช้คาสั่งเป็นตัวอักษร ดอสเป็นซอฟต์แวร์ที่รู้จักกันดีในหมู่ผู้ใช้ไมโครคอมพิวเตอร์ วินโดวส์ เป็นระบบปฏิบัติการที่พัฒนาต่อจากดอส เพื่อเน้นการใช้งานที่ง่ายขึ้น สามารถทางานหลายงานพร้อมกันได้ โดยงานแต่ละงานจะอยู่ในกรอบช่องหน้าต่างที่แสดงผลบนจอภาพ การใช้งานเน้นรูปแบบกราฟิก ผู้ใช้งานสามารถใช้ เมาส์เลื่อนตัวชี้ตาแหน่งเพื่อเลือกตาแหน่งที่ปรากฏบนจอภาพ ทาให้ใช้งานคอมพิวเตอร์ได้ง่าย วินโดวส์จึงได้รับความ นิยมในปัจจุบัน ในอดีตการพัฒนาโปรแกรมสาหรับหน้าที่หนึ่ง ๆ ต้องใช้เวลามาก เพราะต้องเขียน โปรแกรมถึง 2 ส่วน ด้วยกัน ได้แก่ โปรแกรมทางาน และโปรแกรมที่ทาหน้าที่ควบคุมอุปกรณ์ ฮาร์ดแวร์ต่าง ๆ ภายในเครื่อง เมื่อมีการ สร้างโปรแกรมใหม่ ปัญหาก็คือ ต้องมีการสร้างโปรแกรมควบคุมอุปกรณ์ ฮาร์ดแวร์อีกครั้ง ซ้าซ้อนกับผู้อื่นที่ได้สร้าง โปรแกรมนี้ไว้แล้ว ทาให้การพัฒนาโปรแกรมเป็นไป อย่างล่าช้า เพื่อแก้ปัญหานี้จึงได้มีการคิดค้นโปรแกรมที่ทาหน้าที่ เป็นตัวกลางควบคุมอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ขึ้น ซึ่งมีชื่อเรียกว่า ระบบปฏิบัติการ หรือ โอเอส (OS: Operating System) ทาให้ไม่ต้องมีการเขียนโปรแกรมที่ใช้ควบคุมอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์อีกต่อไป เพราะสามารถทางานผ่าน ระบบปฏิบัติการได้โดยตรง
  • 7.
    7 วัตถุประสงค์ 1.เพื่อเผยแพร่ความรู้ออนไลน์เรื่องระบบปฏิบัติการ 2.เพื่อใช้เป็นสื่อในการศึกษา ให้กับผู้ที่สนใจ เรื่องระบบปฏิบัติการ ขอบเขตกำรศึกษำ ขอบเขตด้านเนื้อหา เรื่อง ระบบปฏิบัติการ ซึ่งประกอบด้วย ตัวส่ง (dispatcher) มีหน้าที่ จัดการส่งโปรเซสเข้าไปให้ซีพียู ตัวจัดการอินเตอร์รัพต์ขั้นแรก (first-level interrupt handler) มีหน้าที่วิเคราะห์การอินเตอร์รัพต์ที่ เกิดขึ้น และเลือกใช้รูทันที่เหมาะสมกับอินเตอร์รัพต์นั้นๆ ตัวควบคุมมอนิเตอร์ (monitor control) มีหน้าที่ควบคุมดูแลการเข้าถึงมอนิเตอร์ต่าง ๆ ของระบบ ผลที่คำดว่ำจะได้รับ 1.ได้เรียนรู้การเผยแพร่ความรู้ออนไลน์ที่สามารถเรียนรู้ได้จริง 2.ได้นาเอาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด 3.สามารถนาความรู้ที่ได้รับจากการศึกษาเรื่อง ระบบปฏิบัติการ ไปใช้ในการศึกษา
  • 8.
