การใชงานโปรแกรม
Pspice for windows
เบื้องตน
มนตรี ศิริปรัชญานันท
ภาควิชาครุศาสตรไฟฟา สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกลาพระนครเหนือ
Email : mts@kmitnb.ac.th Homepage : http://www.teched.kmitnb.ac.th/~msn
การใชงานโปรแกรม Pspice for windows เบื้องตน 2
เอกสารนี้จัดทําขึ้นเพื่อใชในการเรียนการสอนเทานั้น ไมมีจุดมุงหมายในเชิงพาณิชย mts@kmitnb.ac.th
โปรแกรม Pspice for windows
การวิเคราะหวงจรไฟฟา-อิเลคทรอนิคสที่ซับซอนมากขึ้น เชน การวิเคราะหผลการทํางาน
เมื่ออุณหภูมิมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งไมสามารถทําไดบนโปรแกรม Electronics Workbench เพื่อให
ไดผลลัพธหรือคาของตัวอุปกรณตางๆ ไดแก ตัวตานทาน (Resistor) ตัวเก็บประจุ (Capacitor)
ตัวเหนี่ยวนําหรือขดลวด (Inductor) และอุปกรณอื่น จะมีสูตรการคํานวณที่เปนมาตรฐาน เชน
)()(:tanRe tRitvcesis =
R
tV
ti
)(
)( =
)(/
)(:tan
tidt
di
LtVceInduc = ∫= Vdt
L
ti
1
)(
∫= idt
c
i
tVceCapaci )(:tan
dt
dv
cti =)(
โปรแกรม Pspice เปนโปรแกรมที่สามารถจะวาดรูปวงจรเพื่อใชทดลอง และวิเคราะหวง
จรไดเลยซึ่งคลายกับโปรแกรม Electronics Workbench แลวนําไปคํานวณเพื่อนําผลลัพธที่ไดมา
วาดกราฟรูปคลื่นของกระแส(current) และแรงดัน (Voltage) โปรแกรม Pspice for windows จะ
ทํางานบน windows NT หรือ windows 95 สําหรับ windows 3.1 ก็สามารถจะใชงานไดเชนกัน
แตจะตองติดตั้งโปรแกรม Win 32s ลงไปกอน
โปรแกรม Pspice for windows จะประกอบดวยแผน CD-ROM 1แผน หรือในเวอรชั่น
สําหรับแผนดิสก 3.5” จํานวน 4 แผน (รวม Win 32s) เครื่องไมโครคอมพิวเตอรที่สามารถใช
งาน Pspice for windows ประกอบดวย
ไมโครคอมพิวเตอร PC/AT 80486DX , Pentium
หนวยความจํา RAM 8เมกะไบต
ฮารดดิสกมีพื้นที่วาง 30-50 เมกะไบต
โปรแกรม MS Windows 3.1 (win32s) , Windows NT , Windows 95
ระบบปฎิบัติการ DOS 6.xx
จอภาพ VGA , SVGA
การด VGA 1024 , 2048 MB(S3 , ATI , CIRRUS , MPEG ฯลฯ)
ดิสกไดรฟขนาด 3.5”
CD ROM (ถาใชเวอรชั่นบน CD ROM)
การใชงานโปรแกรม Pspice for windows เบื้องตน 3
เอกสารนี้จัดทําขึ้นเพื่อใชในการเรียนการสอนเทานั้น ไมมีจุดมุงหมายในเชิงพาณิชย mts@kmitnb.ac.th
การติดตั้งโปรแกรม Pspice for windows
สําหรับ windows 3.1 ใหทําการติดตั้งโปรแกรม win32s เวอรชั่น 1.25 ขึ้นไปกอนเสร็จ
แลวทําการบูตเครื่องใหมเขา windows แลวทําตามขั้นตอนตอไปนี้
ใสแผน Install DISK 1 ในไดรฟ A เขา File Manager เลือกไดรฟ A แลวดับเบิ้ลคลิ๊ก ที่คํา
สั่ง setup จะเขาสู Microsim software Installation
โปรแกรมจะถามวาไดทําการติดตั้ง win32s หรือยัง เสร็จแลวจะกําหนดไดเรกทอรี่ของ
โปรแกรมคือ C:MSIMEV53 หรือเปลี่ยนชื่อไดตามตองการ ก็ไดเสร็จแลวคลิกเมาสที่ปุม
OK จะเปนการติดตั้งโปรแกรม แลวเรียกใหใสแผน 2-4 ตามลําดับ
หลังจากไดติดตั้งโปรแกรมเสร็จแลวจะสรางโปรแกรมกรุปของ Pspice for windows ดังรูปที่
1
