โครงงานคอมพิวเตอร
เรื่อง
การพัฒนาเว็บบล็อก (WebBlog) ดวย Wordpress
กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพและเทคโนโลยี

จัดทําโดย
นางสาวพัชรพร เมืองจันทร เลขที่ 12
ชั้น มัธยมศึกษาปที่ 5/2

รายวิชา (ง32102)
ภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2556
กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพและเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร)
โรงเรียนสมปอยพิทยาคม ตําบลสมปอย อําเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ
สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 28
หัวขอโครงงาน
ประเภทของโครงงาน
ผูเสนอโครงงาน
ครูที่ปรึกษาโครงงาน
ปการศึกษา

: เรื่อง การพัฒนาเว็บบล็อก (WebBlog) ดวย Wordpress
: โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา
: นางสาวพัชรพร เมืองจันทร ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 5/2 เลขที่ 12
: นายณัฐพล บัวพันธ ตําแหนง ครู ( ค.ศ. 3 )
: 2556
บทคัดยอ

โครงงานการพัฒนาเว็บบล็อก (WebBlog) ดวย Wordpressเรื่องประเภทของคอมพิวเตอร นี้ จัดทํา
ขึ้นโดยมีวัตถุประสงคเพื่อนําเอารูปแบบการเรียนรูยุคใหมที่ใชสื่อสังคม หรือ Social Media ซึ่งเปน
สื่อที่ไดรับความสนใจและเปนที่นิยมในปจจุบัน มาประยุกตเขากับการเรียนรู โดยไดศึกษารูปแบบ
และพัฒนาการเรียนรูในการจัดสรางเว็บบล็อกดวยเว็บไซตสําเร็จรูปชื่อวา Wordpressทั้งนี้ได
ทําการศึกษาคนควาเนื้อหาความรูที่สนใจเกี่ยวกับเรื่องประเภทของคอมพิวเตอร ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับ
ประเภทของคอมพิวเตอร โดยผูจัดทําโครงงานสามารถพัฒนารูปแบบของเว็บบล็อกจากWordpress
ไดดวยตนเองและนํามาประยุกตใชใหเขากับการเรียนรูของตนเองมากยิ่งขึ้น และนําไดนําเสนอ
บทเรียนผานเว็บบล็อก ที่ http://nuttapongko.wordpress.comทั้งนี้ ทําใหสามารถติดตอสื่อสารกันได
ระหวางครูเพื่อนและผูสนใจทั่วไปไดเปนอยางดี
บทที่ 1
บทนํา

แนวคิด ที่มา และความสําคัญ
ปจจุบันความกาวหนาทางเทคโนโลยีสารสนเทศกอใหเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญตอ
ทุกวงการทั่วโลก รวมทั้งวงการศึกษาไทยดวย และผลพวงที่ติดตามมาในแงเทคนิควิธีการเกี่ยวกับ
กระบวนการเรียนรูคือแนวโนมในการเรียนรูแบบโตตอบสองทาง (Interactive) ที่กาลังกาวเขามา
แทนที่กระบวนการเรียนรูแบบเดิม ที่ผูรับไดแต “รับเอา” โดยไมอาจ “เลือก” แตอยางใด จาก
แนวคิดดังกลาว ประเทศตาง ๆ ทั่วโลกตางหันมาใหความสนใจในการพัฒนาเทคโนโลยี
สารสนเทศ
เพื่อใชใหเกิดประโยชนสูงสุดแกผูเรียนในทุกระดับ มีการใชเครื่องคอมพิวเตอรและสื่อ
อิเล็กทรอนิกสมากขึ้น ผูเรียนรุนใหมจะเปนผูเรียนที่มีความคิดรักการเรียนรู มีหลักในการศึกษา
คนควาอยางเปนระบบมีความคิดริเริ่มสรางสรรคสิ่งใหม ๆ มีความรูทักษะที่จาเปนในการแสวงหา
ความรูดวยตนเองมากขึ้น (ลัดดาวัลย เพชรโรจน, 2539: 122) จึงเปนที่ยอมรับวา เทคโนโลยี
สารสนเทศ ไดกลายเปนปจจัยที่สําคัญในการพัฒนาประเทศการจัดการศึกษาจึงตองมีการปรับตัวใน
การนาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใชประโยชนในทุก ๆ ดาน โดยเฉพาะอยางยิ่ง ดานการจัดการเรียน
การสอนนั้น ไดมีขอกําหนดไวในพระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 วา รัฐตองสงเสริม
และสนับสนุนใหมีการผลิตสื่อเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา รวมทั้งใหมีการพัฒนาบุคลากรดานการ
ผลิตและผูใชใหมีความรูความสามารถ มีทักษะตลอดจนผูเรียนใหมีสิทธิที่จะไดรับการพัฒนา
เพื่อใหมีความรูและทักษะเพียงพอที่จะใชเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ในการแสวงหาความรูดวย
ตนเอง
ไดอยางตอเนื่องตลอดชีวิต ซึ่งเจตนารมณของกฎหมายฉบับนี้ ไดประกาศชัดใหประชากรทุกคน
สามารถเขาถึงการศึกษาเพื่อการเรียนรู และพัฒนาตนเองอยางตอเนื่อง และสาระทั้งปวงในกฎหมาย
ตองการใหคนไทยมี “ชีวิตแหงการเรียนรู” ทาแผนดินไทยใหเปน “สังคมแหงภูมิปญญา” อยาง
แทจริง (ปญญาพล, 2542: 100)
เทคโนโลยีสารสนเทศ ทาใหเกิดสังคมยุคสารสนเทศที่มีสรรพสิ่งมากมายใหไดเรียนรูไม
รูจักหมดสิ้น การเชื่อมโยงขอมูลสารสนเทศดวยระบบเครือขายคอมพิวเตอรสรางการเรียนรูให
เกิดขึ้นไดอยางกวางขวางและกระจายไปทุกระดับ ทั้งในระบบนอกระบบและตามอัธยาศัย
(บุปผชาติ ทัฬหิกรณ, 2544: 7)
จะเห็นไดวาการจัดการศึกษาในยุคของการใชเทคโนโลยีสารสนเทศสามารถ
เปลี่ยนแปลงกระบวนการเรียนรูและความตองการของการศึกษาในอนาคต สื่อและอุปกรณ
การศึกษารูปแบบใหมจะเขามาแทนที่สื่อแบบเกา มีแหลงทรัพยากรการเรียนรูที่หลากหลายนับเปน
สิ่งที่ชวยสนับสนุนการเรียนรูในสภาพแวดลอมทางการศึกษาแบบใหม (รุง แกวแดง, 2543) ทาให
การเรียนการสอนไมจากัดอยูเฉพาะในหองเรียนและอยูภายใตการควบคุมของผูสอนเทานั้น แต
ผูเรียนสามารถเรียนรูไดจากแหลงความรูที่หลากหลาย โดยเฉพาะเครือขายอินเทอรเน็ต ซึ่งโลกใน
ปจจุบันขอมูลขาวสารจะเปนปจจัยหลักในการดาเนินกิจกรรมตางๆ ผูที่มีโอกาสเขาถึงขอมูล
ขาวสารไดเร็วจะไดเปรียบกวาผูที่เขาถึงขอมูลขาวสารไดชา อินเทอรเน็ตซึ่งเปนแหลงรวบรวม
สารสนเทศตางๆจากทั่วโลกจะเปนเสมือนขุมทรัพย ขอมูลขาวสารที่คนสวนใหญในปจจุบันหันมา
ใหความสนใจ (ถนอมพร เลาหจรัสแสง, 2539 : 7) และกระบวนการเรียนรูของผูเรียนจัดวาสาคัญ
อยางยิ่งในการจัดการศึกษาที่มุงเนนใหผูเรียนเปนศูนยกลางการเรียนรู โดยแนวคิดมุงเนนในเรื่อง
การคิดและแกปญหาเปน และผูเรียนสามารถถายโยงความรูที่เรียนไปใชในชีวิตจริง ซึ่งแนวคิดนี้
จะตองอาศัยเทคโนโลยีและการเชื่อมโยงเปนเครือขายที่มีทั่วโลกมาพัฒนาศักยภาพของผูเรียน มา
ปรับเปลี่ยนแนวทางการเรียนรูใหมจากแนวทางและวิธีการสั่งสอน มาเปนการเรียนรูที่สอดคลอง
กับ
แหลงการเรียนรูใหมทางสารสนเทศ ซึ่งเปนการจัดสภาพแวดลอมใหมในการเรียนรูที่เนนใหผูเรียน
มีสวนรวมคิดแกปญหาและนาความรูที่ไดมานั้นไปถายโยงใชจริงในชีวิตประจาวันที่ทันยุคทันสมัย
ตอเหตุการณ (ปรัชนันนท นิลสุข, 2545:19)
เรียนการสอน เพื่อใหเปนบทเรียนที่เปนแนวทางในการจัดการเรียนการสอนที่มุงเนนผูเรียนเปน
สําคัญ ขณะเดียวกันผูเรียนจะไดรับการพัฒนาทักษะการเรียนรูแบบทีมในการใชเทคโนโลยีเพื่อการ
เรียนรู และยังสามารถเปนแนวทางในการสรางบทเรียนผานเครือขายอินเทอรเน็ตในเรื่องอื่นๆ
ตอไปได

วัตถุประสงค
1. เพื่อศึกษาและพัฒนาเว็บบล็อก (WebBlog) ดวยWordpressเรื่องประเภทของคอมพิวเตอร
2. เพื่อศึกษาคนควาเรื่องที่สนใจเกี่ยวกับเรื่องประเภทของคอมพิวเตอร
3. เพื่อใหผูเรียนสามารถพัฒนารูปแบบของเว็บบล็อกจากWordpressไดดวยตนเองและนํามา
ประยุกตใชใหเขากับการเรียนรูของตนเองมากยิ่งขึ้น
4. เพื่อใหสามารถติดตอสื่อสารกันไดระหวางครูเพื่อนและผูสนใจทั่วไป
ขอบเขตของโครงงาน
1. จัดทําโครงงานคอมพิวเตอร การพัฒนาเว็บบล็อก (WebBlog) ดวย Wordpress เรื่องประเภทของ
คอมพิวเตอร
2. วัสดุ อุปกรณ เครื่องมือหรือโปรแกรมหรือที่ใชในการพัฒนา ไดแก
2.1 เครื่องคอมพิวเตอร พรอมเชื่อมตอระบบเครือขายอินเทอรเน็ต
2.2 เว็บไซตที่ใหบริการเว็บบล็อก คือ www.wordpress.com 2.3 เว็บไซตที่ใชในการติดตอสื่อสาร
เชน www.facebook.comwww.hotmail.comwww.google.com 2.4 โปรแกรมตัดตอและตกแตง
รูปภาพเชนAdobe Photoshop CS4 และ PhotoScape2.0

ผลที่คาดวาจะไดรับ
1. ไดรับความรูเกี่ยวกับพัฒนาเว็บบล็อก (WebBlog) ดวย Wordpressเรื่องประเภทของคอมพิวเตอร
2. ไดรับความรูเกี่ยวกับเรื่องที่นํามาเปนบทเรียนในการสรางเว็บบล็อกคือเรื่องประเภทของ
คอมพิวเตอร
3. ผูเรียนสามารถพัฒนารูปแบบของเว็บบล็อกจาก Wordpressไดดวยตนเองและนํามาประยุกตใช
ใหเขากับการเรียนรูของตนเองมากยิ่งขึ้น
4. สามารถติดตอสื่อสารกันไดระหวางครู เพื่อนและผูสนใจทั่วไป เพื่อสรางเปนเครือขายการเรียนรู
ผานเว็บบล็อกได
5. ไดนําเอาเทคโนโลยีสารสนเทศยุคใหมมาใชอยางมีคุณคา และสรางสรรค
บทที่ 2
เอกสารที่เกี่ยวของ

ในการจัดทําโครงงานคอมพิวเตอร การพัฒนาเว็บบล็อก (WebBlog) ดวย Wordpress เรื่องประเภท
ของคอมพิวเตอรนี้ ผูจัดทําโครงงานไดศึกษาเอกสารและจากเว็บไซตตางๆ ที่เกี่ยวของดังตอไปนี้
2.1 ความสําคัญของคอมพิวเตอร
2.2 ขอมูลเกี่ยวกับของคอมพิวเตอร
2.3 เว็บบล็อก (WebBlog)
2.1 ความสําคัญของคอมพิวเตอร
ปจจุบันคอมพิวเตอรไดถูกพัฒนาใหมีความกาวหนาอยางรวดเร็ว ขนาดเล็กลง ราคาถูกลงแต
ประสิทธิภาพหรือความสามารถในการทางานสูงขึ้น ทาใหหนวยงาน องคกร ตลอดจนบุคลไดนา
คอมพิวเตอรมาใชงานกันอยางกวางขวาง เชน การพิมพเอกสารตาง ๆ การออกแบบงานดานศิลปะ
การสรางภาพกราฟก การเลนเกม การดูหนังฟงเพลง การสรางเว็บสวนตัว การนาคอมพิวเตอรมาใช
งานในลักษณะเครือขาย เชน เครือขายอินเทอรเน็ต การติดตอสื่อสาร การเลือกซื้อสินคา การสืบคน
ขอมูล ดานการศึกษา เปนตน
2.2 ขอมูลเกี่ยวกับคอมพิวเตอร
2.2.1 ความหมายของคอมพิวเตอร
คอมพิวเตอรคืออุปกรณทางอิเล็กทรอนิกส (electrinic device)ที่มนุษยใชเปนเครื่องมือชวยในการ
จัดการกับขอมูลที่อาจเปนไดทั้งตัวเลข ตัวอักษร หรือสัญลักษณที่ใชแทนความหมายในสิ่งตาง ๆ
โดยคุณสมบัติที่สําคัญของคอมพิวเตอรคือการที่สามารถกําหนดชุดคําสั่งลวงหนาหรือโปรแกรมได
(programmable) นั่นคือคอมพิวเตอรสามารถทํางานไดหลากหลายรูปแบบขึ้นอยูกับชุดคําสั่งที่เลือก
มาใชงานทําใหสามารถนําคอมพิวเตอรไปประยุกตใชงานไดอยางกวางขวาง เชนใชในการตรวจ
คลื่นความถี่ของหัวใจ การฝาก -ถอนเงินในธนาคารการตรวจสอบสภาพเครื่องยนต เปนตน ขอดี
ของคอมพิวเตอร คือเครื่องคอมพิวเตอรสามารถทํางานไดอยางมีประสิทธิภาพ มีความถูกตองและมี
ความรวดเร็วอยางไรก็ดี ไมวาจะเปนงานชนิดใดก็ตามเครื่องคอมพิวเตอรจะมีวงจรการทํางาน
พื้นฐาน 4 อยาง (IPOS cycle) คือ
1. รับขอมูล (Input)เครื่องคอมพิวเตอรจะทําการรับขอมูลจากหนวยรับขอมูล (input unit) เชน
คีบอรดหรือ เมาส
2. ประมวลผล (Processing) เครื่องคอมพิวเตอรจะทําการประมวลผลกับขอมูลเพื่อแปลงใหอยูใน
รูปอื่นตามที่ตองการ
3. แสดงผล (Output) เครื่องคอมพิวเตอรจะใหผลลัพธจากการประมวลผลออกมายังหนวยแสดง
ผลลัพธ (output unit) เชน เครื่องพิมพ หรือจอภาพ
4. เก็บขอมูล (Storage) เครื่องคอมพิวเตอรจะทําการเก็บผลลัพธจากการประมวลผลไวในหนวยเก็บ
ขอมูลเพื่อใหสามารถนํามาใชใหมไดในอนาคต
2.2.2 ประวัติความเปนมาและพัฒนาการของคอมพิวเตอร
 [ ประมาณ 2,600 ปกอนคริสตกาล ]ชาวจีนไดประดิษฐเครื่องมือเพื่อใชในการคํานวณขึ้นมาชนิด
หนึ่ง เรียกวา ลูกคิด ( Abacus)

ลูกคิด ( Abacus)

