ท่าที่ลดความเสี่ยงจากฟ้าผ่า




คาตอบ B นั่งยองๆ เท้าชิด มือปิดหู ปลอดภัยกว่า นอนราบ


เหตุผล : เดิมทีนั้น นักวิชาการเคยเชื่อว่า หากอยู่ในที่โล่งแล้วหาที่หลบฟ้าผ่าที่ปลอดภัยไม่ได้ (หรืออยู่ไกล
เกินไป) ก็ควรนอนราบลงกับพื้น ด้วยเหตุผลที่ว่า ฟ้าผ่ามักจะฟาดลงมาที่จุดสูงในบริเวณหนึ่งๆ เราจึงควรทา
ตัวให้ต่าที่สุดโดยการนอนราบ

แต่จากหลักฐานจานวนมากทาให้เราทราบว่า คน (หรือสัตว์) ที่ได้รับอันตรายจากฟ้าผ่า มักจะไม่ได้โดนฟ้าผ่า
มาที่ร่างกายโดยตรง (ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ แต่น้อย) แต่กลับโดน กระแสไฟฟ้าที่ไหลมาตามพื้น (ground current)
ทาร้ายมากกว่า

กระแสไฟฟ้าที่ไหลมาตามพื้นเกิดจากการที่ฟ้าผ่าลงบนพื้นแล้วกระจายออกไปโดยรอบ หรือฟ้าอาจผ่าลงบน
วัตถุสูง (เช่น ต้นไม้) แล้วไหลลงตามลาต้น เมื่อกระแสไหลถึงโคนต้น ก็จะกระจายออกไปตามพื้น (หากพื้นชื้น
แฉะ เช่น ฝนตก ก็จะทาให้กระแสไหลได้ง่ายยิ่งขึ้น)
กระแสไฟฟ้าที่ไหลไปตามพื้นอาจไปได้ไกลแค่ไหน โปรดดูตัวอย่างภาพนี้ได้!




ในทางฟิสิกส์และวิศวกรรมไฟฟ้าจะกล่าวถึง แรงดันไฟฟ้าช่วงก้าว (step voltage) ซึ่งหมายถึง ความต่างศักย์
ที่ตกคร่อมจุด 2 จุดของร่างกายของคน สัตว์ หรือวัตถุใดๆ ยิ่งจุด 2 จุด อยู่ห่างกันมากเท่าไร (เช่น เรายืนบน
พื้น โดยที่เท้าทั้งสองแยกห่างจากกัน) โอกาสที่แรงดันไฟฟ้าช่วงก้าวก็จะมากตามไปด้วย ส่งผลให้กระแสที่ไหล
มาตามพื้นเข้าสู่ตัวเรา ร่างกายสัตว์ หรือวัตถุนั้นได้มากขึ้น
นั่นคือ เราอาจลดความเสี่ยงจากการถูกกระแสไฟฟ้าที่ไหลมาตามพื้นลงได้โดยขยับเท้าให้ชิดกัน (เพื่อลด
แรงดันไฟฟ้าช่วงก้าวให้เหลือน้อยที่สุด)



แล้วทาไมจึงไม่ควรนอนราบ?
การที่คนนอนบนพื้น ไม่ว่าจะท่าไหน (นอนหงาย นอนคว่า ท่าปางไสยาสน์ ฯลฯ) ก็จะมีจุดแตะพื้นอย่างน้อย 2
จุดที่อยู่ห่างกันเสมอ นั่นคือ กระแสไฟฟ้าที่ไหลมาตามพื้นสามารถวิ่งเข้าร่างกายที่จุดหนึ่ง ผ่านร่างกาย แล้ว
ออกไปอีกจุดหนึ่ง ครบวงจรพอดี! ดังนั้น ท่านอนจึงไม่เหมาะกับการลดความเสี่ยงจากฟ้าผ่า


ในขณะเดียวกัน เราก็ไม่ควรยืน เพราะทาให้ตัวเราสูง ซึ่งนอกจะเสี่ยงต่อฟ้าผ่าแล้ว ยังอาจมีสิ่งของต่างๆ ปลิว
มากับลมแรงทาอันตรายเราได้ เมื่อนอนก็ไม่ได้ ยืนไม่เหมาะ จึงเหลือท่าเดียวคือ นั่งยองๆ ทาตัวให้เล็กที่สุด
ส่วนที่ต้องปิดหู ก็เพื่อป้องกันอันตรายจากเสียงฟ้าร้อง (หากเกิดฟ้าผ่าใกล้ๆ ตัวเรา)


อ้างอิง
- KIDS' LIGHTNING INFORMATION AND SAFETY :
http://www.kidslightning.info/lsaftposi.htmThe
- Lightning Crouch : http://www.edu4hazards.org/lightning_crouch.html