    8 บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง การทาโครงงานคอมพิวเตอร์ เผยแพร่ความรู้ออนไลน์เรื่อง ระบบปฏิบัติการ นี้ผู้จัดทาได้ศึกษาเอกสาร ที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้ 1.ความสาคัญของระบบปฏิบัติการ 2.ข้อมูลเกี่ยวกับระบบปฏิบัติการ 3.ระบบปฏิบัติการของคอมพิวเตอร์ 4.ระบบปฏิบัติการที่ใช้งานบนเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ 5.ระบบปฏิบัติการเครือข่าย 1.ควำมสำคัญของระบบปฏิบัติกำร ระบบปฏิบัติการ หรือที่เรียกย่อ ๆ ว่า โอเอส (Operating System : OS) เป็น ซอฟต์แวร์ใช้ในการดูแลระบบคอมพิวเตอร์ เครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องจะต้องมีซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการนี้ ระบบ ปฏิบัติการที่นิยมใช้กันมากและเป็นที่รู้จักกันดีเช่น วินโดวส์ (Windows)1) ดอส เป็นซอฟต์แวร์จัดระบบงาน ที่พัฒนามานานแล้ว การใช้งานจึงใช้คาสั่งเป็นตัวอักษร ดอสเป็นซอฟต์แวร์ที่รู้จักกันดีในหมู่ผู้ใช้ไมโครคอมพิวเตอร์2) วินโดวส์ เป็นระบบปฏิบัติการที่พัฒนาต่อจากดอส เพื่อเน้นการใช้งานที่ง่ายขึ้น สามารถทางานหลายงานพร้อมกันได้ โดยงานแต่ละงานจะอยู่ในกรอบช่องหน้าต่างที่แสดงผลบนจอภาพ การใช้งานเน้นรูปแบบกราฟิก ผู้ใช้งานสามารถใช้ เมาส์เลื่อนตัวชี้ตาแหน่งเพื่อเลือกตาแหน่งที่ปรากฏบนจอภาพ ทาให้ใช้งานคอมพิวเตอร์ได้ง่าย วินโดวส์จึงได้รับความ นิยมในปัจจุบัน 2.ข้อมูลที่เกี่ยวกับระบบปฏิบัติกำร 2.1ควำมหมำยของระบบปฏิบัติกำร โปรแกรมระบบปฏิบัติการ หรือเรียกสั้น ๆ ว่า OS (Operating System) เป็นโปรแกรม ควบคุมการทางานของเครื่องคอมพิวเตอร์ ทาหน้าที่ควบคุมการทางานต่าง ๆ เช่น การแสดงผล ข้อมูลการติดต่อกับ ผู้ใช้ โดยทาหน้าที่เป็นสื่อกลาง ระหว่างผู้ใช้กับเครื่องให้สามารถสื่อสารกันได้ควบคุมและจัดสรรทรัพยากรให้กับ โปรแกรมต่าง ๆ
  • 9.