 [ พ.ศ. 2158 ] นักคณิตศาสตรชาวสก็อตแลนดชื่อ John Napier ไดประดิษฐอุปกรณที่ใชชวยใน
การคํานวณขึ้นมาเรียกวา Napier’s Bones เปนอุปกรณที่มีลักษณะคลายกับตารางสูตรคูณในปจจุบัน
 [ พ.ศ.2173 ] วิลเลียมออตเทรต( William Oughtred) นักคณิตศาสตรชาวอังกฤษไดประดิษฐไม
บรรทัดคํานวณ ( Slide Rule) ซึ่งตอมากลายเปนพื้นฐานของการสรางคอมพิวเตอรแบบอนาลอก
 [ พ.ศ.2185 ] เบลส ปาสคาล ( Blaise Pascal) นักคณิตศาสตรชาวฝรั่งเศสไดประดิษฐเครื่องบวก
ลบขึ้น โดยใชหลัการหมุนของฟนเฟองและการทดเลขเมื่อฟนเฟองหมุน ไปครบรอบ โดยแสดง
ตัวเลขจาก 0-9 ออกที่หนาปด

Pascal’s Calculato

 [ พ.ศ.2214 ] กอตฟริต วิลเฮลม ไลบนิซ ( Gottfried Wilhelm Leibniz ) นักคณิตศาสตรชาว
เยอรมัน ไดปรับปรุงเครื่องคิดเลขปาสคาล ใหทํางานไดดีกวาเดิมและเขายังคนพบเลขฐานสอง
(Binary number)

กอตฟริต วิลเฮลม ไลบนิซ ( Gottfried Wilhelm Leibniz )

 [ พ.ศ.2288 ] โจเซฟแมรี่ แจคคารด ( Joseph Marie Jacquard) เปนชาวฝรั่งเศสไดคิด เครื่องทอ
ผาโดยใชคําสั่งจากบัตรเจาะรูควบคุมการทดผาใหมีสีและลวดลายตาง ๆ
บัตรเจาะรู

 [ พ.ศ.2365 ] ชารล แบบเบจ ( Charles Babbage) นักคณิตศาสตรชาวอังกฤษไดประดิษฐ
เครื่องมือที่เรียกวาเครื่องหาผลตาง ( Difference Engine) เพื่อใชคํานวณและพิมพคาทางตรีโกณมิติ
และฟงกชันทางคณิตศาสตร แบบเบจไดพยายามสรางเครื่องคํานวณอีกชนิดหนึ่งเรียกวา Analytical
Engine โดยมีแนวคิดใหแบงการทํางานของเครื่องออกเปน 3 สวนคือ สวนเก็บขอมูล (Store unit),
สวนควบคุม (Control unit) และสวนคํานวณ (Arithmetic unit) ซึ่งแนวคิดนี้ไดรับการนํามาใชเปน
ตนแบบของเครื่องคอมพิวเตอรในปจจุบันจึงยกยองแบบเบจ วาเปนบิดาแหงเครื่องคอมพิวเตอร
เลดี้ เอดา ออคุสตาเลฟเลค ( Lady Ada Augusta Lovelace ) เปนนักคณิตศาสตรที่เขาใจผลงานของ
แบบเบจไดเขียนวิธีการใชเครื่องคํานวณของแบบเบจเพื่อแกปญหาทางคณิตศาสตรเลมหนึ่ง ตอ
มาเลดี้ เอดา ออคุสตาเลฟเลค จึงไดรับการยกยองวาเปนโปรแกรมเมอรคนแรกของโลก

Differnce Engine
 [ พ.ศ.2393 ] ยอรจบูล ( George Boole) นักคณิตศาสตรชาวอังกฤษ ไดคิดระบบพีชคณิตระบบ
ใหมเรียกวา Boolean Algebra โดยใชอธิบายหลักเหตุผลทางตรรกวิทยาโดยใชสภาวะเพียงสอง
อยางคือ True (On) และ False (Off) รวมกับเครื่องหมายในทางตรรกะ
พื้นฐาน ไดแก NOT AND และ OR ตอมาระบบเลขฐานสอง และ Boolean Algebra ก็ไดถูกนํามา
ดัดแปลงใหเขากับวงจรไฟฟาซึ่งมีสภาวะ 2 แบบ คือ เปด , ปดจึงนับเปนรากฐานของการออกแบบ
วงจรในระบบคอมพิวเตอรในปจจุบัน (Digital Computer)
 [ พ.ศ.2480-2481 ] ดร.จอหน วินเซนตอตานาซอฟ ( Dr.Jobn Vincent Atansoff) และคลิฟฟอรด
แบรี่ ( Clifford Berry) ไดประดิษฐเครื่อง ABC ( Atanasoff-Berry) ขึ้นโดยไดนําหลอดสุญญากาศ
มาใชงาน ABC ถือเปนเครื่องคํานวณเครื่องแรกที่เปนเครื่องอิเล็กทรอนิกส

Atansoff

ABC computer
Berry

 [ พ.ศ.2487 ] ศาสตราจารยโอเวิรด ไอดเคน (Howard Aiken) แหงมหาวิทยาลัยฮาวารด รวมกับ
วิศวกรของบริษัทไอบีเอ็มไดสรางเครื่อง MARK I เปนผลสําเร็จ แ ตอยางไรก็ตามเครื่อง MARK I
นี้ยังไมใชคอมพิวเตอรที่แทจริงแตเปนเครื่องคิดเลขไฟฟาขนาดใหญเทานั้น
�
 [ พ.ศ.2485-2495 ] มหาวิทยาลัยเพนซิลเลเนียไดสรางเครื่อง ENIAC (Electronic Numerical
Integrator And Calculator) นับไดวาเปนเครื่องคํานวณอิเล็กทรอนิกสเครื่องแรกของโลกที่ใชหลอด
สูญญากาศและควบคุมการทํางานโดยวิธีเจาะชุดคําสั่งลงในบัตรเจาะรู
ENIAC
 [ พ.ศ.2492 ] ดร.จอหน ฟอน นิวแมนน ( Dr.John Von Neumann ) ไดสรางเครื่องคอมพิวเตอรที่
สามารถเก็บคําสั่งการปฏิบัติงานทั้งหมดไวภายในเครื่องชื่อวา EDVAC นับเปนคอมพิวเตอรเครี่อง
แรกที่สามารถเก็บโปรแกรม ไวในเครื่องได

EDVAC (first stored program computer)
 [ พ.ศ.2496-2497 ] บริษัทไอบีเอ็มไดสรางคอมพิวเตอรชื่อ IBM 701 และ IBM 650 โดยใช
หลอดสุญญากาศเปนวัสดุสรางตอมาเกิดมีการพัฒนาสิ่งประดิษฐที่เปนสารกึ่งตัวนําขึ้นที่
หองปฏิบัติการของบริษัท Bell Telephone ไดเกิดทรานซิสเตอรตัวแรกขึ้นตอมาทรานซิสเตอรได
ถูกนําไปแทนหลอดสูญญากาศจึงทําใหขนาดของคอมพิวเตอรเล็กลงและเกิดความรอนนอยลง
(เครื่องที่ใชทรานซิสเตอรไดแก IBM 1401และ IBM 1620 )
หลอดสูญญากาศ (Vacuum tube)

ทรานซีสเตอร (Transistor)
 [ พ.ศ.2508 ] วงจรคอมพิวเตอรมีการเปลี่ยนแปลงอีกมากเมื่อมีวงจรรวม ( Integrated Circuit:
IC) เกิดขึ้น ซึ่งไอบีเอ็มนี้ไดถูกนําไปแทนที่ทรานซิสเตอรในวงจรอิเล็กทรอนิกสของระบบ
คอมพิวเตอรอีกครั้งซึ่งผลก็คือทําใหคอมพิวเตอรมีขนาดเล็กลง

IC
 [ พ.ศ.2514 ] บริษัท Intel ไดใชเทคโนโลยีของการผลิตวงจรรวมแบบ ( Large Scale Integrated
Circuit :LSI ) ทําการรวมเอาวงจรที่ใชเปนหนวยประมวลผลกลาง ( CPU) ของคอมพิวเตอรมา
บรรจุอยูในแผนไอซีเพียงตัวเดียวซึ่งไอซีนี้เรียกวาไมโครโปรเซสเซอร ( Microprocessor)

Microprocessor

 [ พ.ศ.2506] ประเทศไทยเริ่มมีคอมพิวเตอรใชเปนครั้งแรกโดยที่คอมพิวเตอรเครื่องแรกใน
ประเทศไทยไดติดตั้งที่ ภาควิชาสถิติคณะพานิชยศาสตรและการบัญชีจุฬาลงกรณ
มหาวิทยาลัย เครื่องคอมพิวเตอรเครื่องนี้คือ IBM 1620 ซึ่งไดรับมอบจากมูลนิธิเอไอดี และบริษัท
ไอบีเอ็ม แหง ประเทศไทยจํากัดปจจุบันหมดอายุการใชงานไปแลวจึงไดมอบใหแกศูนยบริภัณฑ
การศึกษาทองฟาจําลองกรุงเทพฯ
 [ พ.ศ.2507] เครื่องคอมพิวเตอรเครื่องที่สองของประเทศไทยติดตั้งที่สํานักงานสถิติแหงชาติใน
เดือนมีนาคม 2507
กอกําเนิด ไมโครโปรเซสเซอร
เมื่อกอนนั้น Intel เปนบริษัทผลิตชิปไอซีแหงหนึ่งที่ไมใหญโตมากนักเทาในปจจุบันนี้ เมื่อปค.ศ.
1969 ไดสรางความสะเทือน ใหกับวงการอิเล็คทรอนิคสโดยการออกชิปหนวยความจํา
(Memory)ขนาด 1 Kbyte มาเปนรายแรก บริษัทบิสซิคอมพ(Busicomp) ซึ่งเปนผูผลิตเครื่องคิดเลข
ของญี่ปุนไดทําการวาจางให Intel ทําการผลิตชิปไอซีที่บิสซิคอมพเปนคนออกแบบเองที่มีจํานวน
12 ตัว โครงการนี้ถูกมอบหมายใหนาย M.E. Hoff, Jr. ซึ่งเขาตัดสินใจที่จะใชวิธีการออกแบบชิป
แบบใหมโดยสรางชิปที่ใหถูกโปรแกรมไดหมายถึงวาสามารถนําเอาชุดคําสั่งของการคํานวณไป
เก็บไวในหนวยความจํากอนแลวใหไอซีตัวนี้อานเขามาแปล ความหมาย และทํางานภายหลัง ในป
1971 Intel ไดนําผลิตภัณฑออกสูตลาด โดยใชชื่อทางการคาวา Intel 4004 ในราคา 200 เหรียญ
สหรัฐ และเรียกชิปนี้วาเปน ไมโครโปรเซสเซอร( Micro Processor) ก็เพราะวา 4004 นี้เปน CPU
(Central Processing Unit) ตัวหนึ่ง ซึ่งมีขนาด 4.2 X 3.2 มิลลิเมตร ภายในประกอบดวย
ทรานซิสเตอร จํานวน 2250 ตัว และเปนไมโครโปรเซสเซอรขนาด 4 บิต หลังจาก 1 ปตอมา Intel
ไดออก ไมโครโปรเซสเซอรขนาด 8 บิตออกมาโดยใชชื่อวา 8008 มีชุดคําสั่ง 48 คําสั่ง และอาง
หนวยความจําได 16 Kbyte ซึ่งทาง Intel หวังวาจะเปนตัวกระตุนตลาดทางดานชิปหนวยความจําได
อีกทางหนึ่ง เมื่อป 1973 ทาง Intel ไดออก ไมโครโปรเซสเซอร 8080 ที่มีชุดคําสั่งพื้นฐาน 74 คําสั่ง
และสามารถอางหนวยความจําได 64 Kbyte
ไมโครคอมพิวเตอร เครื่องแรกของโลก
เมื่อป 1975 มีนิตยสารตางประเทศฉบับหนึ่ง ชื่อวา Popular Electronics ฉบับเดือน มกราคม ไดลง
บทความ เกี่ยวกับเครื่อง ไมโครโปรเซสเซอรเครื่องแรกของโลกที่มีชื่อวา อัลแตร 8800 (Altair) ซึ่ง
ทําออกมาเปนชุดคิทโดยบริษัท MITS (Micro Insumentation And Telemetry Systems) ลักษณะ
ของชุดคิท ก็คือจะอยูในรูปของอุปกรณแตละชิ้นโดยให คุณนําไปประกอบขึ้นใชเอง บริษัท MITS
ถูกกอตั้งเมื่อป 1969 โดยมีจุดมุงหมายเพื่อทําตลาดในดานเครื่องคิดเลขแตการคาชลอตัวลง
ประธานบริษัท ชื่อ H. Edword Roberts เห็นการไกลคิดเปดตลาดใหมซึ่งจะขายชุดคิด คอมพิวเตอร
ประมาณเอาไววาอาจขายไดในจํานวนปละประมาณ 200-300 ชุดจึงใหทิมงานออกแบบบและ
พัฒนาแลวเสร็จกอนถึงคริสตมาส ในป 1974 แตเพิ่งมาประกาศตัวในปถัดไป สําหรับ CPU ที่ใชคือ
8080 และคําวา ไมโครคอมพิวเตอรจึงถูกเรียกใชเปนครั้งแรกเพื่อชุดคิทคอมพิวเตอรชุดนี้ ชุดคิ
ทของ อัลแตรนี้ประกอบดวย ไมโครโปรเซสเซอร 8080 ของบริษัท Intel มี เพาเวอรซัพพลายมีแผง
หนาปดที่ติดหลอดไฟ เปนแถวมาใหเพื่อแสดงผล รวมถึงหนวยความจํา 256 Byte ( แหม.. เหมือน
ของเลนเราในสมัยนี้ จังงง ) นอกนั้น ยังมี สลอต (Slot) ใหเสียบอุปกรอื่น ๆ เพิ่มได แตก็ทําให
MITS ตองผิดคาด คือ ภายใน เดือนเดียวมีจดหมายสงเขามาขอสั่งซื้อเปนจํานวนถึง 4,000 ชุดเลย
ทีเดียว ดวยชิป8080 นี่เองไดเปนแรงดลใจใหบริษัท ดิจิตอลรีเสิรช (Digital Research) กําเนิด
ระบบปฏิบัติการ(Operating System) ที่ชื่อวา ซีพีเอ็ม(CP/M หรือ Control Program For
Microcomputer) ขึ้นมา ในขณะที่ Microsoft ยังเพิ่งออก Microsoft Basic รุนแรกเทานั้นเอง
ถึงยุค Z80 เมื่อเดือน พฤศจิกายนป 1974 ไดมี วิศวกรของ Intel บางคนไดออกมาตั้งบริษัทผลิตชิป
เอง โดยมีชื่อวา ไซลอก (Zilog) เนื่องจาก วิศวกรเหลานี้ ไดมีสวนรามในการผลิตชิป 8080 ดวยจึงได
นําเอาเทคโนโลยีการผลิตนี้มาสรางตัวใหมที่ดีกวา มีชื่อวา Z80 ยังคงเปน ชิปขนาด 8 บิต เมื่อได
ออกสูตลาดไดรับความนิยมเปนอยางมากเนื่องจากไดปรับปรุงขอบกพรองตาง ๆ ที่มีอยูใน 8080 จึง
ทําใหเครื่องคอมพิวเตอรหลายตอหลายยี่หอ หันมาใชชิป Z80 กัน แมแตซีพีเอ็ม ก็ยังถูกปรับปรุงให
มาใชกับ Z80 นี้ดวย *** แมในปจจุบันนี้ Z80 ยังคงถูกใชงาน และนําไปใช ในการ
เรียนการสอนไมโครโปรเซสเซอร ดวย เชน ชุดคิดหรือ Single Board Microcomputer ของ ETT,
Silaเปนตน และ IC ตัวนี้ยังผลิตขาย อยูในปจจุบัน ในราคา ไมเกิน 100 บาทนะจะบอกให)
Computer เครื่องแรกของ IBM ในป 1975 ไอบีเอ็มไดออกเครื่องไมโครคอมพิวเตอร เครื่องแรก
ออกมาแตทางไอบีเอ็มไดเรียกเครื่องนี้วาเปน เทอรมินัลแบบชาญฉลาด ที่สามารถโปรแกรมได
(Intelligent Programmable Terminal) และตั้งชื่อรุนวา Model 5100 มีหนวยความจํา 16 Kbyte แลว
ยังมีตัวแปลภาษาเบสิก แบบอินเตอรพรีทเตอร (Interpreter) ดวย และมีไดรฟสําหรับใสคารทิดจ
เทปในตัว แตก็ยังขายไมดีเอามาก ๆ เลยเพราะวาตั้งราคาไวสูงมากถึง 9,000 เหรียญสหัฐ ในปลายป
1980 บริษัทไอบีเอ็มไดเกิดแผนกเล็ก ๆ ขึ้นมาแผนกหนึ่งเรียกวา Entry Systems Division ภายใตทีม
ของคนชื่อวา ดอน เอสทริดจ (Don Estridge) และนักออกแบบอีก 12 คนโดยไดรับมอบหมายให
พัฒนาเครื่องไมโครคอมพิวเตอรเครื่องแรกของไอบีเอ็มโมเด็ล 5100 นั้นเอง โดยนําเอาจุดเดนของ
เครื่องที่ขายดีมารวมไวในการออกแบบเครื่องไมโครคอมพิวเตอรของไอบีเอ็มและผลิตจําหนายได
ภายในปเดียวภายใตชื่อวา ไอบีเอ็มพีซี (IBM PC) ซึ่งถูกเปดตัวในเดือน สิหาคม ป 1981 และ
ยอดขายของเครื่องพีซีก็ไดพุงอยางรวดเร็ว ทําใหบริษัทอื่น ๆ จับตามอง
กําเนิด แอปเปล
ในป 1976 หลังจาก Stephen Wozniak และ Steve Jobs ไดรวมกันกอตั้งบริษัทแอปเปลคอมพิวเตอร
(Apple Computer) และไดนําเครื่องไมโครคอมพิวเตอรเครื่องแรกที่ประดิษฐจากโรงรถออกมาขาย
โดยใชชื่อวา Apple I ในราคา 695 เหรียญบริษัทแอปเปลไดผลิตเครื่อง Apple I ออกมาไมมากนัก
ภายในปเดียวไดผลิต Apple II ออกมา และรุนนี้เปนรุนเปดศักราชแหงวงการไมโครคอมพิวเตอร
และเปนการสรางมาตรฐาน ที่ไมโครคอมพิวเตอร ที่เกิดมาตามหลังทั้งหมด
2.2.3 ประเภทของคอมพิวเตอร
ในปจจุบัน คอมพิวเตอรไดใชวงจรเบ็ดเสร็จขนาดใหญมาก (very large scaleintegrated circuit)
ซึ่งสามารถบรรจุทรานซิสเตอรไดมากกวาสิบลานตัว เราสามารถแบงคอมพิวเตอรในรุนปจจุบัน
ออกเปน 4 ประเภทดังตอไปนี้
ซูเปอรคอมพิวเตอร (supercomputer)
ซูเปอรคอมพิวเตอร ถือไดวาเปนคอมพิวเตอรที่มีความเร็วมาก และมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อ
เปรียบเทียบกับคอมพิวเตอรชนิดอื่น ๆ เครื่องซูเปอรคอมพิวเตอรมีราคาแพงมาก มีขนาดใหญ
สามารถคํานวณทางคณิตศาสตรไดหลายแสนลานครั้งตอวินาที และไดรับการออกแบบ เพื่อใหใช
แกปญหาขนาดใหญมากทางวิทยาศาสตรและทางวิศวกรรมศาสตรไดอยางรวดเร็ว เชน การ
พยากรณอากาศลวงหนาเปนเวลาหลายวัน การศึกษาผลกระทบของมลพิษกับสภาวะแวดลอมซึ่ง
หากใชคอมพิวเตอรชนิดอื่นๆ แกไขปญหาประเภทนี้ อาจจะตองใชเวลาในการคํานวณหลายปกวา
จะเสร็จสิ้น ในขณะที่ซูเปอรคอมพิวเตอรสามารถแกไขปญหาไดภายในเวลาไมกี่ชั่วโมงเทานั้น
เนื่องจากการแกปญหาใหญ ๆ จะตองใชหนวยความจําสูง ดังนั้น ซูเปอรคอมพิวเตอรจึงมี
หนวยความจําที่ใหญมาก ซูเปอรคอมพิวเตอรมีหลายประเภท ตั้งแตรุนที่มีหนวยประมวลผล
(processing unit) 1 หนวย จนถึงรุนที่มีหนวยประมวลผลหลายหมื่นหนวยซึ่งสามารถทํางานหลาย
อยางไดพรอม ๆ กัน
เมนเฟรมคอมพิวเตอร (mainframe computer)
เมนเฟรมคอมพิวเตอร มีสมรรถภาพที่ต่ํากวาซูเปอรคอมพิวเตอรมาก แตยังมีความเร็วสูง และมี
ประสิทธิภาพสูงกวามินิคอมพิวเตอรหรือไมโครคอมพิวเตอร เมนเฟรมคอมพิวเตอรสามารถ
ใหบริการผูใชจํานวนหลายรอยคนพรอม ๆ กัน ฉะนั้น จึงสามารถใชโปรแกรมจํานวนนับรอยแบบ
ในเวลาเดียวกันได โดยเฉพาะถาตอเครื่องเขาเครือขายคอมพิวเตอร ผูใชสามารถใชไดจากทั่วโลก
ปจจุบัน องคกรใหญๆ เชน ธนาคาร จะใชคอมพิวเตอรประเภทนี้ในการทําบัญชีลูกคา หรือการ
ใหบริการจากเครื่องฝากและถอนเงินแบบอัตโนมัติ (automatic teller machine) เนื่องจากเครื่อง
เมนเฟรมคอมพิวเตอรไดถูกใชงานมากในการบริการผูใชพรอม ๆ กัน เมนเฟรมคอมพิวเตอรจึงตอง
มีหนวยความจําที่ใหญมาก
มินิคอมพิวเตอร (minicomputer)
มินิคอมพิวเตอร คือ เมนเฟรมคอมพิวเตอรขนาดเล็ก ๆ ซึ่งสามารถบริการผูใชงานไดหลายคน
พรอม ๆ กัน แตจะไมมีสมรรถภาพเพียงพอที่จะบริการผูใชในจํานวนที่เทียบเทา
เมนเฟรมคอมพิวเตอรได จึงทําใหมินิคอมพิวเตอรเหมาะสําหรับองคกรขนาดกลาง หรือสําหรับ
แผนกหนึ่งหรือสาขาหนึ่งขององคกรขนาดใหญเทานั้น
ไมโครคอมพิวเตอร (microcomputer) หรือ พีซี (personalcomputer หรือ PC)
ไมโครคอมพิวเตอร คือ คอมพิวเตอรขนาดเล็กแบบขนาดตั้งโตะ (desktop computer) หรือขนาด
เล็กกวานั้น เชน ขนาดสมุดบันทึก (notebook computer) และขนาดฝามือ (palmtop computer)
ไมโครคอมพิวเตอรไดเริ่มมีขึ้นในป พ.ศ. 2518 ถึงแมวาในระยะหลัง เครื่องชนิดนี้จะมี
ประสิทธิภาพที่สูง แตเนื่องจากมีราคาไมแพงและมีขนาดกระทัดรัด ไมโครคอมพิวเตอรจึงยังเหมาะ
สําหรับใชสวนตัว ไมโครคอมพิวเตอรไดถูกออกแบบสําหรับใชที่บาน โรงเรียน และสํานักงาน
สําหรับที่บาน เราสามารถใชไมโครคอมพิวเตอรในการทํางบประมาณรายรับรายจายของครอบครัว
ชวยทําการบานของลูกๆ การคนควาขอมูลและขาวสาร การสื่อสารแบบอิเล็กทรอนิกส (electronic
mail หรือ E -mail) หรือโทรศัพททางอินเทอรเน็ต (internet phone) ในการติดตอทั้งในและนอก
ประเทศ หรือแมกระทั่งทางบันเทิง เชน การเลนเกมบนเครื่องไมโครคอมพิวเตอร สําหรับที่
โรงเรียน เราสามารถใชไมโครคอมพิวเตอรในการชวยสอนนักเรียนในการคนควาขอมูลจากทั่วโลก
สําหรับที่สํานักงาน เราสามารถใชไมโครคอมพิวเตอรในการชวยพิมพจดหมายและขอมูลอื่นๆ เก็บ
และคนขอมูล วิเคราะหและทํานายยอดซื้อขายลวงหนา

