โครงการพัฒนาอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตรและคณิตศาสตร
แบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร ระดับชั้นประถมศึกษาปที่ 3
ประจําปการศึกษา 2555
สอบวันเสารที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 เวลา 13:00-15:00 น.
แบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร
ระดับชั้น ป.6
สาขาโอลิมปกวิชาการและพัฒนาอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตรและคณิตศาสตร
สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี (สสวท.)
คําชี้แจง
1. แบบทดสอบฉบับนี้เปนขอสอบชนิดเลือกตอบ จํานวน 50 ขอ คะแนนเต็ม 50 คะแนน
2. ใหกรอกขอมูลประจําตัวผูเขาสอบลงในกระดาษคําตอบใหครบถวนและชัดเจน
3. ใหใชดินสอดํา 2B ระบายคําตอบขอที่ตองการในกระดาษคําตอบ
4. เมื่อสอบเสร็จใหนักเรียนสงเฉพาะกระดาษคําตอบใหกับกรรมการคุมสอบ
5. หามใชเครื่องคํานวณและอุปกรณสื่อสารทุกชนิด
การตัดสินของคณะกรรมการถือเปนเด็ดขาด
การทําซ้ํา ดัดแปลง เผยแพรตอสาธารณชน โดยไมไดรับอนุญาต
ถือเปนการละเมิดลิขสิทธิ์ และมีความผิดตามกฎหมาย
แบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร ชั้น ป.6
ประจําป พ.ศ. 2555
สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
โครงการพัฒนาอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตรและคณิตศาสตร
แบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร ระดับชั้นประถมศึกษาปที่ 6
ประจําป พ.ศ. 2555
สอบวันเสารที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 เวลา 13:00 – 15:00 น.
1. ถานักเรียนนําใบไมซึ่งเปนใบดางมาตรวจหาอาหารที่พืชสรางโดยการตมดวยสารละลายชนิดหนึ่ง
ในหลอดทดลอง เมื่อหยดสารละลายไอโอดีนลงไป บริเวณใดของใบไมดังภาพ จะเปลี่ยนสีของสารละลาย
ไอโอดีนเปนสีน้ําเงินเขม
 A และ D
 B และ E
 A, C และ D
 A, B, C, D และ E
2. สิ่งมีชีวิตชนิดใดบางมีการสืบพันธุโดยการงอกใหม
A. สลัดหางทิ้ง แลวงอกหางใหมยาวเทาเดิม
B. เมื่อผาตามแนวกึ่งกลางตัว แตละสวนงอกสวนที่ขาดไปเปนตัวใหม
C. ถูกของมีคมตัดลําตัวขาด เมื่อเย็บแผลเนื้อเยื่อเชื่อมตอเปนเนื้อเดียวกัน
D. ถูกตัดลําตัวตามยาว เมื่อทิ้งไวแตละซีกเจริญเปนตัวใหมได
E. สามารถงอกสวนที่มีรูปรางเหมือนตัวเดิม แตมีขนาดเล็กกวาสามารถเจริญเปนตัวเต็มวัยได
F. สามารถคอดเวาจนหลุดเปนสองสวน แตละสวนเจริญเหมือนสิ่งมีชีวิตเดิม
 A และ C  B และ D
 D และ E  E และ F
จากภาพ A, B, C, D, E เปนบริเวณที่มีสีเหลือง สีเขียว
สีแดง สีสม และสีเขียว ตามลําดับ
D
E
B
C
A
2
แบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร ชั้น ป.6
ประจําป พ.ศ. 2555
สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
D
C
E
F
G
A
H
I
J
B
3. ขอใดเปรียบเทียบระยะตาง ๆ ของการเจริญในวัฏจักรชีวิตของสัตวไดถูกตอง
 ตัวโมงของยุง กับ ปลวก
 ตัวหนอนของแมลงวัน กับ ลูกน้ํายุง
 ลูกออดของกบ กับ ตัวออนในรังไหม
 ดักแดของผีเสื้อ กับ ลูกไกในเปลือกไข
4. สวนประกอบของดอกที่มีหนาที่สรางเซลลสืบพันธุโดยตรงคือตําแหนงใด
 D และ G  E และ I
 C และ F  F และ J
5. ถาผนังที่กั้นหัวใจหองลางซีกขวากับซายบางบริเวณมีลักษณะบางและมีชองเปดถึงกัน จะมีผลอยางไร
ตอการหมุนเวียนของเลือด
 หัวใจสงเลือดไปยังปอดไมได
 หัวใจซีกขวาไมสามารถรับเลือดที่กลับจากเลี้ยงรางกาย
 หัวใจหองบนซายไดรับเลือดที่มีปริมาณออกซิเจนสูงกวาปกติ
 เลือดที่สงไปเลี้ยงรางกายมีปริมาณออกซิเจนลดลงแตมีปริมาณ
คารบอนไดออกไซดสูงกวาปกติ
3
แบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร ชั้น ป.6
ประจําป พ.ศ. 2555
สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
6. ถาลักษณะเชิงผมที่หนาผากแบบแหลมเปนลักษณะที่พบมากกวาลักษณะแบบไมแหลม (ดังภาพ)
ชายคนหนึ่งมีลักษณะเชิงผมที่หนาผากไมแหลม เขาควรแตงงานกับหญิงจากครอบครัวใด จึงจะมีโอกาส
มากที่สุดที่บุตรของเขาจะมีเชิงผมที่หนาผากแบบแหลม และถาเลือกแตงงานกับหญิงจากครอบครัวใด
จะไมมีโอกาสไดบุตรที่มีเชิงผมมีหนาผากแบบแหลม (ตอบตามลําดับ) โดยใชขอมูลจากตารางขางลางนี้
ครอบครัว
ลักษณะเชิงที่หนาผาก
หญิง บิดา มารดา ตา ยาย
ก แหลม แหลม แหลม แหลม ไมแหลม
ข ไมแหลม แหลม ไมแหลม ไมแหลม ไมแหลม
ค แหลม ไมแหลม แหลม แหลม ไมแหลม
 ก และ ข  ก และ ค
 ค และ ข  ค และ ก
7. ชายคนหนึ่งอายุ 50 ป มีรูปรางสูงและอวนลงพุง วัดคาความดันโลหิตไดเปน 160/100 มิลลิเมตรของ
ปรอทแพทยจึงแนะนําใหเขาออกกําลังกาย และลดการบริโภคอาหารบางชนิด นักเรียนคิดวาอาหารกลุมใด
ที่แพทยนาจะแนะนําใหเขารับประทานนอยลง เพื่อปรับความดันโลหิตใหเปนปกติ
ก. เนื้อสัตว ค. แปงและน้ําตาล
ข. อาหารที่มีรสเค็ม ง. อาหารที่มีไขมันสูง
ขอใดถูกตองที่สุด
 ก ข  ค ง
 ข ค ง  ก ข ค ง
8. จากขอมูลตอไปนี้
ก. กบบนใบบัว ค. ราดําบนขนมปง
ข. เหาบนศีรษะคน ง. เห็ดฟางบนขอนไม
ขอใดเปน กลุมสิ่งมีชีวิต ทั้งหมด
 ก ข  ก ข ค
 ข ค ง  ก ข ค ง
เชิงผมที่หนาผากแบบแหลม เชิงผมที่หนาผากแบบไมแหลม
4
แบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร ชั้น ป.6
ประจําป พ.ศ. 2555
สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
9. ความสัมพันธในการทํางานรวมกันของระบบอวัยวะบางระบบ เปนดังนี้
จากแผนผัง C คือสารใด และ D คือระบบใด (ตอบตามลําดับ)
 กลูโคส ระบบขับถาย
 ออกซิเจน ระบบขับถาย
 คารบอนไดออกไซด ระบบหายใจ
 คารบอนมอนอกไซด ระบบหายใจ
10. แผนภาพแสดงสายใยอาหาร
สิ่งมีชีวิตใดเปนไดทั้งผูลาและเหยื่อ
 G และ B  F และ D
 E และ C  D และ C
11. นักเรียนควรบริโภคอาหารชุดใด จึงจะไดอาหารครบทุกหมูและชวยในการทํางานของลําไสใหญไดดีที่สุด
 ยากิโซบะ ซูชิ ชาเขียวปน
 ไกทอด มันฝรั่งทอด น้ําโคก
 แซนวิชทูนา ลูกชิ้นปง นมสด
 ขาวหมูทอด แกงจืดตําลึง น้ําสม
ระบบยอยอาหาร
แหลงสรางพลังงาน
ระบบ D
ระบบหมุนเวียนเลือด
A C
B
A C
B
F
G
E
A
D
พืช
B
C
5
แบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร ชั้น ป.6
ประจําป พ.ศ. 2555
สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
12. ในการศึกษาวัดอุณหภูมิของรางกายสัตวมีกระดูกสันหลังในแหลงที่อยูแตกตางกันเปนดังภาพ
กราฟ ก และกราฟ ข หมายถึง อุณหภูมิรางกายของสัตวประเภทใด ตามลําดับ
ถา ก. สัตวจําพวกนก ง. สัตวครึ่งบกครึ่งน้ํา
ข. สัตวจําพวกปลา จ. สัตวเลี้ยงลูกดวยน้ํานม
ค. สัตวเลื้อยคลาน
ขอ กราฟ ก กราฟ ข ขอ กราฟ ก กราฟ ข
 ก ข ค ง จ  ค ง จ ก ข
 ข ค ง ก จ  ง จ ก ข ค
13. นักเรียน 3 คน แบงสัตวมีกระดูกสันหลัง 9 ชนิดออกเปนกลุม ๆ ดังนี้
นักเรียนคนที่ 1
สัตวกลุม 1 เขียด ปลาสลิด จระเข ซาลามานเดอร ปลาบึก
สัตวกลุม 2 พะยูน เปด นกนางนวล ชิมแปนซี
นักเรียนคนที่ 2
สัตวกลุม 1 ปลาสลิด ปลาบึก
สัตวกลุม 2 เขียด จระเข ซาลามานเดอร พะยูน เปด นกนางนวล ชิมแปนซี
นักเรียนคนที่ 3
สัตวกลุม 1 ปลาสลิด ปลาบึก
สัตวกลุม 2 เขียด ซาลามานเดอร
สัตวกลุม 3 จระเข พะยูน เปด นกนางนวล ชิมแปนซี
นักเรียนทั้งสามคนใชเกณฑใดแบงสัตวออกเปนกลุมๆ
ขอ นักเรียนคนที่ 1 นักเรียนคนที่ 2 นักเรียนคนที่ 3
 การปฏิสนธิภายในหรือ
ภายนอก
การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของ
รางกาย
อวัยวะที่ใชแลกเปลี่ยนแกส
 การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ
ของรางกาย
อวัยวะที่ใชแลกเปลี่ยนแกส จํานวนหองของหัวใจ
 อวัยวะที่ใชแลกเปลี่ยนแกส จํานวนหองของหัวใจ การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของรางกาย
 จํานวนหองของหัวใจ การปฎิสนธิภายในหรือภายนอก อวัยวะที่ใชแลกเปลี่ยนแกส
อุณหภูมิรางกาย
อุณหภูมิของแหลงที่อยู
กราฟ ก.
