อันเนื่องมาจากลูกๆ
มีเรื่องที่ไดเรียนรูเพราะลูกหลายเรื่องที่อยากเขียนไว บางเรื่องก็เปนเพียงเรื่องสนุกๆ แตบางเรื่องก็
...
สิ่งที่ประทับใจจากงานวันแรกพบกับโรงเรียน
มอ.ว.
โอ-อโณ
(ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ)
21 กุมภาพันธ 2006 01:16 น.
http://www.goto...
ภาษาไทยไมงายอยางที่คิด
โอ-อโณ
(ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ)
22 กุมภาพันธ 2006 00:00 น.
http://www.gotoknow.org/posts/16285
...
ตั้งกฎในการเลนคอมพ...ฝกวินัยใหลูก
โอ-อโณ
(ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ)
24 กุมภาพันธ 2006 23:50 น.
http://www.gotoknow.org/...
การอานภาษาไทยของเด็กไทยที่ไปโต
เมืองนอก
โอ-อโณ
(ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ)
27 กุมภาพันธ 2006 21:45 น.
http://www.gotoknow.o...
AAR ชวนลูกไปวายนํ้า
โอ-อโณ
(ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ)
10 มีนาคม 2006 23:50 น.
http://www.gotoknow.org/posts/18474
พวกเราทํา...
การอานภาษาไหนๆก็ไมงายหรอก
โอ-อโณ
(ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ)
11 มีนาคม 2006 16:53 น.
http://www.gotoknow.org/posts/18514
ว...
อันตรายจากสนามบาสรอนๆตอนบาย
โอ-อโณ
(ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ)
13 มีนาคม 2006 23:36 น.
http://www.gotoknow.org/posts/18712
...
เร็วกวาที่คาดจากสามหนุมนอย
โอ-อโณ
(ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ)
20 มีนาคม 2006 23:18 น.
http://www.gotoknow.org/posts/20025
...
ลูกนารักเพราะใคร
โอ-อโณ
(ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ)
28 มีนาคม 2006 00:04 น.
http://www.gotoknow.org/posts/21216
ไดยินคําเปร...
อันเนื่องมาจากบันทึกของ Dr .Ka-Poom เกี่ยว
กับ constructivism
โอ-อโณ
(ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ)
29 มีนาคม 2006 22:06 น.
http...
วิเคราะหวิธีการเลี้ยงลูก
โอ-อโณ
(ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ)
31 มีนาคม 2006 21:33 น.
http://www.gotoknow.org/posts/21652
ผาน...
ทําไมคุณครูไมสอนแบบที่มันไมยากบางนะ
โอ-อโณ
(ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ)
6 เมษายน 2006 23:46 น.
http://www.gotoknow.org/post...
ใครรูความหมายของคําวา "ปทัฏฐาน" และ
"วัชชะ" ของคุณชายขอบบาง
โอ-อโณ
(ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ)
20 เมษายน 2006 11:31 น.
htt...
หากทานผูรูทานใดจะชวยตอยอดขยายความเกี่ยวกับคําเหลานี้ใหกระจางขึ้นไดอีก จะ
เปนพระคุณอยางสูงคะ
แปลไป แลวก็แปลมา...เรื่องภาษานาสนุก
โอ-อโณ
(ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ)
24 เมษายน 2006 00:58 น.
http://www.gotoknow.org/post...
นักเรียนสมัยนี้ ตองเรียนพิเศษกันทุกคนหรือ
โอ-อโณ
(ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ)
25 เมษายน 2006 01:06 น.
http://www.gotoknow.org...
สื่อสรางสรรคสําหรับเด็กทําไมถึงไมสนุก สื่อ
ทีวี สื่ออะไร...
โอ-อโณ
(ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ)
26 เมษายน 2006 00:19 น.
htt...
ภาษาไทยไมยากเทาไหร...หรือเปลานะ?
โอ-อโณ
(ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ)
30 เมษายน 2006 21:19 น.
http://www.gotoknow.org/posts...
แมเปลี่ยนใจแลว...ไมงายหรอก ภาษาไทย ใครรูชวยอธิบายที่มาที่ไปของ 2 คํานี้หนอย
เถอะคะ
คิดถึงเจาตัวเล็ก
โอ-อโณ
(ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ)
12 พฤษภาคม 2006 23:48 น.
http://www.gotoknow.org/posts/28205
นองฟุงไปเข...
สงจุบๆ แบบที่เรามักจะทํากันเวลาแยกกัน นองฟุงทําทาเหมือนจะทําแบบที่เคยทํา คือ
สงจุบๆกลับมา แตแลวก็เปลี่ยนใจเปนแคย...
การพูดคุยกับลูก คือวิธีการที่ดีที่สุดในการเลี้ยง
ลูก
โอ-อโณ
(ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ)
14 พฤษภาคม 2006 00:07 น.
http://www.g...
เรารักเมืองไทยมาก...ถึงมากที่สุด
โอ-อโณ
(ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ)
21 พฤษภาคม 2006 23:47 น.
http://www.gotoknow.org/posts/30...
เห็น เพราะพลังนี้แหละที่จะทําใหเราทําทุกอยางเพื่อบานเมืองของเรา ทําโดยไมรูตัว ทํา
จนเปนจิตวิญญาณ ชวยกันนะคะ ไดผลแน...
การใช KM ที่ใกลตัวที่สุด ก็คือ...การเลี้ยงลูก
นี่เอง
โอ-อโณ
(ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ)
24 พฤษภาคม 2006 12:57 น.
http://www...
ชวยลูกทําการบาน ...สงสารทั้งเด็กและคุณครู
ไทยเรา
โอ-อโณ
(ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ)
13 มิถุนายน 2006 23:04 น.
http://www.go...
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ
Upcoming SlideShare
Loading in …5
×

รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ

1,424 views

Published on

0 Comments
0 Likes
Statistics
Notes
  • Be the first to comment

  • Be the first to like this

No Downloads
Views
Total views
1,424
On SlideShare
0
From Embeds
0
Number of Embeds
2
Actions
Shares
0
Downloads
27
Comments
0
Likes
0
Embeds 0
No embeds

No notes for slide

รวมบันทึกอันเนื่องมาจากลูกๆ

  1. 1. อันเนื่องมาจากลูกๆ มีเรื่องที่ไดเรียนรูเพราะลูกหลายเรื่องที่อยากเขียนไว บางเรื่องก็เปนเพียงเรื่องสนุกๆ แตบางเรื่องก็ คิดวาคงมีประโยชนกับผูอื่นบาง