โนตบุค (notebook or laptop)

โนตบุค คือ คอมพิวเตอรที่มีขนาดเล็กกวาไมโครคอมพิวเตอร ถูกออกแบบไวเพื่อนําติดตัวไปใช
ตามที่ตางๆ มีขนาดเล็ก และน้ําหนักเบา ในปจจุบันมีขนาดพอๆกับสมุดที่ทําดวยกระดาษ

เน็ตบุค (netbook or laptop)
เน็ตบุค คือ คอมพิวเตอรที่มีขนาดเล็กกวาไมโครคอมพิวเตอรและเล็กกวาโนตบุค ถูกออกแบบไว
เพื่อนําติดตัวไปใชตามที่ตางๆ มีขนาดเล็ก และน้ําหนักเบา
แท็บเล็ต คอมพิวเตอร (tablet computer)
แท็บเล็ต คอมพิวเตอร หรือเรียกสั้น ๆ วา แท็บเล็ต คือเครื่องคอมพิวเตอรที่สามารถใชในขณะ
เคลื่อนที่ได ขนาดกลางและใชหนาจอสัมผัสในการทํางานเปนอันดับแรก มีคียบอรดเสมือนจริง
หรือปากกาดิจิตอลในการใชงานแทนที่แปนพิมพคียบอรด และมีความหมายครอบคลุมถึงโนคบุ
คแบบconvertible ที่มีหนาจอแบบสัมผัสและมีแปนพิมพคียบอรดติดมาดวยไมวาจะเปนแบบหมุน
หรือแบบสไลดก็ตาม [21]
2.3 เว็บบล็อก (WebBlog)
2.3.1 ความหมายของเว็บบล็อก (WebBlog)
เว็บล็อก (อังกฤษ: weblog) เปนรูปแบบเว็บไซตประเภทหนึ่ง ซึ่งถูกเขียนขึ้นในลําดับที่
เรียงตามเวลาในการเขียน ซึ่งจะแสดงขอมูลที่เขียนลาสุดไวแรกสุด บล็อกโดยปกติจะประกอบดวย
ขอความ ภาพ ลิงก ซึ่งบางครั้งจะรวมสื่อตางๆ ไมวา เพลง หรือวิดีโอในหลายรูปแบบได จุดที่
แตกตางของบล็อกกับเว็บไซตโดยปกติคือ บล็อกจะเปดใหผูเขามาอานขอมูล สามารถแสดงความ
คิดเห็นตอทายขอความที่เจาของบล็อกเปนคนเขียน ซึ่งทําใหผูเขียนสามารถไดผลตอบกลับโดย
ทันที คําวา "บล็อก" ยังใชเปนคํากริยาไดซึ่งหมายถึง การเขียนบล็อก และนอกจากนี้ผูที่เขียนบล็อก
เปนอาชีพก็จะถูกเรียกวา "บล็อกเกอร"
บล็อกเปนเว็บไซตที่มีเนื้อหาหลากหลายขึ้นอยูกับเจาของบล็อก โดยสามารถใชเปนเครื่องมือ
สื่อสาร การประกาศขาวสาร การแสดงความคิดเห็น การเผยแพรผลงาน ในหลายดานไมวา อาหาร
การเมือง เทคโนโลยี หรือขาวปจจุบัน นอกจากนี้บล็อกที่ถูกเขียนเฉพาะเรื่องสวนตัวหรือจะเรียกวา
ไดอารีออนไลน ซึ่งไดอารีออนไลนนี่เองเปนจุดเริ่มตนของการใชบล็อกในปจจุบัน นอกจากนี้ตาม
บริษัทเอกชนหลายแหงไดมีการจัดทําบล็อกของทางบริษัทขึ้น เพื่อเสนอ
แนวความเห็นใหมใหักับลูกคา โดยมีการเขียนบล็อกออกมาในลักษณะเดียวกับขาวสั้น และไดรับ
การตอบรับจากทางลูกคาที่แสดงความเห็นตอบกลับเขาไป เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ
2.3.2 ประเภทของเว็บบล็อก
1. แบงตามลักษณะของมีเดียที่มีในบล็อกไดแก
1.1. Linklog บล็อกแบบนี้นาจะเปนบล็อกรุนแรก ๆ เปนบล็อกที่รวมลิ๊งกที่เจาของบล็อกสนใจ
เอาไว ถาคณยังจําผูใหกําเนิดคําวา “บล็อก” ที่ชื่อ จอหน บาจเจอรได นั่นแหละครับ
robotwisdom.com ของเขาคือตัวอยางของ linklog นั่นเอง แมวาจะบล็อกแบบนี้จะเปนการ
รวมลิ๊งกเทานั้น แตก็ไมเรียงเหมือนว็บไดเร็กทอรี่ เพราะเจาของบล็อกจะโพสตลิ๊งกของเขา
1 – 2 ลิ๊งกตอโพสตเทานั้นครับ ใครที่อยากมีบล็อกเปนของตนเองแตยังนึกไมออกวาจะทํา
บล็อกแบบไหน linklog นาจะเปนการเริ่มตนการทําบล็อกไดเปนอยางดี
1.2 Photoblog ชื่อก็บอกอยูแลวครับวา Photo บล็อกประเภทนี้เนนในโพสตภาพถายที่เจาของบล็อก
อยากนําเสนอ และมักจะไมเนนที่จะเขียนขอความมากนัก บางบล็อกเรียกไดวาภาพโดยเจาของ
บล็อกลวน ๆ เลยครับ
1.2. Vlog ยอมาจาก Videoblog เปนบล็อกที่รวมวิดีโอคลิปไวในบล็อก Vlog เปนบล็อกที่เรียก
ไดวาเปนบล็อกที่นิยมทํากันมากในอนาคต เพราะการเจริญเติบโตของไฮสปด อินเตอรเน็ต
หรือ อินเตอรเน็ตบอรดแบนด ที่ทําใหการถายทอดเสียง ภาพเคลื่อนไหว movie
2. แบงตามประเภทเนื้อหา ไดแก
2.1 บล็อกสวนตัว(Personal Blog) นําแสนอความคิดเห็น กิจวัตรประจําวันของเจาของบล็อกเปน
หลัก
2.2 บล็อกขาว(News Blog) บล็อกที่นําเสนอขาวเปนหลัก
2.3 บล็อกกลุม(Collaborative Blog) เปนบล็อกที่เขียนกันเปนกลุม เชน blognone.com
2.4 บล็อกการเมือง(Politic Blog) วาดวยเรื่องการเมืองลวน ๆ
2.5 บล็อกเพื่อสิ่งแวดลอม(Environment Blog) พูดถึงเรื่องราวของธรรมชาติและการรักษา
สิ่งแวดลอม
2.6 มีเดียบล็อก(Media Blog) เปนบล็อกที่วิเคราะหสื่อตางๆ สารคดีและสิ่งที่เกี่ยวกับสื่อ เชน
oknation.net/blog/black ของสุทธิชัย หยุน
2.7 บล็อกบันเทิง(Entertainment Blog) บล็อกที่นําเสนอเรื่องราวบันเทิงทั้งทางจอแกว และจอเงิน
เรื่องซุบซุดารา กองถาย ฯลฯ
2.8 บล็อกเพื่อการศึกษา(Educational Blog) ในโรงเรียน หรือมหาวิทยาลัยในตางประเทศมักจะใช
บล็อกเปนสื่อในการสอนหรือ แลกเปลี่ยนความคิดกัน
2.9 ติวเตอรบล็อก(Tutorial Blog) เปนบล็อกที่นําเสนอวิธีการตาง
2.3.3 เว็บไซตที่ใหบริการเว็บบล็อก
www.blogger.com
www.exteen.com
www.mapandy.com
www.buddythai.com
www.imigg.com
www.5iam.com
www.blogprathai.com
www.ndesignsblog.com
www.idatablog.com
www.inewblog.com
www.onblogme.com
www.freeseoblogs.com
www.sumhua.com
www.diaryi.net
www.istoreblog.com
www.skypream.com
www.thailandspace.com
www.sungson.com
www.gujaba.com
www.sabuyblog.com
www.ugetblog.com
www.jaideespace.com
www.maxsiteth.com
www.my2blog.com

