Auschwitz
เกี่ยวกับโครงงาน
ชื่อโครงงาน (ภาษาไทย)
ค่ายนรก เอาชวิตซ์
ชื่อโครงงาน (ภาษาอังกฤษ)
Auschwitz Camp
ประเภทโครงงาน เพื่อการศึกษา
ชื่อผู้ทาโครงงาน
นางสาวศิริลักษณ์ หล้าจู ชั้น ม.6/2 เลขที่ 38
นางสาวนิชฌาน เต๋ติยะ ชั้น ม.6/2 เลขที่ 41
ชื่อที่ปรึกษา คุณครู เขื่อนทอง มูลวรรณ์
ระยะเวลาดาเนินงาน ธันวาคม 2558 – กุมภาพันธ์ 2559
วัตถุประสงค์
1. เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเน้นเรื่องการฆ่าล้าง
เผ่าพันธุ์ของนาซี
2. ที่ค่ายกักกันเอาชวิตซ์
3. เพื่อศึกษาและนาไปเผยแพร่แก่บุคคลที่ไม่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้
4. เพื่อต่อต้านกับบุคคลที่เห็นด้วยกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่ไร้มนุษยธรรม
ที่มาและความสาคัญ
แม้ว่าในอดีตที่ผ่านมาของมนุษยชาติปรากฏเหตุการณ์อัน
เกี่ยวกับการกระทาที่เป็นการทาลายล้างเผ่าพันธุ์นับครั้งไม่ถ้วน แต่ข้อ
ความคิดในทางกฎหมายเกี่ยวกับการทาลายล้างเผ่าพันธุ์นั้นยังเป็น
เรื่องใหม่และเพิ่งได้รับการพัฒนาเป็นครั้งแรกหลังจากการกระทาอัน
ทารุณโหดร้ายของพรรคนาซีเยอรมันต่อประชาชนเชื้อสายยิว ใน
สงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเงื่อนไขของการกระทาที่เป็นการทาลายล้าง
เผ่าพันธุ์มีที่มาครั้งแรกจากแนวคิดของ Raphael Lemkin นักกฎหมาย
ชาวโปแลนด์ผู้ซึ่งมีส่วนสาคัญอย่างยิ่งในการเสนอให้มีการจัดทา
อนุสัญญาเกี่ยวกับอาชญากรรมทาลายล้างเผ่าพันธุ์ขึ้น
ที่มาและความสาคัญ
คานิยามโดย Lemkin นั้นคือ การกระทาที่ผู้กระทามีความมุ่งหมายให้
เป็นการร่วมกันวางแผน เพื่อที่จะทาลายรากฐานที่สาคัญในการดารงอยู่ของ
กลุ่ม (essential foundations of the life of a group) ด้วยวัตถุประสงค์ใน
การจากัดกลุ่มนั้นให้หมดสิ้นไป เนื่องจากการกระทาความผิดฐานทาลายล้าง
เผ่าพันธุ์เป็นรูปแบบหนึ่งของอาชญากรรมระหว่างประเทศร้ายแรง โดยการ
สังหารกลุ่มคนจานวนมากด้วยเหตุผลของความแตกต่างทางเชื้อชาติ ศาสนา
สีผิวหรือเหตุผลอื่น ดังนั้นการทาลายล้างเผ่าพันธุ์จึงเป็นการกระทาที่มีความ
รุนแรงสูงสุด เนื่องจากผู้กระทานั้นไม่คานึงถึงคุณค่าของการมีชีวิตของเพื่อน
มนุษย์และมุ่งหมายที่จะกาจัดกลุ่มคนกลุ่มที่แตกต่างจากตนออกไปอย่างถอน
รากถอนโคน
หลักการและทฤษฎี
“ค่ายกักกัน” (Concentration Camp) คือสถานที่ที่รัฐใช้กักขังนักโทษ
หรือกักกันบุคคลเฉพาะกลุ่ม ด้วยเหตุผลทางการเมือง เช่น นักโทษการเมือง
บุคคลที่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐบาลหรือพลเมืองเชื้อชาติใดเชื้อชาติหนึ่ง นักโทษเหล่านี้
จะถูกจับโดยไม่มีการสอบสวนตามกระบวนการยุติธรรม และไม่มีกาหนดเวลาการ
ปล่อยตัว ทั้งยังถูกตัดสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษยชาติด้วย
ค่ายกักกันเริ่มมี ครั้งแรกเมื่อสงครามบัวร์ (ค.ศ.1899-1902) ใน
แอฟริกาใต้ ตามแนวคิดของ “ลอร์ดฮอเรวีโอ คิชเนอร์” แม่ทัพอังกฤษที่สั่งให้
ควบคุมผู้หญิงและเด็กชาวบัวร์ไว้ในค่ายเพื่อไม่ให้คน เหล่านี้มีโอกาสช่วยเหลือชาย
ชาญทหารบัวร์ที่กาลังทาสงครามกับอังกฤษ ถึง ค.ศ.1930 ค่ายกักกันถูก
ก่อสร้างใช้งานอีกครั้งตามคาสั่ง “อดอล์ฟ ฮิตเลอร์” ผู้นาพรรคแรงงานสังคม