ขอบคุณข้อมูลจาก
http://www.gotoknow.org

ท่าที่ลดความเสี่ยงจากฟ้าผ่า

  • 1.
    ท่าที่ลดความเสี่ยงจากฟ้าผ่า คาตอบ B นั่งยองๆเท้าชิด มือปิดหู ปลอดภัยกว่า นอนราบ เหตุผล : เดิมทีนั้น นักวิชาการเคยเชื่อว่า หากอยู่ในที่โล่งแล้วหาที่หลบฟ้าผ่าที่ปลอดภัยไม่ได้ (หรืออยู่ไกล เกินไป) ก็ควรนอนราบลงกับพื้น ด้วยเหตุผลที่ว่า ฟ้าผ่ามักจะฟาดลงมาที่จุดสูงในบริเวณหนึ่งๆ เราจึงควรทา ตัวให้ต่าที่สุดโดยการนอนราบ แต่จากหลักฐานจานวนมากทาให้เราทราบว่า คน (หรือสัตว์) ที่ได้รับอันตรายจากฟ้าผ่า มักจะไม่ได้โดนฟ้าผ่า มาที่ร่างกายโดยตรง (ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ แต่น้อย) แต่กลับโดน กระแสไฟฟ้าที่ไหลมาตามพื้น (ground current) ทาร้ายมากกว่า กระแสไฟฟ้าที่ไหลมาตามพื้นเกิดจากการที่ฟ้าผ่าลงบนพื้นแล้วกระจายออกไปโดยรอบ หรือฟ้าอาจผ่าลงบน วัตถุสูง (เช่น ต้นไม้) แล้วไหลลงตามลาต้น เมื่อกระแสไหลถึงโคนต้น ก็จะกระจายออกไปตามพื้น (หากพื้นชื้น แฉะ เช่น ฝนตก ก็จะทาให้กระแสไหลได้ง่ายยิ่งขึ้น)
  • 2.
    กระแสไฟฟ้าที่ไหลไปตามพื้นอาจไปได้ไกลแค่ไหน โปรดดูตัวอย่างภาพนี้ได้! ในทางฟิสิกส์และวิศวกรรมไฟฟ้าจะกล่าวถึง แรงดันไฟฟ้าช่วงก้าว(step voltage) ซึ่งหมายถึง ความต่างศักย์ ที่ตกคร่อมจุด 2 จุดของร่างกายของคน สัตว์ หรือวัตถุใดๆ ยิ่งจุด 2 จุด อยู่ห่างกันมากเท่าไร (เช่น เรายืนบน พื้น โดยที่เท้าทั้งสองแยกห่างจากกัน) โอกาสที่แรงดันไฟฟ้าช่วงก้าวก็จะมากตามไปด้วย ส่งผลให้กระแสที่ไหล มาตามพื้นเข้าสู่ตัวเรา ร่างกายสัตว์ หรือวัตถุนั้นได้มากขึ้น
  • 3.
    นั่นคือ เราอาจลดความเสี่ยงจากการถูกกระแสไฟฟ้าที่ไหลมาตามพื้นลงได้โดยขยับเท้าให้ชิดกัน (เพื่อลด แรงดันไฟฟ้าช่วงก้าวให้เหลือน้อยที่สุด) แล้วทาไมจึงไม่ควรนอนราบ? การที่คนนอนบนพื้นไม่ว่าจะท่าไหน (นอนหงาย นอนคว่า ท่าปางไสยาสน์ ฯลฯ) ก็จะมีจุดแตะพื้นอย่างน้อย 2 จุดที่อยู่ห่างกันเสมอ นั่นคือ กระแสไฟฟ้าที่ไหลมาตามพื้นสามารถวิ่งเข้าร่างกายที่จุดหนึ่ง ผ่านร่างกาย แล้ว ออกไปอีกจุดหนึ่ง ครบวงจรพอดี! ดังนั้น ท่านอนจึงไม่เหมาะกับการลดความเสี่ยงจากฟ้าผ่า ในขณะเดียวกัน เราก็ไม่ควรยืน เพราะทาให้ตัวเราสูง ซึ่งนอกจะเสี่ยงต่อฟ้าผ่าแล้ว ยังอาจมีสิ่งของต่างๆ ปลิว มากับลมแรงทาอันตรายเราได้ เมื่อนอนก็ไม่ได้ ยืนไม่เหมาะ จึงเหลือท่าเดียวคือ นั่งยองๆ ทาตัวให้เล็กที่สุด ส่วนที่ต้องปิดหู ก็เพื่อป้องกันอันตรายจากเสียงฟ้าร้อง (หากเกิดฟ้าผ่าใกล้ๆ ตัวเรา) อ้างอิง - KIDS' LIGHTNING INFORMATION AND SAFETY : http://www.kidslightning.info/lsaftposi.htmThe - Lightning Crouch : http://www.edu4hazards.org/lightning_crouch.html ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.gotoknow.org