2.3.4 ประวัติของเว็บไซต Wordpress wordpress
หลายคนรูจักกันดีและบางคนก็อาจจะกําลังใชงานอยูก็ไดแตจะมีสักกี่คนที่รูวา wordpress มีประวัติ
ความเปนมายังไงเดี๋ยวจะไดรูกันครับ ความเปนมาของ wordpress เริ่มจาก B2 หรือ cafelog คือผูที่
ใหกําเนิดการทํางานของเว็บบลอกที่ชื่อวา wordpress ไดการผลิตบล็อกชนิดนี้ขึ้นครั้งแรกประมาณ
ป 2003 ตอนนั้นมีบล็อก wordpress อยูประมาณ 2000 บล็อก บล็อกที่ชื่อวา wordpress นี้ เขียนดวย
ภาษา PHP เพื่อที่จะใชกับ MySQL โดยผูเขียน wordpress ก็คือ Michel Valdrighiเปนผูรวมพัฒนา
wordpress ตอนนั้น wordpress ยังอยูใน B2evolution wordpress ไดปรากฏสูโลกในป 2003 โดย
เปนความพยายามของ MattMullenweg และ Mike little ในป 2004 ไดถูกเปลี่ยนแปลงโดย six apart
ทําใหมีผูงาน wordpress จํานวนมากขึ้น และเริ่มกอเกิดแบรนดwp หรือ wordpress ขึ้นมาและมีการ
ใชงานมากขึ้นและการพัฒนาอยางตอเนื่องจนมาถึงปจจุบัน ในป 2007 wordpress ไดรับรางวัล
ชนะเลิศในเรื่องของ Packt opensource CMS award
เว็บไซตนี้ จะแนะนําถึงวิธี การใช WordPressตั้งแตพื้นฐานเริ่มตน ไปจนถึงการเพิ่มเทคนิคลูกเลน
ตาง ๆ แตกอนที่จะไปเรียนรูกัน เราควรมารูจักกอนวา
WordPress คือ อะไร
WordPress คือ โปรแกรมสําเร็จรูปตัวหนึ่ง ที่เอาไวสําสําหรับสราง บล็อก หรือ เว็บไซต สามารถใช
งานไดฟรี ถูกจัดอยูในประเภท CMS (Contents Management System) ซึ่งหมายถึง โปรแกรม
สําเร็จรูปที่มีไวสําหรับสรางและบริหารจัดการเนื้อหาและขอมูลบนเว็บไซต WordPress ไดรับการ
พัฒนาและเขียนชุดคําสั่งมาจากภาษา PHP (เปนภาษาโปรแกรมมิ่งตัวหนึ่ง ) ทํางานบนฐานขอมูล
MySQL ซึ่งเปนโปรแกรมสําหรับจัดการฐานขอมูล มีหนาที่เก็บ เรียกดู แกไข เพิ่มและลบขอมูล
การใชงาน WordPress รวมกับ MySQL อยูภายใตสัญญาอนุญาตใชงานแบบ GNU General Public
License
WordPress ปรากฏโฉมครั้งแรกในโลกเมื่อป พ.ศ. 2546 (2003) เปนความรวมมือกันระหวาง
MattMullenwegและ Mike Littlejมีเว็บไซตหลักอยูที่ http://wordpress.org และยังมีบริการ Free
Hosting (พื้นที่สําหรับเก็บทุกอยางของเว็บ/บล็อก) โดยขอใชบริการไดที่ http://wordpress.com
ปจจุบันนี้ WordPress ไดรับความนิยมเพิ่มขึ้นอยางรวดเร็ว จนมีผูใชงานมากกวา 200 ลานเว็บบล็อก
ไปแลว แซงหนา CMS ตัวอื่น ๆ ไมวาจะเปน Drupal , Mambo และ Joomlaสาเหตุเปนเพราะ ใช
งานงาย ไมจําเปนตองมีความรูในเรื่อง Programing มีรูปแบบที่สวยงาม อีกทั้งยังมีผูพัฒนา Theme
(รูปแบบการแสดงผล) และ Plugins (โปรแกรมเสริม) ใหเลือกใชฟรีอยางมากมาย
นอกจากนี้ สําหรับนักพัฒนา WordPress ยังมี Codex เอาไวใหเราไดเปนไกดไลน เพื่อศึกษา
องคประกอบสวนตาง ๆ ที่อยูภายใน สําหรับพัฒนาตอยอด หรือ นําไปสราง Theme และ Plugins
ขึ้นมาเองไดอีกดวย หนําซ้ํา ยังมีรุนพิเศษ คือ WordPress MU สําหรับไวใหผูนําไปใช สามารถเปด
ใหบริการพื้นที่ทําเว็บบล็อกเปนของตนเอง เพื่อใหผูอื่นมาสมัครขอรวมใชบริการในการสรางเว็บ
บล็อก ภายใตชื่อโดเมนของเขา หรือที่เรียกวา Sub-Domain
จากที่ไดเกริ่นนําไปในบทความนี้ คงจะทําใหรูจัก และไดทราบประวัติความเปนมา รวมถึง
ความหมายกันไปบางแลววา WordPressคือ อะไร ในบทความหนา เราจะไดเริ่มเรียนรูถึงรูปแบบ
และวิธีการใชงาน ไปจนถึงการเพิ่มลูกเลนตาง ๆ ตอไป
บทที่ 3
วิธีดําเนินงานโครงงาน
ในการจัดทําโครงงานคอมพิวเตอร การพัฒนาเว็บบล็อก (WebBlog) ดวย Wordpress เรื่องประเภท
ของคอมพิวเตอรนี้ ผูจัดทําโครงงานมีวิธีดําเนินงานโครงงาน ตามขั้นตอนดังตอไปนี้
3.1 วัสดุ อุปกรณ เครื่องมือหรือโปรแกรมหรือที่ใชในการพัฒนา
3.1.1 เครื่องคอมพิวเตอร พรอมเชื่อมตอระบบเครือขายอินเทอรเน็ต
3.1.2 เว็บไซตที่ใหบริการเว็บบล็อก คือ www.wordpress.com 3.1.3 เว็บไซตที่ใชในการ
ติดตอสื่อสาร เชน www.facebook.com www.hotmail.com www.google.com 3.1.4 โปรแกรมตัด
ตอและตกแตงรูปภาพ เชนAdobe Photoshop CS4 และ PhotoScape2.0
3.2 ขั้นตอนการดาเนินงาน
3.2.1 คิดหัวขอโครงงานเพื่อนําเสนอครูที่ปรึกษาโครงงาน
3.2.2 ศึกษาและคนควาขอมูลที่เกี่ยวของกับเรื่องที่สนใจ คือเรื่องประเภทของคอมพิวเตอร วามี
เนื้อหามากนอยเพียงใด และตองศึกษาคนควาเพิ่มเติมเพียงใดจากเว็บไซตตางๆ และเก็บขอมูลไว
เพื่อจัดทําเนื้อหาตอไป
3.2.3 ศึกษาการสรางเว็บบล็อกที่สรางจากเว็บไซต Wordpress จากเอกสารที่ครูประจําวิชากําหนด
และจากเว็บไซตตางๆ ที่นําเสนอเทคนิค วิธีการสรางเว็บบล็อก
3.2.4 จัดทําโครงรางโครงงานคอมพิวเตอรเพื่อนําเสนอครูที่ปรึกษาผานเว็บบล็อกของตัวเอง โดยได
นําไฟลขอมูลไปฝากไวที่เว็บไซตชื่อ http://www.slideshare.net
3.2.5 ปฏิบัติการจัดทําโครงงานคอมพิวเตอรการพัฒนาเว็บบล็อก (WebBlog) ดวย Wordpress เรื่อง
ประเภทของคอมพิวเตอร โดยการสมัครสมาชิก และสรางบทเรียนที่สนใจตามแบบเสนอโครงราง
ที่เสนอไวแลว
3.2.6 นําเสนอรายงานความกาวหนาเปนระยะๆ โดยแจงใหครูที่ปรึกษาโครงงานเขาไปตรวจ
ความกาวหนาของโครงงานผานเว็บไซต http://www.facebook.com/อัศวินปุตตาปวน ซึ่งครูที่
ปรึกษาจะใหขอเสนอแนะตางๆ เพื่อใหจัดทําเนื้อหาและการนําเสนอที่นาสนใจตอไป ทั้งนี้เมื่อ
ไดรับคําแนะนําก็จะนํามาปรับปรุง แกไขใหเปนที่สนใจยิ่งขึ้น อีกทั้งไดสรางเครือขายสังคมโดยใช
เว็บไซต Facebook เพื่อใหเพื่อนๆ มาชวยใหขอเสนอแนะ และสื่อสารกันหากมีขอสงสัยเกี่ยวกับ
การสรางและพัฒนาเว็บบล็อกดังกลาว
บทที่ 4
ผลการดําเนินงานโครงงาน
การจัดทําโครงงานคอมพิวเตอรการพัฒนาเว็บบล็อก (WebBlog) ดวย Wordpress เรื่อง ประเภทของ
คอมพิวเตอรนี้ มีวัตถุประสงคเพื่อพัฒนาเว็บบล็อก (WebBlog) ดวยWordpress และคนควาเรื่องที่
สนใจเกี่ยวกับประเภทของคอมพิวเตอร เพื่อใหผูจัดทําโครงงานสามารถนํามาประยุกตใชใหเขากับ
การเรียนรูของตนเองมากยิ่งขึ้น ตลอดจนสามารถติดตอสื่อสารกันไดระหวางครูเพื่อนและผูสนใจ
ทั่วไป ซึ่งมีผลการดําเนินงานโครงงาน ดังนี้
ผลการพัฒนาเว็บบล็อก
การพัฒนาเว็บบล็อก (WebBlog) ดวย Wordpressเรื่องประเภทของคอมพิวเตอรนี้ ผูจัดทํา
ไดเริ่มดําเนินงานตามขั้นตอนการดําเนินงานที่เสนอในบทที่ 3 แลว แลวไดสมัครเปนสมาชิกเว็บ
บล็อกที่ชื่อhttp://www.wordpress.com จากนั้นไดนําเสนอเผยแพรผลงานผานเครือขายอินเทอรเน็ต
ที่สามารถเขาถึงไดทุกที่ทุกเวลา โดยไดนําเผยแพรที่เว็บบล็อกชื่อ
http://nuttapongko.wordpress.comซึ่งสามารถเชื่อมตอกับสื่อสังคมในรูปแบบของ Social Media
ประเภทเว็บไซตfacebook ของผูจัดทําที่ชื่อ http://www.facebook.com/อัศวินปุตตาปวนทั้งนี้เว็บ
บล็อกดังกลาว สามารถจัดการและเชื่อมตอกับเว็บไซตอื่นๆ ไดเปนอยางดีโดยทั้งครูที่ปรึกษา
เพื่อนๆในหองเรียนไดเขาไปมีสวนรวมในการจัดการเรียนรู โดยแสดงความเห็นในเนื้อหาและ
รูปแบบของการนําเสนออยางหลากหลาย ซึ่งทําใหเกิดการเรียนรูและเปนแหลงเรียนรูในโลก
ออนไลนอยางหลากหลายและรวดเร็ว
ตัวอยางการนาเสนอหนาเว็บบล็อก
บทที่ 5 สรุปผลการดาเนินงาน และขอเสนอแนะ

การจัดทําโครงงานคอมพิวเตอรการพัฒนาเว็บบล็อก (WebBlog) ดวย Wordpress เรื่อง ประเภทของ
คอมพิวเตอรนี้ สามารถสรุปผลการดําเนินโครงงาน และขอเสนอแนะ ดังนี้

5.1 การดาเนินงานจัดทาโครงงาน
5.1.1 วัตถุประสงคของโครงงาน
5.2.2 วัสดุ อุปกรณ เครื่องมือหรือโปรแกรมหรือที่ใชในการพัฒนา
5.2.1.1 เครื่องคอมพิวเตอร พรอมเชื่อมตอระบบเครือขายอินเทอรเน็ต
5.2.1.2 เว็บไซตที่ใหบริการเว็บบล็อก คือ www.wordpress.com
5.2.1.3 เว็บไซตที่ใชในการติดตอสื่อสารเชน
www.facebook.comwww.hotmail.comwww.google.com
5.2.2.4 โปรแกรมตัดตอและตกแตงรูปภาพเชน Adobe Photoshop CS4 และ PhotoScape2.0
5.2 สรุปผลการดาเนินงานโครงงาน
การพัฒนาเว็บบล็อก (WebBlog) ดวย Wordpressเรื่องประเภทของคอมพิวเตอรนี้ ผูจัดทําไดเริ่ม
ดําเนินงานตามขั้นตอนการดําเนินงานที่เสนอในบทที่ 3 แลว แลวไดสมัครเปนสมาชิกเว็บบล็อกที่
ชื่อhttp://www.wordpress.com จากนั้นไดนําเสนอเผยแพรผลงานผานเครือขายอินเทอรเน็ต ที่
สามารถเขาถึงไดทุกที่ทุกเวลา โดยไดนําเผยแพรที่เว็บบล็อกชื่อ http://nuttapongko.wordpress.com
ซึ่งสามารถเชื่อมตอกับสื่อสังคมในรูปแบบของ Social Media ประเภทเว็บไซตfacebook ของ
ผูจัดทําที่ชื่อ http://www.facebook.com/อัศวิน ปุตตาปวนทั้งนี้เว็บบล็อกดังกลาว สามารถจัดการ
และเชื่อมตอกับเว็บไซตอื่นๆ ไดเปนอยางดีโดยทั้งครูที่ปรึกษา เพื่อนๆในหองเรียนไดเขาไปมีสวน
รวมในการจัดการเรียนรู โดยแสดงความเห็นในเนื้อหาและรูปแบบของการนําเสนออยาง
หลากหลาย ซึ่งทําใหเกิดการเรียนรูและเปนแหลงเรียนรูในโลกออนไลนอยางหลากหลายและ
รวดเร็ว
5.3ขอเสนอแนะ
(ขอเสนอแนะนี้ นักเรียนสามารถคิดเสนอแนะเพิ่มเติมได ครูแคยกตัวอยางใหดูคะ ถามีเพิ่ม หรือ
การเรียนรูแบบนี้ไมดี ไมเหมาะสม นักเรียนแจงหรือเสนอแนะตรงนี้ไดเลย)
5.3.1 ขอเสนอแนะทั่วไป
5.3.1.1 เว็บไซตที่ใหบริการเว็บบล็อก คือ Wordpressเปนเว็บบล็อกสําเร็จรูปที่ใชทําเว็บไซตไดงาย
และรวดเร็ว แตถาเราใชประโยชนในทางที่ไมถูกตองและไมเหมาะสม ก็จะสงผลตอการ
ละเมิดลิขสิทธิ์และไดรับความรูที่ไมถูกตอง เพราะฉะนั้นผูจัดทําควรเผยแพรสิ่งที่ดี ๆ ใหบุคคลที่
เขามาเยี่ยมหรือศึกษาไดความรูและสิ่งดี ๆ นําไปเผยแพรตอใหผูอื่นมาศึกษาความรู ที่เปน
ประโยชนตอไป
5.3.1.2 ควรมีการจัดทําเนื้อหาของโครงงานใหหลากหลายใหครบทุกกลุมสาระ การเรียนรู
5.3.1.3 ควรมีการจัดทําแบบทดสอบกอนเรียนและหลังเรียนเพิ่มเติม

5.3.2 ปญหา อุปสรรค และแนวทางในการพัฒนา
5.3.2.1 เครื่องคอมพิวเตอรไมเพียงพอกับการทําโครงงาน และบางครั้งอินเทอรเน็ตมีปญหา เขา
พรอมกันก็จะทําใหชา จึงทําใหการพัฒนาเว็บบล็อกเกิดความลาชาตามไปดวย
5.3.2.2 เพื่อนนักเรียนบางคนเรียนรูการพัฒนาเว็บบล็อกคอนขางชา ทําใหตองเสียเวลาในการเรียนรู
เพราะครูผูสอนไมสามารถสอนเนื้อหาเพิ่มเติมได
บรรณานุกรม
WordPressคือ อะไร
http://www.nampheung.com/1032/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E
0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%8
2%E0%B8%AD%E0%B8%87-wordpress.html
ที่มาของ wordpresshttp://wordpress.9supawat.com/10/what-is-wordpress.html
ความสําคัญของคอมพิวเตอร http://www.thaigoodview.com/node/91664
ความหมายของคอมพิวเตอร
http://cptd.chandra.ac.th/selfstud/it4life/intro.htm
ประวัติความเปนมาและพัฒนาการของ คอมพิวเตอร
http://www.sanambin.com
http://www.wikipedia.com
ประเภทของคอมพิวเตอร
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%9E%
E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%
E0%B9%8C
เว็บไซตที่ใหบริการเว็บบล็อก
http://book.manacomputers.com/free-make-blog-list-and-adsense/
ประเภทของเว็บบล็อก
http://jingjai-21.blogspot.com/2007/09/blog_7483.html
ความหมายของเว็บบล็อก
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9A%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%AD%E0%B8
%81
ภาคผนวก
การเขียนรายงานโครงงานคอมพิวเตอร์
การเขียนรายงานโครงงานคอมพิวเตอร์
การเขียนรายงานโครงงานคอมพิวเตอร์
การเขียนรายงานโครงงานคอมพิวเตอร์
การเขียนรายงานโครงงานคอมพิวเตอร์
การเขียนรายงานโครงงานคอมพิวเตอร์
การเขียนรายงานโครงงานคอมพิวเตอร์
การเขียนรายงานโครงงานคอมพิวเตอร์