  2. 2. สิ่งที่ประทับใจจากงานวันแรกพบกับโรงเรียน มอ.ว. โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 21 กุมภาพันธ 2006 01:16 น. http://www.gotoknow.org/posts/16172 วันเสารที่ผานมา ไดเขาฟงคําบรรยายเกี่ยว กับ โรงเรียนมอ.วิทยานุสรณ สําหรับระดับม.4 ไดเขาใจ หลักการและวัตถุประสงคของการจัดตั้งโรงเรียนนี้ รูสึกประทับใจและชื่นชม เพราะหลังจากที่ลูกๆ กลับมาใชชีวิตนักเรียนประถม และมัธยมที่บานเราไดสองสามเดือนแลว ตัวเราเองรูสึกสงสารชีวิต ของเคาเมื่อเทียบกับตอนอยูที่ออสเตรเลีย แตตองบอกวาการเรียนที่โนนก็คงมีสวนทําใหพวกเคา รูสึกสนุกสนานกับการเรียนที่นี่ (ทั้งๆที่รูเรื่องบางไมรูเรื่องบาง กับศัพทภาษาไทยในหนังสือซึ่งเปน ภาษาเขียนที่ลูกไมคุนเลย) จากการที่เคาไดเรียนแบบสนุกสนานที่โรงเรียน การบานเล็กนอย สุด สัปดาหไมมีการบานเปนเวลาอานหนังสืออานเลนอะไรก็ได มาเปนเรียนเต็มที่ การบานเพียบ ทํา กันตั้งแตกลับถึงบานจนเกือบสองทุม บางครั้งก็ยังไมเสร็จดวยซํ้า รูสึกวามอว.กําลังจะมาเปนทางเลือกใหม ที่แสดงใหเห็นวาการเรียนใหสนุกก็สามารถสัมฤทธิ์ผลได ไดฟงอาจารย ปริญญา อรุณวิสุทธิ์ ทานรองผอ.โรงเรียนเปรียบเทียบเด็กสองแบบ คือ แบบแรก เปรียบเปนสีแดงเปนพวกที่ชอบเรียน มีการบานก็ขยันทํา ชอบอานหนังสือ ไปหองสมุดแลวมี ความสุข กับอีกแบบเปนสีเหลือง แบบนี้ชอบเฮฮาสนุกสนาน เลนเกมสคอมพิวเตอร แบบนี้พอ แมตองบริหารปากกันเสมอ เมื่อไหรจะทําการบาน เมื่อไหรจะอานหนังสือ ทานบอกวา หนาที่ของ เราพอแม และโรงเรียนคือทําใหลูกของเราเปนสีสม คือรูจักเรียนและมีความสุนทรียใน การใชชีวิตดวย ระแวดระวังดูแลไมใหสารพัดสีเลอะเทอะอื่นๆในสังคมมาปนเปอนพวกเขา ปรับ แตงลูกๆใหเปนคนดีมีความสุข ไดเปนไดทําสิ่งที่เคาสามารถทําไดใหเต็มศักยภาพแตเปน ไปอยางมีความสุข ไมใชจัดการใหเคาเปนแบบที่เราคิดวาดีกับตัวเคา ลูกตองเปนผูเลือกตัดสินใจ เอง โดยมีเราเปนผูใหขอมูลและคําปรึกษา สงเสริมเคาใหรูศักยภาพของตัวเอง คนพบวาตัวเองชอบ อะไร ไมใชพอแมอยากใหเปนอะไร เปนบายวันแนะนําโรงเรียนที่มีคุณคาสําหรับตัวเอง และหวังวาทางโรงเรียนจะสามารถพิสูจนใหคน ไดรูวา การเรียนรูแบบบูรณาการเปนการเรียนรูที่ยั่งยืน เราควรจะชวยกันทําใหระบบการ ศึกษาของเราปรับเปลี่ยนไปไดแลว เชื่อวาจะเปนแบบอยางที่ดีของโรงเรียนอื่นๆไดหากผลผลิตที่ ออกมาเปนพลังที่ดีของสังคม
  3. 3. ภาษาไทยไมงายอยางที่คิด โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 22 กุมภาพันธ 2006 00:00 น. http://www.gotoknow.org/posts/16285 เจาตัวโตเอามาทายใหอานใหฟง เราก็อานดวยความมั่นใจ แตเชื่อไหมวาสองคํานี้ สตรี ไมไดอาน วา สะ-ตรี และ เสวก ไมไดอานวา สะ-เหวก หากทานอานแบบนี้อยูขอใหรูวาไมตรงตามที่บอกไวใน พจนานุกรมราชบัณฑิตยสถานนะคะ
  4. 4. ตั้งกฎในการเลนคอมพ...ฝกวินัยใหลูก โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 24 กุมภาพันธ 2006 23:50 น. http://www.gotoknow.org/posts/16732 ไดฟงขาววันนี้เรื่องเด็กเปนโรคนิ้วมือหงิกงอเพราะเลนคอมพนานๆแลว นึกดีใจที่เราตั้งกฎประจํา บานมานานแลวจนเปนธรรมเนียมวา ทุกคนจะอยูหนาคอมพไดครั้งละไมเกินครึ่งชั่วโมง ถาใครมีลูก เล็กๆที่กําลังเริ่มจะติดคอมพ ถายึดขอปฎิบัตินี้ไว สรางนิสัยใหลูกรูวา เลนไดแตควรลุกไปทําอยาง อื่นบาง (ใหหามเลยก็ดูจะเปนไปไดยาก สําหรับบานสวนใหญ) เลนนานๆเกินครึ่งชั่วโมงจะมีผลเสีย เคาจะไดคิดไดเองวาที่เราบอกนั้นเปนสิ่งที่เปนประโยชนกับตัวลูกเอง
  5. 5. การอานภาษาไทยของเด็กไทยที่ไปโต เมืองนอก โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 27 กุมภาพันธ 2006 21:45 น. http://www.gotoknow.org/posts/17044 นองฟุง ลูกชายคนเล็ก ติดตามไปตอนคุณแมไปเรียนตอที่ออสเตรเลียตั้งแตเคา อายุ 2 ขวบ ยังพูด ไมไดเลย (เปนเด็กพูดชา) ดังนั้นจึงไปเริ่มพูดเอาที่โนน แตดีที่เคาขอใหพวกเราพอแมและพี่ชาย 2 คนพูดไทยกับเคาที่บาน เราจึงมีกฎวา ตองพูดไทยในบาน หามพูดภาษาอังกฤษ ที่ตองมีกฎนี้ เพราะเจาพี่ชายทั้งสองที่อายุ 7 และ 8 ขวบตอนไป โดนเพื่อนที่โรงเรียนวา เวลาพูดกันเปนภาษา ไทย (เพราะเคาฟงไมรูเรื่อง) ก็เลยชอบคุยกันเวลาเลนดวยกันเปนภาษาอังกฤษ แลวก็ติดมาที่บาน นองฟุงจะเปนคนคอยดุวาใหพูดไทย เคาจึงสามารถฟงและพูดภาษาไทยไดดี (เราคิดกันเอง) แต ปรากฎวาครั้งแรกๆที่เจอนาๆนักเรียนไทย มีบางคนมาถามคุณแมวา นองฟุงพูดภาษาอะไรคะ ฟงไมคอยรูเรื่อง จะวาภาษาอังกฤษก็ไมใช ตองฟงกันสักพักจึงเขาใจ เพราะจริงๆนองฟุงพยายามพูด ไทย (ที่พวกเราพอแมคิดวาพูดไดดี เพราะเราฟงรูเรื่อง แตจริงๆมันไมใชแบบที่คนไทยทั่วๆไปพูดกัน เคาจะพูดแบบประโยคภาษาอังกฤษแปลมาเปนไทย) กลับมาแลวไดสามสี่เดือน นองฟุงอานภาษาไทยไดคลองแลว แตก็ยังมีอะไรใหเราไดฮาเสมอ เชน นองฟุงจะอาน ปาดังเบซาร วา ปา-ดัง-บะ-เซา แลวก็เถียงเวลาเราบอกเสียงที่ถูกวา ก็เหมา, เศรายัง อานวา เหมากับเสา เลย ไมใช เห-มา หรือ เส-รา ปายทางเขาที่เขียนเฉลิมฉลองพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวเอาไว นองฟุงก็อานวา ที-คา-ยุ-โก- โหด-มะ-หา-รา-ชา พอบอกวา โห-ตุ นองก็ยกตัวอยางวาทําไมไมเหมือน เหตุละ ทําใหนึกถึงที่มีอาจารยมาบนใหฟงวาเจอเด็กมหาวิทยาลัยแลว อาน one, misuse วา ออน-เน กับ มิ- ซู-ซี นึกไมออกเหมือนกันวาจะโทษอะไรดี ก็คง ตองชวยๆกันแกไขและบอกตอ เหมือนๆกับที่พวกเรา กําลังชวยนองฟุงกันอยู
  6. 6. AAR ชวนลูกไปวายนํ้า โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 10 มีนาคม 2006 23:50 น. http://www.gotoknow.org/posts/18474 พวกเราทําบัตรวายนํ้าของศูนยกีฬากันมาตั้งแต ปลายมกราฯ บอกหนุมนอยนักวายนํ้าทั้งสองวา สระอยูตรงนี้นะลูก อยากไปเมื่อไหรไปไดเลย เดินไปใกลนิดเดียว กอนเราจะกลับมา ทั้งสองหนุม วายนํ้าเปนประจําอาทิตยละ อยางนอย 4 วัน ระยะทางไปสระก็อยูไมใกลไมไกลไปกวาสระที่นี่ แต ปรากฎวาไมมีใครไปลงสระเลย แตอาทิตยนี้เราไดไปวายกันมาแลว คุณแมเลยขอ After Action Review (AAR) เสียหนอย (ฟรีสไตลอีกตามเคยคะ) สิ่งที่คาดวาจะไดรับ ตอนแรกที่บอก คิดวาลูกๆจะไปกันในไมชาหลังจากมีบัตรแลว แตเวลาผานมาเกือบสองเดือน ลูกๆ ไมถึงสระสักที เลยคิดวาเอาละ เราจะไปวายนํ้าแลวชวนเขาไปดวย ทั้งสองหนุมไปอยาง happy พอใจกันหมดกับการตื่นแตเชา กอน 6 โมงแลวก็เดินคุยกันไปถึงสระ วายกันไมเลิก ชวนใหขึ้น เพราะแมตองไปทํางาน สองหนุมบอกวาจะกลับกันเอง ^o^ ทําไมถึงไมสําเร็จในตอนแรก เพราะเราไมไดลงมือทําเปนผูนํา แคแนะนําชี้ชวนไมเพียงพอ ขอคิดสําหรับตัวเองในฐานะพอแม อยากใหลูกทําอะไร เราตองทําเปนตัวอยางกอน อะไรๆที่เราบอกวาดี ถาเราเองไมลงมือทําหรือทํา ยังไมได ก็คงยากที่จะเข็นใหลูกทํา ทําใหนึกถึง ขําขัน ที่เพิ่งอานมาไมนานนี้จาก forward mail (เลยไมสามารถอางที่มาได) ขอนํามาเลา ตอนะคะ ลูก: ทําไมเราไมมีบานใหญๆ รถสวยๆเหมือนคนอื่นละพอ พอ: ถาลูกอยากมีแบบนั้น ลูกตองตั้งใจเรียนใหเกงๆจะไดมีงานดีๆ ทําเงินไดเยอะๆ นะลูก ลูก: แลวทําไมตอนเด็กๆพอไมตั้งใจเรียนละ พอ
