อุปกนณ์พื้นฐานคอมพิวเตอร์
เสนอ
มิสเขมจิรา ปลงไสว
โดย
นางสาวพิชชากร ศรีกุล
ม.6/5 เลขที่16
CMOS
CMOS (ซีมอส) ย่อมาจาก "Complementary Metal Oxide Semiconductor" เป็น
ชิปไอซีที่ใช้เก็บข้อมูลที่เป็นค่าเฉพาะของแต่ละระบบ เพื่อให้ Bios (ไบออส) นาไปใช้ในการบู๊ตระบบ ข้อมูลที่
ถูกเก็บอยู่ใน CMOS เช่น เวลา และวันที่ของระบบ ค่าของฮาร์ดดิสก์ และไดรว์ซีดี/ดีวีดี, การปรับค่าความเร็ว
ในการอ่านเขียนของแรม เป็นต้น เป็นชิปสารกึ่งตัวนาที่ถูกติดตั้งแบบออนบอร์ดมากับเมนบอร์ดเลย เราจะมองไม่
เห็นตัวชิปเพราะมันถูกผนวกเข้ากับชิปเซ็ต ชิป CMOS เป็นหน่วยความจาที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้กินไฟ
น้อย และทางานได้เร็ว
เนื่องจาก CMOS ใช้เทคโนโลยีเดียวกับแรมทาให้ต้องการไฟเลี้ยงจากแบตเตอรรี่ (CMOS battery)
เพื่อให้ข้อมูลคงอยู่ หากแบตเตอรี่หมดข้อมูลก็จะหายไป ก็จาเป็นต้องเซ็ตค่าต่าง ๆ กันใหม่ใน CMOS
Setup บางครั้งที่เครื่องเสีย เช่น มีการโอเวอร์คล็อก คือ ปรับสปีดความถี่แล้วเครื่องรับไม่ได้ เมื่อเปิดเครื่องก็จะ
ไม่ยอมบู๊ต เราก็จะใช้การ clear CMOS โดยการถอดแบตเตอรี่ เพื่อเครียร์ค่าการเซ็ตอัพ
แบตเตอรี่ CMOS
แบตเตอรี่ หรือ บ้านเราเรียกกันว่า "ถ่านซีมอส (CMOS batteries) หรือแบตเตอรี่แบคอัพ" ทาหน้าที่จ่ายไฟเลี้ยง
ให้กับซีมอส เนื่องจาก CMOS นั้นใช้เทคโนโลยีของแรมจึงต้องมีไฟเลี้ยงเพื่อป้องกันค่าการเซ็ตอัพภายในสูญหาย
ในยุคแรกแบตเตอรี่มักจะมีลักษณะเป็นกระป๋อง ติดตั้งไว้บนเมนบอร์ด แต่แบตเตอรี่แบบนี้จะสร้างออกไซด์ขึ้นมา
รอบตัวมัน และไปกัดกินวงจร ต่อมาจึงเลิกใช้ และเปลี่ยนมาใช้แบตเตอรี่แบบ ลิเธียม (Lithium Battery) ที่มีลักษณะ
กลมแบนเหมือนเหรียญหน้าตาคล้ายถ่านนาฬิกา แต่จะมีขนาดใหญ่กว่า สาหรับอายุการใช้งานของถ่านไบออส ตามมารตร
ฐานแล้วจะมีอายุถึง 10 ปี อย่างไรก็ตามเวลาอาจเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการใช้งาน และสภาพแวดล้อมภายใน
คอมพิวเตอร์
ในการทางานนั้น ทั้ง BIOS และ CMOS ก็จะทางานร่วมกันโดย BIOS จะใช้ข้อมูลที่เก็บอยู่ใน CMOS ซึ่ง
ข้อมูลเหล่านี้ก็คือข้อมูลที่เกิดจากการเซ็ตอัพโดยผู้ใช้เอง ซึ่งจะเป็นข้อมูลเฉพาะของเครื่อง ฉะนั้นทุก ๆ ครั้งที่คุณเปิดเครื่อง
BIOS ก็จะไปดึงข้อมูลที่กาหนดไว้จาก CMOS
KEYBOARD
Keyboard
Keyboard เป็นอุปกรณ์หลักที่ใช้ในการนาข้อมูลลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ มีลักษณะเป็นปุ่มตัวอักษร
เหมือนปุ่มเครื่องพิมพ์ดีด เป็นอุปกรณ์รับเข้าพื้นฐานที่ต้องมีในคอมพิวเตอร์ทุกเครื่อง จะรับข้อมูลจากการกดแป้น
แล้วทาการเปลี่ยน เป็นรหัสเพื่อส่งต่อไปให้กับคอมพิวเตอร์ แป้นพิมพ์ที่ใช้ในการป้อนข้อมูลจะมีจานวนตั้งแต่ 50