การเขียนรายงานโครงงานคอมพิวเตอร์

  • 1.
    โครงงานคอมพิวเตอร เรื่อง การพัฒนาเว็บบล็อก (WebBlog) ดวยWordpress กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพและเทคโนโลยี จัดทําโดย นางสาวพัชรพร เมืองจันทร เลขที่ 12 ชั้น มัธยมศึกษาปที่ 5/2 รายวิชา (ง32102) ภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2556 กลุมสาระการเรียนรูการงานอาชีพและเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร) โรงเรียนสมปอยพิทยาคม ตําบลสมปอย อําเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 28
  • 2.
    หัวขอโครงงาน ประเภทของโครงงาน ผูเสนอโครงงาน ครูที่ปรึกษาโครงงาน ปการศึกษา : เรื่อง การพัฒนาเว็บบล็อก(WebBlog) ดวย Wordpress : โครงงานพัฒนาสื่อเพื่อการศึกษา : นางสาวพัชรพร เมืองจันทร ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 5/2 เลขที่ 12 : นายณัฐพล บัวพันธ ตําแหนง ครู ( ค.ศ. 3 ) : 2556 บทคัดยอ โครงงานการพัฒนาเว็บบล็อก (WebBlog) ดวย Wordpressเรื่องประเภทของคอมพิวเตอร นี้ จัดทํา ขึ้นโดยมีวัตถุประสงคเพื่อนําเอารูปแบบการเรียนรูยุคใหมที่ใชสื่อสังคม หรือ Social Media ซึ่งเปน สื่อที่ไดรับความสนใจและเปนที่นิยมในปจจุบัน มาประยุกตเขากับการเรียนรู โดยไดศึกษารูปแบบ และพัฒนาการเรียนรูในการจัดสรางเว็บบล็อกดวยเว็บไซตสําเร็จรูปชื่อวา Wordpressทั้งนี้ได ทําการศึกษาคนควาเนื้อหาความรูที่สนใจเกี่ยวกับเรื่องประเภทของคอมพิวเตอร ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับ ประเภทของคอมพิวเตอร โดยผูจัดทําโครงงานสามารถพัฒนารูปแบบของเว็บบล็อกจากWordpress ไดดวยตนเองและนํามาประยุกตใชใหเขากับการเรียนรูของตนเองมากยิ่งขึ้น และนําไดนําเสนอ บทเรียนผานเว็บบล็อก ที่ http://nuttapongko.wordpress.comทั้งนี้ ทําใหสามารถติดตอสื่อสารกันได ระหวางครูเพื่อนและผูสนใจทั่วไปไดเปนอยางดี
  • 3.
    บทที่ 1 บทนํา แนวคิด ที่มาและความสําคัญ ปจจุบันความกาวหนาทางเทคโนโลยีสารสนเทศกอใหเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญตอ ทุกวงการทั่วโลก รวมทั้งวงการศึกษาไทยดวย และผลพวงที่ติดตามมาในแงเทคนิควิธีการเกี่ยวกับ กระบวนการเรียนรูคือแนวโนมในการเรียนรูแบบโตตอบสองทาง (Interactive) ที่กาลังกาวเขามา แทนที่กระบวนการเรียนรูแบบเดิม ที่ผูรับไดแต “รับเอา” โดยไมอาจ “เลือก” แตอยางใด จาก แนวคิดดังกลาว ประเทศตาง ๆ ทั่วโลกตางหันมาใหความสนใจในการพัฒนาเทคโนโลยี สารสนเทศ เพื่อใชใหเกิดประโยชนสูงสุดแกผูเรียนในทุกระดับ มีการใชเครื่องคอมพิวเตอรและสื่อ อิเล็กทรอนิกสมากขึ้น ผูเรียนรุนใหมจะเปนผูเรียนที่มีความคิดรักการเรียนรู มีหลักในการศึกษา คนควาอยางเปนระบบมีความคิดริเริ่มสรางสรรคสิ่งใหม ๆ มีความรูทักษะที่จาเปนในการแสวงหา ความรูดวยตนเองมากขึ้น (ลัดดาวัลย เพชรโรจน, 2539: 122) จึงเปนที่ยอมรับวา เทคโนโลยี สารสนเทศ ไดกลายเปนปจจัยที่สําคัญในการพัฒนาประเทศการจัดการศึกษาจึงตองมีการปรับตัวใน การนาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใชประโยชนในทุก ๆ ดาน โดยเฉพาะอยางยิ่ง ดานการจัดการเรียน การสอนนั้น ไดมีขอกําหนดไวในพระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2542 วา รัฐตองสงเสริม และสนับสนุนใหมีการผลิตสื่อเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา รวมทั้งใหมีการพัฒนาบุคลากรดานการ ผลิตและผูใชใหมีความรูความสามารถ มีทักษะตลอดจนผูเรียนใหมีสิทธิที่จะไดรับการพัฒนา เพื่อใหมีความรูและทักษะเพียงพอที่จะใชเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ในการแสวงหาความรูดวย ตนเอง ไดอยางตอเนื่องตลอดชีวิต ซึ่งเจตนารมณของกฎหมายฉบับนี้ ไดประกาศชัดใหประชากรทุกคน สามารถเขาถึงการศึกษาเพื่อการเรียนรู และพัฒนาตนเองอยางตอเนื่อง และสาระทั้งปวงในกฎหมาย ตองการใหคนไทยมี “ชีวิตแหงการเรียนรู” ทาแผนดินไทยใหเปน “สังคมแหงภูมิปญญา” อยาง แทจริง (ปญญาพล, 2542: 100) เทคโนโลยีสารสนเทศ ทาใหเกิดสังคมยุคสารสนเทศที่มีสรรพสิ่งมากมายใหไดเรียนรูไม รูจักหมดสิ้น การเชื่อมโยงขอมูลสารสนเทศดวยระบบเครือขายคอมพิวเตอรสรางการเรียนรูให เกิดขึ้นไดอยางกวางขวางและกระจายไปทุกระดับ ทั้งในระบบนอกระบบและตามอัธยาศัย (บุปผชาติ ทัฬหิกรณ, 2544: 7) จะเห็นไดวาการจัดการศึกษาในยุคของการใชเทคโนโลยีสารสนเทศสามารถ
  • 4.
    เปลี่ยนแปลงกระบวนการเรียนรูและความตองการของการศึกษาในอนาคต สื่อและอุปกรณ การศึกษารูปแบบใหมจะเขามาแทนที่สื่อแบบเกา มีแหลงทรัพยากรการเรียนรูที่หลากหลายนับเปน สิ่งที่ชวยสนับสนุนการเรียนรูในสภาพแวดลอมทางการศึกษาแบบใหม(รุง แกวแดง, 2543) ทาให การเรียนการสอนไมจากัดอยูเฉพาะในหองเรียนและอยูภายใตการควบคุมของผูสอนเทานั้น แต ผูเรียนสามารถเรียนรูไดจากแหลงความรูที่หลากหลาย โดยเฉพาะเครือขายอินเทอรเน็ต ซึ่งโลกใน ปจจุบันขอมูลขาวสารจะเปนปจจัยหลักในการดาเนินกิจกรรมตางๆ ผูที่มีโอกาสเขาถึงขอมูล ขาวสารไดเร็วจะไดเปรียบกวาผูที่เขาถึงขอมูลขาวสารไดชา อินเทอรเน็ตซึ่งเปนแหลงรวบรวม สารสนเทศตางๆจากทั่วโลกจะเปนเสมือนขุมทรัพย ขอมูลขาวสารที่คนสวนใหญในปจจุบันหันมา ใหความสนใจ (ถนอมพร เลาหจรัสแสง, 2539 : 7) และกระบวนการเรียนรูของผูเรียนจัดวาสาคัญ อยางยิ่งในการจัดการศึกษาที่มุงเนนใหผูเรียนเปนศูนยกลางการเรียนรู โดยแนวคิดมุงเนนในเรื่อง การคิดและแกปญหาเปน และผูเรียนสามารถถายโยงความรูที่เรียนไปใชในชีวิตจริง ซึ่งแนวคิดนี้ จะตองอาศัยเทคโนโลยีและการเชื่อมโยงเปนเครือขายที่มีทั่วโลกมาพัฒนาศักยภาพของผูเรียน มา ปรับเปลี่ยนแนวทางการเรียนรูใหมจากแนวทางและวิธีการสั่งสอน มาเปนการเรียนรูที่สอดคลอง กับ แหลงการเรียนรูใหมทางสารสนเทศ ซึ่งเปนการจัดสภาพแวดลอมใหมในการเรียนรูที่เนนใหผูเรียน มีสวนรวมคิดแกปญหาและนาความรูที่ไดมานั้นไปถายโยงใชจริงในชีวิตประจาวันที่ทันยุคทันสมัย ตอเหตุการณ (ปรัชนันนท นิลสุข, 2545:19) เรียนการสอน เพื่อใหเปนบทเรียนที่เปนแนวทางในการจัดการเรียนการสอนที่มุงเนนผูเรียนเปน สําคัญ ขณะเดียวกันผูเรียนจะไดรับการพัฒนาทักษะการเรียนรูแบบทีมในการใชเทคโนโลยีเพื่อการ เรียนรู และยังสามารถเปนแนวทางในการสรางบทเรียนผานเครือขายอินเทอรเน็ตในเรื่องอื่นๆ ตอไปได วัตถุประสงค 1. เพื่อศึกษาและพัฒนาเว็บบล็อก (WebBlog) ดวยWordpressเรื่องประเภทของคอมพิวเตอร 2. เพื่อศึกษาคนควาเรื่องที่สนใจเกี่ยวกับเรื่องประเภทของคอมพิวเตอร 3. เพื่อใหผูเรียนสามารถพัฒนารูปแบบของเว็บบล็อกจากWordpressไดดวยตนเองและนํามา ประยุกตใชใหเขากับการเรียนรูของตนเองมากยิ่งขึ้น
  • 5.
    4. เพื่อใหสามารถติดตอสื่อสารกันไดระหวางครูเพื่อนและผูสนใจทั่วไป ขอบเขตของโครงงาน 1. จัดทําโครงงานคอมพิวเตอรการพัฒนาเว็บบล็อก (WebBlog) ดวย Wordpress เรื่องประเภทของ คอมพิวเตอร 2. วัสดุ อุปกรณ เครื่องมือหรือโปรแกรมหรือที่ใชในการพัฒนา ไดแก 2.1 เครื่องคอมพิวเตอร พรอมเชื่อมตอระบบเครือขายอินเทอรเน็ต 2.2 เว็บไซตที่ใหบริการเว็บบล็อก คือ www.wordpress.com 2.3 เว็บไซตที่ใชในการติดตอสื่อสาร เชน www.facebook.comwww.hotmail.comwww.google.com 2.4 โปรแกรมตัดตอและตกแตง รูปภาพเชนAdobe Photoshop CS4 และ PhotoScape2.0 ผลที่คาดวาจะไดรับ 1. ไดรับความรูเกี่ยวกับพัฒนาเว็บบล็อก (WebBlog) ดวย Wordpressเรื่องประเภทของคอมพิวเตอร 2. ไดรับความรูเกี่ยวกับเรื่องที่นํามาเปนบทเรียนในการสรางเว็บบล็อกคือเรื่องประเภทของ คอมพิวเตอร 3. ผูเรียนสามารถพัฒนารูปแบบของเว็บบล็อกจาก Wordpressไดดวยตนเองและนํามาประยุกตใช ใหเขากับการเรียนรูของตนเองมากยิ่งขึ้น 4. สามารถติดตอสื่อสารกันไดระหวางครู เพื่อนและผูสนใจทั่วไป เพื่อสรางเปนเครือขายการเรียนรู ผานเว็บบล็อกได 5. ไดนําเอาเทคโนโลยีสารสนเทศยุคใหมมาใชอยางมีคุณคา และสรางสรรค
  • 6.
    บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวของ ในการจัดทําโครงงานคอมพิวเตอร การพัฒนาเว็บบล็อก(WebBlog) ดวย Wordpress เรื่องประเภท ของคอมพิวเตอรนี้ ผูจัดทําโครงงานไดศึกษาเอกสารและจากเว็บไซตตางๆ ที่เกี่ยวของดังตอไปนี้ 2.1 ความสําคัญของคอมพิวเตอร 2.2 ขอมูลเกี่ยวกับของคอมพิวเตอร 2.3 เว็บบล็อก (WebBlog) 2.1 ความสําคัญของคอมพิวเตอร ปจจุบันคอมพิวเตอรไดถูกพัฒนาใหมีความกาวหนาอยางรวดเร็ว ขนาดเล็กลง ราคาถูกลงแต ประสิทธิภาพหรือความสามารถในการทางานสูงขึ้น ทาใหหนวยงาน องคกร ตลอดจนบุคลไดนา คอมพิวเตอรมาใชงานกันอยางกวางขวาง เชน การพิมพเอกสารตาง ๆ การออกแบบงานดานศิลปะ การสรางภาพกราฟก การเลนเกม การดูหนังฟงเพลง การสรางเว็บสวนตัว การนาคอมพิวเตอรมาใช งานในลักษณะเครือขาย เชน เครือขายอินเทอรเน็ต การติดตอสื่อสาร การเลือกซื้อสินคา การสืบคน ขอมูล ดานการศึกษา เปนตน 2.2 ขอมูลเกี่ยวกับคอมพิวเตอร 2.2.1 ความหมายของคอมพิวเตอร คอมพิวเตอรคืออุปกรณทางอิเล็กทรอนิกส (electrinic device)ที่มนุษยใชเปนเครื่องมือชวยในการ จัดการกับขอมูลที่อาจเปนไดทั้งตัวเลข ตัวอักษร หรือสัญลักษณที่ใชแทนความหมายในสิ่งตาง ๆ โดยคุณสมบัติที่สําคัญของคอมพิวเตอรคือการที่สามารถกําหนดชุดคําสั่งลวงหนาหรือโปรแกรมได (programmable) นั่นคือคอมพิวเตอรสามารถทํางานไดหลากหลายรูปแบบขึ้นอยูกับชุดคําสั่งที่เลือก มาใชงานทําใหสามารถนําคอมพิวเตอรไปประยุกตใชงานไดอยางกวางขวาง เชนใชในการตรวจ คลื่นความถี่ของหัวใจ การฝาก -ถอนเงินในธนาคารการตรวจสอบสภาพเครื่องยนต เปนตน ขอดี ของคอมพิวเตอร คือเครื่องคอมพิวเตอรสามารถทํางานไดอยางมีประสิทธิภาพ มีความถูกตองและมี
  • 7.
    ความรวดเร็วอยางไรก็ดี ไมวาจะเปนงานชนิดใดก็ตามเครื่องคอมพิวเตอรจะมีวงจรการทํางาน พื้นฐาน 4อยาง (IPOS cycle) คือ 1. รับขอมูล (Input)เครื่องคอมพิวเตอรจะทําการรับขอมูลจากหนวยรับขอมูล (input unit) เชน คีบอรดหรือ เมาส 2. ประมวลผล (Processing) เครื่องคอมพิวเตอรจะทําการประมวลผลกับขอมูลเพื่อแปลงใหอยูใน รูปอื่นตามที่ตองการ 3. แสดงผล (Output) เครื่องคอมพิวเตอรจะใหผลลัพธจากการประมวลผลออกมายังหนวยแสดง ผลลัพธ (output unit) เชน เครื่องพิมพ หรือจอภาพ 4. เก็บขอมูล (Storage) เครื่องคอมพิวเตอรจะทําการเก็บผลลัพธจากการประมวลผลไวในหนวยเก็บ ขอมูลเพื่อใหสามารถนํามาใชใหมไดในอนาคต 2.2.2 ประวัติความเปนมาและพัฒนาการของคอมพิวเตอร  [ ประมาณ 2,600 ปกอนคริสตกาล ]ชาวจีนไดประดิษฐเครื่องมือเพื่อใชในการคํานวณขึ้นมาชนิด หนึ่ง เรียกวา ลูกคิด ( Abacus) ลูกคิด ( Abacus)  [ พ.ศ. 2158 ] นักคณิตศาสตรชาวสก็อตแลนดชื่อ John Napier ไดประดิษฐอุปกรณที่ใชชวยใน การคํานวณขึ้นมาเรียกวา Napier’s Bones เปนอุปกรณที่มีลักษณะคลายกับตารางสูตรคูณในปจจุบัน  [ พ.ศ.2173 ] วิลเลียมออตเทรต( William Oughtred) นักคณิตศาสตรชาวอังกฤษไดประดิษฐไม บรรทัดคํานวณ ( Slide Rule) ซึ่งตอมากลายเปนพื้นฐานของการสรางคอมพิวเตอรแบบอนาลอก  [ พ.ศ.2185 ] เบลส ปาสคาล ( Blaise Pascal) นักคณิตศาสตรชาวฝรั่งเศสไดประดิษฐเครื่องบวก ลบขึ้น โดยใชหลัการหมุนของฟนเฟองและการทดเลขเมื่อฟนเฟองหมุน ไปครบรอบ โดยแสดง