  7. 7. การอานภาษาไหนๆก็ไมงายหรอก โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 11 มีนาคม 2006 16:53 น. http://www.gotoknow.org/posts/18514 วันนี้นอกจากไดอาน ความคิดเห็นที่ทําใหขํา (โปรดอยาคิดวาเปนการดูถูก ถามีคนขําเวลาเราพูด ภาษาผิดๆ เราควรดูใหเปนเรื่องสนุก เพราะเราเองก็ตองเคยผิด ไมอะไรก็อะไรสักอยาง) โดยเฉพาะ ที่คุณขจิต เลาวาเด็กอาน sometimes วา โซมีติเมต ทั้งๆที่รับรองวา ตองเขาใจแนนอน ถาไดยินเรา พูดวา ซัม ไทม (อานไท แบบมีม. ตามนิดๆ) วันนี้เด็กไทยที่บานก็มีเรื่องใหขํา เคารูจักคําวา อมตะ (พูดแลวเขาใจรูความหมาย) แตไมเคยอานที่เปนตัวหนังสือมากอน เคาอานวา อม-ตะ แลวก็สงสัย กันวา อม-ตะ นะ คือ อม อะไร ตะ คืออะไร พอบอกวามันคือ อัม มะ ตะ ที่เคารูจักไง ไดขํากันอีก ขอยํ้าวา การที่เราหัวเราะอะไรแบบนี้ ควรมองใหเปนเรื่องขําขันสนุกสนาน ไมใชการดูถูก ก็เหมือน เวลาเราเห็นคนเหยียบกลวยหกลม มันตลก เราก็ขํา แตไมไดแปลวาเราสนุกที่เขาเจ็บ ตองหัวเราะ ใหเบาๆอยาใหเขาเขินเพราะถาเราลมแบบนั้น เราก็คงไมคิดวาขําเหมือนกัน
  8. 8. อันตรายจากสนามบาสรอนๆตอนบาย โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 13 มีนาคม 2006 23:36 น. http://www.gotoknow.org/posts/18712 เย็นวันอาทิตยที่ผานมา เจาตัวโตบอกวาไปดูเพื่อนๆเลน หายไปสักพัก วิ่งเขยงเทากลับมาบาน แผนเนื้อที่ฝาเทาเปดเปนแผง เหมือนเราปอกเปลือกมะละกอหรือมะมวงแบบมือไมอาชีพ (แผน หนาพอใชได) ขนาดประมาณอุงมือ บอกวาลางนํ้าไปรอบหนึ่งแลว เลือดหยดมาเปนทาง ตองพาไป ER หมอบอกวาเย็บไมไหวเพราะแผนมันไมหนามาก มีเฉพาะตรงปลายสุดที่เนื้อฉีกเขาไปลึกหนอย จะเย็บก็ลําบาก หลังจากฉีดยาชาให เลยตัดสินใจตัดทิ้งทั้งแผน แลวก็ตองพันผาไวแลวไปทําแผล ทุกวัน คงจะตองใชเวลาประมาณ 3 อาทิตย เปนอยางนอยจึงจะเปดตลอดได ปรากฏวา หลังจากเกิดเรื่อง เราไดทราบวา มีเด็กคนอื่นๆ อยางนอยก็ 2 รายแลวที่เคยเกิด เหตุเชนนี้ เพราะไปวิ่งบนสนามบาสที่รอนๆดวยเทาเปลา พอวิ่งแลวหนังซึ่งโดนความรอนจะ ไถไปกับพื้น แลวเปดออก เหมือนคนไข burn ถาไมทันรูสึกทีแรกก็จะยิ่งเปนแผลใหญ เจาตัวโต บอกวาตอนแรกไมรูสึก มีเด็กคนอื่นบอกวาเลือดออกที่เทาถึงรู เห็นแผลแลวหวาดเสียวมาก เพราะเหมือนแผล burn เราดีๆนี่เอง อยากเตือนทุกคนที่มี ลูกหลานทั้งเล็กทั้งโต อยาใหไปวิ่งเลนบนสนามบาส เทาเปลา ตอนที่พื้นยังรอนๆ เตือนให เด็กๆรูถึงอันตรายที่อาจจะเกิดไดเชนนี้เสียกอน ไมตองรอใหเจ็บเองเพื่อจะจํา เจาตัวโตบอกวาอยาก เลนแตใสรองเทาแตะอยูแลวมันไมสะดวก ก็เลยถอดรองเทาเลน คราวนี้จําแลววา จะกลับมาใส รองเทาผาใบกอนไปวิ่งบนสนามรอนๆ
  9. 9. เร็วกวาที่คาดจากสามหนุมนอย โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 20 มีนาคม 2006 23:18 น. http://www.gotoknow.org/posts/20025 วันอาทิตยตอนเย็น หนุมนอยคนกลางบอกวา แมสอนสรางบล็อกหนอยนะ เขาอยากเขียนบาง สมัครเรียบรอยแลวแตไมเขาใจวาจะเริ่มยังไง เจาตัวโตก็บอกวา สอนดวยแม มี password แลว เหมือนกัน เสร็จแลวเจาตัวเล็กก็บอกวาฟุงดวย ตองจับตัวคุยกันหนอยวา เอาอยางพี่เคาเฉยๆไมได นะ ลูกตองรูวาจะเขียนอะไร อยากเขียนอะไร และตองเขียนเปนประจํา ไหนบอกหนอยซิวา จะเขียนอะไร พอฟงแลวก็ไมอยากจะขัด เพราะ เขามีจุดที่คิดไวแลวจริงๆ เจาสองตัวโตตางก็มี ความ ตั้งใจของตัวเองวาอยากจะเขียนอะไรที่คอนขางแจมชัด สรุปวาลูกๆลงมือกอนที่แมจะตั้งตัวเสียอีก เพราะตั้งใจไววาจะชวนเขาเขียนกันบาง เพราะดูเหมือนเรื่องที่พวกเขาขยันเลาใหฟงนั้นมีหลาย มุมมองที่นาจะเขียนเก็บไว ตองขอขอบคุณ GotoKnow รวมถึงสคส.ที่ไดจัดใหมีเวทีนี้ขึ้น หวังไววาเด็กๆจะไดเรียนรูไปดวยจากการลงมือเขียนจากความคิดของตัวเอง ทั้งสามคนบอกวาขอสมัครเขาชุมชนเดียวกับที่แมอยูไดไหม ตองรีบบอกจุดประสงควา Smart Path จะเกี่ยวกับการพัฒนางาน (ถึงแมบล็อกพูดถึงภาษาอังกฤษจะเกี่ยวไมตรงนัก แตแมก็พยายามไม ออกนอกเรื่องมาก แกตัวเอาไวกอน) สวน Path Variety ถึงจะเขียนเรื่องหลากหลายได ก็จะ เปนของคนในภาควิชาฯ เพราะฉะนั้นลูกควรตั้งชุมชนเองเลย เหนนก็คิดวางั้นเอาเปนชุมชนที่รวมเรื่องของคนที่เคยอยูที่ออสเตรเลียแลวกัน คุณแมก็เลยตกลงจะ สมัครเขารวมดวย แลวลูกๆจะชวนนาๆอาๆทั้งที่เรียนจบกลับมาแลว และที่ยังเรียนอยูมารวมขบวน ดวย ฟงดูดีเชียว ตัวเองไดชวยเฉพาะนองฟุงบางในการพิมพ เพราะนองยังหาตัวหนังสือไมคอยเจอ จะทําไมทันใน เวลาสวนตัวที่มี (คนละไมเกินครึ่งชั่วโมงตอครั้ง) และภาษาไทยยังไมคอยแข็งแรง คุณแมเองยังตอง แปลความดวยอยูเลย แตก็ชื่นใจกับความตั้งใจของลูกจริงๆคะ เปนตัวอยางหนึ่งวา การชักจูงให ใครทําอะไร การทําเปนตัวอยางคือสิ่งที่ดีที่สุด
