บริดจ์ (Bridge)
บริดจ์มีลักษณะคล้ายเครื่องขยายสัญญาณ บริดจ์จะทางานอยู่
ในชั้น Data Link บริดจ์ทางานคล้ายเครื่องตรวจตาแหน่ง
ของข้อมูล โดยบริดจ์จะรับข้อมูล จากต้นทางและส่งให้กับ
ปลายทาง โดยที่บริดจ์จะไม่มีการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงใดๆแก่
ข้อมูล บริดจ์ทาให้การเชื่อมต่อระหว่างเครือข่ายมีประสิทธิภาพ
ลดการชนกัน ของข้อมูลลง บริดจ์จึงเป็นสะพานสาหรับข้อมูล
สองเครือข่าย
รีพีตเตอร์ (Repeater)
รีพีตเตอร์ เป็นเครื่องทบทวนสัญญาณข้อมูลในการส่งสัญญาณข้อมูล
ในระยะทางไกลๆสาหรับสัญญาณแอนะล็อกจะต้องมีการขยายสัญญาณ
ข้อมูลที่
เริ่มเบาบางลงเนื่องจากระยะทาง และสาหรับสัญญาณดิจิตัลก็จะต้องมีการ
ทบทวนสัญญาณเพื่อป้องกันการขาดหายของสัญญาณเนื่องจากการส่ง
ระยะทางไกลๆ
เช่นกัน รีพีตเตอร์จะทางานอยู่ในชั้น Physical
Modem
โมเด็ม (Modem) มีหน้าที่ในการรับสัญญาณจากสายโทรศัพท์ที่เป็น
สัญญาณอนาล็อค มาแปลงเป็นสัญญาณดิจิตอลให้เครื่องคอมพิวเตอร์เข้าใจ และ
เมื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ต้องการจะส่งข้อมูลออกไปจะส่งเป็นสัญญาณดิจิตอลไปยัง
โมเด็ม โมเด็มก็จะแปลงสัญญาณดิจิตอลที่ได้รับเป็นสัญญาณอนาล็อคเพื่อทาการ
ส่งไปยังสายโทรศัพท์ โดยปกติแล้วลักษณะของโมเด็มจะมีอยู่ด้วยกันหลาย
ลักษณะแต่ในที่นี้จะขอพูดถึงโมเด็มที่ใช้ติดตั้งภายนอกคอมพิวเตอร์หรือ
External Modem ลักษณะของโมเด็มประเภทนี้จะมีช่องเสียบ RJ-11
ซึ่งรองรับไว้เสียบกับสายโทรศัพท์ และช่องเสียบแบบ RJ-45 อีกหนึ่งช่อง
เพื่อให้เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์
Network Adapter / LAN Card
เป็นอุปกรณ์ทาหน้าที่สื่อสารระหว่างเครื่องต่างกันได้ไม่จาเป็นต้องเป็นรุ่นหรือยี่ห้อเดียวกัน
แต่หากซื้อพร้อมๆกันก็แนะนาให้ซื้อรุ่นและยีห้อเดียวกันจะดีกว่า
และควรเป็น การ์ดแบบ PCI เพราะสามารถส่งข้อมูลได้เร็วกว่าแบบ ISAและเมนบอร์ดรุ่น
ใหม่ๆมักจะไม่มี Slot ISA ควรเป็นการ์ดที่มีความเร็วเป็น 100 Mbps
ซึ่งจะมีราคามากกว่าการ์ดแบบ 10 Mbps ไม่มากนัก แต่ส่งขอมูลได้เร็วกว่า นอกจากนี้คุณ
ควรคาหนึงถึงขั้วต่อหรือคอนเน็กเตอร์ของการ์ดด้วยโดยทั่วไปคอนเน็กเตอร์ ของการ์ด
LAN จะมีหลายแบบ เช่น BNC , RJ-45 เป็นต้น ซึ่งคอนเน็กเตอร์แต่ละแบบก็จะใช้
สายที่แตกต่างกัน