  • 8.
    ตัวเลขจาก 0-9 ออกที่หนาปด Pascal’sCalculato  [ พ.ศ.2214 ] กอตฟริต วิลเฮลม ไลบนิซ ( Gottfried Wilhelm Leibniz ) นักคณิตศาสตรชาว เยอรมัน ไดปรับปรุงเครื่องคิดเลขปาสคาล ใหทํางานไดดีกวาเดิมและเขายังคนพบเลขฐานสอง (Binary number) กอตฟริต วิลเฮลม ไลบนิซ ( Gottfried Wilhelm Leibniz )  [ พ.ศ.2288 ] โจเซฟแมรี่ แจคคารด ( Joseph Marie Jacquard) เปนชาวฝรั่งเศสไดคิด เครื่องทอ ผาโดยใชคําสั่งจากบัตรเจาะรูควบคุมการทดผาใหมีสีและลวดลายตาง ๆ
  • 9.
    บัตรเจาะรู  [ พ.ศ.2365] ชารล แบบเบจ ( Charles Babbage) นักคณิตศาสตรชาวอังกฤษไดประดิษฐ เครื่องมือที่เรียกวาเครื่องหาผลตาง ( Difference Engine) เพื่อใชคํานวณและพิมพคาทางตรีโกณมิติ และฟงกชันทางคณิตศาสตร แบบเบจไดพยายามสรางเครื่องคํานวณอีกชนิดหนึ่งเรียกวา Analytical Engine โดยมีแนวคิดใหแบงการทํางานของเครื่องออกเปน 3 สวนคือ สวนเก็บขอมูล (Store unit), สวนควบคุม (Control unit) และสวนคํานวณ (Arithmetic unit) ซึ่งแนวคิดนี้ไดรับการนํามาใชเปน ตนแบบของเครื่องคอมพิวเตอรในปจจุบันจึงยกยองแบบเบจ วาเปนบิดาแหงเครื่องคอมพิวเตอร เลดี้ เอดา ออคุสตาเลฟเลค ( Lady Ada Augusta Lovelace ) เปนนักคณิตศาสตรที่เขาใจผลงานของ แบบเบจไดเขียนวิธีการใชเครื่องคํานวณของแบบเบจเพื่อแกปญหาทางคณิตศาสตรเลมหนึ่ง ตอ มาเลดี้ เอดา ออคุสตาเลฟเลค จึงไดรับการยกยองวาเปนโปรแกรมเมอรคนแรกของโลก Differnce Engine
  • 10.
     [ พ.ศ.2393] ยอรจบูล ( George Boole) นักคณิตศาสตรชาวอังกฤษ ไดคิดระบบพีชคณิตระบบ ใหมเรียกวา Boolean Algebra โดยใชอธิบายหลักเหตุผลทางตรรกวิทยาโดยใชสภาวะเพียงสอง อยางคือ True (On) และ False (Off) รวมกับเครื่องหมายในทางตรรกะ พื้นฐาน ไดแก NOT AND และ OR ตอมาระบบเลขฐานสอง และ Boolean Algebra ก็ไดถูกนํามา ดัดแปลงใหเขากับวงจรไฟฟาซึ่งมีสภาวะ 2 แบบ คือ เปด , ปดจึงนับเปนรากฐานของการออกแบบ วงจรในระบบคอมพิวเตอรในปจจุบัน (Digital Computer)  [ พ.ศ.2480-2481 ] ดร.จอหน วินเซนตอตานาซอฟ ( Dr.Jobn Vincent Atansoff) และคลิฟฟอรด แบรี่ ( Clifford Berry) ไดประดิษฐเครื่อง ABC ( Atanasoff-Berry) ขึ้นโดยไดนําหลอดสุญญากาศ มาใชงาน ABC ถือเปนเครื่องคํานวณเครื่องแรกที่เปนเครื่องอิเล็กทรอนิกส Atansoff ABC computer
  • 11.
    Berry  [ พ.ศ.2487] ศาสตราจารยโอเวิรด ไอดเคน (Howard Aiken) แหงมหาวิทยาลัยฮาวารด รวมกับ วิศวกรของบริษัทไอบีเอ็มไดสรางเครื่อง MARK I เปนผลสําเร็จ แ ตอยางไรก็ตามเครื่อง MARK I นี้ยังไมใชคอมพิวเตอรที่แทจริงแตเปนเครื่องคิดเลขไฟฟาขนาดใหญเทานั้น �  [ พ.ศ.2485-2495 ] มหาวิทยาลัยเพนซิลเลเนียไดสรางเครื่อง ENIAC (Electronic Numerical Integrator And Calculator) นับไดวาเปนเครื่องคํานวณอิเล็กทรอนิกสเครื่องแรกของโลกที่ใชหลอด สูญญากาศและควบคุมการทํางานโดยวิธีเจาะชุดคําสั่งลงในบัตรเจาะรู
  • 12.
    ENIAC  [ พ.ศ.2492] ดร.จอหน ฟอน นิวแมนน ( Dr.John Von Neumann ) ไดสรางเครื่องคอมพิวเตอรที่ สามารถเก็บคําสั่งการปฏิบัติงานทั้งหมดไวภายในเครื่องชื่อวา EDVAC นับเปนคอมพิวเตอรเครี่อง แรกที่สามารถเก็บโปรแกรม ไวในเครื่องได EDVAC (first stored program computer)  [ พ.ศ.2496-2497 ] บริษัทไอบีเอ็มไดสรางคอมพิวเตอรชื่อ IBM 701 และ IBM 650 โดยใช หลอดสุญญากาศเปนวัสดุสรางตอมาเกิดมีการพัฒนาสิ่งประดิษฐที่เปนสารกึ่งตัวนําขึ้นที่ หองปฏิบัติการของบริษัท Bell Telephone ไดเกิดทรานซิสเตอรตัวแรกขึ้นตอมาทรานซิสเตอรได ถูกนําไปแทนหลอดสูญญากาศจึงทําใหขนาดของคอมพิวเตอรเล็กลงและเกิดความรอนนอยลง (เครื่องที่ใชทรานซิสเตอรไดแก IBM 1401และ IBM 1620 )
  • 13.
    หลอดสูญญากาศ (Vacuum tube) ทรานซีสเตอร(Transistor)  [ พ.ศ.2508 ] วงจรคอมพิวเตอรมีการเปลี่ยนแปลงอีกมากเมื่อมีวงจรรวม ( Integrated Circuit: IC) เกิดขึ้น ซึ่งไอบีเอ็มนี้ไดถูกนําไปแทนที่ทรานซิสเตอรในวงจรอิเล็กทรอนิกสของระบบ คอมพิวเตอรอีกครั้งซึ่งผลก็คือทําใหคอมพิวเตอรมีขนาดเล็กลง IC
  • 14.
     [ พ.ศ.2514] บริษัท Intel ไดใชเทคโนโลยีของการผลิตวงจรรวมแบบ ( Large Scale Integrated Circuit :LSI ) ทําการรวมเอาวงจรที่ใชเปนหนวยประมวลผลกลาง ( CPU) ของคอมพิวเตอรมา บรรจุอยูในแผนไอซีเพียงตัวเดียวซึ่งไอซีนี้เรียกวาไมโครโปรเซสเซอร ( Microprocessor) Microprocessor  [ พ.ศ.2506] ประเทศไทยเริ่มมีคอมพิวเตอรใชเปนครั้งแรกโดยที่คอมพิวเตอรเครื่องแรกใน ประเทศไทยไดติดตั้งที่ ภาควิชาสถิติคณะพานิชยศาสตรและการบัญชีจุฬาลงกรณ มหาวิทยาลัย เครื่องคอมพิวเตอรเครื่องนี้คือ IBM 1620 ซึ่งไดรับมอบจากมูลนิธิเอไอดี และบริษัท ไอบีเอ็ม แหง ประเทศไทยจํากัดปจจุบันหมดอายุการใชงานไปแลวจึงไดมอบใหแกศูนยบริภัณฑ การศึกษาทองฟาจําลองกรุงเทพฯ  [ พ.ศ.2507] เครื่องคอมพิวเตอรเครื่องที่สองของประเทศไทยติดตั้งที่สํานักงานสถิติแหงชาติใน เดือนมีนาคม 2507 กอกําเนิด ไมโครโปรเซสเซอร เมื่อกอนนั้น Intel เปนบริษัทผลิตชิปไอซีแหงหนึ่งที่ไมใหญโตมากนักเทาในปจจุบันนี้ เมื่อปค.ศ. 1969 ไดสรางความสะเทือน ใหกับวงการอิเล็คทรอนิคสโดยการออกชิปหนวยความจํา (Memory)ขนาด 1 Kbyte มาเปนรายแรก บริษัทบิสซิคอมพ(Busicomp) ซึ่งเปนผูผลิตเครื่องคิดเลข ของญี่ปุนไดทําการวาจางให Intel ทําการผลิตชิปไอซีที่บิสซิคอมพเปนคนออกแบบเองที่มีจํานวน 12 ตัว โครงการนี้ถูกมอบหมายใหนาย M.E. Hoff, Jr. ซึ่งเขาตัดสินใจที่จะใชวิธีการออกแบบชิป แบบใหมโดยสรางชิปที่ใหถูกโปรแกรมไดหมายถึงวาสามารถนําเอาชุดคําสั่งของการคํานวณไป เก็บไวในหนวยความจํากอนแลวใหไอซีตัวนี้อานเขามาแปล ความหมาย และทํางานภายหลัง ในป 1971 Intel ไดนําผลิตภัณฑออกสูตลาด โดยใชชื่อทางการคาวา Intel 4004 ในราคา 200 เหรียญ สหรัฐ และเรียกชิปนี้วาเปน ไมโครโปรเซสเซอร( Micro Processor) ก็เพราะวา 4004 นี้เปน CPU
  • 15.
    (Central Processing Unit)ตัวหนึ่ง ซึ่งมีขนาด 4.2 X 3.2 มิลลิเมตร ภายในประกอบดวย ทรานซิสเตอร จํานวน 2250 ตัว และเปนไมโครโปรเซสเซอรขนาด 4 บิต หลังจาก 1 ปตอมา Intel ไดออก ไมโครโปรเซสเซอรขนาด 8 บิตออกมาโดยใชชื่อวา 8008 มีชุดคําสั่ง 48 คําสั่ง และอาง หนวยความจําได 16 Kbyte ซึ่งทาง Intel หวังวาจะเปนตัวกระตุนตลาดทางดานชิปหนวยความจําได อีกทางหนึ่ง เมื่อป 1973 ทาง Intel ไดออก ไมโครโปรเซสเซอร 8080 ที่มีชุดคําสั่งพื้นฐาน 74 คําสั่ง และสามารถอางหนวยความจําได 64 Kbyte ไมโครคอมพิวเตอร เครื่องแรกของโลก เมื่อป 1975 มีนิตยสารตางประเทศฉบับหนึ่ง ชื่อวา Popular Electronics ฉบับเดือน มกราคม ไดลง บทความ เกี่ยวกับเครื่อง ไมโครโปรเซสเซอรเครื่องแรกของโลกที่มีชื่อวา อัลแตร 8800 (Altair) ซึ่ง ทําออกมาเปนชุดคิทโดยบริษัท MITS (Micro Insumentation And Telemetry Systems) ลักษณะ ของชุดคิท ก็คือจะอยูในรูปของอุปกรณแตละชิ้นโดยให คุณนําไปประกอบขึ้นใชเอง บริษัท MITS ถูกกอตั้งเมื่อป 1969 โดยมีจุดมุงหมายเพื่อทําตลาดในดานเครื่องคิดเลขแตการคาชลอตัวลง ประธานบริษัท ชื่อ H. Edword Roberts เห็นการไกลคิดเปดตลาดใหมซึ่งจะขายชุดคิด คอมพิวเตอร ประมาณเอาไววาอาจขายไดในจํานวนปละประมาณ 200-300 ชุดจึงใหทิมงานออกแบบบและ พัฒนาแลวเสร็จกอนถึงคริสตมาส ในป 1974 แตเพิ่งมาประกาศตัวในปถัดไป สําหรับ CPU ที่ใชคือ 8080 และคําวา ไมโครคอมพิวเตอรจึงถูกเรียกใชเปนครั้งแรกเพื่อชุดคิทคอมพิวเตอรชุดนี้ ชุดคิ ทของ อัลแตรนี้ประกอบดวย ไมโครโปรเซสเซอร 8080 ของบริษัท Intel มี เพาเวอรซัพพลายมีแผง หนาปดที่ติดหลอดไฟ เปนแถวมาใหเพื่อแสดงผล รวมถึงหนวยความจํา 256 Byte ( แหม.. เหมือน ของเลนเราในสมัยนี้ จังงง ) นอกนั้น ยังมี สลอต (Slot) ใหเสียบอุปกรอื่น ๆ เพิ่มได แตก็ทําให MITS ตองผิดคาด คือ ภายใน เดือนเดียวมีจดหมายสงเขามาขอสั่งซื้อเปนจํานวนถึง 4,000 ชุดเลย ทีเดียว ดวยชิป8080 นี่เองไดเปนแรงดลใจใหบริษัท ดิจิตอลรีเสิรช (Digital Research) กําเนิด ระบบปฏิบัติการ(Operating System) ที่ชื่อวา ซีพีเอ็ม(CP/M หรือ Control Program For Microcomputer) ขึ้นมา ในขณะที่ Microsoft ยังเพิ่งออก Microsoft Basic รุนแรกเทานั้นเอง ถึงยุค Z80 เมื่อเดือน พฤศจิกายนป 1974 ไดมี วิศวกรของ Intel บางคนไดออกมาตั้งบริษัทผลิตชิป เอง โดยมีชื่อวา ไซลอก (Zilog) เนื่องจาก วิศวกรเหลานี้ ไดมีสวนรามในการผลิตชิป 8080 ดวยจึงได นําเอาเทคโนโลยีการผลิตนี้มาสรางตัวใหมที่ดีกวา มีชื่อวา Z80 ยังคงเปน ชิปขนาด 8 บิต เมื่อได ออกสูตลาดไดรับความนิยมเปนอยางมากเนื่องจากไดปรับปรุงขอบกพรองตาง ๆ ที่มีอยูใน 8080 จึง ทําใหเครื่องคอมพิวเตอรหลายตอหลายยี่หอ หันมาใชชิป Z80 กัน แมแตซีพีเอ็ม ก็ยังถูกปรับปรุงให มาใชกับ Z80 นี้ดวย *** แมในปจจุบันนี้ Z80 ยังคงถูกใชงาน และนําไปใช ในการ
  • 16.