  10. 10. ลูกนารักเพราะใคร โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 28 มีนาคม 2006 00:04 น. http://www.gotoknow.org/posts/21216 ไดยินคําเปรยจากลูกชายผูนารัก วาเหนนไมอยากเปนลูกพอกับแมเลย ถามกลับไปวา ทําไมละลูก (ดูรูวาเขาพูดแบบ positive) เขาตอบวาเหนนไมอยากนารัก ฟงแลว....จะวาเขาใจ ก็ไมคอย...แตก็ ทําใหเก็บเอามาคิด รวมทั้งไดยินจากคําชมของคนอื่นๆวาลูกๆนารัก ทําใหอยากวิเคราะหเหมือนกัน วาลูกนารัก เพราะใคร..... อันดับแรก นาจะเปนเพราะ นิสัยพื้นฐานของเขาเอง อันนี้จะเห็นไดงายวาลูก 3 คนนารักไมเหมือน กัน ขึ้นกับวามองมุมไหน อันดับสอง คงเปนเพราะ วิธีที่เราพอแมใชในการเลี้ยงลูก เราพบวาวิธีที่เราใช ทําใหเราไดลูกที่คอน ขางมีเหตุผล มีวินัยในตัวเอง เคารพกฎระเบียบ ตัวเองเห็นวา มีคนอื่นๆอีกหลายคนที่เปนตัวอยางให เราในเรื่องนี้ ซึ่งตางคนตางก็มีเทคนิคที่ดีๆของตัวเอง ที่บางอยางก็สามารถใชไดเปนสากล แตอยางไรก็ตาม ตัวเองก็ยังระลึกถึงและเห็นดวยกับ The Prophet (ปรัชญาชีวิต) ของคาริล ยิล ราน ที่พูดถึง เด็ก วา พวกเขามาทางทาน แตไมใชมาจากทาน, และถึงแมเขาจะอยูกับทาน เขาก็ไมใชของทาน ทานอาจใหความรักแกเขาได แตไมใชความคิดของทาน เพราะพวกเขามีความคิดของ ตัวเอง คุณอาจไดตัวของเขาไว แตไมใชจิตวิญญาณของเขา , เพราะวิญญาณของเขาอยูในโลกแหงอนาคต ที่คุณไมสามารถจะไปถึงได แมในความฝน คุณอาจพยายามจะเปนแบบเขาได แตอยาทําใหเขาเหมือนทาน เพราะฃีวิตไมเดินถอยหลังหรือผูกติดกับวันวาน บันทึกวันนี้เพียงเพราะตองการปลดปลอยสิ่งที่ติดอยูในใจ พวกเขาจะนารักเพราะใคร ก็ไมสําคัญ เทากับการที่พวกเขาจะคงความนารักที่มีอยูตอๆไปในอนาคต เปนคนดี มีคุณคา รักตัวเองและเพื่อน มนุษย จึงจะทําใหตัวเอง ในฐานะ แม เชื่อวาไดทําหนาที่ที่สําคัญที่สุดของการเกิดเปนมนุษยแลว โชคดีมีโอกาสสรางพวกเขาขึ้นมา
  11. 11. อันเนื่องมาจากบันทึกของ Dr .Ka-Poom เกี่ยว กับ constructivism โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 29 มีนาคม 2006 22:06 น. http://www.gotoknow.org/posts/21634 อานบันทึกของคุณ Dr .Ka-Poom ตอนแรกวาจะเขียนในความคิดเห็นแตรูสึกวาอาจจะยาวไปหนอย เลยขอยกมาตรงนี้ นองฟุง อายุจะ 9 ขวบ แสดง ตัวอยางของ constructivism เกี่ยวกับการใชภาษาไทย ใหพวก เราไดขํากันบอยมากคะ เนื่องจากเขาไปอยูออสเตรเลียเมื่ออายุ 2 ขวบ (ยังไมพูดภาษาไทยเลย เพราะเปนเด็กพูดชา) ตลอดเวลา 6 ปเขาพูดภาษาไทยไดจากการที่ฟงพวกเราพูดกันในบานเทานั้น ตลอดทั้งวันสวนใหญจะพูดและฟงแตภาษาอังกฤษ ดังนั้นเขาจะตีความคําในภาษาไทยเอาเอง โดย ประมวลกับสิ่งที่ไดยินไดฟงพวกเราพูดกัน ยกตัวอยางเรื่องที่ชอบเลามาแลวหลายหนในหมูเพื่อนฝูงคือ เมื่อนองฟุงอายุ 7 ขวบเลนกับนาจี โดย ยกเบาะพิงหลังในรถออก เอามาพิงไวเฉยๆแลวบอกวา "นาจี พิงสิ" พอนาจีพิง เขาก็ดึงเบาะออกให นาจีหนาหงาย นาจีผูแสนดีก็ยอมพิงอยูหลายครั้ง กอนจะพูดวา "นองฟุง เปลี่ยนมุข บางสิ อันนี้เบื่อ แลว" นองฟุงจัดแจงใช constructivism ทันที โดยไปดึง ที่พิงของเบาะอันอื่น มาตั้งใหนาจีพิง แลว บอกวา "นาจีๆ ฟุงเปลี่ยนมุขแลว นาจีพิงเร็ว" พวกเราหัวเราะกันใหญ ถามวา"นองฟุงรูมั้ยวา มุข คืออะไร" นองฟุงมองหนาพวกเราดวยความงุนงง เดือดรอนคุณแมตองอธิบายกันยาว ตอนนี้นองฟุง เขาใจแลวคะ วา "มุข" คือ "gag" (แถมรูเพิ่มอีกดวยวา "มุก" คือ "pearl") ตอจากเรื่อง"มุข" นาจีก็เลยสอนนองฟุงวา "แกลงผูใหญไมดีนะ มัน บาป " วาแลวก็นึกได ถามไปอีก วา "นองฟุง รูมั้ยวาบาป คืออะไร" นองฟุงตอบทันทีดวย constructivismประจําตัว " ฟุงรู ที่บานมีตัว นึง " เลนเอาพวกเราหัวเราะกันกลิ้งอีก กวาจะไดรูเฉลยวานองฟุงหมายถึง เหรียญ" บาท " ตองขอขอบคุณ คุณ Dr .Ka-Poom ที่ทําใหไดเรียนรูการเรียนรูของนองฟุงอีกทีคะ
  12. 12. วิเคราะหวิธีการเลี้ยงลูก โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 31 มีนาคม 2006 21:33 น. http://www.gotoknow.org/posts/21652 ผานไปอานบันทึกอันแสนจะมีประโยชนของคุณจตุพร แลวเก็บไปคิดไดทั้งวัน อยากใหใครตอใครที่ อยากใหอนาคตของชาติเจริญกาวหนาไดอานแลวชวยกันคิดตอ โดยสวนตัวแลวคิดวาตัวเองเลี้ยง ลูกโดยใชสิ่งที่คุณจตุพรนํามารอยเรียงไวในบทบันทึกนี้โดยไมรูตัว เห็นวาเปนวิธีการที่แสนจะ เปน เรื่องธรรมดาแตเปนเหตุเปนผลและมีประโยชนอยางใหญหลวงตอเด็กๆของเรา ขอแนะนําใหลองเขาไปอานกันดูนะคะ เชื่อวาเด็กทุกคนสามารถพัฒนาไดจนเปนกําลังสําคัญของ สังคม หากเราผูใกลชิดหรือผูที่มีหนาที่เกี่ยวของกับเด็ก ทําความเขาใจกระบวนการตางๆที่คุณ จตุพรไดพูดถึง สนับสนุนใหเด็กรูจักอาหารที่มีประโยชนแกตัวเอง รูจักรักสุขภาพ สรางสิ่งแวดลอมที่ เอื้อตอการเรียนรูแบบเปดกวาง เปดโอกาสใหเขาสามารถไดลองผิดลองถูก ลงมือทํา ไมปด กั้น สงเสริมสนับสนุนใหเด็กรักดนตรีไมวาจะเปนเพียงรองตามหรือลงมือเลนเอง ไดขีดเขียนทํางาน ศิลปะในรูปแบบที่ไมจํากัด สอนใหเขารูวิธีการจัดการกับอารมณไมวาจะเมื่อดีหรือราย จากความเขาใจปจจัยพื้นฐานตางๆเหลานี้อยางเปนระบบ เปนแนวทางในการพัฒนาการเรียนรูของ ลูกหลาน เด็กๆผูซึ่งจะเปนอนาคตของชาติไทย เราทุกคน ทุกระดับสามารถทําได ตั้งแตพอแม คุณ ครู ไปจนถึงผูวางระบบเพื่อพัฒนาการศึกษาของเด็กทั้งประเทศ นอกจากจะชวยใหเราพัฒนา เด็กไดถูกวิธีแลว ตัวเราเองก็จะไดเรียนรูการชวยใหตัวเราเองมีสุขภาพชีวิตที่ดี เพราะสิ่ง เหลานี้เปนพื้นฐานของชีวิตที่มีคุณภาพ
  13. 13. ทําไมคุณครูไมสอนแบบที่มันไมยากบางนะ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 6 เมษายน 2006 23:46 น. http://www.gotoknow.org/posts/22859 ชวงนี้ นองฟุง ยุงกับการเรียนภาคฤดูรอนที่โรงเรียนก็เลยมีเวลานั่งเขียนบล็อกนอยลง แถมยังพิมพ ภาษาไทยไมคอยคลองอีกดวย จึงฝากใหเขียนเรื่องนี้แทนที เนนวาใหบอกดวยนะครับวา ฟุงเปน เจาของเรื่อง เขาบอกวาเขาอานบล็อกที่แมเขียนดวยนะ (เปนทีวา ตองทําตามที่ฟุงบอกดวยนะ แม) นองฟุงอยากบอกคุณครูสอนภาษาอังกฤษวา คําที่คุณครูใหใชพูดเวลาขอไปเขาหองนํ้า กับขอเขา หอง รวมทั้งเวลาขานชื่อนั้น มันเปนแบบยากไป นาจะเปลี่ยนเปนแบบที่ในหองเรียนฝรั่งเขาใชกัน จริงๆ งายกวา แบบของเรา: Excuse me, may I be excused. (ขอไปหองนํ้า) เด็กฝรั่ง (ออสซี่): Excuse me, may I go to the toilet. (ถึงจะยาว แตก็พูดงายกวา) แบบของเรา: Excuse me, do you mind if I come in? เด็กฝรั่ง (ออสซี่): Excuse me, may I come in? (สั้นและงายกวา) แบบของเรา: present, absent (ขานชื่อวา มา กับ ไมมา) เด็กฝรั่ง (ออสซี่): here, not here (สั้นและงายกวาอีกเหมือนกัน) สําหรับประโยคแรก คุณครูก็ใหพูดวา เอกซ คิ้วซ มี (ออกเสียงซ ยาวเชียวทั้งสองตัว) พอมี excused ตัวหลังดวย ก็ยิ่ง ซือ.....ยาวกันไปใหญ นองฟุงบอกวา บางคนก็พูดวา เอก คิ้ว มี (ไมมี เลยซักกะ ซ...) ตามความเห็นของนองฟุง บอกวา อานผิดแบบหลัง ที่ไมมี ซ...จะดีกวา แตจะ ดีที่สุด ถาอานถูกเปน ซึ สั้นๆทั้งสองตัว นี่คือเหตุที่นองฟุงบอกวา พูดวาใชคําวา toilet เลยงายกวามี excused อีกตัวใหพูดยาก เห็นดวยกับนองฟุงวา คงมีคุณครูอีกหลายคนทําแบบนี้เหมือนกัน นองฟุงเลยอยากเขียนเสนอแนะ คะ