แป้นขึ้นไป แผงแป้นอักขระส่วนใหญ่มีแป้นตัวเลขแยกไว้ต่างหาก เพื่อทาให้การป้อนข้อมูลตัวเลขทาได้ง่ายและ
สะดวกขึ้น การวางตาแหน่งแป้นอักขระ จะเป็นไปตามมาตรฐานของระบบพิมพ์สัมผัสของเครื่องพิมพ์ดีด ที่มีการใช้
แป้นยกแคร่ (shift) เพื่อทาให้สามารถใช้พิมพ์ได้ทั้งตัวอักษร ตัวพิมพ์ใหญ่และตัวพิมพ์เล็ก ซึ่งระบบรับ
รหัสตัวอักษรที่ใช้ในทางคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่จะเป็นรหัส 7 หรือ 8 บิต กล่าวคือ เมื่อมีการกดแป้นพิมพ์ แผงแป้น
อักขระจะส่งรหัสขนาด 7 หรือ 8 บิต นี้เข้าไปในระบบคอมพิวเตอร์
แผงแป้นอักขระสาหรับเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ตระกูลไอบีเอ็มที่ผลิตออามารุ่น แรก ๆ ตั้งแต่ พ.ศ. 2524
จะเป็นแป้นรวมทั้งหมด 83 แป้น ซึ่งเรียกว่า แผงแป้นอักขระ PCXT ต่อมาในปี พ.ศ. 2527 บริษัทไอบีเอ็มได้
ปรับปรุงแผงแป้นอักขระ กาหนดสัญญาณทางไฟฟ้าของแป้นขึ้นใหม่ จัดตาแหน่งและขนาดแป้นให้เหมาะสมดี
ยิ่งขึ้น โดยมีจานวนแป้นรวม 84 แป้น เรียกว่า แผงแป้นอักขระพีซีเอที และในเวลาต่อมาก็ได้ปรับปรุงแผงแป้น
อักขระขึ้นพร้อม ๆ กับการออกเครื่องรุ่น PS/2 โดยใช้สัญญาณทางไฟฟ้า เช่นเดียวกับแผงแป้นอักขระรุ่นเอทีเดิม
และเพิ่มจานวนแป้นอีก 17 แป้น รวมเป็น 101 แป้น
ประเภทของ Keyboard ดูได้จากจานวนปุ่ม และรูปแบบการใช้งาน Key board ที่มีอยู่ปัจจุบันจะมี
อยู่ 5 แบบ
1. Desktop Keyboard
ซึ่ง Keyboard มาตรฐาน จะเป็นชนิด 101 คีย์
2. Desktop Keyboard with hot keys
เป็น Keyboard ที่มีจานวนคีย์มากกว่า 101 คีย์ ขึ้นไปแล้วแต่วัตถุประสงค์ใช้
งาน ซึ่งจะมีปุ่มพิเศษ สาหรับระบบปฏิบัติการ Windows ตั้งแต่เวอร์ชัน 95 เป็นต้นไป
3. Wireless Keyboard
Keyboard ไร้สายเป็น Keyboard ที่ทางานโดยไม่ต้องต่อสายเข้ากับ
ตัวเครื่องคอมพิวเตอร์แต่จะมีอุปกรณ์ ที่รับสัญญาณจากตัว Keyboard อีกทีหนึ่ง การ
ทางานจะใช้ความถี่วิทยุในการสื่อสาร ซึ่งความถี่ที่ใช้จะอยู่ที่ 27 MHz อุปกรณ์ชนิด นี้
มักจะมาคู่กับอุปกรณ์ Mouse ด้วย
4. Security Keyboard
รูปร่างและรูปแบบการทางานจะเหมือนกับ Keyboard แบบ Desktop แต่
จะมีช่องสาหรับเสียบ Smart Card เพื่อป้องกันการใช้งานจากผู้ที่ไม่ได้เป็นเจ้าของ
Keyboard ชนิดนี้เหมาะกับการใช้งานที่ต้องการ ปลอดภัยสูง หรือใช้ควบคุมเครื่อง
Server ที่ยอมให้เฉพาะ Admin เท่านั้นเป็นคนเปลี่ยนแปลงข้อมูล
5. Notebook Keyboard
เป็น Keyboard ที่ถูกออกแบบมาให้มีขนาดบางเบา ขนาดความกว้าง และ
ยาวจะขึ้นอยู่กับเครื่อง Notebook ที่ใช้ปุ่มบนแป้นพิมพ์จะอยู่ติดกันและบางมาก คีย์
พิเศษต่างจะถูกลด และเพิ่มเฉพาะปุ่มที่จา เป็นในการ Present งาน หรือ การพักเครื่อง
เพื่อประหยัดพลังงาน

Pitchakorn no16 m6 5

  • 1.