รูปที่ 1 โปรแกรมกรุปและไอคอนของ Pspice for windows
การออกแบบวงจร
เริ่มดวยการเขียนวงจรที่ตองการวิเคราะหการทํางาน โดยการเลือก Schemetics จะปรา
กฎ Schematic sheet ของ Pspice for windows ดังรูปที่ 2
การใชงานโปรแกรม Pspice for windows เบื้องตน 4
เอกสารนี้จัดทําขึ้นเพื่อใชในการเรียนการสอนเทานั้น ไมมีจุดมุงหมายในเชิงพาณิชย mts@kmitnb.ac.th
รูปที่ 2 Schematic sheet ของ Pspice for windows
รูปที่ 3 วงจรตัวอยางในการวิเคราะหการทํางาน
การใชงานโปรแกรม Pspice for windows เบื้องตน 5
เอกสารนี้จัดทําขึ้นเพื่อใชในการเรียนการสอนเทานั้น ไมมีจุดมุงหมายในเชิงพาณิชย mts@kmitnb.ac.th
จากรูปที่ 2 กําหนดตัวอยาง ตองการวิเคราะหการทํางานของวงจรตามรูปที่ 3 การออกแบบวงจร
แรก หากเราจะใชตัวเก็บประจุ (capacitor )และตัวตานทาน (Resistor) โดยทําตามขั้นตอนตอไป
นี้
เลือกคําสั่ง Draw/Get New Part ตามรูปที่ 4 จะปรากฎหนาตางยอยของ Add Part ดังรูปที่
4 ใหเลือกคําสั่ง Browse เพื่อดูรายละเอียด หากทราบชื่ออุปกรณแลวสามารถพิมพลงไปได
เลย
รูปที่ 4 การเริ่มตนวางตําแหนงอุปกรณของ Pspice for windows
รูปที่ 5 หนาตาง Add Part ของ Pspice for windows
การใชงานโปรแกรม Pspice for windows เบื้องตน 6
เอกสารนี้จัดทําขึ้นเพื่อใชในการเรียนการสอนเทานั้น ไมมีจุดมุงหมายในเชิงพาณิชย mts@kmitnb.ac.th
หลังจากเลือก Browse จะปรากฎหนาตางของ Get Part ดังรูปที่ 6 โดยที่ทางขวามือจะเปน
รายชื่อของไลบราลี สวนทางซายคือรายชื่อตัวอุปกรณ ใหเลือกไลบราลี Source.slb เสร็จแลว
ใชเมาสเลือกที่ตัวอุปกรณชื่อ VSRC คลิ๊กที่ปุม OK ตัวอุปกรณจะมาอยูที่ปลายเมาส แลว
นําไปบริเวณที่เหมาะสมคลิ๊กเมาสปุมซายเพื่อวางตัวอุปกรณ เสร็จแลวคลิ๊กเมาสปุมขวาเพื่อ
เลือกตัวอื่น
เลือกไลบราลี analog.slb เพื่อเลือกตัวอุปกรณชื่อ C และ R ตามลําดับจัดวางตามรูปที่ 6
สวนตัวอุปกรณ GND (มี 2 แบบคือ AGND และ EGND) และ Bubble จะอยูในไลบราลี
Port.slb
เลือกออปแอมปเบอร LF351 ซึ่งอยูใน ……………………… .slb
รูปที่ 6 หนาตางของ Get Part
การลากเสนใหเลือกคําสั่ง Draw/wire เคลื่อนเมาสมาที่ปลายขาของตัวอุปกรณ คลิ๊กปุมซาย
1 ครั้ง แลวลากเมาสมาที่ปลายขาของตัวอุปกรณอีกตัวหนึ่ง เสร็จแลวคลิ๊กปุมซายก็จะไดสาย
สัญญาณตามตองการ
สําหรับการหมุนตัวอุปกรณทําไดโดยการกดคีย Ctrl+R ตัวอุปกรณจะหมุนครั้งละ 90 องศา
การออกแบบวงจรทุกครั้งอยาลืมตอกราวดใหกับวงจร มิฉะนั้นการวิเคราะหวงจรดวย
Simulate จะไมผาน
ตอไปจะเปนการกําหนดคาใหกับ VSRC ชี้เมาสที่ตัวอุปกรณ V1. ดับคลิ๊กปุมซาย (ตัว
อุปกรณจะเปลี่ยนเปนสีแดง) จะปรากฎหนาตางการกําหนดคา ดังรูปที่ 7
การใชงานโปรแกรม Pspice for windows เบื้องตน 7
เอกสารนี้จัดทําขึ้นเพื่อใชในการเรียนการสอนเทานั้น ไมมีจุดมุงหมายในเชิงพาณิชย mts@kmitnb.ac.th
รูปที่ 7 หนาตางการกําหนดคาของ V1
ใหกําหนดคาตางๆดังรูปที่ 7
เมื่อกําหนดเสร็จแลวตองเซฟดวยคําสั่ง Save Attr และ OK
กําหนดคาใหตัวอุปกรณ C และ R ตางดังรูปที่ 3 เสร็จแลวเซฟเก็บไวในไฟลชื่อ siggen.sch