นิยมแห่งชาติเยอรมัน หรือพรรคนาซี มีทั้งหมดประมาณ 50 แห่ง
หลักการและทฤษฎี
สภาพโดยทั่วไปประกอบด้วยโรงทหาร กระท่อมหรือกระโจมที่พักผู้
ต้องกัก บริเวณรอบค่ายจะมีป้อมยามรั้วลวดหนามล้อมรอบ ไฮน์ริชฮิมม์
เลอร์ ผู้บัญชาการหน่วยเอสเอสทาหน้าที่ควบคุม เขาใช้ค่ายกักกันที่เมือง
ดาเชาเป็นศูนย์บัญชาการ ค่ายกักกันของฮิมม์เลอร์ต้องการคน 2 ประเภท
1.บุคคลที่เป็นศัตรูทางการเมืองของพรรคนาซี ซึ่งมักใช้เป็นข้ออ้างในการ
กาจัดศัตรูทางการเมือง หรือสมาชิกทรยศ รวมไปถึงชาวยิว2.บุคคลที่ไร้
คุณค่าตามหมายหมายของพรรคนาซี หมายถืงพวกยิปซี โสเภณี พวกรักร่วม
เพศ และพวกที่เคยโดนคดีถูกลงโทษแล้วยังกระทาผิดถูกดาเนินคดีอีก
หลักการและทฤษฎี
ชื่อของค่ายกักกันมาจากชื่อของเมือง "ออชเฟียนชิม" (Oświęcim) หลังจากการ
บุกครองโปแลนด์ ในเดือนกันยายน ค.ศ. 1939 ออชเฟียนชิมของโปแลนด์ก็ถูกผนวก
เข้าเป็นส่วนหนึ่งของนาซีเยอรมนีและเปลี่ยนชื่อเป็นเอาชวิทซ์ (Auschwitz) ซึ่งเป็นชื่อใน
ภาษาเยอรมัน ส่วนเบียร์เคเนา (Birkenau) เป็นชื่อในภาษาเยอรมันที่แผลงมาจาก "บเจ
ชิงคา" (Brzezinka, ต้นเบิร์ช) ซึ่งเป็นชื่อหมู่บ้านเล็ก ๆ ไม่ไกลนักที่ต่อมาถูกเยอรมนี
ทาลายเกือบทั้งหมด
Auschwitz Concentration Camp ค่ายกักกันเอาชวิตซ์ อยู่ทางเหนือของ
โปแลนด์ ( Poland ) ชื่อเรียกรวมของค่ายกักกันขนาดใหญ่ 2 แห่ง และค่ายย่อยอีก
36 แห่ง ค่ายเอาชวิตซ์ ถูกใช้เป็นที่สังหารหมู่ชาวยิว และยิปซี เพียงเพราะ อดอล์ฟ ฮิต
เลอร์ (Adolf Hitler) เห็นว่าพวกนี้ ไม่มีผิวสีขาว ผมสีทอง และนัยน์ตาสีฟ้าเหมือนตน
ซึ่งเป็นสายเลือดที่ไม่บริสุทธิ์
หลักการและทฤษฎี
จึงทาการรวบรวมชาวยิว และชาวยิปซี จากทุกพื้นที่ในอณานิคมของตน ส่งมาทาลายที่
ค่ายเอาชวิตซ์ กว่า 1.1 ล้านคนที่ต้อง ตาย ในค่ายเอาชวิตซ์
ค่ายกักกันเอาชวิทซ์ หรือ ค่ายกักกันเอาชวิทซ์-เบียร์เคเนา (อังกฤษ: Auschwitz
concentration camp หรือ Auschwitz-Birkenau) เป็นค่ายกักกันและค่ายมรณะที่ใหญ่ที่สุด
ในบรรดาค่ายกักกันของนาซีของนาซีเยอรมนีที่ทาการระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง
ผู้บังคับบัญชาการของค่ายรูดอล์ฟ เฮิสส์ (Rudolf Höss) ให้การในการพิจารณาคดี
เนือร์นแบร์ก (Nuremberg Trials) ว่าประชากรถึงราว 3 ล้านคนเสียชีวิตที่ค่ายกักกันเอาช
วิทซ์ แต่พิพิธภัณฑ์แห่งรัฐเอาชวิทซ์-เบียร์เคเนาปรับตัวเลขเป็น 1.1 ล้านคน ประมาณร้อยละ
90 ของผู้ถูกสังหารเป็นชาวยิวจากเกือบทุกประเทศในยุโรป ผู้ประสบชะตากรรมเกือบทั้งหมด
ถูกสังหารในห้องรมก๊าซโดยใช้ก๊าซ Zyklon B การเสียชีวิตอื่นมาจากความอดอยาก การ
บังคับใช้แรงงาน การขาดการดูแลทางสุขภาพ การถูกสังหารตัวต่อตัว และ “การทดลองทาง
แพทย์”
หลักการและทฤษฎี
ในปี ค.ศ. 1947 เพื่อเป็นการระลึกถึงผู้เสียชีวิต โปแลนด์ก็ก่อตั้ง
พิพิธภัณฑ์ ณ ที่ตั้งของค่ายกักกันของสองค่าย เมื่อมาถึง ค.ศ. 1994 ก็มีผู้
มาเยี่ยมค่ายกักกันถึง 22 ล้านคน - 700,000 คนต่อปี - ที่ผ่านประตูที่มี
อักษรบนเหล็กดัดเหนือประตูว่า “การทางานนามาซึ่งอิสรภาพ” (Arbeit
macht frei) วันปลดปล่อยค่ายกักกันเมื่อวันที่ 27 มกราคม ค.ศ.