    9 2.2ระบบปฏิบัติกำร (OperatingSystem) ระบบต่ำงๆ การทางานของคอมพิวเตอร์จะไม่สามารถทางานด้วยตัวเองได้ แต่จะต้องอาศัยโปรแกรมสั่งให้คอมพิวเตอร์ ทางานซึ่งเรียกว่า“ซอฟต์แวร์” (Software) โดยทั่วไปซอฟต์แวร์จะแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ โปรแกรม สาเร็จรูป และโปรแกรมระบบปฏิบัติการ ซึ่งระบบปฏิบัติการนี้จะมีหน้าที่ ในการจัดการและควบคุมการทางานและอุปกรณ์ต่างๆ ของเครื่อง คอมพิวเตอร์ เช่น การจัดการเกี่ยวกับการแสดงผลบนจอภาพ รับข้อมูลทางแป้นพิมพ์หรือเมาส์ การจัดการเกี่ยวกับ แฟ้มข้อมูล การจัดเก็บข้อมูลลงแฟ้ม การติดตั้งโปรแกรม นอกจากนี้ระบบปฏิบัติการยังช่วยสร้างส่วนติดต่อ ระหว่าง ผู้ใช้กับคอมพิวเตอร์ (User interface) ให้ง่ายต่อการใช้งาน ระบบปฏิบัติการมีอยู่หลาย ระบบ ซึ่งมีการ พัฒนาจากผู้ผลิตหลายบริษัท แต่ที่สาคัญ ๆ มีดังนี้ 2.2.1 ระบบปฏิบัติกำร DOS (Disk Operating System) ระบบ DOS เป็นระบบปฏิบัติการที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยบริษัท IBM เพื่อให้เป็นระบบปฏิบัติการสาหรับ เครื่องพีซี ซึ่งตัวโปรแกรม DOS จะถูก Load หรืออ่านจากแผ่นดิสก์เข้าไปเก็บไว้ในหน่วยความจาก่อน จากนั้น DOS จะไปทาหน้าที่เป็น ผู้ประสานงานต่าง ๆระหว่างผู้ใช้กับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ทั้งหลายโดยอัตโนมัติ โดยที่ DOS จะรับคาสั่งจากผู้ใช้หรือโปรแกรมแล้วนาไปปฏิบัติตามโดยการทางานจะเป็นแบบ Text mode สั่งงาน โดยการกดคาสั่งเข้าไปที่ซีพร้อม (C:>)ดังนั้น ผู้ใช้ระบบนี้จึงต้องจาคาสั่งต่าง ๆ ในการใช้งานจึงจะสามารถใช้งาน ได้ ระบบปฏิบัติการ DOS ถือได้ว่าเป็นระบบปฏิบัติการที่เก่าแก่. และปัจจุบันนี้มีการใช้งานน้อยมาก 2.2.2 ระบบปฏิบัติกำร Microsoft Windows Windows เป็นระบบปฏิบัติการที่พัฒนาโดยบริษัท Microsoft ซึ่งจะมีส่วนติดต่อกับ ผู้ใช้ (User interface) เป็นแบบกราฟิกหรือเป็นระบบที่ใช้รูปภาพแทนคาสั่ง เรียกว่า GUI (Graphic User Interface) โดยสามารถสั่งให้เครื่องทางานได้โดยใช้เมาส์คลิกที่สัญลักษณ์หรือคลิกที่คาสั่งที่ต้องการ ระบบนี้อนุญาตให้ผู้ใช้สามารถใช้งานโปรแกรมได้มากกว่า 1 โปรแกรมในขณะเดียวกันซึ่งถ้าเป็นระบบ DOS หาก ต้องการเปลี่ยนไปทางานโปรแกรมอื่น ๆ จะต้องออกจาก โปรแกรมเดิมก่อนจึงจะสามารถไปใช้งานโปรแกรมอื่น ๆ ได้ ในลักษณะการทางานของ Windows จะมีส่วนที่เรียกว่า “หน้าต่าง” โดยแต่ละโปรแกรมจะถือเป็นหน้าต่าง หนึ่งหน้าต่าง ผู้ใช้สามารถ สลับไปมาระหว่างแต่ละหน้าต่างได้ นอกจากนี้ระบบ Windows ยังให้โปรแกรมต่าง ๆ สามารถแชร์ข้อมูลระหว่างกันได้ผ่านทางคลิปบอร์ด (Clipboard) ระบบ Windows ทาให้ผู้ใช้ ทั่ว ๆไปสามารถทาความเข้าใจ เรียนรู้และใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ง่ายขึ้น 2.2.3 ระบบปฏิบัติกำร UNIX Unix เป็นระบบปฏิบัติการที่ใช้บนเครื่อง SUN ของบริษัท SUN Microsystems แต่ ไม่ได้เป็นคู่แข่งกับบริษัท Microsoft ในเรื่องของระบบปฏิบัติการบนเครื่อง PC แต่อย่างใด แต่Unix เป็น ระบบปฏิบัติการที่ใช้เทคโนโลยีแบบเปิด (Open system) ซึ่งเป็นแนวคิดที่ผู้ใช้ไม่ต้อง ผูกติดกับระบบใด
  • 10.