ทําการสรางไฟล Netlist ดวยคําสั่ง ANALYSIS/CREATE Netlist เสร็จแลวเลือกคําสั่ง
Analysis/Examine Netlist เพื่อขอดูรายละเอียดของวงจรวามีโหนดอะไรบางเชน $N-
00010 และคาคงตัวอุปกรณ ดังรูปที่ 8
รูปที่ 8 รายละเอียดวงจร siggen.net
การใชงานโปรแกรม Pspice for windows เบื้องตน 8
เอกสารนี้จัดทําขึ้นเพื่อใชในการเรียนการสอนเทานั้น ไมมีจุดมุงหมายในเชิงพาณิชย mts@kmitnb.ac.th
การวิเคราะหวงจรดวย Pspice
ในการวิเคราะหวงจรจะตองทําการสรางไฟล Netlist กอน เมื่อการสราง Netlist ผานแลว
จึงสามารถจะวิเคราะหดวย Pspice การวิเคราะหทําได 3 วิธีคือ
1. กดคีย F11
2. เลือกคําสั่ง Analysis/Simulate
ทั้ง 2 วิธีนี้ถาการวิเคราะหไมมีผิดพลาดใดๆก็จะเขาสูโปรแกรม Probe ทันที
3. ออกมาที่โปรแกรมกรุปของ Pspice for windows แลวเลือกไอคอน…..ตามคําสั่งFile/Open
แลวเลือกชื่อไฟล Test.cir เสร็จแลวจะแสดงผลลัพธในการวิเคราะหดังรูปที่ 8
รูปที่ 9 ผลการวิเคราะหวงจรดวย Pspice
การดูไฟลเอาตพุตของการรันโปรแกรม Pspice เลือกคําสั่ง Analysis/Examine Output
จะปรากฎรายละเอียดใน Notepad ดังนี้
NAME X_U2.F1 X_U2.F6 X_U2.F5 X_U13.F1 X_U13.F6
I-SOURCE 0.000E+00 1.000E-05 -1.000E-05 0.000E+00 -5.965E-13
NAME X_U13.F5
I-SOURCE 1.000E-05
**** DIODES
NAME X_U2.D1 X_U2.D2 X_U2.D5 X_U2.D6 X_U2.D4
MODEL X_U2.DX X_U2.DX X_U2.DX X_U2.DX X_U2.DX
ID -7.89E-12 -7.86E-12 1.00E-05 -5.97E-13 -1.01E-13
VD -7.89E+00 -7.85E+00 5.96E-01 -5.96E-01 -9.97E-02
การใชงานโปรแกรม Pspice for windows เบื้องตน 9
เอกสารนี้จัดทําขึ้นเพื่อใชในการเรียนการสอนเทานั้น ไมมีจุดมุงหมายในเชิงพาณิชย mts@kmitnb.ac.th
REQ 1.00E+12 1.00E+12 2.59E+03 1.00E+12 9.99E+11
CAP 0.00E+00 0.00E+00 0.00E+00 0.00E+00 0.00E+00
NAME X_U2.D3 X_U13.D1 X_U13.D2 X_U13.D5 X_U13.D6
MODEL X_U2.DX X_U13.DX X_U13.DX X_U13.DX X_U13.DX
ID -1.01E-13 -7.87E-12 -7.88E-12 -5.97E-13 1.00E-05
VD -1.00E-01 -7.86E+00 -7.88E+00 -5.96E-01 5.96E-01
REQ 9.99E+11 1.00E+12 1.00E+12 1.00E+12 2.59E+03
CAP 0.00E+00 0.00E+00 0.00E+00 0.00E+00 0.00E+00
NAME X_U13.D4 X_U13.D3
MODEL X_U13.DX X_U13.DX
ID -1.01E-13 -1.01E-13
VD -1.00E-01 -9.97E-02
REQ 9.99E+11 9.99E+11
CAP 0.00E+00 0.00E+00
**** JFETS
NAME X_U2.J1 X_U2.J2 X_U13.J1 X_U13.J2
MODEL X_U2.JX X_U2.JX X_U13.JX X_U13.JX
ID -5.00E-05 -5.00E-05 -5.00E-05 -5.00E-05
VGS -4.84E-08 -2.02E-07 -1.52E-07 -9.85E-08
VDS -9.01E+00 -9.01E+00 -9.00E+00 -9.00E+00
GM 5.00E-05 5.00E-05 5.00E-05 5.00E-05
GDS 0.00E+00 0.00E+00 0.00E+00 0.00E+00
CGS 0.00E+00 0.00E+00 0.00E+00 0.00E+00
CGD 0.00E+00 0.00E+00 0.00E+00 0.00E+00
JOB CONCLUDED
TOTAL JOB TIME 11.12
การใชงานโปรแกรม Pspice for windows เบื้องตน 10