Gateway
เกตเวย์Gateway เป็นจุดต่อเชื่อมของเครือข่ายทาหน้าที่เป็นทางเข้าสู่ระบบเครือข่ายต่าง
ๆ บนอินเตอร์เน็ต ในความหมายของ router ระบบเครือข่ายประกอบด้วย node ของ
เกตเวย์(Gateway) และ node ของ host เครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ในเครือข่าย
และคอมพิวเตอร์ที่เครื่องแม่ข่ายมีฐานะเป็น node แบบ host ส่วนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่
ควบคุมการจราจรภายในเครือข่าย หรือผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต คือ node แบบ เกตเวย์
gateway ในระบบเครือข่ายของหน่วยธุรกิจ เครื่องแม่ข่ายที่เป็น node แบบ เกตเวย์
(Gateway) มักจะทาหน้าที่เป็นเครื่องแม่ข่ายแบบ proxy และเครื่องแม่ข่ายแบบ
firewall นอกจากนี้ เกตเวย์(Gateway) ยังรวมถึง router และ switch
เราเตอร์
เราเตอร์
เราเตอร์ (อังกฤษ: router) เป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ทาหน้าที่หาเส้นทางและส่ง
(forward)แพ็กเกตข้อมูลระหว่างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ไปยังเครือข่ายปลายทางที่
ต้องการ เราเตอร์ทางานบนเลเยอร์ที่ 3 ตามมาตรฐานของ OSI Model
เราเตอร์มีลักษณะการใช้งานคล้ายกับ สวิตช์ (Switch) ที่มีความสามารถแจกไอพี ได้
สวิตซ์ (ฮับ)
เป็นอุปกรณ์ช่วยกระจ่ายสัญญาณไปยังเครื่องต่างๆที่อยู่ในระบบ หากเป็นระบบ
เครือข่ายที่มี 2 เครื่องก็ไม่จาเป็นต้องใช้ฮับสามารถใช้สายสัญญาณเชื่อมต่อ ถึงกันได้
โดยตรง แต่หากเป็นระบบที่มีมากกว่า 2 เครื่องจาเป็นต้องมีฮับเพื่อทาหน้าที่เป็น
ตัวกลาง ในการเลือกซื้อฮับควรเลือกฮับที่มีความเร็วเท่ากับความเร็ว ของการ์ด เช่น
การ์ดมีความเร็ว 100 Mbps ก็ควรเลือกใช้ฮับที่มีความเร็วเป็น 100 Mbps
ด้วย ควรเป็นฮับที่มีจานวนพอร์ตสาหรับต่อสายที่เพียงพอกับ เครื่องใช้ในระบบ หาก
จานวนพอร์ตต่อสายไม่เพียงพอก็สามารถต่อพ่วงได้ แนะนาว่าควรเลือกซื้อฮับที่
สามารถต่อพ่วงได้ เพื่อรองรับการขยายตัวในอนาคต
สายสัญญาณ
เป็นสายสาหรับเชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ต่างๆในระบบเข้าด้วยกัน หากเป็น
ระบบที่มีจานวนเครื่องมากกว่า 2 เครื่องก็จะต้องต่อผ่านฮับอีกทีหนึ่ง โดย
สายสัญญาณสาหรับเชื่อมต่อเครื่องในระบบเครือข่าย จะมีอยู่ 2 ประเภท คือ