  14. 14. ใครรูความหมายของคําวา "ปทัฏฐาน" และ "วัชชะ" ของคุณชายขอบบาง โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 20 เมษายน 2006 11:31 น. http://www.gotoknow.org/posts/24574 จากบันทึกวันนี้เรื่องการทิ้งระยะหาง...ของคุณชายขอบ ชอบความคิดคะ แตที่ทําใหนํามาเขียน บันทึกนี้คือสวนประกอบภายในบันทึก 2 อยาง อันแรกคือ ที่คุณชายขอบ ยกตัวอยางเรื่อง เวลา โกรธ ควรจะหลีกเลี่ยงการปะทะเพราะเราอาจจะทําอะไรที่แรงกวาควร ซึ่งจะไมสามารถแกไขได จุด นี้ตัวเองมักจะใชสอนลูกๆและตัวเองดวย พบวาเปนสิ่งที่เมื่อปฏิบัติแลวไดผลดีคะ เพราะเมื่อเราหาย โกรธแลว เรามองกลับไป เรื่องบางเรื่องเปนเรื่องตลกดวยซํ้า เราควรจะเผยแพรวิธีปฏิบัตินี้ให กับคนรอบๆตัวเราเปนการชวยยกระดับอารมณ ไดไปในตัว สวนอีกเรื่องที่เปนหลักของบันทึกนี้คือ สองคําที่คุณชายขอบใช ที่เอาจั่วหัวไวในชื่อบันทึกนี้แหละ คะ ถามหนอยเถอะวามีใครเพิ่งเคยเห็นบาง ตัวเองเปนคนหนึ่งหละ เจาตัวโตซึ่งอานอยูใกลๆ บอกวา รูจักคําวา "วัชชะ" แลวก็สําทับวา ไหนแมบอกวา เกงภาษาไทย ไงละ (อีกแลว) เรื่องของเรื่องก็คือ ตัวเองเปนคนรักภาษามาก โดยเฉพาะภาษาไทย เมื่อตอนกลับจากเรียนตอใหมๆ พาลูกซึ่งกําลังถนัดภาษาอังกฤษมากกวาภาษาไทยมาเขาโรงเรียน โดนถามตลอดวาทําไมไมใหลูก เรียนโรงเรียนนานาชาติหรือสองภาษา เหตุผลก็คือ ตัวเองเชื่อวา ภาษาไทยยากที่สุด แลว ถา เรียนภาษาไทยเกง ภาษาไหนก็เรียนได และ อยากใหลูกเรียนรูภาษาไทยใหมากที่สุด หากใหเขา เรียนโรงเรียนที่เนนภาษาอังกฤษซึ่งเขาถนัดกวาอยูแลว โอกาสที่จะไดภาษาไทยก็นอยลง จึงตั้งใจ สอนและตอบคําถามลูกเกี่ยวกับภาษาใหมากที่สุด และยืนยันใหลูกมั่นใจวา แม เกงภาษาไทย จึง โดนลองภูมิอยูเสมอ แตยังยืนยันและพยายามทําใหตัวเอง "เกง" ไดจริงๆ (เปนอยางเดียวมังคะที่ อยากจะเกง) อานบันทึกคุณชายขอบแลวทําใหตองไปเปดหาความหมายของสองคํานี้จากพจนานุกรมฉบับเฉลิม พระเกียรติ พ.ศ.๒๕๓๐ พบวา คําวา " ปทัฏฐาน " หรือ " ปทัสถาน " คือ แบบแผนสําหรับยึดถือเปนแนวทางปฏิบัติ สวน " วัชชะ " คือ การพูด, ถอยคํา, สิ่งที่ควรละทิ้ง, โทษ, ความผิด คําวา "วัชชะ"นั้น เคยไดยินแตในความหมายในคําวา วัชพืช เทานั้น สวนปทัฏฐานก็ดูเหมือนตัวเอง จะเขาใจไปวาเปนคําวา บรรทัดฐาน ขอบคุณ คุณชายขอบ สําหรับการใชคํานี้ และขอบคุณ Goto Know .org ที่ทําใหไดเรียนรูอะไรๆ เพิ่มขึ้นทุกวันคะ
  15. 15. หากทานผูรูทานใดจะชวยตอยอดขยายความเกี่ยวกับคําเหลานี้ใหกระจางขึ้นไดอีก จะ เปนพระคุณอยางสูงคะ
  16. 16. แปลไป แลวก็แปลมา...เรื่องภาษานาสนุก โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 24 เมษายน 2006 00:58 น. http://www.gotoknow.org/posts/25181 โชคดีที่ไดมีประสบการณ ติดตามวิธีการเรียนรูภาษาของลูกๆ ซึ่งมีทั้งแบบ เริ่มเรียนภาษาไทย จนถึง ป.3 และ ป.4 แลวไปตอ Year 3 และ Year 4 แลวเรียนจนจบ Year 8 และ Year 9 ที่เมือง Perth ออสเตรเลีย กับเจาตัวเล็กสุดที่ ยังไมทันพูดไทยไดเลยแลวไปเริ่มเขาโรงเรียนที่โนน ตั้งแต Child care center, Pre-Kindy จนถึง Year 3 ทําใหไดเห็นและเขาใจ วิธีการเรียนรูภาษาของมนุษยแบบธรรมชาติ มีหลายๆเรื่องที่ ชวนให คิด เชนเรื่องที่อยากเลาวันนี้คือ เจาหนุมนอยคนโต ซึ่งตอนนี้นาจะเรียกไดวาเกงภาษาไทยที่สุดใน บรรดาสามหนุม บอกวา "แม ครูบอกวาชุดพละจะมาเมื่อ ครึ่งทางของเดือนที่แลว แตตอนนี้ก็ยัง ไมมานะ" เชื่อไดวาคุณครูตองใชคําวา "กลางเดือน" แนนอน แตพระเอกของเรา รับรูแบบภาษา อังกฤษในหัว แลวพอแปลกลับมาใหเราฟงเลยกลายเปน "ครึ่งทางของเดือน" ไปได สวน หนุมนอยคนกลาง ก็ยังแปลภาษาอังกฤษเปนไทยแบบตรงตัวอยูบอยๆ เชน ถาถามวา ทําอะไร อยู เขาจะไมตอบวา เลนอยู หนาคอมพิวเตอร แตจะตอบวา อยูบนคอมพิวเตอร คุยโทรศัพท ก็ จะเปน อยูบนโทรศัพท ขอให สง อะไรให ก็จะพูดวา ผาน อันนั้นใหหนอยไดไหม เปนตน สําหรับ เจาตัวเล็ก ยิ่งไมตองสงสัย แปลตลอดแตตามใจฉัน ทั้งจากไทยเปนฝรั่ง และฝรั่งเปนไทย บอกให กลั้นหายใจใตนํ้า เขาจะพูดวา หายใจเขาแลวก็ถือเอาไวใตนํ้า (แปลมาจาก take a breath and hold under the water) อันนี้ชวนใหสรุปวา การแปลไมนาจะเปนวิธีที่ดีในการพูดสื่อสารภาษา (อยางนอยก็สองภาษานี้ แหละ) ควรจะหัดพูดประโยคที่เขาพูดกันเปนธรรมชาติอยูแลวดีกวา ( หรือเปลานะ... )
  17. 17. นักเรียนสมัยนี้ ตองเรียนพิเศษกันทุกคนหรือ โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 25 เมษายน 2006 01:06 น. http://www.gotoknow.org/posts/25266 เปนคําถามสําหรับคุณพอ คุณแมทั้งหลายคะ จําไดวาตัวเองจะตอตานการเรียนพิเศษ ไมวาจะเปน รูปแบบใดๆมาตั้งแตตอนเปนเด็ก ไมเคยสนใจจะไปหาเรียนอะไรพิเศษ แตมักจะ ชอบอานหนังสือ เรียนเอง อานไปเรื่อยๆ อานทุกอยางที่มีหรือเกี่ยวของกับเรื่องที่เรียน ถึงแมจะไมใชนักเรียน นักศึกษาที่เรียนไดคะแนนยอดเยี่ยมอยูเสมอ แตก็ไมเคยรูสึกวาตัวเองดอยกวาใครจนตองไปหาที่ เรียนพิเศษ แตสมัยนี้ เห็น เด็กๆเรียนพิเศษกันเปนกิจวัตรประจําวัน ตั้งแตรุนจิ๋วจนถึงกอนเขามหาวิทยาลัย ทั้ง ตอนเปดเทอมและปดเทอม แลว แปลกใจวาเกิดอะไรขึ้น ตอนนี้เจาตัวโตซึ่งก็เรียนถือวาใชไดดี เปน คนชอบอานเหมือนกัน หาความรูเรื่องที่สงสัยไดจาก Internet เลาวาเพื่อนๆเขาเรียนพิเศษกันทั้งนั้น คนเกงๆที่ลูกตองไปขอใหชวยอธิบายสิ่งที่เขาไมเขาใจ ไปลอกคําตอบการบานที่ตอบไมได ลูกบอก วาเพื่อนๆรูวิธีการ รูคําตอบมาจากการเรียนพิเศษ แปลกใจวาทําไมจึงไมมีสอนในการเรียนธรรมดา เราสอนอะไรกันในโรงเรียน และอะไรที่เราจะเรียนไดเฉพาะจากการเรียนพิเศษเทานั้น ตอนนี้ยังดีใจอยูที่เมื่อถามลูกวา อยากไปเรียนบางไหม แลวลูกตอบวา "ไม" แตสงสัยวาลูกจะทน กระแสนี้ไดอีกนานเทาใด เปรียบลูกหรือเด็กๆวาเปนเหมือนตนไม ถา เราปลูกฝงเขามาใหรูจักการเรียนรูดวยตัวเอง ก็ คือมีดินที่ดีใหเขามาตลอด เราก็คงจะไดเห็นตนไมเติบโตตามที่เขาควรจะเปน ไมอยากใหตองปลูก ตนไมไป คิดถึง ปุยหรือยาฆาแมลง กันอยูตลอดเวลาเลย เปนไปไดไหมหนอ อยากทราบความคิดเห็นของทานอื่นๆเกี่ยวกับเรื่องนี้ รวมทั้งคนเปนคุณครูทั้งหลายดวย คะ