กราฟ ข.
6
แบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร ชั้น ป.6
ประจําป พ.ศ. 2555
สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
14. ถาตั้งชุดทดลองที่มีพืชน้ําชนิดเดียวกันในบีกเกอร 3 ใบ และใหแสงสี A B และ C กับชุดทดลองที่ 1 2
และ 3 ตามลําดับ เปนเวลานาน 10 นาทีเทากัน ไดผลการทดลองดังภาพ
ในการทดลองนี้ ขอใดเปนตัวแปรตามและตัวแปรตนตามลําดับ
 ฟองแกสคารบอนไดออกไซด ชนิดของแสงสี
 ชนิดของแสงสี ฟองแกสออกซิเจน
 ปริมาตรของแกส ชนิดของแสงสี
 ชนิดของแสงสี ปริมาตรของแกส
15. จากขอมูลในแผนผัง A B และ C ควรเปนพืชชนิดใด
 ขาว มะมวง ไผ  พุทธรักษา ผักบุง สน 2 ใบ
 ขาวโพด มะเขือ หญา  ลีลาวดี เฟองฟา ตะไคร
ชุดที่ 1 ชุดที่ 2
แสงสี A
ฟองอากาศ
น้ํา
หลอดทดลอง
บีกเกอร
พืชน้ํา
กรวยแกว
แสงสี B
ฟองอากาศ
น้ํา
หลอดทดลอง
บีกเกอร
พืชน้ํา
กรวยแกว
พืชชนิดตาง ๆ
พืชมีดอก
เสนใบขนาน เสนใบรางแห
A B
พืชไมมีดอก
มีใบ ราก ไมมีใบ ไมมีราก
C ตนมอส
แบงเปน
มี
ชุดที่ 3
แสงสี C
ฟองอากาศ
น้ํา
หลอดทดลอง
บีกเกอร
พืชน้ํา
กรวยแกว
7
แบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร ชั้น ป.6
ประจําป พ.ศ. 2555
สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
16. ถา A หมายถึงการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช
B หมายถึงพันธุวิศวกรรม
จงพิจารณาขอมูลเฉพาะตอไปนี้
ก. พืชสมุนไพรที่เพาะเลี้ยงและขยายพันธุยาก
ข. การผลิตตนพืชจํานวนมากในเวลาอันรวดเร็ว
ค. การขยายพันธุพืชที่ใกลจะสูญพันธุ
ง. การนํายีนจากสิ่งมีชีวิตอื่นมาตอเขากับยีนของพืช
จ. การปรับปรุงพันธุพืช
ฉ. การนําชิ้นสวนของพืชมาเพาะเลี้ยงในอาหารสังเคราะห
ช. การขยายพันธุพืชเพื่อการสงออก
ขอใดถูกตอง สอดคลองกับเทคนิคของเทคโนโลยีชีวภาพเกี่ยวกับพืช
ขอ เทคนิค ลักษณะหรือขอมูลเฉพาะ
 A ข ค จ
 A ก ค ฉ
 B ข ง จ
 B ก ง ช
17. ขอใดถูกตองเกี่ยวกับการเจริญเติบโตของมนุษย โดยพิจารณาจากขอมูลตอไปนี้
ก. มวลของรางกาย วัดไดจากการชั่งน้ําหนัก และรอบเอว
ข. การวัดการเจริญ ควรวัดจากความสูงของรายกาย และมวล
ค. สมองของคนพัฒนาการคอนขางสูงเมื่ออยูในวัยทารกจนถึง 5 ป
ง. เมื่อยางเขาสูวัยรุนอายุ 14 – 15 ป เด็กหญิงมีพัฒนาการเร็วกวาเด็กชาย
จ. ความสูงของรางกายมนุษยคอนขางคงที่เมื่ออายุประมาณ 25 ป
 ก ข ค  ข ค ง
 ค ง จ  ข ค จ
8
แบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร ชั้น ป.6
ประจําป พ.ศ. 2555
สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
18. ถาการปรับตัวของสิ่งมีชีวิต มีขอมูลดังนี้
ก. ตัวสกังค สรางกลิ่นเหม็นเพื่อขับไลศัตรู
ข. แมลงกะชอนมีขาหนาใหญแข็งแรงไวขุดดิน
ค. ผึ้งมีปากคลายงวงมวนเก็บได
ง. สุนัขแลบลิ้นเมื่ออากาศรอน
จ. กบตัวผูรองเรียกคูเมื่อฝนตก
ขอใดถูกตองเกี่ยวกับการปรับตัวของสิ่งมีชีวิต
ขอ
การปรับตัวของสิ่งมีชีวิต
ดานรูปราง ดานกลไกอวัยวะภายใน ดานพฤติกรรม
 ข ค ก ง จ
 ก ค ข ง จ
 ก ง จ ข ค
 ค จ ง ก ข
19. การจัดกลุมสารไดดังนี้
กลุมที่ 1 น้ํามันพืช ถานไม ลวดฟวส
กลุมที่ 2 จุนสี แอลกอฮอล น้ําตาลทราย
การจัดกลุมสารใชเกณฑใด
 เนื้อสาร  การละลายน้ํา
 การนําไฟฟา  ความเปนกรด – เบส
20. สมบัติของสาร A และ B แสดงดังตาราง
สาร จุดเดือด (o
C)
การละลายในตัวทําละลาย (g/100g)
การละลายในน้ํา การละลายในเฮกเซน
A
B
78
80
15
1
6
9
ของผสมประกอบดวยสาร A และ B ถาตองการแยกสาร A และ B ที่ผสมกันอยู อยางละ 20 กรัม
ออกจากกันใหไดมากที่สุดควรใชวิธีการในขอใด
 ละลายในน้ําแลวนําไปแยกโดยการกลั่น
 ละลายในเฮกเซนแลวนําไปแยกโดยการกลั่น
 ละลายในน้ําแลวเอาไปสกัดแยกดวยเฮกเซน
 ละลายในเฮกเซนแลวเอาไปสกัดแยกดวยน้ํา
9
แบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร ชั้น ป.6
ประจําป พ.ศ. 2555
สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
21. กําหนดสัญลักษณธาตุ = X = Y = Z
นําสาร A มารวมกับสาร B ไดสาร C และ D ดังแผนภาพ
การอธิบายในขอใดถูกตอง
 สาร A และ B แตละชนิดตางเปนสารประกอบ
 การรวมกันของสาร A และ B เปนการเกิดการละลาย
 สาร C และ D ตางเปนสารประกอบชนิดใหมที่เกิดขึ้น
 สาร C และ D แตละชนิดที่เกิดขึ้นเปนสารเนื้อผสม
22. การเสียบบาบีคิวในภาพใดตอไปนี้ จะชวยใหเนื้อสัตวมีโอกาสนุมขึ้นมากที่สุด
 รูป ก  รูป ข
 รูป ค  รูป ง
+ +
A B C D
รูป ก รูป ข รูป ค รูป ง
มะเขือเทศ
หอมใหญ
มันเทศ
เนื้อสัตว
สับปะรด
มันเทศ
มะเขือเทศ
หอมใหญ
มันเทศ
เนื้อสัตว
สับปะรด
หอมใหญ
สับปะรด
มะเขือเทศ
หอมใหญ
มันเทศ
เนื้อสัตว
มะเขือเทศ
มะเขือเทศ
หอมใหญ
มันเทศ
เนื้อสัตว
สับปะรด
สับปะรด
10
แบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร ชั้น ป.6
ประจําป พ.ศ. 2555
สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
23. รูปภาพการกลั่นน้ํามันหอมระเหยจากผิวมะกรูด
ขอใด ไม เกี่ยวของกับการกลั่นน้ํามันหอมระเหยจากผิวมะกรูด
 การกลายเปนไอ  การเดือด
 การหลอมเหลว  การควบแนน
24. นําวัสดุ A B C และ D มาขีดกันโดยใชแรงขีดขนาดเทากันทุกครั้ง แลวสังเกตรอยขีดที่เกิดขึ้นบนวัสดุ
ไดผลดังนี้
วัสดุที่นํามาขีด วัสดุที่ถูกขีดเปนรอย ความลึกของรอยขีด
A กับ B A x
A กับ C A y
A กับ D D p
B กับ C B q
จากขอมูล ขอใดถูกตอง
ก. วัสดุ C เปนวัสดุที่เหมาะสมในการใชผลิตอุปกรณสําหรับตัดวัสดุ D
ข. เมื่อนําวัสดุ B และ D มาขีดกัน พบวา B ถูกขีดเปนรอยได
ค. คาความลึกของรอยขีด x และ q มีคานอยกวาคา y
ง. คาความลึกของรอยขีด เรียงลําดับจากมากไปนอยคือ y x q p ตามลําดับ
 ก และ ข  ค และ ง
 ก และ ค  ข และ ง
หลอดแกวนําแกสพันดวยผาชุบน้ํา
จุกยาง
ผิวมะกรูด
ผาขาวบาง
น้ําแข็ง
11
แบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร ชั้น ป.6
ประจําป พ.ศ. 2555
สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
25. ขอมูลตอไปนี้ใชตอบขอ 25 และ 26
A B C และ D เปนของแข็งนํามาทดลองและไดผลดังตาราง
ครั้งที่ การทดลอง การเปลี่ยนแปลงที่สังเกตได
1 ใส A ลงในน้ําสมสายชู ฟองแกสที่ติดไฟได
2 ใส B ลงในสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด ฟองแกสที่บรรจุในลูกโปง
3 กระแทกถุงลมนิรภัยที่บรรจุสาร C ไว ถุงลมนิรภัยเกิดการขยายตัว
4 ใส D ลงในน้ํา เกิดแกสที่ติดไฟได
A B C และ D มีโอกาสเปนสารใดตามลําดับ
 แมกนีเซียม หินปูน ผงฟู และปูนดิบ
 อะลูมิเนียม แมกนีเซียม ผงฟู และหินปูน
 แมกนีเซียม อะลูมิเนียม โซเดียมเอไซด และถานแกส
 ถานแกส ผงฟู ปูนดิบ และโซเดียมเอไซด
26. จากขอ 25 แกสจากการทดลองครั้งใดที่เมื่อนํามาติดไฟแลวทําใหเกิดแกสซึ่งเปนสาเหตุหนึ่งของ