- สาย Coax มีลักษณะเป็นสายกลม คล้ายสายโทรทัศน์ ส่วนมากจะเป็นสี
ดาสายชนิดนี้จะใช้กับการ์ด LAN ที่ใช้คอนเน็กเตอร์แบบ BNC สามารถส่ง
สัญญาณได้ไกลประมาณ 200 เมตร สายประเภทนี้จะต้องใช้ตัว T
Connector สาหรับเชื่อมต่อสายสัญญาณกับการ์ด LAN ต่างๆในระบบ
และต้องใช้ตัว Terminator ขนาด 50 โอห์ม สาหรับปิดหัวและท้ายของ
สาย
สาย UTP (Unshied Twisted Pair) เป็นสายสาหรับการ์ด LAN ที่ใช้คอน
เน็กเตอร์แบบ RJ-45 สามารถส่งสัญญาณได้ไกลประมาณ 100 เมตร หากคุณใข้สายแบบ
นี้จะต้องเลือกประเภทของสายอีก โดยทั่วไปนิยมใช้กัน 2 รุ่น คือ CAT 3 กับ CAT5 ซึ่ง
แบบ CAT3 จะมีความเร็วในการส่งสัญญาณ10 Mbps และแบบ CAT 5 จะมี
ความเร็วในการส่งข้อมูลที่ 100 Mbps แนะนาว่าควรเลือกแบบ CAT 5 เพื่อการอัพเกรด
ในภายหลังจะได้ไม่ต้องเดินสายใหม่ ในการใช้งานสายนี้ สาย 1 เส้นจะต้องใช้ตัว RJ - 45
Connector จานวน 2 ตัว เพื่อเป็นตัวเชื่อมต่อระหว่างสายสัญญาณจากการ์ด LAN
ไปยังฮับหรือเครื่องอื่น เช่นเดียวกับสายโทรศัพท์ ในกรณีเป็นการเชื่อมต่อเครื่อง 2 เครื่อง
สามารถใช้ต่อผ่านสายเพียงเส้นเดียได้แต่ถ้ามากกว่า 2 เครื่อง ก็จาเป็นต้องต่อผ่านฮับ
นาย ปาณพล มุ่งถิ่น ม.5/3 เลขที่7
นาย ธนภัทร เเสงเจริญโรจ ม.5/3 เลขที่11
นาย ชินอิสร์ พ่อค้า ม.5/3 เลขที่ 15
นาย ภีมพล นิยมธรรมรัตน์ ม.5/3 เลขที่ 23
นาย สุรวิช บุณคุณ ม.5/3 เลขที่ 29

เครือข่ายคอมพิวเตอร์

  • 2.
    บริดจ์ (Bridge) บริดจ์มีลักษณะคล้ายเครื่องขยายสัญญาณ บริดจ์จะทางานอยู่ ในชั้นData Link บริดจ์ทางานคล้ายเครื่องตรวจตาแหน่ง ของข้อมูล โดยบริดจ์จะรับข้อมูล จากต้นทางและส่งให้กับ ปลายทาง โดยที่บริดจ์จะไม่มีการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงใดๆแก่ ข้อมูล บริดจ์ทาให้การเชื่อมต่อระหว่างเครือข่ายมีประสิทธิภาพ ลดการชนกัน ของข้อมูลลง บริดจ์จึงเป็นสะพานสาหรับข้อมูล สองเครือข่าย
  • 4.
    รีพีตเตอร์ (Repeater) รีพีตเตอร์ เป็นเครื่องทบทวนสัญญาณข้อมูลในการส่งสัญญาณข้อมูล ในระยะทางไกลๆสาหรับสัญญาณแอนะล็อกจะต้องมีการขยายสัญญาณ ข้อมูลที่ เริ่มเบาบางลงเนื่องจากระยะทางและสาหรับสัญญาณดิจิตัลก็จะต้องมีการ ทบทวนสัญญาณเพื่อป้องกันการขาดหายของสัญญาณเนื่องจากการส่ง ระยะทางไกลๆ เช่นกัน รีพีตเตอร์จะทางานอยู่ในชั้น Physical
  • 6.