    10 ระบบหนึ่งหรืออุปกรณ์ยี่ห้อเดียวกัน นอกจากนี้Unix ยังถูกออกแบบมาเพื่อ ตอบสนองการใช้งานในลักษณะให้มี ผู้ใช้ได้หลายคนในเวลาเดียวกัน เรียกว่า ระบบหลายผู้ใช้ (Multiuser system) และสามารถทางานได้ หลาย ๆ งานในเวลาเดียวกัน ในลักษณะที่เรียกว่า ระบบหลายภารกิจ (Multitasking system) 2.2.4 ระบบปฏิบัติกำร Linux Linux เป็นระบบปฏิบัติการเช่นเดียวกับ DOS, Windows หรือ Unix โดยLinuxนั้นจัด ว่าเป็นระบบปฏิบัติการ Unix ประเภทหนึ่งการที่Linuxเป็นที่กล่าวขานกันมากในช่วงปี 1999 – 2000 เนื่องจากความสามารถของตัวระบบปฏิบัติ การและโปรแกรมประยุกต์ที่ทางานบนระบบ Linux โดยเฉพาะอย่าง ยิ่งโปรแกรมในตระกูลของ GNU (GNU’s Not UNIX) และสิ่งที่สาคัญที่สุดก็ คือ ระบบ Linux เป็น ระบบปฏิบัติการประเภทฟรีแวร์ (Free ware) คือไม่เสียค่าใช้จ่ายในการซื้อ โปรแกรม Linux นั้นมี นักพัฒนาโปรแกรมจากทั่วโลกช่วยกันแก้ไข ทาให้การขยายตัวของ Linux เป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยในส่วนของใจ กลางระบบปฏิบัติการ หรือ Kernel นั้นจะมีการพัฒนาเป็น รุ่นที่ 2.2 (Linux Kernel 2.2) ซึ่งได้ เพิ่มขีดความสามารถและสนับสนุนการทางานแบบหลายซีพียู หรือ SMP (Symmetrical Multi Processors) ซึ่งทาให้ระบบLinux สามารถนาไปใช้สาหรับทางาน เป็น Saver ขนาดใหญ่ได้ระบบ Linux ตั้งแต่รุ่น 4 นั้น สามารถทางานได้บนซีพียูทั้ง 3 ตระกูล คือ บนซีพียูของ อินเทล (PC Intel) ดิจิทัลอัลฟาคอมพิวเตอร์ (Digital Alpha Computer และซันสปาร์ค (SUN SPARC) เนื่องจากใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า RPM(Red Hat Package Management) ถึงแม้ว่า ขณะนี้ Linux ยังไม่สามารถแทนที่ Microsoft Windows บนพีซีหรือ Mac OS ได้ทั้งหมดก็ ตาม แต่ก็มีผู้ใช้ จานวนไม่น้อยที่สนใจมาใช้และช่วยพัฒนาโปรแกรมประยุกต์บน Linux และเรื่องของการดูแล ระบบ Linux นั้น ก็มีเครื่องมือช่วยสาหรับดาเนินการให้สะดวกยิ่งขึ้น ระบบปฏิบัติการ (OS) <-- มาจาก Operating System แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ๆ คือ 1.Unix เป็น OS ที่ใช้สาหรับ เครื่อง Server เพราะเป็น OS ที่มีเสถียรภาพมากที่สุด ไม่เหมาะ สาหรับผู้ใช้งานทั่ว ๆ ไป เพราะใช้ยากต้องมีความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ขั้นสูง และไม่สนับสนุนพวก Multimedia ต่าง ๆ ปัจจุบันมี OS ที่เป็น Unix ที่พัฒนามาให้ใช้งานง่ายเหมาะสมกับผู้ใช้ทั่ว ๆ ไป เพราะจะมีลักษณะ คล้ายกับ Windows ของ Microsoft เราเรียก OS ตัวนี้ว่า Linux เป็น OS ที่สามารถนามาใช้ได้โดยไม่ต้องเสียค่าลิขสิทธิ์ เพราะเป็น OS ที่แจก Source code เพื่อนาไปพัฒนา ก็มี อยู่หลาย ๆ ค่ายที่นา Linux ไปพัฒนา แต่ที่ได้รับความนิยมก็คือ Red hat Linux เพราะการใช้งานง่าย คล้าย Windows สาหรับที่เป็นภาษาไทย ตอนนี้ เนคเทค ได้พัฒนาจนสามารถใช้ภาษาไทยได้อย่างมี ประสิทธิภาพ..สาหรับใครที่อยากทดลอง ใช้ก็สามารถ Down load ได้จาก http://www.nectec.or.th 2. Apple OS เป็น OS ที่ใช้สาหรับเครื่อง Max เหมาะสาหรับผู้ที่ทางานเกี่ยวกับการออกแบบ Graphic design อะไรทานองนั้นไม่เหมาะสาหรับ User อย่างเรา ๆ
  • 11.