ภาวะโลกรอน
 ครั้งที่ 1 และ 4  ครั้งที่ 2 และ 3
 ครั้งที่ 3 เทานั้น  ครั้งที่ 4 เทานั้น
27. กําหนดขอความดังนี้
ก. เกิดภาพเสมือนขนาดเล็กกวาวัตถุ
ข. เกิดภาพเสมือนขนาดใหญกวาวัตถุ
ค. เกิดภาพจริงขนาดเล็กกวาวัตถุ
ง. เกิดภาพจริงขนาดใหญกวาวัตถุ
กระจกเวาจะทําใหเกิดภาพชนิดใด
 ก และ ค  ข และ ง
 ก ค และ ง  ข ค และ ง
28. เด็กคนหนึ่งเดินไปทางทิศตะวันตก 10 เมตร แลวเดินไปทางทิศใต 25 เมตร จากนั้นเดินตอไป
ทางทิศตะวันออก 10 เมตร แลวเดินตอไปทางทิศเหนือ 40 เมตร การกระจัดลัพธของเด็กคนนี้เปนเทาใด
 25 เมตร ทางทิศตะวันออก  25 เมตร ทางทิศตะวันตก
 15 เมตร ทางทิศเหนือ  15 เมตร ทางทิศใต
12
แบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร ชั้น ป.6
ประจําป พ.ศ. 2555
สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
29. จุด A และ B หางจากแหลงกําเนิดเสียง s ดังรูป ถา s ใหเสียงความถี่คาหนึ่ง
ขอใดตอไปนี้ถูกตอง
 ความเขมเสียงที่ A และ B เทากัน
 ความดังที่ A และ B เทากัน
 ความทุมของเสียงที่ A และ B ตางกัน
 ความถี่เสียงที่ A และ B เทากัน
30. การมองเห็นในขอใดที่ใชหลักการสะทอนของแสง
ก. การมองเห็นภาพดวงอาทิตยบนผิวน้ําในบอน้ํา
ข. การมองเห็นเพื่อนเดินขอบสระวายน้ํา ขณะซอนตัวโดยดําน้ําอยูในสระ
ค. การมองเห็นแสงไฟของเปลวเทียนไขโดยมองผานจากหลอดดูดน้ํา
 ก  ข
 ก ข  ข ค
31. เมื่อเทน้ําลงในภาชนะชนิดเดียวกันรูปทรงตาง ๆที่มีพื้นที่กนภาชนะเทากัน ดังภาพ
ขอใดตอไปนี้กลาวถูกตอง
ก. มวลของน้ําในภาชนะแตละใบไมเทากัน
ข. ปริมาตรของน้ําในภาชนะใบที่ 3 มากกวาใบที่ 1 แตนอยกวาใบที่ 2
ค. ความดันของน้ําในภาชนะที่ตําแหนง B มากกวาตําแหนง A C และ D
ง. แรงดันของน้ําที่กระทําตอกนภาชนะใบที่ 1 มากกวาแรงดันของน้ําที่กระทําตอกนภาชนะ
ใบที่ 2 และ 3
 ขอ ก และ ข  ขอ ค และ ง
 ขอ ก ข และ ง  ขอ ข ค และ ง
ภาชนะใบที่ 1 ภาชนะใบที่ 2 ภาชนะใบที่ 3
พื้นที่ a พื้นที่ a พื้นที่ a
B
A C D
13
แบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร ชั้น ป.6
ประจําป พ.ศ. 2555
สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
32. ถาเอากระดิ่งไฟฟาที่สงเสียงดังตลอดเวลาตั้งไวในครอบแกว แลวคอย ๆ สูบอากาศในครอบแกวออก
เราจะไดยินเสียงกระดิ่งไฟฟาคอย ๆ เบาลงจนในที่สุด ไมไดยินเสียง เมื่อภายในครอบแกวเปนสุญญากาศ
เพราะเหตุใด
 ไมมีตัวกลางสงผานเสียง  เสียงเกิดขึ้นไมไดในสุญญากาศ
 ครอบแกวเปนฉนวนของเสียง  เสียงมีความถี่นอยเกินไป
33. หุนยนต “คูริออสิตี้” สามารถลงจอดบนดาวอังคารไดอยางปลอดภัย สวนหนึ่งมาจากการใชระบบ
ขับเคลื่อนที่ปลอยไอพนที่ดานลาง เพื่อพยุงใหหุนยนตคอยๆ ลงแตะพื้นดาวอังคารไดอยางนิ่มนวลดังภาพ
ถาหุนยนต “คูริออสิตี้” ถูกสงไปสํารวจดาวศุกร จะตองใชเชื้อเพลิงไอพนในการลงจอดมากหรือนอยกวา
การลงจอดที่ดาวอังคาร เพราะเหตุใด (สมมติใหสภาพบรรยากาศบนดาวอังคารและดาวศุกรเหมือนกัน)
 ใชเชื้อเพลิงมากกวา เพราะดาวศุกรมีแรงดึงดูดนอยกวาดาวอังคาร
 ใชเชื้อเพลิงมากกวา เพราะดาวศุกรมีแรงดึงดูดมากกวาดาวอังคาร
 ใชเชื้อเพลิงเทากัน เพราะใชระบบการขับเคลื่อนแบบเดียวกัน
 ใชเชื้อเพลิงนอยกวาเพราะดาวศุกรอยูใกลดวงอาทิตยมากกวา
34. เมื่อใชขดลวดพันรอบแกนเหล็กออนจํานวน 2 ชุด ซึ่งเหมือนกันทุกประการตออยูในวงจรไฟฟา 2 วงจรดังรูป
โดยปลายของเหล็กออนวางหางกันเล็กนอย
เมื่อกดสวิตซ s ของวงจรทางขวา ผลจะเปนอยางไร
 ไมเกิดการเปลี่ยนแปลง
 แทงเหล็ก B จะเปนเหล็กแข็ง เหมือนกับเหล็ก A
 แทงเหล็ก B จะเปนแมเหล็กไฟฟา ดูดกับแมเหล็กไฟฟา A
 แทงเหล็ก B จะเปนแมเหล็กไฟฟา ผลักกับแมเหล็กไฟฟา A
+ +
-
-
A
3v
B
3v
S
14
แบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร ชั้น ป.6
ประจําป พ.ศ. 2555
สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
35. เชลลไฟฟาแตละเซลลมีคาแรงเคลื่อนไฟฟาและความตานทานภายในเทากัน เมื่อนํามาตอกันเปนชุดของ
แบตเตอรี่ ชุด ก ชุด ข ชุด ค และชุด ง ดังภาพ
ก. ข.
ค. ง.
ขอใดเรียงลําดับปริมาณกระแสไฟฟาที่เกิดขึ้นในวงจรจากมากไปนอย เมื่อใชแบตเตอรี่แตละชุดตอวงจรกับ
ลวดที่มีสมบัติเหมือนกัน
 ก ง ค ข  ข ก ง ค
 ก ง ข ค  ค ข ง ก
36. ภาพแสดงการตอหลอดไฟที่เหมือนกันทุกหลอด ในวงจรไฟฟาดังภาพ
จงหาวาหลอดไฟในขอใดที่ทําให การตอวงจรแตละครั้งที่ไสหลอดของหลอดไฟนั้นเพียง 1 หลอด ขาดแลว
ยังมีหลอดไฟฟาสวางในวงจรไดจํานวน 5 หลอด
 หลอดไฟ C B E และ F  หลอดไฟ D E F และ G
 หลอดไฟ B C F และ G  หลอดไฟ C D F และ G
C
B
F G
E
D
A
15
แบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร ชั้น ป.6
ประจําป พ.ศ. 2555
สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
37. ถานักเรียนตองการหาคามุมเงยของดวงดาวที่สังเกตโดยการใชมือ โดยดาวดวงนั้นมีมุมเงยเทากับ 25 องศา
นักเรียนจะตองใชสัญลักษณมือในขอใดจึงมีความคลาดเคลื่อนนอยที่สุด
 ก และ ข  ข และ ค
 ค และ ง  ก และ ง
38. ถานักเรียนสังเกตเห็นดาว A อยูในตําแหนงที่มีคามุมเงย 40 องศา และมุมทิศ 245 องศา
แสดงวา ตําแหนงดาว A ขณะนั้นอยูระหวางทิศใดกับทิศใด
 ทิศใตกับทิศตะวันตก  ทิศใตกับทิศตะวันออก
 ทิศเหนือกับทิศตะวันตก  ทิศเหนือกับทิศตะวันออก
39. เมื่อดาวพฤหัสบดีอยูในตําแหนงไกลสุดจากโลกและอยูแนวเดียวกับดวงอาทิตย ผูสังเกตบนโลกจะเห็น
ดาวพฤหัสบดีอยางไร
 เห็นเปนสวนสวางเต็มดวงตลอดคืน
 เห็นเปนเสี้ยวสวางคลายดวงจันทรขางแรม
 ไมเห็นเพราะดาวพฤหัสบดีหันดานมืดเขาหาโลก
 ไมเห็นเพราะแสงสวางสะทอนกลับมายังโลกนอยกวาแสงอาทิตย
40. วันที่ 6 มิถุนายน 2555 นักดาราศาสตรกลาววาจะเกิดปรากฏการณที่ดาวศุกรเคลื่อนที่ผานดวงอาทิตย
โดยดาวศุกรเคลื่อนที่มาอยูระหวางโลกและดวงอาทิตยที่เรียกวาการรวมทิศวงใน จะเกิดขึ้นโดยเฉลี่ยทุกๆ
584 วัน เนื่องจากสาเหตุใด
 ระนาบวงโคจรของดาวศุกรขนานกับระนาบวงโคจรของโลก
 ระนาบวงโคจรของดาวศุกรตั้งฉากกับระนาบวงโคจรของโลก
 ระนาบวงโคจรของดาวศุกรเอียงทํามุมเล็กนอยกับระนาบวงโคจรของโลก
 ระนาบวงโคจรของดาวศุกรเอียงทํามุมมากกวา 90 องศา กับระนาบวงโคจรของโลก
ค
ข ง
ก
16
แบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร ชั้น ป.6
ประจําป พ.ศ. 2555
สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
41. จากแผนที่ดาวที่กําหนดให
กลุมดาวสามเหลี่ยมหนาหนาวซึ่งประกอบดวย ดาว 3 ดวง คือ ซิริอัส โพรซิออน และเบเทลจุส นักเรียน
คนหนึ่งที่ใชแผนที่ดาวพรอมกับสังเกตทองฟาจริงประกอบดวย ดาวทั้ง 3 ดวงดังกลาวนั้นมีการขึ้นพนขอบฟา