เอกสารนี้จัดทําขึ้นเพื่อใชในการเรียนการสอนเทานั้น ไมมีจุดมุงหมายในเชิงพาณิชย mts@kmitnb.ac.th
ตอไปจะเปนการกําหนด รูปแบบการวิเคราะหใหโปรแกรม Pspice โดยกลับมาที่โปรแกรม
Schematic แลวเลือกคําสั่ง Analysis/setup จะปรากฎหนาตางของ Analysis setup ดังรูปที่ 10
(ก)
(ก)
(ข)
รูปที่ 10 การกําหนดรูปแบบการวิเคราะหของ Pspice
การใชงานโปรแกรม Pspice for windows เบื้องตน 11
เอกสารนี้จัดทําขึ้นเพื่อใชในการเรียนการสอนเทานั้น ไมมีจุดมุงหมายในเชิงพาณิชย mts@kmitnb.ac.th
ใหเลือกคําสั่ง Transient จะปรากฎหนาตางของ Transient setup ดังรูปที่ 10(ข) ใสคา
ตางๆตามรูปที่ 10(ข) เสร็จแลวคลิ๊กปุม OK/close
การพล็อตกราฟรูปคลื่นของกระแสและแรงดันดวย Probe
การใชโปรแกรม Probe เพื่อวาดกราฟรูปคลื่นของกระแสและแรงดัน สามารถทําได 2 วิธี
ดวยกัน วิธีแรกเมื่อรันโปรแกรม Pspice เพื่อวิเคราะหวงจรและไมมีขอผิดพลาดใดๆก็จะเขาสู
โปรแกรม Probe ทันที อีกวิธีคือการเขาสูโปรแกรม Probe จากโปรแกรมกรุปของ Pspice for
windows แลวเลือกไอคอน Probe ตามดวยคําสั่ง File/Open แลวเลือกชื่อไฟล Test.dat จะปรา
กฎหนาจอของ Probe ดังรูปที่ 11
รูปที่ 11 หนาจอของโปรแกรม Probe
ตอไปเปนการวาดกราฟใหเลือกคําสั่ง Trace/Add จะปรากฎหนาตางของ Add Traces
รูปที่ 12
การใชงานโปรแกรม Pspice for windows เบื้องตน 12
เอกสารนี้จัดทําขึ้นเพื่อใชในการเรียนการสอนเทานั้น ไมมีจุดมุงหมายในเชิงพาณิชย mts@kmitnb.ac.th
รูปที่ 12 หนาตางของ Add Trace
หลังจากนั้นใหคลิ๊กเมาสที่ V(vt) แลวขอความจะมาปรากฎที่ชอง Trace Command เชน
กัน เสร็จแลวคลิ๊กที่ปุม OK ก็จะไดรูปคลื่นสามเหลี่ยม ตอไปเลือกคําสั่ง Trace/Add แลวคลิ๊ก
เมาสที่ V(Vs) และปุม OK ก็จะไดรูปคลื่นสี่เหลี่ยม ดังรูปที่ 13
รูปที่ 13 กราฟรูปคลื่นโดยโปรแกรม Probe
การใชงานโปรแกรม Pspice for windows เบื้องตน 13
เอกสารนี้จัดทําขึ้นเพื่อใชในการเรียนการสอนเทานั้น ไมมีจุดมุงหมายในเชิงพาณิชย mts@kmitnb.ac.th
นอกจากนี้ หากตองการวิเคราะห สวนประกอบของความถี่ (Fundamental of frequency)
สามารถใชการวิเคราะหทางฟูเรียร (Fourier Analysis) โดยเลือก Plot / X axis settings คลิก
เมาสที่ Fourier ในหนาตางรูปที่ 14
รูปที่ 14 การเลือกวิเคราะหฟูเรียรบนหนาตาง X axis settings
หลังจากนั้น จะไดกราฟรูปคลื่นแบบ Fourier Analysis ดังรูปที่ 15
รูปที่ 15 กราฟรูปคลื่นแบบ Fourier Analysis
การใชงานโปรแกรม Pspice for windows เบื้องตน 14
เอกสารนี้จัดทําขึ้นเพื่อใชในการเรียนการสอนเทานั้น ไมมีจุดมุงหมายในเชิงพาณิชย mts@kmitnb.ac.th
แบบฝกหัด
จงวิเคราะหวงจรตอไปนี้ เพื่อใหไดผลของ Probe ตามที่แสดง
1.
การใชงานโปรแกรม Pspice for windows เบื้องตน 15
เอกสารนี้จัดทําขึ้นเพื่อใชในการเรียนการสอนเทานั้น ไมมีจุดมุงหมายในเชิงพาณิชย mts@kmitnb.ac.th
2.
การใชงานโปรแกรม Pspice for windows เบื้องตน 16
เอกสารนี้จัดทําขึ้นเพื่อใชในการเรียนการสอนเทานั้น ไมมีจุดมุงหมายในเชิงพาณิชย mts@kmitnb.ac.th
3.