1945 โดยกองทัพโซเวียต เป็นวันที่ระลึกของวันราลึกถึงเหตุการณ์ฆ่าล้างเผา
พันธุ์นานาชาติ (International Holocaust Remembrance Day), วันราลึก
ถึงเหตุการณ์ฆ่าล้างเผาพันธุ์ในสหราชอาณาจักร และวันราลึกในวาระที่
คล้ายคลึงกันในประเทศอื่น ๆ
ขอบเขตการทางาน
1. สร้างสื่อการเรียนการสอนออกมาในรูปแบบการของนาเสนอโดยใช้โปรแกรม
Power Point
2. ระยะเวลาในการทาโครงงาน 2 เดือน
วิธีการดาเนินงาน
แนวทางดาเนินงาน
1. กาหนดหัวข้อและชื่อเรื่องที่จะจัดทาโครงงาน โดยเลือกจากเรื่องที่สนใจ
2. รวบรวมข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ต หนังสือ และอื่นๆ
3. วิเคราะห์ข้อมูลว่า ข้อมูลที่ได้มา ว่าเป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้มากหรือน้อยแค่ไหน
4. ทาการเรียบเรียงเนื้อหาที่ได้เพื่อนาเสนอเป็นรูปแบบโครงงาน
5. ทาการสรุปและประเมิณผล
6. นาเสนอและแก้ไขข้อบกพร่อง
เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้
1. คอมพิวเตอร์
2. อินเตอร์เน็ต
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1. มีคนตระหนักและเข้าใจในสิทธิมนุษยชนมากขึ้น ไม่มีคนคิดเอาเปรียบผู้อื่น และมีการ
แบ่งปันกันมากขึ้น
2. ไม่นาสิ่งที่นาซีทาไปปฏิบัติ และไม่ตอกย้าอดีตของผู้อื่นที่เคยโดนเอาเปรียบ
แหล่งอ้างอิง
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%84%E0
%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%
81%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0
%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%
AD%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%A7%E
0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%8B%E0%B9
%8C
http://wowboom.blogspot.com/2009/08/auschwitz-
concentration-camp.html
http://talk.mthai.com/topic/355293
http://talk.mthai.com/topic/355294
Auschwitz
ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ค.ศ.1939-1945 พรรคนาซีสร้างค่ายกักกันขึ้น
มากมาย กวาดต้อนชาวโปแลนด์ ยูเครน รัสเซีย และยิวมาคุมขังและใช้แรงงาน
สร้างโรงงานอุตสาหกรรมและโรงงานผลิตอาวุธป้ อนหน่วยเอสเอสและเป็น
สุสานทาลายล้างเผ่าพันธุ์ยิว (นาซีเรียกว่าการแก้ปัญหาชาวยิวครั้งสุดท้าย)
ค่ายกักกันที่ต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ไม่รู้ลืมคือค่ายกักกันเอาช์วิตซ์
ยิวถูกกวาดต้อนเข้าห้องรมแก๊สสังหารหมู่ เช่นเดียวกับที่เบลเซก โซบิบอร์ ไมดา
เนก เตรบลินกา ซึ่งค่ายกักกันเหล่านี้อยู่ในประเทศโปแลนด์
Auschwitz
ค่ายกักกันเอาชวิทซ์ หรือ ค่ายกักกันเอาชวิทซ์-เบียร์เคเนา (อังกฤษ:
Auschwitz concentration camp หรือ Auschwitz-Birkenau) เป็นค่าย
กักกันและค่ายมรณะที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาค่ายกักกันของนาซีของนาซีเยอรมนี
ที่ทาการระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง
Auschwitz
Auschwitz Concentration Camp ค่ายกักกันเอาชวิตซ์ อยู่ทางเหนือของ
โปแลนด์ ( Poland ) ชื่อเรียกรวมของค่ายกักกันขนาดใหญ่ 2 แห่ง และค่าย