    Modem โมเด็ม (Modem) มีหน้าที่ในการรับสัญญาณจากสายโทรศัพท์ที่เป็น สัญญาณอนาล็อคมาแปลงเป็นสัญญาณดิจิตอลให้เครื่องคอมพิวเตอร์เข้าใจ และ เมื่อเครื่องคอมพิวเตอร์ต้องการจะส่งข้อมูลออกไปจะส่งเป็นสัญญาณดิจิตอลไปยัง โมเด็ม โมเด็มก็จะแปลงสัญญาณดิจิตอลที่ได้รับเป็นสัญญาณอนาล็อคเพื่อทาการ ส่งไปยังสายโทรศัพท์ โดยปกติแล้วลักษณะของโมเด็มจะมีอยู่ด้วยกันหลาย ลักษณะแต่ในที่นี้จะขอพูดถึงโมเด็มที่ใช้ติดตั้งภายนอกคอมพิวเตอร์หรือ External Modem ลักษณะของโมเด็มประเภทนี้จะมีช่องเสียบ RJ-11 ซึ่งรองรับไว้เสียบกับสายโทรศัพท์ และช่องเสียบแบบ RJ-45 อีกหนึ่งช่อง เพื่อให้เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์
  • 8.
    Network Adapter /LAN Card เป็นอุปกรณ์ทาหน้าที่สื่อสารระหว่างเครื่องต่างกันได้ไม่จาเป็นต้องเป็นรุ่นหรือยี่ห้อเดียวกัน แต่หากซื้อพร้อมๆกันก็แนะนาให้ซื้อรุ่นและยีห้อเดียวกันจะดีกว่า และควรเป็น การ์ดแบบ PCI เพราะสามารถส่งข้อมูลได้เร็วกว่าแบบ ISAและเมนบอร์ดรุ่น ใหม่ๆมักจะไม่มี Slot ISA ควรเป็นการ์ดที่มีความเร็วเป็น 100 Mbps ซึ่งจะมีราคามากกว่าการ์ดแบบ 10 Mbps ไม่มากนัก แต่ส่งขอมูลได้เร็วกว่า นอกจากนี้คุณ ควรคาหนึงถึงขั้วต่อหรือคอนเน็กเตอร์ของการ์ดด้วยโดยทั่วไปคอนเน็กเตอร์ ของการ์ด LAN จะมีหลายแบบ เช่น BNC , RJ-45 เป็นต้น ซึ่งคอนเน็กเตอร์แต่ละแบบก็จะใช้ สายที่แตกต่างกัน
  • 10.
    Gateway เกตเวย์Gateway เป็นจุดต่อเชื่อมของเครือข่ายทาหน้าที่เป็นทางเข้าสู่ระบบเครือข่ายต่าง ๆ บนอินเตอร์เน็ตในความหมายของ router ระบบเครือข่ายประกอบด้วย node ของ เกตเวย์(Gateway) และ node ของ host เครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ในเครือข่าย และคอมพิวเตอร์ที่เครื่องแม่ข่ายมีฐานะเป็น node แบบ host ส่วนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ ควบคุมการจราจรภายในเครือข่าย หรือผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต คือ node แบบ เกตเวย์ gateway ในระบบเครือข่ายของหน่วยธุรกิจ เครื่องแม่ข่ายที่เป็น node แบบ เกตเวย์ (Gateway) มักจะทาหน้าที่เป็นเครื่องแม่ข่ายแบบ proxy และเครื่องแม่ข่ายแบบ firewall นอกจากนี้ เกตเวย์(Gateway) ยังรวมถึง router และ switch
  • 12.
  • 13.
    เราเตอร์ เราเตอร์ (อังกฤษ: router)เป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ทาหน้าที่หาเส้นทางและส่ง (forward)แพ็กเกตข้อมูลระหว่างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ไปยังเครือข่ายปลายทางที่ ต้องการ เราเตอร์ทางานบนเลเยอร์ที่ 3 ตามมาตรฐานของ OSI Model เราเตอร์มีลักษณะการใช้งานคล้ายกับ สวิตช์ (Switch) ที่มีความสามารถแจกไอพี ได้
  • 14.