  18. 18. สื่อสรางสรรคสําหรับเด็กทําไมถึงไมสนุก สื่อ ทีวี สื่ออะไร... โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 26 เมษายน 2006 00:19 น. http://www.gotoknow.org/posts/25474 Website สอนภาษาอังกฤษใหเด็กนั้น สวนใหญผูใหญดูแลวคิดวาเด็กนาจะชอบ ในความเปนจริง กลับไมใช จากที่เห็นก็คือ สวนใหญแลวจะเปนของฝรั่งซึ่งเด็กๆอานไมรูเรื่อง ไมรูวาจะคลิก อะไรที่ไหน ดังนั้นผูปกครองจึงตองเปนคนแนะนํา ชี้ชวนใหเด็กเรียนเสียมากกวา และ หากเมื่อใดไม มีผูใหญอยูดวย ก็เปนอันจบ เด็กๆก็จะกลับไปเลนเกมสเดิมๆที่ไมประเทืองปญญาแตเขาเขาใจวิธี เลน นาแปลกใจที่สิ่งนี้เกิดเปนสากล เพราะเมื่อตัวเองจะ หัดใหลูกเรียนภาษาไทยในยามอยูตาง ประเทศ โดยใชโปรแกรมสําหรับเด็ก ลูกก็จะ สนใจอานเฉพาะเมื่อเราอยูดวย ชวยอานเทานั้น เมื่อใดไมมีเรา เขาก็จะกลับไปสนใจเกมสเดิมๆ นาแปลกที่เกมสที่เด็กๆสนใจเลนก็ชางไมมีเกมสสรางสรรคสักเทาไหรเลย เคยนั่งดูลูกๆเลนเกมส on-liine ที่เขาชอบ เปนเกมสที่เขาไปตอสูกันในสมรภูมิ เราดูแลวก็ไมเขาใจวามันสนุกตรงไหน จะใช วิธีไมหามแตถามเขาวา เกมสนี้มันสรางสรรคไหม เจาตัวโต เคยตอบวา ก็สรางสรรคนะแม ตอง คิดวาจะหาวิธียังไงถึงจะยิงคนอื่นๆได แลวก็ทําหนายิ้มๆที่ทําใหเรารูวา เขาก็เห็นดวยวา มันไม สรางสรรคหรอก แตมันสนุกนี่นา ที่บานเราโชคดีที่มีกัน 3 หนุมดังนั้นเราจึงตองมีกฎกติกาในการใชคอมพิวเตอร เรากําหนดกันวาทุก คนตอง ไมเลนติดตอกันนานเกินครึ่งชั่วโมง ในหนึ่งวันตองมีการสลับระหวางเกมสที่ไม สรางสรรค และอะไรที่สรางสรรคบาง (เชน การเขียนบล็อก) ซึ่งเราพอแมเชื่อวาลูกๆรูวาอะไร สรางสรรคอะไรไมใช เชนเดียวกับการดูทีวี เราจะ ไมหามดูสิ่งที่ไมเหมาะกับเด็กแบบเด็ดขาด แตจะใชวิธี ดูดวยชวยกัน คิด ชวนคุยวาเขาคิดอยางไรกับสิ่งนั้นๆ อันนี้ทําใหนึกถึงคําปรารภของหนุมนอยสองคนโตที่วา ทําไมที่เมืองไทยตองมีเบลอๆที่บุหรี่ ที่เหลา ที่อาวุธ แตในสังคมจริงๆหาได เห็นได เยอะแยะกวามาก ไมเห็นมีใครทําอะไร ยกขึ้นมาเพราะนึกไมออกวาเราจะมีบทบาทอยางไรไดบาง นอกเหนือจากพยายามสงผานการรูจัก คิดตัดสินใจใหลูกของเรา เพื่อใหเขามีภูมิตานทานตอสิ่งที่ไมดีดวยตัวเอง แลวเด็กอื่นๆที่ไมมีใครคอย ชวยชี้แนะเลา เราจะชวยอะไรเขาไดบาง
  19. 19. ภาษาไทยไมยากเทาไหร...หรือเปลานะ? โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 30 เมษายน 2006 21:19 น. http://www.gotoknow.org/posts/26169 วันนี้เราเขาไปในเมืองเพื่อซื้อของตามปกติของวันสุดสัปดาห ตลอดเวลา 4-5 เดือนที่ผานมา ตัวเองจะตองชี้ชวนใหลูกๆ อานปายภาษาไทย ตางๆ เพื่อจะดูความคืบหนาในการอานภาษาไทย เพราะเมื่อแรกๆที่เรามาถึง ทั้ง 3 หนุมแทบจะมองผานภาษาไทยเปนปกติ อานกันแตสวนที่เปน ภาษาอังกฤษ (เหมือนกับพวกเราที่ ถนัดภาษาไทยก็จะมองไมเห็นภาษาอังกฤษที่มักจะเขียนอยูคูกัน ตามปายถนน ปายชี้ทาง และชื่อหางรานตางๆ) แลวก็จะเกิดคําถามกันไมไดหยุดหยอนวา ทําไมเคา ไมเขียนใหอานออกเปนเสียงที่ใชในภาษาไทย นะ เชน พัทลุง ที่ลูกๆรูกันวาเปนจังหวัดที่ติดกับ หาดใหญ แตพอเขาอานจากปาย โดยไมมองภาษาไทย เราจะ " เปนงง" ... ฟาธาลัง นี่มันที่ไหนนะแม นึกแลวก็ใหสงสัยวา หลักการแปลคําไทยเปนเสียงภาษาอังกฤษของเรานี่เริ่มมาจากไหน จะเปลี่ยนใหเปนเสียงที่ฝรั่งกับเราไดยินตรงกันไดเมื่อไหรกันหนอ วันนี้เปนครั้งแรก ที่ไดยินนองฟุ งอานปายตางๆเปนภาษาไทย อยางรวดเร็ว แทบไมมีผิดเลยโดย ไมตองชี้ชวน จนกระทั่งมาถึง สระวายนํ้า นองฟุงอาน " สะ-หระ -วาย-นํ้า" เขาอานเสร็จก็หัวเราะ เลนเอง พอเราจะทัก เขาก็รีบบอกทันทีวา "ฟุงรูแลว วาตองเปน สะ -วาย-นํ้า เพราะมันเปน อักษร ควบไมแท " เอากับเขาสิ รูไปถึงโนน แตก็สังเกตเห็นวาเขามักจะบอก หลักการและเหตุผลในการ อาน เชน บอกวาตัวนี้เปนอักษรสูงไมใชไมตรี (บางทีฟุงก็เรียก ไมเลขเจ็ด) เปนตน หากยอนนึกไปวา นองฟุงไมไดเรียนภาษาไทยตามแบบฉบับพื้นฐานมาเลย เนื่องจากตอนที่เริ่มดวย การใหดู chart ตัวอักษรภาษาไทยแลวทองไปดวยกัน เอาสมุดคัดไทย เขียนก.ไกมาใหหัดเขียน จะ ไมมีปญหาในการเขียนเลย เขียนตามไดสวยงามมาก ยกเวนที่ตองชี้ใหดูวาตัวเล็กตัวนอยทั้งหลายที่ ตองอยูบนกับลางจะอยูไมคอยถูกที่ แต การอาน เขาจะไดหนาลืมหลัง ไปไมถึงไหนเลย และ ดูเหมือนไมมีอะไรที่เขาจะสามารถดัดแปลงใหชวยตัวเองใหจําไดเลย จึงตอง เปลี่ยนวิธีเปนสอน โดยวิธีการเขียนคําที่พูดบอยๆใหหัดอาน (ใหเขาเลือกเองวาจะเอาคําอะไรบาง) เขาจะอานได เชน พอ แม บาน ฟุง แตพอเอามาเรียงตอกัน ก็อานไมคอยได ตองคอยเอานิ้วกันไวใหเห็นเปนคําๆ สรุปวาเรา ยอมแพ เอาเทาที่ได แตพอกลับมาเริ่มเขาเรียน คุณครูทดสอบดวยการเอาขอสอบให ทํา นองฟุงก็ อานไมออกเลย จึงตองไปเริ่มเรียนป.1 กันใหม ไมใชป.3 ตามที่ควรจะเปน จากวันนั้นถึงวันนี้ ก็เกือบ 6 เดือนแลว นองฟุง อานไดคลองแคลว สอบขอสอบชั้นป.1, ป.2 ผาน เรียบรอย ไดไปเรียนป. 3 แลวปนี้ เหตุที่ตองเรียนซํ้าป. 3 ก็เพราะเนื้อหาวิชาตางๆของบานเรา ละเอียดและมีศัพทแสงมากมาย ไมนาจะขามไปป. 4 เลย สรุปวา ภาษาไทย ก็ไมยากเทาไหร...หรอกนะ แต... ทําไม ปรารถนา กับ สามารถ ตองเขียนแบบนี้ดวยละ แม ทําไมไมอานวา ปรา-รด-นา กับ สา-มา- รด