Pspice

  • 1.
    การใชงานโปรแกรม Pspice for windows เบื้องตน มนตรีศิริปรัชญานันท ภาควิชาครุศาสตรไฟฟา สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกลาพระนครเหนือ Email : mts@kmitnb.ac.th Homepage : http://www.teched.kmitnb.ac.th/~msn
  • 2.
    การใชงานโปรแกรม Pspice forwindows เบื้องตน 2 เอกสารนี้จัดทําขึ้นเพื่อใชในการเรียนการสอนเทานั้น ไมมีจุดมุงหมายในเชิงพาณิชย mts@kmitnb.ac.th โปรแกรม Pspice for windows การวิเคราะหวงจรไฟฟา-อิเลคทรอนิคสที่ซับซอนมากขึ้น เชน การวิเคราะหผลการทํางาน เมื่ออุณหภูมิมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งไมสามารถทําไดบนโปรแกรม Electronics Workbench เพื่อให ไดผลลัพธหรือคาของตัวอุปกรณตางๆ ไดแก ตัวตานทาน (Resistor) ตัวเก็บประจุ (Capacitor) ตัวเหนี่ยวนําหรือขดลวด (Inductor) และอุปกรณอื่น จะมีสูตรการคํานวณที่เปนมาตรฐาน เชน )()(:tanRe tRitvcesis = R tV ti )( )( = )(/ )(:tan tidt di LtVceInduc = ∫= Vdt L ti 1 )( ∫= idt c i tVceCapaci )(:tan dt dv cti =)( โปรแกรม Pspice เปนโปรแกรมที่สามารถจะวาดรูปวงจรเพื่อใชทดลอง และวิเคราะหวง จรไดเลยซึ่งคลายกับโปรแกรม Electronics Workbench แลวนําไปคํานวณเพื่อนําผลลัพธที่ไดมา วาดกราฟรูปคลื่นของกระแส(current) และแรงดัน (Voltage) โปรแกรม Pspice for windows จะ ทํางานบน windows NT หรือ windows 95 สําหรับ windows 3.1 ก็สามารถจะใชงานไดเชนกัน แตจะตองติดตั้งโปรแกรม Win 32s ลงไปกอน โปรแกรม Pspice for windows จะประกอบดวยแผน CD-ROM 1แผน หรือในเวอรชั่น สําหรับแผนดิสก 3.5” จํานวน 4 แผน (รวม Win 32s) เครื่องไมโครคอมพิวเตอรที่สามารถใช งาน Pspice for windows ประกอบดวย ไมโครคอมพิวเตอร PC/AT 80486DX , Pentium หนวยความจํา RAM 8เมกะไบต ฮารดดิสกมีพื้นที่วาง 30-50 เมกะไบต โปรแกรม MS Windows 3.1 (win32s) , Windows NT , Windows 95 ระบบปฎิบัติการ DOS 6.xx จอภาพ VGA , SVGA การด VGA 1024 , 2048 MB(S3 , ATI , CIRRUS , MPEG ฯลฯ) ดิสกไดรฟขนาด 3.5” CD ROM (ถาใชเวอรชั่นบน CD ROM)
  • 3.
    การใชงานโปรแกรม Pspice forwindows เบื้องตน 3 เอกสารนี้จัดทําขึ้นเพื่อใชในการเรียนการสอนเทานั้น ไมมีจุดมุงหมายในเชิงพาณิชย mts@kmitnb.ac.th การติดตั้งโปรแกรม Pspice for windows สําหรับ windows 3.1 ใหทําการติดตั้งโปรแกรม win32s เวอรชั่น 1.25 ขึ้นไปกอนเสร็จ แลวทําการบูตเครื่องใหมเขา windows แลวทําตามขั้นตอนตอไปนี้ ใสแผน Install DISK 1 ในไดรฟ A เขา File Manager เลือกไดรฟ A แลวดับเบิ้ลคลิ๊ก ที่คํา สั่ง setup จะเขาสู Microsim software Installation โปรแกรมจะถามวาไดทําการติดตั้ง win32s หรือยัง เสร็จแลวจะกําหนดไดเรกทอรี่ของ โปรแกรมคือ C:MSIMEV53 หรือเปลี่ยนชื่อไดตามตองการ ก็ไดเสร็จแลวคลิกเมาสที่ปุม OK จะเปนการติดตั้งโปรแกรม แลวเรียกใหใสแผน 2-4 ตามลําดับ หลังจากไดติดตั้งโปรแกรมเสร็จแลวจะสรางโปรแกรมกรุปของ Pspice for windows ดังรูปที่ 1 รูปที่ 1 โปรแกรมกรุปและไอคอนของ Pspice for windows การออกแบบวงจร เริ่มดวยการเขียนวงจรที่ตองการวิเคราะหการทํางาน โดยการเลือก Schemetics จะปรา กฎ Schematic sheet ของ Pspice for windows ดังรูปที่ 2
  • 4.