    11 3. Windowsเป็น OS ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดถึงประมาณ 90 % ของเครื่องคอมพิวเตอร์ ทั่วโลก เพราะมีลักษณะการใช้งานที่ง่าย ไม่ต้องมีความรู้ทางด้านคอมพิวเตอร์มากนัก สนับสนุน Multimedia อย่างสมบูรณ์ ไม่ว่าจะดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม ฯลฯ Windows ในปัจจุบันมีให้เลือกใช้งานหลาย version ด้วยกัน ทั้งที่ให้เป็น Server และ Home use ทั่ว ๆ ดังนี้ Home use 1) Windows 3.11 เป็น OS แบบ 16 bit เป็น version แรกของ Windows ที่ ใช้ทรัพยากรของระบบน้อยมาก แต่ประสิทธิภาพต่าง ๆ ที่สนับสนุนก็น้อยตามไปด้วย... 2) Windows 95 เป็น OS แบบ 32 bit พัฒนาขีดความสามารถขึ้นมาจากเดิม มีฟรีเวอร์ ต่าง ๆ เพิ่มเข้ามา แต่ version นี้ยังมีBug มากไม่ค่อยเสถียรพอ... 3) Windows 98 เป็น OS แบบ 32 bit ที่พัฒนามาจาก 95 แก้ไข bug ต่าง ๆ ที่ เกิดขึ้น รวมทั้งสนับสนุน Multimediaอย่างสมบูรณ์ มีการนาเอา browser ยอดนิยมอย่าง IE ติดมา ให้ด้วย version นี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก... 4) Windows 98 SE เป็น OS แบบ 32 bit ที่แก้ไข version 98 ให้สมบูรณ์ ยิ่งขึ้น แก้ไข bug และเพิ่มฟรีเวอร์ใหม่ ๆ มากมายเช่นสามารถทาเป็น Server แชร์ IP ให้กับเครื่องลูกได้ และนาเอา IE 5 ติดมาด้วย นับว่า version นี้เป็น versionที่ดีที่สุด สมบูรณ์ที่สุด และเสถียรภาพมาก ที่สุดแล้ว ในตระกูลของ Windows 98 5) Windows Me เป็น OS แบบ 32 bit ที่พัฒนามาสาหรับ Home use โดยเฉพาะ ตัดเอา MS - Dos ออกไปเพื่อสร้างความมีเสถียรภาพให้กับระบบ สนับสนุน Multimedia สมบูรณ์แบบที่สุด Server 1) Windows NT4 มีความเสถียรภาพสูงทางาน เป็น Server การใช้งานผู้ใช้ต้องมีความรู้ พอสมควรเพราะลักษณะการใช้งานคล้ายกับ UNIX แต่จะมีระบบ Graphic ที่ดีกว่า 2) Windows 2000 เป็น OS ที่เป็น NT พัฒนามาจาก NT4 มีความเสถียรภาพสูง และ รองรับ Multimedia ใช้เป็น Server สนับสนุนการใช้งานแบบ Multi user มีระบบรักษาความ ปลอดภัยที่ดีเยี่ยม...มี 2 version ให้เลือกใช้งานตามความเหมาะสม
  • 12.