  20. 20. แมเปลี่ยนใจแลว...ไมงายหรอก ภาษาไทย ใครรูชวยอธิบายที่มาที่ไปของ 2 คํานี้หนอย เถอะคะ
  21. 21. คิดถึงเจาตัวเล็ก โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 12 พฤษภาคม 2006 23:48 น. http://www.gotoknow.org/posts/28205 นองฟุงไปเขาคายกับวงโยธวาทิตที่โรงเรียนได 3 วันกับ 3 คืน แลว บานเราเงียบเหงาไปเปนกอง เรื่องก็มีอยูวา เมื่อสักอาทิตยมาแลววันสุดทายของการเรียนซัมเมอรที่โรงเรียน ซึ่งมีการเรียนดนตรี ดวยในโปรแกรม นองฟุงบอกวา แมคุณครูจะใหฟุงเลน "ทําเปด" แมก็คิดในใจวา ก็ทําไปสิลูก กวาจะ คิดไดวานองฟุงหมายถึง ทรัมเปต นองฟุงบอกตอวา แลวตองไปซอมเลนและเขาคายดวยชวงกอน เปดเทอม เราก็บอกวาแลวแตลูกก็แลวกัน ถาอยากไปก็ไปได ตอนนั้นไมทราบเลยวา คายนี้เขามี แตเด็กที่เลนเปนอยูแลว แตนองฟุงนั้นพวกเรายังไมเคยเห็นเลยวาเขาเคยจับเครื่องดนตรี ประเภทเปา ที่เคยเลนเมื่อปที่แลวที่ Perth ก็เปน ไวโอลิน (แถมเลนแบบฟุงๆอีกตางหาก ไมตาม แบบที่เราเห็นนักดนตรีอื่นเขาเลนกัน) พอถึงตนสัปดาหนี้นองฟุงก็ไปเรียนกับเคาตั้งแต เชาจนถึง 6 โมง 2 วัน แลวถึงจะไปเขาคาย คางคืน 4 วัน 3 คืน คืนวันอังคารกอนไปเขาคายนองฟุงก็จัดการเตรียมขาวของดวยตัวเอง แถมทําตามสไตล ตัวเอง ไมเชื่อที่เราแนะนํา คือเขาจะแยกของใชเสื้อผาใสถุงกอบแกบเปนเซ็ตๆเอง กอน จะเอาใสกระเปา พอเตรียมเสร็จจึงมาบอกวา แมชวยคิดซิวาฟุงตองใชอะไรอีกบาง สรุป แลวก็เหลือแตแปรงสีฟนที่ยังไมไดเก็บเขากระเปา ก็เลยจัดการใหเก็บไปเลย ใชอันอื่น แทนที่บานสําหรับกอนนอนคืนนั้นกับเชาวันรุงขึ้น เชาวันพุธ เราไปวายนํ้ากันตั้งแตนองฟุงยังไมตื่น และคงกลับมาไมทันนองฟุงไป ก็เลยขอปลุกเพื่อ บอกลากันเสียกอนนองฟุงก็แคลืมตามากอดจุบ แลวก็หลับตอ จากวันนั้นจนถึงวันนี้เราก็ไมไดเจอ นองฟุงเลย เปนการอยูหางจากพอแมและพี่ๆหลายๆวันครั้งแรกตั้งแตนองฟุงรูความ พวกเราจึง เปนหวงนองฟุงพอสมควร คุณพอเลาวาตอนที่ไปสง คุณครูก็บอกเหมือนกันวานองฟุงอายุนอยสุด และยังไมเคยเลนรวมวงมากอน เลยขอเบอรคุณพอไว ถาเผื่อไมไหวก็จะโทรตาม ปรากฏวาจนสิ้น วันก็ไมมีเสียงโทรศัพทจากคุณครูเลย คุณพอตองโทรไปถามขาว คุณครูบอกวาอยูไดครับไมมี ปญหา เรานัดกันไวแลววาวันนี้ตอนไปรับหนังสือเรียนที่โรงเรียน จะไปแวะหาและเอาเสื้อผาไป เปลี่ยนใหแตไมไดนัดเวลาแนนอน ก็เลยไดมีโอกาสแวะเวียนไปแอบดูกอนจะพบตัว ได เห็นนองฟุงตั้งอกตั้งใจฟงคุณครูและฝกเปา คอรเน็ต โดยไมวอกแวกเลย ในขณะที่ เพื่อนๆในกลุมชะเงอชะแงมองดูพวกเราที่ไปดอมๆมองๆที่กระจก จนกระทั่งเวลาผานไป สักพักนองฟุงจึงหันมาเห็นพวกเรา ก็เดินออกมาหาแบบเฉยๆ ไมไดรูสึกวาเราไมเจอกัน มาตั้ง 3 วันแลวเลย เลือกเอากางเกงไป 1 ตัวจากชุดที่เตรียมไปเพิ่มให 2 ชุด บอกวาขาด กางเกงไปอีกตัวเดียว แลวก็เดินเขาหองเอาไปเก็บ กอนจากกันอีกรอบ ก็แคยิ้มๆ พอเรา
  22. 22. สงจุบๆ แบบที่เรามักจะทํากันเวลาแยกกัน นองฟุงทําทาเหมือนจะทําแบบที่เคยทํา คือ สงจุบๆกลับมา แตแลวก็เปลี่ยนใจเปนแคยิ้มๆเทานั้น เห็นไดชัดวาเปนผูใหญขึ้นเยอะเลย นาดีใจที่นองฟุงเกงขึ้นมาก พรุงนี้ก็จะไดกลับบานแลว อยากรูจังวาจะมีเรื่องเลาอะไรบางจากนองฟุง และนองฟุงจะเปลี่ยนไป สักแคไหน จะเหมือน"พี่ยิ้ม"ของปาเมยหรือเปลานะ
  23. 23. การพูดคุยกับลูก คือวิธีการที่ดีที่สุดในการเลี้ยง ลูก โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 14 พฤษภาคม 2006 00:07 น. http://www.gotoknow.org/posts/28374 วันนี้ไปเขารวมประชุมผูปกครองเพื่อรับผลการสอบเรียนปรับพื้นฐานและพบปะผูปกครองของ นักเรียนหองเดียวกัน ของโรงเรียนมอ.วิทยานุสรณ มีการบรรยายจาก คุณหมอจารุรินทร ปตานุพงศ เกี่ยวกับการเลี้ยงลูกที่ฟงแลวอยากเขียนบันทึกนี้ สวนที่ประทับใจจากการรับฟงก็คือ การที่คุณหมอเตือนใหคุณพอคุณแมเขาใจวา การพูดคุยกับลูก คือ สิ่งสําคัญที่จะทําใหเราเขาถึงจิตใจของเขาได รูจักถามเพื่อจะฟง แลวคอยตอบสนอง ไปตามสถานการณ คุณหมอยกตัวอยางเรื่องการทําสีผม วาถาลูกลุกขึ้นมาบอกวาอยากทําสีผม เราก็ไมควรจะหามทันที แตใหถามวาทําไมเหรอ ลูกจึงคิดจะทํา ตอดวยการพูดคุยถึงเหตุผล แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน หรือเมื่อไมสบายใจกับสิ่งที่ลูกทํา ก็ใหคุยบอกลูกไปตามตรง เชน บอก ลูกวาแมไมสบายใจเลยที่ลูกขับรถซิ่ง (คุณหมอยกตัวอยางการพูดคุยกับลูกชายเล็กของตัวเอง) ตัวเองพบวา การรับฟงลูกเปนคาถาสําคัญในการเลี้ยงลูกจริงๆ เราจะไดอะไรๆจากการพูดคุย กับลูก รวมทั้งพบวาลูกรับฟงเราเมื่อคุยกันมากกวาเมื่อเรา"สั่ง"หรือ"สอน" และการพูดคุยนี้ ทําไดทุกเพศทุกวัย อยาคิดวาลูกเล็กเกินกวาจะคุย เพียงแตเราตองคุยใหเหมาะกับวัยของลูกเทานั้น เอง นอกจากลูกจะรับสิ่งที่เราตองการสื่อ จากการพูดคุยแลว เราเองก็จะไดเรียนรูสิ่งที่ลูกคิดดวย ลองดูสิคะ ถาใครยังไมเคยทํา ใครทําแลว ลองเลาประสบการณแลกเปลี่ยนกัน เพื่อชักชวนใหคนที่ ไมเคยทําลองดู เด็กไมเล็กอยางที่คิดคะ ไมวาจะวัยไหน
  24. 24. เรารักเมืองไทยมาก...ถึงมากที่สุด โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 21 พฤษภาคม 2006 23:47 น. http://www.gotoknow.org/posts/30070 เมื่อวาน เจาตัวโตคุยเลาเรื่องเพื่อนๆวา มีเพื่อนที่ไปเรียนตางประเทศดวยทุน AFS กันมาคนละป หลายคน มีบางคนถึงกับพูดไทยไมคอยชัด สวนตัวเขานั้นมีคนทักวาไปอยูออสเตรเลียมาตั้ง 6 ป ทําไมพูดไทยชัดอยูเลย ดูเขาเลาแบบภูมิใจแลวตองรีบเสริมดวยความชื่นชม คุยกันแลวทําใหตัวเองเก็บมาคิดวา เราทําไดเชนนี้เพราะเรารักความเปนคนไทยของเรามาก ตลอดเวลาและเราคงสื่อสิ่งนี้ใหลูกๆรับรูเสมอ เรารักษาความเปนไทยและพยายามสอนลูกให รับรูวาคนไทย มารยาทไทยเปนอยางไร ระยะแรกๆที่เราอยูไมไดพบคนไทยมากนัก เด็กๆก็จะไดพูด ไทยกับเราพอแมเทานั้น แตเราก็จะยํ้ากับเจาตัวโตทั้งคูเสมอวา เราจะกลับบานและเราจะตองใช ภาษาไทยแนนอน ดังนั้นพวกเขาจะตองยังคงรักษาสิ่งที่เขามีมาแลวคือการอานและเขียนไทยใหได