ย่อยอีก 36 แห่ง ค่ายเอาชวิตซ์ ถูกใช้เป็นที่สังหารหมู่ชาวยิว และยิปซี เพียง
เพราะ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ (Adolf Hitler) เห็นว่าพวกนี้ ไม่มีผิวสีขาว ผมสีทอง
และนัยน์ตาสีฟ้ าเหมือนตน ซึ่งเป็นสายเลือดที่ไม่บริสุทธิ์ จึงทาการรวบรวม
ชาวยิว และชาวยิปซี จากทุกพื้นที่ในอาณานิคมของตน ส่งมาทาลายที่ค่ายเอาช
วิตซ์ กว่า 1.1 ล้านคนที่ต้อง ตาย ในค่ายเอาชวิตซ์
Auschwitz
ชื่อของค่ายกักกันมาจากชื่อของเมือง "ออชเฟียนชิม" (Oświęcim) หลังจาก
การบุกครองโปแลนด์ ในเดือนกันยายน ค.ศ. 1939 ออชเฟียนชิมของ
โปแลนด์ก็ถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของนาซีเยอรมนีและเปลี่ยนชื่อเป็นเอาช
วิทซ์ (Auschwitz) ซึ่งเป็นชื่อในภาษาเยอรมัน ส่วนเบียร์เคเนา (Birkenau)
เป็นชื่อในภาษาเยอรมันที่แผลงมาจาก "บเจชิงคา" (Brzezinka, ต้นเบิร์ช) ซึ่ง
เป็นชื่อหมู่บ้านเล็ก ๆ ไม่ไกลนักที่ต่อมาถูกเยอรมนีทาลายเกือบทั้งหมด
Auschwitz
เอาช์วิตซ์ยังเป็นศูนย์ทดลองทางการแพทย์ที่สาคัญของนาซี นักโทษถูกใช้เป็น
สัตว์ทดลองทั้งทางแพทย์วิทยาศาสตร์ เช่น ทดลองใช้ความกดดันอากาศอัด
เข้าไปในปอดของนักโทษจนปอดระเบิด
Mustard gas experiments
เป็นทหารแคนนาดา ที่ถูกแก๊สมัสทาร์ท จะเห็นว่าเกิดบาดแผลพรุพองทั่วร่างกาย
Auschwitz
ประมาณกันว่าในค่ายกักกันเอาช์วิตซ์ ห้องรมแก๊สสามารถบรรจุได้
คราวละ 2,000 คน และมีชาวยิวเสียชีวิตที่นี่ประมาณ 3 ล้านคน ใน
จานวนนี้ถูกรมแก๊ส 2.5 ล้านคน ที่เหลือเสียชีวิตด้วยความอดอยาก
โรคภัย และถูกยิงทิ้งคาปากหลุมที่ตัวเองได้รับคาสั่งให้ขุด
ห้องรมแก๊ส
ตัวอาคารห้องรมแก๊สพิษ ประตูทางเข้าสู่ ห้องรมแก๊สพิษ
Auschwitz
ผู้บังคับบัญชาการของค่ายรูดอล์ฟเฮิสส์ (Rudolf Höss) ให้การในการ
พิจารณาคดีเนือร์นแบร์ก (Nuremberg Trials) ว่าประชากรถึงราว 3 ล้านคน
เสียชีวิตที่ค่ายกักกันเอาชวิทซ์ แต่พิพิธภัณฑ์แห่งรัฐเอาชวิทซ์-เบียร์เคเนา
ปรับตัวเลขเป็น 1.1 ล้านคน ประมาณร้อยละ 90 ของผู้ถูกสังหารเป็น
ชาวยิวจากเกือบทุกประเทศในยุโรป ผู้ประสบชะตากรรมเกือบทั้งหมดถูก
สังหารในห้องรมก๊าซโดยใช้ก๊าซ Zyklon B การเสียชีวิตอื่นมาจากความอด
อยาก การบังคับใช้แรงงาน การขาดการดูแลทางสุขภาพ การถูกสังหารตัวต่อ
ตัว และ “การทดลองทางแพทย์”
Auschwitz
ในปี ค.ศ. 1947 เพื่อเป็นการระลึกถึงผู้เสียชีวิต โปแลนด์ก็ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์
ณ ที่ตั้งของค่ายกักกันของสองค่าย เมื่อมาถึง ค.ศ. 1994 ก็มีผู้มาเยี่ยมค่าย
กักกันถึง 22 ล้านคน - 700,000 คนต่อปี - ที่ผ่านประตูที่มีอักษรบน
เหล็กดัดเหนือประตูว่า “การทางานนามาซึ่งอิสรภาพ” (Arbeitmachtfrei)
วันปลดปล่อยค่ายกักกันเมื่อวันที่ 27 มกราคม ค.ศ. 1945 โดยกองทัพโซ
เวียต เป็นวันที่ระลึกของวันราลึกถึงเหตุการณ์ฆ่าล้างเผาพันธุ์นานาชาติ
(International Holocaust Remembrance Day), วันราลึกถึงเหตุการณ์ฆ่า
ล้างเผาพันธุ์ในสหราชอาณาจักร และวันราลึกในวาระที่คล้ายคลึงกันใน
ประเทศอื่น ๆ
THANK
YOU

Auschwitz

  • 1.