    12 3.ระบบปฏิบัติกำรของคอมพิวเตอร์ ระบบปฏิบัติการหมายถึง ชุดของโปรแกรมที่อยู่ระหว่างฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ประยุกต์ จะมีหน้าที่ในการ ควบคุมการปฏิบัติงานของฮาร์ดแวร์ และสนับสนุนคาสั่งสาหรับควบคุมการทางานของฮาร์ดแวร์ประยุกต์ ตัวอย่างของ ระบบปฏิบัติการ ก็ได้แก่ MS - DOS, UNIX, LINUX, Windows Me, Windows XP เหล่านี้เป็นต้นครับ ระบบปฏิบัติการนี้จะทางานอยู่เบื้องหลังของผู้ใช้ครับ โดยระบบปฏิบัติการนี้ก็มีหน้าที่หลักๆ ดังนี้ • อันแรกนี้ก็คือการจัดส่วนประกอบต่าง ๆ ของระบบคอมพิวเตอร์ เช่น หน่วยประมวลผลกลาง ที่ เก็บข้อมูลสารองหน่วยความจา และเครื่องพิมพ์ เป็นต้น • จัดการในส่วนของการติดต่อกับผู้ใช้ • ให้บริการโปรแกรมประยุกต์อื่น เช่น และการแสดงผล เป็นต้น โดยปกติแล้วโปรแกรมประยุกต์ จะต้องทางานผ่านระบบปฏิบัติการ 4.ระบบปฏิบัติกำรที่ใช้งำนบนเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ ระบบปฏิบัติการที่ใช้งานในปัจจุบันนี้ จะเป็นระบบปฏิบัติการวินโดว์ เพราะสามารถใช้งานได้ง่าย สะดวก และรวดเร็วด้วย ถึงแม้คนที่ไม่ความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์เลย ก็สามารถใช้งานระบบปฏิบัติการวินโดว์ได้ แต่ในที่นี้ ระบบปฏิบัติการที่ใช้ในอดีตและในปัจจุบันแต่ในที่นี่จะขอกล่าวถึง เพียงสองอย่าง ซึ่งได้แก่ MS – DOS และก็ Microsoft Windows สองอย่างนี้ • ระบบปฏิบัติการ MS – DOS ซึ่ง เมื่อผู้ใช้เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ ระบบปฏิบัติการก็จะถูก เรียกจากฮาร์ดดิสก์มาไว้ใน หน่วยความจาของเครื่องนะครับเพื่อเตรียมที่จะใช้งานได้ทันที ที่ต้องการนะครับ ซึ่ง ขั้นตอนที่ย้ายระบบปฏิบัติการเข้าสู่หน่วยความจาของเครื่องนั้นเรียกว่า การบูทระบบ ครับ ซึ่งเมื่อเปิดสวิตช์เครื่อง คอมพิวเตอร์ขึ้น โปรแกรมเล็ก ๆ ที่อยู่ใน หน่วยความจารอม จะเรียกเอาส่วนประกอบพื้นฐานที่จาเป็นของ ระบบปฏิบัติการจากฮาร์ดดิสก์เข้ามาไว้ในหน่วยความจาหลัก ซึ่งจะได้ผลลัพธ์บนจอภาพเป็น C > หรือ C: > โดยที่หมายถึงดิสก์ไดร์ฟที่ทางานอยู่และเครื่องหมาย > หมายถึงการเตรียมพร้อมที่จะทางานจากนั้น ผู้ใช้ก็จะ สามารถพิมพ์คาสั่งของ MS – DOS ได้ทันทีเพื่อใช้งานคอมพิวเตอร์ 5.