    เรียนการสอนไมโครโปรเซสเซอร ดวย เชนชุดคิดหรือ Single Board Microcomputer ของ ETT, Silaเปนตน และ IC ตัวนี้ยังผลิตขาย อยูในปจจุบัน ในราคา ไมเกิน 100 บาทนะจะบอกให) Computer เครื่องแรกของ IBM ในป 1975 ไอบีเอ็มไดออกเครื่องไมโครคอมพิวเตอร เครื่องแรก ออกมาแตทางไอบีเอ็มไดเรียกเครื่องนี้วาเปน เทอรมินัลแบบชาญฉลาด ที่สามารถโปรแกรมได (Intelligent Programmable Terminal) และตั้งชื่อรุนวา Model 5100 มีหนวยความจํา 16 Kbyte แลว ยังมีตัวแปลภาษาเบสิก แบบอินเตอรพรีทเตอร (Interpreter) ดวย และมีไดรฟสําหรับใสคารทิดจ เทปในตัว แตก็ยังขายไมดีเอามาก ๆ เลยเพราะวาตั้งราคาไวสูงมากถึง 9,000 เหรียญสหัฐ ในปลายป 1980 บริษัทไอบีเอ็มไดเกิดแผนกเล็ก ๆ ขึ้นมาแผนกหนึ่งเรียกวา Entry Systems Division ภายใตทีม ของคนชื่อวา ดอน เอสทริดจ (Don Estridge) และนักออกแบบอีก 12 คนโดยไดรับมอบหมายให พัฒนาเครื่องไมโครคอมพิวเตอรเครื่องแรกของไอบีเอ็มโมเด็ล 5100 นั้นเอง โดยนําเอาจุดเดนของ เครื่องที่ขายดีมารวมไวในการออกแบบเครื่องไมโครคอมพิวเตอรของไอบีเอ็มและผลิตจําหนายได ภายในปเดียวภายใตชื่อวา ไอบีเอ็มพีซี (IBM PC) ซึ่งถูกเปดตัวในเดือน สิหาคม ป 1981 และ ยอดขายของเครื่องพีซีก็ไดพุงอยางรวดเร็ว ทําใหบริษัทอื่น ๆ จับตามอง กําเนิด แอปเปล ในป 1976 หลังจาก Stephen Wozniak และ Steve Jobs ไดรวมกันกอตั้งบริษัทแอปเปลคอมพิวเตอร (Apple Computer) และไดนําเครื่องไมโครคอมพิวเตอรเครื่องแรกที่ประดิษฐจากโรงรถออกมาขาย โดยใชชื่อวา Apple I ในราคา 695 เหรียญบริษัทแอปเปลไดผลิตเครื่อง Apple I ออกมาไมมากนัก ภายในปเดียวไดผลิต Apple II ออกมา และรุนนี้เปนรุนเปดศักราชแหงวงการไมโครคอมพิวเตอร และเปนการสรางมาตรฐาน ที่ไมโครคอมพิวเตอร ที่เกิดมาตามหลังทั้งหมด 2.2.3 ประเภทของคอมพิวเตอร ในปจจุบัน คอมพิวเตอรไดใชวงจรเบ็ดเสร็จขนาดใหญมาก (very large scaleintegrated circuit) ซึ่งสามารถบรรจุทรานซิสเตอรไดมากกวาสิบลานตัว เราสามารถแบงคอมพิวเตอรในรุนปจจุบัน ออกเปน 4 ประเภทดังตอไปนี้ ซูเปอรคอมพิวเตอร (supercomputer) ซูเปอรคอมพิวเตอร ถือไดวาเปนคอมพิวเตอรที่มีความเร็วมาก และมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อ เปรียบเทียบกับคอมพิวเตอรชนิดอื่น ๆ เครื่องซูเปอรคอมพิวเตอรมีราคาแพงมาก มีขนาดใหญ สามารถคํานวณทางคณิตศาสตรไดหลายแสนลานครั้งตอวินาที และไดรับการออกแบบ เพื่อใหใช
  • 17.
    แกปญหาขนาดใหญมากทางวิทยาศาสตรและทางวิศวกรรมศาสตรไดอยางรวดเร็ว เชน การ พยากรณอากาศลวงหนาเปนเวลาหลายวันการศึกษาผลกระทบของมลพิษกับสภาวะแวดลอมซึ่ง หากใชคอมพิวเตอรชนิดอื่นๆ แกไขปญหาประเภทนี้ อาจจะตองใชเวลาในการคํานวณหลายปกวา จะเสร็จสิ้น ในขณะที่ซูเปอรคอมพิวเตอรสามารถแกไขปญหาไดภายในเวลาไมกี่ชั่วโมงเทานั้น เนื่องจากการแกปญหาใหญ ๆ จะตองใชหนวยความจําสูง ดังนั้น ซูเปอรคอมพิวเตอรจึงมี หนวยความจําที่ใหญมาก ซูเปอรคอมพิวเตอรมีหลายประเภท ตั้งแตรุนที่มีหนวยประมวลผล (processing unit) 1 หนวย จนถึงรุนที่มีหนวยประมวลผลหลายหมื่นหนวยซึ่งสามารถทํางานหลาย อยางไดพรอม ๆ กัน เมนเฟรมคอมพิวเตอร (mainframe computer) เมนเฟรมคอมพิวเตอร มีสมรรถภาพที่ต่ํากวาซูเปอรคอมพิวเตอรมาก แตยังมีความเร็วสูง และมี ประสิทธิภาพสูงกวามินิคอมพิวเตอรหรือไมโครคอมพิวเตอร เมนเฟรมคอมพิวเตอรสามารถ ใหบริการผูใชจํานวนหลายรอยคนพรอม ๆ กัน ฉะนั้น จึงสามารถใชโปรแกรมจํานวนนับรอยแบบ ในเวลาเดียวกันได โดยเฉพาะถาตอเครื่องเขาเครือขายคอมพิวเตอร ผูใชสามารถใชไดจากทั่วโลก ปจจุบัน องคกรใหญๆ เชน ธนาคาร จะใชคอมพิวเตอรประเภทนี้ในการทําบัญชีลูกคา หรือการ ใหบริการจากเครื่องฝากและถอนเงินแบบอัตโนมัติ (automatic teller machine) เนื่องจากเครื่อง เมนเฟรมคอมพิวเตอรไดถูกใชงานมากในการบริการผูใชพรอม ๆ กัน เมนเฟรมคอมพิวเตอรจึงตอง มีหนวยความจําที่ใหญมาก มินิคอมพิวเตอร (minicomputer) มินิคอมพิวเตอร คือ เมนเฟรมคอมพิวเตอรขนาดเล็ก ๆ ซึ่งสามารถบริการผูใชงานไดหลายคน พรอม ๆ กัน แตจะไมมีสมรรถภาพเพียงพอที่จะบริการผูใชในจํานวนที่เทียบเทา เมนเฟรมคอมพิวเตอรได จึงทําใหมินิคอมพิวเตอรเหมาะสําหรับองคกรขนาดกลาง หรือสําหรับ แผนกหนึ่งหรือสาขาหนึ่งขององคกรขนาดใหญเทานั้น
  • 18.
    ไมโครคอมพิวเตอร (microcomputer) หรือพีซี (personalcomputer หรือ PC) ไมโครคอมพิวเตอร คือ คอมพิวเตอรขนาดเล็กแบบขนาดตั้งโตะ (desktop computer) หรือขนาด เล็กกวานั้น เชน ขนาดสมุดบันทึก (notebook computer) และขนาดฝามือ (palmtop computer) ไมโครคอมพิวเตอรไดเริ่มมีขึ้นในป พ.ศ. 2518 ถึงแมวาในระยะหลัง เครื่องชนิดนี้จะมี ประสิทธิภาพที่สูง แตเนื่องจากมีราคาไมแพงและมีขนาดกระทัดรัด ไมโครคอมพิวเตอรจึงยังเหมาะ สําหรับใชสวนตัว ไมโครคอมพิวเตอรไดถูกออกแบบสําหรับใชที่บาน โรงเรียน และสํานักงาน สําหรับที่บาน เราสามารถใชไมโครคอมพิวเตอรในการทํางบประมาณรายรับรายจายของครอบครัว ชวยทําการบานของลูกๆ การคนควาขอมูลและขาวสาร การสื่อสารแบบอิเล็กทรอนิกส (electronic mail หรือ E -mail) หรือโทรศัพททางอินเทอรเน็ต (internet phone) ในการติดตอทั้งในและนอก ประเทศ หรือแมกระทั่งทางบันเทิง เชน การเลนเกมบนเครื่องไมโครคอมพิวเตอร สําหรับที่ โรงเรียน เราสามารถใชไมโครคอมพิวเตอรในการชวยสอนนักเรียนในการคนควาขอมูลจากทั่วโลก สําหรับที่สํานักงาน เราสามารถใชไมโครคอมพิวเตอรในการชวยพิมพจดหมายและขอมูลอื่นๆ เก็บ และคนขอมูล วิเคราะหและทํานายยอดซื้อขายลวงหนา โนตบุค (notebook or laptop) โนตบุค คือ คอมพิวเตอรที่มีขนาดเล็กกวาไมโครคอมพิวเตอร ถูกออกแบบไวเพื่อนําติดตัวไปใช ตามที่ตางๆ มีขนาดเล็ก และน้ําหนักเบา ในปจจุบันมีขนาดพอๆกับสมุดที่ทําดวยกระดาษ เน็ตบุค (netbook or laptop)
  • 19.
    เน็ตบุค คือ คอมพิวเตอรที่มีขนาดเล็กกวาไมโครคอมพิวเตอรและเล็กกวาโนตบุคถูกออกแบบไว เพื่อนําติดตัวไปใชตามที่ตางๆ มีขนาดเล็ก และน้ําหนักเบา แท็บเล็ต คอมพิวเตอร (tablet computer) แท็บเล็ต คอมพิวเตอร หรือเรียกสั้น ๆ วา แท็บเล็ต คือเครื่องคอมพิวเตอรที่สามารถใชในขณะ เคลื่อนที่ได ขนาดกลางและใชหนาจอสัมผัสในการทํางานเปนอันดับแรก มีคียบอรดเสมือนจริง หรือปากกาดิจิตอลในการใชงานแทนที่แปนพิมพคียบอรด และมีความหมายครอบคลุมถึงโนคบุ คแบบconvertible ที่มีหนาจอแบบสัมผัสและมีแปนพิมพคียบอรดติดมาดวยไมวาจะเปนแบบหมุน หรือแบบสไลดก็ตาม [21] 2.3 เว็บบล็อก (WebBlog) 2.3.1 ความหมายของเว็บบล็อก (WebBlog) เว็บล็อก (อังกฤษ: weblog) เปนรูปแบบเว็บไซตประเภทหนึ่ง ซึ่งถูกเขียนขึ้นในลําดับที่ เรียงตามเวลาในการเขียน ซึ่งจะแสดงขอมูลที่เขียนลาสุดไวแรกสุด บล็อกโดยปกติจะประกอบดวย ขอความ ภาพ ลิงก ซึ่งบางครั้งจะรวมสื่อตางๆ ไมวา เพลง หรือวิดีโอในหลายรูปแบบได จุดที่ แตกตางของบล็อกกับเว็บไซตโดยปกติคือ บล็อกจะเปดใหผูเขามาอานขอมูล สามารถแสดงความ คิดเห็นตอทายขอความที่เจาของบล็อกเปนคนเขียน ซึ่งทําใหผูเขียนสามารถไดผลตอบกลับโดย ทันที คําวา "บล็อก" ยังใชเปนคํากริยาไดซึ่งหมายถึง การเขียนบล็อก และนอกจากนี้ผูที่เขียนบล็อก เปนอาชีพก็จะถูกเรียกวา "บล็อกเกอร" บล็อกเปนเว็บไซตที่มีเนื้อหาหลากหลายขึ้นอยูกับเจาของบล็อก โดยสามารถใชเปนเครื่องมือ สื่อสาร การประกาศขาวสาร การแสดงความคิดเห็น การเผยแพรผลงาน ในหลายดานไมวา อาหาร การเมือง เทคโนโลยี หรือขาวปจจุบัน นอกจากนี้บล็อกที่ถูกเขียนเฉพาะเรื่องสวนตัวหรือจะเรียกวา ไดอารีออนไลน ซึ่งไดอารีออนไลนนี่เองเปนจุดเริ่มตนของการใชบล็อกในปจจุบัน นอกจากนี้ตาม บริษัทเอกชนหลายแหงไดมีการจัดทําบล็อกของทางบริษัทขึ้น เพื่อเสนอ
  • 20.
    แนวความเห็นใหมใหักับลูกคา โดยมีการเขียนบล็อกออกมาในลักษณะเดียวกับขาวสั้น และไดรับ การตอบรับจากทางลูกคาที่แสดงความเห็นตอบกลับเขาไปเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ 2.3.2 ประเภทของเว็บบล็อก 1. แบงตามลักษณะของมีเดียที่มีในบล็อกไดแก 1.1. Linklog บล็อกแบบนี้นาจะเปนบล็อกรุนแรก ๆ เปนบล็อกที่รวมลิ๊งกที่เจาของบล็อกสนใจ เอาไว ถาคณยังจําผูใหกําเนิดคําวา “บล็อก” ที่ชื่อ จอหน บาจเจอรได นั่นแหละครับ robotwisdom.com ของเขาคือตัวอยางของ linklog นั่นเอง แมวาจะบล็อกแบบนี้จะเปนการ รวมลิ๊งกเทานั้น แตก็ไมเรียงเหมือนว็บไดเร็กทอรี่ เพราะเจาของบล็อกจะโพสตลิ๊งกของเขา 1 – 2 ลิ๊งกตอโพสตเทานั้นครับ ใครที่อยากมีบล็อกเปนของตนเองแตยังนึกไมออกวาจะทํา บล็อกแบบไหน linklog นาจะเปนการเริ่มตนการทําบล็อกไดเปนอยางดี 1.2 Photoblog ชื่อก็บอกอยูแลวครับวา Photo บล็อกประเภทนี้เนนในโพสตภาพถายที่เจาของบล็อก อยากนําเสนอ และมักจะไมเนนที่จะเขียนขอความมากนัก บางบล็อกเรียกไดวาภาพโดยเจาของ บล็อกลวน ๆ เลยครับ 1.2. Vlog ยอมาจาก Videoblog เปนบล็อกที่รวมวิดีโอคลิปไวในบล็อก Vlog เปนบล็อกที่เรียก ไดวาเปนบล็อกที่นิยมทํากันมากในอนาคต เพราะการเจริญเติบโตของไฮสปด อินเตอรเน็ต หรือ อินเตอรเน็ตบอรดแบนด ที่ทําใหการถายทอดเสียง ภาพเคลื่อนไหว movie 2. แบงตามประเภทเนื้อหา ไดแก 2.1 บล็อกสวนตัว(Personal Blog) นําแสนอความคิดเห็น กิจวัตรประจําวันของเจาของบล็อกเปน หลัก
  • 21.
    2.2 บล็อกขาว(News Blog)บล็อกที่นําเสนอขาวเปนหลัก 2.3 บล็อกกลุม(Collaborative Blog) เปนบล็อกที่เขียนกันเปนกลุม เชน blognone.com 2.4 บล็อกการเมือง(Politic Blog) วาดวยเรื่องการเมืองลวน ๆ 2.5 บล็อกเพื่อสิ่งแวดลอม(Environment Blog) พูดถึงเรื่องราวของธรรมชาติและการรักษา สิ่งแวดลอม 2.6 มีเดียบล็อก(Media Blog) เปนบล็อกที่วิเคราะหสื่อตางๆ สารคดีและสิ่งที่เกี่ยวกับสื่อ เชน oknation.net/blog/black ของสุทธิชัย หยุน 2.7 บล็อกบันเทิง(Entertainment Blog) บล็อกที่นําเสนอเรื่องราวบันเทิงทั้งทางจอแกว และจอเงิน เรื่องซุบซุดารา กองถาย ฯลฯ 2.8 บล็อกเพื่อการศึกษา(Educational Blog) ในโรงเรียน หรือมหาวิทยาลัยในตางประเทศมักจะใช บล็อกเปนสื่อในการสอนหรือ แลกเปลี่ยนความคิดกัน 2.9 ติวเตอรบล็อก(Tutorial Blog) เปนบล็อกที่นําเสนอวิธีการตาง 2.3.3 เว็บไซตที่ใหบริการเว็บบล็อก www.blogger.com www.exteen.com www.mapandy.com www.buddythai.com www.imigg.com www.5iam.com www.blogprathai.com www.ndesignsblog.com www.idatablog.com www.inewblog.com www.onblogme.com www.freeseoblogs.com www.sumhua.com www.diaryi.net www.istoreblog.com
  • 22.