  • 2.
    เกี่ยวกับโครงงาน ชื่อโครงงาน (ภาษาไทย) ค่ายนรก เอาชวิตซ์ ชื่อโครงงาน(ภาษาอังกฤษ) Auschwitz Camp ประเภทโครงงาน เพื่อการศึกษา ชื่อผู้ทาโครงงาน นางสาวศิริลักษณ์ หล้าจู ชั้น ม.6/2 เลขที่ 38 นางสาวนิชฌาน เต๋ติยะ ชั้น ม.6/2 เลขที่ 41 ชื่อที่ปรึกษา คุณครู เขื่อนทอง มูลวรรณ์ ระยะเวลาดาเนินงาน ธันวาคม 2558 – กุมภาพันธ์ 2559
  • 3.
    วัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2โดยเน้นเรื่องการฆ่าล้าง เผ่าพันธุ์ของนาซี 2. ที่ค่ายกักกันเอาชวิตซ์ 3. เพื่อศึกษาและนาไปเผยแพร่แก่บุคคลที่ไม่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ 4. เพื่อต่อต้านกับบุคคลที่เห็นด้วยกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่ไร้มนุษยธรรม
  • 4.
    ที่มาและความสาคัญ แม้ว่าในอดีตที่ผ่านมาของมนุษยชาติปรากฏเหตุการณ์อัน เกี่ยวกับการกระทาที่เป็นการทาลายล้างเผ่าพันธุ์นับครั้งไม่ถ้วน แต่ข้อ ความคิดในทางกฎหมายเกี่ยวกับการทาลายล้างเผ่าพันธุ์นั้นยังเป็น เรื่องใหม่และเพิ่งได้รับการพัฒนาเป็นครั้งแรกหลังจากการกระทาอัน ทารุณโหดร้ายของพรรคนาซีเยอรมันต่อประชาชนเชื้อสายยิว ใน สงครามโลกครั้งที่2 โดยเงื่อนไขของการกระทาที่เป็นการทาลายล้าง เผ่าพันธุ์มีที่มาครั้งแรกจากแนวคิดของ Raphael Lemkin นักกฎหมาย ชาวโปแลนด์ผู้ซึ่งมีส่วนสาคัญอย่างยิ่งในการเสนอให้มีการจัดทา อนุสัญญาเกี่ยวกับอาชญากรรมทาลายล้างเผ่าพันธุ์ขึ้น
  • 5.
    ที่มาและความสาคัญ คานิยามโดย Lemkin นั้นคือการกระทาที่ผู้กระทามีความมุ่งหมายให้ เป็นการร่วมกันวางแผน เพื่อที่จะทาลายรากฐานที่สาคัญในการดารงอยู่ของ กลุ่ม (essential foundations of the life of a group) ด้วยวัตถุประสงค์ใน การจากัดกลุ่มนั้นให้หมดสิ้นไป เนื่องจากการกระทาความผิดฐานทาลายล้าง เผ่าพันธุ์เป็นรูปแบบหนึ่งของอาชญากรรมระหว่างประเทศร้ายแรง โดยการ สังหารกลุ่มคนจานวนมากด้วยเหตุผลของความแตกต่างทางเชื้อชาติ ศาสนา สีผิวหรือเหตุผลอื่น ดังนั้นการทาลายล้างเผ่าพันธุ์จึงเป็นการกระทาที่มีความ รุนแรงสูงสุด เนื่องจากผู้กระทานั้นไม่คานึงถึงคุณค่าของการมีชีวิตของเพื่อน มนุษย์และมุ่งหมายที่จะกาจัดกลุ่มคนกลุ่มที่แตกต่างจากตนออกไปอย่างถอน รากถอนโคน
  • 6.