ตามลําดับในขอใด
 ซิริอัส โพรซิออน เบเทลจุส  โพรซิออน เบเทลจุส ซิริอัส
 เบเทลจุส ซิริอัส โพรซิออน  เบเทลจุส โพรซิออน ซิริอัส
42. หิน 4 ชนิด มีลักษณะเนื้อหิน และองคประกอบ ดังตาราง
ชื่อ
หิน
ลักษณะเนื้อหิน
มีองคประกอบแรเปนสวนใหญ
ไมกา เฟลดสปาร ควอตซ แคลไซด
A มีเม็ดทรายประสานติดกันเปนเนื้อเดียวกัน -   -
B
เปนแผนบางเรียงตัวขนานไปทางเดียวกันแซะ
เปนแผนบางไดงาย
- -  -
C หยาบ แนน แข็ง ผลึกประสานกันแนน ไมกรอนงาย    -
D
เนื้อละเอียด แข็ง แตทําปฏิกิริยากับกรดได
ทําใหเกิดการผุกรอน
- - - 
หินชนิดใดเหมาะที่จะนําไปใชในการทําครก ทําสิ่งกอสรางที่สวยงาม ทําหินลับมีด ทํากระดานชนวน ตามลําดับ
 A B C D  B C D A
 C D A B  D A B C
17
แบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร ชั้น ป.6
ประจําป พ.ศ. 2555
สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
43. จากขอมูลตอไปนี้
ก. มีพายุฝนฟาคะนอง พัดวนขึ้นลงในเมฆหลายครั้ง
ข. เมฆคิวมูโลนิมบัสที่เย็นจัดอุณหภูมิต่ํากวาจุดเยือกแข็ง
ค. บริเวณที่อากาศมีอุณหภูมิลดต่ํากวา 0 องศาเซลเซียส (จุดเยือกแข็ง)
ง. ไอน้ํากลายเปนผลึกน้ําแข็ง
จ. อุณหภูมิบนพื้นโลกต่ํากวาจุดเยือกแข็ง
ฉ. เกิดการพอกตัวของน้ําแข็งเปนชั้น ๆ จนมีขนาดใหญตกลงถึงพื้น
จงเรียงลําดับขั้นตอนการเกิดลูกเห็บจากขอมูลตอไปนี้
 ก ข ค  ข ค ง
 ค ก จ  ก ข ฉ
44. ปรากฏการณอาทิตยทรงกลดเกิดในกอนเมฆชนิดใด และการมองเห็นเกิดขึ้นไดอยางไร
 เมฆคิวมูลัส แสงสะทอนภายในกอนเมฆและหักเหเขาสูตา
 เมฆเซอรรัส แสงสะทอนภายในกอนเมฆและหักเหเขาสูตา
 เมฆสตราตัส แสงหักเหภายในกอนเมฆและสะทอนเขาสูตาเรา
 เมฆคิวมูโลนิมบัส แสงหักเหภายในกอนเมฆและสะทอนเขาสูตาเรา
45. ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในประเทศไทยและมีการประกาศเปนพื้นที่เสี่ยงภัยที่ควรเตรียมตัวปองกันทุกป คือขอใด
 ดินถลม น้ําทวม ฝนแลง แผนดินทรุดตัว
 น้ําทวม แผนดินถลม สึนามิ แผนดินทรุด
 น้ําทวม แผนดินถลม ฝนแลง แผนดินไหว
 น้ําทวม น้ําปาไหลหลาก แผนดินแยก ดินถลม
46. จากขอมูลตอไปนี้
บริเวณ A มีความหนาแนนของอากาศเทากับ 1220 g/m3
บริเวณ B มีความหนาแนนของอากาศเทากับ 0.997 kg/m3
บริเวณ C มีความหนาแนนของอากาศเทากับ 2.340 kg/m3
ขอใดตอไปนี้ระบุลักษณะของบริเวณทั้ง 3 บริเวณ ไดถูกตอง
 A เปนถ้ําอยูใตทะล B เปนพื้นราบ C เปนภูเขาสูง
 A เปนเหมืองแร B เปนถ้ําอยูใตทะเล C เปนพื้นราบ
 A เปนพื้นราบ B เปนภูเขาสูง C เปนถ้ําอยูใตทะเล
 A เปนถ้ําอยูใตทะเล B เปนภูเขาสูง C เปนเหมืองแร
18
แบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร ชั้น ป.6
ประจําป พ.ศ. 2555
สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
47. การทดลองเพื่อศึกษาปจจัยบางประการที่มีผลตอการงอกของเมล็ดพืช โดยการเพาะเมล็ดพืชบนสําลีที่วางไว
บนตะแกรงในหลอดทดลอง 5 หลอด และมีจุกปดในสภาพที่มีปจจัยแตกตางกัน
ถาตองการทดสอบวาแสงเปนปจจัยที่มีผลตอการงอกของเมล็ดพืชหรือไม ควรเลือกชุดทดลองจากหลอดใด
 หลอดที่ 1 และหลอดที่ 2
 หลอดที่ 1 และหลอดที่ 5
 หลอดที่ 2 และหลอดที่ 4
 หลอดที่ 3 และหลอดที่ 5
48. ในป พ.ศ. 2440 นักวิทยาศาสตรชื่อ เจ เจ ทอมสัน ไดคนพบวาภายในอะตอมมีอนุภาคอิเล็กตรอน
เปนองคประกอบ ซึ่งนําไปสูการแกไขทฤษฎีเกี่ยวกับอะตอมในสมัยนั้น อยางไรก็ดี หลังจากการคนพบของ
เจ เจ ทอมสัน ทฤษฎีของอะตอมไดถูกแกไขและเปลี่ยนแปลงอีกหลายครั้ง นักเรียนจะอธิบายสาเหตุที่ทฤษฎี
ทางวิทยาศาสตรมีการปรับปรุงแกไขไดวาอยางไร
 ทฤษฎีทางวิทยาศาสตรที่มีอายุมากกวา 10 ป มักจะเปนทฤษฎีที่ลาสมัย
 นักวิทยาศาสตรตองการคนควาวิจัยเพื่อพิสูจนวา ทฤษฎีของนักวิทยาศาสตรคนอื่นไมถูกตอง
 ทฤษฎีทางวิทยาศาสตรตองไดรับการแกไขเพื่อใหสอดคลองกับขอมูลหรือหลักฐานใหมๆ
ที่ไดจากการทดลอง
 ดวยปริมาณขอมูลที่มากมายมหาศาลในปจจุบัน ทฤษฎีทางวิทยาศาสตรจึงเปนที่ยอมรับ
และไมมีการแกไข
หลอดที่ 1 หลอดที่ 2 หลอดที่ 3 หลอดที่ 4 หลอดที่ 5
19
แบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร ชั้น ป.6
ประจําป พ.ศ. 2555
สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
49. กราฟดานลาง แสดงจํานวนของผูปวยที่เขาพบแพทยเพื่อรับการรักษา เนื่องจากมีอาการปวย
ดวยโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง หรือที่เรียกวา SARS ในป พ.ศ. 2551 และ พ.ศ. 2552
นักเรียนจะสรุปผลจากกราฟไดวาอยางไร
 โรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง มีรูปแบบการแพรระบาดไมเหมือนกันในแตละป
 นักวิทยาศาสตรสามารถทํานายไดวา โรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรงจะลดลง
ในป พ.ศ. 2553
 ความรุนแรงของการแพรระบาดของโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรงลดลงในป พ.ศ. 2552
 ในป พ.ศ. 2551 กับป พ.ศ. 2552 จํานวนผูคนที่ติดเชื้อโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง
มีมากที่สุด ณ เวลาที่ตางกัน
20
แบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร ชั้น ป.6
ประจําป พ.ศ. 2555
สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี
50. นักเรียนคนหนึ่งพยายามทําการทดลองเพื่อพิสูจนสมมติฐานที่วา “แกวน้ําที่ทําจากวัสดุที่หนักกวาจะสามารถ
รักษาความเย็นไดดีกวาแกวที่ทําจากวัสดุที่เบากวา” โดยไดนําแกวน้ํามา 2 ใบ แกวใบหนึ่งทําจากโฟม
ที่มีน้ําหนักเบา สวนแกวอีกใบ ทําจากเซรามิกที่มีน้ําหนักมากกวา จากนั้น นักเรียนคนนี้ไดเทน้ําเย็น
ในปริมาตรที่เทากัน ลงในแกวทั้งสองใบ ผลการทดลองที่ไดดังนี้
วัสดุที่ใชทําแกวน้ํา
เวลาที่ใชในการที่น้ําในแกว
มีอุณหภูมิมากขึ้นจนเทาอุณหภูมิหอง (ชั่วโมง)
โฟม 3.45
เซรามิก 2.20
ถา ก. ผลการทดลองระบุชัดเจนวา วัสดุตางกัน 2 ชนิด รักษาความเย็นไดไมเทากัน
ข. สามารถใชขอมูลที่ไดมาออกแบบใหม เพื่อนําไปสูการทดลองใหม
ค. สามารถเลือกแกวน้ําที่ทําจากวัสดุอื่น แตไมใชเซรามิก เพื่อทดสอบวา จะไดผลการทดลอง
ที่ตางไปจากเดิมหรือไม
ง. สามารถนําผลการทดลองไปเผยแพรในงานสัปดาหวิทยาศาสตร พิมพในจุลสารโรงเรียน
หรือเผยแพรทางอินเตอรเน็ต เพื่อชวยเพิ่มความนาเชื่อถือใหกับผลการทดลอง
จากผลการทดลองเบื้องตนขอมูลที่ไดจะมีประโยชนสําหรับนักเรียนคนนี้อยางไร
 ก และ ข
 ข และ ค
 ก ข และ ค
 ก ข และ ง
21
แบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร ชั้น ป.6
ประจําป พ.ศ. 2555
สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี

sci6-2555.pdf วิทยาศาสตร์ เฉลย แนวข้อสอบ ต่างๆ

  • 1.
    โครงการพัฒนาอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตรและคณิตศาสตร แบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร ระดับชั้นประถมศึกษาปที่ 3 ประจําปการศึกษา2555 สอบวันเสารที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 เวลา 13:00-15:00 น. แบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร ระดับชั้น ป.6 สาขาโอลิมปกวิชาการและพัฒนาอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตรและคณิตศาสตร สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี (สสวท.) คําชี้แจง 1. แบบทดสอบฉบับนี้เปนขอสอบชนิดเลือกตอบ จํานวน 50 ขอ คะแนนเต็ม 50 คะแนน 2. ใหกรอกขอมูลประจําตัวผูเขาสอบลงในกระดาษคําตอบใหครบถวนและชัดเจน 3. ใหใชดินสอดํา 2B ระบายคําตอบขอที่ตองการในกระดาษคําตอบ 4. เมื่อสอบเสร็จใหนักเรียนสงเฉพาะกระดาษคําตอบใหกับกรรมการคุมสอบ 5. หามใชเครื่องคํานวณและอุปกรณสื่อสารทุกชนิด การตัดสินของคณะกรรมการถือเปนเด็ดขาด การทําซ้ํา ดัดแปลง เผยแพรตอสาธารณชน โดยไมไดรับอนุญาต ถือเปนการละเมิดลิขสิทธิ์ และมีความผิดตามกฎหมาย
  • 2.
    แบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร ชั้น ป.6 ประจําปพ.ศ. 2555 สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี โครงการพัฒนาอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตรและคณิตศาสตร แบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร ระดับชั้นประถมศึกษาปที่ 6 ประจําป พ.ศ. 2555 สอบวันเสารที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 เวลา 13:00 – 15:00 น. 1. ถานักเรียนนําใบไมซึ่งเปนใบดางมาตรวจหาอาหารที่พืชสรางโดยการตมดวยสารละลายชนิดหนึ่ง ในหลอดทดลอง เมื่อหยดสารละลายไอโอดีนลงไป บริเวณใดของใบไมดังภาพ จะเปลี่ยนสีของสารละลาย ไอโอดีนเปนสีน้ําเงินเขม  A และ D  B และ E  A, C และ D  A, B, C, D และ E 2. สิ่งมีชีวิตชนิดใดบางมีการสืบพันธุโดยการงอกใหม A. สลัดหางทิ้ง แลวงอกหางใหมยาวเทาเดิม B. เมื่อผาตามแนวกึ่งกลางตัว แตละสวนงอกสวนที่ขาดไปเปนตัวใหม C. ถูกของมีคมตัดลําตัวขาด เมื่อเย็บแผลเนื้อเยื่อเชื่อมตอเปนเนื้อเดียวกัน D. ถูกตัดลําตัวตามยาว เมื่อทิ้งไวแตละซีกเจริญเปนตัวใหมได E. สามารถงอกสวนที่มีรูปรางเหมือนตัวเดิม แตมีขนาดเล็กกวาสามารถเจริญเปนตัวเต็มวัยได F. สามารถคอดเวาจนหลุดเปนสองสวน แตละสวนเจริญเหมือนสิ่งมีชีวิตเดิม  A และ C  B และ D  D และ E  E และ F จากภาพ A, B, C, D, E เปนบริเวณที่มีสีเหลือง สีเขียว สีแดง สีสม และสีเขียว ตามลําดับ D E B C A
  • 3.
    2 แบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร ชั้น ป.6 ประจําปพ.ศ. 2555 สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี D C E F G A H I J B 3. ขอใดเปรียบเทียบระยะตาง ๆ ของการเจริญในวัฏจักรชีวิตของสัตวไดถูกตอง  ตัวโมงของยุง กับ ปลวก  ตัวหนอนของแมลงวัน กับ ลูกน้ํายุง  ลูกออดของกบ กับ ตัวออนในรังไหม  ดักแดของผีเสื้อ กับ ลูกไกในเปลือกไข 4. สวนประกอบของดอกที่มีหนาที่สรางเซลลสืบพันธุโดยตรงคือตําแหนงใด  D และ G  E และ I  C และ F  F และ J 5. ถาผนังที่กั้นหัวใจหองลางซีกขวากับซายบางบริเวณมีลักษณะบางและมีชองเปดถึงกัน จะมีผลอยางไร ตอการหมุนเวียนของเลือด  หัวใจสงเลือดไปยังปอดไมได  หัวใจซีกขวาไมสามารถรับเลือดที่กลับจากเลี้ยงรางกาย  หัวใจหองบนซายไดรับเลือดที่มีปริมาณออกซิเจนสูงกวาปกติ  เลือดที่สงไปเลี้ยงรางกายมีปริมาณออกซิเจนลดลงแตมีปริมาณ คารบอนไดออกไซดสูงกวาปกติ
  • 4.
    3 แบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร ชั้น ป.6 ประจําปพ.ศ. 2555 สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 6. ถาลักษณะเชิงผมที่หนาผากแบบแหลมเปนลักษณะที่พบมากกวาลักษณะแบบไมแหลม (ดังภาพ) ชายคนหนึ่งมีลักษณะเชิงผมที่หนาผากไมแหลม เขาควรแตงงานกับหญิงจากครอบครัวใด จึงจะมีโอกาส มากที่สุดที่บุตรของเขาจะมีเชิงผมที่หนาผากแบบแหลม และถาเลือกแตงงานกับหญิงจากครอบครัวใด จะไมมีโอกาสไดบุตรที่มีเชิงผมมีหนาผากแบบแหลม (ตอบตามลําดับ) โดยใชขอมูลจากตารางขางลางนี้ ครอบครัว ลักษณะเชิงที่หนาผาก หญิง บิดา มารดา ตา ยาย ก แหลม แหลม แหลม แหลม ไมแหลม ข ไมแหลม แหลม ไมแหลม ไมแหลม ไมแหลม ค แหลม ไมแหลม แหลม แหลม ไมแหลม  ก และ ข  ก และ ค  ค และ ข  ค และ ก 7. ชายคนหนึ่งอายุ 50 ป มีรูปรางสูงและอวนลงพุง วัดคาความดันโลหิตไดเปน 160/100 มิลลิเมตรของ ปรอทแพทยจึงแนะนําใหเขาออกกําลังกาย และลดการบริโภคอาหารบางชนิด นักเรียนคิดวาอาหารกลุมใด ที่แพทยนาจะแนะนําใหเขารับประทานนอยลง เพื่อปรับความดันโลหิตใหเปนปกติ ก. เนื้อสัตว ค. แปงและน้ําตาล ข. อาหารที่มีรสเค็ม ง. อาหารที่มีไขมันสูง ขอใดถูกตองที่สุด  ก ข  ค ง  ข ค ง  ก ข ค ง 8. จากขอมูลตอไปนี้ ก. กบบนใบบัว ค. ราดําบนขนมปง ข. เหาบนศีรษะคน ง. เห็ดฟางบนขอนไม ขอใดเปน กลุมสิ่งมีชีวิต ทั้งหมด  ก ข  ก ข ค  ข ค ง  ก ข ค ง เชิงผมที่หนาผากแบบแหลม เชิงผมที่หนาผากแบบไมแหลม
  • 5.
    4 แบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร ชั้น ป.6 ประจําปพ.ศ. 2555 สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 9. ความสัมพันธในการทํางานรวมกันของระบบอวัยวะบางระบบ เปนดังนี้ จากแผนผัง C คือสารใด และ D คือระบบใด (ตอบตามลําดับ)  กลูโคส ระบบขับถาย  ออกซิเจน ระบบขับถาย  คารบอนไดออกไซด ระบบหายใจ  คารบอนมอนอกไซด ระบบหายใจ 10. แผนภาพแสดงสายใยอาหาร สิ่งมีชีวิตใดเปนไดทั้งผูลาและเหยื่อ  G และ B  F และ D  E และ C  D และ C 11. นักเรียนควรบริโภคอาหารชุดใด จึงจะไดอาหารครบทุกหมูและชวยในการทํางานของลําไสใหญไดดีที่สุด  ยากิโซบะ ซูชิ ชาเขียวปน  ไกทอด มันฝรั่งทอด น้ําโคก  แซนวิชทูนา ลูกชิ้นปง นมสด  ขาวหมูทอด แกงจืดตําลึง น้ําสม ระบบยอยอาหาร แหลงสรางพลังงาน ระบบ D ระบบหมุนเวียนเลือด A C B A C B F G E A D พืช B C
  • 6.
    5 แบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร ชั้น ป.6 ประจําปพ.ศ. 2555 สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 12. ในการศึกษาวัดอุณหภูมิของรางกายสัตวมีกระดูกสันหลังในแหลงที่อยูแตกตางกันเปนดังภาพ กราฟ ก และกราฟ ข หมายถึง อุณหภูมิรางกายของสัตวประเภทใด ตามลําดับ ถา ก. สัตวจําพวกนก ง. สัตวครึ่งบกครึ่งน้ํา ข. สัตวจําพวกปลา จ. สัตวเลี้ยงลูกดวยน้ํานม ค. สัตวเลื้อยคลาน ขอ กราฟ ก กราฟ ข ขอ กราฟ ก กราฟ ข  ก ข ค ง จ  ค ง จ ก ข  ข ค ง ก จ  ง จ ก ข ค 13. นักเรียน 3 คน แบงสัตวมีกระดูกสันหลัง 9 ชนิดออกเปนกลุม ๆ ดังนี้ นักเรียนคนที่ 1 สัตวกลุม 1 เขียด ปลาสลิด จระเข ซาลามานเดอร ปลาบึก สัตวกลุม 2 พะยูน เปด นกนางนวล ชิมแปนซี นักเรียนคนที่ 2 สัตวกลุม 1 ปลาสลิด ปลาบึก สัตวกลุม 2 เขียด จระเข ซาลามานเดอร พะยูน เปด นกนางนวล ชิมแปนซี นักเรียนคนที่ 3 สัตวกลุม 1 ปลาสลิด ปลาบึก สัตวกลุม 2 เขียด ซาลามานเดอร สัตวกลุม 3 จระเข พะยูน เปด นกนางนวล ชิมแปนซี นักเรียนทั้งสามคนใชเกณฑใดแบงสัตวออกเปนกลุมๆ ขอ นักเรียนคนที่ 1 นักเรียนคนที่ 2 นักเรียนคนที่ 3  การปฏิสนธิภายในหรือ ภายนอก การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของ รางกาย อวัยวะที่ใชแลกเปลี่ยนแกส  การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ ของรางกาย อวัยวะที่ใชแลกเปลี่ยนแกส จํานวนหองของหัวใจ  อวัยวะที่ใชแลกเปลี่ยนแกส จํานวนหองของหัวใจ การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของรางกาย  จํานวนหองของหัวใจ การปฎิสนธิภายในหรือภายนอก อวัยวะที่ใชแลกเปลี่ยนแกส อุณหภูมิรางกาย อุณหภูมิของแหลงที่อยู กราฟ ก. กราฟ ข.
