3.ขั้นตอนการพัฒนาโครงงาน
Krit Ueng-Apitham
3.1 การคัดเลือกหัวข้อโครงงาน
3.2 การศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล
3.3 การจัดทาข้อเสนอโครงงาน
3.5 การเขียนรายงานโครงงาน
3.6 การนาเสนอและแสดงโครงงาน
3.4 การพัฒนาโครงงาน
ขั้นตอนการพัฒนาโครงงาน
3.1 การคัดเลือกหัวข้อโครงงาน
หัวข้อส่วนใหญ่ที่นามาพัฒนาเป็นโครงงานคอมพิวเตอร์ มักจะได้มาจากปัญหา คาถาม หรือความสนใจในเรื่องต่างๆ การสังเกตสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบ
คอมพิวเตอร์ หรือสิ่งต่างๆ รอบตัวปัญหาที่จะนามาพัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์นั้นได้จากแหล่งที่ต่างกัน ได้แก่ การอ่านค้นคว้าจากหนังสือ เอกสาร หนังสือพิมพ์หรือ
วารสารต่างๆ การไปเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ การฟังบรรยายทางวิชาการ รายการวิทยุและโทรทัศน์ ข้อมูลข่าวสารจากอินเทอร์เน็ต รวมทั้งการสนทนาอภิปรายแลกเปลี่ยน
ความคิดเห็นระหว่างเพื่อนนักเรียนหรือกับบุคคลอื่นๆ กิจกรรมการเรียนการสอนในโรงเรียน งานอดิเรกของนักเรียน การเข้าชมงานนิทรรศการหรืองานประกวด
โครงงาน
องค์ประกอบสาคัญในการตัดสินใจเลือกหัวข้อที่จะนามาพัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์
1.มีความรู้และทักษะพื้นฐานอย่างเพียงพอในหัวข้อเรื่องที่จะศึกษา
2.สามารถจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์ซอฟต์แวร์ และวัสดุอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องได้
3.มีแหล่งความรู้เพียงพอที่จะค้นคว้า หรือขอคาปรึกษา
4.มีเวลาเพียงพอ
5.มีงบประมาณเพียงพอ
6.มีความปลอดภัย
3.2 การศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล
การศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล รวมถึงการขอคาปรึกษาจากผู้ทรงคุณวุฒิจะช่วยให้เกิดแนวคิด
ในการกาหนดขอบเขตของเรื่องที่จะศึกษาได้เฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้นและได้ความรู้เพิ่มเติมในเรื่องที่จะศึกษา จน
สามารถใช้ออกแบบและวางแผนดาเนินการทาโครงงานนั้นได้อย่างเหมาะสมในการศึกษาค้นคว้าจากเอกสาร
และแหล่งข้อมูลจะต้องได้คาตอบว่า จะทาอะไร ทาไมต้องทาต้องการให้เกิดอะไร ทาอย่างไร ใช้ทรัพยากรอะไร
ทากับใคร และจะเสนอผลงานอย่างไร
3.3 การจัดทาข้อเสนอโครงงาน
การจัดทาข้อเสนอโครงงานเป็นการจัดทาเค้าโครงของโครงงานเพื่อเสนอครูที่ปรึกษา โดยมี
วัตถุประสงค์ดังนี้
1.ศึกษาค้นคว้าเอกสารอ้างอิง และรวบรวมข้อมูลที่ได้จากผู้ทรงคุณวุฒิ
2.วิเคราะห์ข้อมูล เพื่อกาหนดขอบเขตและลักษณะของโครงงานที่จะพัฒนา
3.ออกแบบการพัฒนา มีการกาหนดลักษณะของเครื่องคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์และตัวแปลภาษาโปรแกรม และอุปกรณ์ต่างๆ ที่ต้องใช้
4.กาหนดตารางการปฏิบัติงานของการจัดทาเค้าโครงของโครงงาน ลงมือทาโครงงาน และสรุปรายงานโครงงาน โดยกาหนดช่วงเวลาอย่างกว้างๆ
5.ทาการพัฒนาโครงงานขั้นต้น เพื่อศึกษาความเป็นไปได้เบื้องต้น โดยอาจจะทาการพัฒนาส่วน
ย่อย ๆ บางส่วน ตามที่ได้ออกแบบไว้แล้ว นาผลจากการศึกษาในช่วงนี้ไปปรับปรุงแผนการทดลองที่ออกแบบไว้ในครั้งแรกให้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น
6. เสนอเค้าโครงของโครงงานคอมพิวเตอร์ต่อครูที่ปรึกษา เพื่อขอคาแนะนาและปรับปรุงแก้ไข
เพราะในการวางแผนการศึกษาพัฒนา ความคิดของนักเรียนอาจยังไม่ครอบคลุมทุกด้านเนื่องจากยังขาดประสบการณ์ จึงควรถ่ายทอดความคิดที่ได้ศึกษาและ