    หลักการและทฤษฎี “ค่ายกักกัน” (Concentration Camp)คือสถานที่ที่รัฐใช้กักขังนักโทษ หรือกักกันบุคคลเฉพาะกลุ่ม ด้วยเหตุผลทางการเมือง เช่น นักโทษการเมือง บุคคลที่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐบาลหรือพลเมืองเชื้อชาติใดเชื้อชาติหนึ่ง นักโทษเหล่านี้ จะถูกจับโดยไม่มีการสอบสวนตามกระบวนการยุติธรรม และไม่มีกาหนดเวลาการ ปล่อยตัว ทั้งยังถูกตัดสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษยชาติด้วย ค่ายกักกันเริ่มมี ครั้งแรกเมื่อสงครามบัวร์ (ค.ศ.1899-1902) ใน แอฟริกาใต้ ตามแนวคิดของ “ลอร์ดฮอเรวีโอ คิชเนอร์” แม่ทัพอังกฤษที่สั่งให้ ควบคุมผู้หญิงและเด็กชาวบัวร์ไว้ในค่ายเพื่อไม่ให้คน เหล่านี้มีโอกาสช่วยเหลือชาย ชาญทหารบัวร์ที่กาลังทาสงครามกับอังกฤษ ถึง ค.ศ.1930 ค่ายกักกันถูก ก่อสร้างใช้งานอีกครั้งตามคาสั่ง “อดอล์ฟ ฮิตเลอร์” ผู้นาพรรคแรงงานสังคม นิยมแห่งชาติเยอรมัน หรือพรรคนาซี มีทั้งหมดประมาณ 50 แห่ง
  • 7.
    หลักการและทฤษฎี สภาพโดยทั่วไปประกอบด้วยโรงทหาร กระท่อมหรือกระโจมที่พักผู้ ต้องกัก บริเวณรอบค่ายจะมีป้อมยามรั้วลวดหนามล้อมรอบไฮน์ริชฮิมม์ เลอร์ ผู้บัญชาการหน่วยเอสเอสทาหน้าที่ควบคุม เขาใช้ค่ายกักกันที่เมือง ดาเชาเป็นศูนย์บัญชาการ ค่ายกักกันของฮิมม์เลอร์ต้องการคน 2 ประเภท 1.บุคคลที่เป็นศัตรูทางการเมืองของพรรคนาซี ซึ่งมักใช้เป็นข้ออ้างในการ กาจัดศัตรูทางการเมือง หรือสมาชิกทรยศ รวมไปถึงชาวยิว2.บุคคลที่ไร้ คุณค่าตามหมายหมายของพรรคนาซี หมายถืงพวกยิปซี โสเภณี พวกรักร่วม เพศ และพวกที่เคยโดนคดีถูกลงโทษแล้วยังกระทาผิดถูกดาเนินคดีอีก
  • 8.
    หลักการและทฤษฎี ชื่อของค่ายกักกันมาจากชื่อของเมือง "ออชเฟียนชิม" (Oświęcim)หลังจากการ บุกครองโปแลนด์ ในเดือนกันยายน ค.ศ. 1939 ออชเฟียนชิมของโปแลนด์ก็ถูกผนวก เข้าเป็นส่วนหนึ่งของนาซีเยอรมนีและเปลี่ยนชื่อเป็นเอาชวิทซ์ (Auschwitz) ซึ่งเป็นชื่อใน ภาษาเยอรมัน ส่วนเบียร์เคเนา (Birkenau) เป็นชื่อในภาษาเยอรมันที่แผลงมาจาก "บเจ ชิงคา" (Brzezinka, ต้นเบิร์ช) ซึ่งเป็นชื่อหมู่บ้านเล็ก ๆ ไม่ไกลนักที่ต่อมาถูกเยอรมนี ทาลายเกือบทั้งหมด Auschwitz Concentration Camp ค่ายกักกันเอาชวิตซ์ อยู่ทางเหนือของ โปแลนด์ ( Poland ) ชื่อเรียกรวมของค่ายกักกันขนาดใหญ่ 2 แห่ง และค่ายย่อยอีก 36 แห่ง ค่ายเอาชวิตซ์ ถูกใช้เป็นที่สังหารหมู่ชาวยิว และยิปซี เพียงเพราะ อดอล์ฟ ฮิต เลอร์ (Adolf Hitler) เห็นว่าพวกนี้ ไม่มีผิวสีขาว ผมสีทอง และนัยน์ตาสีฟ้าเหมือนตน ซึ่งเป็นสายเลือดที่ไม่บริสุทธิ์
  • 9.
    หลักการและทฤษฎี จึงทาการรวบรวมชาวยิว และชาวยิปซี จากทุกพื้นที่ในอณานิคมของตนส่งมาทาลายที่ ค่ายเอาชวิตซ์ กว่า 1.1 ล้านคนที่ต้อง ตาย ในค่ายเอาชวิตซ์ ค่ายกักกันเอาชวิทซ์ หรือ ค่ายกักกันเอาชวิทซ์-เบียร์เคเนา (อังกฤษ: Auschwitz concentration camp หรือ Auschwitz-Birkenau) เป็นค่ายกักกันและค่ายมรณะที่ใหญ่ที่สุด ในบรรดาค่ายกักกันของนาซีของนาซีเยอรมนีที่ทาการระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง ผู้บังคับบัญชาการของค่ายรูดอล์ฟ เฮิสส์ (Rudolf Höss) ให้การในการพิจารณาคดี เนือร์นแบร์ก (Nuremberg Trials) ว่าประชากรถึงราว 3 ล้านคนเสียชีวิตที่ค่ายกักกันเอาช วิทซ์ แต่พิพิธภัณฑ์แห่งรัฐเอาชวิทซ์-เบียร์เคเนาปรับตัวเลขเป็น 1.1 ล้านคน ประมาณร้อยละ 90 ของผู้ถูกสังหารเป็นชาวยิวจากเกือบทุกประเทศในยุโรป ผู้ประสบชะตากรรมเกือบทั้งหมด ถูกสังหารในห้องรมก๊าซโดยใช้ก๊าซ Zyklon B การเสียชีวิตอื่นมาจากความอดอยาก การ บังคับใช้แรงงาน การขาดการดูแลทางสุขภาพ การถูกสังหารตัวต่อตัว และ “การทดลองทาง แพทย์”
  • 10.