    www.skypream.com www.thailandspace.com www.sungson.com www.gujaba.com www.sabuyblog.com www.ugetblog.com www.jaideespace.com www.maxsiteth.com www.my2blog.com 2.3.4 ประวัติของเว็บไซต Wordpresswordpress หลายคนรูจักกันดีและบางคนก็อาจจะกําลังใชงานอยูก็ไดแตจะมีสักกี่คนที่รูวา wordpress มีประวัติ ความเปนมายังไงเดี๋ยวจะไดรูกันครับ ความเปนมาของ wordpress เริ่มจาก B2 หรือ cafelog คือผูที่ ใหกําเนิดการทํางานของเว็บบลอกที่ชื่อวา wordpress ไดการผลิตบล็อกชนิดนี้ขึ้นครั้งแรกประมาณ ป 2003 ตอนนั้นมีบล็อก wordpress อยูประมาณ 2000 บล็อก บล็อกที่ชื่อวา wordpress นี้ เขียนดวย ภาษา PHP เพื่อที่จะใชกับ MySQL โดยผูเขียน wordpress ก็คือ Michel Valdrighiเปนผูรวมพัฒนา wordpress ตอนนั้น wordpress ยังอยูใน B2evolution wordpress ไดปรากฏสูโลกในป 2003 โดย เปนความพยายามของ MattMullenweg และ Mike little ในป 2004 ไดถูกเปลี่ยนแปลงโดย six apart ทําใหมีผูงาน wordpress จํานวนมากขึ้น และเริ่มกอเกิดแบรนดwp หรือ wordpress ขึ้นมาและมีการ ใชงานมากขึ้นและการพัฒนาอยางตอเนื่องจนมาถึงปจจุบัน ในป 2007 wordpress ไดรับรางวัล ชนะเลิศในเรื่องของ Packt opensource CMS award เว็บไซตนี้ จะแนะนําถึงวิธี การใช WordPressตั้งแตพื้นฐานเริ่มตน ไปจนถึงการเพิ่มเทคนิคลูกเลน ตาง ๆ แตกอนที่จะไปเรียนรูกัน เราควรมารูจักกอนวา WordPress คือ อะไร
  • 23.
    WordPress คือ โปรแกรมสําเร็จรูปตัวหนึ่งที่เอาไวสําสําหรับสราง บล็อก หรือ เว็บไซต สามารถใช งานไดฟรี ถูกจัดอยูในประเภท CMS (Contents Management System) ซึ่งหมายถึง โปรแกรม สําเร็จรูปที่มีไวสําหรับสรางและบริหารจัดการเนื้อหาและขอมูลบนเว็บไซต WordPress ไดรับการ พัฒนาและเขียนชุดคําสั่งมาจากภาษา PHP (เปนภาษาโปรแกรมมิ่งตัวหนึ่ง ) ทํางานบนฐานขอมูล MySQL ซึ่งเปนโปรแกรมสําหรับจัดการฐานขอมูล มีหนาที่เก็บ เรียกดู แกไข เพิ่มและลบขอมูล การใชงาน WordPress รวมกับ MySQL อยูภายใตสัญญาอนุญาตใชงานแบบ GNU General Public License WordPress ปรากฏโฉมครั้งแรกในโลกเมื่อป พ.ศ. 2546 (2003) เปนความรวมมือกันระหวาง MattMullenwegและ Mike Littlejมีเว็บไซตหลักอยูที่ http://wordpress.org และยังมีบริการ Free Hosting (พื้นที่สําหรับเก็บทุกอยางของเว็บ/บล็อก) โดยขอใชบริการไดที่ http://wordpress.com ปจจุบันนี้ WordPress ไดรับความนิยมเพิ่มขึ้นอยางรวดเร็ว จนมีผูใชงานมากกวา 200 ลานเว็บบล็อก ไปแลว แซงหนา CMS ตัวอื่น ๆ ไมวาจะเปน Drupal , Mambo และ Joomlaสาเหตุเปนเพราะ ใช งานงาย ไมจําเปนตองมีความรูในเรื่อง Programing มีรูปแบบที่สวยงาม อีกทั้งยังมีผูพัฒนา Theme (รูปแบบการแสดงผล) และ Plugins (โปรแกรมเสริม) ใหเลือกใชฟรีอยางมากมาย นอกจากนี้ สําหรับนักพัฒนา WordPress ยังมี Codex เอาไวใหเราไดเปนไกดไลน เพื่อศึกษา องคประกอบสวนตาง ๆ ที่อยูภายใน สําหรับพัฒนาตอยอด หรือ นําไปสราง Theme และ Plugins ขึ้นมาเองไดอีกดวย หนําซ้ํา ยังมีรุนพิเศษ คือ WordPress MU สําหรับไวใหผูนําไปใช สามารถเปด ใหบริการพื้นที่ทําเว็บบล็อกเปนของตนเอง เพื่อใหผูอื่นมาสมัครขอรวมใชบริการในการสรางเว็บ บล็อก ภายใตชื่อโดเมนของเขา หรือที่เรียกวา Sub-Domain จากที่ไดเกริ่นนําไปในบทความนี้ คงจะทําใหรูจัก และไดทราบประวัติความเปนมา รวมถึง ความหมายกันไปบางแลววา WordPressคือ อะไร ในบทความหนา เราจะไดเริ่มเรียนรูถึงรูปแบบ และวิธีการใชงาน ไปจนถึงการเพิ่มลูกเลนตาง ๆ ตอไป
  • 24.
    บทที่ 3 วิธีดําเนินงานโครงงาน ในการจัดทําโครงงานคอมพิวเตอร การพัฒนาเว็บบล็อก(WebBlog) ดวย Wordpress เรื่องประเภท ของคอมพิวเตอรนี้ ผูจัดทําโครงงานมีวิธีดําเนินงานโครงงาน ตามขั้นตอนดังตอไปนี้ 3.1 วัสดุ อุปกรณ เครื่องมือหรือโปรแกรมหรือที่ใชในการพัฒนา 3.1.1 เครื่องคอมพิวเตอร พรอมเชื่อมตอระบบเครือขายอินเทอรเน็ต 3.1.2 เว็บไซตที่ใหบริการเว็บบล็อก คือ www.wordpress.com 3.1.3 เว็บไซตที่ใชในการ ติดตอสื่อสาร เชน www.facebook.com www.hotmail.com www.google.com 3.1.4 โปรแกรมตัด ตอและตกแตงรูปภาพ เชนAdobe Photoshop CS4 และ PhotoScape2.0 3.2 ขั้นตอนการดาเนินงาน 3.2.1 คิดหัวขอโครงงานเพื่อนําเสนอครูที่ปรึกษาโครงงาน 3.2.2 ศึกษาและคนควาขอมูลที่เกี่ยวของกับเรื่องที่สนใจ คือเรื่องประเภทของคอมพิวเตอร วามี เนื้อหามากนอยเพียงใด และตองศึกษาคนควาเพิ่มเติมเพียงใดจากเว็บไซตตางๆ และเก็บขอมูลไว เพื่อจัดทําเนื้อหาตอไป 3.2.3 ศึกษาการสรางเว็บบล็อกที่สรางจากเว็บไซต Wordpress จากเอกสารที่ครูประจําวิชากําหนด และจากเว็บไซตตางๆ ที่นําเสนอเทคนิค วิธีการสรางเว็บบล็อก 3.2.4 จัดทําโครงรางโครงงานคอมพิวเตอรเพื่อนําเสนอครูที่ปรึกษาผานเว็บบล็อกของตัวเอง โดยได นําไฟลขอมูลไปฝากไวที่เว็บไซตชื่อ http://www.slideshare.net 3.2.5 ปฏิบัติการจัดทําโครงงานคอมพิวเตอรการพัฒนาเว็บบล็อก (WebBlog) ดวย Wordpress เรื่อง ประเภทของคอมพิวเตอร โดยการสมัครสมาชิก และสรางบทเรียนที่สนใจตามแบบเสนอโครงราง ที่เสนอไวแลว
  • 25.
    3.2.6 นําเสนอรายงานความกาวหนาเปนระยะๆ โดยแจงใหครูที่ปรึกษาโครงงานเขาไปตรวจ ความกาวหนาของโครงงานผานเว็บไซตhttp://www.facebook.com/อัศวินปุตตาปวน ซึ่งครูที่ ปรึกษาจะใหขอเสนอแนะตางๆ เพื่อใหจัดทําเนื้อหาและการนําเสนอที่นาสนใจตอไป ทั้งนี้เมื่อ ไดรับคําแนะนําก็จะนํามาปรับปรุง แกไขใหเปนที่สนใจยิ่งขึ้น อีกทั้งไดสรางเครือขายสังคมโดยใช เว็บไซต Facebook เพื่อใหเพื่อนๆ มาชวยใหขอเสนอแนะ และสื่อสารกันหากมีขอสงสัยเกี่ยวกับ การสรางและพัฒนาเว็บบล็อกดังกลาว
  • 26.
    บทที่ 4 ผลการดําเนินงานโครงงาน การจัดทําโครงงานคอมพิวเตอรการพัฒนาเว็บบล็อก (WebBlog)ดวย Wordpress เรื่อง ประเภทของ คอมพิวเตอรนี้ มีวัตถุประสงคเพื่อพัฒนาเว็บบล็อก (WebBlog) ดวยWordpress และคนควาเรื่องที่ สนใจเกี่ยวกับประเภทของคอมพิวเตอร เพื่อใหผูจัดทําโครงงานสามารถนํามาประยุกตใชใหเขากับ การเรียนรูของตนเองมากยิ่งขึ้น ตลอดจนสามารถติดตอสื่อสารกันไดระหวางครูเพื่อนและผูสนใจ ทั่วไป ซึ่งมีผลการดําเนินงานโครงงาน ดังนี้ ผลการพัฒนาเว็บบล็อก การพัฒนาเว็บบล็อก (WebBlog) ดวย Wordpressเรื่องประเภทของคอมพิวเตอรนี้ ผูจัดทํา ไดเริ่มดําเนินงานตามขั้นตอนการดําเนินงานที่เสนอในบทที่ 3 แลว แลวไดสมัครเปนสมาชิกเว็บ บล็อกที่ชื่อhttp://www.wordpress.com จากนั้นไดนําเสนอเผยแพรผลงานผานเครือขายอินเทอรเน็ต ที่สามารถเขาถึงไดทุกที่ทุกเวลา โดยไดนําเผยแพรที่เว็บบล็อกชื่อ http://nuttapongko.wordpress.comซึ่งสามารถเชื่อมตอกับสื่อสังคมในรูปแบบของ Social Media ประเภทเว็บไซตfacebook ของผูจัดทําที่ชื่อ http://www.facebook.com/อัศวินปุตตาปวนทั้งนี้เว็บ บล็อกดังกลาว สามารถจัดการและเชื่อมตอกับเว็บไซตอื่นๆ ไดเปนอยางดีโดยทั้งครูที่ปรึกษา เพื่อนๆในหองเรียนไดเขาไปมีสวนรวมในการจัดการเรียนรู โดยแสดงความเห็นในเนื้อหาและ รูปแบบของการนําเสนออยางหลากหลาย ซึ่งทําใหเกิดการเรียนรูและเปนแหลงเรียนรูในโลก ออนไลนอยางหลากหลายและรวดเร็ว
  • 27.
  • 33.
    บทที่ 5 สรุปผลการดาเนินงานและขอเสนอแนะ การจัดทําโครงงานคอมพิวเตอรการพัฒนาเว็บบล็อก (WebBlog) ดวย Wordpress เรื่อง ประเภทของ คอมพิวเตอรนี้ สามารถสรุปผลการดําเนินโครงงาน และขอเสนอแนะ ดังนี้ 5.1 การดาเนินงานจัดทาโครงงาน 5.1.1 วัตถุประสงคของโครงงาน
  • 34.
    5.2.2 วัสดุ อุปกรณเครื่องมือหรือโปรแกรมหรือที่ใชในการพัฒนา 5.2.1.1 เครื่องคอมพิวเตอร พรอมเชื่อมตอระบบเครือขายอินเทอรเน็ต 5.2.1.2 เว็บไซตที่ใหบริการเว็บบล็อก คือ www.wordpress.com 5.2.1.3 เว็บไซตที่ใชในการติดตอสื่อสารเชน www.facebook.comwww.hotmail.comwww.google.com 5.2.2.4 โปรแกรมตัดตอและตกแตงรูปภาพเชน Adobe Photoshop CS4 และ PhotoScape2.0 5.2 สรุปผลการดาเนินงานโครงงาน การพัฒนาเว็บบล็อก (WebBlog) ดวย Wordpressเรื่องประเภทของคอมพิวเตอรนี้ ผูจัดทําไดเริ่ม ดําเนินงานตามขั้นตอนการดําเนินงานที่เสนอในบทที่ 3 แลว แลวไดสมัครเปนสมาชิกเว็บบล็อกที่ ชื่อhttp://www.wordpress.com จากนั้นไดนําเสนอเผยแพรผลงานผานเครือขายอินเทอรเน็ต ที่ สามารถเขาถึงไดทุกที่ทุกเวลา โดยไดนําเผยแพรที่เว็บบล็อกชื่อ http://nuttapongko.wordpress.com ซึ่งสามารถเชื่อมตอกับสื่อสังคมในรูปแบบของ Social Media ประเภทเว็บไซตfacebook ของ ผูจัดทําที่ชื่อ http://www.facebook.com/อัศวิน ปุตตาปวนทั้งนี้เว็บบล็อกดังกลาว สามารถจัดการ และเชื่อมตอกับเว็บไซตอื่นๆ ไดเปนอยางดีโดยทั้งครูที่ปรึกษา เพื่อนๆในหองเรียนไดเขาไปมีสวน รวมในการจัดการเรียนรู โดยแสดงความเห็นในเนื้อหาและรูปแบบของการนําเสนออยาง หลากหลาย ซึ่งทําใหเกิดการเรียนรูและเปนแหลงเรียนรูในโลกออนไลนอยางหลากหลายและ รวดเร็ว 5.3ขอเสนอแนะ (ขอเสนอแนะนี้ นักเรียนสามารถคิดเสนอแนะเพิ่มเติมได ครูแคยกตัวอยางใหดูคะ ถามีเพิ่ม หรือ การเรียนรูแบบนี้ไมดี ไมเหมาะสม นักเรียนแจงหรือเสนอแนะตรงนี้ไดเลย) 5.3.1 ขอเสนอแนะทั่วไป 5.3.1.1 เว็บไซตที่ใหบริการเว็บบล็อก คือ Wordpressเปนเว็บบล็อกสําเร็จรูปที่ใชทําเว็บไซตไดงาย และรวดเร็ว แตถาเราใชประโยชนในทางที่ไมถูกตองและไมเหมาะสม ก็จะสงผลตอการ
  • 35.
    ละเมิดลิขสิทธิ์และไดรับความรูที่ไมถูกตอง เพราะฉะนั้นผูจัดทําควรเผยแพรสิ่งที่ดี ๆใหบุคคลที่ เขามาเยี่ยมหรือศึกษาไดความรูและสิ่งดี ๆ นําไปเผยแพรตอใหผูอื่นมาศึกษาความรู ที่เปน ประโยชนตอไป 5.3.1.2 ควรมีการจัดทําเนื้อหาของโครงงานใหหลากหลายใหครบทุกกลุมสาระ การเรียนรู 5.3.1.3 ควรมีการจัดทําแบบทดสอบกอนเรียนและหลังเรียนเพิ่มเติม 5.3.2 ปญหา อุปสรรค และแนวทางในการพัฒนา 5.3.2.1 เครื่องคอมพิวเตอรไมเพียงพอกับการทําโครงงาน และบางครั้งอินเทอรเน็ตมีปญหา เขา พรอมกันก็จะทําใหชา จึงทําใหการพัฒนาเว็บบล็อกเกิดความลาชาตามไปดวย 5.3.2.2 เพื่อนนักเรียนบางคนเรียนรูการพัฒนาเว็บบล็อกคอนขางชา ทําใหตองเสียเวลาในการเรียนรู เพราะครูผูสอนไมสามารถสอนเนื้อหาเพิ่มเติมได
  • 36.
    บรรณานุกรม WordPressคือ อะไร http://www.nampheung.com/1032/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E 0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%8 2%E0%B8%AD%E0%B8%87-wordpress.html ที่มาของ wordpresshttp://wordpress.9supawat.com/10/what-is-wordpress.html ความสําคัญของคอมพิวเตอรhttp://www.thaigoodview.com/node/91664 ความหมายของคอมพิวเตอร http://cptd.chandra.ac.th/selfstud/it4life/intro.htm ประวัติความเปนมาและพัฒนาการของ คอมพิวเตอร http://www.sanambin.com http://www.wikipedia.com ประเภทของคอมพิวเตอร http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%9E% E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3% E0%B9%8C เว็บไซตที่ใหบริการเว็บบล็อก http://book.manacomputers.com/free-make-blog-list-and-adsense/ ประเภทของเว็บบล็อก
  • 37.
  • 38.