  • 7.
    6 แบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร ชั้น ป.6 ประจําปพ.ศ. 2555 สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 14. ถาตั้งชุดทดลองที่มีพืชน้ําชนิดเดียวกันในบีกเกอร 3 ใบ และใหแสงสี A B และ C กับชุดทดลองที่ 1 2 และ 3 ตามลําดับ เปนเวลานาน 10 นาทีเทากัน ไดผลการทดลองดังภาพ ในการทดลองนี้ ขอใดเปนตัวแปรตามและตัวแปรตนตามลําดับ  ฟองแกสคารบอนไดออกไซด ชนิดของแสงสี  ชนิดของแสงสี ฟองแกสออกซิเจน  ปริมาตรของแกส ชนิดของแสงสี  ชนิดของแสงสี ปริมาตรของแกส 15. จากขอมูลในแผนผัง A B และ C ควรเปนพืชชนิดใด  ขาว มะมวง ไผ  พุทธรักษา ผักบุง สน 2 ใบ  ขาวโพด มะเขือ หญา  ลีลาวดี เฟองฟา ตะไคร ชุดที่ 1 ชุดที่ 2 แสงสี A ฟองอากาศ น้ํา หลอดทดลอง บีกเกอร พืชน้ํา กรวยแกว แสงสี B ฟองอากาศ น้ํา หลอดทดลอง บีกเกอร พืชน้ํา กรวยแกว พืชชนิดตาง ๆ พืชมีดอก เสนใบขนาน เสนใบรางแห A B พืชไมมีดอก มีใบ ราก ไมมีใบ ไมมีราก C ตนมอส แบงเปน มี ชุดที่ 3 แสงสี C ฟองอากาศ น้ํา หลอดทดลอง บีกเกอร พืชน้ํา กรวยแกว
  • 8.
    7 แบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร ชั้น ป.6 ประจําปพ.ศ. 2555 สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 16. ถา A หมายถึงการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช B หมายถึงพันธุวิศวกรรม จงพิจารณาขอมูลเฉพาะตอไปนี้ ก. พืชสมุนไพรที่เพาะเลี้ยงและขยายพันธุยาก ข. การผลิตตนพืชจํานวนมากในเวลาอันรวดเร็ว ค. การขยายพันธุพืชที่ใกลจะสูญพันธุ ง. การนํายีนจากสิ่งมีชีวิตอื่นมาตอเขากับยีนของพืช จ. การปรับปรุงพันธุพืช ฉ. การนําชิ้นสวนของพืชมาเพาะเลี้ยงในอาหารสังเคราะห ช. การขยายพันธุพืชเพื่อการสงออก ขอใดถูกตอง สอดคลองกับเทคนิคของเทคโนโลยีชีวภาพเกี่ยวกับพืช ขอ เทคนิค ลักษณะหรือขอมูลเฉพาะ  A ข ค จ  A ก ค ฉ  B ข ง จ  B ก ง ช 17. ขอใดถูกตองเกี่ยวกับการเจริญเติบโตของมนุษย โดยพิจารณาจากขอมูลตอไปนี้ ก. มวลของรางกาย วัดไดจากการชั่งน้ําหนัก และรอบเอว ข. การวัดการเจริญ ควรวัดจากความสูงของรายกาย และมวล ค. สมองของคนพัฒนาการคอนขางสูงเมื่ออยูในวัยทารกจนถึง 5 ป ง. เมื่อยางเขาสูวัยรุนอายุ 14 – 15 ป เด็กหญิงมีพัฒนาการเร็วกวาเด็กชาย จ. ความสูงของรางกายมนุษยคอนขางคงที่เมื่ออายุประมาณ 25 ป  ก ข ค  ข ค ง  ค ง จ  ข ค จ
  • 9.
    8 แบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร ชั้น ป.6 ประจําปพ.ศ. 2555 สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 18. ถาการปรับตัวของสิ่งมีชีวิต มีขอมูลดังนี้ ก. ตัวสกังค สรางกลิ่นเหม็นเพื่อขับไลศัตรู ข. แมลงกะชอนมีขาหนาใหญแข็งแรงไวขุดดิน ค. ผึ้งมีปากคลายงวงมวนเก็บได ง. สุนัขแลบลิ้นเมื่ออากาศรอน จ. กบตัวผูรองเรียกคูเมื่อฝนตก ขอใดถูกตองเกี่ยวกับการปรับตัวของสิ่งมีชีวิต ขอ การปรับตัวของสิ่งมีชีวิต ดานรูปราง ดานกลไกอวัยวะภายใน ดานพฤติกรรม  ข ค ก ง จ  ก ค ข ง จ  ก ง จ ข ค  ค จ ง ก ข 19. การจัดกลุมสารไดดังนี้ กลุมที่ 1 น้ํามันพืช ถานไม ลวดฟวส กลุมที่ 2 จุนสี แอลกอฮอล น้ําตาลทราย การจัดกลุมสารใชเกณฑใด  เนื้อสาร  การละลายน้ํา  การนําไฟฟา  ความเปนกรด – เบส 20. สมบัติของสาร A และ B แสดงดังตาราง สาร จุดเดือด (o C) การละลายในตัวทําละลาย (g/100g) การละลายในน้ํา การละลายในเฮกเซน A B 78 80 15 1 6 9 ของผสมประกอบดวยสาร A และ B ถาตองการแยกสาร A และ B ที่ผสมกันอยู อยางละ 20 กรัม ออกจากกันใหไดมากที่สุดควรใชวิธีการในขอใด  ละลายในน้ําแลวนําไปแยกโดยการกลั่น  ละลายในเฮกเซนแลวนําไปแยกโดยการกลั่น  ละลายในน้ําแลวเอาไปสกัดแยกดวยเฮกเซน  ละลายในเฮกเซนแลวเอาไปสกัดแยกดวยน้ํา
  • 10.
    9 แบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร ชั้น ป.6 ประจําปพ.ศ. 2555 สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 21. กําหนดสัญลักษณธาตุ = X = Y = Z นําสาร A มารวมกับสาร B ไดสาร C และ D ดังแผนภาพ การอธิบายในขอใดถูกตอง  สาร A และ B แตละชนิดตางเปนสารประกอบ  การรวมกันของสาร A และ B เปนการเกิดการละลาย  สาร C และ D ตางเปนสารประกอบชนิดใหมที่เกิดขึ้น  สาร C และ D แตละชนิดที่เกิดขึ้นเปนสารเนื้อผสม 22. การเสียบบาบีคิวในภาพใดตอไปนี้ จะชวยใหเนื้อสัตวมีโอกาสนุมขึ้นมากที่สุด  รูป ก  รูป ข  รูป ค  รูป ง + + A B C D รูป ก รูป ข รูป ค รูป ง มะเขือเทศ หอมใหญ มันเทศ เนื้อสัตว สับปะรด มันเทศ มะเขือเทศ หอมใหญ มันเทศ เนื้อสัตว สับปะรด หอมใหญ สับปะรด มะเขือเทศ หอมใหญ มันเทศ เนื้อสัตว มะเขือเทศ มะเขือเทศ หอมใหญ มันเทศ เนื้อสัตว สับปะรด สับปะรด
  • 11.
    10 แบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร ชั้น ป.6 ประจําปพ.ศ. 2555 สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 23. รูปภาพการกลั่นน้ํามันหอมระเหยจากผิวมะกรูด ขอใด ไม เกี่ยวของกับการกลั่นน้ํามันหอมระเหยจากผิวมะกรูด  การกลายเปนไอ  การเดือด  การหลอมเหลว  การควบแนน 24. นําวัสดุ A B C และ D มาขีดกันโดยใชแรงขีดขนาดเทากันทุกครั้ง แลวสังเกตรอยขีดที่เกิดขึ้นบนวัสดุ ไดผลดังนี้ วัสดุที่นํามาขีด วัสดุที่ถูกขีดเปนรอย ความลึกของรอยขีด A กับ B A x A กับ C A y A กับ D D p B กับ C B q จากขอมูล ขอใดถูกตอง ก. วัสดุ C เปนวัสดุที่เหมาะสมในการใชผลิตอุปกรณสําหรับตัดวัสดุ D ข. เมื่อนําวัสดุ B และ D มาขีดกัน พบวา B ถูกขีดเปนรอยได ค. คาความลึกของรอยขีด x และ q มีคานอยกวาคา y ง. คาความลึกของรอยขีด เรียงลําดับจากมากไปนอยคือ y x q p ตามลําดับ  ก และ ข  ค และ ง  ก และ ค  ข และ ง หลอดแกวนําแกสพันดวยผาชุบน้ํา จุกยาง ผิวมะกรูด ผาขาวบาง น้ําแข็ง
  • 12.