    หลักการและทฤษฎี ในปี ค.ศ. 1947เพื่อเป็นการระลึกถึงผู้เสียชีวิต โปแลนด์ก็ก่อตั้ง พิพิธภัณฑ์ ณ ที่ตั้งของค่ายกักกันของสองค่าย เมื่อมาถึง ค.ศ. 1994 ก็มีผู้ มาเยี่ยมค่ายกักกันถึง 22 ล้านคน - 700,000 คนต่อปี - ที่ผ่านประตูที่มี อักษรบนเหล็กดัดเหนือประตูว่า “การทางานนามาซึ่งอิสรภาพ” (Arbeit macht frei) วันปลดปล่อยค่ายกักกันเมื่อวันที่ 27 มกราคม ค.ศ. 1945 โดยกองทัพโซเวียต เป็นวันที่ระลึกของวันราลึกถึงเหตุการณ์ฆ่าล้างเผา พันธุ์นานาชาติ (International Holocaust Remembrance Day), วันราลึก ถึงเหตุการณ์ฆ่าล้างเผาพันธุ์ในสหราชอาณาจักร และวันราลึกในวาระที่ คล้ายคลึงกันในประเทศอื่น ๆ
  • 11.
  • 12.
    วิธีการดาเนินงาน แนวทางดาเนินงาน 1. กาหนดหัวข้อและชื่อเรื่องที่จะจัดทาโครงงาน โดยเลือกจากเรื่องที่สนใจ 2.รวบรวมข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ต หนังสือ และอื่นๆ 3. วิเคราะห์ข้อมูลว่า ข้อมูลที่ได้มา ว่าเป็นข้อมูลที่เชื่อถือได้มากหรือน้อยแค่ไหน 4. ทาการเรียบเรียงเนื้อหาที่ได้เพื่อนาเสนอเป็นรูปแบบโครงงาน 5. ทาการสรุปและประเมิณผล 6. นาเสนอและแก้ไขข้อบกพร่อง เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ 1. คอมพิวเตอร์ 2. อินเตอร์เน็ต
  • 13.
    ผลที่คาดว่าจะได้รับ 1. มีคนตระหนักและเข้าใจในสิทธิมนุษยชนมากขึ้น ไม่มีคนคิดเอาเปรียบผู้อื่นและมีการ แบ่งปันกันมากขึ้น 2. ไม่นาสิ่งที่นาซีทาไปปฏิบัติ และไม่ตอกย้าอดีตของผู้อื่นที่เคยโดนเอาเปรียบ
  • 14.
  • 15.
    Auschwitz ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ค.ศ.1939-1945พรรคนาซีสร้างค่ายกักกันขึ้น มากมาย กวาดต้อนชาวโปแลนด์ ยูเครน รัสเซีย และยิวมาคุมขังและใช้แรงงาน สร้างโรงงานอุตสาหกรรมและโรงงานผลิตอาวุธป้ อนหน่วยเอสเอสและเป็น สุสานทาลายล้างเผ่าพันธุ์ยิว (นาซีเรียกว่าการแก้ปัญหาชาวยิวครั้งสุดท้าย) ค่ายกักกันที่ต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ไม่รู้ลืมคือค่ายกักกันเอาช์วิตซ์ ยิวถูกกวาดต้อนเข้าห้องรมแก๊สสังหารหมู่ เช่นเดียวกับที่เบลเซก โซบิบอร์ ไมดา เนก เตรบลินกา ซึ่งค่ายกักกันเหล่านี้อยู่ในประเทศโปแลนด์
  • 16.
    Auschwitz ค่ายกักกันเอาชวิทซ์ หรือ ค่ายกักกันเอาชวิทซ์-เบียร์เคเนา(อังกฤษ: Auschwitz concentration camp หรือ Auschwitz-Birkenau) เป็นค่าย กักกันและค่ายมรณะที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาค่ายกักกันของนาซีของนาซีเยอรมนี ที่ทาการระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง
  • 18.