    การใชงานโปรแกรม Pspice forwindows เบื้องตน 4 เอกสารนี้จัดทําขึ้นเพื่อใชในการเรียนการสอนเทานั้น ไมมีจุดมุงหมายในเชิงพาณิชย mts@kmitnb.ac.th รูปที่ 2 Schematic sheet ของ Pspice for windows รูปที่ 3 วงจรตัวอยางในการวิเคราะหการทํางาน
  • 5.
    การใชงานโปรแกรม Pspice forwindows เบื้องตน 5 เอกสารนี้จัดทําขึ้นเพื่อใชในการเรียนการสอนเทานั้น ไมมีจุดมุงหมายในเชิงพาณิชย mts@kmitnb.ac.th จากรูปที่ 2 กําหนดตัวอยาง ตองการวิเคราะหการทํางานของวงจรตามรูปที่ 3 การออกแบบวงจร แรก หากเราจะใชตัวเก็บประจุ (capacitor )และตัวตานทาน (Resistor) โดยทําตามขั้นตอนตอไป นี้ เลือกคําสั่ง Draw/Get New Part ตามรูปที่ 4 จะปรากฎหนาตางยอยของ Add Part ดังรูปที่ 4 ใหเลือกคําสั่ง Browse เพื่อดูรายละเอียด หากทราบชื่ออุปกรณแลวสามารถพิมพลงไปได เลย รูปที่ 4 การเริ่มตนวางตําแหนงอุปกรณของ Pspice for windows รูปที่ 5 หนาตาง Add Part ของ Pspice for windows
  • 6.
    การใชงานโปรแกรม Pspice forwindows เบื้องตน 6 เอกสารนี้จัดทําขึ้นเพื่อใชในการเรียนการสอนเทานั้น ไมมีจุดมุงหมายในเชิงพาณิชย mts@kmitnb.ac.th หลังจากเลือก Browse จะปรากฎหนาตางของ Get Part ดังรูปที่ 6 โดยที่ทางขวามือจะเปน รายชื่อของไลบราลี สวนทางซายคือรายชื่อตัวอุปกรณ ใหเลือกไลบราลี Source.slb เสร็จแลว ใชเมาสเลือกที่ตัวอุปกรณชื่อ VSRC คลิ๊กที่ปุม OK ตัวอุปกรณจะมาอยูที่ปลายเมาส แลว นําไปบริเวณที่เหมาะสมคลิ๊กเมาสปุมซายเพื่อวางตัวอุปกรณ เสร็จแลวคลิ๊กเมาสปุมขวาเพื่อ เลือกตัวอื่น เลือกไลบราลี analog.slb เพื่อเลือกตัวอุปกรณชื่อ C และ R ตามลําดับจัดวางตามรูปที่ 6 สวนตัวอุปกรณ GND (มี 2 แบบคือ AGND และ EGND) และ Bubble จะอยูในไลบราลี Port.slb เลือกออปแอมปเบอร LF351 ซึ่งอยูใน ……………………… .slb รูปที่ 6 หนาตางของ Get Part การลากเสนใหเลือกคําสั่ง Draw/wire เคลื่อนเมาสมาที่ปลายขาของตัวอุปกรณ คลิ๊กปุมซาย 1 ครั้ง แลวลากเมาสมาที่ปลายขาของตัวอุปกรณอีกตัวหนึ่ง เสร็จแลวคลิ๊กปุมซายก็จะไดสาย สัญญาณตามตองการ สําหรับการหมุนตัวอุปกรณทําไดโดยการกดคีย Ctrl+R ตัวอุปกรณจะหมุนครั้งละ 90 องศา การออกแบบวงจรทุกครั้งอยาลืมตอกราวดใหกับวงจร มิฉะนั้นการวิเคราะหวงจรดวย Simulate จะไมผาน ตอไปจะเปนการกําหนดคาใหกับ VSRC ชี้เมาสที่ตัวอุปกรณ V1. ดับคลิ๊กปุมซาย (ตัว อุปกรณจะเปลี่ยนเปนสีแดง) จะปรากฎหนาตางการกําหนดคา ดังรูปที่ 7
  • 7.
    การใชงานโปรแกรม Pspice forwindows เบื้องตน 7 เอกสารนี้จัดทําขึ้นเพื่อใชในการเรียนการสอนเทานั้น ไมมีจุดมุงหมายในเชิงพาณิชย mts@kmitnb.ac.th รูปที่ 7 หนาตางการกําหนดคาของ V1 ใหกําหนดคาตางๆดังรูปที่ 7 เมื่อกําหนดเสร็จแลวตองเซฟดวยคําสั่ง Save Attr และ OK กําหนดคาใหตัวอุปกรณ C และ R ตางดังรูปที่ 3 เสร็จแลวเซฟเก็บไวในไฟลชื่อ siggen.sch ทําการสรางไฟล Netlist ดวยคําสั่ง ANALYSIS/CREATE Netlist เสร็จแลวเลือกคําสั่ง Analysis/Examine Netlist เพื่อขอดูรายละเอียดของวงจรวามีโหนดอะไรบางเชน $N- 00010 และคาคงตัวอุปกรณ ดังรูปที่ 8 รูปที่ 8 รายละเอียดวงจร siggen.net
  • 8.