    11 แบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร ชั้น ป.6 ประจําปพ.ศ. 2555 สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 25. ขอมูลตอไปนี้ใชตอบขอ 25 และ 26 A B C และ D เปนของแข็งนํามาทดลองและไดผลดังตาราง ครั้งที่ การทดลอง การเปลี่ยนแปลงที่สังเกตได 1 ใส A ลงในน้ําสมสายชู ฟองแกสที่ติดไฟได 2 ใส B ลงในสารละลายโซเดียมไฮดรอกไซด ฟองแกสที่บรรจุในลูกโปง 3 กระแทกถุงลมนิรภัยที่บรรจุสาร C ไว ถุงลมนิรภัยเกิดการขยายตัว 4 ใส D ลงในน้ํา เกิดแกสที่ติดไฟได A B C และ D มีโอกาสเปนสารใดตามลําดับ  แมกนีเซียม หินปูน ผงฟู และปูนดิบ  อะลูมิเนียม แมกนีเซียม ผงฟู และหินปูน  แมกนีเซียม อะลูมิเนียม โซเดียมเอไซด และถานแกส  ถานแกส ผงฟู ปูนดิบ และโซเดียมเอไซด 26. จากขอ 25 แกสจากการทดลองครั้งใดที่เมื่อนํามาติดไฟแลวทําใหเกิดแกสซึ่งเปนสาเหตุหนึ่งของ ภาวะโลกรอน  ครั้งที่ 1 และ 4  ครั้งที่ 2 และ 3  ครั้งที่ 3 เทานั้น  ครั้งที่ 4 เทานั้น 27. กําหนดขอความดังนี้ ก. เกิดภาพเสมือนขนาดเล็กกวาวัตถุ ข. เกิดภาพเสมือนขนาดใหญกวาวัตถุ ค. เกิดภาพจริงขนาดเล็กกวาวัตถุ ง. เกิดภาพจริงขนาดใหญกวาวัตถุ กระจกเวาจะทําใหเกิดภาพชนิดใด  ก และ ค  ข และ ง  ก ค และ ง  ข ค และ ง 28. เด็กคนหนึ่งเดินไปทางทิศตะวันตก 10 เมตร แลวเดินไปทางทิศใต 25 เมตร จากนั้นเดินตอไป ทางทิศตะวันออก 10 เมตร แลวเดินตอไปทางทิศเหนือ 40 เมตร การกระจัดลัพธของเด็กคนนี้เปนเทาใด  25 เมตร ทางทิศตะวันออก  25 เมตร ทางทิศตะวันตก  15 เมตร ทางทิศเหนือ  15 เมตร ทางทิศใต
  • 13.
    12 แบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร ชั้น ป.6 ประจําปพ.ศ. 2555 สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 29. จุด A และ B หางจากแหลงกําเนิดเสียง s ดังรูป ถา s ใหเสียงความถี่คาหนึ่ง ขอใดตอไปนี้ถูกตอง  ความเขมเสียงที่ A และ B เทากัน  ความดังที่ A และ B เทากัน  ความทุมของเสียงที่ A และ B ตางกัน  ความถี่เสียงที่ A และ B เทากัน 30. การมองเห็นในขอใดที่ใชหลักการสะทอนของแสง ก. การมองเห็นภาพดวงอาทิตยบนผิวน้ําในบอน้ํา ข. การมองเห็นเพื่อนเดินขอบสระวายน้ํา ขณะซอนตัวโดยดําน้ําอยูในสระ ค. การมองเห็นแสงไฟของเปลวเทียนไขโดยมองผานจากหลอดดูดน้ํา  ก  ข  ก ข  ข ค 31. เมื่อเทน้ําลงในภาชนะชนิดเดียวกันรูปทรงตาง ๆที่มีพื้นที่กนภาชนะเทากัน ดังภาพ ขอใดตอไปนี้กลาวถูกตอง ก. มวลของน้ําในภาชนะแตละใบไมเทากัน ข. ปริมาตรของน้ําในภาชนะใบที่ 3 มากกวาใบที่ 1 แตนอยกวาใบที่ 2 ค. ความดันของน้ําในภาชนะที่ตําแหนง B มากกวาตําแหนง A C และ D ง. แรงดันของน้ําที่กระทําตอกนภาชนะใบที่ 1 มากกวาแรงดันของน้ําที่กระทําตอกนภาชนะ ใบที่ 2 และ 3  ขอ ก และ ข  ขอ ค และ ง  ขอ ก ข และ ง  ขอ ข ค และ ง ภาชนะใบที่ 1 ภาชนะใบที่ 2 ภาชนะใบที่ 3 พื้นที่ a พื้นที่ a พื้นที่ a B A C D
  • 14.
    13 แบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร ชั้น ป.6 ประจําปพ.ศ. 2555 สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 32. ถาเอากระดิ่งไฟฟาที่สงเสียงดังตลอดเวลาตั้งไวในครอบแกว แลวคอย ๆ สูบอากาศในครอบแกวออก เราจะไดยินเสียงกระดิ่งไฟฟาคอย ๆ เบาลงจนในที่สุด ไมไดยินเสียง เมื่อภายในครอบแกวเปนสุญญากาศ เพราะเหตุใด  ไมมีตัวกลางสงผานเสียง  เสียงเกิดขึ้นไมไดในสุญญากาศ  ครอบแกวเปนฉนวนของเสียง  เสียงมีความถี่นอยเกินไป 33. หุนยนต “คูริออสิตี้” สามารถลงจอดบนดาวอังคารไดอยางปลอดภัย สวนหนึ่งมาจากการใชระบบ ขับเคลื่อนที่ปลอยไอพนที่ดานลาง เพื่อพยุงใหหุนยนตคอยๆ ลงแตะพื้นดาวอังคารไดอยางนิ่มนวลดังภาพ ถาหุนยนต “คูริออสิตี้” ถูกสงไปสํารวจดาวศุกร จะตองใชเชื้อเพลิงไอพนในการลงจอดมากหรือนอยกวา การลงจอดที่ดาวอังคาร เพราะเหตุใด (สมมติใหสภาพบรรยากาศบนดาวอังคารและดาวศุกรเหมือนกัน)  ใชเชื้อเพลิงมากกวา เพราะดาวศุกรมีแรงดึงดูดนอยกวาดาวอังคาร  ใชเชื้อเพลิงมากกวา เพราะดาวศุกรมีแรงดึงดูดมากกวาดาวอังคาร  ใชเชื้อเพลิงเทากัน เพราะใชระบบการขับเคลื่อนแบบเดียวกัน  ใชเชื้อเพลิงนอยกวาเพราะดาวศุกรอยูใกลดวงอาทิตยมากกวา 34. เมื่อใชขดลวดพันรอบแกนเหล็กออนจํานวน 2 ชุด ซึ่งเหมือนกันทุกประการตออยูในวงจรไฟฟา 2 วงจรดังรูป โดยปลายของเหล็กออนวางหางกันเล็กนอย เมื่อกดสวิตซ s ของวงจรทางขวา ผลจะเปนอยางไร  ไมเกิดการเปลี่ยนแปลง  แทงเหล็ก B จะเปนเหล็กแข็ง เหมือนกับเหล็ก A  แทงเหล็ก B จะเปนแมเหล็กไฟฟา ดูดกับแมเหล็กไฟฟา A  แทงเหล็ก B จะเปนแมเหล็กไฟฟา ผลักกับแมเหล็กไฟฟา A + + - - A 3v B 3v S
  • 15.
    14 แบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร ชั้น ป.6 ประจําปพ.ศ. 2555 สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 35. เชลลไฟฟาแตละเซลลมีคาแรงเคลื่อนไฟฟาและความตานทานภายในเทากัน เมื่อนํามาตอกันเปนชุดของ แบตเตอรี่ ชุด ก ชุด ข ชุด ค และชุด ง ดังภาพ ก. ข. ค. ง. ขอใดเรียงลําดับปริมาณกระแสไฟฟาที่เกิดขึ้นในวงจรจากมากไปนอย เมื่อใชแบตเตอรี่แตละชุดตอวงจรกับ ลวดที่มีสมบัติเหมือนกัน  ก ง ค ข  ข ก ง ค  ก ง ข ค  ค ข ง ก 36. ภาพแสดงการตอหลอดไฟที่เหมือนกันทุกหลอด ในวงจรไฟฟาดังภาพ จงหาวาหลอดไฟในขอใดที่ทําให การตอวงจรแตละครั้งที่ไสหลอดของหลอดไฟนั้นเพียง 1 หลอด ขาดแลว ยังมีหลอดไฟฟาสวางในวงจรไดจํานวน 5 หลอด  หลอดไฟ C B E และ F  หลอดไฟ D E F และ G  หลอดไฟ B C F และ G  หลอดไฟ C D F และ G C B F G E D A
  • 16.
    15 แบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร ชั้น ป.6 ประจําปพ.ศ. 2555 สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 37. ถานักเรียนตองการหาคามุมเงยของดวงดาวที่สังเกตโดยการใชมือ โดยดาวดวงนั้นมีมุมเงยเทากับ 25 องศา นักเรียนจะตองใชสัญลักษณมือในขอใดจึงมีความคลาดเคลื่อนนอยที่สุด  ก และ ข  ข และ ค  ค และ ง  ก และ ง 38. ถานักเรียนสังเกตเห็นดาว A อยูในตําแหนงที่มีคามุมเงย 40 องศา และมุมทิศ 245 องศา แสดงวา ตําแหนงดาว A ขณะนั้นอยูระหวางทิศใดกับทิศใด  ทิศใตกับทิศตะวันตก  ทิศใตกับทิศตะวันออก  ทิศเหนือกับทิศตะวันตก  ทิศเหนือกับทิศตะวันออก 39. เมื่อดาวพฤหัสบดีอยูในตําแหนงไกลสุดจากโลกและอยูแนวเดียวกับดวงอาทิตย ผูสังเกตบนโลกจะเห็น ดาวพฤหัสบดีอยางไร  เห็นเปนสวนสวางเต็มดวงตลอดคืน  เห็นเปนเสี้ยวสวางคลายดวงจันทรขางแรม  ไมเห็นเพราะดาวพฤหัสบดีหันดานมืดเขาหาโลก  ไมเห็นเพราะแสงสวางสะทอนกลับมายังโลกนอยกวาแสงอาทิตย 40. วันที่ 6 มิถุนายน 2555 นักดาราศาสตรกลาววาจะเกิดปรากฏการณที่ดาวศุกรเคลื่อนที่ผานดวงอาทิตย โดยดาวศุกรเคลื่อนที่มาอยูระหวางโลกและดวงอาทิตยที่เรียกวาการรวมทิศวงใน จะเกิดขึ้นโดยเฉลี่ยทุกๆ 584 วัน เนื่องจากสาเหตุใด  ระนาบวงโคจรของดาวศุกรขนานกับระนาบวงโคจรของโลก  ระนาบวงโคจรของดาวศุกรตั้งฉากกับระนาบวงโคจรของโลก  ระนาบวงโคจรของดาวศุกรเอียงทํามุมเล็กนอยกับระนาบวงโคจรของโลก  ระนาบวงโคจรของดาวศุกรเอียงทํามุมมากกวา 90 องศา กับระนาบวงโคจรของโลก ค ข ง ก
  • 17.