หากจะตองมีการเขียนโนตถึงกันเราก็จะเขียนเปนภาษาไทย ยกเวนแตสําหรับนองฟุงที่ตองเขียน เปนภาษาอังกฤษใหดวย เคยไดรับคําชมจากนองคนไทยเมื่อสมัยที่อยูปแรกๆ เมื่อเขาเห็นเจาตัวโตคอยๆคอมตัวคลานเขา ตอนที่ตองผานดานหลังของพวกเราที่นั่งคุยกันอยูวาพี่สอนลูกดีจัง อยูที่นี่ยังรูจักทําอยางนี้ แตระยะ หลังเมื่อลูกติดฝรั่งมากขึ้น เขาก็จะละเลยบาง แตพอเราไดพบเจอกลุมคนไทยใหญๆอีกครั้ง เราก็ได มีโอกาสสอนมารยาทใหพวกเขาไดอีก ตองขอบคุณนองๆพี่ๆคนไทยในตางแดนดวยที่มีสวน ในการชวยสอนลูกๆใหรักษความเปนไทย เรื่องที่นายินดีอยางยิ่งอีกเรื่องคือ เมื่อกลับมาใหมๆทั้งสองคนโตไดรับคําชมจากคุณครูวา เขียน ภาษาไทยไดสวย กวาเด็กที่เรียนที่เมืองไทยอีก ทั้งคูเอามา เลาอยางภาคภูมิใจ (พวกเรารูกันวา เขียนสวย แตเขาใจไดไมหมดหรอกคะ) เราก็รีบยืนยันวา แมก็วาลูกเขียนภาษาไทยสวย สวนเจาตัว เล็กก็รีบถามเหมือนกัน อยากใหชมวาเขียนภาษาไทยสวยเหมือนกัน ทั้งที่ยังเขียนไมคลองนัก โดยสวนตัวก็ ภูมิใจในความเปนไทย จะรูสึกดีใจทุกครั้งที่โดนฝรั่งถามวา ยูเปนคนชาติอะไรทําไม พูดภาษาอังกฤษไดดีจัง เพราะคําชมนี้ในประเทศออสเตรเลียหมายถึงวาเขารูวาเราไมไดใชภาษา อังกฤษเปนภาษาแม เพราะประเทศนี้จะมีคนเอเชียมากมายที่เกิดและโตที่นั่น พูดไดภาษาเดียวคือ ภาษาอังกฤษ ดังนั้นคนทั่วไปจะไมคอยคิดวาเราเปนคนตางชาติเวลารูวาเราเปนนักเรียน PhD แต ถาโดนชมวาใชภาษาอังกฤษดีแสดงวา ไมเหมือนเจาของภาษาแนนอน ที่ดีใจก็เพราะเราทําใหเขารู วา เราพูดแบบของเรานี่แหละ (แบบไทยๆ) แตสื่อสารกับเขาได ตัวเองมั่นใจวาไดแสดงใหชาวตาง ชาติรูเสมอวาเปนคนไทย และรักเมืองไทย จะกลับเมืองไทยแนนอน ที่ที่ดีที่สุดสําหรับเราคือเมือง ไทย จะเผยแพรสิ่งดีๆของไทยทุกครั้งที่มีโอกาส เขียนบันทึกนี้ เพราะรูสึกดีใจที่ลูกๆรับรูและซึมซับสิ่งที่เราตองการ และอยากใหคนไทย ทุกคนชวยกันแสดงความรักความชื่นชมที่เรามีตอความเปนไทยใหคนรอบขางไดรูได
  25. 25. เห็น เพราะพลังนี้แหละที่จะทําใหเราทําทุกอยางเพื่อบานเมืองของเรา ทําโดยไมรูตัว ทํา จนเปนจิตวิญญาณ ชวยกันนะคะ ไดผลแนนอน
  26. 26. การใช KM ที่ใกลตัวที่สุด ก็คือ...การเลี้ยงลูก นี่เอง โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 24 พฤษภาคม 2006 12:57 น. http://www.gotoknow.org/posts/30659 อานบันทึกของอ.ประพนธทั้ง 2 เรื่องในวันนี้แลวสะกิดใจขึ้นมาทันทีวา การเลี้ยงลูกนี่ไงคือการใช KM ที่ใกลตัวที่สุด คนเปนพอแมตองรูจัก "ใชกระบวนการ KM และทําตัวเปน "ผูเอื้ออํานวย" การ เรียนรู คือเปน Facilitator ที่สามารถ "กวน" และ "กระตุน" " ใหลูกเกิดการเรียนรู โดยที่ตัวพอแมเอง ไดตั้งเปาหมายใหญ ("หัวปลา") ไวแลววากําลังจะพัฒนาลูกไปทางไหน ...อยากใหลูกเกงอยางเดียว หรือวาเกงดวยดีดวย มีความสุขดวย "หัวปลา" ตองชัดจะไดไมไปผิดทาง สวนที่เปนตัวเอนทั้งหมด หยิบมาและดัดแปลงจากที่อ.ประพนธเขียนไว ซึ่งอานแลวเห็นภาพชัดมากคะ นอกจากนั้นบรรดาครูอาจารยทั้งหลาย จะตองไมลืม "เก็บเกี่ยว" สิ่งที่ไดจากกระบวนการดังกลาว สรางเปน "คลังความรู" ("หางปลา") ในเรื่องนั้นๆ เอาไวดวย ตรงนี้ก็เหมือนกันคะ เรานาจะชวยกัน ถายทอด เผยแพรสิ่งที่เราไดเรียนรูจากการเลี้ยงดูลูก โดยที่แตละคนก็จะมีผลผลิตที่คนอื่นสามารถ จะเลือกไดวา อยากใหลูกของตนเปนแบบนั้นๆหรือไม KM แทๆ นั้นเปนเรื่องที่ยาก เปนเรื่องที่ลึก เปนเรื่องที่ตองใชเวลา ...ทําไป เรียนรูไป ....เปนเรื่อง ที่ตองใช "ภาวะผูนํา" ที่มีอยูในคนทุกระดับ เพื่อใหสามารถ "หยั่งราก " ลงไปถึงสวนที่เปน วัฒนธรรมองคกร นี่ไง...ใชเลย การเลี้ยงลูกนั้นยาก ตองใชเวลา ทําไป เรียนรูไป พอแมทุกคนก็คือ "ผูนํา" ที่จะตองปลูกฝงสิ่งที่ตนคิดวาดี ใหหยั่งรากลึกลงไปในความคิด และตัวตนของลูก ขอขอบคุณอ.ประพนธที่ชางคิด ชางเขียนอะไรใหคนอื่นไดคิดตออยูเสมอคะ คราวนี้เจอกับตัวเอง อยางจัง ชอบจริงๆคะ
  27. 27. ชวยลูกทําการบาน ...สงสารทั้งเด็กและคุณครู ไทยเรา โอ-อโณ (ดร. อโณทัย โภคาธิกรณ) 13 มิถุนายน 2006 23:04 น. http://www.gotoknow.org/posts/34060 ตองบอกวา นาแปลกใจนะคะ วาทําไมชางแตกตางกันเหลือเกิน ลูก 3 คนเรียนระดับประถมและมัธยมมาแลวที่ออสเตรเลีย โรงเรียนที่โนนเขามีนโยบายเหมือนกัน เลยวา สุดสัปดาหจะไมมีการบาน งานที่เปนการบานของโรงเรียนที่ Perth (ไมแนใจวาที่อื่นใน ออสเตรเลียเปนอยางไร) จะถูกกําหนดไววาใหใชเวลาไมเกิน 30 นาที สวนใหญเปนการอานหนังสือ ใหเราฟง ถาเปนรายงานในระดับมัธยม ก็จะไมมีชนิดสั่งวันนี้เอาภายในสัปดาหนี้ มักจะใหเวลายาว นานและมีแหลงใหหาขอมูลมากมายในหองสมุดประชาชน (ไมตองพูดถึง internet) ทํากันแบบ สบายๆ เวลาเหลือเฟอ ตัวเองเรียนเมืองไทยมาตลอดชีวิตนักเรียนประถม มัธยม ก็คุนชินกับการทําการบานมา แลวมากมาย แตพอมาถึงรุนลูก ทําไมจึงรูสึกวามันชางมากมาย หนักหนาสาหัสกวาสมัยเรา เชนนี้ (ผสมกับปญหาทางภาษาที่ยังมีหลงเหลืออยูบางดวยก็ไมนาจะมากนัก) สัปดาหนี้ เมื่อวานชวยพี่เหนนอานและยอยบทเรียนศีลธรรมจนถึง 3 ทุมครึ่ง หลังจากที่พี่เหนน จัดการกับการบานเลขเสร็จเรียบรอยไปแลววันนี้ชวยพี่วั้นแปลงสาร คือแกสํานวนภาษาไทยใน รายงานวิชาเคมีจนถึง 4 ทุม สวนนองฟุงทําการบานวิชาตางๆเสร็จแลว เหลือแตอานหนังสือไทย ประมาณ 5-6 หนา A4 นองอานครึ่งหนึ่งกับคุณพอ ครึ่งหนึ่งกับคุณแม ใชเวลามากพอควร (แต การบานอันนี้สมควรใหคะ อานเกงขึ้นมากแลวและอานอยางสนุกสนาน) เกินเวลานอนตามเคย วัน กอนมีทองคําศัพทภาษาอังกฤษ-ไทยเลมเล็กๆ หนาละประมาณ 5-6 คํา ที่รายก็คือตองทองสัก 20 หนาได แลวทุกคําผูปกครองตองเซ็นรับทราบ (ใคร...ใคร...ชางสรรหาเรื่อง) กับมีที่สําหรับคุณครู เซ็นทุกคําเหมือนกัน เหนื่อยแทนเด็กไทยจังเลยคะ ดูปริมาณงานการบานของลูกในแตละวันแลว คิดคํานวณจํานวน การบานที่คุณครูของลูกตองตรวจ เอาแบบเบาะๆ หองละ 30 คน (รูสึกวาปกติจะมากกวานี้) แลว สงสัยวาคุณครูไทย ทําไดอยางไรคะ.... ของเราแค 3 คนคน฀0g

×