บันทึกไว้ให้ครูทราบเพื่อรับคาแนะนา และนาไปปรับใช้ให้เกิดความเหมาะสม
เมื่อผู้เรียนได้ศึกษาเอกสารอ้างอิงต่างๆ และเลือกเรื่องที่จะทาโครงงานคอมพิวเตอร์ รวมทั้งวางแผนการทาโครงงานทุกขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว จึงทาการเขียนเค้าโครง
ของโครงงานเพื่อใช้เป็นกรอบแนวคิดและแนวทางในการทาโครงงานคอมพิวเตอร์นอกจากจะต้องใช้หลักการทางวิชาการในการวางแผนทาโครงงานแล้ว ยังต้องมีข้อตกลง
และเงื่อนไขต่างๆ เช่น การขออนุญาตใช้ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ การจัดหาซอฟต์แวร์ที่มีลิขสิทธิ์เครื่องมือและตัวแปลภาษาโปรแกรม เพื่อช่วยให้การทาโครงงานดาเนิน
ไปอย่างราบรื่น โดยมีองค์ประกอบเค้าโครงของโครงงานคอมพิวเตอร์ ดังนี้
องค์ประกอบของโครงงานคอมพิวเตอร์
1.ชื่อโครงงาน
2.ชื่อผู้จัดทา
3.อาจารย์ที่ปรึกษา
4.ระยะเวลาดาเนินงาน
5.แนวคิดที่มา
6.วัตถุประสงค์
7.หลักการทฤษฎี
8.วิธีดาเนินงาน
9.ขั้นตอนปฏิบัติ
10.ผลที่คาดว่าจะได้รับ
11.เอกสารอ้างอิง
3.4 การพัฒนาโครงงาน
เมื่อเค้าโครงของโครงงานได้รับความเห็นชอบจากครูที่ปรึกษาแล้ว ขั้นตอนต่อไปจึงเป็นการลงมือพัฒนา
โครงงานตามขั้นตอนที่วางแผนไว้เช่น จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ให้พร้อม รวมทั้งการกาหนดหน้าที่ ความรับผิดชอบ
ของสมาชิกในกลุ่มให้ชัดเจน แล้วจึงดาเนินการทาโครงงานขณะเดียวกันต้องมีการทดสอบ ตรวจสอบ ปรับปรุงแก้ไข
เพื่อพัฒนาโครงงานเป็นระยะๆ เพื่อให้แน่ใจว่าผลงานที่พัฒนาขึ้นนั้น ทางานได้ถูกต้องตรงกับความต้องการที่ระบุไว้
ในเป้าหมาย และเกิดประสิทธิภาพตามขั้นตอน ดังนี้
1.การเตรียมการ
2.การลงมือพัฒนา
3 การทดสอบผลงานและแก้ไข
4 การอภิปรายและข้อเสนอแนะ
5 แนวทางการพัฒนาโครงงานในอนาคตและข้อเสนอแนะ
3.5 การเขียนรายงานโครงงาน
การเขียนรายงาน เป็นวิธีการสื่อความหมายเพื่อให้ผู้อื่นได้เข้าใจแนวคิด วิธีดาเนินการศึกษา
ค้นคว้าหาข้อมูลที่ได้ตลอดจนข้อสรุปและข้อเสนอแนะต่างๆ เกี่ยวกับโครงงานนั้น โดยในการเขียน
รายงานนั้น ควรใช้ภาษาที่อ่านง่าย ชัดเจน กระชับ ตรงไปตรงมา รวมทั้งให้จัดทาคู่มือการใช้งาน
ซึ่งประกอบด้วยรายละเอียด ดังนี้
1. ชื่อโครงงาน
2. ความต้องการของระบบคอมพิวเตอร์ ระบุรายละเอียดของคอมพิวเตอร์ที่ต้องมีเพื่อ
ที่จะใช้กับโครงงานนั้น
3. ความต้องการของซอฟต์แวร์ ระบุรายชื่อซอฟต์แวร์ที่ต้องใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์
เพื่อจะให้โครงงานนั้นทางานได้อย่างสมบูรณ์
4. คุณลักษณะของโครงงาน ซึ่งอธิบายว่าผลงานนั้นทาหน้าที่อะไรบ้าง รับอะไรเป็น
ข้อมูลขาเข้า และอะไรที่ออกมาเป็นข้อมูลขาออก
5. วิธีการใช้งานของแต่ละฟังก์ชัน อธิบายว่าจะต้องกดคาสั่งใด หรือกดปุ่มใด เพื่อให้
ผลงานทางานในฟังก์ชันหนึ่งๆ
3.6 การนาเสนอและแสดงโครงงาน
การนาเสนอและแสดงโครงงาน เป็นขั้นตอนสุดท้ายหลังจากการพัฒนาโครงงานเสร็จเรียบร้อยตาม
เป้าหมาย และวัตถุประสงค์ที่ได้ตั้งไว้โดยเป็นการนาเสนอรายงานสรุปผลการดาเนินการในการจัดทา
โครงงาน และโปรแกรมที่ได้พัฒนาขึ้นมาให้กับคณะกรรมการและผู้เกี่ยวข้องของโครงงานนั้นๆ ซึ่ง
จัดเป็นขั้นตอนที่สาคัญอีกขั้นตอนหนึ่งของการทาโครงงาน เพื่อแสดงออกถึงผลิตผลทางความคิด ความ
พยายามในการทางานที่ผู้ทาโครงงานได้ทุ่มเทและเป็นวิธีทาให้ผู้อื่นได้รับรู้และเข้าใจถึงผลงานนั้น
ขั้นตอนพัฒนาโครงงาน

ขั้นตอนพัฒนาโครงงาน