    การใชงานโปรแกรม Pspice forwindows เบื้องตน 8 เอกสารนี้จัดทําขึ้นเพื่อใชในการเรียนการสอนเทานั้น ไมมีจุดมุงหมายในเชิงพาณิชย mts@kmitnb.ac.th การวิเคราะหวงจรดวย Pspice ในการวิเคราะหวงจรจะตองทําการสรางไฟล Netlist กอน เมื่อการสราง Netlist ผานแลว จึงสามารถจะวิเคราะหดวย Pspice การวิเคราะหทําได 3 วิธีคือ 1. กดคีย F11 2. เลือกคําสั่ง Analysis/Simulate ทั้ง 2 วิธีนี้ถาการวิเคราะหไมมีผิดพลาดใดๆก็จะเขาสูโปรแกรม Probe ทันที 3. ออกมาที่โปรแกรมกรุปของ Pspice for windows แลวเลือกไอคอน…..ตามคําสั่งFile/Open แลวเลือกชื่อไฟล Test.cir เสร็จแลวจะแสดงผลลัพธในการวิเคราะหดังรูปที่ 8 รูปที่ 9 ผลการวิเคราะหวงจรดวย Pspice การดูไฟลเอาตพุตของการรันโปรแกรม Pspice เลือกคําสั่ง Analysis/Examine Output จะปรากฎรายละเอียดใน Notepad ดังนี้ NAME X_U2.F1 X_U2.F6 X_U2.F5 X_U13.F1 X_U13.F6 I-SOURCE 0.000E+00 1.000E-05 -1.000E-05 0.000E+00 -5.965E-13 NAME X_U13.F5 I-SOURCE 1.000E-05 **** DIODES NAME X_U2.D1 X_U2.D2 X_U2.D5 X_U2.D6 X_U2.D4 MODEL X_U2.DX X_U2.DX X_U2.DX X_U2.DX X_U2.DX ID -7.89E-12 -7.86E-12 1.00E-05 -5.97E-13 -1.01E-13 VD -7.89E+00 -7.85E+00 5.96E-01 -5.96E-01 -9.97E-02
  • 9.
    การใชงานโปรแกรม Pspice forwindows เบื้องตน 9 เอกสารนี้จัดทําขึ้นเพื่อใชในการเรียนการสอนเทานั้น ไมมีจุดมุงหมายในเชิงพาณิชย mts@kmitnb.ac.th REQ 1.00E+12 1.00E+12 2.59E+03 1.00E+12 9.99E+11 CAP 0.00E+00 0.00E+00 0.00E+00 0.00E+00 0.00E+00 NAME X_U2.D3 X_U13.D1 X_U13.D2 X_U13.D5 X_U13.D6 MODEL X_U2.DX X_U13.DX X_U13.DX X_U13.DX X_U13.DX ID -1.01E-13 -7.87E-12 -7.88E-12 -5.97E-13 1.00E-05 VD -1.00E-01 -7.86E+00 -7.88E+00 -5.96E-01 5.96E-01 REQ 9.99E+11 1.00E+12 1.00E+12 1.00E+12 2.59E+03 CAP 0.00E+00 0.00E+00 0.00E+00 0.00E+00 0.00E+00 NAME X_U13.D4 X_U13.D3 MODEL X_U13.DX X_U13.DX ID -1.01E-13 -1.01E-13 VD -1.00E-01 -9.97E-02 REQ 9.99E+11 9.99E+11 CAP 0.00E+00 0.00E+00 **** JFETS NAME X_U2.J1 X_U2.J2 X_U13.J1 X_U13.J2 MODEL X_U2.JX X_U2.JX X_U13.JX X_U13.JX ID -5.00E-05 -5.00E-05 -5.00E-05 -5.00E-05 VGS -4.84E-08 -2.02E-07 -1.52E-07 -9.85E-08 VDS -9.01E+00 -9.01E+00 -9.00E+00 -9.00E+00 GM 5.00E-05 5.00E-05 5.00E-05 5.00E-05 GDS 0.00E+00 0.00E+00 0.00E+00 0.00E+00 CGS 0.00E+00 0.00E+00 0.00E+00 0.00E+00 CGD 0.00E+00 0.00E+00 0.00E+00 0.00E+00 JOB CONCLUDED TOTAL JOB TIME 11.12
  • 10.