    16 แบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร ชั้น ป.6 ประจําปพ.ศ. 2555 สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 41. จากแผนที่ดาวที่กําหนดให กลุมดาวสามเหลี่ยมหนาหนาวซึ่งประกอบดวย ดาว 3 ดวง คือ ซิริอัส โพรซิออน และเบเทลจุส นักเรียน คนหนึ่งที่ใชแผนที่ดาวพรอมกับสังเกตทองฟาจริงประกอบดวย ดาวทั้ง 3 ดวงดังกลาวนั้นมีการขึ้นพนขอบฟา ตามลําดับในขอใด  ซิริอัส โพรซิออน เบเทลจุส  โพรซิออน เบเทลจุส ซิริอัส  เบเทลจุส ซิริอัส โพรซิออน  เบเทลจุส โพรซิออน ซิริอัส 42. หิน 4 ชนิด มีลักษณะเนื้อหิน และองคประกอบ ดังตาราง ชื่อ หิน ลักษณะเนื้อหิน มีองคประกอบแรเปนสวนใหญ ไมกา เฟลดสปาร ควอตซ แคลไซด A มีเม็ดทรายประสานติดกันเปนเนื้อเดียวกัน -   - B เปนแผนบางเรียงตัวขนานไปทางเดียวกันแซะ เปนแผนบางไดงาย - -  - C หยาบ แนน แข็ง ผลึกประสานกันแนน ไมกรอนงาย    - D เนื้อละเอียด แข็ง แตทําปฏิกิริยากับกรดได ทําใหเกิดการผุกรอน - - -  หินชนิดใดเหมาะที่จะนําไปใชในการทําครก ทําสิ่งกอสรางที่สวยงาม ทําหินลับมีด ทํากระดานชนวน ตามลําดับ  A B C D  B C D A  C D A B  D A B C
  • 18.
    17 แบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร ชั้น ป.6 ประจําปพ.ศ. 2555 สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 43. จากขอมูลตอไปนี้ ก. มีพายุฝนฟาคะนอง พัดวนขึ้นลงในเมฆหลายครั้ง ข. เมฆคิวมูโลนิมบัสที่เย็นจัดอุณหภูมิต่ํากวาจุดเยือกแข็ง ค. บริเวณที่อากาศมีอุณหภูมิลดต่ํากวา 0 องศาเซลเซียส (จุดเยือกแข็ง) ง. ไอน้ํากลายเปนผลึกน้ําแข็ง จ. อุณหภูมิบนพื้นโลกต่ํากวาจุดเยือกแข็ง ฉ. เกิดการพอกตัวของน้ําแข็งเปนชั้น ๆ จนมีขนาดใหญตกลงถึงพื้น จงเรียงลําดับขั้นตอนการเกิดลูกเห็บจากขอมูลตอไปนี้  ก ข ค  ข ค ง  ค ก จ  ก ข ฉ 44. ปรากฏการณอาทิตยทรงกลดเกิดในกอนเมฆชนิดใด และการมองเห็นเกิดขึ้นไดอยางไร  เมฆคิวมูลัส แสงสะทอนภายในกอนเมฆและหักเหเขาสูตา  เมฆเซอรรัส แสงสะทอนภายในกอนเมฆและหักเหเขาสูตา  เมฆสตราตัส แสงหักเหภายในกอนเมฆและสะทอนเขาสูตาเรา  เมฆคิวมูโลนิมบัส แสงหักเหภายในกอนเมฆและสะทอนเขาสูตาเรา 45. ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในประเทศไทยและมีการประกาศเปนพื้นที่เสี่ยงภัยที่ควรเตรียมตัวปองกันทุกป คือขอใด  ดินถลม น้ําทวม ฝนแลง แผนดินทรุดตัว  น้ําทวม แผนดินถลม สึนามิ แผนดินทรุด  น้ําทวม แผนดินถลม ฝนแลง แผนดินไหว  น้ําทวม น้ําปาไหลหลาก แผนดินแยก ดินถลม 46. จากขอมูลตอไปนี้ บริเวณ A มีความหนาแนนของอากาศเทากับ 1220 g/m3 บริเวณ B มีความหนาแนนของอากาศเทากับ 0.997 kg/m3 บริเวณ C มีความหนาแนนของอากาศเทากับ 2.340 kg/m3 ขอใดตอไปนี้ระบุลักษณะของบริเวณทั้ง 3 บริเวณ ไดถูกตอง  A เปนถ้ําอยูใตทะล B เปนพื้นราบ C เปนภูเขาสูง  A เปนเหมืองแร B เปนถ้ําอยูใตทะเล C เปนพื้นราบ  A เปนพื้นราบ B เปนภูเขาสูง C เปนถ้ําอยูใตทะเล  A เปนถ้ําอยูใตทะเล B เปนภูเขาสูง C เปนเหมืองแร
  • 19.
    18 แบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร ชั้น ป.6 ประจําปพ.ศ. 2555 สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 47. การทดลองเพื่อศึกษาปจจัยบางประการที่มีผลตอการงอกของเมล็ดพืช โดยการเพาะเมล็ดพืชบนสําลีที่วางไว บนตะแกรงในหลอดทดลอง 5 หลอด และมีจุกปดในสภาพที่มีปจจัยแตกตางกัน ถาตองการทดสอบวาแสงเปนปจจัยที่มีผลตอการงอกของเมล็ดพืชหรือไม ควรเลือกชุดทดลองจากหลอดใด  หลอดที่ 1 และหลอดที่ 2  หลอดที่ 1 และหลอดที่ 5  หลอดที่ 2 และหลอดที่ 4  หลอดที่ 3 และหลอดที่ 5 48. ในป พ.ศ. 2440 นักวิทยาศาสตรชื่อ เจ เจ ทอมสัน ไดคนพบวาภายในอะตอมมีอนุภาคอิเล็กตรอน เปนองคประกอบ ซึ่งนําไปสูการแกไขทฤษฎีเกี่ยวกับอะตอมในสมัยนั้น อยางไรก็ดี หลังจากการคนพบของ เจ เจ ทอมสัน ทฤษฎีของอะตอมไดถูกแกไขและเปลี่ยนแปลงอีกหลายครั้ง นักเรียนจะอธิบายสาเหตุที่ทฤษฎี ทางวิทยาศาสตรมีการปรับปรุงแกไขไดวาอยางไร  ทฤษฎีทางวิทยาศาสตรที่มีอายุมากกวา 10 ป มักจะเปนทฤษฎีที่ลาสมัย  นักวิทยาศาสตรตองการคนควาวิจัยเพื่อพิสูจนวา ทฤษฎีของนักวิทยาศาสตรคนอื่นไมถูกตอง  ทฤษฎีทางวิทยาศาสตรตองไดรับการแกไขเพื่อใหสอดคลองกับขอมูลหรือหลักฐานใหมๆ ที่ไดจากการทดลอง  ดวยปริมาณขอมูลที่มากมายมหาศาลในปจจุบัน ทฤษฎีทางวิทยาศาสตรจึงเปนที่ยอมรับ และไมมีการแกไข หลอดที่ 1 หลอดที่ 2 หลอดที่ 3 หลอดที่ 4 หลอดที่ 5
  • 20.
    19 แบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร ชั้น ป.6 ประจําปพ.ศ. 2555 สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 49. กราฟดานลาง แสดงจํานวนของผูปวยที่เขาพบแพทยเพื่อรับการรักษา เนื่องจากมีอาการปวย ดวยโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง หรือที่เรียกวา SARS ในป พ.ศ. 2551 และ พ.ศ. 2552 นักเรียนจะสรุปผลจากกราฟไดวาอยางไร  โรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง มีรูปแบบการแพรระบาดไมเหมือนกันในแตละป  นักวิทยาศาสตรสามารถทํานายไดวา โรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรงจะลดลง ในป พ.ศ. 2553  ความรุนแรงของการแพรระบาดของโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรงลดลงในป พ.ศ. 2552  ในป พ.ศ. 2551 กับป พ.ศ. 2552 จํานวนผูคนที่ติดเชื้อโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง มีมากที่สุด ณ เวลาที่ตางกัน
  • 21.
    20 แบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร ชั้น ป.6 ประจําปพ.ศ. 2555 สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี 50. นักเรียนคนหนึ่งพยายามทําการทดลองเพื่อพิสูจนสมมติฐานที่วา “แกวน้ําที่ทําจากวัสดุที่หนักกวาจะสามารถ รักษาความเย็นไดดีกวาแกวที่ทําจากวัสดุที่เบากวา” โดยไดนําแกวน้ํามา 2 ใบ แกวใบหนึ่งทําจากโฟม ที่มีน้ําหนักเบา สวนแกวอีกใบ ทําจากเซรามิกที่มีน้ําหนักมากกวา จากนั้น นักเรียนคนนี้ไดเทน้ําเย็น ในปริมาตรที่เทากัน ลงในแกวทั้งสองใบ ผลการทดลองที่ไดดังนี้ วัสดุที่ใชทําแกวน้ํา เวลาที่ใชในการที่น้ําในแกว มีอุณหภูมิมากขึ้นจนเทาอุณหภูมิหอง (ชั่วโมง) โฟม 3.45 เซรามิก 2.20 ถา ก. ผลการทดลองระบุชัดเจนวา วัสดุตางกัน 2 ชนิด รักษาความเย็นไดไมเทากัน ข. สามารถใชขอมูลที่ไดมาออกแบบใหม เพื่อนําไปสูการทดลองใหม ค. สามารถเลือกแกวน้ําที่ทําจากวัสดุอื่น แตไมใชเซรามิก เพื่อทดสอบวา จะไดผลการทดลอง ที่ตางไปจากเดิมหรือไม ง. สามารถนําผลการทดลองไปเผยแพรในงานสัปดาหวิทยาศาสตร พิมพในจุลสารโรงเรียน หรือเผยแพรทางอินเตอรเน็ต เพื่อชวยเพิ่มความนาเชื่อถือใหกับผลการทดลอง จากผลการทดลองเบื้องตนขอมูลที่ไดจะมีประโยชนสําหรับนักเรียนคนนี้อยางไร  ก และ ข  ข และ ค  ก ข และ ค  ก ข และ ง
  • 22.
    21 แบบทดสอบวิชาวิทยาศาสตร ชั้น ป.6 ประจําปพ.ศ. 2555 สถาบันสงเสริมการสอนวิทยาศาสตรและเทคโนโลยี