  • 2.
    CMOS CMOS (ซีมอส) ย่อมาจาก"Complementary Metal Oxide Semiconductor" เป็น ชิปไอซีที่ใช้เก็บข้อมูลที่เป็นค่าเฉพาะของแต่ละระบบ เพื่อให้ Bios (ไบออส) นาไปใช้ในการบู๊ตระบบ ข้อมูลที่ ถูกเก็บอยู่ใน CMOS เช่น เวลา และวันที่ของระบบ ค่าของฮาร์ดดิสก์ และไดรว์ซีดี/ดีวีดี, การปรับค่าความเร็ว ในการอ่านเขียนของแรม เป็นต้น เป็นชิปสารกึ่งตัวนาที่ถูกติดตั้งแบบออนบอร์ดมากับเมนบอร์ดเลย เราจะมองไม่ เห็นตัวชิปเพราะมันถูกผนวกเข้ากับชิปเซ็ต ชิป CMOS เป็นหน่วยความจาที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้กินไฟ น้อย และทางานได้เร็ว เนื่องจาก CMOS ใช้เทคโนโลยีเดียวกับแรมทาให้ต้องการไฟเลี้ยงจากแบตเตอรรี่ (CMOS battery) เพื่อให้ข้อมูลคงอยู่ หากแบตเตอรี่หมดข้อมูลก็จะหายไป ก็จาเป็นต้องเซ็ตค่าต่าง ๆ กันใหม่ใน CMOS Setup บางครั้งที่เครื่องเสีย เช่น มีการโอเวอร์คล็อก คือ ปรับสปีดความถี่แล้วเครื่องรับไม่ได้ เมื่อเปิดเครื่องก็จะ ไม่ยอมบู๊ต เราก็จะใช้การ clear CMOS โดยการถอดแบตเตอรี่ เพื่อเครียร์ค่าการเซ็ตอัพ
  • 3.
    แบตเตอรี่ CMOS แบตเตอรี่ หรือบ้านเราเรียกกันว่า "ถ่านซีมอส (CMOS batteries) หรือแบตเตอรี่แบคอัพ" ทาหน้าที่จ่ายไฟเลี้ยง ให้กับซีมอส เนื่องจาก CMOS นั้นใช้เทคโนโลยีของแรมจึงต้องมีไฟเลี้ยงเพื่อป้องกันค่าการเซ็ตอัพภายในสูญหาย ในยุคแรกแบตเตอรี่มักจะมีลักษณะเป็นกระป๋อง ติดตั้งไว้บนเมนบอร์ด แต่แบตเตอรี่แบบนี้จะสร้างออกไซด์ขึ้นมา รอบตัวมัน และไปกัดกินวงจร ต่อมาจึงเลิกใช้ และเปลี่ยนมาใช้แบตเตอรี่แบบ ลิเธียม (Lithium Battery) ที่มีลักษณะ กลมแบนเหมือนเหรียญหน้าตาคล้ายถ่านนาฬิกา แต่จะมีขนาดใหญ่กว่า สาหรับอายุการใช้งานของถ่านไบออส ตามมารตร ฐานแล้วจะมีอายุถึง 10 ปี อย่างไรก็ตามเวลาอาจเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการใช้งาน และสภาพแวดล้อมภายใน คอมพิวเตอร์ ในการทางานนั้น ทั้ง BIOS และ CMOS ก็จะทางานร่วมกันโดย BIOS จะใช้ข้อมูลที่เก็บอยู่ใน CMOS ซึ่ง ข้อมูลเหล่านี้ก็คือข้อมูลที่เกิดจากการเซ็ตอัพโดยผู้ใช้เอง ซึ่งจะเป็นข้อมูลเฉพาะของเครื่อง ฉะนั้นทุก ๆ ครั้งที่คุณเปิดเครื่อง BIOS ก็จะไปดึงข้อมูลที่กาหนดไว้จาก CMOS
  • 4.