    การใชงานโปรแกรม Pspice forwindows เบื้องตน 10 เอกสารนี้จัดทําขึ้นเพื่อใชในการเรียนการสอนเทานั้น ไมมีจุดมุงหมายในเชิงพาณิชย mts@kmitnb.ac.th ตอไปจะเปนการกําหนด รูปแบบการวิเคราะหใหโปรแกรม Pspice โดยกลับมาที่โปรแกรม Schematic แลวเลือกคําสั่ง Analysis/setup จะปรากฎหนาตางของ Analysis setup ดังรูปที่ 10 (ก) (ก) (ข) รูปที่ 10 การกําหนดรูปแบบการวิเคราะหของ Pspice
  • 11.
    การใชงานโปรแกรม Pspice forwindows เบื้องตน 11 เอกสารนี้จัดทําขึ้นเพื่อใชในการเรียนการสอนเทานั้น ไมมีจุดมุงหมายในเชิงพาณิชย mts@kmitnb.ac.th ใหเลือกคําสั่ง Transient จะปรากฎหนาตางของ Transient setup ดังรูปที่ 10(ข) ใสคา ตางๆตามรูปที่ 10(ข) เสร็จแลวคลิ๊กปุม OK/close การพล็อตกราฟรูปคลื่นของกระแสและแรงดันดวย Probe การใชโปรแกรม Probe เพื่อวาดกราฟรูปคลื่นของกระแสและแรงดัน สามารถทําได 2 วิธี ดวยกัน วิธีแรกเมื่อรันโปรแกรม Pspice เพื่อวิเคราะหวงจรและไมมีขอผิดพลาดใดๆก็จะเขาสู โปรแกรม Probe ทันที อีกวิธีคือการเขาสูโปรแกรม Probe จากโปรแกรมกรุปของ Pspice for windows แลวเลือกไอคอน Probe ตามดวยคําสั่ง File/Open แลวเลือกชื่อไฟล Test.dat จะปรา กฎหนาจอของ Probe ดังรูปที่ 11 รูปที่ 11 หนาจอของโปรแกรม Probe ตอไปเปนการวาดกราฟใหเลือกคําสั่ง Trace/Add จะปรากฎหนาตางของ Add Traces รูปที่ 12
  • 12.
    การใชงานโปรแกรม Pspice forwindows เบื้องตน 12 เอกสารนี้จัดทําขึ้นเพื่อใชในการเรียนการสอนเทานั้น ไมมีจุดมุงหมายในเชิงพาณิชย mts@kmitnb.ac.th รูปที่ 12 หนาตางของ Add Trace หลังจากนั้นใหคลิ๊กเมาสที่ V(vt) แลวขอความจะมาปรากฎที่ชอง Trace Command เชน กัน เสร็จแลวคลิ๊กที่ปุม OK ก็จะไดรูปคลื่นสามเหลี่ยม ตอไปเลือกคําสั่ง Trace/Add แลวคลิ๊ก เมาสที่ V(Vs) และปุม OK ก็จะไดรูปคลื่นสี่เหลี่ยม ดังรูปที่ 13 รูปที่ 13 กราฟรูปคลื่นโดยโปรแกรม Probe
  • 13.
    การใชงานโปรแกรม Pspice forwindows เบื้องตน 13 เอกสารนี้จัดทําขึ้นเพื่อใชในการเรียนการสอนเทานั้น ไมมีจุดมุงหมายในเชิงพาณิชย mts@kmitnb.ac.th นอกจากนี้ หากตองการวิเคราะห สวนประกอบของความถี่ (Fundamental of frequency) สามารถใชการวิเคราะหทางฟูเรียร (Fourier Analysis) โดยเลือก Plot / X axis settings คลิก เมาสที่ Fourier ในหนาตางรูปที่ 14 รูปที่ 14 การเลือกวิเคราะหฟูเรียรบนหนาตาง X axis settings หลังจากนั้น จะไดกราฟรูปคลื่นแบบ Fourier Analysis ดังรูปที่ 15 รูปที่ 15 กราฟรูปคลื่นแบบ Fourier Analysis
  • 14.
    การใชงานโปรแกรม Pspice forwindows เบื้องตน 14 เอกสารนี้จัดทําขึ้นเพื่อใชในการเรียนการสอนเทานั้น ไมมีจุดมุงหมายในเชิงพาณิชย mts@kmitnb.ac.th แบบฝกหัด จงวิเคราะหวงจรตอไปนี้ เพื่อใหไดผลของ Probe ตามที่แสดง 1.
  • 15.
    การใชงานโปรแกรม Pspice forwindows เบื้องตน 15 เอกสารนี้จัดทําขึ้นเพื่อใชในการเรียนการสอนเทานั้น ไมมีจุดมุงหมายในเชิงพาณิชย mts@kmitnb.ac.th 2.
  • 16.
    การใชงานโปรแกรม Pspice forwindows เบื้องตน 16 เอกสารนี้จัดทําขึ้นเพื่อใชในการเรียนการสอนเทานั้น ไมมีจุดมุงหมายในเชิงพาณิชย mts@kmitnb.ac.th 3.