    Auschwitz Auschwitz Concentration Campค่ายกักกันเอาชวิตซ์ อยู่ทางเหนือของ โปแลนด์ ( Poland ) ชื่อเรียกรวมของค่ายกักกันขนาดใหญ่ 2 แห่ง และค่าย ย่อยอีก 36 แห่ง ค่ายเอาชวิตซ์ ถูกใช้เป็นที่สังหารหมู่ชาวยิว และยิปซี เพียง เพราะ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ (Adolf Hitler) เห็นว่าพวกนี้ ไม่มีผิวสีขาว ผมสีทอง และนัยน์ตาสีฟ้ าเหมือนตน ซึ่งเป็นสายเลือดที่ไม่บริสุทธิ์ จึงทาการรวบรวม ชาวยิว และชาวยิปซี จากทุกพื้นที่ในอาณานิคมของตน ส่งมาทาลายที่ค่ายเอาช วิตซ์ กว่า 1.1 ล้านคนที่ต้อง ตาย ในค่ายเอาชวิตซ์
  • 19.
    Auschwitz ชื่อของค่ายกักกันมาจากชื่อของเมือง "ออชเฟียนชิม" (Oświęcim)หลังจาก การบุกครองโปแลนด์ ในเดือนกันยายน ค.ศ. 1939 ออชเฟียนชิมของ โปแลนด์ก็ถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของนาซีเยอรมนีและเปลี่ยนชื่อเป็นเอาช วิทซ์ (Auschwitz) ซึ่งเป็นชื่อในภาษาเยอรมัน ส่วนเบียร์เคเนา (Birkenau) เป็นชื่อในภาษาเยอรมันที่แผลงมาจาก "บเจชิงคา" (Brzezinka, ต้นเบิร์ช) ซึ่ง เป็นชื่อหมู่บ้านเล็ก ๆ ไม่ไกลนักที่ต่อมาถูกเยอรมนีทาลายเกือบทั้งหมด
  • 20.
  • 21.
    Mustard gas experiments เป็นทหารแคนนาดาที่ถูกแก๊สมัสทาร์ท จะเห็นว่าเกิดบาดแผลพรุพองทั่วร่างกาย
  • 22.
    Auschwitz ประมาณกันว่าในค่ายกักกันเอาช์วิตซ์ ห้องรมแก๊สสามารถบรรจุได้ คราวละ 2,000คน และมีชาวยิวเสียชีวิตที่นี่ประมาณ 3 ล้านคน ใน จานวนนี้ถูกรมแก๊ส 2.5 ล้านคน ที่เหลือเสียชีวิตด้วยความอดอยาก โรคภัย และถูกยิงทิ้งคาปากหลุมที่ตัวเองได้รับคาสั่งให้ขุด
  • 23.
  • 24.
    Auschwitz ผู้บังคับบัญชาการของค่ายรูดอล์ฟเฮิสส์ (Rudolf Höss)ให้การในการ พิจารณาคดีเนือร์นแบร์ก (Nuremberg Trials) ว่าประชากรถึงราว 3 ล้านคน เสียชีวิตที่ค่ายกักกันเอาชวิทซ์ แต่พิพิธภัณฑ์แห่งรัฐเอาชวิทซ์-เบียร์เคเนา ปรับตัวเลขเป็น 1.1 ล้านคน ประมาณร้อยละ 90 ของผู้ถูกสังหารเป็น ชาวยิวจากเกือบทุกประเทศในยุโรป ผู้ประสบชะตากรรมเกือบทั้งหมดถูก สังหารในห้องรมก๊าซโดยใช้ก๊าซ Zyklon B การเสียชีวิตอื่นมาจากความอด อยาก การบังคับใช้แรงงาน การขาดการดูแลทางสุขภาพ การถูกสังหารตัวต่อ ตัว และ “การทดลองทางแพทย์”
  • 25.
    Auschwitz ในปี ค.ศ. 1947เพื่อเป็นการระลึกถึงผู้เสียชีวิต โปแลนด์ก็ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ ณ ที่ตั้งของค่ายกักกันของสองค่าย เมื่อมาถึง ค.ศ. 1994 ก็มีผู้มาเยี่ยมค่าย กักกันถึง 22 ล้านคน - 700,000 คนต่อปี - ที่ผ่านประตูที่มีอักษรบน เหล็กดัดเหนือประตูว่า “การทางานนามาซึ่งอิสรภาพ” (Arbeitmachtfrei) วันปลดปล่อยค่ายกักกันเมื่อวันที่ 27 มกราคม ค.ศ. 1945 โดยกองทัพโซ เวียต เป็นวันที่ระลึกของวันราลึกถึงเหตุการณ์ฆ่าล้างเผาพันธุ์นานาชาติ (International Holocaust Remembrance Day), วันราลึกถึงเหตุการณ์ฆ่า ล้างเผาพันธุ์ในสหราชอาณาจักร และวันราลึกในวาระที่คล้ายคลึงกันใน ประเทศอื่น ๆ
  • 26.