  • 15.
    เป็นอุปกรณ์ช่วยกระจ่ายสัญญาณไปยังเครื่องต่างๆที่อยู่ในระบบ หากเป็นระบบ เครือข่ายที่มี 2เครื่องก็ไม่จาเป็นต้องใช้ฮับสามารถใช้สายสัญญาณเชื่อมต่อ ถึงกันได้ โดยตรง แต่หากเป็นระบบที่มีมากกว่า 2 เครื่องจาเป็นต้องมีฮับเพื่อทาหน้าที่เป็น ตัวกลาง ในการเลือกซื้อฮับควรเลือกฮับที่มีความเร็วเท่ากับความเร็ว ของการ์ด เช่น การ์ดมีความเร็ว 100 Mbps ก็ควรเลือกใช้ฮับที่มีความเร็วเป็น 100 Mbps ด้วย ควรเป็นฮับที่มีจานวนพอร์ตสาหรับต่อสายที่เพียงพอกับ เครื่องใช้ในระบบ หาก จานวนพอร์ตต่อสายไม่เพียงพอก็สามารถต่อพ่วงได้ แนะนาว่าควรเลือกซื้อฮับที่ สามารถต่อพ่วงได้ เพื่อรองรับการขยายตัวในอนาคต
  • 16.
  • 17.
    เป็นสายสาหรับเชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ต่างๆในระบบเข้าด้วยกัน หากเป็น ระบบที่มีจานวนเครื่องมากกว่า 2เครื่องก็จะต้องต่อผ่านฮับอีกทีหนึ่ง โดย สายสัญญาณสาหรับเชื่อมต่อเครื่องในระบบเครือข่าย จะมีอยู่ 2 ประเภท คือ - สาย Coax มีลักษณะเป็นสายกลม คล้ายสายโทรทัศน์ ส่วนมากจะเป็นสี ดาสายชนิดนี้จะใช้กับการ์ด LAN ที่ใช้คอนเน็กเตอร์แบบ BNC สามารถส่ง สัญญาณได้ไกลประมาณ 200 เมตร สายประเภทนี้จะต้องใช้ตัว T Connector สาหรับเชื่อมต่อสายสัญญาณกับการ์ด LAN ต่างๆในระบบ และต้องใช้ตัว Terminator ขนาด 50 โอห์ม สาหรับปิดหัวและท้ายของ สาย
  • 18.
    สาย UTP (UnshiedTwisted Pair) เป็นสายสาหรับการ์ด LAN ที่ใช้คอน เน็กเตอร์แบบ RJ-45 สามารถส่งสัญญาณได้ไกลประมาณ 100 เมตร หากคุณใข้สายแบบ นี้จะต้องเลือกประเภทของสายอีก โดยทั่วไปนิยมใช้กัน 2 รุ่น คือ CAT 3 กับ CAT5 ซึ่ง แบบ CAT3 จะมีความเร็วในการส่งสัญญาณ10 Mbps และแบบ CAT 5 จะมี ความเร็วในการส่งข้อมูลที่ 100 Mbps แนะนาว่าควรเลือกแบบ CAT 5 เพื่อการอัพเกรด ในภายหลังจะได้ไม่ต้องเดินสายใหม่ ในการใช้งานสายนี้ สาย 1 เส้นจะต้องใช้ตัว RJ - 45 Connector จานวน 2 ตัว เพื่อเป็นตัวเชื่อมต่อระหว่างสายสัญญาณจากการ์ด LAN ไปยังฮับหรือเครื่องอื่น เช่นเดียวกับสายโทรศัพท์ ในกรณีเป็นการเชื่อมต่อเครื่อง 2 เครื่อง สามารถใช้ต่อผ่านสายเพียงเส้นเดียได้แต่ถ้ามากกว่า 2 เครื่อง ก็จาเป็นต้องต่อผ่านฮับ
  • 19.
  • 20.
  • 21.
  • 22.
  • 23.