    KEYBOARD Keyboard Keyboard เป็นอุปกรณ์หลักที่ใช้ในการนาข้อมูลลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ มีลักษณะเป็นปุ่มตัวอักษร เหมือนปุ่มเครื่องพิมพ์ดีดเป็นอุปกรณ์รับเข้าพื้นฐานที่ต้องมีในคอมพิวเตอร์ทุกเครื่อง จะรับข้อมูลจากการกดแป้น แล้วทาการเปลี่ยน เป็นรหัสเพื่อส่งต่อไปให้กับคอมพิวเตอร์ แป้นพิมพ์ที่ใช้ในการป้อนข้อมูลจะมีจานวนตั้งแต่ 50 แป้นขึ้นไป แผงแป้นอักขระส่วนใหญ่มีแป้นตัวเลขแยกไว้ต่างหาก เพื่อทาให้การป้อนข้อมูลตัวเลขทาได้ง่ายและ สะดวกขึ้น การวางตาแหน่งแป้นอักขระ จะเป็นไปตามมาตรฐานของระบบพิมพ์สัมผัสของเครื่องพิมพ์ดีด ที่มีการใช้ แป้นยกแคร่ (shift) เพื่อทาให้สามารถใช้พิมพ์ได้ทั้งตัวอักษร ตัวพิมพ์ใหญ่และตัวพิมพ์เล็ก ซึ่งระบบรับ รหัสตัวอักษรที่ใช้ในทางคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่จะเป็นรหัส 7 หรือ 8 บิต กล่าวคือ เมื่อมีการกดแป้นพิมพ์ แผงแป้น อักขระจะส่งรหัสขนาด 7 หรือ 8 บิต นี้เข้าไปในระบบคอมพิวเตอร์ แผงแป้นอักขระสาหรับเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ตระกูลไอบีเอ็มที่ผลิตออามารุ่น แรก ๆ ตั้งแต่ พ.ศ. 2524 จะเป็นแป้นรวมทั้งหมด 83 แป้น ซึ่งเรียกว่า แผงแป้นอักขระ PCXT ต่อมาในปี พ.ศ. 2527 บริษัทไอบีเอ็มได้ ปรับปรุงแผงแป้นอักขระ กาหนดสัญญาณทางไฟฟ้าของแป้นขึ้นใหม่ จัดตาแหน่งและขนาดแป้นให้เหมาะสมดี ยิ่งขึ้น โดยมีจานวนแป้นรวม 84 แป้น เรียกว่า แผงแป้นอักขระพีซีเอที และในเวลาต่อมาก็ได้ปรับปรุงแผงแป้น อักขระขึ้นพร้อม ๆ กับการออกเครื่องรุ่น PS/2 โดยใช้สัญญาณทางไฟฟ้า เช่นเดียวกับแผงแป้นอักขระรุ่นเอทีเดิม และเพิ่มจานวนแป้นอีก 17 แป้น รวมเป็น 101 แป้น ประเภทของ Keyboard ดูได้จากจานวนปุ่ม และรูปแบบการใช้งาน Key board ที่มีอยู่ปัจจุบันจะมี อยู่ 5 แบบ
  • 5.
    1. Desktop Keyboard ซึ่งKeyboard มาตรฐาน จะเป็นชนิด 101 คีย์
  • 6.
    2. Desktop Keyboardwith hot keys เป็น Keyboard ที่มีจานวนคีย์มากกว่า 101 คีย์ ขึ้นไปแล้วแต่วัตถุประสงค์ใช้ งาน ซึ่งจะมีปุ่มพิเศษ สาหรับระบบปฏิบัติการ Windows ตั้งแต่เวอร์ชัน 95 เป็นต้นไป
  • 7.
    3. Wireless Keyboard Keyboardไร้สายเป็น Keyboard ที่ทางานโดยไม่ต้องต่อสายเข้ากับ ตัวเครื่องคอมพิวเตอร์แต่จะมีอุปกรณ์ ที่รับสัญญาณจากตัว Keyboard อีกทีหนึ่ง การ ทางานจะใช้ความถี่วิทยุในการสื่อสาร ซึ่งความถี่ที่ใช้จะอยู่ที่ 27 MHz อุปกรณ์ชนิด นี้ มักจะมาคู่กับอุปกรณ์ Mouse ด้วย
  • 8.
    4. Security Keyboard รูปร่างและรูปแบบการทางานจะเหมือนกับKeyboard แบบ Desktop แต่ จะมีช่องสาหรับเสียบ Smart Card เพื่อป้องกันการใช้งานจากผู้ที่ไม่ได้เป็นเจ้าของ Keyboard ชนิดนี้เหมาะกับการใช้งานที่ต้องการ ปลอดภัยสูง หรือใช้ควบคุมเครื่อง Server ที่ยอมให้เฉพาะ Admin เท่านั้นเป็นคนเปลี่ยนแปลงข้อมูล
  • 9.
    5. Notebook Keyboard เป็นKeyboard ที่ถูกออกแบบมาให้มีขนาดบางเบา ขนาดความกว้าง และ ยาวจะขึ้นอยู่กับเครื่อง Notebook ที่ใช้ปุ่มบนแป้นพิมพ์จะอยู่ติดกันและบางมาก คีย์ พิเศษต่างจะถูกลด และเพิ่มเฉพาะปุ่มที่จา เป็นในการ Present งาน หรือ การพักเครื่อง เพื่อประหยัดพลังงาน