ระบบปฏิบัติกำรเครือข่ำย ระบบปฏิบัติการ คือระบบปฏิบัติการสาหรับจัดการงานด้านการติดต่อสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์ และ ช่วยให้คอมพิวเตอร์ที่ต่ออยู่กับเครือข่ายสามารถใช้อุปกรณ์ต่างๆ ร่วมกันได้ครับ อย่างเช่น ใช้เครื่องพิมพ์ร่วมกัน เป็น ต้น ระบบปฏิบัติการเครือข่ายนี่จะมีคุณสมบัติในการจัดการเกี่ยวกับเครือข่ายและ การใช้งานอุปกรณ์ร่วมกัน รวมทั้งยัง มีระบบการป้องกันการสูญหายของข้อมูลอีกด้วย ระบบปฏิบัติการเครือข่ายที่นิยมใช้ปัจจุบันนี้จะใช้หลักการประมวลผล แบบ ไคลเอนต์/เซิร์ฟเวอร์ โดยส่วนประกอบสาหรับการเรียกใช้แฟ้มข้อมูลและการจัดการโปรแกรมนั้นจะทางานอยู่ บน เครื่องเซิร์ฟเวอร์ครับในขณะที่ส่วน
  • 13.
    13 บทที่3 อุปกรณ์และวิธีกำรดำเนินกำร การจัดทาโครงงานคอมพิวเตอร์ การพัฒนาเว็บไซต์เพื่อการศึกษาเรื่อง อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ (Hardware) 1.วัสดุอุปกรณ์เครื่องมือหรือโปรแกรมหรือที่ใช้ในกำรพัฒนำ 1.1 เครื่องคอมพิวเตอร์ พร้อมเชื่อมต่อระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต 1.2 โปรแกรมที่ใช้ในการดาเนินงาน ได้แก่ 1.2.1) โปรแกรม MICROSOFT Word 2013 1.2.2) โปรแกรม Google Chrome 1.2.3) โปรแกรม PAINT 1.2.4) โปรแกรม GARENA PLUS 2.ขั้นตอนกำรดำเนินงำน 2.1 คิดหัวข้อโครงงานเพื่อนาเสนอครูที่ปรึกษาโครงงาน 2.2 ศึกษาและค้นคว้าข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่สนใจ คือเรื่องอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และการศึกษา ค้นคว้าเพิ่มเติมเพียงใด จากเว็บไซต์ต่าง ๆ และจัดเก็บข้อมูลเพื่อจัดทาเนื้อหาต่อไป
  • 14.
    14 บทที่ 4 ผลกำรดำเนินโครงงำน ขั้นตอนกำรสร้ำง Blogger 1. ให้ทาการสมัครบัญชีของ Gmail ของ Google แต่ถ้าใครมีบัญชี Gmail อยู่แล้วก็ทาการล็อกอินเพื่อ สร้างบล็อก ของ http://www.blogger.com/ ได้เลย ซึ่งโดยปกติแล้ว เมื่อเราเข้าไปที่เว็บ www.blogger.com หน้าเพจแรกจะถามบัญชีถึงบัญชี Gmail ของผู้ที่จะทาการสร้างบล็อกสาหรับ นักศึกษาที่มีบัญชี Gmail อยู่แล้ว ก็กรอกชื่อบัญชี Gmail และ รหัสผ่านของตน ดังภาพ 2. เมื่อเราเข้าไปที่ www.blogger.com ที่ได้ทาการล็อกอินบัญชีของ Gmail แล้ว หน้าแรกของ blogger จะมีหน้าตาดังภาพ ให้คลิกไปที่เมนู “บล็อกใหม่” เพื่อทาการสร้างบล็อก
  • 15.
    15 3. เมื่อเราคลิกไปที่เมนูเพื่อสร้างบล็อกใหม่แล้วให้ทาการกรอกรายละเอียดดังนี้ คือ ตรงหัวข้อ ให้พิมพ์ชื่อบล็อก ตรงที่อยู่ 4. เมื่อทาการสร้างบล็อกแล้ว เราจะกลับมาที่หน้าจัดการบล็อกเพื่อทาการสร้างบทความใหม่ ให้คลิกลูกศรสีดา เพื่อ เลือกเมนู บทควำม ดังภาพ
  • 16.
    16 5.เมื่อคลิกบทความจะมีหน้าต่างดังภาพให้คลิกที่ สร้างโพสต์ใหม่เพื่อเขียนบทความตามที่เราต้องการ 6.เมื่อคลิกเมนู”สร้างโพสต์ใหม่”แล้ว ให้ตั้งหัวข้อ และพิมพ์รายละเอียดลงไป เสร็จแล้ว ก็กด บันทึก หรือ เผยแพร่
  • 17.
    17 บทที่ 5 สรุปผลกำรดำเนินงำน และข้อเสนอแนะ การจัดทาโครงงานคอมพิวเตอร์ เผยแพร่ความรู้ออนไลน์ เรื่อง ระบบปฏิบัติการ นี้สรุปผลการดาเนินงาน โครงงานและข้อเสนอแนะ ได้ดังนี้ 1.สรุปผลกำรเผยแพร่ควำมรู้ออนไลน์ ผู้จัดทาได้เผยแพร่ความรู้ออนไลน์ เรื่อง ระบบปฏิบัติการ ซึ่งมีละเอียดดังนี้ 1.1 เนื้อหาบทเรียน 1.2 ใบความรู้ 1.3 ใบงาน 1.4 แบบทดสอบ 2.กำรทดสอบเผยแพร่ควำมรู้ออนไลน์ ในการทดสอบ เผยแพร่ความรู้ออนไลน์ เรื่องระบบปฏิบัติการ ผู้จัดทาได้ใช้วิธีการทดสอบ โดยผู้จัดทาทดสอบเลือกใช้เมนูต่างๆ การทาแบบทดสอบการศึกษาเนื้อหา ข้อมูลที่ถูกต้อง และข้อมูลที่ผิดพลาด จากการทดสอบ พบว่าเผยแพร่ความรู้ออนไลน์ เรื่อง ระบบปฏิบัติการ สามารถทางานได้ครบความต้องการ ของผู้ใช คือ ศึกษาเนื้อหา ใบความรู้ ทดสอบ 3. ผลกำรประเมินประสิทธิภำพ ผลการประเมินประสิทธิภาพของ เผยแพร่ความรู้ออนไลน์ เรื่อง ระบบปฏิบัติการ มีค่าเฉลี่ย อยู่ในระดับ 4.อุปสรรคในกำรทำโครงงำน เผยแพร่ความรู้ออนไลน์ เรื่อง ระบบปฏิบัติการ และได้มีการทดลองใช้งานทาให้พบปัญหาต่าง ๆ ดังนี้ 1.รูปแบบตัวอักษรในโปรแกรม Captivate เมื่อ publish แล้วอักษรห่างกันมาก 2.การทาลิงค์ไฟล์ PDF ในโปรแกรม Dreamweaver เมื่อลิงค์แล้วไม่สามารถเลือกเมนูหลัก ต้องใช่ปุ่ม Back
  • 18.
  • 19.
    19 บรรณานุกรม ความสาคัญของคอมพิวเตอร์เข้าถึงได้จาก: http://ku- scmicro36bkk.tripod.com/0.0.htm (วันที่สืบค้น 28 สิงหาคม 2557) ความหมายของระบบปฏิบัติการ เข้าถึงได้จาก: http://www4.csc.ku.ac.th/~b5340204758/lean5.html (วันที่สืบค้น 28 สิงหาคม 2557) ระบบปฏิบัติการ Windows 7 (วันที่สืบค้น 28 สิงหาคม 2557) ระบบปฏิบัติการ Linux (วันที่สืบค้น 28 สิงหาคม 2557)
  • 20.